Forum: ห้องสังคม
Topic: แบบว่าสับสนอ่า
started by: ดาวดวงน้อย

Posted by ดาวดวงน้อย on 10 Dec. 2006,13:47
hello2.gif คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความทุกข์หรือสิ่งที่ทนได้ยากทุกๆคน
สิ่งที่ทนได้ยากของคนแต่ล่ะคนจะแปลกแตกต่างกันออกไปตามเหตุปัจจัยที่มากระทบ ohman.gif
   kissing.gif ข้าพเจ้าก็คือคนๆหนึ่งที่ต้องเผชิญกับสิ่งๆนี้ทั้งๆที่พยายามหลีกเลี่ยงมาหลายๆปีสิ่งที่ทนได้ยากสำหรับข้าพเจ้าคือความผูกพันของข้าพเจ้าที่มีต่อคนๆหนึ่งlove.gif
     หลายปีที่ผ่านมาข้าพเจ้าพยายามหนีความรู้สึกประเภทนี้เพราะเมื่อเกิดขึ้นครั้งใดก็จะมาพร้อมความทนได้ยากของอีกหลายๆประการจนข้าพเจ้ามองว่ามันเป็นการกระทำที่ข้าพเจ้าต้องชดใช้เพราะสังเกตจากหลายๆครั้งที่มีความรู้สึกที่เขาเรียกกันว่าความรักครั้งใดก็ตามก็จะต้องเจ็บปวดกับการมีความรักนั้นต้องผจญกับการพูดกันคนล่ะภาษา
(ก็ภาษาไทยนี่แหล่ะแต่ต้องแปลไทยเป็นไทยอยู่เรื่อย) basketball.gif
     sofaroll.gif นั่งเบื่อๆๆก็เลยอยากบ่นๆๆบ้างระบายความอึดอัดชีวิตนี้เกิดมาก็อยากเป็นคนดีแต่บางครั้งเค้าเรียกว่าหลงดีเกินไปรึเปล่าก็ไม่รู้ sit01.gif
มานั่งดูเวปนี้ได้หลายวันแล้วชอบอ่ะค่ะเลยอยากหาเพื่อนมาช่วยเป็นกระจกให้ทีเผื่อจะหายบ้า grouphug.gif
crying1.gif หลวงพี่ KILIN help.gif
Posted by KiLiN on 12 Dec. 2006,10:20
สวัสดีครับ คุณดาวดวงน้อย

อ้างถึง
คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความทุกข์หรือสิ่งที่ทนได้ยากทุกๆคน
สิ่งที่ทนได้ยากของคนแต่ล่ะคนจะแปลกแตกต่างกันออกไปตามเหตุปัจจัยที่มากระทบ


คุณเกริ่นเริ่มไว้ เหมือนกับคุณจะเข้าใจอะไรๆได้ดี แต่กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่....

เรื่องราวในโลกนี้มี ๒ ด้านที่ตรงข้าม
เมื่อใดก็ตาม ที่เราเจอทางตัน หรือเจอเรื่องซ้ำซาก ให้เปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ คิดกลับทาง คิดในทางตรงกันข้ามเสียบ้าง อย่าคิดจำเจ จับจดอยู่ที่เดิม จะทำให้คิดวนอยู่ในอ่างหาทางออกไม่เจอ

ปัญหาของคุณ ว่าด้วยเรื่องความรัก
ความรักมี ๒ ประเภท รักเพื่อที่จะได้ หรือรักเพื่อที่จะให้

ถ้าเป็นประเภทแรก ซึ่งส่วนใหญ่รักของหนุ่มสาวเป็นประเภทนี้ ก็หนีไม่พ้นอาการอย่างที่คุณว่า ความรักประเภทนี้ยิ่งรักมากก็ยิ่งปัญหามาก เพราะมันเป็นความรักที่คับแคบ ต้องการครอบครอง ต้องการเป็นเจ้าของ ต้องการให้อีกฝ่ายรักเรา เอาใจเรา เห็นใจเรา พูดให้อย่างถึงที่สุด ที่สุดแล้วเรารักตัวเราเองมากกว่า

ความรักประเภทที่ ๒ จึงจะเป็นความรักที่ยั่งยืน ไม่เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ เป็นความรักที่อยากจะให้สิ่งที่ดีๆให้กับคนที่เรารัก เราบอกว่าเรารักเขา เราก็ต้องหาสิ่งที่ดีๆให้เขา ให้ความรู้สึกที่ดีๆ และต้องเป็นการให้ที่บริสุทธิ์ ไม่คาดหวังผลตอบแทน 

ถ้ารักที่จะให้โดยไม่คาดหวังผลตอบแทน มีหรือจะมีการผิดหวัง มีหรือจะมีเรื่องทนได้ยาก  มีหรือจะเบื่อจะเซ็ง ก็คงไม่มี  ไอ้ที่มีนะ เพราะเราคาดหว้งแล้วไม่ได้ดังหวังต่างหาก

แต่คนทั่วไป ก็ดูว่าจะทำได้ยาก  แต่เมื่อรู้อย่างนี้ก็ต้องพยายามเพิ่มหรืออิงประเภท ๒ ให้มากเข้าไว้ ลดๆตัดๆลงเสียบ้างประเภทแรก ให้น้อยๆหน่อย เพราะยิ่งมากยิ่งเป็นปัญหาแน่นอน yin-yang.gif

แล้วอีกอย่างผมไม่ใช่พระนะครับ ยังดีไม่พอที่จะเป็นพระ ไม่ต้องเรียกแบบนั้นก็ได้ wave.gif

อีกเรื่อง กระทู้ของคุณอยู่ผิดห้องนะครับ
หลังจากคุณเข้ามาอ่านแล้ว ผมจะย้ายไปอยู่ห้องสังคม ไปรวมกับกระทู้พัฒนาตนเองแล้วกันนะครับ thumbsup.gif
Posted by ดาวดวงน้อย on 27 Dec. 2006,07:54
ขอบคุณ คุณ KILIN มากค่ะ
ที่เรียกคุณว่า หลวงพี่อ่ะ hum.gif  ก็เห็นเขาเรียกกันต้องขออภัย laugh1.gif ที่จริงก็พยายามให้มันเป็นแบบที่ 2 ให้มากๆๆอ่าน่ะค่ะแต่มันชอบหลุดทุกทีเลย มันก็เลยเซ็งตัวเองแบบเบื่อตัวเองที่เป็นคนประเภทนี้มากๆๆเลย "ประมาณพวกความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่ค่อยรอด" ic-14.gif คงเอาเวลาหรือ จิตตัวเองไปเกาะติดคนนั้นจนเกินไปเองเลยทุกข์
"ที่ใดมีรักที่นั้นมีทุกข์ ไร้สุขแท้หนอ  หึ หึ หึ" "รักไม่แท้เลยแพ้ใจตัวเอง"สมน้ำหน้าตัวเองตอนนี้ เหมือนมีสองวิญญาณอยู่ในร่างเดียว สีขาวกะสีดำสู้กันเองทุกวัน อิอิอิ basketball.gif สีขาวสู้ๆๆ ask.gif น๊อกให้อยู่หมัด ทั้งๆที่ตนเองเคยสอนคนอื่นเขามามากมายตกม้าตายเอง เฮ่อ เวรกรรมๆๆ toy19.gif พักหายเหนื่อยล่ะไปสู้ต่อก่อนค่ะ บ๊ายบาย sit01.gif  cheers.gif  kissing.gif  grouphug.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 30 Dec. 2006,16:03
สวัสดีค่ะ คุณดาวดวงน้อย

เห็นตั้งชื่อกระทู้แบบวัยรุ่นเชียว tongue.gif แต่ดูเหมือนคุณดาวฯคงจะเป็นผู้ใหญ่ในวัยทำงานแล้ว wavey.gif

อืมม์...หากเรามองด้านหนึ่ง ชีวิตคนเราเกิดมาก็เหมือนเพื่อจะทนทุกข์อย่างที่คุณว่านะคะ...แต่ถ้าเรามองอีกด้านหนึ่ง รจนาเชื่อว่า "คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมศักยภาพที่จะพ้นทุกข์ได้" แม้แต่พระพุทธองค์ก็ได้ตรัสไว้เช่นนั้นว่า มนุษย์เท่านั้นที่เป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่สามารถเข้าถึงธรรมะและปฏิบัติจนหลุดพ้นจากห้วงทุกข์และวัฏสงสารได้ สัตว์อื่นไม่อาจเข้าถึงมรรคผลนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทพเทวดาในระดับไหน (จะมียกเว้นก็เฉพาะพรหมในระดับสูงระดับเดียวเท่านั้น) ส่วนสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย สัตว์ในอบายภูมิ นี่หมดสิทธิไปเลยค่ะ

พูดอย่างนี้น่าจะทำให้ดีใจขึ้นหน่อยนะคะว่า เกิดเป็นมนุษย์นี่โชคดีแค่ไหน....แต่แม้ว่าจะโชคดี เกิดมาครบ ๓๒ มีปัญญาติดตัวพอควร เราก็จะอยู่อย่างประมาทไม่ได้ ยังควรต้องใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด....ใช้ความดีนั้นประคองตัวให้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง เหมือนเป็นเรือนำพาเราไปสู่จุดหมาย....แล้วพอถึงที่หมายแล้ว เราก็ต้องทิ้งเรือลำนั้น (ความดี) เดินหน้าต่อไป....เรียกว่า เลิกยึดมั่นถือมั่น (ไม่หลงยึดติดความดี หรือ "หลงดี" อย่างที่คุณว่าไงคะ)

การเกิดเป็นมนุษย์ เราได้สมบัติติดตัวมาอย่างเดียวนั่นคือ กุศลกรรมและอกุศลกรรมที่เราเคยทำไว้ พระท่านจึงว่า มนุษย์เรามีกรรมนำให้เกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย และมีกรรมนำเราไป (หลังความตาย) ไงคะ นั่นจึงเป็นสิ่งอธิบายว่า ทำไมคนเราเกิดมาจึงไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากันในรูป ฐานะ และอะไรหลาย ๆ อย่าง

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็จะช่วยสามารถอธิบายสิ่งที่ต่าง ๆ เราเป็นและเราประสบ โดยมิต้องน้อยเนื้อต่ำใจ และก็คิดขวนขวายสร้างแต่กรรมดีและกรรมเพื่อการหลุดพ้นต่อไป

ปัญหาของคุณดาวฯเป็นปัญหาของมนุษย์โลกโดยปกติค่ะ คุณดาวฯไม่ได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างจากคนทั้งหลาย....ความผิดหวัง เจ็บปวด จากการสูญเสีย พลัดพราก เราทุกคนต่างต้องเผชิญ ไม่มีใครหลีกพ้นได้เลย ดังนั้น "การเตรียมตัว" จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากเตรียมตัวดี เมื่อปัญหาหรือทุกข์มาถึงตัว ก็จะรับมือได้อย่างสงบ หรือ ไม่ก็เจ็บตัวน้อยที่สุด....หากไม่เตรียมตัว ไม่รู้เท่าทัน...ก็ย่อมหวั่นไหวกับสิ่งที่มากระทบอย่างมากมาย ได้บาดแผลเหวอะหวะ ยากต่อการเยียวยา.... tears1.gif  

แต่ถึงกระนั้น คนจำนวนมากก็มักผ่านพ้นปัญหาความรักไปได้ในที่สุด เพราะเวลาช่วยสมานแผลใจ...ซึ่งแท้จริงแล้ว คำว่า "เวลา" นี้ย่อมหมายถึง ประสบการณ์ที่ได้เห็นโลก เห็นความจริง ได้ใคร่ครวญไตร่ตรอง ได้ชั่งน้ำหนักสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น หรือ หมายถึง สภาพชีวิตที่เปลี่ยนไป สิ่งใหม่ ๆ ให้สนใจ คนใหม่ ๆ ที่ได้พบเจอ เพราะ "เวลา" ที่ผ่านไปเฉย ๆ นั้นไม่พอเพียงจะเยียวยาอะไรหรอกค่ะ ต้องประกอบด้วยการ "ทำใจ" ของเจ้าตัวด้วย

คุณดาวฯคงมีความรู้เรื่องโลกเรื่องชีวิตมาพอสมควร เพราะเห็นว่าเคยสอนคนอื่นมากมาย....รจนาเชื่อว่า เมื่อใจสบายขึ้นบ้างแล้ว คำสอนต่าง ๆ ที่คุณดาวฯเคยบอกคนอื่นก็จะกลับมาให้เราคิดพิจารณาและนำมาปรับใช้ได้ในที่สุด...เป็นธรรมดาค่ะ บางทีเราก็ตกม้าตายได้เองเหมือนกัน...สำคัญแต่ว่า เราต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่เท่านั้นเอง

สู้ต่อไปนะคะ.... winkthumb.gif
Posted by ดาวดวงน้อย on 07 Jan. 2007,08:03
ต้องขอ ขอบคุณ คุณ รจนา มากน่ะค่ะที่เข้ามาเป็นกำลังใจและให้คำแน่ะนำที่ดีๆ bowsdown.gif  ตอนนี้คิดตกไปตั้งเยอะแล้วค่ะ
ใจเริ่มคืนสภาพปกติ ไม่ค่อยร้อนแล้วแค่อุ่นๆๆ อิอิอิ smile.gif ตอนนี้เอาใจไปจดจ่อกับงานที่ทำ...ก่ะปรับสภาพใจให้เป็นผู้ให้ที่ไม่หวังผล
รักอย่างเดียว...ให้เพราะอยากให้สบายใจขึ้นเยอะไม่ต้องอยากได้อะไรคืน...โล่งยังเกาะเรือหลงดีอยู่เพราะยังไม่ถึงฝั่งถ้าถึงเมื่อไหร่จะทิ้งเรือแน่ๆ... laugh1.gif ..ไม่แบกไปด้วยให้หนักหรอกค่ะ อิอิอิ
Posted by เก็จแก้ว on 26 Aug. 2007,12:13
ตอนนี้แก้วมีความรู้สึกคล้ายๆชื่อกระทู้ของคุณดาวดวงน้อยจังค่ะ

ที่จริงก้อไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกะตัวแก้วเองหรอกนะคะ... แต่... คล้ายๆกับว่า  เราปล่อยให้เรื่องราวที่ได้รับรู้  มากระทบกับใจของเราเอง... ไม่ตั้งสติ... ไม่คิดให้ถ่องแท้... ทั้งๆที่ก้อพยายามแล้ว... แต่ไม่สำเร็จค่ะ

ขอเล่าให้ฟังคร่าวๆนะคะ... ถ้าท่านใดค้นพบทางออกก้อช่วยชี้ทางให้สักหน่อย... จะเป็นกุศลอย่างสูงค่ะ


เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้ที่แก้วนับถือค่ะ... เป็นพี่สาวที่ใจดีกับน้องๆ  และรักสามีมากๆ   เท่าที่เห็นนะคะ... เธอทำเพื่อสามี... ด้วยความเสียสละหลายๆอย่างทีเดียว

ทั้ง 2 ท่าน ทำงานในวงการเดียวกัน   เพียงแต่อยู่คนละที่

แก้วได้คุยกะพี่สาวท่านนี้... ทราบว่าท่านเป็นแม่บ้านที่ดี และเป็นผู้ที่สนใจศึกษาธรรมะอย่างมาก   รวมถึงสามีของเธอด้วยค่ะ... วัดที่พี่เค้าชอบไปเป็นประจำ... ก้อเป็นวัดที่... ท่านในเว็บไซต์นี้พูดถึงอยู่บ่อยๆค่ะ

ต่อมา  แก้วได้ทราบว่า  สามีของพี่คนนี้มีกิ๊ก...

รู้สึกเหมือนโลกหมุนทวนเข็มนาฬิกา... ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆค่ะ

แก้วตรึกตรองดู... แล้วปรึกษากับคนที่สนิทและชอบๆกันอยู่

คนที่แก้วนำเรื่องไปปรึกษา... ก้อไม่มีประสบการณ์ค่ะ... บทสรุปที่เราคุยกัน  จึงไม่ค่อยได้เรื่องได้ราว... แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีความเห็นตรงกันก้อคือ... เราสงสารพี่เค้า... เราไม่อยากบอกเรื่องนี้ให้พี่เค้าทราบ... เรากลัวพี่เค้าแตกหักกับสามีค่ะ

แก้วได้พูดคุยกับพี่สาวท่านนี้... บอกตรงๆว่า... พูดเรื่องนี้ไม่ออก... ความรู้สึกเหมือนน้ำท่วมปากค่ะ... แก้วไม่อยากให้พี่เค้าเลิกกับสามี  ทราบว่าเป็นบาป  ถ้าทำให้ครอบครัวคนอื่นแตกแยก

ส่วนความคิดอีกด้านนึงนั้น... แก้วลองคิดว่าถ้าเรื่องแบบนี้เกิดกับตัวแก้วเอง... แก้วคงไม่ยอมเป็นผู้หญิงโง่ๆที่ถูกเค้าหลอก... โดยที่เค้านำทรัพย์สินที่เราหามาได้   ไปปรนเปรอคนมาทีหลัง  ให้เราต้องลำบาก และทอดทิ้งให้อยู่เดียวดาย... จะว่าหุนหัน  พลันแล่น   หรือทำแบบคนไร้สติก้อยอมล่ะค่ะ     ทางออกแบบนี้มีอย่างเดียวคือ   ต่างคนต่างไป... ก้อเมื่อไม่รัก  ไม่ไยดี  แถมยังทรยศหักหลังกันได้อย่างเลือดเย็น   ก้อขอให้ไปตามทางของคุณเถอะค่ะ

แก้วทราบเหมือนกันนะคะ   ว่าความคิดของแก้วฟังดูไม่ค่อยสร้างสรรค์... แต่จะให้ทนอยู่กับคนที่หลอกลวงและทำร้ายเรามานานนับปี... มันทนไม่ได้ค่ะ... ขออย่าให้เห็นกันดีกว่า... ชาตินี้อย่าพบเจอกันอีกเลย

แก้วคิดเรื่องนี้ไม่ตกค่ะ... รู้สึกเศร้าใจมากๆ... ทุกวันนี้  มองไปทางไหน    เห็นแต่ความไม่ซื่อสัตย์ของพวกผู้ชายค่ะ... มีพี่ผู้ชายมาคุยกับแก้ว... เค้าบอกกับแก้วว่า... นี่แหละ  ผลของการเชื่อใจกัน  สุดท้ายก้อต้องเป็นแบบนี้  ผู้ชายน่ะรายไหนก้อรายนั้น  ทำนองว่า  จะให้รักเดียวใจเดียวคงไม่มี

เออ... แล้วเมื่อไหร่จะถึงตาแก้วล่ะเนี่ย... เฮ้อ... คิดแล้วก้อปลงจริงๆ... ชักเกลียดผู้ชายมากๆเลยค่ะ

สงสารพี่สาวคนนี้มากๆ... แก้วจาช่วยเค้ายังไงดีนะ... คิดไม่ออกเลยค่ะ... สับสนจัง  ohman.gif

Posted by pilgrim on 27 Aug. 2007,20:53
พี่พิลว่า น้องแก้วยังอยู่ในระหว่างช่วงทำใจนะคะ

การรับรู้อะไรที่ใจไม่ยอมรับ มักนำเรื่อง"ช็อค" มาสู่เราเสมอ

แต่พี่พิลอยากให้น้องแก้วแยกแยะให้ออกค่ะ  ว่าการกระทำของใครก็คงเป็นของคนนั้น

ตอนนี้ อย่าได้เหมารวม แล้วพลอยเกลียด กลัวผู้ชายไปหมดทั้งโลกเลยนะคะ

ที่สำคัญ น้องแก้วแต่งงานแล้ว มีคนใกล้ตัว...ก็ต้องประคับประคองความรู้สึก ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจซึ่งกันและกันไปให้ดีที่สุดค่ะ

อย่างน้อย..ก็ยังมีคนที่รักเราอยู่ใกล้ๆนะคะ
อย่าเพิ่งไปกล่าวโทษ ชิงชังเขาโดยที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย


อย่าปล่อยให้สิ่งเร้าภายนอกมาทำลายบรรยากาศแห่งความรักเสียค่ะ tinyrose.gif


ส่วนเรื่องของพี่สองคนนั้น

พี่พิลก็ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ

แต่ถ้าจากประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัว

ลองปล่อยให้สถานการณ์ของเขาสองคนคลี่คลายไปก่อนดีไหมคะ


เราเป็นคนอื่น  บางที เขาก็เชื่อเรายากค่ะ

แล้วเรื่องที่เราได้ยินได้ฟังมา มันจะจริงเท็จแค่ไหน เราก็ไม่รู้


พี่พิลก็คงตอบได้แค่นี้แหละค่ะ EM144.gif

Posted by เก็จแก้ว on 28 Aug. 2007,12:27
แก้วรู้สึกผิดหวังจังค่ะพี่พิล  cry2.gif

โลกนี้ไม่สวยงามอย่างที่คิดเลยนะคะ

ความจริงแก้วไม่เคยเห็นพี่ชายคนนี้กะกิ๊กของเค้าอยู่ด้วยกันสองต่อสองในลักษณะของชู้สาวหรอกค่ะ   แต่มีคนมากระซิบบอก  และเมื่อสอบถามไปยังแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้  ก็ได้รับการยืนยันมาว่า  เป็นความจริง  แถมยังระบุชื่อมาได้อย่างถูกต้อง ตรงกันกับอีกหลายๆปากค่ะ  ผู้หญิงคนนี้ยังเด็ก  หน้าตาใสซื่อ  ไม่น่าคิดสั้นเลย...

นี่ถ้าแก้วยังเป็นวัยรุ่น  ยังไม่มีความยับยั้งชั่งใจ  แก้วก็คงเข้าไปถามความจริงจากปากพี่เค้าแล้วล่ะค่ะ   ว่ามาทำร้ายพี่สาวเค้าทำไม  คนอะไรใจร้ายมากๆ  พี่สาวเค้าทำผิดอะไร  ทำไมต้องทำอย่างนี้... ไม่เข้าใจเลยจริงๆ  ohman.gif

มันก็จริงอยู่ค่ะ   ที่ว่าเราเป็นคนนอก  คงต้องให้เค้าตกลงกันเอง... และแก้วคงทำได้แค่ส่งกำลังใจ  และภาวนาให้เรื่องราวจบลงด้วยดีเท่านั้น  ทั้งๆที่จริงๆแล้วแก้วมีความรู้สึกว่า  คนทำผิดสมควรได้รับการลงโทษ... จากอะไรก็ได้ค่ะ  เพื่อจะได้รู้สำนึกบ้าง  ...แต่แก้วก็คงไม่บอกพี่สาวคนนี้หรอกนะคะ... ไม่ใช่เพราะจะช่วยปิดบัง  หรืออะไร  แต่เป็นเพราะแก้วไม่อยากเห็นน้ำตาของพี่สาวเค้า... รู้สึกว่าคงทนไม่ได้แน่ๆ  เผลอๆก็อาจกอดคอกันร้องไห้ไปเลยก็ได้

บางครั้งการที่เราไม่รับรู้ ไม่รับฟังอะไรๆจากใคร  ก็ทำให้เราสบายใจมากกว่านะคะ

แก้วเหมารวมไปแล้วค่ะพี่พิล... รวมถึงคนที่บ้านด้วยค่ะ   แก้วบอกไปแล้วว่า    ถ้าเมื่อไหร่ที่เบื่อ  หรือ อยากมีคนอื่นให้บอกก่อน   แก้วจะไม่รั้งไว้    จะปล่อยให้ไปแต่โดยดีค่ะ  คนที่บ้านเค้าก็มองหน้าแก้ว... จะคิดอะไรก็ไม่รู้ล่ะ... แต่เค้าพูดมาว่า  รับรองว่า  สำหรับเค้าจะไม่มีเรื่องแบบนี้... ซึ่งแก้วก็... เชื่อครึ่ง  ไม่เชื่อครึ่งค่ะ

ตอนนี้  แก้วรู้สึกคล้ายๆระแวง  และไม่เชื่อมั่นว่า  ระหว่างหญิงกับชายจะมีความรักที่ยั่งยืนหรอกนะคะ... และแก้วคงทำให้เสียบรรยากาศแห่งความรักไปแล้วล่ะค่ะ  ไม่มากก็น้อยล่ะ... นี่อาจเป็นบทเรียนที่เราควรต้องรู้มั้งคะ

แก้วขอขอบพระคุณพี่พิลที่กรุณาช่วยชี้แนะนะคะ... แก้วเองยังมีความคิดแคบๆ   คงต้องหาเวลาไปพักผ่อนบ้างน่าจะดี  เผื่อจะคิดอะไรดีๆได้บ้าง

พี่พิลมีน้ำใจ และเข้าใจความรู้สึกของคนเสมอค่ะ  flo_1.gif

Posted by เก็จแก้ว on 05 Nov. 2007,22:04
ช่วงนี้เราขอระบายสิ่งที่อยู่ในใจบ้างนะคะ...

เราก้อคิดอยู่แล้วล่ะ... ว่าไม่ช้าหรอก  พี่เค้าต้องทราบเรื่องแฟนของเค้า... และแล้วก้อเป็นแบบนั้นจริงๆ

พี่เค้าทราบแล้ว  และเสียใจอยู่หลายวัน   โทร.มาคุยกะเราทุกวัน... เราเองง่ะ  ปลอบใจคนไม่เก่ง  หนำซ้ำ  ความคิดของเราก้อเห็นในทางตรงกันข้ามกะคนอื่น... เราต้องฝืนใจตัวเองอย่างมาก   ที่จะต้องปลอบ  ต้องแนะนำให้พี่เค้าสงบ และใจเย็นๆ  ให้ปล่อยวาง  ให้มองโลกอย่างไม่ยึดมั่นถือมั่น... ให้รู้จักอภัย  ฯลฯ

เรารู้สึกมึนเหมือนกันนะคะ  ที่ต้องให้คำปรึกษา ทั้งๆที่เราก้อไม่มีความชำนาญในการอธิบายเรื่องราวของชีวิตให้กับใครคนหนึ่งได้รับรู้   ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่เรารักและนับถือเค้าก้อตาม

หลายวันผ่านไป.... จนถึงวันนี้.... พี่เค้าคุยกะเราพักใหญ่ๆ... ฟังเสียงแล้วดีขึ้น... ปล่อยวางได้มากขึ้น... เราสบายใจมากค่ะ

เราได้คุยกะพี่เค้า... วันนี้พี่เค้าสอนเราหลายเรื่อง   ซึ่งก้อเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมะแทบทั้งนั้น

แต่เราก้อยังมีข้อข้องใจหลายอย่างนะ

บางอย่างก้อฟังแล้วเคลียร์... แต่บางอย่างก้อรู้สึกขัดแย้งในใจ...

....เออ.... เราจะบอกดีมั้ย.... อย่าเพิ่งดีกว่าน่า....

Posted by pilgrim on 06 Nov. 2007,23:42
ข้องใจอะไรจ๊ะ น้องแก้ว

ความลับไม่มีในโลกนี้นะคะ
ยังไงพี่พิลก็โล่งใจที่รู้ว่า พี่คนนั้นเธอปลงและมีสติในการตั้งรับกับเหตุการณ์ค่ะ EM144.gif

Posted by แมวเหมียว on 07 Nov. 2007,11:43
whisper.gif สองสาวมานั่งคุยกันอยู่ที่นี่เองเหรอจ๊ะ

biggrin.gif

snaping.gif สาวๆคุยกันไปเถอะค่ะ คนแก่จะแอบฟัง hehe.gif

EM142.gif

Posted by เก็จแก้ว on 07 Nov. 2007,16:11
คนแก่ที่ไหนกันล่ะคะพี่แมวเหมียว?... แก้วไม่เห็นมีนะคะ...อีกอย่างความแก่เป็นเรื่องสมมติ... ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจของเราเท่านั้นเองนะคะ... ก้อเค้าว่า  อายุเป็นแค่เพียงตัวเลขท่าวน้านเองอ้ะ... เอ.... รึแก้วพูดผิดไปป่าวคะเนี่ย  ask.gif ... งั้นขอเอาหัวทิ่มด้วยคนนะคะ  นี่.. hehe.gif     ..นี่  hehe.gif..  และก้อนี่  hehe.gif   laugh1.gif  

ทีนี้ขอคุยกะพี่พิลมั่งนะคะ...

อย่างนี้ค่ะพี่พิล... คือแก้วคิดว่า เป็นความเขลาของแก้วมากกว่า (ขอตัดตอนไม่พูดเรื่องส่วนตัวของพี่เค้านะคะ)

ถ้าจะพูดให้ถูก  แก้วก้อคงมีดวงตาไม่เห็นธรรม... นั่นก็คือ  แก้วคิดว่าหลักคำสอนทางศาสนาที่สามารถพิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์นั้นเชื่อถือได้... เช่น   กฎแห่งกรรม  คือใครทำอะไรไว้ก็จะได้อย่างนั้น... ทีนี้  จากที่คุยกะพี่เค้า  พี่เค้าเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด  ซึ่งพูดกันตรงๆแล้ว  แก้วก็เชื่อตามที่ผู้ใหญ่เค้าพูด   แต่ลึกๆในใจนั้น  นึกปฏิเสธอยู่นะคะ... แก้วบอกอย่างนี้ค่ะ   ว่าที่เค้าสอนกันมาแบบนี้  ก็เพราะเป็นกุศโลบายให้คนเกรงกลัวบาป  เพราะกลัวว่า  ถ้าต้องเกิดมาอีกในชาติหน้า   จะเกิดเป็น... เป็นอะไรที่น่าทุกขเวทนา  ประมาณนั้นอ่ะค่ะ    ทีนี้  พี่เค้าถามว่าแก้วนับถือศาสนาพุทธหรือเปล่า?   แก้วตอบว่า  ใช่ค่ะ     พี่เค้าบอกว่า แก้วไม่เชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า   แก้วก็บอกว่าแก้วเชื่อ    เพียงแต่เรื่องการเกิดไปอีกกี่ภพ  กี่ชาตินั้น  จะมีจริงๆหรือ?   พิสูจน์ได้อย่างไร?.... อันนี้เราคุยกันดีๆ  อย่างพี่  อย่างน้องนะคะ   พี่เค้าไม่ได้ว่า  หรือตำหนิแก้ว   แถมพี่เค้ายังให้ความเมตตา   อธิบายอะไรต่ออะไรให้แก้วฟังอีก....

แก้วก็บอกนะคะ  ว่าแก้วเชื่อเรื่องวิญญาณ... ซึ่งแก้วไม่เคยเห็นหรอกค่ะ... (แก้วเชื่อในลักษณะของพลังจิตนะคะ   ก็อย่างเวลาเราหันหลัง  แล้วมีคนมองเราอยู่   เรายังมีความรู้สึก   จนกระทั่งหันไปสบตาเค้าได้เลยง่ะ)

นอกจากนี้แก้วก็ยังรู้สึกข้องใจอยู่อีกหลายๆอย่างค่ะ... ลองยกมาซัก 1 ตัวอย่างนะคะ...

คือพี่เค้าว่า   ถ้าเราทำบุญกับพระที่ปฏิบัติธรรมชั้นสูง  เราจะได้บุญมากกว่า  ซึ่งถ้าสะสมบุญมากๆแล้วจะทำให้เราบรรลุ (บรรลุคืออะไรแก้วไม่ทราบนะคะ   ในที่นี้อาจหมายถึงการไม่กลับมาเกิดหรือเปล่าก้อไม่แน่ใจนะคะ)  

ทีนี้แก้วมีความคิดเห็นเป็นอีกแบบอ่ะค่ะ    คือถ้าคนเราเชื่อ  และคิดว่าเราอยากบรรลุเราก็ต้องพยายามทำให้ได้ตามวัตถุประสงค์    ทำให้เราเกิดกิเลสและอยากทำบุญกับพระผู้ใหญ่ให้มากๆเพื่อผลบุญจะได้ส่งให้เราบรรลุเร็วๆ  และเราคงจะไม่อยากทำบุญกับเด็กผู้ยากไร้   หรือขอทาน   ซึ่งเค้าไม่มีบารมี และทำให้เราบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ช้า...... ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนการหว่านพืชหวังผลนะคะ... มันขัดกับความรู้สึกยังไงไม่ทราบอ่ะค่ะ... แก้วเลยคิดว่า... แบบนี้แล้วจะจริงหรือ?.... เลยยังไม่ปักใจเชื่อค่ะ

แก้วคุยมาพอสมควรนะคะ.... ซึ่งเป็นการแสดงความโง่เขลาของแก้วด้วยนะนี่.... เอาเป็นว่า  ไว้มีเวลามากกว่านี้   แก้วค่อยคุยให้ฟังใหม่ดีกว่านะคะ  (เด๋วพี่แมวเหมียวเบื่อเนาะ wave.gif)

Posted by pilgrim on 08 Nov. 2007,23:05
สงสัยข้อข้องใจนี้ คงต้องให้คุณคิลินท่านเจ้าบ้านมาตอบค่ะ

พี่พิลก็เคยอ่านมาบ้างเหมือนกัน แต่จำไม่ค่อยได้ซะแล้วค่ะ

น้องแก้วไม่ได้โง่หรอกค่ะ คนเราจะทำอะไร ก็ต้องหัดปุจฉา วิสัชนาบ้าง ไม่ใช่เชื่อตามๆกันไป เหมื่อนอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านกล่าวเตือนไว้ค่ะ

การได้สนทนากับผู้รู้ จะทำให้เรามีการแตกประเด็นทางความคิดไปได้ เป็นการต่อยอดและลับสมองค่ะ

คุณคิลินท่านเป็นผู้รู้ท่านหนึ่ง ท่านน่าจะช่วยไขปัญหาได้ค่ะ ICON015.gif

หรือน้องแก้วว่างๆ ลองแว่บเข้าไปดูในห้องแสงธรรมดูสิคะ

พี่พิลว่า น้องแก้วอาจจะถึงเวลา ที่จะเรียนรู้และศึกษาพระธรรม ถึงได้มีเหตุให้มาประสบกับเหตุการณ์

เขาบอกว่า เรื่องแบบนี้ ถึงเวลามันก็มาเองค่ะ  ขอให้เรามีศรัทธาและมีความใฝ่ใจที่จะเรียนรู้

เราก็มักจะได้พบเจอคนรอบตัวที่เขาน้อมนำเราไปในทางนั้น คราวนี้ ก็ถึงตาเราแหละค่ะ ว่าจะก้าวต่อไปตามเส้นทางที่มีผู้มาแผ้วถางทางไว้หรือเปล่า biggrin.gif

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard