Forum: ห้องนักเขียน
Topic: "แคมป์ปิ้งฅนธรรมดา"
started by: นกกะปูด

Posted by นกกะปูด on 09 Feb. 2003,14:34
เทศกาลวาเลนไทน์นี้  inlove.gif  inlove.gif
สมาชิกบ้านฅนธรรมดากลุ่มย่อยๆ
ได้นัดออกเดทไปแคมป์ปิ้งกันค่ะ
นกกะปูดตั้งกระทู้ไว้รอเลยนะคะ
อาจบางทีได้มีรูปสวยๆ และเรื่องราวสนุกๆ
กลับมาเล่าสู่กันฟังค่ะ...

คำเตือน : กระทู้นี้มิได้ตั้งขึ้นเพื่อตีตลาด "ฤษีเข้าป่า"
ของตาฤษีข้ามคลองนะคะ เหอๆๆ  smash.gif  smash.gif  smash.gif
Posted by Yaya on 16 Feb. 2003,05:03
blush.gif
....ตั้งกระทู้ไว้รอ...คุณนกกะปูดเข้าป่า ..พาพี่ฟองกับ พี่สข.1 ไปลำบากลำบน กันถึงไหน คะ..สนุก โหด มันส์ ฮา.. เหมือนคราพี่ฤษี ฯ เข้าป่าหรือปล่าว...คราวนี้เล่าเลย ค่ะรออ่าน ..เอาแบบพี่ฤษีฯ นะคะ ..วันแรก จนถึงวันกลับพร้อมภาพ(นู๊ด) ประกอบ..555... ย้ำ.. ภาพนู๊ด ..เท่านั้นนะ...แหะ แหะ หลายคนตั้งตารอ..เวบเหงาไปหลายวัน กลับมาต้องชดเชย นะคะ... ทั้ง 3 คนเลย พี่สข.1, พี่ฟอง และคุณนก...ผลัดกันเล่าก็ไม่ว่า...อ้าวววว...ใครรอฟัง  ยกมือขึ้นนนนน...... wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif
Posted by มะนาว on 16 Feb. 2003,12:01
กลับมาขอให้เหมือนเดินนะ น้องนก นะ ห้ามบ่น ห้าม มาบอกว่า

I'll never dance again. นะ นกกะปูด ตาแดง เลือดแห้ง ก็ตาย  beer2.gif.gif   flower.gif
Posted by นกกะปูด on 18 Feb. 2003,00:42
รายงานตัวจ้ะ ว่ากลับมาครบทุกอวัยวะ
ขอบคุณพี่มะนาวและน้องย๋าที่คิดถึงและเป็นห่วงกัน
และยังถามไถ่อยากฟังเรื่องราวต่างๆ ของเพื่อน  
อดใจรออีกนิดนะจ๊ะ... รูปภาพอัฟโหลดเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อคืน  
แต่เรื่องราวอยากให้พี่ฟองมาเล่าให้ฟังจ้ะ
เพราะเป็นการเที่ยวแบบแคมป์ปิ้งครั้งแรกของพี่ฟอง
ส่วนนก เคยเล่าไปแล้ว แต่จะมาแจมเป็นช่วงๆ นะจ๊ะ

ว่าแต่คนรอฟังมีสองคนแค่นี้เองเหยอ? ohman.gif
Posted by KiLiN on 18 Feb. 2003,00:57
ผมเพิ่งกลับจากวัดครับ เมื่อคืนดึกๆ
ไป 2 วันหนึ่งคืน  กำหนดการเดิม 3 วัน 2 คืน
เอาบุญมาฝากให้ทุกๆ คนครับ  ทั้งคนเล่าคนฟัง

แล้วก็มานั่งรอฟัง  เรื่องราว  แค้มป์ปิ้งครับ   clap.gif
Posted by fong on 18 Feb. 2003,01:23
มารายงานตัวจ้า ว่ากลับมาแล้ว
กลับมาเรียบร้อยดีทั้งตัวและหัวใจ
3วัน2คืน ที่มีโอกาสได้อยู่กับธรรมชาติ
ได้พบกับมิตรภาพอันสวยงามระหว่าง
เพื่อนร่วมทางทั้งสองคน
เป็นความสุขลึกๆที่คิดว่าในชีวิตคง
ไม่มีโอกาสได้พบบ่อยนัก
แล้วจะค่อยๆมาถ่ายทอดเรื่องราว
ประสบการณ์ที่ได้รับจากการท่องเที่ยว
แบบแคมป์ปิ้งครั้งแรกในชีิวิต
และความรู้สึกประทับใจกับมิตรภาพ
อันสวยงามที่เกิดขึ้นระหว่างเราทั้ง3คน
ให้เพื่อนๆฟังค่ะ
Posted by เอ๊ด on 18 Feb. 2003,02:06
แหม...ใจน้อยจังเลยคุณนก หัวก็ไม่ล้านสักเท่าไร !! รออ่านอยู่คร้าบ
เอาแบบทั้งเรื่องทั้งภาพ มาเลยนะครับ เห็นนกบอกว่าพี่ฟองสวย ไหน
ขอดูชัดๆหน่อยครับ ?
อ้อ..แล้วได้ทานข้าวหุงด้วยผ้าขาวม้าหรือเปล่า รสชาดเป็นไงครับ
Posted by มะนาว on 18 Feb. 2003,08:52
ดีแล้วทีไม่ได้ไป เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เห็นไหมกลับมากลายเป็นยายนกเลย
นก ไปทำอะไรมาหือ หรือว่าร้องเพลง
มาก แล้ว ตกลงจะได้ดูรูปไหม  beer2.gif.gif
Posted by Yaya on 18 Feb. 2003,12:10
รอฟังเรื่อง.. รอชมภาพอยู่แล้ว ค่ะ...แหมมม...ประทับใจ คำนี้ของพี่ฟอง ค่ะ..."เราทั้ง3คน"...นารัก และอบอุ่นดี...เหมือนมีมิตรภาพเพิ่ม ขึ้มา..เมื่อคราได้ลำบากร่วมกัน นะคะ... inlove.gif
Posted by Yaya on 19 Feb. 2003,12:16
cry3.gif.gif  cry3.gif.gif  cry3.gif.gif
อยากฟัง...อยากดู.. มะไหร่ จะเล่า...มะไหร่..จะโชว์...
cry3.gif.gif  cry3.gif.gif  cry3.gif.gif
Posted by fong on 19 Feb. 2003,23:05
พี่กำลังเขียนเล่าตอนแรกอยู่ค่ะยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี
ระหว่างนี้จะเอาภาพสวยๆมาให้ดูคั่นรายการก่อนละกันนะ
ภาพแรกเป็นภาพของพี่สข1 ถ่ายตอนเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ
แหมเสียดายจังที่ บันทึกเสียงเมาท์ออร์แกน มาให้ฟังด้วยไม่ได้
พี่สข1 เป่าได้หวานซึ้งมากเลยค่ะ
พี่นะ..ใจลอยเคลิ้มไปหาใครบางคนเลย อิอิอิ laugh1.gif


Posted by นกกะปูด on 20 Feb. 2003,00:57
เช้าวันนั้นเราตื่นกันแต่เช้ามืดมาต้มกาแฟ นั่งรอพระอาทิตย์มาเยือน พี่สข1 เป่าเพลงหลายเพลงค่ะ มีทั้งเพลงรัก เพลงไทย เพลงจีน และเพลงปฏิวัติ และนี่ก็เป็นอีกเพลงหนึ่งที่พี่สข1 เป่าได้ไพเราะทีเดียว...





ฝนหยาดสุดท้าย...หัวใจหวั่นไหวให้ตรม
ซ่อนรอยน้ำตาขื่นขม ร้าวระบมสุดที่จะฝืน
ถึงคราวจำพราก โศกช้ำ...กล้ำกลืน
ฉันนอนซบหมอนสะอื้น
ค่ำคืนผวาโศกศัลย์

ฝนหลั่งสั่งฟ้า...นิจจาจำร้างห่างกัน...
อย่าลืมรักเคยผูกพัน ทุกคืนวันอย่าลืมเสน่หา
ถึงกายจะห่าง แต่รัก...อย่าลา
เธอเคยสัญญาไว้ว่า
จะมาเมื่อฝน เยี่ยมเยือน

จง...หมั่นจำความหลังอย่าลืม
สองเรา เคยรักเคยปลื้ม
ด่ำดื่มจำไว้อย่าเลือน
คอย ฉันคอยจนฝนใหม่เยือน
หวั่นเกรงรักลวงลอยเลื่อน
เพื่อนใจอยู่ไหนไม่มา

ฝนหยาดสุดท้าย...เขาใยปล่อยฉันให้คอย
ส่งกระแสใจเลื่อนลอย
หลงรอคอย คอยร่ำเรียกหา
ฝนเอยอย่าด่วน สิ้นร้าง...สร่างซา
เพราะชื่นหัวใจของข้า
ไม่มาฝนจ๋า ข้าตรม...



Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 20 Feb. 2003,06:27
หวัดดีครับ      
    พี่ส.ข. คอมมิวนิสต์ใหญ่ ไปเที่ยวมาเป็นไงบ้างครับพี่ มันส์ป่าว
 รออ่านอยู่คร้าบบ  ดูดิกระทู้นี้่มาแรงกระทู้ผมวายไปเลย
    ท่่านั่งเป่าเม้าท์ออแกนด์ นี่มันแปลกๆนะพี่ ( ฮ่าๆๆ)
Posted by fong on 20 Feb. 2003,12:18
วันนี้...14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรัก เป็นวันแห่งความสุข
บรรยากาศของวันนี้คงทำให้คู่รักหลายๆคู่ หาโอกาสนัดพบกัน
และเตรียมตัวที่จะไปฉลองกันอย่างมีความสุข
แต่ฉันกำลังจะเดินทางออกจากกรุงเทพด้วยหัวใจที่เงียบเหงา
ฉันอดรู้สึกหวนระลึกถึงความสุขต่างๆ
ที่เพิ่งผ่านพ้นกลายเป็นอดีตไปเมื่อไม่นานมานี้
หัวใจฉันคงจะไม่หงอยเหงาขนาดนี้
ถ้าการเดินทางครั้งนี้มีเขาคนนั้นอยู่ด้วย
แต่ก็เป็นเพียงความคิดเพ้อฝันที่ไม่มีโอกาสเป็นไปได้......
ถึงแม้ภายในใจฉันจะรู้สึกหม่นหมอง แต่ฉันก็ไม่อยาก
ทำให้บรรยากาศในการไปเที่ยวครั้งนี้เสียไป
ฉันจึงคิดว่าควรจะเก็บซ่อนความรู้สึกนี้ไว้ก่อนชั่วคราว
และทำตัวให้รู้สึกเบิกบานกับการไปเที่ยวในครั้งนี้จะดีกว่า

บ่ายสองโมง พี่สข1 นก และฉัน ก็ได้พบกันที่จุดนัดพบของเรา
ที่จัสโก้ รัตนาธิเบศร์ ฉันอดตื่นเต้นไม่ได้กับการพบเจอครั้งนี้
เพราะเป็นการเจอกันแบบตัวจริงเป็นครั้งแรก
ฉันและนกอดรู้สึกไม่ได้ว่า
ทำไมเราเหมือนรู้จักกันมานาน ความรู้สึกที่มีต่อกัน
ไม่เหมือนเพิ่งจะได้รู้จักกันเป็นครั้งแรกเลย
มีความรัก ความอบอุ่น อยู่ในความรู้สึกระหว่างเราทั้งสอง
เหมือนเคยรู้จัก เคยผูกพันกันมาก่อน
ฉันรู้สึกยินดีและมีความสุขกับการได้พบกันครั้งนี้เหลือเกิน
สำหรับพี่สข1 ฉันเพิ่งได้รู้จักอย่างเป็นทางการกันในวันนี้เป็นครั้งแรก
หลังจากที่ทักทายกันเรียบร้อยแล้ว
ฉันก็เอาของที่เตรียมไปแคมป์ปิ้ง
ทั้งหมดใส่ท้ายรถของนก มีเตาแก๊ส ถุงนอน ผ้าพลาสติกรองนั่ง
ไฟตะเกียง แล้วก็เป้อีกหนึ่งใบ 
เราก็พร้อมที่จะออกเดินทาง
โดยพี่สข1 ขับรถนำหน้า ฉันและนกจะขับรถตามไป
พี่สข1 เลือกเส้นทางออกจากกรุงเทพทางสายวงแหวนรอบนอก
การจราจรติดขัดเป็นช่วงๆ ทำให้การเดินทางในช่วงนี้ล่าช้า
กว่ารถเราทั้งสองคันจะหลุดออกจาก
สภาพการจราจรในช่วงนี้ไปได้ ก็บ่ายมากแล้ว
พวกเราแวะพักเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟที่ปั้มน้ำมันระหว่างทาง
และแวะซื้อน้ำแข็งและเครื่องดื่ม

ประมาณห้าโมงกว่าเราก็มาถึงทางแยกที่จะเข้าสู่จุดหมายปลายทาง
มีป้ายปักที่ปากทางแยกว่า
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด - โป่งก้อนเส้า
จากทางแยกนี้เราจะต้องขับรถเข้าไปอีก 16 กม.
ฉันมองเห็นเมฆฝน มืดครึ้มอยู่บนท้องฟ้า
พอขับจากทางแยกเข้าไปได้ซักพัก
สายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
จนทำให้นกถึงกับรำพึงออกมาดังๆว่า
บรรยากาศช่างเหมือนกับที่มาครั้งก่อนเลย
เหมือนกับจะอยากให้ได้รำลึกถึงเหตุการณ์บางสิ่งบางอย่าง
ในอดีตเมื่อครั้งที่ได้มาเที่ยวที่นี่ครั้งแรก

ฉันนั่งนิ่งเงียบมองดูสายฝนที่กำลังเทลงมาไม่ขาดสาย
ในใจรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศของสายฝน
ทำให้หัวใจที่เหงาอยู่แล้วของฉันยิ่งเหงาหนักขึ้นไปอีก
ฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยยืดยาว...ฉันคงจะรู้สึกอบอุ่นกว่านี้...
ถ้าเพียงแต่เวลานี้มีใครคนนั้นอยู่ด้วย...ฉันกำลังจะเหงาอีกแล้ว
ฉันรีบสลัดความรู้สึกนี้ทิ้งไปทันทีแล้วหันกลับมาคุยกับนกต่อ...

เราขับตามกันมาเรื่อยๆจนมาสิ้นสุดทางราบ
เบื้องหน้าเราเป็นทางลาดชัน ถนนเต็มไปด้วยดินโคลน
มองขึ้นไปเห็นรถคันหนึ่งจอดสงบนิ่งอยู่ระหว่างทาง
ฉันและนกชั่งใจกันอยู่ซักพัก ก็ตัดสินใจค่อยๆเคลื่อนรถ
ขึ้นไปอย่างช้าๆ ตามทางลาดชัน รถพี่สข1 ขับตามมาห่างๆ
โดยที่เราต่างไม่รู้ตัวว่ากำลังจะต้องไปเจอกับเหตุการณ์ที่ตื่นเต้น
ที่รอเราอยู่เบื้องหน้า

เมื่อรถเราขึ้นมาได้ประมาณ 200 เมตร รถก็เริ่มเสียการควบคุม
ล้อรถก็เริ่มปัดไปปัดมา นกไม่สามารถควบคุมเส้นทางได้
จึงเบรกหยุดรถอยู่กลางเส้นทางนั้น
พี่สข1 ค่อยๆขับรถตามมาจนถึงใกล้ๆกับรถของเรา
แล้ววิ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหาเรา บอกว่าไปต่อไม่ได้แล้ว
อันตรายมาก ให้หาทางกลับรถลงไปข้างล่างก่อน
ฉันเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น กลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น
เพราะไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
ฉันหันกลับไปมองด้านล่าง หวาดกลัวว่ารถจะลื่นไถล
ตกลงไป ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในรถ
เรานั่งหวาดวิตกกันอยู่ในรถอีกซักพักแล้วจึงตัดสินใจ
ค่อยๆกลับรถอย่างช้าๆเพื่อจะหันทิศทางกลับลงมาสู่ข้างล่างให้ได้
ในที่สุดเราก็กลับลงมาถึงข้างล่างได้อย่างปลอดภัย
โดยมีรถอีกคันหนึ่งที่ขึ้นไปก่อนหน้าเราขับตามลงมาด้วย

หกโมงกว่าแล้ว ถนนมืดสนิท สายฝนก็ยังเทลงมาอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อเรากลับลงมาถึงเชิงเขาด้านล่าง
พวกเราวิ่งลงจากรถ ออกมายืนจับกลุ่มคุยกัน โดยมีเพื่อนใหม่อีกสองคน
ที่ขับรถตามเราลงมาด้วย เข้ามาทักทายทำความรู้จักกัน
ในใจฉันตอนนั้นอยากล้มเลิกแผนการเที่ยวแบบแคมป์ปิ้งครั้งนี้ซะให้ได้
รู้สึกอยากกลับบ้าน  แต่ดูท่าทางทั้งพี่สข1 และนกจะไม่ได้คิดเหมือนฉันเลย
ทั้งสองคนยังไม่มีทีท่าว่าจะอยากถอย ยังสนุกตื่นเต้นกับการเที่ยวครั้งนี้อยู่
พี่สข1บอกว่า ถ้าขึ้นไปไม่ได้ก็จะหาทางกางเต้นท์นอนกันอยู่แถวนั้น
ฉันหันมองไปรอบๆตัวตรงที่เรายืนจับกลุ่มกันอยู่
พื้นเต็มไปด้วยดินโคลนที่ไหลลงมาจากเส้นทางข้างบน และน้ำฝนที่ที่เจิ่งนอง
แล้วก็นึกค้านอยู่ในใจว่าจะนอนได้อย่างไร แต่ไม่กล้าปริปากพูดออกมา
ด้วยเกรงว่าจะทำให้คนอื่นๆมองว่าฉันไม่เอาไหน
ลำบากแค่นี้ก็ไม่สู้ซะแล้ว ฉันจึงได้แต่นิ่งเงียบ คิดว่าเอาไงเอากันล่ะ

ตรงที่เรายืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ว่าจะเอายังไงต่อไปดี
ก็ได้เจอกับเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นผู้ควบคุม
การก่อสร้างเส้นทางที่จะขึ้นไปที่ทำการศูนย์ นั้นอยู่
ด้วยความมีน้ำใจได้วิทยุติดต่อไปยังที่ทำการ
ให้จัดหารถ ลงมารับพวกเราขึ้นไป ซึ่งในคืนนั้น
ถ้าเราไม่ได้การรับช่วยเหลือในครั้งนี้
เราคงได้กางเต้นท์นอนกันที่ข้างล่างจริงๆ
พวกเราขอขอบคุณในความเอื้ออารีย์ของเจ้าหน้าที่คนนั้น
ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ประมาณทุ่มเศษๆพวกเราก็ช่วยกันขนของ
ไปถึงจุดที่จะกางเต้นท์นอนกันในคืนนั้น
พี่สข1 แยกไปกางเต้นท์ ฉันกับนกช่วยกันเตรียมอาหาร
ซักพัก ต้อมและหนู เพื่อนใหม่ของเราที่รู้จักกันเมื่อสักครู่
ก็ตามมาสบทบ โดยต้อมแยกไปช่วยพี่สข1 กางเต้นท์
หนู มาช่วยนก และฉันทำกับข้าว
มื้อเย็น ของค่ำวันนี้ เราเตรียมกันอย่างเต็มที่
เหมือนอย่างกับจะเลี้ยงฉลองความสำเร็จของเรา
นกแยกไปหุงข้าว ฉันหั่นเนื้อแดดเดียวที่เตรียมไปจากกรุงเทพ
หนูช่วยหั่นเครื่องเตรียมทำแกงป่า และยำปลากระป๋อง
พอหุงข้าวเสร็จ นกก็จัดแจงแสดงฝีมือปรุงแกงป่าอีก 1 หม้อ
อาหารมื้อแรกของพวกเราก็ผ่านพ้นไปอย่างเอร็ดอร่อยอิ่มท้องไปตามๆกัน

หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว
พวกเราก็มานั่งล้อมวงคุยกัน
อากาศสดชื่นเย็นสบายที่สุด
พลอยทำให้จิตใจของฉันรู้สึกรื่นรมย์ขึ้นมาบ้าง
พื้นสนามหญ้าที่อยู่ใต้ผ้าพลาสติกรองนั่ง
ยังชื้นๆแฉะๆด้วยน้ำฝนที่เพิ่งหยุดตกไปไม่นาน
นกคุยถึงวิธีการหุงข้าวที่เพิ่งแสดงฝีมือไปอย่างภาคภูมิใจ
นกเล่าว่าไปเอาน้ำจากในอ่างเก็บน้ำมาซาวข้าว
พอเล่าถึงตรงนี้ พี่สข1 ถึงกับหัวเราะก๊าก เพราะขำ
ก็น้ำในอ่างน่ะ สกปรกกว่าข้าวสารที่เอาออกมาจากถุงซะอีก
แล้วก็เต็มไปด้วยลูกอ๊อด
พี่สข1 บอกว่าสงสัยจะได้กินข้าวผสมโปรตีนเป็นลูกอ๊อดแน่เลย

จนเกือบห้าทุ่ม เพื่อนใหม่ทั้งสองก็ขอตัวแยกไปพักผ่อน
นก ฉัน และพี่สข1 ก็เลยชวนกันเดินไปพร้อมๆกัน ไปอาบน้ำ
ที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ไกลออกไป

เที่ยงคืนแล้วตอนที่เราอาบน้ำกลับมาถึงที่พัก
ตอนนี้จิตใจฉันเริ่มรู้สึกสดชื่นไปกับบรรยากาศที่ล้อมรอบตัวเราอยู่
พระจันทร์เต็มดวงเพราะอยู่ในช่วงข้างขึ้น 
ฉันล้มตัวลงนอนเล่นอยู่ใกล้ๆแถวนั้น
พี่สข1 กับนกนั่งดื่มและคุยกันอยู่ใกล้ๆ
เสียงคุยแทรกเข้ามาในห้วงคำนึงของฉันเป็นระยะๆ

ฉันกำลังตกอยู่ในภวังค์.....
อบอุ่น อ่อนหวานอยู่ในโลกของความฝันที่มีกันและกัน
ได้นอนหนุนตักเขาคนนั้น อยู่ภายใต้แสงจันทร์
เขาเหมือนความฝันที่งดงามสำหรับฉัน
อยากให้เขาได้รับรู้.... ว่าฉันกำลังฝันถึงเขาอยู่....
ความฝันที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น....
ฉันปล่อยใจให้โลดแล่นไปตามแรงปรารถนาที่ไม่อาจเป็นจริงได้
ไม่ว่าจะอย่างไร หัวใจฉันก็ยังคงรู้สึกดีกับเขาเสมอ

ฉันละออกจากภวังค์กลับมาสู่โลกแห่งความจริง
ด้วยเสียงเมาท์ออร์แกน ของพี่สข1
เสียงเพลงที่หวานซึ้ง เพลงแล้วเพลงเล่า
ที่พี่สข1 นำมาเป่า ทำให้ฉันรู้สึกเศร้าลึกๆในใจ
โดยเฉพาะเพลง ฝนหยาดสุดท้าย
ที่เกือบจะเรียกน้ำตาจากฉันด้วยความรู้สึกร้าวลึกในใจ

ภาพความจริงขณะนี้ ที่เราต้องไกลกัน
นำความรู้สึกอาวรณ์ให้ฉันเหลือเกิน...

คืนนั้นเราอยู่คุยกันจนถึงตีสามจึงได้แยกย้ายกันเข้านอน
ฉันหลับไปพร้อมกับคิดถึงบทกลอนแห่งความหลังบทหนึ่ง
ของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

  
  นุ่มนวลอยู่ในความคะนึง
คิดถึง...คิดถึงในทุกที่
ผูกพันด้วยรักและไยดี
ด้วยชีวิตทั้งชีวิต
   พร่ามัวอยู่ในความใสสด
ปรากฏอยู่ในการปกปิด
ห่างไกลอยู่ในความใกล้ชิด
เงียบสนิทอยู่ในการกู่ร้อง
   คือความรู้สึกที่แสนงาม
คือความลึกซึ้งแห่งเราสอง
อบอุ่นคุ้นเคยดั่งเคียงครอง
แตะต้องแต่น้อยแต่นิดน้อย
    ให้เธอทั้งหมดเท่าที่มี
เท่านี้ไม่ถึงแม้กึ่งก้อย
หมดคำหมดความจะร่ำร้อย
รูปรอยอารมณ์แห่งความรัก.  

    OOOOOOOOOO

Posted by Yaya on 20 Feb. 2003,12:44
โห... พี่ฟอง...สุดยอดเลย ค่ะ..อ่านแล้วอยากร้องไห้ .. cry2.gif
นิยายรักแค้มปิ้ง.. ของคุณนกว่าซึ้งแล้ว.. พี่ฟองเขียนตอนแรก เรียก น้ำตาย๋าเลย ค่ะ ...แถมได้อ่านกลอนโดนใจอีก..คืนนี้นอนร้องไห้ ..แหงๆ ..แหะ แหะ แบบว่า อินกับเรื่อง ค่ะ.. cry2.gif  winkthumb.gif  again.gif  again.gif  again.gif  again.gif  again.gif  again.gif
Posted by add on 20 Feb. 2003,21:52
โอ้โฮ...ตื่นเต้นจังเลย  นกขับรถเหรอ....หวาดเสียวมั้ยคนขับน่ะ  
ฟองเล่าเก่งนะ  น่าติดตาม   มีนักเขียนเก่งๆๆอีกคนแล้ว....... blush.gif

       แล้วคุณ สข.1 เป่าเพลง เสียงเพรียกจากมาตุภูมิมั่งอ่ะเปล่า
ม่านฟ้ายามค่ำ........ดั่งม่านสีดำม่านแห่งความร้าวระบม...........น่ะ
Posted by Yaya on 21 Feb. 2003,00:47
น้าแอ๊ด ขา...
  คุณนกขับรถ คนขับ คง ไม่น่ากลัว หรอกค่ะ... แต่พี่ฟอง ที่นั่งไปด้วยสิ.. เหอ เหอ ... เกือบหนีกลับบ้าน ..แล้วมั๊ยหละ คะ..พี่ฟอง..

พี่ สข.1 ไปกับ สาวๆ 2 คน คงเป็นบอดี้ การ์ด ที่สุดยอดนะคะ .. แต่เอได้ข่าว แว่ว .. จากกระปูดข่าว แถว นี้ ว่า .. ไป 3 คน .. พักเต๊นท์ เดียว นี่ นา.. โห...อึ๋ยสสสส... ic-12.gif

พี่ฟองขาเล่าต่อ ค่ะ...
พี่สข.1 ขา.. อย่าปล่อยให้สาวๆ เมาท์ อยู่ฝ่ายเดียวสิ คะ เดี๋ยวเรา เสียเปรียบน๊า...55555
แล้ว คุณนก ที่บอกว่ารอแซวอยู่ห่างๆ น่ะ .. เมื่อไหร่ จะมาแซว... หุ หุ.
Posted by นกกะปูด on 21 Feb. 2003,01:17
อืมมม แจ๋วๆๆๆ นกคาดไม่ผิดว่าพี่ฟองต้องเล่าเรื่องได้แจ๋วมาก เพราะดูท่าแล้วพี่ฟองเป็นคนที่มีคลังในใจขนาดใหญ่ ที่เก็บวัตถุดิบในการเขียนไว้เยอะทีเดียว.. 

สภาพทางก่อนขึ้นอ่างเก็บน้ำบนอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ด้วยเหตุที่มันเป็นถนนลูกรังบดไม่แน่น เมื่อฝนตกหนักมันจึงเละและลื่น ประกอบกับเป็นทางลาดชัน กำลังของรถมันจึงยอมแพ้เป๋ไปเป๋มาเหมือนคนเมาเอาซะดื้อๆ ช่วงเวลานั้นรู้สึกตกใจมาก ร้องเรียก "พี่ฟองๆ ช่วยที.. นกกลัวอ่ะ" เพราะรถมันเป็นฝ่ายบังคับเราซะแล้ว พวงมาลัยเบาหวิว ล้อลื่นไถลไปตามข้างทาง.. โอยยยย นึกแล้วยังเสียวเลยค่ะ นกไม่เคยขับรถในสภาพทางและสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน...




นี่เป็นภาพของต้อมและหนู.. ที่มาร่วมแจมกับพวกเรา นายต้อมมีมุขขำๆ มาเล่าให้ฟัง จนพวกเราต้องหัวเราะกันตัวงอ ส่วนหนูก็มาช่วยเป็นลูกมือแม่ครัวใหญ่อย่างนกกะปูดทำกับข้าวค่ะ
Posted by เอ๊ด on 21 Feb. 2003,02:06
โอโห ฝีมือในการเขียนแต่ละคนในบ้านเรานี่ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆครับ สรรหาจินตนาการกันมาจากไหนละครับนี่ นับถือจริง
Posted by สข1 on 21 Feb. 2003,03:41
ให้นักแค้มปิ้งสาวเขียนไปก่อน แล้วผมรอแจมทีหลังครับ
คุณฤษีครับ ผมเป็นคอมมูนิดเล็กครับเล็กมากด้วย ส่วนคุณนกแกถ่ายรูปคนเป่าเม้าท์เหมือนลิงนั่งบนโขดหินแนะ
จานย๋าครับ ผมให้สองคนเขานอนในเต๊น พอนอนไปได้สักพักก็มีเสียงเรือยนต์เทียบท่า พร้อมกับเสียงร้องโวยวายเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง
ส่วนเรื่องเพลงนะครับคุณแอ๊ด พอผมเป่าไปได้สักพักว่าจะเป่าเพลงปฏิวัติ เลยถามว่าใครรู้จักเพลงปฏิวัติอะไรบ้าง แต่เขาตอบว่าไม่รู้จักเลย ก็เลยไม่ได้เป่าเพลงม่านฟ้ายามค่ำ
Posted by สข1 on 22 Feb. 2003,08:49

Posted by สข1 on 22 Feb. 2003,08:52

Posted by สข1 on 22 Feb. 2003,09:00

Posted by นกกะปูด on 22 Feb. 2003,10:57
โอ้โห.. ภาพพระอาทิตย์สวยค่ะ พี่สข ไปแอบถ่ายตอนไหนคะเนี่ย ในกล้องนกไม่มีภาพสวยๆ แบบนี้เลยค่ะ ภาพที่สองสงสัยถ่ายตอนหนีไปเล่นน้ำคนเดียวแหง๋เลย ส่วนภาพที่สามรู้สึกว่าพี่จะประทับใจร่มสีน้ำเงิน มากกว่าสาวๆ ที่ร่วมเดินทางนะพี่..นะ  smash.gif
Posted by STUV on 22 Feb. 2003,11:54
เรื่องราวสนุก
รูปภาพประกอบก็สวย
เสียงเพลงจากอวัยวะปาก (Mouth Organ) ก็หวานซึ้ง
ฝนตกถนนลื่นก็น่าตื่นเต้น
อ่านแล้วสนุกซาบซึ้งเหมือนแอบๆ ไปด้วยเลย

ว่าแต่ว่า "แคมป์ปิ้ง" เนี่ย รสชาติเป็นอย่างไร
อร่อยสู้ "หมึกปิ้ง" กะ "หมูปิ้ง" ได้ป่ะ?
rasp.gif
Posted by สข1 on 23 Feb. 2003,01:02
ผมลองโพสท์รูปเป็นครั้งแรก รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน แต่รูปที่โพสท์ไม่ได้เรียงลำดับตามเหตุการณ์
รูปแรกพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าวันแรก ก่อนกินอาหารเช้า
รูปที่สองเป็นรูปที่อยู่ข้างน้ำตกชั้นแรกที่เราเดินไปถึง  รูปที่ถ่ายมาเป็นช่องทางน้ำไหล อยู่ข้างๆที่เรานั่งพักกัน คาดว่าถ้าฝนตก หรือหน้าน้ำ คงมีน้ำไหลเยอะ
ส่วนรูปที่สามกำลังเดินอยู่ในสวนป่าสักตอนเริ่มออกเดินทางหลังอาหารเช้าวันแรก รูปนี้เท่มากๆเลยครับ
Posted by add on 23 Feb. 2003,01:32
Stuv หายไปนาน ยังกวนเหมือนเดิมนะ  คิกๆๆๆ  แค้มปิ้งน่ะ
คงอร่อยละมั้ง...

       ภาพสวยๆภาพเท่  ดูแทนการบรรยาย.......ชอบภาพพระอาทิตย์ขึ้นกับลำธารน้ำ  นึกถึงธารน้ำในป่าเลย
Posted by นกกะปูด on 23 Feb. 2003,02:03
ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่โตจ๋าาาาาาา
ถ้าแคมป์ถูกปิ้ง ก็ได้กินนกกะปูดตัวดำๆ ปิ้งหล่ะงานนี้  เอิ๊กๆๆๆ

พี่ฟอง.. เรื่องเล่าไปถึงไหนแล้วคะ จบวันที่สองหรือยัง?
นกอยากอ่านค่ะ ชอบสำนวนซึ้งๆ เศร้าๆ จังเลยอ่ะ inlove.gif
again.gif  again.gif  again.gif  again.gif  again.gif
Posted by นกกะปูด on 23 Feb. 2003,02:49
อ้อ..พี่สข1 คะ ภาพที่สาม ที่นกเดินกางร่มมีนายต้อมประกบหลังหน่ะ มันเท่ห์ตรงที่เดินกางร่มใช่ป่ะพี่? แต่ภาพมันออกมาอ้วนๆ ดำๆ ยังไงพิกลเนอะ แหม.. พอนกควักร่มออกมากาง พี่ก็หัวเราะคิกคักๆๆ โธ่.. คนเดินป่าก็กลัวผิวเสียหน่ะพี่ 

เอาภาพมาอวดค่ะ พออาบน้ำเสร็จใส่ชุดนี้ (กินเบียร์ช้างแต่เช้าเลยแฮะ) พี่สข1 ก็แซวว่าพวกอีตาอิสรชนมาแย้ววว เหอๆๆ ก็นกใส่เสื้อของยูนิเซฟ พวก Save Children เพิ่งซื้อมายังไม่ได้ซักเลยค่ะ เผอิญก่อนไปเที่ยว นกได้ไปเยี่ยมผู้ใหญ่ที่กระทรวงยุติธรรม ก็เลยซื้อเสื้อมาตัวละ 170 บาทค่ะ สวยป่ะ?

   



ภาพข้างล่างนี่เป็นกระท่อมของเราค่ะ น้องย๋าถามว่านอนกี่เต็นท์ นกตอบว่าไปสามคนนอน 1 เต็นท์ ยัยย๋าร้องจ๊ากกกกก เลยอ่ะ แต่ยังตอบไม่หมดจ้ะ พี่สข1 นอนเปลใต้ต้นไม้สองต้นนั่นแหละ ส่วนพี่ฟองก็ชอบไกวเปลจ้ะ เหอๆๆ... พี่สข1 แกแซวว่า "คุณๆ ผมโตแล้วคร๊าบบบบ ไม่ต้องแกว่งหรอก ผมกลัวว่าเปลมันจะขาดหน่ะ" เอิ๊กๆๆๆ ถ้าตกลงมาโดนขวดโซดาข้างล่างหล่ะก้อ ไม่ต้องเย็บเลยนะพี่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า


Posted by เอ๊ด on 23 Feb. 2003,03:18
นี่ถ้าทุกคนมีปืนในมือกันแล้วละก็ ผมว่าบรรยากาศจะเหมือนกับกำลังจะไปรบเลยนะเนี่ย ท่าทางแต่ละคนดูเหมือนทหารอาชีพเลยอ่ะ
ไหนละครับรูปพี่ฟอง จะดูเหมือนนักรบบ้างไหม
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 23 Feb. 2003,04:25
ก๊ากกกๆๆๆ  คุณนกกาปูด ผมเห็นทีแรก ( รูปยังโหลดไม่หมด) นึกว่ามีเด็กผู้ชายวัยรุ่นที่ไหนมาเที่ยวด้วยเนี่ย พอโหลดหมดถึงได้รู้ว่าเป็นยัยนกนี่เอง แหม! เก็บผมไว้ใต้หมวกแล้วเหมือนทอมบอยเลยนะ
  พี่ฟองครับ ดูท่าพี่ฟองชอบเลี้ยงลูกนะครับ มีำไกวเปลด้วย ไปไกวได้ไงพี่ พี่ส.ข.ตัวเบ้อเร่อขนาดนั้น ฮ่าๆๆๆ ic-12.gif
  แล้วไปเที่ยวพี่ไหนบ้างหละเนี่ย เล่ามาให้หมดเลยนะ
  แหม!  เห็นดวงอาทิตย์ตรงอ่างเก็บน้ำแล้ว อยากไปด้วยจัง คิดถึงตอนที่ไปคราวที่แล้วเลย ตอนเช้ามีหมอกลงด้วยสวยจัง
  ขอรูปที่ฟองไกวเปลดูหน่อยดิครับ ic-12.gif
Posted by นกกะปูด on 23 Feb. 2003,05:49
เอิ๊กๆๆๆ พี่ฤษีจ๊ะ นกอุตส่าห์ทำภาพให้เล็กแล้วนะ เผื่อจะดูเป็นผู้หญิงหวานแหว๋วกะเขามั่ง นี่ถ้าโพสท์ภาพใหญ่จะเหมือนทอมกว่านี้อีกนะ (แต่ลบไฟล์ไปแล้วอ่ะ ) เรื่องไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เดี๋ยวพี่ฟองคงเข้ามาเล่าให้ฟังจ้ะ แต่บรรยากาศยามเช้านี่มันเวิร์คสุดๆ เลยหล่ะ คราวที่แล้วรู้สึกว่าเราจะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นนี่นา.. เพราะฝนมันตกทั้งวัน เมฆหมอกมันก็เยอะด้วยเนอะ บรรยากาศมันก็ดีไปอีกแบบหน่ะ

เอาภาพลูกชายพี่ฟองมาให้ดูค่ะ โตเร็วจังแฮะ เอิ๊กๆๆๆ ลองนึกภาพเอาเองละกัน พี่ฟองนั่งตรงโขดหินข้างเปลนั่นแหละ พี่สข1 ก็นอนดิ้นไปดิ้นมา.. ฮ่า ฮ่า สงสัยจะหิวเหล้ามั๊ง..


Posted by fong on 23 Feb. 2003,06:06
เอารูปมาอวดค่ะ....คุณฤษีจะได้มองเห็นภาพคนไกวเปลชัดๆหน่อย
อ้อ...คุณเอ๊ดคะ ภาพพี่ดูยังไงๆก็คงไม่เหมือนนักรบเนอะ


Posted by นกกะปูด on 24 Feb. 2003,01:06
นี่ๆๆ ดูอาหารค่ำวันนั้นซะก่อน ดินเนอร์วาเลนไทน์ใต้แสงดาวเดือน มียำปลากระป๋อง, เนื้อแดดเดียวทอด, ที่เห็นในหม้อหน่ะฝีมือนกกะปูดค่ะ "แกงป่าเนื้อแดดเดียว" นะคะ จำแบบอย่างการปรุงมาจากพี่ตุ๋ยเมื่อคราวไปเที่ยวป่าครั้งที่แล้วค่ะ มื้อเช้าก่อนไปเที่ยวป่า ยังเก็บไว้อุ่นกินกันเลยค่ะ



ส่วนการหุงข้าวด้วยหม้อสแตนเลสและเตาแก๊ส นี่ไม่เคยหุงเลยค่ะ ตอนแรกก็ชั่งใจอยู่นานกลัวเพื่อนร่วมทางจะอดกินข้าวมื้อเย็น แต่เอาน่า.. ลองดูซักหม้อละกัน ว่าแล้วก็เทข้าวสารใส่หม้อ เดินลงไปซาวข้าวที่อ่างเก็บน้ำ (ประหยัดน้ำค่ะ เพราะหิ้วขึ้นมาแค่ 6 ขวด) พอซาวข้าวเสร็จก็เอาน้ำสะอาดล้างอีกที แล้วก็เติมน้ำไปมั่วๆ ค่ะ (รับสารภาพแต่โดยดีว่าฟลุ๊คค่ะ) แต่ข้าวก็สุกและสวยดีนะคะ (ดูในจานซะก่อน เหอๆ) ไม่แฉะไม่ดิบด้วยหล่ะ แต่ก้นหม้อมันดำๆ แฮะ ไม่รู้เป็นยังไง.. สงสัยหม้อไม่ดีเนอะพี่สข 1 ฮ่า ฮ่า
Posted by add on 24 Feb. 2003,01:27
โอ้โฮ....ดินเนอร์หรูจัง  อย่างนี้ต้องขนเครื่องครัว  หม้อ  เตาไปเองเหรอ.....สุดยอดๆๆ   ขนตะเกียงไปอีกด้วย.......
Posted by KiLiN on 24 Feb. 2003,01:38
โอ้โหห......นี่ขนไปทุกอย่างเลยแฮ่ะ กระทะ หม้อ ชาม ไห กาละมัง โอ่ง เห้อๆๆๆๆๆ มองหาๆๆๆๆ อยู่ไหนหว่า 

อ้อ...เห็นข้างหลังคุณฟอง ลังโฟม...บรรจุยอดข้าวแหง๋ๆๆ laugh1.gif
Posted by นกกะปูด on 24 Feb. 2003,01:43
ใช่ค่ะน้าแอ๊ด เราเตรียมกันไปทั้งอาหารสดและอาหารกระป๋องค่ะ รวมทั้งอุปกรณ์ด้วยค่ะ โดยเฉพาะน้ำสีเหลืองนี่นกเอาไปสองขวดค่ะ..หลงพี่ 555 พอกินข้าวเสร็จ ต้อมกับหนูก็ขอตัวไปนอน ส่วนเราสามคนก็ย้ายทำเลไปนั่งดื่มชมเดือนข้างเต็นท์ค่ะ

อุ๊บบบบ!!! เก็บตกมาฝากค่ะ ภาพนี้ต้องขยายยยยย เอิ๊กๆๆๆ



กะปูดข่าวขอตัวไปไดร์ฟก่อนนะคะ (ตัวใครตัวมัน อิอิ) พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวไปอันดามันคลับที่ระนอง คงกลับมาวันพฤหัสหรือศุกร์ค่ะ พี่ฟองกับพี่สข1 เล่าเรื่องต่อนะคะ บายยยย ค่ะ... icon_bye.gif
Posted by KiLiN on 24 Feb. 2003,02:07
โห......สุดยอด ฉ็อตเด็ด
ไม่ใช่คนน่ะ ไม้คาน ไว้หาม เอิ้กกกกกกกก  couch.gif
Posted by เอ๊ด on 25 Feb. 2003,23:01
พี่ฟองมาเล่าต่อสิครับ หายไปเลยอ่ะ เร็วๆเลย
Posted by สข1 on 26 Feb. 2003,09:00

Posted by add on 27 Feb. 2003,21:48
โอ้โฮ....ต้นอะไรคะ คุณ สข.1 

    ที่เห็นสีชมพูนั่นดอกมันหรือว่าเถาต้นอื่นเลื้อยมาพันต้นไม้แห้งล่ะคะ....  ดูสวยดีจังเลย..... 

    มีอะไรสวยๆเอามาให้ดูอีกนะ รอฟังเรื่องต่อด้วยค่ะ

        again.gif
Posted by สข1 on 27 Feb. 2003,23:14
ต้นไม้ยืนตายแห้งครับคุณแอ๊ด อยู่ข้างน้ำตกที่เรานั่งพักกัน ส่วนที่เห็นเป็นสีชมพู คงเป็นพวกเถาวัลย์ไม้เลื้อยอะไรประเภทนั้น การที่เห็นเป็นสีชมพูเกิดจากการให้แสงให้ Imageในรูปครับ
Posted by เอ๊ด on 02 Mar. 2003,06:28
(((พี่ฟองครับ)))
มาโม้ต่อสิครับ หายจ๊อยเลย  again.gif
นึกถึงเสียงหัวเราะของพี่ ทีไร ฮาทุกทีเลย
Posted by fong on 02 Mar. 2003,15:21
มาแล้วๆๆๆ ค่ะ แหมเรียกซะดังเชียว ขอบคุณมากๆค่ะ
ที่สนใจตามอ่านอยู่ ดีใจจัง
และต้องขอโทษด้วยค่ะ พอดีงานยุ่งๆเลยแวบหายไป
คืนนี้พอดีอยู่ดึกเลยเร่งเขียนจนจบตอนเอามาลงได้
แต่รู้สึกจะเขียนแบบเร่งรีบไปหน่อยนะ ถ้าอ่านแล้วไม่ค่อยลื่นไหล
ก็ขออภัยด้วยละกันค่ะ

.........................................................

แคมป์ปิ้ง..วันที่สอง

คืนนั้นฉันนอนไม่หลับ เป็นไปดังที่คาดไว้จริงๆ
ฉันนอนพลิกตัวไปมา เพิ่งจะรู้สึกเคลิ้มๆไปบ้างเล็กน้อย
ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงสะบัดผ้าไปมา
โดยปกติฉันเป็นคนที่กลัวผีอยู่ค่อนข้างมาก
ก็คิดดูสิ ขนาดตอไม้ ที่อยู่ข้างๆเต้นท์
ทั้งๆที่รู้อยู่แท้ๆ ว่าเป็นตอไม้ ฉันก็ยังมองเห็น
เป็นเหมือนหัวคนอยู่ข้างบน แล้วก็มีลำตัวต่อยาวลงมาได้เลย
กลัวก็กลัวแต่ก็ไม่วายแอบมองลอดเต้นท์ไปที่ตอไม้นั้น หลายครั้งหลายหน
ด้วยเพราะกลัวมันจะกลายเป็นผีแล้ววิ่งเข้ามาหาฉันในเต้นท์ได้จริงๆ
เสียงสะบัดผ้าที่ฉันได้ยิน ฉันก็จินตนาการเป็นเสียงกระพือปีกของผีกระหัง
ฉันคิดกลัวทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่น่าจะเป็นจริงได้ แต่ก็ยังอดคิดแบบกลัวๆไม่ได้
คิดๆแล้วก็รู้สึกขำตัวเองจัง ที่กลัวอะไรเป็นเด็กๆแบบนั้น

ฉันฟังเสียงสะบัดผ้าอยู่ซักพัก จึงตัดสินใจส่งเสียงเรียกพี่สข
พี่คะ...พี่คะ....เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับมา
เอ..ฉันเรียกเบาไปรึป่าวนะ พี่เค้าคงไม่ได้ยิน 
เอ..หรือจะเป็นผีจริงๆรึป่าวน้อ...
ฉันเริ่มรู้สึกขนลุก นึกกลัวขึ้นมาอีก ลังเลอยู่ซักพัก
หยิบไฟฉายมาส่องดูเวลา ตีห้าพอดี
ฉันรู้สึกตาสว่าง ไม่อยากนอนต่อแล้ว
แต่ก็ยังกลัวๆเสียงสะบัดผ้าอยู่ ด้วยเพราะนึกสงสัยว่า
พี่เค้าจะสะบัดผ้าทำไม แต่คราวนี้ฉันไม่ส่งเสียงเรียกอย่างเดียว
ฉันตัดสินใจลุกออกจากเต้นท์มาถามด้วย ว่าเป็นอะไรรึป่าว
พี่สข ตอบว่า ต้องสะบัดไล่ยุง ฉันเลยถึงบางอ้อ
แล้วก็นึกกังวลว่า พี่สข คงจะไม่ได้นอนเลย เพราะยุงมารบกวนทั้งคืน
พี่สข บอกว่าเพิ่งมาเยอะได้ซักพักนี่เอง
ตอนเข้านอนยังไม่เยอะขนาดนี้
ยาที่ทากันยุงเอาไม่อยู่ ยุงไม่กลัวเลย
ฉันเลยกลับเข้าไปในเต้นท์ ไปค้นเอาน้ำมันตะไคร้หอมที่เตรียมไปด้วย
มาให้พี่สข ลองใช้ดู พี่สขก็เอามาทาที่แขนขา
แล้วก็ทาที่ผ้าเปลด้วย ปรากฏว่าได้ผล กลิ่นตะไคร้ค่อนข้างฉุนแรง
ยุงเลยไม่มารบกวนอีก พี่สข นอนเล่นต่ออยู่ในเปล
พร้อมกับ เป่าเมาท์ออร์แกน ไปด้วย
แล้วเสียงทำนองหวานเศร้าๆของเพลง ฝนหยาดสุดท้าย
ก็ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งอย่างแผ่วเบา....
ฉันไม่รู้ว่าพี่เค้าคิดอะไรอยู่หรือเปล่าที่เลือกเป่าเพลงนี้
หรือจะเป็นเพลงแห่งความหลังของพี่หรือเปล่านะ
ฉันคิดสงสัยอยู่ในใจ....
ตอนนั้นนกตื่นแล้ว กำลังเตรียมต้มน้ำเพื่อจะชงกาแฟ
ทำไข่ลวก แล้วก็ทำข้าวต้มหนำเลี้ยบสำเร็จรูปที่เตรียมไป


อากาศตอนเช้าค่อนข้างเย็น เสื้อผ้าที่เราใส่นอนเป็น
เสื้อยืดแขนยาว และกางเกงขายาว
แต่ที่ออกจะสะดุดตาพี่สข1 ก็คือชุดที่นกใส่เดินออกมาจากเต้นท์นั้น
เป็นสีชมพูหวานแหวว น่ารักมาก ฉันคิดว่า พี่สข1 จะเอ่ยปากชม
แต่กลับตรงกันข้าม พี่สข1 เอ่ยปากเรียกนกว่า
"มัจจุราชสีชมพู"
ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า หมายความว่าอย่างไร
พี่สข1 จึงอธิบายความหมายว่า คือผู้หญิงที่สวยอ่อนหวาน
แต่จิตใจไม่มีความปรานีให้กับใครๆเลย 
ฉันคิดค้านอยู่ในใจ ว่าอย่างนกน่ะเหรอ ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว
พี่สข1 ตั้งใจพูดเล่นๆเย้าแหย่ให้สนุกสนานกัน
แต่สำหรับฉัน.... ในขณะนั้น ฉันกลับรู้สึกร้าวรอน
ด้วยใจฉันดิ่งลึกไปถึงใครบางคน
ที่ฉันคิดว่ามีบางส่วนใกล้เคียงกับความหมายของคำคำนี้มากกว่า
ฉันเลยถามว่า แล้วถ้าเป็นผู้ชายที่เป็นแบบนี้ล่ะ
จะเรียกว่าอย่างไร พี่สข1 ตอบว่า
"มัจจุราชสีน้ำผึ้ง"
แต่คิดไปจริงๆแล้วคำว่า มัจจุราช ก็ไม่เหมาะกับเขาซะเท่าไหร่
เพราะใจของเขานั้นทั้งโอนอ่อน และแข็งกร้าว ในเวลาเดียวกัน
ผสมผสานอยู่ในความเป็นเขา บางสิ่งบางอย่างจึงขัดแย้งไปมา
ในระหว่างความแข็งกร้าวที่ดูเหมือนไม่มีความปรานี กับความโอนอ่อน
ซึ่งลึกๆแล้วฉันรู้ว่า เนื้อใจจริงๆของเขาใสสะอาดเกินกว่าจะเปรียบเปรย
ฉันหวนคำนึงถึงถ้อยคำอุ่นหวาน ความอบอุ่น อ่อนโยน
ทุกท่าทีที่เขาเคยมีให้ ด้วยความโหยหา...

สายแล้ว หลังจากเรากินอาหารมื้อเช้ากันอย่างง่ายๆเสร็จเรียบร้อย
จากข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ พวกเราทั้งหมด 5 คน จึงตัดสินใจว่าจะเดิน
ไปเที่ยวยังน้ำตกเจ็ดคตเหนือ และเจ็ดคตใต้ ซึ่งมีระยะทาง
ห่างจากจุดที่เราพักประมาณ 2 กม.
พวกเราวางแผนกันว่าจะไปกินมื้อกลางวันกันแถวๆน้ำตก
พี่สข จึงจัดเตรียมอุปกรณ์และอาหารสองสามอย่างเพื่อจะไปทำกันที่นั่น
แต่เมื่อเราไปถึงบริเวณน้ำตกเจ็ดคตเหนือ เนื่องจากไม่ใช่ช่วงหน้าน้ำ
สภาพน้ำตกจึงมีเพียงสายน้ำเล็กๆให้เราได้ชมกัน
จากน้ำตกเจ็ดคตเหนือ เราป่ายปีนตามโขดหินไปได้อีกซักระยะหนึ่ง
ก็หยุดนั่งพักเพื่อจะกินอาหารกลางวันกัน แต่ก็ยังไม่มีใครรู้สึกหิว
และก็ตัดสินใจกันว่าจะไม่เดินต่อไปยังน้ำตกเจ็ดคตใต้ เพราะคิดว่า
สภาพน้ำตกตอนนี้ คงจะมีน้ำน้อย
คล้ายๆกับน้ำตกเจ็ดคตเหนือที่เราเพิ่งผ่านมา
ระหว่างที่เรานั่งพักกันอยู่นั้น พี่สข1 ก็แอบแวบไปเล่นน้ำคนเดียว
ในแอ่งน้ำที่อยู่ห่างออกไปอีกเล็กน้อย หน้าตาสดชื่นกลับมาเลย
พวกเราเดินกลับมาถึงที่พักประมาณบ่ายสองกว่าๆ ด้วยความหิวโซ
เพราะยังไม่มีใครได้กินข้าวกลางวันกันซ ักคน
ฉันรีบกุลีกุจอ ต้มน้ำเพื่อจะทำอาหารง่ายๆ พวกมาม่า
เพื่อให้มิตรใหม่ของเราคือ ต้อมและหนู ซึ่งดูท่าทางจะหิวโซกว่าใครๆ
เพราะมื้อเช้าก็กินไปนิดเดียวหรืออาจจะไม่ได้กินเลย
หลังจากอิ่มท้อง ต้อมและหนู นั่งคุยต่อกับพวกเราอีกซักพัก
ก็ขอตัวลากลับไปยังที่พักเพื่อเตรียมเก็บของเดินทางกลับกรุงเทพ
ก่อนจากกัน พวกเราต่างก็รู้สึกถึงมิตรภาพที่เกิดขึ้น
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่เราได้มีโอกาสอยู่ร่วมกัน
เราต่างคิดว่าเมื่อกลับมาถึงกรุงเทพ คงจะมีโอกาสได้ติดต่อกันอีกต่อไป....

เป็นเวลา 4 โมงเย็น เมื่อเรา 3 คน นั่งคุยกันว่าจะเอาไงต่อดี
จะอยู่พักอีกคืนหนึ่งตามที่ตั้งใจไว้ หรือจะกลับกรุงเทพเลย
ต่างก็ลังเลใจด้วยเหตุผลต่างๆกัน
นกหันมาถามฉันว่า เอาไงดี ให้ฉันเป็นคนตัดสินใจละกัน
ฉันสองจิตสองใจ ใจหนึ่งอยากกลับ เพราะรู้สึกเบื่อๆ
แต่อีกใจก็ไม่อยากกลับ เพราะยังรู้สึกเสียดายช่วงเวลาดีดี
ที่มีโอกาสอยู่กับเพื่อนใหม่ทั้ง 2 และเนื่องจากจุดที่เรากางเต้นท์
สภาพเป็นภูเขา อุปกรณ์สื่อสารใดใดจึงไม่สามารถใช้งานได้
ฉันเลยรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่ไม่ต้องมีภาระกิจประจำๆ
มารบกวนให้ยุ่งยากใจ เป็นช่วงเวลาสงบๆที่ได้พักผ่อนจิตใจอย่างเต็มที่จริงๆ
ในที่สุดฉันจึงตัดสินใจอยู่ต่อ เพราะไหนๆก็เคลียร์งานสำหรับ
การหยุดพัก 3 วันแล้ว เมื่อตัดสินใจอยู่ต่อ
พี่สข1 กับนก และฉัน จึงชวนกันขับรถลงมาซื้อ
น้ำแข็งและเครื่องดื่มเพิ่มอีก
อาหารเย็นวันนี้ พวกเรากินกันอย่างง่ายๆ เป็นพวกอาหารกระป๋องที่เตรียมไป
สำหรับข้าวมื้อนี้ พี่สข1 เป็นคนแสดงฝีมือ ซึ่งถึงแม้จะมีบางส่วนดิบไปบ้าง
แต่ก็ถือว่าหุงได้ยอดเยี่ยมที่สุดในจำนวนพวกเราทั้ง 3 คน
ตกช่วงเย็นวันนี้ มีคณะนักท่องเที่ยวมากางเต้นท์อยู่ใกล้ๆเรา
เต็มไปหมด ฉันกับนก ก็เลยชวนกันไปอาบน้ำที่ห้องน้ำของที่ทำการ

คืนนั้น เรา 3 คนนอนคุยเล่นกัน บนเสื่อพลาสติก
นกที่ตั้งใจจะดื่มอีก ก็ดื่มไปได้นิดเดียว ก็เหมือนจะหลับเคลิ้มๆอยู่
ข้างๆฉัน ตรงที่เรานอนเล่นกัน ปล่อยให้ฉันพูดคุยถกประเด็นต่างๆ
กับพี่สข1 ไปเรื่อยๆ จนถึงประมาณเที่ยงคืน เราก็ต่างแยกย้ายกันเข้านอน
ก่อนหลับไป ฉันรู้สึกดีใจที่ตัดสินใจอยู่ต่อไม่กลับกรุงเทพไปซะก่อน
เพราะเรื่องราวที่เราคุยกันนั้น ฉันรู้สึกมีคุณค่ามาก
มีหลายประเด็นที่พี่สข ให้แง่คิดเป็นปรัชญาได้ลึกซึ้งกินใจฉัน
และเป็นมุมมองใหม่สำหรับฉันเลยทีเดียว

         OOOOOOOOOO

Posted by fong on 02 Mar. 2003,16:16
มีรูปมาอวดด้วยค่ะ เป็นรูปที่ถ่ายตรงจุดที่เรานั่งพักกัน
เพื่อจะกินข้าวกลางวันค่ะ


Posted by นกกะปูด on 03 Mar. 2003,11:15
เอิ๊กกๆๆๆ พี่ฟองนอนไม่หลับ เพราะกลัวพี่สข1 จะแปลงร่างเป็นผีกระหังสะบัดปีกนี่เอง ฮ่า ฮ่า ว่าแต่ว่า นู๋ไม่ใช่มัจจุราชนะค๊าาาาา crying1.gif  crying1.gif  crying1.gif  crying1.gif  crying1.gif


เอาภาพน้ำตกมาฝากค่ะ


ต้อม.. ภาพนี้เท่ห์จังแฮะ


ภาพนี้นู๋ตั้งชื่อว่า "นายต้อม..ตอนเบื่อโลก" ค่ะ


พี่ฟองขา.. นั่งเหม่อคิดถึงใครค๊า?
Posted by ราษฎร on 05 Mar. 2003,06:08
เพิ่งจะมีเวลามาเยี่ยมเยียน ไม่ยักรู้ว่ามีกิจกรรมดีๆอย่างนี้ด้วย ไปตั้งแคมป์อย่างนี้น่าตื่นเต้นดีครับ ประสบการณ์ดีๆอย่างนี้น่าจดจำยิ่งนัก ว่าแต่โป่งก้อนเส้านี่อยู่จังหวัดไหนกันครับ แล้วไอ้น้ำมันหอมตะไคร้เนี่ย ทำยังไงกันครับคุณฟอง ผมจะได้เลิกซื้อ ก.ย.๑๕ ซะที กลิ่นมันแรงหรือเปล่าครับ แต่แรงยังไงก็คงสู้กลิ่นตัวผมไม่ได้หรอก ยุงตัวไหนมากัดหน่ะมันกลับไปตายทุกตัวถึงแม้ไม่ใช้ก.ย.๑๕ก็เถอะ laugh1.gif laugh1.gif
Posted by เอ๊ด on 05 Mar. 2003,06:36
ผมว่าพี่ฟองคงไม่ได้นั่งเหม่อ หรอกครับ สังเกตุจากการนั่งที่ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงไปบนก้อนหินอ่ะนะ
มันเป็นเรื่องของ สังขาร อะไรทำนองนี้มากกว่าครับ เอิ๊กๆๆ  rasp.gif
Posted by fong on 05 Mar. 2003,10:14
โอยยย จะเป็นลม เฮ้ออออ หมู่นี้มีแต่คนแซวเรื่องสังขารแฮะ
ท่าจะแย่แล้วเรา คุณนก เร้วววว มาช่วยพี่หน่อย cry3.gif.gif
Posted by fong on 05 Mar. 2003,10:32
โป่งก้อนเส้า อยู่ จังหวัดสระบุรี ใกล้ๆแค่นี้เองค่ะ
น้ำมันตะไคร้หอม (Citronella Oil) เป็นน้ำมันหอม (Essential Oil)
ชนิดหนึ่งค่ะ คุณราษฏร ซึ่งถึงจะเรียกน้ำมัน
แต่ลักษณะน้ำมันนี้ไม่ได้เป็นมันหรือทิ้งคราบมันอย่างน้ำมันทั่วไปนะคะ
มีกรรมวิธีการสกัดหลายวิธี เช่นการกลั่น การสกัดด้วยแอลกอฮอล์ การคั้นด้วยแรงและการสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เหลว เป็นต้น
ครั้งหนึ่งๆ ต้องใช้ดอกไม้ หรือใบไม้จำนวนมากเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำมันไม่กี่หยด ทำให้หัวน้ำมันหอมมีความเข้มข้นสูง

กลิ่นของน้ำมันหอมนี้ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ๆค่ะ

1.กลิ่นส้ม ให้ความรู้สึกสดชื่นและสะอาด ได้จากพืชในตระกูลส้ม

2.กลิ่นเครื่องเทศ ให้ความรู้สึกหนัก หวาน และลึก ได้จากเครื่องเทศต่างๆ เช่น อบเชย กานพลู

3.กลิ่นดอกไม้ ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน นุ่มนวล ได้จากดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ เช่น กุหลาบ มะลิ พิกุล แก้ว

4.กลิ่นป่า ให้ความรู้สึกแห้งและเบาสบาย ได้จากน้ำมันจากเนื้อไม้ต่างๆ เช่น น้ำมันสน

5.กลิ่นสมุนไพร เป็นกลิ่นของเมนทอล และกลิ่นสีเขียวของใบไม้ ได้จากน้ำมันโหระพา กระเพรา สะระแหน่ ตะไคร้

ในแต่ละกลิ่นจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป สำหรับกลิ่นตะไคร้จะมีคุณสมบัติใช้ทาผิวเพื่อกันยุงได้ สำหรับที่ดิฉันมีใช้อยู่นี่ เป็นของอาจร์ย ที่ ม.เกษตรค่ะดิฉันค่อนข้างชอบกลิ่นหอมของตะไคร้ หอมสดชื่นดีค่ะ แต่บางคนก็บอกว่าหอมแบบฉุนๆนะแล้วแต่คนชอบมั้ง
อ้อ  ดิฉันเดาว่ากลิ่นตะไคร้น่าจะเอากลิ่นตัวคุณอยู่นะ อิอิอิ ลองใช้ดูสิ laugh1.gif
Posted by Yaya on 05 Mar. 2003,23:18
แหะ แหะ ... แต่ที่แน่ๆ นะคะ .. อยากเห็นมัจจุราช สีชมพูจัง ค่ะพี่ฟอง...มีรูปป่ะ มัจจุราช สีชมพู อ่ะ...
แล้วพี่ฟองขา เรื่องสังขาร น่ะเป็นเรื่องที่คุณเอ๊ด เขาพิจารณาเป็นประจำเลย คิดว่า คนอื่นคงพิจารณาเหมือนตัวเองบ้าง หละมั๊ง... จริงป่ะ คุณเอ๊ด ... เหอ เหอ ...
คุณราษฎร ค่ะ กลิ่นตะไคร้หอม.. น่ะหอมสดชื่นดีจริงๆ และเขายังสกัดเป็นเทียนหอม ธูป หอมกลิ่น ตะไคร้หอมด้วย... อื้มม หอมไม่หอมถามพี่มะนาวอีกคนก็รู้ ใช้มาแล้ว รึป่าวพี่มะนาว... icon_bye.gif  winkthumb.gif
Posted by ราษฎร on 05 Mar. 2003,23:19
ขอบคุณ คุณฟองครับสำหรับข้อมูลน้ำมันหอม ถ้ามันเอากลิ่นตัวผมอยู่ละก็คนอื่นๆคงเลิกซื้อน้ำหอมฝรั่งกันแน่ทีนี้
เล่าต่อครับ เล่าต่อ
Posted by นกกะปูด on 05 Mar. 2003,23:22
สวัสดีค่ะคุณราษฎร
แหม.. หายไปนานเลยนะคะ น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปเที่ยวแคมป์ปิ้งด้วยกัน สนุกมากค่ะ ที่อุทยานแห่งชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า อยู่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เลี้ยวขวาตรงถนนมิตรภาพ ไปประมาณ 18 กิโลเมตร แล้วก็ยูเทริน์กลับรถเข้าถนนลาดยางไปอีกแป๊ปปปปเดียว  แทบไม่น่าเชื่อว่าอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่นี้เอง แต่กลับมีจุดกางเต็นท์ และน้ำตกกับป่าสวยๆ ให้ชมกัน

น้ำมันตะไคร้ของพี่ฟอง นกว่ามันเหม็นค่ะ คงไม่ได้ใช้กันยุงอย่างเดียว แต่ใช้กันคนเข้าใกล้ๆ ด้วยค่ะ เหอๆๆ อ้อ.. คุณเอ๊ดคะ แซวพี่ฟองอย่างงี้ สงสัยว่าเอาน้ำมันตะไคร้ของพี่ฟองไปทาปากตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ เอิ๊กๆๆๆ เห็นพี่ฟองอวบๆ อย่างงี้หน่ะ กอดแล้วอุ่นนา..
Posted by fong on 07 Mar. 2003,09:53
น้องย๋าคะ พี่หารูปมัจจุราชสีชมพู มาให้ดูไม่ได้
แต่เอาหลักฐานมาแสดงค่ะว่าแคมป์ปิ้งครั้งนี้เรามี
"มัจจุราชสีชมพู" จริงๆค่ะ
สังเกตุดูดีดีนะคะ ที่เห็นอยู่แวบๆตรงมุมขวานั่นแหละจ้า




แคมป์ปิ้ง....วันสุดท้าย

เช้าวันนี้ ฉันตื่นนอนพร้อมกับรู้สึกใจหายนิดๆ
รู้สึกเหมือนเวลาที่จะต้องจากกันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
ฉันอยากรู้ว่า พี่สข1 กับนก จะรู้สึกเหมือนฉันบ้างมั้ยนะ
ที่ไม่อยากให้ถึงเวลานี้เลย
แล้วฉันก็ได้คำตอบที่ฉันอยากรู้
แต่ไม่ใช่จากปากของทั้งสองคนหรอกนะ
แต่เป็นจากการกระทำของพวกเราทั้งสามคนต่างหาก
ที่ต่างคนก็ต่างนั่งคุยเล่นกัน จนไม่สนใจเวลาที่ผ่านไป
กระเซ้าเย้าแหย่กันด้วยเรื่องต่างๆอย่างสนุกสนาน
โดยไม่มีใครเอ่ยปากขึ้นมาเลยว่าจะกลับหรือยัง
ทั้งๆที่เมื่อคืนตอนจะเข้านอน ฉันและนกยังพูดกันอยู่ว่า
ตื่นเช้ามาก็จะเก็บเต็นท์เตรียมตัวกลับบ้านกันแต่เช้าเลย
ตอนนั้นฉันก็ยังตั้งใจว่า เช้านี้ฉันจะแค่ล้างหน้าแปรงฟัน
แล้วก็จะกลับไปอาบน้ำทีเดียวเลยที่บ้าน
แต่ปรากฏว่า เราก็ยังนั่งคุยกันต่อไปเรื่อยๆ
ตั้งแต่ตื่นนอนจนสายๆ อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว
นกเห็นบริเวณใกล้เคียงไม่ค่อยมีคนแล้ว
เลยชวนฉันลงไปอาบน้ำกันที่อ่างเก็บน้ำ
ฉันอิดๆออดๆ เพราะรู้สึกขัดเขิน
นกเลยเดินไปคนเดียว ลับหายไปแถวๆบริเวณอ่างเก็บน้ำ
ซักพักก็เดินหน้าตายิ้มแย้มกลับมา พร้อมกับเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มโชก
พี่สข และฉัน อดยิ้มกันไม่ได้ที่เห็นนกแอบไปเล่นน้ำแบบเด็กๆ
ฉันเห็นนกเล่นน้ำแล้วก็นึกสนุกอยากจะทำบ้าง
อยากจะลงไปแช่น้ำให้เย็นสบาย แต่ก็ได้แค่ จดๆจ้องๆ อยู่ริมน้ำ
ไม่กล้าลงไปจริงๆ ได้แต่วักเอาน้ำมาลูบตามใบหน้า
และลำคอ แล้วก็เดินกลับมา
เตรียมเสื้อผ้าไปอาบที่ห้องน้ำอย่างเดิม
อาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จแล้ว พวกเราก็กลับมานั่งคุยกันต่ออีก
จนกระทั่งถึงเวลาข้าวกลางวัน
ต้องนับว่า อาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยที่สุด ของพวกเราเลยก็ว่าได้
เพราะนกเสนอขึ้นมาว่า ให้เรากินข้าวจากหม้อเดียวกันเถอะ
พวกเราทั้งสามก็ตกลงเห็นด้วย ว่าจะกินข้าวที่เหลืออยู่ก้นหม้อ จากเย็นเมื่อวาน
โดยไม่ต้องตักแบ่งใส่จาน แต่จะตักกินจากในหม้อใบเดียวกันนี้เลย
สลับกันตักข้าวคนละคำแล้วก็มองหน้ากันไปมา
ฉันรู้สึกว่ามิตรภาพที่งอกงามขึ้นระหว่างเรา 3 คน
ช่างเป็นความทรงจำที่ควรค่าแก่การบันทึกจดจำไว้ในใจเป็นที่สุด
ฉันรู้สึกประทับใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ห้วงเวลานี้
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 วันที่พวกเรา
ได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน
ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะก่อให้เกิดความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ได้
ฉันไม่อยากให้ผ่านเวลาช่วงนี้ไปเลยจริงๆ
พวกเราต่างอ้อยอิ่งกับอาหารมื้อนั้น
ด้วยความรู้สึกที่คล้ายๆกัน

หลังจากที่พวกเรากินอาหารกลางวันกันเสร็จแล้ว
ฉันก็คิดว่าเดี๋ยวจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง
เอ่ยปากชวนให้เก็บของกลับบ้านกันแน่ๆ
แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากเสนอขึ้นมา
พวกเราต่างนั่งดื่ม นั่งคุยกันต่อไปอีก
อย่างไม่รู้สึกเบื่อ เรานั่งคุยกันอย่างสบายอารมณ์
จนกระทั่งถึงเวลาบ่าย 4 โมงเย็นแล้ว
พี่สข1 เห็นว่าคงจะต้องถึงเวลาเก็บของกลับกันจริงๆซะทีแล้ว
ก็เลยพูดชวนขึ้นมา พวกเราต่างก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
ฉันเก็บของไปก็รู้สึกใจหายนิดๆ เวลาส่วนตัวของฉัน
กำลังจะหมดแล้ว อีกซักพัก เมื่อเราเดินทางออกจากที่นี่
เราก็คงต้องอำลาจากกันไป
........เก็บภาพ คืนฝัน ในวันหนาว
กับแสงดาว พราวตา เวลาค่ำ
เก็บบทเพลง เรียงร้อย ถ้อยลำนำ
ไว้แทนคำ อำลา คราจากกัน........

ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกรา
ฉันเข้าใจสัจธรรมในข้อนี้เป็นอย่างดี
ฉันจะขอจดจำช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไว้ตลอดไป


         OOOOOOOOOOOOOOO

Posted by มะนาว on 11 Mar. 2003,12:49
เยี่ยมยอดจริงๆ รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปตามคำชวนของ นู๋ นกกะปูด เอาไว้เที่ยวหน้าคงมีโอกาส thumbsup.gif  thumbsup.gif  thumbsup.gif  rose.gif  clap.gif
Posted by นกกะปูด on 23 Aug. 2003,15:19
สายหมอกตะวันตก..พะเนินทุ่ง



หากเอ่ยถึงเขื่อนแก่งกระจาน หรืออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลายคนคงจะรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี หลายคนอาจจะติดใจในความหวานอันเลื่องชื่อของน้ำตาลสด หรือขนมหวานแม่ทั้งหลาย (สารพัดแม่) แต่ที่เด็ดสุดๆ ต้อง "แม่บุญล้น"

แต่สำหรับครั้งนี้เราจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เราเองกำลังจะไปสัมผัส ซึ่งต้องขอย้ำว่าสำหรับใครที่เป็นคนไม่ค่อยมีเวลา แต่อยากดื่มด่ำกับความงดงามของขุนเขา และ สายหมอกแล้วละก็ ที่นี่ให้มากกว่าที่คุณรู้จักแน่นอน ระยะทางจากกรุงเทพ - แก่งกระจาน ไม่ไกลเกินไปเพียงแค่ 200 กว่ากิโลเมตรท่านก็จะพบกับความตื่นเต้นและท้าทายกับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายว่าท่านยังมีไฟอยู่หรือเปล่า .... ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯ นัก

ยอดพะเนินทุ่ง คือเป้าหมายในการเดินทางของเราในครั้งนี้ ซึ่งข้อมูลที่มีอยู่บอกพวกเราว่า เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยสูง 1,207 เมตรจากระดับน้ำทะเล

นี่เป็นข้อมูลบางส่วนที่นกกะปูดได้เก็บตามเว็บมาฝาก แต่ในวันที่ 29-30 นี้ พวกเรานำทีมโดยพี่มะนาวขาใหญ่เมืองเพชรและทิดโสเพชรฆาตปิ้งนก ที่พลาดโอกาสจากอุทยานเจ็ดคตในคราวที่แล้ว ขอพาพวกเราไปแก้ตัว ตามติดด้วยหัวหน้าแก๊งจากกทม. พี่สข1 กับพวก (เอิ๊กๆๆ เหมือนเป็นจำเลยเนอะ) รวมด้วยพี่ฟองและนกกะปูด จะไปลุยพะเนินทุ่งค่ะ แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังค่ะ.. (ถ้าไม่เมาซะก่อน) เอิ๊กๆๆๆ ใครอยากไปด้วยยกมือขึ้นเร้วววว wavey.gif wavey.gif wavey.gif
Posted by มะนาว on 24 Aug. 2003,10:11
ไม่มีข้อมูลหรอก แต่ที่ไปมาเป็นอย่างนี้ ไม่รู้เลยว่าเป็นยังไง วันจันทร์จะ update ข้อมูลจ๊ะ


Posted by นกกะปูด on 24 Aug. 2003,23:46
ตกลงเอาตามที่คุยกันนะคะพี่มะนาว คือพี่สอบถามข้อมูลจากอุทยานฯ ว่าขึ้นได้ประมาณกี่โมง แล้วเราโทรนัดพบกันที่เมืองเพชรฯ ส่วนสัมภาระที่ทุกคนต้องเตรียมมีดังนี้..

พี่มะนาวเตรียม เตาแก๊ส และอุปกรณ์ทำอาหารค่ะ เช่น หม้อ กะทะ และขอเต็นท์ 1 หลัง กีตาร์ 1 ตัว ค่ะ

พี่ฟองเตรียมเหล้า (อันนี้พี่ฟองเสนอว่าซื้อให้ 1 โหล จะเอาไปอาบเหรอพี่ เอิ๊กๆๆ) เสื่อพลาสติกอันเก่า ตะเกียง ด้วยนะพี่

พี่สข1 เตรียมยาดองสูตรประธานเหมาฯ ยกทัพเดินทางไกล (สรรพคุณเดินทางได้ 1 แสนลี้) ดีเหมือนกัน จะได้ลุยถึงยอดพะเนินทุ่งกันค่ะ

นกกะปูดเตรียมอาหารกระป๋อง อาหารสด ข้าวสาร กาแฟ ชาม ช้อน แก้ว ส่วนน้ำแข็งโซดา เราไปหาซื้อที่ตัวเมืองเพชรนะคะ

อ้อ.. ใครมีกระติกน้ำแข็งใบใหญ่ หรือลังโฟม เอาไปเผื่อด้วยเด้ออออออ
Posted by add on 27 Aug. 2003,23:46
ขอให้สนุกๆๆกันนะคะ  คูณ สข1 ต้องรับผิดชอบหากเมากันเกินขนาดจะปีนเขาไม่ไหว  เหอๆๆ   แล้วอย่าลืมเป่าเมาท์ออร์แกนกล่อมน้องๆนะคะ

          สงสัยของกินเพียบ เพราะคุณมะนาวเจ้าของพื้นที่  อยากกินขนมๆ.. laugh1.gif
Posted by เต่าเค็ม on 28 Aug. 2003,05:37
หน้าใหม่อยากไปด้วยคนจะได้ไหมครับ และมีกติกาอย่างไรบ้าง กระทันหันไปหน่อยหรือเปล่าก็ไม่รู้ แฮ่ แฮ่

เพิ่งเสร็จจากลุยงานหามรุ่งหามค่ำวันนี้เอง นั่งหน้าคอมพ์ไม่ได้ออกจากห้อง (คอนโด) ไปไหน 1 สัปดาห์เต็ม จนเกือบลืมไปว่าแล้วลิฟท์อยู่ตรงไหน

อ้อ... ผมมีกระติกน้ำแข็งค่อนข้างใหญ่ กับคอทองแดง 1 คอ ครับ
Posted by มะนาว on 28 Aug. 2003,06:34
พี่ แอ๊ดครับมาเที่ยวเมืองเพชรบ้างนะครับรับรองขนมเพียบ ว่างๆเชิญมาเที่ยวนะครับ เมื่อวันที่ 17ส.ค.  ไปตราดอีกครั้งแต่ไม่มีเวลาไปแวะที่พี่ ไปนอนชายทะเลเจอพายุพอดี ต้องหาที่หลบฝน ขากลับเลยไม่ได้แวะเอาไว้โอกาสหน้านะครับ จะเอาขนมไปฝาก

นก ตามที่ตกลงก็ ออกเดินทางเร็วนิดหนึ่งเพราะมีข้อจำกัดว่า ค่านจะปิดตอนหกโมงเย็น แต่บริเวณ กางเต๊นท์จะอยู่ระหว่างทางที่จะไปพะเนินทุ่ง ซึ่งสดวก มีห้องน้ำบริการ เช้าขับรถขึ้นไปได้จ๊ะ ส่วนเรื่องเดินก็มี แต่เอาไว้คุยรายละเอียดที่แค๊มป์นะ

พี่ สข1. เที่ยวนี้คงได้กินยาดองสูตร ประธานเหมานะ พี่ เห็นนก คุยเหลือเกินว่าเยี่ยมไม่รู้เคยลองหรือปล่าว

คุณฟอง เที่ยวนี้ได้ลุยสมใจแน่ ไม่ต้องเอาร่มไปก็ได้นะ เดี๋ยวจะไม่ได้บรรยากาศ นะจ๊ะ

ว่างๆก็ดูข้อมูลนี่ไปก่อนนะ

< อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน >

ทะเลตรงอ่าวจันทร์(หาดช่อ)เกือบถึงแหลมศอกวันนั้นเจอพายูต้องเก็บเต๊นท์จากชายทะเลหนีน้ำขึ้นมาอาศัยระเบียงบ้านชาวเล นอนเปียกกันหมด ข้างหน้าเป็นเกาะช้างก่อนวันที่ฝกตกและน้ำท่วมเมืองจันทน์


Posted by add on 28 Aug. 2003,21:50
คุณมะนาวคะ เมื่อก่อนน่ะพี่ไปเมืองเพชรบ่อยมาก มีเพื่อนสนิทอยู่เมืองเพชร  ช่วงสองสามปีมานี้ก็ไปบ่อยค่ะ ไปพระนครคีรีนี่หลายครั้งเลย แล้วก็ไปชะอำ ไปที่ คุณวิลิต  หลายหนเลยค่ะ

     วันหลังถ้ามีโอกาสจะแวะไปอีกค่ะ

     ฝากบอกชาวนาแสนสวย (ที่อยู่คนเดียว) ที่มีที่นาอยู่ข้างนาคุณวิลิตด้วยว่าคิดถึงค่ะ ( คนที่ชอบร้องเพลงแล้วก็ปลูกมะเขือด้วยน่ะ คิกๆๆๆ) 

     ขอให้เที่ยวให้สนุกทุกๆๆคน แล้ววันหลังมีโอกาสคงจะได้เจอกันค่ะ  blush.gif
Posted by นกกะปูด on 28 Aug. 2003,23:07
เย้ๆๆๆๆๆ ดีใจจังเลยค่ะ ที่จะมีเพื่อนร่วมเดินทางอีก 1 ท่าน
ขอต้อนรับคุณลุงเต่าเค็มด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยค่ะ อยากให้ไปด้วยกันมากกกกค่ะ นกจะดูแลคุณลุงเองค่ะ ถ้าปีนเขาไม่ไหว นกก็จะอุ้มค่ะ คิกๆๆๆ

จุดนัดพบของพวกเราคือ ห้างจัสโก้ สาขารัตนาธิเบศร์ (เวลา 13.30 น.) บริเวณลานจอดรถหน้าธนาคารกสิกรไทยค่ะ พี่ฟองกับนกกะปูดจะไม่ขับรถไปเองค่ะ แต่ขออาศัยเกาะล้อไปกับพี่สข1 กับพวกค่ะ ตอนนี้ล้อยังว่างอีกสองล้อค่ะ คุณลุงเต่าเค็มจะเกาะล้อไหนก็จับจองได้ตามสะดวกนะคะ

ส่วนกระติกน้ำแข็งคุณลุงไม่ต้องเอาไปแล้วนะคะ พี่มะนาวบอกว่ามีกระติกใบใหญ่ สามารถบรรจุอาหารสด น้ำแข็ง-โซดา ได้เพียบเลยค่ะ คุณลุงเต่าเค็มเตรียมตัวกับหัวใจและพยายามบริหารคอให้แข็งแรงไว้นะคะ คิกๆๆ งานนี้มียาดองสูตรประธานเหมาฯ กินแล้วแข็ง แรงไม่มี โรคภัยเบียดเบียน คิกๆๆๆ เว้นวรรคผิดอ่ะป่าวเนี่ยย เหอๆๆ

แล้วเจอกันนะคะคุณลุงเต่าเค็ม ถ้ามองหานกกะปูดไม่เจอ ก็สังเกตุคนที่สวยที่สุดอ่ะค่ะ เอิ๊กๆๆๆ เย้ๆๆๆๆ ดีใจๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะได้มีเพื่อนใหม่อีกท่าน สรุปว่านกกะปูดจะรอคุณลุงเต่าเค็มที่จุดนัดพบนะคะ

พรุ่งนี้เดินทางแย้ววววว ใครจะไปอีกยกมือขึ้นเร้ววววว wavey.gif wavey.gif
Posted by เต่าเค็ม on 29 Aug. 2003,01:04
ผมมี < แบม-แบม > ด้วย คงต้องเอาไปฝาก pet s้้hop ซะแล้วซี มันติดผมมาก ปกติไปไหนใส่รถไปด้วยกัน แบมเดินทางสักหมื่นกิโลได้มั้ง เคยเอาไปฝากครั้งหนึ่งเพราะมีความจำเป็นเอาไปไม่ได้ หมอบอกว่าเห่าไม่ยอมเลิก ไม่รู้เที่ยวนี้หมอจะยอมรับหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฮ่า ฮ่า ป๋าหนีเที่ยว (นานๆ ที) อีกแล้ว แบมเอ๊ย ! ! !

ตกลงไป 29 กลับ 30 แม่นบ่คับ ?
Posted by นกกะปูด on 29 Aug. 2003,02:07
เย้ๆๆๆ ป๋าเต่าเค็มหนีเจ้าแบมแบมไปเที่ยว คิกๆๆๆ
เราไปพักคืนวันศกร์-เสาร์ ที่ 29-30 ค่ะ
กลับวันอาทิตย์ที่ 31 ตอนสายๆ ค่ะ

ไปให้ได้นะคะ คุณลุงเต่าเค็ม
แล้วเรากลับมาโม้ให้น้าแอ๊ดฟังกันนะคะ rasp.gif

อ้อ.. ถ้าหมอไม่รับฝาก ก็เอาเจ้าแบม-แบม ไปด้วยก็ได้ค่ะ เผื่อกับแกล้มเราหมดกลางทาง
นกกะปูดก็เล็งๆ จะเอาน่องเจ้าแบมไปย่างค่ะ อึ๋ยยยยย น้ำยายยยย ไหยยยยย  winkthumb.gif
Posted by เอ๊ด on 29 Aug. 2003,08:11
ขอให้หนุกๆๆ ทุกคนนะครับ เดินทางไป-กลับโดยสวัสดิภาพครับ
อย่างลืมเอารูปมาโพสต์เยอะๆนะ อยากเห็นพี่ฟองเวอร์ชั่นแก่งกระจานหน่ะครับว่าจะสวยกว่าเดิมปล่าว เอิ๊กๆๆ
Posted by นกกะปูด on 29 Aug. 2003,12:57


อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

"พะเนินทุ่ง" อยากไป ใจแทบขาด
หาโอกาส วาดฝัน กันดีไหม
ไปเป็นเพื่อน คู่คิด มิตรคู่ใจ
ชมนกไพร เมฆหมอก ดอกไม้งาม..

แม้เขาสูง ป่าชัฏ สกัดกั้น
จะฝ่าฟัน อุ้มเธอไป ใส่บ่าหาม
แม้ต้องม้วย มอดมลาย ตายก็ตาม
แค่อยากถาม ว่าใจเธอ เพ้อถึงใคร? 
 



Posted by เต่าเค็ม on 29 Aug. 2003,22:44
ถ้านกจะอุ้มจะหามเต่าอย่างที่เคยว่า
เต่ารับรองจะเพ้อถึงนกตลอดเวลาที่เกาะอยู่
ลงมาแล้วก็อีกเรื่อง ค่อยถามใหม่ก็ด้าย
Posted by เต่าเค็ม on 01 Sep. 2003,07:13
เพิ่งกลับจากเขาพะเนินทุ่งถึงบ้านเดี๋ยวนี้เอง ก็เลยเอาน้ำจิ้มมาแหย่ๆ เล่นดูก่อน แล้วจะค่อยๆ ผลัดกันมาบรรยายก็แล้วกัน


Posted by เต่าเค็ม on 01 Sep. 2003,07:14

Posted by เต่าเค็ม on 01 Sep. 2003,07:15

Posted by เต่าเค็ม on 01 Sep. 2003,07:16

Posted by เต่าเค็ม on 01 Sep. 2003,07:17

Posted by นกกะปูด on 01 Sep. 2003,10:59
โอยยย เดี้ยงค่ะ ปวดแข้งปวดขาไปโม๊ดดดด อืมม รู้สึกว่าคุณลุงเต่ายังโพสท์ภาพไม่ครบทีมนะคะ นกกะปูดเอามาเสริมให้ครบค่ะ ทั้งหมด 7 คน กับอีก 1 ตัว ค่ะ ที่จริงงานนี้เจ้าแบมแบม ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น น.ส. อภิสิทธิ์ ค่ะ เพราะเป็นสุนัขตัวแรกที่ได้ขึ้นอุทยานฯ โดยความอนุเคราะห์จากพี่มะนาวขาใหญ่เมืองเพชร คิกๆๆๆ เอ.. รึว่าจะหลอกให้เจ้าแบมกลายเป็นเหยื่อเสือดำ ic-12.gif

ก่อนจะเข้าเรื่องราวและบรรยากาศที่ประทับใจ ขอแนะนำตัวสมาชิก ทีมขี้เมาปีนเขา ค่ะ


เจ้าแบม-แบม กับป๋า


พี่มะนาว พี่ป้อม ลุงเต่าเค็ม ค่ะ


พี่สข1 นกกะปูด พี่ฟอง


คิกๆๆ ภาพนี้ต้องขยาย พี่ทิดโสหวานใจ กับ นกกะปูด ค่ะ ขอบอกก่อนนา.. เพลงที่เล่นกีตาร์หน่ะ "ลิงทะโมน" พี่มะนาวอัดวีดีโอภาพและเสียงเอาไว้ด้วยค่ะ นี่ถ้าน้าหมูพงษ์เทพมาฟัง ต้องคิดว่า "ใครเอาเทปตูมาเปิดฟ่ะ"
Posted by add on 01 Sep. 2003,23:08
โอ้โฮ..ดีจังเลย ที่ลุงเต่าเอาแบมๆไปด้วย......

     ภาพสวยๆทั้งนั้นเลย นกกะปูดหวานแหววเชียว น้องฟองสดชื่น แล้วก็หนุ่มๆทั้งหลาย เอิ๊กกกกๆๆๆ 

     แหมอยากฟังคุณทิดโสร้องเพลงมั่งจัง  ต้องให้คุณทิดโสมาช่วยเขียนเล่าด้วยนะ (เพราะเค้าเขียนเรื่องเก่งค่ะ) ไม่เชื่อลองเข้าไปอ่านดูค่ะ < ทิดโส >

     เอาละค่ะ มานั่งฟังเรื่องแล้ว คุณ มะนาว สข1 นกกะปูด น้องฟอง ทิดโส  ลุงเต่า มาเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ.......


      again.gif again.gif again.gif
Posted by KiLiN on 02 Sep. 2003,03:45
โห..มีศิลปินไปด้วย  อิอิ
ว่าแต่ศิลปินหญิง เสื้อเหลือง ผมยาวเป็นลอน
นี่ประจำผับไหนอ้ะ เหอๆๆๆๆ  laugh1.gif
Posted by มะนาว on 02 Sep. 2003,04:34
กลับถึงบ้านแล้วยังไม่มีโอกาสเขียนอะไรเลยเอารูปมาฝากให้ลุงเต่าเค็มก่อนก็แล้วกันนะ

Posted by เต่าเค็ม on 02 Sep. 2003,07:18


ตอนนี้ยังเขียนไม่ออกครับ
Posted by นกกะปูด on 02 Sep. 2003,10:42
คิกๆๆ นกกะปูดบรรยายเรื่องประกอบภาพค่ะ ภาพข้างบนที่ลุงเต่าโพสท์เป็นภาพของพี่สข1 ตอนกางเต็นท์บนยอดเขาพะเนินทุ่ง และก็กำลังตัดไม้ทำลายป่าไผ่ คิกๆๆ เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเพราะกลิ่นเจ้าแบม-แบม จะล่อเสือดำให้เข้ามานอนกับพวกเราในเต็นท์ค่ะ แล้วไม้ท่อนนี้พี่สข1 ก็เอากลับกรุงเทพฯ เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวที่บ้านด้วยค่ะ ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่สข1 เป็นยังไงมั่งคะพี่.. น่วมทั้งตัวหรือยัง เอิ๊กๆๆๆ



หลงพี่คะ ศิลปินสาวเสื้อเหลืองคนนี้ไม่ได้อยู่ประจำผับไหนหรอกค่ะ ไม่ต้องตามไปฟังเพลงหร๊อกก เอิ๊กๆๆ แหม.. พี่ฟองหน่ะเอาแต่ดื่มน้ำเปล่า นู๋ผสมค๊อกเทลให้ 1 แก้ว พี่ฟองบอกว่าอร่อยดีค่ะ คิกๆๆ เลยร้องเพลงไม่ออก งานนี้ก็เลยอดฟัง "มัจจุราชสีน้ำผึ้ง" เอิ๊กๆๆ อ้อ.. ภาพนี้เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิค วีดีโอ ค่ะ



ภาพนี้พี่มะนาวกับนกกะปูดตาแดงตัวจริงมีขนสีน้ำตาล คืออย่างงี้นะคะ ตอนกลางคืนนู๋บอกกับพี่ทิดโสและพี่มะนาวว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นนกกะปูดตัวจริงๆ เลยค่ะ พอตอนเช้าพี่ทิดโสกับพี่มะนาวก็เอามาฝาก สุดท้ายไปอยู่ในจานกลายเป็นผัดเผ็ดฝีมือพี่ฟอง นี่ถ้าพี่โตSTUV มาด้วยหล่ะก้อ ร้องไห้ตาบวมแหง๋ๆ อ้อ.. งานนี้พี่สข1 ได้ฟันนกกะปูดด้วยค่ะ เหอๆๆๆ (พี่มะนาวเอาภาพพี่สข1 ฟันนกกะปูดมาโพสท์หน่อยค่ะ เอิ๊กๆๆ)
Posted by นกกะปูด on 03 Sep. 2003,00:28
การไปเที่ยวแคมป์ปิ้งครั้งนี้ เกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของฉันเอง ก่อนหน้านี้ได้นัดกับพี่ฟองและพี่มะนาวไว้ก่อนแล้ว ว่าจะไปในวันที่ 15-16 สค. แต่ฉันไม่ได้นัดพี่สข1 เพราะคิดว่าอย่างไรเสีย พี่เค้าต้องไม่ปฏิเสธแน่นอน เหตุผลเพราะ "ป่า" คือส่วนหนึ่งในชีวิตของพี่สข ฉันคิดว่าในชีวิตของเขาต้องเสียอะไรไปหลายอย่างเพราะหลงเข้าป่า ในขณะเดียวกันสิ่งได้มามันจะคุ้มกับที่เสียไปหรือไม่?... ฉันไม่รู้หรอก ว่าพี่สข1 คิดอย่างไร?... ฉันรู้แต่ว่า ฉันคิดเอาเองอย่างนั้น

พี่สข1 พยายามเคลียร์งาน แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธว่าไม่ว่างในวันที่ 15-16 แต่ก็ไม่อยากให้การเดินทางครั้งนี้ต้องล้มเลิกเพราะเหตุผลส่วนตัวของเขาคนเดียว จึงบอกกับฉันว่า "ให้ไปกันเถอะ" นกตอบว่าถ้าไปเที่ยวป่าแล้วขาดพี่สข1 ก็อุปมาเหมือนกินเหล้าแล้วขาดโซดา-น้ำแข็ง มันจะดื่มด่ำในการร่ำสุราได้อย่างไรกัน.. สุดท้ายเรานัดพร้อมกันทุกคนในวันที่ 29-30 สิงหาคม 2546 ซึ่งฉันคิดว่าผู้ร่วมเดินทางคงประทับใจกับ 2 คืน 3 วันนี้ไปอีกนาน.. แสนนาน

29 สิงหาคม 2546

เพลนั้นฉันตื่นขึ้นมาด้วยความดีใจ ไม่ใช่เหตุผลที่จะได้ไปเที่ยวอย่างเดียวหรอก แต่เป็นเพราะว่าก่อนที่ฉันจะเข้านอน ได้ไปอ่านกระทู้อาหารไทยในต่างแดนของคุณไหมหนัน ทีนี้ก็ฝันเป็นเรื่องเป็นราวอ่ะสิ ในฝันนั้นฉันบินไปลอนดอนเพื่อหาทำเลเปิดร้าน แต่จู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์จากพี่สข1... กรี๊งงงงงๆๆๆๆๆๆๆ (ที่จริงเป็นจังหวะริงโทน)

สัญญาณ DTAC ก็ดีใจหาย อุตส่าห์รับได้ถึงลอนดอน พี่สข1 บอกว่า "ทำไมนกช้าจัง นี่เลยเวลานัดไปแล้วนะ" ฉันตกใจ! สบถเสียงดังอยู่ในลำคอ "Chipหาย แล้วโว้ยยย" ใช่แล้ว! วันนี้เรานัดกันว่าจะไปเที่ยวป่า ฉันจะทำอย่างไรดี พี่สข1 ก็งอนซะแล้ว คงคิดว่าฉันเหลวไหล โทรมาต่อว่าแล้วก็วางสายไปเฉยๆ ฉันโทรกลับแต่พี่สข1 ไม่รับสายซะแร้ววว... ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดเป็นห่วงพี่ฟองกับพี่มะนาวหรอก (นั่งค้อนกันอ่ะซี คิกๆๆ) แต่ที่ห่วงที่สุดคือ คุณลุงเต่าเค็ม เพราะเขาไม่เคยรู้จักกับใครมาก่อนเลย เบอร์โทรฯ ก็ไม่มี แล้วเขาจะนัดเจอกันได้อย่างไร ถ้าการเดินทางครั้งนี้ขาดฉันไปคนหนึ่งเขาก็เที่ยวกันได้ แต่ตอนนัดเจอกันนี่สิคงลำบากหรืออาจพลาดกัน ฉันขวนขวายดิ้นรนหาตั๋วเครื่องบินเพื่อรีบกลับประเทศไทย... แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาบนที่นอนอันอบอุ่นด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น.. เพราะนั่นเป็นเวลาแค่เกือบ 11 โมง
Posted by นกกะปูด on 03 Sep. 2003,02:32
(ต่อ)

คุณลุงเต่าเค็มกระวีกระวาดโทรมาคุย เรื่องหาที่ฝากเจ้าแบม-แบมไม่ได้ ฉันจึงเสนอว่างั้นก็ไปทั้งหมาทั้งคนนั่นแหละ ลุงเต่าก็เกรงใจว่าจะเอาแบมไปนั่งรถคนอื่นได้เหรอ? ให้โทรถามเจ้าของรถก่อน อันนี้ฉันตอบไม่ได้ ก็เลยโทรหาพี่สข1 ให้ช่วยตัดสินใจ สรุปว่าเจ้าของรถคือพี่วินัย(ป้อม) รถมาสด้าโฟร์วิลล์ใหม่เอี่ยม ราคา 1.3 ล้าน เพิ่งถอดป้ายแดง คงเกรงว่าเจ้าแบมจะซุกซนเหมือนสุนัขทั่วไป เล็บอาจตะกุยจนเบาะขาดกระจาย ก็เลยไม่กล้าให้นั่งรถไปด้วย.. เลยจบลงตรงที่คุณลุงเต่าเค็มขับรถไปเอง โดยมีลูกสาวนั่งติดรถไปด้วย.. แล้วไปนัดพบกันที่หน้าอุทยานฯ

พอมาถึงเมืองเพชร พี่มะนาวเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ เตาแก๊ส เตาปิ้ง ครก ถ่านไฟ อาหารสด น้ำดื่ม กระติกน้ำแข็ง+โซดาเป็นลัง ราวกับว่าจะไปค้างแรมซัก 2 เดือน แต่ที่ไหนได้ตอนเช้าพี่มะนาวต้องวิ่งมาซื้ออีกรอบ แหม.. ก็นกกะปูดหน่ะ "นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแดก" อุ๊ยยย โทษทีค่ะ พูดไม่เพราะต้องเรียกว่ารับประทานเก่งมากกก ค่ะ เอิ๊กๆๆ

จวนค่ำแล้ว...พวกเรามาถึงจุดกางเต็นท์ แต่เนื่องจากฝนตกปรอยๆ จึงต้องหาที่หลบมุมมาตั้งวงดินเนอร์กันที่ศาลา ช่วยกันขนของลงจากรถคนละไม้คนละมือ พี่สข1 เติมพลังพวกเราด้วยเหล้าดองยาสูตรประธานเหมาคนละครึ่งแก้ว พี่สข1 บอกว่าต้องกระดกกรึ๊บเดียวหมด ทีนี้คุณลุงเต่าเค็มก็ยกแก้วเปล่าให้ดู บอกว่า "ผมทำตามที่คุณบอกแล้ว ทีนี้จะให้ผมทำอะไรต่อ" พวกเราหันมามองแก้วเปล่าที่ลุงเต่ายกให้ดู เรียกเสียงฮาตรึมก้องป่าเลยหล่ะ เพราะเจอมุขเด็ดของลุงเต่าเค็มเข้า ก๊ากกก 

พี่ฟองจัดแจงหุงข้าวและตำพริกทำน้ำจิ้ม นกกะปูดเป็นบริกรคอยผสมเหล้าแล้วก็ดื่มๆๆๆ พี่ทิดโสเตรียมเครื่องแกงป่าเนื้อ (แกงป่าเถื่อน) คิกๆๆ ฝีมือแกงป่าพี่ทิดโสอร่อยจริงๆ ค่ะ พี่สข1 จุดเต่าถ่านปิ้งปลาทูสดโดยมีพี่ป้อม พี่มะนาวเป็นลูกมือ ลุงเต่าเค็มคอยเก็บภาพ นกกะปูดยกภาระการเล่าเรื่องให้เป็นหน้าที่ลุงเต่า ลุงเต่าบอกว่า "ผมจำได้หมดหล่ะครับ แต่ 4 โมงเย็นก็ลืมแล้ว" เอิ๊กๆๆ

ดินเนอร์คืนนั้นท่ามกลางแสงตะเกียงและแสงเทียนริบหรี่ แต่ในใจของฉันกลับลุกโชนพร้อมกับกองไฟที่พี่สข1 ก่อไว้กลางลานผีเสื้อ คิกๆๆ พวกเราพูดคุยหยอกล้อกันตามประสาคนขี้เมา พี่ทิดโสหยิบกีตาร์มาบรรเลงเพลงเพื่อชีวิต.. ส่วนเจ้าแบม-แบม รู้สึกว่าโลกนี้ช่างเป็นอิสระกับเธอเหลือเกิน วิ่งเล่นท่ามกลางสายฝนปรอยๆ เหมือนเราตอนเป็นเด็กที่ชอบเล่นน้ำฝนนั่นแหละ แต่พอโตขึ้นกลับเอาน้ำฝนกลบเกลื่อนน้ำตา.. ในห้วงคำนึงนั้น.. ฉันถึงกับอิจฉาเจ้าแบม-แบมว่า "ชาติหน้าขอเกิดมาเป็นหมาสักคราเถอะ.. ฟ่ะ"

"ฟ้า..ฟ้ายังต้องมีฝน
เกิดเป็นคน..ย่อมมีเสียน้ำตา
ฝน..ฝนร่วงหล่นมาช้าๆ
จากดวงตา จากส่วนลึกในใจ
ฟ้า..ฟ้ายามที่มีฝน
เปรียบดั่งคน..ช้ำใจ"

***************



ลุงเต่าเค็ม พี่ฟอง พี่มะนาว พี่สข1 พี่ทิดโส มาช่วยกันเล่าตอนต่อไปหน่อยค่ะ อย่าลืมตอนเสือโคร่งเข้ามาในแคมป์นะคะ ขืนให้นกกะปูดเหล้า เอ๊ย! เล่าต่อ เดี๋ยวจะกลายเป็นนิยายแคมป์ปิ้งคนขี้เมาไปอ่ะค่ะ ก็งานนี้นกกะปูดหัวราน้ำเลยอ่ะ คือได้แต่เมากับนอน..ทำเอาชาวบ้านไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันถึงเช้า..
Posted by เต่าเค็ม on 03 Sep. 2003,14:19
ฉ.ก. ถึงคุณมะนาว หรือ ผู้ดูแลห้องนักเขียน

ขอบพระคุณคุณมะนาวที่กรุณาโพสท์รูปที่หน้า 8 ผมตามที่ขอ ผมได้ save เก็บไว้แล้วด้วยความขอบพระคุณยิ่ง

ทีนี้ก็เลยมาคิดว่าน่าจะลบรูปนี้ออกไปได้แล้ว เพราะใคร (เสือดำ?) มาเห็นเข้าอาจไม่เหมาะ มันดูโจ๋งครึ่มไปหน่อย แล้วจะมาร้องว่า "ไม่มีใบเสร็จ" ไม่ได้เน้อ

ดีไหมครับ?
Posted by เต่าเค็ม on 03 Sep. 2003,14:30
ป้าแอ๊ดครับ
Link < ทิดโส > ตามที่ป้าสร้าง น่าจะเป็นคนละทิศ เอ๊ย! ทิด ละครับ ผมตามไปดูเห็นไม่ชอบมาพากล เลยไปโพสท์ถามที่ < ที่มาของทิดโส > จึงรู้ว่าคงจะไม่ใช่ ปล่อยไก่ไปตัว แต่ด้วยชั้นเชิง เลยพาลชวนเขามาเที่ยวบ้านเราไปโลด
Posted by เต่าเค็ม on 03 Sep. 2003,14:38
นกกะปูดบรรยายฟ้อง เอ๊ย! เล่าเรื่องได้สนุก กระทัดรัด สละสลวย และครบถ้วนกระบวนความดีจัง ผมขอสละสิทธิ์ให้ช่วยบรรยายต่อ จนกว่าจะมีใครเข้ามารับไม้ดีไหม?

เรื่อง "หลายชีวิต" ของอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ก็เกิดขึ้นเพราะอย่างนี้นี่แหละ กลายเป็นวรรณกรรมอมตะไปเลย
Posted by add on 03 Sep. 2003,20:29
กราบขออภัยเป็นล้นพ้น  ที่เข้าใจผิดไปค่ะ  เพราะนึกว่านกชวนน้อง ทิดโส  ที่เป็นสมาชิกบ้านเรา  รุ่น ใบตอง  กับรัตติกาลไปค่ะ  

        ที่จริงเป็นพี่โส  หรือ คุณ โส  ของกลุ่มชาวนาเมืองเพชรนะคะ  คนนี้ค่ะ  เฮ่ๆ

         < พี่โส >

         ขอขอบคุณลุงเต่าที่ไปสืบเสาะมาจนรู้ความจริงค่ะ
Posted by KiLiN on 03 Sep. 2003,21:52
อ้าว....เหอๆๆ รายการหน้าแตก laugh1.gif
  ..เย็บติดมั้ยลุงเต่า เฮ่ๆๆๆๆๆๆๆ  ผมก็ยังนึกว่าคนเดียวกัน
นกกะปูดก็ไม่บอกซะด้วย ทำเฉย งั้นแหล้ะ เล่นเอาหน้าแตกกันตามๆๆ  smash.gif

  แล้วตกลงมีกี่โสเนี่ย งง? ic-14.gif
Posted by นกกะปูด on 03 Sep. 2003,23:43
โธ่.. หลงพี่คะ นู๋จะไปรู้เร้อออ ก็เห็นน้าแอ๊ดเคยเจอตัวจริงกันแล้ว เมื่อครั้งพี่ทิดโสและกลุ่มชาวนาไปเมืองจันท์ น้าแอ๊ดยังตามไปส่งสะเบียงเลยอ่ะ แล้วนู๋ก็โพสท์รูปพี่ทิดโสให้เห็นชัดๆ แล้วนี่นา.. และอีกอย่างนู๋ไม่กล้าค้านข้อมูลน้าแอ๊ดหรอกค่ะ

นู๋ตามไปที่ลิงค์โน้นตั้งแต่ที่น้าแอ๊ดโพสท์ นู๋ยังคิดเลยว่าใครมาทำเว็บให้พี่ทิดโส?  เพราะตอนคุยกับพี่ทิดโส(เมืองเพชร) เขาบอกว่าเล่นเน็ตไม่เป็นหรอก ที่บ้านไม่มีคอมพ์ (มีแต่เมีย 2 คน คิกๆๆ)  ต้องอาศัยมาอ่านกระทู้ต่างๆ ที่บ้านพี่มะนาวค่ะ สรุปว่าน้าแอ๊ดปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเร่อ งั้นนู๋ไปตามเชือดไก่มาแกล้มเหล้าละกัน คิกๆๆ

ลุงเต่าคะ นู๋ยกภาระการเล่าเรื่องและส่งไม้ไปแล้วนะคะ ใครประทับใจอะไรอยากเล่าต่อก็เชิญเลยค่ะ เพราะหลังจากนั้นนู๋ก็มาวววว จำอะไรไม่ได้แล้วค่ะ คิกๆๆ
Posted by อาฉี on 04 Sep. 2003,01:08



วะฮ่าๆๆๆผมไม่ได้มาโพสตั้งนานแย้วแต่เข้ามาอ่านประจำครับ ท่าทางไปป่าคราวนี้สนุกจังเลยนะค่ะ...อ้อกราบสวัสดีท่านหลงพี่นะครับเป็นยังไงบ้างครับบรรลุธรรม หรือยังครับ อ้า.......เห็นรูปพี่นกกระปูดแล้วสดชื่นในชีวิต ค่อยมีกำลังใจอ่านหนังสือหน่อย พี่นกจ๋าอย่าเพิ่งหนีไปเมืองนอกนะครับรอผมก่อนจบแล้วจะให้แม่ไปขอ หุหุหุ....ป้าแอ๊ดครับผมคิดถึงจังเลยฮะ เพิ่งรู้ว่าป้ามีประวัติสมัยวัยรุ่นสุดยอดแล้วทีตอนนี้ทำไมไม่เข้าป่าอีกละครับ..พี่ฟองครับรูปไปป่าคราวนี้อวบกว่าเดิมนะจ๊ะพูดเล่นๆน่ารักกว่าเดิมอีก....ชอบชื่อป๋าเต่าเค็มจังเลยใครเข้าฝ้นให้ตั้งชื่อแบบนี้ค่ะ ผมก็เลี้ยงหมาเหมือนกันครับ พันธุ์โกล์เด้นส์ฯ ว่างๆจะมาคุยด้วยนะครับ และสวัสดีพี่ๆทุกคนนะครับหวังว่าคงเต็มที่กับชีวิต
Posted by นกกะปูด on 04 Sep. 2003,02:12
สวัสดีจ้ะอาฉี  inlove.gif
แหม.. เห็นรูปพี่นกแล้วกระชุ่มกระชวยมีกำลังใจอ่านหนังสือเลยเหรอคะ ดีจังค่ะ ประเทศไทยจะได้มีผู้พิพากษาน่ารักๆ เพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน ว่าแต่พูดจริงหรือพูดเล่นอ่ะ ที่ว่าจะให้แม่ไปขอหน่ะ.. ตัวจริงพี่นกแก่งั่กแล้วนะจ๊ะ ในรูปหน่ะตัวปลอมจ้ะ สินสอดทองหมั้นขอโลงจำปา 1 โลงค่ะ พี่นกแก่เลี้ยวววววววว เดี๋ยวเล่าเรื่องให้ฟังต่อนะคะ เล่าแบบดิบๆ ไม่ได้เรียบเรียงกลั่นกรอง ถ้อยคำอาจไม่สวย ก็ไม่ว่ากันนะคะ

(ต่อ)

หลังจากพูดคุย ร้องเพลง และร่ำสุรากันจนเหล้าหมดไป 3 ขวด ขณะนั้นเป็นเวลากี่โมงยามฉันไม่สน เพราะเวลาของฉันมันหยุดที่บ่าย 2 โมง ตั้งแต่ออกเดินทางแล้ว ฉันไม่สนใจแม้กระทั่งนาฬิกา ไม่สนใจสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ไม่รักไม่ห่วงใครโดยทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ฉันรู้แต่ว่าในขณะนั้นคนที่ฉันจะต้องรักและเป็นห่วงคือตัวเอง และเพื่อนร่วมเดินทางเท่านั้น

ที่จุดกางเตนท์มีห้องน้ำไว้บริการ พี่ฟองกับพี่สข1 ช่วยแบกเป้และหิ้วปีกฉันไปอาบน้ำ กลิ่นตัวคงคละคลุ้งไปด้วยเหล้า จนพี่ฟองไม่อาจทนนอนกอดฉัน.. สายน้ำจากลำธารลอดผ่านฝักบัวทำเอาฉันสะท้านไปทั่วร่าง หนาวกายยังพอทนได้แต่หนาวข้างในมันสุดจะทน..

อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวเรียบร้อยโดยมีพี่สข1 เป็นพี่เลี้ยงคอยหยิบเสื้อผ้าส่งมาให้ฉัน ตอนนั้นรู้สึกสบายหายเมาไปในพริบตา เราสามคนเดินกลับมาที่แคมป์ คนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไปนอนหมดแล้ว พี่มะนาวเข้าไปนั่งสมาธิตัวตรงแข็งทื่อแล้วหลับลึกภายในรถโดยปิดกระจกมิดชิด ตอนนั้นฉันเป็นห่วงกลัวพี่มะนาวจะนั่งตายในรถ พยายามเคาะกระจกทุบรถแต่ไม่ได้ผล จึงเรียกพี่ทิดโสให้มาช่วยอีกแรง ส่วนพี่มะนาวก็ยังนั่งอยู่ท่าเดิม ฉันคิดในใจว่าคงขาดอากาศหายใจและโคม่าไปแล้ว จึงตัดสินใจให้พี่ทิดโสเอาหินทุบกระจกรถให้แตก โดยฉันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายซ่อมรถเอง พี่ทิดโสบอกว่า "ยังไม่น่าจะตายนะนก" จึงเอามีดพร้าของพี่สข1 ไปง้างกระจกไว้เพื่อให้มีอากาศระบาย พี่สข1 บอกว่าอากาศในรถเพียงพอที่พี่มะนาวจะอยู่รอดถึงเช้า และที่สำคัญพี่มะนาวไม่ได้สตาร์ทรถทิ้งไว้ พี่ทิดโสจึงหอบถุงนอนไปเฝ้าพี่มะนาวอยู่ท้ายรถ

พี่สข1 กับฉันนั่งคุยกันข้างกองไฟ ส่วนพี่ฟองกับพี่ป้อมแยกกันไปนอนคนละเต็นท์ แต่ยังไม่วายที่จะส่งเสียงคุยกระเซ้าเย้าแหย่ลอดเต็นท์ออกมา ทันใดนั้น!!!! เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังมาในระยะกระชั้นชิด... ใช่แล้ว!!! มันคือเสียงเสือโคร่ง !!!

พี่ฟองกับพี่ป้อมลุกพรวดออกจากเต็นท์มายืนรวมกลุ่มกัน "รวมกันตายหมู่หล่ะว๊าคราวนี้" เอิ๊กๆๆ พี่ป้อมบอกว่าได้กลิ่นสาปสางมานานแล้ว คงน่าจะเป็นชะมดหรือแมวป่า พี่สข1 ลังเลว่าเสียงเสือหรือเสียงอะไรกันแน่? และถ้าเป็นเสือจริงๆ เป้าหมายของมันคือเจ้าแบม-แบมและเจ้าของที่นอนใกล้มัน พวกเราต้องพากันไปช่วยลุงเต่าเค็มก่อนที่จะเหลือแต่ซากและกระดอง ส่วนพี่มะนาวกับพี่ทิดโสสบายไปแล้วเพราะนอนอยู่ในรถ สำหรับพี่ฟองหายกลัวผีเป็นปลิดทิ้งกลายเป็นกลัวโดนเสือขย้ำ ฉันบอกว่าส่งพี่ฟองเป็นกองหน้าก่อนเถอะนะ ไอ้เสือตัวนี้มันคงอิ่มไปหลายมื้อ เหอๆๆๆ หลังจากนั้นพวกเราก็ตกลงกันโดยยึดสุภาษิตโบราณ "ใจดีสู้เสือ" พี่สข1 พาพวกเราเดินตามหาเสียงที่อยู่ระยะไม่ไกลนัก

เราได้ยินเสียงคำรามมาเป็นระยะๆ พวกเราเดินเข้าใกล้ไปทุกทีๆ ด้วยใจสั่นระทึก... ทุกย่างก้าวของพวกเราถ้าพลาดพลั้งหมายถึงตายหรือบาดเจ็บสาหัส กลายเป็นอาหารอันโอชะของเจ้าป่า.. คนเราเกิดหนเดียวก็ตายหนเดียว สุดแต่ว่าใครจะตายด้วยสาเหตุใด คนที่มีแต่กายแต่ไร้หัวใจก็เหมือนกับตายไปแล้วครึ่งตัว.. 

ในที่สุด.. เราก็ค้นหาจนเจอเจ้าของเสียงคำราม ตัวเบ้อเร่อเลยค่ะ ความยาวประมาณ 180 ซ.ม. จ๊ากกกกกกก ปั๊ดโธ่ เอ๊ย!!! คุณลุงเต่าเค็มนอนกรน นี่เอง...
Posted by นกกะปูด on 05 Sep. 2003,11:31
คืนนั้นฉันนอนกอดพี่ฟอง และหลับใหลไปพร้อมกับบทเพลงที่ดังก้องอยู่ในหัวใจ..









แสงจันทร์
-มาลีฮวนน่า-

แสงจันทร์กระจ่าง ส่องนำทางสัญจร
  คิดถึงนางฟ้าอรชร ป่านนี้นางนอนหลับแล้วหรือยัง
  แสงจันทร์นวลใหญ่ ข้าจ่อมจมอยู่ในภวังค์
  เรไรเสียงไพรแว่วดัง ยิ่งฟังยิ่งเหงาจับใจ..คิดถึง...
   
   เดินทางกลางเถื่อน
  กลางหมู่เดือนและหมู่ดาว แหงนมองฟ้าดั่งมองหาเงา
  ของเยาวมาลย์อยู่ในสายลม ผู้ใดซ่อนเจ้า
  น้ำค้างเหน็บหนาวและขื่นขม น้ำตาหยด หยดทุกข์ระทม
  พร่างพรมอยู่ในสองตา ..หวั่นไหว.

  ..เอาใจและร่าง ออกมาวางเดิมพัน
  เดินทางไกลอยู่ใต้แสงจันทร์ คิดถึงทุกวัน คิดถึงทุกคืน
  คิดถึงคนรัก ชุบชู ใจให้ตื่นฟื้น
  โอ้ฝันอยู่ทุกค่ำคืน ในคืนที่มีแสงจันทร์..อ่อนหวาน.

   เอาความฝันใฝ่ สองเราไว้ที่ปลายฟ้า
   เดินทางผ่านสายธารเวลา
  ขอให้ศรัทธา อย่าลืมลางเลือน รอแสงสว่าง
  อรุณรุ่งรางมาเยือน ฝากใจไว้กับแสงดาวเดือน
  ขอให้มาเยือนอยู่ในนิทรา ... 





Posted by STUV on 05 Sep. 2003,22:35
เสียดายครับเสียดาย ....
ผมเกือบได้ขึ้นพะเนินทุ่งในช่วงเวลาเดียวกัน
ติดขัดด้วยเหตุฉุกเฉินทางครอบครัวบางประการ
คุณพ่อสุดที่รักมาจากนครสวรรค์
ลูกชายกับลูกสะไภ้เลยอดหนีเที่ยว

อ่านแล้วสนุกมาก
นึกว่าได้เจอเสือจริงๆเสียอีก
บนแก่งกระจานมีเสือดำที่พบได้บ่อยๆ
นักดูนกหลายคนเจอมาแล้วบนเส้นทางที่ไม่ได้รกชัฏอะไรมากมาย
ทั้งคนทั้งเสือต่างตกใจ หนีกันไปคนละทิศเสือละทาง
ถือเป็นโชคดีของนักท่องเที่ยวเมื่อได้เจอเสือในธรรมชาติจริงๆ
(ถ้ารอดชีวิตกลับมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง)
Posted by เต่าเค็ม on 06 Sep. 2003,01:36
ล่อให้เล่า
(แล้วจะให้เหล้า)




ผมก็เป็นคนนครสวรรค์ครับคุณ STUV ยังเชื้อเชิญทีมพะเนินทุ่ง (และอื่นๆ) ไปนอนบึงบอระเพ็ดสักเมาสองเมาเลย ไว้พร้อมเมื่อไรจะส่งเทียบ
Posted by นกกะปูด on 06 Sep. 2003,03:55
คิกๆๆ เจ้าแบม-แบม นี่รักสวยรักงามค่ะ คงกลัวปากจะเหม็นก็เลยแปรงฟันซะหน่อย โดยขโมยแปรงสีฟันของพีป้อมไปขัดฟันค่ะ ทีนี้ก็มีเรื่องฮาหล่ะซี.. พี่ป้อมไม่กล้าเอาแปรงอันนั้นมาแปรง กลัวติดเชื้อเจ้าแบม พวกเราก็แซวกันว่า "สงสัยเจ้าแบมจะติดเชื้อพี่ป้อมซะมากกว่าหล่ะมั๊ง" เอิ๊กๆ

ในที่สุด นกกะปูดก็เสียสละแปรงสีฟันที่ใช้แล้วให้พี่ป้อม...  ก็มีเรื่องฮาอีกค่ะ พี่ป้อมบอกว่า "นกจะแพร่เชื้อให้พี่เหรอ" นกก็บอกว่า "โธ่..พี่ นกตรวจร่างกายมาหมาดๆ HIV หน่ะไม่มีหรอกค่ะ ว่าแต่พี่เหอะ จะเอาเชื้อมาติดนกอ่ะป่าว คิกๆๆ"  สรุปว่าพี่ป้อมเอาแปรงสีฟันของนกไปใช้โดยไม่กลัวติดเชื้อ(บ้า) ค่ะ พอตอนเช้านกก็ถามพี่ป้อมอีกว่า "เติมเชื้อหน่อยไม๊พี่ คิกๆๆ" พี่ป้อมบอกว่า "เอาวะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ติดก็ติดฟ่ะ" ก็เลยเอาแปรงสีฟันของนกไปแปรงอีกรอบ เอิ๊กๆๆๆ

ปล. ถึงพี่ป้อม ไอ้แปรงอันนั้นหน่ะ นกเอามาขัดรองเท้าเรียบร้อยแล้วอ่ะ เอิ๊กๆๆ
Posted by นกกะปูด on 06 Sep. 2003,23:50
(ต่อ)

30 สิงหาคม 2546

เช้านั้นฉันตื่นมาด้วยความงัวเงีย ยังไม่ทันได้ล้างหน้าล้างตา ก็รีบไปต้มน้ำชงกาแฟ 3 in 1 และเนสวีต้าแจกพวกพี่ๆ ที่ร่วมเดินทาง พวกเรามานั่งดื่มล้อมวงพร้อมหน้ากันที่กลางลานผีเสื้อ พี่ทิดโสบรรเลงเพลงเพื่อชีวิตในยามสาย ผีเสื้อหลากหลายสีเริ่มทะยอยมาเกาะกลางลาน โดยไม่กลัวก๊วนขี้เมาว่าจะเอามาคั่วแกล้มเหล้า คิกๆๆ

เราล้อมวงเจรจากันได้สักพักใหญ่ๆ พี่ทิดโสก็ขอตัวกลับบ้านเพราะติดงานประชุม พี่มะนาวขับรถไปส่งพี่ทิดโสในเมือง ระหว่างทางเจอ "นกกะปูด" โชคร้ายโดนรถที่วิ่งสวนทางมาชนตาย!! พี่ทิดโสจึงบอกให้พี่มะนาวรีบจอดรถ เพราะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนฉันบอกกับพี่ทิดโสว่าไม่เคยเห็นนกกะปูดตัวจริงๆ พี่มะนาวจึงทำหน้าที่เป็นปอเต็กตึ๊งเก็บซากศพเจ้านกกะปูดโชคร้ายมาฝากฉัน พอได้เห็นนกกะปูดตัวจริงฉันดีใจมาก เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นตัวจริงนี่แหละ ตามันแดงสมคำเล่าลือ ขนสีน้ำตาลแซมดำ ลำตัวใหญ่ประมาณอีกาค่ะ แต่น่าเสียดายที่เห็นมันมีแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ หลังจากนั้นฉันก็บอกว่าเจ้านี่มันตายผิดธรรมชาติ ต้องส่งให้หมอพรทิพย์ชันสูตรพลิกศพซะหน่อย คิกๆๆ แล้วก็ได้ความคิดว่า เจ้าอย่าตายเปล่าเลยนะ ไหนๆ ก็เห็นตัวจริงกันแล้ว ขอชิมรสชาดนกกะปูดผัดเผ็ดซะหน่อยปะไร!!

บ่ายวันนั้นเราต้องรีบขึ้นไปบนเขาพะเนินทุ่ง เพราะเจ้าหน้าที่มาบอกว่าด่านใกล้ปิดแล้ว พวกเราก็ชุลมุลเก็บเต็นท์เก็บข้าวของคนละไม้คนละมือ ลุงเต่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จกลับมาก็วุ่นเหมือนกัน รถปิกอัฟของคุณลุงเต่าเค็มมันเต่าสมชื่อเจ้าของ คงคลานขึ้นเขาไม่ไหวแน่ๆ พี่มะนาวจึงให้เจ้าแบม-แบม กับลุงเต่าเค็มไปนอนท้ายรถโฟร์วิลล์

ระหว่างทางเกือบถึงลานจอดรถที่จะเดินไป KU. แคมป์ และน้ำตกทอทิพย์ รถปิกอัฟที่สวนขึ้นมา คนขับเป็นเด็กหนุ่มวัย 20 ต้นๆ กับแฟนสาว นั่งรอคนมาช่วยเพราะรถปีนขึ้นเขาไม่ไหว ติดแหงกอยู่ตรงทางลาดชัน พี่มะนาวอาสาขับรถให้โดยถอยหลังไปตั้งหลักไกลๆ แล้วเร่งเครื่องใช้วิธีสไลด์ แต่ไม่ได้ผลเพราะทางแคบและกำลังของรถมันน้อยเกินไป พี่มะนาวจึงหันมาใช้วิธีเอาเชือกลากโดยพ่วงกับรถของพี่มะนาว แค่ขับเนิบๆ ไม่ได้ออกแรงอะไร รถคันนั้นก็ไต่เขาขึ้นมาได้สำเร็จ

เด็กหนุ่มคนนั้นยื่นเงินให้ 500 บาท ฉันนึกในใจว่า "พ่อ-แม่เอ็งสอนมายังไงฟ่ะ น้ำใจมันไม่ได้ซื้อหาได้ด้วยเงินหรอกหว่ะ" พี่มะนาวชิงพูดเสียก่อนว่า "เงินหน่ะไม่เอาหรอก คราวหน้าเห็นใครตกทุกข์ได้ยาก ก็เข้าไปมีน้ำใจช่วยเหลือเขาแบบนี้บ้างนะไอ้น้อง.." เด็กหนุ่มกับแฟนสาวยกมือไหว้ประหลกๆ พร้อมกับคำกล่าวขอบคุณ....  

สักพักหนึ่งเราก็ขับรถไปจอดทิ้งไว้ (ให้ลุงเต่ากับเจ้าแบมเฝ้ารถ คิกๆ) แล้วเดินขึ้นไปบนจุดชมวิว ฉันเห็นว่าเส้นทางลาดชันมากคงเดินไม่ไหว เจ้าหน้าที่ผู้หญิงบอกว่า"ให้เดินไปเหอะ มาทั้งทีต้องได้ชมวิวข้างบน หนูก็เดินขึ้นทุกวันหล่ะค่ะ ถือว่าบริหารปอดไปในตัว" ฉันก็หลงเชื่อตามนั้น พี่มะนาวนำทีมวิ่งขึ้นเขา โดยบอกว่าถ้าวิ่งขึ้นเราจะไม่เหนื่อย ฉันก็ใส่เกียร์1 วิ่งตามอ่ะสิ (ได้ผลทันตากลับลงมากล้ามเนื้อฉีก แง๊ๆๆ) พอเราขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ก็เห็นเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์ขึ้นมา พี่มะนาวบอกว่า "อ้าววว ทำไมไม่เดินหล่ะ ไหนบอกว่าไม่เหนื่อยไง ฮึ" เจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นหันมาหัวเราะ คิกๆๆๆๆ


ภาพนี้เดินขึ้นเขามาได้สำเร็จ (นกกะปูดกล้ามเนื้อฉีกไปแย้ววว)


เกิดมาเพิ่งเคยเห็นผักกูดค่ะ

พวกเราถ่ายรูปชมวิวกันได้สักพัก นี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้เห็นผักกูด มันก็คือต้นเฟริ์นขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งนี่เอง พี่มะนาวและพี่สข1 ชี้ให้ดู ยอดมันอวบๆ แต่ใบหยิกๆ น่าเกลียดเหมือนตัวหนอนเลยอ่ะ พี่สข1 บอกว่ายอดขนาดนี้เด็ดไปสัก 4-5 ยอดก็พอผัดแล้ว อยากจะชิมไม๊ ฉันบอกว่า "ไม่อาววววว ค่ะ" ทันใดนั้นไอ้ตัวน่าเกลียดที่สุดในโลกมันก็โผล่ออกมา จ๊ากกกกกกกกกกก กิ้งกือ!! พี่สข1 เอากล้องของฉันไปถ่ายภาพมันไว้ พอเปิดเห็นฉันก็สะดุ้งแทบจะโยนกล้องทิ้ง ก็เลยลบภาพอันน่าขยะแขยงของมันทิ้งไป...


พอเห็นต้นกล้วย ก็นึกถึงพี่ฤษีข้ามน้ำเลยอ่ะ จำได้ป่าว? เราเคยกินกันกลางป่าแล้วเนอะ เอิ๊กๆๆ (คิดถึงหว่ะ)
Posted by เต่าเค็ม on 07 Sep. 2003,14:28
มีคนร้อง เต่าเค็มเลยต้องออกมารำ (ด้วยภาพ) ให้เข้ากับเนื้อร้อง ประกอบเสียงลูกคู่ (บรรยาย) นิดๆ หน่อยๆ ละกัน


ลานผีเสื้อ เป็นลานเล็กๆ หน้าเรือนนอน ห้องอาหาร และห้องสันทนาการของเรา ทราบมาว่า ช่วงราวเดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะมีผีเสื้อหลากพันธุ์ทุกสีสันบินว่อนสวยงาม (ดูจาก TV รายการคุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ปรมาจารย์รถยนต์ ทางเนชั่นแชนแนลวันนี้เอง)


มีผีเสื้อตัวใหญ่บินมาเกาะมือ 2 ครั้ง แต่คว้ากล้องมาถ่ายไม่ทัน พอดีละอ่อนน่อยโตนี่ คงยังไม่เดียงสา จึงตกเป็นเป้านิ่งบนหัวเป็ดเทศ


บรรยากาศสุนทรีย์บนลานผีเสื้อ


มุมนี้ ตัดสินใจอยู่เป็นนานว่าจะโฟกัสที่ใครดี สุดท้ายตัดสินใจเอาตรงเกิบสวยๆ นี่แหละ
อำลาละครับ แล้วจะมาชุบมือเปิบใหม่
Posted by นกกะปูด on 08 Sep. 2003,00:31
คิกๆๆ ดีจังค่ะ ที่คุณลุงเต่าเค็มเก็บภาพไว้ได้ นกกะปูดเช้านั้นรู้สึกจะแฮงค์ ก็เลยไม่ได้อินกับธรรมชาติ ไม่ได้เก็บภาพไว้เลยค่ะ รู้สึกว่าในกล้องพี่มะนาวจะมีภาพผีเสื้อเยอะเหมือนกันนะคะ รอให้พี่มะนาวมาโพสท์ภาพประกอบเรื่องก่อนดีกว่าค่ะ แล้วนกกะปูดจะเหล้า เอ๊ย! เล่าต่อค่ะ
((((((((((พี่มะนาว))))))))))) หายเมาหรือยังคะ มาโพสท์หน่อยเร้ววววว wavey.gif  wavey.gif  wavey.gif
Posted by มะนาว on 08 Sep. 2003,11:08
เอารูปนกกะปูดตัวจริงตอนยังตัวนิ่มๆมาให้ดู แล้วจะมีรูปตอ่ไปทะยอย ตามมาจ๊ะเดี๋ยวจะมีรูปตอนเปลือยกายมาให้ดูจ๊ะ


แล้วนี่ก็รูปผีเสื้อที่นกเอ่ยถึง


ความจริงนกเล่าเรื่องได้สนุกดีอยู่แล้วนี่เอาเป็นว่าต้องการรูปช่วงไหนแล้วจะคอยตามอัพโหลดมาให้จ๊ะ
Posted by นกกะปูด on 08 Sep. 2003,22:25
จ๊ากกกกกกกกก พี่มะนาวไปแอบดูนกอาบน้ำแหง๋เลย ข่าวว่ามีรูปนกกะปูดเปลือยกายด้วยอ่ะ แง๊ๆๆๆ อย่าลงภาพนู๊ดของนู๋นะพี่.. เดี๋ยวชาวบ้านจะแตกตื่นอ่ะ คิกๆๆๆ

(ต่อ)

พอถ่ายรูปชมวิวกันสักพัก พวกเราก็เดินลงเขามายังลานจอดรถที่ลุงเต่าเค็มกับเจ้าแบมนอนรออยู่ ฉันชอบเดินลงเขาจริงๆ ค่ะ มันสนุกดีและไม่เหนื่อยเลยหล่ะ พวกเราหาทำเลเพื่อตั้งแคมป์บนจุดชมวิวพะเนินทุ่ง เจ้าหน้าที่บอกว่าจุดนี้นักท่องเที่ยวเคยเห็นรอยเท้าเสือดำค่ะ และเล่าให้ฟังถึงการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นมาบนอุทยานฯ ค่อนข้างจะอันตราย เพราะกลิ่นเจ้าแบมจะล่อให้เสือดำออกอาละวาดหากิน พี่สข1 จึงเตรียมตัดไม้ไผ่เพื่อทำเป็นกระบองป้องกันตัว....







และแล้วฉันก็ได้เห็นสิ่งมีชีวิตในป่า!!! ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "ตัวทาก" ค่ะ ตัวมันเล็กจิ๊ดเดียวชูคอตั้งเด่ ส่ายหัวไปมาเพื่อหาอาหาร เมื่อตอนกลางวันฉันก็เห็นมันทีนึงแล้วค่ะ แต่เห็นตอนมันตายขาดสองท่อนซะแร้วว คือตอนที่พี่สข1 เดินข้างป่ารก ก็โดนทากเกาะเท้ามาสองตัว มันช่วยกันดูดเลือด จนเท้าของพี่สข1 แดงฉานไปด้วยเลือดสดๆ ไหลไม่หยุดค่ะ อึ๋ยยยยยยยย (ข้างบนเป็นภาพประกอบเรื่องที่นู๋หามาตามเว็บค่ะ ไม่ใช่เท้าพี่สข1 นะคะ ความจริงแล้วเลือดไหลเยอะกว่านี้อีกค่ะ เพราะโดนกัดตั้งสองตัว นู๋ก็ได้แต่กลัวไม่กล้าถ่ายภาพค่ะ)


พวกเราช่วยกันขนของขึ้นมาตั้งแคมป์บนจุดชมวิว ขณะที่เราช่วยกันจัดข้าวของคนละไม้คนละมือ ก็ได้ยินบทสนทนาของชาย-หญิง คู่หนึ่ง ดังแว่วอยู่ใกล้ๆ ทำเอาพวกเราอมยิ้มหัวเราะกันคิกคักๆ

พี่ป้อม :  "ฟองช่วยพี่ทำหน่อยสิ"
พี่ฟอง :  "ค่ะๆ จะให้ช่วยยังไงก็บอกนะพี่ ฟองไม่เคยค่ะ ทำไม่เป็นเลยพี่"
พี่ป้อม :  "ก็กางออกมากว้างๆ สิจ๊ะ แล้วจับไอ้นี่ยัดเข้าไปในรูไง"
พี่ฟอง :  "มันไม่เข้าค่ะ รูมันเล็กติ๊ดเดียวเองค่ะ"
พี่ป้อม :  "น่า.. ยัดๆ เข้าไปเหอะ เดี๋ยวก็เข้าเองหล่ะครับ"
สักพักหนึ่งทั้งสองคนก็เดินออกมาด้วยใบหน้าแจ่มใส แต่เหงื่อโทรมกายทั้งคู่ พร้อมกับรำพึงว่า "เฮ้อ.. กว่าจะช่วยกันกางเต็นท์เสร็จ ก็เหนื่อยแทบแย่.." ก๊ากกก

จวนค่ำอีกแล้ว.. พอกางเต็นท์เสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ไปอาบน้ำแต่งตัว.. ต้นขาทั้งสองข้างของฉันมันรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ ก้าวเท้าเดินไม่ค่อยได้ ฉันจัดแจงเตรียมหุงข้าว พี่สข1 ถอนขนชำแหละนกกะปูดตัวนั้นออกเป็นชิ้นๆ พี่ฟองเตรียมเครื่องแกงและหั่นไก่ พี่ป้อมจุดเตาถ่านย่างเนื้อ แต่ไม่สำเร็จจนพี่สข1 ต้องเข้ามาช่วย... ฝนเริ่มตกปรอยๆ เราจึงเข้าไปหลบฝน ตั้งวงเหล้า และทำอาหารในฟลายชี๊ต พี่สข1 เปิดไวน์ฉลองดื่มกันท่ามกลางสายฝนปรอยปราย ขาทั้งสองข้างของฉันมันไม่ทำงานซะแร้วว คงได้แต่นั่งดูลุกขึ้นยืนไม่ไหว พี่มะนาวจึงต้องไปหุงข้าวแทนจนเสร็จ พี่ฟองก็เลยกลายเป็นแม่ครัวหัวป่า ค่ำนั้นพี่ฟองโชว์ฝีมือผัดเผ็ดนกกะปูด, ไก่ทอดกระเทียมพริกไทย, ทอดเนื้อเค็ม, ทำน้ำจิ้มรสเด็ด ส่วนฉันคงช่วยได้แค่ย่างเนื้อ และหยิบโน่นหยิบนี่ใกล้ๆ ตัว (เพราะเดินไม่ไหวซะแย้วว)

อากาศบนยอดเขายามใกล้ค่ำ มีสายลมเย็นกรรโชกมาเป็นระยะๆ พร้อมกับฝนเม็ดเล็กที่ตกปรอยๆ แบบขาดช่วง เล่นเอาพวกเราหนาวสั่นสะท้าน ลุงเต่าเค็มบอกว่า "ผมลืมเอาเสื้อหนาวมาด้วยสงสัยจะหนาวแย่เลย" ฉันเสนอว่านกมีเสื้อกันหนาวเผื่อมา 1 ตัว จะสละให้ลุงเต่าค่ะ แต่เผอิญพี่ฟองก็ไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวมาด้วยเหมือนกัน ทีนี้ฉันก็ต้องบอกกับลุงเต่าว่า "ต้องเสียสละให้สุภาพสตรีซะแร้ว" สรุปว่าฉันให้เสื้อกันหนาวพี่ฟอง ส่วนคุณลุงเต่าเค็มก็ได้เสื้อกันฝนตัวใหญ่ๆ ใส่กันลม และก็ผ้าห่ม 1 ผืน เป้หนุนหัวอีก 1 ใบ คงพอหายหนาวนะคะ คืนนั้นกอดเจ้าแบมในเต็นท์นอนหลับสบายไม่คะ ลุงเต่า..?? อ้อ ตกกลางคืนเจ้าแบมก็ยังนอนหนาวตัวสั่น ฉันก็ยกเสื้อตัวโปรดให้เจ้าแบมไป 1 ตัว แหม.. ไหนดูซิ.. ใส่แล้วสวยกว่าพี่นกกะปูดไม๊คะ คิกๆๆๆ



หลังจากทานข้าวเย็นกันเรียบร้อยแล้ว พี่ป้อมเสนอว่าให้เราไปจุดเทียนนั่งดื่มกันในเต็นท์ดีกว่า เต็นท์ของพี่ป้อมใหญ่มาก สามารถเข้าไปนั่งคุยกันได้ถึง 6 คน ฉันถ่อสังขารลากกระติกน้ำแข็งและลังโซดามาไว้ที่หน้าเต็นท์ แล้วก็กระเผกไปนั่งใกล้ๆ กอดพี่ฟอง (ทริปนี้พี่ฟองกลัวเสือมากกว่าผีค่ะ) ทีนี้ก็มีเรื่องฮากันอีกค่ะ คุณลุงเต่านั่งหน้าเต็นท์ใกล้กระติกน้ำแข็งและโซดา ก็เลยกลายเป็นบริกรชงเหล้า ฉันก็แซวว่า อืมมม ลุงเต่านั่งถูกทิศแล้วค่ะ ตรงนั้นเขาเรียกว่า "ทิศตะวันตัก" ทำเอาพรรคพวกได้ฮากันลั่นป่าอีกรอบ พี่ป้อมบอกว่าพวกเราก็นั่งถูกทิศเหมือนกันนะนก คือ "ทิศอุแดก" (แผลงมาจากทิศอุดร) เอิ๊กๆๆ

คืนนั้น.. ฉันร้องเพลงกล่อมเพื่อนร่วมเดินทาง ให้นอนหลับฝันหวานท่ามกลางสายฝนและลมหนาว.. พรุ่งนี้เราต้องแยกจากกันแล้วสินะ แต่ละคนต้องกลับไปใช้วิถีชีวิตตามปกติในแบบที่เป็น.. แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคลิ้มตามบทเพลงที่ฉันบรรเลงจนนอนไม่หลับ แม้กระทั่งเสือดำที่เดินวนเวียนอยู่รอบเต็นท์คงหนีกระเจิดกระเจิง ด้วยบทเพลงที่ฉันร้อง..เวอร์ชั่นเดิมๆ

"ต้นตระกูลผมแต่ปางบรรพ์ หลังย่ำสายัณห์ดวงตะวันเลี่ยงหลบ
จะเดินทางเยื้องย่างไปไหน จำเป็นต้องใช้จุดใต้จุดคบ
ปัจจุบันเห็นจะไม่มีขืนจุดใต้สิถ้ามีใครพบ
อาจจะอายขายหน้าอักโข เค้าทั้งฮาทั้งโฮว่าผมโง่บัดซบ

ยุคนี้มันต้องทันสมัยเพื่อนผมทั่วไปใช้ถ่านไฟตรากบ
ทั้งวิทยุและกระบอกไฟฉายคุณภาพมากมายสะดวกสะบายแทนคบ
ถ่านคงมีหลายอย่างวางกอง เขากลับรับรองว่าต้องแพ้ตรากบ
เหตุและผลเขาน่าฟังครับ งั้นต้องลองสะดับนะท่านที่เคารพ"


(เสียงพูด).. คือเค้าบอกว่าถ่านไฟฉายตรากบ ไม่ใช่นอกส่งมาขยอกเงินไทย และไม่ใช่ของทำภายในที่โกยกำไรส่งออกนอก ฉะนั้น นอกจากผมจะชอบตีกบ ชอบเล่นไพ่กบ และชอบเพลงพม่าแทงกบแล้ว ผมยังชอบถ่านไฟฉายตรากบอีกด้วย.. อ๊บ อ๊บ"

เอาหล่ะค่ะ ใครมีภาพเด็ดๆ ก็ทะยอยโพสท์มาเลยนะคะ กล้องนกกะปูดไม่มีรูปแล้วค่ะ สาเหตุเพราะเดี้ยงเดินไม่ไหว แล้วก็มาวววว อ่ะค่ะ
again.gif again.gif again.gif again.gif
Posted by มะนาว on 09 Sep. 2003,11:32
เอ้า นี่หน้านกกะปูดชัดๆ ตัวที่เรากินนั่นแหละ



ห้ามมองด้านล่างนะ โป๊มากเลย
Posted by STUV on 09 Sep. 2003,12:47
cry3.gif.gif
โหดร้ายจริงๆ ....
Posted by เต่าเค็ม on 09 Sep. 2003,14:18
ม่ายด้ายยิงมากินครับคุณ STUV แต่เผอิญเป็นนกเคราะห์ร้ายที่ถูกรถ (คนอื่น) ชนตายสดๆ คุณมะนาวขับรถตามมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เลยคิดจะเก็บมาทำพิธีทางศาสนาให้น่ะครับ เสร็จแล้วเพื่อไม่ให้เป็นการสูญเปล่าของสมดุลย์ทางธรรมชาติ (เกี่ยวกันไหมวะเนี่ย!) การเสียสละร่างที่ไร้ชีวิตเพื่อเป็นกับแกล้มของสัตว์โลกอื่น น่าจะเป็นอานิสงส์ให้แกไปเกิดใหม่เป็นดาวลูกนกกะปูดก็ด้ายนา .... ว่าไหม?  ic-14.gif
Posted by นกกะปูด on 09 Sep. 2003,22:37
คิกๆๆๆ นู๋ว่าแล้วเชียว ถ้าพี่โตSTUV เห็นภาพนี้เข้าต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งแหง๋ๆ เจ้านกเคราะห์ร้ายตัวนั้นมันไปสู่สุขคติแล้วค่ะ เป็นอาหารอยู่ในจานให้คนกินก็นับว่ามันไม่ตายเปล่า ดีกว่าเป็นซากศพแบนแต๊ดแต๋อยู่กลางถนน เผลอๆ รถคันอื่นหักพวงมาลับหลบซากศพมัน ก็จะพาลตกเขาเอาซะเปล่าๆ เนอะพี่โตเนอะ..ทำใจซะเถอะค่ะ อย่าร้องไห้เลยนะพี่ โอ๋ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

"นายเจ็บฉันเจ็บ" อ่ะ.. นู๋ให้กินไอติม.. toy45.gif toy45.gif toy45.gif
Posted by นกกะปูด on 10 Sep. 2003,01:25
(ต่อ)

หลังจากดื่มเหล้าในเต็นท์กันสักพักใหญ่ๆ พี่ป้อมกับพี่ฟองคงจะง่วงนอนแล้ว ฉันจึงฝากพี่ฟองไว้ในเต็นท์ก่อน (เต็นท์ใหญ่มาก ข้างในมีมุ้งแยกต่างหาก นอนกันคนละฟากค่ะ) ฉันกับพี่มะนาว ลุงเต่ากับเจ้าแบม และพี่สข1 จึงออกมากางเสื่อดื่มกันต่อนอกเต็นท์

จู่ๆ พี่มะนาวก็นั่งสมาธิกลางวง ตัวตรงเด่หลับลึกอีกแล้ว ฉันกับพี่สข1 จึงปลุกและหิ้วปีกให้ไปนอนในเต็นท์ ทีนี้พี่สข1 ก็ไปนอนในเปล เหลือฉันกับลุงเต่าเค็มนั่งเมาท์กันสองคน (กับอีก1ตัว) ทีนี้ก็เป็นรายการเจาะใจลุงเต่าหละค่ะ เรื่องราวชีวิตของเราก็ถ่ายทอดสู่กันฟัง ฉันก็โม้ไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนเมา.. พี่สข1 ลุกออกจากเปลมาร่วมเจาะใจลุงเต่าอีกคน เหอๆๆๆ ในที่สุดคุณลุงเต่าเค็มคงทนความหนาวไม่ไหว จึงขอตัวพาเจ้าแบมไปนอน ทีนี้ก็เหลือฉันกับพี่สข1 ทิ้งทวนกันสองคนสุดท้าย

เราย้ายทำเลไปนั่งใกล้กองไฟ พูดคุย (นินทา) กันถึงเรื่องราวต่างๆ.. อากาศยังคงหนาวเหน็บ พี่สข1 บอกว่าอิทธิพลของดาวแดงเดือดที่มาใกล้โลก มันมีผลทำให้จิตใจคนร้อนรุ่ม หากฉันรู้สึกอบอุ่นยามที่อยู่ใกล้กองไฟ แต่พอห่างออกไปก็หนาวสั่น นึกถึงคำพูดของใครบางคนที่บอกว่า "อยู่ใกล้เกินไปก็ร้อน ไกลเกินไปก็หนาว รักษาระยะความห่างให้เหมาะสม แล้วชีวิตจะอบอุ่นเพียงพอ" สุดท้ายพี่สข1 จึงไปส่งที่เต็นท์ ฉันนอนซุกกายอยู่ใต้ผ้าห่มและกอดพี่ฟองทั้งคืน...

31 สิงหาคม 2546

ฉันตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าพี่สข1 และพี่ป้อม มาตั้งโต๊ะอาหารเช้ากันในเต็นท์ พี่ฟองเป็นแม่ครัวจัดแจงทำอาหารอยู่ใกล้ๆ ฉันรู้สึกหิวและเจ็บปวดที่ขาทั้งสองข้าง พี่ฟองปรุงโจ๊กมาให้ฉันสองชาม ฉันยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ เพราะคงไม่มีปัญญาลุกไปทำเองแน่ๆ.. พี่ฟองพูดกับพรรคพวกว่า "ไอ้นกแย่แล้ว.. นี่ถ้าต้องเดินลงเขาจะทำยังไง สงสัยต้องทำเปลหามไปแหง๋เลย คิกๆๆ" พี่มะนาววิ่งลงไปเอายาแก้ปวดและคลายกล้ามเนื้อมาให้กิน พี่ฟองเอายานวดขาให้ ฉันก็นอนหลับไปอีกจนเกือบเที่ยง พวกเพื่อนๆ ก็แบกข้าวของใส่รถหมดแล้ว พวกผู้ชายมานอนคุยกันดื่มเหล้าเพียวๆ ใต้ร่มไม้.. พอฉันตื่นขึ้นมาก็รู้สึกดีขึ้น เดินเขยกไปอาบน้ำได้ค่ะ..

พี่มะนาวชวนไปเลี้ยงอาหารมื้อสุดท้ายที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งแถว อ.ท่ายาง ขับรถรอกันไปรอกันมา สุดท้ายลุงเต่าเค็มก็หลงทางไปในโค้งสุดท้ายนี่เอง ฉันติดต่อโทรศัพท์มือถือก็ไม่เปิดเครื่อง พวกเราก็สรุปว่า งั้นเลยตามเลยก็แล้วกัน เพราะทางข้างหน้าที่คุณลุงเต่าเค็มหลงไป สามารถออกตัวเมืองเพชรบุรี และกลับกรุงเทพฯ ได้..

เหลือพวกเรา 5 คน นั่งทานอาหาร + เบียร์เย็นๆ กันที่รีสอร์ทของเพื่อนพี่มะนาว พวกเราสั่งแกงส้มแป๊ะซะปลาช่อนใส่ผักกูด (เพิ่งเคยทานค่ะ) ปลาคังลวกจิ้ม ทอดมันปลากราย กบทอดกระเทียม ปลาดุกทะเลผัดเผ็ด พี่มะนาวเชิญชวนให้นอนรีสอร์ทอีก 1 คืน แต่พี่สข1 ติดงาน พี่มะนาวก็เลยนอนรีสอร์ทเมาเบียร์คนเดียวอีก 1 คืน คิกๆๆ พออิ่มก็ร่ำลากันกลับ แย่งกันเช็คบิลเป็นพัลวัล สุดท้ายความไวไม่ทันพี่ฟอง เอิ๊กๆๆ พวกเราเดินทางไป-กลับ โดยสวัสดิภาพ และสนุกสนานตามคำอวยพรของคุณเอ๊ดค่ะ ขอบคุณพี่มะนาวและพี่ทิดโส และเพื่อนร่วมเดินทางทุกๆ ท่าน รวมทั้งท่านที่ติดตามอ่านด้วยค่ะ




(เอาเมาส์คลิ๊กที่ท้องฟ้าสีดำ คลิ๊กหลายๆ หน นะคะ) 
Posted by เต่าเค็ม on 10 Sep. 2003,13:21
รถเต่าเค็มชราภาพพอกับเจ้าของ จึงไม่กล้าขับเร็วลงจากเขาในสภาพฝนตกหนักแทบตลอดเวลา แม้คนขับจะพร้อมแต่ยางรถและเบรคอาจไม่พร้อม ไม่อยากให้ทริปน่าประทับใจทริปนี้จบลงอย่างทุลักทุเล ประกอบกับการที่ไม่ได้นัดหมายสถานที่ก่อนออกเดินทาง คิดแต่เพียงว่าขับตามกันไป จึงพลัดหลง (อีกแล้ว) ในที่สุด เลยไม่ได้นั่งจิบ beer2.gif.gif ด้วยกัน

แต่ก็ดีแล้ว เพราะขับฝ่าสายฝนกลับกรุงเทพฯ กว่าจะถึงบ้านก็ระบมน่าดู ต้องแวะเติมก๋วยเตี๋ยวที่คลองโคนอีกเที่ยว แวะเบิ่งตาด้วยคาเฟอีนจากกาแฟกระป๋องที่มหาชัยอีกครั้ง หลังจากพบว่าถนนแถวมหาชัยยามฝนตกนี่ลื่นน่าดู ขับ 80 เบรคไม่อยู่ มันหันข้างตะแคงหน่อยๆ ทื่อต่อไปข้างหน้าอีก 10-20 เมตรเฉยเลย จะขับชิดซ้ายสุดก็ต้องฝ่าแอ่งน้ำกระจายตลอดทางซึ่งจะทำให้เบรดมีปัญหา จึงต้องขับขวาตลอดโดยระวังความเร็วไม่ให้เกินกว่าจะเบรคอยู่ และไม่ให้ช้าพอที่จะทำให้รถหลังหงุดหงู หงุดหงิม เอ๊ย ! หงุดหงิด

ขอบคุณสิ่งดีๆ ที่ได้รับจากเพื่อนหน้าใหม่ทุกคน อบอุ่นและอิ่มเอมโดยไม่ทราบว่าอาจได้สร้างความเหน็ดหน่ายแก่ท่านใดบ้างหรือไม่ ซื่งหวังว่าคงได้รับการอภัยหากจะมีบ้าง

นำภาพมาช่วยประกอบบรรยากาศต่อ และจะค่อยทะยอยมาอยู่เรื่อยๆ


อีกสีสันหนึ่งผ่านเลนส์กล้องที่พะเนินทุ่งขณะชาวบ้านกำลังขนของเที่ยวที่สองขึ้นเขา



พี่มะนาว น้ำแข็ง-โซดา สรณงฺ คฉามิ กะพี่ฟองที่น่าอบอุ่นของนกกะปูด



วนิพกสาวกับขันเขียว
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 13 Sep. 2003,06:14
ตามมาอ่านครับ ..สนุกมากเลย ลุงเต่าเค็ม ใจถึงมากเลยครับ น่าสนุกจริงๆๆ
     น้าแอ็ดกับพี่กิเลน น้องหย๋า เมื่อไหร่จะไปร่วมวงกับเค้าหละครับ พี่โตด้วย
     คุณนกเล่าได้เก่งเหมือนเคยไม่ผิดหวัง
     เที่ยวป่า กับเที่ยวตามหนามกอล์ฟต่างกันยังไงเล่าให้ฟังบ้างนะ
     ขอตัวไปอุ้มลูกน้อยก่อนครับ มันร้องอีกแย้วววววว
Posted by มะนาว on 16 Sep. 2003,10:10
ยังคิดถึงบรรยากาศในช่วงนั้น และยังคิดถึงทุกๆคน เอารูปยอดผักกูดที่นกบอกไม่เคยเห็นและไม่เคยกินก่อนที่จะมาพะเนินทุ่ง แถมด้วยรูปเบื้องหลังการถ่าย(รูป)ด้วย

ดอกใหญ่มากเพราะเป็นต้นที่ขึ้นบนที่สูงที่เราเคยเห็นส่วนมาจจะขึ้นตามริมน้ำต้นจะเล็กกว่านี้มาก

นี่เป็นรูปทีมถ่ายภาพ

นกกะปูดชอบกินเจ้านี่ แต่ นกกะปูดที่มาด้วยกันบินหนีไปไกลเลย photographer.gif couch.gif

รูปพระอาทิตย์ตอนเช้าส่องผ่านเมฆหรือหมอกก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดี แต่ที่ตื่นมาเห็นเพราะความเย็นของอากาศ อยู่ที่บ้านไม่เคยเห็นจ๊ะ วันนี้แค่นี้ก่อนนะ แล้วจะมาใหม่ beer2.gif.gif
Posted by นกกะปูด on 16 Sep. 2003,22:08
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก devil.gif
หลงพี่ขา.. มาเอาไอ้ตัวรถไฟออกไปให้ทีค่ะ
แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่มะนาวแกล้งนู๋ cry3.gif.gif  cry3.gif.gif  cry3.gif.gif
Posted by เต่าเค็ม on 15 Nov. 2003,23:25
หายหน้าไปนับเดือน กำลังอยู่ระหว่างความทุกข์โศกซึ่งมักเยี่ยมกรายมาเยือนเป็นประจำทุกปลายปี ประกอบกับประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยขนาดเย็บ 20 กว่าเข็มโดยไม่มีสิ่งใดบุบสลายนอกเหนือไปจากนี้ (อาจจะมีที่หัวใจ แต่เป็นแค่ความบอบช้ำตามสภาพอายุขัย)

จำได้และมั่นใจว่าทริปพะเนินทุ่งที่คุยๆ กันมานี้ หากผมจะมีโอกาสสร้างสิ่งไม่สบอารมณ์หรือไม่เหมาะควรแก่เพื่อนร่วมเดินทางที่เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีทุกท่าน ก็น่าจะมีเพียงสองเรื่องคือ การที่นำสุนัขไปด้วยโดยไม่ตั้งใจ (ตกกระไดพลอยโจนมากกว่า) และเรื่องที่ไม่มีโอกาสได้ช่วยเฉลี่ยค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นสุราอาหารหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจเป็นเพราะเป็นผู้ร่วมทีมคนสุดท้ายที่แสดงตนกระทันหัน 1 วันก่อนเดินทาง แต่ผมก็ได้ปวารณาตนว่า หากจะมีทริปเช่นนี้ที่นครสวรรค์ (อาจเป็นบึงบอระเพ็ด ฯลฯ) บ้านเกิดผม ผมยินดีรับเป็นเจ้าภาพด้วยความเต็มใจยิ่ง

แต่หลังจากนั้น ปรากฏว่ามีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับตัวผมในช่วงเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ ออกมาในทำนองที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจว่า ผมได้กระทำตนไม่เหมาะสมบางสิ่งบางอย่าง (โดยไม่ทราบว่าเป็นอะไร) และข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมต้องเผชิญกับความทุกข์โศกประจำปลายปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อะไรจะเกิดมันคงต้องเกิด ผมเสียใจมากหากที่ผ่านมาจะมีอะไรที่ผิดพลั้งไปไม่ว่าจะโดยทาง กาย วาจา หรือใจ เพียงขอแต่ให้รับทราบว่าหากจะมี ทั้งหมดทั้งสิ้นมิได้เกิดจากเจตนาใดๆ หรือเกิดแต่อุปนิสัยอันเลวทรามของผม หรือแม้กระทั่งเกิดจากการขาดสติจากความมึนเมา และอย่างไรก็ตาม ผมจะไม่ขอแก้ตัวอย่างไรทั้งสิ้น

ผมกำลังอยู่ระหว่างความทุกข์ระทมส่วนตัว การได้ระบายออกมาบ้างคงช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นไม่มากก็น้อย มิได้มีเจตนาอื่นใด และจะคงเป็นเต่าเค็มตัวเดิม ที่จะคลานเข้ามาหาความอบอุ่นที่นี่อีก เมื่อจิตใจหายหรือคลายความบอบช้ำ

ทนทุกข์ทุกปลายปี คงครั้งนี้ปีสุดท้าย
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard