Forum: ห้องสังคม
Topic: *** LOVE STORY ***
started by: fong

Posted by fong on 02 Aug. 2002,23:50
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเรื่องเล่าระหว่างสาวสวยและหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งรักกันอย่างดูดดื่ม...
ทั้งสองได้สาบานว่า
แม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้
และในครั้งนั้น

ยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดที่จะแน่นอน
เท่าความไม่แน่นอน
แม่มดไม่เชื่อว่าความรักของทั้งสองจะมั่นคง
จึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา
นางกล่าวว่า

“หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่ายซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก
ดังนั้น
ข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร...ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้นไป
ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ
บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้
เขาจะไม่สามารจำได้ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้า
เจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป
ไม่แก่ไม่เฒ่า ไม่มีวันตาย
จะอยู่อย่างนี้นิรันดร...เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา
….เคยเป็นที่รัก
และต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขาในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...”
”... วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารัก
เจ้าทำให้เขาจำเจ้าได้
วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง...เจ้าจะแก่และตาย
ตามสภาพของอายุขัยที่ควรเป็น...
และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน
...เขาจะต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง...”
หลังจากนั้นมา ปีแล้วปีเล่า เวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษ
ที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชายหนุ่มคนรัก
และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของ
ใครคนหนึ่งที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย...เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาจำเธอได้
แต่มันไม่เคยสำเร็จ

ชาติแล้วชาติเล่า...หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับสิบครั้ง
เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ถึงความรักของเธอ
...ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวถูกเฝ้าดู อย่างเย้ยเยาะ
โดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า...
รักแท้ที่แม้ความตายก็ไม่อาจพรากไม่มีจริง
แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ในช่วงหลังๆ มา
หญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน
ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตน
แต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุช
และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน...
แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหวจึงปรากฏตัวเพื่อเอ่ยถามกับตัวหญิงสาวเอง...
”...เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วล่ะหรือ...ความพยายามที่จะพิสู
จน์
ให้ข้าเห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใดๆ
แม้กระทั่งคำสาปของข้า...”
”จริงๆแล้ว ข้าก็มีเหตุผลของข้า.”
หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป
”...ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายาม...เพียงแต่...ข้ากลัวว่าความพยายามของข้าจะ
สัมฤทธิ์ผล...แล้ว…..”
”...แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย”
นางแม่มดต่อให้ด้วยเสียงเย้ยหยัน
ที่แท้เจ้าก็กลัวที่จะตาย
เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า...เฮอะ
นี่หรือรักแท้ของเจ้า”

หญิงสาวไม่ปฏิเสธ
นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น

”อาจใช่...มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่าหากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้
ข้าจะต้องตายจากเขาไป”

”และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่าเขาจะทำให้เจ้าจำได้เช่นนั้นหรือ?”
หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่งอยู่ ก่อนตอบ
”สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น...ท่านรู้อะไรไหม...ตลอดเวลาอันยาวนานที่
ข้าเฝ้าเดินทางตามหาเขา
เฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่ารอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง...
ตลอดเวลาที่ข้าเฝ้ามองการเกิดและการตายของเขามันคือความทรมาน
อันยาวนานที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด..
และสำหรับข้า ความทุกข์อันแสนสาหัส
คือ…การได้เห็นความทรมานของผู้เป็นที่รัก
โดยที่เราไม่อาจเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือได้...
หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัว
พอที่จะพยายามทำให้เขารัก
ทำให้เขาระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง
….เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้...
แต่ทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน
..ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับเนื่องจากการรอคอย
ที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้าคิดได้
...ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมาน
เช่นที่ข้าได้รู้สึก...
ความรักของข้าอาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะตัดสินใจพยายาม
ให้เขาจำข้าได้ต่อไป
และจากนี้ต่อไป
แม้ว่าข้าจะต้องรอคอยไปชั่วนิรันดร์
สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ ….
ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุขเท่าที่พลังของข้าจะทำได้
ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง
แต่ข้าก็ยังอยากเห็นรอยยิ้มของเขา...
ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่าน อย่างไรก็ตาม
นี่ก็คือความรักของข้า

คือสิ่งที่ข้าเป็น...แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาลแต่ข้าก็มั่นใจอย
ู่อย่างหนึ่งว่า
คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า...
เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่วนิรันดร์.........................
นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบเพราะอยากให้คนที่อ่านจินตนาการถึงตอนจบเอาเอง

ในชีวิตของเรามีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่าเรารักใครสักคนมากมายเหลือ
เกิน
และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเราก็ต้องการความรักตอบกลับมา

หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตาว่ารักที่ไม่ได้รักตอบคือการสูญเวลาเปล่า...

แต่มีหลายต่อหลายคน...ที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้งแต่ยังได้รักใครสักคน
อย่างเต็มหัวใจ...
ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก...ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกทางไหน...หรือคุณจะเลือกหรือไม่?
คุณจะเลือกทางไหน?...เปิดประตูรับความรักเข้ามาเพื่อเติมความอบอุ่นให้กับห
ัวใจ
แม้เพียงช่วงหนึ่งของชีวิต...

หรือจะมัวแต่ฟูมฟายโทษตัวเองกับความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้รักตอบ...??
...ทางเลือกเป็นของคุณ....
Posted by add on 03 Aug. 2002,07:55
อะฮ้า...คุณฟองนี่เยี่ยมจริงๆ เอาเรื่องฮอท มาอีกแล้ว
      แม่มดกับความรัก
      เอ๊ะ ใช่เรื่องนี้รึเปล่า ?
  
      Where do I begin...
      To tell the story of how great a love can be
      The sweet love story that is older than the sea
      ............

      แหมดิฉันกำลังคิดจะเล่าเรื่องมัทธนพาธา ตำนานรักดอกกุหลาบ แหม เดี๋ยวจะเศร้ากันไปใหญ่ 

      ถ้างั้นวันนี้เอาเพลงรัก What is a Youth จากภาพยนตร์โศกนาฎกรรมที่สร้างจากบทละครของเช็คสเปียร์ Romeo & Juliet มาฝาก

             What is a Youth
          Theme from Romeo Juliet


               

     What is a youth? Impetuous fire.
     What is a maid? Ice and desire.
     The world wags on.
     A rose will bloom
     It then will fade
     So does a youth.
     So do-o-o-oes the fairest maid.


 Comes a time when one sweet smile
Has its season for a while...Then love's in love with me.
Some they think only to marry, Others will tease and tarry,
Mine is the very best parry. Cupid he rules us all.
 
 
    Caper the cape, but sing me the song,
     Death will come soon to hush us along.
     Sweeter than honey and bitter as gall.
     Love is a task and it never will pall.
     Sweeter than honey...and bitter as gall
     Cupid he rules us all.


           A rose will bloom , it then will fade
          So does a youth , so does the fairest maid


             มีผู้เขียนเนื้อร้องภาคภาษาไทยดังนี้

        ความรักมีปีกหลีกบินข้ามฟ้า
         เพราะแรงศรัทธารักมาโบยบินถึงถิ่นแดนรัก
         ภูผาหรือกั้นแหลกพลันแน่นัก
         ด้วยรักบันดาล....เข้าผลาญ...ร้าวรานแหลกลง


         ....จำได้แค่นี้เอง ....ต่อไม่ถูกแล้ว

         love.gif  love.gif  love.gif
Posted by STUV on 03 Aug. 2002,08:32
ชอบครับ " โปลิโอ กับ จูล่ง " เอ๊ย! ไม่ใช่ครับ " โรมีโอ กับ จูเลียท "  tongue.gif  tongue.gif
Posted by เอ๊ด on 03 Aug. 2002,10:51
smile.gif  smile.gif  smile.gif
Posted by add on 03 Aug. 2002,21:13
ได้เนื้อเพลง What is a youth ภาคภาษาไทยมาแล้ว

        ความรักมีปีกหลีกบินข้ามฟ้า
        เพราะแรงศรัทธารักพาโบยบินถึงถิ่นแดนรัก
        ภูผาหรือกั้นแหลกพลันแน่นัก
        ด้วยรักบันดาล....เข้าผลาญ...ร้าวรานแหลกลง


              ฟ้ามืดมิดติดกลุ่มกองไฟ
              ไกลสุดไกลในไพรในพง
               รักคงบินอย่างสดใส

         
         ใครจะเป็นมารเข้ามาขวางทาง
         รักคงบินอย่างไม่สนใจ
         ใครพรากตัวเธอจากตัวฉันไป
         รักไม่มีหยุดตามหา


               ไกลลับในหล้าจะตามหาให้ทั่ว
               ใครเขาใจชั่วซ่อนเธอไว้โลกอื่น
               ไม่หมดศรัทธาแต่จะตามฉกเธอคืน
               ใครเขากลืนเธอไว้ในทรวงซุกในอก
               ใจสุดเจ็บฟกแต่จะตามฉกเธอคืน
               ....ไม่ขอรักอื่น......รักเดียว......
    
   
         ความรักมีปีกหลีกบินข้ามฟ้า
         ปรารถนา....เพียงเธอ..
         ปรารถนา .........ฮัม..........
         รักเธอผู้เดียว.......


                        love.gif   love.gif
Posted by add on 05 Aug. 2002,09:19
เอาภาพ Romeo & Juliet มาให้ดู จะได้รำลึกถึงนางเอกแสนสวย
Olivia Hussey ที่สมัยนั้นหนุ่มๆคลั่งไคล้กันมาก

      
Posted by นกกะปูด on 22 Aug. 2002,13:56
love.gif love.gif สองทฤษฎีของการบอกรัก love.gif love.gif

เคยมีคนบอกไว้ว่า...
ถ้าไม่รีบทำอะไรซะตั้งแต่วันนี้ วันหน้าอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกแล้ว เพราะชีวิตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ถ้ารักใครซักคน ควรจะรีบบอกรักออกไปให้เขารู้ ถ้ารอจนถึงพรุ่งนี้ เขาอาจจะไม่อยู่รอฟังคุณอีกแล้ว หรือคุณอาจจะไม่มีโอกาสได้บอกรักเขาอีกแล้วก็ได้
 
แต่ก็เคยมีคนบอกไว้อีกว่า...
ไม่ควรเร่งร้อนกับความรัก ความรักต้องอาศัยเวลาในการพิสูจน์ เลือกคนที่เหมาะสม และดูส่วนประกอบอื่นๆ รอบข้างความรักด้วย เพราะความรักไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ ความหวังดี ฯลฯ ล้วนสำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิตคู่
 
เพราะฉะนั้น ทางไหนคือทางที่ดีที่สุดในการบอกรักใครซักคน คนที่คุณคิดว่าชอบมากๆ จนอาจจะถึงขั้นรัก แต่คุณก็ยังไม่แน่ใจ ว่าเขาคือคนที่ "ใช่" จริงๆ สำหรับคุณรึเปล่า แต่เมื่อไหร่ล่ะถึงจะรู้ว่าเขาคือคนๆ นั้นที่คุณเฝ้ารอมาตลอดชีวิต คนที่คุณอยากตื่นขึ้นมาเห็นเป็นคนแรกของวัน คนที่คุณอยากอยู่ด้วยจนลมหายใจสุดท้าย ถ้าหากความไม่แน่ใจของคุณ ทำให้คุณไม่กล้าบอกรัก และต้องเสียเขาไป คุณจะทำยังไง แต่ถ้าคุณรีบบอกรักไปในวันนี้ คุณอาจได้เขามาเคียงข้าง แต่เขาอาจจะไม่ใช่คนที่ "ใช่" สำหรับคุณก็ได้ แล้วถ้าคุณตัดสินใจไปแล้ว ทั้งคุณและเขาอาจต้องพบกับความทุกข์ทรมานจากการเลิกกันหรือจากกัน
 
สรุปแล้วทฤษฎีไหนล่ะ ที่จะดีที่สุดสำหรับการบอกรักใครซักคน?
ic-17.gif


Posted by windy on 22 Aug. 2002,21:38
น้องนู๋นกกำลังอยู่ในความรักหรือคะ inlove.gif

ถ้าถามความเห็นพี่ ไม่มีทฤษฎีเป๊ะๆ สำหรับความรักค่ะ

แต่เห็นว่าไม่ควรรีบร้อน ค่อยๆ ดูไปดีกว่า

รีบพูดเกินไป บางทีไม่ใช่ ก็ทำให้คนฟังเสียใจได้เหมือนกัน

คนพูดก็จะเสียใจภายหลังด้วย ว่าได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนดีๆ คนหนึ่ง

ที่บอกว่า "ไม่ควรเร่งร้อนกับความรัก ความรักต้องอาศัยเวลาในการพิสูจน์ เลือกคนที่เหมาะสม และดูส่วนประกอบอื่นๆ รอบข้างความรักด้วย เพราะความรักไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ความเข้าใจ ความซื่อสัตย์ ความหวังดี ฯลฯ ล้วนสำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิตคู่"

ก็มีส่วนถูกค่ะ  แต่ตรงที่บอกว่า "ความรักไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด" นี่ คิดว่าใช้คำว่า "ความรัก" มาอธิบายไม่ถูกที่ ไม่ถูกประเด็น

ควรอธิบายอย่างนี้ว่า เมื่อแรกรู้จัก รักกันใหม่ๆ ที่รู้สึกคิดถึงทุกเวลานาทีนั้น เป็นช่วงของการ "ตกหลุมรัก"  ซึ่งอาจทำให้มองข้ามอะไรต่ออะไรไปเยอะ  คนเราอาจจะตกหลุมรักเพราะหน้าตาก็ได้ แต่นั่นยังไม่ใช่รัก เพราะยังไม่ได้เรียนรู้กันเลย

คนที่มีแรงดึงดูดเข้าหากันจริงๆ ในระยะยาว ที่ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา ต้องมีศีลเสมอกัน มีความคิด ความชอบคล้ายๆ กัน ทัศนคติต่อชีวิตคล้ายๆ กัน เช่นเป็นคนสู้ชีวิต มองโลกในแง่ดี ฯลฯ เป็นต้น  

รสนิยมต่างกันได้ เช่นคนหนึ่งชอบดอกกุหลาบ อีกคนชอบดอกมะลิ คนหนึ่งชอบนอนดูทีวี อีกคนชอบเล่นกีฬา  ต่างกันได้ ไม่ทำลายควมสัมพันธ์ ถ้าจัดระบบชีวิตให้ลงตัว  แต่ทัศนคติต่อชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ ทัศนคติต่อชีวิตต่างกันมากเกินไป  ในที่สุดก็ต้องไปคนละทาง

จึงมีคำพูดว่าต้องดูให้นานๆ ก่อนใช้ชีวิตคู่ และก่อนเอ่ยปากบอกรักใครในความหมายของ "รัก" แบบที่ต้องการจะใช้ชีวิตร่วมด้วย ที่ต้องการจะเป็นเพื่อนชีวิตกันไป  หรือที่อาจจะพูดว่าต้องการเป็นคู่กัลยาณมิตร คู่ชีวิต คู่แท้ คู่ธรรม คู่บารมี ที่แท้จริง

การดูนานๆ นี้ก็เพื่อจะให้การคบหา ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องเสียอกเสียใจมากนักในภายหลังถ้าพบว่า "ไม่ใช"  และจะได้ยังคงความสัมพันธ์ฉันมิตรต่อไปได้ โดยไม่ต้องทำร้ายกัน

ความรักก็เหมือนกับทุกความสัมพันธ์คือต้องมีการพัฒนา ความรักโรแมนติกของคู่รักที่รู้จักรักก็ต้องพัฒนา คือพัฒนาพ้นจากขั้นตอนของการตกหลุมรัก เป็นรักแท้ที่มีมิตรภาพของเพื่อนเป็นตัวค้ำจุน

ดังนั้น ความรักสำคัญเสมอสำหรับคนที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เพียงแต่พัฒนารูปแบบตามวันเวลาที่ผ่านไป คู่รัก หรือคู่สามีภรรยาตามแบบแผนที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันยาวนานนั้น ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่า ทุกคู่มีความเป็น "เพื่อน" ต่อกัน  

เพื่อนรักเพื่อน เข้าใจเพื่อน ให้อภัยเพื่อน ให้โอกาสเพื่อน และให้กำลังใจอยู่เคียงข้างเพื่อนเสมอ

คู่รักที่มีความเป็นเพื่อนจึงรักกันได้อย่างแท้จริงและยาวนาน

ขอให้โชคดีกับความรักนะคะ love.gif
Posted by Yaya on 22 Aug. 2002,22:38
โห..สุดยอดเลยค่ะพี่วินดี้... ย๋าขออนุญาต..คัดลอกแล้วเอามาแปะไว้ที่โต๊ะ ทำงานหน่อยนะคะ ... ย๋า น่ะเป็นคนที่ เรียกว่า " ตกหลุมรัก" คนอื่นง่ายๆ น่ะ... จะได้เก็บไว้เตือนตัว เอง ...อึมมมม.. flower.gif  inlove.gif
Posted by นกกะปูด on 23 Aug. 2002,15:13
ฟังปรัชญาของพี่วินดี้ แล้วรู้สึกซึ้งๆ ยังไงชอบกลค่ะ
พี่วินดี้คงเห็นพ้องกับทฤษฎีที่สอง...
สงสัยนู๋ต้องเอาเพื่อน มาเป็นแฟน ซะแร้ววววว
เอ้า!! เพื่อนๆ ที่อยู่แถวนี้ อย่ารีบเผ่นไปไหนซะก่อนเน้ออออ crying1.gif crying1.gif

อ่ะ... love.gif เก็บเอาไว้ดีๆ นะ เพื่อนๆ ทั้งหลาย

"แต่มันเป็นเพียงใจช้ำๆ ที่โดนเค๊าทำให้เจ็บมา
อ่อนกำลังลงไปช้าๆ หัวใจมันล้า ที่จะรักใคร
แต่ถ้าเธอจะยอมรับไว้ ก็มีทั้งใจ ให้เธอ..."

Posted by เอ๊ด on 23 Aug. 2002,17:38
กระทู้นี้ หัวใจสีแดง เต็มไปหมดเลย
ทัศนะของพี่วินดี้ ดีจังครับ
เป็นทัศนะของผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มาก
จับต้องได้ คิดตามได้
เอาผมช่วยเพิ่มให้อีก
love.gif  love.gif  love.gif
Posted by add on 04 Sep. 2002,13:59
วันนี้ครึ้มใจ เห็นชื่อกระทู้นี้แล้วนึกถึงหนังและเพลงเรื่องนี้ จึงเอามาฝาก

   
  
Love Story 
Ali Macgraw & Ryan O ' neal 
   
    Where Do I Begin ?
( Theme from "Love Story" )


Where do I begin ?
To tell the story of how great a love can be,
The sweet love story that is older than the sea,
The simple truth about the love she brings to me,
Where do I start ?


With her first hello!
She gave a meaning to this empty world of mine,
There’d never be another love, another time,
She came into my life and made the living fine,
She fills my heart . . .
 

She fills my heart with very special things,
With angels’ songs , with wild imaginings,
She fills my soul with so much love,
That anywhere I go, I’m never lonely,
With her along, who could be lonely ?
I reach for her hand, it’s always there . .
.
 
How long does it last ?
Can love be measured by the hours in a day ?
I have no answers now, but this much I can say,
I know I’ll need her 'till the stars all burn away
And she’ll be there . . .
 
She’ll be there . . .
 

~ from the Paramount Picture "Love Story"
Music by Francis Lai with lyrics by Carl Sigman, 1970

Posted by STUV on 04 Sep. 2002,20:40
"Love means never having to say you’re sorry"
Posted by add on 07 Sep. 2002,22:59
น้องๆอาจจะงง ประทับใจอะไรกันนักหนากับหนังเรื่องนี้ ที่จริงก็เป็นหนังรักซาบซึ้งใจ
จบด้วยความเศร้าเรื่องหนึ่ง แต่หนังออกมาในจังหวะที่คนรู้สึกว่าขาดเรื่องแบบนี้พอดี จึงทำให้คนคลั่งไคล้กันมาก 

   Ryan O ' neal พระเอกรูปหล่อสมัยนั้น กับ Ali Macgraw นางเอกชาวอิตาเลียน ผมดำ ฟันเกนิดๆ สวยแปลกตา เนื้อเรื่องก็พระเอกนางเอกเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยกัน รักกัน แต่นางเอกรวยมาก พระเอกจน กว่าจะได้แต่งงานกันก็ฟันฝ่าอุปสรรค แต่ในตอนท้าย นางเอกก็เป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว เศร้า....

   Stuv จะ โพสต์ Concept ของหนังเรื่องนี้เสมอ....

   ถ้าจะรัก ก็ต้องลืมคำว่า "เสียใจ"
 
   หนังก็ดังระเบิดประมาณ เรื่อง Pretty Women ที่ Richard Gere กับ Julia Robert แสดงนำนั่นแหละ
Posted by Yaya on 10 Sep. 2002,09:56
ถ้าจะรัก ก็ต้องลืมคำว่า "เสียใจ"

ย๋าได้ยินสำนวนนี้แล้ว ..ก็เลยนึกไปถึง ..คอนเสิร์ต .. สาว สาว สาว ..สมัยโน้น ..ที่เคยไปเกาะเวทีดู ตอนเป็นวัยรุ่นใหม่ๆ .. พี่ แอม ..แก..ใช้ สำนวนนี้พูดก่อนจะร้องเพลง ย๋า จำได้ ว่า...

พี่แอม : " ถ้าจะรักต้องลืม คำว่าเสียใจ .. The one you love ..."
... น้าแอ๊ด มีเนื้อเพลงมั๊ยคะ ..คุณนก หาทำนองใส่เข้าไปด้วย นะคะ .. เดี๋ยว ย๋า จะรอฟังแล้ว .. แหกปากร้องตาม ค่ะ ... ก็มัน เหนื่อย น่ะ .. หาทางออก.. แฮ่ ... blush.gif
Posted by kunjiku on 11 Sep. 2002,06:08
ic-12.gif เห็นด้วยจังเลย
อย่างคนที่เราเคยชอบ คิดว่าใช่ แต่ไม่กล้าพูดออกไป
พอเวลาผ่านไป กลับดีใจที่ตอนนั้นไม่ได้พูดออกไป
เพราะมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่คนนี้
ถ้าตอนนั้นพูดไป คงเสียเพื่อนแน่ เพราะมารู้ทีหลังอีก ว่าเพื่อนรักของเรา ชอบคนนี้เหมือนกัน
และเขาก็มาชอบเพื่อนเราด้วย
ดันใจตรงกัน น่าอิจฉาจริงๆ ตอนนี้เขายังคบกันอยู่ 4-5 ปีมาแล้ว จะแต่งงานด้วย และจะเชิญเราไปงานอีกต่างหาก
ตอนนี้ไม่คิดอะไรแล้ว เพราะแน่ใจว่าไม่ใช่คนนี้
ความลับของเรายังคงอยู่ต่อไป และไม่คิดจะบอกเพื่อนด้วย 
ดีใจที่ตอนนั้นยังไม่ได้พูดออกไป และดีใจที่หาที่พูดความลับได้ หายอึดอัดเสียที
เลยมี love.gif จะให้คนที่ว่าใช่ต่อไป
แต่ยังหาไม่เจอเลย ขอเก็บ love.gif ไปเรื่อยๆก่อนแล้วกัน ic-12.gif
Posted by add on 11 Sep. 2002,06:30
ขอต้อนรับ คุณ kunjiku ค่ะ
   แหมเรื่องนี้ ความรู้สึกนี้ คงจะสอดคล้องกับความรู้สึกของใครอีกหลายๆคนเลยค่ะ  หรือน้องหยากับนกกะปูดจะว่ายังไง ?

    เอ้าหนุ่มๆทั้งหลาย  คุณ kunjiku กำลัง  love.gif  ว่างจ้ะ
Posted by นกกะปูด on 11 Sep. 2002,11:51
love.gif love.gif หาให้เจอ..ถ้าไม่มั่นใจว่าเจอ..อย่ารัก love.gif love.gif
Posted by Yaya on 11 Sep. 2002,13:07
นั่นสินะ คะ ... วันนี้ย๋าแอบย่อง..เข้าบ้านตอนดึกๆ... ก็มาเจอ ำถามน้าแอ๊ด ...โดนใจมั๊ย?...
 inlove.gif  blush.gif  อึ้มมม.... อาจจะไม่ถึงกับโดน ค่ะ อาจจะแค่เฉียดๆ ไปน่ะ ...แอบรักเพื่อน ..ไม่เคย ค่ะ ...เคยแต่แอบรัก แฟนเพื่อน..แล้วเจ็บหนักเข้าไปอีกเมื่อเพื่อนดันให้เราเป็นแม่สื่อให้อีก...ได้บอกรักเค๊าเหมือนกัน ...ได้แต่พูด ไปว่า..
love.gif " เพื่อนฉันฝากมาบอกเธอว่า ..ฉันรักเธอ.."  love.gif ...
...แค่นี้ก็เป็นสุขใจแล้ว หละ... ฮี่ ฮี่ ..
นั่นมะนเป็นเมื่อตอน สมัย..Puppy Love ..ของย๋าน่ะค่ะ ...เดี๋ยวนี้ ..
ไม่ใช่ Puppy แล้ว ...กลายเป็น.. Hot Dog ..ไปแล้ว
..ฮ่า ฮ่า ฮ่า... laugh1.gif
Posted by Yaya on 11 Sep. 2002,13:40
THE ONE YOU LOVE
                   [Glenn Frey]

                    

             

I know you need a friend. Someone you can talk to Who will understand.
What you're going thru. When it comes to love. There's no easy answer.
Only you can say. What you're gonna do.


I heard you on the phone. You took his number. Said you were alone.
That you'll call him soon. Isn't he the guy. The guy who'd left you cry.
Isn't he the one. Who'd made you blue...ooh
...

When you remember those nights In his arms.
You know you got to make up your mind. Are you're gonna stay.
With the one who loves you. Or are you goin back. To the one you love.
Someone's gonna cry. When they learn they've Lost you.Someone's gonna thanks.
The stars above 


What you're gonna say. When he comes over. There's no eady way.
To see this through. All the broken dreams. All the disappointment.
Oh girl, what you're Gonna do. Your heart keeps saying.
It's just not fair but still you're gotta make up your mind.

Are you're gonna stay. With the one who loves you. Or are you goin back.
To the one you love. Someone's gonna cry. When they learn. They've lost you.
Someone's gonna thanks. The stars above.


พี่ๆ ขาหาทำนองใส่ให้ย๋าด้วยค่ะ wavey.gif love.gif 
Posted by STUV on 11 Sep. 2002,20:24
สงสัยต้องไปปรึกษาพี่ windy หลังไมค์ซะแล้ว  cool.gif  cool.gif
Posted by add on 11 Sep. 2002,23:12
Stuv จะให้พี่วินดี้เป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจซะแล้ว ฮ่าฮ่า

    อย่าเศร้าไปเลยว่าตอนนี้ยังไม่มีเพื่อนรู้ใจ 
    สุดหล้าฟ้าเขียว จะหาเพื่อนรู้ใจไม่ได้สักคนก็ให้มันรู้ไป

                 - เกาเซอะ-

     ความรักประเภทไม่ใช่รักแรกพบน่ะ มักจะเหมือนกับสายพิรุณในยามต้นฤดูใบไม้ผลิ โปรยปรายผ่านนาหัวใจของหนุ่มสาวที่ไม่เคยมีความรักมาก่อนอย่างเงียบกริบ ไร้สุ้มเสียง สังเกตได้ยากมาก จวบจนกระทั่งต้นรักผลิดอกตูมออกมา 
    เมื่อหวนคิดถึงอดีตจึงจะรู้ว่ามันเป็นความรักที่เริ่มต้นจากมิตรภาพ เปลี่ยนจากปริมาณสู่คุณภาพ และกลายเป็นรักแรกอันแสนสุข  แสนฉ่ำชื่น
 
                - หยางเหวินจื้อ -

    ความรักมิได้เป็นเพียงดอกไม้สด รอยยิ้มละไม จูบลึกซึ้ง ลมอ่อนโยนเท่านั้น
    แต่ยังเป็นสนเขียวกลางฤดูหนาว เป็นประกายไฟในราตรีกาลอันมือมิด เป็นมืออบอุ่นที่ช่วยประคองในยามเดินทางไกล 
              
                - ไอหมิงจือ -
Posted by นกกะปูด on 11 Sep. 2002,23:29
อ้าว..พี่STUV มีตัณหา เอ๊ย ปัญหาหัวใจกะเขาเหมียนกัลล์เหรอคะ?
ฮ่า ฮ่า ฮ่า  laugh1.gif  laugh1.gif  laugh1.gif
หล่อๆ แบบนี้ นู๋ว่าคงไปสร้างปัญหาหัวใจ ให้กับสาวๆ ซะมากกว่ามั๊ง? crying1.gif
Posted by STUV on 11 Sep. 2002,23:43
คิดถึงเพลงนี้ครับ

River of No Return
(From: River of No Return)
  

If you listen, you can hear it call, Wailaree! (Wailaree!)

There is a river called the River of No Return
Sometimes it's peaceful, and sometimes wild and free.

Love is a traveler on the River of No Return.
Swept on forever to be lost in the stormy sea. (Wailaree!)

I can hear the river call, No return, no return, No return, no return. (Wailaree!)
I can hear my lover call, "Come to me." (No return, no return)

I lost my love on the river and forever my heart will yearn.
Gone, gone forever down the River of No Return.
Wailaree! (Wailaree!) Wailaree!

You never return to me. (No return, no return)
Posted by add on 12 Sep. 2002,00:02
River of No Return (1954)

 
  Robert Mitchum and Marilyn Monroe in a scene from River of No Return

  หนังเรื่องนี้ มาริลีน มอนโรร้องเพลง River of No Return เองเลย
  เซ็กซี่ น่ารัก ดูแล้วเธอเป็นผู้หญิงฝรั่งที่นิ่มนวลเหมือนผู้หญิงเอเซียมาก
  Stuv ดูหรือยัง?  UBC เคยเอามาฉาย
Posted by STUV on 12 Sep. 2002,00:07
ชอบท่อนนี้ครับ'จารย์หยา

Are you're gonna stay with the one who loves you.
Or are you goin back to the one you love.
Posted by STUV on 12 Sep. 2002,00:12
ป๊ะป๋าผมเคยดูแล้วครับ และชอบฮัมเพลงนี้ให้ฟังบ่อยๆ ด้วย ....... cool.gif  cool.gif
Posted by นกกะปูด on 12 Sep. 2002,00:55
ว๊าววววว ใจตรงกันเลยค่ะ พี่STUV  love.gif  love.gif
Posted by Yaya on 12 Sep. 2002,01:04
ก็เพราะอีท่อนนี้แหละ ถึงได้ชอบเพลงนี้ไงค่ะ ...

....." เธอจะอยู่กับคนที่รักเธอ หรือ จะกลับไปหาคนที่เธอรัก.."

love.gif love.gif
Posted by STUV on 12 Sep. 2002,01:12
ประโยคนี้แหละที่ถกเถียงกันได้ไม่รู้จบครับ จานหยา ......
Posted by นกกะปูด on 12 Sep. 2002,01:18
cry3.gif.gif  cry3.gif.gif แงๆๆๆ อย่าย้ำดิ มันโดนใจอ่ะ แงๆๆๆ cry3.gif.gif  cry3.gif.gif
Posted by fong on 23 Sep. 2002,07:39

ความใส่ใจ คือ การให้กำลังใจ
หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้ และโทรมาบอกว่า
"โชคดีนะ"
"ชั้นจะคอยเป็นกำลังใจให้ "
หากคุณต้องขับรถคนเดียวมันจะรู้สึกดีเอามาก ๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า "ขับรถดีๆนะ"
ความใส่ใจ คือ การเอาใจใส่
หากคุณป่วยเป็นไข้ ไม่สบาย คุณจะรู้สึกเหมือนจะหายจากไข้
หากคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมากๆ
พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วง และใส่ใจ นั่นแหล่ะ "ความรัก"
ความใส่ใจ กับ ความเกรงใจ คล้ายกันในหลายๆ ด้าน
คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่
ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกัน
แต่เรากลับไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร ่
ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันและกัน
ความเกรงใจเป็นสิ่งดีและเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน
คุณเห็นไหมล่ะว่า ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน
เพราะความใส่ใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
เพียงแต่วันนี้ .... คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง?????

Posted by นกกะปูด on 23 Sep. 2002,08:49
แงๆๆๆๆ คุณฟองพูดโดนใจค่ะ แงๆๆๆๆๆ
cry3.gif.gif  cry3.gif.gif  cry3.gif.gif  cry3.gif.gif  cry3.gif.gif
Posted by Yaya on 24 Sep. 2002,09:18
จริงด้วยค่ะ พี่ฟอง... คบกันนานๆ เข้ายิ่งเกิดความเกรงใจ ...และเกิดความห่วงใย ... บางทีอยากจะถามทุกเวลาว่าเป็น ยังไง บ้างตอนนี้ ...ทานข้าวรึยัง อย่านอนดึกนะ ... ขับรถอย่าเร็วเกินไปนะ ...ก็เกิดความเกรงใจขึ้นมา ..เดี๋ยวเค๊าก็รำคาญ ให้หรอก...ก็เลยมีหลายครั้งที่ต้องส่งความใส่ใจ ห่วงใยและดูแลไปทาง จิตใจ ... แต่หากใครคนนั้นมีความรู้สึกเช่นเดียวกับเรา ..ย๋าเชื่อว่า เค๊าก็รับได้ด้วยใจเช่นกัน ... อึ้มม..
Posted by เอ๊ด on 27 Sep. 2002,02:30
ความรักกับความผูกพัน

มีหลายคนที่สับสนกับคำสองคำนี้
ความรัก กับ ความผูกพัน มันคืออะไรนะ ต่างกันอย่างไร
ความรัก กับ ความผูกพัน เหมือนกันมั้ยนะ
ถ้าไม่มีความผูกพันก็เกิดความรักได้นี่นา
แต่ถ้าเกิดความรักแล้วไม่มีความผูกพันล่ะ จะเป็นไปได้รึเปล่านะ

ความรักกับความผูกพันไม่เหมือนกัน มันแตกต่างกัน
ความรักเกิดขึ้นได้เสมอ ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ไหน กับใครก็ตาม
บางครั้งเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว และไม่สามารถตอบได้
ความรักคือการให้ การทุ่มเท การให้ความรู้สึกดีๆ
ให้สิ่งที่เกินพอสำหรับใครซักคนที่เรารัก
การทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข
จนเหมือนกับว่าคนๆ นั้นเป็นคนที่พิเศษกว่าคนอื่น (ซึ่งจริงๆ แล้วก็ใช่)
ความรักจึงเป็นการทำเพื่อคนๆ หนึ่ง ซึ่งไม่ว่าเมื่อไหร่ เวลาไหน
สำหรับคนที่เรารัก ความคิดถึง ความเป็นห่วงจะเกิดขึ้นตลอดเวลา
เราจะห่วงว่าเขาไปที่ไหน ไปกับใคร ความรัก เกิดขึ้นได้แม้เพียงพบกันแค่นาที
แค่เห็นหน้าเพียงครั้งแรก ครั้งเดียว ความรักไม่จำเป็นต้องใช้เวลา
แต่การจะทำให้ความรักคงอยู่ หรือเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ นั่นต่างหาก
เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา และนำความผูกพันใส่ลงไป
เพราะความผูกพันเป็นสิ่งที่ทำให้คนสองคนได้รู้จักกันมากขึ้น
เป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนสองคนปรับตัวเข้าหากัน ความรักจะคงอยู่ได้
หากความผูกพันเกิดขึ้น

ความผูกพันนั้นต่างกับความรัก
เพราะการผูกพันกับใครซักคน ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรัก
สำหรับความผูกพัน มันคือความรู้สึกคิดถึง
ช่วงเวลาหนึ่งที่เคยเกิดขึ้น การที่เราคิดถึงคนๆ หนึ่งเวลาที่เราจากกัน
เวลาที่ไม่ได้พบ ไม่ได้พูดคุย นั่นไม่ใช่ความรัก เราไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อเค้า
เราไม่ได้ต้องการให้สิ่งใดกับเค้า ไม่ได้ห่วงว่าเขาจะไปกับใคร เมื่อไหร่ หรือที่ไหน
แต่เราเพียงแค่คิดถึง ความทรงจำที่ดี เวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน
ดังนั้น ความผูกพันจึงเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการใช้เวลา
มันเป็นความทรงจำ เป็นความรู้สึก และไม่ใช่ความรัก
เพราะเกิดได้กับทุกคน กับเพื่อน พี่ น้อง
หรืออาจเป็นใครก็ตามที่ครั้งหนึ่ง เคยใช้เวลาอยู่ร่วมกัน
มันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดถึง
และเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เกิดความรักนั่นเอง
ทั้งความรักและความผูกพัน เป็นสิ่งที่ควรมีอยู่ร่วมกัน
ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างกันก็ตาม สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่า
เราจะแยกมันออกจากกันได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง ว่าอันไหนคือความรัก
อันไหนคือความผูกพัน เพราะจริงๆ แล้วมันแทบจะไม่ต่างกันเลย
เพราะทั้ง 2 สิ่งควรจะมีอยู่คู่กัน

ปัญหาของความรักกับความผูกพันอยู่ตรงที่
บางคนไม่สามารถแยกได้ว่า ความรัก กับความผูกพันต่างกันตรงไหน
ความสับสน ความลังเล จะเกิดขึ้น ถ้าหากวันนึง คุณรักใครซักคน
และมีความผูกพันกับใครอีกคน คุณจะตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่า
คุณจะเลือกใคร หากคุณคิดว่า คนที่คุณผูกพันคือคนที่คุณไม่สามารถลืมเค้าได้
และคนที่คุณรัก คุณก็ไม่สามารถเลิกรักเค้าได้เช่นกัน จำไว้ว่า…
จงเลือกคนที่หัวใจของคุณต้องการ อย่าใช้คำว่าถูกหรือผิด
เพราะมันใช้กับความรักไม่ได้
แต่จงใช้หัวใจของคุณเอง หากคุณต้องการค้นหาใครซักคนที่จะอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต
Posted by Yaya on 27 Sep. 2002,03:35
ว๊าว .... คุณเอ๊ด .... love.gif
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 14 Oct. 2002,05:18
หึๆๆ
Posted by numtan_kw on 21 Oct. 2002,03:32
 

บอก…..ความรู้สึกรักให้คนที่เรารัก อย่างที่เราอยากจะทำ..!!

ถ้าพรุ่งนี้…ไม่มีวันมาถึง จะบอกว่า “รัก” กับใครดี ?

เพราะ…..อนาคตเป็นเรื่องเหนือความคาดเดา ไม่มีใครบอกได้ว่า…ทุกอย่างของวันนี้ จะยังคงเหมือนเดิมตลอดไป ไม่มีใครรู้ได้ว่า พรุ่งนี้เราจะยังมีกันและกันอยู่อีกมั้ย ถ้าหากพรุ่งนี้…สายเกินไปทุกอย่าง…..จะบอกว่า “รัก” กับใครดี...แล้ววันนี้ เรารัก…..เราดีต่อกันแค่ไหน…..?

คำถามเหล่านี้…..เราอาจจะยังตอบไม่ได้ดี เท่ากับคนที่ผ่านการสูญเสียมาแล้ว ถ้าเรายังไม่เคยสูญเสีย อย่านอนใจว่าทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง

อย่าลืม…..รัก…..คนของคุณให้มากกว่าเดิม และ วันนี้คุณบอก...รัก...ใครแล้วหรือยัง ?
Posted by STUV on 21 Oct. 2002,03:53
Have I Told You Lately

Have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one above you
Fill my heart with gladness
Take away my sadness
Ease my troubles, that's what you do

Oh the morning sun in all its glory
Greets the day with hope and comfort too
And you fill my life with laughter
You can make it better
Ease my troubles that's what you do

There's a love that's divine
And it's yours and it's mine
Like the sun at the end of the day
We should give thanks and pray to the One

Have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one above you
Fill my heart with gladness
Take away my sadness
Ease my troubles, that's what you do

There's a love that's divine
And it's yours and it's mine
And it shines like the sun
At the end of the day we will give thanks
And pray to the One

Have I told you lately that I love you
Have I told you there's no one above you
Fill my heart with gladness
Take away my sadness
Ease my troubles, that's what you do

Take away my sadness
Fill my life with gladness
Ease my troubles that's what you do
Fill my life with gladness
Take away my sadness
Ease my troubles that's what you do.
Posted by numtan_kw on 21 Oct. 2002,04:34
 

บทความนี้.....ได้รับเมล์ส่งต่อมาคะ ตาล..อ่านแล้วรู้สึกเศร้าจัง แต่บทความนี้มีความหมายมาก และ บางครั้งเราอาจจะไม่ได้นึกถึง อ่านให้ตลอดและคิดใคร่ควรว่า...เราได้ทำทุกอย่าง..อย่างที่เราต้องการหรือยัง เพราะวันหนึ่งเมื่อนึกได้ ก็อาจจะสายเกินไปแล้ว

พยายามแปลมาฝาก พี่..พี่ เพื่อน..เพื่อน และ น้อง..น้อง บางคน ที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ตาล...ก็ไม่แข็งแรงเช่นกัน แต่มีความตั้งใจดี หวังว่า...ทุกคนคงให้อภัย นะคะ  

แล้วก็ขอระลึกถึง เด็กๆ และ ทุกคน ที่ถูกทหารอเมริกัน บอมบ์ตายอย่างไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ ด้วยคะ

ตาล.....อยากให้โลกนี้ อยู่ร่วมกันอย่างมิตร รักและเกื้อกูลกันและกัน ยังหวังอยู่เสมอว่า..สักวัน ที่นี่..ที่โลกนี้ จะมีแต่รอยยิ้มให้กันและกัน ดังคำที่กล่าวว่า .......

แม้เวลา.....จะแปรเปลี่ยน แต่มิตรภาพของเรานั้น จะมั่นคง...ในดวงใจนิรันดร์...!!  

---------------------------------------------------------

ที่มา.......Fwd: read this one, very touching
ที่มา.......ส่งต่อ: อ่านข้อความนี้ น่าสงสารมาก

In memory of all those who perished; the passengers and the pilots on the United Air and AA flights, the workers in the World Trade Center and the Pentagon, and all the innocent bystanders. Our prayers go out to the friends and families of the deceased.

เพื่อระลึกถึงทุก..ทุกคนที่เสียชีวิต; ผู้โดยสาร นักบิน บนเที่ยวบินของ ยูไนเต็ดแอร์ และ อเมริกาแอร์ไลน์ คนทำงานในตึกเวิลด์เทรด และ กระทรวงกลาโหม และ ผู้บริสุทธิ์อื่น..อื่น ที่อยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมด ขอให้คำภาวนาของเราส่งผลถึงเพื่อน..เพื่อน และ ครอบครัวของผู้ตายด้วย

If I Knew..... ถ้าเพียงแต่ฉันรู้ว่า......

If I knew it would be the last time that I'd see you, I would tuck you in more tightly and pray the Lord, your soul to keep.

ถ้าฉันรู้ว่า.....มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นเธอ ฉันคงจะรวบเธอเข้ามาโอบกอดให้แน่นกว่านั้นและภาวนาขอให้พระเจ้าปกปักรักษาดวงวิญญานของเธอ

If I knew it would be the last time that I see you walk out the door, I would give you a hug and kiss and call you back for one more. If I knew it would be the last time. I'd hear your voice lifted up in praise, I would videotape each action and word, and so I could play him or her back day after day.

ถ้าฉันรู้ว่า.....มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นเธอเดินออกประตูไป ฉันคงจะกอดและจูบเธอและเรียกเธอกลับมาเพื่อกอดและจูบอีกครั้ง ถ้าฉันรู้ว่า...มันจะเป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันคงจะได้ยินเสียงสรรเสริญของเธอ ฉันคงจะบันทึกวิดีโอไว้ทุกอิริยาบถ และ ทุก..ทุกคำพูดของเธอไว้ เพื่อว่า...ฉันจะได้เล่นวิดีโอเพื่อดูเธอวันแล้ววันเล่า

If I knew it would be the last time, I could spare an extra minute to stop and say "I love you," instead of assuming you would KNOW I do. If I knew it would be the last time. I would be there to share your day, well I'm sure you'll have so many more, so I can let just this one slip away. For surely there's always tomorrow to make up for an oversight, and we always get a second chance to make everything just right. There will always be another day to say "I love you," and certainly there's another chance to say our "Anything I can do?" But just in case I might be wrong, and today is all I get, I'd like to say how much I love you and I hope we never forget.

ถ้าฉันรู้ว่า.....มันจะเป็นครั้งสุดท้าย ฉันคงจะเผื่อเวลาให้เป็นพิเศษอีกซักนาที เพื่อจะได้หยุด...อย่างอื่น และ พูดคำว่า “ฉันรักเธอ” แทนที่จะคิดเอาเองว่าคุณรู้ดีอยู่แล้วว่า..ฉันรัก ถ้าฉันรู้ว่า...มันจะเป็นครั้งสุดท้าย ฉันคงจะอยู่ที่นั่น เพื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกับเธอ ทั้งนี้ฉันแน่ใจว่า...เธอยังเหลือเวลาอีกมาก ฉันจึงปล่อยให้เวลาขณะนั้นผ่านพ้นไป โดยไม่ได้ใช้เวลานั้นอยู่กับเธอ คนเรามักจะรอโอกาสครั้งที่สอง เพื่อจะทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยมักจะมั่นใจว่า มันยังมีวันพรุ่งนี้เสมอ ทำให้เกิดการมองข้ามไป มักจะคิดกันว่า...ยังมีเวลาอยู่เสมอที่จะกล่าวคำว่า “ฉันรักเธอ” และ แน่นอนยังคงมีโอกาสอื่น..อื่นอีกที่จะได้กล่าวคำว่า “ฉันจะช่วยทำอะไรให้ได้บ้าง?” แต่ถ้าเผื่อไว้ว่า..เกิดผิดพลาดในสิ่งที่ฉันคิด และ วันนี้เป็นวันเดียวที่ฉันเหลืออยู่ ฉันคงอยากจะพูดว่า...ฉันรักเธอมากแค่ไหน และ หวังว่าเราคงจะไม่มีวันลืมมัน

Tomorrow is not promised to anyone, young or old alike, And today may be the last chance you get to hold your loved one tight. So if you're waiting for tomorrow, why not does it today? For if tomorrow never comes, you'll surely regret the day, that you didn't take that extra time for a smile, a hug, or a kiss and you were too busy to grant someone, what turned out to be their one last wish. So hold your loved ones close today, and whisper in their ear, Tell them how much you love them and that you'll always hold them dear take time to say "I'm sorry," "Please forgive me," "Thank you," or "It's okay." And if tomorrow never comes, you'll have no regrets about today.

วันพรุ่งนี้.....ไม่เคยถูกสัญญาว่าจะมีสำหรับใคร ไม่ว่าหนุ่มสาวหรือคนแก่ และวันนี้...อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้กอดคนที่คุณรักไว้แน่น..แน่น ถ้าคุณคิดจะรอวันพรุ่งนี้...ทำไมไม่ทำเสียแต่วันนี้? เพราะว่า...ถ้าพรุ่งนี้ไม่มี แน่นอนว่า..คุณจะรู้สึกเสียใจว่า..คุณไม่ได้ให้เวลาเป็นพิเศษสำหรับการยิ้ม การกอด หรือ การจูบใครบางคน เพราะคุณยุ่งเกินไปทั้ง..ทั้งที่มันเป็นความปราถนาอย่างเดียวครั้งสุดท้าย ดังนั้น..จงดึงคนที่คุณรักเข้ามากอดให้แน่นเสียแต่วันนี้ และ กระซิบที่หู บอกเธอว่า..คุณรักเธอมากแค่ไหน และ ยังคงกอดเธอ ใช้เวลานั้นบอกเธอว่า “ฉันขอโทษ” “ยกโทษให้ฉันนะ” “ขอบคุณ” หรือ “ไม่เป็นไร” และ ถ้าเผื่อไม่มีวันพรุ่งนี้...คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจสำหรับวันนี้
Posted by numtan_kw on 21 Oct. 2002,11:25

Posted by baitong_002 on 23 Oct. 2002,06:18
นิทาน....ความรัก....
กาลครั้งนหึ่งนานมาแล้ว....มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดให้อาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้งความสุข ความเศร้า ความรู้ และอื่น ๆ รวามทั้งความรักด้วย......
วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมด.....ว่า เกาะทั้งเกาะกำลังจะจม...ดังนั้นทุกคนจึงได้เตรียมตัวเพื่อที่จะหนีเอาตัวรอด....มีแต่ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่ต่อไห   จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย....เมื่อเกาะเกีอบจะจม ความรักจึงตัดสินใจ....ขอความช่วยเหลือ...ความโลภซึ่งแล่นเรือผ่านมาพอดีตอบความรักว่า.....
   " ไม่ได้หรอก ฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันน่ะเต็มไปด้วยทองและเงินแล้ว ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอ "
     ความรักตัดสินใจหันมาเรียกความเห็นแก่ตัวที่นั่งเรือลำงานผ่านมา
   " ความเห็นแก่ตัว...ช่วยฉันด้วย..."
   " ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอกความรัก...เธอน่ะตัวเปียกเกินไป และจะทำให้ฉันกับเรือของฉันต้องเปียกไปด้วย "
     ขณะนั้นเอง ความเศร้าพายเรือใกล้เข้ามา ความรักเอ่ยขอความช่วยเหลืออีกครั้ง
    " ความเศร้า ให้ฉันไปกับเธอด้วยคนนะ"
    " ความรัก ฉันกำลังเศร้ามากเลย และต้องการอยู่เพียงลำพังคนเดียวขอโทษนะ"
      ความสุขก็หันมามองเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะแล่นผ่านความรักไปด้วยเหมือนกัน ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
     " มานี่ความรัก ฉันจะรับเธอไปเอง "  เสียงนั้นเป็นเสียงของคนแก่คนหนึ่ง ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความเหนื่อยจึงลืมถามชื่อผู้ใจดีคนนั้น  เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แสนสงบแล้ว......คนแก่ก็เดินจากไปตามทางของเขา.....ความรักเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมหันกลับมาอีกเลย ความรักจึงต้องหันมาถามความรูษ้ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ว่า
    " คนที่ช่วยฉันเป็นใครน่ะ ฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย "
    " เขาก็คือเวลาไงล่ะ "  ความรู้ตอบ
    ความรักจึงถามต่อว่า " ทำไมเวลาถึงช่วยฉันล่ะ "
    ความรู้ยิ้มและตอบความรักว่า  " ก็เพราะมีแต่เวลาเท่านั้นที่เข้าใจดีว่าความรักยิ่งใหญ่มากแค่ไหน "..............................
...................................................................................
Posted by numtan_kw on 24 Oct. 2002,14:48
 

ภาพนิทานออนไลน์ "เวลาและ ความรัก" คะ  

::: < http://www.loveconcept.com/movies/timelove.html >
Posted by numtan_kw on 26 Oct. 2002,13:25
 

ที่มา ::: < http://www.loveconcept.com/Artical/article_272.html >

โดย ::: จักพันธ์

พี่ Webmaster ของ Loveconcept เธอบอกว่า..... วันนี้ผมลงเรื่องใหม่เพิ่ม น่ารักมากครับ  อ่านแล้วไม่ซึ้ง ไม่ต้องมาคบกันเลย : )

--------------------------------------------

นิรันดร์แห่งรัก

มีเรื่องเล่าระหว่างสาวสวยและหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งรักกันมาก และสาบานว่า แม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้ และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งไม่เชื่อว่าความรักของทั้ง 2 จะมั่นคง จึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา นางกล่าวว่า .. . . ..

"หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่าย ซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก ดังนั้นข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร...ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้ เขาจะไม่สามารถจำได้ ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้า เจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้ เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป ไม่แก่ไม่เฒ่า ไม่มีวันตาย จะอยู่อย่างนี้นิรันดร... เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา เคยเป็นที่รักและต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขา ในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...

วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารักเจ้า ทำให้เขาจำเจ้าได้ วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง.. เจ้าจะแก่และตาย ตามสภาพของอายุขัยที่ควรเป็น.. . และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน... เขาจะต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง..."

หลังจากนั้นมาปีแล้วปีเล่าเวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษ ที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชายหนุ่มคนรัก และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่ง ที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย... เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขา จำเธอได้ แต่มันไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า...

หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับสิบครั้ง เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ ถึงความรักของเธอ...ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวถูกเฝ้าดูอย่างเย้ยเยาะ โดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า... รักแท้ที่แม้ความตาย ก็ไม่อาจพรากไม่มีจริง แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ในช่วงหลัง ๆ มา หญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตน... แต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุข และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน...

แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว จึงปรากฏตัวเพื่อเอ่ยถาม กับตัวหญิงสาวเอง...
"เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วหรือ... ความพยายามที่จะพิสูจน์ ให้ข้าเห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใด ๆ แม้กระทั่งคำสาปของข้า..."

"จริง ๆ แล้ว ข้าก็มีเหตุผลของข้า..." หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป
"...ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายาม... เพียงแต่...ข้ากลัวว่าความพยายามของข้า จะสัมฤทธิ์ผล... แล้ว......."
"แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย..." นางแม่มดต่อให้ด้วยเสียงเย้ยหยัน
"ที่แท้เจ้าก็กลัวที่จะตาย... เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า... ....เฮอะ นี่หรือรักแท้ของเจ้า..."

หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น
"อาจใช่...มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่า หากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้ ข้าจะต้องตายจากเขาไป..."

"และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่า เขาจะทำให้เจ้าจำได้เช่นนั้นหรือ?..."

หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่งอยู่ ก่อนตอบ "สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น ท่านรู้อะไรไหม... ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตาม หาเขา เฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่า รอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ข้า เฝ้ามองการเกิดและการตายของเขา มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดู เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด... และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัส คือการได้เห็น ความทรมานของผู้เป็นที่รัก โดยที่เราไม่อาจเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือได้...

หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัว พอที่จะพยายามทำให้เขารัก ทำให้เขาระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้... แต่ทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน... ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับ เนื่องจากการรอคอย ที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้าคิดได้

ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก... สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุข เท่าที่พลังของข้า จะทำได้... ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง แต่ข้าก็ยังอยากเห็น รอยยิ้มของเขา... ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่าน อย่างไรก็ตาม นี่ก็คือความรักของข้า คือสิ่งที่ข้าเป็น...

แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาล แต่ข้าก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า... เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่วนิรันดร์..."

นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบ เพราะอยากให้คนที่อ่านจินตนาการถึงตอนจบเอาเอง
ในชีวิตของเรา มีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่า เรารักใครสักคนมากมาย เหลือเกิน
และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเรา ก็ต้องการความรักตอบกลับมา
หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตา ว่ารักที่ไม่ได้รักตอบ คือการสูญเวลาเปล่า...
แต่มีหลายต่อหลายคน... ที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้งแต่ยังได้รักใคร
สักคนอย่างเต็มหัวใจ... ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก... ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือก
ทางไหนหรือคุณจะเลือกหรือไม่?'

คุณจะเลือกทางไหน... เปิดประตูรับความรักเข้ามาเพื่อเติมความอบอุ่น
ให้กับหัวใจแม้เพียงช่วงหนึ่งของชีวิต... หรือจะมัวแต่ฟูมฟายโทษตัวเอง
กับความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้รักตอบ...??

.. ..*. .. *. .. *. . . ทางเลือกเป็นของคุณ . . .*. . ..*...
Posted by numtan_kw on 26 Oct. 2002,13:43
 

เพราะ.....อนาคตเป็นเรื่องเหนือความคาดเดา ไม่มีใครบอกได้ว่า…ทุกอย่างของวันนี้ จะยังคงเหมือนเดิมตลอดไป ไม่มีใครรู้ได้ว่า พรุ่งนี้เราจะยังมีกันและกันอยู่อีกมั้ย  

ถ้าหากพรุ่งนี้…สายเกินไปทุกอย่าง...แล้ววันนี้...เรารัก...เราดี...ต่อกันแค่ไหน?

คำถามเหล่านี้.....เราอาจจะยังตอบไม่ได้ดี เท่ากับคนที่ผ่านการสูญเสียมาแล้ว ถ้าเรายังไม่เคยสูญเสีย อย่านอนใจว่าทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง  

ถ้าวันนี้.....เรามอบสิ่งดีดีให้คนที่เรารักได้เท่ากับความรักที่เรามีให้เค้า
วันข้างหน้า.....เราจะไม่มีวันเสียใจเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น  
หลาย...หลายคนที่ผ่านเข้ามาในเวบนี้ เรายังเป็นคนโชคดี  
ตราบใด.....ที่เรายังมีเวลาและโอกาส ที่จะทำในสิ่งที่เราอยากทำ  
ด้วย.....การมอบความรักให้คนที่เรารัก อย่างที่เราอยากจะทำ  
อย่า.....ปล่อยให้ความเคยชินเข้ามากัดกร่อนความรู้สึกดีดีที่เราเคยมีให้แก่กัน

อย่าลืม.....รัก.....คนของคุณให้มากกว่าเดิม...ฯลฯ
Posted by numtan_kw on 15 Nov. 2002,05:52


สัญญา...O N L I N E !!  
==============

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2545

สวัสดีจ๊ะ...น้ำตาล

อย่าเสียใจเลยนะ.....ที่ฉันพาเธอไปรู้จักกะพี่เค้า แล้วก็...ที่เธอได้ตัดสินใจรับหมั้นพี่ชาย ก็เธอมัวแต่อยู่ในห้อง เอาแต่อ่านๆหนังสือ แล้วก็เล่นเกมส์บ้าบอของเธอ เธอจะรู้ได้ไงว่าโลก ภายนอกเค้าเป็นยังไงบ้าง เธอไม่รู้นี่นาว่าวันนึง เธอจะพบกะเค้าโดยบังเอิญ และมีความรู้สึกที่ดีๆให้เค้าตั้งแต่ ณ วินาทีแรกที่ได้พูดคุยกัน เธอเล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อเธอหรอกนะ ตัวฉันเอง...อยู่กะเธอมาตลอดชีวิตของเธอ ฉันยังไม่อยากเชื่อว่าเธอรู้สึกแบบนั้น ได้ยังไง พูดคุยกันไม่กี่คำเอง หน้าตาก็ไม่เคยเห็น คิดถึงเค้าได้ไง...นั่งรอ..จ้องมอง...แต่ชื่อของเค้า เมื่อไรหนอ เค้าจะออนไลน์ซักที เค้าทำอะไร...เรียนหนังสือ...หรือทำงาน...คงไม่ใช่เรียนหนังสือแน่...นักเรียนอะไร...ออนไลน์ได้ตลอดวัน...ก็เธอยังออนไลน์ได้เลย...คนแบบเธอก็ไม่น่าจะมีแค่เธอคนเดี๋ยวนะตาล

นั่นสิ..แล้วไง รอตั้งหลายวันแล้วนะ จะวันหยุดแล้ว ต้องกลับบ้านที่เชียงราย รับปากแม่ไว้ด้วยว่าจะไปช่วยพาแขกของแม่เที่ยว ทำไงดี ทำไมฉันคิดถึงเค้าตลอดเวลาหล่ะ นั่นสิ...เธออยากให้เค้าเป็นยังไงนะตาล อยากให้เป็นยังไงเหรอ...ไม่รู้สิ...ไม่มีอะไรอยู่ในสมองเลยนะ แค่อยากพูดคุยกะเค้าแค่นั้น ไม่ได้คิดซะด้วยซ้ำว่าเค้าจะเป็นไง พิการ..หน้าตาดูไม่ได้..ไม่รู้นะ ไม่เคยคิด คิดถึงเค้าแค่นั้น แล้วเธอวาดภาพเค้าเป็นไงหล่ะ...เอ...ก็บอกว่าไม่ได้คิดไง งั้นเธอต้องบ้าแน่ๆ เฮ้อ...ก็ไม่รู้อีก บ้าหรือเปล่า

ถามอา...อาก็ว่าไม่เป็นไร อย่าหนีตามใครไปก็แล้วกัน แค่คิด คงไม่มีใครว่าไร...แล้ววันนึง...เค้าก็โผล่มาอีก จะด้วยความคิดถึงและความผูกพันของเราที่มีต่อเค้าหรืออะไรก็ไม่รู้ เค้ามาคุยกะเรา จะว่าดีก็ไม่ใช่นะ เมื่อวันแรกก็ดุไปแล้วว่าเราไปเข้าเวบแบบนั้นได้ไง...ก็เข้าไปแล้ว มีอะไรหรือเปล่า...ถ้าตอบแบบนี้ เค้าคงหนีเราไป ไม่คุยกะเราอีกสินะ..มาวันนี้...เราคุยไป 3 ประโยค แต่เค้าตอบมาไม่กี่ตัวเอง คนอะไรเนี้ย มีด้วยเหรอแบบนี้ ไม่รู้จักน้ำตาลซะแล้ว พี่จ๋า..ตาลชอบพี่จริงๆนะ อย่าถามนะ…ว่าทำไม ตาลไม่รู้หรอกคะ รู้แต่ว่าความรู้สึกผูกพัน ไว้ใจ แล้วก็อบอุ่น มีความสุขมากมาย แค่เห็นชื่อของพี่ออนไลน์ขึ้นมาเป็นสีเขียวๆ ก็ยิ้มออกแล้วคะ

แต่ในความสุขนั้น มีน้ำตาซึมมาได้ทุกครั้ง ที่พี่เค้าไม่สนใจที่จะคุยกะตาลเลย นานๆพี่เค้าจะตอบตาลสักที ก็เธอไม่ได้บอกเค้านี่นา ว่าเธอคิดยังไง เค้าจะตั้งใจคุยกะเธออย่างที่เธอตั้งใจคุยกะเค้าได้ไง ถึงบอกเค้าก็คงไม่เชื่อเธอหรอกตาล แต่ทำไมความรู้สึกแบบนี้ เกิดขึ้นกะตาลคนเดียวล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย กลับไปอยู่ในห้องของตาลดีกว่านะ อ่านหนังสือ อ่านบทความต่างๆไปเรื่อยๆ ไม่มีใครสนใจเธอหรอกตาล คู่หมั้นเธอยังไปเที่ยวกะผู้หญิงเยอะแยะ ไม่ซ้ำหน้าเลยนะ ฉันว่าเธอเหงามากไปนะตาล กลับบ้านไปช่วยแม่ดูแลแขกของแม่ดีกว่านะ จะได้ลืมเค้าไง

ใช่...อาจจะ...แต่ไม่ได้ผลหรอก ยิ่งมาอยู่เชียงราย อากาศยิ่งเป็นใจให้คิดถึงมากกว่าเดิม เค้าไม่ใช่คนเหรอ..ทำไมตามเราไปได้ทุกทีเลย แปลกจัง...ปกติตาลไม่เคยคิดถึงใครเลยนะ นอกจากเรื่องรายงานแล้วก็เรียนๆๆๆๆ นั่นสิ...ลืมเค้าซะเถอะ วันนั้น เค้าบอกว่าเค้ามีผู้หญิงของเค้าแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ ฉันขอโทษนะตาล...ฉันน่าจะบอกให้เธอเลิกคิดบ้าๆบอๆแบบนั้น กลับปล่อยให้เธอทำตามใจ อย่าเสียใจเลยนะ ช่างเหอะ ร้องไห้บ้างก็ดี เผื่อตาฉันจะสว่างๆ มองอะไรได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แล้วเธอจะทำไงต่อไปล่ะ

วันต่อมาพี่เค้าก็มาพูดๆๆ แล้วก็อธิบาย แต่อย่านึกว่าเราเข้าใจนะ ทำไมหล่ะ เธอไม่เข้าใจเหรอ อย่างตาลเนี้ยนะไม่เข้าใจ เข้าใจสิ แต่ทำไงได้ ความรู้สึกเพิ่มพูนมากมายขึ้นเรื่อยๆ ไม่อายที่จะบอกรักพี่เค้าด้วย ไม่รู้ทำไมถึงบอกได้ แต่ตาลไม่ได้โกหกนี่นา ทำไมถึงบอกไม่ได้ ก็เป็นความรู้สึกของตาลจริงๆนี่นา แต่ตาลเธอมีคู่หมั้นแล้วนะ รู้แล้วไม่ต้องย้ำหรอก ก็เธอนั่นแหละทำไมไม่ห้ามกันบ้างล่ะ ปล่อยให้ตาลตามใจพ่อแม่ทำไม เน๊...มาหาเรื่องฉันคนเดียวได้ไง ก็ตาลทำไมไม่ปฏิเสธหล่ะ ไม่รู้เหมือนกัน กลัวไม่มีแฟนมั้ง หน้าอย่างเธอหน่ะนะ กลัวไม่มีแฟน

แล้วตาลจะรู้ได้ไง ว่าตาลจะพบคนที่ตาลชอบและหลงรักพี่เค้าที่เน็ตนี่ แล้วถ้าตาลผิดหวังหล่ะ ช่าง ผิดหวังก็ผิดหวังสิ ขอแค่ให้รู้ว่า มีความสุข เป็นยังไงก็พอแล้ว แล้วไม่กลัวพี่เค้าเสียใจเหรอ ไม่หรอก พี่เค้าไม่ได้รักตาลหรอกนะ ตาลรู้...พี่เค้าแค่มีความสุขที่มีตาลคุยด้วยในบางเวลาเท่านั้น พี่เค้ามีหน้าที่ มีงานมากมาย เค้าไม่มีเวลารักใครหรอก แล้วถ้าตาลเข้าใจผิดหล่ะ คิดเองแบบนี้ไม่ยุติธรรมกะพี่เค้านะ เกิดพี่เค้าจริงจังกะตาลด้วยหล่ะ

รับรองพี่เค้าไม่รอตาลหรอก พี่เค้าอายุมากๆแล้ว อยู่ห่างกันตั้งมากมาย พี่เค้ามีโอกาสที่จะคบหรือยุ่งกะใครก็ได้ พี่เค้าไม่สนใจตาลจริงๆหรอก ตาลคิดแบบนั้นเหรอ คะ...คิด แต่ตาลไม่สนใจนะ ว่าพี่เค้าจะมีใครหรือเปล่า วันนึง...ถ้าตาลพร้อม แล้วพี่เค้าไม่มีใครจริงๆ ตาลจะไปขอให้พี่เค้าแต่งงานกะตาล ถ้าพี่เค้าไม่ยอมแต่งงานกะตาลหล่ะ ไม่ยอมไม่ได้แล้วคะ ก็ตาลให้เวลาพี่เค้าตั้งนานแล้ว ตอนที่ตาลไม่พร้อม ตาลก็ไม่กล้าทำไร แต่เมื่อไรที่ตาลพร้อม รับรองตาลไม่ปล่อยให้พี่เค้าลอยนวลแน่ๆคะ ต้องใช้กลยุทธทุกวิถีทาง ที่เค้าเรียกมายาหญิง ไง คงต้องหัดร่ำเรียนเก็บไว้บ้างแล้ว เผื่อจำเป็นต้องใช้นะ

ตาลมั่นใจขนาดนั้นเลยนะ ที่จริงมั่นใจยิ่งกว่านั้นอีกนะ แต่ไม่อยากคุย เพราะใจหนึ่งไม่กล้าทำให้พ่อแม่เสียใจ แล้วก็ไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียเพื่อนด้วย เพราะถ้าพี่ชาย ไม่มีความผิดอะไร ตาลจะปฏิเสธการแต่งงานกะพี่ชายได้ยังไง ถ้าตาลทำโดยเห็นแก่ตัว พ่อแม่คงเสียใจมากๆ แล้วยังจะพ่อแม่ของพี่ชายคงโกรธตาล แล้วก็พาลโกรธพ่อแม่ของตาลด้วย ธุรกิจของพ่อแม่ทำร่วมกะบ้านพี่ชาย ก็พังเพราะตาลคนเดียว พ่อแม่ให้ทุกอย่างกะตาล ไม่เคยทำให้ตาลผิดหวังและเสียใจอะไรสักอย่าง เรื่องหมั้นก็เพราะตาลเองไม่ได้ปฏิเสธ ทางพี่ชายถึงมาหมั้น เรื่องของตาลกะพี่เค้า มาทีหลัง คงต้องอดทน ยังไงตาลก็มีความสุขอย่างมากมาย ที่ตาลได้รัก และให้ความรู้สึกที่ดีๆกะพี่...คนดีของตาลไปทั้งหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่กะตาล คือหน้าที่และความรับผิดชอบของลูกที่ดีของพ่อแม่เท่านั้น

ตาลขอโทษนะคะ...ขอโทษที่ทำให้หัวใจของตาล ต้องเจ็บปวดและร้องไห้ แต่ในความเจ็บปวดนั้น ก็มีความสุขแฝงอยู่ด้วยเสมอ อา...สอนเราเสมอว่า เราสามารถสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้ เริ่มจากการตั้งเป้าหมาย ที่เปี่ยมไปด้วย “ความปรารถนาอย่างแรงกล้า” ผนึกให้มันฝังแน่นอยู่ในใจตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดจะมาเปลี่ยนแปลงความต้องการอันนี้ไปได้...ตามด้วย “ความเชื่อ” เชื่อว่าความปรารถนานั้น จะต้องเป็นความจริงขึ้นมาแน่ๆ ไม่ว่าด้วยวิถีทางใดๆ มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ...จากนั้น ก็มี “ความคาดหวัง” รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามเวลาที่เรากำหนดได้...เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัจจัยอันแรงกล้า 3 ประการนี้ เกิดขึ้นครบถ้วน ความสำเร็จนั้นย่อมอยู่ตรงหน้าเราเสมอ และอย่าลืมว่า...เราต้องคิดดี...ทำดี...และไม่โลภ ทุกอย่างก็จะดีตามเอง ยังไงตาลก็ไม่ละความพยายาม ที่จะตอบสนองความปรารถนาของหัวใจ ของตาลอย่างแน่นอน

ตาลขอโทษพี่..ด้วยนะคะ ที่ตาลเข้ามาวุ่นวาย กะชีวิตของพี่ แค่ความสุขที่พี่ให้กะตาลนั้น ตาลก็ไม่รู้ว่า ตาลจะตอบแทนพี่ได้อย่างไร ตาลขอให้ความดีของพี่และความรู้สึกที่ดีๆที่พี่มีให้กะตาลเสมอ ส่งผลให้ชีวิตของพี่...ประสบแต่สิ่งที่ดีงาม ตลอดไปคะ

“น้ำตาล”
\[=^-^=]/….\[=^๐^=]/

----------------------------------------------  

สวัสดีครับ...น้องน้ำตาล

พี่ก็มีความสุขมากนะครับ ที่น้องตาลให้ความไว้วางใจพี่และยอมคุยดัวยตั้งแต่วันแรก มันเป็นความรู้สึกที่ดีๆ ที่เรามอบให้ใครสักคนที่เราคิดว่า เขาไว้ใจเราแล้วเราก็มอบความจริงใจให้กับเขา และ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนะเวลานี้ มันเร็วมาก มันอาจจะทำให้เราตั้งตัวไม่ทัน ขอให้น้องตาลคบกับพี่อย่างมีสติ เมื่อเราคุยกัน และ แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกันนั้น ก็เป็นการเรียนรู้ ความคิด และ นิสัยของแต่ละฝ่าย ซึ่งน้องตาลเป็นคนที่ฉลาด รอบรู้ และมีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ทำให้เราคุยกันได้อย่างไว้ใจ และ มีไม่การปิดปัง

วันนี้...พี่ก็ไม่นึกเหมือนกันนะ ในสังคมออนไลน์ จะเกิดมิตรภาพที่ดีที่เรามีให้แก่กัน นี่อาจจะเป็นการสร้างตัวเองในเงาที่ใครบางคนไม่อยากให้คนอื่นเห็นตัวเอง ในความเป็นจริง แต่สำหรับพี่คิดว่า ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ไม่ว่าเราจะหลอกตัวเอง หรือว่าคนอื่นอย่างไร สักวันเมื่อความจริงปรากฏ ผลลัพธ์ของมัน คงทำลายมิตรภาพอันดีของมิตรที่มีให้ ทุกอย่างนั้นพี่บอกให้ตาลรู้ความจริงทุกสิ่ง ซึ่งตาลต้องประมวล และ คิดอย่างมีเหตุมีผล อย่าใช้อารมณ์ ความสุขนั้นก็จะเกิดขึ้นจริง

จดหมายฉบับที่ตาลส่งให้นั้น ขอให้คำมั่นว่า จะเก็บไว้อย่างดี ซึ่งเป็นความทรงจำที่ประทับใจ และ ขอบคุณน้องตาลอีกครั้งนะ ที่เปิดโอกาสให้พี่ได้คุยด้วย พี่คงไม่เขียนยาวไปนะครับ จนทำให้ตาลหลับก่อนอ่านจดหมายฉบับนี้จบ อยากให้ตาลอย่างเพิ่งเบื่อพี่ก่อนล่ะ เพราะอย่างไรมิตรภาพชองเรา จะเป็นอย่างไรในอนาคต อย่างน้อยมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเราคงอยู่ตลอดไปนะครับ


คิดถึง พี่..คนนี้บ้างนะครับ
\[=^-^=]/….\[=^๐^=]/

--------------------------------------------

สวัสดีครับ น้องตาล

เป็นมาอย่างไรล่ะครับนี่ น้องตาลบอกให้เราบอกความลับให้ฟัง แลกกันก็เว้นมาตั้งนาน หลายวัน ซึ่งน้องตาลบอกเรามานานแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่เคยผิดคำพูดกับใครด้วยสิ

การที่รู้จักน้องตาลนี่ เป็นโอกาสที่ดีอย่างหนึ่งของนายในชีวิตเลยนะ น้องเขาเป็นคนดี เคารพเชื่อฟังคำผู้ใหญ่ น่ารัก และก็ดื้อเล็ก ๆ ด้วย แต่อย่างไรก็น่ารักนะ

เราบอกน้องเขาบอกหมดเลยนะ ไม่ว่าบ้านเป็นอย่างไร อยู่อย่างไร จำเป็นอย่างไร คิดอย่างไร ชอบใครที่ไหน แล้วทำไมล่ะต้องไปบอกน้องเขาด้วย ก็น้องเขาบอกนายหมดไง น้องเขารักเอ็งนะ “รู้น่ะ” น้องเขาบอกเราแล้ว “แต่จะให้เราทำอย่างไรล่ะ” ไม่รู้สินะนายว่ามันเร็วไปหรือเปล่าล่ะ

แล้วตอนนี้น่ะ เราทำอะไร ก็แคร์กับความรู้สึกของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งเราเพิ่งรู้จักเขา ไม่นานนี่เอง แล้วไงล่ะ น้องเขาก็จริงใจ และก็มีน้ำใจให้นายนะ เราเองก็ไม่เคยหลอกอะไรน้องเขานะ บอกหมดทุกอย่างไม่มีอะไรปิดบัง แล้วทำไมนายต้องบอกน้องเขาล่ะ ก็ต้องบอกสิ ไม่อยากให้น้องเขาเสียใจทีหลังนะ แล้วกับเพื่อนของนายล่ะที่นายชอบเขาอยู่น่ะ เราก็ชอบเขาอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเราเหมือนกัน แต่ก็บอกเขาไปแล้วนะ ว่าชอบเขา แล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ มันก็ขวางหัวใจเราอยู่นะ แล้วจะให้รักคนสองคนในเวลาเดียวกันเหรอไง มันยุติธรรมกับเขาทั้งสองคนแล้วหรือ มิสู้ทนเจ็บเอาคนเดียวดีกว่า แล้วมันมีเหตุผลอีกอย่างนะ เราอยู่ไกลกันมาก ก็ไม่รู้ว่าจะได้พบกันเมื่อไร แล้วผู้หญิงคนไหนเขาจะไปรอเราล่ะ

นั่นสิ แล้วน้องตาลล่ะ น้องเขายังต้องเรียนนะ คงยังอีกหลายปี เราก็ไม่รู้ว่าน้องเขาจะเลือกทางเดินทางไหน น้องเขาอาจจะมีคนมาชอบอยู่ก่อนแล้วก็ได้ หรือว่า น้องเขาอาจจะมีความจำเป็นในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามนะ เราก็มีความจริงใจให้น้องตาลเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าน้องตาลจะเป็นเช่นไร ก็คงมีแต่ความปรารถนาที่ดีมอบให้อยู่ตลอดเวลา

แต่ว่าอนาคตมันก็ไม่แน่นะ อาจจะเป็นอย่างที่น้องตาลเขาคิดก็ได้ ถ้าวันใดวันหนึ่งที่เราพร้อม ไม่มีใครคนนั้นแล้วที่ยังขวางใจอยู่ แล้วเมื่อวันนั้นที่น้องตาลไม่มีใคร และยังมั่นคง ในน้ำใจให้เรา วันนั้น เราคงไม่รอที่จะบอกรักน้องตาลหรอกนะ

คิดถึง พี่..คนนี้บ้างนะครับ
Posted by นกกะปูด on 15 Nov. 2002,16:52
3 อย่างในการสร้างความสำเร็จให้ตัวเอง
“ความปรารถนาอย่างแรงกล้า”
“ความเชื่อ”
“ความคาดหวัง”

ชอบเรื่องข้างบนนี้มากค่ะ คงโดนใจชาวออนไลน์กันถ้วนหน้า..
เขียนมาอีกนะจ๊ะ น้องน้ำตาล ic-12.gif
Posted by Yaya on 15 Nov. 2002,19:11
โดนอย่างจัง cry3.gif.gif
Posted by numtan_kw on 16 Nov. 2002,22:24
 

พ่อยอดชายของ…ตาล ตอนที่ 1
--------------------------------------  

แล้ววันนั้น.....ก็มาถึง สาวน้อยวัย 17 อย่างตาลก็มี SOMEONE กับเค้าจนได้ ถ้าไม่ใช่กรรม ก็คงจะเวรนั่นแหละ สาวน้อยที่วัน...วัน เอาแต่เรียน...เรียน ก้มหน้าก้มตาบ้าอ่านหนังสือ จนตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อตแล้วนี่ เกิดนึกอยากมีแฟนกะเค้าสักคน ก็เห็นเพื่อน...เพื่อนเค้าเดินกันเป็นคู่...คู่ ก็อยากมีบ้างนะ

ทำไงดีหล่ะ..! เดินไปก็คิดไป จนเดินผ่านสนามบอล เห็นพี่...คนหนึ่ง เป็นหนุ่มวิศวะ รูปงาม หุ่นทรมานใจสาว เป็นนักฟุตบอลของมหาลัยซะด้วย สมองของ...ตาลก็เริ่มปฏิบัติการพิเศษ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย อย่างที่เคยฝึกพลังจิตใต้สำนึกมา ตาล...มานั่งจ้องพี่เค้า ที่ข้างสนามบอลทุกครั้งที่ตาลว่าง ทำแบบนี้อยู่ 3 วัน พี่เค้าก็เริ่มสนใจ...ตาลบ้างแล้ว หันมายิ้ม...ยิ้ม ให้ตาลบ่อย...บ่อย พอวันที่ 5 มีแข่งบอล ระหว่างคณะ ก่อนที่พี่เค้าจะลงสนาม พี่เค้าก็เอาดอกกุหลาบสีแดงมายื่นให้...ตาล ตาลบอกว่า...”ขอบคุณคะ” แล้วพี่เค้า...ก็พูดว่า...”ช่วยนั่งอยู่ตรงนี้ เป็นกำลังใจให้พี่หน่อยนะครับ”...ตาลก็ตอบว่า...”คะ”...นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้พูดกัน

จากนั้น.....พี่เค้าก็มาตกหลุมรัก...ตาลหน่ะสิ ย้ำ! อย่างหัวปักหัวปำด้วยนะ ก็เพราะตั้งแต่เกิดมา ก็ไม่เค้ยไม่เคยกับเค้าสักครั้ง ทำให้...ตาลต้องตัดสินใจอยู่เป็นนาน กว่าจะรับปากเป็นคู่ควงของ...พี่เค้า

เมื่อ.....ความรักเข้าตา คว้าอะไรเป็นเอามาทึ้ง มาคลึงไปซะหมด อารมณ์ประมาณว่าเคลิ้มสุด..สุด โดยเริ่มจากการมองหาข้าวของ เครื่องใช้ สีชมพู ตาจ้องเขม็งไปที่สนามบอล หูคอยเงี่ยฟังเสียงกริ๊ง...กริ๊งจากโทรศัพท์ เริ่มจำกัดอาหาร อย่างเอาเป็นเอาตาย เปลี่ยนอุปนิสัยร้าย...ร้ายไปในทางที่ดี แม้กระทั่ง...เจ้าโคล่า...หมาของอา ที่ตาลเคยแอบเหยียบหางมันเล่นอยู่บ่อย...บ่อย ก็กลายมาเป็นเพื่อนซี้ คอยนั่งฟัง...ตาลรำพึงรำพันถึงพี่เค้าเป็นวัน...วัน บางครั้ง...เดิน...เดินอยู่ก็ยิ้ม..ยิ้มออกมาคนเดียว นั่งเรียนวิชาสถิติ ยากจะตาย คำนวณเพียบ สูตรเยอะแยะ ยังยิ้มออกมาได้เลย อาการแบบนี้...คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ เอาเป็นว่า เราเริ่มจี๋กันเรื่อย...เรื่อยก็แล้วกัน

ความแปลกใหม่ระหว่าง...เรา เป็นอะไรที่น่าค้นหา และท้าทายที่สุด พี่เค้าเกรงใจ...ตาล และ ตาล...ก็ให้เกียรติ...พี่เค้าด้วยเช่นกัน จนเราทั้งคู่เกือบจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปหมดสิ้น แต่ตอนนั้น...ไม่รู้ตัวหรอกนะ ก็เพราะอยากเอาอกเอาใจกันและกันนี่แหละ เหตุการณ์มันก็น่าจะหวานฉ่ำปานน้ำผึ้งนะ ถ้า ตาล...ไม่รีบสลัดรัก...พี่เค้าไปเสียก่อน ที่ตาล...จะรู้สึกว่า ตาลเป็นผู้ชาย หรือ ผู้หญิง กันแน่ เพราะแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราหน่ะสิ มันร้ายแรงจน...ตาล ต้องแอบไปถามแม่ว่า...เมื่อตอนเด็ก..เด็กแอบพา นู๋ ไปผ่าตัดแปลงเพศมาหรือเปล่า อ้าว! นี่เรื่องจริง...จริงนะ

ในที่สุด...ตาลก็ได้รับการพิสูจน์ และ ยืนยันจากแม่ และ ญาติ...ญาติว่า ตาล...เป็นสาวแท้ ที่มีจิตใจเป็นผู้หญิงแบบที่ใคร...ใครเค้าก็เป็นกัน ส่วนพี่เค้า...ก็เป็นชายทั้งแท่ง ที่คอยมายื้อแย่งอาการที่ผู้หญิงพึงมีพึงทำ ไปจาก...ตาลเสียหมดหน่ะสิ

เริ่มจาก.....การอาบน้ำ พี่เค้า...นัดตาลไว้ 10 โมงเช้า ที่บ้านของพี่เค้า ตาล...งดอาหารมื้อเช้า เพราะวันนั้น ตาล...ตื่นสาย ก็เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวไปตามนัด นี่เป็นนัดแรกที่นัดกันที่บ้านพี่เค้าด้วย กลัวพี่เค้าจะว่าเอา...ว่าผู้หญิงก็แบบเนี้ยะ สายเสมอ!! แล้วก็คิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะมื้อเที่ยงแล้ว ตาล...ไปถึงที่หมายตรงเป๊ง ไม่ขาดไม่เกิน เข้าไปนั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในห้องรับแขก สักครู่...คุณแม่ของพี่เค้าก็ออกมาชวนคุย บอกว่าพี่เค้ากำลังอาบน้ำอยู่ ตาล...นึกในใจว่าถึงเวลานัดแล้วเนี้ยนะ เพิ่งจะอาบน้ำ เอ้า! ไม่เป็นไร พี่เค้าคงดูหนังสือจนดึก ก็ต้องตื่นสายเป็นธรรมดา ตาล...นั่งรอไปยิ้ม ยิ้มไปกับคุณแม่ของพี่เค้า จนเหงือกเริ่มจะแห้งแล้วนะ ทีนี้...ยิ้ม ก็เริ่มหุบลง ทีละขยึก เมื่อเวลาผ่านเลยไปครึ่งชั่วโมง.....สี่สิบห้านาทีก็แล้ว และในที่สุดก็ล่วงเลยไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ตาล...เริ่มยิ้มแต่ปาก หากนัยน์ตาเริ่มขวาง แข็งกร้าวและดุดัน ลองนึกถึงภาพหมาที่กำลังโมโหหิว แล้วมีอีกตัวมาแย่งนะ ดูไม่จืดเลยหล่ะคะ ตาล...แค่ต้องการอธิบายให้เห็นภาพชัด...ชัดนะ แต่ตอนนั้น...ตาลจวนจะเป็นลมแล้วคะ

โธ่.....พี่จ๋า พี่ช่างมีมุมไหนหลืบไหนให้ขัดกันมากมายหนอ น่ากลัวจะเหี่ยวไปทั้งตัวแล้วมั้งจ๊ะ เวลาเท่านี้...ตาล ขัดผิว นวดตัว ทำเล็บ สระผม ไดร์ผม แต่งหน้า ไปงานหรู...หรู ได้เลยนะคะเนี้ย เฮ้อ! กลุ้ม

และในที่สุด.....พี่เค้าก็ลงมาพร้อมกลิ่นกายอันสะอาดสะอ้านสะท้านทรวง กลิ่นเวอร์ซาเซ่นุ่ม...นุ่ม หล่อเลี่ยม ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อา! พ่อเทพบุตรสุดหล่อ หุ่นช่างบาดใจ นู๋ เหลือเกิน ก็พอจะคุ้มค่าที่ให้นั่งรออยู่หรอกนะ

แต่เท่านี้.....เรื่องเล็ก ยังมีเด็ดกว่านี้อีก พี่เค้า...เริ่มออกอาการอ้อนแม่ ต้อนหน้าต้อนหลัง ออดอ้อนออเซาะ ขนาด...ตาล ยังทำไม่ได้เท่านี้เลยนะ

ผู้ชาย.....อารมณ์ละเมียดละมัยแบบนี้ ตาล...ก็ปลื้มหรอกนะ แต่ถ้าพี่เค้าเนี้ยบเฉียบไปซะทุกเรื่องแบบนี้ ตาล...ก็เหวอไปเหมือนกันนะ

ตบท้าย.....เย็นวันนั้น พี่เค้าชวนตาลไปช้อปปิ้งอย่างออกรสออกชาติ ตัวพี่เค้าหรอกนะ ที่สนุกสนานเดินหาซื้อของ ขึ้นชั้นนั้น ลงชั้นนี้ ได้อย่างไม่มีเบื่อ รู้ที่เก็บ ที่วาง ไปเสียหมดทั้งห้าง แล้วตอนที่เราเข้าไปหาของใช้ในซูปเปอร์มาร์เก็ตนี่สิ พี่เค้า...ขนาดนับจำนวนกรัมกับราคา คำนวณตัวเลขออกมาแป๊ะ...แป๊ะ ทำตัวเป็นแม่บ้านสุดฤทธิ์ โธ่...พี่จ๋า ปล่อยให้ นู๋ ทำมั้งสิคะ

ตาล.....รู้สึกขอบคุณสวรรค์เป็นที่สุด ที่รักของเรามีอันเป็นไปซะก่อน ตาล...หลีกทางแต่โดยดีให้สาวน้อยหน้าใสที่มาหลงปลื้มพี่เค้าอย่างเอาเป็นเอาตายอีกคน ก็กำลังเบื่อ...เบื่อ เลยทำเป็นเสือสวมรอย ซิ่งไปตามระเบียบ

ตอนนี้.....เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ อย่างน้อย...เราก็ยังชอบอะไรที่เหมือนกันบ้าง ก็...มะขามคลุกน้ำตาล...ที่พี่เค้าชอบแย่งตาลทานบ่อย...บ่อย ไงหล่ะ

คิ๊ก...คิ๊ก คิ๊ก...คิ๊ก คิ๊ก...คิ๊ก
Posted by numtan_kw on 17 Nov. 2002,22:42
 

พ่อยอดชายของ…น้ำตาล  ตอนที่ 2  ฉบับสมบูรณ์
-----------------------------------------------------------

หลังจาก.....ที่ตาล...สลัดรัก พี่นะ พ่อยอดชายของ...ตาล เมื่อตอนที่ 1 เรียบร้อยไปแล้ว ก็มี พี่น้อย เพื่อนสนิทของ...พี่นะ มาคอยชวนตาลคุยอยู่เรื่อย..เรื่อย พี่น้อยคงคิดว่าตาลเหงา และคิดว่า พี่นะ ทิ้งตาลไปมีแฟนใหม่ ที่จริง ตาล กะ พี่น้อยก็พบกันเกือบทุกวันอยู่แล้ว เพราะ พี่น้อยเป็นครูสอนพิเศษว่ายน้ำที่ศูนย์เยาวชนของจังหวัด ปกติ...ตอนเย็น...เย็น ถ้าตาลว่าง ตาลก็จะมาช่วยพี่น้อยสอนเด็ก...เด็กว่ายน้ำเสมอ...เสมอ

พี่น้อย.....เป็นชายหนุ่มร่างสูง ใหญ่ เวลาที่เธอใส่กางเกงว่ายน้ำ เปลือยท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อฟิตเปรี๊ยะได้รูปสวยงาม เซ็กซี่แบบนักกีฬา ผมยาวลงมาถึงต้นคอ มองดูคล้าย...คล้ายสุดหล่อ เดวิด เบคแคม ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยนะ

สายตา.....ซุกซนของตาล ชอบมองเวลาที่ พี่น้อยยกมือทั้งสองข้างขึ้น ตอนวอร์มอัพก่อนลงสระว่ายน้ำ กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของ พี่น้อยจะขยายเกร็งจนเห็นเป็นเส้นไปทั้งร่าง ลอนกล้ามท้องเป็นลูก...ลูก ไม่มีไขมันเลยสักนิด ที่หน้าอกมีไรขน พอชวนมองให้วาบวิว : ) : )

”เพียะ” ..... อ๊ะ...อ๊ะ... เสียงที่ดังขึ้นจนตาลสะดุ้ง พร้อมกับรู้สึกเจ็บที่แขนนิด...นิด

ตาล..... “อุ๊ยสส....นายมาตีเราทำไมเนี้ยะ “
เพื่อน..... “ยังมีหน้ามาถามเราอีก รู้นะ มองอะไรอยู่ ทำยังงี้ได้ไงย่ะ เล่นมองไม่ชวนเลยนะ” คิ๊ก...คิ๊ก : ) : )

ตาล.....กะเพื่อนจะแซว และ ล้อกันเล่นเรื่องแอบมองสรีระของพี่น้อยประจำ ก็เธอหุ่นออกจะ ประมาณนั้น...อื้อฮือ...สาวที่ไหนจะไม่มองจ๊ะ แล้วตาลก็หัวเราะ อิอิ เพราะจนด้วยหลักฐาน พอรู้ตัวว่าถูกจับได้ ก็เขิน แต่...ก็ยังไม่วาย หันไปเถียงเพื่อนข้าง...ข้างคู...คู ทำนองว่า ทีพวกผู้ชาย เค้ายังมองพวกเราเลยนะ ไม่เห็นมีใครว่า แล้วก็น่าดูออกนะ คิ๊ก...คิ๊ก ... : ) : )

บรรยาย.....แต่หุ่นทรมานใจสาวของพี่น้อยจนเพลิน เดี๋ยวเค้าจะนึกว่า “เรื่องเล่าของ...น้ำตาล” วันนี้ เรทเอ็กซ์ ซะหล่ะมั้ง เฮ้อ..!! ผ่านนะ อิอิ : ) : )

พี่น้อย.....เป็นคนพูดน้อย สมชื่อ แล้วก็บางทีก็ ขรึม...ขรึม เหมือนคนมีอะไรอยู่ในใจ เลยมองดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริง..จริง พี่น้อย...เรียนด้วย ทำงานพิเศษไปด้วย ตาลรู้สึกเหนื่อยแทนทุกครั้ง ที่เห็นพี่เค้าวิ่ง หอบ แฮ้ก..แฮ๊ก มาที่สระน้ำ เพื่อที่จะสอนเด็ก...เด็ก บางวัน...ที่ตาลว่าง ตาลก็จะรับอาสา มาช่วยสอนแทน

พี่น้อย.....ทำตัวเหมือนพี่ชาย...ที่น่ารัก และช่างสังเกต พี่น้อย.....จะมีดอกกุหลาบสีขาวก้านยาว ดอกใหญ่...ใหญ่ ติดมือ มาฝากตาลบ่อย...บ่อย แล้ววันหนึ่ง...เธอก็คงทนไม่ได้ ที่เห็นตาลไม่แสดงอาการตื่นเต้น ดีใจที่ได้รับดอกไม้สวย...สวยนี้เลย แม้สักครั้งเดียว

พี่น้อยก็เอ่ยปากถามตาลว่า.....”น้องตาล ไม่ชอบดอกกุหลาบเหรอคะ” พี่น้อยพูดกับตาลอย่างสุภาพเสมอ พี่น้อย ใช้คำลงท้ายว่า “คะ” ได้เสียงนุ่มและไพเราะ

ตาลตอบพี่น้อยว่า..... “ตาลชอบดอกไม้สิคะ แต่...ตาลไม่ชอบให้ดอกไม้ ออกมาอยู่นอกต้นคะ”

หลังจากที่ตาล ตอบพี่น้อยไปแบบนั้น พี่น้อยก็ไม่เอาดอกไม้มาให้ตาลอีก แต่...ผ่านไปแค่ 2 อาทิตย์เองคะ พี่น้อยก็หอบเอาดอกกุหลาบสีขาวสวย...สวยมาให้อีก แต่คราวนี้มาทั้งกระถางเลยนะคะ ตาล...เห็นแล้ว ก็อดที่จะชื่นชมในความพยายามของพี่เค้าที่จะทำให้ตาลประทับใจไม่ได้


ชีวิตในช่วงนั้น.....ของตาลดูมีความสุขจังคะ เย็น...เย็น เลิกเรียน ก็ไปรอพี่น้อยที่สระว่ายน้ำ บางวัน...พี่เค้าติดแข่งบอล ตาลก็อาสามาสอน ว่ายน้ำ แทน เพราะกลัวว่าพี่เค้าจะถูกตัดเงินไป ชีวิต...ของพี่น้อยดูโดดเดี่ยวและเงียบเหงา บาง เสาร์-อาทิตย์ ตาลต้องกลับบ้านที่เชียงราย ตาลชวนพี่น้อย ไปด้วย แต่พี่เค้าจะปฏิเสธตาลทุกครั้ง ว่าพี่ต้องทำงาน แต่พี่เค้าก็ทำงานจริง..จริง ชีวิตมีแต่เรียน..เรียน เล่นบอล แล้วก็ทำงานพิเศษ ที่สระว่ายน้ำ ที่ศูนย์กีฬา พี่น้อย...ใช้เงินที่ตัวเองหาได้ ตาลไม่เคยเห็นพี่น้อยมีธนาณัฐ หรือเครดิตการ์ด แต่พี่น้อยก็ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงิน

ตาล.....ไม่เคยคาดหวังว่า จะได้รับสิ่งใด...ใด จากพี่น้อย แต่พี่น้อย...ก็แสดงให้ตาลเห็นว่า พี่น้อย “แคร์” ตาลเสมอ เมื่อไรที่พี่น้อยมีเวลา แม้สักนิด พี่น้อย จะพาตาลไปทานข้าวกันสองต่อสอง ในร้านดี...ดี เงียบ...เงียบ นั่งฟังเพลงเบา...เบา ที่มีบรรยากาศน่ารื่นรมย์

ความสุขเหล่านั้น.....ที่เค้าบอกว่า...ไม่ให้เราเพลิดเพลินจนเกินไป มาได้...ก็ไปได้...ตาลไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ชีวิตที่ตาลบอกตัวเองเสมอว่า “ตาล...มีความสุขจัง” ถึงแม้ พี่น้อยจะบอก...รักตาล แล้วตาลก็ไม่เคยรู้สึกว่าตาลรักพี่น้อยจริง...จริง แต่ตาลก็ไม่ได้รักใคร และไม่มีใคร ไม่มีจริง...จริงคะ ตาล...แค่รู้สึกว่าพี่น้อยเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อนต่างเพศที่รู้ใจ และคุยกันได้ ตาลไม่เคยคิดไกลไปว่าต้องเป็นคู่รัก ต้องเป็นแฟน เพราะตาลเพิ่งจะผ่านความรู้สึกรักปลอม...ปลอมกับ พี่นะ มาไม่นานนี้เอง ตาลยังกลัว...กลัวอยู่ว่าวันหนึ่ง ตาลจะเจอ “เกย์” อีก เป็นคนที่ 2 มั้ย?

คะ.....ตาลต้องร้องไห้ และ เสียใจอีกแล้ว ตาล...คิดว่าทำไมหล่ะชีวิตเราต้องเจอแต่เรื่องเศร้า...เศร้า

ตาล.....เริ่มไปไหน มาไหนกับพี่น้อยบ่อย...บ่อย เมื่อประมาณกลางเดือน มกราคม 2543 ในไดอารี่ของตาล กะ ของพี่น้อย ซึ่ง...ตาลขอมาจากคุณแม่ของพี่น้อย มีข้อความบางตอนที่บันทึกไว้คล้าย...คล้ายกัน ว่า.....

16 มกราคม 2543.....ไปเที่ยวดอยอินทนนท์ กับเพื่อน...เพื่อน ทำกระจกรถคนอื่นแตก ต้องเรี่ยไรเงินกัน ซ่อมให้เค้า ...ฯลฯ

6 กุมภาพันธ์ 2543.....มีสงครามกล้วย..!! พอดีต้นกล้วยหลังบ้านพักของพี่น้อย สุกงอมมาก ไม่มีอะไรทำ ก็เลย เอากล้วย มาปาเล่นกัน เลอะเทอะไปหมดเลย พี่น้อย...เอากล้วยมาขยี้ใส่หัว...ตาล ล้างกว่าจะหมดตั้งหลายชั่วโมง ยายต้นตาล...บ่นใหญ่ “คนอะไรเล่นบ้า...บ้าจัง! ”

13 กุมภาพันธ์ 2543.....วันนี้...ตื่นมาโคตรเซ็งเลย แทนที่วันหยุดจะได้นอนหลับสบาย...สบาย แต่ต้องตื่นมาแต่เช้าเหมือนวันอื่น...อื่น เพราะเสียงเพื่อนบ้านทะเลาะกัน ด้วยความฉุนทนนอนต่อไปไม่ไหวแล้ว ต้องลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกไปขับรถเล่น ได้เห็นบรรยากาศธรรมชาติในตอนเช้า รู้สึกสดชื่น และสบายขึ้นหน่อย แต่รู้สึกว่าจะขาดอะไรไปอย่างนะ รำคาญชะมัด..ออ..! นึกได้แล้ว ขาดตัวกวนนั่นเอง สายจะตายแล้ว...ยังไม่โทรมาอีก

โทร.ไปเองก็ได้ว่ะ.....น้องตาล ยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ
ตาล..... บอกแล้วไงคะ ว่าวันนี้วันหยุด จะตื่นเที่ยง เมื่อคืน ตาลทำรายงานจนเกือบเช้านะ ตาลไปนอนก่อนนะคะ บ่าย...บ่าย ค่อยพบกันนะคะ บ๊ายบายคะ ...ฯลฯ

14 กุมภาพันธ์ 2543.....วันนี้ตื่นมาคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันแห่งความรัก ที่ใคร...ใคร เขามีความสุขกัน โดยส่งการ์ด แล้วก็ดอกกุหลาบให้คนที่เขา...รัก ส่วนเรา...ก็พลอยดัดจริตมีดอกกุหลาบกับเขามั่ง อย่านึก...เลยว่ายายต้นตาลจะให้ดอกกุหลาบเรา เฮ้อ...ชีวิต เหงาโว้ย..! แต่ก็เอา...ดอกกุหลาบมาใส่แก้วลอยน้ำไว้ดูเล่นเองอย่างงั้นแหละ ก็ยังดีที่อุตส่าห์มีกุหลาบให้เก็บ โธ่...ยายต้นตาลเอ่ย เมื่อไร...น้องตาลจะยอมรับพี่สักทีนะ ไม่เป็นไร...สู้..สู้  

ต่อแต่นี้.....ช่วงความสุขของเรา ก็เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อย...เรื่อย เนื่องจาก.....

20 มีนาคม 2543.....ตอนหัวค่ำไป คลีนิคใกล้...ใกล้บ้าน เพราะรู้สึกปวด และ แน่นหน้าอกจนทนไม่ไหว ตัดสินใจ X-Ray ดู หมอวินิจฉัยว่าเป็น “โรคปอดบวม“ รู้สึกใจหาย ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตัวเองจะ เจ็บ-ไข้ ถึงขนาดนี้ อุตส่าห์ทำใจแข็งต่อสู้กับมันมาตั้งหลายวัน ตกลง หมอให้ยามาทานดูก่อน 1 อาทิตย์ ......

21 มีนาคม 2543 .....ตื่นขึ้นมาตอนเช้า รู้ตัวเองดีว่า ชักไม่ค่อยดี แต่ก็ฝืนใจไปสอบ ไม่อยากขาดสอบ ระหว่างที่สอบอยู่นั้น มันช่างทรมานเหลือเกิน ไอ..ไอ..ไอ..ๆๆๆๆๆๆ พร้อมกับอาการแน่นหน้าอกก็ยิ่งมีมากขึ้น แต่ก็พยายามแข็งใจสอบจนเสร็จ

22 มีนาคม 2543 .....เพลียมาก เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ก็อีกเช่นเคย แข็งใจไปสอบ เพราะไม่อยากขาดสอบ ต้องลงเรียนใหม่ เสียเวลา เสียเงินอีก แต่ว่า...ในที่สุดเราก็แพ้มัน ฝืนอยู่ได้แค่ ช่วงเช้าเท่านั้น ช่วงบ่ายก็ต้องขอลาป่วย มันเป็นลางที่จะบอกว่า ตั้งแต่นี้ไป แก...มีแต่จะทรุดลง...ทรุดลง และก็เป็นจริง พอถึงบ้าน...ต้องรีบนอนทันที ทั้ง...ทั้งที่รู้ว่า...นอนไม่ได้ ก็อยากจะนอน เพราะมันไม่ไหวจริง...จริง

23 มีนาคม 2543 .....อาการยังทรุดลง ยิ่งเท่ากับไม่มีอะไรดีขึ้น “โรคมายา...โรคออเซาะ” เอ..! มีเพื่อน..เพื่อนปากหมา...ช่วยวินิจฉัยโรคให้เราใหม่แล้วสิ มันเก่งกว่าหมออีกแน่ะ !

24 มีนาคม 2543 ..... วันนี้รู้สึกจะแย่ที่สุด ปวดขนาดหลังแตะพื้นไม่ได้ ทั้งคืน...เรานอนไม่ได้เลย ทุรนทุราย จนสว่าง เลยไปนั่งฟุบอยู่หน้าบ้าน ก็เลยค้นพบวิธีนอนใหม่ คือนอนฟุบไปกับโต๊ะ ก็พอหลับลงได้บ้าง

25 มีนาคม 2543 ..... เหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ตอนนอนตอนกลางคืนก็ใช้วิธีที่ค้นพบ เมื่อตอนเช้า คิดเสียว่าเรานั่งรถไปไหนไกล...ไกล สักแห่ง แต่ไม่ใช่รถทัวร์ เป็นรถธรรมดา เพราะมันเป็นไม้ เอนไม่ได้ และ ก็ต้องฟุบกับโต๊ะ หลับ...หลับตื่น...ตื่น ไปตามเรื่อง เซ็งขึ้นมาก็ ไอ...ไอ...ไอ..ไอ จนตัวโก่ง ระบมไปหมดทั้งตัว เพื่อน...เพื่อน คงกลัวติดโรคจากเรารึไง ไม่รู้ พากันย้ายไปนอนที่อื่นกันหมด เหลือเราอยู่คนเดียว เฮ้อ...เพื่อน..!

26 มีนาคม 2543 ..... วันนี้เช้า...น้องตาลมาอยู่เป็นเพื่อน เราก็เอาแต่นอนอย่างเดียว รู้ตัวเองดีว่า มันใกล้ถึงขีดสุดแล้ว แต่ก็แข็งใจทนมันต่อไป น้องตาล...อยู่ดูแลเราจนดึกมากถึงกลับไป...อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน.....ฯลฯ. น้องตาล...ดีกับเราเหลือเกิน เพื่อน...เพื่อนที่กินนอนมาด้วยกันเป็นแรมปี ดันเสือ..กกลัวติดโรคจากเรา....เฮ้อ..!

27 มีนาคม 2543 ..... โคตรซวย..! นอนโรงพยาบาล.....วันนี้..รู้สึกว่าจะเลวร้ายที่สุด ก็ฝืนเอา ก็พยายามนอน อยากนอนมาก เพราะมันเจ็บ ปวดหน้าอกไปหมด ถ้าหลับก็คงจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือไม่ก็น้อยลง น้องตาล...คงเหงา ที่เห็นเราเอาแต่นอน ก็เข้ามาแหย่เล่น แต่เราไม่สนุกด้วยเลย มันเจ็บ มันระบม ไปหมดทั้งตัว ก็เราไม่แสดงออกว่าเราเจ็บป่วยมาก...มากอย่างที่เรารู้สึก น้องตาล...คงอยากให้เราดูร่าเริง สนุก...สนุก เหมือนอย่างปกติ น้องตาล...ก็เอาแต่แกล้ง...แกล้ง บอกว่าอย่า..! ยายต้นตาลก็ไม่ฟัง ไม่เชื่อ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เรานึกโมโหขึ้นมา จะทำอะไร น้องตาล ก็ทำไม่ได้ ...เรารักน้องตาล...เสียแล้ว รักมากมายเหลือเกิน น้องตาล...ดีต่อเราทุกอย่าง ตอนนี้เรามี...น้องตาล...คนเดียว คนเดียวจริง..จริง ก็ทำไร ไม่ได้ ก็ร้องไห้ดีกว่าโว๊ยสส...จะได้หายยั้ว นี่ถ้าปกติธรรมดาแล้ว ถ้าเราทำอะไรใครไม่ได้ เราจะวาดรูปคนนั้น ลงบนลูกบอล แล้วก็เอาไปเตะอัดกับกำแพงแรง...แรง ถึงจะหายแค้น

29 มีนาคม 2543 ..... มานอน ที่นี่ ได้ 2 วันแล้ว ฉีดยาไป 12 เข็ม นอนระบบไปทั้งตัว เพราะฤทธิ์ยา วันหนึ่ง...วันหนึ่ง ก็ได้แต่นอนคิดถึงตัวเอง คิดถึงความลำบาก...คิดถึงความเคราะห์ร้าย คิดถึงแต่ความชั่วร้าย ที่ซ้ำประดัง คิดถึงชีวิตที่แสนอาภัพ ชีวิตที่รำเค็ญ ตลอดที่ผ่านมาในชีวิต บางครั้งรู้สึกท้อแท้ ไม่อยากที่จะสู้ ....

30 มีนาคม 2543 ..... รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาก อย่างผิดสังเกต แต่ที่น่าเบื่อ ก็ยัง ไอ...ไอ...ไอ...ไอ...นั่นเอง คิดว่าถ้าโชคดี เราคงหายในไม่ช้านี้ สงสาร...น้องตาล ที่คอยเป็นธุระให้ ชั่วชีวิตนี้ ขอสาบานว่า จะไม่ลืม...ผู้หญิงที่แสนดีคนนี้เลย ” นิชา.....” ความจริงใจ...น้ำใจอันประเสริฐ...ความเห็นใจ...ความห่วงใย...ความเอื้ออารี...ความกังวลวิตกแทน...น้องตาล...มีให้เราเต็มเปี่ยม สาวน้อย...เธอใจดีเหลือเกิน สิ่งที่เราได้รับแล้ว เราจะตอบแทนได้อย่างไรกัน ไม่ว่าจะกี่ชาติ...กี่ภพ...จะขอตามจนหมดสิ้น....ฯลฯ.

31 มีนาคม 2543 ..... รู้สึกดีขึ้นมาก อาจจะเป็นเพราะกำลังใจเราดีกระมัง ถึงได้คิดอย่างนั้น ตอนหัวค่ำ...หมอเข้ามาคุยด้วย คุยเรื่อง...”เนื้องอกที่ขั่วปอด”...และ การรักษา รู้แล้วแทบช็อก ยาเข็มละ 1 พันบาท ทำให้หมดกำลังใจเลย อยากจะปล่อยและให้เป็นไปตามบุญตามกรรม ก็อีกเช่นเคย...น้องตาล...คอยปลอบและให้กำลังใจ ร่วมทั้งคอยให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง....

1 เมษายน 2543 ..... วันนี้วันเกิด น้องตาล น้องตาล...กลับบ้านที่เชียงราย บอกว่า แม่ให้กลับไปทำบุญ เราก็นึกว่า...วันนี้คงไม่เจอ น้องตาล แล้ว กำลังนอนมองเพดานคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เหงา...เหงา อยู่พอดี น้องตาล...ก็สะพายเป้ใบเล็ก..เล็กเข้ามา เราดีใจมาก และดีใจจนบอกไม่ถูก เมื่อได้ยิน น้องตาล...บอกกับนางพยาบาลว่า “พี่ไปพักเถอะคะ คืนนี้ ตาลจะอยู่ที่นี่เอง เช้า...เช้า พี่ค่อยมาลงเวลาออกเวรก็ได้คะ“

เรารู้ตัวเลยว่า.....เรานอนยิ้มหวาน ทั้งหน้า ทั้งใจ และ คงทุกส่วนของร่างกาย ที่บ่งบอกถึงความสุข และ ดีใจอย่างมากมาย มันเป็นแบบนี้เองเหรอ...เราถามตัวเองว่า เราฝันไปหรือเปล่า...แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ

เสียงน้องตาลก็บอกว่า.....พี่น้อยลุกเดินไหวมั้ยคะ
เราถามน้องตาลว่า.....ทำไมเหรอ?
น้องตาลก็ตอบว่า.....พี่น้อยลืมแล้วเหรอคะ ว่าวันนี้...วันเกิดของตาลไงคะ?
พี่น้อย.....ไม่ลืมจ๊ะ
ตาล.....พี่เปลี่ยนชุดนี้นะ
พี่น้อย.....ทำไมต้องเปลี่ยนหล่ะ?
ตาล.....พี่เปลี่ยนชุดสิคะ ไม่เปลี่ยนจะออกไปจากโรงพยาบาลได้ไงคะ
พี่น้อย.....เราจะไปไหนกัน
ตาล.....ตาลไม่เคยเลี้ยงวันเกิดเลยนะคะ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ตาลจะเลี้ยงไอติมพี่
พี่น้อย.....เรากลั้นหัวเราะไม่อยู่ เป็นหัวเราะที่มีความสุขและดังที่สุดในชีวิตของเรา
เราบอก.....ยายน้องตาลเอ่ย...พี่จะทานไอติมกับน้องตาลได้ไง พี่ป่วยอยู่นะ
ตาล..... เมื่อวาน...ตาลถามคุณหมอแล้ว คุณหมอบอกว่า..ทานได้คะ
พี่น้อย.....เอ้า...ไปก็ไป
น้องตาล......ยิ้มหวานสมชื่อ เธอคงดีใจ ไม่แพ้เราหรอกนะ

2 - 3 เมษายน 2543 ..... หายเหงาไปเยอะ เพราะน้องตาลอยู่เป็นเพื่อน น้องตาล มีเรื่องเล่าของน้องตาลเยอะแยะ เราฟังไม่รู้จักเบื่อ จบเรื่องนี้ ต่อเรื่องนั้น น้องตาล...ก็เล่าไปเรื่อย...เรื่อย บางครั้งก็ออกท่าออกทาง เราหัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด ต้องบอกให้น้องตาลหยุด..หยุดก่อน ระหว่างที่น้องตาลเล่าเรื่องอะไรต่ออะไรมากมาย เรามองเธอด้วยความสุข วันหนึ่ง...เราต้องชนะใจเธอให้ได้ ถึงแม้...น้องตาลจะดีกับเรามาก...มาก แต่เราไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่า เธอรักเรา เธอเป็นคนมีน้ำใจ ถ้าคนอื่นเป็นอย่างเรา เธอก็คงช่วยเหลือเช่นกัน เฮ้อ..ไอ้น้อยเอ่ย .. ! เจ้ามีบุญ หรือ มีกรรมกันแน่ว่ะ ที่ได้มาเจอ...น้องตาล เด็กผู้หญิง ที่ใจดีแบบนี้ จะหาได้ที่ไหนอีกมั้ยเนี้ยะ เฮ้อ..!

4 เมษายน 2543 ..... อาการดีขึ้นเยอะ จนคิดว่า ตัวเราเองหายแล้ว แต่ หมอบอก เอาให้แน่ก่อน ที่จริงถ้านอนฟรี..! เราจะไม่ขัดเลย ยิ่งผ่านไปนานวันเท่าใด ก็หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย...เรื่อย ก็ไม่อยากรบกวน น้องตาล...มาก...มาก ก็เลยบอกหมอว่า ไปพักผ่อนที่บ้าน แล้วค่อยมาหาหมอตามนัดดีกว่า...

5 เมษายน 2543 ..... วันนี้...ทานได้เกือบ 100% แล้ว น้องตาล...ไปเรียนแต่ยังอุตส่าห์สั่งให้แม่บ้านทำข้าวต้มกุ้งมาฝาก วันนี้...มีอะไรมา ซัดเรียบหมด รู้สึกเจริญอาหารดี

7 เมษายน 2543 ..... ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

8–12 เมษายน 2543 ..... ไปเป็นเพื่อน น้องตาล เรียนซัมเมอร์

12 เมษายน 2543 ..... ตั้งแต่.....พี่น้อยออกมาจากโรงพยาบาล กลับมาอยู่บ้าน บางครั้งดูเหมือนค่อยยังชั่วแล้ว แต่บางวันพี่น้อยก็ไอ...ไอ..มาก..มาก กว่าเก่าอีก พี่น้อยแอบป้วนเสมหะทิ้งในห้องน้ำ คิดว่าตาลไม่รู้ พี่น้อย...ไอออกมาเป็นเลือดก้อน...ก้อน ทีละมาก...มาก แต่พี่น้อยทำเป็นเหมือนไม่มีอะไร เพื่อน...เพื่อนพี่น้อยคงเห็น แล้วก็กลัวว่าพี่น้อยจะเป็นวัณโรค แบบเป็นโรคติดต่อ เลยพากันหนีหน้าไปหมด เวลาพี่น้อยไป มหาลัย กะ ตาล พี่น้อยก็ไปแอบ นั่ง...นั่ง นอน...นอน อยู่ใต้ต้นไม้ ไกล...ไกลตึกเรียน ไม่ให้ใครเห็น ถ้าเพื่อน...เพื่อนบังเอิญเดินผ่านมาเห็น เค้าก็จะทำท่ารังเกียจพี่น้อยอย่างออกหน้า แบบคนที่ไม่มีน้ำใจเลย ตาล...รู้เลยว่าพี่น้อยเสียใจที่เพื่อน..เพื่อนเป็นแบบนั้น บางครั้ง...ตาลเห็นพี่น้อยร้องไห้ ตาลคิดเอาเองว่า ถ้าผู้ชายตัวโต..โต ร้องไห้ได้ เค้าคงอาการแย่มาก...มากแล้ว    


13 เมษายน 2543 ..... ออกไปเล่นสงกรานต์ สนุกมากครับ

14 เมษายน 2543 ..... พี่น้อย..ป่วยอีกแล้ว เป็นความผิดของตาลเองที่ปล่อยให้พี่เค้าไปเล่นสงกรานต์ ตาล...โทรหา พ่อแม่ที่เชียงราย และขออนุญาตพ่อแม่ พาพี่น้อยไปรักษาที่ ศูนย์มะเร็ง ที่ โรงพยาบาลศิริราช ที่กรุงเทพฯ ตามหมอบอก หมอมีหนังสือโอนผู้ป่วยและประวัติการป่วยของพี่น้อยมาให้ด้วย ตาล กะ พี่น้อย มาเครื่องบินถึงกรุงเทพฯประมาณ 17.30 น. ตาลพาพี่น้อยไปพักที่บ้านก่อน 1 คืน

15 เมษายน 2543 ..... ป้าแม่บ้านบอกว่า โรงพยาบาลของรัฐคนเยอะมาก คุณต้องไปแต่เช้ามืด คุณถึงจะได้คิวทันตรวจตอนเช้า ตาลก็ไม่ได้คิดว่า แค่ไป โรงพยาบาลเพื่อโอนย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ที่กรุงเทพฯนั้น จะยุ่งยากมากมาย ก็ไม่ได้ขอให้พ่อแม่ช่วยอะไร ก็คิดว่าทำเองได้ ประมาณตี 4 ตาลก็ขับรถพาพี่น้อยไปโรงพยาบาล ไม่ได้ให้คนขับรถไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ตาลก็แค่ถามทาง แล้วก็ขับไปเอง ตาลมาถึงโรงพยาบาลประมาณ ตี 4.30 น.

พอไปถึง.....ตาลอยากร้องไห้จังคะ นี่เหรอ โรงพยาบาลของรัฐ ชีวิตนี้ เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก โธ่...เรา ตาลกะพี่น้อย มองหน้ากันแบบ ไม่รู้จะยิ้มหรือจะทำหน้าไงดี ร้องเท้าแตะหน้าเค้าเตอร์ที่ลงทะเบียนผู้ป่วย ยาววววววมากเลยคะ ไม่มีคน มีแต่ร้องเท้าเข้าแถวอยู่ โอ๊ยสสส...ยายต้นตาลเอ่ย เสียงพี่น้อย เรียกตาลเบา...เบา ตาลก็บอกพี่น้อยนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ ตาลจะไปหารถเข็นมาให้พี่นั่งสักคันก่อนนะ จากนั้น...ประมาณอีก 2 ชั่วโมงต่อมา เราก็ได้ บัตรผู้ป่วย ถึงแม้พี่น้อยจะมีแฟ้มประวัติผู้ป่วยมาจากโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ แต่ดูเหมือน...แฟ้มนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย พี่น้อย...ต้องเริ่มต้นใหม่หมด ตั้งแต่เช็คอัพ X-Ray เจาะไขสันหลัง ตาลจำได้ไม่มีวันลืม ถ้าพี่น้อย ไม่ห้ามตาลไว้ ตาลเกือบทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลหลายครั้งภายใน 1 ชั่วโมง ต้องบอกว่าชุ่ย..!! มากนะคะ เล่าตรงนี้คงไม่จบแน่ ใครอยากรู้ก็ลองไปที่โรงพยาบาลนี้เองแล้วกันคะ

แค่.....ตรวจร่างกาย ก็อยู่คนละตึก เดินเข็นรถแค่ไป...ไปมา...มา เพื่อช็คอัพ...X-Ray…เจาะไขสันหลัง กว่าจะได้ห้องพักปาเข้าไป จะ 1 ทุ่มแล้ว ตาลกับพี่น้อย ไม่ได้ทานอาหารกลางวันและอาหารเย็นเลยในวันนั้น เราดื่มนมกันคนละ 1 กล่อง แค่นั้น ตาล...เหนื่อยจนทานไม่ลง แล้วก็เหม็นยามาก...มากด้วย อยากเป็นลมตั้งหลาย...หลายครั้ง แต่เป็นไม่ได้ เพราะใครจะดูแลพี่น้อยหล่ะ บุรุษพยาบาล และนางพยาบาลที่นี่ ต้องจองก่อนล่วงหน้า ไม่มีให้บริการเราเลย ทุกครั้งที่เข็นรถพี่น้อยลงทางลาด ตาลก็แทบจะดึงรถไม่อยู่ เพราะด้วยความฉลาดน้อยไม่รู้ว่าควรจะเดินถอยหลัง กว่าจะมองเห็นคนอื่นเค้าทำยังไงก็เกือบบ่ายแล้วคะ ตาลบอกพี่น้อยไปโรงพยาบาลเอกชนเถอะ แต่พี่น้อยไม่ยอม พี่น้อยไม่อยากรบกวนที่บ้านตาลมาก...มาก ตกลงวันนั้นพี่น้อยก็ได้เข้าไปพักในห้องผู้ป่วย ประมาณ 1 ทุ่มกว่าแล้ว

คืนนั้น...ยังหาพยาบาลมาเฝ้าผู้ป่วยไม่ได้ ตาลก็โทรให้ป้าแม่บ้านเอาเสื้อผ้ามาให้แล้ว อยู่เป็นเพื่อนพี่น้อย จนถึงเย็นวันที่ 16 เมษายน 2543

แล้วก็.....กลับไปเรียนซัมเมอร์ต่อ ตาล...ฝากพี่น้อยไว้กับ ป้าแม่บ้านที่กรุงเทพฯ บอกฝากกับอาอ้อย กับพี่นิด กับพี่หน่อย บอกกับทุกคนที่เป็นญาติตาลและพอมีเวลาไปดูพี่น้อยให้ ทุกคนใจดี ช่วยกันผลัดไปเยี่ยมพี่น้อย ทุกวันต้องมีใครคนใดคนหนึ่งไปเยี่ยมพี่น้อยที่โรงพยาบาลเสมอ...ไม่ได้ขาด เพราะตาลบอกกับทุกคนว่า พี่น้อยไม่มีญาติ ก็ตาลไม่เคยได้ยินพี่น้อยเล่าเรื่องครอบครัวของพี่น้อยเลย ตาล...เป็นคนที่ไม่ซัก ไม่ถาม ไม่อะไรทั้งนั้น บอกตาลให้รับรู้แค่ไหน ก็แค่นั้น จนบางครั้งพี่น้อยก็ต่อว่าตาล หาว่าตาลไม่สนใจพี่น้อยเลย ตาล...ก็บอกว่า อยากให้...ตาลรู้อะไรก็บอกตาลสิคะ ตาล...ไม่รู้จะซักถามทำไมนี่นา.....

วันไหน.....ที่ตาลว่าง ไม่มีเรียน ตาลก็เข้ามากรุงเทพฯ เยี่ยมพี่น้อยเสมอ และ เมื่อวันที่

2 พฤษภาคม 2543 ..... ตาล...ต้องกลับไปเรียนและสอบซัมเมอร์ ช่วงนั้นตาลก็รู้สึกว่า พี่น้อยไม่มีอาการดีขึ้นเลย นอกจากทรุดลงทุกครั้งที่ตาลเห็น ร่างกายของพี่น้อย ที่ตาลเคยแอบมองและชื่นชมนั้น เดี๋ยวนี้...เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ผมที่ยาวสวย...สวยก็หลุดร่วงไปหมดแล้ว ดวงตาแห้ง...แห้งปราศจากแววของพี่น้อย ยังติดตาตาลอยู่ตราบทุกวันนี้

ตาล.....ตัดสินใจเสียมารยาท แวะไปที่บ้านพักของพี่น้อย บอกลุงที่เฝ้าบ้านว่า ขอเข้าไปค้นหาเอกสาร ที่อาจจะมีที่ติดต่อใครที่เป็นญาติของพี่น้อยได้บ้าง ลุงที่เฝ้าบ้าน ก็คือเจ้าของบ้านเช่าของพี่น้อยนั่นเอง เธอใจดีกับพี่น้อยมาก เวลาที่พี่น้อยอยู่ที่นี่ ตาลไม่มา ลุงก็ช่วยดูแลพี่น้อยเสมอ วันนี้...ก็เช่นกัน ลุงเข้าไปช่วย...ตาลค้นหาด้วย เราตั้งใจค้นหากันอยู่ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เกือบจะหมดความพยายามกันอยู่แล้ว ก็พอดีเจอแฟ้มที่พี่น้อยเก็บเอกสารสำคัญไว้พอดี มีสำเนาทะเบียนบ้าน ที่ จังหวัด พะเยา มีชื่อ บิดา มารดา ตาล...ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ อย่างน้อย...น้อย พี่น้อยน่าจะดีใจนะ ที่จะได้พบกับพ่อแม่ พี่น้อยอาจมีกำลังใจสู้กับชีวิตอีกสักนิดก็ได้ แค่เป็นความหวังเล็ก...เล็กที่ตาลคิดเท่านั้น

หลังจาก.....ตาลโทรเลขไปให้พ่อแม่ พี่น้อยไม่ถึง ครึ่งวัน ก็มีโทรศัพท์จาก คุณแม่พี่น้อย ถึงตาล เสียงคุณแม่พี่น้อย ดูใจดี ขอบใจ ตาลมากมาย แล้วท่านก็บอกว่าท่านจะเดินทางไปกรุงเทพฯ พร้อมกับพ่อของพี่น้อย ตอนนั้น.....ตาลยังไม่เข้าใจหรอกนะคะ ว่าทำไม พี่น้อยไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวของพี่น้อยให้ใคร...ใครรู้เรื่องเลย

3 มิถุนายน 2543 ตาล.....มากรุงเทพฯ อีกครั้งหลังจากสอบเสร็จ พบกับ พ่อแม่ของพี่น้อย ทั้งสองท่านดูจากการแต่งตัว เรียบร้อยดี พูดจาก็ไพเราะ ท่าทางเค้าดีใจมาก...มากที่พบตาล...คุยกับตาลเหมือนลูกหลาน ไม่รู้ช่วงที่พ่อแม่พี่น้อยมากรุงเทพฯก่อนตาลนั้น พี่น้อยโม้อะไรให้พ่อแม่ฟังบ้าง พ่อแม่พี่น้อยถึงทำท่ารักตาลจัง กว่าจะทักทายกับพ่อแม่และญาติ...ญาติ ของพี่น้อย เป็น สิบจนครบทุกคน ก็เล่นเอาเวียนหัวเลยนะคะ

พี่น้อย.....กระซิบบอกแม่ว่า ต้องการอยู่กับ...ตาลสองคน พ่อแม่พี่น้อยก็พาคนอื่นออกไปข้างนอก พอทุกคนลับตาไป พี่น้อยก็เอ่ยปากต่อว่าตาลใหญ่เลย ไม่ใช่เรื่องที่บอกพ่อแม่ของพี่น้อยนะคะ แต่เป็นเรื่อง...ที่ตาลหายไปหลายวัน ไม่ใช่หลายวันสิคะ เป็นเดือนเลยคะ พี่น้อย...กล่าวหาว่าตาลลืมพี่น้อยแล้ว ทำไมหายไป ตาล...ก็บอกว่า พี่ลืมเหรอคะ ตาล...โทรหาพี่ทุกวันนี่คะ พี่ไม่เห็นบอกว่าต้องการให้ตาลมาหาพี่ แล้วพี่...ก็มีพ่อแม่ญาติพี่น้องมาอยู่เยี่ยมมากมายแล้ว ตาลเป็นคนนอก ตาล...ไม่กล้ามาหรอกคะ ตาลไม่รู้ว่าตาลจะทำตัวยังไง แล้วอีกอย่างตาลก็ยังสอบไม่เสร็จเลยนะคะ ตอนนี้...ตาลสอบซัมเมอร์เสร็จแล้ว พอมาได้ ตาลก็มาหาพี่ไงคะ พี่น้อย...พูดอะไรอีกมากมาย ตาลฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะเสียงพี่น้อยเปลี่ยนไปแล้ว เบาและแหบ...แหบ เกือบจะไม่ได้ยิน

วันนั้น....หน้าพี่น้อย บวม...บวม แขนและมือก็บวมทั้งสองข้าง พี่น้อย...ขอให้ตาลจับมือพี่น้อยไว้ให้นานที่สุด ตาล...ก็ทำตามที่พี่น้อยขอ ระหว่างที่ตาลจับมือพี่น้อย...อยู่นั้น ตาล...มองเห็นแหวนนามสกุลของตาลติดอยู่ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของพี่น้อย...ตาลเกือบลืมไปแล้วว่า แหวนนามสกุลของตาล อยู่กับพี่น้อยตั้งแต่เมื่อไร พี่น้อยเห็นตาลมองแหวน พี่น้อยก็ถามว่าจำแหวนวงนี้ได้มั้ย ตาล...ก็บอกว่าจำได้สิคะ ก็ของตาลเอง ทำไมจะจำไม่ได้ ตาลทำแหวนวงนี้หาย ที่สระน้ำ ตั้งแต่วันแรกที่ตาลเข้ามาเป็นน้องใหม่ของ ม.ช. ตาลขึ้นไปกระโดดสปริงบอร์ด แล้ววันนั้นแดดแรงมาก ตาลก็ทาครีมกันแดดเยอะ...เยอะ มือคงลื่น...ลื่น แหวนที่ใส่อยู่ที่นิ้วกลางข้างซ้ายก็หลุดลงน้ำหายไปเมื่อไรก็ไม่รู้ ช่วยกันหาตั้งหลายคน ก็ไม่เจอ จนพวกเราคิดว่า แหวนไหลลงท่อระบายน้ำไปแล้ว ก็เลิกหา .....

มีรุ่นพี่.....คนหนึ่ง ก็คือพี่น้อยนี่แหละ ตะโกนบอกว่า ไม่เอาแล้วใช่มั้ยครับ ถ้าผมหาเจอ ก็เป็นของผมเลยนะครับ หลังจากนั้น...ตาลก็ไม่เคยเห็นแหวน หรือได้ข่าวคราวของแหวนวงนี้อีกเลย จนกระทั้งวันนี้...ถึงรู้ว่า พี่น้อยเก็บแหวนวงนี้ไว้ตลอด พี่เค้าก็ใส่อยู่ตลอดนะ ตาล...ก็เห็น แต่ตาลไม่เคยนึกว่าเป็นแหวนนามสกุลของตาล คงเป็นเพราะตาลไม่ได้สนใจมั้งคะ

พี่น้อยบอกว่า.....พี่จะเอาไปด้วย พี่น้อยพูดแปลก...แปลก เหมือนจะลาไปไหนแล้ว ตาลใจไม่ดีเลย ตาลก็บอกกับพี่น้อยว่า...พี่น้อยไม่เป็นอะไรหรอกคะ อีกไม่นานเราก็จะได้ไปว่ายน้ำแข่งกันได้แล้วคะ ตาล...ก็ยิ้มให้พี่น้อย แต่พี่น้อยไม่ยิ้มกับตาลแล้ว พี่น้อย...ร้องไห้ น้ำตาค่อย...ค่อยไหลซึมออกมา ตาลเอาผ้าเช็ดหน้าของตาลออกมาเช็ดน้ำตาให้พี่น้อย แล้วพี่น้อยก็ขอผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ พี่น้อยกำผ้าเช็ดหน้า พร้อม...พร้อมกับที่จับมือตาลแน่น...แน่นมาก...มาก มือพี่น้อยเย็นขึ้นเรื่อย...เรื่อย ตาลบอกพี่น้อยว่า พี่นอนเถอะนะคะ ตาล...จะอยู่เป็นเพื่อนพี่ตรงนี้ ยังไม่ไปไหน คืนนี้ จะอยู่เป็นกับพี่คะ ตาลพูดปลอบใจพี่เค้าไปแบบนั้นเอง ไม่ได้คิดว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า เพราะญาติพี่เค้ามาเยอะแยะ ตาลก็ไม่ได้สงสัยว่าทำไม วันนี้คนเยอะจัง ก็คิดว่า แค่ทุกคนคงมาเยี่ยมพี่น้อยเท่านั้น

พี่น้อย.....นอนหลับไปแล้ว นอนหลับตา แล้วก็...น้ำตาซึมออกมานิด..นิด หน้ายิ้ม...ยิ้มอย่างมีความสุข สักประเดี๋ยวตาลก็...สงสัยว่าทำไมมือพี่น้อยเย็นมาก...มากจัง ก็มองไปทางเครื่องช่วยหายใจ เครื่องไม่ทำงานแล้ว คลื่นหัวใจ คลื่นนั้น...ไม่มีรอยหยัก...หยักขึ้น...ขึ้นลง...ลงอีกแล้ว คลื่นหัวใจของพี่น้อยเป็นเส้นตรงไปแล้ว พี่น้อย...จากตาล...ไปแล้วจริง...จริงเหรอคะ

ตาล.....กำลังจะกดกริ่งเรียกพยาบาล แต่พอหันไปมองทางประตู ก็มีพ่อแม่และญาติ...ญาติของพี่น้อยยืนร้องไห้อยู่ และหมอ นางพยาบาล ก็ยืนรออยู่แล้ว ตาล...เพิ่งรู้ว่า...ทุกคนรู้แล้ว มีตาลเท่านั้น ที่ไม่รู้อะไรเลย และถ้าวันนี้...ตาลไม่มาหล่ะ ตาลก็คงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้อยอีกเลย.....

ทุกคน.....ร้องไห้ มีแต่ตาลเท่านั้น ที่ยืนมองหมอเค้าทำโน้น ทำนี้ที่ตัวพี่น้อย ตอนนั้น...23.30 น. พอดี ตาล.....ยืนมองพี่น้อย และ ถามตัวเองว่า พี่น้อย...บอกลาและจากตาลไปแล้วจริง...จริงเหรอคะ ตาลมาถึงที่นี่...ตั้งแต่ 17.15 น. 6 ชั่วโมง ที่ตาล กะ พี่น้อย มีโอกาสคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนคงคิดว่า ตาล...ไม่ได้เสียใจเลย ที่พี่น้อยจากไป ไม่มีใครเคยเห็นตาลร้องไห้ คะ ตาล...ยอมรับว่าตาลอยากให้พี่เค้าจากไปเร็ว...เร็ว ตาล...เห็นสภาพพี่เค้าแล้ว ตาล...สงสาร พี่น้อย...คงเจ็บปวดทรมานมากเหลือเกินแล้ว

พี่จ๋า.....พี่พ้นทุกข์ทรมานไปแล้ว ตาล...ดีใจที่ได้ช่วยเหลือปรนนิบัติดูแลพี่...ในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตของพี่ พี่น้อย...ได้ดิ้นรนต่อสู้มามากแล้ว วันนี้พี่...ได้พักผ่อนแล้วนะคะ พี่ไม่ต้องบ่น...บ่น ว่าเหนื่อยอีกแล้ว

ขอ.....ให้ดวงวิญญาณของพี่น้อย...ไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด ถ้าชาติหน้ามีจริง...ขอให้ ตาล กะ พี่ เกิดมาพบกันอีก แล้วพี่อย่าหนี...ไปเร็ว...เร็วแบบนี้อีกนะคะ

ไม่ยุติธรรมเลย.....ที่พี่ทิ้งให้...ตาล อยู่คนเดียวแบบนี้ .....ฯลฯ.  

คืนนี้.....วันที่ 3 มิถุนายน 2543 พี่น้อย...จากไปตอนประมาณ 23.30 น. กว่าตาล...จะออกจากโรงพยาบาล ก็ประมาณ ตี 2 กว่าแล้ว ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน คิดถึงแต่...พี่น้อยว่าป่านนี้ พี่น้อย...ไปล่องลอยอยู่อยู่ตรงไหนหนอ...คิดได้แค่นั้น ก็เหลือบตาไปดูกระจกส่องหลัง นึกว่าจะเหมือนแบบในหนังไทยบ้าง ว่าบางที...พี่น้อยอาจจะมานั่งอยู่ที่เบาะหลัง มองไปก็ไม่มี ก็มองดูเบาะข้าง...ข้างอีกที ก็ไม่มี นึกถาม...ตัวเองว่า เรากลัวพี่น้อยมั้ย ? ก็ตอบว่าไม่กลัว มาก็มา มาก็คุยกันต่อสินะ ยังคุยไม่หายคิดถึงเลย อยู่...อยู่ก็คุยอยู่ดี...ดี พอบอกให้หลับ ก็เล่นหลับไป ไม่ตื่นอีกเลย แบบนี้คงต้องถามกันหน่อยแล้วมั้งว่า จะรีบไปไหน ? ก็นึกอยู่แบบนั้น จริง...จริงจะบอกว่าไม่กลัวเลย ก็คงไม่ใช่นะ กลัวเหมือนกัน กลัวว่า...ถ้าพี่น้อยมาแบบหน้า เละ...เละ ตาล...อื้อสส...อื้อสส...จะทำไงดี ก็นั่งคิด ไปตลอดทาง ตาก็คอยมองไปเรื่อย...เรื่อย แบบกลัว...กลัว กล้า...กล้า หน่ะ...!!

ในที่สุด.....ก็ถึงบ้านจนได้ พอถึงบ้าน ก็รีบขึ้นไปห้องที่ พี่น้อยเคยมานอนพักที่นี่ 1 คืน ก่อนที่จะเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ที่รีบไปดู ไม่ใช่อะไร อยากรู้ว่า พี่น้อยหน่ะ มาที่นี่มั้ย ? แต่ไม่เห็นมีอะไร ?

ป้าแม่บ้านเดินตามมาแล้วก็ถามว่า.....มีอะไรเหรอคะคุณ ?
ตาลก็ตอบว่า.....พี่น้อย จากไปแล้วคะ ตาลอยากรู้ว่า พี่เค้าจะมานอนที่ห้องนี้มั้ย ?
ป้าแม่บ้านบอกว่า.....คุณน้อยเข้ามาไม่ได้หรอกคะ บ้านเราก็ต้องมีเจ้าที่ เจ้าทาง ถ้าเจ้าของบ้านไม่ไปบอกให้อนุญาต ให้เข้ามา ก็เข้ามาไม่ได้คะ
ตาลก็ว่า.....อ้าว เหรอคะ งั้น ทำไงดีจ๊ะป้า ที่จะให้พี่น้อยเข้ามาในบ้านเราได้
ป้าแม่บ้านก็ตอบว่า.....คุณก็ไปจุดธูปบอกที่ศาลพระภูมิ ว่าอนุญาตให้คุณน้อยเข้ามาได้ ตาลตอบรับ.....จ๊ะ จ๊ะ

แล้วตาลก็วิ่งปรื๋อ ไปเลยคะ ป้าก็วิ่งตาม พอจุดธูปบอกเสร็จ ก็วิ่งเข้าบ้าน แล้วก็วิ่งขึ้นไปบนห้องนั้นอีก วิ่ง...วิ่งตลอดเลยนะคะ กลัวว่าถ้าพี่น้อยหายตัวได้ ตาลจะไม่ทันเห็นพี่น้อย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ตาล...ถึงคิดว่า พี่น้อยจะต้องมาที่นี่

คืนนี้......ตาลไม่ได้อาบน้ำ เปลี่ยนชุดนอนเลยนะ ตาล...นั่งอยู่บนเตียงที่พี่น้อยเคยนอน แล้วก็จ้องแต่ที่ประตู ว่าเมื่อไรพี่น้อยจะมา เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า...กว่า ตาลกับป้าแม่บ้าน ได้กลิ่นธูป หอม...หอม มาก...มาก

ป้าแม่บ้านบอกว่า.....คุณน้อยมาแล้ว แต่เรามองไม่เห็น คุณอยากพูดอะไรกับเธอก็รีบ...รีบพูดสิคะ

ตาลก็....มอง...มองไปรอบ...รอบห้อง แล้วก็พูดว่า พี่น้อย...ได้ยินเสียงตาลมั้ยคะ ? ตาล...เป็นห่วงพี่น้อยนะคะ พี่ไปอยู่ที่ไหน สบายดี หรือไม่สบายดี ก็อย่าลืมมาส่งข่าวบอกกันบ้างนะคะ ตาล...จะบอกพ่อแม่ของตาล ให้ทำบุญให้พี่เยอะ...เยอะนะคะ พี่จะได้ไม่ลำบาก ออ...แล้วพี่ เจอใครที่ไม่รู้จัก พี่พูดกับเค้าดี...ดี นะ เดี๋ยวเค้าจะรังแก พี่เอาอีก พี่ได้ยินตาลนะ แล้วเช้านี้...ตาลจะไปเชียงราย ไปขออนุญาต พ่อแม่ ไปงานของพี่น้อยที่พะเยานะคะ พี่อย่าห่วงเลยนะ ตาลไปได้คะ แล้วพบกันในงานนะคะ ป่านนี้...รถของโรงพยาบาลที่ไปส่งพี่ คงไปไกลแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่...จะลอยไปทันมั้ย ? รีบไปเถอะคะ โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

หลังจากที่ตาลพูดเสร็จ กลิ่นธูปหอม...หอม นั้นก็จางหายไป

ป้าแม่บ้านถามตาลว่า.....คุณจะนอนหรือยังคะ ป้าจะอยู่เป็นเพื่อน
ตาลบอกว่า.....ไม่นอนแล้วคะ จะเช้าแล้ว ตาล...อาบน้ำแต่งตัวไปสนามบินดีกว่านะคะ ป้าช่วยบอกลุงเอารถออกด้วยนะคะ

4 มิถุนายน 2543.....เช้านี้ ตาลก็เดินทางไปเชียงราย ไปขออนุญาตพ่อแม่ ไปงานของพี่น้อย แล้วก็ขอเงินพ่อแม่ไปทำบุญให้พี่น้อยด้วย วันนี้ เป็นเช้าวันอาทิตย์ ที่มหาลัยที่เชียงใหม่คงไม่มีใครมา ตาลก็เลยฝากให้แม่เป็นธุระ เรื่อง ลาเรียน 10 วัน กับอาจารย์ประจำวิชาต่าง...ต่างของตาลให้ด้วย แล้วก็เพิ่งเปิดเรียน ไม่กี่วันเอง คงยังไม่มีอะไรเรียนมาก...มาก ตาลก็กะว่าจะอยู่ที่พะเยาจนกว่างานของพี่น้อยจะเสร็จเรียบร้อย

เช้านี้.....เสร็จเรื่องจากเชียงราย ตาลก็นั่งเครื่องมาลงที่เชียงใหม่ แล้วก็นั่งรถปรับอากาศไปพะเยาคนเดียว ตอนแรกแม่ก็จะไม่ยอม แต่ตาลบอกว่า พี่น้อยเคยสัญญาว่าจะพาตาลไปเที่ยวพะเยา และนั่งรถปรับอากาศจากเชียงใหม่ ไป พะเยา ตาลบอกพ่อแม่ว่า ขอตาลทำอย่างที่พี่น้อยบอกตาลนะคะ แล้วตาลจะคอยโทรศัพท์บอกพ่อแม่ทุก 15 นาที ว่าตาลอยู่ตรงไหนแล้ว พ่อกับแม่ ก็มองหน้ากัน แล้วพ่อก็บอกว่า โอเค สั้น..สั้น ตาลก็รีบวิ่งไปขึ้นรถให้รถที่บ้านไปส่งที่สนามบินเชียงราย ..........

จาก.....เชียงรายมาเชียงใหม่ แวะเอาของที่คอนโดฯแป๊บนึง แล้วก็นั่งรถประจำทางไปที่พะเยา ตลอดการเดินทางครั้งนี้ ตาลคิดถึง...แต่ที่พี่น้อยบอกว่าจะพาตาลไปเที่ยวบ้านของพี่น้อย ตาล กะ พี่น้อย คุยกันเสมอว่า...ตาลชอบของเก่า..เก่า โบราณ..โบราณ พี่น้อย...ก็บอกว่าสงสัยตาลคงกลับชาติมาเกิดนะ ดูท่าทางตาลเชื่อเรื่องไสยาศาสตร์ และก็เรื่องขนบธรรมเนียมของคนเก่า...เก่า จัง

คะ.....ตาลเชื่อ ก็ตาลอยู่ที่บ้าน บ้านตาลมีคนสูงอายุมากมาย ได้รับการบอกเล่า เรื่องราวต่าง...ต่าง ฟังแล้วน่ากลัว น่าเชื่ออีกต่างหาก แล้วผู้ใหญ่ก็สอนเสมอว่า อย่าลบลู่เรื่องราว และสิ่งที่คนโบราณเค้าเชื่อถือกัน เราฟังไว้ก็ไม่เสียหายอะไร

ตาล.....กับพี่น้อยมีคุยกันเรื่องนี้ทีไร มีอันต้องทะเลาะกันแบบเถียง...เถียงกันนั่นแหละ แต่ก็ซีเรียสนะคะ ตาลต้องคอยระวังว่า ถ้าจะมากเรื่องแล้ว ตาลก็จะชวนพี่น้อยคุยเรื่องอื่นแทน

อย่างเรื่อง.....ของพี่น้อยก็เหมือนกัน ตาลก็ไม่อยากเชื่อว่าทำไม พี่น้อยถึงป่วยหนักแล้วก็ตายเร็วจัง อย่างไม่มีวี่แววของคนป่วยมาก่อน ปกติพี่น้อยดูแข็งแรง ไม่มีอาการของคนที่จะเจ็บป่วยสักนิด

แต่.....หลังจากที่พี่น้อย ไปฉี่ใส่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่ผูกผ้าสี..สี ที่คนโบราณเค้าถือกันว่ามี...รุกขเทวดา...อาศัยอยู่ในต้นไม้นั้น ชาวบ้าน...ส่วนใหญ่จะน้ำอาหารและของเซ่นไหว้มาที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นเสมอ...เสมอ

วันนั้น.....ตาลกับพี่น้อย ก็ขี่มอเตอร์ไซต์แข่งกันเล่น...เล่น ออกไปนอกเมืองเชียงใหม่ ปกติเราสองคนก็ขี่รถเล่นกันบ่อย..บ่อย พี่น้อยก็ไม่เคยจะจอดรถฉี่ข้างทางเลย แต่วันนั้น...พี่น้อยบอกว่าทนไม่ไหวแล้ว พี่น้อยก็ไปจอดตรงต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ตาลหันไปเห็นต้นไม้มีผ้าสี..สีผูกอยู่

ตาลก็ตะโกนบอกพี่น้อยว่า.....”พี่น้อยอย่านะ เค้าถือ”
แต่พี่น้อยก็ตะโกนกลับมาบอกว่า..…“ถืออะไรตอนนี้ พี่ปวดฉี่จะแย่แล้ว ขอก่อนหล่ะ”

แล้วพี่น้อยก็เดินตรงไปที่ต้นไม้นั้น พอพี่น้อย ฉี่เสร็จ ได้ยินเสียง

พี่น้อยบอกว่า..…“ไม่เห็นมีอะไร ชาวบ้านพวกนี้ก็งมงายไปเอง”
ตาลก็บอกพี่น้อยว่า.....”พี่น้อยไม่ยกมือไหว้ขอโทษเค้าหน่อยเหรอคะ เผื่อมีอะไรอย่างที่ชาวบ้านเคิดกันนะ ไปทำแบบนี้ไม่ได้มั้งคะ”
พี่น้อยก็ว่า....”ตาล ก็เป็นไปด้วยเหรอ ไม่เอาหล่ะ จะมืดแล้วกลับกันเถอะ”

ตาลก็ไม่รู้จะทำไง ตาลก็ยกมือไหว้ ต้นไม้นั้นบอกว่า..... “อย่าถือโทษโกรธพี่น้อยเลยนะ คะ เค้าคงปวดฉี่มากไป ทนไม่ไหวแล้วมั้งคะ ลูกขอโทษแทนแล้วกันนะคะ”

แล้ว.....เราก็ขับรถกลับ ช่วงที่ถึงสีแยกไฟแดง ไฟที่สีแยกนั้นเสียหรือ รถสิบล้อที่แล่นมาจากทางด้านขวามือนั่น ฝ่าสัญญาณไฟแดงออกมาหรือไงไม่รู้ กำลังจะพุ่งชนรถของพี่น้อย รถตาลตามหลังรถพี่น้อยมาไม่ห่างกันนัก ตาลเหลือบไปเห็นพอดี ก็รีบเร่งรถขึ้นไปตีคู่กับรถของพี่น้อยทางด้านขวา ตาลได้ยินเสียงรถสิบล้อนั่น เบลคเสียงดัง...เอี๊ยดดสสส...ลั่นถนน รถสิบล้ออยู่ห่างจากตาล ไม่ถึง 1 เมตร สิบล้อจอดสนิท รถของตาล กะ ของพี่น้อย ก็จอดเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าจอดทำไม แทนที่จะแล่นไปข้างหน้ากลับจอดอยู่เฉย...เฉย หัวใจเต้นโคม...โคม ตื่นเต้นมาก บอกไม่ถูกนะคะ ว่ารู้สึกยังไง รู้แต่ว่า ถ้ารถจะชนพี่น้อยก็ขอให้ชนเราก่อน แค่นั้น ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวว่าพี่น้อยจะถูกรถสิบล้อนั่นชน เท่านั้นเอง

จากนั้น.....คนขับรถสิบล้อ ลงมาต่อว่า เรียกว่า “ด่า” น่าจะถูกกว่านะ เค้าก็คงตกใจเช่นกัน ตาลก็ขอโทษเค้านะ ที่เราทำผิด แต่พี่น้อยกลับไปเถียงเค้าว่า สัญญาณไฟของเราถูกต้อง ทางรถสิบล้อก็ว่าของเค้าถูกเช่นกัน

ในที่สุด.....พอหายตกใจ และ ใจเย็น แล้วก็เลิกรากันไป พี่น้อยก็ขอบใจตาล ที่ตาลช่วยพี่น้อยไว้ พี่น้อยบอกว่า...พี่น้อยไม่เห็นรถสิบล้อเลย และ บนถนนพี่น้อยก็ไม่เห็นอะไรเลยจริง..จริง ตาลก็ งง..งง แล้วก็คิดของตาลเองว่า...แปลกจังนะคะ

พอ.....กลับไปเชียงรายก็ไปเล่า...เรื่องทั้งหมดนี้ให้ อุ้ยคำ คุณยายชาวดอยแก่..แก่ ที่มาทำงานกับพ่อแม่ตาลนานแล้ว แก่บอกว่า “ถ้าตาลไม่เอารถเข้าไปตรงนั้น ป่านนี้พี่น้อยของตาลถูกสิบล้อทับไปแล้ว เป็นเพราะดวงของคุณช่วยกันไว้” ตาล...นึกดีใจที่ตาลตัดสินใจแบบนั้น......... ฯลฯ    

หลังจาก.....เรื่องรถสิบล้อ วันต่อมา...พี่น้อยก็เริ่ม...ไอ…ไอ...ไอ มาก...มาก จนเพื่อน...เพื่อนที่รักตัวกลัวตาย หรือกลัวติดโรคจากพี่น้อย หรืออะไรก็ไม่รู้ พวกเพื่อน...เพื่อนของพี่น้อยที่เคยกินนอน อาศัยอยู่ที่บ้านพี่น้อยฟรี...ฟรี พวกนั้นก็ ทยอยออกจากบ้านพี่น้อยไป ลุงเจ้าของบ้านให้เช่า แอบบอกตาลว่า พี่น้อยไอเป็นเลือดออกมาทีละมาก...มากผิดปกตินะ ตาล...ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องของพี่น้อย ดูสิว่า...เมื่อไรพี่น้อยจะบอกตาล แต่...เอ๊ะ ถ้าพี่น้อยไม่กล้าบอกตาลหล่ะ เค้าอาจจะกลัว ว่าตาลจะจากไปอย่างเพื่อน...เพื่อนเค้าก็ได้

ในที่สุด.....ตาลก็ต้องเป็นคน ขอร้องให้พี่น้อยไปหาหมอ แต่...วันแรก...แรก เกือบ 2 สัปดาห์ ที่หมอวินิจฉัยผิด บอกว่าพี่น้อยเป็นปอดบวม แต่...หลังจากนั้นหมอก็บอกว่า พี่น้อยเป็นมะเร็งที่ขั้วปอด ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้น คงจะรักษาหาย ให้ส่งไปที่ศูนย์มะเร็งที่ โรงพยาบาลที่ศิริราช จากวันที่อาการป่วยของพี่น้อยเริ่มแสดงออกมา จนถึง วันที่พี่น้อยจากไปนั้น เร็วเหลือเกิน แค่ 69 วันเอง

คิด.....อะไรเรื่อยเปื่อย เผลอแป๊บเดียวก็ถึงพะเยาแล้ว แป๊บเดียวของตาลนั้น ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงมั้งคะ ไม่แป๊บแล้วมั้ง แต่คงเป็นเพราะตาลนั่งคิดอะไรมาเรื่อย...เรื่อย เลยไม่ได้สนใจเวลา ก็เลยดูเร็ว...เร็ว

ไปถึงพะเยา.....ต้องจ้างสามล้อถีบ ไปหาบ้านของพี่น้อยตามบ้านเลขที่ ที่จดไว้ ถูกคนถีบสามล้อหลอกเอาจนได้ ที่จริง...เดินไปจากสถานนีรถประจำทางก็ได้นะ ใกล้นิดเดียวเอง แต่เค้าพาตาลนั่งชมเมือง ซะ รอบเลยคะ เก็บเงินไป 50 บาท แต่ไม่เป็นไร ถือว่าชมวิวเล่นนะ นี่...ถ้าป้าแม่บ้านของตาลรู้ แกต้องบอกว่า...เสียค่าโง่... คิ๊ก คิ๊ก : ) : )

พอไปถึง.....ญาติ...ญาติของพี่น้อยออกมาตอนรับอย่างดี และ ท่าทางดูเหมือนดีใจมากมาย เพราะไม่มีใคร...ใครที่เป็นเพื่อน...เพื่อนของพี่น้อย จากมหาลัยมาเลย

นอกจาก.....ผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาดูดี ขาว สะอาด หน้าเศร้า...เศร้า คุณแม่พี่น้อย แนะนำให้รู้จักว่า...นี่ “อร เมียนายน้อย” ตาล...ก็ไม่ได้ตกใจอะไร คงเพราะตาลชินกับพ่อตาลที่มีภรรยามาก...มากมั้งคะ ตาล...ก็ยกมือสวัสดี เพราะ พี่อรท่าทางจะอายุมากกว่าตาล แต่เธอทำท่าเหมือน ตัวอิจฉาในละครเลยนะ เธอแสดงออกว่าเธอไม่พอใจที่ตาลมา และ ยิ่ง ญาติ...ญาติพี่น้อยดีกับตาลมาก...มาก เธอก็จะแสดงกิริยา ไม่น่ารักมากขึ้นเรื่อย...เรื่อย

ทุกคน.....ที่นี่สนใจตาลเป็นพิเศษ แล้วตัวตาลเอง...ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมจึงรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับบ้านนี้มาก...มาก ทั้ง...ทั้งที่เคยมาเป็นครั้งแรก ญาติ...ผู้พี่ของพี่น้อยพาตาลเดินดูรอบ...รอบบ้าน ไปทั่ว...ทั่ว โดยไม่มีใครคิดว่าตาลคือคนอื่น ลักษณะการพูดจาก็เหมือนญาติสนิท ตาลนึกในใจว่า...แปลกจังนะ !!

บ้านหลังนี้.....บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่...ใหญ่ ลมที่พัดมาอ่อน...อ่อน กำลังเย็นสบาย ทำให้ได้ยินเสียง โมบายเล็ก...เล็กรูประฆังที่แขวนอยู่ตามมุมชายหลังคาบ้าน ดัง กรุ๋งกริ๋ง ถ้าไม่ตั้งใจฟัง ก็ คงไม่ได้ยินหรอกนะ บ้าน...เป็นแบบทรงไทยโบราณ ยกพื้นสูง...สูงขึ้นมา มีบันไดเดินขึ้นมาประมาณ 9 ขั้น ใต้ทุนบ้านมองเข้าไปสุดลูกตา นับเสาไม่ถ้วน มีลานกว้างอยู่กลางบ้าน เหมือนห้องโถงรับแขก ข้าง...ข้างสองฟากเป็นห้อง...ห้อง ไม่รู้ห้องอะไรบ้าง ตาลเข้าใจเอาเองว่าก็คงเป็นห้องนอนของแต่ละคนที่อยู่ที่นี่ แต่มีหลายห้องมากคะ มีเรือนครัว และ ห้องน้ำ ห้องส้วม แยกไปด้านหลังเป็นแถวหลายห้อง ในบริเวณเดียวกัน ยังมี บ้านทรงสมัยใหม่ อยู่อีก 3 หลัง เวลาฟังเค้าพูดคุยกัน เค้าก็พูดภาษาเหนือ ตาลก็ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่ก็พอรู้เรื่องว่า ที่นี่...เป็นพวก...เจ้า...ทางเหนือ ตาลนึกในใจ...พี่น้อยเท่จริง ไม่เห็นเคยเล่าให้ตาลรู้เลย : ) : )

ที่นี่.....มีผู้สูงอายุมากมายจริง...จริง ตาล...ลองนับเล่น...เล่นในใจอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก็ร่วมร้อยคนแล้วนะ ทุกคน...ส่วนใหญ่ก็นั่งจับกลุ่มกันตรงลานกว้างนั่นแหละ นอนบ้าง นั่งบ้าง แล้วก็ตำหมากนี่เป็นงานหลักเลยนะคะ มองไปทางไหนต้องได้เห็นสัก 10 คน

ตอนที่.....ตาลขึ้นไปบนบ้านพี่น้อย ตาล...เห็นเค้ากำลังดูแลเปลี่ยนน้ำแข็งในโลงของพี่น้อยพอดี ตาล...ก็เดินไปมองพี่น้อย พี่น้อยนอนอยู่ในโลง ใส่เสื้อผ้าชุดสีขาว เสื้อเป็นเป็นผ้าไหม คออย่างทรงพระราชทาน ดูสะอาดจัง พนมมือที่อก มีดอกไม้ธูปเทียน ถือพนมไว้ ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของพี่น้อย ยังสวมแหวนนามสกุลของตาลอยู่ คุณแม่พี่น้อยบอกว่าพี่น้อยสั่งไม่ให้เอาออก เค้าคงฉีดยากันเน่าให้พี่น้อยเรียบร้อยแล้ว พี่น้อยดูเหมือนคนป่วยที่นอนหลับ แต่...พี่น้อย...ถูกมัดตราสังฆ์ไว้ 3 เปลาะ เปลาะแรก มัดกลางลำตัวโดยรอบแขน เปลาะที่ 2 มัดตรงเข่า เปลาะที่ 3 มัดตรงข้อเท้า มีธูปปักไว้ทางปลายเท้าของพี่น้อย เค้าจุดตะเกียงดวงเล็ก...เล็ก ไว้เบื้องหัวของพี่น้อยด้วย

คุณแม่.....พี่น้อยจัดให้ตาลพักที่บ้านหลังนี้ เปิดประตูห้องมา เห็นโลงของพี่น้อยอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องพอดี มารู้ที่หลังว่าเป็นห้องนอนของพี่น้อย พ่อแม่พี่น้อยตั้งศพ พี่น้อยไว้ 9 วัน ตอนกลางคืน จะมีสวดพระอภิธรรม และบังสกุลทุกคืน หลังจากสวดเสร็จ ก็มีพวกญาติ...ญาติ พี่น้อยทั้งชาย หญิง ตั้งวงเล่นไพ่กันอยู่ที่หน้าโลงของพี่น้อย เค้าบอกว่าอยู่เป็นเพื่อนพี่น้อย

ตอนเช้า.....เค้าก็จะเตรียมอาหารไปทำบุญที่วัด อุทิศส่วนกุศลไปให้พี่น้อย

บริเวณ.....สนามข้าง...ข้างบ้าน มีพวกผู้ชายหลายสิบคน ส่วนใหญ่ดูแก่...แก่แล้ว เค้ามาช่วยกันทำบ้านแบบ "ปราสาท" มียอดปราสาทยกฉัตรเป็นช่อชั้น...ชั้น มีกระดาษสี...สีสวยงามตระการตา ตกแต่งอย่างสวยงามมาก...มาก นี่ขนาดเค้าบอกว่ายังไม่เสร็จนะ เค้าทำเร็วมาก เพิ่งทำเมื่อรู้ว่า พี่น้อยจากไปเอง ตาล...ถามเค้าว่าเอามาทำอะไร เค้าบอกว่า เอาไว้เวลาจูงศพไปป่าช้า ต้องเอาโลงศพวาง เห็นแล้วเหมือนบ้านเทวดาสวย...สวย ในภาพวาด อยากตายบ้างจัง อิจฉา พี่น้อย ซะแล้ว : ) : )

อีกพวกหนึ่ง ก็จัดเตรียมหาผืน มากองไว้ สำหรับเอาไปใช้ในวันเผา ที่นี่เค้ายังเผากันแบบโบราณอยู่...............ฯลฯ    

วันแรก.....ที่อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไร พอเช้าวันที่ 3 นับจากวันที่พี่น้อยจากไป ญาติ...ญาติพี่น้อย ที่สูงอายุก็คุยกันแต่ว่า........

คืนนี้.....พี่น้อยต้องกลับมาบ้านแน่นอน ใครจะขอหวย ขออะไรก็เตรียมนึกไว้เน้อ..!! ตาล...ได้ยินแบบนั้น ตาลก็ดีใจนะ พี่น้อยจะมาจริง...จริงเหรอ ตาล...ก็เดินไปที่หน้าพระหมู่บูชา ที่เค้าจัดไว้ตรงหน้าศพพี่น้อย เข้าไปนั่งรอว่าจะจุดธูปบอกพี่น้อย “ให้มาหาตาลบ้างนะ ตาลเป็นห่วง อยากรู้ว่าพี่สบายดีหรือเปล่า”

แต่พอ.....ไปนั่งตรงนั้น ตาลเห็นพี่อร ภรรยาของพี่น้อยนั่งอยู่ กำลังจุดธูป และ พูดเสียงดังฟังชัดมาก...มาก คนที่อยู่ไกลกว่าตาลอีกนิดก็คงได้ยิน เธอพูดภาษากลางว่า.....”ตอนเป็นคน ขยันหลอกจริง ทีตายแล้ว ไม่เห็นมาหลอกเลย อยากรู้ว่าจะไปหลอกใครในนรกอีก” พี่อร...พูดไปเรื่อย...เรื่อย ประมาณตัดพ้อ ต่อว่าพี่น้อยต่าง...ต่าง...นานา ตาล...ได้ยินประมาณนั้น ก็รู้สึกไม่ค่อยดีนะ เลยไม่เข้าไปจุดธูปบอกพี่น้อยแล้ว สงสารพี่อร เธอพูดไปร้องไห้ไป ตาลก็พลอยเศร้าไปด้วยนะ

ตาล.....ก็เดินลงจากเรือนไปเงียบ..เงียบ เจอกลุ่มญาติของพี่น้อย เธอบอกว่าอย่าไปถือสายายอรเลย เค้าเป็นแบบนี้แหละ นายน้อยถึงหนีไป ตาล...ก็ยิ้ม...ยิ้ม ตอนนั้นประมาณ 4 โมงเย็นกว่าแล้ว เค้าก็ชวนตาลไปเที่ยวกว๊านพะเยา อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้นัก เค้าถามตาลว่าขี่มอเตอร์ไซต์เป็นหรือเปล่า ตาลก็พะยักหน้ารับ เราก็ออกไปที่กว๊านพะเยากัน 9 คน

กว๊านพะเยา.....เป็นบึงธรรมชาติ ที่งดงาม มีน้ำใสสะอาด เป็นที่เพาะพันธุ์ปลา นานาชนิด ที่ริมทาง...เลียบกว๊านเป็นทางยาว มีคนมานั่งเล่นพักผ่อน มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย เหมือนที่นี่เป็นที่ท่องเที่ยว มีผู้คนมารอดูพระอาทิตย์ตก ถือว่า..เป็นจุดชมวิวแห่งหนึ่ง ของ จังหวัดพะเยา พวกเราทานอาหารเย็นกันที่กว๊าน พอพระอาทิตย์ตก ผู้คนที่มาเที่ยวพักผ่อน ชมวิวที่กว๊าน ก็ทยอยกลับ รวมทั้งพวกเราด้วย

คืนนี้.....หลังจากพระสวดอภิธรรม และ บังสุกุลเสร็จ ก็มีพวกญาติ...ญาติของพี่น้อยทั้งชาย หญิง ตั้งวงเล่นไพ่ กันอยู่ที่หน้าโลงของพี่น้อยอีกเหมือนอย่างทุกคืน

แต่คืนนี้...ดูจะพิเศษกว่าคืนอื่น...อื่นตรงที่ ทุกคนรอคอยการมาเยือนของพี่น้อยอย่างใจจด ใจจ่อ ทุกคนดูแน่ใจว่า ยัง...ไง...ยัง...ไง คืนนี้...พี่น้อย...ต้องมาหาใครสักคน ตาล...ก็ไม่ได้คิดถึงพี่น้อยมาก...มากแล้ว เพราะ...พี่อรของพี่น้อย ดูเธอโกรธแค้นพี่น้อยมากมาย ทุกวัน...พี่อรต้องมานั่งร้องไห้ที่หน้าศพของพี่น้อย แล้วก็ต่อว่าพี่น้อยอยู่แบบนั้น จนตาลนึกสงสารเธอว่า...ทำไมผู้หญิงถึงรักผู้ชายได้มากมายขนาดนี้

ตาล.....เคยถามตัวเองหลายครั้งว่า ตาล..รักพี่น้อยมั้ย ตาล...ช่วยเหลือเค้าทำไม แต่...คำตอบที่ได้ก็แค่...ตาล...สงสารพี่น้อย แล้ว ตาล...ก็รู้สึกผูกพันกับพี่น้อยมาก...มาก เหมือนรู้สึกว่า ตาลมีหน้าที่ดูแลพี่น้อยจนถึงที่สุด เท่าที่ตาลจะต้องทำให้ได้

นับตั้งแต่...วันที่มีเพื่อนพี่น้อยคนนึง เอาด้ายมาวัดเส้นชีวิตของพวกเรา แล้วก็คูณด้วย 7 แล้วบอกว่า...ตัวเลขที่ได้คืออายุที่เราจะมีชีวิตอยู่ ตาล...เห็นพี่น้อยวัดเส้นชีวิต แล้วก็หน้าเปลี่ยนไป ตาลก็ถามว่า พี่น้อยวัดได้กี่เซ็นคะ พี่น้อย..ไม่ตอบ ตาลก็จับมือพี่น้อยมาดู เส้นชีวิตของพี่น้อย ไม่ถึงร่องตรงนิ้วโป่งด้วยซ้ำ ถ้าวัดออกมาคงได้สัก 3 ซ.ม. มั้ง ตาล...ก็แค่พูดปลอบใจพี่น้อยว่า “อย่าไปเชื่อมากเลย ไม่จริงหรอกคะ” แต่...ในใจตาลก็เชื่อไปแล้วนะ 7 คูณ 3 ก็เท่ากับ 21 ตาล...มารู้ที่หลังว่า พี่น้อยเกิดวันที่ 3 มิถุนายน และ วันที่พี่น้อยจากไป ก็เป็นวันที่ 3 มิถุนายน พี่น้อย...อายุครบ 21 พอดี

คืนนี้.....ตาลเข้านอนตามปกติ แต่...ตาลก็ตื่นเต้นตามคนอื่น..อื่นด้วยนะ นอนไม่หลับหรอกคะ ตาล...เอาหนังสือมานอนอ่านไปเรื่อย...เรื่อย ไม่นานก็เริ่มรู้สึกง่วง รู้ตัวนะว่าตัวเองง่วงมากแล้ว แต่ก็นอนไม่หลับอีก ไฟ...ในห้องปิดหมดทุกดวงแล้ว แต่...ก็มีแสงสลัว...สลัวจากด้านนอกเข้ามา ได้ยินเสียงประตูเปิดดังแอ๊ด เบา...เบา ตาล...หันไปดู เห็นคนในชุดขาว เดินเข้ามาหาตาล พอเข้ามาใกล้...ใกล้ ตาล...ก็จำได้ว่าเป็น พี่น้อย ตาลรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วก็พูดว่า...พี่น้อย เหรอคะ พี่น้อยก็เดินเข้ามาใกล้..ใกล้ แล้วก็นั่งลงที่เตียงนอน ตาล..จับมือพี่น้อยทั้งสองมือ ด้วยความดีใจ แล้วก็ป้อนคำถามให้พี่น้อยเป็นชุดเลย ถามพี่น้อยว่า...พี่น้อยหายไปไหนมาคะ...ตาลคิดถึงพี่จัง...ทำไม..พี่ไปไหนไม่บอกตาลเลยคะ...ตาลเป็นห่วงพี่นะคะ...

เอ๊ะ! .....ทำไมวันนี้ พี่ดูดีจัง พี่ไม่ป่วยแล้วนี่คะ ที่ตาลเห็นนั้น...พี่น้อยแต่งชุดเดียวกับที่แต่งนอนอยู่ในโลง แต่รูปร่างหน้าตาของพี่น้อยเหมือนตอนที่ไม่ได้เจ็บป่วย พี่น้อย...กลับมาในร่างของชายหนุ่มร่างงาม ที่ตาลเคยชอบแอบมอง หน้าตาดูสดใส และ มีความสุข หลังจาก...ที่ตาลป้อนคำถามให้พี่น้อยมากมาย พี่น้อย...ก็พูดขึ้นมาว่า...พี่คิดถึงตาลมาก พี่ถึงมาหาตาล...ขอบใจตาลมาก ที่เป็นธุระให้...พี่สบายดี ตาลไม่ต้องเป็นห่วง...พี่อยากให้ตาลไปอยู่ด้วย...ตาลไม่กลัวพี่ใช่มั้ย...ระหว่างที่พี่น้อยพูด...พูดอยู่นั้น ตาลรู้สึกตัวนะ แล้วมือเราสองคน ก็ยังจับมือกันอยู่

ตาล.....บอกพี่น้อยว่า...พี่น้อยตายแล้ว แต่ตาลยังไม่ตาย จะไปได้ไงคะ...พี่น้อยพูดว่า...พี่คิดถึงตาลมาก ตาลไปอยู่กับพี่เถอะนะ...ตาลบอกพี่น้อยว่า...ไม่หรอกคะ ตาลไม่ได้บอกพ่อแม่ว่าตาลจะไปไหน เดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วงตาล พี่สบายดี ตาลก็ดีใจ แล้วพี่ไม่ไปหาพ่อแม่พี่เหรอคะ พี่น้อย...ทำหน้าแบบไม่พอใจ หน้าบึ่ง..บึ่ง แล้วก็พูดเสียงดัง พี่น้อยเปลี่ยนไปแบบคนที่โมโห พี่น้อย...พูดว่า ไหนตาลบอกว่าไม่กลัวพี่ ตาลรังเกียจพี่ ตาลไม่รักพี่ แต่...พี่รักตาล พี่ต้องการให้ตาลไปอยู่ด้วย

แล้ว.....พี่น้อยก็จับข้อมือตาลกำไว้แน่น...แน่น แน่นมาก...มาก ออกแรงดึงตาลแบบกระชาก...กระชาก จนตาลรู้สึกเจ็บ ตาลก็บอกพี่น้อยว่า พี่จ๋า...ตาลเจ็บนะคะ...ปล่อยมือตาลนะ...ปล่อยสิคะ...พี่อย่าทำแบบนี้...ตาลกลัวนะคะ...ปล่อยสิ...ปล่อยสิคะ...ปล่อย...ปล่อย...ตาลเจ็บนะคะ...ตาลจำได้ว่า...ตาลร้องไห้...แล้วก็หวีดร้องลั่น แผดร้องจนสุดเสียง อยู่นานทีเดียว กว่าที่จะมีญาติพี่น้อยพังประตูห้องเข้ามา แล้วก็เปิดไฟในห้องสว่างขึ้น แม่พี่น้อยเข้ามาปลอบตาลว่า ไม่มีอะไรแล้ว ตาล...ยังร้องไห้อยู่ แล้วก็มองไปรอบ...รอบห้อง ก็เห็นคนเต็มห้องเลย พ่อพี่น้อย...ถามตาลว่าจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ตาลก็...ค่อย...ค่อยเล่าให้ทุกคนฟัง ทุกคนตั้งใจฟัง แล้วก็เชื่อที่ตาลเล่า...ว่าพี่น้อยมาหาตาลจริง...จริง เพราะที่ข้อมือของตาลทั้งสองข้าง ยังมีร้อยแดงกล่ำอย่างเห็นได้ชัดเจน

ตอนที่....ตาลเล่านั้น ตาลยังตกใจ และ กลัว...กลัว พี่น้อยอยู่ มีคุณยายคนนึง พูดขึ้นมาว่า...ถ้านู๋...ตอบตกลงกับนายน้อยว่า...ไป...นู๋ก็จะนอนตายอยู่ที่นี่อีกคน

ทุกคน.....ที่นั่งอยู่ในห้อง ฟังตาลเล่าเรื่องของพี่น้อย ทำท่ากลัว บอกว่าเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ขนลุกไปทั้งตัว บางคนบอกว่า ถ้าเป็นเค้า คงหัวใจวายตายไปแล้ว

พอ.....ตาลเริ่มดีขึ้น ตาลก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ตาลก็ไปที่หน้าศพพี่น้อย...จำได้ว่า...ตาลจุดธูปบอกพี่น้อยยาวมาก บอกว่า...ตาลเสียใจ ที่ตาลกลัวพี่ ก็พี่ทำให้ตาลเจ็บและกลัวด้วย พี่น้อย...ดูท่าทางมีความสุขดีแล้ว ไม่เหมือนตอนที่พี่น้อยอยู่ในโลงนี้ ตาล...ก็หวังว่าพี่น้อยจะไม่โกรธตาล และ เข้าใจตาลนะคะ ตาล...ขอให้พี่มีความสุขมาก...มาก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ขอให้พี่...พบ เจอ คนที่พี่รัก และ เค้ารักพี่ เช่นกัน ถ้าพี่...คิดถึงตาล จะมาหาตาลอีก พี่อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ ตาลกลัวนะ ถ้าพี่มาดี..ดี ตาลไม่กลัวพี่หรอกคะ ตาล...ก็คิดถึงพี่ เช่นกันคะ

หลังจาก.....คืนนั้น พี่น้อยก็ไม่เคยมาให้ใครเห็นอีก

ในวันปลงศพ.....ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตร นิมนต์พระมาสวด และ แสดงธรรมเทศนา ถวายภัตตาหาร และ ไทยทาน พระสงฆ์ที่นิมนต์มา จะมีทั้งเณรและพระสงฆ์ มีเณร 21 รูป พระสงฆ์ ก็ 21 รูป จำนวนกำหนดตามอายุของพี่น้อย พระสงฆ์ และ เณร ที่มานี้จะทำหน้าที่จูงศพไปป่าช้าที่อยู่ท้ายวัดในตอนบ่าย มีญาติ...ญาติของพี่น้อยบวชหน้าศพด้วย จำนวน ก็เท่ากับอายุของพี่น้อย ก่อนเอาศพลงจากเรือน เค้าทุบหม้อน้ำ ซักฟากออกสามกีบ และ เคลื่อนศพไปสู่ป่าช้า มีคนถือตุงสามหาง และ ย่ามห่อข้าวนำหน้า เมื่อศพถึงป่าช้า ก็มีการบังสุกุล เอาโลงออกจากปราสาท เอาน้ำมะพร้าว...ถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์…ล้างหน้า และ วียนเขิงตะกอน 3 รอบ หมายถึง ต้องเวียนว่ายตายเกิด ใน 3 โลก จากนั้นก็วางบนเชิงตะกอน ญาติและผู้ที่มาในงาน วางดอกไม้จันทน์ ยืนเคารพศพ ไว้อาลัย 1 นาที และกล่าวคำปลงสังเวช แล้วพระก็เป็นผู้จุดไฟเผาก่อน เมื่อเผาเสร็จ เช้าวันรุ่งขึ้น ก็มาเก็บอัฐิ และ ทำบุญบ้าน เค้าเรียกว่า "สังคหะ" คือทำบุญล้าง อวมงคล ออกจากบ้าน ส่วนอัฐิของพี่น้อยนั้น เค้าก็นำมาตำให้ป่นกับดินปืน แล้วจุดเป็นดอกไม้ไฟ ขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่เหลืออีกบางส่วน เค้าก็เอาไปก่อเจดีย์เรียกว่า "กู่" อีกบางส่วนก็เอาใส่ในหม้อดินใหม่ เอาผ้าขาวปิดไว้ทำพิธีแล้วปล่อยลอยไปกับแม่น้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้น.....หลังจากจบงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ตาลจะเดินทางกลับ ญาติของพี่น้อยชวนตาลไปเยี่ยมชม ที่ โรงเรียนอนุบาลของครอบครัว มาที่นี่...ตาลอบอุ่นเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง ไม่แปลกหรอกนะ ที่พี่อร...จะรู้สึกอิจฉาและไม่ชอบหน้าตาล ก็ดูญาติ..ญาติของพี่น้อยตอนรับตาลสิ ภาพที่ใคร...ใครเห็น ก็คงจะยืนยันได้ว่า ตาลไม่ใช่คนนอกของที่นี่ คงไม่บ่อยนักหรอกมั้ง ที่คนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน จะเปิดประตูใจรับกันได้ง่าย...ง่าย โดยเฉพาะคนนอกครอบครัว

ที่สระว่ายน้ำ.....ตาลเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังสอนเด็ก...เด็กตัวเล็ก...เล็กหัดว่ายน้ำในสระ ก็คิดถึงพี่น้อย ว่าป่านนี้ พี่น้อยจะไปสอนใครว่ายน้ำอีกหรือเปล่าหนอ...!!

พี่น้อยเคยบอกตาลว่า......พี่บูชาความรักของพี่...ด้วยดวงใจ และ ร่างกายของพี่

แล้วพี่น้อยก็ถามตาลว่า.....ตาลจะบูชาความรักของตาลด้วยสิ่งใด

ตาลตอบพี่ว่า.....ตาลบูชาความรักของตาล...ด้วยจิตวิญญาณที่ผูกพัน...ด้วยความรักที่เต็มดวงใจ...ด้วยความซื่อสัตย์ และ จงรักภักดีต่อคนที่ตาลรัก ไม่มีเสื่อมคลาย

นับถึงตอนนี้.....ที่ตาลนั่งเขียน “เรื่องเล่าของน้ำตาล” อยู่นี้ อีก 1 วัน ก็จะถึง วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ครบ 2 ปี พอดี ที่พี่น้อยจากไป ตาล...ก็ได้สร้างสมประสบการณ์ ทั้งความรู้สึก นึกคิด ต่าง...ต่าง อีกมากมาย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของตาล อย่างตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม

แต่.....ความรู้สึกดี..ดี...ความจริงใจ...ความห่วงใย...ความเอื้ออาทร...ที่ตาลและพี่น้อย มีให้กันและกันเสมอนั้น...ตาลมั่นใจว่า...ตาลไม่มีวันลืมได้ และ ตาล...ขอสัญญาว่าจะเก็บรักษาความผูกพันนั้นไว้...ตลอดไป...ชั่วกาลนิรันดร์

พี่จ๋า.....พี่ดูแลตัวเองดี..ดี นะ ตาลต้องกลับบ้านแล้ว


Posted by STUV on 17 Nov. 2002,23:10
ไม่รู้จะบอกอย่างไรนอกจากคำว่าเสียใจ  cry3.gif.gif

ทำให้หวนคิดไปถึงหนังฝรั่งเรื่อง Love Story อีกแล้ว
ไรอัน โอนีล กับ อาลี แม็คกรอว์
Posted by add on 17 Nov. 2002,23:55
ฮื่อ..เศร้าจัง คิดถึงหนังเรื่อง Ghost ด้วย 
เดมี่ มัวร์ แพทริก สเวซี่ แสดงนำ กับเพลงประกอบหนังเพลงนี้
(เรื่องนี้พระเอกตายไปก่อน และวิญญาณยังคอยมาติดตามหานางเอกอยู่เสมอ)

UNCHAINED MELODY 

Righteous Bb




Oh, my love, my darling.
I've hungered for your touch.
A long lonely time.

Time goes by so slowly.
And time can do so much.
Are you still mine.

I need your love,
I need your love.
God speed your love to me.

Lonely rivers flow to the sea, to the sea.
To the open arms of the sea.
Lonely rivers sigh,
Wait for me, wait for me.
I'll be coming home, wait for me

Oh, my love, my darling.
I've hungered for your touch.
A long lonely time.

Time goes by so slowly.
And time can do so much.
Are you still mine.

I need your love,
I need your love.
God speed your love to me. ._

^^^^^^^^^

Posted by dinsor on 20 Nov. 2002,17:18
ความรักเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

ครั้งหนึ่งได้รู้จักความรัก ครั้งหนึ่งรู้จักความเศร้าจากรัก

ดีใจ
Posted by fong on 21 Nov. 2002,07:19
วันนี้เอาเรื่อง "รักออนไลน์" มาฝากค่ะ...
เพื่อนส่งมาให้ทางเมล์นะคะ  flower.gif

เมื่อความรักออนไลน์ rose.gif
การแสวงหารักแท้ที่ออนไลน์อยู่ในโลกไซเบอร์ใบนี้
ไม่ได้ง่ายดายหรือยากลำบากไปกว่าการแสวงหาความรักในโลกแห่งความจริงที่มี
ผู้คนเดินสวนกันไปมาเลยแม้แต่น้อย

มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากชีวิตจริง

คุณจะบอกได้ในทันทีที่คุณเดินสวนกับใครซักคน และรู้สึกสะดุดตา
สะดุดความรู้สึกกับใครคนนั้นไหม

ว่าคนคนนั้น คือ คนที่ใช่...คือใครบางคนที่คุณตามหา หรือคือคนที่คุณมั่นใจว่า
จะวางอนาคตไว้ร่วมกับเขา

แน่นอน...หากคุณยังมีเหตุผลเพียงพอที่จะไม่ปล่อยให้อารมณ์อ่อนไหววาบหวาม
เป็นตัวบงการ

คุณคงมีสติพอที่จะรู้ว่า คุณไม่มีทางยืนยันได้แน่ชัด ว่าคนที่คุณคิดว่า
เขาอาจใช่คนที่คุณรอคอย คือ คนที่จะร่วมชีวิตกับคุณ จนกว่าคุณจะได้เรียนรู้
และพิสูจน์คนคนนั้นอย่างชัดเจนเสียก่อน

การแลกเปลี่ยนทางความคิดกับคนพิเศษซักคนที่ออนไลน์มาพบกัน
อาจเริ่มต้นขึ้นอย่างเปิดเผยและง่ายดาย ความสวยงามของตัวหนังสือที่พิมพ์ส่งมา
อาจมีมนต์ขลังเสียจนทำให้หัวใจของคุณผูกมัดด้วยจินตนาการงดงามของภาพฝันในอุดมคติ

แต่คุณจะด่วนสรุปได้อย่างไรว่า..นั่นคือ..ความรัก.จนกว่าคุณจะก้าวออกมาจากโลก
แห่งความฝันของคุณเพื่อมาพบกับความเป็นจริงที่คนคนนั้นเป็นอยู่

การปล่อยให้ตัวเองผูกพันกับจินตนาการจนอารมณ์และความรู้สึกเตลิดไปไกล
มีแต่จะทำให้คุณต้องพบกับความผิดหวังและปวดร้าว
หากภาพฝันนั้นไม่เป็นไปอย่างที่คุณคิด

ความรักไม่อาจเริ่มต้นระหว่างคนแปลกหน้า และไม่ว่าคุณจะออนไลน์

คุยกับเขายาวนานนับปีด้วยความรุ้สึกคุ้นเคยเปิดเผยเพียงไร
กำแพงแห่งความแปลกหน้าก็ไม่มีวันพังทลายลง จนกว่าคุณและเขาจะได้พบกัน
ในโลกแห่งความเป็นจริง

รักแท้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายบนโลกสับสนใบนี้ และยิ่งไม่อาจค้นพบได้ง่ายดาย
ในโลกที่มองไม่เห็น

ความรักต้องการการเรียนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งระหว่างคนสองคน
ความรักคือการรู้จักเพื่อที่จะยอมรับตัวตนของกันและกันอย่างแท้จริง

ดังนั้นหากคุณกำลังคิดว่า คุณมีความรักหรือเจ็บปวด กับคนพิเศษซักคนที่ออนไลน์
มาพบกันประจำทุกวัน ทั้งที่คุณไม่เคยได้ยินเสียง
ไม่เคยเห็นหน้า และไม่เคยแม้แต่จะรับรู้ความจริงว่า เขาเป็นอย่างไรเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในสังคมปกติ
หรือเพียงแต่หลงรักภาพอุดมคติที่ตัวเอง เป็นคนสร้างขึ้นมา ก็คือการพาเขาก้าวออกมา
จากโลกแห่งจินตนาการใบนั้นเพื่อมาพบปะกันในชีวิตจริง

จำไว้ว่า..หนึ่งปีที่คุยกัน...ก็ไม่เท่าหนึ่งวันที่ได้พบหน้า

เมื่อคุณพบเขา คุณจะได้รับคำตอบกับตัวเองชัดเจนว่าเขา คือคนที่คุณสมควรเรียนรู้
และรู้สึกพิเศษต่อไปหรือไม่

สีหน้า แววตา และภาษาท่าทางอื่นๆๆของเขา คือสิ่งที่จะทำให้คุณรู้ชัดเจนได้มากกว่าตัวหนังสือ
ที่อ่อนหวานห่วงใยที่พิมพ์ส่งมา หรือเสียงทางโทรศัพท์ ว่าเขาคือเพื่อนที่จริงใจ
และต้องการผูกพันกับคุณอย่างจริงจัง หรือเพียงแต่ต้องการหลอกล่อให้คุณตกหลุมพราง
ความเชี่ยวชาญทางภาษาเพื่อความสนุกในเกม หรือผลประโยชน์ทางเซ็กซ์)

หากคุณรู้ตัวว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่อ่อนไหว เชื่อคนง่าย และมองโลกในแง่ดีเกินไป
ก็จงอย่าใช้หัวใจในการตัดสินและรับรู้ตัวหนังสือที่ส่งผ่านมาทางอินเตอร์เนต
และจงใช้สมองในการอ่านทุกตัวอักษรอย่างมีสติ
อย่าปล่อยให้กับดักของภาษา พันธนาการหัวใจคุณอย่างที่ตัวฉันเองและเพื่อนๆ
อีกหลายคนเคยเผลอไผลมาก่อน

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีเหตุผล และเท่าทันเกมสนุกในโลกไซเบอร์ใบนี้จนรู้สึกเคยชินชา
กับตัวหนังสือทุกตัวที่พิมพ์ส่งมา

ก็ได้โปรดอย่าใช้ตัวหนังสือของคุณ ตอบกลับไปในสิ่งที่ตัวคุณเองไม่ได้รู้สึกรู้สา
เพราะคนที่ได้อ่านข้อความของคุณ อาจเป็นเพียงมือใหม่ที่อ่อนไหวและตกหลุมพราง
ของถ้อยคำที่คุณใช้ได้ง่ายดาย

To handle yourself, use your head,
To handle others, use your heart.
จงใช้สมองดูแลหัวใจของคุณเอง
และจงใช้หัวใจเพื่อดูแลหัวใจดวงอื่นๆที่ออนไลน์มาพบกับคุณ.......

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังออนไลน์เพื่อค้นหารักแท้
ก็ขอให้คุณโชคดีและเดินทางในโลกไซเบอร์ใบนี้อย่างปลอดภัย
จนกว่าจะพบใครซักคนที่พร้อมจะก้าวไปในชีวิตจริงกับคุณ
ที่สำคัญ...อย่าลืมระมัดระวังและดูแลหัวใจคุณเองให้ดี
ตลอดการเดินทางครั้งนี้ด้วย love.gif

Posted by Yaya on 04 Feb. 2003,07:00
love.gif  love.gif ย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์ ..เดือนแห่งความรัก...เดือนที่คู่รักหลายคู่รอคอย....เลยดึงกระทู้ ที่แสนจะโรแมนติค ของพี่ฟองขึ้นมา จากหน้าที่ 4..เพื่อให้ พี่ๆ น้าๆ เพื่อนๆ น้องๆ ... ได้เล่าถึง ความรัก..ความประทับใจ..ในอดีต... สู่กันฟัง...หรือใครจะเล่าเรื่องความรักในปัจจุบันก็ไม่ผิดกติกา นะคะ... มะ..ล้อมวงเข้ามา..แล้ว...แลกเปลี่ยนความประทับใจแกกันฟัง ค่ะ...เริ่มจากใครดีคะ...ยกมือขึ้นหน่อย.... wavey.gif  wavey.gif  flower.gif  flower.gif  love.gif
Posted by Yaya on 05 Feb. 2003,23:56
.... แววตาแห่งความรักความห่วงใย... เมื่อฉันสบตาคู่นั้นคราใด..ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่น..ปลอดภัย.. อยากอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา...อ้อมกอดที่อบอุ่น..ร้องไห้..คอยเช็ดน้ำตา...ไม่เคยมีวันที่จะเปลี่ยนแปลงความรักความห่วงใยที่มีแก่ ตัวฉันได้ ..แรกๆเป็นยังไงเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิม...อ้อมแขน ...ที่ฉันปรารถนา..คืออ้อมแขนของคนไ นี้คนเดียว..แม่จ๋า... love.gif  love.gif  inlove.gif
Posted by fong on 06 Feb. 2003,01:49
เห็นน้องย๋าดึงกระทู้นี้ขึ้นมา เลยนึกอยาก
เอาข้อความนี้มาโพสต์ให้เข้ากับบรรยากาศซะหน่อยค่ะ...
ค่อนข้างยาว ค่อยๆอ่านละกันนะ
กะว่ากว่าจะอ่านจบคงจะพอดีถึงวันวาเลนไทน์อ่ะนะ icon_rotfl.gif

Love Mean.......... 

...ความรักเป็นสิ่งประหลาด
ระหว่างคนสองคนที่มีใจผูกพัน
แม้มิได้เอ่ยถ้อยคำ
ก็สามารถล่วงรู้จิตใจกันได้

้ ...เสน่ห์ของความรัก
ลึกลับและดึงดูด
ความชัดเจน
จะทำให้ความรักหมดเสน่ห์

...เมื่อใดที่รู้สึกว่าห่วงใยคนรัก
จนไม่สนใจในตัวเอง
เมื่อนั้นแหละคือเวลาที่ควรตระหนัก
ว่ารักที่มีนั้นคือ "รักแท้"

ไม่มีเรื่องผิด - ถูกในความรัก
คนเราเมื่อรักใครสักคน
ไม่มีคำว่าทำผิด
หากมีจิตใจที่บริสุทธิ์จริงใจให้เขา

คนที่ผิดหวังในรัก
ไม่ใช่คนที่พ่ายแพ้
คนที่ไม่รู้จักทำใจ
และเข็ดกลัวที่จะพบรักใหม่อีกครั้ง
นั่นต่างหาก คือคนที่พ่ายแพ้

...คนเราอาจทำเรื่องผิดพลาดมาไม่น้อย
ในชั่วชีวิตหนึ่ง
แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่คนเราได้ทำ
นั่นคือการได้รักใครสักคน

ความรักเป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้
กับคนที่พบเจออยู่ทุกวัน
ใจก็มิอาจรักใคร่เขาได้
แต่กับบางคนพบเจอครู่เดียว
ก็ให้นึกรักและนึกถึงอยู่เสมอ..

เรื่องที่เก็บเป็นความลับมานับนาน
คนเรามักกล้าเปิดเผยต่อคนที่เรารัก
แต่บางครั้งเรื่องที่เราบอกต่อใคร ๆ
เรากลับเก็บงำไว้
ไม่กล้าบอกให้คนรักได้รับรู้

อย่าหัวเราะคู่รักที่แตกต่าง
นั่นล่ะคือ "รักแท้"
ที่คนอื่นควรเคารพนับถือ
ความดีสามารถสั่นคลอนจิตใจ
และทำให้เกิดเป็นความรักได้ 

ศิลปะ มีความลึกซึ้ง
ชีวิต มีความลึกล้ำ
แต่ความรักนั้น
มีทั้งความลึกซึ้ง และลึกล้ำยิ่งกว่า

คุณอาจใช้เงินทอง
ซื้อศัตรูให้แปรเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนได้
แต่เงินทองไม่อาจซื้อ
หัวใจที่ไม่รัก ให้มารักคุณได้

ในยามที่ไม่มีใครมารัก
ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรักตนเอง
และเป็นฝ่ายรักคนอื่นก่อน
ความไว้วางใจกัน
เป็นเพื่อนแท้แห่งความรัก

อย่าให้อารมณ์โกรธวูบเดียว
ทำลายความรัก
ที่ก่อตัวมาเป็นเวลาแรมปี
อยากรู้ว่าความรักคืออะไร
ก็ต้องใช้หัวใจทุ่มเท
และกล้าที่จะสัมผัสกับความผิดหวัง

มีความรักมาหลายครั้ง
ใช่จะแปลว่าจิตใจเข้มแข็งเก่งกล้า
จนเจ็บปวดได้น้อยกว่าคนแรกรัก
ความรักของคนผู้หนึ่ง
อาจเปลี่ยนแปลงตัวเองได้
แต่ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงผู้อื่นได้

ความรัก
ทำให้คนเรามีชีวิตอยู่อย่างอบอุ่น
แต่คนที่มีชีวิตอยู๋เพื่อที่จะรัก
กับคนที่อยู่เพื่อคนที่ตนรัก
นั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างกัน
และคนประเภทหลังย่อมเจ็บปวดกว่าใคร ๆ 

อย่าสอนลูกหลาน
ว่าควรโต้ตอบกับคนอื่นอย่างไร
แต่ควรสอนให้พวกเขาได้รู้
ว่าควรรักอย่างไร

เพียงแรกพบ
ฉันรู้สึกว่ารู้จักเธอมาแสนนาน
เหมือนกับว่าได้พบคนที่เฝ้ารอคอย
หรือนี่คือความรัก

ได้คิดถึงช่วงเวลาแสนสุข
ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคนรัก
แม้เป็นเวลาแสนสั้น
ในใจก็แอบอุ่นเหลือเกินแล้ว...

คนรักที่บางครั้งรู้สึกว่าตนเอง
เป็นเหมือนพ่อหรือแม่ของคนรักนั้น
คือผู้ที่บังเกิดความผูกพัน
ในระดับล้ำลึกขึ้นแล้ว

เมื่อใดที่คุณรู้สึกท้อแท้
แต่อ้อมแขนของคนรักยังอบอุ่นนัก
เมื่อนั้นแหละที่คุณได้รู้จัก
กับอานุภาพแห่งรักแล้ว

เมื่อแรกรัก
คนเราไม่คิดถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
แต่เมื่อรักกันไปเนิ่นนานขึ้น
คู่รักจึงจะเริ่มคิดถึงเรื่องอนาคต 

เพื่อความสำเร็จ
คนเราสามารถอดทนได้
แต่ไม่ว่าจะเพื่อสิ่งใด ๆ ในโลกนี้
คนเราก็ยังอดทนได้น้อยกว่า
การอดทนเพื่อรัก

บางครั้ง
คนเราก็รู้ดีว่าไม่ควรรักผู้ใด
แต่ความรักมันไม่ยอมรับรู้ด้วย
ในเงื่อนไขนั้น

ในยามที่ชีวิตอ้างว้างทุกข์เศร้า
จิตใจยังพอจะมีความสุขได้บ้าง
เมื่อรู้ว่าเรายังมีคนรัก
แม้เวลานั้นจะอยู่ห่างไกลกัน

ความรักนั้นมีคุณค่า
แต่หากไปรักคนที่ไม่มีคุณค่า
หัวใจก็มีแต่ต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
คนที่ล้มเหลวจนรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า
เหมือนคนที่ตายไปแล้ว
ยังมีวิธีทำให้เขามีชีวาได้อีกครั้ง
ด้วยการมีความรัก

เรามองเห็นคนผู้หนึ่ง
ในหมู่คนนับล้านว่าพิเศษกว่าใคร ๆ ได้
ก็ด้วยเพราะความรัก
เราต่างรักใครคนหนึ่ง
เพราะในสิ่งที่เขาเป็น
แต่บางครั้งเราก็รักใครสักคน
จากสิ่งที่เขาทำ

ความรัก
มีแต่ความตื่นเต้นเร้าใจเหมือนนิยาย
การแต่งงาน
เต็มไปด้วยความจริงจังดั่งการสร้างประวัติศาสตร์
ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากจะสนุกกับนิยาย
หรืออยากสร้างประวัติศาสตร์ 

ถามตนเองเสียก่อนเถิด
ว่ารักเขา เพราะต้องการตัวเขา
หรือต้องการตัวเขา
เพราะว่ารักเขา

ความรัก
คือกลอุบายแยบยลของมนุษย์
ในความพยายามที่จะหลบหนี
ออกไปจากโมงยามแห่งความอ้างว้าง

ความรัก
บางครั้งก็เป็นเหมือนเด็กน้อย
ที่มีแต่ความงอแงเรียกร้อง
ต้องการให้ได้ดังใจตน

ความรัก
คือบทเรียนที่ดีสำหรับผู้เข้าใจ
แต่คือความเจ็บแค้นสำหรับผู้ที่โง่เขลา

ความรัก
ทำให้ผู้ชายมีความพยายามสูงขึ้น
และทำให้ผู้หญิงมีจริตมารยามากขึ้น

อยากผูกมัดความรัก
สามารถใช้อะไรก็ได้
แต่มิอาจใช้เชือก
ความรักเลียบแบบกันไม่ได้
เพราะคำว่า "รัก" เหมือนกัน
แต่มีวิถีทางที่แปลกแยกแตกต่าง
นับหมื่นล้านรูปแบบ

ความรัก
ไม่เคยทรยศหักหลัง
ความรักไม่เคยผิดสัญญา
ความรักไม่เคยซื่อสัตย์
หัวใจต่างหาก
ที่แปรเปลี่ยน 

ผู้ชายรักผู้หญิง
ตรงที่เธอมีเสน่ห์เหมือนหญิงงามทั่วไป
ที่เขาเคยใฝ่ฝันถึง
แต่ผู้หญิงรักผู้ชาย
ตรงที่เขามีเสน่ห์แตกต่างจากใคร ๆ
ทีเธอเคยพบ

เราสามารถที่จะรัก
ใครบางคนได้เพียงคนเดียว
แม้ว่าเราจะไม่ใช่คนเดียว
ที่ใครคนนั้นรัก
จงรักคนที่ใจรัก
อย่ารักเพียงเพราะอยากมีใครสักคนเป็นคู่รัก

ความโกรธของคู่รัก
ถ้าไม่ทำให้ยิ่งเข้าอกเข้าใจกัน
ก็ทำให้ยิ่งชิงชังกัน


ความรัก
เป็นสิ่งที่มีชีวิต
จะดำรงคงอยู่หรือตายไป
ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลใส่ใจ

..................................

Posted by นกกะปูด on 06 Feb. 2003,03:44
love.gif ความรักของฉันคือเลือด แห้งเหือดเมื่อชีวิตดับ love.gif




เฮ้อ.. เรื่องยาวไปไม๊คะ เอิ๊กๆๆๆ (ยังมีต่อ)
Posted by Yaya on 06 Feb. 2003,04:27
ชอบจังเลย ค่ะพี่ฟอง......มีความหมายที่กินใจทั้งนั้นเอง...มีต่อ..รออ่านค่ะ..ชอบตรงนี้จัง..

เราสามารถที่จะรัก
ใครบางคนได้เพียงคนเดียว
แม้ว่าเราจะไม่ใช่คนเดียว
ที่ใครคนนั้นรัก
จงรักคนที่ใจรัก
อย่ารักเพียงเพราะอยากมีใครสักคนเป็นคู่รัก


love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif
Posted by Yaya on 06 Feb. 2003,22:49
มานั่งรอ อ่าน...เรื่องราวของความรัก..ของใครๆ อีกหลายคนค่ะ...และพี่ฟองขา...เห็นบอกว่ามีมาให้อ่านเรื่อยๆ กว่าจะจบก็ วาเลนไทน์พอดี...นี่คะ..ย๋าติดตามอยู่นะคะ..

...ได้ ภาษารักมาฝากหนึ่งข้อความค่ะ.. love.gif

If a hug represented
how much I love you,
I would hold you in my arms forever.

หากอ้อมกอด เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่า...
ฉันรักคุณมากเท่าไร
แล้ว...ฉันจะกอดคุณไว้เช่นนี้ ตลอดกาล...  
flower.gif  love.gif
Posted by Yaya on 10 Feb. 2003,11:50
Choose your love and then love your choice...
 
ณ. ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งมีใครสักคน ที่ฝันถึงรอยยิ้มของเธอ...และค้นพบปัจจุบันของเธอว่า..ชีวิตนั้นคุ้มค่าเหลือเกิน..
ดังนั้น.. เมื่อเธอรู้สึกเหงาอ้างว้าง..ให้ระลึกความจริงว่า..ใครคนนั้น..ซึ่งอยู่ที่ใดที่หนึ่งกำลังคิดถึงเธอ..


คุณจะรู้จักตัวตนของความรัก..เมื่อทุกสิ่งที่คุณต้องการคือ..เพื่อให้ใครคนนั้นมีคว่มสุข...ถึงแม้คุณจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขเหล่านั้นเลย...

ความรักสามารถแต่งแต้มความทรงจำอันยาวนานที่ขาดหายไป..ด้วยความสวยงามที่น่าหลงใหล...ความรักที่แตกต่างกันออกไป...จำเป็นต้องเกิดเหตุการณ์ ที่กลายเป็นอดีต...และความรักก็สร้างเหตุการณ์ในอดีตด้วนการโอบล้อมพวกเราราวก็ว่าจะทำให้..หลงในมนต์เสน่ห์...

รักที่บริสุทธิ์ ไม่มีอำนาจใด..จะเปรียบเทียบได้..ไม่มีพละกำลังใด ..จะเสมอเหมือหได้..และไม่มีความชั่วร้ายใด..ที่จะสามารถขจัดให้หมดไปได้...

สิ่งที่ดีที่สุด..และสวยงามที่สุดในโลกนี้..ไม่อาจเห็นหรือแม้แต่สัมผัส...แต่จะรู้สึกได้ด้วยหัวใจ...

...ฝากเรื่องราวเกี่ยวกับความรักมาให้คิดกัน ค่ะ... inlove.gif
Posted by add on 11 Feb. 2003,01:31
ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก
แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน
และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน
เมื่อรักอันแจ่มกระจ่างเลือนร้างไกล


"บทสุดท้ายของนิยายรัก" - เฉลิม รงคผลิน


คือน้ำผึ้งคือน้ำตาคือยาพิษ
คือหยาดน้ำอมฤตอันชื่นชุ่ม
คือเกสรดอกไม้คือไฟรุม
คือความกลุ้มคือความฝัน...นั่นแหละรัก


"ไฟรัก ไฟลา ไฟชัง" - รยงค์ เวนุรักษ์

< http://www.geocities.com/bot_kawee/waktong1.htm >
Posted by KiLiN on 11 Feb. 2003,02:25




A golden beach
That spoke so softy
A night of passion
which proved so costly


หาดทรายสีทอง
รำพึงถ้อยคำอันหวานละมุน
ค่ำคืนแห่งเสน่หา
พิสูจน์ซึ่งคุณค่า...แห่งชีวิต


Posted by add on 13 Feb. 2003,08:11
เล่าตำนานวันวาเลนไทน์

    
    
     สมัยดั้งเดิมนั้นชาวโรมันนับถือ พระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์ มีโบสถ์วิหารสำหรับพิธีบูชามีสมณะและนางชีเช่นเดียวกับศาสนาคริสต์ในสมัยนี้ ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่าเป็นลัทธิที่อันตรายต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษอย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้งเป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็นคริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำพิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม

     สมัยกษัตริย์ Claudiusที่ 2 แห่งกรุงโรม ในสมัยนั้นกษัตริย์ Claudius ออกกฎ ห้ามให้มีการแต่งงาน ในเมืองของพระองค์ เพราะกษัตริย์ทรงต้องการทำศึกสงคราม ทรงต้องการให้ผู้ชายทุกคนไปเป็นทหาร พระองค์เชื่อว่าถ้าไม่มีการแต่งงานผู้ชายจะสนใจกับการรบมากขึ้น


     นักบุญวาเลนไทน์เป็นเป็นชาวโรมัน แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ มีนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ (St.Valentine) เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วยเหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุงโรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน นอกจากนี้นักบุญวาเลนไทน์ขัดบทบัญญัติแห่งกฎหมายของกษัตริย์ด้วยการเป็นบาทหลวงในพิธีแต่งงาน ให้หนุ่มสาวที่ต้องการแต่งงานอย่างลับ ๆ...และแล้ววันหนึ่งข่าวการทำ พิธีสมรสของนักบุญวาเลนไทน์ ก็รู้ถึงหูของพระเจ้าClaudius พระองค์จึงทรงสั่งทหารไปจับเขาไปประหารชีวิต

     เมื่อนักบุญวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดงอภินิหาร ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี และได้อบรมเกลี้ยกล่อมผู้คุมทั้งลูกสาวให้นับถือศาสนาคริสต์ด้วย หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปีพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่งให้นักบุญเข้าเฝ้า เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นนักบุญก็รู้สึกต้องพระทัยในกริยามารยาท ความสำรวมและความมีสง่าราศีของนักบุญ จึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือศาสนาคริตส์เสีย แล้วกลับมานับถือศาสนาของชาวโรมันต่อไปตามเดิม พระองค์จะพระราชทานอภัยโทษให้ แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ มิหนำซ้ำกลับเริ่มสั่งสอนอบรมพระเจ้าจักรพรรดิให้ทรงเห็นดีเห็นชอบ และทรงนับถือศาสนาคริสต์ พระเจ้าจักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบอง แล้วเอาก้อนหินทุ่มจนถึงแก่ความตาย

     นักบุญวาเลนไทน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ในปี 296 A.D. ในคุกแห่งนั้นเอง ก่อนตายท่านได้ฝากโน้ตสั้น ๆ ถึงเพื่อนของท่านและลงท้ายว่า "Love from your Valentine"... ในปี 496 A.D. โป๊ป Gelasiusได้ยกย่องให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันวาเลนไทน์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงคุณความดี ความกล้าหาญ และความเสียสละของนักบุญวาเลนไทน์..

Posted by fong on 13 Feb. 2003,11:05
ความรักก็เหมือนสายน้ำและสายลม

ความรักก็เหมือนสายน้ำและสายลม
เมื่อปล่อยให้พัดผ่านช่วงชีวิตของเราไปแล้ว
ก็ย่อมไม่มีวันที่จะย้อนคืนกลับมาได้ดั่งเดิม

ถึงแม้เราจะหาขวดโหลมาใส่น้ำ
มันก็ยังสามารถที่จะระเหย หายไปไม่เหลือได้
หรือเราจะหาลูกโป่งมาใส่ลมนั้นไว้
ไม่นานลูกโป่งนั้นก็เหิ่ยว
ไม่ว่าเราจะมัดมันแน่นหนาแค่ไหน

เหมือนกับความรักของคน
ถึงแม้จะให้มันกลับคืนมาได้ช่วงหนึ่งของชีวิต
แต่ความรู้สึกคงไม่กลับคืนมาดังเดิม..
เหมือนกับครั้งที่เรารักกันใหม่ ๆ
ถ้าเมื่อใดเกิดเหตุการณ์ที่ทำร้ายหัวใจกันอีก
ความรักนั้นก็ย่อมจะสูญสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่เหลือแม้แต่ความซาบซึ้งให้ได้คิดถึงกัน

แต่ถ้าหากเรารู้จักที่จะรักษาสายน้ำและสายลมนั้นไว้ได้
เรียนรู้ที่จะรัก รู้ที่จะทนุถนอมความรักนั้นไว้
ไม่คิดถึงความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก
ไม่เห็นแก่ตัว จนเกินไป
พยายามที่จะพูดคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน
ความรักนั้นคงจะอยู่ดั่งเดิม
ไม่ล่องลอยไปกับสายน้ำและสายลม .....

Posted by fong on 13 Feb. 2003,11:39
รัก...สิ่งดีๆ

"รัก" ไม่มีคำว่าเศร้า ทุกข์ ขมขื่น หรืออะไรที่ทำให้รู้สึกไม่ดี…
"รัก" มีแต่สิ่งดีๆ ให้กันและกัน
สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจาก "รัก" แต่เกิดจากการคาดหวัง
ที่แต่ละคนคิดว่าหากรักกันแล้ว…ต้องทำให้ได้ทุกอย่าง
ในความเป็นจริงแล้วใช่อย่างนั้นหรือ…
การคาดหวังเกิดขึ้นได้กับทุกคน…
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิ่งที่คาดหวังของคนสองคนไม่ตรงกัน…
คุณคงนึกภาพออก…
แล้วถ้ายิ่งคุณทำอะไรให้กับคนที่คุณรักแล้ว
แต่ไม่ตรงกับที่คนรักคุณคาดไว้
สิ่งนั้นก็หมดความหมาย…
คนทำก็หมดกำลังใจ ทำตั้งเยอะไม่ได้อะไร ตอบแทนเลย
จึงกลายเป็นการเรียกร้องเกิดขึ้น
เมื่อคุณเป็นฝ่ายให้แล้วทำไมอีกฝ่ายไม่เป็นฝ่ายให้บ้าง
โดยคุณอาจลืมไปว่าอีกฝ่ายก็ได้ให้คุณเหมือนกัน
เพียงแต่สิ่งนั้นไม่ได้ตรงกับที่คุณคาดไว้
และมันไม่มีความหมายกับคุณเลย
เมื่อคนสองคนคิดไม่ตรงกัน…ที่ต้องการจะเป็นฝ่ายรับ
หรือเรียกร้องที่จะรับโดยบอกให้อีกฝ่ายเป็นฝ่ายให้…
ความทุกข์ต่างๆ ก็จะตามมา
"รัก" ไม่ต้องคาดหวัง…ทำให้เมื่ออยากทำ…
ไม่ต้องรอสิ่งตอบแทน…
และรับในสิ่งที่อีกฝ่ายให้เมื่อเขาอยากให้…
ไม่ต้องเรียกร้อง
เป็นตัวของตัวเองในบางครั้ง…
โอนอ่อนในบางที 
…สิ่งดีๆ ก็จะเกิด "รัก" ก็จะปรากฎ

Posted by add on 14 Feb. 2003,03:13
เล่าตำนานวันวาเลนไทน์ (ต่อ)

    

     วันแห่งความรักนี้น่าจะมาจากประเพณีโรมันโบราณที่เรียกว่า ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia ) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นการบูชาเทพธิดาจูโน ซึ่งชาวโรมันถือว่าเป็นเทพธิดาแห่งสตรีและการแต่งงาน และเทพบุตรแพน ซึ่งเป็นเทพบุตรแห่งธรรมชาติ ชาวโรมันฉลองวันลูเปอร์คาเลียเป็นประเพณีแห่งความรักของหนุ่มสาว ชายหนุ่มและหญิงสาวจะเลือกคู่สำหรับประเพณีนี้โดยการเขียนชื่อตนใส่กล่องและจับฉลากเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความรัก และมีสัมพันธ์กัน เป็นเวลานานหลังจากประเพณีนี้ผ่านไปแล้ว หลายคู่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน

     หลังจากที่ศาสนาคริสต์เผยแพร่หลายออกไปในหมู่ของชาวโรมันแล้ว ผู้ที่นับถือศาสนาแล้วพยายามให้วันนี้มีความสำคัญทางศาสนามากขึ้น ดังนั้นในปี ค.ศ. 496 สันตปาปาเกลาซิอุสได้เปลี่ยนวันฉลองเทศกาลลูเปอร์คาเลียจากวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มาเป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ ซึ่งตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่ความหมายในความรู้สึกเดิมว่าเป็นวันแห่งความรักยังมีอยู่ตามเดิมจนถึงปัจจุบัน

     

      ประวัติของการฉลองวันวาเลนไทน์ ราวๆ ปี ค.ศ. 1700 ได้อธิบายให้ทราบว่า มีกลุ่มหนุ่มสาวไปพบกันที่บ้านผู้ดีในคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และจะมีการจับฉลากชื่อหญิงที่ตนรัก เมื่อจับฉลากมาได้แล้วจะติดกระดาษที่มีชื่อผู้หญิงนั้นไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหลายวัน  ด้วยเหตุนี้เองจึงมีสำนวนภาษาอังกฤษว่า " He wears his heart on his sleeve" ซึ่งหมายความว่า "เป็นคนรักใครไม่เลือก" ซึ่งคงจะมาจากประเพณีอันนี้ ชายหนุ่มมักจะให้ของขวัญแก่ คนรัก ของตนเองในวันวาเลนไทน์ บางแห่งจะให้ถุงมือเป็นของขวัญแก่หญิงสาว ส่วนในครอบครัวที่ร่ำรวย พวกผู้ชายจะจัดงานเต้นรำเพื่อเป็นเกียรติแก่คนรักของตน ประเพณีนีได้แปรเปลี่ยนไปในระยะต่อมาและมีการส่งบัตรอวยพร วันวาเลนไทน์แทนการให้ของขวัญราคาแพง

     

     การฉลองวันวาเลนไทน์ในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มเป็นที่นิยมราว ๆ ปี ค.ศ.1800 ในช่วงสงครามกลางเมือง นักเขียนผู้หนึ่งได้เขียนไว้เมื่อปี ค.ศ.1863 ว่า "ที่จริงแล้วนอกเหนือจาก วันคริสต์มาส ไม่มีพิธีเฉลิมฉลองใดยิ่งใหญ่ไปกว่าวันวาเลนไทน์" เนื่องในวันนี้ได้มีการส่งบัตรวาเลนไทน์ซึ่งเป็นภาพวาดและระบายสี ด้วยมือ มักเป็นรูปกามเทพ "คิวปิด" ร่างอ้วนน่ารักยิงธนูทะลุหัวใจ บางบัตรมีรูปหัวใจสีแดงทำด้วยริบบิ้น และมีพู่ลูกไม้ประดับรอบ ๆ หรือมีขนนก มุก พู่ปักดิน พลอยเทียม เปลือกหอย ดอกไม้แห้ง ลูกปัด และสิ่งสวยงามอย่างอื่นประดับเป็นภาพบนบัตรวาเลนไทน์


                                 
     
< http://www.lib.ru.ac.th/journal/valentine.html >
< http://library.sk.ac.th/digital/feb.html >
< http://www.rikc.ac.th/scoop/valentine.html >
Posted by ชาครีย์ on 14 Feb. 2003,04:29
love.gif ความรักคือเสรีภาพที่เรามอบให้แก่กัน
อย่างไร้ขีดจำกัดและเงื่อนไข...
wavey.gif

bowsdown.gif rasp.gif bowsdown.gif
Posted by add on 14 Feb. 2003,22:34
ตำนานแห่งดอกกุหลาบ

     ทำไมวันวาเลนไทน์จึงใช้ดอกกุหลาบสีแดงเป็นสัญญลักษณ์

    

     ตำนานแรกเป็นเรื่องเล่าตามบันทึกของศาสนาคริสต์จารึกโดยเซนต์แอมโบรสว่า กุหลาบถึงถูกส่งลงมาจากสวรรค์พร้อมกับหนามอันแหลมคมเมื่อครั้งที่อาดัมมนุษย์ผู้ชายคนแรกของโลกพลาดพลั้งทำตัวให้เปื้อนบาปเพื่อเตือนให้มนุษย์ระลึกถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากความประพฤติผิดของตน แต่พระเจ้ายังได้มอบความงามและความหอมของกุหลาบเพื่อให้มนุษย์พึงระลึกว่าชีวิตยังมีความหวังและสามารถถ่ายถอนบาปนำไปสู่ชีวิตที่งดงามหอมหวานได้เช่นกัน

     บางตำนานเล่าถึงสีแดงของดอกกุหลาบว่า เดิมทีกุหลาบมีสีขาวบริสุทธิ์เพียงสีเดียวแต่เมื่ออีฟหญิงสาวคนแรกของโลกไปจุมพิตดอกกุหลาบเข้าจึงทำให้ดอกกุหลาบมีสีแดง บางกระแสเล่าว่าอีฟเป็นคนตั้งชื่อดอกไม้ที่เธอโปรดปรานชนิดนี้ว่า Rose และกุหลาบเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่ออดัมกับอีฟถูกไล่ออกจากสวนอีเดน สื่อความหมายถึงการที่มนุษย์เอาบาปไปแปดเปื้อนสีขาวบริสุทธิ์ของดอกหมายให้เปลี่ยนเป็นสีแดงแห่งกิเลสและตัณหา

     ส่วนกรีกก็มีตำนานเล่าถึงกำเนิดของดอกกุหลาบตามความเชื่อในเรื่องเทพเจ้าของกรีกด้วยเช่นกันว่า เมื่อครั้งที่เทวีแห่งความรักนามว่าอัฟโฟรไดท์ถือกำเนิดขึ้นจากท้องทะเล กุหลาบก็ได้ถือกำเนิดขึ้นจากฟองคลื่นขาวสะอาดที่สาดซัดมาต้อนรับการเกิดของอโฟรไดท์ กุหลาบทุกดอกยังคงมีสีขาวบริสุทธิ์เหมือนตอนที่ถือกำเนิดขึ้นมาจนกระทั่งวันหนึ่งอาโดนิสชู้รักคนหนึ่งของอัฟโฟรไดท์ได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ความตายในการล่าหมูป่า กุหลาบแดงจึงมีขึ้นมาในโลก บางตำนานเล่าว่าสีแดงของกุหลาบเกิดจากเลือดของชายหนุ่มที่หยดลงไปโดนกุหลาบที่อยู่ใกล้ บางเล่าว่าระหว่างที่อัฟโฟรไดท์เร่งรีบจะไปช่วยชายคนรักเกิดโดนหนามกุหลาบเกี่ยวและเลือดที่รินไหลทำให้กุหลาบกลายเป็นสีแดง และนั่นคือที่มาของกุหลาบแดงที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรัก

     ในยุคของโรมันกล่าวถึงตำนานของดอกกุหลาบว่า คิวปิดลูกชายของวีนัส (หรืออัฟโฟรไดท์ในความเชื่อของกรีก) เป็นผู้ทำเหล้าองุ่นหกรดดอกกุหลาบหลายดอก กุหลาบเหล่านั้นจึงมีสีแดง ส่วนหนามที่แหลมคมของกุหลาบเกิดขึ้นจากความโกรธเคืองในขณะที่คิวปิดกำลังชื่นชมความหอมของดอกกุหลาบกลับโดนผึ้งต่อย คิวปิดจึงควักธนูมายิงใส่พุ่มกุหลาบทำให้กุหลาบมีหนามที่แหลมคม

     ทางเปอร์เซียก็มีตำนานเล่าขานถึงกำเนิดของกุหลาบแดงไว้เกี่ยวกับเจ้านกไนติงเกลตัวแรกของโลกมีความปรารถนาที่จะกล่อมราตรีกาลให้หวานชื่นด้วยเสียงอันไพเราะของมันแต่ด้วยกลัวว่าจะเผลอหลับ เจ้านกไนติงเกลจึงปักอกของตัวเองลงที่หนามกุหลาบทำให้มันสามารถทำได้ดังที่ตั้งใจไว ้เลือดของเจ้านกไนติงเกลที่หยาดหยดจึงทำให้ดอกกุหลาบมีสีแดง

     ส่วนในยุคของเกรกโกโรมันเล่าว่าพระนางโรดองธี (แปลว่าดอกกุหลาบ) ราชินีแห่งนครโครินธ์เป็นผู้มีสิริโฉมงดงามจนมีชายหนุ่มมากมายมาหลงรัก ชายหนุ่มเหล่านั้นต่างก็ต่อสู้แย่งชิงกัน พระนางโรดองธีจึงตัดสินใจหนีไปซ่อนตัวในวิหารของเทวีไดอาน่าด้วยความรักของข้าทาสบริวารที่เฝ้าอยู่ปากประตูวิหารจึงช่วยกันสวดอ้อนวอนให้เทวีไดอาน่าช่วยเสกให้พระนางกลายเป็นเทพเสียจะได้หลุดพ้นจากความทรมาน เทพอะพอลโลน้องชายของเทวีไดอาน่าได้ยินเข้าจึงเสกให้พระนางโรดองธีกลายเป็นดอกกุหลาบ เสกข้าทาสบริวารให้เป็นหนามแหลมคอยปกปักรักษาดอกกุหลาบ ส่วนชายหนุ่มที่มาหลงรักพระนางโรดองธีจนเกิดเรื่องเกิดราวก็เสกให้เป็นหนอน เป็นผึ้ง เป็นผีเสื้อที่ยังคงวนเวียนชื่นชมความงามของดอกกุหลาบจนถึงทุกวันนี้

   
                 


    http://www.childthai.org/cic/the_roses.html
Posted by Yaya on 15 Feb. 2003,00:30
ความรัก...คือความอบอุ่น ที่สัมผัส...และระลึกได้เสมอ...แค่หลับตาแล้วนึกถึงกัน...แค่นันก็สัมผัสถึงกันได้หาก...มีรักให้แก่กัน...
.....สุขสันต์ วันวาเลนไทน์......

........แก่คู่รักทุกคู่ ค่ะ....
BE MY VALENTINE'S

             love.gif          love.gif
                 
        love.gif          love.gif         love.gif

             love.gif              love.gif

                       love.gif
Posted by fong on 15 Feb. 2003,00:59
บทความสำหรับวันนี้ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก

คำถามหนึ่งที่อยากถามแต่รู้ว่าถามไป
คำตอบที่ได้ก็เหมือนตัวเองตอบ
ว่าเราจะรักกันนานแค่ไหน
ตราบที่ยังรักกันอยู่
คำตอบก็คงรักให้นานที่สุด
ไม่มีทางรักคนอื่นอีก..
...แต่ความจริง เมื่อเวลาผ่านไป
ความรักมักอ่อนแรง
และถึงบทสุดท้ายคล้ายๆ กัน
คำถามและคำตอบในวันนี้
จึงเป็นคำตอบสุดท้ายไม่ได้
เมื่อสัจธรรมอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับ
คือเวลาเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน
ความรักจะเปลี่ยนตามหรือไม่
ไม่มีใครล่วงรู้..
...รู้แต่วันนี้
ควรมอบความรักให้แก่กัน ให้มากที่สุด
เท่าที่จะมอบให้ได้
ทำทุกอย่างให้สุดหัวใจ.....
...เก็บคำถามว่า
เราจะรักกันนานแค่ไหนไว้ข้างใน
อย่าหวาดกลัวว่ารักจะจบ
ถ้าทุกๆวันเราทำสิ่งดีๆ ให้แก่กัน
เอื้ออาทร ใส่ใจดูแล และซื่อสัตย์
สิ่งเหล่านี้มีค่ากับความรักมากที่สุด...
...รักกันนานแค่ไหน
ไม่สำคัญเท่าวันนี้
เรารักกันสุดหัวใจหรือเปล่า
เราถ่ายทอดความรักให้กันเต็มที่หรือยัง..
...อย่าเก็บสิ่งที่ดีที่สุดไว้รอวันข้างหน้า
เมื่อเราต่างไม่รู้ว่า
วันข้างหน้าจะมาถึงหรือเปล่า
และทางเดินแห่งรักจะยาวนานแค่ไหน...
...อย่ามัวตั้งคำถามที่รู้คำตอบ
แต่ควรตอบทุกคำถามที่หัวใจเรียกร้อง
และทำสิ่งที่หัวใจเรียกร้องเสียแต่วันนี้...
...เพราะสิ่งที่เราอยากถาม
สิ่งที่เราอยากรู้ เรารู้อยู่แล้ว
ด้วยเวลาที่ผ่านไป


Happy Valentine Day love.gif
Posted by add on 15 Feb. 2003,03:23
ดอกกุหลาบกับความรัก

     
    
     ด้วยความที่กุหลาบมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว จึงทำให้ความสวยงามของดอกและกลิ่นอันชวนพิสมัยของราชินีแห่งดอกไม้นี้เป็นที่เลื่องลือมาช้านาน และล้วนกล่าวถึงความงามเป็นสื่อที่แสดงถึงความสุข ความมีไมตรีจิต ความสวยงาม การบูชา และการเกี้ยวพาราสี ดังนั้น กุหลาบจึงเป็นเสมือนตัวแทนแห่งความรัก และความอมตะ

    ยังมีตำนานกล่าวขานกันอีกว่า  ตั้งแต่สมัยกรีก ว่า "คลอรีส" เทพธิดาแห่งดอกไม้ ได้บันดาลให้ร่างของนางไม้กลายเป็นกุหลาบ และยกให้เป็นราชินีของดอกไม้ จากนั้นต่อมาก็มีการมอบดอกกุหลาบแก่ "อีรอส" ลูกชาย ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก

   ส่วนในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่า ในสมัยที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนอยู่นั้น พระโลหิตได้ไหลหยดลงบนต้นหญ้ามอสส์และได้บังเกิดเป็นต้นกุหลาบที่มีดอกสีแดงสด จึงมีการเรียกขานกุหลาบชนิดนี้ว่า "กุหลาบมอสส์"

    นอกจากนี้ยังมีการสู้รบกันระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่ คือราชวงศ์ยอร์ค ซึ่งใช้สัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบขาว และราชวงศ์แลงแคสเตอร์ ใช้ดอก กุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์ และได้เรียกสงครามครั้งนี้ว่า "สงครามกุหลาบ" ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1948-2028 และในสมัย
ต่อมาพวกกุหลาบแดงได้มาแต่งงานกับพวกกุหลาบขาว ซึ่งในปัจจุบันกุหลาบได้ถือเป็นดอกไม้ประจำชาติของชาวอังกฤษ ไป


    ในประเทศไทยบ้างค่ะมีเรื่องราวเล่าขานถึงความงดงามของดอกกุหลาบไว้โดยปรากฏอยู่ในพระราชนิพนธ์ของพระมหาธีราชเจ้า รัชกาลที่ 6 ในเรื่อง "มัทนะพาธา" หรือ "ตำนานดอกกุหลาบ"

    
     ด้วยความโดดเด่นของรูปโฉมอันพิลาส กอปรกับกลิ่นหอมที่มีเสน่ห์เย้ายวนชวนให้น่าหลงไหล กุหลาบจึงเป็นดอกไม้ที่นิยมมาตั้งแต่อดีตกาล โดยสันนิษฐานว่า กุหลาบถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัย Taceous หรือเมื่อประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว โดยดูได้จากซากฟอสซิลที่ขุดพบโดยนักวิทยาศาสตร์ แต่หลักฐานที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดแน่นอนจะอยู่ในราว 5,000 ปี ตั้งแต่สมัย สุเมเรียน (Sumerians)โดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษได้ขุดค้นพบน้ำที่มีกลิ่นกุหลาบในหลุมศพของกษัตริย์ในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังค้นพบเครื่องประดับของชาวสุเมเรียน ซึ่งมีรูปทรงเป็นดอกกุหลาบทำด้วยทองคำ

     แต่ในบางแหล่งได้กล่าวไว้ว่า กุหลาบมีกำเนิด ณ เทือกเขาคอเคซัส ประเทศเปอร์เซีย หรืออิหร่านในปัจจุบันและมีชื่อเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า "คุล" Gol หรือ Gul ซึ่งแปลว่า ดอกไม้ และคำว่า "คุลาพ" หมายถึง กุหลาบอย่างที่คนไทยเราเรียกกัน

     สำหรับประเทศไทยไม่ทราบแน่ชัดว่า มีกุหลาบมาตั้งแต่สมัยใด หากแต่มีการบันทึกของราชทูตฝรั่งเศส ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ว่าได้เห็นดอกกุหลาบอยู่ในกรุงศรีอยุธยา และอีกหลายแห่งที่ปรากฎหลักฐานว่า มีกุหลาบเข้ามาเมืองไทยแล้วก็คือ กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ที่ได้กล่าวถึงความงามของดอกกุหลาบไว้ด้วย

     
     กุหลาบสามารถสื่อความรักได้หลายรูปแบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย

     

กุหลาบแดง (red rose) : ส่วนใหญ่จะใช้ในความหมายแทนประโยคที่ว่า ”ฉันรักเธอ” การให้ดอกกุหลาบแดงกับคนที่รักความหมายถึงความรักอันลึกซึ้ง จริงจัง ความรักและความปรารถนา กุหลาบแดงจึงมักจะเป็นดอกไม้ที่ชายหนุ่มให้หญิงสาวที่ตนเองตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน

กุหลาบขาว (white rose) : สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธ์ กุหลาบขาวจึงแทนความหมาย แห่งความรักอันบริสุทธิ์ใจไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นมันจึงสามารถใช้แทนความรักของคนต่างวัย
ความรักต่อพ่อแม่ เพื่อน หรือคนที่เรารู้สึกดีด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจได้

    

กุหลาบชมพู (pink rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน การให้ดอกกุหลาบสีชมพูสามารถแสดงถึงความรักที่กำลังเริ่มงอกงามในใจ และสามารถพัฒนาต่อไป เป็นความรักที่ลึกซึ้งได้

    

กุหลาบเหลือง (yellow rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใสกุหลาบสีเหลืองถูกใช้สำหรับ แทนความรักแบบเพื่อน และความสนุกสนานรื่นเริงจึงมักจะนำมันมาประดับตะกร้าสำหรับเยี่ยมผู้ป่วย
เพื่อทำให้คนป่วยรู้สึกสดชื่นรื่นเริงขึ้นนั่นเอง

กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย

กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น


       http://www.geocities.com/CollegePark/Union/9029/valentine.html
< http://www.rikc.ac.th/scoop/valentine.html >
Posted by add on 15 Feb. 2003,20:52
ตำนานช็อคโกแลตกับวันวาเลนไทน์

    

    ช็อคโกแลต เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เคียงข้างไปกับดอกกุหลาบสำหรับของขวัญวันวาเลนไทน์ 

     ช็อคโกแลต ค้นพบครั้งแรกเมื่อ 4000 ปีที่แล้ว ในอาณาจักร Aztec และ Maya ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นมาจากเมล็ดของต้นโกโก้ และเรียกชื่อว่า Cocoatl ซึ่งEmperor Montezuma นิยามว่าเป็นเครื่องดื่มจากสรวงสวรรค์เลยทีเดียว

     เมื่อปี 1528 เป็นปีที่สเปนมีชัยชนะต่ออาณาจักร Aztec และ Maya จึงได้นำ Cocoatl กลับไปยังสเปนด้วยและเรียกชื่อใหม่ว่า cho-co-LAH-tay และในปี 1615 ช็อคโกแลตก็ได้เผยโฉมต่อสังคมของอายรธรรมใหม่ครั้งแรก ในงานสมรสของเชื้อพระวงศ์แห่งฝรั่งเศสและจากนั้นก็จึงแพร่หลายเข้าสู่อังกฤษ

     ต่อมาในปี 1765 ช็อคโกแลตได้เดินทางไกลอีกครั้งไปสู่สหรัฐอเมริกาโดยการชักนำเข้าสู่วงการของ John Hanan ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Dr. James Baker ในด้านการวิจัยและการผลิต ไม่นานโรงงานผลิตช็อคโกแลตก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอเมริกานั่นเอง


     ในช่วงแรกๆ นั้นผู้ที่จะได้ลิ้มรสช็อคโกแลตจะเป็นเพียงผู้สูงศักดิ์หรือ ระดับเศรษฐีเท่านั้นเพราะว่าราคาแพงมากและถือเป็นของหายากชนิดหนึ่ง แต่เมื่อเข้ามาสู่ยุคอารยธรรมใหม่ มีการปฏิวัติในฝรั่งเศสทำให้ระบบศักดินาล่มสลายลง และช็อคโกแลตก็เข้าถึงประชาชนทั่วไปมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อวิทยาศาสตร์การแพทย์ค้นพบว่า ช็อคโกแลตสามารถรักษาอาการเกี่ยวกับช่องท้องได้ ทำให้ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น

     ช่วงแรกนั้นช็อคโกแลตยังไม่ได้มีส่วนประกอบมากมายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ยังคงเป็นเพียงแท่งโกโก้เท่านั้น แต่เมื่อมีการค้นคว้ามากขึ้นก็สามารถบรรจุส่วนผสมต่างๆ ลงไปได้มากขึ้น เช่น นมผง ครีม คาราเมล หรือ อัลมอนด์ ทำให้ช็อคโกแลตมีรสชาติที่หลากหลายและเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมาจนบัดนี้

     จากตำนานของช็อคโกแลตที่นาวนานหลายพันปีนั้น ยังไม่เห็นว่าจะมีส่วนใด มาเกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันสิ้นชีวิตของ St. Valentine ผู้ที่ศรัทธาในความรักมากกว่าสงครามเลย เพราะก่อนที่ท่านจะสิ้นลมหายใจ ท่านก็ได้มอบเพียง การ์ดใบเดียวพร้อมคำว่า "Love From Your Valentine" เท่านั้นเอง ไม่มีช็อคโกแลตแนบไปด้วยแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็อาจจะเป็นได้ว่า เนื่องจาก ในยุคโรมันที่นักบุญวาเลนไทน์ได้เสียชีวิตนั้น ช็อคโกแลตยังเป็นของหายากจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่คนรักจะมอบแทนใจให้กันได้ จึงส่งไปพร้อมการ์ดและดอกไม้ ซึ่งสื่อความหมายของความรักมาแต่ไหนแต่ไรแล้วก็ได้ และอาจจะรวมไปถึง การที่ช็อคโกแลตเคยเป็นสัญลักษณ์ของ เสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงที่ สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงด้วยก็ได้


     < http://chocolover.www2.dotnetplayground.com/html/about1.html >

    วาเลนไทน์ปีนี้ มีหลายประเทศที่ประท้วงวันวาเลนไทน์ เช่นที่ อินเดีย เกาหลี ว่าเป็นการรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกมา แต่ในหลายประเทศก็ยังเป็นที่นิยมมาก เช่น ในประเทศไทย จีน ญี่ปุ่น

    ที่ดิฉันนำข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มาให้อ่านกัน ก็มิใช่ว่าจะสนับสนุน หรือหลงไหลในวันนี้แต่อย่างใด แต่อยากจะให้ผู้คนได้รู้ว่าวันนี้ วันวาเลนไทน์มันมีที่มาอย่างไร  ส่วนที่มาแพร่หลายไปทั่วโลกนั้น ก็คงเป็นเพราะกระแสการขายสินค้าของโลกตะวันตกนั่นอง ไม่ว่าจะเป็นการขายชอคโกแล็ตดีๆ แพงๆ หรือการขายดอกกุกลาบสีดำ สีน้ำเงิน ดอกละ 400 - 500 บาท เป็นต้น
Posted by Yaya on 16 Feb. 2003,04:15
"ที่ดิฉันนำข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มาให้อ่านกัน  ก็มิใช่ว่าจะสนับสนุน หรือหลงไหลในวันนี้แต่อย่างใด  แต่อยากจะให้ผู้คนได้รู้ว่าวันนี้  วันวาเลนไทน์มันมีที่มาอย่างไร"

น้าแอ๊ดขา...
     น้าแอ๊ด น่ะเป็นเหมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ค่ะ .. ไม่มีใครว่าได้หรอก...ได้ความรู้เกี่ยวกับ วันวาเลนไทน์ ตั้งเยอะค่ะ...และย๋าคิดว่า วันวาเลนไทน์ ถึงแม้ใครจะหาว่าไปรับวัฒนธรรมของชาติอื่นมา...แต่จริงๆ แล้ว ..คำว่า "วัฒนธรรม" ไม่ว่าของชาติไหน ศาสนาใด ก็ดีหมดนั่นแหละ ..ขอให้ทุกชาติทุกวัฒนธรรมยอมรับกัน ไม่ดูถูก วัฒนธรรมความดีงาม ..และไม่มองแค่ผิวเผิน...แล้วสรุปว่า ..ของเราดี ของเขาไม่ดี .. ฉนั้น... ตอนนี้ ย๋าคิดว่าวัฒนธรรมของโลกเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ...คงไม่มีใครแบ่ง ของเขา..ของเรา...แล้ว คงสงบกว่า นี้ ..ค่ะ...
     " แค่แสดง ความคิด ค่ะ" inlove.gif
Posted by มะนาว on 16 Feb. 2003,12:09
love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif  love.gif
แปลว่าอะไร ถามใครๆ ก็ตอบได้ ไม่ว่าภาษาไหน หรือว่าไม่จริง
Posted by KiLiN on 18 Feb. 2003,22:21




ถ้าเธอห่อหุ้ม
ความอ่อนโยน
ให้ดวงใจ
ไม่ว่าจะอย่างไร
เธอจะไม่มีวัน
โกรธ...
และเกลียดชัง



ความรัก........
มีคำถามว่า แท้จริงแล้วเรารู้จักมันแค่ไหน ?

ความรัก...เป็นเรื่องของความละเมียดละไม
ความรัก...เป็นเรื่องของความอ่อนโยน
ความรัก...เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน

ถ้ายังมีความโกรธ ความเกลียดชัง นั่นไม่ใช่ความรัก
เหตุเพราะ ความรักที่แท้ คือ การให้
Posted by Yaya on 20 Feb. 2003,02:22
กลิ่นอายของความรัก ในเดือนกุมภาฯ เดือน แห่งความรัก ยังไม่เหือดหาย... ขอมอบ..สิ่งดีเกี่ยวกับความรัเพิ่มเติม อีกเล็กน้อย ค่ะ...inlove.gif

ความรัก...ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
 
 
บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่ให้เราครอบครอง

... ไม่ผิดหากจะ รัก คนมีเจ้าของ แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน
 
...หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรัก และยืนเฉยๆ เพื่อรับมันไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา
 
...ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ การมอบความรักมันอิ่มเอมและเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน
 
...ความรัก จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของ คนสองคน
 
...ความรัก มิใช่การเข้าไปเป็นชีวิตเขา แต่คือการเข้าไปอยู่ข้างๆชีวิตเขา
 
...คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย
 
...ความรัก ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้นทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความรัก
 
...แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า
 
...ในวันที่ความรักคงที่ สารกระชุ่มกระช่วยงดทำงานสิ่งเดียว ที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ ความเข้าใจ ล้วนๆ
 
...ความห่างไกล มันทรมาน เวลาเจอกันจึงหอมหวาน และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก
 
...บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก มักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
 
...ผู้ชายแสดงความรักด้วยการกระทำ ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จากคำพูด
 
 
ความรัก ไม่ต้องการ แค่วันเดียว
 
ความรัก ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน
 
ความรัก ไม่ต้องมี เวลาใด
 
ความรัก ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้
 
ความรัก ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์
 
ความรัก ไม่ต้องการ การกดขี่
 
ความรัก ไม่ต้องให้ ใครตราตี
 
ความรัก ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน
 
ความรัก ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์
 
ความรัก ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน
 
ความรัก ไม่ต้องการ การตอบแทน
 
ความรัก ไม่ต้องแค่ หัวใจคน
 
ความรัก ไม่ต้องการ การเป็นต่อ
 
ความรัก ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล
 
ความรัก ไม่ต้องย้ำ ความมีจน
 
ความรัก ไม่ต้องทน ที่จะรัก
 
................เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์......................
Posted by fong on 03 Mar. 2003,08:49
LOVE starts with a SMILE,  
grows with a KISS, 
and ends with a TEAR. 
DON'T cry over anyone who won't cry over you.
Good FRIENDS are hard to find,
harder to leave,
and impossible to forget. 
You can only go as far as you push.
ACTIONS speak louder than words. 
The HARDEST thing to do is watch the one you love, love somebody else.
DON'T let the past hold you back, you're missing the good stuff. 
LIFE'S SHORT. If you don't look around once in a while you might miss it.
A BEST FRIEND is like a four leaf clover, HARD TO FIND and LUCKY TO HAVE.
Some people make the world SPEC! IAL just by being in it.
BEST FRIENDS are the siblings God forgot to give us.  
When it HURTS  to look back, and you're SCARED
to look ahead, you can look beside you and your BEST FRIEND will be there.
 
TRUE FRIENDSHIP "NEVER" ENDS. Friends are FOREVER.
Good friends are like STARS     
You don't always see them, but you know they are ALWAYS THERE.
DON'T frown. 
You never know who is falling in love with your smile.
 
What do you! do when the only person who can make you
stop crying is the person who made you cry?
 
Nobody is perfect until you fall in love with them.

Everything is okay in the end. If it's not okay, then it's not the end.
Most people walk in and out of your life,
but only FRIENDS leave footprints in your heart. 

Posted by Yaya on 03 Mar. 2003,12:44
cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif
Posted by Yaya on 11 Mar. 2003,05:11
ความรักไม่เข้าใคร ออกใคร
ความรักเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว
ความรักไม่มีจุดเริ่มต้น
ความรักไม่มีจุดสิ้นสุด
ความรักไม่นับวันเวลา ไม่ช้า ไม่เร็ว
ความรักไม่มีการเห็นแก่ตัว
ความรัก..สวยงามเกินกว่าจะ หักห้ามใจ...
ความรัก........................................
..................................................
..................................................

(เติมในช่องว่างให้ที )  cry2.gif  cry2.gif
Posted by add on 12 Mar. 2003,12:10
พักโฆษณาจ้า................. laugh1.gif

    หรือฉันมีอะไรไม่น่ารัก
    แค่ดั้งหักปากหนาฟันหน้าห่าง
    มีพุงออกหลังคู้ผมดูบาง
    เดินแขนกางขาขวิดก้นบิดซ้าย

      "คนมี" - สมศักดิ์ ศรีเอี่ยมกูล

       http://www.geocities.com/bot_kawee/waktong5.htm
Posted by นกกะปูด on 31 Mar. 2003,23:36
รักสุดใจหมดสิ้น…….………หัวใจ
รักยิ่งเกินสิ่งใด………………เปรียบนั้น
รักยิ่งรักยิ่งไกล……..………สุดกู่
รักติดอยู่สั้นสั้น………………รักแร้เราเอง ฯ
Posted by add on 03 Apr. 2003,12:36
เสียงครวญจาก........ใต้แขน.....

       หอมอะไรกลิ่นคล้าย เนื้อนวล นี่นา
    หอมกลิ่นอันเชิญชวน   อยู่ใกล้
    ดอมดมยิ่งรัญจวน     ใจสั่น
    ตัวพี่เป็นลมใต้       รักแร้นางเอยฯ

     ohman.gif
Posted by add on 18 May 2003,10:54
ลูกสาวฝากมาให้อ่าน บอกว่าอ่านแล้วอยาก....เอ้อ..... icon_rotfl.gif  icon_bye.gif  

"ไม่ได้คิดถึงเธอทุกนาที แต่คิดถึงเธอตลอดที่มีลมหายใจ(จริงๆนะ)"

"ทำไมเธอไม่มีญาติเป็น สไปเดอร์แมน นะ......... จะได้มีเยื่อใยให้กันบ้าง"

"เธอไม่เหนื่อยหรือไง....... ที่เข้ามาวิ่งวนอยู่ในหัวใจผม"

"สงสัยผมจะแก่จนสายตายาวซะแล้วล่ะ...... เพราะผมได้แต่แอบมองเธออยู่ ห่างๆ"

"โอ้ย......ช่วยด้วย หายใจไม่ออก ทำไมเธอต้องมาขโมยลมหายใจของผม ด้วย..."

"ผมคงเป็นอมตะ ไม่มีวันตายแล้วล่ะ เพราะผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อเธอตลอดไป"

"เธอหนาวหรอ เอาฉันไปห่มแทนผ้าห่มก็ได้นะ"

"ไม่อยากให้เธอยืนอยู่ตรงนี้เลยนะ มายืนอยู่ในหัวใจฉันดีกว่า"

"อยากจะฆ่าผมหรอ.....ได้ ยิงเลย.....ยิงเลยสิครับ ยิงมาที่กลางหัวใจผม แต่ คุณจะเจ็บหน่อยนะ เพราะในนั้นน่ะ........มีคุณอยู่ "

อ้าว....ครายเป็นอาราย.....ครายอ้วก!!!!!!  laugh1.gif
Posted by เก่ง on 18 May 2003,12:49

จะวันนี้ วันหน้า หรือ วันไหน
จะดำรง ไว้ซึ่ง "คำสัญญา"

----------------------------------------------------------
คำมั่นสัญญา

....ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
ถึงอยู่ในใต้หล้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ
พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวพี่ขอเป็นภุมรา
เชยผกาโกสุมปทุมทอง
เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่
เป็นราชสีห์สิงสู่เป็นคู่สอง
จะติดตามทรามสงวนนวลละออง
เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป

< http://www.mochit.com/showLyric.php?id=0479 >
Posted by add on 20 May 2003,00:00
ขอบคุณค่ะ ที่เอาเพลงไพเราะๆมาให้ฟังกัน

      บทกลอนนี้เป็นบทกลอนจากเรื่องพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ตอนที่ 36 ชื่อตอน พระอภัยมณีทำผูกคอตายได้นางละเวง ซึ่งบทเต็มๆกล่าวว่า

      พระสวมสอดกอดแอบแนบถนอม
    งามละม่อมแม่อย่าหมองเลยน้องเอ๋ย
    สักแสนปีมิได้ร้างให้ห่างเชย
    ไม่ละเลยลืมสัตย์ปฎิญาณ
  
    ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
    ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
    ถึงอยู่ในใต้หล้าสุธาธาร
    ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
    แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ
    พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
    แม่เป็นบัวพี่ขอเป็นภุมรา
    เชยผกาโกสุมปทุมทอง
    เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่
    เป็นราชสีห์สิงสู่เป็นคู่สอง
    จะติดตามทรามสงวนนวลละออง
    เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป
    เป็นสัจจังหวังจิตสนิทถนอม
    งามละม่อมมิ่งขวัญอย่าหวั่นไหว
    จงโอนอ่อนผ่อนตามความอาลัย
    ให้ชื่นใจเสียรู้แล้วเถิดแก้วตา ฯ


       (เห็นป่าว  ก๊อปปี้ตัวกลมๆ ของนกกะปูดมาใส่ไว้ด้วย  laugh1.gif )
Posted by Yaya on 20 May 2003,00:52
inlove.gif  inlove.gif ชอบจังเลย ค่ะน้าแอ๊ด ....แต่ที่แน่ๆ อย่าบอกใครนะคะ...ย๋ามีญาติเป็น สไปเดอร์แมน อิ อิ ... ic-12.gif  ic-12.gif
Posted by nava on 20 May 2003,07:07
love.gif

    At the touch of love everyone becomes a poet.

                             Plato

           flower.gif

       สัมผัสแห่งรักทำให้ทุกคนกลายเป็นกวี  

                             เพลโต

                          inlove.gif
Posted by เก่ง on 20 May 2003,10:54
๏  กำไลมาศ ชาตินพ คุณแท้
ไม่ปรวนแปร เป็นอื่น ย่อมยืนสี
เหมือนใจตรง คงคำ ร่ำพาที
จะร้ายดี ขอให้เห็น เป็นเสี่ยงทาย
ตะปูทอง สองดอก ตอกสลัก
ตรึงความรัก รับไว้ มิให้หาย
แม้รักร่วม สวมใส่ ไว้ติดกาย
เมื่อใดสาย สวาสดิ์วอด จึงถอดเอย.../รัชกาลที่ ๕

รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานกำไลทองมีตะปูตรึงไว้ ๒ ดอก และ สลักคำกลอนจารึกไว้ให้แก่ เจ้าจอมสดับ

-----------------------------------------------------------------------
Posted by add on 21 May 2003,22:11
ความเอย ความรัก
เริ่มประจักษ์ชั้นต้น ณ หนไหน
เริ่มจำเพาะเหมาะกลางหว่างหัวใจ
หรือเริ่มในสมองตรองจงดี

แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง
อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่
ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงรตี
ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอย

ตอบเอย ตอบถ้อย
เกิดเมื่อเห็นน้องน้อยอย่าสงสัย
ตาประสบตารักสมัครไซร้
เหมือนหนึ่งให้อาหารสำราญครัน

แต่ถ้าแม้นสายใจไม่สมัคร
เหมือนฆ่ารักเสียแต่เกิดย่อมอาสัญ
ได้แต่ชวนเพื่อนยามาพร้อมกัน
ร้องรำพันสงสารรักหนักหนาเอย


เวนิสวาณิช
พระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6
Posted by เก่ง on 21 May 2003,22:43
ตอบเอย ตอบถ้อย
เกิดเมื่อ Chat กับน้องน้อยอย่าสงสัย
Add Contact เลยรักสมัครไซร้
เหมือนหนึ่งให้อาหารสำราญครัน
แต่ถ้าแม้นสายใจไม่ Permit
เหมือนโดนปิดเสียแต่เกิดย่อมอาสัญ
ได้แต่ชวนเพื่อนยามาพร้อมกัน
ร้องรำพันฉันโดน Block หักป๊อกเอย

inlove.gif
Posted by นกกะปูด on 22 May 2003,13:58



"คุณสามารถสร้างวิมานบนดินได้ ถ้าคุณอยู่กับคนที่คุณรัก"

greet.gif วิมานดิน greet.gif

ฝากรักเอาไว้ ฝากไปในแสงดวงดาว
ที่ส่องประกายวับวาว วาว อยู่บนฟากฟ้า
ให้แสงสุกใส ได้เป็นเสมือนดวงตา
คอยส่องมองเธอด้วยแวว ตา แห่งความภักดี

เก็บฟ้ามาสาน ถักทอด้วยรักละมุน
คอยห่มให้เธอได้อบ อุ่น ก่อนนอนคืนนี้
ให้เสียงใบไม้ ขับกล่อมเป็นเสียงดนตรี
คอยกล่อมให้เธอฝันดี ดี ให้เธอเคลิ้มไป

เป็น วิมานอยู่บนดิน
ให้เธอได้พักพิง พิง และนอนหลับไหล
เก็บ ดาว เก็บเดือนมาร้อยมาลัย
เก็บหยาดน้ำค้างกลางไพร
มาคล้องใจเราไว้รวมกัน

ก่อนฟ้าจะสาง ก่อนจันทร์จะร้างแรมไกล
ยังอยู่กับเธอข้างเคียง กาย อยู่ในความฝัน
ฝากเสียงกระซิบ ฝากไปในสายลมผ่าน
ข้ามขอบราตรีที่ยาว นาน ให้เธอฝันดี

เป็น วิมานอยู่บนดิน
ให้เธอได้พักพิง พิง และนอนหลับไหล
เก็บดาว เก็บเดือนมาร้อยมาลัย
เก็บหยาดน้ำค้างกลางไพร
มาคล้องใจเราไว้รวมกัน

ก่อนฟ้าจะสาง ก่อนจันทร์จะร้างแรมไกล
ยังอยู่กับเธอข้างเคียง กาย อยู่ในความฝัน
ฝากเสียงกระซิบ ฝากไปในสายลมผ่าน
ข้ามขอบราตรีที่ยาว นาน ให้เธอฝันดี

ให้เธอได้อบ อุ่น และนอนฝันดี
ให้เธอได้อบ อุ่น...อยู่ใน วิมาน
bowsdown.gif bowsdown.gif bowsdown.gif bowsdown.gif



Posted by add on 04 Jun. 2003,21:58
จดหมายลับ

ผู้ชายคนหนึ่ง หลงรักสาวนางนึงที่พ่อสาวเจ้า หวงสุดชีวิต
>>>>>กีดกันเขากับเธอ จนเขาต้องส่งจดหมายฉบับนึง
>>>>>ไปเพื่อบอกความในใจ.........

>>>>>ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ผมมีต่อคุณ
>>>>>ได้หมดสิ้นไปแล้ว และผมค้นพบว่าผมรังเกียจคุณ
>>>>>เพิ่มมากขึ้นทุกวัน เมื่อผมเจอคุณ
>>>>>ผมไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าคุณ
>>>>>สิ่งเดียวที่ผมต้องการทำก็คือ
>>>>>เฝ้ามองผู้หญิงคนอื่น ผมไม่เคยต้องการที่จะ
>>>>>แต่งงานกับคุณ บทสนทนาครั้งสุดท้ายของเรา
>>>>>น่าเบื่อและไม่ได้
>>>>>ทำให้ผมรอคอยที่จะพบหน้าคุณอีกครั้ง
>>>>>คุณคิดถึงแต่ตัวเอง
>>>>>ถ้าเราแต่งงานกัน ผมรู้ว่าผมจะพบ
>>>>>ชีวิตที่ยุ่งยากมาก และผมจะไม่มี
>>>>>ความสุขในการใช้ชีวิตกับคุณ ผมมีหัวใจ
>>>>>ที่จะให้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่
>>>>>ผมต้องการให้คุณ ไม่มีใครที่จะ
>>>>>โง่และเห็นแก่ตัวเท่าคุณ และคุณไม่
>>>>>สามารถห่วงใยผมและช่วยผมได้
>>>>>ผมอยากจะให้คุณเข้าใจว่า
>>>>>ผมพูดความจริง คุณจะทำให้ผมดีใจมาก
>>>>>ถ้าคุณคิดว่านี่เป็นจุดจบ อย่าพยายาม
>>>>>ถ้าจะตอบจดหมายนี้ จดหมายของคุณเต็มไปด้วย
>>>>>สิ่งที่ไม่ทำให้ผมสนใจ คุณไม่มี
>>>>>รักจริงสำหรับผม ลาก่อน และเชื่อมั่นในผมว่า
>>>>>ผมไม่แคร์คุณ และได้โปรดอย่าคิดว่า
>>>>>ผมยังคงรักคุณ.........
>>>>>
>>>>>สาวเจ้าได้อ่านก็น้ำตาคลอ.......
>>>>>เพราะได้ตกลงรหัสลับกับหนุ่มที่รักไว้แล้ว
>>>>>ว่าจะอ่านแต่บรรทัดเลขคี่เท่านั้น
>>>>>*********************************************

>>>ทีนี้รอบสองก็ให้อ่านแต่บรรทัดคี่นะ (1 3 5 7 .... )
>>>>>แล้วจะรู้ว่า.... love.gif

      เอาของเดะๆมาให้อ่านกันอ้ะ (เลียนแบบ แชท คริ คริ ที่คุณเก่งเอาให้อ่านน่ะ โอย...ขำ laugh1.gif )
Posted by add on 09 Feb. 2004,09:13
ใกล้ถึงวันแห่งความรัก 14 กุมภาแล้ว ก็เลยขุด แซะ กระทู้ขึ้นมาให้อ่านกัน ถ้าอยากรู้เรื่องความเป็นมาของวันวาเลนไทน์ให้ย้อนกลับไปอ่าน < เล่าตำนานวันวาเลนไทน์ >

     ใครมีเรื่องรักๆ มาเล่าสู่กันฟังนะคะ love.gif
Posted by นกกะปูด on 10 Feb. 2004,23:47

Posted by add on 12 Feb. 2004,07:11
"I Love You" Around the World

Une te dua (Albanian)
Testimo molt (Catalan)
Wo ai ni (Chinese)
I love you (English)
Nagligivaget (Eskimo)
Mina rakkastan sinua (Finnish)
Je t'aime (French)
Thaim in grabh leat (Gaelic)
Ich liebe dich (German)
S'agapo (Greek)
Aloha wau la oe (Hawaiian)
Ani ohev otakh (Hebrew)
Se ret lay (Hungarian)
Ti voglio bene (Italian)
Ai Shite Imasu (Japanese)
ien Ihnhobbok (Maltese)
Du stet daram (Persian)
Ya lyublyu tyebya (Russian)
Te amo (Spanish)
Jag alskar dig (Swedish)
Seni seviyorum (Turkish)

น้องนกทะเลคะ  ฉันรักเธอ  ภาษาญี่ปุ่นพูดอย่างนี้หรือเปล่าคะ
พี่คชาไพร  ภาษามลายู พูดว่าอะไร  
คุณ สข1 หว่อไอ้นี่  ภาษาจีนกลางใช่มั้ยคะ  แล้วจีนอื่นๆ พูดว่าอะไรคะ
แมวเหมียวพูดคำรักว่าอะไรเอ่ย?
แล้วเฮงเฮงล่ะ  เวลาบอกรักใคร พูดว่ายังไง อิอิ
Posted by แมวเหมียว on 12 Feb. 2004,20:17
ic-14.gif พี่แอ๊ดถามว่า..

..แมวเหมียวพูดคำรักว่าอะไรเอ่ย?...

inlove.gif แมวเหมียวเป็นผู้หญิงนะคะพี่แอ๊ด พูดคำว่า"รัก "

ก็ต้องพูดด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานว่า....

"เมี้ยวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ค่ะlaugh1.gif

        laugh1.gif       laugh1.gif          laugh1.gif
Posted by Heng-Heng on 13 Feb. 2004,00:48
น้าแอ๊ดคับ
ผมเคยได้ยินมนุษย์สองเท้าพูดกันว่า
สวรรค์ส่งคนมาเกิดเพียงครึ่งตัว แต่อีกครึ่งตัวไม่รู้เอาไปไว้ที่ไหน
ด้วยเหตุนี้มนุษย์ถึงกอดตัวเองไม่เคยเพียงพอ
ต้องกอดคนอื่นแล้วให้คนอื่นกอดตอบ ชีวิตจึงสมบูรณ์
ผมมีสี่เท้าก็ยังอยากให้คนกอดเลยคับ
สาวๆ นี่ก็แปลกนะคับ ชอบฟังคำว่า รัก
แล้วเธอจะรู้ได้ไงหล่ะคับ ว่าพูดจริงหรือโกหก
น่าจะดูที่การกระทำมากกว่านะคับ

อ้อ ผมเห็นจิ๊กโก๋แถวบ้านมันชื่อ ไอ้หง่าว คับ
เวลามันจีบสาว จะร้องว่า "อาววววๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
ส่วนเจ้าเหมียวก็วางฟอร์มหล่ะคับ ร้องตอบว่า "ไม่อาวววววๆๆๆๆๆๆ"
ไอ้หง่าวมันก็ถือคติตื๊อครองโลกคับ "อาวววววๆๆๆๆๆๆๆ"
ในที่สุดเจ้าเหมียวก็ใจอ่อน "อาวววๆๆๆ ก็ อาวววๆๆๆ" (วะ)
Posted by add on 14 Feb. 2004,07:24
ขอบคุณแมวเหมียวและเฮงเฮง  inlove.gif







A Love Letter
to the World


Love is patient,
love is kind.
It is not jealous or boastful,
it is not arrogant or rude.
Love does not insist on its own way;
it is slow to anger,
it does not brood over injury.
Love does not rejoice
in what is wrong
but rejoices with the truth.
Love bears all things,
believes all things,
hopes all things,
endures all things.
Love never fails.
~ 1 Corinthians 13. 4-8 (1st century CE)


--*---*---*---*



Posted by noktalay on 14 Feb. 2004,07:50


สำหรับหนุ่มสาวญี่ปุ่นคำที่ใช้แทนคำว่า ฉันรักเธอ นี้จะใช้คำว่า
Anata ni aisuru - あなたに愛する หรืออาจพูดสั้นๆว่า Aishiteru-あいしてるー愛してる คะ
Posted by คนธรรมดา on 22 Jan. 2005,09:40
เรื่องที่ 1

วันวาเลนไทน์ (Valentine)
เรื่อง “วันวาเลนไทน์” (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงแต่เขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,734 ปีล่วงเลยมาแล้วในจักรวรรดิโรมัน

ประวัติความเป็นมาของเรื่องนี้ เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 3 มีผู้นำคริสตชนคนหนึ่งชื่อ “วาเลนตินัส” เขาเป็นคนที่มีความรักและความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์มาก โดยทุกๆ วันเขาจะแอบนำอาหารและของใช้ที่จำเป็นไปวางไว้ประตูหน้าบ้านของคนยากจนโดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้ ซึ่งในสมัยนั้น ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในจักรวรรดิโรมัน และถือว่าใครที่นับถือศาสนาคริสต์จะมีความผิดร้ายแรงมาก พวกคริสตนชนจึงถูกข่มเหงและทารุณกรรมอย่างหนักเพื่อบังคับให้เลิกเป็นคริสต์ ใครที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์จะถูกทรมานและฆ่าทิ้ง “วาเลนตินัส” ก็รวมอยู่ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญและทรมานบังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ แต่เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุกในข้อหาเป็นคริสตชน

ในขณะที่วาเลนตินัสถูกจับขังคุกนั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้นและด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขาพระเจ้าได้ทรงโปรดรักษาตาของคนรักของเขาให้หายเป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุมและครอบครัวของเขาหันมานับเชื่อพระเจ้าของชาวคริสต์

ต่อมาเรื่องนี้รู้ถึงจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ของโรม พระองค์ทรงกริ้วมาก ได้สั่งให้ลงโทษวาเลนตินัสอย่างหนักด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ

ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น วาเลนตินัส ได้เขียนจดหมายสั้นๆ เป็นการอำลาส่งไปให้เพื่อนหญิงคนรักของเขา และลงท้ายในจดหมายว่า “จากวาเลนไทน์ของเธอ”

รุ่งขึ้นของเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัสก็ถูกนำไปตัดศีรษะและเอาศพไปฝังไว้ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์ ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของเขาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงชีวิตและความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา

คนทั่วประทับใจกับความรักของเขาจึงยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันวาเลนไทน์” ภาษาอังกฤษเรียกว่า Saint Valentine’s Day หรือ Valentine ‘s Day หรือ “วันแห่งความรัก” ซึ่งต่อมาได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกา และเข้ามาในทวีปเอเชีย และประเทศไทยด้วย
Posted by คนธรรมดา on 22 Jan. 2005,09:49
เรื่องที่ 2

ทำไม? วันวาเลนไทน์ต้องให้ดอกกุหลาบด้วย ?????
เพราะว่ากุหลาบมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้วล่ะ จึงทำให้ความสวยงามของดอกและกลิ่นอันชวนพิสมัยของราชินีแห่งดอกไม้นี้เป็นที่เลื่องลือมาช้านาน และล้วนกล่าวถึงความงามเป็นสื่อที่แสดงถึงความสุข ความมีไมตรีจิต ความน่ารัก ความสวยงาม การบูชา และการเกี้ยวพาราสี

ดังนั้น กุหลาบจึงเป็นเสมือนตัวแทนแห่งความรัก และความอมตะ จนมีตำนานกล่าวขานกันต่างๆ นานา ตั้งแต่สมัยกรีก

ตำนานเล่าว่า “คลอรีส” เทพธิดาแห่งดอกไม้ได้บันดาลให้ร่างของนางไม้กลายเป็นกุหลาบและยกให้เป็นราชินีของดอกไม้ จากนั้นต่อมาก็มีการมอบดอกกุหลาบแก่ “อีรอส” ลูกชาย ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก

ส่วนในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่า ในสมัยที่พระเยซูถูกตรึงไว้ไม้กางเขนอยู่นั้น พระโลหิตได้ไหลหยดลงบนต้นหญ้ามอสส์และได้ยังเกิดเป็นต้นกุหลาบที่มีดอกสีแดงสด จึงมีการเรียกขานกุหลาบชนิดนี้ว่า “กุหลาบมอสส์”

นอกจากนี้ยังมีการสู้รบกันระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่ คือราชวงศ์ยอร์ค ซึ่งใช้สัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบ และราชวงศ์แลงแคสเตอร์ ใช้ดอกกุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์และได้เรียกสงครามครั้งนี้ว่า “สงครามกุหลาบ” ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1948-2028 และในสมัยต่อมา พวกกุหลาบแดงได้มาแต่งงานกับพวกกุหลาบขาว ซึ่งในปัจจุบันกุหลาบได้ถือเป็นดอกไม้ประจำชาติของชาวอังกฤษไป ถ้าทุกคนมีความรักให้แก่กันแล้วโลกจะสงบสุขแน่นอน
Posted by ทะเลหมอก on 22 Jan. 2005,09:53
ความรักของคนเรา

เป็นสิ่งจรรโลงหัวใจ.............

วันวาเลนไทน์ ในใจมีได้ทุกวันค่ะ flower.gif  flower.gif
Posted by add on 22 Jan. 2005,20:36
สวัสดีค่ะ คุณ คนธรรมดา  คุณทะเลหมอก  ดิฉันเคยค้นคว้ารวบรวมเรื่องวันวาเลนไทน์ไว้  ลองอ่านดูกันดูค่ะ

          < เล่าตำนานวันวาเลนไทน์ >
Posted by KiLiN on 22 Jan. 2005,23:53
ขอบคุณครับ คุณแอ๊ด thankssign.gif

  เลยขออนุญาตคุณคนธรรมดา ยุบรวมกระทู้เลยนะครับ bowsdown.gif
Posted by คนธรรมดา on 23 Jan. 2005,08:51
ขอบคุณครับ คุณ แอ๊ด และ คุณ KiLiN

กะลังหาอยู่เชียวว่ากระทู้ของผมอยู่ที่ไหน  blush.gif
Posted by ทะเลหมอก on 26 Jan. 2005,03:53
ขอบคุณค่ะ  เรื่อง ความรัก  ไม่ว่าไทย หรือเทศ ล้วนแต่เป็นความหอมหวานและยาพิ  เสมอ ...........

ขอบคุณคะ

ชอบใจเวบนี้จัง  เงียบ  เชียง นั่ง ฟังเพลง สบายใจจังค่ะ....... wavey.gif
Posted by add on 14 Feb. 2005,20:22
Happy Valentine's Day! แด่ทุกๆท่าน rose.gif
Posted by add on 14 Feb. 2006,22:49
ว้าว...ครบรอบ 1 ปีอีกแล้ว 



      tinyrose.gif สุขสันต์วันแห่งความรัก tinyrose.gif

     
"Star Light, Star Bright"

     
    ขอให้คนรักกันมั่นใจรัก
    ให้ประจักษ์รักยืนยาวดุจดาวสรวง
    ประกายดาวบอกรักสลักทรวง
    ไม่ลาร่วงดาวประดับประทับใจ

    


< http://www.maui.net/~stark/starlight.html >
Posted by sweet lemon on 15 Feb. 2006,04:08

Posted by มะเหมี่ยว on 15 Feb. 2006,04:59


~สุขสันต์วันแห่งความรักทุกๆ ท่านนะคะ~

Posted by add on 12 Jan. 2007,10:42
อ้างถึง (add @ 07 กย. 2002,11:59)
น้องๆอาจจะงง ประทับใจอะไรกันนักหนากับหนังเรื่องนี้ ที่จริงก็เป็นหนังรักซาบซึ้งใจ
จบด้วยความเศร้าเรื่องหนึ่ง แต่หนังออกมาในจังหวะที่คนรู้สึกว่าขาดเรื่องแบบนี้พอดี จึงทำให้คนคลั่งไคล้กันมาก 

   Ryan O ' neal พระเอกรูปหล่อสมัยนั้น กับ Ali Macgraw นางเอกชาวอิตาเลียน ผมดำ ฟันเกนิดๆ สวยแปลกตา เนื้อเรื่องก็พระเอกนางเอกเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยกัน รักกัน แต่นางเอกรวยมาก พระเอกจน กว่าจะได้แต่งงานกันก็ฟันฝ่าอุปสรรค แต่ในตอนท้าย นางเอกก็เป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว เศร้า....

   Stuv จะ โพสต์ Concept ของหนังเรื่องนี้เสมอ....

   ถ้าจะรัก ก็ต้องลืมคำว่า "เสียใจ"
 
   หนังก็ดังระเบิดประมาณ เรื่อง Pretty Women ที่ Richard Gere กับ Julia Robert แสดงนำนั่นแหละ



ผมว่าข้อมูลที่เล่ามาไม่น่าจะถูกต้องนัก
เรื่องนี้ที่ถูกคือนางเอกไม่รวย(แต่มีครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ)และพระเอกมีพ่อรวยมากๆมีอดีตที่ปู่เป็นคนสำคัญจนมีชื่อจารึกไว้ในสถาบันที่พระเอกเรียนอยู่
พระเอกกับพ่อขัดแย้งกันในความคิดเห็นเรื่องนางเอก(ทำนองว่ารังเกียจสะไภ้จนๆ)และแล้วพระเอกก็ยอมสละทุกอย่างมาอยู่กับนางเอก
ทำนองว่ากัดก้อนเกลือกินด้วยกันก็ได้เพราะรักซะอย่างไม่สนอะไรทั้งนั้น....ตอนจบขนาดคนใจแข็งยังน้ำตาซึมเลย....ชอบประโยคที่นางเอกพูดมากๆๆๆจนจำมาใช้กับนางเอกในชีวิตจริงเลยล่ะ....ขอบคุณที่จัดเพลงมาลงไว้ให้ชื่นใจอีกครั้งครับ
-------------------------------------------------
ได้รับเมล์จากคุณ คุณpitstou  ขอบพระคุณค่ะ  bowsdown.gif

< Love Story >
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard