Forum: ห้องสังคม
Topic: มหาอุทกภัย
started by: สข1

Posted by สข1 on 08 Nov. 2011,12:42
มหาอุทกภัยแผ่ขยายไปทั่วหลายจังหวัดรวมถึงกทม. เพื่อนๆสมาชิกเลยหายหน้าหายตากันไปหมด ไม่ทราบว่าใครประสบเภทภัยอย่างไรกันบ้าง ส่วนผมถูกน้ำจองจำอยู่ในบ้าน ไปไหนไม่ได้มาเดือนกว่าแล้วครับ ระดับน้ำในสวนสูงประมาน 3 เมตร ส่วนตัวบ้านผมถมสูงประมาน 2.5 เมตร จึงทำให้ระดับน้ำสูงกว่าพื้นบ้านเล็กน้อย พอที่จะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านได้
Posted by สข1 on 14 Nov. 2011,23:15
大禹治水

   传说在帝尧时期,黄河流域经常发生洪水。为了制止洪水泛滥,保护农业生产,尧帝曾召集部落首领会议,征求治水能手来平息水害。鲧被推荐来负责这项工作。鲧接受任务后,采用堤工障水,作三仞之城,就是用简单的堤埂把居住区围护起来以障洪水,九年而不得成功,最后被放逐羽山而死。舜帝继位以后,任用鲧的儿子禹治水。禹总结父亲的治水经验,改鲧“围堵障”为“疏顺导滞”的方法,就是利用水自高向低流的自然趋势,顺地形把壅塞的川流疏通。把洪水引入疏通的河道、洼地或湖泊,然后合通四海,从而平息了水患,使百姓得以从高地迁回平川居住和从事农业生产。后来禹因此而成为夏朝的第一代君王,并被人们称为“神禹”而传颂与后世。

   ในสมัยของจักรพรรดิ"เหยาตี้" แถบลุ่มแม่น้ำฮวงโหได้รับภัยวิบัติจากน้ำหลาก ทำลายบ้านเรือน ทรัพย์สิน และชีวิตผู้คนอยู่เนืองๆ เหยาตี้ได้ปรึกษาหัวหน้าเผ่าต่างเพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้ หัวหน้าเผ่าต่างๆได้เสนอให้"กุ่น"เป็นผู้รับภาระนี้ กุ่นได้ใช้แนวทางป้องกันเพื่อรักษาเมือง โดยการสร้างเมืองที่แข็งแรง และสร้างพนังกั้นน้ำขนาดใหญ่ล้อมเมืองเอาไว้ มิให้มวลน้ำรุกล้ำเข้ามาได้ กุ่นใช้ความมานะถึง 9 ปีแต่ก็ประสบกับความล้มเหลวจนกระทั่งเสียชีวิต ต่อมาจักรพรรดิ"ซุ่นตี้"บัญชาให้"หยี่"บุตรชายของกุ่นสืบทอกภาระกิจนี้ หยี่สรุปบทเรียนของบิดา เปลี่ยนจากแนวทางป้องกันเป็นแนวทางระบายชักนำ นั่นคือชักนำระบายมวลน้ำจำนวนมากไปตามลำน้ำคูคลอง คุ้งแคว ทะเลสาป จนกระทั่งไหลลงสู่ทะเล ทำให้บ้านเมืองหลุดพ้นจากภัยน้ำหลาก หยี่จึงได้รับการยกย่องยอมรับให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากจักรพรรดิซุ่นตี้ เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เซี่ย

     ตั้งแต่อดีตโบราณกาล การสร้างพนังล้อมเมืองเอาไว้ เพื่อปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ท่วมเมือง ล้วนประสบความล้มเหลว ยิ่งหาทางปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ น้ำจะยิ่งสะสมพลังมหาศาลเป็นทวีคูณ ในที่สุดน้ำจะทลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า มีแต่ปล่อยให้มวลน้ำอันมหาศาลระบายสู่เส้นทางที่เหมาะสมอย่างมีการจัดการ จึงจะสามารถลดความเสียหายให้น้อยที่สุด

Posted by แมวเหมียว on 20 Nov. 2011,09:20
สวัสดีค่ะคุณสข1

ที่บ้านน้ำท่วมบ้านมาสองสัปดาห์แล้วค่ะ ใช้ชีวิตอยู่ชั้นบนและระเบียงบ้าน..เวลาจะออกข้างนอกต้องใช้เรือ

วันนี้ในบ้านน้ำเริ่มแห้งพอจะทำความสะอาดได้บ้างแล้ว แต่บนถนนยังพายเรือได้อยู่ค่ะ

แปลกดีค่ะ อยู่ๆก็ได้ฝึกพายเรือ ถ้าน้องน้ำไม่เน่าก็ยังอยากให้เธออยู่นานๆ..ได้เลี้ยงปลาในลานจอดรถในสนามหญ้า และสวนหลังบ้านกลายเป็นบ่อปลา กำลังปลูกผักบุ้งแทนผักหญ้าที่เน่าตายไปหมดแล้วอยู่ค่ะ
EM144.gif

คุณพิลและพี่น้องเพื่อนๆคนอื่นๆล่ะคะเป็นไงบ้างคะ

EM143.gif

Posted by สข1 on 23 Nov. 2011,00:12
สวัสดีครับคุณแมวเหมียว

ดีใจด้วยครับที่บ้านคุณแมวเหมียวน้ำลดแล้ว ส่วนบ้านผมอัตราการลดลงช้ามาก ประมานวันละ 1 เซนต์ ตอนนี้บนถนนหน้าบ้านประมานเมตรนึงยังเดินทางไปไหนไม่ได้ ถ้ายังคงลดลงด้วยอัตราเช่นนี้คงต้องถึงปีใหม่จึงสามารถใช้การได้

แต่มีปลาเยอะมาก วางข่ายจากปากซอยถึงท้ายซอย เก็บได้วันละหลายกระสอบ ในรั้วบ้าน ในที่จอดรถ ปลาช่อนตัวเท่าแขน ปลานิลตัวใหญ่กว่าฝ่ามือ มีว่ายไปมาอยู่มากมาย

Posted by KiLiN on 25 Nov. 2011,14:10
สวัสดีครับ คุณสข1 คุณแมวเหมียว

บ้านผมไม่ท่วมครับ  แต่ที่ทำงาน โรงงานท่วมเกือบ 3 เมตร ohman.gif  เหนื่อยเลยครับ

แต่ยังดี บ้านฅนธรรมดา ไม่ท่วมแฮะ  hehe.gif  greet.gif

Posted by สข1 on 27 Nov. 2011,23:34
สวัสดีครับหลงพี่

ยินดีด้วยครับ ที่เป็นสมาชิกผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหมือนกันครับ

Posted by pilgrim on 28 Nov. 2011,23:27
เพิ่งทราบว่าบ้านพี่แมวเหมียว น้ำท่วม เพราะถามเพื่อนที่อยู่ไม่ไกลจากแถวนั้น เขาบอกว่ายังไม่ท่วมค่ะ

ส่วนบ้านพิลที่หลักสี่ จนป่านนี้เดือนกว่าแล้ว ยังเข้าไปไม่ได้เลยค่ะ บริเวณหมู่บ้านน้ำประมาณข้อเท้า แต่ทางเข้าน้ำประมาณหัวเข่า รถเล็กยังเข้าไม่ได้ค่ะ ต้องนั่งรถทหาร และลุยต่อเอาเอง

โทร.ไปถามเสมียนสำนักงานส่วนกลางค่ะ น้องเขาอยู่ในบ้านตลอด ถามว่าบ้านพี่ถูกงัดแงะไปหรือยัง เธอบอกว่า ไม่มีค่ะพี่ เรียบร้อยดี แต่ถ้าเข้าไปให้ระวังพวกตะขาบ เพราะหนีน้ำเข้ามาเหมือนกัน

คุณ สข.หนึ่ง คุณคิลิน ก็เป็นผู้ประสบภัยเช่นกัน หวังว่าน้ำท่วมครั้งนี้  นานๆ จะเกิดขึ้นสักทีนะคะ เพราะเป็นน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจากน้ำมือคน

เมื่อวันก่อน ไปเมืองจันท์ เสียดายจังไม่มีโอกาสได้เจอพี่แอ๊ดเลยค่ะ

Posted by sweet lemon on 01 Jan. 2012,19:18
มาส่งข่าวว่าสบายดี บ่มีอันหยังในกอไผ่เจ้าค่ะ..เรื่องเดียวกันเนาะ..

จุ๊บๆๆทุกท่านค่ะ... inlove.gif


ยังมีชีวิตอยู่เหมือนเดิม ปีใหม่ปีเก่า เหมือนปีเดียวกัน อิอิ  greet.gif

ขอบอกว่า เอาการ์ดปีมะโรง มาวางไว้ตรงนู้นนนน แล้วค่า  smSL07.gif

wave.gif  wave.gif  wave.gif

Posted by แมวเหมียว on 03 Feb. 2012,14:50
สวัสดีปีมะโรงค่ะน้องมะลาวหวาน ขอบคุณสำหรับการ์ดอวยพรปีใหม่ค่ะ flo_1.gif

สวัสดีค่ะ เพื่อนผู้ร่วมประสบอุทกภัยทุกท่านค่ะ  tinyrose.gif

เขาว่ากันว่า ไม่นานน้ำก็จะมาอีก(แล้ว) คุณสข1 มีความเห็นว่าไงบ้างคะ ask.gif

Posted by สข1 on 05 Feb. 2012,21:43
สวัสดีครับคุณแมวเหมียวและสวัสดีผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกๆท่าน

ผมพึ่งจะเดินทางออกจากบ้านได้เมื่อวันที่24 เดือนธค. ก่อนวันคริสมาสต์เพียงวันเดียว ตลอดเวลาที่ถูกขังอยู่ในบ้านเกือบ 3 เดือน ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่การต่อสู้กับความยากลำบาก ไม่ใช่การที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ แต่คือการที่ต้องอยู่ในสภาวะที่ทำอะไรไม่ได้

มวลน้ำเก่าพึ่งผ่านไป หน้าหนาวเริ่มย่างกรายยังไม่ทันจะเข้าหน้าร้อน มรสุมก็มาเสียแล้ว แถวบ้านผมทุ่งนาบางแห่งยังไม่ทันกู้น้ำทำการเพาะปลูก ก็มีข่าวว่าน้ำใหม่จะมาอีกแล้ว เล่นเอาต่างก็อกสั่นขวัญแขวน ฤๅว่าโลกนี้จะถึงกาลวิบัติ

เนื่องจากผมมีความเชื่อว่าภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา เป็นภัยธรรมชาติ30 ภัยการเมือง70 ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่า แม้ปีนี้น้ำจะมีมากใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่ก็จะไม่ท่วมหนักหนาสาหัสเหมือนปีที่แล้ว เพราะคนเราคงจะไม่โง่ซ้ำซาก พลาดซ้ำๆเหมือนเดิม มันคงจะสรุปบทเรียน แก้ไขปัญหา และเตรียมการป้องกันล่วงหน้าไม่มากก็น้อย

Posted by แมวเหมียว on 08 Feb. 2012,12:44
คุณสข1โดนขังอยู่ในบ้านเกือบ3เดือน เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากค่ะ

ของแมวเหมียวแค่3สัปดาห์ก็แย่แล้ว

แม้จะไม่อยากให้เกิด แม้อยากให้กำลังใจกันแต่ในความรู้สึกลึกๆก็ยังรู้สึกว่า คนที่เป็นนักการเมืองคงจะโง่ซ้ำซากได้อีกอยู่ดีแหละค่ะ

ดังนั้นมีอะไรที่คราวก่อนไม่ได้เตรียมก็คงต้องเตรียมบ้างนะคะ

คงไม่มีอะไรดีไปกว่ายึดหลัก..อัตตาหิ อัตตโนนาโถ

เรียนรู้จากธรรมชาติเพื่อจะต้องอยู่กับธรรมชาติให้ได้ด้วยตัวของเราเอง

Posted by sweet lemon on 09 Feb. 2012,23:00
สวัสดีค่ะพี่มะแหม่วและทุกท่านที่มาแอบอ่าน เหอๆ  biggrin.gif

จะบอกว่าคิดฮอดหลาย และก็นั่งฟัง(อ่าน) เฉยๆ เพราะว่าเฮ้อ เบื่อค่า  ohman.gif

คิดถึงทุกชีวิตที่บ้านหลังนี้ มะลาวก็เบื่อๆเซ็งๆ วันหยุดก็เข้าวัด วันไม่หยุดก็หนีเข้าวัด (อะไรฟะ) เอิ๊กๆๆ ครือออว่า เข้าไปวัดใจตัวเองนะค่ะ ไม่ได้ไปหาอะไรดอกค่ะ  EM149.gif

แล้วจะเข้ามาหลอกใหม่เด้อ วันนี้ต้องไปนอน(ในโลง) พักผ่อนก่อนค่า  whisper.gif

wave.gif

Posted by แมวเหมียว on 10 Feb. 2012,10:22
สวัสดีค่ะน้องมะลาวและทุกท่านที่มาแอบอ่าน ( whisper.gif จริงๆแล้วยังมีคนแอบอ่านด้วยเหรอคะ?)

inlove.gif คิดฮอดน้องมะลาวหลายเด้อค่ะ

เป็นอันหยังทำไมถึงเบื่อ..เข้าวัดปฏิบัติธรรมแล้วทำไมยังเบื่ออีกคะ? ask.gif

เออหนอพี่ว่าจะเทศน์แทนหลงพี่ซะหน่อย ก็ลืมบทหมดแล้ว smSL07.gif

Posted by สข1 on 10 Feb. 2012,21:45
เมื่อวานจับตะพาบได้หลายตัว มีอยู่ 2 ตัวที่น้ำหนักตัวละสิบกว่ากก. ถ่ายรูปไว้จะโพสท์ให้คุณแมวเหมียวทำโจ๊กน้ำใส แต่ไม่รู้ทำไมโพสท์ไม่ได้ ขนาดก็ลดลงจนเหลือ 50 เค ความกว้างความสูงก็ไม่เกิน สกุลไฟล์ที่เซพก็เจพีจี แต่มันก็ยังบอกว่าขนาดใหญ่เกิน หลงพี่หรือใครที่พอรู้ปัญหาช่วยบอกหน่อยครับ

คุณมะนาวหวานเบื่ออะไรมากหรือครับ ถึงกับต้องไปนอนในโลง แก้เคล็ดอะไรหรือปล่าวครับ

Posted by แมวเหมียว on 11 Feb. 2012,15:08
อยากเห็นรูปตะพาบค่ะ แต่ว่ายังไม่เคยทำ"โจ๊กตะพาบ"เลยค่ะคุณสข1  biggrin.gif

เดี๋ยวแมวเหมียวจะทดลองส่งรูปดูบ้าง ห่างบ้านไปนาน จนชักจะลืมแล้วเหมือนกันค่ะ ..

น้องมะลาวช่่วยแนะนำคุณสข1บ้างท่าจะดีนะคะ

รอหลงพี่คงนานเลย  ได้ข่าวว่าท่านทิ้งบ้านบ่อยจนสนิมขึ้นประตูแล้วนี่คะ  laugh1.gif

EM143.gif

*ทดลองแล้ว ส่งรูปไม่ได้เหมือนกันค่ะ ask.gif

greet.gif

Posted by sweet lemon on 18 Feb. 2012,23:24
สวัสดีค่ะพี่แหม่ว คุณสข1และบุคคลทั่วๆไปแถวนี้ทุกท่านค่ะ  biggrin.gif

พี่แหม่วค่ะ รูปไม่สามารถส่งธรรมดาได้ค่ะ
ต้องส่งแบบไม่ธรรมดาค่ะ เหอๆๆๆ คือเอารูปไปฝากตามเว็ปที่เขารับฝาก แล้วเปิดรูปขึ้นมา คลิกเมาส์ขวาแล้วก็อบที่อยู่รูปเอาไว้
พอมาที่หน้านี้ก็คลิกตรงสัญญลักษณ์ที่จะวางรูป เอาที่อยู่รูปวางไว้ตรงที่ว่างไว้นะค่ะ
เข้าใจบ่ บ่เข้าใจให้ลองทำเด้อค่ะ เดี๋ยวก็เข้าใจเอง  smSL07.gif

เว็ปฝากรูปค่ะ
< http://photobucket.com/ >
< http://www.imageshack.us/ >


คุณสข1 ขาาา มะลาวบ่มีเคล็ดต้องแก้ดอกค่า เพียงแต่พิมพ์เล่นๆๆอะค่ะ เหอๆๆ  smSL11.gif


ไปละค่ะ แล้วจะมาหลอนหลอกใหม่นะค่ะ  wave.gif

Posted by แมวเหมียว on 19 Feb. 2012,15:25
ขอบคุณเด้อค่ะน้องมะลาว  biggrin.gif

แล้วจะลองทำดูค่ะ inlove.gif

Posted by pilgrim on 21 Feb. 2012,23:30
สวัสดีค่ะ พี่แมวเหมียว น้องมะนาวหวาน คุณคิลิน คุณ สข1

ตอนนี้ น้ำลดหมดแล้วใช่ไหมคะ แต่แถวบ้านพิลที่อยุธยา น้ำขึ้นมาเต็มตลิ่งทั้งสองฝั่งคลองอีกแล้วค่ะ จนหวาดเสียวว่าปีนี้จะมาไวกว่าปีเก่าเหรอ แว่วมาว่า นี่คือยุทธวิธีในการระบายน้ำอีกอย่างหนึ่ง คือ มาไว ไปไว ปล่อยไปเรื่อยๆ เพื่อเตรียมเขื่อนให้รองรับกับน้ำฟ้า น้ำฝนค่ะ

ข่าวน่าเศร้า (รึเปล่า) ของชาวอยุธยา คือ ตอนนี้บางโรงงานเริ่มนำคนงานมาจากลาว เพื่อฝึกงานในบ้านเรา ถ้าปีนี้น้ำท่วมอีก โรงงานย้ายฐานการผลิตไปอยู่ลาวแน่ค่ะ เพราะเขาเตรียมฝึกคนงานกันแล้ว

แต่ในใจคนอยุธยา ก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ เพราะนึกรังเกียจนิคมอุตสาหกรรมมานาน ตั้งแต่มารุกล้ำทุ่งนาอันแสนสวย เคยเห็นยอดข้าวสบัดใบมาแต่เล็กแต่น้อย

อันนี้ เป็นการคิดแบบอารมณ์ล้วนๆ นะคะ ไม่มีเหตุผลอะไรเลย

ตอนน้ำท่วม บอกได้คำเดียวว่า อยู่ที่ไหน น้ำท่วมหมดเลย แล้วก็เลยหนีน้ำกระเจิดกระเจิง เพราะห่วงรถที่มีอยู่คันเดียว

แต่ก็คุ้มค่ะ ได้มีชีวิตที่หลากหลายรสชาติดี

Posted by KiLiN on 23 Feb. 2012,00:01
ทราบแล้วครับว่าโพสต์รูปไม่ได้ ผมยังหาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน  ohman.gif
หรือว่ามาจากน้ำท่วม  คงไม่ใช่เรื่องเดียวกันมั้ง  biggrin.gif

ขอบคุณน้องมะลาว  ที่ช่วยหาวิธีเฉพาะหน้าให้ก่อน tinyrose.gif

Posted by แมวเหมียว on 24 Feb. 2012,09:50
น้ำท่วมทำให้ประตูบ้านขึ้นสนิม..คุณคิลินคงดูแลไม่ทั่วถึง ต้องจ้างภารโรงเพิ่มแล้วมั้งคะ biggrin.gif

คุณพิลคะ( ถามคุณสข1ด้วยค่ะ)ถ้าบ้านเราไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม คนไทยเราจะอดตายกันหมดมั้ยคะ..(วันนี้มาอย่างซีเรียส ฮิ ฮิ)

ว่าแต่คุณสข1 โดนตะพาบงาบไปแล้วยังคะ  laugh1.gif ฟังดูตัวใหญ่มากๆ อยากเห็นค่ะ ลองส่งรูปแบบน้องมะลาวแนะนำได้มั้ยคะ EM143.gif


EM144.gif

Posted by สข1 on 25 Feb. 2012,10:08
ทดลองดูแล้วฝากรูปไว้ตามที่อยู่ข้างล่างนี้ แต่ยังโพสท์ไม่ได้ ไม่รู้ต้องวางยังไงครับ < http://s1263.photobucket.com/albums....100.jpg >
Posted by แมวเหมียว on 25 Feb. 2012,20:41
ตามไปดูมาแล้วค่ะคุณสข1 ตะพาบตัวใหญ่มากๆ..แมวเหมียวจะช่วยอุ้มมาไว้ที่นี่ก็อุ้มไม่ไหวค่ะ อิ อิ (ทดลองช่วยทำดู ก็ไม่ได้เหมือนกันค่ะ)  

คงต้องรอน้องมะลาวมาช่วยมั้งคะ  EM143.gif

whisper.gif ตะพาบตัวใหญ่ขนาดนี้ส่งไปขาย /เลี้ยงไว้ดูเล่น หรือว่า.....??คะคุณสข1  ask.gif


wave.gif

Posted by สข1 on 26 Feb. 2012,22:56
สำหรับสัตว์โลกที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร ก็ปล่อยให้มันอยู่ไปตามอัธยาศัย ไม่ได้ไปทำอะไรมันหรอกครับ จะเอาไปขายหรือเอาไปแกง ก็คงไม่ได้มรรคผลอะไรขึ้นมา ปล่อยให้มันอยู่ประดับโลกนี้ต่อไปคงมีประโยชน์มากกว่า

ฝากให้ดูอีกรูป เจ้าตัวนี้ไม่ได้รับเชิญ แต่ก็มาอยู่เป็นสมาชิกประจำบ้าน เจ้าตัวนี้น่ารังเกียจ เวลาเจอเจ้าของบ้านก็ไม่รู้จักทำความเคารพ ทำเป็นคลานต้วมเตี้ยมอย่างไม่แยแส แถมหันหน้ามาแลบลิ้นใส่อีก 2 ที

< http://s1263.photobucket.com/albums....&ref=nf >

Posted by pilgrim on 26 Feb. 2012,23:43
ตามไปดูรูปมาแล้วเหมือนกันค่ะ

เจ้าตัวที่ชอบแลบลิ้นหลอกชาวบ้านนั่นแถวบ้านก็มีเยอะค่ะ เป็นรังเลย

วันดีคืนดี ก็ว่ายน้ำตรวจตราชาวบ้าน ตอนช่วงน้ำท่วม ก็มาป้้วนเปี้ยนแถวกรงเจ้าพุดเดิล เราก็กลัวมันจะมารับประทานน้องหมาของเราค่ะ

ใกล้วัดแถวบ้าน มีต้นไม้ใหญ่ พอเราพายเรือผ่านไป เห็นพวกเขาขึ้นไปพังพาบอยู่ตามคาคบไม้เลยค่ะ พวกเราก็ต้องหลบสิคะ กลัวพ่อจะกระโจนลงเรือ


ส่วนเรื่องโรงงานอุตสาหกรรม

มีคนงานหลายๆ คนที่ไม่ได้กลับเข้าไปทำงานต่อ ทุกวันนี้ พิลยังสงสัยว่าแล้วเขาไปทำอาชีพอะไรกัน บางคนตอบว่า เขาก็กลับบ้าน ตจว. กลับไปทำมาหากินที่บ้านเกิด แต่พิลก็สงสัยอีกว่า แล้วพวกเขาไปทำอาชีพไหนกันที่บ้านเกิดค่ะ นอกจากค้าขายส่วนตัว

ทุกวันนี้ เห็นตลาดนัดงอกงามเป็นดอกเห็ด ก็ยังสงสัยว่า จะมีคนขายมากกว่าคนซื้อหรือไม่

สรุปแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ เขาทำอาชีพอะไรกันคะ

Posted by KiLiN on 29 Feb. 2012,19:43


วิธีเอารูปมาแปะ
1. คลิกขวาที่รูป
2. คลิกเลือก Properties
3. Copy ที่อยู่ของรูป ตรง Address : (URL)
   จะได้ที่อยู่ของรูปดังนี้ < http://i1263.photobucket.com/albums/ii636/soko1thai/pic100.jpg >
4. เอาที่อยู่ของรูป มาเติมลงระหว่าง [img][/img]

ทดลองดูนะครับ

Posted by สข1 on 29 Feb. 2012,23:49
ขอบคุณครับหลงพี่ แต่เจ้าตัวแลบลิ้นยังไม่เอามาเผื่อจะมีใครไม่ชอบมัน

สำหรับคำถามคุณพิลที่ว่า

"ทุกวันนี้ เห็นตลาดนัดงอกงามเป็นดอกเห็ด ก็ยังสงสัยว่า จะมีคนขายมากกว่าคนซื้อหรือไม่

สรุปแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ เขาทำอาชีพอะไรกันคะ"

ความจริงคนไทยตามต่างจังหวัด ตามชนบท ที่ไม่มีอาชีพเป็นกิจลักษณะ หรือไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันยังมีอีกเยอะ ดำรงชีพด้วยการอาศัยพ่อแม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงไปวันๆ ในหมู่เพื่อนฝูงของผม หรือคนแถวบ้านผมก็ยังมีอยู่ไม่น้อย มันเป็นลักษณะพิเศษของสังคมเอื้ออาธรแบบไทยๆ(ลองอ่านการอธิบายสังคมลักษณะนี้ของศรีบูรพาใน"จนกว่าเราจะพบกัน") ถึงแม้ปัจจุบันสังคมไทยจะเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ยังมีหลงเหลืออยู่ไม่น้อย

ส่วนอีกพวกหนึ่งที่พยายามจะพึ่งลำแข้งลำขาของตนเองหาทางประกอบอาชีพอะไรสักอย่าง คิดอะไรไม่ออก การค้าขายเล็กๆน้อยๆยังเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด ถ้าไม่สามารถเปิดร้านค้าได้ การขายของตามตลาดนัดก็เป็นหนทางที่เป็นไปได้มากที่สุด

ผลกระทบจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้มากมายเกินกว่าจะประเมินได้ โรงงานอุตสาหกรรมปิดตัวไปไม่น้อย ส่วนที่ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ก็มีอีกมาก บางบริษัทย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นคนที่ตกงานเพราะรอไม่ได้ หรือถูกเลิกจ้าง กลับไปยังบ้านเกิด ช่วยทำงานในไร่ในนา จับหอยจับปลา หรือรับจ้างทำงานสารพัด ก็ยังสามารถอยู่ได้ ก็คนที่ไม่ทำงานอาศัยพ่อแม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงไปวันๆยังอยู่ได้เลย อันนี้คงตอบคำถามคุณแมวเหมียวที่ว่า"ถ้าบ้านเราไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม คนไทยเราจะอดตายกันหมดมั้ยคะ.." ผมคิดว่าวิวัฒนาการของสังคมไทย ที่เราเคยศึกษาเข้าใจกันเมื่อก่อน ต้องทบทวนกันใหม่แล้วละ เพราะสังคมทุนนิยมตะวันตกก็กำลังเห็นจุดจบอย่างไม่มีทางออก แต่เราคงจะไม่เลือกสุดโต่งไปทางด้านใดด้านหนึ่ง มันคงต้องมีสังคมที่ดีกว่า ที่ไม่ตกเป็นทาสของทุนนิยมอุตสาหกรรม และไม่ใช่เกษตรกรรมที่ล้าหลัง

ในเรื่องของนักการเมืองเลว โง่ ที่ทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองซ้ำซากก็เช่นกัน ผมคิดว่าปัญหานี้ยังไม่ร้ายแรงเท่ากับ มวลชนโง่เง่าที่เป็นฐานสนับสนุนนักการเมืองเลวเหล่านั้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา(การพูดเช่นนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องถูกประหารชีวิต โทษฐานดูถูกมวลชน)

Posted by แมวเหมียว on 01 Mar. 2012,12:09

(สข1 @ 29 Feb. 2012,23:49)
QUOTE
(การพูดเช่นนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องถูกประหารชีวิต โทษฐานดูถูกมวลชน)

laugh1.gif  laugh1.gif  laugh1.gif

อยากฟังต่อค่ะคุณสข1

หลังจากได้ลิ้มรสเป็นผู้ประสบภัยเต็มตัว รู้สึกตัวเองว่าเปี้ยนไป๋.. ทำโจ๊กไม่ออก อยากฟัง/คุยเรื่องซีเรียสมากขึ้นค่ะ ICON015.gif


   ตอนแรกที่คิดจะอุ้มตะพาบน้ำมา ก็ทำแบบที่คุณคิลินบอกนะคะ แต่คงมีอะไรตกหล่นบางอย่างจึงมาไม่ได้.. EM143.gif

เจ้าตัวลิ้นยาว เมื่อก่อนริมบึงหลังบ้านแมวเหมียวมีเยอะค่ะ แต่พักหลังหายไป ไม่ค่อยเห็นแล้ว หรือว่าหาที่อยู่ใหม่ได้แถวๆทำเนียบกันแล้ว biggrin.gif

greet.gif

Posted by สข1 on 05 Mar. 2012,18:18
เรื่องทฤษฎีมวลชนนี่ ถ้าเอาอย่างที่เป็นระบบและมีอิทธิพลต่อนักต่อสู้ฝ่ายซ้ายของไทยมากที่สุด ก็ต้องของเหมาเจ๋อตง โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า "มวลชนคือวีรชนที่แท้จริง ส่วนเรามักอ่อนหัดและน่าขัน" ทำให้เกิดลัทธิบูชามวลชนขึ้นในขบวนการปฏิวัติไทย ในทฤษฎีของเหมากำหนดไว้ว่า กรรมกรเป็นชนชั้นที่ก้าวหน้าที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้ชิดกับพลังทางการผลิตที่ก้าวหน้า ชนชั้นชาวนาเป็นทัพหลวง เป็นแนวหลังที่ไว้ใจได้ เป็นพลังหลักของการปฏิวัติ สำหรับประเทศไทยในตอนนั้นยังคงต้องเน้นหนักที่ชนชั้นชาวนาเป็นสำคัญ เนื่องจากอุตสาหกรรมของไทยเพิ่มเริ่มต้น ชนชั้นกรรมกรยังไม่เติบใหญ่เข้มแข็งและมีน้อย จึงทำให้พวกปัญญาชนพยายามจะเป็นชาวนากัน ผู้ที่เป็นชาวนาไม่ได้ก็พยายามแต่งงานกับชาวนา ส่วนพวกชาวนาก็เกิดความโอหังคึกคะนองแตะต้องไม่ได้ ใครวิจารณ์หรือพูดถึงจุดอ่อน ก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกดูถูกมวลชน ไม่เชื่อมั่นมวลชน
Posted by pilgrim on 05 Mar. 2012,23:57
วิวัฒนาการอย่างที่คุณ สข. 1 กล่าว เป็นเรื่องที่น่าสนใจค่ะ

แต่ละยุคสมัย ความเชื่อล้วนแตกต่างกันไป

แต่กว่าเราจะรู้ตัว ก็ต้องอาศัยการมองย้อนกลับไป ในสถานการณ์จริงๆ ที่เกิดขึ้นขณะนั้น มีใครคิดต่างบ้างไหมคะ และอยู่รอดมาได้อย่างไร โดยไม่ถูกประหารชีวิต

คุณ สข.1 เล่าให้ฟังบ้างสิคะ

Posted by แมวเหมียว on 06 Mar. 2012,16:41
เย้..คุณสข1 กับ คุณพิลมาแล้ว EM133.gif

เอาอีกค่ะ ICON015.gif

EM142.gif

Posted by สข1 on 07 Mar. 2012,23:00
"โทษประหารชีวิต"เป็นคำพูดที่ผมมักใช้พูดประชดสมัยยังอยู่ในขบวนการ ซึ่งจะมีอยู่2ข้อหา ข้อหาหนึ่งคือ "ดูถูกมวลชน" ผมเปรียบเหมือนกับข้อหา "เป็นภัยต่อความมั่นคงภายใน" อีกข้อหาหนึ่งคือ ไม่เชื่อมั่นจัดตั้ง ผมจะเปรียบเป็น "ข้อหาหมิ่นพระ......." ใครที่เคยโดน2ข้อหานี้ ไม่ว่าคุณจะมีความสามารถสูงส่งเพียงใด ก็จะไม่มีโอกาสได้รับการขยายบทบาท ไม่มีทางเจริญก้าวหน้าในขบวนการอย่างเด็ดขาด ต้องอยู่หน่วยการผลิตและขนส่งไปตลอดกาล ซึ่งผมเปรียบเหมือนถูกประหารชีวิต ส่วนคนที่อยู่ในโอวาท ว่านอนสอนง่าย เชื่อมั่นในจัดตั้งอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ว่าจะไร้ความสามารถ ยอดแย่ หรือห่วยแตกขนาดไหน (ผมไม่ได้จงใจใช้คำพูดที่หนักหน่วงเกินเลย แต่ทุกคำพูดทุกเรื่องราวมีรูปธรรมที่จับต้องได้ทั้งนั้น) ก็จะได้รับการส่งเสริมให้เจริญยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เคยมีการถามหรือโต้แย้งเหมือนกัน แต่ก็จะได้รับคำชี้แจงว่า เราต้องให้โอกาสสหาย ถ้าเราเปรียบเทียบว่าคนคนนั้นมีความสามารถสูงกว่า ทำไมไม่ให้โอกาส ก็จะได้รับคำตอบว่า จัดตั้งต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ขอให้เชื่อมั่นจัดตั้ง

ส่วนเรื่องการลงโทษผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือขัดแย้งกับจัดตั้ง จนถึงขั้นประหารชีวิตจริงๆ ในเขตที่ผมอยู่เคยมีเพียง 1 ราย เป็นนักศึกษาจากมช. ขัดแย้งกันเรื่องการแต่งบทกวี คือแกเป็นนักเขียนมาก่อน เขียนทั้งบทความ บทกวี ช่วงหลังพยายามหัดแต่งนิยาย ต้องการจะเผยแพร่ข้อเขียนของแกทาง สปท. แต่จัดตั้งบอกว่าข้อเขียนของแกมีเนื้อหาไม่ค่อยปฏิวัติ ไม่เชิดชูพรรคฯ เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ทำให้แกไม่พอใจจัดตั้งในเขตนี้ จึงขอย้ายไปอยู่เขตอื่น เรามารู้เอาทีหลังว่าแกถูกสำเร็จโทษไปเรียบร้อย ทำให้ผมเสียวสันหลังวาบว่าเมื่อไหร่จึงถึงคิวกูวะนี่ เรื่องนี้ทำให้เกิดความหวาดระแวงโดยเฉพาะสหายที่ไม่ค่อยอยู่ในระเบียบวินัย สหายที่มักจะมีข้อโต้แย้งกับจัดตั้ง หรือกับคนที่ใกล้ชิดกับจัดตั้ง เวลาเดินทางไปเป็นขบวนก็มักจะขอเดินอยู่ข้างหลัง ส่วนในเขตอื่นผมก็ได้ยินเพียงประปราย

เนื่องจากภายในขบวนการยึดถือกฏงานลับอย่างเข้มงวด ทำให้ไม่สามารถหาความกระจ่างของเรื่องราวได้ เรื่องนี้ผมเคยมีโอกาสถามกับบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นผู้สั่งเก็บสหายมช. ท่านนั้น แกก็ตอบว่าแกไม่ได้ทำ แต่สหายมช. ไปมีความขัดแย้งกับสหายเขตอื่นจึงถูกสั่งเก็บ ท่าทางที่แกพูดก็ดูมีความจริงใจน่าเชื่อถือ ส่วนที่เขตอื่นก็ไม่ชัดเจนนัก คือถ้าถามพรรคพวกของผู้ตาย ก็จะบอกว่ามีความขัดแย้งกับจัดตั้ง ถ้าถามอีกฝ่ายหนึ่งก็จะบอกว่ามีความผิดจริง อย่างเช่นกรณีของ เสกสรรค์ ประเสิรฐกุล ที่ได้เปิดเผยในหนังเรื่อง 14 ตุลาสงครามประชาชนว่า ช่วงที่แตกหักทางความคิดจนต้องออกจากป่าคืนเมือง แกถูกสหายตามล่า จนมาทันกันและซุ่มยิงแกตอนข้ามลำธารที่ห้วยขาแข้ง ผมมีโอกาสได้คุยกับคนที่อยู่เขตนั้น และก็บังเอิญเป็นคนที่อยู่ในหน่วยที่ตามแกลงมาด้วย เขาก็ตอบว่าไม่ใช่ตามล่า แต่ตามลงมาคุ้มครอง เพราะกลัวแกถูกฝ่ายอื่นฆ่าแล้วป้ายสีให้กับสหาย แต่ถ้าจะฆ่าเสกสรรค์แล้ว ฆ่าทิ้งในป่าโดยไม่ปล่อยให้แกคืนเมืองง่ายกว่าเยอะ

Posted by แมวเหมียว on 08 Mar. 2012,20:16
EM151.gif  EM151.gif

ask.gif มาถึงทุกวันนี้คุณสข1 เชื่อเรื่องกฏแห่งกรรมมั้ยคะ?


EM145.gif

Posted by สข1 on 09 Mar. 2012,20:37
ผมย่อมเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม หรือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วครับ เพราะผมเชื่อว่าผลลัพท์ที่เกิดขึ้น ล้วนมาแต่สาเหตุแห่งการกระทำเสมอ เพียงแต่บางเรื่องราวมันอาจไม่สามารถเห็นได้ชัดเจนเหมือน1+1=2 นั่นเป็นเพราะบางเรื่องราวมันมีเหตุปัจจัยอื่นอีกมากมาย แต่ท้ายที่สุดผมเชื่อมั่นในพลังแห่งความดี และความถูกต้องเสมอ

แต่ไม่ทราบว่าคุณแมวเหมียวจะโยงกับเรื่องที่กำลังคุยกันอย่างไรหรือครับ

Posted by แมวเหมียว on 11 Mar. 2012,15:02
แฮ่ะๆ.. ไม่ได้จะโยงกับเรื่องที่กำลังคุยกันหรอกค่ะ เพียงแต่อยากทราบทัศนคติผู้พูดเท่านั้นเองค่ะ.. biggrin.gif

       อ่านที่คุณสข1เขียนเรื่องจัดตั้งแล้ว ทำให้นึกถึงครั้งหนึ่งที่ตัวเองมีโอกาสเข้าไปแอบฟังอดีตสหายคุยกันในอีเมล์(กลุ่มสหาย)

ได้เห็นการรำลึกอดีตกัน สุดท้ายได้เห็นการท้าวความและปะทะคารมกันกับคนที่น่าจะใช่อดีต"จัดตั้ง"

ในความรู้สึกแบบเด็กๆในตอนนั้นรู้สึกว่าคุณสข1 "แรง"และน่ากลัวมากค่ะ..อิ อิ

ครั้นมาเจอตัวจริงที่บ้านคุณนายในซอยลาดพร้าว ในสมัยที่สหายแบ่งออกเป็น เสื้อแดง เสื้อเหลือง กลับรู้สึกว่าคุณสข1ตัวจริงไม่ได้น่ากลัว และ"แรง"น้อยกว่าคุณนายเสื้อแดงซะอีก..

   อะไรหนอทำให้คนที่ต่างก็บอกว่าตั้งใจทำดีเพื่อประเทศชาติเพื่อส่วนรวมต้องมาแบ่งแยกเป็นปฏิปักษ์คนละฝักคนละฝ่าย
ถึงกับคิดจะฆ่ากันให้ตายกันไปข้างหนึ่งซึ่งมีมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ถ้าในทางธรรมก็คงเป็นความยึดมั่นถือมั่นหรือเปล่าคะคุณคิลิน

และคุณสข1สรุปเรื่องนี้ว่าไงบ้างคะ ask.gif

Posted by pilgrim on 11 Mar. 2012,22:56

(แมวเหมียว @ 11 Mar. 2012,15:02)
QUOTE
   อะไรหนอทำให้คนที่ต่างก็บอกว่าตั้งใจทำดีเพื่อประเทศชาติเพื่อส่วนรวมต้องมาแบ่งแยกเป็นปฏิปักษ์คนละฝักคนละฝ่าย
ถึงกับคิดจะฆ่ากันให้ตายกันไปข้างหนึ่งซึ่งมีมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ถ้าในทางธรรมก็คงเป็นความยึดมั่นถือมั่นหรือเปล่าคะคุณคิลิน

และคุณสข1สรุปเรื่องนี้ว่าไงบ้างคะ ask.gif

ประทับใจประโยคท้ายๆ ของพี่แมวเหมียวค่ะ

เคยเห็นคนที่ตั้งใจทำดีเพื่อชาติ เพื่อส่วนรวมบางคน แต่ความประพฤติส่วนตัว แย่เชียวค่ะ เอาเปรียบคนอื่น เห็นแก่ตัว ก็มี

แต่ถ้าจะประกาศจุดยืนทางการเมืองแล้ว ขอประกาศชัดเจนว่าเข้าข้างนี้ ข้างนั้น แถมด่าคนที่ไม่เข้าข้างใครว่าเป็นพวกแทงกั๊กด้วย

(หารู้ไม่ว่าเราแทง สูง แทง ต่ำ มาซะจนเบื่อแล้ว อิๆๆ)

อันนี้มาจากประสบการณ์จริงนะคะ มิติทางการเมืองเดี๋ยวนี้แปรผันและเปลี่ยนแปลงไปมาก คำว่า "อุดมการณ์" สมัยนี้ คงไม่มีอีกแล้วละค่ะ

Posted by สข1 on 12 Mar. 2012,22:27
เรื่องของความเชื่อและความศรัทธาเป็นเรื่องที่คนอยู่นอกวงการเข้าใจได้ยาก ในสุภาษิตจีนมีอยู่คำหนึ่งว่า 旁观者清 หมายความว่าผู้ที่มองจากวงนอกจะเห็นได้ชัดเจนกว่า ในยามที่มีความศรัมธาอย่างแรงกล้า มันก็เหมือนคนหน้ามืดตาบอด ไม่ว่าเรื่องอะไรหรือมีเหตุผลอย่างไร ถ้าขัดกับความศรัทธาที่ตัวเองมีอยู่ ก็จะมองเห็นเป็นศัตรูไปหมด ผมเองก็เคยอยู่ในช่วงที่มีศรทธาอย่างแรงกล้ามาก่อน ความศรัทธาอันแรงกล้าเปรียบเสมือนไฟบรรลัยกัลป์ มันสามารถเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า ทำลายล้างทุกอย่างที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม

สำหรับคนที่ต่างก็บอกว่าตั้งใจทำดีเพื่อประเทศชาติเพื่อส่วนรวมในอดีต ปัจจุบันต้องมาแบ่งแยกเป็นปฏิปักษ์คนละฝักคนละฝ่าย ก็เพราะปัจจุบันความศรัทธาได้เปลี่ยนไป และสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่ประนีประนอมกันไม่ได้ จึงต้องฆ่ากันให้ตายกันไปข้างหนึ่ง ซึ่งในความเชื่อของแต่ละฝ่ายเขาก็ยังเชื่อว่าเขาทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนอยู่นะครับ

ถ้าเราดูจากประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่ผ่านมา สาเหตุแห่งสงครามที่รุนแรงของมนุษย์นั้นมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอกครับ และสาเหตุหนึ่งที่สำคัญก็คือสงครามเพราะความเชื่อและความเกลียดชังที่ต่างกัน

ส่วนคนที่ตั้งใจทำดีเพื่อชาติ เพื่อส่วนรวมบางคน แต่ความประพฤติส่วนตัว แย่เชียวค่ะ เอาเปรียบคนอื่น เห็นแก่ตัว ก็มี อันนี้ยังน้อยไปนะครับ ที่เลวกว่านี้ก็ยังมีนะคุณพิล

Posted by แมวเหมียว on 13 Mar. 2012,13:27
ชัดเจนเลยค่ะคุณสข1 bowsdown.gif

ขอคั่นรายการนิดหนึ่งนะคะ ..ยังไงก็อย่าได้ไปแหย่รังแตนแถวลาดพร้าวเข้าอีกนะคะ เธอไม่ค่อยมีอารมณ์ขันสักเท่าไหร่หรอกค่ะ สหายของคุณสข1"เอาไม่อยู่"ค่ะ biggrin.gif

EM144.gif

Posted by สข1 on 13 Mar. 2012,22:43
เท่าที่สังเกตุพวกที่ยังมีศรัทธาแรงกล้า มีความเร่าร้อนและมีการแสดงออกที่ดุเดือดรุนแรง ถ้าเป็นพวกอดีตสหาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสหายที่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้อย่างเต็มตัว หรือไม่ได้ผ่านการต่อสู้ที่แหลมคมในช่วงวิกฤตศรัทธา ไม่ได้เห็นความขัดแย้งที่ผุดโผล่ขึ้นในช่วงท้าย หรือถ้ายังอยู่ร่วมกันในช่วงนั้น ก็จะเป็นสหายที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง อีกพวกหนึ่งคือพวกที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้างของขบวนการ ไม่ได้สัมผัสกับการต่อสู้อย่างแท้จริง ลองสังเกตุดูโดยเฉพาะผู้ที่เป็นแกนนำ หรือคนที่มีบทบาทไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มเสื้อสีอะไรก็ตาม
Posted by แมวเหมียว on 23 Mar. 2012,14:30
คงเหมือนที่ทางพระเรียกว่า"ไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นธรรม"

หรือที่ภาษิตจีนว่า"ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา" hehe.gif

หรือเปล่าคะคุณสข1 ask.gif



(วันนี้เพิ่งเข้าบ้านได้ค่ะ EM143.gif )

Posted by สข1 on 24 Mar. 2012,17:36
ที่น่ารังเกียจมากกว่านั้นก็คือ พวกฉวยโอกาส พวกที่ปากพร่ำเพื่อประชาชน แต่ลมพัดแรงทางทิศไหนก็โอนเอนไปทางทิศนั้น

สงสัยเราจะคุยเรื่องซีเรียสมากเกินไป คุยจนเวบล่มไปตั้งหลายวัน

     วันนี้อยากคุยเรื่องความรักสักหน่อย ในทรรศนะของผมความรักนั้นมีอานุภาพมหาศาล เป็นทอปปิคในการรังสรรค์วรรณกรรมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นนิยาย บทกวี บทเพลงจนถึงบทละครและภาพยนต์
      ความรักสามารถบันดาลความสุขสมในชีวิต ขณะเดียวกันก็ก่อความหายนะได้เช่นกัน ในประวัติศาสตร์ของจีนสมัยราชวงค์ซาง กษัติย์"โจ้วหวาง"ลุ่มหลงนาง"ทาจี"จนเสียราชบัลลัลค์ กษัตริย์"โจวอิวหวาง" ต้องสิ้นชาติเพื่อแลกกับรอยยิ้มของนาง"เปาซื่อ" ในมหาสงครามที่ยิ่งใหญ่ของโลกหลายครั้งก็มีสาเหตุเนื่องมาจากความรัก สงครามกรุงทรอยก็มีสาเหตุเนื่องจากเจ้าชาย"ปารีส" ลักพาตัวนาง"เฮเลน"ไปจากกษัตริย์สปาร์ตา มหาสงครามระหว่างยักษ์กับมนุษย์ ก็เพื่อแย่งชิงนางสีดา
      ในนิยายอมตะของจีนที่ได้รับการกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบัน ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่นเรื่องเหลียงซันป๋อกับจู้อิงไถ เทพธิดาทอผ้ากับโคบาล นางฟ้าเจ็ดกับต่งหยง เดชนางพญางูขาว คุณหนูโบตั๋นจำแลง ในห้าเรื่องที่ยกตัวอย่างมานี้นอกจากเรื่องเหลียงซันป๋อกับจู้อิงไถเป็นเรื่องรักรันทดของชายหญิงที่ต่างสถานะกันแล้ว ที่เหลืออีกสี่เรื่องเป็นเรื่องความรักของคนที่อยู่ต่างภพ เทพธิดาทอผ้ากับโคบาล และนางฟ้าเจ็ดกับต่งหยงเป็นเรื่องความรักระหว่างมนุษย์กับเทพธิดานางฟ้า ส่วนเรื่องเดชนางพญางูขาว และคุณหนูโบตั๋นจำแลง เป็นเรื่องของความรักระหว่างมนุษย์กับปีศาจงูและปีศาจมัจฉา นิยายทั้งห้าเรื่องได้สะท้อนให้เห็นถึงอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของความรัก เหลียงซันป๋อกับจู้อิงไถยอมสละชีพ เมื่อมิอาจร่วมเรียงเคียงหมอน ก็ขอร่วมหลุมกลบฝัง เทพธิดาทอผ้าและนางฟ้าเจ็ดยินยอมสละสถานะอันสูงส่งบนสรวงสวรรค์ มาร่วมทุกข์สุขบนโลกมนุษย์ ปีศาจงูขาวและปีศาจปลายอมสูญเสียตะบะพันปีละทิ้งหนทางบรรลุเซียน พลีให้กับความรักที่แท้จริง เป็นการยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นสถานะอันสูงส่งบนสวรรค์ หรือหนทางบรรลุเซียนเมื่อเทียบกับความรักที่แท้จริงแล้วก็ด้อยค่าลง

     แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของความรักภายใต้กฏเกณฑ์ที่ว่าคนที่อยู่ต่างสถานะกันจะอยู่ร่วมกันไม่ได้

Posted by แมวเหมียว on 25 Mar. 2012,18:06
ask.gif  ask.gif  ask.gif

สงสัยอยู่เชียวว่าคุณสข1 จะคุยเรื่องอะไรต่อ  biggrin.gif

นึกไม่ถึงว่าจะมาออกเรื่องความรัก แต่ก็ดีค่ะ ความรักดีกว่าความเกลียดชัง..

แต่..รักต้องตาย รักต้องฆ่า รักต้องลงหลุมพร้อมกัน น่าจะเป็นความหลงมากกว่าความรักหรือเปล่าคะหลงพี่?  laugh1.gif

นิยายรักของจีนที่คุณสข1พูดถึง  แมวเหมียวคุ้นชื่อเพียงเรื่อง เดชนางพญางูขาว เรื่องเดียวเท่านั้นค่ะ ฮิ ฮิ

ถ้าคุณสข1จะเล่า ก็ไม่เป็นการเอามะพร้าวมาขายสวนแน่นอนค่ะ

EM130.gif

Posted by สข1 on 26 Mar. 2012,23:26
ในการเขียนนิยาย เพื่อสร้างความประทับใจในอารมณ์ให้กับผู้อ่าน เพื่อเน้นหนักในทอปปิคที่เสนอให้เห็นชัดเจน บางครั้งจำเป็นต้องสร้างปมเงื่อนที่แตกต่างให้เกินจริง หรือสร้างตัวละครที่เหนือมนุษย์ไปเลย อย่างเรื่องเหลียงซันป๋อกับจู้อิงไถ ที่จบลงด้วยตัวเอกชายหญิงยอมตายร่วมกัน แต่ไม่ยอมอยู่แยกจากกัน เพื่อให้ความสำคัญและเน้นหนักในอานุภาพของความรัก ในขณะเดียวกันก็อาศัยนิยายแนวความรักสะท้อนภาพของสังคมที่เหลื่อมล้ำ จารีตที่ปิดกั้น ที่ทำลายชีวิตที่ดีงามของคนหนุ่มสาวในยุคนั้น
       ส่วนเรื่องความรักระหว่างมนุษย์กับปีศาจมนุษย์กับเทพธิดา เป็นการสร้างตัวละครที่เกินจริงและเหนือมนุษย์ เพื่อเน้นให้เห็นถึงการแบ่งแยกที่ชัดเจน ว่ามีมนุษย์บางจำพวกคิดว่าตัวเองสูงส่งเหนือมนุษย์ หรือเห็นผู้อื่นต้อยต่ำจนมิใช่มนุษย์
       วรรณกรรมนั้นเป็นผลผลิตที่ตกผลึกมาจากการต่อสู้เพื่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ ผ่านการเรียงร้อยถ้อยคำจากเหตุการณ์ที่ผู้เขียนได้ประสบพบเห็น บวกกับจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์มาเป็นผลงานทางตัวอักษร ในรูปของนิยาย บทกวี บทเพลงต่างๆ การศึกษาผลงานวรรณกรรมสามารถมองเห็นสภาพสังคม การเมือง ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละสังคมและแต่ละยุค  
        ในนิยายที่ยกตัวอย่างมานั้นนอกจากจะสะท้อนภาพของความรักที่ไม่สมหวังภายใต้สังคมจารีตที่ปิดกั้น ยังได้สะท้อนเป้าหมายที่สำคัญในการแสวงหาของชีวิต ในประวัติศาสตร์ของจีนมีฮ่องเต้จำนวนมาก เมื่อได้เสวยอำนาจ ก็ลุ่มหลงในอำนาจวาสนา ทรัพย์สินสฤงคาร จนไม่อยากจะสูญเสีย นอกจากจะกลัวการสูญเสียจากถูกผู้อื่นแย่งชิง ยังกลัวการสูญเสียจากความตาย จึงมีการเสาะแสวงหายาอายุวัฒนะ มีการบำเพ็ญตนให้บรรลุเซียน เพื่อจะได้มีชีวิตอมตะ เสวยสุขตราบชั่วกัลปวาสาน แต่ในเรื่องเทพธิดาทอผ้ากับโคบาล และนางฟ้าเจ็ดกับต่งหยง ได้บรรยายถึงชีวิตอมตะที่ซ้ำซากจำเจบนสวรรค์ เหล่าเทพธิดาและนางฟ้ารู้สึกว่าชีวิตอมตะบนสรวงสวรรค์ วันๆอยู่แต่ในวิหารเวียงวัง ดูก้อนเมฆนับดวงดาว ไม่มีร้อนไม่มีหนาว ไม่มีทุกข์ไม่มีโศก ไม่เจ็บไม่แก่ไม่ตาย เป็นชีวิตที่จืดชืดน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก นางเพ่งดูชีวิตผู้คนบนโลกมนุษย์ เห็นชาวนาขยันขันแข็งไถดำหว่านกล้า ชาวเรือมีชีวิตที่อิสสระเสรีล่องเรือไปทุกสารทิศ ชาวเขาสุขสำราญขึ้นเขาตัดฟืนร้องเพลง ตกค่ำสรวญเสเฮฮาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า เช่นนี้จึงเป็นชีวิตที่แสนอบอุ่นและมีความสุขอย่างน่าอิจฉา

Posted by แมวเหมียว on 27 Mar. 2012,10:52
bowsdown.gif    bowsdown.gif


รอICON015.gif อีกค่ะ



EM145.gif

Posted by สข1 on 31 Mar. 2012,21:25
ความจริงผมเพียงขอยืมนิยายเกี่ยวกับความรักเพื่อจะบอกว่า สังคมมนุษย์มีการแบ่งแยกเป็นชนชั้นสูงชนชั้นต่ำมาตั้งแต่สมัยโบราณ กระทั่งบางทีก็มองว่าตนเองเป็นเทวดาหรือผู้ที่วิเศษกว่าผู้อื่น และมองผู้ที่แตกต่างจากตนนั้นเป็นภูตผีปีศาจที่อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ต้องเข่นฆ่ากันให้สิ้นซากไปเลย หลวงจีน"ฝ่าไห่"ในเรื่องเดชนางพญางูขาวเป็นตัวแทนของความคิดประเภทนี้อย่างชัดเจน หลวงจีน"ฝ่าไห่"เป็นผู้ที่มีตะบะ คาถาอาคมแก่กล้า แกยึดถือกฏมนุษย์กับปีศาจอยู่ร่วมกันไม่ได้ จึงตั้งตนเป็นผู้ปราบปีศาจ ถ้าเจอปีศาจมาเพ่นพ่านบนโลกมนุษย์ แกต้องตามล่าตามจับ เอาไปกักขังหรือไม่ก็ฆ่าทิ้ง ทั้งๆที่ทั้ง2คนยืนยันว่ารักกันจริง การอยู่ร่วมกันของเขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และนางงูขาวก็ไม่เคยทำร้ายใคร แต่หลวงจีน"ฝ่าไห่"อ้างว่ามันเป็นกฏของสวรรค์ อันนี้เป็นการตั้งกฏกติกาสัมบูรณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลขึ้นมา โดยไม่คำนึงถึงความสงบสุขของสังคมและการอยู่ร่วมกัน

ไม่น่าเชื่อว่าความคิดแตกแยกจนถึงขั้นอยู่ร่วมกันไม่ได้ ต้องทำลายล้างกันให้สิ้นซากของมนุษย์ มันดำรงอยู่ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคสังคมประชาธิปไตยและสังคมโลกาภิวัฒน์ในปัจุบัน และรู้สึกว่ามันจะดำรงอยู่ทุกซอกทุกมุมของสังคมที่มีมนุษย์อยู่อาศัย แต่ความจริงโลกมนุษย์ของเราดำรงอยู่ด้วยการพึ่งพาอาศัยของสิ่งที่หลากหลายและการผสมผสาน โลกเรามีมนุษย์อยู่6000กว่าล้านคนที่ไม่เหมือนกัน แม้แต่ฝาแฝดที่เหมือนกันราวกับแกะยังแยกแยะความแตกต่างได้ มีพืชสัตว์อีกนับล้านชนิดที่ไม่เหมือนกันเลย เคยมีนักปราชน์ของจีนท่านหนึ่งกล่าวว่า บรรดาใบไม้ทั้งหมดที่มีอยู่ในป่า ไม่มีใบไหนที่เหมือนกับอีกใบหนึ่งทุกประการจนหาความแตกต่างไม่ได้ จะเห็นว่าธรรมชาติสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างและหลากหลาย แต่มนุษย์พยายามสร้างสิ่งที่เป็นเอกภาพและหนึ่งเดียว

มีนิทานสำหรับเด็กของจีนอยู่เรื่องหนึ่ง เล่าว่าในสมัยที่ปฐมบรมครู"ขงจื๊อ"เป็นขุนนางของนครแห่งหนึ่ง จะออกไปตรวจตราสภาพบ้านเมืองและทุกข์สุขของประชาชนอยู่เสมอ มีอยู่วันหนึ่งเจอเด็กคนหนึ่งนั่งเล่นกองดินขวางเส้นทางอยู่ "ขงจื๊อ"จึงบอกว่า เจ้าหนูน้อยรถเราต้องการผ่านเส้นทางนี้ หลีกทางให้เราด้วย เด็กน้อยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาว่า เรากำลังจะสร้างเมือง รถท่านวิ่งอ้อมเมืองไปสิ ไม่มีใครย้ายเมืองเพื่อหลีกทางให้รถผ่านหรอก "ขงจื๊อ"รำพึงขึ้นว่าเจ้าเด็กคนนี้ตอบเข้าท่าแฮะ เด็กน้อยพูดขึ้นอีกว่า ลูกปลาออกจากไข่มาเพียงวันเดียวมันก็ว่ายไปมาในน้ำได้ กระต่ายออกจากท้องแม่เพียง3วันก็วิ่งเล่นในทุ่งหญ้าได้ ข้ามีอายุมาตั้ง7ขวบ จะไม่ให้รู้เรื่องอะไรบ้างเลยหรือ "ขงจื๊อ"รู้สึกสนใจในตัวเด็กน้อนคนนี้จึงถามว่า ข้าตั้งใจจะสร้างความเสมอภาคในแผ่นดิน เจ้าจะไปกับข้าไหม เด็กน้อยตอบว่า โลกนี้ต้องมีความแตกต่าง ถ้าผืนโลกราบเรียบไม่มีภูเขาสัตว์ป่าจะไปอยู่ที่ไหน ถ้าไม่มีทะเลและแม่น้ำ น้ำก็จะท่วมแผ่นดิน มนูษย์จะไม่มีที่อยู่ สัตว์บกจะจมน้ำตายหมด ถ้าคนเราเสมอภาคกันหมดไม่มีผู้ใหญ่ใครจะดูแลผู้น้อย ไม่มีผู้น้อยผู้ใหญ่จะใช้ใคร นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สนับสนุนแนวความคิดว่าสังคมมนุษย์เป็นสังคมที่ดำรงอยู่ด้วยความหลากหลาย ปัญหาก็คือจะจัดความสัมพันธ์ที่เหมาะสมในความหลากหลายเหล่านี้ได้อย่างไร

Posted by แมวเหมียว on 03 Apr. 2012,09:50
"ปัญหาก็คือจะจัดความสัมพันธ์ที่เหมาะสมในความหลากหลายเหล่านี้ได้อย่างไร"..นั่นซีคะ ask.gif

ask.gif  ask.gif  ask.gif

Posted by สข1 on 04 Apr. 2012,23:53
ขอเพียงเราจะยอมรับการดำรงอยู่ของอีกฝ่ายหนึ่ง ว่าเขาก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในโลกนี้เช่นเดียวกับเรา ปัญหาทั้งหลายย่อมมีทางออก

เรื่องการจัดความสัมพันธ์ของสังคมเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะสามารถจัดการได้ เมื่อเจมส์วัตต์ได้ผลิตเครื่องจักรไอน้ำขึ้นมา นำมาซึ่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรตที่18 การผลิตแบบแมสโปรดักส์ ทำให้การตลาดและการเงินมีบทบาทต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และเข้าแทนที่การผลิตแบบทำเองใช้เองในสังคมศักดินา เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของสังคมเปลี่ยนไป ทำให้โครงสร้างชั้นบนของสังคมต้องเปลี่ยนตาม เกิดการจัดระเบียบสังคมครั้งใหญ่แบบแลนสไลด์ ถ้าเราย้อนดูเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ จะเห็นว่ามีเหตุการณ์ใหญ่ๆที่รุนแรงหลายครั้งเกิดขึ้นทั่วโลก ช่วงเวลานั้นยืดเยื้ออยู่หลายสิบปี ในขณะนี้ผมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างพื้นฐานกับโครงสร้างชั้นบนของสังคมเริ่มไม่สอดคล้องกัน หรือไม่สอดคล้องกันแต่แรก แต่ปัญหามันรุนแรงถึงจุดที่ต้องประทุอีกครั้ง แต่ยังมองไม่เห็นหนทางใหม่ นักวิชาการทั้งหลายก็ไม่สามารถเสนอแนวทางที่ชัดเจนได้ เมื่อสิ่งเก่ายังไม่ยอมตาย สิ่งใหม่ก็ยังเกิดไม่ได้ ช่วงเวลานี้จึงเป้นห้วงเวลาของมารซาตาน

Posted by สข1 on 08 Apr. 2012,11:33
สำหรับการเปลี่ยนแปลงในสังคมของไทยเราที่ผ่านมา มักจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีความอลุ้มอล่วยค่อนข้างสูง อาจเป็นเพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ถูกกล่อมเกลาด้วยหลักศาสนามาเป็นเวลายาวนาน ทำให้คนไทยไม่นิยมการใช้ความรุนแรง ไม่นิยมการเปลี่ยนแปลงที่เด็ดขาดแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เช่นการปฏิวัติของชนชั้นกลางในปีพศ.2475 ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้เกิดสงครามนองเลือดอย่างรุนแรงอย่างประเทศอื่นเขา และไม่ได้นำพาประเทศเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างเด็ดขาด การรัฐประหารแย่งชิงอำนาจในอีกนับสิบครั้งหลังจากนั้น ก็เป็นการแย่งชิงอำนาจที่สูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อน้อยมาก และความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมโดยวิธีที่รุนแรงและเด็ดขาดในครั้งอื่นๆก็ล้วนประสบความล้มเหลว ในขณะที่โลกตะวันตกได้เปลี่ยนเป็นระบอบทุนนิยมอย่างเต็มตัว และได้แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ประเทศไทยเราพึ่งจะเลิกทาสเมื่อไม่นานมานี้เอง  ทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแบบผสมผสานและกลมกลืน ไม่พลิกไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างเด็ดขาด ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมนานาประเทศอื่นเขาเช่นกัน

ในช่วงที่วิกฤตทุนนิยมแผ่ขยายไปทั่วโลก ทำให้นักวิชาการหลายสำนักเริ่มหันมาทบทวน และตั้งคำถามกันว่าการพัฒนาเทคโนโลยี่อย่างไร้ขอบเขตนั้น สามารถสร้างความสุขให้กับมวลมนุษย์ได้จริงหรือหลายคนเริ่มหันมามองสังคมแบบผสมผสานและกลมกลืนอย่างไทยเรา ว่าเป็นสังคมที่เหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่า เพราะในการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา นอกจากความเจริญทางเทคโนโลยี่ และสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัตถุแล้ว มนุษย์เรายังต้องการความมีน้ำใจ การให้อภัยถ้อยทีถ้อยอาศัย และความสุขทางอารมณ์อีกด้วย

ที่โพสท์มาทั้งหมดนี้เป็นเพียงความรู้สึกนึกคิดของผมเองนะครับ ไม่ได้มีการศึกษาหรือค้นคว้าอย่างจริงจังหรือลึกซึ้งอะไร

Posted by แมวเหมียว on 08 Apr. 2012,15:01
bowsdown.gifคุณสข1 สรุปจากประสบการณ์ชีวิต ได้น่าสนใจค่ะ EM145.gif
Posted by นกกะปูด on 17 May 2012,18:18
สวัสดีค่า

รอลุ้นว่าพี่สข1 จะเล่าเรื่องอะไรอีก จากน้ำท่วมมาเรื่องการเมือง จากการเมืองก็เข้าสู่โหมดชิงรักหักสวาท

นู๋ก็อยากคุยด้วยค่ะ ขอเบรคเข้าหัวข้อกระทู้เรื่องน้ำท่วมหน่อยนึงนะคะ โดยส่วนตัวน้ำท่วมคราวที่แล้ว มันหนักหนาสาหัส สร้างความเสียหาย สำหรับนกก็ตรงความรู้สึกค่ะ

ความรู้สึกที่ว่านี่ก็คือ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีเหตุการณ์หนไหนที่ทำให้ ตระหนก ตกใจ หวาดกลัว โดดเดี่ยวเดียวดายได้ถึงเพียงนี้ กัวๆๆๆ กลัวจริงๆ เลยค่ะ (เอ๊ะ หรือว่าเราแก่เลี้ยว ถ้าเราแก่แล้วพี่ๆที่นี่จะเรียกว่าอะไรหว่า 555)

ครั้นเมื่อรู้ว่าน้องน้ำเดินทางมาถึงอยูธยา ก็นั่งติดตามข่าวสาร ทั้งวิทยุ ทีวี เว็บไซต์ต่างๆ เชื่อมั่นอยู่ในใจว่านนทบุรีทั้งเมืองจมน้ำแน่ๆ โทรเช็คญาติพี่น้อง มิตรสหาย ส่วนใหญ่ก็อยู่ในอาการตกใจตื่นกลัว บางคนก็กักตุนน้ำดื่ม อาหาร หมู เห็ด เป็ด ไก่  ผักหญ้า 4-5 กิโล อันแน่นในตู้เย็น ทั้งแก๊ส ตะเกียง ถ่ายไฟฉาย ก็ของมันจำเป็นทั้งหมด

แต่พอน้องน้ำจ่อประตูเมือง บางคนก็พากันหนีออกจากบ้านลงใต้ ทีนี้ก็เป็นห่วงว่าข้าวของที่เก็บไว้มันจะเน่าคาตู้เย็นอีก เฮ้อ.. บางคนบอก "เอาอยู่" มีแต่พี่สข1 คนเดียวนี่หละ ที่บอกว่าไม่ได้เอาอยู่ เอ๊ย เอาไม่อยู่แล้วว๊อยยย

เป็นห่วงนะพี่.. น้ำบ้านพี่มันท่วม 3 เมตร จะเอาเหล้ายา มาม่า ปลาปิ้ง ไปให้กินนี่ก็ไม่รู้จะไปยังไง ไว้รอปีหน้านะพี่ นกยังอาฆาตปลาช่อนในโรงรถ กับตะพาบตัวที่โพสต์ไว้ ฮึ่มมม

Posted by แมวเหมียว on 18 May 2012,20:30
สวัสดีค่ะนกกะปูด

เพิ่งทราบว่านกกะปูดแอบเข้ามาลลุ้นคุณสข1อยู่ อิ อิ


.นกกะปูดสบายดีนะคะ

Posted by นกกะปูด on 20 May 2012,09:31
สวัสดีค่ะแมวเหมี๊ยวๆๆๆ

นานๆ ก็ย่องมาฟังว่าเพื่อนๆ คุยอะไรกันมั่ง
เห็นสองพี่น้องนั่งคุยกันในกระทู้นี้ ฝ่ายพี่ก็นั่งคุยก้มเปิดนิยายจีน
ฝ่ายน้องก็นั่งหลับฟังน้ำลายไหลยืด 555

วันก่อนว่าจะเข้าไปทักแมวเหมียวที่ห้องครัว
จะโพสต์ภาพหนมเค็กที่ทำเองกับมือมาอวดซะหน่อย
แต่ก็หมดความพยายาม เพิ่งมารู้เทคนิกฝากภาพในกระทู้นี้ค่ะ

คิดถึงทุกๆ คนค่ะ ว่างๆจะแวะมาแอบอ่านอีก

Posted by แมวเหมียว on 20 May 2012,14:25

(นกกะปูด @ 20 May 2012,09:31)
QUOTE
ฝ่ายพี่ก็นั่งคุยก้มเปิดนิยายจีน
ฝ่ายน้องก็นั่งหลับฟังน้ำลายไหลยืด 555

555 แหม..นกกะปูดนี่รู้ไปโหม้ด..คิดว่าไม่มีใครรู้แล้วเชียวนา laugh1.gif   laugh1.gif


..นกกะปูด:"ว่างๆจะมาแอบอ่านอีก"...

ปัญหาครือว่า.. ไม่มีคนเขียนนี่จ๊ะนกกะปูด จะอ่านอะไรอ่ะ.. biggrin.gif

whisper.gif ได้ข่าวว่าแม้แต่คุณพี่สข1ก็ไปติดเฟสบุ๊คซะแล้ว hehe.gif

ว่าแต่ นกกะปูดไม่เล่นเฟสกับเค้าบ้างเหรอคะ ask.gif


EM144.gif

แหม อยากชม อยากชิมขนมเคักนกกะปูดบ้างจัง EM150.gif

Posted by นกกะปูด on 20 May 2012,16:50
ไม่มีคนเขียนใหม่ๆ ก็แอบอ่านของเก่าๆ ไงคะ
เฟสก็เล่นจ้ะ ติดเกมส์งอมแงมเหมือนกัน
แมวเหมียวหละ เล่นหรือเปล่า ใช้ชื่ออะไร
ไปเล่นเกมกันดีก่า เด๋วทำหนมเค้กให้กิน นะๆๆ Minigz5304.gif

Posted by แมวเหมียว on 21 May 2012,15:52
เฟสบุ๊คสมัครกันเชยเหมือนหลงพี่  biggrin.gif

แต่ไม่เล่นเกมส์จ้านกกะปูด.กลัวติดเกมส์เสียอนาคต(เอ็นท์ไม่ติด) laugh1.gif

ปลูกผักของจริงดีกว่า กินได้ด้วย

ทำFarmvill กินบ่ได้ greet.gif

EM142.gif

Posted by นกกะปูด on 24 May 2012,11:13
ฮั่นแน่ ไปแอบเล่นFV มาแล้วแหง๋เลย EM144.gif
Posted by pilgrim on 31 May 2012,22:10
โหมดโพสต์รูปกลับคืนเดิมหรือยังคะ โพสต์หลายขั้นตอน สกัดดาวรุ่งมากเลยค่ะ ขี้เกียจไปเลยค่ะ
Posted by แมวเหมียว on 01 Jun. 2012,14:31
whisper.gif ดาวรุ่งยังแว่บๆมาอยู่บ้างเหรอคะ อิ อิ  inlove.gif

EM144.gif

Posted by pilgrim on 20 Jul. 2012,23:33
โหมดโพสต์รูปกลับคืนเดิม คราวนี้ดาวรุ่งคงพุ่งแรงขึ้นค่ะ  smSL07.gif
Posted by KiLiN on 20 Jul. 2012,23:58
คุณพิลไม่ต้องหาซื้อ VCD กำเนิดเจ้าแม่กวนอิมแล้วนะครับ  ผมกำลังไล่โพสต์ทุกวันไปจนจบลยครับ  tinyrose.gif
Posted by แมวเหมียว on 21 Jul. 2012,09:42

(pilgrim @ 20 Jul. 2012,23:33)
QUOTE
โหมดโพสต์รูปกลับคืนเดิม คราวนี้ดาวรุ่งคงพุ่งแรงขึ้นค่ะ  smSL07.gif

whisper.gif คุณพิลคะ พี่ว่าจะคลิก"Like"แต่หาปุ่มไม่เจอค่ะ  laugh1.gif

EM130.gif

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard