Forum: ห้องสังคม
Topic: **  D I A R Y  **
started by: add

Posted by add on 10 Oct. 2002,19:10
กระแสการเขียนไดอารี่ รู้สึกจะเป็นที่นิยมมากในขณะนี้

    ครูตามโรงเรียนบังคับให้นักเรียน ซื้อสมุดบันทึกไปเขียนไดอารี่ส่งครู บางคนเขียนไดอารีจนพิมพ์เป็นหนังสือขาย แล้วเอาไปทำเป็นหนังร่ำรวยไปเลย (น่าอิจฉา เอาเรื่องของตัวเองให้คนอื่นดูได้ทั้งโลก) เด็กสาวๆหนุ่มๆเขียนไดอารี่กันในเน็ต (น่ารักซะไม่มี)

    ก็เลยคิดว่า เราน่าจะมีไดอารี่ของบ้านเราบ้างเนาะ แต่เป็นไดอารี่ของทุกคน ไม่ใช่ของส่วนตัว (ถ้าของส่วนตัวก็ไปเขียนเอง เก็บไว้อ่านเองที่บ้านซิยะ) เผื่อว่าใครจะเขียนบอกเล่าความในใจ (ที่เปิดเผยได้)รายวัน (นกกะปูดคนแรกเลย เห็นชอบเขียนจัง) หรือไม่ใช่ความในใจ เป็นความนอกใจ (เอ๊ะ...คืออะไร..แปลได้ 2 อย่างแฮะ) ก็เขียนได้ รำพึงรำพัน ระบายอารมณ์ (อย่ารุนแรงนักนะ เดี๋ยวไดอารี่พัง..)
 ......DIARY.....    
           ......DIARY...... 
                   ......DIARY......  
                          ......DIARY...... 
                                  ......DIARY...... 
                                

Posted by add on 10 Oct. 2002,19:49
10 ต.ค. 45
 
   ตื่นแต่เช้า....ลมหนาวเริ่มพัดมา 
   มองไปทางหลังบ้านเห็นต้นโพธิ์ต้นใหญ่ระบัดใบไปตามสายลมหนาว
   แสงเรื่อๆเริ่มที่ขอบฟ้า นกเริ่มร้องขับขาน และโผบินไปมา
   คงได้เวลาหากิน 
   เหมือนคนเรา
  (เหมือนคนที่บ้านเรา)
   หลายคนคงต้องตื่นแต่เช้ารีบไปทำงาน
   แต่คงมีบางคนที่ตื่นสาย.....( ใครหว่า )
  
   พอก่อนนะ ไดอารี่ ฉันยังไม่ได้กินกาแฟเลย
  

Posted by KiLiN on 10 Oct. 2002,20:16
จอกแหนลอยน้ำ
หลังจากบวช
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ฤดูต่อกี่ฤดูแล้ว
ถือบาตรสวมจีวรอย่างละหนึ่ง
มีชีวิตอย่างสบาย
เมื่อวานอยู่ในป่าเขา
วันนี้มาเดินเที่ยวในเมือง
ชั่วชีวิตของคน
เหมือนจอกแหนลอยอยู่ในแม่น้ำ
ไม่มีอะไรแน่นอนเพื่อปากท้องเท่านั้น
วันคืนต้องใช้จ่ายเลี้ยงชีพ
เหนื่อยทั้งกายและใจ
ในที่สุดก็ไม่พ้นตาย
ดังนั้นไม่แสวงหาสิ่งใดๆทั้งสิ้น
ไม่สนใจเกียรติยศชื่อเสียง
ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า
ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน ๓ โลก


      จอกแหนลอยน้ำ  อ่านแล้วให้ความรู้สึกของคนที่เหมือนอยู่ไปวันๆ ไม่คาดหวังใดๆ ไม่มีอดีตไม่มีอนาคต
      คนเราจะแข่งขันเอาอะไรกันมากมาย ที่สุดก็ต้องตายไม่ใช่หรือ ขวนขวาย แข่งขันกันมากมาย ก็แค่กินอิ่มนอนหลับ  
      ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า ใช่เลย.....ความจริงมีแต่เรื่องเศร้า  เวลาที่ฉันนั่งรถเมล์ นั่งกินข้าวเที่ยงที่ตลาดคนเดียว แล้วมองไปที่ผู้คน รู้สึกชีวิตคนนี่น่าอนาถ น่าสงสารนะ  รู้สึกเศร้าลึกๆ  เมื่อก่อนเศร้าแล้วก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมโลกช่างไม่ค่อยให้ความเป็นธรรมกับคนทั่วถึงเลย  วันนี้รู้แล้ว " เหมือนจอกแหนลอยอยู่ในแม่น้ำ " ลอยไปตามกระแสน้ำ (กรรมในอดีตที่ตนสั่งสมมาเอง)
      เศร้าวันนี้จึงเป็นเศร้าแบบระลึกรู้  ไม่ใช่เศร้าแล้วทุกข์แบบวันวาน


ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า... cry2.gif
Posted by นกกะปูด on 10 Oct. 2002,23:37
10 ตุลาคม 2545

ชีวิตประจำวันของฉัน..
มันซ้ำซ้ำ มันเดิมเดิม
ตื่นมาก็เข้าเน็ท
วันๆ ฉันอยู่แต่หน้าจอ
เหมือนกับรอคอย
ใครบางคน...
และวันนี้ก็เช่นกัน
คืนวันผันผ่านตามปฏิทิน
แต่ตัวฉัน ยังซ้ำซ้ำ ยังเดิมเดิม..
Posted by Yaya on 11 Oct. 2002,00:45
10 ต.ค. 2545

...ก่อนเริ่มวันนี้ .. เมื่อคืนนี้ก่อนจะหลับตาลง นอน ..รู้สึกลบายใจได้แกล้งใคร บางคน .. . sleeping.gif .
 วันนี้ตื่นขึ้นมา .กะว่าจะง้อ ซะ หน่อยหายงอนยังจ๊ะ ..
 ชีวิตช่วงนี้ .. สบายอย่าบอกใครเลยหละ ..ไม่วุ่นวาย อยากนอนตอนไหนก็นอน อยากตื่นตอนไหนก็ตื่น ... เหมือนวันนี้เพิ่งตื่นเอาตอนเกือบเที่ยง...ก็ปิดเทอม น่ะสิ .. เลยสนุกอยู่หน้าจอแบบ Non stop .. นานๆ จะได้ เป็นแบบนี้ซะที .. ไม่มีการบ้านไม่ต้องอ่านหนังสือแบบเอาเป็นเอา ตาย ... ได้คุยกับเพื่อนสุดที่รัก .. โห สุขใด ไหนจะเท่า...
วันนี้ยังไม่มีอะไรจะเขียนเพราะเพิ่งตื่นได้ แค่ ..1 ชั่วโมง เศษๆ ..ไว้ดึกๆ จะแวะมาใหม่ ..แล้วเล่าความเป็นไปของวันนี้สู่กันฟัง นะ คะ .. wavey.gif  wavey.gif
Posted by Heng-Heng on 11 Oct. 2002,05:15
10 ตุลาคม 2545

วันนี้ผมตื่นแต่เช้ามืดเหมือนทุกวัน ผมเริ่มสัมผัสกับอากาศหนาวเป็นครั้งแรกในชีวิต แม่ซื้อเสื้อยืดตัวใหม่สีน้ำเงิน เป็นลายทีมฟุตบอลให้ผม เพื่อใส่กันหนาว เมื่อคืนผมนอนดึกเพราะอยู่เป็นเพื่อนแม่ แม่ผมชอบนั่งกินเหล้าครับ บางทีก็มีเพื่อนๆ แม่มากินด้วย แต่บางครั้งแม่ผมนั่งกินคนเดียว ผมรู้..ว่าแม่รู้สึกเช่นไร บางทีผมเห็นแม่ร้องไห้...ผมก็คอยนั่งอยู่ใกล้ๆ แม่

เวลาแม่กินเหล้า ผมก็พลอยท้องกางสิครับ ทั้งไส้กรอก ขนมขบเคี้ยว แม่คอยป้อนให้ผม ก่อนแม่เข้านอน ผมไปส่งที่บันได เดี๋ยวนี้แม่ไม่ให้ผมนอนด้วย แม่บอกว่าผมโตแล้ว แม่ลูบหัว และหอมผมที่แก้มหลายครั้ง
ผมรักแม่ครับ. inlove.gif
Posted by fong on 11 Oct. 2002,09:39
10/10/45
เคยมีบางคนที่ฟ้าบันดาลให้เจอกัน  ให้ฉันนั้นเคลิ้มไป
เคยมีบางคนที่เข้ามาทำ ให้อุ่นใจ และคิดจะร่วมทาง
แต่พอไม่นานนัก และเค้าก็ไป ไม่เคยมีคนไหน จริงจัง
เคยมีบางมือให้ฉันกุมมือ เดินด้วยกัน แค่นั้นเค้าก็ไป
และเคยมีแววตา ที่ฉันเคยมอง แล้วสุขใจ และแล้วก็ลากัน
จะมีสักคนไหม ที่รักกันจริง
จะมีสักคนไหม  คนที่เค้าไม่จากไป
ฉันพร้อมให้เค้าจนหมดใจ
จะมีไหมสักคนที่เกิดมา  เพื่อจะมาอยู่ด้วยกัน
ตื่นตอนเช้า ก็ได้เห็นเค้าก่อนใคร
และมีเค้าข้างกายเมื่อหลับตา
เค้าคนเดียวเท่านั้นเอง ที่ผูกพันเป็นตัวจริง
มิใช่เพียง เจอกัน เพื่อจากไป
จะขอแค่เพียงใครสักคน.........

ฉันชอบเปิดเพลงฟังไปด้วยตอนที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอม
เสียงเพลง..ใครสักคน...ดังขึ้นเบาๆจากแผ่น mp3
เพลงนี้กำลังเป็นเพลงโปรดของฉัน
เนื้อเพลง ช่างซึ้งกินใจฉันซะเหลือเกิน
ฉันชอบทั้งทำนอง และคำร้องของเพลงนี้
ทั้งๆที่ฟังทีไรก็อดรู้สึกเศร้าลึกๆไม่ได้
รู้สึกเหมือนเป็นเสียงรำพึงจากหัวใจของตัวเอง
เคยได้ยินใครก็ไม่รู้ พูดว่าคนที่ชอบฟังเพลงเศร้าๆ
มักจะเป็นคนที่ผิดหวังกับความรัก
ก็ใช่จริงๆน่ะแหละ ฉันก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน
ถึงแม้ตอนนี้มันจะเป็นอดีตไปแล้ว
แต่ฉันก็ยังชอบฟังเพลงเศร้าๆอยู่ดี....

เมื่อคืนฉันหลับไป พร้อมกับอาการปวดหัวนิดๆ
นึกว่าตื่นเช้ามา ถ้ามีอาการมากขึ้นก็จะกินยาก่อนออกจากบ้าน
แต่ ก็รู้สึกดีขึ้น แต่พอเริ่มงาน ฉันก็กลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีก
จนต้องหาเวลาพัก  เช้านี้ งานช่างวุ่นวายยุ่งเหยิงซะจริงๆ
ฉันรู้สึกเครียด  รู้สึกชีวิตช่างเหน็ดเหนื่อยกับงาน
นึกอิจฉาคนที่นั่งทำงานบริษัท เลิกงานแล้วก็ได้เฮกันไปโน่นไปนี่
กับเพื่อนๆ  ทั้งๆที่งานของฉันวุ่นวาย ผู้คนแวดล้อมเต็มไปหมด
แต่ฉันรู้สึกเหมือนมีโลกแยกออกเป็นสองส่วน
ฉันกลับรู้สึกเหงา ท่ามกลางผู้คนมากมาย.....
Posted by Yaya on 11 Oct. 2002,11:57
เฮง เฮง....
   หนูเป็นเด็กดี นะ น่ารัก อ้วนจ้ำม่ำ เชียวแม่หนูคงเลี้ยงดีแหละ นะ ... ดีแล้วหละ ที่หนูตอบแทนแม่เค๊า ..อยู่เป็นเพื่อนเค๊าเวลาเค๊าเหงา .. คอยกินกับแกล้ม เป็นเพื่อนแม่เค๊า ...แม่เค๊าร้องไห้คงมีเหตุผลของเค๊า ..วันนึงหนูโตขึ้นหนูก็รู้เองแหละ ...
  แต่น้าอยากเตือนหนู นิดนึงนะคะ ... หนู น่ะกินแค่กับแกล้ม นะอย่าเผลอไปดวด เหล้าของแม่แกเข้า ... เดี๋ยวจะไม่มีใครดูแลแม่ ..รู้มั๊ย ...
เดี๋ยว ..สักวันน้าจะไปเยี่ยมหนู นะ ... อ้อ.. น้าเลยเอารูป พี่ที่บ้านน้า มาฝาก ... พันธ์เดียวกับหนู แหละแต่พี่เค๊าโตแล้ว ... ชื่อสต๊อค ..กับ ... ฺบิลลี่ ... อีกตัว พระเอกไม่สบายไม่มีอารมณ์ มายืนแอ๊ค กับเค๊า .. เจ้าหนมปัง... เลยอดถ่ายรูป ... ไว้วันหน้า .. รักษาเค๊าหายดีแล้ว .. น้าจะส่งรูป เค๊า ให้ดู นะคะ .. เจ้าตัวเหมือนหนู น่ะ สต๊อค .. อีกตัวจอมแอ๊ค .. เจ้าบิลลี่ .. น่ะ .รู้จักกันไว้ซะ นะ ..
อ้อ...ฝากบอกแม่หนูด้วยว่าอย่าเมา บ่อยนัก..เก็บไว้เมาพร้อม น้าด้วย ..555... (พูดเล่น ..แต่ทำจริง) ..

และช่วงนี้เด็กๆ ปิดเทอม สีสันเยอะหน่อย ...ย๋ามีหน้าที่รบรา กับเด็กๆ ในช่วงนี้ พี่ชาย ..ส่งตรงมาฝากเลี้ยง จาก เชียงใหม่ ...เดี๋ยว..เสาร์ นี้ต้องได้เอาทะโมนลับบ้าน ...ไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วจะ มีรูปสวยๆ มาฝาก นะคะ .... ตอนนี้ดูรูป เจ้าสต๊อดกะบิลลี่ ไปพลางๆ นะคะ..รูปคน น่ะแค่ประกอบฉาก.... ส่วนคนในรูปกับทะโมนอีกฝูง น่ะ.. ก็ดูเอาเอง..
...จะกลับมาเขียนไดอารี่อีกทีก็คง พฤหัสฯ หน้าโน่นแหละ ค่ะ ...คิดถึงบ้านเราแย่ เลย.. flower.gif




Posted by add on 11 Oct. 2002,17:44
นอกไดอารี่

      อ้าว ...ตัวไหน มาเค่ยไดอารี่ซะแหว่งเลยฮะ  เดี๋ยวตีซะเลยนี่  แต่โอ๋ย...ตัวโตๆทั้งนั้นเลย  ชักหวาดเสียว...ปากใหญ่จัง  ตัวที่ผมยาวๆค่อยน่ารักหน่อย  อ้าวแล้วสีเหลืองๆที่หกอยู่นี่มันน้ำอะไรของใคร หา....
Stuv  พิสูจน์หน่อยซิ....

      เจ้าของหมาน่ารักอีกคนละ  ฮ้า..ปลื้มใจจังมีคนสวยๆประจำบ้านอีกคนละ  น้องหยาหาคนมาช่วยเลี้ยงหมาบ้างนะ อย่าอยู่คานทองนิเวศน์นานนัก  เดี๋ยวจะไม่รู้จักชีวิต  ฮ่าฮ่า
Posted by KiLiN on 11 Oct. 2002,20:15
ฮ่า...ทั้งคนทั้งหมาแข่งกันฉีกยิ้ม ดูน่ารักไปหมด
      xmas.gif  smile.gif
Posted by Heng-Heng on 11 Oct. 2002,23:38
11 ตุลาคม 2545

วันนี้ผมไม่สบายครับ ไข้ขึ้นอีกแล้ว เมื่อสองวันก่อนพ่อ-แม่ พาผมไปหาหมอ ฉีดยาตั้งสองเข็มหน่ะครับ หมอจับผมมัดปาก พ่อจับผมล๊อกไว้กับเตียงคนไข้ ผมเจ็บมากครับ ร้องเสียงหลงเลย หมอห้ามไม่ให้ผมอาบน้ำและเล่นน้ำฝน ต้องกินยาติดต่อกันหนึ่งอาทิตย์ครับ

แต่เมื่อวาน... ป้าสาหร่ายเปิดประตูโรงรถทิ้งไว้ ผมก็เลยได้โอกาสหนีแม่ไปเที่ยวข้างบ้านซะเลย หนุกมากครับ ผมเจอเพื่อนใหม่ที่เป็นผู้หญิง ขาววววว สวยยยย ซี๊ดดด น้ำลายผมไหลเลยครับ เธอพาผมไปเล่นแอ่งน้ำข้างบ้าน เราลุยขี้โคลนเล่นกันอย่างมีความสุข... ผมคิดถึงเธอครับ ผมอยากมีโอกาสได้เล่นกับเธออีก แต่แม่บอกว่าเธอเป็นเด็กเร่ร่อนจรจัด ไม่อยากให้ผมไปคบกับเธอครับ ผมเล่นกับเธอได้ไม่นานนัก ป้าสาหร่ายก็มาตามผมเข้าบ้าน นี่ผมต้องจากเธอไปแล้วเหรอครับ ผมอดหันไปมองสาวน้อยนัยน์ตาซึ้งไม่ได้.. "เราคงได้พบกันอีกนะ" ผมร่ำลาเธอ

ป้าสาหร่ายตีผม จับผมอาบน้ำ แต่แม่ห้ามไว้บอกว่าผมยังไม่สบาย หมอห้ามไม่ให้อาบน้ำ แม่บอกให้เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวผมก็พอ... ผมต้องไปก่อนหล่ะครับ ไข้ขึ้นอีกแล้ว อ้อ..น้าyaya สวยกว่าหมาอีกครับ.
Posted by KiLiN on 12 Oct. 2002,07:31
ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า ?     

     ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า หมายถึง ชีวิตแท้จริงเป็นเรื่องของความทุกข์ สุขอาจจะมีสัก 1/3 อีก 2/3 นั้นเป็นทุกข์  และสุขที่ว่าก็ไม่ใช่สุขจริง แต่เป็นสุขที่จะมีความทุกข์ตามมาอีกต่างหาก ก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นวัฏสงสาร

     สุดท้ายจึงมีประโยคที่ว่า ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน ๓ โลก ก็คือหลุดพ้นจากวังวนแห่งวัฏนี้ คำว่า ๓ โลก ก็คือ โลกสวรรค์ตัวแทนความสุข โลกมนุษย์ทั้งสุขและทุกข์ นรกความทุกข์

     ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า ในอีกแง่ก็คือมีดวงตาเห็นธรรม หมายถึงรู้เห็นไปตามความเป็นจริง ไม่ถูกสิ่งปรุงแต่งทำให้เห็น ให้รู้ผิดเพี้ยนไป 

     ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า อ่านเผินๆเหมือนกับเศร้า แต่แท้จริงกลับไม่เศร้า  คนที่ถึงคำว่า ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า เขาจะไม่เศร้าเลย เขาจะรู้ว่าชีวิตมันก็ต้องเป็นไปอย่างนี้แหล่ะ ตราบใดยังอยู่ในวังวนแห่งวัฏนี้
Posted by fong on 13 Oct. 2002,09:31
11/10/45

ตื่นเช้ามาวันนี้.....ลมหนาวพัดมากระทบถูกฉัน
ทำให้ใจฉันล่องลอย  ลอยไปหาใครคนนึง 
คนที่ทำให้หัวใจของฉันรู้สึกอบอุ่น
วันนี้ ฉันใจลอยแต่เช้าเลย........

ชีวิตคน ต่างค้นหาสิ่งที่ต้องการไปคนละแบบ
คงไม่มีหัวใจดวงไหนที่สุขเพียบพร้อม
แต่ละวันที่ผ่านไป สุขและทุกข์คละเคล้ากันไป
มีความอยากได้ไม่สิ้นสุด ซึ่งถ้าเป็นของนอกกาย
เราก็คงพอดิ้นรนหาได้
แต่ความสุขที่หัวใจต้องการจริงๆล่ะ
ไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้ง่ายๆเลย
เมื่อได้มาเจอใครคนหนึ่ง  ฉันรู้สึกถึงสิ่งนี้
รู้สึกถึงความสุขในหัวใจที่เค้าเป็นคนทำให้เกิดขึ้นได้

ความเข้าใจของใครสักคน 
ความรัก ความอบอุ่น ความปรารถนา 
เป็นสิ่งที่ฉันแสวงหามาตลอดชีวิต
ข้าวของต่างๆที่ฉันซื้อหามาได้
เป็นเพียงสิ่งของนอกกาย
แต่ข้างในลึกๆ ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอม
เหมือนกับไม่รู้ว่า
แท้จริงแล้วฉันมีสุข หรือมีทุกข์อย่างไรแค่ไหน
ชีวิตที่ดูสวยงาม อิสระ สุขสบาย
บางทีก็อาจไม่ใช่อย่างที่ใครๆเห็น
ความโดดเดี่ยวบางครั้ง
ก็เป็นสิ่งที่แอบอยู่ลึกๆในใจฉันเสมอมา
ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นความทุกข์ของฉันหรือเปล่าน้อ....
Posted by KiLiN on 14 Oct. 2002,23:06



ทุกค่ำคืน

หลังจากหลับใหล

ฉันจะพายเรือไป

ในแม่น้ำอันสงบเงียบ

มีดวงจันทร์

ล่องลอยนำทาง

และแสงดาวระยิบระยับนับพัน

บนฟากฟ้า

ฉันพายเรือไป

ไกลแสนไกล

คืนแล้วคืนเล่า

มิอาจเดินทาง

ถึงซึ่งที่หมาย

อาจบางที....

ฉันควรตื่นขึ้น




Seeking The Way - Nawang Khechog 

Posted by นกกะปูด on 16 Oct. 2002,18:38
วันนี้ตื่นแต่เช้ามืด ยืนจิบกาแฟอยู่ริมระเบียง ชะเง้อมองพระอาทิตย์ที่ขึ้นบนหลังคาบ้านคนอื่น ได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บจ๊าบๆ จุ๊กกรูๆๆ เพิ่งรู้แฮะ ว่านกเขามาทำรังบนต้นมะม่วงที่บ้านเรา เห็นน้ำค้างเกาะตามใบมะม่วง พลันในห้วงสำนึกก็ระลึกถึง..

น้ำค้างหยาดหยดค้าง กิ่งใบ
สายแดดส่องหายไป หมดแล้ว
น้ำตากัดกินใจ ปวดเจ็บ
กี่แดดกี่ร้อนแผ้ว ผลาญสิ้น จากใจ

ไม่ว่าตื่นเช้าหรือตื่นบ่ายมันก็เหมือนๆ กัน ใบหน้าของใครคนหนึ่งล่อยลอยมาหาเสมอ สงสัยต้องเอาน้ำมะพร้าวมาล้างหน้าซะแล้ว เฮ้อ.. วันนี้วันพุธเป็นวันสปอร์ตเดย์ ไปออกรอบดีก่า...

"Hello" (โทรตามเพื่อน)
"#$@$#@@&&()_+ZY^=@$$ devil.gif !@$%&+$@$ ic- ic-12.gif 17.gif "
Posted by KiLiN on 16 Oct. 2002,23:02

 
ลมในฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น

อุ้มบาตรเข้าประตูเมืองทางทิศตะวันออก

ผ่านต้นหลิวรายทางเขียวชอุ่ม

ในบึงจอกแหนลอยฟ่อง

ลิ้มรสชาติอาหารในบาตรของทุกบ้าน

ใจละทิ้งชื่อเสียงเกียรติยศ

ศึกษาค้นคว้าพุทธศาสนาไปตามสถานที่ต่างๆ

ชีวิตขอทานก็มีความสุข




Posted by add on 24 Oct. 2002,02:55
23 ตุลา 

      วันนี้เป็นวันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติข้างพ่อประจำปี 
      ฉันลืมไปแล้ว แต่ญาติโทรมาเตือนจึงได้ไป 
      ลุงดูแก่ไปเยอะ อายุ  86 ปีแล้ว ผิวหนังตกกระ เหี่ยวย่น ผอม แต่อารมณ์ดี คุยเก่ง
      อาผู้หญิงฟันหักจนเหลือซี่เดียว นี่ก็ผอมอีกเหมือนกัน แต่ก็ดูแข็งแรง
      นอกนั้นก็เป็นลูกพี่ลูกน้องมากมายหลายคน  แก่กันไปบ้างตามวัยอันสมควร 
      มีลูกหลานมากันหลายคน ทั้งที่รุ่นหนุ่มรุ่นสาว และเด็กๆ 
      เป็นบรรยากาศรวมญาติแบบครอบครัวชนบท วุ่นวาย ชุลมุนและอลเวงไปทั้งวัด

      เราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว…
      ฉันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง

      แต่วันนี้ ได้ยินข่าวของญาติห่างๆผู้ซึ่งยังมีชีวิตอยู่
      ครอบครัวนี้ มีเงินเก็บ 2-3 ล้าน ซึ่งในวิถีคนชนบทก็ต้องถือว่ารวย
      มีลูกสาวเพียงคนเดียว ลูกสาวพอเรียนจบก็รับราชการเป็นครู
      เมื่อแต่งงานแล้วก็มีลูกชาย 2 คน
      ต่อมา สามีก็ไปมีเมียน้อย และแยกตัวออกไป 
      ฉันได้ยินข่าวมานานแล้วว่า สามีเขาก็ก่อหนี้ไว้เยอะ ภรรยาเองก็ไม่ได้ระมัดระวังการใช้เงิน เมื่อเลิกรากันไป แม่ผู้รู้เรื่องราว ก็ถอนเงินในธนาคารล้านกว่าบาทให้ลูกสาวไปใช้หนี้จนหมดสิ้นหนี้สิน

      แม่ช่างรักลูกนะ ช่วยลูกทุกอย่าง 
      แต่วันนี้ได้ยินข่าวใหม่อีก 
      ได้ยินข่าวว่า บ้านและที่ดินดั้งเดิมของตระกูลนี้ ตอนนี้ได้ขายทิ้งไปหมดแล้ว เพราะมีหนี้สินล้นพ้นจนหาเงินใช้เจ้าหนี้ไม่ได้ เหตุเพราะ ลูกสาวติดการพนันที่ชายแดนเขมร เล่นจนหมดตัว และหมดไปทั้งบ้านและที่ดิน ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ไหน ก็ไม่มีใครได้ข่าวคราวอีกเลย

      เราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนที่ล่วงลับ
          แล้วสำหรับคนที่ยังอยู่ล่ะ  เราจะช่วยเขาอย่างไรดี?…..
          คนหนอคน….

Posted by add on 06 Nov. 2002,08:48
รำพึงรำพันฝันถึงเด็กบนดอย 

  ลมหนาวพัดแรง.....
  ต้นไม้ใบไม้โยกไหวตามสายลมแรง
  ใบไม้ปลิดปลิวพลิ้วไปกับสายลมแรง
  
  หนาวอย่างนี้ 
  เด็กๆบนภูเขาจะหนาวมั้ย....
  คงหนาว หนาวกว่าเราเสียอีก...
  เขาจะมีเสื้อผ้าใส่กันหนาวมั้ย..
  เขาจะมีผ้าห่มห่มให้อุ่นมั้ย
  หรือเขาจะผิงไฟไล่ความเหน็บหนาว

  โลกนี้ช่างลำเอียง
  คนหนาวมากไม่มีเสื้อผ้าใส่
  คนไม่หนาว มีเสื้อผ้าเหลือเฟือ
  โลกหนอโลก....
 
 

  ปิด ไดอารี่

  เสื้อผ้าเหลือใช้ ส่งไปที่

  นายมานิด อัชวงศ์
  ร้านอาหาร คิง & ฮา 
 152 ถนนเจริญประเทศ 
  อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50100 

 โทร.0-1619-8709


  เขาจะเอาไปให้เด็กบนดอยจ้ะ
Posted by Yaya on 01 Dec. 2002,05:43
ไม่ได้เขียนไดอารี่เล่มนี้มานาน ...คิดว่าต่อไปจะพยายามเข้ามาเขียนบันทึก ที่นี่ทุกวันลองดูจะทำได้มั๊ย .. inlove.gif

30 พ.ย. 45
..... เมื่อคืนนอนเร็วหน่อย( 6 ทุ่มเศษ นิดๆ) เพราะ วันนี้ตั้งแตเช้ามืดต้องพานักศึกษาไปแข่งขันทักษะ ทางภาษาอังกฤษ ...และวันนี้ก็เลยมีเรื่องเล่าประทับใจ ให้ได้จดจำ ...
..จอร์จ ..นักศึกษาคนนึงที่เพิ่งกลับ มาอยู่เมืองไทยได้ไม่ถึง 3 ปี ซึ่งก่อนหน้านั้นเค๊าเกิดและโต ในอเมริกา ..จนอายุครบ 15ปี จึงกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย...วันนี้จอร์จจะเป็นตัวแทนไปแข่งทักษะภาษาอังกฤษ ในหัวข้อ... ที่เป็น ทอล์คโชว์ ... ซึ่งส่วนตัวแล้ว จอร์จเป็นเด็กไทยที่โตในอเมริกา ที่น่ารักมาก มารยาทดี ..และพูดภาษาไทยได้ชัด ..เรียบร้อยน่ารัก ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ...และไม่เคยบอกใครว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน .... วันนี้ จอร์จ ดูเหมือนโดนกดดัน ไม่อยากจะแข่งขัน ..ไม่ใช่เพราะกลัวไม่ชนะ ...แต่..เพราะครู อาจารย์บางคน หรือแม้แต่เพื่อนๆ ของเค๊า ก็คุยอวดใครๆ ว่าจอร์จ คือใคร มาจากไหน ....ในความคิดส่วนตัวของตัวเองแล้ว จอร์จ น่าสงสารในกรณีนี้ ...เพราะถูกครูดันหลังขึ้นเวทีเพื่อจับไมค์ และพูดให้ได้ตามที่ครูต้องการ ...รอบๆ เวทีเต็มไปด้วยคนดูคับคั่ง ..ย๋ารู้สึกสงสาร จอร์จ อย่างจับใจ ..เมื่อถึงคราวที่เค๊าปล่อย มุขตลก แต่คนไทยไม่เข้าใจ ไม่หัวเราะ .. และหลายครั้งที่เค๊าออกเสียงบางคำ ที่ต้องเน้น และเป็นเสียงแปลก.. แต่คนไทยกลับหัวเราะ ..และเค๊าก็ดูเหมือนงง ที่คำพูดนั้นไม่ได้ตลกอะไรเลย ...
      "ทอล์คโชว์ ภาษาอังกฤษ" ฟังดูแล้ว น่าคิดว่า ..ความคิดที่จัดนี้ เป็นของผู้บริหาร อยากจัดให้มี ...แต่ไม่นึกถึงความเป็นจริง... ไม่นึกถึง ความรู้สึกของเด็ก ...ไม่นึกว่า ใครจะฟัง..ใครจะตัดสิน แม้แต่กรรมการก็ฟังไม่ออก... แล้วจะให้เด็กแสดงออก ... แบบนี้หานกแก้ว มาสักตัวก็น่าจะแทนได้ ...แต่จอร์จ ไม่ใช่ นกแก้ว ... เป็นคน ที่รู้ภาษา ... และเข้าใจ...เมื่อการแสดงเสร็จสิ้นลง ...จอร์จเดินลงจากเวทีแบบหงุดหงิด ..ทุกคนปรบมือ ..แต่ไม่สังเกตสีหน้า ..แล้วจอร์จก็..แอบไปอยู่เงียบๆ คนเดียวที่มุมหนึ่ง... ย๋าแอบตามไปดู..พบจอร์จกำลังนั่งก้มหน้า ..แม่อเข้าไปเรียกเงยหน้าขึ้นมา ..ย๋าก็เห็นเด็กผู้ชายที่กำลังเช็ดน้ำตา... เค๊าไม่พูดอะไรออกมา ...และย๋าก็ไม่ถาม..แต่เข้าใจว่าเค๊าคิดยังไง ... ผลประกาศออกมาจอร์จได้ที่ 1 แต่เค๊าดูเหมือนไม่ดีใจกับรางวัลนี้เลย...แต่ครูคนอื่นๆชื่นชมกับรางวัลมาก... จอร์จบอกกับย๋า ที่เป็นอาจารย์ สั้นๆ ว่า ..." อาจารย์ครับผมอยากกลับบ้าน" ... แล้วย๋าก็พาเค๊ากลับมาโดยไม่พูดอะไร ..สักคำตลอดระยะทาง 100กิโลเมตรเศษๆ ....เมื่อถึงบ้านของจอร์จ เค๊าบอกกับอาจารย์ เบาๆว่า "ขอบคุณครับอาจารย์ที่เข้าใจผม... พรุ่งนี้ผมจะเล่าให้ฟัง..." แล้วเดินเข้าบ้าน หงอยๆ ...ย๋ามองตามและคิดในใจแค่ว่า ... ครูเข้าใจดี ...จอร์จ...
Posted by dinsor on 01 Dec. 2002,17:39
< http://dinsor.storythai.com/ >


ไดอารี่ของดินสอ คิคิ


ความรักของฉัน มีหลายอารมณ์

ความรักของฉันมิอาจกำหนกรูปแบบได้

อยู่ๆความรักบินมาหา

แล้วร้างลาจากไป

ฉันไขว่คว้าหาความรัก ไม่เจอแล้ววันนี้
Posted by Yaya on 03 Dec. 2002,05:09
2 ธันวาคม 2545

วันนี้หากนับย้อนหลังไปอีก 3 ปี เป็นวันที่ฉันกำลังยื้อยุดกับมัจจุราชเพื่อที่จะให้ท่านปลดปล่อยคุณพ่อของฉันกลับมาอยู่กับเรา ....6 โมงเย็นเศษ ได้รับโทรศัพท์ว่า พ่อประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล...ฉันมีลางสังหรณ์ อะไรบางอย่างแปล๊บ มาที่ใจของฉันและใจหายวูบแม้จะยังไม่ทราบว่าอาการของพ่อเป็นอย่างไรในตอนนั้น ...และเริ่มใจเสียตั้งแต่ตอนนั้นมา ...ฉันรีบขับรถไปที่โรงพยาบาลเพื่อพ่อ...เมื่อไปถึงพบพ่อนอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉิน ..ฉันรีบวิ่งเข้าไปหา ..พ่อยังรู้สึกตัว และเรียกฉันได้ ..และรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง...และคำสุดท้ายที่พ่อพูดกับฉันคือ ..ย๋าอย่าทิ้งพ่อนะพาพ่อไปหาหมอเร็วๆ... ตั้งแต่เล็กจนโต..น้อยครั้งมากที่ฉันจะเห็นและได้ยินอาการที่พ่อแสดงออกเวลาเจ็บป่วย ..พ่อไม่เคยบ่นให้ได้ยินมีแต่บอกว่าไม่เป็นไรไม่เจ็บ ...วันนี้พ่อพูดแปลกๆ..
เมือหมอมาดูอาการ..ไม่พบบาดแผลของพ่อ..เลยวินิฉัยว่าไม่เป็นไรย้ายเข้าไปแผนกสัญฯชาย ..และหลังจากนั้นไม่ถึง ครึ่งชั่วโมงพ่ออาเจียนออกมา เยอะมากและมีเลือดออกมาด้วย ..ฉันตกใจมาก...เพราะเท่าที่รู้มันเป็นอาการที่บอกถึงการกระทบกระเทือนทางสมอง...แต่พยาบาลที่ตึกนั้นกลับบอกว่าพ่อย๋าเมาหรือปล่าว ..ย๋าเถียงว่าจะเมาได้ยังไงก็เพิ่งแยกจากกันก่อนอุบัติเหตุไม่ถึงชั่วโมง..แล้วบริเวณหน้าและศรีษะของพ่อเริ่มปูดและบวมเขียวจยเปลี่ยนรูป ..แต่แพทย์และพยาบลยังเฉย ..ย๋าทนเห็นพ่อเจ็บปวดโดยที่ แพทย์และพยาบาลไม่ทำอะไรเลย..ย๋าเลยตัดสินใจที่จะย้ายพ่อไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น ..ระหว่างทางที่ส่งย๋านั่งในรถพยบาลกับพ่อตลอดเวลาพ่อทุรนทุรายเจ็บปวด ..เหมือนหายใจไม่ออก...และพอถึงโรงพยาบาลแห่งนั้นแพทย์และพยาบาลทำการช่วยหายใจก่อนทันที ..แต่สอดท่อหายใจเข้าไปไม่ได้เพราะขากรรไกรหัก..เลยต้องเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเจาะหลอดลมช่วยหายใจตรงลำคอ.... กว่าจะเสร็จวันนั้นปาเข้าไปเกือบ ตี 4 และคุณหมอ ออกมาบอกถึงอาการ ..บอกว่าทางรอดน้อยมาก ...เมื่อพยาบาลเข็นรถที่มีร่างของพ่อหลังการผ่าตัดออกจากห้องผ่าตัด ...พ่อถูกโกนผมที่ศรีษะจนหมด ..และนอนเงียบ ..หน้าตาเปลี่ยนไปจนฉันจำไม่ได้..ฉันเป็นลมทรุดลงกับพื้น ..แบบหมดความหวัง...ฉันร้องไห้จนน้ำตาแทบจะหมดจากตัว ...หลังจากนั้น ...พ่อก็นอนในห้อง ไอซียู มีเพียง เครื่องช่วยหายใจ ..ต่อชีวิต ..คุณหมอถามว่าจะให้เอาออกมั๊ยฉันไม่ยอม ... และตอนนั้นฉันติดต่อพี่ชายที่อยู่เชียงใหม่พอพูดถึงพี่ชายข้างๆเตียงพ่อ ..การเต้นของหัวใจเปลี่ยนไป...เหมือนพ่อรับรู้ .... จน ถึงเลาที่พี่ชายมาถึง..พี่ขับรถมาจากเชียงใหม่แบบไม่หลับไม่นอน ..มาถึงตี 4 ของอีกวัน ฉันยังอยู่ในสภาพเดิมกับวันที่พาพ่อมา ...ทานอะไรไม่ได้ ..ไม่อาบน้ำ ..ไม่นอน ..นั่งเกาะที่ขอบเยงตลอดเวลา ...ตอนนั้นย้ายออกมานอกห้อง ไอซียู เดี่ยว ...แล้ววันที่ 3 ของการนอนนิ่งๆ บนเตียงของพ่อ ..(ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม 2542 ) เช้าวันนั้นก่อนหน้ามั้นช่วงเช้ามีญาติและเพื่อนๆ ของพ่อ ลูกศษย์ ลูกหามาเยี่ยมไม่ขาด ..และเวลาที่พ่อจะจากไป...มีเพียง พ่อ..แม่...ย๋าและพี่ชาย ..เท่านั้น ...ที่อยู่พร้อมกัน...เราจับมือกันไว้แน่นจับมือพ่อ..แล้วก็ช่วยกันอธิฐานส่งวิญญาณของพ่อ... แล้ว..เข็มที่กระดิกบอก..สัญญาณลมหายใจ ...ก็ไม่กระดิก... 08.49 น. วันที่ 5ธันวาคม 2542 พ่อจากไปอย่างสงบ ... พวกเราแม่ลูก ...มองหน้ากันไม่มีน้ำตาเหลืออยู่เลย ..หากแต่..เหมือนรับรู้ว่าพระเจ้าได้รับเอาวิญญาณของพ่อ ..ไปยังสวรรค์เพื่อสร้างสถานที่ใหม่รอคอยพวกเรา...หลับให้สบายนะคะพ่อ.... flower.gif


Posted by มะนาว on 03 Dec. 2002,05:25
คงได้แต่บอกว่า เข้าใจความรู้สึกครับ cry2.gif
Posted by Yaya on 03 Dec. 2002,07:07
ขอบคุณค่ะ ..เมื่อถึงวันพ่อ ..ก็ให้หวลนึกถึงพ่อ ..เสมอเหมือนเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวาน...และโดยเฉพาะวันพ่อเป็นวันที่พ่อย๋าจากไปแบบไม่กลับ... rose.gif
Posted by oud66 on 04 Dec. 2002,23:11
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ผมไม่ค่อยชอบเหตุการณ์แบบนี้เลย แต่ทำอย่างไรได้ละครับ เกิดเป็นมนุษย์ย่อมหนีไม่พ้น cry2.gif  cry2.gif  beer2.gif.gif  rose.gif
Posted by นกกะปูด on 12 Dec. 2002,21:42
12 ธันวาคม 2545

"ทุกสิ่ง.. ที่ใจฉันเคยใฝ่หา
กับวันที่ผ่านพ้นมา
เธอทำให้ฉันได้มี เวลาที่ดี
ยิ่งอยากให้รู้ในใจฉันมี..
มีเธอเอาไว้ตลอดทุกที่
ในตอนที่ฉันไม่เหลือใคร
ก็ยังมีเธอปลอบโยนหัวใจ.." 

เมื่อคืนนั่งร้องเพลงให้หมาฟังอ่ะ.. ท่าทางมันเข้าใจด้วยแฮะ
ก็ยังดีเนอะ ในตอนที่ฉันไม่เหลือใคร ก็ยังมีหมาปลอบโยนหัวใจ..

Soloooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

"ก็เพราะทุกอย่าง.. ที่เธอเคยได้ทำ
นั้นเปลี่ยนใจ ที่เคยบอบช้ำ......
nolove.gif  nolove.gif  nolove.gif  nolove.gif
.............................................

ฉันอยาก.. ให้เธอได้รู้สักครั้ง
ให้ใจของเธอได้ฟัง..
เธอทำให้ฉันได้มี เวลาที่ดี
ยิ่งอยากให้รู้ในใจฉันมี..
มีเธอเอาไว้ตลอดทุกที่
ในตอนที่ฉันไม่เหลือใคร.. 
ก็ยังมีเธอปลอบโยนหัวใจ.." 

withstupid.gif withstupid.gif withstupid.gif withstupid.gif withstupid.gif
Posted by Yaya on 12 Dec. 2002,22:08
อื้มมมมมมมมม.... น่าเห็นใจ...น่าเห็นใจ
น่าเห็นใจ..เจ้า เฮง เฮง นะ ที่มันต้องนั่งฟังเพลงที่เจ้านายร้อง น่ะ ..
55555.....พรุ่งนี้อย่าลืมพาเจ้า เฮง เฮง ไปรักษา หู หละคุณนก..อิ อิ  laugh1.gif  laugh1.gif  wavey.gif
Posted by dinsor on 13 Dec. 2002,00:15
เชิญชม เชิญอ่าน
เชิญตำหนิติเตียน ไดอารี่ของเจ้าดินสอ < http://dinsor.storythai.com/ > ได้คับ
Posted by nava on 14 Dec. 2002,07:15
นี่กระมัง!ที่เขาเรียกว่า "หมาดีกว่าผู้ชาย"เพราะมันฟังเราได้ทั้งวัน โดยไม่เคยทำท่ารำคาญใจ
ไม่เคยหาข้อแก้ต่างให้เพศเดียวกัน
ไม่เคยนอกใจให้เจ็บปวด
ไม่เคยพูดจาถากถาง
ไม่เคย"เมา"กลับบ้าน...และอื่นๆอีกมากมาย
            จริงไหม!นู๋ปูด     smash.gif
Posted by นกกะปูด on 14 Dec. 2002,17:23
ฮ่า ฮ่า ฮ่า laugh1.gif laugh1.gif
ถ้างั้น.. หมาก็ดีกว่านู๋ด้วยค่ะ เหอๆๆๆ
Posted by add on 15 Dec. 2002,18:43
ข้อเปรียบเทียบสุนัขกับสุภาพบุรุษ

สุนัข  -  จะซื่อสัตย์กับเจ้าของของมันเท่านั้น
          แต่ผู้ชายวายร้ายสายสมร

สุนัข  -  จะรอนายกลับมาบ้านเสมอ
          แต่ผู้ชาย  นายไม่กลับมันร่าเริง

สุนัข  -  เฝ้าบ้านได้
          แต่ผู้ชาย  ไม่วายออกจากบ้าน

สุนัข  -  รักนายกว่าชีวิต
          แต่ผู้ชายรักควายมากกว่าเมีย

สุนัข  -  ไม่โกหก
          แต่ผู้ชาย ไม่โกหก ไม่ใช่ชาย

สุนัข  -  ไม่กัดนายตัวเอง
          แต่ผู้ชาย แว้งกัดได้ทุกเวลา

สุนัข  -  กลับบ้านได้ทุกวัน
         แต่ผู้ชาย ไม่กลับก็ได้  งานมันเยอะ

สุนัข  -  ไม่ทำบ้านเลอะเทอะ
          แต่ผู้ชายทำเลอะทั้งบ้าน

สุนัข  -  ไม่กินเหล้าเมายา
          แต่ผู้ชายกินเหล้าได้ไม่อายหมา

สุนัข  -  ไม่ข่มเมียต่อหน้าเพื่อน
          แต่ผู้ชายตบตีเมียเยี่ยงวัวควาย

สุนัข  -  แค่ดีดนิ้วก็กลับบ้าน
         แต่ผู้ชายร้องไห้ให้ตายก็ไม่กลับ

สุนัข  -  ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมกลโกง
          แต่ผู้ชายหลายร้อยกระบวนท่า

สุนัข  -  เห่า มั่วซั่ว
         แต่ผู้ชายไม่เห่า  แต่มั่ว

         และมีนิสัยที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง ผู้ชายกับสุนัข....ไม่เลือก

         จากนิตยสาร  ครัวสยาม ปีที่ 1 ฉบับที่ 7  (ยังมีต่อ อดใจรอ เคิ้กๆๆ)
Posted by dinsor on 18 Dec. 2002,19:10
ฉันกำลังเผชิญกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ในขณะนี้
ขอให้ไปได้ดีเถอะนะ
ฉันภาวนาให้เป็นอย่างนั้น

ไม่สำคัญว่า ฉันใช้กายเปลืองไปเท่าไร แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ หัวใจ จะเปิดรับใครกี่ฅน


ความรักทำให้กล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยลงมือ



มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่



PS :  ตื่นแต่เช้า ฤกษ์ดี ออกวิ่งตอนเช้า เช้าๆ อากาศดี
คิดที่จะวิ่งหลายวันแล้ว แต่เพราะร่างกายไม่พร้อม
วันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี และพรุ่งนี้จะมีสิ่งดีดีตามมา
Posted by dinsor on 18 Dec. 2002,23:36
- - ความรู้สึกจากหัวใจ - -



หัวใจจ๋า - - กำลังคิดอะไรอยู่ บอกให้ฉันรับรู้บ้างได้ไหม

ความรู้สึกแบบนี้ เคยเกิดขึ้นกับหัวใจฉัน

มาครั้งนี้ มันเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว - - ฉันรู้สึกถึงมัน

การรอคอยใครสักคน ที่เข้ามายืนอยู่ในหัวใจ

แม้หัวใจฉัน ยังเปิดไม่กว้างพอ

แต่ฉันรับรู้ได้ ว่า ใครเดินเข้ามา

ฉันจะดำเนินความรู้สึกที่มีต่อไป

รอนะ รอวันที่ฉันเปิดหัวใจทั้งดวง




แม้วันนี้ฉันพร้อมที่จะเปิดรับใครเข้ามานั่งในหัวใจฉัน

แต่ฉันพูดไม่เต็มปากว่า ฉันคิดอย่างไรกันแน่

ความรู้สึกก็คือ ฉันยังไม่แน่ใจในอะไรหลายอย่าง

ความรัก - - ฉันไม่อยากคิดถึงมัน

ขอเวลาได้เรียนรู้กันและกัน

ความรู้สึก - ชอบ - ฉันอาจพูดได้ แต่ฉันขอดูเธอสักระยะจะได้ไหม

ฉันอาจฟอร์มเยอะ

แต่ฉันรับรอง ว่าฉันมีความจริงใจแด่เธอ คนดี

เราจะเรียนรู้ไปด้วยกัน

เธอล่ะ จริงจังกับฉันแค่ไหน ให้ฉันรับรู้บ้าง

ขอบคุณสำหรับการพูดคุย

อยากจะบอกเธอว่า - -

เธอทำให้ฉันรู้สึก ดีดี

เวลา จะทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น




. . .



อยากจะบอกว่า ฉันอยากมีความรักใหม่

แต่เหมือนกับว่า ฉันยังปิดกั้นหัวใจตัวเองอยู่

อะไรจะทำให้ฉัน กล้าพอที่จะยอมรับบ้าง

กลัว กล้า สลับ สับเปลี่ยน กันไป




. . .





และฉันยังเป็นฉัน เป็นคนเดิมที่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้


มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น




ไดอารี่ของวันนี้ ค่ะ
Posted by add on 19 Dec. 2002,16:40
มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น

    น้องดินสอเขียนไดอารี่ดีค่ะ หัดเขียนบ่อยๆ อีกหน่อยจะได้เป็นนักเขียนในอนาคต ยิ่งอ่านงานเขียน อ่านหนังสือเยอะๆ ก็คงจะเป็นนักเขียนได้อย่างแน่นอนค่ะ

    วันก่อนติดค้างไว้ จึงขอมาโพสต์ต่อให้จบ

ข้อเปรียบเทียบสุนัขกับสุภาพสตรี

 สุนัข - จะไม่โกหกเจ้าของ 
      แต่ผู้หญิงร้อย "ตอแหลลงตับ"
    
 สุนัข -  ไม่ต้องมีใครพาไปเลี้ยงข้าว 
       แต่ผู้หญิงต้องเลี้ยงสม่ำเสมอ

 สุนัข -  ไม่ต้องมีใครให้ของขวัญในวันต่างๆ 
       แต่ผู้หญิงไม่ให้โกรธตาย

สุนัข -  ไม่จำเป็นต้องมีคนพาไปเที่ยวไหน
       แต่ผู้หญิงไปเองไม่ได้

สุนัข -  ไม่ต้องแต่งตัวเป็นชั่วโมงเวลาจะออกไปเที่ยว

 สุนัข -  ไม่จุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น ขี้หึง 
       แต่ผู้หญิงเป็นทุกอย่าง

สุนัข - มักจะมาประจบเอาใจเจ้าของ 
      แต่ผู้หญิงไม่สนใจใยดี
    
 สุนัข - จะไม่กัดคนรู้จัก 
      แต่ผู้หญิงจะกัดไปเรื่อย
  
สุนัข - เช้าใจอะไรง่าย ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก 
       แต่ผู้หญิงเข้าใจอะไรลำบาก

สุนัข -  สุนัขแค่ผิวปากยังเดินตาม 
      แต่ผู้หญิงเรียกแทบตายยังเดินหนี

สุนัข - สุนัขไม่สามารถพร่ำคำหวาน หรือใช้มารยาหลอกลวงเจ้าของ          แต่ผู้หญิงมีมารยาร้อยเล่มเกวียน

สุนัข - ไม่ต้องให้ใครมารับผิดชอบเวลามันท้อง
      แต่ผู้หญิงท้องแล้วต้องให้รับ

          จากนิตยสาร ครัวสยาม ปีที่ 1 ฉบับที่ 7
Posted by dinsor on 19 Dec. 2002,18:25
ดีคะพี่ แม่บุญเติม ดินสอเขียนไดอารี่ไว้ในเวบ นะคะ  
< http://dinsor.storythai.com >

ไงก้อเข้าไปติดตามอ่านในนี้ก้อได้นะคะ
Posted by add on 19 Dec. 2002,19:14
อ๋อ  ไปอ่านมาแล้วหลายรอบแล้วค่ะ  
ยังโพสต์ถึงน้องดินสอเลย

พี่แอ๊ดค่ะ (add) หรือจะน้าแอ๊ด หรือป้าแอ๊ดค่ะ  
เคิ้กๆๆๆๆ   laugh1.gif
Posted by dinsor on 19 Dec. 2002,19:41
- - ต้นไม้ เปลี่ยนแปลง เฉกเช่น ความรัก - -
19/12/2002 12:03:01
--------------------------------------------------------------------------------





เดินผ่านต้นไม้ ครั้งหนึ่งลำต้นนี้ มีใบหลากหลายร้อยใบ

ฉันเดินผ่านทุกวัน

หากสังเกต จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง

ต้นไม้ต้นนี้กำลังทำหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายตามฤดูกาล

ใบจากฤดูหนึ่งร้างลาจากลำต้น

จากกิ่งก้านที่เคยถือกำเนิด

เมื่อถึงเวลาที่ควรเดินทาง

เธอ  เดินจากไป . . .



และแล้ววันนี้ ลำต้นก็มีหน้าที่ใหม่

นั่นก็คือ เร่งผลิตผลงาน

ผลิตใบไม้ใหกลับมาเหมือนวันวาน

หากแต่ว่าใบไม้ใบนี้ คนละใบกับวันวาน

อนิจจัง โลกใบนี้

ทุกสรรพสิ่ง

ล้วนเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในห้วงวัฏจักร



แล้วความรักของฉันเล่า  

เดินทางมาเยี่ยมเยียนฉัน ทำให้ฉันมีความสุข

แล้วความรักก็เดินจาก ร้างลา เฉกเช่นใบไม้ ที่ลาจากลำต้น กิ่งก้านสาขา

และวันหนึ่ง . . . ความรักครั้งใหม่

คงจะเดินทางมาหาหัวใจฉัน . . .





มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็  น




ps : อากาศตอนเช้าสดชื่น ออกมาวิ่งตอนเช้า มีความสุขดี
Posted by อิสรชน ฅนเดินทาง on 20 Dec. 2002,02:41
งดงามตามธรรมเนียม
ความงาม ย่อม อยู่ในธรรมชาติ
เมื่อธรรมชาติ ยังคงอยู่
ความงดงามก็ยังอยู่
เมื่อแสวงหา ความสงบ
ย่อม ต้องมีการเคลื่อนไหว
หากแสวงหาความเคลื่อนไหว
ต้องใช้ความสงบค้นหา
ใจใครอยู่กับคนอื่น
ผู้นั้นพ่ายแพ้ แต่ยังไม่เริ่มออกเดิน
รักษาใจตน คือ รักษา ความเป็นจริง
ตัวตน ของตน ย่อม ไม่ไหวเอน
นั่น แล คือธรรมชาติ

icon_rotfl.gif
Posted by Yaya on 20 Dec. 2002,04:09
... เฮ้ ..ครูเอกซ์คุยด้วยสิ...เข้ามานี่กะโพสต์อย่างเดียวไม่เสวณาใครเลยน๊า....หือ ตามสบายน่า ..อย่าเกร็ง...

...ชอบตรงนี้น่ะ ครูเอ๊กซ์ ...

" ใจใครอยู่กับคนอื่น
 ผู้นั้นพ่ายแพ้ แต่ยังไม่เริ่มออกเดิน
 รักษาใจตน คือ รักษา ความเป็นจริง"

.......รักษาใจไว้กับตัวเองนี่เป็นเรื่องยาก...ไม่เชื่อลองกลับไปดูสิว่าใจอยู่กับตัวเองมั๊ย... inlove.gif  อืมมม ...น่าคิดนะ.. flower.gif
Posted by มะนาว on 21 Dec. 2002,05:35
วันนี้เจอเพื่อน ที่เคยทำงานด้วยกันที่ กรุงเทพฯเพราะพอดีผ่านไปแถวที่ทำงานเก่าแถวสุรวงศ์ เลยแวะทักทาย เจอเพื่อนเก่าเหลืออยู่ไม่กี่คน เพราะบริษัทที่เคยทำงาน ล้มไปแล้วบางคนก็แยกย้ายไปทำที่อื่น แต่คนนี้ยังคงอยู่ แต่ขอย้ายมาทำกับบริษัทในเครือฯ ก็เลยถามถึงพี่คนหนึ่ง ที่แกเคยเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลฯ ตอนหลังเปลี่ยนเป็นฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ฯ ก่อนที่ผมจะลาออกมา เขาบอกว่าเขาโดนย้าย ไปอยู่แผนกยานยนต์ ตั้งแต่ผมลาออกมา เมื่อปี 37 ก็เลยนึกถึงภาพสมัยที่ทำงานที่ กรุงเทพฯยังจำภาพของพี่เขาตอนทำงานได้ดี บางครั้งพอมองไปพี่แกนั่งหลับเฉยเลย ก็สงสัยว่าทำไมพี่แกจึงมานั่งหลับที่ ที่ทำงานแต่ก็ไม่กล้าถาม ก็เลยถามคนใกล้ๆแก ก็ได้ความว่าแกชอบดู ฟุตบอลต่างประเทศ และเล่นพนันด้วย ก็เลยรู้ที่มาของสาเหตุ แต่ก็คิดว่าเป็นความสุขส่วนตัวของแต่ละคน สาเหตุที่ต้องถามหาพี่คนนี้เพราะความจำมันเกิดจาก ความเป็นคนช่างสงสัย เพราะตอนที่ยังทำงานอยู่ พี่เขาเคยถามผมว่า "ทำงานมาด้วยกันก็นานแล้ว เห็นเพื่อนๆต้องหาแหล่งกู้เงิน ยืมเงิน ผมไม่เคยเห็นคุณยืมใครเลย" เล่นเอาผมตอบไม่ถูก ก็เลยตอบไปว่าผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องเป็นหนี้ ผมอยู่อย่างนี้ก็สบายดีครับถึงจะไม่มีเงินเหลือเก็บมากนัก ตอนนั้นพี่แกผ่อนบ้านอยู่แถวบางแค ก็มีเรื่องที่แกถามอีก แกเห็นผมเป็นคนต่างจังหวัดมาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ กทม.และต้องเช่าแฟลตอยู่ เดือนละ 2,500 "ทำไมไม่ซื้อบ้าน อยูที่ กรุงเทพเลยหละ" ผมก็ตอบไปว่าเงินเดือนอย่างผมคงต้องซื้อแถวคลอง 8 รังสิต ไม่ไหวครับพี่ ขับรถ ไปกลับต่อวันเกือบสามชั่วโมง เก็บเงินไปปลูกบ้านที่ต่างจังหวัดดีกว่า เพราะผมอยู่แฟลตขี่ มอ'ไซค์ 15 นาทีเอง กับค่าเช่า 2,500 ผมว่าคุ้มกว่า ได้พักผ่อนเพิ่มอีกวันละสองชั่วโมง นี่เป็นคำตอบที่ผมตอบพี่เขาไป แต่ก็มีเรื่องที่ผมเริ่ม เข้าใจพี่เขา ก็ตอนที่พี่เขาซื้อรถยนต์ ขับยังไม่คล่อง หัดขับ แล้วก็ขับมาทำงานมีวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวรถคนอื่น ก็ไม่เสียหายมาก แกก็เล่าให้ผมฟังตอนเช้า แล้วพอตอนเย็นเลิกงาน แกก็บอกว่า ขับรถไปส่งผมที่บ้านหน่อยก็เลยถึงบางอ้อว่าพี่เขาเป็นคนหวาดระแวงไม่ค่อยมองโลกในแง่ดี คือกลัวจะเป็น กลัวจะเกิดเรื่องอีก ผมก็ขับไปส่ง ตั้งแต่วันนั้นพี่แกก็กลับมานั่งรถเมล์มาทำงานเหมือนเดิม จนผมลาออกจากงาน ปลายเดือน พ.ย. 2537 หลังจากนั้น อีกเดือนหนึ่ง แกมาหาผมที่บ้าน (ตอนลาออกผมให้เหตุผลว่ามาประกอบอาชีพส่วนตัว)บอกมาเยี่ยมแต่แกก็กระซิบว่ามาดูเพราะเจ้านายกลัวว่าผมจะเอาข้อมูลบริษัทไปแล้วไปทำงานกับบริษัทอื่น แต่ก็มาเจอว่าผมประกอบอาชีพส่วนตัวจริงๆ มีคำพูดในวันสุดท้ายที่เจอกันพี่เขาบอกว่า"ดีนะคุณสามารถเดินบนถนนอย่างไม่ต้องก้มหน้า แต่ผมยังต้องกุมเป้าเวลาพูดกับเจ้านายอยู่เลย"นี่เป็นคำพูดสุดท้ายที่คุยกัน และที่พบกัน
วันนี้ด้วยความคิดถึงเลยแวะไปเยี่ยม พร้อมของฝากด้วยความคิดถึง แล้วก็เจอเพื่อนคนนั้นบอกว่าพี่เขาเผาไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาฯ งง เลยถาม เพื่อนตอบว่าพี่เขาผูกคอตาย ก็เลยถามต่อ เพราะอะไร เพื่อนบอกว่าหนี้ ทั้งบ้าน ทั้งรถ แต่เรื่องใหญ่ หนี้พนัน บอล มีประกันหมู่ กับบริษัท ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าได้ก็ พอใช้หนี้ เลยไม่ใด้ถามต่อ แต่อยากจะถามพี่ว่า พี่ ทำไมยอมอะไรง่ายๆ พี่กลัวคนอื่น แล้วทำไมพี่ไม่กลัวตัวเองว่าต้องทำให้คนข้างหลังลำบาก พี่คงตอบผมไม่ใด้หรอกพี่ แล้วถ้ามีโอกาส พี่มาตอบให้ผมเข้าใจด้วยนะ
พรุ่งนี้เช้าผมจะใส่บาตร กรวดน้ำให้พี่ครับ
แด่พี่ สุรเดช

โชคดี ที่เล่นการพนันไม่เป็น
Posted by add on 21 Dec. 2002,05:59
เป็นบันทึกที่น่าอ่านและน่าเศร้ามากเลยค่ะ
  น่าสงสารเขา แล้วก็ครอบครัวของเขาด้วย

   ชีวิตของเขาเป็นบทเรียนที่มีค่าแก่คนอื่นๆค่ะ    
   
   ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ
Posted by ราษฎร on 10 Jan. 2003,00:06
ขอเข้ามาร่วมเขียนด้วยคนครับ จากที่วันนี้เดินเข้าๆ ออกๆ บ้านหลังนี้อยู่หลายรอบ แวะเวียนไปหลายๆห้องพบเห็นข้อความดีๆ หรือกลอนเพราะๆ ก็นึกอยากจะมีพรสวรรค์ในการเขียนกับเค้ามั่ง แต่ท่าทางจะยากครับ สมองมันทึบ ลองเขียนกลอนเองหลายครั้งแล้วยังไม่เคยเห็นว่า ที่แต่งเองมันเข้าท่าซักที ขโมยอ่านของคนอื่นแล้ว ทำอารมณ์ให้มันเข้ากับกลอนเพราะๆ ที่เค้าแต่งไว้ดีกว่า ทำเหมือนเป็นพระอภัยมณีเองโดยมีสุนทรภู่เขียนบทไว้ให้ยังไงยังงั้น เดี๋ยวสุนทรภู่ก็เขียนบทให้นางเงือกว่ายน้ำมาหาเอง wavey.gif
Posted by Yaya on 12 Jan. 2003,01:43
เหอ เหอ ...คุณราษฎร..ลองเขียนสักบท สิคะ เผื่อมีนางเงือกแถวนี้ว่ายน้ำมาติด..ตาข่าย พี่พระอภัยมณี ...แต่ขอบอกดีๆ ให้ระวังด้วยดูหน้าให้ชัดๆก่อนนะคะ...เดี๋ยวเป็น...ปี๋เจื้อจะหมุด...หละแย่เลย..5555 laugh1.gif
Posted by dinsor on 13 Jan. 2003,02:12
ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ไม่มีอะไรจะขีดเขียน
ยุ่งๆกับชีวิต ไม่มีอะไรมากมาย เพียงแค่พิมพ์งานจนอ่อนล้า
ไม่มีเรี่ยวแรง ในการคิดอ่าน
ล้า บ้างบางเวลา
ไม่ได้กลับมาอย่างถาวร กลับมาเพื่อจากไป
อย่าเพิ่งคิดอะไรมากไป เป็นเพียงแค่ ธรรมดาชีวิตของฅนธรรมดาๆ
----------------------------------
บางครั้งอาจทำอะไรผิดพลาดกับตัวเองลงไป
ทำลงไปโดยที่ไม่ได้คิด ตริตรอง
ทำไปเพื่อความสนุก รื่นรมย์ของชีวิต
แต่นั่น - -เธอมีความสุขไม่ใช่หรือ
แล้วจะมานั่งเศร้าไปทำไมเล่า
--------------------------------
ไปนั่งทานข้าวกับคนคุ้นเคยที่ห่างหาย
อยากจะบอกเหลือเกิน "คิดถึง"
แต่มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า
เขาไม่หันมองหัวใจเธอหรอก
ได้เคียงข้างคนคุ้นเคย
เธออบอุ่น เธอมีความสุขในใจของเธอ
จากลา มิอาจหวนกลับ
เวลาน้อยนิด ทำให้เธอมีความสุขอย่างเปี่ยมล้น
นั่งมองอนาคตของตัวเธอ จะเป็นเช่นไร- -"
-----------------------------------
ต่างคน ต่างความคิด
หากว่าเธอ คิดอะไรจากใจของเธอ
นั่นคือความจริงใจที่มุ่งมั่น
เธอมีความคิดที่เป็นตัวเธอเอง
-------------------------------
ต่างฅนต่างมีหน้าที่ของตนที่ต้องทำ
เธอทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
------------------------------
บางครั้งเธอช่วยเหลือ
บางครั้งเธอเดินหนี
แต่เหตุผลที่เธอเดินไป คืออะไรเล่า
-----------------------------
ได้นั่งคุย นั่งพัก กับผองเพื่อน
ผ่อนคลายอะไรหลายอย่างในตัวตน
หยุดพักกับสิ่งที่เป็นไป
-----------------------------
เวลาใกล้เข้ามา
เธอยังคงยืนที่เดิม
มิได้กระตือรืนร้นที่จะทำอะไร
ในเมื่อไม่มีใครทำ
เธอจะทำไปไยเล่า
-----------------------------
แต่เธอ รู้ดีว่าต้องทำ
และเธอก็ทำมันไปตามคำสั่งที่มาจากใจ
-----------------------------
หลายอย่างในชีวิต เธอทิ้งไป
เพราะมันไม่สำคัญ
ผิด เธอคิดผิดไปถนัด
เธอไม่เหลียวแลความรู้สึกของใครบางฅน
ผิด เธอคิด แต่เธอมิอาจเอ่ยออกมา
ยังคงบันทึกอยู่ในหัวใจ
------------------------------
เธอกำลังไขว่คว้า ความอบอุ่นมาสู่กาย
แต่สิ่งที่ได้มา คือ สายลมที่อบอุ่น
แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวของสายลม
มิอาจรู้ได้ ว่าสายลมวันพรุ่งนี้จะคิดเช่นไร
หากแต่ว่า วันนี้เธอมีสายลมให้ความอบอุ่น
------------------------------
หลายวันผันผ่าน
คิดอะไรมากมาย
ความคิดล่องลอย
อยู่แห่งหนใด
มิเป็นหลักแหล่ง
ต่างเดินจากไป
คิดมาผ่านไป
เหลือไว้แต่ - ว่างเปล่า -
------------------------------
เธอมีความคิดที่อิสระ
อิสระในความเป็นเธอ
-----------------------------
-----------------------------
ทำไมต้องมีการตอบคำถามเพื่อคะแนน
ทำไมต้องบังคับ
ทำไม เธอไม่มีความคิดงั้นหรือ
ทำไม ใครถึงมองว่า การที่เธอไม่ปริปากพูด เธอคิดไม่เป็น
ทำไม ไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอบ้าง
ทำไม เธอไม่ตอบ
ทำไม ต่างฅนต่างไม่เข้าใจในกันและกัน
ทำไม บางครั้งเธอคิดเหมือนใครบางฅน
ทำไม เธอไม่ตอบ
และ ก็ยังเป็น ทำไม มาจนบัดนี้
-------------------------------
-------------------------------
งงงัน กับสิ่งที่เธอเป็น
ร้อยเรียงคำพูดที่มาจากใจ
หลายฅนอาจสับสนกับสิ่งที่เธอเป็น
หลายฅนอาจเข้าใจกับสิ่งที่เป็นเธอ
-------------------------------
หลายฅน ต่างมุมมอง
หลายฅนต่างความคิด
ไม่ผิดอะไรกับความคิดที่เธอเป็น
-------------------------------
ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย
เพียงแต่มาเล่าเรื่องราวที่เป็นไป
ให้หลายฅนได้รับรู้
ให้หลายฅนได้เห็นความเป็นเธอ
ให้หลายฅนมึนงงกับสิ่งที่เธอเป็น
------------------------------
ลาแล้ววันนี้
เธอยังเป็นตัวเธอ
มีความสุขอย่างที่เธอเป็น
บ๊าย บาย
-------------------------------
-------------------------------
ดินสอฅนธรรมดา
ดินสอฅนไม่ธรรมดา (เพี้ยน บ้า) บางเวลา บางสถานที่
-------------------------------
-------------------------------
มีความสุขกับสิ่งที่คุณเป็น
-------------------------------
-------------------------------

Posted by อิสรชน ฅนเดินทาง on 13 Jan. 2003,04:47
ให้งดงามตามธรรม
ให้กรรมเป็นเครื่องนำทาง
ให้ใจจางจากอบาย
ให้กายนิ่งสงบเย็น
ให้ยากเข็ญสิ้นหมดไป
ให้ไฟรุมเบาบางลง
ให้เร่งสิ้นสงสัย
ให้ใจนิ่งสงบเบา
................
toy45.gif
Posted by dinsor on 15 Jan. 2003,03:52
ลบบันทึกบางหน้าออกจากระบบออนไลน์
ทำไม ต้องลบ เหตุผลหลายอย่าง
ไม่มีอะไรมากมาย
ต้องการลบบันทึกที่บันทึกถึงใครบางคนออกไป
หันมามอง
ขณะนี้ ไม่ใช่วันวาน

ลบมันออกไปจากความทรงจำ
ทั้งๆที่รู้ว่ามันออกไปไม่หมด


เหนื่อย เหนื่อย

ทำไม

ทำไม


กำลังจนมุม กับ อะไรบางอย่าง

อยากจะพักกับเวลาที่ยาวนาน


มีความสุขกับสิ่งที่เป็น

Posted by Yaya on 15 Jan. 2003,05:22
น้องดินสอแสนซน... บันทึก ความทรงจำ ...
..........ลบในสิ่งที่ไม่ควรจำ แต่จดไว้เพื่อเตือนไม่ให้ผิดพลาด และพลั้งเผลอ อีก...
.........บันทึกไว้ ตราบนานเท่านานหากสิ่งนั้น ควรค่าแก่การจด และจำ...เพื่อเก็บมานั่งอ่านและ นั่งฝันถึงวัน ที่น่าประทับใจ...
.........ฉนั้นลบ บ้างหากมันมากจนล้น.... และเก็บสิ่งที่มีค่าควรเก็บ.. ค่ะ น้องสาว คนสวย... laugh1.gif  wavey.gif
Posted by อิสรชน ฅนเดินทาง on 15 Jan. 2003,06:38
ลบเพียงอักษร
หาได้ลบจากใจไม่ ....
สลักแน่นในความทรงจำ
เกรงไปไย เพียงลบอักษร

อยากจำก็จำ..
อยากลบก็ลบ
อยากลืมก็ลืม
....
อักษรใช่จะสลักใจ
ความทรงจำต่างหากที่สลักใจ
จำไว้แต่ลบอักษร ก็ยังสลักอยู่ในใจ

rose.gif
Posted by dinsor on 15 Jan. 2003,21:21
ไดอารี่ - - จะรับฟังเรื่องราวของฉันอีกต่อไปไหม
เมื่อวานฉันลบเรื่องราวบางเรื่องออกไป
วันนี้ฉันลบมันไปอีก

อยากจะลบออกไปหมดกันไปสักที
กับความรู้สึกเก่า
ฉันจะเก็บไว้แต่เพียงความจำเท่านั้น


เข้าใจกันนะเจ้าไดอารี่

-------------------------

เป็นอะไรไป เหงา เหงา
เศร้า เศร้า กับความรู้สึก

มีคนมากมาย เดินผ่านมา แวะทายทัก แล้วเดินจากไป

แปลกดีนะ - -
บางวันฉันยิ่มร่า มีความสุขกับสิ่งต่างๆรอบตัว
แต่บางวันสิ
บางวันฉันเหงา
และฉันรู้สึกว่า วันเหงาๆ จะมากกว่าด้วยซ้ำไป


ในการเดินทาง
มีความคิดโลดแล่นอยู่รอบกายฉัน
อยากจะเป็นอย่างนั้น
อยากจะเป็นอย่างนี้
แต่สุดท้าย ตัวฉันยังเป็นตัวฉัน


ฉันต้องการไขว่คว้าอะไรบางอย่าง
และอะไรบางอย่างนั้น ก็คือ
ใครบางคนที่ทำให้ฉันหายเหงา

คิดเข้าข้างตัวเองไป

วันนี้เราโตเป็นผู้ใหญ่แค่ไหนกันนะ
และในความเป็นผู้ใหญ่นั้น
ยังคงหลงเหลือความเป็นเด็ก

ฉันไม่อยากเป็นผู้ใหญ่
เด็กน้อย - -ไม่ต้องรับรู้เรื่องราว
เด็กน้อย - - ไม่ต้องรับรู้ปัญหา
ที่ผู้ใหญ่แบกรับ
เด็กน้อย - - กับวัยใสใส
วันร่าเริง กับความสนุกสนานกับสิ่งรอบตัว

เด็กน้อย - - มีพ่อแม่ให้ความรักความอบอุ่น

--------------------------


อีกไม่กี่วัน ไม่รู้ว่ากี่วัน
พ่อ - - จะไปทำงานหาดใหญ่แล้วสินะ
การพบเจอกันก็คงจะยิ่งน้อยลงไปทุกทีทุกที
พ่อจะรู้บ้างมั้ยนะ
ว่าฉันคนนี้ อยากอยู่ใกล้ๆพ่อ ยามเหงา


-----------------------

จะบ่นไปทำไมกันนะ

-----------------------

เวลา ทำไมเดินไปเร็วจัง
ฉันเหนื่อยล้าแล้วนะ รู้บ้างไหม

---------------------------

ขอบคุณพี่สาวคนหนึ่งที่มีสิ่งดีดีมอบให้
ขอบคุณพี่สาวคนหนึ่งที่มีความผูกพัน ห่วงใย ในกันและกัน
--------------------------

ps : เจ้าดินสอชอบมานั่งบ่นหน้าคอมอยู่เรื่อย

ps :  วันนี้คุย msn กับอาจารย์ป๋อมด้วย

ps : ตอนเช้าไปหาอาจารย์เรื่องรายงาน

ps : ทานข้าวกับวิกานดา

ps : มีเรียนตอน 16.30 น.

ps : เปลี่ยน bg อีกแล้ว

ps : ลบบันทึกหน้าเก่า อย่าเสียใจนะเจ้าดินสอไดอารี่

ps : จะพยายามเขียนไดอารี่ทุกวัน

ps :  . . . . . . . . . . . . .


มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น

Posted by อิสรชน ฅนเดินทาง on 15 Jan. 2003,23:35
จงทำในทุกสิ่งที่ใฝ่ฝันจงจดจำในทุกสิ่งที่อยากจำอย่าฝันในทุกสิ่งที่กระทำจงอย่าจำในทุกสิ่งที่ต้องจำใช้ชีวิตด้วยฝันที่มั่นคงจงมั่นคงในความฝันแต่อย่าฝันอย่างมั่นคงจงแปรความฝันให้เป็นจริงแต่อย่าเอาความจริงไปใฝ่ฝัน
...........


love.gif
Posted by dinsor on 16 Jan. 2003,17:05
เหนื่อยกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้
กำลังเครียดกับงานมากมาย
เครียดแค่ไหน ฉันจะต้องทำมันให้สำเร็จ
เพื่อความรู้
เพื่อตัวฉันเอง
ฉันทำ ฉันได้ ฉันรู้ดี
และ ฉันจะต้องทำให้ได้
นั่น คือความตั้งใจที่ฉันวางไว้ให้ชีวิตก้าวเดิน

ใครบางคนอาจมองว่า ฉันเหลวใหล
ใครบางคนอาจมองว่า ฉันไม่สนใจการเรียน
แต่บทพิสูจน์นั้นคือตัวฉันเอง

ในแต่ละก้าวเดินของตัวเอง
มีวิถีทางเดิน
ที่ผิดบ้าง ถูกบ้าง
ผิดมักจะมาก่อนถูกเสมอ
พลาดได้แต่ต้องหาทางออกที่ดีให้ตัวเอง


ยอมรับนะว่าท้อ ล้า กับสิ่งที่ทำ
ฉันมองเห็นบางฅน
ไม่ไขว่คว้า
ฉันมองเห็นบางฅน อยู่นิ่งกับสิ่งที่เขาเป็น
แต่ช่างเถอะ
ชีวิตเขา มิใช่ชีวิตฉัน

วันนี้ฉันยังคงมีพลัง
และฉันจะใช้พลังให้เต็มที่กับชีวิตที่มีอยู่


มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น  

Posted by อิสรชน ฅนเดินทาง on 17 Jan. 2003,02:06
ใช้พลังเพื่อนตนเอง
ให้ยืนยงและหนักแน่น
แผ่นผาไม่เทียบเทียม
แต่ใจเจียมในศรัทธา
มั่นไว้อหิงสา



love.gif [blur]
Posted by dinsor on 18 Jan. 2003,18:55
มีเรื่องให้คิด ทั้งๆที่บอกกับตัวเองว่าจะตัดเรื่องบางเรื่องออกจากสมอง
แต่เราทำไม่ได้
นอนหลับไม่สนิทก็เพราะเรื่องมากมาย
นอนไม่หลับมากี่คืนแล้ว

เขียนบันทึกเมื่อวาน
บอกกล่าวว่าจะทำ - -
ฉันยังยืนยันคำเดิม
ฉันจะทำ จะพยายามทำให้ดีที่สุด


มีอะไรหลายอย่างเข้ามา
เหนื่อยบ้าง คงจะได้นะ


----------------------------------------


ไม่ได้ลืมที่จะขอบคุณ ผู้ที่มีความสำคัญต่อชีวิต
ขอบคุณครูคนแรก พ่อแม่ที่ให้ฉันมีชีวิต
ขอบคุณครูอนุบาลที่ทำให้ฉันรู้จักตัวอักษร
ขอบคุณครูประถมที่ทำให้ฉันชอบอ่านหนังสือ
ขอบคุณครูมัธยมที่ให้ฉันยืมหนังสืออ่าน
ขอบคุณครูมหาวิทยาลัยที่ทำให้ฉันมีโลกกว้างขึ้น

ฉันมักจะมีชีวิตอยู่ในโรงเรียน
เพราะฉันเริ่มเข้าอนุบาลประมาณขวบครึ่งถึงสองขวบ
ฉันจึงรู้จักครูมากมาย
ฉันจึงเกเรไม่ยอมเรียนชั้นอนุบาลปีสุดท้าย
ทำให้ฉันเรียนเร็ว ๑ ปี :P

ฉันรู้สึกผูกพันกับสถานที่แห่งนี้
ศถานที่แห่งนี้ของฉัน คือ โรงเรียน
ที่มอบสรรพความรู้ต่างๆแก่ฉัน
ฉันสัญญา - - ฉันจะไม่ลืม



------------------------------------------

pS :)

กลางวันออนไลน์ msn คุยกับพี่สาวฅนหนึ่ง
รู้สึกผูกพัน รู้สึกดีดี
มีความสุกที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึกซึ่งกันและกัน


----------------------------------------------


pS :)

กลางคืนออนไลน์ msn คุยกับพี่สาวฅนไกลฅนหนึ่ง
มีความสุข รู้สึกดีที่ได้พูดคุย ที่ได้ถ่ายทอดอะไรอะไรซึ่งกันและกัน
ทำให้ฉันยิ้ม
ทำให้ฉันหัวเราะ


ใครจะหาว่าฉันบ้านั่งหัวเราะหน้าคอม ฉันไม่สนหรอก

---------------------------------------------



ps : มีเวลาจะเข้ามาอัพใหม่


ps : ดินสอเกเรเขียนบันทึกตอนเรียน



ps : มี ค ว า ม สุ ข  กับ  ศุ ก ร์


มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น  

Posted by dinsor on 19 Jan. 2003,05:37
วันนี้วันเสาร์ - -*
รู้สึกตื่นตอน เจ็ดโมงครึ่งแล้ว แต่กว่าจะลุกจากที่นอนได้ก็ปาเข้าไปแปดโมง
เช้าหรือว่าสาย - -"

ขี้เกียจลุกจากที่นอน
เพราะแต่ละคืนกว่าจะได้นอน ตี ๒ แล้ว


----------------------------


สิ่งที่เห็นและเป็นไป
ยังคงเหนื่อยเหมือนเดิม
แต่พยายามสะสางงานให้เบาลงไปทุกวัน ทุกวัน เท่าที่แรงจากกายจะทำได้
บางครั้ง ท้อ
ท้อได้ทุกวัน
แต่ยังคงทำต่อไป
เพราะกำลังใจจากใครหลายฅน
ที่สำคัญ คือ กำลังใจ จากหัวใจตัวเอง

บางครั้ง ท้อ จนอยากร้องไห้
อะไรหลายอย่างรอบตัว
มีแต่หัวใจเท่านั้นที่รู้สึก มีน้ำหลั่งไหล

เครียด - -เครียด จัด
เข้าใจไหม

-----------------------------------


ps : เข้ามาทำรายงานที่หอสมุด

ps : แวบมาศูนย์ ๒-๓ ชั่วโมง คิก คิก

ps :  เฮ้อ - - เฮ้อ  

ps : อะไร อะไร

ps : เป็นอะไรไปอีกหว่า -"-

ps : อารมณ์ปกติบ้าง ไม่ปกติบ้าง เข้าใจกันหน่อยน๊า


--------------------------------


 มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น  

Posted by dinsor on 19 Jan. 2003,18:26
รู้สึกดีขึ้น

ขอบคุณที่เห็นความสำคัญของเรา
ขอบคุณที่ไม่ทอดทิ้ง
ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันและกัน
ขอบคุณที่แคร์ความรู้สึกเรา
- ทุกอย่างเหมือนเดิม -

เครียดกับรายงาน
ต้องจับรายงานทุกวัน
คลุกคลักันทุกวัน
นั่นเป็นสิ่งที่จะทำให้ฉันชำนาญในอนาคตรึเปล่า
หากใช่  - - ฉันจะทำ

เวลาไม่ได้ขึ้นอยู่กับใคร
หากขึ้นอยู่กับตัวฉันเอง
ว่าฉันจัดสรรเวลาให้กับสิ่งใดบ้างให้กับตัวฉันเอง

มีเวลาส่วนมากให้ตัวเอง
ให้ชีวิตใช้คุ้มค่าบ้างไม่คุ้มค่าบ้าง
- - เวลาตื่นนอน - -
เชื่องช้า  - - รวดเร็ว
สลับกันไป
- - เวลาในการเดิน - -
เชื่องช้าเพราะเหนื่อยกับตัวเองมากไปรึเปล่า
- - รีบเร่ง แข่กับเวลา

อะไรบางอย่างที่อยู๋ในความรู้สึก
กำลังจะหายไป
ความรู้สึกบางอย่างกลับเข้ามาแทนที่
ยิ้มได้แต่ไม่มาก
เรื่องนั้น - - จางไปแล้ว



ชีวิตการเรียนรู้เพื่ออนาคต
ยังคงต้องฝ่าฟัน กับอุปสรรค
ขวากหนาม
ที่รายล้อมรอบกาย
ออกไปสู่โลกภายนอก อย่างผู้รู้
อย่างผู้มีพลัง


- ทำวันนี้เพื่อวันพรุ่งนี้ -

- ทำวินาทีให้เป็นนาที -
- ทำนาทีให้เป็นชั่วโมง -
- ทำชั่วโมงให้เป็นวัน -
- ทำวันให้เป็นอาทิตย์ -
- ทำอาทิตย์ให้เป็นเดือน -
- ทำเดือนให้เป็นปี -
- ทำปีให้เป็นปีต่อๆไป -
- ทำปีต่อๆไปเพื่ออนาคตที่มิอาจล่วงรู้ แต่สามารถคิดได้ -


หากคิดจะทำก็ทำได้
ขึ้นอยู่กับว่า
หัวใจ + กาย จะสู้มั้ย :D


ps : เรียนบาลีสันสกฤษทั้งวัน
ps :เวลาพักขอมาเขียนได15นาที
ps : ตอนบ่ายมีสอบ
ps : ตั้งใจเรียนมั้ย ตัวฉันเองที่รู้


 มี คว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น

Posted by Yaya on 19 Jan. 2003,18:56
น้องดินสอ ...คนดี ...เด็กดี..ขยันเรียน..เพ้อฝัน มีจินตณาการ ที่แสนสวย
....ตอนกลางวัน ..ออนไลน์ ..คุยกับพี่สาวคนนึง...
.... ตอนกลางคืน ออนไลน์ คุยกับพี่สาว ที่อยู่ห่างไกล...
...เอ.. จะใช่พี่ย๋ามั๊ย เนี่ยยย...
ปล... ชอบอ่าน ที่น้องดินสอเขียน จ๊ะ ...และ ชอบแปล ที่น้องเขียนด้วยจ๊ะ.... blush.gif  inlove.gif

วันนี้เหงาๆ...
เช้าวันอาทิตย์..
ว่าจะตื่นให้ สาย..ตะวันโด่ง...
จนแล้ว จนรอดก็ต้องตื่น ..
หกโมง เช้าทุกทีสิน่า...
เฮ้อ... แล้วก็...รอต่อไป..
ให้วันๆ ..ผ่านไป ..แล้วก็ ..ผ่านไป..
flower.gif  flower.gif
Posted by dinsor on 20 Jan. 2003,19:07




ดีใจ - -ใจดี


ทำไมถึงดีใจ ?

- - เครียดกับงานวิจัยที่หามาทำรายงานไม่ได้มาหลายวัน

เมื่อวานได้ปรึกษากับอาจารย์ และพี่สาวคนหนึ่งว่า

จะโทรไปปรึกษาผู้เขียนงานวิจัยชิ้นั้นดีมั้ย

และแล้วเราก็ตัดสินใจตอน ๔ ทุ่ม

โทรศัพท์ทางไกลไป ม .เชียงใหม่ถึงอาจารย์เจ้าของงาน

ตอนแรกโทรไปเป็นบ้านของอาจารย์ผู้ชาย

อาจารย์ผู้ชาย เขาก็ถามว่ามีธุระอะไรหรือ

อาจารย์เจ้าของงานวิจัย เขาเพิ่งย้ายบ้านไปน่ะ

อาจารย์ผู้ชายไปหาเบอร์โทรศัพท์ให้

เราก็ได้เบอโทรศัพท์นั้นมา


โทรศัพท์สายตรงหาอาจารย์เจ้าของงาน

ตื่นเต้นมาก   :D

เราก็เริ่มแนะนำตัวว่ากำลังศึกษางานของอาจารย์อยู่

แต่ไม่มีข้อมูลที่ต้องการ และอาจารย์ประจำวิชาได้แนะนำงานของอาจารย์

หนูหาแล้ว ไม่ปรากฏ

และไม่สามารถดึงข้อมูลมาได้

หนูเลยตัดสินใจโทรศัพท์มาปรึกษาอาจารย์

อาจารย์ได้ให้คำแนะนำที่ดีมาก

คุยกับเราดีมาก

ลูกทุกคำ

ตอนแรกอาจารย์จะส่งหนังสือมาให้

แต่ว่าเกรงใจ แล้วเราก็ได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว

ประทับใจอาจารย์มากๆ

อาจารย์ใจดีมาก - - ขอบคุณค่ะ :P



รู้สึกว่าโล่งไป

หายเครียด

วันนี้อารมณ์ดีกลับคืนมาแล้ว


รู้สึกอะไรต่างๆก็ดี

มีความสุขดีเช้าวันนี้


เดินผ่านดอกเฟื่องฟ้า

รู้สึกว่าเจ้าดอกเฟื่องฟ้าน้อยๆยิ้มให้เราด้วย ^_^


------------------------------------------



PS : ขอบคุณพี่สาวคนไกลที่แนะนำสิ่งดีดี

ps : ขอบคุณอาจารย์คนหนึ่งที่แนะนำ

Ps : ขอบคุณอาจารย์เจ้าของงานวิจัย ประทับใจอาจารย์มากค่พ


ps : มีความสุขกับวันจันทร์

ps : มีความสุขกับสิ่งที่เป็น
Posted by Yaya on 21 Jan. 2003,19:44
น้องดินสอเป็นเด็กดี...ต้องเจอแต่สิ่งดีสิจ๊ะ...แหะ แหะ ..พี่สาวคนไกลคนนี้เอาใจช่วยเสมอนะจ๊ะ...และก็ขออภัยน้องดินสอ ที่..ไม่ได้คุยต่อเพราะติดอะไรบางอย่างคงเข้าใจนะจ๊ะ ...และ..ยินดีให้คำปรึกษาเสมอนะจ๊ะ ....
.....ก้มหน้าก้มตา...จัดการกับตำรากองโต ต่อไป...
.....อ่านๆๆๆๆๆๆ....เขียนๆๆๆๆๆ.....
.....อ่านๆๆๆๆๆ....เขียนๆๆๆๆๆ......
ตอนนี้พี่ก็กำลังใกล้ตาย.เหมือนกัน ค่ะ...เหอ เหอ เหอ...

ว่างๆก็...มาเขียนไดอารี่ ที่น่ารักให้อ่านอีกนะจ๊ะ...
ปล. อย่าเครียดจนเกินไปน๊า.... flower.gif  wavey.gif
Posted by ชาครีย์ on 24 Jan. 2003,20:17
ic-12.gif

สวัสดีปี 2546 
ในปี 46 นี้ผมตั้งใจว่าจะกลับมาเขียนไดอารีอีกสักครั้ง เพราะทิ้งร้างมาเป็นแรมปี อุตส่าห์ไปเลือกซื้อไดอารีมาเล่มหนึ่ง แต่จนป่านนี้ผมก็ยังไม่ได้บันทึกอะไรลงไปเพราะปรากฏว่า  ไดอารีเล่มดังกล่าวได้ล่องหนไปแล้ว ด้วยเหตุผลกลใดก็ตามนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผมยืดเวลาที่จะกลับมาบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันของตนเองมาจนถึงป่านนี้
ความจริงแล้วชีวิตประจำวันของผมในแต่ละวันก็ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน หรือมีเรื่องราวสลักสำคัญประมาณว่าต้องจารึกไว้ทุกย่างก้าวอะไรประมาณนั้น ก็เป็นเพียงเรื่องราวของคนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ซึ่งบางครั้งก็อยากจะบอกเล่าอะไรให้โลกได้รับรู้ไว้บ้าง มันอาจจะมีทั้งความสุข ความเศร้า  ความเหงา ฯลฯ ตามประสาของผู้ที่ได้ชื่อว่ามนุษย์ แม้ว่าบางครั้งมันอาจจะดูไร้สาระหรือไม่ได้เรื่องได้ราว แต่เราก็ไม่สามารถจะปฏิเสธได้ว่านั่นไม่ใช่ความจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะในแง่ของสมมุติสัจจะ หรือปปรมัตถ์สัจจะก็ตามที
ปลายปี 45 ผมกลับไปพำนักอยู่เชียงรายเป็นเวลาแรมเดือน กลับไปทำอะไรเดิม ๆ ซึ่งแค่คิดถึงก็รื่นรมย์แล้ว นั่นคือการกลับไปใช้ชีวิตอย่างสันโดษและเรียบง่ายแบบพึ่งพาตนเองอยู่ที่ “อาศรมอิสรชน” ซึ่งเป็นดุจสถานที่พักพิงทางจิตวิญญาณ มันเหมือนกับว่าผมเป็นคนของที่นั่น ที่ซึ่งไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจนักสำหรับคนอื่น ๆ แต่กับผมแล้วมันหมายถึงตัวตนทั้งหมดของผมเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้ ผมเพิ่งเปิดอาศรมรับสาธารณชนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา (4 มกราคม 2546) โดยการเชิญวงศาคณาญาติและกัลยาณมิตรมาร่วมทำบุญที่อาศรม เป็นการเปิดตัวอาศรมอย่างเป็นทางการก็ว่าได้ วันนั้นมีพระสงฆ์ 9 รูปมาเจริญพระพุทธมนต์ นำโดยเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน มีแขกเหรื่อมาร่วมงานเป็นเรือน 100 เป็นกิจกรรมที่ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกเริ่มที่จะสร้างเป็นอาศรมแล้ว งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทุกประการ 
ผมกลับถึงกรุงเทพฯ ในเช้าวันที่ 5 มกราคม 2546
ที่กรุงเทพฯ ผมพบว่าตนเองไม่ใช่คนของที่นี่ ผมรู้สึกว่าตนเองไม่เหมาะกับเมืองใหญ่ และสังคมที่ฉาบฉวย แต่ผมก็จำต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ทั้งที่ผมก็ยังตอบตนเองไม่ได้เหมือนกันว่าจะอยู่ไปทำไม ? อยู่ไปเพื่ออะไร ? และจะอยู่ไปได้อีกนานแค่ไหน ? มันเหมือนผมกำลังรออะไรสักอย่างซึ่งผมก็ยังตอบตนเองไม่ได้ ผมน่าจะทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่จนป่านนี้ผมก็ไม่ยอมทำอะไรสักที  มันก็แปลกดีนะไม่น่าเชื่อว่าผมจะกลายเป็นคนที่ไร้สาระได้ถึงขนาดนี้ ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นเด็กลงทุกขณะ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยในชีวิตนี้ นอกจากไม่ยอมวางแผนชีวิตอะไรให้กับตนเองแล้วยังไม่ไขว่ไม่คว้าอะไร ๆ เอาเสียเลย เหมือนกับว่าเป็นอาการของคนหมดไฟ แต่แท้ที่จริงแล้วเมื่อเทียบกับอดีตผมว่าวันนี้ผมมีความสุขกว่าแต่ก่อน ผมได้ใช้ชีวิตที่ผมอยากจะใช้แล้ว ผมกลายเป็นอิสรชน มีชีวิตที่อิสระ ไม่มีพันธะ ไม่มีภาระ ไม่มีขื่อคาและยศถาบรรดาศักดิ์ ไม่มีแม้กระทั่งเยื่อใยต่ออะไร ๆ ในโลกนี้ เมื่อวันนั้นมาถึงผมก็พร้อมที่จะจากไปได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องห่วงกังวลอะไรกับใครในโลกนี้ 
ผมถือว่าผมได้ใช้ชีวิตมาอย่างคุ้มค่าพอสมควรแล้ว ชีวิตที่เหลือนี้คือกำไรซึ่งผมจะทำอะไรก็ได้ถ้าผมอยากจะทำ โห...ฟังดูน่ากลัวนะ แต่เชื่อเถอะผมไม่ทำอะไรที่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่นหรอก ผมคงจะเลือกทำในสิ่งที่ดีนั่นแหละ แต่ถ้าคนอื่นเห็นว่าไม่ดีก็ช่วยไม่ได้ ใช่ไหมครับ ?
wave.gif
Posted by dinsor on 25 Jan. 2003,19:10
เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
เพียงแค่มีบางสิ่ง
ชีวิตก็มีความหมายแล้ว.

มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง
เมื่อมนุษย์ 2 คน มาพบกัน
เราจึงเรียนรู้ว่า
1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1
แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป

ที่เล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่โตไปกว่ากำปั้น
ที่ทำให้เราอยู่รวมกันบนโลกใบนี้
อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ
ใช้แทนคำว่า "รัก" ได้เป็นอย่างดี

ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ
ความรัก ที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์
ความรัก ที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง
ความรัก ที่ทำเพื่อตัวเองนั่นไม่เรียกว่ารัก
ความรัก ที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี
ความรัก ที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน
ความรัก ที่คุณจะเจอในอนาคตให้อธิษฐานกันเอาเองนะ

"ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้
ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น"

เคยมั้ยที่จะมี
คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง?
ตอบตัวเองให้ได้ว่าใคร

เคยมั้ยที่จะมี...คนให้อภัยคุณทุกอย่าง.
เคยมั้ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง
เคยมั้ยที่จะมี...คนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...ไม่อายเมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่า เค้ายังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนรับได้ในสิ่งที่คุณเป็นไม่ว่าจะมีคนมาว่าร้ายคุณยังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยากตื่นมาแล้วก็เจอ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณรู้ว่า เค้าช่วยให้คุณสบายใจได้
เคยมั้ยที่จะมี...คนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเค้ายังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห้นความสำคัญของเค้าเลย

ถ้าคุณเคยมีเค้าคนนี้อยู่จริง คุณควรถนอมเค้าไว้ให้ดี
ถ้าคุณสูญเสียเค้าไปคุณเองที่จะเป็นคนเสียใจ

ความหมายของหัวใจ
เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต
แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
เพียงแค่มีบางสิ่ง
ชีวิตก็มีความหมายแล้ว



ps :; มีคนฟอเวิดเมลล์มาให้ค่ะ

Posted by numtan_kw on 25 Jan. 2003,19:40


ใกล้ถึงวัน ….. “วาเลนไทน์” แล้วนะคะ ช่วงนี้ตาลนั่งทำงานอยู่ในห้องพักที่กรุงเทพฯ ห้องของตาลอยู่ที่ชั้น 10 ในคอนโดฯแถวสุขุมวิท 77 ทุกเย็นถ้าอยู่บ้าน จะมีเวลาช่วงหนึ่งก่อนที่พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้า มองออกไปจะเห็นท้องฟ้าสีส้มอมชมพู หรือไม่ก็แดงระเรื่อ บางทีก็สีแดงจัดจ้าน ทั่วท้องฟ้า นับว่าเป็นภาพที่งดงาม จนอยากให้เพื่อนๆได้มีส่วนร่วมในความรู้สึกที่สวยงามนั้นด้วย

ทุกครั้งที่ ..... ที่ตาลนั่งทำงานและครุ่นคิดเรื่องต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแต่ละวัน การทอดสายตาออกไปมองธรรมชาติที่งดงามเช่นนี้ เป็นการพักสายตาและจิตใจของเราอย่างแท้จริง แล้วก็คงโรแมนติกไม่น้อย ถ้ามีโอกาสได้อยู่ใกล้กับคนที่ถูกใจเรา

ปกติ ..... ตาลชอบดอกไม้ สีสวยๆที่อยู่กับต้น ตอนนี้ที่ระเบียงห้องของตาล มีกล้วยไม้ห้อยอยู่ที่ระเบียง 15 กระถาง เป็นกล้วยไม้ 10 กระถาง แล้วก็ ดอกไม้พันธุ์คุณนายตื่นสายอีก 5 กระถาง เรียกชื่อดอกไม้ไม่ถูกนะคะ ไม่รู้จักคะ ออกดอกสวยๆเต็มเลยคะ มีทั้งสีม่วง เหลือง ชมพู แล้วก็สีขาว

ถ้า ..... ใครซื้อดอกไม้ให้ตาล ตาลก็ดีใจนะ แต่ในความรู้สึกลึกๆก็เสียดายว่าอีกไม่นานดอกไม้นั้นก็จะหมดสวยแล้ว คงเหมือนๆกับ ”ความรัก” ที่พอเริ่ม ก็รู้สึกเบ่งบาน ดูสวยงามและมีความสุขอย่างมากมาย

แต่ ..... โลกเราดูเหมือนจะขาด “ความรัก และ ความเอื้ออาทร ต่อกัน” มากขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือจากความรัก ที่แต่ละคนมีให้กับคนรักของตัวเองแล้ว

อย่าลืม ..... เผื่อแผ่ “ความรักของเรา” ไปให้คนอื่นๆ และ เพื่อนมนุษย์บนโลกนี้ด้วยนะคะ แล้วโลกของเรา จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะแยะเลยคะ

ขอฝาก ..... ดอกไม้สวยๆของ “น้ำตาล” แทน...ความรัก...ให้กับทุกๆคนนะคะ


Posted by Yaya on 28 Jan. 2003,04:18
น้องน้ำตาล มากับความหวานเช่นเคย นะคะ ..รู้มั๊ยไม่แวะเข้ามาที่นี่นาน แล้ว.... คนที่เตรียมตัว จะใช้ ... Snake head จ๋อยไปตามๆ กัน ว่าไง คะ พี่ฤษีฯ...5555...โอ๊ย.. smash.gif
Posted by numtan_kw on 28 Jan. 2003,05:07


ขอบคุณ พี่ Yaya มากๆนะคะ  วันนี้...ตาลมาแบบไม่หวานแล้วคะ

"เช้าวันหนึ่ง.....ในตลาดสด" ของตาล

ก็มาจาก ช่วงนี้ ..... แม่บ้านที่แม่ส่งมาให้ช่วยดูแลตาล เกิดประสบอุบัติเหตุ และ ต้องลาป่วย ตาลก็เลยได้มีโอกาส ขี่จักรยานออกกำลังกายตอนเช้าๆ แล้วก็เข้าไปเดินในตลาดสดใกล้ๆที่พักของตาลบ่อยๆ มีของขายเยอะแยะเลยคะ ได้ยินเสียง พ่อค้า แม่ค้า ......

"ปลาสดๆจ๊ะ ปลาสดๆ ไม่สดไม่ต้องเอาไป รับรองว่า ปลานา ไม่ใช่ปลาเลี้ยงจ๊ะ"

"ลดไม่ได้แล้ว ปีนี้แพง ก็มันน้ำท่วมเหลือใจทีเดียวแม่คูณ "

"วันนี้แกงอะไร ใส่พริกกี่มากน้อยหล่ะ เอาพริกขี้หนูสวน หรือ พริกขี้หนูธรรมดาหล่ะ"

"ปิ๊น ปิ๊น ขอทางหน่อย หลบหน่อย หลบหน่อย ไม่หลบ ชนไม่รู้ด้วยนะ"

"โอ๊ย นี่แมงดานานะ คัดมาแต่ตัวผู้ทั้งนั้นจ๊ะ ลองดมดู ไม่หอมไม่ต้องเอาไป"

"กล้วยสียังงี้ กำลังกินทีเดียว เหลืองดอกกระดังงา ไม่สุกไม่ห่ามเกินไป เอาไปสักหวีนะ"

"หวานเจี๊ยบเชียวละ เดี๋ยวฉันฝานให้ลองชิมดูก็ได้"

"สิบบาทจ๊ะ สิบบาท กองสุดท้ายแล้ว เร้ว แม่ค้าอยากกลับบ้านแล้วจ้า"

เสียงเจื้อยแจ้ว ..... ต่อรองราคา เสียงเชิญชวนร้องเรียกลูกค้า และ ความจ้อกแจ้กจอแจของผู้คนทุกเพศทุกวัย ทุกฐานะอาชีพ สินค้าสารพันทั้งพืชผักผลไม้ หมู เนื้อ เป็ด ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่นี่....สถานที่จับจ่ายซื้อสินค้าที่มีมาเนิ่นนานนับร้อยๆปีแล้ว

นี่คือ "ตลาดสด" ที่มีอยู่ทั่วทุกซอกทุกมุมของผืนแผ่นดินไทย

ถ้าเช่นนั้น ..... ตลาดในทุกวันนี้ สะท้อนอะไร ..... ?????

ประการแรก ..... เห็นจะเป็นรูปแบบของตลาดเปลี่ยนแปลงไป แม้ตลาดหลายต่อหลายแห่งยังคงอยู่ หากแต่เราเริ่มเห็นตลาดติดแอร์ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็กเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามย่านชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมือง ซุเปอร์มาร์เกต และ มินิมาร์ต ตอบสนองวิถีชีวิตแบบใหม่ที่รวดเร็ว เร่งรีบ ต้องการความสะดวก ประหยัดเวลาได้เป็นอย่างดี

เพราะ ..... เวลา "ติดตลาด" แทบทั้งวัน บางแห่งเปิดขายตลอด 24 ชั่วโมงก็มี

ขณะเดียวกัน ...... ตลาดสดแบบดั้งเดิมก็ยังคงมีอยู่ หากยักย้ายตัวเองออกไปอยู่ตามนอกเมือง ที่ชุมชนขยายตัวออกไปอยู่เรื่อยๆ ตลาดสดบางแห่งที่ชานเมืองนั้น มีขนาดใหญ่โตมาก เหมือนจะดักคนซื้อจากรอบนอกไว้ไม่ให้ต้องเข้าเมือง กลยุทธ์น่ารักอย่างหนึ่งที่ใช้เรียกลูกค้าก็คือ การเปิดวิกลิเกแสดงในตอนบ่าย เพื่อให้บรรดาคุณแม่บ้านมาดูลิเก แล้วแวะซื้อกับข้าวมื้อเย็นเสียเลย

และ ..... ตลาดสดขนาดใหญ่ตามชานเมืองนี่เอง เป็นแหล่งที่ พ่อค้า แม่ค้า รายย่อยมาซื้อหาสินค้า แล้วบรรทุกใส่ท้้ายรถกระบะ หรือ มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ขับเข้าไปขายในชุมชนเล็ก ชุมชนน้อย โดยเฉพาะตามหมู่บ้านจัดสรร นี่อาจนับเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของตลาดก็ว่าได้

สิ่งที่น่าพิจารณาต่อไปก็คือ สินค้าในตลาด มีการปรับรูปแบบให้ผู้ซื้อได้รับความ สะดวก สบาย และ ประหยัดเวลา ดังสินค้าในซูเปอร์มาร์เกตประเภทน้ำแกงส้มละลายมาเสร็จสรรพ ปลาทอด น้ำพริก ข้าวผัด หมูทอด ฯลฯ

แถมตลาดสดติดแอร์ สินค้าก็เหมือนกันไปหมด ราวกับออกมาจากแปลงผัก และ ไร่นาเดียวกัน แม้แต่พืชผลที่ไม่ได้มีอยู่ในฤดูกาล ก็ยังมีวางขาย ตอบสนองความต้องการได้อย่างไม่จบสิ้น และ

บ่อยครั้งที่ ..... เราได้เห็นเค้าวิเคราะห์ การค้า การเมือง สังคม ไปพร้อมๆกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์ และ ซูเปอร์มาร์เกตใหญ่ๆอย่าง Big-C Lotus หรือ Careflour ก็เป็นประเด็นหนึ่ง ที่เริ่มเป็นปัญหากับร้านค้าเล็กๆ แบบที่เราเรียกกันว่า "ร้านโชว์ห่วย" ของคนไทย เพราะห้างร้านของต่างชาติมาแย่งลูกค้าและ เงินหมุนเวียนของไทย ออกไปนอกประเทศ และ เราก็ซื้อสินค้าแพงกว่าในตลาดบ้านเราอีกด้วย

อีกไม่นาน ..... ถ้าเราไม่รู้จัก "พิทักษ์ไทย..ด้วยการซื้อของไทย" เงินของคนทั้งชาติ ของคนไทย ก็จะไหลออกนอกประเทศไปหมด และ วันนั้น ประเทศของเรา ก็จะไม่เหลืออะไรเลย

วิธีสิ้นชาติ ..... แบบทางเศรษฐกิจ ก็เริ่มจากการหลงไหลได้ปลื้มกับของนอกนี่เอง

หัด ..... มาทานบัวลอยไข่หวาน ขนมชั้น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ข้าวเหนียวเปียก ข้าวเหนียวถั่วดำ เต้าส่วน ลูกเดือย หรือจะเซื้อไก่ทอดแบบไทยๆ เลือกน่องก็เหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย License ค่าลิขสิทธิ์ ของไก่ 35บาท ค่าไก่ 15บาท ที่เหลือเป็น ลิขสิทธิ ยี่ห้อ 20 บาท ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่า ลิขสิทธิ์ ใบตองที่ห่อขนมไทยไม่มีลิขสิทธิ์ เป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน

ขนมต่างชาติ ...... ห่อสวย แพงเพราะยี่ห้อ มีลิขสิทธิ์ เวลาหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บ จะย่อยสลายภายใน 200 ปี

ดังนั้น ..... เราต้องมีวัฒนธรรมการเป็นอยู่ที่เปลี่ยนกลับไปอย่างคนสมัยบรรพบุรุษเรากันบ้างนะ เราทำได้ และ ต้องทำแล้วคะ ......



---------------------------------------------------------------------------------

อ่านต่อที่นี่คะ .....

- < http://www.numtan.com/cgi-bin....board_1 >
Posted by Yaya on 28 Jan. 2003,05:34
นั่นเป็นสิ่ง ที่น่าห่วงสำหรับ...คนไทยอย่างมากเวลานี้ ..เพราะห้างอย่างที่น้องน้ำตาลกล่าวมา ...คนไทยกำลังนิยม..ที่จะเดินซื้อของกัน ที่นั่น...แม้แต่อาหารสดผักสด..ที่ซื้อได้จากตลาดสดใกล้บ้านก็ยังต้องเข้าไปซื้อตามห้าง...แล้ว นี่แหละเงินรั่วไหลออกไปจากทางนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว....
.......บรรยากาศตลาดสด..ที่น้องน้ำตาลพูดบบรยายถึง ...น่าเข้าไปสัมผัสดีนัก...ปัจจุบันเริ่มน้อยลงทุกที...น่าเสียดายที่คนไทยไม่ชอบบรรยากาศการซื้อขายแบบไทยๆ...คงรอให้ถึงคราวที่ต้องหาดูตามพิพิธภัณฑ์ หรือ รอให้ถึงยุคลูกหลาน...อาจจะต้องหาดูจากตลาดสดจำลองก็เป็นได้...น่าเสียดายจริงๆ ค่ะ...อืมมมม... icon_help.gif
Posted by numtan_kw on 28 Jan. 2003,06:51
คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้งคะ ? ถ้าเราพยายามตั้งใจทำ ทำที่ตัวเราก่อน แล้วก็ค่อยๆชวนเพื่อนๆสนิทก็ได้คะ

ที่หมู่บ้านที่ใกล้ๆกับคอนโดฯที่ตาลอยู่ ..... เค้ามีคณะกรรมการของหมู่บ้าน และ เค้าจัดให้มีตลาดเช้าทุกวัน ตั้งแต่ ตี 5 ถึงประมาณ 9.00 -10.00 น. แล้วก็มีตลาดเย็น เฉพาะทุกวันพฤหัสบดี กับ วันเสาร์ ตั้งแต่ 16.00 - 20.00 น. เค้าเก็บค่าวางของขายเจ้าละ 20 บาทเอง ไว้เป็นค่าใช้จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่เก็บกวาดตลาดหลังตลาดเลิกไปแล้ว  ตลาดยาวมากนะคะ ใช้เวลาเดินเรื่อยๆไป-กลับก็น่าจะประมาณ 1 ชั่วโมง

ตาลเห็นคนในหมู่บ้านสนุกสนานกันออกคะ บางวันเราก็จะเห็นเพื่อนบ้านที่มีฝีมือในการทำอาหาร นำของที่เค้าทำออกมาขาย แล้วก็ขายดีด้วยคะ

บางบ้านก็ ..... นำของที่ตัวเองใช้แล้ว และไม่ต้องการเก็บไว้อีก ออกมาขายราคาถูกๆ ตาลก็เห็นเค้าขายได้นะคะ แต่หมู่บ้านที่ตาลอยู่ เป็นหมู่บ้านใหญ่มาก ประมาณ เป็นพันหลังคาเรือน ขนาดอยู่ใกล้ศูนย์การค้าซีคอนนะคะ  คนในหมู่บ้านยังไปศูนย์การค้ากันน้อยมาก

น่ายกย่อง คณะกรรมการของหมู่บ้านนะคะ ที่จัดทำกิจกรรมนี้ได้สำเร็จ และที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ เค้าจัดงานปาร์ตี้ในวันที่ 4 ธันวาคม ของทุกๆปี ขายบัตรแบบโต๊ะจีน โต๊ะละ 10 ที่นั่งๆละ 150 บาท และ 200 บาท ประมาณ 200 - 300 โต๊ะ และ นำเงินเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว นำขึ้นทูลเกล้าถวายให้ในหลวงได้ทุกๆปี เค้าบอกว่า เค้าทำติดต่อกันมาถึง 14 ปีแล้ว

ตาล ..... ดีใจนะคะ ที่ได้มาอยู่หมู่บ้านแบบนี้
Posted by dinsor on 29 Jan. 2003,04:59
- - .ใจเจ้าเอย - -
28/01/2003 17:29:12
--------------------------------------------------------------------------------



เหนื่อย


อะไรหลายอย่างเริ่มเข้ามา
เพิ่งตระหนัก เพิ่งคิดได้ ?

รู้ รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
รู้ว่าสมควรทำอะไรบ้าง
แต่วางไว้ ปล่อยนิ่งไม่มีการกระทำ
ต้องถูกกระตุ้นด้วยเวลา- -อยู่ตลอด


--------------------

เขาไม่เคยคิดถึงฅนรอบข้าง
เขามักจะคิดถึงตัวเองก่อนเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆก็ตาม
เขาจะทำสิ่งเหล่านั้นเพื่อตัวเอง
เขาทำเพื่อฅนที่เขารัก
แม้ว่าเขาไม่ได้รับความรักจากใครเลยก็ตาม
เขาเพิ่งรับรู้ คิดได้ - -
สิ่งที่เขาได้รับ นั่นคือการหลอกลวงจากคนรอบข้าง
เขารับรู้ถึงความรู้สึกที่ไม่จริงใจ
ทั้งๆที่ เขาจริงใจกับผู้ฅนที่เข้ามาทายทัก
เขาผิดหรือ ?


ความจริง
ความลวง


------------------------------------


จะปกปิดไปถึงไหน
ความลับไม่มีในโลก
จะอยู่กันแบบไม่จริงใจต่อกัน
ไม่ได้หรอก

--------------------------------


เดินผ่านริมบึง น้ำลดลงไปอีกแล้ว
ปลาหลากพันธ์อยู่ในนั้นอย่างมีความสุข

----------------------------------


เวลาจวนเข้ามา
ยังไม่มีสิ่งใดกระเตื้องขึ้น

----------------------------------


คำพูดของฅนบางฅน
ตอกย้ำในความรู้สึก
เฉลียวใจคิด
สิ่งที่ขีดเขียน
สิ่งที่คิดไว้
มันดีหรือไม่ดีอย่างไรนะ
รู้สึก ฉุกขึ้นในความคิดคำนึง
สิ่งที่ถ่ายทอดมาเป็นตัวอักษรแต่ละตัว
มันมีค่าบ้างมั้ย
- - ตอบหน่อยสิ
- - ตอบเพื่อความกระจ่าง

ถึงไม่รู้คำตอบนั้น
ก็รู้ดีแก่ใจแล้วไม่ใช่หรือว่าเป็นอย่างไร

----------------------------


ใจเจ้าเอย ว้าวุ่นอยู่กับหลากเรื่อง
ใจเจ้าเอย เมื่อไรจะถูกปลดปล่อยจากพันธนาการทั้งปวง
ใจเจ้าเอย ช่างลุ่มลึก
ใจเจ้าเอย สับสนอีกแล้วนะเอย



มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น
Posted by ราษฎร on 29 Jan. 2003,11:47
เช้าของวันใหม่
เธอค่อยๆเดินออกมาจากห้องนอน
ผ่านห้องรับแขก
ห้องครัว
สนามหญ้าไปอย่างช้าๆ
จนกระทั่งถึงประตูรั้ว
เธอต้องตัดสินใจแล้วว่า จะเดินออกไปหรือหันหลังกลับเข้าบ้าน แล้วเธอก็เลือกที่จะก้าวผ่านประตูนั้นออกมา
......
ขณะที่กำลังก้าวไปข้างหน้า
เธอพลันคิดว่า หากพุ่งไปเร็วๆ เร็วมากๆ
บางทีมันอาจจะทำให้ลืมทุกอย่างได้
เธอจึงวิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้น
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดหมายคือที่ใด
........
วันนั้นยังคงเป็นวันที่น่าเบื่อหน่าย
เช่นเดียวกับวันถัดๆมา
สิ่งที่อาจจะเปลี่ยนไปคือตัวเธอ
ผู้พบวิธีหลบจากวันหม่นหมองเหล่านั้น
แม้จะเพียงชั่วคราว
แค่หยิบรองเท้าผ้าใบคู่เก่าๆ นั้นขึ้นมาสวม
ออกวิ่ง ตามแต่เจ้ารองเท้านั้นจะพาเธอไป
Posted by dinsor on 30 Jan. 2003,17:02
- - สาบสูญ - -
29/01/2003 12:12:26
--------------------------------------------------------------------------------




เธอ
สับสน  ว้าวุ่น
รู้สึกทางตันทุกด้าน
ไม่มีทางออกของอุโมงค์
เธอติดกับอยู่ในห้วงลึกแห่งวังวน
จะมีใครเข้าใจบ้างไหม
เธอ - - เป็นอะไรไปหนอ
อึดอัด - ติดกับ - ลุ่มลึก - ว้าวุ่น :(

ทุกอารมณ์รุมเร้าอยู่รอบกาย
ไม่เคยคิดถึงใคร - - นอกจากตัวเอง
เห็นแก่นตัว - - เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด
ไม่เคยคำนึงถึงความรู้สึกของใคร
"เธอ" เอย  จะอยู่เช่นไรในโลกใบนี้


- -

โลกใบนี้แสนวุ่นวาย
เธอยังคงวนอยู่ในโลกใบนี้
โลกแห่งความว้าวุ่น
โลกแห่งตัณหาโลกีย์
เธอยังคงอยู่
มีชีวิตต่อไปอย่างไม่รู้อนาคต
เธอไขว่คว้า
สิ่งที่คว้าได้คือเจ็บร้าวอยู่ตลอดเวลา


โลกนี้ไม่มีขอบเขต
โลกนี้เต็มไปด้วยมวลสรรพสิ่ง
ทุกสรรพสิ่งไม่จีรัง
เธอยังคงมีชีวิตต่อไปเพื่อไขว่คว้าบางสิ่งบางอย่าง



วันนี้ไม่มีแรง
พลังหายสาบสูญจากกายฉันไป เมื่อใดกัน ?


ขอให้ - -
      - - ทุกสรรพสิ่ง


มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น




ps : เครียด เครียด เครียด

ps : เบื่อ เบื่อ เบื่อ

ps : เฮ้อ . . . . . . .

Posted by dinsor on 01 Feb. 2003,02:48
ข้างถนนแห่งหนึ่ง
กับก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ ๑ ชาม
ทำให้คุณอิ่มหนำ
กับบรรยากาศที่หาได้ยาก
(รึเปล่าหนอ)
อย่าเพิ่งเมินหนี
หากคุณไม่เคยเจอะ
ลองดูสักครั้งแล้วจะติดใจ

นั่งข้างทางได้เห็นผู้ฅนมากมายเชียวนะ
คุณไม่เชื่อลองไปนั่งดูสิ
มันช่วยผ่อนคลายความเครียดให้เบาบางลง

คิดอะไรสารพัด
ไปเที่ยวซะแสนไกล
แต่สุดท้ายกลับนั่งที่เดิม
ก๋วยเตี๋ยวในชาม
หลากหลายรสชาด
เติมได้เติมดี
ทั้งเปรี้ยวหวาน
เค็มเผ็ด สารพัด สารเพ


เป็นอะไรไป
เป็นแค่ฅนธรรมดา
ที่ถ่ายทอดอะไรออกมาจากข้างใน

มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น

Posted by dinsor on 06 Feb. 2003,01:02
- - กระจก - -
05/02/2003 17:04:41
--------------------------------------------------------------------------------




เวลาใกล้เข้ามา
ถึงคราที่ควรจะเริ่มต้น
ขจัดความขี้เกียจออกไป เหลือไว้เพียงตัวขยัน

--------------------

ชีวิต วันนี้ มีทั้งดีแล้วแต่อารมณ์

-------------------

ฅนเรามักฆ่าสิ่งที่ตนรักด้วยสายตา
ฅนเรามักฆ่าสิ่งที่ตนรักด้วยหัวใจของตน
อย่าเลย อย่าไปโทษใคร
จงมองดูต้นตอ แห่งสาเหตุทั้งปวง
แล้วจะพบว่า แท้ที่จริง
เธอ เริ่มต้น และเธอ จบมันลงเอง

แต่ทำไมนะ เมื่อถึงเวลา
มักโยนสิ่งเหล่านั้น ให้กับสิ่งรอบตัว
เป็นบ่อยใช่มั้ยล่ะ

ไม่ว่าวันนี้ หรือวันไหน จงมองตัวเองจากกระจกบานโตในหัวใจ


-----------------



ps :  วันนี้ไม่มีเรียน ใช่ว่าจะสบาย

ps :  วันนี้ คุยกับพี่สาวฅนหนึ่ง คุยทุกวันแหละ ^__^

ps :  วันนี้ กินกาแฟไป ๑ แก้ว

ps :  หิวจัง



--------------------



you are happy with yourself.





 

Posted by KiLiN on 14 Aug. 2004,11:42
๑๓ สค.๒๕๔๗ กับวันวานที่ผันผ่าน

           วันนี้หลังจากอาบน้ำแล้ว นั่งฟังเพลงสวดแล้วจิตใจก็ล่องลอยกลับไปสู่อดีต สู่วัยเด็ก บ้านหลังนั้นหลังเก่าที่เคยพักพิง  นึกถึงระเบียงบ้านชั้นบนที่เชื่อมโยงกับบ้านข้างเคียง นึกถึงราวที่จับของระเบียง ซึ่งฉันเคยเช็ดถูมันทุกเย็น  ระเบียงเป็นจุดสุดท้ายที่ฉันต้องเช็ดถู ฉันเช็ดพื้นแล้วก็ต้องเช็ดซี่กรงราวจับ  นึกถึงรูร่องต่างๆที่ฉันจะใช้ผ้า ซอกไซ้ไปตามร่องรู เพื่อให้มันสะอาดจริงๆ ฉันยังจำมันได้  ว่ามีอะไรวางไว้บ้างในระเบียงนี้  ฉันต้องยกๆออกแล้วถูๆให้สะอาด  แม่ฉันสอนอย่างนี้

           ฉันนึกถึงผู้คนในบ้านหลังนี้  บ้านของฉัน เพื่อนบ้านข้างเคียงกับบ้านของฉัน  ฉันนึกถึงว่ามีใครบ้างนะที่บ้านหลังนั้น  ขวาซ้ายข้างเคียง  อือม...จากวันนั้นมาวันนี้  เฮ้อ.....วันเวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ  หลายคนตายไปแล้วรวมทั้งน้องของฉันด้วย  ฉันคิดถึงเขา    หลายคนวันนี้ดูมีเรื่องราวมากมาย  มากมายจริงๆฉันรู้สึก  วันวานวัยเด็กชีวิตดูช่างสดใสนะ  ความใฝ่ความฝันถึงชีวิตผู้คน เรื่องราวดีๆที่ฉันยังอยากเรียนอยากรู้อยากฝันอยากใฝ่  มาวันนี้ฉันเริ่มรู้ แท้จริงแล้ว....ชีวิตก็ดุจดังจอกแหนลอยตามน้ำ  ไม่มีเรื่องใดจีรังคงทน  ที่สุดแล้วก็คือความแตกสลายความสิ้นสุด   อือม...ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า  cry2.gif

           อือม....ได้เวลาฉันควรไปนอนได้แล้ว sleeping2.gif
Posted by Yaya on 16 Aug. 2004,23:01
เหงาเหรอคะ..หลงพี่..คิก คิก...
Posted by มะเหมี่ยว on 21 Mar. 2005,05:18
blush.gif    flower.gif

สวัสดีทุกๆ ท่าน นะคะ

เพิ่งมาใหม่ค่ะ..............

ชอบบ้านแสนสวยหลังนี้มาก (สวยทุกอย่างโดยเฉพาะน้ำใจ)

มะเหมี่ยวขอเข้ามาเขียนไดอารี่ที่ห้องนี้ได้ไหมคะ???

.....................คือ..............................

คิดถึงพ่อค่ะ..........พ่อจากไปหลายปีแล้ว(นานเท่าไหร่ไม่อยากจะจำ)

แปลนบ้านฅนธรรมดา  คล้ายบ้านเก่าที่เคยอยู่กับพ่อ (แต่สวยไม่เท่าของบ้านฅนธรรมดาหรอกค่ะ....)

ถ้าพ่อยังอยู่.........คงมานั่งหน้าจอ......ฟังเพลงเก่าๆ.....เข้าห้องแสงธรรม.............แวะๆ เวียนๆ แถวห้องครัว แถวระเบียงบ้าน.........

มะเหมี่ยวเปิดเพลงบรรเลงดังๆ ของบ้านนี้ให้พ่อฟังเกือบทุกวัน

ท่านเจ้าบ้าน....ท่านเจ้าของห้อง....คงไม่ว่านะคะ inlove.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 21 Mar. 2005,06:18


ใครถามว่า.....พ่อจากไปตั้งแต่เมื่อไหร่???
อันนี้หนูตอบไม่ได้จริงๆ
คงเป็นเพราะหนูไม่เคยคิดจะจำ
รู้แต่ว่าสองปีกว่า.....สองปี่กว่า...
ใครถาม ? หนูก็ตอบได้แค่นี้...

รู้นะ...ว่ากำลังหลอกตัวเอง

ในห้องมีรูปพ่อเล็กๆ อยู่แค่สองใบ
มีเงินจำนวนสามสิบเอ็ดบาทสุดท้ายของพ่อ...ที่ติดอยู่ในกระเป๋ากางเกง
ส่วนสิ่งของอื่นๆ ของพ่อ...ในห้องของหนู...ไม่มีมาวางให้เห็นเลย

หนูรับไม่ได้(จริงๆ แล้วไม่ยอมรับ)ถ้าได้เห็นอะไรที่เป็นของพ่อเเ
อะไรที่พ่อเคยหยิบ  เคยใช้

วันก่อน...ไปเปิดตู้เสื้อผ้าของพ่อ
กลิ่นสบู่ที่พ่อชอบใช้ ยังหอมกรุ่น ติดอยู่ที่ผ้าเช็ดตัว flower.gif
ทั้งเสื้อ  กางเกง  กลีบยังคงคมกริบอย่างที่พ่อชอบ
หมอนนอนของพ่อ ก็ยังมีกลิ่นน้ำมันใส่ผมอยู่จางๆ

บางครั้งเคยคิดไปว่า....ไม่เห็นอะไรที่เกี่ยวกับพ่อยังจะดีกว่า
หนูรู้ดี ว่ามนุษย์ ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ แล้วก็.....ตาย
แต่หนูก็ยังไม่ทำใจยอมรับซะที
รูปของพ่อ  หนูก็ยังไม่อยากจะดู ไม่อยากจะเห็น

สิ่งเหล่านั้น.....มันทำให้หนูทุกข์ ทรมาน

ปล่อยให้หนูคุยกับพ่อ ผ่านสายลม ผ่านเสียงเพลง ไปวันๆ อย่างนี้หล่ะ

.....ยื่งนานวันหนุคิดว่าน่าจะลืม และดีขึ้น....
.....แต่ ........ไม่เป็นอย่างที่คิดเลย.........
หนู......คิดถึงพ่อมากขึ้น...มากขึ้น....มากกว่าเดิม....มากกว่าทุกวัน

บอกจะไปทะเลด้วยกัน...
ก็ไม่ได้ไป.....ห่วงแต่งาน.....งาน.....งาน
ตอนนี้....ไม่อยากเห็นทะเลแล้วล่ะ........
รู้สึกผิดต่อพ่อ.......ผิดมาก.......


**************รักพ่อ.....ตลอดกาล.....**************
Posted by มะเหมี่ยว on 21 Mar. 2005,06:37
coffee.gif  cigar.gif

ขอชงกาแฟแก่ๆ แล้วก็ต่อซิกก้า ให้พ่อสักนิดนะคะ

จริงๆ แล้วพ่อชอบสูบไปป์ กลิ่นช็อกโกแลต มากกว่า

พอตกเย็นพ่อก็แอบจิบ beer2.gif.gif  ทุกวัน

หมอบอกให้ลดลงบ้าง  พ่อก็แอบอยู่เรื่อย บอกว่าเป็นยากะสัย

จิบพอทานข้าวได้......น่า....ลูก....

ลูกเป็นห่วงพ่อ....พ่อมีโรคประจำตัว...
พ่อรู้....แล้วพ่อจะเลิกให้หมดเลย

สุดท้าย.......พ่อก็เลิกได้จริงๆ
แต่เหมือนฟ้าแกล้ง (จริงๆ แล้วคงเป็นเวรเป็นกรรม)
พ่อเลิกได้ไม่กี่เดือน.......พ่อก็จากไปอย่างสงบ.......ตลอดกาล



Posted by มะเหมี่ยว on 21 Mar. 2005,10:15
flower.gif วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เลยแวะเข้ามาได้หลายรอบ

อยากบอกว่า....สบายใจ...
ได้ทำอะไรอย่างที่อยากจะทำ...

จะสำเร็จหรือไม่....ก็เป็นอีกเรื่อง...
ได้ทำดีที่สุด...ก็พอใจ...

พ่อเคยพูดให้เพื่อนของพ่อฟังว่า
" ลูกข้าสอบได้เกรดอะไร ไม่สำคัญ ข้ารู้เพียงแต่ว่า ลูกข้าสอบผ่าน เป็นใช้ได้"

จริงๆ แล้วไม่ว่าจะพ่อของใคร ก็อยากให้ลูกสอบได้เกรดสูงๆ ทั้งน้านแหละ

พ่อพูดปลอบใจหนูใช่ม๊ะคะ.......
พ่อไม่เคยติลูกของพ่อต่อหน้าคนอื่นเลย
พ่อจะเรียกไปคุย ไปอบรมตักเตือน กันสองคนเสมอ
พ่อรักษาหน้าลูกตลอด
ลูกน่ะสิ....ม่ายได้เรื่อง.....

***********อยากเก่งเหมือนพ่อ******************
Posted by มะเหมี่ยว on 22 Mar. 2005,01:22
 เป็นท้งพ่อและแม่ applaud.gif


ตลอดเวลาหนูไม่เคยคิดว่าหนูขาดแม่เลย
หนูมีพ่อคนเดียว ก็เหลือเฟือแล้ว
จริงๆ......นา

พ่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
เพื่อนเล่น  เพื่อนกิน  เพื่อนเที่ยว
ร่วมทุกข์ ร่วมสุข กันตลอดมา
ยามนี้....พ่อจากไปแล้ว.........

หากไม่เข้มแข็ง.....จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร???

เวลาพ่อทุกข์............
พ่อจะเอามือตบไปที่อกข้างซ้าย หลายๆที..........น้ำตาพ่อไหลอาบทั้งสองแก้ม
พ่อจะไม่พูดพร่ำรำพันอะไรมาก
พ่อมองหน้าลูก............
แล้วพูดว่า.............ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ

วันนี้ลูกก็ทุกข์แต่เช้า
เบื่อ  เซ็ง   คนรอบตัว....ดีแต่พูด  พูดมากกว่าทำ

หนูทำอย่างพ่อบ้าง.................


หาย.......หาย.......หาย.......เป็นปลิดทิ้งเลย.......... inlove.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 22 Mar. 2005,01:33
ขนมหวาน


เมื่อเช้า พี่ขนมหวาน เอากล้วยบวชชีมาให้
ได้กินแล้วก็คิดถึงพ่อ cry2.gif

พ่อชอบขนมหวานโบราณ พวกทองหยิบ ทองหยอด
ฟักทองแกงบวช  ฟักทองสังขยา พ่อก็ชอบ

ในตู้เย็น..............
พ่อชอบซื้อ ลูกชิด ทับทิมกรอบ วุ้นมะพร้าว  มาใส่ขวดโหลสวยๆ เก็บไว้

ตอนซื้อมา ทุกคนก็ส่ายหน้า ว่า...ไม่ไหว แค่เห็นก็เลี่ยนแล้ว
แต่พอบ่ายคล้อย.....อากาศร้อนๆ.....
หันซ้าย   หันขวา.........
ได้ขนมหวานๆ เย็นๆ ของพ่อนี่ล่ะ......
สดชื้น......สดชื่น....... laugh1.gif

Posted by add on 22 Mar. 2005,07:19
ติดตามอ่านอยู่ค่ะ น้องมะเหมี่ยว  again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 22 Mar. 2005,09:33
หนูก็ติดตาม(แอบอ่าน)ของคุณ add อยู่หลายกระทู้เลยค่ะ

ic-12.gif ความลับแตกจนได้ ic-12.gif

       

มอบให้คุณพี่ add ค่ะ
Posted by มะเหมี่ยว on 22 Mar. 2005,10:31
**อากาศร้อน ic-14.gif  ( คิดถึงบ้านหลังเก่า)**


วันนี้ไม่รู้ว่าร้อนอะไรกันนักกันหนา
ร้อนขนาดปวดหัว....ตาลาย...ลาย..... ic-14.gif

ร้อนแบบนี้ ก็อดคิดถึงบ้านเก่าไม่ได้สักที
ทุ่งดอกอ้อสูงท่วมหัว....
ต้นกล้วย....ต้นมะพร้าว....ที่ไม่เคยออกดอกออกผล(ไม่รู้ปลูกกันยังไง)
แล้วยังจะคลองที่มีจอกแหนเขียวปี๋    
ปลาสวายตัวเป้งๆ....  ปลาไอ้ช่อนแม่ลูกอ่อน....ดุ๊  ดุ

นั่งเอาขาแกว่งน้ำ....ลมโชยปะทะหน้า...
พัดลมไม่ต้องใช้....
หิวขึ้นมา....ต้นอะไรอยู่ใกล้ๆ  กินแล้วไม่ตาย... ก็ขว้ามากินได้หมด

ตกเย็น....พ่อจะก่อกองไฟที่ลานบ้าน
จุดประสงค์ เพื่อให้แสงสว่าง และ ไล่ยุง
แต่....ผลพลอยได้....
คือ... ปิ้งกุ้ง ปิ้งปู  กินกัน
วันไหนมีเม็ดขนุน เผือก มัน...ก็สุมๆ เข้าไป
พวกผู้ใหญ่ก็คนละเป๊กสองเป็ก
ส่วนเด็กๆ ก็ไม่พ้น นั่งล้อมวงเล่าเรื่อง....ผะ ผะ ผะ ผี...

เดี๋ยวนี้มาอยู่บ้านปูน หันซ้ายก็ปูน หันขวาก็ตึก
ร้อนอบอ้าว...ไม่เจริญตาเจริญใจเหมือนบ้านเก่า....

พ่อบอกว่าที่ของเรามันเป้นที่ ตาบอด
คือ...มีที่ของชาวบ้านเขาล้อมรอบ
เดิมที เราก้มีทางออกนะ
แต่ไปๆ มาๆ เจ้าของที่เขาไม่ให้ออกซะนี่

เหตุผลนะเหรอ... ไม่ต้องพูดถึง....สารพัดจะสรรหา
เป็นเรื่องเป็นราวมาร่วม 10 ปี
แต่ไม่เป็นไร....
เพราะทางด่วนกำลังจะมาลงตรงนั้นในไม่ช้านี้
เขาก็ต้องย้ายเหมือนเรา...

***เสียใจและเสียดายเนอะพ่อ***
   ถ้าไม่อย่างงั้นหนูจะทำให้ ต้นกล้วย กับต้นมะพร้าว ออกลูกมาให้  พวกเรากินให้ได้...เฮ้อ...เสียดายจัง.....

Posted by มะเหมี่ยว on 23 Mar. 2005,09:49
flower.gif


สัปดาห้นี้ เครียดกับงาน.........อืมม์.........
ไม่ใช่งาน.....แต่เป็นทีมงานมากกว่า
เครียดกันตั้งกะต้นสัปดาห์เลย

คนนึงก็อายุมากกว่าเราเกือบ 20 ปี
เธอชอบให้คนอื่นเป็น อย่างที่ตัวเองเป็น
เธอมักจะผิดเวลาจนเป็นปกตินิสัย

อีกคนนึงอายุน้อยกว่าเรา
เจ้านี่...ขี้โวยวาย เอาแต่ใจ
เวลาดีก็แสนดี แต่  เวลาร้ายก็หายห่วงเลย

แก้งานน๊ะยังพอแก้ได้  ไอ้แก้นิสัยคนเนี้ยะซิ....ปวดหัว

ตัวเราเองก็ขี้เกรงใจเกินเหตุ
ชอบรักษาน้ำใจชาวบ้าน จนตัวเองต้องเจ็บอยู่บ่อยๆ
ไม่รู้จักเด็ดขาดซะที

ในเมื่อแก้ตัวเองยังไม่ได้...ยังงี้....
จะมีปัญญาไปแก้อะไร ใคร เขาได้ล่ะ? crying1.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 23 Mar. 2005,10:34
smash.gif ฝีมือพ่อ smash.gif


หนูจำได้ว่า พ่อมีลังไม้สีน้ำตาลเข้มๆ อยู่ใบนึง                            เอาไว้ใส่เครื่องมือ สำหรับงานไม้ของพ่อ

พ่อบอกว่า พ่อไม่เคยเรียนงานไม้มาก่อนเลย
แต่ที่พ่อสร้างบ้านและ  ต่อเติมบ้านได้สวยๆ
ก็........ใช้วิธีครูพักลักจำ หนึ่งวิธี
แล้วก็ร่วมด้วยช่วยกัน อีกหนึ่งวิธี

เพราะเมื่อก่อนนี้ เวลาใครจะสร้างบ้านเขาจะไม่จ้างกันนะ
แต่เขาจะขอน้ำใจจากหนุ่มๆ มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ
เหมือนๆ กับที่ชาวนาเขาลงแขกเกี่ยวข้าวนั่นแหละ
บ้านของเราเองก็มีเพื่อนบ้านมาช่วยกันเยอะแยะ
พอถึงคราวของเพื่อนบ้านบ้าง พ่อก็จะไปช่วยเขาไง

พวกแม่บ้านก็จะคอยทำข้าวทำปลามาเลี้ยง
พอมืดค่ำ  หมดแสงอาทิตย์ปุ๊ป....พวกช่างใหญ่ช่างน้อยก็ตั้งวงปั๊ป
ไม่มีค่าแรงใดๆ มีแต่น้ำใจ กับรอยยิ้ม

พอถึงวันหยุดงาน พ่อก็ไม่เคยจะหยุดพัก
พ่อชอบเอาเครื่องไม้เครื่องมือออกมาทำงานฝีมือ
อย่างเก้าอี้ โต๊ะไม้ญี่ปุ่น(ตอนหลังพ่อเห็นว่าหนูชอบเล่นหมากฮอส เลยเพิ่มตรารางหมากตรงกลางโต๊ะให้ด้วย)

งานไม้ของพ่อแต่ละชิ้น จะถูกกระดาษทรายขัดจนผิวเรียบเนียน
ไม่มีเสี้ยน หรือรอยตะปู ให้เสียสัมผัสเลย

ตัวหนูเองก็ไม่ได้เรียนวิชาอะไรจากพ่อนะ
ได้แต่นั่งเลื่อย นั่งตอก เศษไม้เล็กๆ อยู่ข้างๆ พ่อ
แล้วเห็นพ่อทำบ่อยๆ เข้า
มันเลยซึมซับเข้ามาตั้งกะเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว........

ทุกวันนี้เวลาเห็นใครกำลังนั่งทำงานพวกนี้
หนูมักจะแอบพูดในใจเสมอๆ ว่า
 " พ่อหนูก็ทำได้ " ic-12.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 25 Mar. 2005,09:30
hum.gif วันเสาร์-อาทิตย์ ที่จะถึงนี้ หนูอยากจะพักให้หายเบื่อหายเหนื่อยสักนิด
แต่มีคนเขาขอร้องให้ช่วยงานเขาหน่อย
(มาพร้อมน้ำตาเสียด้วยซิ)

จะเอายังไงดีหว่า hum.gif  hum.gif  hum.gif

ถ้าช่วยเขา เราก็อดพัก พอถึงวันจันทร์ก็เดี่ยง ตายแหงๆ
แต่ถ้าไม่ช่วย....ก็ดูเหมือนเราจะใจร้าย

ปัญหาเราก็มี....นี่หน่า
แต่ไม่ค่อยมีใครได้รู้ ได้เห็น
ก็เพราะไม่ชอบรบกวนใคร
พ่อสอนให้ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง
แล้วก้อย่าไปยืมจมูกคนอื่นเขาหายใจ

แต่ทำไมคนอื่น...ชอบมาเกาะมารั้งขาเรา
แล้วก็ชอบมาแย่งอากาศเราหายใจอยู่เรื่อย..... hum.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 25 Mar. 2005,10:05
laugh1.gif ไม่เห็นจะยาก laugh1.gif


ทุกวันนี้ เวลาหนูมองไปที่เครื่องเสียงชุดโปรดของพ่อเมื่อไหร่
หนูทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ ไปพร้อมๆกัน

ก็....หนูเคยนึกสนุก ไปล้อเล่นกับพ่อนะสิ

เมื่อวันที่พ่อซื้อเครื่องเสียงชุดนี้มาน่ะ
ร้านเขาก็มาส่งให้ที่บ้านตามปกติดี
แต่...ไอ้ที่ไม่ปกติก็คือ....
พ่อไปชวนเขากินเบียร์ทั้งๆ ที่เขาอยู่ในหน้าที่
ปรากฎว่า......เมา.....ทั้งคนซื้อและ คนมาส่ง (รวมช่างด้วย)

ทีนี้พอทางร้านเขากลับกันไปหมด
พ่อก็เดินสาย และ ประกอบเองไม่เป็น
ครั้นจะไปตามเขามาใหม่อีกรอบ....ก็อายเขา
หนูหยิบคู่มือมาอ่านๆ ดู เห็นไม่ยากอะไร แค่เสียบให้ถูกสายก็ใช้ได้
หนูก็เลยแสดงฝีมือซะเอง

ผ่านไปอีก 3 เดือน...........
หนูสังเกตเห็นพ่อ เปิด ปิด แล้วก็เร่งเสียงได้
แต่ปุ่มต่างๆ อีก สี่สิบ ห้าสิบปุ่ม พ่อไม่แตะเลย
ตอนไปซื้อ คนขายเขาก้เตือนแล้ว่า มันเกินความจำเป็นสำหรับฟังในบ้าน

หนูนึกสนุกไปตั้งปุ่มล็อคสปีด กับปุ่มปิดเอาไว้
พอเวลาพ่อเปิดเพลงเมื่อไหร่ เสียงร้องจะสปีด เร็วๆ จากเพลงช้าไปเป็นเพลงร้อค  แล้วปุ่มปิดก็ปิดไม่ได้ด้วย  หนูอยากรู้ว่าพ่อจะทำยังไงกับมัน

พอตอนเย็นหนูกลับมาถึงบ้าน....
เห็นพ่อนั่งไขว่ห้าง ทำไม่รู้ไม่ชี้
หนูเดินไปดูที่เครื่องเสียง ก้รู้เลยว่า เป็นไปตามที่หนูตั้งเอาไว้
แต่.....ทำไม่พอปิดเครื่องได้ แถมถอดปลั๊กเก็บอย่างดี
พ่อมองหน้าหนู แล้วพ่อทำหน้าเหมือนรู้ว่าหนูแกล้ง
พ่อหัวเราะเยาะใส่ แล้วบอกว่า.......
แค่ดึงปลั๊กออก มันก็หยุดเอง ไม่เห็นจะยาก....เด็ก เด็ก....


Posted by มะเหมี่ยว on 25 Mar. 2005,10:19
flower.gif เมื่อตะกี้ ก่อนที่จะเข้ามาเขียนไดอารี่
หนูแวะไปห้องฟังเพลง แต่วันนี้ฟังไม่ได้เลยนะพ่อ
หนุก้เลยไปเยี่ยมๆ มองๆ ที่ห้องบทกวี
โอ้โห.....เพื่อนๆ พี่ๆ เขาแต่งกันเก่งๆ ทั้งน้านเลย
ส่วนหนู.....ยังอีกห่างไกล ไก๊  ไกล

หนูเลยอ่านของเพื่อนๆ พี่ๆ ให้พ่อฟัง
เพราะดีนะคะ.....

เดี๋ยวหนูจะไปแอบหัดแต่งบ้าง
หนูอ่านกลอนไฮขุ แล้วชอบจังเลย
ขอเวลาไปศึกษาสักกะหน่อยนะคะ
ได้ความยังไง เดี๋ยวรู้กัน.....

Posted by มะเหมี่ยว on 25 Mar. 2005,22:40
ic-12.gif เจ้ากรมข่าวลือ...มาแย้ว... ic-12.gif


ฉายา "เจ้ากรมข่าวลือ" เนี่ย...พ่อเป็นคนตั้งให้หนูเอง
ก็...หนูกับพ่อชอบดูข่าว  แล้วก็มานั่งวิพากก์วิจารณ์กัน(เม้าท์แตก)
บางที ไม่มีข่าวอะไร ก็วิจารณ์โฆษณาบ้าง ละครบ้าง
เป็นที่สนุกสนาน เฮฮา.....(แต่แฝงไปด้วยสาระนะ...ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไง)

แล้วตอนก่อนที่พ่อจะจากหนูไป  พวกเราต้องย้ายบ้าน
พ่อกับน้องย้ายไปกันก่อน .....
ส่วนหนูยังติดภาระกิจ เลยต้องตามไปที่หลัง
ซึ่งในระหว่างที่หนูยังไม่ได้ย้ายไปอยู่กับพ่อ
เราก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์
คุยกันแต่ละครั้ง....นานเป็นชั่วโมงสองชั่วโมงเลย

และครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์กับพ่อ
ก็เรื่อง โจรตัดเอ็นข้อเท้า
หนูดูข่าว แล้วก็รีบโทรหาพ่อทันที
เพราะพ่อชอบออกไปวิ่งตอนเช้าคนเดียว
แล้วแถวที่พ่อไปวิ่งก็เปลี่ยว มีแต่วัวชองชาวบ้านที่มากินหญ้า
พ่อหัวเราะก๊าก....บอกว่าไม่กลัว
หาว่าหนูชอบเชื่อข่าวลือ......
...แต่หนูกลัวจริงๆ น๊า....
พ่อเลยบอกว่า...เวลาออกไปข้างนอกก็ให้หนูหาผ้ามาพันข้อเท้าไว้
จะได้ไม่ถูกตัดเอ็นข้อเท้าไง...ลูกชอบคิดมากอยู่เรื่อย

แถมตอนก่อนจะวางสาย
พ่อยังแหย่...หนูว่า.........
พระอุ้มหมา ยายชีอุ้มแมว ใส่แว่นตาดำ ยังมาเดินวนเวียนแถวบ้านอีกหรือเปล่า.....แล้วพ่อก็หัวเราะก๊าก....ก๊าก...ก๊าก.....
ข่าวเนี้ยะ...คนแถวบ้านเขาบอกหนูมา
ว่าคืนนี้ ตี2 จะมีอาสาสมัครมาดักจับพระอุ้มหมา ยายชีอุ้มแมว
ที่มาคอยลักไก่ลักเป็ดคนในซอยกิน
แต่ในซอยเราไม่มีไก่ ไม่มีเป็ด มันเลยจับหมากินแทน
แล้วใครไปทักหรือมองหน้ามัน คนนั้นต้องมีอันเป็นไป

พ่อขำหนู จนน้ำตาร่วง น้ำตาเล็ด
เป็นที่เฮฮาของพ่อกับน้องไปซะงั้นแหละ......

******น้องบอกกับหนูบ่อยๆ ว่า พ่อชอบบ่นอยู่ตลอด ว่าเจ้ากรมข่าวลือเมื่อไหร่จะย้ายมาสักที*****

แล้วพอหนูย้ายมา....แค่ 17 วัน พ่อก็จากไป
มันเป็น 17 วันที่มีความสุขมากกว่าปกติ
พ่อจะภูมิอกภูมิใจ กับสีบ้านใหม่ที่พ่อเลือก
พ่อจะชอบชวนหนูเดินไปเดินเล่นข้างหลังบ้านบ่อยๆ เพราะอากาศดี

******ตอนนี้เวลาหนูไปยืนตรงระเบียงหลังบ้าน แล้วมองออกไป หนูหวังว่าจะเห็นพ่อยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น....สักวัน........สักวัน.....******

Posted by add on 26 Mar. 2005,01:41
อ่านไดอารี่ที่น้องมะเหมี่ยวเขียนมาจากความทรงจำจริงๆ แล้วรู้สึกคิดถึงพ่อบ้างแล้วสิคะ  crying1.gif winkthumb.gif

       เรื่องฟังเพลงไม่ได้นั้น ไม่รู้ว่าจะเป็นกรณีนี้หรือเปล่า ลองอ่านดูค่ะ < ฟังเพลงไม่ได้ >
Posted by มะเหมี่ยว on 26 Mar. 2005,03:21
flower.gif คุณadd คะ (ต่อไปหนูขอเรียกว่าน้าaddได้มั๊ยคะ)  flower.gif


หนูคงจะมีปัจจุบันกับพ่อไม่ได้แล้วล่ะค่ะ
จะมีก็แต่ความทรงจำนี้.....
ที่เป็นยาชูกำลัง ให้หนูต้องสู้ต่อไป

หนูแทบจะไม่เคยร้องไห้ หรือบ่นอาลัยอาวรณ์เรื่องพ่อกับใครเลยนะคะ
แต่หนูชอบจะคุยเรื่องต่างๆ ของพ่อ ให้เพื่อนๆ และคนรู้จักฟังมากกว่า

เดี๋ยวนี้....หนูเข้มแข็งมากขึ้น
ไม่ใช่ว่าได้กำลังใจจากใครหรอกค่ะ
ความเข้มแข็งทั้งหมดมันมาจากวิถีการดำเดินชีวิตของพ่อ
ทั้งที่พ่อเป็นคนเล่า ทั้งที่เห็นเอง แล้วก็จากที่ย่าเล่าให้ฟัง

****เมื่อไหร่ที่คนไม่ดีรู้ว่าเรากำลังอ่อนแอ   เราเองนี่ล่ะ...ที่จะอยู่ไม่ได้ค่ะ****

หนูไม่อยากให้พ่อเป็นกังวล
อยากให้พ่อหลับให้สบาย
แล้วถ้าเรามัวแต่เศร้าโศก แบบไม่มีขอบเขต
คนรอบข้างเขาก็จะพลอยหดหู่ ไม่มีชีวิตชีวา
เหมือนเราเป็นตัวน่าเบื่อ....ไม่เกิดประโยชน์อะไร

เอาความทรงจำดีๆ เหล่านี้ มาทำให้เกิดสิ่งดีๆ ทั้งกับตัวเองและคนอื่นจะดีกว่า นั่งร้องไห้ฟูมฟาย......เพราะยังไงพ่อก็คงไม่กลับมา

จริงๆ หนูก็แอบร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ
แต่ก็ไม่ถึง 5 นาทีก็หยุด.....สนิท
เพราะน้าเปี๊ยก (สัปเหร่อ) บอกว่า.....
ถ้าพ่อเป็นกังวล พ่อจะไม่ไปสู่สุขคติค่ะ....

flower.gif  flower.gif  flower.gif  flower.gif  flower.gif  flower.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 27 Mar. 2005,02:07
toy45.gif ไอติมไม้แดง toy45.gif


เวลาหน้าร้อนมาเยือนทีไร ผู้ผลิตไอศกรีมแบรนด์ดังต่างๆต้องแข่งขันกันทำโปรโมชั่นเพื่อเพิ่มยอดขาย
มีทั้งลดราคา ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง และอีกหลายๆรูปแบบ

แต่ในสมัยที่พ่อยังเด็ก พ่อบอกว่าที่ฮิตติดอันดับมากที่สุด...
ก็คือ...ไอติมไม้แดง...
เป็นไอติมโบราณ ที่ใช้น้ำหวานมากรอกใส่พิมพ์ทรงกระบอกกลมๆ ยาวๆ
แล้วเสียบไปในถาดที่เป็นช่อง แช่ลงไปในน้ำแข็งผสมเกลือ แล้วเสียบไม้สำหรับใช้ถือกิน
แม่ค้าก็จะหมุนถาดไปเขย่าไป เสียงน้ำแข็งดังแคร๊กๆๆๆๆ
ชั่วอึดใจเดียวก็ได้กินไอติมเย็นๆ แล้ว (สมัยนี้ก็ยังมีให้ได้เห็นอยู่บ้าง แต่เพิ่มจากน้ำหวานธรรมดา มาเป็นน้ำอัดลมด้วย)

จุดดึงดูดใจของเด็กๆ ก็จะอยู่ที่ปลายไม้ที่ใช้เสียบไอติมแต่ละแท่ง
ทุกคนจะคอยลุ้นกันว่า ไม้ไอติมที่ตัวเองซื้อกินนั้น ตรงปลายไม้จะเป็นไม้แดงหรือเปล่า
เพราะถ้าเป็นไม้แดง ก็จะได้กินฟรีอีกหนึ่งแท่ง

อ้อ....ยังมีไอติมตัด อีกอย่างหนึ่ง....
เวลาเข้ามาขายในซอย พ่อค้าจะเข็นรถไอติมคันเล็กๆ
เสียงกระดิ่งเรียกดัง กริ้ง ๆๆๆๆ
เด็กๆ จะวิ่งมาเปิดฝาตู้รถเข็นไอติม ปีนดูคนละทีสองที ว่ามีรสอะไรบ้าง
(หนูเองก็ไม่พลาดค่ะ)
ไอติมตัดนี้เขาจะทำมาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ขนาดกว้างสัก4-5นิ้ว  ยาวประมาณคืบกว่าๆ
แล้วเวลาขายเขาจะตัดแบ่งขายตามที่เราสั่ง
อย่างหนูจะสั่ง รสชอคโกแลต 2 บาท
พ่อค้าก็จะตัดให้เศษ 1 ส่วน 4 ก้อน
ถ้าใครสั่ง 1 บาท ก็ตัดเล็กลงมาตามส่วน
จากนั้นพ่อค้าก็จะเอาไม้เสียบลูกชิ้นสั้นๆ มาเสียบให้เป็นที่สำหรับถือ
ส่วนใหญ่พอหนูกินได้ถึงครึ่งอัน ไม้มันจะหลุด ไอติมก็ตกพื้นก่อนหมดทุกที
ก็ไม้มันเล็ก แหลม ไม่ได้แบนๆ เหมือนเดี๋ยวนี้นี่คะ
พ่อบอกให้ซื้อทีละ 1 บาทก็ไม่เชื่อ
กลัวพ่อค้าจะไปก่อน....
จานชามมีให้ใส่ก็ไม่เอา......ไม่เท่ห์
ต้องกินแบบหยดๆ ย้อยๆ ก้มหน้ากินก็ไม่ได้ ต้องเงยหน้าอย่างเดียว
คิดไปคิดมา ตอนเป็นเด็กก็สนุกดีนะคะ
ไม่ต้องเครียด วันๆ เอาแต่เล่น กินอิ่มแล้วก็นอน
มีพ่อคอยเอาใจ......สุขไหนจะเกิน...... นะเรา....

toy45.gif  toy45.gif  toy45.gif  toy45.gif  toy45.gif  toy45.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 27 Mar. 2005,02:13
น้าแอ๊ดขา  ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่มีใครเข้ามาเขียนไดอารี่เลยล่ะคะ
พี่ๆ เพื่อนๆ หายไปไหนกันหมดเลย wavey.gif
Posted by ปลายเข็ม on 27 Mar. 2005,10:56
สวัสดีค่ะคุณมะเหมี่ยว

ติดตามอ่านอยู่เสมอค่ะ rose.gif

เป็นไดอารี่ที่น่าอ่านและน่ารักมากๆค่ะ
again.gif  again.gif
Posted by add on 27 Mar. 2005,20:15
น้องมะเหมี่ยวเขียนไปเถอะค่ะ เขียนได้น่ารักดีอย่างที่คุณปลายเข็มว่า  rose.gif   พี่ๆเขาคงยังไม่มีอารมณ์จะเขียนน่ะค่ะ  thumbsup.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 28 Mar. 2005,03:10
bowsdown.gif ขอคุณคุณน้าแอ๊ด และคุณปลายเข็ม ด้วยนะคะ rasp.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 28 Mar. 2005,03:39
ฝนตกแต่เช้าวันอาทิตย์เลย.....
มีเด็กๆ ออกมาเล่นน้ำฝนกันเป็นแถว laugh1.gif
เด็กบางคนก็เอากะละมัง มาผูกไว้ที่หลัง แล้วเดินตัวค่อมๆ เป็นเต่านินจา
แต่บางคนกำลังจะออกไปเที่ยว ไปธุระ ก็หน้าเครียด ยืนท้าวสะเอวถอนหายใจ (คงจะหมดไปหลายเฮือก ohman.gif )

ส่วนหนูก็ อยู่บ้าน...........มีงานค้างนิดนึง coffee.gif
คิดถึงพ่ออีกตามเคย แต่ไม่ขี้แงน๊า bawling.gif


inlove.gif  inlove.gif  inlove.gif  inlove.gif  inlove.gif  inlove.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 28 Mar. 2005,07:05
flower.gif ใกล้จะ หกโมงเย็นแล้ว
ยังคงมีเด็กๆ เล่นกันอยู่ที่ลานหลังบ้าน   เสียงเจี๊ยวจ๊าวไปหมด
เราเองก็เลยอดไปยืนดูไม่ได้
อ๋อ.....เล่นบอลลูนตบเพี๊ยะ กันนี่เอง

ในระหว่างที่กำลังยืนดูอยู่เพลินๆ นั้น
ก็มีเด็กผู้ชายตัวอ้วนๆ อายุไม่น่าเกิน 10 ขวบหรอก
ใช้ความอ้วนและความบึกบึนของตัวเองโกงเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ
(น้องคนนี้รู้จักกัน เธออยู่แค่ อนุบาล 3)

น้องผู้หญิงถูกเจ้าอ้วนโกงตั้งหลายครั้ง
แต่เธอไม่ว่าอะไร แค่เม้มปากแล้วทำตาโตใส่
จนเจ้าอ้วนได้ใจ โกงไม่เลิกไม่รา
สุดท้ายน้องผู้หญิงคงจะเต็มกลืน  เห็นเธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
แล้วตะโกนใส่หน้าเจ้าอ้วนดังลั่นว่า........
" ไอ้แพรงตอน ไอ้วัชพืช " duel.gif

เจ้าเด็กอ้วน hum.gif hum.gif hum.gif  งง..ล่ะซิ แปลไม่ออก
ยังมีหน้าตะโกนกลับไปอีกว่า....
" เฮ้ย...ด่าแล้วแน่จริงก็แปลให้ด้วยซิวะ"

น้องผู้หญิง  "แหวะ....อ้วนแล้วยังโง่อีก โตขึ้นถ้าฉ้านมีลูก ฉ้านไม่ให้ไปเรียนโรงเรียนเดียวกับแกหรอก" a3.gif  a3.gif  a3.gif

เรางี้...ขำกลิ้งเลย laugh1.gif  laugh1.gif  laugh1.gif
นี่...ขนาดแค่อนุบาล 3 นะ winkthumb.gif เจ๋งจริงๆ
คนแถวนั้นพากันหัวเราะหน้าดำหน้าแดง
เจ้าอ้วนคงอาย วิ่งกลับบ้านไป แถมหันกลับมาชี้หน้าอีก 1 ที

***ต้องยืมไปใช้บ้างซะแล้วเรา  ฮิ ฮิ *** laugh1.gif  laugh1.gif  laugh1.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 31 Mar. 2005,09:00
devil.gif ฮะ ฮะ ห้า เมื่อเย็นเจ้าเด็กอ้วน(คนเดิม)
ใช้มุขตลกบริโภคกับพ่อค้าขายซาลาเปาที่ขี่แมงกะไซด์ติดรถพ่วงมาขายที่ลานหลังบ้าน

เจ้าเด็กอ้วน :  น้าๆๆ......น้าแน่จริงรึเปล่า???
                ถ้าแน่นะ  ผมขอท้าแข่งรถกับน้า โดยผมขี่จักรยาน แล้ว
                น้าขี่แมงกะไซด์ แข่งไปถึงป้อมยาม ว่าใครจะถึงก่อนกัน
                แล้วถ้า...น้าแพ้ น้าต้องให้ซาลาเปาผมลูกนึง โอเค๊....

พ่อค้า       :  แล้วถ้าน้าชนะล่ะ น้าจะได้อะไร?

เจ้าเด็กอ้วน:  โห่....น้า  น้าก็ได้ความภูมิใจงัย......

พ่อค้า       :   hum.gif  ไม่เอาล่ะ โดนหลอกกินฟรี

เจ้าเด็กอ้วน :  ไม่แน่จริงนี่หน่า (พร้อมทำหน้าเชิดใส่  แล้วรีบปั่น
                จักรยานหายไป ก่อนจะโดนพ่อค้าประทับตราที่ก้น)

icon_rotfl.gif  icon_rotfl.gif  icon_rotfl.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 31 Mar. 2005,09:18
flower.gifแค่..ล้อเล่นflower.gif

สงสัยมาตั้งนานแล้ว ไอ้คำว่าล้อเล่นกับคำว่าแกล้งเนี้ยะมันยังไงกันนะhum.gif

เห็นบางคนไปพูดล้อเล่นกับคนโน้นที คนนี้ที                                ทำให้คนโดนล้อ อาย ไม่ขำ โมโหหน้าดำหน้าแดง
บางครั้งไปแกล้งหลอกให้เขาตกใจกลัว แล้วตัวเองหัวเราะ สนุกอยู่ฝ่ายเดียว
พอเขาโมโห หรือเสียใจ ก็ย้อนกลับไปว่า "แหม...แค่ล้อเล่นเอง"

เราเลยตกลงในกลุ่มของเราว่า.....
ต่อไปนี้...คำนิยามสำหรับการล้อเล่นของพวกเรา
คือ จะต้องสนุกทั้งสองฝ่าย ได้หัวเราะทั้งสองฝ่าย
ถ้า ฝ่ายที่ถูกล้อเล่น เกิดความอับอาย เสียหาย เสียใจ ให้เรียกว่า "แกล้ง"

เป็นที่เข้าใจของทุกคนในกลุ่ม
ต่อไปจะได้ไม่มีใครเอาคำว่าล้อเล่น มาแก้ตัวอีก.....
เพราะบางครั้ง ล้อเล่นไม่เป็นเวลา ไม่ถูกเรื่อง ไม่ถูกคน
ก็ทำให้เกิดความเสียหายในหลายๆ เรื่องได้เหมือนกันนะจ๊ะ ic-12.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 01 Apr. 2005,01:10
flower.gif ... flower.gif

เมื่อเช้า ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
พอ 11โมง ก็มือไม้สั่น เหงื่อตก ท้องร้องจ๊อกๆๆๆ ic-14.gif
(ตื่นสาย....แฮะๆๆๆ sleeping2.gif )

ก็เมื่อคืน เปิดวงสนทนากันเรื่อง ผะ ผะ ผะ ผี.....
ใครเคยเจอเคยเห็นอะไร ก็ขุดกันขึ้นมาเล่าแบบขนพองสยองเกล้า
ตอนแรกก็นั่งห่างกันอยู่ดีๆ
แต่ชั่วครู่เท่านั้นแหละ วงสนทนาก็ชักจะแคบลง แคบลง

หนูเองก็เป็นโรคประหลาด....
ตั้งแต่พ่อจากไป หนูจะคุยเรื่องผี สาง นางไม้ตลอด
เดิมทีแล้ว หนูกลัวผีมากๆ
แต่เพราะพ่อจากไป หนูได้สัมผัสร่างไร้วิญญาณของพ่อ ได้ปลงสังขาร
ได้คลุกคลีอยู่ที่วัดหลายวัน จนทุกวันนี้กลายเป็นคนไม่กลัวผีอีกเลย

หนูยังพูดกับพ่อว่า ในชีวิตนี้หนูยังไม่เคยเจอผี หรือวิญญาณแบบจะ จะ เลยสักครั้ง จะมีก็แค่เสียงแว่วๆ  ภาพเบลอๆ มาแค่พอเสียวๆ อะไรทำนองนี้
หากมีโอกาสได้เจอจริงๆ หนูขอเจอพ่อก่อนเลยค่ะ(คิดถึง)
แต่ก็ไม่เคยเจอสักที พ่อคงไปสู่สุขคติแล้วใช่ไหมคะ
นานๆ ครั้ง หนูถึงจะฝันถึงพ่อ แต่น้องเขาฝันถึงอยู่เป็นประจำ
พ่อเคยบอกหนูบ่อยๆว่า หนูเป็นคนหูไว ใครทำอะไรกิ๊กเดียวหนูก็ตื่นแล้ว
นอนยากมาตั้งแต่เด็กๆ ขนาดตีสี่ตีห้าป้าลุกขึ้นมาหุงข้าวหนูยังลุกตามไปในครัวตั้งแต่แปดขวบ ไม่ต้องมีใครปลุก

พ่อเป็นคนขี้เกรงใจ (นิสัยนี้หนูได้มาจากพ่อเต็มๆ)
พ่อคงกลัวหนูจะหลับไม่สนิท เพราะหนูนอนยากตื่นง่าย
ยามที่พ่อยังอยู่พ่อจะตื่นแต่เช้าออกไปร้านกาแฟโบราณหน้าปากซอย
พ่อจะค่อยๆ เดิน ค่อยๆปิดประตูบ้าน เพราะเกรงใจลูก....
จนพ่อกลับเข้าบ้านมาพร้อมโอวัลติน ปาท่องโก๋ นั่นแหละ ถึงจะมาปลุก
และประโยคที่ทุกคนในบ้านต้องได้ยินอยู่เสมอไม่เคยขาด คือ
" ตื่นมากินอะไรกันก่อนเถอะลูก กินเสร็จแล้วค่อยนอนใหม่ก็ได้ "
ระหว่างพ่อส่งเสียงเรียกทุกคน มือของพ่อก็แกะถุงนั่นถุงนี่ จัดการเทใส่ถ้วยเรียบร้อย
พ่อรู้ว่าลูกๆ กินอาหารของป้าได้น้อย (ไม่ค่อยถูกปาก) พ่อเลยหาอะไรมาให้พวกหนูได้รองท้อง
ครั้นจะไม่กินกับข้าวของป้าเลยก็กลัวป้าจะเสียใจ
ไม่ใช่ว่ากับข้าวที่ป้าทำจะไม่อร่อยนะคะ แต่ค่อนข้างจืดมาก
พ่อจะเข้าใจพวกเราดีเสมอ......

***ไม่มีใครทำมักกะโรนีผัดน้ำมันหอยใส่สันในหมู ได้อร่อยเหมือนพ่อเลยค่ะ พ่อสอนหนูตั้งหลายครั้งแต่ก็อร่อยไม่เท่าพ่อทำสักที***

................คิดถึงพ่อมาก  อยากมีเวลาอยู่กับพ่อให้นานๆ กว่านี้........

Posted by KiLiN on 01 Apr. 2005,21:54
คุณมะเหมี่ยวเขียนได้น่ารักดีนะครับ

ขี้อ้อนเป็นลูกติดพ่อน่าดู  applaud.gif again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 02 Apr. 2005,17:02
flower.gif ก็หนูมีพ่อคนเดียวที่เป็นทั้งพ่อและแม่ค่ะ จะขึ้นเขาลงห้วยขี่ช้างลงม้า ก็ลุยกับพ่อ จนหนูเกือบจะเป็นทอมบอยอยู่หลายครั้งเหมือนกันค่ะ laugh1.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 02 Apr. 2005,17:48
flower.gif เล่นกับธรรมชาติ flower.gif


ปิดเทอมนี้เด็กๆ วิ่งเล่นกันครึกครื้น
ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับหน้าร้อนตอนบ่ายๆ เย็นๆ
นั่งดูแล้วก็เพลินดี ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย......
กลุ่มเด็กผู้ชายพากันฝึกขี่จักรยานท่าผาดโผน เด้งหน้าเด้งหลัง หมุนๆ แล้วก็...โครม bawling.gif
กลุ่มเด็กผู้หญิงก็เอาเครื่องสำอางของแม่มาโปะกัน ทำเป็นนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ แบบอลังการงานสร้าง

ทำให้นึกถึงสมัยของตัวเอง ที่รอบๆ บ้านจะมีแต่ธรรมชาติ
ต้นไม้ พื้นดิน สายน้ำ ท้องฟ้าใสๆ เสียงนกร้องจิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ  ปลากระโดดในน้ำดังจ๋อมๆๆ

ของเล่นก็ได้จากธรรมชาติรอบๆตัว
อย่างเรือใบไม้ ตุ๊กตาผักตบชวา ปืนก้านกล้วยฯลฯ
แต่ที่เด็ดๆ ที่พ่อสอนให้หนูเล่น คือ ระเบิดจากฝักต้อยติ่งแก่ๆ(เก็บตามพื้นดิน ต้นของมันจะเตี้ยๆ ฝักแก่สีดำ ฝักอ่อนสีเขียว )
พวกเด็กๆ จะเรียกว่าเม็ดเป๊าะแป๊ะ  เพราะเวลาเอาฝักต้อยติ่งไปแช่น้ำ ฝักมันจะแตกกระจายเมล็ดเล็กๆ ออกมาเสียงดังเป๊าะแป๊ะๆๆๆๆ
บางครั้งเก็บใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้ แล้วลืมเอาออก
ตอนซักผ้า คนซักจะตกกะใจ วิ่งกันกระเจิดกระเจิง กะมังคว่ำกะมังหงายไปตามๆกัน laugh1.gif
เพราะฝักต้อยติ่งจะโดนน้ำไม่ได้ จะแตกระเบิดทันที
แต่ไม่เป็นอันตรายอะไร เนื่องจากกระเด็นไม่มาก

พวกเด็กๆ ขำกันก๊ากๆๆๆๆๆๆ laugh1.gif
ก็เวลาผู้ใหญ่ตกใจมักจะอุทานคำแปลกๆ ยาวๆ เช่น ไอ้นั่นหก ไอ้นี่หล่น
พอหายตกใจ ก็เอาก้านมะยมไล่ตี วิ่งหนีกันสนุกสนานไปเลย.....


Posted by คชาไพร on 03 Apr. 2005,09:55
สวัสดีครับคุณมะเหมี่ยว
        คชาไพรเข้ามาอ่านบันทึกของคุณมะเหมี่ยวตลอดครับ คุณมะเหมี่ยวเขียนได้น่าอ่านดีครับ

                       again.gif  again.gif  again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 03 Apr. 2005,11:55
thankssign.gif ขอบคุณค่ะ คุณคชาไพร thankssign.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 03 Apr. 2005,12:46
**** ตลาดน้ำวัดหลวงพ่อโต(สมุทรปราการ)****


วันนี้ไปไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโต จ.สมุทรปราการ
ได้แวะไปซื้อของที่ตลาดน้ำที่อยู่ใกล้ๆ วัดด้วย

ตลาดน้ำของที่นี่ เป็นตลาดน้ำเล็กๆ
มีบ้านเรือนปลูกด้วยไม้อย่างดี ต่อกันเป็นแถวๆ ตลอดแนวคลองบางพลี
มีก๊วยเตี๋ยวเรือ ขนมไทย ตระกร้าหวาย......ฯลฯ
ตอนที่หนูเดินผ่านร้านขายยาสมุนไพรนั้น ห๊อม หอม ชื่นใจ บอกไม่ถูก (ใครกำลังจะเป็นลม ลองเดินผ่านแล้วสูดกลิ่นสมุนไพรเข้าไปสักเหือกสองเหือก รับรอง....หาย) ic-14.gif

หนูได้มะยมเชื่อมกะตังเมไม้ มาแค่ 2 อย่างเอง
ทีแรกกะว่าจะซื้อขนมชั้นร้อนๆ ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ
กับทองม้วน ที่ม้วนจนเล็ก แต่ยาวเป็นคืบ กลิ่นยั่วยวนใจ
ก็มาติดอยู่ตรงแค่ แม่ค้าไม่มีเงินทอนซะนี่น๊า
(ถ้าไม่ติดว่าเป็นเวลาเที่ยง แดดร้อนจี๋ ล่ะก็ หนูคงเดินข้ามฝั่งคลองไปหาแลกเงินให้แล้ว)

อีตอนขากลับ หนูแอบเสียมารยาทมองเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง
เห็นมีคุณตา นั่งอยู่ที่เก้าอี้ แกกำลังพับนกกระดาษด้วยซองบุหรี่เพียงลำพัง
พอแกพับเสร็จ แกก็นั่งดูนั่งยิ้มด้วยความภูมิใจ
หนูแอบเห็นก็ยังอดยิ้มไปกะเขาไม่ได้

แต่ช็อตเด็ดกีฬาดังอยู่ตรง เจ้าหมาน้อยนักเก็บขยะ
บ้านของมันอยู่ตรงข้ามร้านขายอาหาร (มีลำคลองคั่นกลาง)
เวลาใครกินอะไรแล้วทิ้งลงไปในน้ำ
มันจะกระโจนลงน้ำไปคาบ ขึ้นมาทิ้งขยะทันทีเลย
คนแถวนั้นเขาบอกว่ามันเห็นขยะไม่ได้ คลองตรงนี้สะอาดก็เพราะเจ้านี่หล่ะ....

พวกหนูเลยชอบไปนั่งกินอาหารกันตรงร้านนี้
แต่ก็คอยระวังไม่ให้มีขยะตกลงไป....
.....อายน้องหมาอ่ะค่ะ.... ic-12.gif
Posted by add on 03 Apr. 2005,19:59
เมื่อตอนเด็กๆน้าแอ๊ดก็เล่นของจากต้นไม้ใบหญ้าเหมือนกันจ้ะ  นอกจากเอาก้านกล้วยมาทำปืน ( เวลายิงเสียงดังรัวเป็นตับ 4-5 นัด)แล้ว ยังเอามาทำม้าก้านกล้วยขี่ไปไหนต่อไหน   เอากาบหมากมาลากเล่น  ยิ่งสนุกถ้านั่งแล้วให้พี่ๆเป็นคนลาก  แล้วก็ที่ชอบเล่นมากๆก็คือเด็ดเอาก้านใบมันสับปะหลังสีแดงๆ มาหักเป็นท่อนๆโดยไม่ให้ขาดจากกัน  แล้วเอามาทำเป็นสร้อยคอ  wave.gif

            ฮื่อ  หมาน่ารักจังนะมะเหมี่ยว  เจ้าของฝึกมาดีจริงๆ  หมาเก็บขยะ อิอิ  ชาติหน้ามันคงไปเกิดเป็นคน  ส่วนคนชอบทิ้งขยะไม่เป็นที่ ....ฮี่ๆ.. greet.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 04 Apr. 2005,07:23
icon_donot.gif ก.ไก่ เปี๋ยนไป๋ icon_donot.gif


ไปร้านนังสือมาตั้งแต่ตอนสายๆ
เดินผ่านแผนกหนังสือของเด็ก เห็นปกสีส๊วย สวย น่าอ่านจัง
เลยลองหยิบมาเปิดดูหนึ่งเล่ม เป็นหนังสือ ก.เอ๋ย ก.ไก่
แต่.....อะไรกันหว่า hum.gif ทำไม ก.เอ๋ย ก.ไก่ แล้วไม่เป็น ข.ไข่ในเล้า
กลับกลายเป็น ก.เอ๋ย ก.ไก่ , ข.ไข่ วางตั้ง , ฃ.ฃวด ใสจัง , ค.ควายแข็งแรง
มันไม่คุ้นหูคุ้นตาเลยอ่ะ..........
อ้าว...ตรงนั้นมีอีกเล่ม ลองหยิบมาเปิดดูใหม่
ป้าดติโธ่...ก.เอ๋ย ก.ไก่ , ข.ไข่ ทำอาหาร , ฃ.ฃวด ข้างจาน , ค.ควายเดินนำ

รับไม่ไหว ohman.gif ไม่ไพเราะเหมือนบทเดิมเลย
อย่างนี้เด็กๆจะไม่สับสนหรือยังไง???????
ไม่เข้าใจจริงๆ (ปล่อยผ่านมาได้ยังไง)

ใครไม่เชื่อก็ลองไปร้านหนังสือดู จะเห็นหนังสือ ก.เอ๋ย ก.ไก่ มีหลายเวอร์ชั่น
แต่ไม่มีของใครทำได้ดีไปกว่าของเก่าเลยสักนิด

(****เป็นความรู้สึกส่วนตัวว่า....แย่ ไม่ได้ว่าใคร icon_donot.gif แต่...แย่จริงๆ****)

Posted by มะเหมี่ยว on 05 Apr. 2005,00:28
hungry.gif แตงโม...มาแล้วจ้า hungry.gif

อยากกินแตงโมแช่เย็น หวานเจี๊ยบจังเลย
แต่....พอผ่าออกมาแล้วกลับไม่หวาน จืด.....สนิท
อย่างนี้ต้องเปิดตำราของพ่อมาใช้อีกแล้วเรา
ก็...เวลาซื้อแตงโมมาแล้ว มันไม่หวานอย่างที่ควรจะหวาน
พ่อจะหั่นเป็นชิ้นๆ ตามปกติ....
แต่ก่อนจะเอาไปแช่ในช่องแช่แข็งสัก15-20นาที
พ่อจะโรยด้วยน้ำตาลทราย....

ระหว่างรอให้แตงโมหวานและเย็น นี่หล่ะ ทรมานจริงๆ
ทุกคนจะใจจดใจจ่ออยู่ตรงหน้าตู้เย็นและนาฬิกาอย่างไม่ลดละสายตา
แต่....ก็คุ้มค่าแก่การรอคอยนะ
แตงโมหวานขึ้นจริงๆด้วย
อร่อยที่สุดเล๊ย....... laugh1.gif

   ...แตงโมผลใหญ่ๆ        เกิดขึ้นได้จากเมล็ดแตงเล็กๆ
         จำไว้นะพวกเด็กๆ      เมล็ดแตงเล็กๆ กลายเป็นแตงผลใหญ่...

Posted by add on 06 Apr. 2005,00:00
อิอิ วันหลังต้องลองสูตรแตงโมไม่หวาน แบบมะเหมี่ยวบ้างแล้ว  ใช้กับสับปะรดก็น่าจะได้ผลนะ  greet.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 06 Apr. 2005,00:53
หนูยังไม่เคยลองเลยค่ะ  น้าแอ๊ดลองแล้วได้ผลยังไงบอกหนูบ้างนะคะ icon_bye.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 06 Apr. 2005,01:00
....วันนี้มีโอกาสได้หยุดอยู่กับบ้าน โดยไม่มีใครกวนใจ
ก็ว่าจะสังคายานาห้องของตัวเองให้เรียบร้อยสักกะหน่อย


**** โครม......ตุ๊บ......เพ้ง.......แล้วตามาด้วย โอ๊ยๆๆๆ (เสียงเบาๆ)***


เสียงแบบนี้......ต้องเป็นในครัวแน่นอน
ต้องมีใครบางคนลื่นล้มหกคะเมน ตีลังกาขาชี้ฟ้าแหงๆ icon_donot.gif
เอ้......ทำไมเสียงโอ๊ยมันเบาพิกล แถมไม่เรียกให้ใครช่วยอีก
รึจะเป็นเจ้าแสบหมายเลข1............ สะใจ สะใจ ic-12.gif
(จินตานาการภาพไปด้วยระหว่างเดินไปดูที่มาของเสียง)

ห้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ icon_rotfl.gif ก๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ icon_rotfl.gif สมน้ำหน้า rasp.gif
เป็นเจ้าแสบหมายเลข1 ตัวป่วนประจำบ้านจริงๆ ด้วย
ปิดเทอมนี้เขาได้รับหน้าที่ให้เป็นคนล้างจาน
และที่สมน้ำหน้านี่เพราะมันมีเรื่องคาใจกันอยู่
ห้าๆๆๆๆๆๆ icon_rotfl.gif ขอขำอีกที
ก็เคยบอกกับทุกคนแล้วใช่ไหม icon_donot.gif 
ว่ามะเหมี่ยวเคยลื่นล้มระหว่างหน้าห้องน้ำและในครัวหลายครั้ง
เพราะคนที่มาเข้าห้องน้ำก่อนหน้านี้ ไม่ยอมเช็ดเท้า
หรือไม่ก็ล้างจาน มีน้ำหยดเลอะเทอะ แล้วไม่เช็ด
บอกกันจนปากเปียกปากแฉะ ขอร้องก็แล้ว อ้อนวอนก็แล้ว
แต่ก็ไม่มีใครระวังเลย mad1.gif
คือไม่เจอกับตัวเองไม่รู้สึก.............โดยเฉพาะเจ้าแสบ1

ในที่สุดเวรกรรมก็มีจริง.......
ตัวเองลื่นเองบ้าง ขาเด่ชี้ฟ้า นอนก็นอนไม่ลง ลุกก็ลุกไม่ได้
คงจะกลัวความผิดที่ตัวเองเคยมีล่ะสิ เลยไม่กล้าเรียกให้ใครช่วย
ได้แต่ร้อง โอ๊ย........ในลำคอเบาๆ
คราวนี้ซึ้งถึงแก่ใจรึยัง กะอีแค่เช็ดเท้าเช็ดพื้นให้แห้งนี่ มันยากตรงไหน? icon_donot.gif

เราบ่นไปก็ช่วยเก็บไป.........ในใจก็นึกสงสาร แต่ไม่พูดเด็ดขาด เดี๋ยวจะได้ใจ
ยังดีนะ....ที่หัวไม่ฟาดพื้น ไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ระบมระบวมแถวๆ ก้นหนักเหมือนกัน

ถ้าเจอขนาดนี้แล้วยังไม่เข็ด ไม่จำล่ะก็.......
คราวหน้าจะไม่ช่วย และจะซ้ำให้ซะเลย..... icon_donot.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 07 Apr. 2005,00:55
...ใกล้วันสงกรานต์แล้ว...
บ้านอื่นเขาเตรียมโปรแกรมไปเที่ยว ไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
หรือไม่ก็เล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน

แต่...ที่บ้านเรา เรากำลังจัดเตรียมงานทำบุญให้พ่อ
บรรยากาศในบ้านเริ่มดูเครียดๆ ตึงๆ ตั้งแต่เมื่อวานเย็น
มันสลดหดหู่ไปหมด.........
มองไปทางไหนก็ไม่พบรอยยิ้มบนใบหน้าของใครเลย.......

หนูเองเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน...
เสียใจ....แต่...เสียสติไม่ได้
หนูต้องคอยบอกน้องว่า.........
"ถ้าพ่อเห็นน้องร้องไห้เสียใจ แล้วไม่สบายต้องล้มหมอนนอนเสื่อ พ่อคงจะไปสวรรค์ไม่ได้ เพราะเป็นกังวลกับพวกเรามาก"

เกิดเป็นลูกพ่อ ต้องเข้มแข็ง ให้เหมือนพ่อเข้าใจมั๊ย....
เรายังมีหน้าที่อีกตั้งหลายอย่างที่จะต้องทำต้องรับผิดชอบ
หนทางข้างหน้ายังมีอะไรรอเราอยู่มากมาย
คิดถึงพ่อ....ก็ให้พ่อเป็นกำลังใจ...ทำสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จลุล่วง
อย่าคิดถึงพ่อ....แล้วร้องไห้ฟูมฟายจนทำอะไรไม่ได้เลย

.....น้องเอ๋ย พี่เองก็อยากร้องไห้ดังๆ อย่างที่น้องทำ....
.....แต่มันไม่เกิดประโยชน์อะไร ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น....
.....พี่คิดถึงพ่อทุกวัน แต่พี่แปลเอาความคิดถึงนั้นมาเป็นกำลังใจ...
.....มิใช่ นำความคิดถึงที่มีต่อพ่อ มาบั่นทอนชีวิตที่ยังต้องสู้ของพวกเรานะน้อง...


             
Posted by มะเหมี่ยว on 07 Apr. 2005,20:22



ดังคำกล่าวที่ว่า..........

ทุกคนล้วนมีลิ้นชักแห่งความทรงจำเป็นของตัวเองกันทุกคน
มีทั้งลิ้นชักแห่งความสุข ความทุกข์ ความเศร้า คละกันไป
ขึ้นอยู่กับว่า....
ใครจะเลือกเก็บหรือเลือกเปิดลิ้นชักแห่งความทรงจำใดให้กับตัวเอง...

Posted by แมวเหมียว on 08 Apr. 2005,01:03
สวัสดีค่ะน้องมะเหมี่ยว

พี่แมวเหมียวก็เพิ่งกลับบ้านไปทำบุญให้คุณพ่อและคุณแม่เมื่อปลายเดือนมี.ค.นี้เองค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้น้องมะเหมี่ยวและน้องๆทุกคนด้วยนะคะ flower.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 08 Apr. 2005,01:51
สู้ตายค่ะ....thankssign.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif  wavey.gif
Posted by วันดี on 08 Apr. 2005,02:18
อ่านบันทึกของคุณมะเหมี่ยวแล้วอยากตอบค่ะ

ฉันก็เป็นลูกสาวของพ่อเหมือนกัน  เมื่อพ่อจากไปนั้นทุกข์โศกเหมือนจะขาดใจ  หวนไห้อาลัยหาไม่เว้นเวลา  รู้สึกชัดในใจตัวเองว่าในโลกนี้จะหาผู้ชายคนไหนมารักเราเท่านี้ไม่มีอีกแล้ว  ยิ่งนึกถึงเรื่องไม่ดีที่ทำให้พ่อต้องเสียใจ  แต่ไม่เคยบ่นว่า  ไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจว่าทำผิด  พ่อยอมรับความเสียใจนั้นเสียเอง  แล้ว...เหมือนใจจะขาดเสียจริง ๆ

แล้ววันหนึ่ง  ฉันตื่นขึ้นมาส่องกระจกดูหน้าตัวเอง  เห็นลูกนัยน์ตาของพ่อแลลอดเข้ามาในตาฉัน  ฉันกระพริบตาแล้วเพ่งมองไปอีกครั้ง  จึงได้รู้ว่า  ที่สบตาฉันอยู่นั้น  ที่จริงก็คือตาฉันเอง  ตาที่เหมือนตาของพ่ออย่างไรล่ะ

ฉันจึงได้คิดว่า  พ่อไม่ได้จากฉันไปไหน  ที่แท้พ่อก็อยู่ในตัวฉันตลอดเวลา  นับตั้งแต่ฉันถือกำเนิดมา  เลือดเนื้อในกายฉันก็คือส่วนหนึ่งของเลือดเนื้อพ่อ  ถ้าฉันรักพ่อ  ก็ต้องรักเลือดเนื้อที่ยังมีอยู่ของพ่อให้ดี  ดูแลให้เจริญงดงามเหมือนที่พ่อเคยทำ  ประพฤติปฏิบัติตนเหมือนที่พ่อเคยปฏิบัติ  ทำให้เลือดเนื้อของพ่อมีชีวิตชีวาต่อไป  แม้ตัวของพ่อเองจะสูญสลายไปแล้ว  

ถ้าพ่อเลือกได้  พ่อคงไม่จากเราไปไหน  แต่นี่พ่อเลือกไม่ได้  พ่อจึงฝากเลือดเนื้อของพ่อไว้กับเราไงคะ
Posted by มะเหมี่ยว on 08 Apr. 2005,08:16



cry2.gif น้าวันดีคะ  bawling.gif
น้ำตาหนูไหลเพราะความปลื้มใจในคำตอบของน้าวันดี bowsdown.gif

หนูขอขอบคุณน้าแอ๊ดใจดี  คุณ KiLin คุณ(ลุง)คชาไพร  พี่แมวเหมียว  คุณปลายเข็ม คุณครูนก คุณนกกะปูด และพี่ๆน้องๆสมาชิกทุกท่าน ที่ให้โอกาสและกำลังใจตลอดมาค่ะ bowsdown.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 08 Apr. 2005,08:59
ลิ้ ชั ห่ จำ

winkthumb.gif

Posted by มะเหมี่ยว on 09 Apr. 2005,14:01



ว้าเหว่มาตามทาง
มาพบบ้านฅนธรรมดา
 อบอุ่นสบายใจ

Posted by มะเหมี่ยว on 10 Apr. 2005,15:51
***ลูกทรพี***


เดินไปตลาดตอนเย็น คนไม่ค่อยคึกคัก
วันนี้เป็นวันหยุด คงจะออกไปเที่ยวกันหมด
ก็ดี...เดินแบบสบายๆ ไม่ต้องเบียดใคร

ตอนขากลับ เจอเด็กข้างบ้านที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือน
อายุแค่ขวบกว่า กำลังเดินมากับแม่ของเขา

"จะไปไหนกันค่ะ" เราเอ่ยถามไปตามปกติ

แม่ของเด็กหันมาตอบด้วยสีหน้าหงุดหงิด

"ไม่ไหวเลย นับวันไอ้นี่มันจะเป็นลูกทรพี มันเตะพ่อเตะแม่ทุกวัน"

เราได้ฟังถึงกับ อึ่งกิมกี่ ไปเลย....
อะไรกันว้า....เด็กอายุขวบกว่า เป็นลูกทรพีได้ด้วยเหรอ(คิดในใจ)
แต่ยังไม่ทันจะหายมึนๆ จากคำพูดเมื่อตะกี้
แม่ของเด็กก็พูดต่ออีกเป็นชุดๆ  พอจะจับใจความได้ว่า

"มันกำลังจะเป็นฆาตรกร ฆ่าพ่อฆ่าแม่ มันแล้ว....มันดื้อ ซนจริงๆ"

พุธโธ ธัมโม สังโฆ....อะไรจะปานนั้น
รับไม่ได้อ่ะ.....เดินหนีเลยเรา.....
ไม่งั้น คงต้องฟังอีกหลายกระบวนความ

เดินไปก็คิดไปด้วยว่า..............
คุณหว่านเมล็ดพืชอะไรลงไปในดิน คุณก็จะได้ผลแบบนั้น rose.gif
บางครั้งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี แต่หว่านผิดที่ หรือดินไม่ดี ทั้งยังขาดการดูแล
ผลของมันก็จะไม่ดีไปตามสภาพด้วย

ทำไมเขาไม่มอง หรือไม่โทษตัวเองก่อนนะ
ลูกชอบเตะก็หาฟุตบอลมาให้แตะ
ลูกชอบตีก็หาอุปกรณ์กีฬามาให้ตี ให้ฝึกซะเลย
อนาคตอาจเป็นนักกีฬาทีมชาติก็ได้ ใครจะไปรู้............

Posted by มะเหมี่ยว on 12 Apr. 2005,10:39
toy8.gif  ของฝากจากเจ๊กิม  toy8.gif


เจ๊กิม เพื่อนบ้านคนสนิท แกพึ่งกลับมาจากฮ่องกงได้ไม่กี่วัน
แกหิ้วข้าวของมาฝากเต็มสองไม้สองมือเลยเชียว
มีพวกโสม สมุนไพร ใบชา ซะเป็นส่วนใหญ่
แกเป็นคนชอบกินชอบดื่มพวกสมุนไพร เพื่อรักษาสุขภาพ
และถ้าเป็นสมุนไพรของไทย น้ำลูกยอ ฝีมือแกนี่ เป็นที่เลื่องลือ winkthumb.gif

แกบอกว่าไปคราวนี้รู้สึกไม่ค่อยสนุกเลย
ไปพักที่หอพักของเพื่อนวันแรก ก็เจอดีเข้าให้
ถึงขนาดแกกินอะไรไม่ลงไปหลายวัน
(แกเล่าไปก็ทำสีหน้าพะอืดพะอมไปด้วย)

คือ แกออกไปซื้อของกลับมา......
แล้วแกกำลังจะไขกุญแจเข้าห้องพัก
แกก็เห็นว่ามีคนเอาลูกหมาลูกแมวใส่ตระกร้ามาเดินเร่ขาย
หญิงสาวห้องตรงข้ามกับแกเรียกคนขายเข้ามาขอดูในตระกร้า
จับลูกหมาพลิกซ้ายพลิกขวา ถามราคา จ่ายเงิน แล้วก็อุ้มลูกหมาเข้าห้องไป

ตกเย็น หญิงสาวคนนั้นมาเคาะประตูห้องเจ๊กิม
เธอทำกับข้าวมาฝาก กลิ่นหอม ชวนกินเป็นที่สุด
เจ๊กิมเลยอดถามไม่ได้ว่ามันคืออะไร?
เธอคนนั้นหันมาตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า........
เนื้อลูกหมาทอดกระเทียมพริกไทย...ของดี...แพงนะคุณ
รับรองความสะอาด ฉันต้มถอนขนเรียบร้อยแล้ว

เจ๊กิมจะอาเจียนซะให้ได้ ไม่ขอรับอาหารจานนี้
จะเสียมารยาทก็ต้องยอม....
ทีแรกแกคิดว่าเธอจะซื้อลูกหมาไปเลี้ยง
ไม่คิดว่าจะเอาไปทอดกระเทียมพริกไทย.....

พอเจ๊กิมกลับไป เรารีบตรวจดูของฝากกันยกใหญ่
ไม่ใช่กลัวไม่ครบนะ..............................
แต่กลัวจะเกินต่างหาก...........................
แล้วเวลาชงชาแต่ละที ยังจินตนาการเห็นใบชาเล็กๆ เป็นขนหมา
เลยเลิกกินอะไรที่เป็นพวกทอดกระเทียมพริกไทยไปหลายวัน.





...คิดถึงพ่อ ทุกวัน...
Posted by มะเหมี่ยว on 13 Apr. 2005,13:44
***ขอปิดไดอารี่...มะเหมี่ยวค่ะ***

วันนี้หนูเข้าไปที่ห้องของพ่อ........
เข้าไปยืนดูรูปพ่อ และคุยกับพ่อเหมือนเคย
แต่วันนี้ใบหน้าของพ่อไม่เหมือนกับทุกวัน
ดูพ่อสดใส มีรอยยิ้ม ทั้งๆ ที่ก็เป็นรูปเดิม.......
คงจะเป็นเพราะหนูสบายใจละมั้ง
เลยมองเห็นว่าพ่อสบายใจไปกับหนูด้วย

หนูสบายใจ ที่ได้เขียนไดอารี่ถึงพ่อ
ตอนนี้หนูได้กำลังใจ...
หนูเข้มแข็ง และเป็นคนใหม่...
ไม่คิดมาก ไม่ขี้แง ไม่ท้อ
ไม่ทำให้พ่อและใครๆต้องเป็นห่วง

หนูขอขอบคุณไดอารี่ บ้านฅนธรรมดาแห่งนี้
ที่เปิดโอกาสให้หนูเข้ามาเขียน... bowsdown.gif

ขอขอบคุณ...คุณKiLiN น้าแอ๊ด (ลุง)คชาไพร น้าวันดี พี่แมวเหมียว
พี่นกทะเล พี่นกกะปูด คุณปลายเข็ม คุณเพ็ญพร และสมาชิกทุกท่าน ที่ให้กำลังใจตลอดมาค่ะ......ขอบคุณค่ะ  bowsdown.gif


----------------- wave.gif ปิดไดอารี่.........มะเหมี่ยว wave.gif ---------

Posted by แมวเหมียว on 13 Apr. 2005,18:55
ทำไมรีบปิดไดอารี่แล้วล่ะคะ น้องมะเหมี่ยว..

กำลังอ่านสนุกอยู่เลยค่ะ winkthumb.gif  winkthumb.gif  winkthumb.gif

again.gif  again.gif  again.gif
Posted by noktalay on 13 Apr. 2005,20:49
สวัสดีจ้า หนูมะเหมี่ยว
ขอเป็นกำลังใจให้เสมอ
ในเส้นทางใดใดย่อมมีอุปสรรค
ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามจังหวะของชีวิต
สิ่งที่จะทำให้เราผ่านไปได้
คือความมุ่งมั่น
หวังมะเหมี่ยวจะเป็นผลไม้ที่แข็งแรง สมบูรณ์ 
ผลิดอกออกผลในวันข้างหน้าคะ



noktalay พี่นกทะเลลองเปิดDictionary ดูแบบนั่งคิดเล่นๆ เอ๊ มะเหมี่ยวภาษาอังกฤษว่าไง๊นี้....Malay apple or Pomerac เลยเอาภาพนี้มาฝากจ้า

Posted by มะเหมี่ยว on 14 Apr. 2005,07:12
มะเหมี่ยวขอขอบคุณ พี่นกทะเล พี่แมวเหมียวนะคะ thankssign.gif

bowsdown.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif

แล้วมะเหมี่ยวจะแวะไปเที่ยวที่ห้องครัว และไปแต่งโคลงไฮขุกับพี่นกทะเล บ่อยๆ นะคะ... wave.gif

Posted by KiLiN on 14 Apr. 2005,09:13
นั่นสิ...จะรีบปิดไปไหนกัน

กำลังอ่านมันๆ เพลินๆ อยู่เลย

พักชั่วคราวก็แล้วกัน  แล้วค่อยมาเขียนใหม่ก็ได้ นะครับ

goodthread.gif  thankssign.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 14 Apr. 2005,22:37
bowsdown.gif bowsdown.gif bowsdown.gif

ขอบคุณ คุณ KiLiN นะคะ thankssign.gif

"บ้านฅนธรรมดา ฉลาด สะอาด สว่าง สงบ และ ปลอดภัย อุ่นใจ" เสมอค่ะ

(อันหลังนี้ มะเหมี่ยวขออนุญาตเพิ่มให้ค่ะ) ic-12.gif
Posted by add on 14 Apr. 2005,22:51
มะเหมี่ยวคงจะมี ไดอารี่มาให้อ่านกันอีกนะ  น้าแอ๊ดคิดว่ายังนั้นแหละ อิอิ  again.gif
Posted by คชาไพร on 17 Apr. 2005,10:52
คชาไพรกำลังรออ่านบันทึกในdiaryของมะเหมี่ยวต่อเหมือนกันครับ

                    again.gif  again.gif  again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 18 Apr. 2005,23:46
thankssign.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif
ขอบคุณค่ะลุงช้าง (",)
Posted by pakae on 20 Jul. 2005,23:57
ตามมาอ่านไดอารี่   ของมะเหมี่ยวค่ะ     ไปอ่านก่อนนะค่ะ
แล้วจะมาคุยใหม่ค่ะ wave.gif
Posted by pakae on 23 Jul. 2005,10:11
น้องมะเหมี่ยว   ไม่น่าปิดไดอารี่เลยนะ   เล่าได้ดีพอเล่าแล้วก็มีพี่และเพื่อนๆ  มาร่วมด้วย  

     ป้าชอบคำว่าลิ้นชักแห่งความทรงจำ   และคำตอบของพี่วันดีมากเลย  อ่านแล้วให้ความรู้สึกที่ดีมาก   ป้าเองก็เป็นพี่คนโตตอนที่พ่อของป้าจากไป   ป้าก็คิดเหมือนกันว่า  ยังมีอีกตั้งหลายอย่างที่เราไม่ได้ทำให้พ่อ   เพราะคำว่าไม่มีเวลา  และวิถีชีวิตคนเมืองที่ทำให้เราต้องรีบเร่งทำแต่งาน  หาแต่เงินนี่ละนะ cry2.gif 
     
       แล้วพอแมวที่รักจากไป  ป้าก็ใจฝ่อไปเยอะ  เฝ้าคิดแต่ว่าทำไมต้องเป็นแมวของเราที่โดนด้วยนะ  นั่งโทษตัวเองทั้งวันทั้งคืนว่าทำไมเราไม่ตีเวลาที่เจ้าเหมียวหัดข้ามถนน  ทำไมเราไม่ดูแลมันให้ดีกว่านี้นั่งเสียใจร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน   คุยกับใครไม่ได้เลยเป็นอย่างนี้อยู่หลายวัน  จนเพื่อนๆแปลกใจว่าทำไมหายไป  

       เพื่อนและน้องๆ  หลายคนเมล์และโทรมาถามข่าวคราว   น้องบางคน  เช่นพิลกริม  ก็โทรทางไกลมาจากอังกฤษ   เพื่อปลอบใจ   ยังมีพี่หมูโทรมาจากอเมริกา
น้องเฟิร์นโทรมาจากไต้หวัน   น้องโพก็โทรมาคุยปลอบใจเป็นเวลานาน  และน้องๆอีกหลายคนที่เมล์มาปลอบใจ   โดยเฉพาะพี่แอ๊ด  ที่ไม่เคยเบื่อหรือรำคาญ   เวลาที่ป้าโทรไปหา   และร้องไห้ไปคุยไปด้วย

    
            แล้วพอป้าเข้ามาที่บ้านนี้   ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น   มีหลายคนที่อ่านแล้วเข้าใจและปลอบใจ   ไม่มองว่าเป็นเรื่องตลกหรือไร้สาระ  ที่ทำไมเราต้องร้องไห้เสียใจขนาดนี้กับแมวหนึ่งตัว   แต่นี่คือความผูกพันทางจิตใจ   เมื่อเวลาผ่านไปจิตใจดีขึ้น  นั่งคิดถึงมิตรภาพที่เราได้รับมา   นั่นก็คือสิ่งที่ดีสิ่งหนึ่งที่เราได้รับมาเช่นกัน
เมื่อคิดได้อย่างนี้  ก็เลยมาคิดได้ว่าทุกสิ่งเกิดขึ้นมาแล้ว   เราแก้ไขไม่ได้   เรามาเก็บความทรงจำดีๆกับแมวของเราไว้ใน


     "ลิ้นชักแห่งความทรงจำ"  และคิดถึงเขาในด้านดีตลอดไปเพราะการที่เราไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว  ก็ไม่ใช่ว่าเราจะลืมหรือไม่รักเขาอีกแล้ว   ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่   ฉันก็จะรักและคิดถึงเจ้าเสมอ  "ฝอยทองแมวที่รัก "   จนกว่าเราจะพบกันอีก  หวังว่าสักวันหนึ่ง   เส้นทางแห่งโชคชะตา   คงจะทำให้เราได้พบกันอีก   เจ้าจะอยู่ในใจฉันตลอดไป   ลาก่อนฝอยทองแมวที่รัก love.gif

         ...........................................................
Posted by แมวเหมียว on 23 Jul. 2005,20:12
พี่pakaeเขียนน่าอ่านเช่นเดียวกับน้องมะเหมี่ยวค่ะ winkthumb.gif
พี่pakaeเขียนเล่าเรื่องฝอยทองมาอีกนะคะ
แมวเหมียวจะคอยติดตามอ่านค่ะ again.gif again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 23 Jul. 2005,22:14


ฝอยทอง จ๋า...ฝอยทองกำลังเฝ้ามองดูใครคนหนึ่งอยู่ใช่ไหมจ๊ะ
ฝอยทองรู้ไหม...ว่าเขาคนนั้นรักและคิดถึงเจ้าเป็นที่สุด... inlove.gif

หา...........ว่าไงนะ???.........................???

ฝอยทองจะฝากบอกว่า ฝอยทองสบายดี เพราะไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกแล้ว...

ฝอยทองได้พบกับโลกใหม่ ที่มีแต่ความสงบ....
ฝอยทองอยากให้แม่ของฝอยทองยิ้มแย้มเหมือนแต่ก่อน...
ฝอยทองเป็นห่วงแม่...กลัวแม่จะไม่สบาย...
และถ้าเป็นอย่างนั้น...ฝอยทองต้องทุกข์ใจมากๆเลย...

ในโลกใหม่ของฝอยทอง...ฝอยทองเจอเพื่อนๆมากมาย...
แม่ไม่ต้องห่วงฝอยทองนะ...ฝอยทองไม่เจ็บ ไม่ปวดแล้ว...

พ่อของพี่มะเหมี่ยว...ก็จะช่วยดูแลฝอยทองด้วยนะแม่...

love.gif รักแม่... "จากฝอยทอง"

Posted by pakae on 25 Jul. 2005,01:33
ขอบคุณค่ะขอบคุณ thankssign.gif   ขอบคุณทุกๆท่านสำหรับทุกกำลังใจ  love.gif

      น้องแมวเหมียวค่ะแล้วพี่จะนำรูปฝอยทองมาลงนะค่ะ   ขอเวลาอีกนิดค่ะ

      หนูมะเหมี่ยวจ๋า   ป้าอ่านแล้วซาบซึ้งมาก   ต้องปล่อยให้น้ำไหลออกตา   เพราะความคิดถึงฝอยทองขึ้นมาจับใจและซึ้งใจกับน้ำใจของมะเหมี่ยว   

       ขอบคุณมาก   ที่คุณพ่อของมะเหมี่ยว  ก็จะช่วยดูแลฝอยทองด้วย flower.gif   ป้าเชื่อแล้วละว่า  ฝอยทองในโลกใหม่ต้องไม่เหงา   และมีความสุขมาก flower.gif flower.gif flower.gif flower.gif flower.gif
Posted by add on 25 Jul. 2005,06:36
มะเหมี่ยวเขียนได้ซาบซึ้งและน่ารักจริงๆนะ pakae  bawling.gif โลกนี้และโลกไหนๆก็ไม่เงียบเหงาเลย ถ้าคนเรามีจิตใจน่ารักแบบนี้

ฝอยทองจะอยู่ใกล้ในใจแม่
เราก็ห่างกันแค่มองไม่เห็น
หากใบโมกแกว่งไกวในยามเย็น
ก็คงเป็นฝอยทองจ้องทักทาย

แม่อย่าร้องร่ำไห้เศร้าใจนัก
ฝอยทองรู้ว่าแม่รักไม่หักหาย
ถึงมีกรรมมาพรากจากแต่กาย
ความรักเราไม่คลายตายจากกัน


มะเหมี่ยวทำให้น้าแอ๊ดอยากเขียนแบบนี้ ขอโทษนะ pakae bowsdown.gif
Posted by pakae on 25 Jul. 2005,08:22
น้องมะเหมี่ยวเขียนได้น่ารักและซาบซึ้งจริงด้วยค่ะพี่แอ๊ด  โลกนี้หรือโลกไหนๆก็ไม่เงียบเหงา   ถ้าคนเรามีจิตใจที่อ่อนโยนและน่ารักเช่นนี้ love.gif

      ถึงอ่านกลอนแล้วจะเศร้าอยู่บ้าง  แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำกลอนค่ะ

      หากใบโมกแกว่งไกวในยามเย็น

        ก็คงเป็นฝอยทองจ้องทักทาย


      อ่านแล้วโดนใจอย่างจังเลยค่ะ

      ถึงมีกรรมมาพรากจากแต่กาย

       ความรักเราไม่คลายตายจากกัน


       ขอบคุณจริงๆค่ะ   ตอนนี้ฝอยทองคงมองลงมาทักทายอย่างมีความสุข   ที่ทุกๆท่านให้ความรักและเมตตาฝอยทองถึงเพียงนี้ thankssign.gif
Posted by KiLiN on 04 Aug. 2005,08:30
ทดลองโพสต์ครับ เห็นว่าป้าโพสต์ไม่ได้ ทดสอบๆๆๆ testttt... phonecall.gif

  ป้าลองดูใหม่นะครับ  มันเหมือนมีอะไรแปลกๆอยู่เหมือนกัน  ผมเลยลองโพสต์  เพื่อยกเลิกความแปลกนั้นซะ  wave.gif
Posted by pakae on 04 Aug. 2005,10:06
สวัสดีค่ะคุณคิลิน   พี่แอ๊ด   พี่วันดี   พี่ลุงช้าง   พิลกริม   น้องโพ   แมวเหมียว   มะเหมี่ยว   นกกระปูด   คุณน้อย   กัลปังหา  คุณมาลัย   และทุกๆท่าน flower.gif

           หลังจากอ่านบทความและบทกลอนอันซาบซึ้งของพี่แอ๊ด   และมะเหมี่ยวแล้ว      รู้สึกดีใจที่ฝอยทองจะไม่เหงาอีกแล้ว     วันนี้ขอนำเรื่องของ  "พี่หมาอ้วน "มาฝาก    ลองอ่านกันดูนะคะ    ว่าทำไม" พี่หมาอ้วน"   ถึงได้ดังและเป็นที่รู้จักในหมู่นิสิตวิศวะ จุฬา   จนเป็นที่กล่าวขานกันมาจนทุกวันนี้


        เจ้าหมาอ้วน     เกิดที่คณะวิศวะจุฬาเมื่อปี  ค.ศ. 1981    เรื่องของเจ้าอ้วนนี้ป้าได้รู้มาจากการที่ลูกชายคนเล็กสอบเข้าได้ที่  คณะวิศวะจุฬา    ปีนี้      ลูกชายเล่าให้ฟังว่า    มีรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่าที่คณะมีหมาตัวหนึ่ง    ที่นิสิตทุกคนมักจะรู้จักดี     ป้าฟังแล้วรู้สึกสนใจและแปลกใจ     แล้วก็ลืมไป (พอดีกับฝอยทองจากไป   ป้าก็เลยไม่มีแก่ใจไปนึกถึงด้วย)   พอดีเมื่อสองสามวันมานี้    ลูกนำหนังสือ "สาส์นจากหัวหน้านิสิต"   ซึ่งมีรูปและเรื่องของ "พี่หมาอ้วน"  อยู่ด้วย     ป้าก็เลยนึกขึ้นมาได้    ว่าเคยคิดจะเล่าเรื่อง เจ้าหมาอ้วน   ให้กับเพื่อนๆได้ลองอ่านกัน

        เพราะเจ้าหมาอ้วน    มักจะเข้ามาทักทายนิสิตใหม่      โดยมักจะรู้ว่าเปิดเทอมแล้ว      มีนิสิตใหม่เข้ามา     หมาอ้วนก็จะไปทักทายในฐานะรุ่นพี่   laugh1.gif     ไม่ทราบว่ามีใครเป็นนิสิตหรือเป็นพี่นายช่างที่จุฬาบ้างเปล่าเนี่ย      เพราะจะกลายเป็นว่าป้าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน   อิอิอิ

             ประวัติโดยย่อ

            ชื่อ                         อ้วน
            ชื่อเรียกทั่วไป            เจ้าอ้วน     หมาอ้วน
            สัญชาติ                   ไทย
            อายุ                        แปดปี
            ลักษณะ                   หูตูบข้าง     ตั้งข้าง
            งานอดิเรก                 นอน
            จุดเด่นประจำตัว           กลิ่น
            ความสามารถพิเศษ       สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้
            สิ่งที่ชอบ                   เสียงร้องเพลงเชียร์ดังๆ
            สิ่งที่เกลียด                 การอาบน้ำ
            Gossip                      เขาว่ากันว่า   ในตัวเจ้าอ้วน   มีวิญญาณนายช่างสิงอยู่

           เจ้าหมาอ้วน    ชอบเรียนวิชา  แคลคูลัสมากที่สุด     พอถึงเวลาเรียนก็จะเดินตาม นิสิต    เข้าไปเรียนจนหมดวิชา     โดยไม่เกเรหนีออกมาระหว่างเรียน     และไม่โดดเรียนด้วย   ถึงเวลาพักกลางวันเมื่อไหร่เจ้าหมาอ้วนถึงจะออกจากห้องเรียน ic-14.gif

           เจ้าหมาอ้วนจะตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งค์     มีลูกสมุนสองตัว  ชื่อว่า  ไมโล    กับเจ้าเขี้ยว    จริงๆแล้ว นอกจากจะเป็นที่รู้จักของคณะวิศวะแล้ว     ก็ยังเป็นที่รู้จักของคณะสัตวแพทย์จุฬาด้วย     เพราะเจ้าหมาอ้วน     เคยได้ไปใช้บริการอยู่บ่อยๆ      น้องโพน่าจะเคยเห็นหรือได้ยินมาบ้างนะ  ic-12.gif

          ยังมีวีรกรรมอีกหลายอย่างของเจ้าหมาอ้วน     ไว้พรุ่งนี้มาเล่าต่อและนำรูปมาลง     ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้นแหละ    ic-14.gif  laugh1.gif  laugh1.gif

         นอนหลับฝันดีทุกๆคนนะคะ inlove.gif

Posted by pilgrim on 04 Aug. 2005,10:18
มารออ่านเรื่องหมาอ้วนนะคะป้าแก่  วันนี้เพิ่งได้มีโอกาสรอนแรมมาถึงห้องไดอารี่เองค่ะ แล้วจะคอยมาดูบ่อยๆนะคะ ไปเรียนก่อนแย้ว wavey.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 04 Aug. 2005,10:45
อยากเห็นพี่หมาอ้วนแล้วซีคะน้าปาเก้ จะอ้วนสมชื่อไหมคะ laugh1.gif

again.gif  again.gif  again.gif
Posted by add on 05 Aug. 2005,00:18
หูตูบข้างนึง หูตั้งข้างนึง คงหล่อพิลึกเลยละ หมาอ้วนเอ๋ย  อายุตั้งแปดปี ก็หง่อมแล้วละสิ  เหอๆ  แล้วสีอะไร ปาเก้จ๋า  phonecall.gif
Posted by Poceille on 06 Aug. 2005,05:04
สวัสดีจ้า


ที่จริงจะว่าไป คณะวิศวะ จุฬาฯ นั้นไม่เคยขาดหมาเลยนะคะ เมื่อหลายปีก่อนเคยไปก้ม ๆ เงย ๆ อยู่แถวใต้ถุนตึกเพื่องัดเอาน้องหมาออกมาฉีดวัคซีน (สมัยนั้นตรงใต้ตึกของคณะวิศวะมันผุเป็นรูโบ๋ พวกน้องหมาเวลาเห็นหมอก็จะมุดเข้าไปซ่อนอยู่กันเป็นพรวน) ส่วนมากแล้วจะเป็นหมานิสัยดี ใครผ่านไปผ่านมาก็จะเดินมาทักทายอย่างสุภาพ ไม่เคยมีคดีไล่เห่าไล่กัดใครสักที

สำหรับเจ้าอ้วนนี่คงไม่เคยได้พบกันค่ะ แต่ถ้าไปถามคุณหมอบนโรงพยาบาลสัตว์น่าจะพอทราบ ไว้จะลองไปเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามให้นะคะ


สำหรับหมาประจำคณะสัตวแพทย์ก็เห็นจะมีน้องเขียวเป็นตัวชูโรง ว่ากันว่าหากใครมาคณะสัตวแพทย์แล้วไม่พบน้องเขียว ถือว่ามาไม่ถึงคณะสัตวแพทย์ค่ะ


น้องเขียวเป็นสาวห้าว สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ รูปร่างอวบอัดแต่ไม่ถึงกับอวบอ้วน ที่ได้ชื่อว่าน้องเขียวเพราะเธอมักจะใส่ปลอกคอสีเขียวเป็นประจำ (ยกเว้นว่ามีนิสิตใจดีซื้อสีอื่นมาเปลี่ยนให้) น้องเขียวเป็นลูกหมาจรจัด พลัดหลงมาอยู่คณะสัตวแพทย์เมื่อหลายปีก่อน แต่ด้วยหน้าตาน่ารักและนิสัยสุภาพทำให้น้องเขียวได้รับควาเมตตามหานิยมจากบรรดานิสิตอย่างรวดเร็ว


จากนั้นไม่นาน น้องเขียวก็ทำตัวเป็นเด็กสยาม ท่องเที่ยวไปทั่วสยามสแควร์ แถมบางวันยังข้ามสะพานลอยไปไกลถึงฝั่งสยามเซ็นเตอร์ พวกหมาหนุ่ม ๆ ทั้งหลายเลยถือโอกาสเดินตามกันเป็นขบวน (แหม... น้องเขียวของเราออกจะสวย) รวมทั้งติดตามมาอยู่คณะสัตวแพทย์ด้วยอย่างหน้าตาเฉยอีกต่างหาก


วันไหนหากใครแวะมาคณะสัตวแพทย์ ลองถามหาน้องเขียวดูนะคะ  biggrin.gif
Posted by คชาไพร on 06 Aug. 2005,10:35
สวัสดีครับคุณpakae คุณpoceille

             วันนี้ช้างอ้วนตามมาดูเจ้าหมาอ้วนครับ   applaud.gif

                      again.gif  again.gif  again.gif
Posted by pakae on 06 Aug. 2005,11:15
 สวัสดีค่ะทุกๆคน

             ขอโทษค่าที่ยังไม่ได้นำรูปหมาอ้วนมาลง     เพราะรูปที่ได้มายังสวยไม่พอจ้ะ   อิอิ

             เจ้าหมาอ้วน      นั้นอ้วนสมชื่อแน่เพราะเป็นเจ้าของถิ่น    มีอาหาร(ที่เหลือ)ในโรงอาหารวิศวะจุฬา      ให้กินอย่างเหลือเฟือ
อาจมีผอมลงบ้าง    เช่นช่วงสอบ   ic-14.gif

          แต่หนังสือบอกว่า     ถึงจะเป็นช่วงที่หมาอ้วนผอมลงเพราะไม่ค่อยมีคนให้อาหาร     แล้วถ้าเจ้าอ้วนกำลังเดินอยู่แถวๆแหล่งอาหาร
แล้วไปพบเจอเพื่อนร่วมถาบัน      ที่มาคุ้ยหาเศษอาหารจนเลอะเทอะ
และกำลังจะคาบถุงอาหารมากินอย่างสบายอารมณ์

            ทันใดนั้นเจ้าหมาอ้วน     ก็จะผนึกกำลัง    กับเจ้าไมโลและเจ้าเขี้ยวก็จะรีบวิ่งไปเห่า     คนที่เห็นก็จะนึกว่า    ลูกพี่อ้วนกับลูกน้องไมโลและเขี้ยว     คงกำลังหิวโซ     จะไปแย่งอาหารนั้นมากิน    แต่เปล่าเลย      หลังจากไล่ผู้บุกรุนถิ่นไปแล้ว    ทั้งสามตัวก็จะแยกย้าย
กันไปเหมือนก่อนที่จะเจอกับผู้บุกรุก   a3.gif  

            เรียกว่าทั้งสามตัวจะหยิ่ง     ไม่ยอมกินอาหารที่ตัวอื่นคุ้ยหามาได้     โดยเฉพาะเจ้าอ้วนจะหวงแหนถิ่น      และมีศักดิ์ศรีไม่เอาของที่ตัวอื่นหามาได้    โอ้ว้าว   พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก   laugh1.gif     laugh1.gif     อะไรจะปานนั้น   เจ้าหมาอ้วน

          การที่เจ้าอ้วนเป็นหมาประจำตึกวิศวะ    คงเป็นเพราะชอบวิชาคำนวน     เพราะเจ้าหมาอ้วนชอบเรียนวิชาแคลคูลัสมากที่สุด    นิสิตจะเรียนกันคนละหนึ่งชั่วโมง      แต่หมาอ้วนจะเรียนทุกชั่วโมงที่สอน
นิสิตจะเดินเข้าออกกันเพื่อสลับกันเรียน    แต่หมาอ้วน  ยังคะ   ยังไม่ออกไปไหน    จนกว่าจะถึงเวลาพักกลางวัน     หมาอ้วนถึงจะเดินตามรุ่นน้องออกมา   winkthumb.gif     เพื่อไปหาอะไรใส่ท้องเหมียนกัน

         ถ้าน้องโพไปเลียบๆเคียงๆ     ถามคุณหมอมาได้ความว่ายังไง    อย่าลืมมาเล่าให้อ่านบ้างนะจ้ะ  อิอิอิ phonecall.gif


          เอ๊ะวันนั้นป้าแวะไปที่คณะสัตวแพทย์แล้วแต่ยังไม่พบ น้องเขียว   แสดงว่ายังไปไม่ถึง     อย่างนี้ก็ต้องไปใหม่อีกทีนิ ic-12.gif

Posted by pilgrim on 06 Aug. 2005,11:22
คุณพี่หมาอ้วนแกมาปิ๊งอาจารย์สอนแคลคูลัสหรือเปล่าคะ พี่ปาเก้ love.gif

มานั่งเฝ้าทุกชั่วโมงอย่างนี้ ถ้าเป็นแฟนพิลกริม รักตายเลย มานั่งหลับมั่งก็ไม่ว่าหรอก sleeping2.gif ขอให้มานั่งฟังเราพร่ำเราบ่นมั่งก็แล้วกัน ฟังไปหลับไปก็ยังดีจ้า inlove.gif

Posted by มะเหมี่ยว on 06 Aug. 2005,21:23
laugh1.gif  thankssign.gif  again.gif

มารอดูรูปพี่หมาอ้วนค่ะ wave.gif
Posted by แมวเหมียว on 07 Aug. 2005,03:00
อ้างถึง
เจ้าหมาอ้วนชอบเรียนวิชาแคลคูลัสมากที่สุด


laugh1.gif พี่หมาอ้วนมักทำหน้าเครียด..คิ้วผูกโบว์หรือปล่าวคะพี่ปาเก้ icon_rotfl.gif

again.gif again.gif
Posted by คชาไพร on 07 Aug. 2005,10:54
สวัสดีครับ

         ช้างอ้วนอยากตามเจ้าหมาอ้วนไปเรียนแคลคูลัสด้วย แต่ประตูห้องเล็กไปเลยเข้าไปไม่ได้ เลยต้องขอตามอ่านต่อว่าเจ้าหมาอ้วนจะทำอะไรต่อไป

                         again.gif  again.gif
Posted by pilgrim on 08 Sep. 2005,05:48
หมาอ้วนหายไปไหนแล้วคะป้าแก่ ask.gif
Posted by pakae on 01 Oct. 2005,10:34
แหะ แหะ  ป้าลืมเจ้าหมาอ้วนไปเลย   งั้นขอมาแก้ตัวด้วยเรื่องของเจ้าล๊อตเต้ กับ โมจิ  แถมด้วย เต้าหู้แล้วกันนะ




     เค้ากะลังสงสัยอ่ะ





       พักเหนื่อยก่อนเน้อ



          หนูเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านค่ะ  ความจริงหนูตาสีฟ้านะ   แต่ไม่รู้ว่าถ่ายรูปมายังไงตาหนูเปลี่ยนสีเลย

       

         เมื่อถึงเวลากินไม่มีตัวไหนยอมน้อยหน้าซึ่งกันและกัน  ล๊อตเต้เป็นหมาที่กินยากมาก   แต่จะกินง่ายขึ้นมาทันที   เมื่อต่อมอิจฉากำเริบ   เพราะถ้าให้ล๊อตเต้กินตัวเดียวล๊อตเต้จะเมินเฉย   ไม่ค่อยอยากกิน   แต่ถ้าโมจิมากินปุ๊ป   ล๊อตเต้จะอยากกกกกกกกกกินขึ้นมาทันที   เป็นหมาที่ขี้อิจฉามากค่ะ(แต่ก็น่าร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่ซู๊ดเหมียนกัน)   เพราะเราจะดุหรือทำท่าจะตีอย่างไรล๊อตเต้ก็จะวิ่งหนีไปตั้งหลัก   แล้วเอียงคอมอง  พอเราทำท่าอ่อนใจ   ก็จะวิ่งเข้ามาหาด้วยหน้าตาบ๊องแบ้วแสนซื่อ   ประมาณว่าฉันทำอะไรผิดไปหรือ

       ก็ที่เจ้าทำผิดคือ   เมื่อไหร่ที่ใครถอดรองเท้า   ล๊อตเต้ก็จะคาบไปทันทีแล้วเหลือรองเท้าไว้ให้ข้างเดียว   ป้าก็ต้องวิ่งตามด้วยรองเท้าข้างเดียว   พอบอกว่าให้หยุด   ล๊อตเต้ก็จะหยุดเอียงคอมอง   แล้ววิ่งต่อเป็นอย่างนี้ทุกวันทั้งวัน   แต่พอจับตัวได้ทีไรก็ตีไม่ลง   เพราะมันทั้งขำและโมโห laugh1.gif laugh1.gif

      เดี๊ยวมาเล่าต่อนะ  เรื่องมันยาวอ่ะ  เดี๊ยวเจ้าของบ้านจะค้อนเอา  โพสรูปตั้งหลายรอบ  ลดขนาดแล้วก็ลดอีก  จนล๊อตเต้กับโมจิและเต้าหู้จะเหลือตัวนิดเดียวแล้ว ic-14.gif ic-14.gif
Posted by pakae on 01 Oct. 2005,11:16
มาโม้ต่อก่อนแล้วกันนิ tongue.gif


    



       ตอนนี้กินอิ่มแล้วก็จะสงบศึกกันชั่วคราว   ต่างตัวต่างเหนื่อยพักนอนก่อน couchplus.gif


      



       เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เล่นกันต่อ   ปกติล๊อตเต้จะไม่เล่นกับคนแปลกหน้าเลย   ถ้าใครมาที่บ้านล๊อตเต้จะวิ่งหนีไปซ่อน  มีอยู่วันหนึ่งมีคนมาส่งของที่บ้าน   ล๊อตเต้ก็วิ่งไปแอบที่หลังตู้เย็น  ไปอยู่นิ่งๆไม่ยอมซนเลย   แล้วคอยเงี่ยหูฟังว่าเขากลับไปแล้วยัง ask.gif




      โมจิจึงเป็นเพื่อนเล่นตัวเดียวของล๊อตเต้นอกจากคนในบ้านแล้ว   ล๊อตเต้จะไม่เข้าใกล้ใครเลย   เพราะล๊อตเต้จะไม่ยอมออกพ้นหน้าบ้าน   เลยไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะล๊อตเต้ก็ตัวนิดเดียว  ตัวพอๆกับแมว   แถมล๊อตเต้อาจจะไม่รู้ว่าตัวเองกับแมวเป็นสัตว์คนละประเภทกัน  hum.gif   

      วันนี้โม้เท่านี้ก่อนแล้วกันนะ  ยังไม่ได้เล่าเรื่องของเต้าหู้เลยว่า ทำไมถึงยอมเล่นกับล๊อตเต้ซึ่งเป็นหมาแต่ไม่ยอมเล่นกับโมจิ ซึ่งเป็นแมวด้วยกัน ic-14.gif ic-14.gif

    แล้วจะมาเม้าท์ต่อเน้อ  cheers.gif
Posted by add on 01 Oct. 2005,11:33
ว้าว  มาแล้วเหรอ  สนุกล่ะสิ  boogie.gif   แสดงว่า  เต้าหู้  เข้ากันได้กับเจ้าล็อตเต้  และโมจิ แล้วสิ  ถึงมามีเวลามาเขียนไดอารี่ให้อ่านน่ะ  อิอิ  น่ารักจัง  หมาแมวนอนด้วยกันอิอิ

            แล้วอย่าลืมรูป เจ้าโมจิดูดนมตัวเองนะ  tongue.gif

             cheer.gif   again.gif
Posted by แมวเหมียว on 01 Oct. 2005,17:04
อ้างถึง (pakae @ 30 กย. 2005,22:34)
      

       เดี๊ยวเจ้าของบ้านจะค้อนเอา 

whisper.gif ยกมาไว้ตรงนี้ กลัวคุณคิลินจะไม่เห็น  laugh1.gif laugh1.gif

มาช่วยอีกแรง couch.gif

xmas.gif ลูกๆป้าเก๊น่ารักจังเลยนะคะพี่แอ๊ด  มิน่าถึงเงียบๆไป.. again.gif again.gif   again.gif
Posted by KiLiN on 01 Oct. 2005,22:56
อ้างถึง (แมวเหมียว @ 01 ตค. 2005,05:04)
xmas.gif ลูกๆป้าเก๊น่ารักจังเลยนะคะพี่แอ๊ด มิน่าถึงเงียบๆไป..

เอ๊ะ!! pakae นี่มีหลายเวอร์ชั่น เนาะ

ป้าแก่ ปาเก้ ล่าสุด ป้าเก๊ อิอิ ไม่ใช่ของจริง เป็นของเก๊ ฮ่า laugh1.gif
Posted by pakae on 02 Oct. 2005,07:55
อ้างถึง (KiLiN @ 01 ตค. 2005,10:56)
[quote=แมวเหมียว,01 ตค. 2005,05:04] xmas.gif ลูกๆป้าเก๊น่ารักจังเลยนะคะพี่แอ๊ด มิน่าถึงเงียบๆไป..

เอ๊ะ!! pakae นี่มีหลายเวอร์ชั่น เนาะ

ป้าแก่ ปาเก้ ล่าสุด ป้าเก๊ อิอิ ไม่ใช่ของจริง เป็นของเก๊ ฮ่า laugh1.gif[/quote]
แมวเหมียวเห็นเปล่า   ไม่ว่าเราจะไปนินทาคุณคิลินไว้ตรงซอกไหน   คุณคิลินก็จะตามไปค่อนขอดเราจนได้  rasp.gif  อิอิอิ

     
      กำลังว่าจะแอบๆนินทาอีกนะเนี่ย   เดี๊ยวไปแอบดูก่อนว่าวันนี้เจ้าของบ้านอยู่เปล่า couch.gif   ไม่เห็นอ่ะแมวเหมียว   งั้นเราต้องแอบนินทาอีก whisper.gif  อุอุอุ    tongue.gif  tongue.gif
Posted by pilgrim on 02 Oct. 2005,18:17
เห็นป้าแก่แอบนินทากับพี่แมวเหมียว พิลก็ย่องตามมาดูเหมือนกัน ขำป้าแก่มีหลายเวอร์ชัน อิๆๆๆๆ ยังขาดเวอร์ชัน ป้าแข อีกอย่างนึง เอาไหมคะ    rasp.gif

โห ลูกๆน่ารักทุกตัวเลยนะ ถึงว่าสิ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยคุยกับคนๆอย่างพวกเราเลย มัวแต่ไปคุยกับลูกๆนี่เอง  จริงเปล่า  inlove.gif
Posted by แมวเหมียว on 02 Oct. 2005,18:38
xmas.gif นั่นแน่ะ..กำลังคิดว่าคุณพิลกริมหายไปไหนน้ายังไม่แวะท้ายครัว
ที่แท้แอบมาตีท้ายครัวป้าแก่นี่เอง คิดว่าจะช่วยปาแก่ที่แท้มาช่วยคุณคิลิน อิ อิ sit01.gif sit01.gif
Posted by pakae on 03 Oct. 2005,09:29
คุณคิลินค่ะ fone01.gif ล้อเล่นนิดเดียวหายไปไหนเลยเนี่ย
แมวเหมียวจ๋า  ตกลงว่าป้าชื่ออะไรจ้ะ hum.gif

     ปาเก้  ป้าเก๊ ปาแก่  จำชื่อตัวเองไม่ได้อ่ะ tongue.gif tongue.gif
Posted by แมวเหมียว on 04 Oct. 2005,22:07
นั่นซีนะตกลงป้าชื่อ อะไรดี laugh1.gif

ป้าแขก็ดีนะคะ ฟังเป็นคุณป้าใจดี  flo_1.gif   

อ้อ ชื่อป้าเก๊น่ะ หมายถึงไม่ใช่คุณป้าของจริงค่ะ ตัวจริงยังเป็นน้า หรือพี่ อยู่
(แต่คุณลุงน่ะของจริง..อย่างเช่นคุณลุงคิลิน ลุงช้าง) sit01.gif

k122.gif  k119.gif  k122.gif
Posted by Jame_bond on 29 Nov. 2005,05:38


Hi every one, I just visit this website first time. It 's very impressed me. May I use this area to tell somebody...someone about some of my (funny, exciting, sad..) stories?

Thanks
Bond smile.gif
Posted by add on 29 Nov. 2005,05:56
hello2.gif  signwelcome.gif  

         ด้วยความยินดีค่ะคุณบอนด์  รอฟังเรื่องราวของคุณอยู่ค่ะ ว่าจะสนุกสนานเหมือนเรื่องเจมส์บอนด์หรือเปล่า?   laugh1.gif
Posted by Jame_bond on 30 Nov. 2005,09:16
Hi
Firstly, I write the diary in English but it does't mean that my English is good (actually, it's crap or just sneak sneak fish fish). However, I type in Thai very slow. So if someone is good at English, you can comment my language.  I'll try to write in Thai when I have pretty much time.

Today is a hectic day of mine. Go to conference and present my poster.  Finally I'm done. ... Actually still have a lot of works wating for you, Bond.... ohman.gif

To day is my birthday, the first ones who said happy birthday to me are my parents. smile.gif
This evening, my flatmates are very nice; they treated me dinner and made big lovely ice cream cake  toy32.gif for me. We went out and saw a movie together.

The one that I expected to call me was my pretty girlfriend. Finally, she called me at midnight and that made me very happy. inlove.gif

Thanks everyone to remenber my birthday
Thanks dad, mom, Jennifer, Roxanne, Endrew, Kunal, and my girls (Jeed).

So, it's time to go to bed and wake up tomorrow to do a lot of works before taking a long vacation. sick.gif
Ho ho,.. don't forgot to pray before sleeping.


Good nigth
Bond
Posted by add on 30 Nov. 2005,10:30
flo_1.gif HAPPY BIRTHDAYJame_bond

      toy32.gif photographer.gif sit01.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 30 Nov. 2005,21:46
อ่านพอได้ค่ะ แต่เขียนไม่ไหวเลยขออวยพรวันเกิดให้คุณJame_bond เป็นภาษาไทยนะคะ "สุขสันต์วันเกิดค่ะ"

toy32.gif HAPPY BIRTHDAY to....Jame_bond  smile.gif


อ้างถึง (Jame_bond Posted @ พย. 2005,21:16 )
(actually, it's crap or just sneak sneak fish fish).

laugh1.gif  laugh1.gif  laugh1.gif
Posted by Jame_bond on 01 Dec. 2005,06:21
Hi Thanks a lots krap K.Add and K. Mameaw. thankssign.gif

Today, I got nothing from my work. I could not solve the problems but I still keep working on it... so hard .. so hard (but not too hard if I dedicate my time and affort to it).
Tomorrow, I have to go to the conference agian ... so boring sleeping2.gif . Indeed, I prefer working to going the conference to morrow.
Anyway the good points of the conference are

1. you don't have to work on that day
2. you can make new friends
3. if you are good luck, you can see some prettry girls there(even most of them are geekie).
4. Importantly.... You have nice and yummy food at the conference toy45.gif + tosalad.gif + fruit_02.gif + coffee.gif + toy19.gif + toy44.gif

Oh let's go to conference then.. tongue.gif

By the way, I have to finish my work before taking a long vacation because Mark, my supervisor, say " Bond I would like to see your paper before this Chrismas".... ohman.gif
Actually, I want to reply him that " Dear Mark, I'm not sure I can make it on time".

Well..... I try to write down in Thai when I have time ( Satureday or Sunday). And I will tell you about the conference I attended. It's geekie things.

Remarks
I'm not sure about my spelling but "Geekie" or "geek" (is slang) = wierd people/things.

C U
Posted by Jame_bond on 02 Dec. 2005,06:44
Finally, conference finished.

As I expected, I had a nice dinner on a luxury cruise. And made a few new friends, Shahnaz from Sendai, Japan (but originally from Bangladesh), Ryuko from Hiroshima, Japan. But both of them are not the same age as mine.  They are about my aunt's age ohman.gif  but at lease I have more international friends.

The conference I attended is "ICNS2006" standing from "International Conference of Neutron Scattering 2006". See how weird it is ..... sometimes I cannot bellieve that I joined the conference like this one but that's the way of my life.  smile.gif

SO....let's call it a day (= time up =)

CU
tomorrow
Posted by pakae on 02 Dec. 2005,10:23
hi every  one hello2.gif อิอิอิเลียนแบบคุณเจมส์บอนด์   เขียนได้แค่นั้นละ  เราประเภทเดียวกันนะแมวเหมียวว่าการอ่านนั้น พอแหลกหล่าย   แต่การเขียนนั้นแหลกไม่ลง  ฮ่าๆๆๆๆ  เพราะเมื่อเขียนแล้วคนอ่านจะงงงวย ic-14.gif ic-14.gif  

     วันสองวันนี้กินข้าวแล้วสำลัก   เพราะมีใครก็ไม่รู้ว่าเราเล่าเรื่องก็ไม่จบ   เล่าค้างเอาไว้  ก็เลยบอกว่า แหะ แหะ ข้อยเกือบลืมไปแล้วว่าข้อยไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนบ้าง   ข้อยก็เลยมาเล่าต่อ

     วันนี้ค่อนข้างลำเอียง  เพราะนำแต่เรื่องของล๊อตเต้มาเล่า   เนื่องจากว่าหลังจากที่ได้หัด ล๊อตเต้  นั่งหน้ารถมอเตอร์ไซค์ ได้แล้ว   ล๊อตเต้ก็จะตามทุกครั้งที่เห็นหยิบกุญแจรถ   ครั้งแรกเลยที่พาขึ้นหน้ารถ   ล๊อตเต้ยังเล็กอยู่ก็เลยตกใจว่า   จะพา นู๋ไปหนายยยยยยยยย  นู๋กลัวน่ะ  นู่เลยกระโดดลงมาจากหน้ารถ  เล่นเอาเบรครถแทบไม่ทัน   ได้ยินเสียงตกลงมาดังโป๊ก  tears1.gif  ต้องรีบพากลับบ้านทันที   หลังจากนั้นก็หยุดไปพักนึง

     แต่เนื่องจากล๊อตเต้มักจะเมารถ  น้องโพบอกว่าหมามักจะเมารถต้องให้นั่งบ่อยๆ   แล้วจะหายเมา(เค้าไม่ได้ดื่มเหล้านะตัวเอง  ถึงได้เมาน่ะ)   ข้อยก็เลยจับนั่งหน้ารถใหม่   เพราะว่าเวลาขับรถพาล๊อตเต้ไปฉีดวัคซีนทีไร  ล๊อตเต้มักจะอ๊วกรดทุกที ohman.gif

     หลังจากนั้นก็เลยพาขึ้นนั่งหน้ารถใหม่  โดยมีเชือกล่ามไว้ด้วย   เวลาที่ล๊อตเต้กระโดดจะได้รีบเบรครถและไม่วิ่งหนีไปที่ถนนทีนี้พอล๊อตเต้นั่งจนชำนาญแล้ว   พอจะออกจากบ้านไปไหนโดยมอเตอร์ไซค์เมื่อไหร่   ล๊อตเต้ก็จะเข้ามาหาอย่างประจบประแจง   ขอไปด้วย   ถ้าพาไปได้ก็จะพาไปด้วยทุกครั้ง



              



     หวัดดีจ้าป้าแอ๊ด  วันนี้นู๋มาโชว์ตัวค่า  นู๋มาเที่ยวเล่นอยู่ในสนามหญ้าของหมู่บ้านจ้า wavey.gif




                     


      พักเหนื่อยก่อนเน้อแม่พาซิ่งสะเวียนหัวแย้ว

               

    โชว์อึ๊มของบั้นท้ายจ้า

                    


     นู๋จะกลับบ้านแล้วค่า  บ๊ายบายเด้อค่า wave.gif   แล้วหนูจะมาเที่ยวใหม่นะค่ะ  ป้าแอ๊ด  น้าพิล  น้าแมวเหมียว  พี่มะเหมี่ยว  น้าเจมส์บอนด์ และ.......ทุกคนที่อ่านเรื่องของนู๋ค่ะ  แล้วพี่โพมาเยี่ยมหนูบ้างเปล่า  หนูเอาความรักมาให้   หนูเอาดอกไม้มาฝาก ทุกทุ๊กคนค่า  รักนู๋น้อยๆแต่รักนู๋นานๆนะค่ะ (แบบว่าพี่เป้ามาเอง  อิอิ)   flo_1.gif  flo_1.gif  

Posted by แมวเหมียว on 02 Dec. 2005,17:55
สวัสดีค่ะคุณJame_bond  flo_1.gif ติดตามอ่านไดอารี่อยู่ค่ะ.

flo_1.gif สวัสดีค่ะหนูล๊อตเต้ลูกชายคุณปาเก้  laugh1.gif

หูและหางหนูล๊อตเต้สวยดีจ้า xmas.gif
สนามหญ้าบ้านหนูกว้างดี  วิ่งเล่นออกกำลังกายคงสนุกดีเนาะ

 อิ อิ คุณแม่หนูคงวิ่งตามลูกจนผอมแน่งานนี้ sit01.gif

wave.gif
Posted by pilgrim on 02 Dec. 2005,18:32
หนูลอตเต้จ๊ะ  wavey.gif

น้าพิลอิจฉาหนูจังได้นั่งรถเที่ยว อยากพาหนูนั่งมั่ง แต่น้าพิลขับมอเตอร์ไซค์ไม่เป็น แม่ของหนูเนี่ยซิ่งน่าดูเลยนะ ตอนหนูตกลงมาดังโป๊ก หนูเจ็บไหมจ๊ะ
แต่ตอนนี้หนูชอบนั่งรถเที่ยวแล้ว แถมไม่วิ่งหนีอีกด้วย ว่างๆหนูก็แกล้งวิ่งมั่งก็ได้นะ แม่เขาจะได้วิ่งตาม ได้ออกกำลังไงจ๊ะ
รักจ้า
จากน้าพิล

ปล. ว่างๆน้าพิลจะอ่านไดอารี่ของพี่เจมส์ บอนด์ให้ฟังนะ พี่เขาเขียนเป็นภาษาปะกิดด้วย หนูจะได้หัดเรียนภาษาต่างประเทศไงจ๊ะ  wave.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 02 Dec. 2005,21:33
flo_1.gif น้าป้าแก่คะ นู๋ล๊อตเต้ เป็นผู้หญิงไหมคะ ตาแป๋วเชียวค่ะ

kissing.gif นู๋สไปร์จ๋า น้าป้าแก่พาเพื่อนมาหาแล้วค่ะ จุ๊บๆ  inlove.gif
Posted by pakae on 03 Dec. 2005,00:44
หนูล๊อตเต้เป็นผู้ฉิงจ้า    น้าแมวเหมียวเขาจะแปลงเพศให้หนูแล้วล่ะพี่มะเหมี่ยว   tongue.gif    แหมน้าพิลใจร้ายจัง    จะให้หนูแกล้งวิ่ง    หนูกลัวแม่หนูผอมอ่ะ whisper.gif     เลยสงสารวิ่งบ้างหยุดบ้าง    พอแม่วิ่งมาจะใกล้แล้วหนูก็วิ่งต่อไป     หลอกคนแก่ให้วิ่งจนหน้ามืด   อุอุอุ sofaroll.gif

           น้าแมวเหมียวจ๋า    ที่หนูไปวิ่งนะเป็นสวนของหมู่บ้านจ้า    บ้านหนูไม่กว้างเท่าบ้านน้าหรอกจ้า icon_donot.gif

            toy8.gif สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณเจมส์บอนด์    ก็พ่อแม่ให้กำเนิดเราก็ต้องจำวันเกิดของเราได้ก่อนใครเขาสิจ้ะ   ขอให้ทำงานได้เสร็จก่อนวันคริสต์มาสเด้อ    จะได้เที่ยวให้สนุกในวันปีใหม่  xmas.gif

             ปล.น้าพิลอย่าลืมสัญญาเน้อค่า thankssign.gif    

Posted by add on 03 Dec. 2005,08:34
ว้าวๆๆ ล็อตเต้ inlove.gif 

     

         มาขี่หลังพี่สไปรท์มามะ.... เวลาตกน้องจะได้ไม่เจ็บ  tongue.gif
Posted by แมวเหมียว on 03 Dec. 2005,17:29
อ้างถึง (pakae @ 02 ธค. 2005,12:44)
หนูล๊อตเต้เป็นผู้ฉิงจ้า  น้าแมวเหมียวเขาจะแปลงเพศให้หนูแล้วล่ะพี่มะเหมี่ยว  tongue.gif  แหมน้าพิลใจร้ายจัง  จะให้หนูแกล้งวิ่ง  หนูกลัวแม่หนูผอมอ่ะ whisper.gif   เลยสงสารวิ่งบ้างหยุดบ้าง  พอแม่วิ่งมาจะใกล้แล้วหนูก็วิ่งต่อไป   หลอกคนแก่ให้วิ่งจนหน้ามืด  อุอุอุ sofaroll.gif

      น้าแมวเหมียวจ๋า  ที่หนูไปวิ่งนะเป็นสวนของหมู่บ้านจ้า  บ้านหนูไม่กว้างเท่าบ้านน้าหรอกจ้า icon_donot.gif

      
 

ขอโทษๆๆหลายทีจ้า ..น้าแมวเหมียวก็ดูว่าหนูหน้าจุ๋มจิ่มน่าจะเป็นผู้หญิง..
โดยเฉพาะบั้นท้ายสวยๆที่แม่หนูตั้งใจเอามาโชว์ ฮ่า แต่ชื่อล๊อตเต้ มันฟังดูเป็นผู้ชายฮ่ะ laugh1.gif

อ้อ บ้านน้าก็ไม่มีสนามหญ้าให้วิ่งเล่นหรอกจ้าหนูล๊อตเต้ พี่ซาลาเปายังต้องวิ่งเล่นใต้ท้องรถเลย hehe.gif 
ในหมู่บ้านน้าก็ไม่มีสนามหญ้ากว้างๆแบบบ้านหนูด้วยค่ะ แต่ที่น้ามีที่ดินปลูกผัก ต้นไม้เยอะๆอย่างที่แม่หนูเห็นน้าถ่ายรูปมาให้ดูน่ะนะ.. whisper.gif อย่าเอะอะไปคือว่าน้าบุกรุกที่รกร้าง(ของคนอื่น)ริมบึงใหญ่มาทำเป็นสวนน่ะจ้า tongue.gif

เอ้อๆหนูสไปรท์มาแล้ว..เชิญหนูล๊อตเต้กับหนูสไปรท์คุยกันตามประสาคน เอ๊ย สุนัขรู้ใจกันเถอะจ้า sit01.gif  

wave.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 03 Dec. 2005,21:30
cheer.gif จุ๊บๆๆๆ ว้าว...สไปรท์รูปหล่อแล้วยังใจดีให้น้องล็อตเต้ ขี่หลังด้วย  inlove.gif
Posted by Jame_bond on 04 Dec. 2005,02:32
Wow, there are a lot of people here.... and thanks everyone for greeting me.

Today just finished a propasal to do some experiments.....ummm forget about it. Let talk about something else.

Last two days, I was very tried and did not have time to write becuase of my works but still got nothing. But tomorrow I hope something good will happen cry2.gif .  By the way, I will stop writing for a while (a few days). I'll come back again with Thai version on this Wenesday and I'll tell you the story about my trip in the national park a week ago. That 's awesome.

CU soon
If I have misspelling or wrong gramma, pls let me know and I will appreciate that. bowsdown.gif
Posted by Jame_bond on 07 Dec. 2005,17:16
Hi
Sorry don't have time to write anything, My flight to Singapore is 4 pm but I have to check in at 2 pm and I have not packed my luggage yet. ohman.gif ......
Will resume my writing soon

Anyway......กลับบ้านเรารักรออยู่..........will be in Thailand soon YEAH boogie.gif ........
Posted by Jame_bond on 11 Jan. 2006,06:28
Hi it's me again

After spending a month in Thailand, I came back Sydney again to continue my study.  I arrived sydney yesterday. This time, I'm still homesick but not as much as the first I was. I'm so bored today because there are only few friends in my office. I just called my friends and girlfriend many times. I hope I will get use to this environment soon.
Anyway, I tell you the story of my traveling in KL and Singapore on the way I went home.
Posted by pilgrim on 31 Jan. 2006,14:30
บันทึกถึงคนที่จากไป

เพื่อนสนิทที่เรียนอยู่ด้วยกัน แต่เขาเริ่มเรียนมาก่อน ค่อยทยอยจบกันไปทีละคนสองคน แต่ละคนปลาบปลื้มใจกับความสำเร็จที่เขาได้รับ และบอกฉันว่า วันหนึ่งคงจะมาถึงฉันบ้าง

ฉันเองก็ได้แต่ปลื้มใจไปกับเขา แต่ไม่ได้ปลื้มใจกับคำที่เขาบอก เพราะฉันยังไม่อยากดีใจกับอะไรที่มันยังมาไม่ถึง และหนทางกว่าที่เราจะก้าวฝ่าพ้นไป มันลุ่มๆดอนๆเพียงไหนก็ไม่รู้

วาสมิยา เพื่อนสนิทจากกาตาร์ มาล่ำลาวันสุดท้าย  เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาก คุยเรื่องสุขเรื่องทุกข์กันได้ทุกอย่าง แม้ว่าเราจะต่างวัฒนธรรม ศาสนาและเชื้อชาติ อาจกล่าวได้ว่า เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉันในอังกฤษ

จำได้ว่า ในฤดูร้อนหลังอาหารเย็น เธอมักนัดกับฉันออกไปเดินเล่นออกกำลังกายกันทุกวัน เป็นการเดินที่รื่นรมย์มาก กับสายลมเอื่อยอ่อน และท้องฟ้าแจ่มใส ท่ามกลางท้องทุ่งชนบทของอังกฤษ แล้วเราก็คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เล่าสุขทุกข์กันฟัง ระหว่างการเดิน


ฉันเช่าบ้านอยู่ร่วมกับเพื่อนนักเรียนไทยอีกสองคน เป็นสามสาว สามแม่ครัวในบ้านหลังนั้น แต่น่าแปลก ที่ฉันไม่รู้สึกสนิทกับเพื่อนคนไทยทั้งสองคนนั้นเลย ทั้งที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกัน กินข้าว กินแกงหม้อเดียวกันมาตลอดเกือบสี่ปี

คิดๆดูแล้วก็น่าแปลก ฉันเคยมานั่งคิด นั่นเป็นเพราะ เราไม่เปิดใจยอมรับกันและกัน
ฉันชอบทำอะไรที่มันตรงไปตรงมา และไม่อ้อมค้อม ขณะที่เพื่อนสองคนชอบทำอะไรแบบลับลมคมนัย เขาบอกว่ามันเป็นการดำเนินการแบบใช้จิตวิทยา
นี่ฉันคงไม่มีจิตวิทยาเอาเสียเลยนะเนี่ย
เราจึงไม่เคยเปิดใจยอมรับกันและกัน เพราะเราไม่สามารถยอมรับตัวตนของกันและกันได้ อันคำว่า "อัตตา" มันแรงอย่างนี้เอง
เราอยู่ร่วมกันเกือบสี่ปี แต่เราไม่รู้จักกันดี เรารู้จักกันเพียงเท่าที่เราแสดงให้กันและกันเห็น ซึ่งฉันขอเรียกว่า "ความไม่จริงใจ"


เมื่อวาสมิยาจากลา ฉันเศร้า และน้ำตาคลอๆ ยามเราเอ่ยถึงวันคืนเก่าๆที่เราเคยมีร่วมกัน เราต่างสัญญาจะหาทางพบกันอีกให้ได้
แต่ในงานเลี้ยงเพื่อนอีกคนที่จากลา เพราะเธอเรียนจบแล้วเช่นเดียวกัน ฉันไม่เศร้า และไม่เคยคาดหวังที่จะได้พบเจอเธออีก แม้ว่าเราจะอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน


เพื่อนรักที่เมืองไทยอีกคน ส่งข่าวเรื่องคนในสำนักงาน ว่าพี่คนหนึ่งเสียชีวิตเพราะรถคว่ำ หลังจากกลับจากดื่มเหล้า
ฉันฟังแล้วก็ไม่แปลกใจและเสียใจ เพราะรู้ว่าพี่คนนี้ดื่มจัด เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เพราะความเสี่ยงสูง เพียงแต่ว่า มันจะเกิดขึ้นในตอนไหนเท่านั้นเอง ถ้ายังไม่เกิดก็ถือว่าโชคยังดี

ผู้ชายในสำนักงานของฉัน ล้วนแต่ดื่มสุรากันจัด
ฉันเห็นแต่ละคนมักลงเอยด้วยปัญหาสุขภาพแทบทั้งสิ้น ในฐานะที่อ่อนวัยกว่าเขา ฉันจึงได้รับข่าวบางคนเข้าออกโรงพยาบาล บางคนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุเนื่องจากความเมา บางคนครอบครัวแตกสลาย เพราะไม่รับผิดชอบลูกเมีย ขอเมาดีกว่า บางคนเมาแล้วมีหลายเมีย ชวนให้ละเหี่ยใจไปหมด เมียต่างมาตบดีกันถึงสำนักงาน เป็นที่เม้ากันเซ็งแซ่
เรื่องของชาวบ้าน ย่อมเป็นอาหารปากเสมอ
แต่ที่แน่ๆ แต่ละคนล้วนจากไปก่อนวัยอันควรอย่างน่าเสียดาย


คนเราก็เกิดมาเพื่อรอพบกับความสูญเสียเช่นกันดังนี้เอง จะว่าไปแล้วตัวฉันเองจะละจากโลกนี้ไปเมื่อใดก็ยังไม่รู้เลย ตอนนี้ความเจ็บไข้ได้ป่วยมันก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ตัว ไม่ยอมไปไหนสักที
Posted by sweet lemon on 31 Jan. 2006,17:24
พี่พิลจ๋า..นู๋คิดว่าไม่ใช่แต่คนไทยดอกค่ะ.. ที่ไม่เปิดใจ.. ต้องพูดว่า..คนในประเทศเดียวกันมาเจอกันนอกประเทศ จะมีอาการไม่เปิดใจซึ่งกันและกัน

พี่พิล ลองนั่งมองชาวบ้านที่เขามาจากประเทศเดียวกันซิค่ะ ว่าเขารักกันไหม ถ้าเขารักกัน แสดงว่า นิสัยเขาเหมือนกัน เดินเส้นทางเดียวกัน พูดภาษา(ใจ) เดียวกัน หนูหวังว่าพี่พิลฯคงเข้าใจนะค่ะ  kissing.gif
Posted by add on 31 Jan. 2006,18:42
หลังจากที่ตี้เสียชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ก็มีรุ่นพี่ 2 คนที่เสียชีวิตไล่เลี่ยกัน คนแรกเคยเล่นละครอยู่กลุ่มพระจันทร์เสี้ยว เสียชีวิตด้วยโรค ไวรัสตับบี ส่วนพี่อีกคน ก็เป็นแบบเดียวกับตี้คือ เส้นโลหิตในสมองแตก

     พี่คนที่โทรมาบอก บอกว่า "รักใครก็รีบบอกซะนะ เดี่ยวจะไม่มีโอกาสได้บอก"

     tinyrose.gif tinyrose.gif  cry2.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 31 Jan. 2006,21:08
อ้างถึง (add @ 31 มค. 2006,06:42 )
พี่คนที่โทรมาบอก บอกว่า "รักใครก็รีบบอกซะนะ เดี่ยวจะไม่มีโอกาสได้บอก"


~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

"อยากบอกว่ารักทุกคนในบ้านนี้ ก็คง......ไม่ใช่"

คำว่า "รัก" ใช้เวลาบอกแค่ไม่ถึงหนึ่งนาที
แต่....กว่าจะรู้ว่ารักนั้นแท้หรือไม่..............
ก็อาจต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต............ inlove.gif

คำว่า....ผูกพัน....คิดถึง....และห่วงใย
ขอบอก....แทนคำ....ว่ารัก....ได้ไหมค่ะหม่ามี้คะ kissing.gif


~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~

flo_1.gif ขอเป็นกำลังใจให้พี่พิลนะคะ พี่พิลสู้ๆๆๆ ค่ะ winkthumb.gif
Posted by pilgrim on 01 Feb. 2006,14:07
จริงอย่างน้องมะนาวหวานว่า คนในประเทศเดียวกัน พอมาเจอกันนอกประเทศ มักจะทำหมางๆเมินๆกัน หรือประเภทลับลมคมใน ประเภทว่าไม่อยากให้ใครมารู้มาเห็นเรื่องของข้ามาก พี่พิลก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เขามีอะไรต้องปิดกันนักหนา

คนรวยเห็นคนจนกว่าก็ไม่อยากทักค่ะ เพื่อนพี่เคยไปยิ้มให้เด็กหนุ่มคนไทยท่าทางหรูสองคนในห้างที่ลอนดอน เพราะได้ยินเขาคุยภาษาไทยกัน ปรากฏว่าเขาไม่ยิ้มตอบเลยสักนิด


พี่พิลเคยเจอ คนไทยที่เป็นภรรยาชาวอังกฤษสองสามคน ที่อาจจะเรียกได้ว่าเขาไม่ได้ร่ำเรียนสูง คนหนึ่งเป็นหมอนวดมาก่อน (ออฟไปกับแขกด้วย น้องเขาเล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาค่ะ) อีกคนเป็นกระเป๋ารถเมล์มาก่อน แต่ได้มาแต่งงานกับคนอังกฤษ เขาเล่าว่า คนไทยด้วยกันที่อังกฤษจะดูถูกเขา เหยียดว่าคนละชนชั้น เขาเลยไม่อยากสุงสิงกับใคร ทั้งๆที่คิดถึงบ้านจับใจ อยากพูดภาษาไทยจับใจ

วาสมิยาเพื่อนพี่ที่มาจากกาตาร์นี่ ก็ไปกันไม่ได้กับเพื่อนที่มาจากกาตาร์ด้วยกันค่ะ จริงอย่างที่น้องมะนาวหวานว่าไว้เลย คนเรามันอยู่ที่ศรศิลป์ต้องกินกันนะ ดูซิ เชื้อชาติเดียวกัน ก็ยังไปกันไม่ค่อยได้ perturbed.gif  perturbed.gif  perturbed.gif  perturbed.gif 

พี่แอ๊ดคงใจหายเหมือนกันนะคะ ที่เพื่อนๆพากันจากไป พิลเองก็ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพี่ๆด้วยค่ะ

น้องมะเหมี่ยว น่ารักอย่างนี้เอง
พี่พิลว่า คำว่า คิดถึง ผูกพัน และห่วงใย มีค่ากว่าคำว่ารักนะ เพราะคำว่ารักมันพูดกันง่าย แต่จะแสดงออกแค่ไหน นั่นแหละคือจุดสำคัญ (แต่บอกรักให้ชื่นใจบ้างก็ดีเหมือนกันเน้อ)

เราอาจจะพูดว่า "ฉันรักเธอ" ได้ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน แต่ไม่เคยใส่ใจกันเลย ไม่ห่วงใย ไม่ถามไถ่ทุกข์สุข แต่ปากก็บอกว่า คิดถึงๆๆๆๆ รักมากๆๆ
อย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์นะคะ
แต่สำหรับน้องมะเหมี่ยว นอกจากพูดแล้วยังแสดงออกอีกด้วย ฮ่าๆๆ kissing.gif

เคยฟังเพลง ขอเป็นคนของเธอ ของ โบ สุนิตาไหมคะ
ขอบคุณจริงๆที่รักกัน น่ะค่ะ อย่างเนื้อเพลงนั้นเลย ขอมอบให้น้องมะนาวหวาน พี่แอ๊ด และน้องมะเหมี่ยวค่ะ


...จากวันที่พบกัน จากวันที่พบเธอ ฉันยังจำยังตื้นตัน
เธอรับฉันไว้ในใจ เธอให้ความผูกพัน ที่ฉันไม่เคยได้จากใคร
ไม่เคยจะนึกเลย ไม่เคยจะหวังไกล ว่ามีใครที่รักจริง
เมื่อเธอเป็นคนที่แสนดี และเธอก็เป็นเหมือนทุกสิ่ง อยากขอพูดความจริงจากใจ

* ฉันจะอยู่เป็นคนของเธอ จะรักจะดีกับเธอ ขอให้เธอได้รู้ไว้
ฉันจะอยู่เป็นคนของเธอ จะรักเธอตลอดไป ทั้งหัวใจฉันให้เธอ

ขอบคุณที่ค้ำจุน ขอบคุณที่ค้ำใจ ให้ฉันมีวันที่สวยงาม

** ขอบคุณจริงจริงที่รักกัน ขอบคุณที่เธอไม่มองข้าม อยากย้ำความรู้สึกจากใจ


ยืนยันจากใจ สิ่งใดถ้าต้องการ
แม้จะเหนื่อย ฉันไม่หวั่น ทำได้เพื่อเธอ
ตอบแทนที่เธอ ให้ความรัก
ตอบแทนที่ดีเสมอ จะไม่ทำให้เธอ ต้องผิดหวัง


เหอๆๆๆ วันนี้ จบบันทึกด้วยเพลงค่ะ
Posted by มะเหมี่ยว on 01 Feb. 2006,21:30
yes.gif เพลงนี้เคยฟังค่ะพี่พิลคะ แล้วหนูยังมีอีกเพลงที่มีความหมายดีๆ มาฝากให้ฟังกันด้วยค่ะ >>>คลิก>>>< เพลง คำตอบจากพี่ชาย >
Posted by pilgrim on 02 Feb. 2006,13:23
จ้ะๆๆ พี่พิลจะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ อย่าไปรักใครง่ายๆๆ

ขอบคุณนะคะ พี่ เอ๊ย น้องมะเหมี่ยว yes.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 02 Feb. 2006,20:47
laugh1.gif ก๊ากๆๆๆ พี่พิลอ่ะค่ะ

music.gif ฟังเพลงแล้วหายเป็นหวัดไวๆ นะคะ...ฮัดเช่ยๆๆๆic-14.gif ไอ้หยา...
Posted by add on 02 Feb. 2006,23:08
ขอบคุณพิลและมะเหมี่ยวมากจ้ะ  flo_1.gif  flo_1.gif  ความตายคงอยู่ใกล้เรานิดเดียว  cry2.gif

            บางคนบอก รัก  เข้าทำนองหว่านพืชหวังผล ละมั้ง พิล  คือบอกไปง่ายๆ บอกไปทั่วๆ  แต่คิดในอีกแง่ เขาอาจเป็นคนที่มีความรักมอบให้คนอื่นๆเสมอจ้ะ  เราก็อย่าไปเข้าใจผิดคิดว่า รักเราคนเดียว

            ถ้าเราไม่มั่นใจเราก็ไม่ต้องบอกรักเขานี่นามะเหมี่ยว   ก็บอกตามความรู้สึกที่เป็นจริง คิดถึงก็คิดถึง ห่วงใยก็ห่วงใย  ผูกพันก็ผูกพัน  หม่ามี้ว่าคนเราก็ไม่ใช่จะรักกันได้ง่ายๆหรอกจ้ะ  ต้องผ่านกระบวนการมากมาย  อิอิ   kissing.gif

            ( whisper.gif  ลิงค์เพลง คำตอบจากพี่ชาย ต้องเป็นเลข 1008 นะมะเหมี่ยวจึงจะเจอเพลงนี้น่ะ)
Posted by pakae on 03 Feb. 2006,00:39
คงจะจริงอย่างที่ทุกคนว่าไว้   ต่อให้เป็นคนในประเทศเดียวกัน  ถ้าเขาจูนได้ไม่ตรงกัน   ไปเจอต่างถิ่นกันก็ไม่รักกัน   เป็นกำลังใจให้พิลด้วยนะจ้ะ flo_1.gif

     เมื่อตอนที่เราอายูยังน้อย   คิดแต่ว่าโลกกว้างใบนี้มีอะไรให้เราค้นคว้ามากมาย   ทุกสิ่งทุกอย่างดูน่าศึกษาไปหมด   เราจะมีเพื่อนมากมาย

     

      พอเราเริ่มโตขึ้น   เพื่อนเราที่เป็นเพื่อนเราจริงๆ  ก็จะเริ่มน้อยลง   จะเหลือแต่คนที่เข้าใจกันและจูนได้ตรงกัน   เพื่อนสนิทไม่ต้องมีมากนัก   แต่ขอให้ทุกคนที่มี คือ "เพื่อนที่เป็นเพื่อน"ของเราจริงๆ    เพื่อนที่เราสามารถคุยกันได้ทุกเรื่องไม่ว่ายามสุขหรือทุกข์   เพื่อนที่สามารถแชร์ได้ทั้งความสุขและทุกข์   ถ้าเรามีเพื่อนแบบนั้นได้ก็ถือว่าเป็นวาสนาอย่างหนึ่ง winkthumb.gif    

        เมื่อวันตรุษจีนที่ผ่านมาไปไหว้พระที่ วัดไร่ขิง  จังหวัดนครปฐม   ได้เห็นป้าคนหนึ่งนำหมามานั่งคาบกระป๋องขอเงิน



     



      ทุกคนที่ได้เห็นจะรู้สึกสงสารหมามาก   โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงหมาและรักสัตว์   บางคนก็อุ้มหมามาเที่ยวด้วย  แต่ละคนก็จะหย่อนเงินกัน  ห้าบาท  สิบบาท  ยี่สิบบาท   ป้าแกก็นั่งนับเงินให้ง่วนเลย   ไอ้เราเห็นหมานั่งสัปหงก  เสียดายที่ไม่ทันได้ถ่ายภาพนั้น   เพราะมัวแต่สงสารหมาเลยหลุดปากไปว่า

      โธ่น่าสงสารนะ  นั่งหลับแล้ว   ป้าแกเงยหน้าขึ้นมาตอบเลยว่า  ขอได้ห้าพันหรือหมื่นมันก็จะนั่งอยู่อย่างนี้   เราก็โห.....ทำไมไม่ให้พักบ้างละ

     ป้าเสียงเขียวเลยว่า   เราไม่ได้ขอไว้กินวันเดียวนะ   เราต้องเผื่อวันข้างหน้าด้วย   ลูกชายลากแม่ออกมาเลย   บอกว่าฟังแล้วเซ็ง ohman.gif   สงสารหมาด้วย

      พวกเราก็เดินเลยไปริมแม่น้ำ   ไปกินไอติมกะทิของดังของที่นี่ที่ทุกคนมักจะกินกัน   พอเดินกลับมาก็อดแวะดูหมาด้วยความสงสารอีกไม่ได้   ได้ยินเสียงป้าด่าว่าหมาอย่างหยาบคาย   แกบอกว่ารำคาญคนมาถามแก  แล้วแกไม่อยากตอบ  มาหาว่าแกหยิ่งแกบอกว่าแกจะนับเงิน   แล้แกก็ตีหมาแล้วด่า ไอ้เห้..  ไอ้สั...


              เดี๊ยวฆ่าแม่งทิ้งเลย  เวลาอยูบ้านไม่นอน  มาทำงานอย่างนี้นั่งหลับอยู่ได้   หมาก็รีบยกมือไหว้คนปะหลกๆ   ใครเรียกให้ทำอะไรให้ไหว้ให้ยกมือ  ก็รีบทำทันที   ลูกชายเห็นแล้วทั้งเซ็งและโมโห  บอกว่าไม่อยากถ่ายรูปแล้วแม่   เดี๊ยวแกจะได้ใจว่าเราไปรุมดูกันมากแกเลยเล่นตัวใหญ่

       เห็นแล้วสงสารจริงๆ   ทำไมหมาดีๆมาอยู่กับคนอย่างนี้นะ   เหมือนสร้างภาพเลยว่าตัวแกเป็นคนดีเก็บหมามาเลี้ยงหลายตัว   จำได้ว่าหมาตัวนี้เคยเป็นข่าว  ว่าเป็นหมากตัญญู   หาเงินเลี้ยงคนและหมาที่แกเก็บมาเลี้ยง   คิดดูสิว่าให้หมานั่งอยู่กับที่เป็นวันๆ   ไม่ได้เดินไม่ได้วิ่งเล่นเลย  นั่งหลับก็โดนด่า   ถ้าเป็นคนจะทนได้ไหม   แกได้หมาที่ดีมาอย่างนี้  น่าจะรักมันให้มากๆ  ให้มันได้พักบ้าง   ตอนที่เห็นแกด่าและว่าจะตีให้ตาย   ยังคิดในใจว่า  บางทีถ้ามันตายไปแล้วไปเกิดใหม่ที่ดีกว่านี้   ก็คงจะดีกว่านี้      นี่ขนาดแกพาหมามานั่งขอเงินในวัด     แกยังด่าได้อย่างนี้     แล้วถ้าเป็นที่อื่นจะเป็นยังไงเนี่ย     ฉันสงสารแกจริงๆ    เจ้าตูบเอ๋ย     ขอให้แกได้พบเจ้าของใหม่ที่ดีกว่านี้เถอะ help.gif


      ..............................................................
Posted by มะเหมี่ยว on 03 Feb. 2006,05:02
อ้างถึง
(whisper.gif ลิงค์เพลง คำตอบจากพี่ชาย ต้องเป็นเลข 1008 นะมะเหมี่ยวจึงจะเจอเพลงนี้น่ะ)

inlove.gif หม่ามี้คะ พอดีคุณแคร์เธอเข้าไปลบเพลงที่โพสต์ออกไป 1เพลงค่ะ เพลงตามลิงค์เลยถูกเลื่อนตำแหน่งค่ะ
bowsdown.gif ขอบพระคุณหม่ามี้นะคะ ตอนนี้แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่ะ kissing.gif

cry2.gif โอย...ใจร้ายจังเลยค่ะ
หนูจำได้ว่าเคยดูในข่าว ไม่คิดว่าเบื้องหลังจะเป็นแบบนี้นะคะ crying1.gif
Posted by pakae on 22 May 2007,20:25
ความรัก    ความหลัง    ความทรงจำ  

       เมื่อตอนที่ล๊อคเต้ยังเป็นลูกหมาน้อย    จนเติบใหญ่ก็ได้มาเที่ยวมาวิ่งเล่นที่บ้านนี้อยู่หลายครั้ง     มาบัดนี้  "ล๊อตเต้"    ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับแล้ว     แต่   "ล๊อตเต้"  จะอยู่ในใจฉัน    ตราบเท่าที่หัวใจฉันยังเต้น    ขอเขียนไดอารี่เพื่อความระลึกถึงและอาลัยล๊อตเต้
       
       ล๊อตเต้เป็นหมาน้อยที่น่ารักร่าเริง    ฉันได้มันมาเมื่อประมาณเดือน  ก.ค.ปี48  ล๊อตเต้เกิด  18  พ.ค. 48  ตอนนั้นล๊อตเต้ยังเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ   บ้านเราไม่เคยเลี้ยงหมามาก่อน     ลูกถามว่าแม่จะเลี้ยงจริงๆหรือตอนที่มีน้องคนนึงนำมาให้     เหมือนล๊อตเต้จะได้ยินเค้ารีบคลานต้วมเตี้ยมไปนอนที่เท้าของลูก      พอลูกเห็นอย่างนั้นก็บอกว่างั้นเราลองเลี้ยงดูแล้วกัน

         ฉันพาเค้าไปฉีดยาทำวัคซีนทุกอย่างที่ควรจะทำ      พวกเราทุกคนเริ่มเอ็นดูและหลงรักมันมากขึ้นเรื่อย     ตอนแรกที่พาไปหาหมอใหม่ๆล๊อตเต้จะอ้วกทุกครั้ง    เป็นอันรู้กันว่าต้องเตรียมกระดาษ นสพ.ใส่รถไปด้วย    แต่พอได้นั่งรถบ่อยๆ    อาการเหล่านี้ก็หายไปกลายเป็นว่าถ้าเราพาเค้าเดินไปถึงรถ    เค้าจะคอยให้เราเปิดประตูรถ    และพออุ้มขึ้นไป(เนื่องจากล๊อตเต้ตัวเล็ก   จึงโดดขึ้นเองไม่ได้)    ล๊อตเต้ก็จะกระโดดข้ามไปอีกฝั่งเพื่อไปนั่งฝั่งของตัวเอง

      ตอนที่เริ่มต้นพาล๊อตเต้นั่งหน้ารถมอเตอร์ไซค์    ตอนนั้นอายุได้สักห้าหกเดือน  พอรถออกจากบ้านไปได้หน่อยนึง    ล๊อตเต้ก็กระโดดลงมาจากรถเสียดังพลั่ก    ฉันตกใจรีบหยุดรถแทบไม่ทัน    วันนั้นก็เลยยังไม่ให้ไปแต่ฉันก็ไม่เข็ด    เวลาที่รถจอดอยู่ก็พามานั่งเล่นเรื่อยๆจนตอนหลังล๊อตเต้จะชอบการนั่งหน้ารถมอเตอร์ไซค์มาก     ทุกครั้งที่ฉันหยิบกุญแจ    ล๊อตเต้จะนั่งลงกับพื้นด้วยขาหลังสองข้าง     แล้วยกขาหน้าขึ้นมาพร้อมด้วยสายตาเว้าวอน     ว่าให้นู๋ไปด้วยนะ     ฉันก็จะใจอ่อนแทบทุกทีเหมือนกัน    แต่ล๊อตเต้ก็จะเห่าเยอะเย้ยหมาที่อยู่ข้างทางไปตลอด    บางครั้งก็ยืนไปอย่างเท่ห์ไม่ยอมนั่งลง    จนฉันต้องกระตุกสายเชือกคล้องคอบ่อยๆว่านั่งลงได้แล้ว

      ตอนล๊อตเต้มาอยู่ใหม่ๆ     จะเป็นหมาที่กลัวคนมากถ้ามีใครมาที่ร้าน(ที่บ้านเป็นร้านขายของด้วย )   ล๊อตเต้จะวิ่งไปแอบ    ยิ่งถ้าเป็นคนมาส่งของพวกวัยรุ่นผู้ชาย    ล๊อตเต้จะกลัวมาก     จะวิ่งเข้าไปแอปอยู่หลังตู้เย็นในครัว      แล้วค่อยๆชะโงกหน้ามามองว่าคนๆนั้นไปแล้วยัง     ทำให้พวกเรารู้สึกขำกันมาก     จนเมื่อล๊อตเต้อายุได้แปดเดือนล๊อตเต้ก็เริ่มไม่ค่อยกลัวคนแล้ว    

    แต่กลายเป็นล๊อตเต้ที่หวงของ   และหวงถิ่นตัวเองอย่างมาก     ทำให้ฉันและหมอประจำตัวล๊อตเต้รู้สึกงงมาก     ว่าทำไมล๊อตเต้ถึงเปลี่ยนไปได้อย่างนี้    หมอบอกว่าคงจะเป็นสักระยะนึง     แต่บัดนั้นจนบัดนี้ล๊อตเต้ก็ยังเหมือนเดิม     นี่ก็เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ล๊อตเต้จากเราไป    

        บ้านเราอยู่ใกล้ถนน     ปกติจะกั้นล๊อตเต้ไว้ด้านในแต่ก็มีที่ให้วิ่งเล่นได้พอสมควร     บางครั้งก็ปล่อยมาเดินหน้าบ้าน     แต่มีเชือกคล้องคอไว้ยาวมากประมาณสิบเมตร     ที่จริงแล้วฉันไม่เคยคิดอยากล่ามล๊อตเต้เลย    เพราะสงสารอยากให้เค้าได้วิ่งเล่นเหมือนหมาตัวอื่นบ้าง    แต่ถ้าไม่ล่ามแล้วมีหมาตัวไหนเดินผ่านมา     ล๊อตเต้จะเห่าและไม่ยอมจะกระโดดออกไปสู้กับตัวนั้นให้ได้

      ล๊อตเต้ชอบกินอาหารทุกอย่างที่พวกเรากิน    อาหารเม็ดจะใส่ไว้ให้กินเล่นแก้เหงาปากบ้างเท่านั้น    ทุกเช้าจะซื้อไก่ย่างให้หนึ่งไม้    ตอนเย็นก็จะซื้อหมูแดงเปล่าๆให้กิน    เพราะเค้ากินข้าวไม่เป็น    แต่พอคุยกับหมอหมอบอกว่าอย่าให้กินไก่ย่างมากนัก     เดี๊ยวเป็นมะเร็ง    ตอนหลังๆฉันก็เลยไม่ค่อยกล้าให้     แต่ล๊อตเต้มักจะคอยดมๆเวลาใครไปข้างนอกกลับมาว่ามีไก่ย่างมาฝากหรือเปล่า     ถ้าฉันรู้ว่าเค้าจะจากเราไปเร็วอย่างนี้    คงให้กินทุกอย่างที่อยากกินไปแล้ว    

      ล๊อตเต้ชอบกินผลไม้    กินส้มบางครั้งเกือบหมดลูกองุ่น   เงาะ    ก็ชอบกิน    ถั่วต่างๆก็ชอบมาก    ไม่ว่าเรากินอะไร    ล๊อตเต้จะอยากกินด้วยทุกอย่าง

      ล๊อตเต้มีช่วงขาที่แข็งแรง    วิ่งเก่งมาก    เพราะลูกสอนให้ขึ้นลงบันไดจนเป็น    แล้วล๊อตเต้ก็จะวิ่งตามพวกเราขึ้นลงทุกวัน     บางทีก็วิ่งเล่นเองขึ้นลงทั้งวันไล่กับแมวในบ้านที่เลี้ยงคู่กันมา    เป็นเพื่อนกัน   บางครั้งแมวก็ยอมเล่นด้วย    แต่ส่วนมากไม่ค่อยเล่นด้วยหรอก    เพราะล๊อตเต้แรงเยอะถึงตัวจะเล็กๆ น้ำหนักเพียงห้าโลกว่าๆ    แต่ก็มีแรงปะทะพอสมควร

      ที่น่าตลกคือถ้ามีใครยืนอยู่นอกช่องที่กั้นไว้    ล๊อตเต้จะเห่าแบบเอาเป็นเอาตาย     แต่ถ้าเปิดให้คนๆนั้นเข้ามา    ล๊อตเต้ก็จะเฉยๆ    ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น    ซึ่งบางคนก็ไม่ยอมจะเข้ามาเพราะกลัว     แต่พอฉันรับรองว่าเข้ามาได้     เขาก็ต้องแปลกใจกันทุกคนว่าทำไมถึงหยุดเห่าทันที     ฉันคิดไปเองว่าล๊อตเต้คงเห็นว่าเมื่อเรายอมให้เข้ามาก็แสดงว่าไม่เป็นไร     ล๊อตเต้จึงไม่เห่า

Posted by pakae on 22 May 2007,20:52
ล๊อตเต้ชอบคาบรองเท้า    เมื่อไหร่ที่มีใครถอดรองเท้าเพื่อเดินเข้ามาในครัว    บ้านเราเป็นร้านขายของจึงใส่รองเท้าเดินกัน    แต่พอเดินไปส่วนครัวก็ต้องถอด    เพราะตรงนั้นจะปูกระเบื้อง      ล๊อตเต้จะคาบของทุกคน    ยกเว้นของฉัน    แต่ถ้าฉันใส่คู่ใหม่    ล๊อตเต้ก็จะคาบไปเล่นเหมือนกัน    แต่วิธีของล๊อตเต้คือ    เมื่อคาบไปแล้วจะทำท่าเหมือนจะวิ่งมาคืน     พอเราจะเดินไปเอาคืนล๊อตเต้ก็จะวิ่งหนีออกไปอีก    พร้อมทั้งเอียงคอมอง   ว่าตามมาแล้วยังจะได้วิ่งหนีต่อไป     พอเราวิ่งมากๆล๊อตเต้ก็จะทิ้งรองเท้าแล้ววิ่งไปที่อื่นแทน

           พอตอนเย็นพวกเราขึ้นข้างบนบ้านกัน     ล๊อตเต้ก็จะวิ่งตามเราไป      ฉันก็จะจับล๊อตเต้มากอดมาวิ่งเล่นลูกบอลกัน    หาหมัดบ้าง    อาบน้ำให้บ้าง    ล๊อตเต้จะมีความสุขมาก     เพราะข้างบนคือที่ๆล๊อตเต้รู้สึกเป็นอิสระ    สามารถวิ่งไปได้ทุกที่     ไม่ต้องคอยเห่าหรือคอยมองว่ามีคนหรือหมาผ่านมาในที่ของตัวเองหรือเปล่า     ล๊อตเต้เป็นหมาขี้ร้อน    พอเราเปิดแอร์ในห้องนอน     ล๊อตเต้ก็จะเข้าไปนอนบนที่นอนที่เราจัดไว้ให้    แล้วนอนหงายเอาขาขึ้นทั้งสี่ข้าง     บางครั้งก็นอนหลับตาพริ้มบนผ้าห่มอย่างมีความสุข      แต่ฉันจะให้ล๊อตเต้นอนเล่นกับพวกเราถึงสี่ห้าทุ่ม    แล้วก็บอกว่าไปนอนบ้านตัวเองได้แล้ว      บ้านล๊อตเต้จะเป็นกรงอยู่หน้าห้อง   ล๊อตเต้ก็จะทำท่าอิดออด    บางครั้งพอเราเปิดประตูบอกให้ออกไป    ล๊อตเต้ก็แกล้งทำเป็นนอนหลับไม่รู่ไม่ชี้     บางครั้งฉันก็ยอมให้นอนต่อ    บางครั้งก็ต้องทำเป็นดุ    เพราะฉันกลัวว่าเค้าจะเคยตัว    ฉันเคยเสียแมวไปตัวนึงเพราะโดนรถชน     ตอนนั้นก็เสียใจมากเหมือนกัน    ตอนเลี้ยงล๊อตเต้     ตั้งใจว่าจะไม่รักให้มากนัก     เพราะฉันกลัวเสียใจ     พยายามเก็บความผิดพลาดอันเก่ามาเป็นบทเรียน     แต่ที่ไหนได้ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่    ฉันกับล๊อตเต้ต่างฝ่ายต่างก็ยิ่งรักกันมากขึ้นเรื่อยๆ     ฉันคิดไว้เสมอว่าล๊อตเต้จะอยู่กับฉันจนแก่ๆ    เดินไม่ไหววิ่งไม่ไหว     ให้ฉันอุ้มขึ้นบันไดแทน

          เมื่อวันสงกรานต์ที่ 14   เม.ย.ที่ผ่านมาพวกเราจะไปเที่ยวสวนองุ่น   กับเขื่อนป่าสักกัน    เดิมทีเราไม่เคยพาล๊อตเต้นั่งรถไปต่างจังหวัดด้วย     แต่วันนั้นฉันรู้สึกอยากพาไปด้วย    ทุกคนในบ้านก็ไม่มีใครบ่น    ยังว่าก็ดีเหมือนกัน

      ตอนแรกฉันกลัวว่าล๊อตเต้จะเมารถ   เพราะไม่เคยนั่งรถนานอย่างนี้มาก่อน     แต่ล๊อตเต้ก็ไม่เป็นไร    แต่มีตื่นเต้น    ไม่ยอมนอนหลับ     และไม่ค่อยกินอะไรเท่าไหร่     ฉันคอยเอาน้ำแข็งให้กิน    ล๊อตเต้ชอบกินน้ำแข็ง   กินไอติมแท่ง    ยิ่งไก่ เคเอฟซี   ยิ่งชอบมาก    วันนั้นพวกเราไปเที่ยวด้วยกันอย่างมีความสุข     ถ่ายรูปร่วมกันหลายใบ      รูปที่ถ่ายมานั้นล๊อตเต้ดูสวยมาก    ฉันตั้งใจจะไปเที่ยวหัวหินกันตอนปลายเดือน    ยังบอกว่างั้นเราพาล๊อตเต้ไปด้วยดีกว่า      ฉันติดต่อ   รพส.ที่หัวหินไว้แล้วว่าจะพาล๊อตเต้ไปฝากเลี้ยงตอนกลางคืน     เพราะโรงแรมนั้นไม่ได้ให้นำสุนัขเข้าไปด้วย     ฉันตั้งใจว่าให้เขาได้เที่ยวกับพวกเราก่อน    ฉันจะพาเขาไปเที่ยวทะเลเล่นทรายอย่างมีความสุข    

      แต่พอถึงตอนเย็นของวันที่  20   ทุกอย่างที่ฉันเตรียมไว้ให้ล๊อตเต้     ก็ต้องหมดสิ้นไป    วันนั้นฉันไม่ได้อยู่บ้าน    ออกไปข้างนอก     พอที่บ้านโทรมาบอกว่าล๊อตเต้หลุดออกไปนอกบ้านแล้วโดนรถมอเตอร์ไซค์ชน    ตอนแรกเขาคิดว่าล๊อตเต้ไม่เป็นอะไร     พอโดนแล้วล๊อตเต้ก็ตกใจ     วิ่งกลับเข้ามาในบ้านทันที    มานอนลงไปในบ้านแต่พอแฟนไปเขย่าตัว    ล๊อตเต้ก็นิ่งไปทันที     เขารีบโทรมาบอกฉัน     พอฉันได้ยินฉันแทบสติแตก     ขับรถไปร้องไห้ไป     พอกลับมาถึงบ้านก็มานั่งลูบหัวลูบตัว    จับขาจับเท้าล๊อตเต้บอกว่าหม่ามี้กลับมาแล้ว     ลุกขึ้นมาเร็วๆ     ฉันนั่งอยู่อย่างนั้นไม่อยากลุกไปไหน     ไม่อยากรับรู้ความจริงใดๆ     พอลูกๆรู้ข่าวก็รีบกลับบ้านทันที    

        บ้านเราไม่มีที่มากนัก     ถ้าจะฝังลงดิน    ก็จะทำให้ล๊อตเต้ต้องอยู่นอกบ้าน    ซึ่งฉันกับลูกทนไม่ได้     พวกเราเลยไปซื้อกระถางใบใหญ่มา     กับต้นทับทิมหนึ่งต้น      แล้วให้ล๊อตเต้นอนอย่างสงบในกระถางใบนั้น     ที่ระเบียงบ้านชั้นสอง      ที่ล๊อตเต้ชอบออกไปเดินเล่น

        พอตอนกลางคืนฉันกับลูกก็พากันสวดมนต์       ขอให้ล๊อตเต้ไปสู่สวรรค์     ฉันอธิษฐานจิตว่าขอให้ได้กอด ล๊อตเต้อีกครั้ง    ก่อนที่เราต้องจากกันชั่วนิรันดร์      คืนนั้นฉันนอนไม่ค่อยหลับ     แม้อยากนอนมากเพราะอยากฝันถึงล๊อตเต้อีกครั้ง    จนเวลาตีหนึงฉันก็เดินออกมาที่ระเบียงที่ล๊อตเต้นอนอยู่     แล้วบอกว่าฉันคิดถึงล๊อตเต้มากเหลือเกิน     ทำไมถึงจากฉันไปอย่างนี้

       ฉันเข้าไปนอนอีกทีเกือบตีสอง     ฉันหลับไปและฝันว่า     ฉันเห็นล๊อตเต้กำลังจะวิ่งลอดอุโมงค์แห่งหนึ่ง    ล๊อตเต้หน้าตาตื่นๆงงๆ    ฉันตะโกนไปว่าล๊อตเต้อย่าเพิ่งไป     กลับมาให้ฉันกอดก่อน     แล้วล๊อตเต้ก็วิ่งกลับมาให้ฉันกอด     ฉันกอดล๊อตเต้ด้วยความรักเป็นครั้งสุดท้ายมีเสียงแว่วมาว่า    ล๊อตเต้ต้องไปแล้ว     ฉันก็ส่งล๊อตเต้ผ่านประตูไป      นับจากนั้นฉันก็ไม่เคยเห็นล๊อตเต้อีกเลย

         ตอนเช้าพวกเราทุกคนไปใส่บาตรให้ล๊อตเต้     ตอนบ่ายไปทำสังฆทาน      ฉันได้สนทนากับหลวงตา    ท่านเล่านิทานชาดกว่า      สัตว์ทุกตัวมีกรรมเป็นของตนเอง     ถึงแม้สุนัขตัวนี้จะอยู่กับเราอย่างมีความสุขก็ตาม     แต่เค้าก็คือหมาเป็นสัตว์เดรัจฉาน     การตายของสัตว์คือการหมดกรรมชาตินึงของเค้า     แม้แต่พระพุทธองค์ก่อนที่จะตรัสรู้ก็ยังต้องไปเกิดเป็นสัตว์ต่างๆมากมาย     แต่พระองค์จะไปเป็นพญาของสัตว์ต่างๆเหล่านั้น    ทั้งมนุษย์และสัตว์ล้วนแต่มีกรรมติดตัวมาแต่กำเนิด     ทำให้จิตใจฉันสงบลงอย่างมาก     พอเช้าอีกวันฉันก็นิมนต์พระมารับบาตรและทำสังฆทานตรงที่ล๊อตเต้นอนเป็นครั้งสุดท้าย    

       ฉันได้ซื้อกล่องมาหนึ่งใบ     ในนั้นมีปลอกคอ    กับขนส่วนหางที่ฉันตัดไว้     ก่อนจะฝังล๊อตเต้     ในนั้นจะเป็นกล่องแห่งความรักความทรงจำอันมากมายที่ฉันและครอบครัวมีต่อล๊อตเต้       ฉันจะรักและคิดถึงเจ้าเสมอ    ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งเจ้ามาให้ฉัน     ถึงเวลาจะสั้น    แต่ก็เป็นเวลาที่มีความสุข   เป็นเวลาของความรัก  ความหลัง    ความทรงจำ  

        ความซื่อสัตย์     ความน่ารัก    ความขี้เล่น    ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ในกล่องแห่งความทรงจำตลอดไป

       เรื่องของล๊อตเต้ก็ได้เดินทางมาถึงบรรทัดสุดท้าย      เนื้อเรื่องคือบรรทัดสุดท้ายแต่คำว่ารักไม่มีบรรทัดสุดท้าย       พวกเราจะรักและคิดถึงเจ้าตลอดไปล๊อตเต้ที่รักยิ่ง    18/5/48 - 20/4/50

 

 
 
           



          ล๊อตเต้ที่รักแม้เวลาจะผ่านมาเดือนกว่า     แต่ฉันยังคิดถึงแกทุกวัน     แกรู้ไหมว่าทับทิมต้นนั้นออกดอกเต็มต้น     ตอนนี้กำลังออกลูก    มีอยู่ลูกหนึ่งอยู่ตรงกลางต้นเลย      ล๊อตเต้คงกำลังมองลงมาหาหม่ามี้จากที่ใดที่หนึ่งใช่ไหมถึงกายเราห่างกัน    แต่หัวใจเราจะคิดถึงกันเสมอ    รักแกเสมอ    จนกว่าเราจะพบกันใหม่

Posted by add on 22 May 2007,22:57
ประทับใจมากเลยหม่ามี้จ๋า   cry2.gif  อ่านไปร้องไห้ไป  ล็อตเต้ต้องได้ไปเกิดใหม่ดีกว่าเดิมแน่นอนเลยจ้ะ  ด้วยความรักและผลบุญที่หม่ามี้มีให้และทำให้อย่างต่อเนื่อง  tinyrose.gif

           คิดถึงล็อตเต้ และคิดถึงหม่ามี้มากๆเลย   cry2.gif

Posted by แมวเหมียว on 23 May 2007,09:08
อ่านความรัก ความหลัง ความทรงจำ และความผูกพันของปาเก้ รวมทั้งครอบครัว

ต่อล๊อตเต้ แล้ว  ประทับใจมากๆเลยค่ะ

ขอให้ครอบครัวปาเก้มีความสุข เหมือนขณะที่ยังมีล๊อตเต้อยู่ tinyrose.gif

Posted by pilgrim on 23 May 2007,15:58
พิลก็เศร้าไปด้วยนะจ๊ะ พี่ปาเก้ cry2.gif

แต่อย่างน้อย ล็อตเต้ได้ทิ้งบางสิ่งบางอย่างไว้ให้พี่ปาเก้ ที่มากกว่าความทรงจำ นั่นคือ พระพุทธคุณและพระพุทธธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งช่วยโน้มนำ กล่อมเกลาจิตใจมนุษย์ให้สงบ เยือกเย็นและ มีสติต่อความทุกข์ที่เกิดขึ้น

ขอส่งกำลังใจมาให้พี่ปาเก้และครอบครัวนะจ๊ะ tinyrose.gif

Posted by pakae on 24 May 2007,19:03
ขอบคุณพี่แอ๊ด   แมวเหมียว  พิล และเพื่อนๆมากที่แวะมาอ่าน    ไดอารี่นี้เขียนไว้ตั้งแต่ล๊อตเต้จากไปใหม่ๆ    

       พิลอย่าเศร้าไปเลยนะ     พี่เองก็ได้ข้อคิดหลายอย่าง      จริงๆแล้วตอนนี้ก็ปลงไปเยอะมาก     ไปอ่านกลอนธรรมะของมะนาวหวานตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย    ก็ดีขึ้นเยอะ    แล้วตอนนี้พวกเราก็กลับมาคุยกันใหม่แล้ว     เราต้องต้อนรับบ้านใหม่ด้วยใจเบิกบาน     ชีวิตเราวันข้างหน้าเป็นไงไม่รู้     แต่วันนี้เรามีเพื่อนดีๆ    ก็ดีใจมากแล้วละจ้ะ

        คิดถึงทุกคนเช่นกัน

Posted by pakae on 24 May 2007,22:01
 "ทุกข์ใจมากใช่ไหม   ที่รักของฉัน"        

        มิเนโกะ อิวาซากิ เป็นอดีตเกอิชาที่มีชื่อเสียงทั่วโลกจากหนังสือเรื่อง Geisha และยังเป็นที่มาของหนังสือยอดนิยมเรื่อง Memoirs of a Geisha  ของอาเทอร์ โกลเดน

         ในวัยเด็กนั้นเธอมีชีวิตที่ลำบากแสนเข็ญ เนื่องจากเป็นเด็กกำพร้าและไร้การศึกษา ลุงจึงนำเธอไปขายให้แก่สำนักเกอิชาตั้งแต่ยังเล็ก ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยเคราะห์กรรม นอกจากสูญเสียน้องชายที่รักแล้ว เธอยังสูญเสียคนรักที่เป็นทุกอย่างในชีวิต

        แล้ววันหนึ่งเธอก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง เธอเดินเข้าไปในป่าท่ามกลางพายุหิมะและนั่งรอความตายอันหนาวเหน็บ แต่ชายชราผู้หนึ่งช่วยชีวิตเธอเอาไว้

         ชายชราพูดประโยคหนึ่งซึ่งเตือนใจให้เธอได้คิด "คนที่คิดถึงแต่ตัวเองย่อมอยากตายทั้งนั้น" ชายชราขอให้เธอกลับเข้าไปในเมือง และทำดีกับผู้อื่นวันละคน หลังจากนั้นถ้าเธอยังอยากตาย เขาจะช่วยเธอให้สมปรารถนา

        เธอทำตามที่ชายชราแนะนำ เธอเริ่มต้นด้วยการซื้อหนังสือให้เด็กยากจนคนหนึ่ง จากนั้นเธอก็เล่านิทานให้เด็กฟังวันละคนสองคน ต่อมาเธอเริ่มแต่งนิทานเอง นับแต่วันนั้นเธอไม่เคยกลับเข้าไปในป่าแห่งนั้นอีกเลย



          ในยามที่เราประสบเคราะห์กรรม เรามักคิดว่าโลกนี้โหดร้ายกับเราเป็นอย่างยิ่ง "ทำไมถึงต้องเป็นฉัน ?" ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามนี้ราวกับว่ามีฉันคนเดียวที่โชคร้ายอย่างนั้น แต่ทันทีที่เรามองพ้นตัวเองออกไป จะพบว่าคนที่ทุกข์อย่างเราก็มีไม่น้อย และคนที่ทุกข์ยิ่งกว่าเรายังมีอยู่อีกมากมาย

          การรับรู้ว่ายังมีคนอีกมากมายที่ทุกข์ยิ่งกว่าเรา ช่วยให้เราทานทนเคราะห์กรรมได้มากขึ้น แต่ดียิ่งกว่านั้นก็คือการก้าวพ้นจากโลกของตัวเอง ออกไปช่วยเหลือคนเหล่านั้น การได้ช่วยเหลือผู้อื่นไม่เพียงช่วยให้เราหมกมุ่นกับความทุกข์ของตัวเองน้อยลงเท่านั้น หากยังทำให้จิตใจได้รับความสุข สุขเพราะรอยยิ้มของผู้ที่ได้รับไมตรีจากเรา และสุขเพราะได้พบว่าชีวิตของเรายังมีคุณค่าอีกมาก หาได้ไร้ค่าอย่างที่เคยเข้าใจไม่

        "ผู้ให้ความสุขย่อมได้รับความสุข" พุทธภาษิตนี้คือความจริงที่คงทนต่อการพิสูจน์เสมอ



         หญิงผู้หนึ่งซึ่งเป็นแพทย์เด็กได้สูญเสียสามีอย่างปัจจุบันทันด่วน เธอโศกเศร้ามากจนไม่มีใจทำอะไรทั้งสิ้นแม้จะกลับไปที่ทำงานหลังเสร็จสิ้นพิธีศพ เธอก็ได้แต่นั่งจับเจ่าอยู่ในห้อง ไม่ออกไปหาคนไข้ และไม่พูดไม่จากับใคร หัวหน้าและเพื่อน ๆ ในแผนกกุมารเวชพยายามปลอบโยนและให้กำลังใจ แต่ก็ไร้ผล

         ผ่านไปสองสัปดาห์เธอก็ยังไม่สร่างซาจากความโศกเศร้าและความเงียบงัน ในที่สุดหัวหน้าก็คิดวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ เขานำทารกคนหนึ่งที่ป่วยหนักไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธอ พร้อมกับบอกว่าทารกคนนี้ต้องการการดูแลรักษา แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป

          ทีแรกเธอก็นั่งเฉย แต่ไม่นานทารกก็เริ่มร้องไห้ เธอยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง แต่เมื่อทารกร้องดังขึ้น เธอก็อยู่เฉยไม่ได้ ลุกขึ้นมาดูทารก และพบว่าจำต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมและป้อนนม เสร็จแล้วเธอก็กลับไปจับเจ่าเหมือนเดิมอีก แต่ทารกไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้นได้นาน เธอจึงต้องลุกขึ้นมาดูแลเด็กเป็นระยะ ทีนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนนม แต่เยียวยาอาการเจ็บป่วยของเด็กน้อยด้วย

           วันรุ่งขึ้นเมื่อกลับมาที่โรงพยาบาล สิ่งแรกที่เธอทำคือถามว่าทารกคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เธอเข้าไปตรวจดูอาการของทารกถึงเตียง และพบว่ายังมีทารกอีกหลายคนที่รอคอยการดูแลรักษาจากเธอ

           วันนั้นทั้งวันเธอจึงง่วนอยู่กับการรักษาเด็ก วันถัดไปก็เช่นเดียวกัน เธอไม่มีเวลาที่จะเจ่าจุกกับความทุกข์อีกต่อไป ไม่นานเธอก็คลายจากความโศกเศร้า และกลับมาเป็นคนเดิมที่แย้มยิ้มหัวเราะได้



           คนเราทุกข์ไม่ใช่เพียงเพราะว่าประสบกับสิ่งไม่สมหวังเท่านั้น หากยังเป็นเพราะเราเอาใจไปหมกมุ่นเจ่าจุกกับความไม่สมหวังด้วย ยิ่งหมกมุ่นก็ยิ่งทุกข์ แต่เมื่อใดที่ถอนใจออกไปจดจ่อกับสิ่งอื่นแทน ความทุกข์ก็จะบรรเทาลง

           การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถดึงจิตออกไปจากความทุกข์ได้ อีกทั้งยังมีความสุขเป็นรางวัลตอบแทน

            คนเราทุกข์ไม่สร่างก็เพราะมัวแต่คิดถึงแต่ตัวเอง เพราะเหตุนี้ใช่ไหมชายชราจึงเตือนสติมิเนโกะอิวาซากิว่า "คนที่คิดถึงแต่ตัวเองย่อมอยากตายทั้งนั้น"

          นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้ารักตัวเองจริงก็อย่าลืมนึกถึงผู้อื่นให้มาก ๆ



ที่มา : เมล์ฟอร์เวิร์ด
ผู้เขียน : ไม่ปรากฎชื่อ

          ขอบคุณนกพญาไฟ     ที่นำเมล์ฟอร์ดเวิร์ดนี้มาลงไว้ที่     < www.mobilehip.com >     ชุมชนคนมีเพื่อนชอบเขียนชอบอ่าน      เป็นเวปของเพื่อนพวกเราคนหนึ่ง     พอดีวันนี้ได้คุยกัน     เขาชวนไปดูเวปของเขา     ได้เจอบทความนี้โดนใจมาก       ขออนุญาตลอกมาลงไว้  ณ  ที่นี้

Posted by เก็จแก้ว on 26 May 2007,12:49
แก้วขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งค่ะพี่ปาเก้... การพลัดพรากจากสิ่ง อันเป็นที่รัก  เราไม่อาจฝืนกฎเกณฑ์ของธรรมชาติได้เลย... แก้วขอให้พี่ปาเก้ผ่านพ้นวันแห่งความเศร้าไปได้ด้วยดีนะคะ และขอเป็นกำลังใจให้พี่ปาเก้อีกคนค่ะ  flo_1.gif


(ขอขอบคุณ สำหรับฟอร์เวิร์ดเมล์ด้วยค่ะ)

Posted by sweet lemon on 15 Jun. 2007,01:17
มะลาวชวนน้าปาเก้มาร่วมกันอธิฐานจิต ให้ล้อตเต้ไปเกิดเป็นมนุษย์ในเร็ววันค่ะ ...  EM145.gif

เพราะมีแต่.."มนุษย์".. เท่านั้นที่จะสามารถทำความดี พัฒนาจิตของตนให้ไปสู่ในที่สูงๆๆ จนถึงนิพพานได้ค่ะ  tinyrose.gif

ทำความดีไปเกิดเป็นเทวดา หมดวาระจากเทวดา ก็สามารถดิ่งลงนรกได้ เพราะไม่มีการพัฒนาจิต

ยังมีอีกค่ะ ..พระอาจารย์ท่านเทศน์ตอนที่มะลาวไปภาวนาถือศีล8 ค่ะ ยังไงถ้าเว็ปลื่นไหลเหมือนเมื่อก่อน มะลาวจะนำธรรมะดี (ที่มะลาวว่าดีนะค่ะ อิอิ laugh1.gif ) มาลงค่ะ แต่ต้องให้มะลาวขยันด้วยนะค่ะ เหอๆๆ  smSL11.gif  smSL13.gif  smSL03.gif  boogie.gif  snaping.gif  smSL07.gif

wave.gif

Posted by pakae on 15 Jun. 2007,10:18
ขอบคุณน้องมะนาวมากเลยจ้ะ     ที่มาช่วยอธิษฐานจิตให้ล๊อตเต้ได้ไปเกิดเป็นมนุษย์  EM145.gif


           น้าเองตอนไหว้พระสวดมนต์ก็จะอธิษฐานจิตอยู่ทุกครั้งว่าขอให้เราได้มาพบเจอกันอีก  EM144.gif      

          น้าอาจจะคิดถึงล๊อตเต้มากหรืออะไรก็แล้วแต่      ตอนที่น้าบอกทางขวัญเรือนว่าขอส่งเงินค่าต้นฉบับเรื่องของล๊อตเต้     ไปร่วมทำบุญให้เด็กยากไร้ตามที่ต่างๆนั้น Minigz2503.gif

          อีกสองสามวันต่อมา      น้าฝันว่าเดินไปที่สะพานแห่งหนึ่ง..............  

          ที่ปลายสะพานนั้นเห็น "ล๊อตเต้"   นั่งคอยอยู่ด้วยความดีใจพร้อมทั้งกระดิกหางไปมา  EM133.gif

           พอน้าเดินไปถึง "ล๊อตเต้" ก็กระโดดเข้ามาหาน้ากอด"ล๊อตเต้"   ด้วยความดีใจแล้วน้าก็ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพอดี tinyrose.gif

        เวปลื่นไหลเมื่อไหร่     และน้องมะลาวพอมีเวลาว่าง      มาแต่งนิทานกลอนธรรมะอีกนะ    น้าไปอ่านแล้วชอบมากเลย     EM142.gif

Posted by add on 16 Jun. 2007,22:26
วันก่อนมีคนเล่าเรื่องพระรูปหนึ่ง  ท่านสิ้นลมไป แล้วฟื้นขึ้นมาอีก ท่านเล่าว่าท่านเดินข้ามสะพานไป  แล้วก็ได้พบ  พระรูปที่มรณภาพไปแล้ว  อย่าง หลวงปู่แหวน  แล้วก็อีกสองสามรูป   ในตอนนั้นก็มีพระรูปหนึ่งบอกว่า  ท่านยังมาไม่ได้เพราะสร้างวัดยังไม่เสร็จ  ให้กลับไปทำให้เสร็จ  ท่านจึงฟื้นขึ้นมา  และมีอายุยืนยาวมาอีก 40 ปีด้วยซ้ำ  นี่คือหลวงปู่สมชาย  แห่งวัดเขาสุกิมจ้ะ  

           เห็นปาเก้เล่าเรื่องไปพบล็อตเต้ที่ปลายสะพาน  ก็เลยสงสัยว่าสงสัยจะเป็นสะพานข้ามภพชาติเนาะ   อย่างคนจีนที่ทำพิธีกงเต็กก็ให้เดินข้ามสะพานเหมือนกัน

            เอ..แล้วในฝันปาเก้เห็นฝอยทองด้วยหรือเปล่า   EM144.gif

Posted by pakae on 19 Jun. 2007,21:50
ยังไม่เคยฝันถึงฝอยทองอีกเลยพี่แอ๊ด      ยังไม่เคยฝันถึงฝอยทองชัดเจนเท่าที่เคยฝันถึง "ล๊อตเต้"เลย

       เวลาที่ฝันถึงล๊อตเต้มันชัดเจนมาก    และยังจำได้แม่นจนถึงทุกวันนี้  EM144.gif

      เรื่องเดินไปที่สะพานเคยได้ยินมาเหมือนกันนะพี่แอ๊ด     ว่าถ้าเราเดินข้ามสะพานไปก็เหมือนเป็นการเดินข้ามภพไป    

          แต่ตอนนั้นยังเดินไม่ถึงปลายสะพานดี     จำได้แต่เห็นล๊อตเต้นั่งคอยอยู่ด้วยความดีใจ      เล่าอย่างนี้ผู้ที่ปฏิบัติธรรมทั้งหลายจะว่าเราเพ้อเจ้อไหมเนี่ย yin-yang.gif


            เราคงยังมีกรรมติดตัวอยู่อีกมาก     เลยยังเดินข้ามสะพานไปไม่ได้ EM140.gif

Posted by add on 20 Jun. 2007,22:19
ไม่น่าจะเพ้อเจ้อนะ  ต้องถามคุณคิลิน   yin-yang.gif

         งั้นพี่ว่าฝอยทองคงไปเกิดใหม่แล้ว   ICON015.gif

Posted by Yaya on 25 Jun. 2007,05:27
Good morning from Sydney,
To all Khon Thummada

 It was very long time I'm not log in our home but absolutely miss everyone here. I'm in sydney now for my study. I've been here since last week. If I have a free time, I promise to be here and have a chat with all of you. K Nok, K Ed P' Ruesri are you still here. I want to say I miss you soooo much.
 It's time to class for now. Hope to come back again.  EM133.gif   EM130.gif

Posted by KiLiN on 25 Jun. 2007,20:24
โห....สวัสดี น้องหยา  tinyrose.gif

           ดีใจได้พบเพื่อนเก่า  ที่หายหน้าจากไปนาน ตอนเห็นยังนึกเอตาฝาดไปเปล่า  ..แล้วพิมพ์ไทยจะอ่านได้ไหมเนี่ย  ก็ทำไงได้  ภาษาปะกิดมันไม่แข็งแรง  รู้สึกเขียนแล้วไม่ได้ความหมายอย่างใจนึก  น้องหยามาก็ดีแล้ว  เมื่อไรจะเปิด corse ล่ะ  มีคนเข้าไปถามหาอยู่นา

            biggrin.gif ฮ่า ไม่ได้เจอตั้งนาน  ไม่ถามข่าวคราวสุขภาพเลย  จะใช้งานซะแล้ว   How are you ? (อย่างน้อยก็มีภาษาปะกิดแล้ว  hehe.gif )

            อ้อ แล้วที่ถาม K Nok ยังอยู่ K Ed และ P' Ruesri นี่ไม่เห็น อาจนานๆ แว๊บมาที แต่ไม่บอก   laugh1.gif

Posted by add on 25 Jun. 2007,22:16
สวัสดีค่ะ น้อง Yaya ดีใจด้วยที่ได้ไปเรียนต่อ  ขอให้ประสบความสำเร็จ   flo_1.gif  แล้วมาเยี่ยมเยียนกันอีกนะคะ  EM142.gif
Posted by Yaya on 26 Jun. 2007,05:21
Ahhh Good morning Luang P' and pa Add

 I'm very pleased to hear that everyone miss me. For your asking (Luang P'), I am a bad tutor to expand the course ha ha ha hehe.gif  Becuase the time is very limited for me.
 Pa Add, Do you know, I want to hug you   smSL07.gif . It is still friendly when we meet again. Pa Add and Luang P' You know, You make me feel like the first day I come to this home... thank you so much.

 It's time to my class again I will come back again.

Oh.. sorry that the key board here is not Thai language so Luang P' let's come and learn English here o.k.? EM142.gif

Bye.. ICON015.gif

Posted by add on 26 Jun. 2007,11:38
โห..ไม่เจอกันนานมาก ตอนนี้เราเป็นป้าไปแล้ว  อิอิ  smSL07.gif   จ้ะ มิตรภาพเรายังต่อกันเสมอ  ขอให้มีความสุขจ้ะ  inlove.gif
Posted by KiLiN on 26 Jun. 2007,21:18
อ่านพอได้  สำนวนน้องหยา ok อ่านง่ายเข้าใจง่าย

แต่ให้เขียนนี่ฝืด  ไม่ได้ดังใจนึก  

English ก็ถามไปงั้นแหล่ะ  ไม่ว่างไม่เป็นไรครับ

ถามเผื่อคนอื่น  ส่วนตนเองแก่เกินแกง แก่เกินเรียน  biggrin.gif

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard