Forum: ห้องสังคม
Topic: *~ชมวัดวาอาราม~*
started by: add

Posted by add on 19 Feb. 2007,09:40
วันนี้เป็นวันตรุษจีน ฉันกับแม่และพี่สาวไปเที่ยววัดกลางทุ่งอยู่ที่หลังตลาดอำเภอท่าใหม่  แดดร้อนมาก แต่กลับมีผู้คนเดินทางไปปิดทองลูกนิมิตที่วัดนี้จนแน่นไปหมด
       
       


       ไหว้พระ ปิดทองพระ ขอให้ผมเรียนเก่งๆครับ....

      


       เข้าโบสถ์ไปปิดทองลูกนิมิตเอก ทยอยกันเข้าไปนะ

       


      ภายในโบสถ์มีแต่คนๆๆ แต่ก็เปี่ยมล้นไปด้วยน้ำจิตน้ำใจ

       


       ปิดทองแล้วรีบออกจากโบสถ์ ระวังนะลูก

       


       ปิดทองลูกนิมิตรอบๆโบสถ์
     
      

      
       โอโฮ..เงินเป็นสายเลย

      


      เมื่อต้นกล้วยออกดอกเป็นเงิน หนูจะปักบ้าง...

      


      จะกลับกันแล้ว อย่าลืมให้ทานคนยากคนจนบ้างนะ...

      
Posted by add on 20 Feb. 2007,10:33
เมื่ออกจากวัดกลางทุ่งแล้ว พวกเราก็พากันไปปิดทองต่อที่วัดเขาตานก 

      วัดนี้มุงหลังคาโบสถ์ใหม่

     


      เมื่อชาวบ้านทำบุญซื้อกระเบื้องมุงหลังคาก็ถือกระเบื้องนั้นมาให้นางฟ้าชักรอกขึ้นไปให้คนมุงหลังคาโบสถ์

     


      พระพุทธรูปองค์ใหญ่ตรงทางขึ้นโบสถ์

     


      นี่เป็นใบโพธิ์ทองที่แม่ชีที่วัดนี้ช่วยบรรจงทำขึ้นตรงทางขึ้นโบสถ์

     


      พอขึ้นไปบนโบสถ์ ซึ่งขึ้นบันไดไปประมาณ 20 ขั้น ก็เป็นลูกนิมิต ให้คนไปปิดทอง

     


      รอบลานโพธิ์ข้างล่าง

     


     หิวแล้วก็ไปโรงทาน ดื่มน้ำ กินข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว    ชาวบ้านช่วยกันบริจาคและกุลีกุจอทำอาหารเลี้ยงแขก น่ารักมาก

     
    

      ที่วัดหุงข้าวด้วยเตาแบบนี้ทำให้นึกถึงอดีตนะ

     
Posted by add on 21 Feb. 2007,09:07
มีวัดหนึ่งซึ่งอยู่ในทางผ่าน มีศาลากลางน้ำสวยงามคล้ายคลึงกับศาลาในพระราชวังบางปะอิน จึงแวะเข้าไปถ่ายรูปมาให้ชมกัน นั่นคือวัดใหม่เขาวัว  

     


     


     
Posted by sweet lemon on 21 Feb. 2007,11:02
ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ  bowsdown.gif

ป้าชุดเขียวหน้าตาแจ้มแจ่ม เหมือนอิ่มบุญเนาะ  winkthumb.gif

น้าแอ้ดจ๋า วัดต่างๆเหล่านี้อยู่ที่จันทบุรีแม่นบ่  ask.gif

วัดสวย หรือคนถ่ายรูปมาสวยน้อ แหะๆ  rasp.gif

ขอบคุณค่ะน้าแอ้ด  thankssign.gif  again.gif
Posted by add on 23 Feb. 2007,09:50
จ้ะๆ  วัดในจันทบุรีทั้งสามแห่งจ้ะ   มะลาวกะปาเก้ไปวัดบ่อยๆ  เอารูปวัดมาให้ชมกันมั่งนะ  photographer.gif
Posted by เก็จแก้ว on 20 Apr. 2007,00:20




13 เม.ย.2550  แก้วเดินทางออกจากบ้านโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช


ตอนสายของวันนั้น  ท้องฟ้าใส  แดดจัดจ้าทีเดียวค่ะ tomaatjedansen01.gif


การเดินทางในช่วงแรก  หลังออกจากกรุงเทพฯมาได้เล็กน้อยรถไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก  เนื่องจากการจราจรค่อนข้างหนาแน่นค่ะ 11.gif


พอมาถึงจ.ประจวบคีรีขันธ์  ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม  และมีฝนตกประปราย.... บางช่วงฝนไม่ตก  แต่แดดก็ไม่ยอมออกมาจากกลีบแมฆให้แก้วได้ยลโฉมอยู่ดี g1.gif


มาอีกหน่อยถึงชุมพร... ช่วงท่าแซะ  ฝนเริ่มตกหนักมองแทบไม่เห็นทาง... แก้วพยายามไม่คิดอะไรมาก.... หลับดีกว่าเรา...... คร่อกกกกกกก... ฟี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ sleeping2.gif laugh1.gif


แก้วเดินทางผ่านไปหลายจังหวัด.... ได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีความเปลี่ยนแปลงภายในวันเดียวกัน  ประเดี๋ยวแดดออก... เดี๋ยวฟ้าหมอง.... จนกระทั่งร้องไห้ออกมาเป็นหยาดน้ำฝน... ชวนให้รู้สึกซึมเศร้าตามดิน ฟ้า อากาศไปด้วยจัง.... ดูๆไปก็เหมือนชีวิตคนนะคะ... เราต้องพานพบกับความรุ่งเรือง  สุขสมหวัง ... แต่บางขณะเราก็มีแต่ความทุกข์... ผิดหวัง... และหงอยเหงา crying1.gif


การเดินทางนั้นเรายังสามารถกำหนดเวลาให้ถึงจุดหมายได้ค่อนข้างแน่นอน... แต่ชีวิตของคนเรานั้นเล่า... ใครจะสามารถกำหนดได้ว่า... มนุษย์เรา... สิ่งมีชีวิตเล็กๆนี้... จะสามารถลืมตาดูโลกอยู่ได้ซักกี่วันหนอ.... ask.gif


เอ.... แก้วชักพร่ำเพ้อแล้วล่ะค่ะ... งั้นแก้วว่า... เรามาชมเรื่องราวและภาพต่างๆที่แก้วเก็บมาฝากกันดีกว่านะคะ.... เชิญเลยค่ะ
  photographer.gif
Posted by เก็จแก้ว on 20 Apr. 2007,00:40



ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช

สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานหลักเมือง   ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสร้างสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดนครศรีธรรมราชในคราวประชุมเมื่อวันที่ 14 มกราคม  2529  และข้อเสนอของชมรมศรีธรรมราช 28  จังหวัดจึงได้ร่วมกับภาคเอกชนก่อสร้างศาลขึ้นบนที่ดินราชพัสดุบริเวณทิศเหนือของสนามหน้าเมือง  เนื้อที่ 2 ไร่   ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง   หลังกลางเป็นที่ประดิษฐานหลักเมือง   ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายศิลปะศรีวิชัย  เรียกว่าทรงเหมราชลีลา   วางศิลาฤกษ์เมื่อ 4 สิงหาคม  2532   ส่วนอาคารเล็กทั้งสี่หลังถือเป็นศาลบริวารสี่ทิศ   เรียกว่าศาลจตุโลกเทพ   ประกอบด้วยศาลพระเสื้อเมือง   ศาลพระทรงเมือง   ศาลพระพรหมเมือง   และศาลพระบันดาลเมือง   วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม  2535  ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในพ.ศ.2542








หลักเมืองนครศรีธรรมราช

ทำขึ้นจากไม้ตะเคียนทองที่ได้มาจากภูเขายอดเหลือง  อันเป็นภูเขาลูกหนึ่งในทิวเขานครศรีธรรมราช   ในท้องที่ตำบลกระหรอ   กิ่งอำเภอนบพิตำ   จังหวัดนครศรีธรรมราช   ขนาดความสูง 2.94 เมตร   เส้นรอบวง 0.95 เมตร   ออกแบบร่างโดยพันตำรวจเอกสรรเพชญ  ธรรมาธิกุล(ยศขณะนั้น)  ร่วมกับพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช(อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8)   ลวดลายที่แกะสลักตั้งแต่ฐานซึ่งเป็นวงรอบเก้าชั้นมี 9 ลาย   ส่วนบนของเสาเป็นรูปจตุคามรามเทพ (สี่พักตร์)  หรือเทวดารักษาเมือง   เหนือสุดเป็นเปลวเพลิงอยู่บนยอดพระเกตุ   รูปแบบการแกะสลักจินตนาการจากความเชื่อในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน  ซึ่งเคยมีอิทธิพลทางศิลปกรรมในภาคใต้และนครศรีธรรมราชแต่ครั้งโบราณ   เริ่มแกะสลักเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม  2529  โดยคณะอาจารย์วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช 6 ท่าน   ประกอบพิธีเบิกเนตรหลักเมืองเมื่อวันที่ 5 มีนาคม  2530   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจิมยอดชัยหลักเมืองเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม  2530   ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ศาลหลักเมืองในวันรุ่งขึ้น



ที่มา   :    หนังสือศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช






เนื้อหาต่อไปนี้คัดลอกมาจากงานเขียนของท่าน ผศ.จักรรัช   ธีระกุล   ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช







จตุคามรามเทพ   :   เทวดารักษาเมืองนคร  


พลตำรวจโทสรรเพชร  ธรรมาธิกุล  ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ทำหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวน   อธิบายว่าเทวดารักษาเมือง หรือเทพประจำหลักเมือง   หรือเจ้าพ่อหลักเมืองนครศรีธรรมราชคือ   “จตุคามรามเทพ”   หรือ  “จันทรภาณุ”  ผู้ซึ่ง  “ตั้งดินตั้งฟ้า”   สถาปนา  “กรุงศรีธรรมโศก”   ศูนย์กลางแห่งศรีวิชัย

ตามคติพุทธศาสนาฝ่ายมหายานสาขาหนึ่งเชื่อว่ามนุษย์ทุกรูปทุกนามต้องเวียนว่ายตายเกิดท่ามกลางกองทุกข์   การจะข้ามวัฏสงสารก็ด้วยยึดถือปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธองค์   หากผู้ใดตั้งปณิธานแน่วแน่   อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือขจัดความทุกข์ยากของมนุษย์   มุ่งบำเพ็ญบารมีหกประการ   คือ   ทานบารมี   ศีลบารมี   ขันติบารมี   วิริยบารมี   ธยานบารมี(ฌานบารมี)   และปัญญาบารี   ครบถ้วนแล้ว    ผู้นั้นจะบรรลุความเป็นมนุษย์โพธิสัตว์   หรือคฤหโพธิสัตว์   หากเพียรสร้างบารมีขั้นสูงอีกสี่ประการ   คือ  อุปายบารมี   ปณิธานบารมี   พลบารมี   และชญานบารมี   ผู้นั้นจะสำเร็จเป็นเทวโพธิสัตว์ทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่   สามารถบังคับฟ้าดิน   สำแดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นเป็นร่าง   แปลงธรรมอันจักช่วยเหลือเกื้อกูลมวลมนุษย์ให้พ้นทุกข์และภัยพิบัติ   ก่อให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข   องค์จตุคามรามเทพถึงแล้วซึ่งความแกล้วกล้าสามารถ   เจนจบสรรพศาสตร์ทั้งปวง   บำเพ็ญบารมีถึงพรหมโพธิสัตว์   จึงทรงอานุภาพยิ่งใหญ่   จนได้รับนามาภิไธยราชฐานันดรว่า  “จันทรภาณุ”   ผู้มีอำนาจดั่งพระอาทิตย์และพระจันทร์   ถืออาญาสิทธิ์รูปราหูอมจันทร์ และวัฎจักร 12 นักษัตร  เป็นสัญลักษณ์ อันเป็นตราประจำเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน

องค์จตุคามรามเทพ   มีบริวารเป็นทหารกล้าสี่คน   ได้แก่  พญาชิงชัย   พญาหลวงเมือง   พญาสุขุม   และพญาโหรา   เป็นกำลังหลักในการปราบพวกพราหมณ์ที่ปกครองเมืองตามพรลิงค์อยู่ก่อน   เมื่อได้บ้านเมืองแล้วก็ได้สร้างพระบรมธาตุเจดีย์   สถาปนาเมืองสิบสองนักษัตรหรือกรุงศรีธรรมโศก   ฝังรากฐานพระพุทธศาสนาอย่างถาวร   จนได้รับการเทิดพระเกียรติว่า   “พญาศรีธรรมาโศกราช”   ภายหลังท่านเป็นเทวดารักษาเมือง   สถิตอยู่ ณ รูปจำหลักที่บานประตูไม้ทั้งสองที่ทางขึ้นลานประทักษิณรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชนั้นเอง    ส่วนบริวารทั้งสี่ก็เป็นเทวดารักษาเมืองประจำทิศของเมืองเช่นเดียวกัน   เมื่อสร้างหลักเมืองแล้วก็ได้อัญเชิญท่านมาสถิต ณ เสาหลักเมืองอันงดงามที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้   องค์จตุคามรามเทพและบริวารนี่เองที่ได้มาแสดงความอัศจรรย์ให้ปรากฏด้วยการประทับทรง   หรือ  “ผ่านร่าง”   มาบอกกล่าวให้สร้างหลักเมือง   แก้อาถรรพณ์ดวงเมืองที่พวกพราหมณ์ได้ฝังไว้จนทำให้บ้านเมืองไม่ปกติสุข   ผู้คนแตกแยกแก่งแย่งชิงดีกันหาความสงบสุขไม่ได้

ส่วนเทวดารักษาเมืองโดยรอบศาลหลักเมืองนั้นพลตำรวจโทสรรเพชญ  ธรรมาธิกุล   อธิบายไว้เป็นสามแนวหรือสามระดับ   ได้แก่

แนวแรก (ระดับล่าง)   เป็นเทวดารักษาทิศ   เทวดารักษาทิศเหนือชื่อ  ท้าวกุเวร   เทวดารักษาทิศตะวันออกชื่อ  ท้าวธตรฐ   เทวดารักษาทิศใต้ชี่อ  ท้าววิรุฬหก   เทวดารักษาทิศตะวันตกได้แก่ ท้าววิรุฬปักษ์

แนวที่สอง (ระดับกลาง)   เป็นจตุโลกเทพ  คือ  พระเสื้อเมือง   พระทรงเมือง   พระพรหมเมือง   และพระบันดาลเมือง

แนวที่สาม (ระดับสูง)   เป็นไปตามคติพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ในจักรวาลของพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน   คือ   พระไวโรจนพุทธเจ้าอยู่ตรงกลาง   พระอักโษภยพุทธเจ้าอยู่ด้านตะวันออก   พระอมิตาภะพุทธเจ้าอยู่ด้านตะวันตก   พระรัตนสมภพพุทธเจ้าอยู่ด้านทิศใต้   และพระอโมฆะสิทธิพุทธเจ้าอยู่ด้านเหนือ

การสักการะเทวดารักษาเมืองนครศรีธรรมราชแบบครบสูตร   ใช้เครื่องบูชาอันประกอบด้วย   ดอกไม้ 9 สี (หรือ 9 ชนิด หรือ 9 ดอก)   ธูป 9 ดอก   เทียน 9 เล่ม   หมากพลู 9 คำ   ยาเส้น 1 หยิบมือ   และน้ำจืด 1 แก้ว (หรือ 1 ขวด)   รำลึกถึงเทวดารักษาเมืองดังที่กล่าวนามข้างต้น   ตั้งจิตอธิษฐานตามใจปรารถนา

ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์   เมืองนครศรีธรรมราชเคยมีชื่อว่า   กรุงศรีธรรมโศก   หรือ  กรุงตามพรลิงค์   แต่ตำนานไทยเหนือเรียกว่า   เมืองสิริธรรมนคร

กรุงศรีธรรมโศกสร้างขึ้นเมื่อใดไม่มีหลักฐานแน่นอน   คงทราบข้อความจากคัมภีร์เก่าแก่ของชาวอินเดียสมัยต้นพุทธกาลเรียกว่า   เมืองท่าตมะลีบ้าง  เมืองท่ากมะลีบ้าง   จนกระทั่งในราว พ.ศ. 1150   จดหมายเหตุจีนกล่าวถึงเซียะโท้วก๊ก   แปลว่าประเทศอินเดีย   ซึ่งจักรพรรดิจีนส่งราชทูตเดินทางมาติดต่อทางพระราชไมตรี   ต่อมาภิกษุจีนผู้คงแก่เรียนมีชื่อว่า   หลวงจีนอี้จิง   เดินทางไปศึกษาพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดียใน พ.ศ. 1214   ได้แวะมาศึกษาภาษาสันสกฤตที่เมืองโฟชิ   จึงทราบว่าบ้านเมืองทั้งหลายในคาบสมุทรภาคใต้   รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหพันธรัฐที่มีอำนาจทางทะเล   หลวงจีนอี้จิงจึงขนานนามว่า   “ประเทศทั้ง 10 แห่งทะเลใต้”   หรือที่รู้จักกันในชื่อ   “อาณาจักรศรีวิชัย”

นักประวัติศาสตร์ถกเถียงกันมากในเรื่องที่ตั้งเมืองหลวงของอาณาจักรศรีวิชัย   จนถึงทุกวันนี้ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้   แต่เมื่อ พ.ศ. 1710   ศิลาจารึกหลักที่ 35   พบที่บ้านดงแม่นางเมือง   จังหวัดนครสวรรค์   กล่าวถึงการแผ่ขยายอำนาจของพระเจ้ากรุงศรีธรรมโศก   ขึ้นไปครอบครองดินแดนในแถบภาคกลางของประเทศไทย      ต่อจากนั้นดินแดนแถบนี้กลับตกเป็นเมืองขึ้นของเขมร   ครั้นใน พ.ศ. 1773  ศิลาจารึกพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมราช   กล่าวว่าพระองค์ทรงกอบกู้อิสรภาพกรุงตามพรลิงค์กลับคืนมาได้   ภายหลังจากพระองค์สิ้นพระชมน์ไปแล้ว   อนุชาของพระองค์เสวยราชสมบัติแทน    ตำนานกล่าวว่า

“พญาจันทรภาณุผู้น้องเป็นพระยาแทน   พญาจันทรภาณุเป็นพระยาอยู่ได้ 7 ปี   เกิดไข้ยมบนลงทั้งเมือง   คนตายวินาศประลัย   พญาจันทรภาณุ   พญาพงศาสุราหะอนุชา  และมหาเถรสัจจานุเทพกับครอบครัวลงเรือหนีไข้ยมบน   ไข้ก็ตามลงเรือ  พญาและลูกเมียตายสิ้น    พระมหาเถรสัจจานุเทพก็ตาย   เมืองนครทิ้งร้างเป็นป่ารังโรมอยู่หึงนาน”

หลักฐานเท่าที่หยิบยกขึ้นมาอ้างอิงแสดงให้เห็นว่า   กรุงศรีธรรมโศก  หรือกรุงตามพรลิงค์   หรือเมืองนครศรีธรรมราช   เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรศรีวิชัยแล้วล่มสลายไปเมื่อครั้งเกิดโรคระบาดร้ายแรงขึ้นเมื่อราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18   ถูกทิ้งร้างจมอยู่กลางป่าอยู่เป็นเวลานาน   จนกระทั้งพวกเจ้าไทยลงมาปกครองและฟื้นฟูบูรณาการบ้านเมืองขึ้นใหม่   ดังปรากฏเรื่องราวอยู่ในตำนานพระธาตุนครศรีธรรมราช

ไม่มีใครทราบว่าในการฟื้นฟูบูรณาการกรุงศรีธรรมโศก  และพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้นใหม่ในครั้งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือความเป็นมาแท้จริงอย่างไร   คงทราบความจากตำนานแต่เพียงว่า   พระเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงโปรดให้มีตรามาเกณฑ์ผู้คนสร้างเมืองนครศรีธรรมราชและพระธาตุ   จนสำเร็จเสร็จสิ้นในสมัยขุนอินทราชาเป็นเจ้าเมือง   ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นพระศรีมหาราชา   จนกระทั่งชาวนครศรีธรรมราชผู้หนึ่งสนใจศึกษาวิชาโหราศาสตร์  ได้ค้นคว้าพบดวงชะตาเมืองนครศรีธรรมราชเก่า   จดบันทึกไว้ในสมุดข่อยในหอสมุดแห่งชาติ   จึงนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ว่า   เมืองนครศรีธรรมราชเก่าสถาปนาขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี  แรม 12 ค่ำ  เดือน 3  ปีเถาะ  จุลศักราช 649   ตรงกับ  พ.ศ. 1830

เมื่อพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ราชเดช และพลตำรวจโทสรรเพชญ  ธรรมาธิกุล  ตรวจสอบรูปดวงชะตาเห็นว่า กรุงศรีธรรมโศกและดินแดนภาคใต้ถูกสาป  จึงร่วมกันหาทางแก้ไข   รายงานให้คณะกรรมการจัดสร้างสิ่งมีค่าทางประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราชทราบ   ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นเพื่อล้างมนตราอาถรรพณ์แห่งคำสาปใน  พ.ศ. 2530  

Posted by เก็จแก้ว on 20 Apr. 2007,00:58
ไหว้ศาลหลักเมืองไปแล้ว  ทีนี้เรามาไหว้พระธาตุเมืองตามพรลิงค์กันดีกว่านะคะ  bowsdown.gif






วัดมหาธาตุค่ะ  bowsdown.gif  ตอนนี้ฟ้าใส  แดดจัดทีเดียวค่ะ





ไหว้พระกันนะคะ  bowsdown.gif






ไหว้พระพุทธรูปด้วยค่ะ  bowsdown.gif






กราบค่ะ  bowsdown.gif






กราบค่ะ  bowsdown.gif





กราบค่ะ  bowsdown.gif
Posted by เก็จแก้ว on 20 Apr. 2007,01:10
คงยังไม่เหนื่อยนะคะ... งั้นแก้วพาไปไหว้พระต่อนะคะ flo_1.gif






bowsdown.gif







bowsdown.gif






bowsdown.gif






bowsdown.gif






bowsdown.gif
Posted by เก็จแก้ว on 20 Apr. 2007,01:47
ไหว้พระต่อ  เพื่อเป็นสิริมงคลนะคะ bowsdown.gif





แม่ธรณีค่ะ bowsdown.gif





bowsdown.gif





องค์จตุคามประทับอยู่ทั้งซ้ายและขวา  ตรงทางขึ้นไปกราบพระมหาธาตุเจดีย์ค่ะ bowsdown.gif







องค์นี้ก็อยู่บริเวณทางขึ้นเช่นเดียวกันค่ะ







ออกมาชมด้านนอกกันบ้างนะคะ







ช่วงนี้จะมีการทำพิธีเกี่ยวกับเหรียญจตุคามค่ะ






มีรูปท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช, เหรียญจตุคาม, สร้อย ฯลฯ ให้เช่าอยู่หลายร้านค่ะ






รถคันนี้วิ่งไปรอบๆเมืองค่ะ








พระบรมรูปพระเจ้าตากสินมหาราชค่ะ bowsdown.gif







ฝนใกล้ตกแล้วล่ะค่ะ







เดี๋ยวแก้วคงต้องหาที่หลบฝนก่อนนะคะ







แก้วได้ที่หลบฝนแล้วล่ะค่ะ









พวงกุญแจรูปพระมหาธาตุเจดีย์.. แก้วนำมาฝากค่ะ  wave.gif
Posted by pakae on 20 Apr. 2007,04:46
thankssign.gif ขอบคุณสำหรับภาพวัดและบทความของพี่แอ๊ด   กับน้องเก็จแก้วค่ะ     ถ้ามีโอกาสจะนำภาพมาฝากบ้าง
Posted by เมยาณี on 26 Apr. 2007,22:01
อ่า ตามคุณแก้ว มาค่ะ ไม่ทราบว่า คุณแก้ว ทัวร์สงกรานต์ ที่ นครศรีฯ เมยาณี จะได้คอยต้อนรับ  เมื่อวันที่ 19 เม.ย เมยาณี ก้อ ไปเมืยงมอง อยู่ที่ศาลหลักเมือง พอดี เค้ากำลังมีพิธี ปลุกเสก จตุคาม แต่วันนั้นไม่ได้พกกล้องไปด้วย

ขอบคุณนะคะ ที่ พาเที่ยว

เมยาณี นำรูปวัดร่องขุ่น ที่ เชียงราย เข้าประกวดด้วยแล้วกันค่ะ









smSL09.gif
Posted by add on 27 Apr. 2007,08:05
วัดสวยจังค่ะ  คุณเมยาณี  แต่รูปสุดท้ายหวาดเสียวๆ

          ขอบคุณข้อมูลจัตุคามของน้องแก้ว  รูปเยอะดีจ้ะ  รอชมวัดของปาเก้และคนอื่นๆจ้ะ  smSL14.gif
Posted by เก็จแก้ว on 20 May 2007,13:21
หวัดดีค่ะ  พี่ปาเก้, คุณเมยาณี, พี่แอ๊ด และทุกๆท่าน

วันที่ 19 เม.ย.นี่แก้วไม่ได้อยู่ที่นครฯแล้วล่ะค่ะ... แต่คิดว่าปีหน้าถ้าไม่ติดขัดอะไร   ครอบครัวเราก็ต้องไปนครฯอีกค่ะ  แล้วคุณเมยาณีล่ะคะ  จาไปอีกป่าวคะ?

แก้วเห็นด้วยกับพี่แอ๊ดนะคะ   ว่าคุณเมยาณีถ่ายรูปวัดร่องขุ่นมาได้สวยมากๆค่ะ

และแก้วก้อหวังว่า... คงมีโอกาสชมภาพสวยๆจากพี่ปาเก้บ้างนะคะ




Posted by เมยาณี on 20 May 2007,14:22
ขอบคุณค่ะ คุณแก้ว แต่วัดร่องขุ่น นี้ สวยอยู่แล้วค่ะ  
เมยาณี นะ อยู่ ที่นครศรีฯ ตลอดละค่ะ คุณแก้ว เพราะ เป็นคนคอนค่ะ

tomaatjedansen01.gif

Posted by เก็จแก้ว on 21 May 2007,11:20
ว้าววววววววววว... ดีใจจังเล้ยยยยยยย... แก้วรักๆๆๆๆๆๆๆๆคนเมืองคอนที่ซู๊ดดดดดดดดดด  ขอบอก    smSL11.gif


Posted by เมยาณี on 22 May 2007,16:12
อ่า คุณแก้ว หมายฟามว่าไง เหรอค่ะ  หรือว่า คุณแก้วเป็นสะใภ้ นครศรีฯ

Posted by เก็จแก้ว on 26 May 2007,12:38
โห.... ครั้งนี้คุณเมยาณียิงตรงเลยนะคะ  ขอบอก  laugh1.gif


นี่แก้วว่าจาไม่บอก  ปล่อยให้งง  อยู่แล้วเชียว... แต่แก้วเห็นว่าคุณเมยาณีน่ารักมากๆ... แก้วก้อเลยทนเฉยอยู่ไม่ได้อ่ะค่ะ... งั้น... แก้วขอตอบนะคะ... เป็นคำตอบสุดท้ายค่ะ...


ขอตอบว่า... ถูก... ต้อง... แระ... คร้าบบบบบบบบบบ  อิ อิ
 laugh1.gif  EM133.gif  inlove.gif

Posted by เมยาณี on 02 Jun. 2007,12:34
อ่า คุณแก้ว ขอโทษ นะคะ  โดนเบรค อยู่บ่อย เหมือนกัน ค่ะ  เรื่อง วิ่งทางตรง  น้องสาว มักจะบอกว่า  เลี้ยวบ้างก้อได้   แต่ ด้วยเป็นคนจริงใจ  EM140.gif

อิ อิ  เพื่อนเลยค่อยๆ เลิกคบ  555+

Posted by เก็จแก้ว on 03 Jun. 2007,08:45
แก้วขอต่ออีกนิดนะคะ... ว่า  นอกจากคุณเมยาณีจะเป็นคนจริงใจ อย่างที่บอกแล้ว     คุณเมยาณียังเป็นคนที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจด้วยล่ะค่ะ   ขอบอก  biggrin.gif    whisper.gif   flo_1.gif
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard