Forum: ห้องนักเขียน
Topic: ภาพ-แสง-สี-เสียง เพลงที่ฉันชอบ
started by: KiLiN

Posted by KiLiN on 23 Jun. 2002,18:22



นกเจ้าโผบิน


  


  คำร้อง  : จำรัส เศวตาภรณ์
  ทำนอง  : คาคูยาฮิม


 
  โพ้น...ขอบฟ้าแสนไกลชายฝั่ง
  นกน้อยยังโผบิน...
  ท้องฟ้าแสนไกลเจ้าบินไปไกลถิ่น
  โผบิน...สู่อ้อมอกใด..
  ใจเธอคิด...จะบินไปให้แสนไกลตา
  สุดฝั่งขอบฟ้า....สุดฝั่งขอบฟ้า...ห่างไกล
  เจ้าโบยบินมาจากถิ่นใด...
  คงเหนื่อยแรงเพราะว่าบากบั่น..
  ความฝันอันกว้างไกล
  ท้องฟ้าแสนไกลเจ้าทอดถอนฤทัย..
  เกินตัวจะไปได้จริง..

 
  เธอไม่รู้...เธอคงไม่รู้...ว่ามีใครคอยอยู่
  กลับสู่รังนอน..กลับสู่รังนอน..เจ้าสักที
  เธอคงยังไม่สิ้นความหวัง..
  โพ้น...ขอบฟ้าแสนไกลชายฝั่ง
  คิดถึงรังเคยนอน
  ท้องฟ้าแสนไกลจากอกเคยใชัต่างหมอน
  เกืนอาวรณ์ไขว่คว้า
  โธ่...อกเอ๋ย..เธอบินเลยข้ามไปไกลสุดกู่
  สุดจะกลับรัง....สุดจะกลับรังได้เอง...
  เธอโบยบิน....มาจากถิ่นใด...

 

  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 

Posted by นกกะปูด on 04 Jul. 2002,16:08
น ก เ จ้ า โ ผ บิ น

เพลงนี้ฉันชอบฟัง ชอบร้อง และชอบเล่นกีต้าร์
เมื่อก่อนมีคนๆ หนึ่งช่วยร้องด้วย เพราะเค้าน่ะเล่นกีตาร์ไม่เป็นค่ะ
ร้องเพลง ก็ไม่เพราะอีกต่างหาก เสียงเค้าเหมือนอะไรออกลูกซักอย่าง???


เมื่อสิบกว่าปีก่อน เราทำงานอยู่ที่เดียวกัน
เค้าเป็นคนน่ารัก สาวๆ ติดกันตรึมเลยค่ะ
วันแรกที่ฉันเข้าไปทำงานโรงแรมระดับห้าดาวแถวสี่พระยา
ตำแหน่งหน้าที่ก็คือแต่งชุดไทยยืนยิ้มหน้าบาน
ยกมือไหว้ฝรั่งประหลกๆ แต่เค้าน่ะเป็นบ๋อยค่ะ


ช่วงที่ฉันเข้าทำงาน เค้าลาพักร้อนตั้งหนึ่งอาทิตย์
ก็เลยไม่เคยเจอหน้ากัน มีแต่เพื่อนร่วมงานเท่านั้นค่ะ
ที่บรรยายสรรพคุณของเขาให้ฉันฟังว่า
เค้าน่ะจีบสาวๆ ไปทั่ว
แต่พอได้เจอหน้ากันเค้ามือไม้สั่นหมดเลยค่ะ
ความกระล่อนเจ้าชู้ของเขา ฉันมองไม่เห็นสักนิด…


พอเลิกงาน เพื่อนๆ ชวนไปทานอาหารที่ร้าน 13 เหรียญแถวสีลม
เค้าแอบมองฉันอยู่หลายครั้ง และหลังจากนั้นเราก็ไปเที่ยวเธคกัน
คืนนั้นเค้าขอให้ฉันออกไปเต้นสโลว์ด้วย….
ส่วนฉันเริ่มลังเล...
"มาไม้ไหนล่ะหมอนี่" ฉันคิดอยู่ในใจ
แต่สุดท้ายก็..เอาน่า..แหม! เพื่อนๆ เชียร์กันใหญ่เลยค่ะ


"..I feel wonderful because I see The love light in your eyes.
And the wonder of it all Is that you just don't realize
how much I love you....Oh my darling, you were wonderful tonight..."




ตั้งแต่คืนนั้น…หลังเลิกงานทุกวัน
เขามักจะมานั่งคอย พร้อมรับอาสาไปส่งที่หอพักสตรี
จะเรียกว่า "ส่ง" ยังไงน๊าาา??? ฉันน่ะขับรถเอง
แต่นายคนนี้ขับรถเป็นซะที่ไหนล่ะ 555


วันหนึ่ง... เค้าชวนฉันเข้าไปรู้จักกับครอบครัว
ซึ่งทำให้พ่อแม่ของเขาประหลาดใจมาก
เพราะไม่เคยพาผู้หญิงที่ไหนเข้าบ้าน
และที่สำคัญ สาวน้อยรูปร่างบอบบาง หน้าตาหมดจดงดงาม
แต่มีท่าทางหยิบโหย่ง ต้องแสดงฝีมือทำกับข้าวกันหน่อย...

วันนั้นแกงส้มพุงปลาช่อนใส่ผักกระเฉดค่ะ
แล้วก็มีปลาสลิดทอด เท่านั้นแหละค่ะ
รับประทานกันไป ชมกันไปทั้งครอบครัว
โดยเฉพาะป๋าของเขาน่ะ ถึงขนาดขอดหม้อข้าวเลยล่ะ 555


วันเวลาผ่านไปเพียงแค่ 1 ปีเศษ
แต่ช่างตรึงตราในหัวใจของฉันจนยากที่จะลืม
นี่น่ะหรือคะ ที่เรียกว่า “ความรัก” 
เรามักชอบขับรถเล่น ไปดูพระจันทร์ด้วยกัน
ตอนคบกันแรกๆ เค้าเรียกชื่อเล่นฉันว่า “นก” ค่ะ
แต่เค้าบอกว่าอยากเรียกชื่อ “เดือน...” ซึ่งเป็นชื่อจริงของฉัน มากกว่า
เพราะฟังดูหวาน และเปรียบฉันสวยงาม เหมือนกับพระจันทร์..


เรื่องราวความรักของเรา ดำเนินไปด้วยดี
ต่างคนต่างมีความรัก มีน้ำใจ เอื้ออาทร ห่วงใย ให้แก่กัน..
และไม่มีอุปสรรคขวางกั้นเลยสักนิด 
หากช่วงนั้นเราตัดสินใจแต่งงานกันไป เรื่องราวคงจบ
ไม่มีน้ำตาให้ต้องเสีย เหมือนเช่นวันนี้…และวันนั้น…


ในระหว่างที่เราคบกัน เขามักจะพูดถึงเรื่องเรียนต่อเสมอ
แต่ฉันไม่คิดเรื่องเรียนแล้วค่ะ คิดอย่างเดียวคือทำงานหาเงินเยอะๆ
โดยคิดว่าหากมีเงินแล้ว ก็มีความสุขเองนั่นแหละ

วันหนึ่ง….ซึ่งเป็นวันที่ฉันกลัวที่สุดก็มาถึง
เขาบอกกับฉันว่า เขาได้ติดต่อที่เรียน และทางโน้นก็ตอบตกลงมาแล้ว
และยังได้งานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ
เงินเดือนก็เยอะพอดูถ้าเทียบกับเงินไทย
และเพื่อนๆ ที่โรงแรมก็ไปอยู่กันหลายคน
เขาบอกกับฉัน ให้แต่งงานอยู่กินกับเขาที่อังกฤษ


ฉันใจหาย..ปวดร้าวขึ้นมาทันที… อึ้งไปชั่วขณะ
โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่า “มันจะเป็นวันสิ้นสุดของเรา” 
ฉันไม่มีเงินพอที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก
เมื่อมาดูเงินในบัญชีก็มีไม่เท่าไร
ส่วนตัวเขาต้องใช้เงินของพ่อแม่ในการเรียนต่อ
แล้วฉันจะไปเบียดเบียนเขาได้อย่างไร
และหากฉันไปเขาอาจเรียนไม่จบ เพราะค่าเทอมแพงมาก
ทั้งต้องเจียดเงินส่วนหนึ่งมาเลี้ยงดูฉัน ค่าครองชีพที่อังกฤษเป็นเงินไม่ใช่น้อย…


ในส่วนลึกของหัวใจ อยากไปค่ะ
อยากจะไปใจแทบขาด
เกิดมาไม่เคยไปเมืองนอกสักที
แต่ฉันตัดสินใจและฝืนใจบอกกับเขาว่า….
"เธอไปเถอะ..เดือนยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน"

...วันที่ฉันไปส่งเขาที่สนามบิน…
คำสุดท้ายที่เขาพูดกับฉัน
"เดือน..คอยผม นะคะ..คนดี"


ฉันจ้องมองเครื่องบินที่ทะยานสู่ฟ้าจนลับตา…
ในใจนึกภาวนาขอให้เขาได้ไป.. ไปให้สูงสุดฟ้า..เท่าที่ใจเขาต้องการ
สักวัน.. เขาอาจเจอคู่ที่สูงส่งและเหมาะสมสำหรับเขา…

นับแต่วันที่เค้าจากไป.. มีจดหมายติดต่อกลับมาไม่กี่ฉบับ
จนบัดนี้ 10 กว่าปี เขาไม่เคยกลับมาสักครั้ง
แม้กระทั่งพ่อเขาเสียชีวิต ก็ยังไม่กลับมางานศพ…


ฉันมักนั่งอยู่ริมระเบียง เฝ้ามองเครื่องบินทุกลำที่ผ่านไปมา…
พลันนึกขึ้นมาได้ว่า…
"เธอเอาความรักของฉัน..ติดมือไปด้วยเหรอ…?"


"My soul was a-swayin' to the beat of your heart
And your lips were sayin' that we won't dance apart
.......................................................................
No no I will never no I'll never never dance again"

วันนี้…
ฉันรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจลึกๆ
ว่าเขาได้กลับมาแล้ว…
และกลับมาพร้อมกับความรักของฉัน ที่เขาหยิบติดมือไป มาคืนให้
ฉันเริ่มรู้สึกว่า ได้ความรักนั้นกลับคืนมาแล้วจริงๆ…

ความรัก... ที่ฉันเฝ้ารอคอยมานานนับสิบปี…
เป็นที่น่าแปลกใจ ชายคนนั้นไม่ใช่เขาอีกต่อไปแล้วค่ะ
แต่กลับกลายเป็นชายหนุ่มอีกคน… เฮ้อ!!!! 
น ก…เ จ้ า โ ผ บิ น…สู่ อ้ อ ม ก อ ด ใ ค ร…???

Posted by fong on 08 Jul. 2002,00:06
คุณนกกะปูด เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรักได้สวยงาม
ชวนอ่านมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกประทับใจและซาบซึ้ง
ไปกับความรู้สึกดีดีที่เกิดขึ้นมากค่ะ ชอบมากเลยล่ะ
Posted by Yaya on 08 Jul. 2002,01:45
คุณ นกก็เลยกลายเป็นนกกะปูดไป...ตั้งแต่บัดนั้นมา ....เฮ้อ...ดีแล้วหละค่ะ ... คุณนก อะไรที่มันไม่อิสระผูกมัด อย่าไปเอามาใส่ตัว ให้อึดอัดเลย... เขียนเรื่องสนุก ๆ ให้อ่านอีกนะคะ .. ย๋าอ่านแล้ว น้ำ ตาหยดแมะ ..แมะ...

cry2.gif

cry2.gif   Yaya
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 09 Jul. 2002,16:49
คุณยาย่าครับ อ่านตอนต่อๆไปซิครับ เศร้าก่านี้อีก คนนี้เขามีความสามารถพิเศษทางบีบหัวใจชาวบ้านด้วยถ้อยคำอยู่แล้ว .. ต้องยอมรับว่ามีฝีมือจริงๆ
  ท่านเว็บมาสเตอร์ครับ ผมฟังเพลงแล้วมันสะดุดๆ เสียงขาดๆหายๆไม่รู้เป็นยังไง เป็นที่เครื่องผมหรือที่เว็บครับ..ช่วยหน่อย
                         
   
                      ฤษีข้ามน้ำ alien.gif
Posted by KiLiN on 09 Jul. 2002,17:42
สวัสดีครับ คุณฤษีข้ามน้ำ ผมหน่ะรอเซฮัลโหลอยู่ตั้งนาน
จดๆจ้องๆอยู่ว่าเมื่อไรคุณจะโพสต์เสียที วันนี้โพสต์จนได้
แต่แหมใจร้อนจัง ห้องรับแขกก็ไม่แวะ เลยไม่ทันต้อนรับห้องน้ำห้องท่า

ครับยินดีต้อนรับครับ xmas.gif

ส่วนเรื่องเพลง ไม่ต้องช่วยอะไรครับ มันเป็นธรรมชาติของมัน ถ้าเครือข่ายเนตคับคั่งมันจะฟังตะกุกตะกัก หลักการของมันก็คือฟังไปโหลดไป พอมันโหลดช้ากว่าเล่นก็จะตะกุกตะกัก จะช้าจะเร็วขึ้นกับเครือข่ายและที่เครื่องของเรา ตอนนี้ช้าก็เอาไว้หาจังหวะอื่นมาฟังใหม่ได้ครับ

ข้อดีของไฟล์เสียงแบบนี้ก็คือ ไม่ต้องรอโหลด ที่สำคัญไม่ต้องมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะก็อบปี้ไว้ฟังที่เครื่องตนเองไม่ได้ จริงหรือเปล่าอันนี้ต้องถามคุณ.......มั้ง อิอิ
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 09 Jul. 2002,23:11
แหม! พี่ผมไม่เข้ามาได้ไง ชอบอยู่แล้วนิยายประโลมโลกของคุณนรกกาปูดนี่ ๕๕๕ เจ้าตัวอุตส่าห์โพสเว็บของพี่มาให้ ตอนแรกผมก็กะจะไม่มาเล่นหรอก เพราะคิดว่าเว็บพี่เป็นเว็บธรรมมะ ผมมันอธรรม ไม่อยากรบกวน ก็กะว่าจะหากิน หาแซวเด็กอยู่แถวพันธ์ทิพย์ไปเรื่อย แต่พอมาอ่านนิยายประโลมโลกของคุณนรกกาปูดเข้ามันเกิดอาการคันเลยต้องแล่นมาแซวซะหน่อย
   บายดีนะพี่
   ขอบคุณนะพี่ที่อธิบายเรื่องฟังเพลงให้ฟัง ได้ความรู้ทีเดียว ผมคงต้องมาฟังเพลงในเว็บนี้ตอนตีสอง คิดว่าช่วงนั้นการจราจรคงไม่จราจล
    เอ้อ..พี่มาวิ่งเล่นในเว็บพี่นี่ พี่มีประกันชีวิตให้ด้วยป่าว ข่าวว่ามีนักเลงโตมาคุม(สาว) อยู่แถวนี้  กลัวไปเหยียบตาปลาเขาเข้าหนะ พี่ก็รู้ผมมันปากไม่ค่อยดี ๕๕๕
   ยินดีที่ได้พบกันอีกครับ
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 09 Jul. 2002,23:18
อีกนิดพี่ลิงค์ ทำไมผมไม่มีรูปอยู่ใต้ชื่อเหมือนบางคนหละ (คนนั้นหนะ) คืออิจฉาแก อยากเท่ห์อย่างแกบ้าง เอารูปฤษีหรือโยคีเทห์ๆนะพี่ ถ้าไม่ทำให้ไม่โพสต่อด้วย...ขู่ฟ่อๆๆ
Posted by KiLiN on 09 Jul. 2002,23:24
เป็นฤษีแล้วก็หมั่นบำเพ็ญพรตหน่อย ไม่งั้นน้ำจะข้ามไม่พ้น เดี๋ยวจะตกท้องร่องหนา ฤษีหนา ยายชีก็ไม่ว่าซะด้วยสิ อิอิ :D

บายดี ครับ ยังบายดี แฮ่ะๆยังไม่ตาย ยังอยู่ระหว่างเตรียมตัวอยู่ครับ  shaun.gif
Posted by นกกะปูด on 09 Jul. 2002,23:28
อะแฮ่ม! แอบเข้ามานินทาเรานี่เอง
นกกะปูดค่ะ ไม่ใช่ นรกกาปูด
แต่ก็ยังดีกว่า บางคนนะ
เมื่อคืนได้ยินเสียงดัง โครมมม!!
หันไปดู ที่ไหนได้ ตาฤษีตกท้องร่อง นี่เอง
ฮ่า ฮ่า ฮ่า iDude.gif

อ้อ! โลโก้ของคุณฤษี มันต้องอันนี้นะคะ พี่KiLiN

Posted by Yaya on 10 Jul. 2002,01:21
ค่ะ คุณนกขอร่วมวงเข้าข้างคุณนกด้วยคน คุณนกกะปูดนะไม่ใช่นรกกะปูด ... อ่ยามาว่ากันนะ ..เป็นฤาษีข้ามน้ำ ..ระวังดีๆ นะคะ จะตกร่องนรก ... ย๋าอยู่ข้างคุณนกนะ ...อ้อก็ได้ยินเสียงโครมเหมือนกัน ที่แท้ก็ ตกน้ำ แถมยังตกม้าตายอีกนะคะ ... ดีสม นะ คุณ นก นะ ...
     พี่ฤา ษีอย่างง สิ เอ๊ นังนู๋ นี่ใคร มาด่าฉัน ฉอดๆ ๆ ... เป็นการแนะนำตัวน่ะคะ ... ย๋าเอง ... แซวเล่นคงไม่ว่ากันนะคะ ...
 ไปก่อน ..นะ ... แว๊บ ... น้องย๋า ( คนสวย )

Yaya notify.gif
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 10 Jul. 2002,19:16
กรีดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ....  นี่คุณนรก.. ไอ้ตัวเสื้อส้ม พุงโค้งข้างบนหนะใคร ...ใคร ? พูดให้ดีนะคุณ ผมฤษีข้ามน้ำ ผู้ทรงอาคม ตายก็จะบ้าตาย..พี่ลิงค์ก็เอากะเค้าด้วย เอารูปไอ้เด็กพุงโค้งมาอุปโลกเป็นผมได้งายพี่ ...เว็บพี่พังผมไม่รู้นะ..ขอบอก
 ให้เวลาสามวัน หารูปฤษีที่ทรงคุณวุฒิหรือรูปอื่นที่ดูดีก่านี้มาทำโลโก้ซะดีๆ ไม่งั้นผมแช่ง แช่งอย่างเดียว ..
  @#$Q?<+)<|}LJ#!@}}{:;">?Q crazy.gif
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 10 Jul. 2002,19:28
อ้าว! ตายหละวาโพสไปแล้วเพิ่งเห็นว่ามีคนเข้ามาทัก
   ทักแรงซะด้วยนะ เป็นชุดเลย อย่างนี้แถวบ้านผมไม่เรียกสะกิดให้หันมา เค้าเรียกถีบคว่ำให้จำไม่ลืม ...๕๕๕
    ก็หวัดดีครับ
    ข่าวว่าเป็นคนสวยนี่ครับ ผมก็หล่อเหมือนกัน ...ไม่ได้โม้  :p
    งั้นเรามาเป็นแฟนกัน.. โอเคตกลงตามนี้ thumbs-up.gif
Posted by Yaya on 10 Jul. 2002,21:37
อ๊ะ...ต้องขอคิดแบบหนักๆ ดูก่อนนะคะ.. พุงโค้งๆ ..อย่างนี้จาเรียกว่าหล่อได้ไง...เนี๊ยะ... แถมคุณนกยังบอกสรรพคุณไว้ว่าเหมือน......แซม..{ซั่น(สั้น)}... ยิ่งต้องคิดหนักถึงหนักมากเลยค่ะ ..คุณฤาษีข้ามน้ำ (แทบไม่ไหว) เพราะหมดแรง...
ทีหลังหัดกิน "ม้ากระทืบโรง" นะ คะ .. จะได้เแข็ง...แรงไม่มี..โรคภัยเบียดเบียน ... นะคะ คุณ เสื้อส้ม พุง โค้ง...ฮ่า ฮ่า ..สะใจ..
laugh.gif  laugh.gif  :p  laugh.gif  laugh.gif  

Yaya
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 10 Jul. 2002,22:16
อย่าไปเชื่อคุณนรกกาปูดครับคุณย่า ผมไม่ได้หุ่นอย่างนั้นซะหน่อย โค้งเหมือนกันแต่ไม่มากจนเสื้อปริหรอก (เพราะกางเกงมันปริต่างหาก ๕๕๕) ...คิดได้เมื่อไหร่ก็บอกนะครับ แต่อย่าช้าหละ วืดแล้วจะเสียใจนา.. music.gif
Posted by Yaya on 10 Jul. 2002,22:32
อ๊ะ ... มีแก้ข่าวด้วยนะ คะ ... แต่ อย่ามาเรียก ย่า นะ ย๋า ค่ะ ...ก็วืดมาจนชินแล้วหละ .. ฮา.. :p

Yaya
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 10 Jul. 2002,23:37
ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย่า ย ่า ย่า

  ย่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

   แล้วไม music.gif
Posted by Yaya on 11 Jul. 2002,12:30
อย่าง ย๋านะ เรียก "ย่า" แล้ว ตาเแปะแก่เสื้อส้มพุงโค้งเต้นระบำอยู่ข้างๆ นี่ก็คงต้องเรียก " ปู่ทวดฤษี" แล้วหละมั๊ง .... คุงปู่ทวด..ปู่ทวด...ปู่ทวด....ปู่ทวด.... ฮ่า ฮ่า ... notify.gif

Yaya
Posted by นกกะปูด on 11 Jul. 2002,15:02
เอ.. แล้วคุณfong หายเงียบไปไหนคะเนี่ยยย
ยังไม่ได้ขอบคุณเลยค่ะ ที่ชมว่านกกะปูดเล่านิยายได้ดี
ก็ขอขอบคุณตรงนี้นะคะ คุณfong

อย่าลืมแวะมาอ่านตอนต่อไปนะคะ
นกรอคุณฟองวิจารณ์อยู่ค่ะ ถ้าไม่มาอ่านไม่เล่าต่อด้วยหล่ะ
งอน งอน งอน งอน  :p  :p
Posted by KiLiN on 11 Jul. 2002,16:26
จะออกนิยายเล่มละบาทอีก ละซิท่า :D
ฮ่ะ...ฮ่า...มาเล้ยย...เตรียมอ่านแล้ว  xmas.gif
Posted by KiLiN on 11 Jul. 2002,16:28



I'll Never Dance Again


Sung By: < Bobby Rydell 1962 >
     : < Herman's Hermits 1965 >

My soul was a-swayin' to the beat of your heart
And your lips were sayin' that we won't dance apart
Now someone else is holding you the way I did the-eh-eh eh-en
So I'll never, no I'll never, never dance again., whoa oh no
Oh I've danced with others just to show I don't care
But my arms discovered that the thrill wasn't there
Unless my arms are holding you the way I did the-eh-eh eh-en
So I'll never, no I'll never, never dance again whoa oh no
I'll stay off the dance floor till mem'ries grow dim
'Cause my heart would break to see you take every step with him
I'll survive seein' ya sighin' on that shoulder of his
Oh how I've been cryin' knowin' how sweet that is
So while that guy is holding you the way I did the-eh-eh eh-en
I will never, no no I'll never never dance again-oh I'll never
No, darlin' no I will never no no I'll never never dance again
No, darlin' no I will never no no I'll never never dance again
Say baby no I will never whoa-oh I'll never never dance again
Hey baby no I will never no I'll never never dance again
NO baby no I will never

Posted by นกกะปูด on 11 Jul. 2002,16:31
I' l l N e v e r D a n c e A g a i n


เส้นทางยาวไกลหลายร้อยกิโล...
เปรียบเหมือนทางเดินแห่งชีวิตฉัน
"จั ง ห วั ด ก ร ะ บี่"
มีเกาะแก่ง หาดทรายขาวทอดยาวสุดฝั่ง
ทะเล..ที่เคยใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวชม
ฉันอยากได้สัมผัสความงาม ของมันสักครั้ง...


การเดินทางครั้งนั้น ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน..
มันคือเส้นทางชีวิตที่แสนหดหู่.. ปวดร้าว..
หากย้อนเวลากลับคืนมาได้ ฉันจะไม่ไปกระบี่
โดยเฉพาะ “เกาะพีพี”


...ฉันชอบทะเลเป็นที่สุด...
โดยเฉพาะทะเลในคืนหม่น ฟ้าเศร้า
ไม่มีแม้ดาวสักดวง..
หาดทรายทะเลเหมือนกับชีวิตของฉัน
ที่ต้องพบกับคลื่นซ้ำแล้ว…ซ้ำเล่า
ที่สาดซัดโถมเข้ามาอย่างไม่เคยหยุดยั้ง…
หากมีบ้าง เพียงช่วงเวลาหนึ่ง
ที่สายลมอ่อย วายุไม่โหม...


...คนรักของฉันเคยบอกว่า...
"..ไม่ชอบทะเลตอนกลางคืน
ความลึกลับของทะเลดูช่างน่ากลัว.."
แต่นั่นคือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับฉัน


... วันสงกรานต์เมื่อหลายปีที่แล้ว
ฉันและเพื่อนเช็คอินเข้าที่พักในบังกะโล
ด้วยความเพลียฉันจึงหลับไหลไป และต้องตื่นขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มหลายคน
พูดคุย หัวเราะกัน เสียงดังอื้ออึง…


ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 6 โมงเย็น
ฉันตื่นลุกขึ้นอาบน้ำ สระผม ประแป้ง 
แต่งกายด้วยชุดลำลองกางเกงขาสั้น
เสื้อยืดหลากสีสันเข้ากับบรรยากาศทะเล
ตั้งใจจะชวนเพื่อนไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน
แต่ว่าช้าเกินไปเสียแล้ว…
สายน้ำและกาลเวลาไม่เคยคอยใคร
แม้กระทั่งดวงตะวัน
ก็ไม่รอคนชักช้าร่ำไรเช่นเดียวกัน…


ขณะที่เพื่อนต่างทะยอยกันอาบน้ำ
ฉันออกมายืนรับลมเย็นสบาย ที่ริมระเบียง
ทอดสายตาไปไกลโพ้นสุดฝั่ง
จิตใจเหม่อลอย มองเห็นนกบินกลับรัง
แล้วรำลึกถึงตนเองว่าดวงจิตและความคิดนั้นอิสระ
คล้ายกับนกเจ้าโผบิน ...
แต่ “รัง” ของฉันเล่า..อยู่แห่งใด….


ถ้าพูดถึงคำว่า “รัง” ฉันจะหมายความถึง
ความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว ระหว่างพ่อ-แม่ลูก
ซึ่งตั้งแต่ฉันเกิดมาไม่เคยสัมผัสกับ “รัง” เลยสักครั้ง…


ระหว่างที่ความคิดกำลังโลดแล่น
ไปตามสายลมเย็น ที่ปะทะกับไอร้อนของทะเล…
พลันสายตา ต้องสะดุดอยู่กับชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง
ที่กำลังเดินออกจากบ้านพัก ซึ่งอยู่ติดกับที่ฉันและเพื่อนพักอยู่
ความรู้สึกมันบอกว่าคนกลุ่มนี้นี่เอง
ที่ทำให้ฉันต้องตื่นจากการนอน ที่ฉันรักเป็นชีวิตจิตใจ


….ชายหนุ่มทั้งกลุ่มเมื่อเห็นฉัน
ต่างก็พากันจ้องมองมายัง ที่ฉันยืนอยู่ 
และมีสายตาคู่หนึ่ง ที่จ้องมองลอดแว่นมายังฉัน
หนึ่งในกลุ่มนั้น ชื่อ “พี่ป่าน”
ซึ่งอยู่ในวัยสามสิบต้นๆ...


“สวัสดีครับ...มาเที่ยวกันบ่อยไหมครับเนี่ย”
เขาพูดทักทายฉันและเพื่อน
ด้วยความมีอัธยาศัยทั้งสองฝ่าย
เราจึงเปิดฉากสนทนากัน
พวกเขาดูสุภาพ เรียบร้อย เป็นผู้ใหญ่
และทำงานด้านวิศวกรรมทุกคน
ประเด็นที่พูดคุยส่วนใหญ่ เป็นเรื่องเดินทาง
ไปยังเกาะต่างๆ ในวันรุ่งขึ้น เพื่อดูปะการัง
โดยสรุปว่าพวกเราจะไปเรือลำเดียวกัน….


..................................................

หลังจากนั้น... พอกลับมาถึงกรุงเทพฯ
กลุ่มเพื่อนฉัน และกลุ่มเพื่อนของพี่ป่าน
มักจะไปรับประทานอาหารด้วยกันบ่อยๆ
จนกระทั่งพวกเราทั้งสองกลุ่มสนิทสนมกัน
มีคู่หนึ่งแจกการ์ดแต่งงานกันไปแล้ว...


ตั้งแต่วันที่พวกเรารู้จักกันที่กระบี่
ฉันไม่เคยนึกคิดมาก่อนเลยว่า..
“พี่ป่าน” จะตามติดฉัน คล้ายเป็นเงามาตลอด…
ยามที่ฉันมีเรื่องกลุ้มใจไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม
มักจะมีพี่ป่านคอยเป็นห่วงเป็นใยตลอดมา
ฉันเริ่มมีเพื่อนรู้ใจ.. เข้าใจ...
และมีพี่ชายแสนดี เพิ่มขึ้นมาอีกคน…


พี่ป่านไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน
ทำงานประจำที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง
และงานส่วนตัว รับเหมาก่อสร้าง
พี่ป่านเป็นคนที่รับผิดชอบ ละเอียดรอบคอบ
คิดคำนวณแทบไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลข
นั่นคือสิ่งที่ถูกใจฉัน...


พี่ป่าน...
เล่นกีตาร์ และร้องเพลงได้ไพเราะราวกับต้นฉบับ
โดยเฉพาะเพลงฝรั่งประเภท Classic
เค้าเล่นและร้องได้พริ้วจริงๆ แทบไม่น่าเชื่อ!! 
ซึ่งแตกต่างกับคนรักของฉันโดยสิ้นเชิง
ที่เรื่องพวกนี้เค้าไม่เป็นเลย แต่เค้าจะเก่งในด้านอื่น
โดยเฉพาะในเรื่องของจิตใจ...
เขาอ่อนโยน..และพริ้วยิ่งกว่าเสียงเพลง...


กีตาร์โปร่งสีดำสนิทตัวโปรด
คนรักของฉัน เก็บเงินร่วมหมื่น
ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด
พี่ป่านหยิบมันมาบรรเลงเพลง.......


........F u r E l i s e.......


ฉันเคลิบเคลิ้มไปตามเสียงเบสและลี๊ดกีตาร์หวานจ๋อย
ต่อด้วยเพลง I’ll never dance again
ซึ่งเป็นเพลงที่ฉันชอบ...

 
“ใช่แล้วค่ะ..พี่ป่าน” ฉันพูดออกมาเบาๆ
ดวงตาเศร้าๆ มีน้ำใส คลออยู่ทั้งสองข้าง..  
พี่ป่านจ้องมองหน้าฉันอยู่สักครู่...
พลางลูบไล้เส้นผมอ่อนนุ่ม ยาวสลวยประบ่า


“Never dance again จริงๆ”
ฉันพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพื่อทำลายความเงียบ
แต่คำพูดนั้นมันช่างทำลายจิตใจ ของคนที่เขารักและเอ็นดูฉัน


I' l l N e v e r D a n c e A g a i n !!
Posted by fong on 11 Jul. 2002,20:38
หวัดดีค่ะ คุณนก...ขอบคุณมากนะคะที่ถามหา
ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ เดินเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่
อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แถวๆนี้ล่ะคะ เข้ามาทีไร
ถ้าเห็นชื่อคุณนกโพสต์ในกระทู้นี้นะ จะรีบคลิก
เข้ามาก่อนเลยค่ะ เพราะรออยากอ่านตอนต่อๆไปอยู่น่ะ
แล้ววันนี้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ...I'll never dance again
เพลงนี้เคยฟังมาหลายครั้งแต่ความรู้สึกไม่ลึกซึ้งกินใจ
เท่าครั้งนี้เลยค่ะ.. cry2.gif  cry2.gif ...เศร้าจัง
Posted by นกกะปูด on 11 Jul. 2002,22:19
ขอบคุณค่ะคุณfong
ดีใจค่ะ ที่ยังคอยอ่านนิยายน้ำเน่าของนก
บทเพลงที่บางคนว่าไพเราะ แต่บางครั้งเราฟังแล้วอาจรู้สึกเฉยๆ
เนื่องจากแต่ละคนล้วนมีปมในใจ และภูมิหลังที่แตกต่างกัน
สำหรับนก เลิกเล่นกีตาร์ เลิกฟังเพลง มาหลายปีแล้วค่ะ
ที่บ้านนกไม่มีเครื่องเสียง ในรถมี เพราะมันติดมาจากโรงงาน
แต่ก็ไม่ชอบเปิดฟัง นอกจากฟังข่าว จ.ส.100 ทำนองนั้นค่ะ
ขนาดเล่นคอมพ์ยังเล่นแบบใบ้ๆ ไม่เปิดลำโพงเลยค่ะ ;)

บางครั้งที่นกได้ฟังเสียงเพลงในอดีต หรือเพลงที่โดนใจ
ความรู้สึกข้างใน มันบอกว่ารับไม่ไหวค่ะ ก็เลยไม่ฟังซะดีก่าาาา
"ดนตรี..ศิลปะ..อิสระ..ความรัก" มันไม่ใช่ถ้อยคำโก้หรูค่ะ
แต่คือสิ่งที่ขาดหายไปต่างหาก...
พี่KiLiN นำเพลงในอดีตของนกมาใส่ในเว็บ จิตใจมันก็ฟุ้งซ่าน
และพล่ามออกมาเป็นนิยาย อย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ  blush.gif
Posted by Yaya on 11 Jul. 2002,22:33
ไม่เอาน่ะคุณนก ...คุณนกคือคนที่เข้มแข็งเสมอในสายตา ย๋า ..ใครกันน๊อที่คอยปลอบใจ ..เด็ก ขี้เหงา ..ขี้ใจน้อย ..ขี้แย ..คนนี้ ... ตอนนี้ย๋าบอกก็ได้ว่าที่ผ่านมาคนที่ทำให้ย๋าเข้มแข็งและลุกขึ้นมา ..สลัดสิ่งเก่าๆ ทิ้งไป แล้วหาสิ่งใหม่ที่ดีกว่ามาทดแทน ... คุณนก..นี่แหละคือคน ๆนั้น..โห ..วันนี้ไง ย๋ามันเป็นงานเป็นการอย่างนี้ หละเว๊ย.. น่ะ ..นะ .. คุณนก ที่นน่ารักของย๋า... blush.gif

Yaya
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 11 Jul. 2002,23:35
อยากให้ถึงบทอัศจรรย์เร็วๆ ๕๕๕ คุณนรกกาปูดแกบรรยายได้เห็นภาพเลยแหละคุ้นนนนน เหอๆ แต่เด็กขี้แย ขี้เหงา ขี้งอน ขี้เป็นก้อนๆ อย่างหนูอย่าอ่านเลยนะข้ามไปอ่านบทต่อไปดีก่า เดี๋ยวจะใจแตก..แล้วจาหาว่าพุงโค้งไม่เตือนนา  laugh.gif
Posted by Yaya on 11 Jul. 2002,23:46
ไม่เอา..จาฟังค่ะ คุณนก...เล่าต่อเร็ว อย่าไปสนใจอีตาพุงโค้งเลยนะ ...ย๋ากำลังซึ้งน้ำตาคลอเลยเนี๊ยะ. cry2.gif

Yaya
Posted by นกกะปูด on 11 Jul. 2002,23:55
น้องย๋าจ๊ะ นิยายก็คือนิยาย น่า.. อย่าซึ้งมาก เดี๋ยวฉี่เหลืองนา.. :)

คุณฤษี อยากอ่านบท อัดสะจอรอหันการันยอ ตอนไหนล่ะคะ
เอาฉากอีตาฤษีตกนรกไม๊ล่ะ? :0  :0  :0
ฮ่า ฮ่า แน่ใจนะ.. ว่าจะให้เหลา เอิ๊ก..
Posted by STUV on 13 Jul. 2002,00:35
นึกว่าเป็นเรื่องจริงซะอีก
แต่เขาบอกว่าจินตนาการก็มีพื้นฐานมาจาก sub-concious นั่นเอง

เดิมผมนึกว่าเบื้องหลังเพลงนี้มีอยู่ว่า
โดนคู่เต้นรำเหยียบเท้าซะระบมทั้งสองข้าง
เลยสาบานว่าจะไม่เต้นรำอีกแล้ว ......
Posted by Yaya on 14 Jul. 2002,16:31
แหม คุณพี่ Stuv ขาเพลงเค๊าออกซึ้งกินใจ ...จินตนาการของคุณพี่ไหง บอกว่าโดนเหยียบเท้าตอนเต้นรำ หละ เคอะ ... แสดว่าคุณพี่เอง .. ก็ มี  Sub-concious เช่นกันจาก จินตนาการเบื้องหลังเพลงนี้สิ คะ .. นะคุณนก นะ .. ฮี่ .. ฮี่ ... ฮี่ ... bigsmile.gif

Yaya
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 14 Jul. 2002,21:40
เรื่องนี้เรื่องจริงหรือเปล่าน้อ! หึๆ
แหม!ื เค้าไม่ได้บอกหรือว่าเขียบไปก็เช็ดน้ำตาไปหนะ
Posted by Yaya on 14 Jul. 2002,22:39
ฝีมือการเขียน ..ลีลากระชากอารมณ์ ... ของคุณ นก ก็ไม่ต่างจากใครบางคน ที่ทำให้คนอ่านอึ้งไปเลยเหมือนกันแหละ .. นะ .. คุณ ฤษีเหยียบเมฆ.. อิ อิ อิ ...

hehe.gif  turn.gif  ;)

Yaya
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 15 Jul. 2002,21:39
อึ้งหนะน่าจะของคุณน(ร)ก  ของผมน่าจะอ้วกมากกว่านะ อย่าหลอกกันเดะ..
Posted by Yaya on 15 Jul. 2002,21:44
แล้วมีให้อ่าน ให้ติตามได้ที่ไหน หละ คะ ... ย๋าจะได้ตามไปดู... hehe.gif

Yaya
Posted by นกกะปูด on 16 Jul. 2002,14:43
ลีลาการเขียนทั้งหลายของนก
ถ้ามันทำให้กระชากอารมณ์คนอ่านได้จริงๆ ล่ะก้อ
ขอกราบขอบพระคุณมิตรรักแฟนเพลง เอ๊ย แฟนนิยายด้วยค่ะ
แต่บอกก่อนนา.. นกไม่เคยเขียนมาก่อนเลยค่ะ
หากมีข้อผิดพลาดต้องขออภัย
แต่หากมีความเพลิดเพลินอยู่บ้าง
ต้องชื่นชมอาจานฤษีค่ะ แหม พี่แกติวมากะมือนี่นา
ลีลาและถ้อยคำ ก็ลอกเลียนแบบอย่างพี่ฤษีเค๊ามาน่ะ อิอิ

นี่นิยายก็จบอีกเรื่องแล้วค่ะ
ใครอยากอ่านยกมือขึ้นแร้ววววววว withstupid.gif
Posted by KiLiN on 16 Jul. 2002,23:40



Eternal Flame



< The Bangles >



Close your eyes, give me your hand, darling
Do you feel my heart beating
Do you understand
Do you feel the same
Am I only dreaming
Is this burning an eternal flame

I believe it's meant to be, darling
I watch you when you are sleeping
You belong with me
Do you feel the same
Am I only dreaming
Or is this burning an eternal flame

Say my name
Sun shines through the rain
A whole life so lonely
And then you come and ease the pain
I don't want to lose this feeling

Say my name
Sun shines through the rain
A whole life so lonely
And then you come and ease the pain
I don't want to lose this feeling

Close your eyes, give me your hand, darling
Do you feel my heart beating
Do you understand
Do you feel the same
Am I only dreaming
But is this burning an eternal flame

Posted by นกกะปูด on 16 Jul. 2002,23:45
" ค ว า ม ฝั น อั น ป ว ด ร้ า ว แ ล ะ ย า ว น า น "


ในค่ำคืนหนึ่ง.. ฉันเหนื่อยล้า สับสน จึงหลับฝันไป...
ฉันเจอชายหนุ่มแปลกหน้า
ท่าทางเขาสุขุม เยือกเย็น หนักแน่น และเข้มแข็ง
ถ้อยคำในการสนทนา ล้วนแต่มีหลักการและเหตุผล
ฉันศรัทธา เชื่อมั่น และภูมิใจ กับชายคนนี้เสียจริง...


หลังจากที่เราเลิกจากการทำงาน...
ฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับเขา เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไป
ณ. ร้านอาหารเล็กๆ ริมบึงใหญ่แห่งหนึ่ง.. ผู้คนบางตา
มีเพียงเด็กบริการ.. เขาและฉัน พร้อมเพื่อนสาวอีกคน


แม้เป็นเพียงสายลมช่วงยามเย็นใกล้ถึงฤดูร้อน
แต่อากาศกลับเย็นสบาย ท้องฟ้ามืดครึ้ม สีหม่น ทึมเทา 
แรงลมที่พัดผ่านมาจากบึงใหญ่ มันทำให้เขารู้สึกหนาวสั่น...
ริมฝีปากแดงระเรื่อเริ่มสั่นไหว แขนทั้งสองข้างไขว้กันไว้แนบอก
เพื่อนสาวของฉัน จึงหยิบเสื้อที่แขวนไว้ในรถ มาคลุมไหล่ให้เขา


ยามที่เราสนทนากัน ฉันสังเกตเห็นดวงตาคู่เศร้า ที่ฉายแววหนาวเหน็บ
เสื้อยืดแขนยาวคงช่วยบรรเทา ให้ความอบอุ่นร่างกายเขาได้บ้าง
แต่ภายในใจของเขานั้นเล่า.. ความปวดร้าว..เหน็บหนาวยังคงซ่อนอยู่...


"Close Your Eyes.. Give Me Your Hand.. Darling..."
..........................................................................................


ฉันสะดุ้งตื่น!!! ลุกไปเข้าห้องน้ำ...
เมื่อล้มตัวลงนอน.. ใบหน้าของเขายังคงล่องลอยอยู่ในห้วงคำนึง
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ฉันต้องห่อตัวอยู่ในผ้าแพรผืนบาง
แต่หัวใจฉันกลับอบอุ่น... ฉันอยากเจอเขาอีกสักครั้ง
อยากรับรู้เรื่องราวในใจอันปวดร้าว... ที่ส่อเค้ามาจากแววตา
ครั้นฉันหลับตาลง.. ฉันได้พบกับเขาอีก ในความฝัน...จริงๆ!!




"แมวเอ๋ยแมวเหมียว ไปร้องเหมียวๆ อยู่ที่ไหน
ตื่นจากฝันร้ายซักทีจะเป็นไร คนไร้หัวใจเขารอคอย..."
จาก "คนไร้หัวใจ"


ฉันได้รับการ์ดภาพแมวน่ารัก ถ้อยคำและชื่อ ฟังดูเฉิ่มเชยเต็มที
ทว่า..หัวใจของฉันพองฟู ปลื้มใจกับการ์ดและโคลงบทนี้เหลือเกิน..

"อุ่นรักห่มใจให้หายหนาว
พร่างพรมวิญญาณพราวเพริศแพร้ว
ใจดึกมุ่งหาดาวพักหลับ
หวังสู่อมฤตแก้วเรือนฟ้า ฝั่งฝัน..."


ภาพฝันคืนนั้น...
ฉันกับเขาอยู่ด้วยกัน ภายใต้แสงจันทร์ในยามค่ำคืน
ภายใต้อ้อมอกที่แสนอบอุ่น และอ้อมกอดที่อ่อนโยน...
ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเขา ที่เต้นโครมครามผิดจังหวะ
ความรู้สึกมันบอกว่า "เรารักกัน" แม้จะไม่มีถ้อยคำยืนยัน
เล็ดลอดผ่านออกจากปากของเราทั้งสองก็ตาม...


"Close your eyes, give me your hand, darling..
Do you feel my heart beating.. Do you understand..
Do you feel the same.. Am I only dreaming..
Is this burning an eternal flame...
    Say my name.. Sun shines through the rain
    A whole life so lonely
    And then you come and ease the pain
    I don't want to lose this feeling.."



เช้าวันรุ่งขึ้น...
ฉันตื่นจากความฝัน.. ขับรถมาทำงานตามปกติ
แต่จิตใจกลับฟุ้งซ่าน..เหม่อลอย ห่วงหา..
ฉันคิดถึง "คนไร้หัวใจ" ชายในฝันของฉันเหลือเกิน
ฉันอยากหลับฝันนานๆ ไม่อยากตื่นมาพบความจริง
ว่าข้างกายฉัน ไม่มีเขา ไม่มีแม้เพียงเงาให้ฉันสัมผัส



แทบทุกครั้ง ที่ฉันได้ยินเสียงเพลง "Eternal Flame"
หัวใจ.. ฉันถูกเผาไหม้ด้วยน้ำมือของชายในฝัน...
น้ำตา.. ฉันทะลักหลั่งออกมาเป็นสาย แม้ฝืนอย่างไร ก็กลั้นไม่อยู่...
ระหว่างความฝันกับความจริง...แค่เปลือกตาเท่านั้นที่ขวางกั้นไว้...
ความฝันของฉัน แม้มันจะสวยงามและเจ็บแปลบ ปวดร้าวสักเพียงใด
แต่ยังไม่เท่าเรื่องราว... ของความเป็นจริง...


"Close Your Eyes.. Give Me Your Hand.. Darling..."
Posted by นกกะปูด on 19 Jul. 2002,15:41
แงๆๆๆๆๆๆ ฮือๆๆๆๆๆๆ ไม่มีใครอ่านนิยายนู๋เลย cry2.gif cry2.gif
เป็นเพราะเรื่อง "รำพึงฯ" ของตาฤษีแน่เลย แหวะๆๆๆๆๆ
ออกมาวางจำหน่าย ตีตลาดนู๋แตกกระจายเลย ฮื่อ!!!!!

ไม่มีใครอ่านนู๋ร้องเพลงคนเดียวก็ได้
(ห้ามฟังนะ อิอิ เพราะมันไม่มีเสียง)

..ฟ้าก็ฟ้าเดียวกัน แต่จันทร์ดูคล้ายลำเอียง
ส่องแสงลงมาเพียงเสี้ยว ฉันคนเดียวที่หมอกเมฆบัง
ไม่เคยเห็นจันทร์ที่เขาชม ไม่เคยสมใจซักครั้ง
ความรักที่เฝ้าใฝ่ฝัน คนห่วงใยฉัน..ไม่มี..ไม่มี

ผิดที่ฉัน.. หรือจันทร์ลืมฉันจริงๆ ทิ้งหัวใจ
ของคนที่มันอ้างว้าง..
ไม่มีทาง ได้เจอความรักใช่ไหม หือ..จันทร์
โปรดตอบฉัน.. พระจันทร์สีน้ำเงิน..
ได้ยินไหม..พระจันทร์สีน้ำเงิน..

Posted by fong on 19 Jul. 2002,17:06
อ่านเจอบทกลอนนี้ในกระทู้ห้องพันธ์ทิพย์
เลยคิดถึง นกกระปูด ตัวน้อย ค่ะ

ขออนุญาตเจ้าของบทกลอน คุณ ประคำจันทร์
นำมาลงไว้ที่นี่ด้วยนะคะ

***อยากเป็นจันทร์เต็มดวง***

กับคืนวัน จันทร์เพ็ญ เด่นบนฟ้า
ท้องนภา สุกสกาว พราวไสว
จันทร์สาดแสง ส่องหล้า ฟ้ากว้างไกล
ปลอบดวงใจ ปลอบขวัญ คืนจันทร์เพ็ญ

ดวงใจรัก ใฝ่ฝัน คืนจันทร์เสี้ยว
เพียงคำเดียว ที่สุดหา สุดแลเห็น
หยาดน้ำตา รินหลั่ง ทั้งเช้าเย็น
เพราะยากเย็น จะเห็นแสง แห่งจันทรา

จะรอวัน จันทร์เพ็ญ เช่นวันเก่า
รอสองเรา มีใจอยู่ คู่ปลายฟ้า
เช่นแสงจันทร์ สุกไสว ในนภา
สาดส่องหล้า ดั่งส่องใจ ใครสักคน

แล้วอีกบทนึง ค่อนข้างเศร้าซักหน่อย

ดวงจันทร์คล้อย ลอยลับ ตรงขอบฟ้า
ดวงยิหวา น้ำตา หยดลงแก้ม
ดวงใจเจ้า บอบช้ำ ดั่งจันทร์แรม
ดวงเดือนแอบ กรีดฟ้า น้ำตานอง......
Posted by นกกะปูด on 21 Jul. 2002,02:10
อืมมม ขอบคุณมากค่ะคุณfong
กลอนซึ้งมากเลยค่ะ นกชอบที่ซู๊ดดดดดด
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ... bigsmile.gif  bigsmile.gif
Posted by นกกะปูด on 23 Jul. 2002,00:14
Wall in Your Heart

กำแพงในหัวใจเธอ

I feel your pain
I feel the rain
What happened to you
I can’ t get to you


ความเจ็บปวดเธอมีอยู่ฉันรู้ได้
ฝนใช่ไหมยังตกอยู่ฉันรู้เสมอ
สิ่งใดหนอก่อกำเนิดเกิดกับเธอ
หลงพร่ำเพ้อคิดถึงเธอเข้าได้ไง


* Cause there’ s a wall
In your heart
That no one can get through
And it’ s cold and it’ s dark
And you don’ t have a clue
But this wall it will fall
If it ‘ s the last thing I do
I’ ll get through this wall in your heart


คงเป็นเพราะหัวใจเธอมีกำแพง
ซึ่งแข็งแกร่งมีเรี่ยวแรงต้านทานไหว
และเยือกเย็นมืดมิดหมดไม่ไว้ใจ
ปิดทางไว้หมดหนทางก้าวย่างกัน

แต่กำแพงแม้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว
อาจจะเอี้ยวเอียงพังได้ผุเหหัน
สิ่งนี้เป็นสิ่งสุดท้ายจะทำกัน
เพราะตัวฉันจะพังมันสู่หัวใจ


I know your soul
I know I’ m home
Just come here to me
I’ ll let you run through me ( repeat * )


ฉันนั้นรู้วิญญาณนี้ของเธอนั้น
ทราบเช่นกันว่าตัวฉันอยู่บ้านไหน
แค่มานี่มาหาฉันในทันใด
ฉันจะให้เธอเท่านั้นสู่ฉันเอง


We’ ll break down all the troubles we have found
And I’ ll find a way to mend your broken pieces
We’ ll hold hands and be friends
Until the end and our love will be forever


เราจะฝ่าอุปสรรคเราจักพบ
ฉันประคบซ่อมสิ่งพังกระฉับกระเฉง
เราจะจับมือกันเพื่อนกันเอง
ไม่วังเวงรักเรานั่นนิรันดร


But there’s a wall
In your heart
That no one can get through
And it ‘ s cold and it ‘ s dark
And you don’ t have a clue
But this wall it will fall
If it ‘s the last thing I do
I’ ll get through this wall in your heart.


แต่หัวใจเธอแม้ดีมีกำแพง
ซึ่งแข็งแกร่งมีเรี่ยวแรงดั่งขุนขอน
และเยือกเย็นมืดมิดหมดหม่นร้าวรอน
ปิดทางจรหมดหนทางก้าวย่างกัน

แต่กำแพงแม้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว
อาจจะเอี้ยวเอียงพังได้ผุเหหัน
สิ่งนี้เป็นสิ่งสุดท้ายต้องทำกัน
เพราะตัวฉันจะพังมันสู่ใจเธอ...

Posted by STUV on 23 Jul. 2002,00:24
Tear down the wall
Tear down the wall
Tear down the wall ........
Posted by นกกะปูด on 23 Jul. 2002,23:54
เจ้านก..กะเต็นน้อยหลังสีน้ำเงิน (Blue-eared Kingfisher)


inlove.gif ข อ บ คุ ณ ม า ก ค่ ะ inlove.gif
Posted by เอ๊ด on 04 Aug. 2002,13:36
ร้องเพลงบ้างดิก่า

"คนไม่สำคัญ"

..แม้ไม่ใช่ คนโปรด อย่างคน อื่นเขา
แม้จะดู ว่างเปล่า ในสาย ตาเธอ
ไม่เคย ทำให้ คำ ว่าฉัน รักเธอ
ลดน้อยลง ได้เลย ซักวัน

ขอเพียงเธอ ไม่ลืม ว่าใคร อยู่ตรง นี้
ขอเพียงมี สักคำ ว่าคิด ถึงกัน
แค่นั้น ก็เกิน พอ ให้คน อย่างฉัน
ฝันดี ยิ่งกว่า คืนไหน

ไม่ว่า เป็นที่เท่าไหร่ ของ เธอ
เธอ ก็คือที่สุด เสมอไป
ถ้าเผื่อ เธอพอมีเหลือ แม้ เพียง เสี้ยว ใจ
จะ แบ่งปัน ให้ฉัน บ้าง หรือเปล่า

แหละคน คนหนึ่ง ซึ่งไม่ สำคัญ
ก็ยัง เฝ้ารอ สักวัน ของ เรา
แค่อยาก ได้ยินว่ารัก ซักคำ เบาเบา
ให้ฉัน ได้รึเปล่า คนดี
รัก ฉันบ้าง รึเปล่า คนดี

Posted by Yaya on 05 Aug. 2002,21:50
คุณเอ๊ดเพลงนี้ก้ไม่เลวนะ..ลองฟังดูเป็นเพลงประจำตัวย๋าเอง..ชอบมาก

เต็มใจให้
               ศุ บุญเลี้ยง

ฉัน รู้ ควร รัก เธออย่าง ไร
เพราะ รู้ ความ จริง เป็น เช่นไร
ฉัน รัก รัก เธอเพราะ ใจ อยาก ให้
ใช่ รัก เพียง เพื่อ ครอบ ครอง
ไม่เคย ร้อง ขอ รัก ตอบ
ไม่เคย เรียก ร้อง สิ่งใด
เพียง เธอ รับ รู้มี ฉัน คอย ห่วงใย
สิ่ง นั้น มัน มาก มาย เกินพอ

..ขอ เพียง ได้ คิด ถึง
แค่ นี้ ก็ สุข ใจ
แม้ เธอ อยู่ ไกล แสน ไกล
แม้ ใคร อยู่ ข้าง เธอ..
ฉัน รู้ ควร รัก เธอ อย่างไร
จึง ยอม เข้า ใจ ทุก อย่าง
ไม่ ช้ำ ไม่ เสีย ใจไม่ เคย บาด หมาง
ทุก อย่าง เต็ม ใจ ให้ เธอ

..ขอ เพียง ได้ คิด ถึง
แค่ นี้ ก็ สุข ใจ
แม้ เธอ อยู่ ไกล แสน ไกล
แม้ ใคร อยู่ ข้าง เธอ

..ฉัน รู้ ควร รัก เธอ อย่าง ไร
จึง ยอม เข้า ใจ ทุก อย่าง
ไม่ ช้ำ ไม่ เสีย ใจ
ไม่ เคย บาด หมาง
ทุก อย่าง เต็ม ใจ ให้ เธอ
ไม่ ช้ำ ไม่ เสีย ใจ
ไม่ เคย บาด หมาง
ทุก อย่าง เต็ม ใจ ให้ เธอ..

cry2.gif  music.gif  music.gif  music.gif  music.gif
Posted by เอ๊ด on 10 Aug. 2002,14:57
เพลงโปรดอีกเพลงหนึ่ง ไพเราะทั้งท่วงทำนองและเนื้อหา มีโอกาสลองหามาฟังกันให้ได้นะครับ

Artist: Martina McBride  
Album: Unknown
Title: My Valentine



If there were no words
No way to speak
I would still hear you

If there were no tears
No way to feel inside
I'd still feel for you

And even if the sun refuse to shine
Even if romance ran out of rhyme
You would still have my heart
Until the end of time
You're all i need
My love, my valentine

All of my life
I have been waiting for
All you give to me
You've opened my eyes
And showed me how to love unselfishly


I've dreamed of this a thousand times before
In my dreams i couldnt love you more
I will give you my heart
Until the end of time
You're all i need
My love, my valentine

La da da
Da da da da

And even if the sun refuse to shine
Even if romance ran out of rhyme
You would still have my heart
Until the end of time
Cuz all i need
Is you, my valentine

You're all i need
My love, my valentine
Posted by ๑๘๑๒ on 10 Aug. 2002,15:20
โอย.... เดินหาจนเหนื่อย เพิ่งจะเจอนิยายรักที่คุณนกกะปูดว่า อ่านแล้วนึกถึงเสียงกีห์ต้าห์ท่อนอินโทรของเพลงนกเจ้าโผบิน ขึ้นมาทันที

ครั้นอ่านมาถึงเพลง I'll never dance again คุณนกกะปูดกลับทำให้ผมนึกไปถึงเนื้อไทยที่ขับร้องโดยวงชาตรี ชื่อเพลงว่า คืนมาครองรักกัน ถึงแม้จะขัดกับทำนองฝรั่งของเดิมอยู่บ้าง ก็อยากให้ลองร้องกันดู

ฉันมีกายดั่งภุมริน
เฝ้าโบยบินในนภา
ฟ้าคงคอยจับตาฉัน
ส่องตะวันอันเรืองรอง
แล้งร้องบรรเลงบทเพลงไป
ให้ไกล สุขใจแท้.......

แม้แต่ลมนั้นยังมา
ลมนั้นยังมา
ยังมาฟังเสียงเพลง

ถึงวันปีผ่านไปนาน
แต่คำขานยังมั่นคง
ฉันลงเดินเรื่อยไปไกล
สู่แดนไทยใจเลื่อนลอย
คนรักยังคงเฝ้าคอยอยู่
และรู้ ว่ารักแท้......

เธอไม่แปรดวงใจไป
แปรดวงใจไป
ดวงใจไปให้ใคร.....

จำได้แค่นี้แหละครับ ท่อนต่อจากนี้รู้สึกเขาแต่งได้ไม่ไพเราะเหมือนตอนต้น ๆ 

ชอบมาก ๆ เลยครับ love.gif
Posted by นกกะปูด on 28 Aug. 2002,03:07
 

ดนตรี...ศิลปะ...อิสระ...ความรัก...

คำ 4 คำนี้ของนก จริงๆ แล้วมีความหมายลึกซึ้ง
ชั่วชีวิตผมมี ดนตรี มีเสียงเพลง เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์
ศิลปะ ดูจะซาบซึ้งกับมันน้อยที่สุด
ความรัก ความรักที่แท้คือการให้...ให้...แล้วก็ให้...
ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ
ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนกับจะเป็นโลกของจิตนาการของความใฝ่ฝัน
ว่าจะมีบุคคลเช่นนี้อยู่จริงหรือ ? ... แต่..มันมีอยู่จริง


นานมาแล้วผมสัมผัสกับความรักที่มีต่อสังคมเพื่อมุ่งหวังชีวิตที่ดีกว่า
ผมดื่มด่ำกับความรักอันแสนงามนั้น ผมมักจะให้เพื่อนผม(เสียงเพลง)
ขับกล่อมลำนำแห่งความรักนี้ให้ผมฟัง... อย่างไม่รู้จักเบื่อ
น้อยครั้งมากจนแทบจะนับได้ ที่ผมจะเสียน้ำตาให้กับความเศร้าโศกเสียใจ
แต่บ่อยมากที่ผมระลึกถึงความรักนี้แล้วผมน้ำตาซึม......
วันนี้...ในหลายคนไม่มีแล้ว ความใฝ่ฝันอันแสนงามนี้
กลายเป็นเรื่องเพ้อฝันไม่มีอยู่จริง
เพลงเพื่อชีวิตก็ถูกมองลดค่าลงเพียงขับกล่อมให้คนขี้เมาฟัง
แต่สำหรับผมมันคือเพื่อนที่รู้ใจ...


ไม่นึกเลยว่า 20 กว่าปีให้หลัง...
ผมจะพบกับความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีกหลายเท่าตัวนัก ชนิดเปรียบกันไม่ได้
เป็นความรักเพื่อที่จะให้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นความรักที่รู้ตื่นและเบิกบาน
คนเราจะสามารถเป็นผู้ให้...ได้ก็ต่อเมื่อตนเองรู้สึกอิ่ม...เต็ม..และพอ
ตราบใดชีวิตยังรู้สึกต้องการคือยังไม่พอ...ยังไม่ได้...ยังไม่มี แล้วมันจะให้ได้อย่างไร


อิสระ ครึ่งค่อนของชีวิตเพิ่งจะเข้าใจว่า
ความอิสระที่แท้คืออะไรเมื่อไม่นานมานี้เอง
เมื่อก่อนเราเคยเข้าใจว่าสิ่งที่เราเคยไขว่คว้า นกนางนวล พิราบขาว
ถามหานั่นคือความอิสระ เราเพิ่งจะมารู้ว่าไม่ใช่
และรู้ว่ามันจะไม่มีวันได้พบมันอีกด้วย
เพราะอิสระที่แท้คือ ความว่าง ว่างจากความเป็นตัวตน
ว่างจากความเป็นฉันและเธอ ว่างจากของคุณของผม


เราเพิ่งจะมารู้ว่าที่ผ่านมายิ่งขวนขวายก็ยิ่งไม่ได้
ยิ่งค้นหาก็ยิ่งไม่เจอ ยิ่งเรียนรู้กลับยิ่งโง่
เพราะสิ่งที่เราขวนขวาย...ค้นหา...เรียนรู้นั้น
ล้วนเป็นเรื่องที่ไกลตัวเองออกไปทุกที
เราไม่เคยคิดจะเรียนรู้...ค้นหาตัวตนของเราแท้ๆ เลย
เราจึงไม่รู้จักตัวของเราเองแท้ๆ


จักมีสักกี่คนที่รู้ว่า...แท้จริงแล้วพระเจ้านั้นอยู่กับตัวเรา....
ไม่ต้องไปพึ่งหรืออ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน
การเข้าวัดเข้าวาจึงไม่ใช่เข้าไปเพื่อรับความช่วยเหลือ
แต่เข้าไปเพื่อเรียนรู้วิธี ที่จะเข้าถึงพระเจ้าในตัวของเราเองต่างหาก


ณ. วันนี้ของผมจะมีคำ 4 คำใหม่ที่ผมจะเรียนรู้กับมัน คือ
ฉลาด....สะอาด....สว่าง....สงบ...
คำ 4 คำนี้จะเป็นวิถีที่ทำให้เราเข้าถึง ความรักและอิสระที่แท้ได้
แล้วคุณหล่ะ..นก..คุณพร้อมหรือยังในวิถีนี้...??????


-KiLiN-

Posted by Yaya on 28 Aug. 2002,13:34
....ดนตรี...ศิลปะ...อิสระ....ความรัก....

   คำจำกัดคาม...ภายใต้ความหมาย ที่เหมือนมีความอิสะ ในตัวเองไม่ขึ้นกับใคร ...มีอิสระที่จะเล่นดนตรี ฟังและซาบซึ้งกับเพลงและดนตรีที่ตัวเองชอบ และรัก...อิสระที่จะซาบซึ้งในศิลปะ ..มีชีวิตที่ป็นศิลปะ ..ใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ ...มองความรักอย่างมีศิลปะ...คนๆ นี้ ช่างมีชีวิต ..ที่เป็นของตัวเอง ..มีความรัก ... และสามรถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างมีอิสระ ..น่าอิจฉาอะไรเช่นนี้ ........ สำหรับ ฉันแล้ว ...4 คำข้างบน ..คงจะม่ได้ไม่ครบ และไม่สมบูรณ์ ...อย่างที่ อยากจะได้อยากจะเป็นสักเท่าไหร่....
    ดนตรี .. สำหรับฉันแล้ว ... เป็นสิ่งที่ทำให้ ..ความเศร้า..เหงา..เบื่อทั้งหลาย หายไปได้ ...แต่ขณะเดียวกันมันก็อาจจะเป็นสิ่งที่ เรียกน้ำตาได้ เมื่อ ..ดนตรี ที่ได้ยินเพลงที่ได้ฟัง มาสกิดเอาแผล ที่มีเข้า...นั่นแหละ ดนตรี ของฉัน...
    ศิลปะ ..... ฉันอาาจะไม่เป็นคนมี ศิลปะในการ ..ทำอะไร ๆ มากสักเท่าไหร่ ... เพราะสิ่งที่ทำส่วนใหญ่แล้ว ..มักจะไม่ได้มาจาก อารมณ์ ศิลปะสักเท่าใดนัก ..แต่ฉันก็รู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตาม ..งานหรือสิ่งใดๆ ที่สำเร็จ ลงได้ แล้วฉัน สบายใจ ... ภูมิใจ ในสิ่งนั้น... นั่น มันจะใช่ ศิลปะมั๊ย นะ...
    อิสระ ... ใจของฉันนั้นมีอิสระ ... อิสระที่จะคิด อิสระที่จะฝัน ..อิสระที่จะเป็น ..หากแต่ก็ นั่นแหละ ก็มีเพียงใจที่อิสระ ...กายของฉัน ..ถูกตีไว้ด้วยกรอบ..อึดอัด นักในบางเวลาที่ ถูก บีบคั้น ... ก็มีแค่ใจเท่านั้น ที่ ..ฉันภูมิใจ มัน ..ยินดีให้มันส้มผัสกับอิสระ เมื่อ ครา ..หรือทุกคราที่ฉัน ..ทำได้ ... นั่นแหละอิสระของฉัน..
   ความรัก..... ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ในสายตาขอฉัน ...มันนำพาความสวยงามมาสู่จิตใจ ..ฉันรับมันไว้แบบไม่ลังเล..แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันนำความเจ็บปวดความ โศกเศร้า มาสู่ใจฉัน ..ฉันทักทายมันด้วยความสร้อยเศร้า ...ฉันไม่เรียกมันว่ารักหรอกนะ ... รักของฉันคือสิ่งที่สวยงามเท่านั้นเองมั๊ง...

....ดนตรี ศิลปะ อิสระ ความรัก...
Posted by นกกะปูด on 28 Aug. 2002,14:55
คำ 4 คำ นี้ ฉันไม่รู้ว่ามันมีความหมายลึกซึ้งหรอก ฉันรู้แต่ว่าฉันชอบมัน ฉันค้นพบมันได้ ตอนอายุซัก 17 ปีได้มั๊ง..

ดนตรี...
สมัยฉันเป็นวัยรุ่น ฉันชอบร้องเพลง ชอบเล่นกีตาร์ ชอบเข้าห้องซ้อมดนตรี ไปไหนมาไหน ก็หอบหิ้วกีตาร์ราคาถูกๆ ไปด้วย และมีซาวเบาท์แนบติดทั้งสองหู... หน้าบ้านของฉันจะมีซุ้มต้นไม้ มีที่นั่งเล่น ทุกๆ เย็น เพื่อนๆ ฉันและเพื่อนๆ ของพี่ชาย จะมามั่วสุม เล่นกีตาร์ แหกปากร้องเพลง สูบบุหรี่, กัญชา กินเหล้า กันที่ตรงนี้... ฉันอยากตีระนาด ตะโพน โดยเฉพาะเปิงมอญ(รู้จักกันอ่ะป่าว?) แต่มือน้อยๆ ของฉันมันบอบบางเกินไป ที่จะเล่นเครื่องดนตรีเหล่านี้ได้..แต่ฉันก็ชอบมัน

ศิลปะ...
ฉันชอบรำไทย ชอบภาพวาด ฝาผนังในบ้านของฉันเต็มไปด้วยศิลปะ หลายครั้งที่โดนแม่และยายตี ก็เพราะศิลปะของฉันนี่เอง ฉันชอบวาดภาพภูเขาและมีพระอาทิตย์ตกดิน มีกระต๊อบหลังเล็กๆ มีคนจูงมือกัน ฉันชอบวาดภาพทะเลบนผืนผ้าใบ แล้วนำมาใส่กรอบไว้เต็มบ้าน เพื่อนของฉันมักถามเสมอว่า "ทะเลอะไรของมึงว๊า?"....
ก็มันดูเป็นภาพทะเลซะเมื่อไหร่กันล่ะ แค่ฉันละเลงสีน้ำเงิน สลับสีเทาปนขาวลงไปเท่านั้น ฉันก็เรียกมันว่าทะเลแล้วหล่ะ "ก็มันเป็นทะเลในจินตนาการของกรูไงหล่ะ" ฉันตอบเพื่อน 

อิสระ...
ฉันไม่ชอบการถูกบังคับ ให้ต้องทำโน่นทำนี่ แต่ฉันจะทำเองถ้าไม่มีใครสั่งหรือมานั่งจู้จี้ ไม่ว่าจะเป็นการบ้านหรืองานต่างๆ ตั้งแต่เด็กจนโต ฉันจะทำอะไรตามที่ใจฉันอยากทำ ฉันอธิบายคำว่าอิสระของฉันไม่ถูก แต่เพลงนี้มันสื่อได้ตรงกับใจฉันที่สุด...

"ก็อยากจะบินๆ ไป ก็อยากจะฝันไกลๆ
ไม่อยากโดนขังๆ ไว้ ไม่อยากโดนล๊อกหัวใจ
อยากออกไปดูโลกกว้าง อยากออกไปพบใครๆ
ไม่อยากโดนคุมขังไว้ เดี๋ยวหัวใจมันจะร้อง..
โอยยย โอ๊ยยยย มันอึดอัด" crying1.gif crying1.gif crying1.gif

ความรัก...
ฉันไม่รู้จัก ไม่เคยพบและสัมผัสมันหรอก แค่มันทำให้คำ 4 คำ คล้องจองกันเท่านั้น... 

ดนตรี..ศิลปะ..อิสระ..ความรัก..
สำหรับฉันวันนี้... มันขาดหายไป ฉันกำลังตามหามันอยู่ แม้จะใช้เวลาทั้งชีวิตของฉันก็ตาม.
Posted by noktalay on 28 Sep. 2003,01:40

อ่านเรื่องราวความรักของคุณนกกระปูด แล้วน่ารักคะ  เป็นกิ่งก้านของความทรงจำที่ดี  อ่านแล้ว love.gif รู้สึกดีคะ  ทำให้ย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องราวที่ได้ฟังจากหญิงไทยที่เพิ่งได้รู้จักวันนี้  ว่าพี่สาวคนนี้มาแต่งงานกับหนุ่มเมืองปลาดิบ  โดยพบกันในช่วงผู้หญิงเดินทางมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นนี้ละคะ
พี่สาวเมืองคนเมืองเก่าเล่าให้ฟังว่า  ช่วงที่มาทำงานนี้มื้อกลางวันจะมีอาหารว่างเป็นขนมปังกับน้ำส้ม ซึ่งพี่เขาไม่ชอบทานและดื่ม  จะทิ้งก็เกรงว่าเผาผลาญทรัพยากรมากไป เลยนกไปให้หนุ่มต่างชาติเพื่อนร่วมงาน  นานวันเข้ากลายเป็นเสน่ห์ผูกใจให้หลงรักสาวไทยน้ำใจงาม  จนพี่สาวคนเมืองเก่าบินกลับเมืองไทย  หนุ่มคนนี้ก็เพียรจดหมายบ้าง  โทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอไม่ขาด  จนกระทั่งพี่สาวคนเมืองเก่าใจอ่อนยอมแต่งงาน ย้ายมาอยู่แดนปลาดิบด้วย  พี่สาวเล่าว่า  ก็มีปัญหาเรื่องภาษา  แต่ด้วยความรักที่มีให้กันก็ยินดีต่อสู้  นกทะเลก็เลยให้กำลังใจพี่เขาไปว่า พยายามนะคะ ภาษาญี่ปุ่นไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากจนเรียนรู้ไม่ได้  พี่เขาเพิ่งมาอยู่สองเดือนเอง  อีกหน่อยคงพูดได้แบบ Daijobu แปลเป็นไทยว่า ไม่ต้องห่วง  จริงๆ เราอยากพูดแบบคุณ Andrew Big ว่า ภาษา จุดจุดจุด นั่น ง่ายนิดเดียว  แต่ทำใจไม่ได้คะ  เราก็หวังว่าด้วยความรักข้ามน้ำข้ามทะเลคงช่วยให้พี่เขามีความสุขในแดนปลาดิบคะ inlove.gif
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard