Forum: ห้องนักเขียน
Topic: รำพึง...ห้วงหนึ่ง...ความฝัน
started by: KiLiN

Posted by KiLiN on 13 Jul. 2002,01:28
รำพึง...
      ห้วงหนึ่ง...
             ความฝัน...



    เรื่อง : ฤษีข้ามน้ำ
เสียงเพลง : ฝน - เบิร์ด กะ ฮาร์ท



อยากจะลืม ใครสักคน
เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพริ้วมา
สายน้ำที่ร่วงหล่น
ปนเคล้าหยาดน้ำตา
กลับไปคิดถึงครา
แรกที่เราพบกัน...


มรสุมที่หาดสีทอง
นำเราสองให้ปองรักกัน
ฟ้าคำรามเธอกลัว
ตัวของเราหนาวสั่น
สื่อดวงตาสัมพันธ์
อบอุ่นพลันสองเรา...


ความ รักเราเคยสดชื่น
แล้วใยแปรเป็นอื่น
เหลือแต่ความขื่นขมระทม
เมื่อลมพายุหอบฝน มา
เธอไม่ยอม บอกเหตุผลใดใด
ปล่อยฉันไว้กลางฝน...


มาบัดนี้ยามฟ้าสีหม่น
ราวกับดลให้ตรมฤทัย
รู้เป็นเพียงอากาศ
แต่ไม่อาจห้ามใจ
อยากมีเธอชิดใกล้
แต่เธอคงไม่คืน...


ความ รักเราเคยสดชื่น
แล้วใยแปรเป็นอื่น
เหลือแต่ความขื่นขมระทม
เมื่อลมพายุหอบฝน มา
เธอไม่ยอม บอกเหตุผลใดใด
ปล่อยฉันไว้กลางฝน...


อยากจะลืม ใครสักคน
เมื่อหยาดฝนพร่างพรมพริ้วมา
สายน้ำที่ร่วงหล่น
ปนเคล้าหยาดน้ำตา
กลับไปคิดถึงครา
ที่เธอลาฉันไป...
ที่เธอลาฉันไป...
ที่เธอลาฉันไป...





          วันนี้ฝนตกตั้งแต่ ๔ โมงเย็น ๖ โมงแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แผ่นฟ้ามืดสนิทราวค่ำคืนที่ดึกสงัด เสียงฝนตกกระทบสรรพสิ่งกลบสรรพสำเนียงที่เคยมีอยู่จนสิ้น อากาศภายนอกนั้นเหน็บหนาวเหมือนลมแรกของเหมันต์ฤดูได้มาถึง ผมหยิบเสื้อกันหนาวตัวหนึ่งมาสวม แล้วเปิดประตูบ้านออกไป สายลมที่กรรโชกมาเป็นระยะ  พาละอองฝนให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว ผมยืนนิ่ง…ปล่อยให้ละอองฝนลอยเข้าปะทะใบหน้าและเส้นผม ละอองน้ำไหลรวมเป็นกลุ่มก้อน หยดลงบนเสื้อหนาวทีละหยด

         ภาพของผู้ชายสวมเสื้อหนาว แต่กลับปล่อยให้ละอองฝนพร่างพรมใบหน้าและเส้นผม ดูจะไม่สมเหตุสมผลเท่าใดนัก แต่ชีวิตคนเราก็ใช่จะดำเนินตามครรลองแห่งเหตุผลเสมอไปไม่ใช่หรือ…
         
         ฤดูฝน ฤดูที่หลายๆ คนเฝ้ารอให้มาถึง ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือชาวนา เนื่องเพราะการมาของน้ำฝนมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับการจากไปของจำนวนหนี้ แต่ก็ฤดูฝนอันเดียวกันนี้แหละที่อีกหลายคนไม่อยากพบเห็น อย่างน้อยก็พ่อและแม่ของลูกน้อยที่ต้องรับส่งดวงใจของตนที่หน้าโรงเรียนในยามเช้าเย็น ต่างคนก็ต่างมุมมอง… แต่ไม่ว่าอย่างไร ฤดูฝนล้วนมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของแต่ละคน ไม่น้อยกว่าฤดูกาลใด สาวน้อยคนหนึ่งเคยบอกผมว่า เธอชอบฤดูฝนที่สุด เพราะสายฝนมักนำพาความเย็นสบายมาด้วย และนั่นเป็นเหตุให้เธอนอนตื่นสายได้ ผมได้แต่ยิ้ม และนึกถึงภาพฤดูฝนของตนเองที่บางครั้งเหน็บหนาวเกินไป จนหัวใจผมเต้นผิดจังหวะ
         
         ก่อนที่ฝนจะตก ถ้าสังเกตกันดีดี จะพบว่ามีกลิ่นอะไรบางอย่างแสดงตัวออกมาก่อน มันเป็นโหมโรงก่อนที่บทเพลงของฟ้าจะเริ่มต้นขั้น… ใช่แล้วกลิ่นดิน… หลายคนอาจรู้สึกต่อกลิ่นดังกล่าวต่างๆ กัน แต่สำหรับผมแล้วสัญชาตญาณมักแทนค่ามันด้วยความสงบ ลึกลับ และเหงา… กลิ่นของแม่พระธรณี มักทำให้ผมนึกถึงค่ำคืนหนึ่งที่ฝนตก

          ๑๐ ปีที่แล้ว ผู้หญิงคนที่เคยเดินเคียงข้างผม ได้วิ่งฝ่าฝนของฟ้าจากผมไปพร้อมๆ กับฝนที่ตกอยู่ในดวงใจของเราทั้งสองฝ่าย แต่ไม่นานแสงแดดก็แผดเผาเอาน้ำฝนที่คั่งค้างอยู่ในใจของเราไปจนหมด แต่กว่าที่น้ำจะระเหยกลายเป็นไอ ทุกค่ำคืนที่ฝนตก ดูเหมือนมันจะตกอยู่ในใจของผมด้วย… ผู้ชายคนหนึ่งหากถูกพิษภัยของฝนเล่นงานทุกค่ำคืนที่ฝนตก รสชาติคงยากทนทานยิ่ง บ่อยครั้งที่ต้องอาศัยเมรัยเป็นเครื่องเปลื้องปลด และบ่อยครั้งผมหลับไหลไปกับลำนำบทสั้นๆ

              เคลื่อนไหวตามเพลงแห่งอารมณ์
              ตรอมตรมขมขื่นทุกค่ำเช้า
              ฝนพร่างดาวเคลื่อนกระแจะพราว
              เมื่อไรหนอหนาวจะผ่านไป…



      เสียงโทรศัพท์กรีดลั่นทำลายความเงียบ ผมสะดุ้งตื่นจากห้วงคำนึง
      "สวัสดีครับ ต้องการพูดกับใครครับ”

      “นั่นอุ๋ยเหรอ นี่ฝ้ายพูดนะ” 
      เสียงหญิงสาว เลื่อนไหลตามสายโทรศัพท์ ใช่! ผมคุ้นเคยกับเสียงนี้ดีทีเดียว แต่เนิ่นนานมากแล้วที่ผมไม่ได้ยินเสียงของเธอ

      “ว่าไง… ทำไมวันนี้โทรมาได้” 
      ผมทักทายไปตามเรื่อง

      “ก็ไม่มีอะไร แค่คิดถึงก็โทรมา ไม่รบกวนนะ…”

      ไม่หรอก ถือเป็นการให้เกียรติ”
      ผมกระเซ้าพลางหัวเราะ

      “………………..”

      “มีอะไรหรือเปล่าฝ้าย”

      “ก็… มีบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะรบกวนเวลาของอุ๋ยหรือเปล่า”

      “เวลาเป็นของที่ผมหวง และผมจะให้เฉพาะกับคนบางคน และในบางคนนั้นก็มีฝ้ายอยู่ด้วย” 
      ผมพูดพลางลากเก้าอี้มานั่ง สายฝนทำให้บรรยากาศภายนอกดูซึมเศร้า แต่ดวงใจของผมนั้นเบิกบานนัก เพราะเพื่อนเก่าได้กลับมาเยือนอีกครั้ง

      “ฝ้ายเลิกกับพี่กล้าแล้ว…”
      น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าและบางเบาราวกระซิบ

      “……..”

          ผมรู้สึกมึนงงอย่างยิ่ง ภาพในอดีตเดินทางมาเยี่ยมเยือนผมอีกครั้ง ๗ ปีที่แล้วผมพบฝ้าย ในงานรับปริญญาพี่สาวของผม เราพูดคุยกันและติดต่อกันตลอดมา ช่วงเวลาที่คบกัน ผมไม่เคยพูดความในใจให้เธอฟังเลย ๑ ปีหลังจากเราคบกันเธอมีชายผู้หนึ่งมานั่งอยู่ในหัวใจของเธอ ผมบอบช้ำอยู่หลายวัน แต่ก็เข้าใจคำพูดบางคำที่ไม่เคยเข้าใจ หลังจากนั้นเราก็เป็นเพื่อนกัน และเรื่องราวต่างๆ ของเธอ และพี่กล้าได้ถูกถ่ายทอดมายังผม…

         ฝ้ายพบพี่กล้าในงานแต่งงานของเพื่อน พี่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ความเพียรพยายามของเขาทำให้เธอใจอ่อน จากความเกลียดจึงกลายเป็นความรัก จากความไม่เข้าใจไปสู่ความเข้าใจ ผมคิดว่าทุกอย่างคงแน่นอน ผมแอบยิ้มเมื่อพบว่าความงดงามได้เจอะเจอสิ่งที่ดีงามแล้ว แต่ผมหลงลืมไปว่าสิ่งที่ดีงามนั้นดำรงอยู่ได้ด้วยสิ่งที่ตรงกันข้ามกับมัน และบัดนี้มันได้ตอกย้ำถึงความมีอยู่ของมันแล้ว
      “ทำไมถึงเป็นอย่างนี้หละ…”
      ผมถามด้วยความสงสารเพื่อนอย่างจับใจ

      “ฝ้ายมีคนอื่น”
      หล่อนตอบราวเสียงกระซิบ

      “มีใครสามารถแย่งพื้นที่ในใจของพี่กล้าได้อีกหรือ!”

      “…..จริงๆ เป็นเพราะฝ้ายไม่ได้ให้พื้นที่ของฝ้ายกับพี่กล้าทั้งหมดหรอก… ฝ้ายเริ่มรู้สึกในวันที่ฝ้ายจะขึ้นเครื่องบินไปเรียนต่อ ฝ้ายไม่ได้เหลียวหลังกลับมามองคนที่เฝ้ารอฝ้าย และฝ้ายยังรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้อยู่เมืองไทย มันแปลกที่คนมีแฟนจะรู้สึกอย่างนั้น พอฝ้ายกลับมาบ้านได้ซัก ๓ เดือน มีเพื่อนชายของฝ้ายซึ่งฝ้ายเคยแอบชอบ เขามาหาฝ้ายที่ทำงาน เราพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ ตอนหนึ่งเขาบอกฝ้ายว่า เขาชอบฝ้ายมานานแล้ว แต่ไม่เคยบอกเพราะเขาต้องทำงานบางอย่างให้เสร็จสิ้นก่อน และตอนนี้งานของเราเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อเขาหันกลับมามองข้างหลัง เขาก็ยังเห็นฝ้ายอยู่ เขาอยากมีครอบครัว และอยากให้ฝ้ายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเขา… นาทีนั้นฝ้ายรู้สึกว่าปัญหาบางอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว มันไม่น่าเชื่อเลยใช่ไม๊อุ๋ย”

      “…..ฟังดูไม่น่าเชื่อ… แต่ผมเชื่อฝ้ายเพราะเรื่องราวของหัวใจบางครั้งก็ไม่น่าเชื่อ”

      “นับจากวันนั้นเราก็คบกันมาเรื่อยๆ พื้นที่ของพี่กล้าก็ลดน้อยถอยลงไป แล้ววันหนึ่งฝ้ายก็ตัดสินใจ…”
      เธอหยุดพูดไปพักใหญ่ ผมได้ยินเสียงสะอื้น และเสียงฝนฟ้าที่ตกอยู่ในใจของเธอ

      “ฝ้ายไม่รู้ว่าฝ้ายทำถูกหรือเปล่า ฝ้ายเลือกคนที่ฝ้ายรัก แต่กลับไม่เลือกคนที่รักฝ้ายมาถึง ๗ ปี ภาพในอดีตมันหลอกหลอนฝ้าย พี่กล้าให้ฝ้ายทุกอย่างจริงๆ นะอุ๋ย แต่ฝ้ายกลับทำลายเขา ในวันที่ฝ้ายบอกเขา… เขาแทบเป็นบ้าเลยรู้มั๊ย…” 

         เธอเงียบไปพักใหญ่ ปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไปย่อมทำลายเขื่อนฝายจนสิ้น ความปวดร้าวที่เก็บกักพลั่งพรูออกมาพร้อมสายธารแห่งน้ำตา ความวังเวงของเสียงสะอื้นให้บีบคั้นหัวใจผมจนตีบตัน

         ผมนึกถึงภาพของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัย คนที่เชื่อมั่นว่าตนเองสามารถจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้ คนที่ร้องขอโอกาส แต่ไม่ร้องของพรจากใคร เขากำลังฟั่นเฟือน ทำร้ายตัวเอง เพราะผิดหวังในสิ่งที่ตนเองไม่อาจจัดการได้ตลอดไป…

         “ผู้ชายคนที่เข้มแข็งคนหนึ่งอาจหลอมเหลวได้ เพราะคำพูดเพียงบางคำ” 
         คำพูดของใครคนหนึ่งดังก้องอยู่ในห้วงสำนึกของผม
      “ฝ้ายตัดสินใจผิดพลาดใช่ไหม”
      เธอเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน

      “….ผมว่าฝ้ายตัดสินใจถูกแล้วหละ ความจริงเปรียบเสมือนผู้ใหญ่ที่เข้มงวด เราต้องรับฟังท่าน หากเราดื้อดึงท่านจะโบยตีเราจนกว่าเราจะยินยอม ความจริงคือฝ้ายควรอยู่กับคนที่ฝ้ายรัก ความจริงจะทำให้ชีวิตของฝ้ายมีความสุข สำหรับผู้ชายคนหนึ่ง คงต้องปล่อยวางลง ความผิดหวัง จะทำให้จุดหลอมเหลวของเขาสูงขึ้น และเขาก็จะเติบโตขึ้นอีกครั้ง”

         ๒ ทุ่ม ๔๕ นาที ฝนหยุดตกแล้ว อากาศภายนอกเย็นสบาย  เสียงสัตว์เลื้อยคลาน ร้องตะเบ็งเซ็งแซ่ เพื่อเรียกหาคู่ของมัน
         ผมยังนั่งอยู่ที่เดิม คิดถึงการโกหกคำโตเมื่อครู่ แท้จริงผมไม่รู้หรอกว่าอะไรคือ ถูกหรือผิด อะไรคือความจริงหรือความลวง ดูเหมือนในบางเรื่องเส้นแบ่งระหว่างความถูกผิด จริงหรือเท็จดูจะเลือนลางเต็มที และมันเป็นเรื่องเศร้าอย่างยิ่งที่มนุษย์ต้องตัดสินใจในสภาพที่คลุมเครือเช่นนั้น และ ณ. เวลานั้นบางคนใช้เหตุผลในการตัดสินใจ แต่ก็อีกหลายคนที่ใช้ความรู้สึกในการชี้ขาด อย่างไรก็ตามไม่ว่ามนุษย์จะตัดสินใจโดยใช้กลไกใด พวกเขาต่างต้องยอมรับในผลของการตัดสินใจนั้น

         มีอยู่หลายครั้งที่ผมต้องตัดสินใจในภาวะที่คลุมเครือ และมันทำให้ผมตัดพ้อพระเจ้าอยู่เสมอ หากพระเจ้าเป็นสิ่งที่สมบูรณ์จริง ทำไมพระเจ้าจึงสร้างสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ขึ้นมา หรือว่าเป็นเจตจำนงของพระองค์ที่ต้องการให้สิ่งที่พระองค์สร้างค้นหาความถูกต้องสมบูรณ์ด้วยตัวเอง แต่ก็อีกนั่นแหละ พระองค์จะรู้หรือไม่ว่าราคาที่พวกเราต้องจ่ายนั้นบางครั้งมันแพงลิบลิ่ว จนบางคนต้องหันหลังให้พระองค์ตลอดกาล…

         อย่างไรก็ตามไม่ว่าราคาที่เราต้องจ่ายจะมากมายเพียงใด พวกเราล้วนต้องจ่ายเมื่อไม่อาจหลีกเลี่ยง ผมได้แต่หวังว่าราคาที่แสนแพงจะทำให้จุดหลอมเหลวของเราสูงขึ้น เพราะจุดหลอมเหลวที่สูงขึ้นมักมาพร้อมกับภูมิปัญญา และนั่นย่อมทำให้เรานำพาผู้ก้าวตามเรามาได้อย่างถูกต้อง

         เสียงนาฬิกาตี ๒๓ ครั้ง สายลมเย็นพัดเข้ามาทางหน้าต่างเป็นระยะ เสียงกังสดาลที่แขวนเอาไว้ที่หน้าต่าง ดังติงตัง สดใสและแผ่วบางราวเสียงกระซิบกระซาบของสาวน้อยผู้เขินอาย ท่ามกลางเสียงซิมโฟนีของแผ่นดินที่เริ่มสงบลม ผมล้มตัวลงนอน สะบัดผ้าห่มขึ้นคลุมกาย พลันสายลมพัดกรรโชกเข้ามาทางหน้าต่างอีกครั้งพร้อมกับละอองน้ำกลุ่มใหญ่ ฝนตกอีกแล้วหรือนี่ ผมถอนหายใจ และหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ หญิงสาวที่ผมตัดสินใจว่าจะเก็บเธอเอาไว้พัดฝัน น้ำเสียงและถ้อยคำของเธอแว่วเข้ามาในสำนึก เรื่องราวต่างๆ เริ่มพลั่งพรูเข้ามาในสมองของผม ผมยิ้มและหัวเราะในลำคอ เป็นยิ้มที่ขื่นคาย และขมฝาดยิ่ง ในค่ำคืนนี้ดูเหมือนเรื่องราวบางอย่างจะกลับมาทวงถามราคาของมันอีกครั้ง.

    - ฤษีข้ามน้ำ -   

    Posted by Yaya on 14 Jul. 2002,18:13
    ............ อึ้ม............................
    .............................................

    " I want to know that it is from your sub-conscious or not .., ...If so why do you stand behind it.?"
    dozingoff.gif  exclamation.gif

    Yaya
    Posted by นกกะปูด on 14 Jul. 2002,18:20
    ย๋าจ๊ะ :D
    เอาแบบพากษ์ไทยน่ะ เล่นเสียงในฟิมล์อย่างงี้ เดี๋ยวตาฤษีแก งง ตาย
    Posted by Yaya on 14 Jul. 2002,22:27
    อยากรู้จังเลย ...ว่าเป็นเรื่องจริง ..จากประสบการณ์ ... หรือว่าเรื่องราวที่เก็บไว้ภายใต้ จิตสำนึก ...หรือเป็นเพียงแค่นิยายประโลมโลกคะ ...
     If so .... ถ้าเป็นจริง ...ก็ assume ได้ ว่าคนที่ นี่พี่ๆ เพื่อน ..ไหง มีแต่คน หงอยเหงา ..กันจังเลย นะ คะ ... อ่อนไหว ... อ้างว้าง ..และเดียวดาย ... ท่ามกลางผู้คน มากมาย ... คือ Concept หละมั๊ง คะ.. ฮี่ ฮี่.. ฮี่ ... turn.gif

    Yaya
    Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 14 Jul. 2002,22:53
    เดามาดิ  cool.gif
    Posted by นกกะปูด on 14 Jul. 2002,23:38
    ขอเดาว่า..
    ตอนเป็นเด็กตัวอ้วนๆ ก็ขี้แย ขี้เป็นก้อนเละๆ
    พอโตขึ้นก็อ่อนปวกเปียก เอ๊ย! อ่อนไหวค่ะ..

    น้องย๋าจ๊ะ..
    พี่ฤษีตกนรกน่ะ นอกจากจะมีความถนัด
    ในด้านงานประจำ และงานเขียนแล้ว
    การทำให้ผู้หญิงร้องไห้ ก็เป็นเรื่องที่แกถนัดไม่แพ้กันจ้ะ..
    ดูดิ นกกะปูดน้ำตาไหล แหม๊ะๆๆ เลยล่ะ  cry2.gif  cry2.gif
    baaa.gif baaa.gif baaa.gif baaa.gif withstupid.gif
    Posted by Yaya on 14 Jul. 2002,23:47
    วิจารย์ตามประสาคนเรียน วรรณกรรม ตะวันตก ค่ะ
      คนที่เขียน น่ะ ... เอาตัวเองเข้าไปเป็นตัวละครตัวหนึ่งใน นั้น ก็จะเป็น Point of view ที่เรียก ว่า First Person ค่ะ และลักษณะของคุณ เป็นคน ที่ปิดบังอารมณ์เหงาของตัวเอง ... ซ่อนบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะบอกใครได้ไว้ข้างใน ... ซึ่งฟังดูคุ้นๆ นะ คุณ นก นะ ... อยากให้เขียนเรื่องที่เป็นตัว ของตัวเองให้ฟังหน่อยค่ะ ... อ่านๆ ไปแล้วเดาว่าท่าจะจริง แฮะ .. lookaround.gif

    Yaya
    Posted by windy on 14 Jul. 2002,23:55
    Song of what was not to be. :)
    Posted by Yaya on 15 Jul. 2002,00:08
    (((((((((((((((( O  I C ))))))))))))))))))))

    .............. อึม................................... :)

    turn.gif

    Yaya
    Posted by นกกะปูด on 15 Jul. 2002,17:22
    O M G. inlove.gif
    พากษ์ไทยให้ฟังหน่อยจิ  withstupid.gif
    Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 15 Jul. 2002,20:44
    เป็นคน ที่ปิดบังอารมณ์เหงาของตัวเอง ... ซ่อนบางสิ่งบางอย่างที่ยากจะบอก
      อ่อนไหว ... อ้างว้าง ..และเดียวดาย ... ท่ามกลางผู้คน มากมาย ... ใครได้ไว้ข้างใน ...  โอ้ ! มายก๊อดดดด baaa.gif
      คือผมว่าทุกคนก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่"ติดกับ"อารมณ์ กันอยู่บ้าง สุข เศร้า เหงา รัก มันก็มีกันทุกผู้แหละครับ
       เป็นเรื่องจริงครับ .. แต่ก็ไม่ได้ยอมรับนะว่าผมเป็นคนอย่างที่คุณบอก  ไม่สมัครใจเป็นสมาชิกชมรมคนขี้เหงาครับ
       ส่วนคุณนก..ขอแก้ผ้า เอ้ย! แก้ข่าวหน่อยมาว่าผมชอบทำผู้หญิงร้องไห้ คนอ่านเค้าจะว่าผมเป็นพวกเสือผู้หญิง ผมหนะแมวครับ ..ทำใครไม่เป็นหรอก..โฮกๆๆ music.gif
    Posted by Yaya on 15 Jul. 2002,21:32
    โอเค ค่ะ ไม่เหงาก็ไม่เหงา ... แมวก็ แมว ... อย่าเที่ยวไปข่วนใครเค๊าเข้าหละคะ ... คุณพี่ฤษี ฯ ตัวดี ...  tongue.gif

      อารมณ์ ที่ย๋าบรรยายไปน่ะ จริงๆแล้วมันเกิดขึ้นกะย๋าเองปหละในบางครั้ง ..ก็ต้องยอมรับว่าคนเรา น่ะ ก็ย่อมมีบ้าง นะ ...อึ้มม.. smile.gif

    ํYaya
    Posted by นกกะปูด on 15 Jul. 2002,22:09
    แหะๆๆ ก็ทีคุณพี่ฤษีฯ ว่านู๋ชอบบีบหัวใจชาวบ้านด้วยถ้อยคำหล่ะ
    ใครมาอ่านเข้า ก็จะหาว่านู๋ชอบบีบ.. ดูดิ พี่ฤษีหน้าเขียวเลยอ่ะ alien.gif  alien.gif

    น่าๆๆๆ หย๋วนๆ นะ เจ๊ากันไปละกันนะคะ พี่ฤษีฯ
    เดี๋ยวนู๋ให้หอม 3T น่ะ OK นะค๊ะ นะค๊ะ inlove.gif
    Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 15 Jul. 2002,23:03
    คุณนกเค้าก็โพสเรื่องของเค้ามาให้อ่านแล้ว( และคงจะต้องโพสตอนต่อๆไปด้วยเพราะแฟนๆเรียกร้อง) ว่าแต่คุณย่าทวดเถอะไม่คิดจะเล่าเรืองที่เกิดขึ้นในบ้างครั้งบ้างเหรอ ถ้าโพสไม่ออกก็ลองหาเพลงเพราะมาฟังแล้วค่อยๆเล่าไปเดี๋ยวก็ได้อ่านแล้ว แต่ถ้าผลิตไม่ได้จริงก็ลองถามคุณนกดู หล่อนเป็นมือบีบ เฮ้ย! ไม่ใช่มืออาชีพทางด้านนี้
      รออ่านนะน้อง xmas.gif
    Posted by Yaya on 16 Jul. 2002,22:01
    เรื่องราวต่าง ๆ.. ของฉันที่ถูกเรียกว่าเป็นจำเลย .. ที่ได้เป็นจำเลยโดยไม่ตั้งใจ ... ด้วยเหตุที่ฉันเป็นทายาท และฉันต้องรับผิดชอบในกรณีนั้น ..ถึงแม้มันจะไม่ใช่คดีร้ายแรงอะไรก็ตาม ...แต่ฉันก็ต้อง ตกเป็นจำเลย ... สิ่งแรกที่ฉันคิดว่าจะช่วยฉันได้คือ..ฉันต้องหาทนายความมาแก้ต่างแทนตัวฉัน ... แต่ด้วยวันนั้นอาจจะบังเอิญหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้...ฉันเดินขึ้นไปที่ศาลเพื่อขอแบบฟอร์มคำให้การฯ ก็มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งเดินเข้ามาเสนอความช่วยเหลือ ... ฉันก็คิดว่าเค๊าคงเป็นทนายที่มาหาลูกความแถว ศาล ฉันเองไม่เคยมีประสบการณ์ ที่ต้องมายุ่งเกี่ยวอะไรที่ศาลมาก่อนเลยในชีวิต ... ฉันแอบพินิจมองดูเค๊า ก็พบแววตาแห่งความจริงใจและยินดีที่จะช่วยเหลือ... และได้รับคำแนะนำ จากเค๊า ...เป็นอย่างดี ..และเค๊า แนะนำว่ากรณีของฉันไม่จำเป็นต้องหาทนาย..ฉันก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า เค๊าเป็นทนายยังไงไม่แนะนำให้หาทนาย ..แต่ก็ไม่ได้ถาม..วันนั้นฉันจึงกลับมาพร้อมกับแบบฟอร์มและคำแนะนำบางอย่างของเค๊า ..ฉันกลับมาและ มาร่างคำให้การต่อศาลโดยไม่ขออ้างทนายแก้ต่างแต่ขอทำการประณีประนอม แทน ...แล้วฉันก็ได้ยื่นคำให้การดังกล่าวต่อศาล ... จนกระทั่งถึงวันที่ศาลนัดมาให้การ ... ฉันไปที่ศาลได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ ที่นั่นว่า ทนายโจทก์ขอเชิญพบ ...ทนายโจก์? ..ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ...ใจฉันคิดในแง่ลบว่าเค๊าคงต้องการเรียก ค่าอะไรสักอย่างก่อนที่จะจัดการประณีประนอม ...แต่คดีของฉันเป็นคดีระหว่างรัฐกับประชาชน ทนายโจทก์ก็น่าจะเป็นอัยการ ... ซึ่งฉันมีอคติกับอาชีพนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลย ..พร้อมที่จะ ..ปะทะเต็มที่หากมีการเรียกร้องค่าฯ ใดๆ จากฉัน .... เมื่อฉันไปถึง
    บุคคลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าฉันกลับเป็นสุภาพบุรุษที่ให้คำแนะนำฉันในวันแรก... ฉันกลับมีความคิดว่าเพราะอะไร ... มีการวางแผนล่วงหน้าหรือไม่ ... ฉันเลยตัดสินใจถามเค๊าตรงๆ .. และได้รับคำตอบที่ฉันเหมือนพร้อมจะเชื่ออยู่ตลอดเวลา ..ไม่รู้สินะ ... มันรู้สึกแปลกๆ กับการที่ทนายโจทก์กลับมาให้ความช่วยเหลือกับจำเลยเป็นอย่างดี ... ฉันได้รับความช่วยเหลือจากเค๊า ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งคดีเสร็จสิ้นลง ... แต่เหมือนมีใครไม่อยากให้มันจบลงไปง่ายๆ ... เค๊าได้ชวนฉันไปทานข้าวด้วยการอ้างเหตุผลว่าตอบแทนฉันที่ทำให้ คดีจบลงง่ายๆ ..และ ..ตอบแทนที่เชื่อฟังและทำตามที่เค๊าบอก ...ซึ่งสิ่งที่เค๊าเสนอ น่าจะเป็นฉันต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายตอบแทน...หลังจากนั้นมา เรา..ก็คบหากันมาเรื่อยๆ เป็นเพื่อนคุยที่ถูกคอและไปเป็นเพื่อนทานข้าวที่บ้านเป็นประจำ...แต่ดวงของฉันมักจะเป็นแบบนี้คือเมื่อพอใจอะไรแล้วมักจะมีสิ่งที่ต้องมาพรากไปเป็นประจำ ...
    แค่เพียงไม่นานเค๊าก็มาบอกข่าวดีของเค๊าว่าสอบเข้ารับราชการตำแหน่งที่ดีกว่าได้ และต้องเข้ารับการอบรม ต้นปีหน้า ..ซึ่งตอนนั้นที่เค๊า บอก ..ก็ไกล้จะสิ้นปีแล้ว ... เหลือเวลาระหว่างเรา เพียงแค่เล็กน้อยให้จดจำ ... แรกๆ ... ฉันและเค๊าเราก็ติดต่อกันมาตลอดแล้วอยู่มาวันหนึ่งเค๊าได้ส่งข้อความที่เป็นจรรยาบรรณของ...อาชีพที่เค๊ากำลังจะก้าวไปสู่และ ...สารภาพกับฉันว่า ..เส้นทางของเราคงสิ้นสุดลงเท่านี้ ...เพราะอาชีพอย่างเค๊าจะทำในสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณไม่ได้เลย ... ฉันเองก็สงสัยว่า..การคบกับฉันเป็นสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณด้วยหรือ ... แล้ววันหนึ่งฉันก็ได้พบกับความจริงบางอย่างที่เค๊าไม่อาจบอกด้วยปากของเค๊าได้ ... วันแห่งความยินดีของเค๊า ... ที่ฉันพบกับความเป็นจริงที่เจ็บปวด ...ภาพครอบครัวที่น่ารักปรากฏอยู่ข้างหน้าของฉัน ...ฉันหลบวูบแบบอัตโนมัติ.
    เค๊ายังคงไม่เห็นฉัน ...และฉันก็เดินหันหลังจากไปเงียบๆ ... พร้อมกับการรับรู้ความจริง ...แต่ในส่วนลึกแล้วฉันไม่โทษใคร ...ไม่โทษเค๊า ไม่โทษ ..ตัวฉัน ...แต่กลับขอบคุณ ...โชคชตาที่ ทำให้ฉันได้มีโอกาส พบกับ คนดีๆ เช่นเค๊า ...หลังจากนั้นฉันเปลี่ยนทุกอย่างตัดทุกทางที่จะทำให้ฉันและเค๊าได้มาพบกัน อีก... แต่หากสิ่งเดียวที่ฉันยังเก็บไว้ในมุมที่เล็กที่สุดในใจของฉันคือ ... ความประทับใจ ...ความงดงาม และความทรงจำที่ดีที่เกิดขึ้นระหว่างเรา...

      " แค่ได้รักคนดีๆ มันก็ดี ..จนเกินพอ ...
        แค่ขอเป็นคน นึงที่ชื่นชมเธอไกลๆ..."

    nolove.gif

    Yaya
    Posted by นกกะปูด on 16 Jul. 2002,23:09
    อืมมม อ่านทีแรกคิดว่าถามปัญหากฎหมาย...
    ที่แท้ความในใจก็ระเบิดออกมาจนได้
    ซึ้งดีค่ะ แล้วเป็นไง มาไงถึงเจอหวานใจ JJ ล่ะ
    เล่าต่อนะจ๊ะ.. ยาย๋า

    อ้อ.. เรื่องราวข้างบนนี้ ปรึกษาพี่ฤษีสิจ๊ะ แล้วจะได้คำตอบ..อิอิ baaa.gif
    Posted by Yaya on 16 Jul. 2002,23:34
    คุณนก ขา ขอยืมสำนวนมาใช้หน่อยนะ ... นิยายก็คือนิยายค่ะ ..
     cry2.gif  nolove.gif  cry2.gif

    Yaya
    Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 17 Jul. 2002,00:01
    เอ้า! คุณนกโอนมาให้ผมอีกแล้ว ผมจะไปช่วยไรได้ช่วยซ้ำหนะดิไม่ว่า ๕๕๕ ผมหนะไม่มีจรรยาบรรณนะขอบอก หึๆๆ
        คุณย่าทวดอย่าร้องไห้ดิคับ ผมเป็นโรคแพ้น้ำตาผู้หญิง เดี๊ยวหลอมละลาย..  ไม่เอา  ไม่เอา มาเล่าต่อดีกว่า ผมสงสัยเหมือนคุณนกเหมือนกันว่าแล้วคุณมาเจอท่านเค้าได้ยังไง อย่าบอกว่านั่งรถมาเซอร์ไพซ์เค้านะ บอกมา บอกมา อยากรู้
    Posted by Yaya on 17 Jul. 2002,00:33
    เอ๊า ซ้ำเติมกันเข้าไป ...เห็นคนอื่นเค๊า .. เจ็บสะใจหละะสิ ..ฮือ ..ฮือ..

    ย๋าแกล้งร้องน่ะ ..โอ๊ย เรื่องมันนานมาแล้วหละ .. นิยาย... น้ำเน่า ..
    เจอได้ไง .. ก็เค๊า..ประสบความสำเร็จ จะมาแสดงความยินดีด้วย ... แต่ก็ได้แค่แอบมองอยู่ไกลๆ น่ะ นะ ... ช่างเถอะ ... จบ  เรื่องนี้ จบ แล้ว... cry2.gif

    Yaya
    Posted by add on 17 Jul. 2002,09:53
    น้องยาหยาขา,

                จงดีใจที่เราได้รักเถอะค่ะ  น้องเป็นคนดีมีคุณธรรม
    ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็เหมือนนกกะปูดกับคุณฤษี  น้าแอ๊ดก็ชื่นชม
    จิตใจดีๆอย่างนี้มากเลยค่ะ  

                เราเสียใจดีกว่าทำให้คนอื่นเสียใจนะคะ
                อย่างน้อยเราก็ภูมิใจในความดีของเราเองค่ะ

               
                จงร้องไห้เถอะค่ะ ถ้าร้องแล้วทำให้เราสบายใจขึ้น  
                ให้กำลังใจน้องๆเสมอ

                -*-*-*-*-*-*-*-
    Posted by นกกะปูด on 17 Jul. 2002,10:21
    น้าแอ๊ดคะ
    ทุกครั้งที่นู๋ได้คุยกับน้าแอ๊ด นู๋จะรู้สึกสนุกรื่นเริง
    เพราะส่วนใหญ่น้าแอ๊ดกับนู๋มักจะแซวเล่นกัน

    แต่ถ้อยคำของน้าแอ๊ดข้างบน ทำให้นู๋ร้องไห้ค่ะ
    เป็นคำตักเตือนที่สะกิดแผลในใจของนู๋ทีเดียว
    นู๋ขอบคุณน้าแอ๊ดค่ะ ในความหวังดีและคำเตือนสติ
    นู๋จะจำไว้ค่ะ..
    คำที่น้าแอ๊ดชื่นชมให้กำลังใจและให้ข้อคิดกับน้องย๋า
    มันกระเด็นมาโดนใจนู๋ และอาจจะกระดอนไปโดนคุณฤษีด้วยค่ะ...

    cry2.gif cry2.gif cry2.gif cry2.gif cry2.gif
    Posted by add on 17 Jul. 2002,12:30
    โธ่ๆ...
       อ้ะ น้าแอ๊ดเอาผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่มาให้ ...
       อืม...น้าแอ๊ดไม่ได้ตั้งใจจะทำให้หนูร้องไห้นะ 
       
       มามะ... 
       น้าแอ๊ดจะโอบกอดหนูไว้
       ร้องไห้แล้ว เดี๋ยวก็จะสบายใจ
       
       น้ำตาเหมือนเม็ดฝน
         เมื่อร่วงหล่นแล้วระเหยหาย
         ความเศร้าเมื่อจางไป
         ใจคงสว่างใสเหมือนฟ้าหลังฝน

        ------------------------
    Posted by นกกะปูด on 17 Jul. 2002,12:41
    แหม! นู๋ร้องไห้ก็เพราะโดนลูกหลงในถ้อยคำหวังดีของน้าแอ๊ดค่ะ
    แต่น้ำตาไม่ได้มาจากความเสียใจ  มันเป็นความปลื้มปิติต่างหากค่ะ

    อ้อมกอดน้าแอ๊ดนี่อบอุ่นจังค่ะ
    แต่... น้าแอ๊ดอาบน้ำหรือยังคะ?
    นู๋ได้กลิ่นโชยๆ มาจากจั๊กกะแร้ค่ะ..อิอิ
    อย่างงี้เต่าเรียกแม่หรือป่าวน๊าาาา? withstupid.gif  withstupid.gif  withstupid.gif
    Posted by Yaya on 17 Jul. 2002,13:28
    น้าแอ๊ด(ขอเรียกแบบนี้อีกคนค่ะ)
       ย๋าอาจจะใหม่สำหรับที่นี่ ใหม่สำหรับหลายๆ คน ... ย๋าอาจจะไม่กล้าเล่นหัวกะใครในนี้มากนัก ...ยกเว้นบางคนที่คิดว่าเริ่มคุ้นเคย...สำหรับน้าแอ๊ดแล้ว ย๋าก็มีความรู้สึกเกรงๆ ไม่กล้าพูดกล้าแซวมากนัก ...กลัวจะโดนว่า.. ว่าเป็นใครมาจากไหน บังอาจ มาแซว ... แต่จากถ้อยคำของน้าแอ๊ดข้างบนแล้ว... ตอนนี้ย๋า ขอให้น้าแอ๊ด เป็นน้าสุดที่รักของย๋าอีกคนได้มั๊ยคะ ...
       แล้ววันนี้เองย๋าก็พบในสิ่งที่ค้นหามานาน .. ย๋าเคยมีความคิดว่า ..ไม่มีหรอกความจริงใจ .. ในโลก ใบนี้ "โลกอินเตอร์เนต" ... แต่วันนี้ย๋าก็ประจักชัดแล้ว ...ถึงแม้ใครหลายคนในนี้ จะเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว ... หรือคนใหม่ คนแปลกหน้า ... แต่อย่างน้อยก็พบว่าที่นี่ มีความจริงใจ... ย๋าคงอยู่ที่นี่ ตลอดไปไม่หนีไปไหน ..แวะเวียน มารับ มาซึมซับ ..เอาความประทับใจ ...แล้วเก็บไว้ชื่นชม .. ตลอดไป ค่ะ ...

    .......ที่ว่ามา ...ถูกต้องหมดใช่มั๊ยคะ ... Confirm หน่อยสิ... cry2.gif

    Yaya
    Posted by add on 17 Jul. 2002,13:50
    โอ้โฮ.. ด้วยความยินดีค่ะ  
         น้าแอ๊ดก็ดีใจ...
         ได้มีน้องๆที่น่ารักและเก่งๆ อย่างนี้...
         พูดจริงๆนะ...
         หนูยาหยาที่รัก
         
         ฮ่าฮ่า แซวได้ค่ะ  ไม่เชื่อถามน้องหนูดู
         พวกน้องๆทำให้น้าแอ๊ดก็ติดแหง็กอยู่ที่บ้านนี้  ไปไหนไม่รอดเหมือนกัน  ฮ่ะฮ่ะ  

                       --------------------------
    Posted by STUV on 17 Jul. 2002,14:05
    ผมอ่านแล้วก็เศร้าเหมือนกัน
    ป้า add มาปลอบผมด้วยสิ
    อิอิอิ ...
    Posted by Yaya on 17 Jul. 2002,14:26
    นิทานเรื่องเด็กน้อย...
          ฉันเดินเล่นเตร็ดเตร่แบบไร้จุดหมายในวันหนึ่ง ... นั่งทอดอาลัย ..กับชีวิตที่วุ่นวาย ..สบสน ..แล้วสายตาของฉันก็ไปหยุดที่เด็กหญิงตัวเล็กๆ น่ารักคนหนึ่ง ..เธอเดินมาที่ฉันทักทาย ยิ้มแย้มและจำนรรจา ...ฉํนณุ้สึกเอ็นดู หนูน้อยคนนี้จัง ...เธอเข้ามาเล่าเรื่องราวของเธอให้ฉันฟัง ..ฉันก็ฟังอย่างเพลิดเพลินใจ ... และให้ขนมที่แสนอร่อยและหอมหวานแก่เด็กหญิงคนนั้น ... เธอรับมันด้วย ความจริงใจ ..และ..ชื่นชมกับรสชาดที่แสนอร่อยของขนมชิ้นนั้นของฉัน ..แล้วเธอก็เล่าเรื่องราวของเธอ ต่อไปด้วยแววตาที่เห็นได้ชัดถึง ความภูมิใจในเรื่องราวของเธอ ... และกัดขนมเข้าปาก ไปพร้อมๆ กัน ... กัดขนมไปจนเกือบครึ่ง ..หน้าตาของเด็กน้อยกลับเย๋เก เปลี่ยน ไป...แล้วร้องให้ปล่อยโฮ ออกมา ... ฉันนั่งมองเด็กน้อยร้องไห้โดย ไม่ทำอะไร ..ไม่ปลอบประโลม ...ไม่ยื่นมือเข้าไป ลูบผมให้กำลังใจ ... แล้วฉันก็เผยความจริงแก่เด็กน้อยคนนั้นว่า ... จริงๆฉันมาจาก ดาวดวงอื่น ... มาจากที่ๆ ไม่เหมือนเด็กน้อยคนนี้เคยรู้จัก ... และขนมที่เธอกินเข้าไปนั้น สอดไส้ด้วยบรเพ็ด ...เด็กน้อย คงลิ้มรสความขมขื่นของบรเพ็ดเข้าไป... แล้วฉันมีความรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้าของเด็กน้อยคนนั้น ... แต่ในใจของเด็กน้อยคนนั้น ..ฉันไม่สามรถ อ่านสายตา ของเธอได้ว่า... เธอคิดอย่างไร..ฉันเห็นเพียงแค่เด็กน้อยร้องไห้ไม่ยอมหยุด ...เมื่อทราบความจริงว่าพี่ที่แสนดี ให้ขนมที่อร่อยแก่เธอ มาจากต่างดาว ... ในใจของเด็กน้อยนั้นเล่าแม้เธอจะได้พูดคุยกับฉันเพียงไม่กี่คำ ..สายตาของเธอ..ของเธอก็บอกได้ว่า ..ไว้ใจ ..และยอมกินขนมของฉัน ... เธอก้มหน้าร้องไห้ต่อไป... และเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกครั้ง...สายตาและแววตาของเธอเปลี่ยนไป... เหมือนมองคนแปลกหน้า ...แล้วปาดน้ำตาที่อาบแก้ม ... แล้ว..หันหลังให้ฉันวิ่งหนีแทรกคนหมู่มาก หายไป ในฝูงชน ...ทิ้งฉันให้มองตาม ...อย่างรู้สึกผิดๆ...ไม่น่าเลย... cry2.gif  

    Yaya
    Posted by add on 17 Jul. 2002,14:33
    โอะโอ๋...พ่อนกน้อย
       มาสิมาใกล้ๆ
       มาจะปลอบขวัญให้ 
       
       เราทุกคนมาไกลคนละทิศ
       มารู้จักมาสนิทกันที่นี่
       มาเข้าใจมาผูกพันกันอย่างดี
       โลกของเราแต้มสีแห่งความรัก
       


            ---------------
    Posted by Yaya on 17 Jul. 2002,15:12
    คงมีเรื่องราว...อีกมากมาย..ให้เราได้ค้นหา...
    ได้พบพาและรู้จัก....ได้แวะเวียนมาพัก ...
    เป็นที่ ที่ เรารัก ... และพักพิงใจ...
    หากถามว่าเหนื่อยมากมั๊ย.... ก็ขอบอกออกไป...
    คงไม่มากมาย ...หากได้ความจริงใจ จากใครหลายคน ..ที่ นี่ ค่ะ..

    Yaya
    Posted by Yaya on 17 Jul. 2002,21:21
    หากเธอล้มลง...
    ฉันขอเป็นมือที่ฉุดเธอขึ้นมา
    หากเธออ่อนล้า..
    ฉันขอเป็นคนผ่อนคลาย..
    หากเธอเดียวดาย...
    คนข้างกายขอเป็นฉันได้มั๊ยเธอ
    สุดท้ายเป็นแค่คำที่เพ้อเจ้อ...
    คำที่ฉันเคยได้จากเธอเดี๋ยวนี้
    เลอะเลือนหายไป
    มีเพียงสายลมที่ว่างปล่าว
    มีเพียงความเงียบเหงาคอยเป็นเพื่อน
    คอยตอกย้ำและคอยเตือน
    ให้ลบเลือนความทรงจำ... cry2.gif
    Just Yesterday Once More>>>

    ํYaya
    Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 19 Jul. 2002,00:53
    ใครในห้องนี้เป็นมนุษย์ต่างดาวหว่า ?
      ใครหนอ..
       ใครเอ่ย..ใครว้า.. ใจร้ายจังเอาขนมใส้บรเพ็ดไปให้เด็กกิน คิดได้ไงเนี่ยคุณย่าทวด..


     ปล. บรเพ็ดแก้โรคกระเพาะได้ครับ
    Posted by Yaya on 19 Jul. 2002,01:00
    มนุษย์ต่างดาวใส่เสื้อสีส้มพุงโค้งๆ ..เค๊าหละ ... เป็นไงหละคะ ..สำนวนสดๆ ด้นกัน ..สด สด ..เขียนเสร็จภายใน 10 นาทีเพิ่งอ่านเจอหละสิ ..เห็นรึยังผลของความผิดพลาด ขยาดจดหมายน้อยจน ต้องตรวจซ้ำแล้วซ้ำอีกสินะ ... เด็กน้อยคนนั้นน่าสงสารมั๊ยคะ .. นะ น่าสงสารออก ... ผู้ใหญ่ก็ใจร้าย ... วุ๊ย...หลอกเด็ก.. ฮิ ฮิ ฮิ...

    แต่ฝีมือเขียนกลอนยังไม่ลื่นพอนะแต่ก็มาจากใจ.. น่ะ

    ย๋าค่ะ
    Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 19 Jul. 2002,01:21
    อ่านแล้วขำมากกว่า ฉันๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดุจิงน้อง
    โกรธดินะไม่รู้จะทำไงด่าเป็นจดหมายก็กลัวไม่เจ็บ ต้องเขียนนิยายด่ามันอีกบีบหัวใจมันเข้า ๕๕๕ คุณนี่โหดจิง ๆยกนิ้วให้ thumbs-up.gif
    Posted by Yaya on 19 Jul. 2002,01:44
    นิ้วไหนหละนิ้วชี้กะนิ้วกลางไขว้กัน ..หละสิ...Cross Finger น่ะ รู้จักมะ ..หมายถึงที่พูดมาฉันโกหก ... ความหมายของฝรั่งน่ะ..อย่าไปคิดมากอีกหละแค่อธิบายคำศัพท์ ให้ฟังไปหงุด หงิดโกรธ หัวฟัดหัวเหวี่ยงหละ อย่าลืม นะ จับมือสัญญากันแล้วว่าจะไม่โกรธ กันอีก ต่อไป ...
      สัญญา ... ต้องเป็นสัญญา...
    cool.gif
    ย๋า ค่ะ
    Posted by นกกะปูด on 19 Jul. 2002,16:34
    เฮ้อ เมื่อไหร่จะต่อภาค2 ล่ะคุณพี่ฤษี
    หรือจะเอาเรื่องที่เขียนไว้ในงานศพคุณตามาลงดี?
    ซึ้งนา...ถ้อยคำก็ดีด้วยนะ ว่าไงล่ะ?
    ใครอยากอ่านบ้างยกมือขึ้นแร้ววววว baaa.gif  baaa.gif
    Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 19 Jul. 2002,23:40
    อนุมัติ เพื่อความอยู่รอด  ok แต่นำมาเผยแพร่จ่ายค่าลิขสิทธิมาด้วย ขอเป็น เรมี่ ๑ ขวด กับ ซิก้าฮาวาน่า ๑ ตัว ๕๕๕ music.gif
    Posted by นกกะปูด on 20 Jul. 2002,00:51
    ได้เร้ยยยยย เอาแบบใส่สีตีไข่ด้วยอ่ะป่าวล่ะ 555 เดี๋ยวจะพิมพ์ให้นะ แล้วให้หลวงพี่ใส่เสียงเพลง คุณชอบเพลงอะไรหล่ะ?

    เอ๊! ไหนบอกว่าเลิกสูบบุหรี่แล้วไง อ๋อ..ที่แท้ก็หันมาสูบซิการ์ อิอิ แบ่งมั่งดิ tongue.gif  tongue.gif
    Posted by Yaya on 20 Jul. 2002,22:13
    ให้ย๋าอ่านด้วยคน นะคะ ...แล้วจะช่วยวิจารณ์ ....สีกับไข่ก็จะช่วยตีให้นะคะ....ขอร่วมวงแจมอีกคนคงไม่รังเกียจ .. คนจากแดนไกล ..ที่กำลังจะออกจากปราสาทนะคะ ... เดี๋ยวเรื่องของย๋าเองต้องขอ ทำอารมณ์ก่อนนะ ...ชอบด้นสดๆ น่ะค่ะ
    อิอิ .... tongue.gif  hehe.gif

    ย๋า
    Posted by Yaya on 27 Jul. 2002,20:38
    เมื่อไหร่จะเขียนเรื่องใหม่ให้อ่านซะทีหละคะ ...ย๋ารออ่านอยู่นะ ..เร็วพี่ฤษีฯ ..เขียนเร็ว... cool.gif  sleeping.gif
    Posted by น้าปลิม on 17 Jul. 2006,11:29
    มาอ่านด้วยคนค่ะ  xmas.gif
    Posted by ดาวดวงน้อย on 11 Jan. 2007,10:08
    พี่..ชีวิตหนูทำไมต้องเจอแต่ ตนหลอกลวง? เราเลยอึ้งกับคำถามนี้และเศร้าแทน) (คำถามแรกยังไม่ได้ตอบก็เจอคำถามที่สองทำเอาอึ้งหนักกว่าเดิม) หนูผิดไหมที่ยอมอยู่กับผู้ชายคนนั้น หนูไม่ได้รักเค้าแต่หนูอยากได้เงิน?(ถามพลางร้องไห้ไปด้วย)(ใจเราก็อ่อนยวบๆ)หนูคิดว่าเค้าเป็นคนดีถึงยอมอยู่กับเค้า ทำไมผู้ชายเห็นแก่ตัว(เรานั่งมองตาปริบๆมีน้ำตาซึม นิดๆ)(เหล้าที่ดื่มชักกร่อยๆๆ)เอ.....ทำไงดีหนอเรา น้องเค้าถึงจะหยุดร้องไห้ ก็เลยปลอบไปว่าเอางี้ล่ะกันถ้าพี่ทำให้เรามีรายได้เท่าที่อยากได้จากผู้ชายคนนั้นแล้วจะหายเศร้ามั๊ย....จุดเริ่มแห่งกรรมก็ อุบัติขึ้น..ทีนี้เราก็เฝ้าเอาใจน้องเค้าไม่ห่าง...สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง..ตั้งใจเพียงแต่ทำให้น้องเค้าไม่เศร้า...ปัญหาก็ยิ่งรุมเร้า...หันกลับมาดูตัวเรา...ชีวิตเราเริ่มเศร้ากว่า hum.gif ประมาณ เอ็นดูเขา...เอ็นเราขาด cheers.gif
    Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard