Forum: ห้องฟังเพลง
Topic: *เพลงธรรมะ*
started by: KiLiN

Posted by KiLiN on 14 Feb. 2004,21:06
กระทู้เพลงลูกกรุง ลูกทุ่ง หรือสากลก็มีแล้ว
ก็เลยคิดว่าน่าจะมีเพลงในแนวธรรมะบ้าง โดยเฉพาะเป็นภาษาไทย
กระทู้นี้ก็จะเป็นการรวบรวมเพลงในแนวธรรมะที่อยู่ในกระทู้ต่างๆ 
ก็จะโอนเข้ามาไว้ในกระทู้นี้ smile.gif yin-yang.gif

หมายเหตุ เปิดกระทู้จริงวันที่ ๑๙ พย. ๔๙ แต่ตั้งวันที่ย้อนหลังเพื่อให้อยู่บนสุดของกระทู้
Posted by KiLiN on 14 Feb. 2004,21:06
เนื่องในวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก
ขอมอบดอกไม้ดอกนี้ให้กับทุกๆคน... smile.gif








ดอกไม้คุณธรรม

- เยาวชนแสงเทียน -






ขอมอบดอกไม้ดอกนี้ ให้แก่ผู้ที่ใฝ่หา
จะอยู่แห่งไหน จะใกล้จะไกลจนสุดขอบฟ้า
ขอมอบธรรมะที่บริสุทธิ์ ดุจกระแสธารา
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้มา

คุณธรรมทอแสง อย่าได้ถอยแรงศรัทธา
เป็นเปลวเทียนที่ไหม้นาน เป็นสายธารที่ชุ่มป่า
คือแผ่นฟ้าคุณธรรม

ขอมอบธรรมะเอาไว้ ให้เป็นเครื่องใช้ชี้นำ
ขจัดสิ่งร้ายมุ่งมั่นต่อไป ให้คลายหมองหม่น
ก้าวต่อไปไม่ให้สิ้นสุด ดุจกระแสธรรม
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม


เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม

เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม


---- ---- 0000 0000 ---- ----
 



กับบทกลอนแห่งความรัก ความรักที่ยิ่งใหญ่
ความรัก ความศรัทธา ในความสุขของมนุษยชาติ.......

ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว
ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่
เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้
มิได้อยู่เพื่อตนเอง

Posted by nid on 28 Oct. 2004,00:10




มองแต่แง่ดีเถิด

ขับร้อง : เยาวชนกลุ่มแสงเทียน
บันทึกเสียงลงเทป : พค. ๒๕๒๙

Posted by KiLiN on 28 Nov. 2004,09:01





เปิด-เปิด-เปิด
ขับร้อง : เยาวชนกลุ่มแสงเทียน
บันทึกเสียงลงเทป : พค. ๒๕๒๙

Posted by KiLiN on 01 Dec. 2004,22:40





เป็นมนุษย์หรือเป็นคน ?
ขับร้อง : เยาวชนกลุ่มแสงเทียน
บันทึกเสียงลงเทป : พค. ๒๕๒๙

Posted by ชายต้อ on 25 Jul. 2006,13:19


จอมยุทธ
ขับร้อง - P2 WarShip




ครั้งหนึ่งยังมีจอมยุทธ์ ออกเดินทางไปสุดฟ้า
หวังเพื่อที่จะตามหา ยอดวิชาที่หายไป
จะเอาไปแก้แค้น ให้กับอาจารย์เขา
จะต้องเป็นจ้าวยุทธ แล้วเขาต้องยิ่งใหญ่
บังเอิญเกิดตกเขา บังเอิญมีกิ่งไม้
บังเอิญจึงรอดตาย บังเอิญคัมภีร์อยู่ที่นั่น

เคล็ดหลักวิชา ในตำราขั้นที่หนึ่ง นั่นก็คือ
การทำใจให้สงบ รวบรวมลมปรานให้ดี
เคล็ดลับวิชา ในตำราขั้นที่เหลือ
คือคิดดีทำดีพูดดี เท่านี้ได้ดีแน่นอน

ครั้นแล้วจอมยุทธ ก็เดินทางขึ้นจากเขา
ด้วยวิชาตัวเบา ก็ล้างแค้นได้สมใจ
เลยถูกดักแก้แค้น เมื่อเขาพักโรงเตี๊ยม
แล้วถูกวางยาพิษ แล้วเขาก็ล้มไป
แล้วถูกผลักตกเขา บังเอิญมีกิ่งไม้
บังเอิญจึงรอดตาย บังเอิญคัมภีร์อยู่ที่นั่น

เคล็ดหลักวิชา ในตำราขั้นที่หนึ่ง นั่นก็คือ
การทำใจให้สงบ รวบรวมลมปรานให้ดี
เคล็ดลับวิชา ในตำราขั้นที่เหลือ
คือคิดดีทำดีพูดดี เท่านี้ได้ดีแน่นอน

เมื่อได้ลองมาอยู่คนเดียว ก็ทำให้ใจที่เคยได้ฟุ้งซ่าน ได้คิดบ้าง
สุขสงบมันอยู่ที่ใจ แย่งชิงกันไปสุดท้ายก็เหมือนกัน ก็แค่นั้น
เรื่องบุญคุณก็คงต้องแทน ส่วนเรื่องความแค้นก็คงต้องลดบ้าง อภัยบ้าง
สุขสงบมันอยู่ที่ใจ อาวุธวางไว้ยื่นไมตรีให้กัน
คิดได้แล้วตัวก็เบา

เคล็ดหลักวิชา ในตำราขั้นที่หนึ่ง นั่นก็คือ
การทำใจให้สงบ รวบรวมลมปรานให้ดี
เคล็ดลับวิชา ในตำราขั้นที่เหลือ
คือคิดดีทำดีพูดดี เท่านี้ได้ดีแน่นอน

เคล็ดหลักวิชา ในตำราขั้นที่หนึ่ง นั่นก็คือ
การทำใจให้สงบ รวบรวมลมปรานให้ดี
เคล็ดลับวิชา.....



~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~



Posted by ชายต้อ on 25 Jul. 2006,22:36


ก้อนหินก้อนนั้น
ขับร้อง - โรส




เคยมีใครสักคน ได้บอกฉันมา
ว่าเวลาใครทำกับเรา ให้เจ็บช้ำใจ
ลองไปเก็บก้อนหิน ขึ้นมาสักอัน
ถือมันอยู่อย่างนั้น และบีบมันไว้

บีบให้แรงจนสุดแรง ให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น
ใครคนนั้นยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ใครมาทำกับเธอ ให้เจ็บหัวใจ
ก็แค่ให้ก้อนหินก้อนนั้น ให้เธอรับมา
เพียงเธอจับมันโยน ให้ไกลสายตา
หรือเธอปรารถนา จะเก็บมันไว้

หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น
หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง ...



~~~~~~~~~~~~~~~~~~~



Posted by ชายต้อ on 27 Jul. 2006,20:14
อ้างถึง (มาลัย @ 25 กค. 2006,02:57)
ขอเพิ่มอีกหนึ่งเพลงค่ะ เพลงปล่อยวาง ของจั๊กชวิน-บิ๊ก ธานัท ขอบคุณค่ะ

เชิญครับคุณ มาลัย เพลงปล่อยวาง ขอให้มีความสุขครับ wave.gif







ปล่อยวาง
ศิลปิน - Jugg & Big (จั๊ก ชวิน & บิ๊ก ธานัท)




เธออาจมีวัน ที่ร้อนใจ
ไม่ว่าอะไร ก็รุมเข้ามา
จะเหมือนว่ามัน จะเกินไปกว่า
มากกว่าให้เธอ รับมือ

เข้าใจเธอดี ที่ร้อนรน
เข้าใจที่เธอ ต้องทนกล้ำกลืน
ก็รู้ว่าเธอ ก็ขมก็ขื่น
ที่ต้องแบกต้องถือ เรื่องมากมาย

แต่ถ้าเยอะนัก ใครล่ะใครหนัก
อยากให้พัก พักดูสักหน่อย
อย่าปล่อย ให้เยอะเกิน...

ถ้าหนัก ก็ปล่อยวาง หัดปล่อย และหัดวาง
อย่าจริงจังทุกอย่าง อย่าให้มากไป
ยิ่งเธอเอาแต่ถือ สิ่งที่ไม่ใช้
เธอปล่อยมัน จะดีกว่าไหม
ถือเอาไว้ ก็เมื่อยมือเปล่าๆ

ไม่อยากให้เธอ ต้องฝืนไป
เอาแค่สบายๆ ละกัน
อยากขอให้เธอ ไม่ไหวหวั่น
หัดปล่อยมันสักครั้ง ก็คงดี

แต่ถ้าเยอะนัก ใครล่ะใครหนัก
อยากให้พัก พักดูสักหน่อย
อย่าปล่อย ให้เยอะเกิน...

ถ้าหนัก ก็ปล่อยวาง หัดปล่อย และหัดวาง
อย่าจริงจังทุกอย่าง อย่าให้มากไป
ยิ่งเธอเอาแต่ถือ สิ่งที่ไม่ใช้
เธอปล่อยมันจะดีกว่าไหม โอ้..โอ

ถ้าหนัก ก็ปล่อยวาง หัดปล่อย และหัดวาง
อย่าจริงจังทุกอย่าง อย่าให้มากไป
ยิ่งเธอเอาแต่ถือ สิ่งที่ไม่ใช้
เธอปล่อยมันจะดีกว่าไหม
ถือเอาไว้ ก็เมื่อยมือเปล่าๆ...



---- ---- ---- ---- ---- ----



Posted by sweet lemon on 20 Nov. 2006,09:18
คุณคิลินค่ะ มะลาวฟังบ่ได้ค่า เป็นแบบนี้ค่ะ


Posted by แมวเหมียว on 20 Nov. 2006,16:54
มะแหม่วฟังได้..  หมายถึงเปิดฟังได้ค่ะ  xmas.gif

ชอบและขอบคุณค่ะ bowsdown.gif

again.gif
Posted by KiLiN on 21 Nov. 2006,07:44
ปัญหาของมะลาว ไม่มีโปรแกรม real player ครับ yes.gif

นี่เลย => < (คลิก)เคล็บไม่ลับวันนี้จะมาบอกวิธีการดาวน์โหลดโปรแกรม real player >
Posted by sweet lemon on 22 Nov. 2006,05:25
ขอบคุณค่ะคุณคิลิน มะลาวโหลดหลายรอบแล้วค่ะ แต่ม่ายสำเร็จ พอทำข้อ2 เสร็จ ข้อ3 ไม่โผล่ โผล่มาแต่ โฆษณาให้คลิกของฟรี แล้วให้ใส่ อีเมล์ นู๋เลยมะฉนอ่ะ แต่คุณคิลินบ่ต้องเป็นห่วง เด๋วมะลาวหาทางจัดการเอง เพราะรู้แล้วว่าต้องใช้ real player  

thankssign.gif
Posted by sweet lemon on 23 Nov. 2006,04:51
ส่งข่าวรายงานค่ะว่า....real player อยู่ในกำมือมะลาวเยียบย้อยแย้วค่า

ขอบคุณ คุณคิลินมากๆๆค่ะ thankssign.gif

และขอเพลงธรรมะอีกนะค่ะ ที่คุณคิลินวางไว้ ...น้อยไปค่ะ ฮี่ฮี่ bowsdown.gif


Posted by KiLiN on 23 Nov. 2006,09:16
ครับ จะหามาวางเพิ่มให้เรื่อยๆครับ smile.gif

แต่..ตอนนี้ขอรวบรวมที่อยู่กระจัดกระจายตามซอกต่างๆของบ้านมาไว้ที่เดียวกันก่อนนะครับ

๓ เพลงล่าสุดที่ไปรวบรวมมา คือเพลง จอมยุทธ ก้อนหินก้อนนั้น และเพลงปล่อยวาง เป็นเพลงที่ขอโดยคุณมาลัย และจัดหาให้โดยคุณชายต้อ
  นับเป็นเพลงมีเนื้อหาดีมากครับ และที่สำคัญเป็นทำนองร่วมสมัย ผมเพิ่งได้ฟังที่นี่แหล่ะ ต้องขอบคุณ คุณมาลัยและคุณชายต้อมากครับ และก็ถือโอกาสขออนุญาตย้ายมารวมไว้ที่เดียวกัน โอกาสหน้าคุณมาลัยมาขอเพลงดีๆแบบนี้ใหม่นะครับ และก็ต้องรบกวนคุณชายต้อได้ช่วยจัดหาให้เช่นเคยนะครับ
tinyrose.gif thankssign.gif

ขอเชิญย้อนกลับไปฟังกันได้เลยครับ  หน้าแรกครับ music.gif
Posted by KiLiN on 26 Nov. 2006,07:41








พบฅน พบธรรม

จากรายการพบคนพบธรรม ช่อง ๙ อสมท.
โดย...หลวงปู่พุทธะอิสระ




วนเวียนในจักรวาล 
สุขและทุกข์ซ้ำๆไม่เคยพ้นไป
วนเวียนกำเนิดเกิดตาย 
ดังชีวิตนั้นมีเพียงเพื่อใช้กรรม 

ดวงวิญญาณที่อ่อนที่ล้า
เกิดขึ้นมาใต้เงาแห่งองค์พระพุทธและพระธรรม
เป็นทางเดียวสู่ทางนฤพาน
อันเป็นทางที่หยุดใจ

โอ..อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 
วิญญาณที่ทุกข์ทน วนเวียนเหมือนไม่สิ้นสุด
วางแล้วจงเดินตามทางองค์พระพุทธ
ให้ใจมีพระธรรมนำทาง

บ่วงอันที่ก่อเกิดกรรม
ติดและยึดยิ่งย้ำให้เกิดทุกข์ใจ 
เพียงกายสดับหลับไป 
แต่ไม่พ้นต้องวนมาเพื่อใช้กรรม

ดวงวิญญาณที่อ่อนที่ล้า 
เกิดขึ้นมาใต้เงาแห่งองค์พระพุทธและพระธรรม
เป็นทางเดียวสู่ทางนฤพาน
อันเป็นทางที่หยุดใจ

โอ..อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 
วิญญาณที่ทุกข์ทน วนเวียนเหมือนไม่สิ้นสุด
วางแล้วจงเดินตามทางองค์พระพุทธ
ให้ใจมีพระธรรมนำทาง


---- ----   yin-yang.gif   ---- ----



Posted by KiLiN on 27 Nov. 2006,10:52






มหากรุณาจิตธารณีสูตร

ทำนอง : ไต่ปุ่ยจิว(ธิเบต)


ขอนอบน้อมพระรัตนตรัย 
ปวงข้าไซร้ขอเป็นที่พึ่ง
ซึ่งพร้อมมีพระโพธิสัตว์
อวโลกิเตศวรมหากรุณาจิตธารณี
ประทานความสมบูรณ์สุข 
ไกลอวิขขาพลังบุญผู้มีธรรม
พาโลกพลันสว่างด้วยแสงธรรมค้ำโลกา

ขอนอบน้อมองค์พระผู้เลิศปัญญา
ทรงนำพาให้รู้เท่าทัน
บุญบาป กิเลสทุกข์ทั้งปวง
ความโลภ ความโง่เขลา หลงโกรธ
จงมลายจางหาย เป็นความบริสุทธิ์
ดังเช่นดอกบัวของพระโพธิสัตว์
ทรงนำพา สัตว์โลกหายโง่งมงาย
ซึ่งล้วนเป็นมหากรุณา
ธรรมอันใด ธรรมทรงดำรง
ขอพระองค์ทรงบรรลุธรรม
นำพระนิพพาน สู่แดนพระพุทธภูมิ



---- ----  tinyrose.gif   ---- ----





Posted by KiLiN on 15 Dec. 2006,10:36







อิติปิโส

ธีระศักดิ์ อัจจิมานนท์


อิติปิโส ภะคะวา
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐปุริสปุคคะลา
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย
ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย
อนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ



---- ----  tinyrose.gif  ---- ----





ปัจฉิมวาทะของผู้แต่งเพลงก่อนตาย



จิตนี้สำคัญที่สุด
จริงๆ แล้วเรารู้จักจิตของเราน้อยมาก
พอเราเริ่มเป็นแล้วนี่
ก็ได้ปฎิบัติธรรมอย่างเข้มข้น
แล้วก็ค่อยๆ ค้นพบมัน
มันสามารถที่จะ "ชะลอ" ได้อีกเยอะเหมือนกัน
ก็กลายเป็นประสบการณ์
อันถือว่าเป็นโชคดี
ถ้าไม่เป็นก็จะไม่ รู้
ยิ่งปฎิบัติ ก็จะยิ่งดิ่งลึก
ไม่เหมือนทุกอย่างที่เคยเรียนรู้มา
ไม่กลัวตายไม่กลัวอยู่
อยู่ก็ได้ตายก็ ได้
อยู่ก็อยู่ให้ ดี ทำดีเท่าที่ทำได้

ถ้ายังดีอยู่ ก็จะยังไม่เป็นอย่างนี้

ทุก เช้าตื่นมาพบความเจ็บปวดบางอย่าง
มันจำเป็นต้องมีมุมมองอย่างกล้าหาญ
มีสมาธิ ที่เข้มแข็ง ไม่งั้นเราก็รับมือกับมันไม่ได้

เจ็บเกือบตลอดเวลา
ทำพิษที่ ไหล่ กับข้อมือ
เนื่องจากกดทับของเซลล์มะเร็ง
และหลังผ่าตัดไหล่ติดปวดทั้งตัวปวดตลอด
ปวดจนชิน..... (หัวเราะ)

ที่หัวกลับน้อยลงนะ
เป็นแนวโน้ม
ผ่านได้แน่นอน
.....ไม่รอดก็ม่องเท่ง ....
เรากล้าหาญเสมอ
แค่นี้ก็คุ้มที่เกิดมา
เพื่อนช่วยกันมาก..... เกื้อกูล.....

ทำบุญมาเยอะ... เกื้อกูลจนเรานึกไม่ถึง
ชีวิตมักจะมีสิ่งแปลกๆ
วันดีคืนดี มีพยาบาลมาหาถึงบ้าน มาทำกับข้าว(ชีวจิต)ให้
เป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน
โอ้โฮ...ตลกจริงๆ...

การทำ อาณาปาณสติ นี่ กำหนดลมหายใจ
ไปที่ไหน อยู่ที่ไหน ก็ทำได้
ไม่ได้หมายความว่า เวลาทำต้องนั่งนิ่ง ไม่ได้ทำอะไร
หมายถึงการมีจิตที่เป็นหนึ่ง เหมือนเราทำอะไรสักอย่าง
ที่ Concentrate กับมันมากๆ ระดับหนึ่งจนถึง "ฌาน"
ทางพระเรียก "ฌาน" แปลว่า เจริญปัญญา อะไรทำนองนี้

ถ้าสนใจลองอ่าน พระพุทธทาสดู "คู่มือมนุษย์" ไม่ต้องซีเรียส
อีกหน่อยก็ต้องใช้...(หัวเราะเบาๆ) ....ทุกคน
ทำให้ชีวิตมันเรียกว่า...เต็ม



ที่มา :  < http://www.thaiezlife.com/tula/html/speech.html >



Posted by KiLiN on 17 Dec. 2006,11:42









ปลงกันเสียเถิด


แหงนมองปล่องเมนเห็นสัจจธรรม 
เมื่อควันสีดำพวยพลุ่งจากปล่องออกมา
อนิจจาวัฏสังขารามนุษย์ทุกผู้ที่เกิดมา
หนีไม่พ้นต้องโดนถูกเผา

ขอให้ทุกคนควรคิดคำนึง
ว่าสักวันหนึ่งก็คงถึงคิวของเรา
จะเร็วหรือช้า อายุจะสั้นหรือยาว
ไม่มีสิทธิ์ที่จะเดาเมื่อถึงคราวไม่พ้นต้องตาย

เรามานั้นมีแต่ตัวเปล่าๆ 
ตายแล้วข้าวของเอาไปไม่ได้
อกุศลาธรรมาพระท่านว่าไว้มีเกิดมีดับเวียนว่าย
เกิดแก่เจ็บตายเป็นของธรรมดา

ปลงกันเสียบ้างหันหน้าเข้าหากัน
อย่าเอาชนะคะคานมัวแต่ทะเลาะกันให้เขานินทา
กอบโกยโกงกินมันผิดศีลข้ออทินนา
ข้าวของเงินทองที่ได้มาอีกไม่ช้าก็เสื่อมสลาย











ความตาย...

พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ




"...ร่างนั้นทอดเหยียดอยู่ในโลงไม้แคบ ๆ ใบหน้าสวยได้รูปดูซีดขาว ดวงตาหลับสนิท ริมฝีปากที่เคยช่างเจรจาคล้ายจะแย้มยิ้ม...
ใครจะคิด ว่าหลังพูดคุยกันเมื่อไม่กี่วันก่อน บัดนี้ 'ความตาย' กลับพรากเธอให้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ..."


หากข้อความข้างต้นอยู่ในหน้าหนังสือ หรือเพียงเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างผิวเผิน ในที่สุดไม่นานนัก เราก็อาจลืม หรือเลือนภาพที่เห็น (และเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจ) ได้ในไม่ช้า

ด้วยว่า เรื่องดังกล่าว เราคล้ายไม่เกี่ยวข้อง และปราศจากส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ กับการที่
'ตัวละคร' หรือ 'ใครสักคน' จะตายไปจากโลก...

ด้านหนึ่งความตายใกล้ชิดกับเราในฐานะเป็นสิ่งมีชีวิต
อีกด้านหนึ่ง "ความตาย" ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผูกพัน ก็ใช่ว่าจะทำให้รู้สึกหวั่นไหว
มากไปกว่าสิ่งกระทบใจชั่วครู่ยาม


แม้ความตายจะติดตามทุกชีวิต ดั่งผูกยึดไว้ด้วยโยงใยอันไม่สามารถตัดขาด แต่ลึกลงไปในจิตใต้สำนึก อาจมี 'บางสิ่ง' คอยสนับสนุนให้เราปฏิเสธ หรือหลบเลี่ยง 'ความตาย' อยู่ในที

เราจึงต่างดิ้นรนขวนขวายต่อการ "ยังชีพ" ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
แม้ว่าจะเป็นภาระหนัก เหน็ดเหนื่อย หรือเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานก็ตาม

ดูเหมือนว่า "ความสุข" ที่หลายคนปรารถนาอย่างไม่มีสิ้นสุด เมื่อสำรวจลึกลงไปแล้ว ก็คือการหนีห่างจากเงื่อนไขที่นำไปสู่ "ความทุกข์" "ความสูญเสีย" อันมี "ความตาย" เป็นที่สุดนั่นเอง

โดยนัยนี้ ความตาย ดั่งหนึ่งจะอยู่ ณ อีกด้าน หรือตรงกันข้ามกับขั้วของ ความสุข


แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ชีวิต หมายถึง 'ความสุข' กระนั้นหรือ ?

เป็นไปได้หรือไม่ว่า ภายใต้ทุกข์ยากและรันทดท้อในความมีชีวิต มนุษย์ยังเชื่อมั่นอยู่ในที
ว่าตนสามารถแสวงหาความสุขได้ หากตนยังมี "ชีวิต" อยู่ ทั้งยังหวาดหวั่นและไม่มั่นใจต่อ "ความตาย" ว่าถึงที่สุดแล้ว จะนำตนไปสู่ที่ใด

และ เป็นไปได้หรือไม่ว่า นั่นอาจเป็นเพียงแรงจูงใจที่คอยกระตุ้นเร้า เพียงให้เรา "หนีตาย" โดยปราศจากความจริงใด ๆ รองรับ ทำนองที่ว่า เมื่อหมดแรงหนี ก็พบว่าไม่มีสิ่งใดต้องกลัวอีกเลย...


หลายยุคหลายสมัย มนุษย์แสวงหาความจริง ของ ชีวิตและความตาย ผ่านหลายมุมมองและหลากวิธีการ ทั้งวิทยาศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา ฯลฯ หรือกระทั่งศิลปะและวรรณกรรม

"ผู้รู้" พร่ำพรรณนา อธิบาย และสรุป สิ่งที่ตน "เชื่อ" และ "ค้นพบ" ครั้งแล้วครั้งเล่า ยุคแล้วยุคเล่า น่าประหลาดที่ ความจริงอันสำคัญและใกล้ชิดกับชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างยิ่งนี้ กลับหาข้อยุติโดยรวมไม่ได้

แต่ละสาขาของ ความรู้ - ความเชื่อ ยังมีความแปลกแยกและแตกต่าง อย่างแทบมิอาจแสวงหาจุดร่วมใด ๆ  ลึกลงไปในแต่ละแขนง กลับมีแง่มุมแยกย่อยออกไปให้ศึกษาและปฏิบัติอย่างนับแนวทางไม่ถ้วนทั่ว

หากคุณเป็นผู้ใคร่ต่อการแสวงหา ชั่วชีวิตหนึ่ง อาจไม่สามารถค้นพบความจริงของการ 'มีอยู่' และ 'จากไป' ได้รอบด้าน ทั้งนี้ มิจำเป็นต้องกล่าวถึง ความ 'ครบถ้วน' ทั้งโดยคุณภาพและปริมาณ

ศาสดาจำนวนมาก จึงชี้ทางอัน
"เพียงพอ" ต่อการเป็น 'มนุษย์' ยิ่งกว่าความ"ครบครัน" อันผู้คนจำนวนมากพากันค้นหา

น่าเสียดาย ที่ส่วนใหญ่"ความคิด"มักมีมากกว่า"ความจริง"และ"ความจริงอันเพียงพอ" มักด้อยรสชาติกว่าความอยากรู้อยากเห็นเสมอ...

บ้างกล่าวถึงความตายว่าเป็นความสูญเสีย บ้างกล่าวว่าเป็นความเปลี่ยนผ่าน บ้างกล่าวว่าตายแล้วเกิด และบ้างก็กล่าวว่า คือ การเดินทางกลับ สู่ดินแดนที่จากมา...

วันแล้ววันเล่า ที่ทัศนะเหล่านั้นวนว่ายอยู่ในวัฏฏะของมนุษย์ ส่งเสียงอยู่ที่นั่นที่นี่ ส่วนนั้นส่วนนี้ของโลก

บ้างกระซิบ บ้างกู่ก้องร้องตะโกน

ขณะคนแล้วคนเล่าตายจากเราไป...
ทั้งที่เป็นญาติ, เพื่อนสนิท, คนรัก หรือกระทั่งคนที่เราเกลียดชัง

ถึงวันนี้และวินาทีนี้ "การเกิด" และ "การตาย" ยังดำรงอยู่ และยังมีผู้ลังเลสงสัยต่อ "ความตาย" อยู่เช่นเดิม

ทั้งที่นับวันเราจะมี "ความรู้" เกี่ยวกับความตายมากขึ้น
และมี "สื่อ" ที่จะนำความรู้เหล่านั้นไปสู่ผู้คนได้มากขึ้น และครอบคลุมพื้นที่ยิ่งขึ้นทุกที


หรือเพียงมีความรู้ แต่กลับปราศจากปัญญา...

ครั้งหนึ่ง เคยมีคนถามท่านพุทธทาสภิกขุ ว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องตาย
ว่ากันว่า ท่านหัวเราะ หึ ๆ แล้วตอบว่า


"ไม่มีผู้เกิด จะมีผู้ตายได้อย่างไร .."




Posted by แมวเหมียว on 17 Dec. 2006,17:47
คุณคิลินคะ เพลงอื่นเปิดฟังได้ แต่เพลง อิติปิโส เปิดไม่ได้ค่ะ flo_1.gif

bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 17 Dec. 2006,19:49
เพลงอิติปิโส เป็นไฟล์เพลงที่ต่างจากเพลงอื่น
เลยสันนิษฐานว่าอาจจะไม่มีโปรแกรม windows media player หรือเปล่าครับ hum.gif

ลองดาวน์โหลดมาติดตั้งใหม่ที่นี่
< Link For Download > thumbsup.gif
Posted by แมวเหมียว on 17 Dec. 2006,22:22
จริงๆด้วยค่ะคุณคิลิน แฮ่ะๆ เดิมเคยมีแต่มีใครบางคนเพิ่งเอาออกไปค่ะ

โหลดมาฟังเรียบร้อยแล้ว .ขอบคุณค่ะ bowsdown.gif
thankssign.gif
Posted by KiLiN on 18 Dec. 2006,10:58













บทปลงสังขาร


มนุษย์เราเอ๋ย  เกิดมาทำไม
นิพพานมีสุข  อยู่ไยมิไป
ตัณหาหน่วงหนัก  หน่วงชักหน่วงไว้
ฉันไปมิได้  ตัณหาผูกพัน
ห่วงนั้นพันผูก  ห่วงลูกห่วงหลาน
ห่วงทรัพย์สินศฤงคาร  สละเสียเถิด
จะได้ไปนิพพาน  ข้ามพ้นภพสาม

ยามหนุ่มสาวน้อย  หน้าตาแช่มช้อย
งามแล้วทุกประการ  แก่เฒ่าหนังยาน
แต่ล้วนเครื่องเหม็น  เอ็นใหญ่เก้าร้อย
เอ็นน้อยเก้าพัน  มันมาทำเข็ญใจ
ให้ร้อนให้เย็น  เมื่อยขบทั้งตัว
ขนคิ้วก็ขาว  นัยน์ตาก็มัว
เส้นผมบนหัว  ดำแล้วกลับหงอก
หน้าตาเว้าวอก  ดูน่าบัดสี

จะลุกก็โอย  จะนั่งก็โอย
เหมือนดอกไม้โรย  ไม่มีเกสร
จะเข้าที่นอน  พึงสอนภาวนา
พระอนิจจัง  พระอนัตตา
เราท่านเกิดมา  รังแต่จะตาย
ผู้ดีเข็ญใจ  ก็ตายเหมือนกัน
เงินทองทั้งนั้น  มิติดตัวไป

ตายไปเป็นผี  ลูกเมียผัวรัก
เขาชักหน้าหนี  เขาเหม็นซากผี
เปื่อยเน่าพุพอง  หมู่ญาติพี่น้อง
เขาหามเอาไป  เขาวางลงไว้
เขานั่งร้องไห้  แล้วกลับคืนมา
อยู่แต่ผู้เดียว  ป่าไม้ชายเขียว
เหลียวไม่เห็นใคร  เห็นแต่ฝูงแร้ง
เห็นแต่ฝูงกา  เห็นแต่ฝูงหมา
ยื้อแย่งกันกิน  ดูน่าสมเพช

กระดูกเราเอ๋ย  เรี่ยรายแผ่นดิน
แร้งกาหมากิน  เอาเป็นอาหาร
เที่ยงคืนสงัด  ตื่นขึ้นมินาน
ไม่เห็นลูกหลาน  พี่น้องเผ่าพันธุ์
เห็นแต่นกเค้า  จับเจ่าเรียงกัน
เห็นแต่นกแสก  ร้องแรกแหกขวัญ
เห็นแต่ฝูงผี  ร้องไห้หากัน

มนุษย์เราเอ๋ย  อย่าหลงนักเลย
ไม่มีแก่นสาร  อุตส่าห์ทำบุญ
ค้ำจุนเอาไว้  จะได้ไปสวรรค์
จะได้ทันพระพุทธเจ้า  ได้เข้าสู่พระนิพพาน

อะหัง วันทามิ สัพพะโส
อะหัง วันทามิ นิพพานะปัจจะโย โหตุ







* จะตายก็ไปคนเดียว จะเกิดก็มาคนเดียว
ความสัมพันธ์ของสัตว์ทั้งหลาย
ก็เพียงแค่ได้มาพบปะเกี่ยวข้องกันเท่านั้นเอง

* กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป
ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป
ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำสุขมาให้

* ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด
สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น

* ถ้าจะเศร้าโศกถึงคนที่ตายไปแล้ว
ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเองด้วย
ที่ตกอยู่ในอำนาจของความตายตลอดเวลา

* ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำแล้ว
ล้วนมีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้น




Posted by KiLiN on 20 Dec. 2006,09:41
เอาเพลงดอกไม้คุณธรรม อีกเวอร์ชั่นมาให้ฟัง เวอร์ชั่นเสียงเด็กอยู่หน้าแรกครับ







ดอกไม้คุณธรรม





ขอมอบดอกไม้ดอกนี้ ให้แก่ผู้ที่ใฝ่หา
จะอยู่แห่งไหน จะใกล้จะไกลจนสุดขอบฟ้า
ขอมอบธรรมะที่บริสุทธิ์ ดุจกระแสธารา
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้มา

คุณธรรมทอแสง อย่าได้ถอยแรงศรัทธา
เป็นเปลวเทียนที่ไหม้นาน เป็นสายธารที่ชุ่มป่า
คือแผ่นฟ้าคุณธรรม

ขอมอบธรรมะเอาไว้ ให้เป็นเครื่องใช้ชี้นำ
ขจัดสิ่งร้ายมุ่งมั่นต่อไป ให้คลายหมองหม่น
ก้าวต่อไปไม่ให้สิ้นสุด ดุจกระแสธรรม
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม


เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม

เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม



---- ---- tinyrose.gif ---- ----
 


ที่มาของเสียงเพลง : < http://www.tamdee.net/music/play.asp?QID=19 >


Posted by KiLiN on 24 Dec. 2006,09:47
เพลงนี้ถ้าจำไม่ผิด คุณมาลัยเคยมาขอไว้แล้ว แต่คุณชายต้อหาไม่มีจึงยังไม่ได้จัดให้  ก็ถือโอกาสจัดให้ไว้ ณ ที่นี้เลยครับ thumbsup.gif





เสื้อแห่งความสุข

ลานนา คัมมินส์

เกิดเป็นพระราชาอยากได้ก็ได้อย่างใจ
อยากมีแต่สุขไม่ทุกข์ใจแต่หาไม่เจอซักที
ให้โหรช่วยทำนายโหรบอกให้ทำอย่างนี้
ก็ใส่เสื้อของผู้วิเศษที่เค้าไม่มีความทุกข์ใดๆ

ทหารของพระราชาออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน
ไม่พบไม่เจอไม่ได้ยินคนที่ไม่ มีทุกข์ใจ
เสาะหานับแรมปีผู้วิเศษคนนั้นอยู่ไหน
ไม่ว่าจะหญิงจะชายก็ล้วนแต่มีความทุกข์ทุกคน

หาเท่าไรหาไม่เจอเสื้อแห่งความสุขนั้นอยู่ไหน
จะค้นจะหาเท่าไรก็ยังไม่พบไม่เจอสักที
หาเท่าไรหาไม่เจอคนๆ นั้นเค้าอยู่ที่ใด
คนที่ไม่เคยทุกข์ใจไม่มี

ก่อนตะวันจะลับปลายนาที่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง
แว่วเสียงถ้อยคำพร่ำรำพึงขอบคุณชีวิตแสนดี
เมื่อหิวก็แค่มีกิน เมื่อหลับก็นอนฝันดี
แค่นี้ก็มีความสุขวันนี้ไม่มีความทุกข์ใดๆ

ทหารของพระราชาเสาะหามาทั้งแผ่นดิน
เพิ่งพบเพิ่งเจอเพิ่งได้ยินคนที่ไม่มีทุกข์ใจ
เหล่าทหารของพระราชาจึงกระแทกประตูเข้าไป
ได้พบเพียงชายยากไร้ไม่มีแม้เสื้อติดกายสักตัว

หาเท่าไรหาไม่เจอเสื้อแห่งความสุขนั้นอยู่ไหน
จะค้นจะหาเท่าไรก็ยังไม่พบไม่เจอสักที
หาเท่าไรหาไม่เจอ ความสุขนั้นมันอยู่ที่ใด
ลืมว่ามันอยู่ที่ใจ... ตรองให้ดี



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----


นิทานเซน
เสื้อแห่งความสุข


ครั้งหนึ่ง พระราชาองค์หนึ่ง ทรงประชวรด้วยความทุกข์ พระองค์ทรงปรารภว่า
ผู้ที่รักษาพระองค์ให้พ้นความทุกข์ได้ จะทรงแบ่งพระราชสมบัติกึ่งหนึ่งให้

บรรดาแพทย์หลวงทั้งหลาย หมดปัญญาที่จะรักษาพระองค์ แต่มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งทูลว่า

มีวิธีเดียว ที่จะทำให้พระราชาทรงหายจากโรงแห่งความทุกข์ได้ ก็คือ
จะต้องนำเสื้อของ ผู้ที่มีความสุขที่สุดในชีวิตมาทรงสวม

พระราชาทรงสั่งให้ ข้าราชบริพารเสาะแสวงหาเสื้อของผู้มีความสุขที่สุดในชีวิต
มาถวายเป็นการด่วน

แต่หลังจากเสาะแสวงหาอยู่เป็นเวลานับปีทั่วพระราชอาณาจักร
บรรดาข้าราชบริพารทั้งหลาย ก็หาพบไม่ เพราะบางคนร่ำรวยแต่สุขภาพไม่ดี
บางคนสุขภาพดีแต่ยากจน บางคนทั้งร่ำรวยและสุขภาพดี แต่ก็มีความทุกข์อย่างอื่น

จนกระทั่ง วันหนึ่ง บรรดาข้าราชบริพาร ผ่านกระท่อมหลังหนึ่ง
และได้ยินเสียงรำพึงอย่างมีความสุขออกมาว่า

"ทำงานเสร็จแล้ว กินอาหารเรียบร้อยแล้ว
ต่อไปนี้ ข้าจะได้หลับนอนซะที
ข้าเป็นผู้ที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิต…"


บรรดาข้าราชบริพารทั้งหลายจึงกรูกันเข้าไปในกระท่อม
เพื่อขอเสื้อของชายผู้มีความสุขมากที่สุดในชีวิต
มามอบถวายแด่พระราชา แต่เมื่อทุกคนเข้าไปในกระท่อม เขาก็พบว่า

ชายผู้มีความสุขมากที่สุดในชีวิตนั้น
ยากจนเสียจน ไม่มีแม้แต่เสื้อสวมอยู่บนตัวเขา .....

yin-yang.gif



Posted by KiLiN on 25 Dec. 2006,05:41



ประมวลภาพ(บางส่วน) ของงานปฏิบัติธรรม "อบรมวิถีจิต"
โดย หลวงปู่พุทะอิสระ วัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ) 
จัดขึ้น ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 9-11 ธันวาคม 2549



หลวงปู่พุทะอิสระ



... ลงจากรถ



...เข้าที่พัก



... ผู้เข้าปฏิบัติธรรม ลงทะเบียน



...ชอบตรงไหนก็จับจองเอาตามสะดวก



... บางส่วนในศาลา



... ขอนอบน้อมครูพระกรรมฐาน หลวงปู่พุทธะอิสระ
                


... คณะพระที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมด้วย






standby="Musicpost"
type="application/x-oleobject"
height="52" width="300" border="0">
       
 xxx
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
      



ค่ายธรรมนำใจ



ได้มาเข้าค่าย.....สุขใจ..ได้ทั้งปัญญา
รู้สึกสุขชื่นชีวา ...เพราะได้ศึกษาแต่น้อย
หมั่นอ่านหมั่นเขียน...พากเพียรเรียนธรรมเฝ้าคอย
ชีวิตจะไม่เลื่อนลอย...เพราะเราได้โอกาสใจ

..ยิ่งเรียนยิ่งได้.......มั่นใจในคุณความดี
ยามเจ็บไม่ช้ำชีวี.....เรามีความดีชูไว้
บางทีอาจท้อ .....ขอสู้ไม่ยอมหวั่นไหว
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเพียงใด.....ใจยึดธรรมไว้เรื่อยมา

...บูชา ......คุณธรรมเอาไว้..ในใจ
ตั้งใจ........ทำดีได้ทุกเวลา
ได้โอกาสดี....เข้าค่ายธรรมะล้ำค่า
ขอบคุณพระอาจารย์เมตตา...ประทานธรรมมายาใจ

*** ได้มาเข้าค่าย...สุขใจได้ทั้งปัญญา
พุทธบุตรขอมอบชีวา....มุ่งหน้าสร้างความดีไว้
พวกเราทั้งผอง...ขอร้องอย่าทิ้งธรรมไป
เพราะเป็นที่พึ่งทางใจ...เราจึงสุขได้วันนี้...



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----


ที่มาของเพลง : < http://www.tamdee.net/music/play.asp?QID=3 >


Posted by sweet lemon on 25 Dec. 2006,07:15
ขออนุโมทนาค่ะคุณคิลิน  bowsdown.gif

สถานที่แลสงบจังนะค่ะ กลางวันน่าอยู่จัง กลางคืนคงน่ากลัว มีไฟตามไหมค่ะ แล้วกลางคืนกางกลดไหมค่ะ มียุงมากไหมค่ะ แหะๆ แบบสนใจอะค่ะ บ่มีหยัง แกล้งถามอ่ะ เผื่อคุณคิลินจะแกล้งตอบอ่ะ  greet.gif
thankssign.gif
Posted by KiLiN on 25 Dec. 2006,09:21
กลางคืนน่ากลัวป่าว ไม่รู้ รู้แต่ว่ามืดดี อิอิ tongue.gif
ไฟตาม ไม่มี มันไม่ตามมา คิก smile.gif  ต้องกดเอา อิอิ tongue.gif กดไฟฉายไง ฮี่ๆ laugh1.gif
ยุงเหรอ คงมีมั้ง แต่คงไม่เยอะ ที่เยอะคงงูอ้ะ ฮ่า เห็นมันเลื้อยทีเดียวตั้ง ๓ ตัว ดีว่าเป็นกลางวัน ohman.gif wave.gif
Posted by sweet lemon on 26 Dec. 2006,12:31
อื้อหือ โอ้โห โอ๊ะๆๆ มัยเข้าใจตอบจังน้อ  winkthumb.gif

แหม แต่มะลาวชอบงูอ่ะ พวกเดียวกัน กลัวฟามมืด มาปรากฏตัวตอนกลางวัน เอิ๊กกกกกกกกก  greet.gif

sit01.gif
Posted by KiLiN on 28 Dec. 2006,05:58





standby="Musicpost"
type="application/x-oleobject"
height="52" width="300" border="0">
       
 xxx
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
      



อาขยานล้านนา

คำร้อง : จรัล มโนเพ็ชร
ทำนอง : ซอพม่า



สิบแหลมซาวแหลม       บ่เท่าแหลมใบข้าว
สิบเหล้าซาวเหล้า        บ่เท่าเหล้าเดือนเกี๋ยง
สิบเสียงซาวเสียง        บ่เท่าเสียงแมงว้าง
สิบช้างซาวช้าง         บ่เท่าช้างเอราวัณ

อายุสิบปี อาบน้ำบ่หนาว    อายุซาวปี แอ่วสาวบ่ก้าย
สามสิบปี บ่หน่ายสงสาร    สี่สิบปี ยะก๋านเหมือนฟ้าผ่า     

อายุห้าสิบปี สาวหน้อยด่าบ่เจ็บใจ   หกสิบปี ไอเหมือนฟานโขก
เจ็ดสิบปี มะโหกเต็มตัว         แปดสิบปี ใคร่หัวเหมือนไห้

อายุเก้าสิบปี ไข้ก่ตายบ่ไข้ก่ตาย    จักเอาอันใดไป บ่ได้ซักอย่าง
บ่สัวะบ่วาง บ่หายหม่นเศร้า       คนบะเก่า เล่าไว้มาเมิน

เลย....วาง



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----


ที่มาของเสียงเพลง : < http://www.tamdee.net/music/play.asp?QID=20 >



อาขยานล้านนา เป็นคำสอนของคนโบราณ (คนบะเก่า เล่าไว้มาเมิน)
สอนให้รู้ถึงความเป็นจริงของชีวิต 
สอนให้รู้ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่ายึดติดอะไรให้มากนัก

ยามเยาว์เห็นโลก....... ล้วนแสนสนุก
เป็นหนุ่มสาว............... หลงสุขทุกค่ำเช้า
กลางคนเริ่มเห็น......... ทุกข์สุขคู่กันหนอ
ตกแก่จึงรู้เค้า.............. โลกล้วนอนิจจัง

Posted by KiLiN on 28 Dec. 2006,21:24
เรือมนุษย์ 
คำร้อง สุรัฐ พุกกะเวส
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน 




 
** ชีวิตมนุษย์นั้นสุดจะคิด
แต่ละชีวิตไม่ผิดนาวา
จะลอยถอยหลังหรือเหินเดินหน้า
ด้วยวาสนาสร้างมาแต่หลัง

เรือมนุษย์ สุดลำบากมากล้น
ต่างคนดิ้นรนให้รอดพ้นถึงฝั่ง
บางเวลาพายุโหมโถมประดัง
แทบสิ้นกำลังหมดหวังเกือบอาสัญ

ถึงคราวลมว่าว พัดผ่าวพราวใจ
เรือโลดลิ่วไปคล้ายอยู่ในสวรรค์
ขึ้นเหนือลงใต้ ไปได้ดังฝัน
พอลมหยุดพลันสวรรค์คืออเวจี

* ชาติหนึ่งพึงรู้ใครจะอยู่ค้ำฟ้า
มุ่งใจใฝ่หาศรัทธาแหละไมตรี
ทุกคนต้องตายร่างกลายเป็นผี
สถิตย์แต่ชั่วดีไม่มีวันดับสูญ

(ซ้ำ* และ**)



--------- yin-yang.gif ---------
 


ที่มาของเสียงเพลง : < http://www.dhammathai.org/radio/mcu/mcu06.php >



รับฟังเพิ่มเติมเวอร์ชั่นไฟล์ midi ที่คุณแอ๊ดโพสต์ไว้ได้ที่นี่
=> < เรือมนุษย์ midi >

Posted by KiLiN on 29 Dec. 2006,19:27



standby="Musicpost"
type="application/x-oleobject"
height="52" width="300" border="0">
       
 xxx
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
      



ตายคือไม่ตาย


ค่ำคืนฉันยืนอยู่เดียวดาย
เหลียวมองรอบกาย ความตายอยู่รอบตัว
มองแล้วใจสั่นระรัว ความกลัวประจันหน้า
ป่าช้าฝังผี โอยนะใครเป็นเพื่อนไม่มี

เรานักบุญธุดงค์อ่อนหัด ฟังเสียงป่าช้าชัด
ยิ่งดึกสงัดยิ่งหนาว โอ้ดาวและเดือน
เจ้าอย่าเพิ่งคล้อยเคลื่อน
ช่วยอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมเอย
โอ้ยกลัวจนจับใจ 

**ก้มกราบลงนึกปลงแต่ความตาย
เหลียวมองหาใคร ผู้ใดที่ว่ารักเรา
พอตายแล้วใครก็ไม่เอา
เมินหน้าไม่อยากเข้าใกล้
หามมาไว้ป่าช้า เคยสัญญาก็กลับมาลืม

เอานะโมพุทโธตั้งมั่น ความรู้สึกหวาดหวั่น
ค่อยเริ่มพลันสลาย โอ้ตายคือไม่ตาย
ที่ทิ้งไว้เพียงแต่ร่างกาย ส่วนความดีไซร้ยังอยู่เอย
ขอความกลัวจงหมดจากใจ



---- ----   yin-yang.gif   ---- ----



ที่มาของเสียงเพลง : < http://www.dhammathai.org/radio/die/die02.php >


Posted by KiLiN on 30 Dec. 2006,20:42




แสงธรรมนำทาง

คำร้อง : แป๊ะยิ้ม
ทำนอง : เพลงรักเก่าที่บ้านเกิด 



เคยผิดพลาดมาตั้งห้าหกที
ลืมเลือนไปซี อย่ามัวคิดถึง
เมาเหล้าเที่ยวเพลินบ้าการพนัน
เกียจคร้านการงานชอบอ้างตะบึง
ความชั่วคอยดึง
พาชีวิตให้มืดมน

หันหลังให้วัดเข้าคลับเข้าบาร์
เคยรวยเงินตราต้องมาขัดสน
ความทุกข์ความเครียดเบียดเบียนบีฑา
ผิดหวังเรื่อยมาชะตาอับจน
เพื่อนหายหลายคน สับสนทุกข์ตรมอุรา

เสพผงกัญชายาบ้ายาอี
สูญเสียความดีไม่มีก้าวหน้า
คบเพื่อนไม่ดีเสียหาย
โชคร้ายติดยา
อยากจะเลิกนักหนา
กลับใจเวียนมาเข้าวัดอีกที

*หยุดกลั้วโลกีย์ทำดีเถิดหนา
เพียรภาวนาพาใจสุขี
เอาแสงพระธรรมชี้นำเห็นทาง
เจอแสงสว่างสิ้นทุกข์ราวี
สร้างสมบารมี
ชาตินี้มุ่งพระนิพพาน

(ซ้ำ *)



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----




Posted by KiLiN on 31 Dec. 2006,18:30










เฒ่าทรนง

(เพลงเพื่อปู่เย็น แห่งคนค้นฅน)
คำร้อง,ทำนอง,ขับร้อง,เล่นดนตรี โดย ศิลปินไอที Tommy


ปู่เย็น เฒ่าทรนง ชีวีดำรง ด้วยผืนน้ำ
อยู่กินอาศัย ใต้เงาสะพาน ใช้เรือเป็นบ้าน พักพิงกาย

ปู่เย็น หวนเล่า เรื่องราว ปางหลัง
เมื่อยัง เคยมีคู่เคียงกาย
แต่คนเราทุกคน ต้องมีเกิดแก่เจ็บตาย
ต้องวางวาย เมื่อถึงด้วยเวลา

ก็สุดแต่กรรมเวร ลิขิตเส้นทางให้เดิน
บัดนี้ต้องเผชิญ กับเรื่องราวปัญหา
ด้วยคนเดียว เพียงลำพัง น้ำตาหลั่งอาบสองตา
ต้องอำลา ขอลาแล้วผืนดิน

ปู่เย็น เฒ่าวัยชรา
ล่องลอยเรือหาปลา เพื่อทำกิน
ไม่มีความฝัน จะให้ป่ายปีน
ทรัพย์สินแทบไม่มีจะติดกาย

สังขารถดถอยลงทุกที
เรี่ยวแรงที่เคยมี ก็หดหาย
แต่หอยไร้มือตีน ก็ยังไม่เคยอดตาย
คือความหมาย ให้ชีวิตต้องดิ้นรน

กินอยู่แค่เพียงพอ ไม่เคยงอนง้อใคร
พอใจที่มีอยู่ ถึงแม้จะขัดสน
แม้ร่างกายจะชรา แม้ชีวาจะมืดมน
จำต้องสู้อดทน ตราบจนชีพวาย

ชีวิตเปรียบไม้อันใกล้ฝั่ง
เหลือเพียง ยัง รอคอยเรือเที่ยวสุดท้าย
ชีวิตร้อยปีกว่า ผ่านเรื่องราวมามากมาย
เพื่อสุดท้ายจะกลับกลายเป็นเม็ดดิน

ฮืม...



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----



++ความเป็นมาของเพลง++

เพลงแนวบัลลาต เล่าเรื่องราวชีวิต ที่บีบหัวใจคนทั้งประเทศ
ชายชราอายุร้อยกว่าปี ผู้อาศัยอยู่กินตัวคนเดียวบนเรือเล็กๆลำหนึ่ง
และออกหาปลามาเพียงเพื่อประทังชีวิต แม้สังขารร่างกายจะถดถอย
แม้ฐานะจะยากจน แต่ก็ไม่เคยท้อถอยกับชะตากรรมของตัวเอง

ขออุทิศคุณความดีที่เกิดจากเพลงนี้ให้กับ ปู่เย็น
เจ้าของชีวิตที่ให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตของคนในสังคมที่ขาดๆเกินๆ
เห็นเพียงความเจริญด้านวัตถุเป็นใหญ่
ตั้งแต่ผมได้อ่านเรื่องราวชีวิตของปู่เย็น ก็รู้สึกประทับใจ
ถึงแนวทางในการใช้ชีวิตของแก
และทำให้มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับปัญหาต่างๆในชีวิต
เพราะชีวิตของปู่เย็นนั้นน่าจะเรียกได้ว่าทุกข์กว่าเรามากนัก
แต่ปู่เย็นเองกับไม่ได้จ่อมจมอยู่กับความทุกข์
กลับต่อสู้ชีวิตได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว
ผมจึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะได้ฟังเรื่องราวของปู่เย็นซ้ำแล้วซ้ำอีก
ได้เรื่อยๆ เมื่อยามต้องการกำลังใจ



ที่มา... < http://www.tommysong.com/song.asp?songid=15 >



Posted by KiLiN on 30 Jan. 2007,08:29




พระแม่กวนอิมประทานพร




ท้องฟ้างามบรรเจิด สวรรค์เลิศรังสีไกล
พระแม่กวนอิมให้ เทพเทวามาพลัน
เทพเทวาพากันมาให้พร เกริกกำจรลั่นสะท้อนครื้นครัน
ต่างโปรยปรายพรจากชั้นสวรรค์
ให้เราท่านประสบสุขสันต์ชีวี พระแม่อวยพรให้
พระแม่ทรงอวยชัย ให้มากมายเงินทอง
ให้ฟูฟ่องบารมี ครอบครัวใด พึงอยู่ในศีลธรรม
เทพจะนำความสุขมาทั้งปี
ครอบครัวใดพึงกระทำล้วนดี จะมั่งมีและมีอายุยืนยาว
ผลของบุญยิ่งใหญ่ ยิ่งผืนน้ำทะเล
อุ้มคนดีไม่เซ ไม่ซวนเซคงหยัดยืน ดั่งขุนเขา

เกิดเป็นคนจะรวยหรือจน จะต้องทนสู้ไป
ยากอย่างไรทำใจกัดฟัน ทำใจกัดฟันสู้มัน
หากทำดี จะมีอะไร จะมีอะไรขวางกั้น
จะฝ่าฟันมุ่นมั่นเอาดี เรื่อยไป
เกิดเป็นคน จะรวยหรือจน จะต้องอดทนสู้ไป
ยากอย่างไรทำใจกัดฟัน ทำใจกัดฟันสู้มัน
หากทำดี จะมีอะไร จะมีอะไรขวางกั้น
จะฟันฝ่ามุ่งมั่นเอาดีเรื่อยไป

ท้องฟ้างามบรรเจิด สวรรค์เลิศรังสีไกล
พระแม่กวนอิมให้ เทพเทวามาพลัน (ซ้ำ )
เทพเทวาพากันมาให้พร เกริกกำจรลั่นสะท้อนครื้นครัน
ต่างโปรยปรายพระจากชั้นสวรรค์ ก็จะมีแต่สิ่งที่ดีเรื่อยไป
( ผลของบุญยิ่งใหญ่ ยิ่งผืนน้ำทะเล อุ้มคนดีไม่เซ ไม่ซวนเซลงได้ )
เกิดเป็นคนต้องอดทนสู้ไป ยากอย่างไรทำใจกัดฟัน สู้มัน
หากทำดีจะมีอะไรขวางกั้น จะฝ่าฟันมุ่งมั่นเอาดีเรื่อยไป
ผลของบุญยิ่งใหญ่ ยิ่งผืนน้ำทะเล อุ้มคนดีไม่เซ ไม่ซวนเซลงได้ ( ซ้ำ )
ผลของบุญยิ่งใหญ่ ยิ่งผืนน้ำทะเล อุ้มคนดีไม่เซ ไม่เซดั่งขุนเขา



+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmantra/page011.htm >




Posted by KiLiN on 31 Jan. 2007,09:24



กวนอิมปลดเปลื้องทุกข์




อ่าองค์พุทธา อ่าองค์มหาบารมี
อันพึงมีพุทธเจ้าจอมมุนี เอกองค์อรหันต์
ปวงข้าฯ น้อมนำสักการะพระคุณนักการ
รวมองค์พระโพธิสัตว์ พระโชติกาล
พระโพธิสัตว์สุธรรม ล้ำเลิศในสวรรค์
ด้วยพระบารมีพระแม่เมี่ยวซัน
องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมแม่นั้น
ช่วยนำ ช่วยนำ ทุกข์ภัย พ้นไป สิ้นไป
โปรดจงคุ้มครองปกป้องโลกเราให้พ้นภัย
อันตรายใดใด ของจงหมดไป
สิ้นไปด้วยคำอ้อนวอน ช่วยประทานพร

ปวงข้าฯ น้อมนำสักการะพระคุณนักการ
รวมองค์พระโพธิสัตว์ พระโชติกาล
พระโพธิสัตว์สุธรรม ล้ำเลิศในสวรรค์
ด้วยพระบารมีพระแม่เมี่ยวซัน
องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมแม่นั้น
ช่วยนำ ช่วยนำ ทุกข์ภัย พ้นไป สิ้นไป
โปรดจงคุ้มครองปกป้องโลกเราให้พ้นภัย
อันตรายใดใด ของจงหมดไป
สิ้นไปด้วยคำอ้อนวอน ช่วยประทานพร



+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmantra/page012.htm >




Posted by KiLiN on 01 Feb. 2007,11:20



บทสวดไต๋ซือ ไต๋ปุย ขอพรพระแม่กวนอิม




นำโม ไต่ชือ ไ๋ต่ปุย กิวโคว กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก๊ำ กวงสีอิมผู่สัก ( กราบ )
นำโม ไต่ชือ ไ๋ต่ปุย กิวโคว กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก๊ำ กวงสีอิมผู่สัก ( กราบ )
นำโม ไต่ชือ ไ๋ต่ปุย กิวโคว กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก๊ำ กวงสีอิมผู่สัก ( กราบ )

นำโมฮุ๊ก นำโมฮวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโค่ว กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก
ถั่งจี้โต โอม เกียล้อฮวดโต เกียลอฮวดโต เกียลอฮวดโต ล้อเกียฮวดโต
ล้อเกียฮวดโต ซาผ่อออ เทียงล้อซิ้ง ตี่ล้อซิ้ง นั้งลี่หลั่ง หลั่งลี้ซิ้ง
เจ็กเฉียก ไจเอียงฮวยอุ่ยติ้ง นำโม ม่อออ ปวกเยี่ยะ ปอล่อบิ๊ก ( กราบ )



+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmon/page009.htm >




Posted by KiLiN on 02 Feb. 2007,09:52



บทสวดแปลไทย ขอพรพระแม่กวนอิม ( ไต๋ซือ ไต๋ปุย )




ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์
พระผู้เปี่ยมล้นด้วยพระมหาเมตตา พระมหากรุณาอันยิ่งใหญ่ไพศาล
ขอได้โปรดบำบัดทุกข์โศก โรคภัยอันตรายทั้งปวง
ข้าพเจ้าขอน้อมถึง พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ
พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์
ขอได้โปรดขจัดปัดเป่าทุกข์โศก โรคภัยทั้งปวงให้หมดสิ้นไป
ขอความสุข สมปรารถนาทุกประการ จงมีแด่ข้าพเจ้า
ขอเทพเจ้าเบื้องบน และเทพเจ้าเบื้องล่างทั้งหมด
ได้โปรดปัดเป่า ให้เวรกรรม และสรรพเคราะห์ทั้งมวล จงหมดสิ้นไป



+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmon/page010.htm >




Posted by KiLiN on 03 Feb. 2007,20:42



คาถาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์




โอม มานี แป มี่ ฮง
โอม มานี แป มี่ ฮง
โอม มานี แป มี่ ฮง
โอม มานี แป มี่ ฮง
โอม มานี แป มี่ ฮง
หม่า โฮ อี่ ยา นัก
เจ็ด ตู เต็ก ปา ตัก
เจ็ด เต็ก เซ นัก
หมี่ ตา ลี โก
สัก อือ วา อือ ทา
ปู ลี่ สิด ตะโก
นัก ปู ลา นัก
นัก ปู ลี
ติว เตอ บัน นัก
ไน มา หลู่ กี
ซัว ลา เย ซอ ฮอ



+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmantra/page017.htm >




Posted by KiLiN on 07 Feb. 2007,09:01



คาถาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์




Om Mani Be Me Hong


+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhamontra/page005.htm >




Posted by KiLiN on 12 Feb. 2007,11:07


บทสรรเสริญพระแม่กวนอิม ไต่ซือไต่ปุยกวนซืออิม





ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmon/page008.htm >




Posted by KiLiN on 13 Feb. 2007,10:51

    
บทสวดพระพุทธคุณ ทำนองสรภัญญะ

(ผู้นำ)   องค์ใดพระสัมพุทธ  (รับ) สุวิสุท ธ สันดาน
     ตัดมูลเกลศมาร       บ มิหม่นมิหมองมัว
     หนึ่งในพระทัยท่าน     ก็เบิกบาน คือดอกบัว
     ราคี บ พันพัว        สุวคน ธ กำจร
     องค์ใดประกอบด้วย     พระกรุณาดังสาคร
     โปรดหมู่ประชากร      มละโอฆะกันดาร
     ชี้ทางบรรเทาทุกข์     และชี้สุขเกษมศานต์
     ชี้ทางพระนฤพาน      อันพ้นโศกวิโยคภัย
     พร้อมเบญจพิธจัก-     ษุ จรัสวิมลใส
     เห็นเหตุที่ใกล้ไกล     ก็เจนจบประจักษ์จริง
     กำจัดน้ำใจหยาบ      สันดานบาปแห่งชายหญิง
     สัตว์โลกได้พึ่งพิง      มละบาปบำเพ็ญบุญ
     ข้าฯ ขอประณตน้อม    ศิระเกล้าบังคมคุณ
     สัมพุทธการุญ-       ญภาพนั้น นิรันดรฯ 

(กราบ)




+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/chanin44/page11.htm >



Posted by KiLiN on 16 Feb. 2007,12:03
    
บทสวดพระธรรมคุณ ทำนองสรภัญญะ

(ผู้นำ)  ธรรมะ คือ คุณากร     (รับ) ส่วนชอบสาคร 
ดุจดวงประทีปชัชวาล 
      แห่งองค์พระศาสดาจารย์    ส่องสัตว์สันดาน 
สว่างกระจ่างใจมล 
      ธรรมใดนับโดยมรรคผล     เป็นแปดพึงยล 
และเก้ากับทั้งนฤพาน 
      สมญาโลกอุดรพิสดาร      อันลึกโอฬาร
พิสุทธิ์พิเศษสุกใส 
      อีกธรรมต้นทางครรไล      นามขนานขานไข
ปฏิบัติปริยัติเป็นสอง 
      คือทางดำเนินดุจครอง      ให้ล่วงลุปอง
ยังโลกอุดรโดยตรง 
      ข้าฯ ขอโอนอ่อนอุตมงค์     นบธรรมจำนง
ด้วยจิตและกาย วาจาฯ
 
(กราบ)




+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/chanin44/page12.htm >



Posted by KiLiN on 21 Feb. 2007,08:28
    
บทสวดพระสังฆคุณ ทำนองสรภัญญะ


(ผู้นำ) สงฆ์ใดสาวกพระศาสดา      (รับ) รับปฏิบัติมา
แด่องค์สมเด็จภควันต์ 
      เห็นแจ้งจตุสัจเสร็จบรร-         ลุทางที่อัน
ระงับและดับทุกข์ภัย 
      โดยเสด็จพระผู้ตรัสไดร        ปัญญาผ่องใส
สะอาดและปราศมัวหมอง 
      เหินห่างทางข้าศึกปอง         บ มิลำพอง
ด้วยกายและวาจาใจ  
      เป็นเนื้อนาบุญอันไพ-         ศาลแด่โลกัย
และเกิดพิบูลย์พูนผล 
      สมญาโอรสทศพล          มีคุณอนนต์
อเนกจะนับเหลือตรา 
      ข้าขอนพหมู่พระศรา-         พกทรงคุณา-
นุคุณประดุจรำพัน 
      ด้วยเดชบุญข้าอภิวันท์        พระไตรรัตน์อัน
อุดมดิเรกนิรัติศรัย 
      จงช่วยขจัดโพยภัย          อันตรายใดใด
จงดับและกลับเสื่อมสูญ

 
(กราบ)




+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/chanin44/page13.htm >




Posted by sweet lemon on 21 Feb. 2007,10:44
คุณคิลินค่ะ มะลาวต้องการเซปบทสวดค่ะ จะต้องทำอย่างไรค่ะ เพราะกดเพล ก็เพลจริงๆ บอกข้อยแหน่ แต้งกิ้วหลาย อิอิ  smSL04.gif  smSL04.gif  smSL04.gif
Posted by KiLiN on 22 Feb. 2007,11:36
ปกติเมื่อเราเข้าเวบใดๆ เราจะสามารถอ่านข้อความ ดูภาพ ฟังเสียงได้ สิ่งเหล่านี้จะถูกโหลดมาเก็บไว้ในคอมของเราก่อน จึงจะอ่านได้ ดูได้ ฟังได้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะความเร็วเนตยังช้าอยู่ จึงยังออนไลน์ทีเดียวเลยไม่ได้ แต่ก็มีไฟล์บางประเภทแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะกลัวคนรู้แกวแล้วเอาไปใช้ เช่นผมเป็นต้น ฉะนั้นที่เขากันไว้ ไม่ให้ save บ้าง คลิกขวาไม่ได้บ้าง เอาเข้าจริง ถ้าไปค้นในเครื่องของเราจริงๆ มันก็อยู่ในเครื่องของเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่รู้

เมื่อเรารู้อย่างนี้ เราก็ไปค้นหาสิ ว่ามันอยู่ตรงไหน เมื่อเจอแล้วก็ค่อย สำเนาไปเก็บไว้ในที่ที่เราอยากเก็บ เพราะที่เก็บเดิมมันอยู่ชั่วคราว พอถึงลิมิตหนึ่งก็จะถูกลบไปเอง

ปกติมันจะไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า Temporary Internet Files ที่อยู่ของมันก็คือ
C:\Documents and Settings\ชื่อเฉพาะ\Local Settings\Temporary Internet Files
ตรงชื่อเฉพาะอาจเป็น
     - Administrator
     - All Users
     - Default User
     - ชื่อเราเอง
อย่างใดอย่างหนึ่ง

ทีนี้กรณีที่เราหาโฟลเดอร์ ที่ชื่อ Local Settings ไม่เจอหรือมองไม่เห็น ก็ให้ไปที่
menu ของ windows explorer ที่ชื่อว่า Tools => แล้วคลิกเลือก Folders Option... => คลิกเลือกแท็บ View => ตรงช่อง Advanced Settings หาคำว่า Hidden files and folders แล้วดูว่า มีการเลือกตรงคำว่า Show hidden files and folders หรือยัง ถ้ายังก็คลิกเลือก เสร็จแล้วกด ok

ที่นี้ไปดูใหม่ ก็จะหาเจอโฟลเดอร์ที่ซ่อนอยู่ครับ

ในโฟลเดอร์ที่ชื่อ Temporary Internet Files เราจะเห็นไฟล์เต็มไปหมดที่เกิดจากที่เราเข้าเวบต่างๆ ก็ต้องใช้วิธีสังเกต เช่น ชนิดของไฟล์ ขนาดของไฟล์ ที่อยู่ของไฟล์ หรือวันที่ที่เราเข้าไปดู โดยการคลิกที่หัวของแต่ละคอลัมล์ให้มัน sort จัดเรียง จะได้หาง่าย เราก็จะสามารถได้ไฟล์ตามที่เราต้องการครับ
Posted by KiLiN on 27 May 2007,22:43
   
มงคลสูตรอินเดีย แปลไทย

เอวัมเม สุตัง
( อันข้าพเจ้า (คือพระอานนท์เถระ) ได้สดับมาอย่างนี้ )
เอกัง สะมะยัง ภะคะวา
( สมัยหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า )
สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน, อนาถะปิณฑิกะ อาราเม
( ประทับอยู่ที่เชตวันวิหาร อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้เมืองสาวัตถี )
อะถะ โข อัญญะตะรา เทวะตา
( ครั้งนั้นแล เทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง )
อะภิกกันตายะ รัตติยา อะภิกกันตะวัณณา
( ครั้งเมื่อราตรีปฐมยามล่วงไปแล้ว มีรัศมีอันงามยิ่งยิ่งนัก )
เกวะละปัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสตวา
( ยังเชตวันทั้งสิ้น ให้สว่าง )
เยนะ ภะคะวา เตนุปะสังกะมิ
( พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ ที่ใด ก็เข้าไปเฝ้า ณ ที่นั้น )
อุปะสังกะมิตวา ภะคะวันตัง อภิวาเทตวา
( ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว จึงถวายอภิวาท พระผู้มีพระภาคแล้ว )
เอกะมันตัง อัฏฐาสิ
( ได้ยืนอยู่ในที่สมควรแห่งหนึ่ง )
เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวตา
( ครั้นเทวดานั้น ได้ยืนในที่สมควรแห่งหนึ่งแล้ว แล )
ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ
( ได้ทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยคาถาว่า )
พะหู เทวา มะนุสสา จะ
( หมู่เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก )
มังคะลานิ อะจินตะยุง อากังขะมานา โสตถานัง
( ผู้หวังความสวัสดี ได้คิดหามงคลทั้งหลาย )
พรูหิ มังคะละมุตตะมัง
( ขอพระองค์จงเทศนา มงคลอันสูงสุด )
อะเสวะนา จะ พาลานัง ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา
( พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า การไม่คบคนพาลทั้งหลาย ๑ การคบคบบัณฑิตทั้งหลาย ๑ )
ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การบูชาชนที่ควรบูชาทั้งหลาย ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ ปุเพ จะ กะตะปุญญะตา
( การอยู่ในประเทศอันสมควร ๑ การเป็นผู้มีบุญอันทำแล้วในกาลก่อน ๑ )
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การตั้งตนไว้ชอบ ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ วินะโย จะ สุสิกขิโต
( การเป็นผู้ฟังมาก ๑ ศิลปะ๑ วินัยอันชนศึกษาดีแล้ว ๑ )
สุภาสิตา จะ ยา วาจา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( วาจาอันชนกล่าวดีแล้ว ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
มาตาปิตุอุปัฏฐานัง ปุตตะทารัสสะ สังคะโห
( การบำรุงมารดาบิดา ๑ การสงเคราะห์บุตรและภรรยา ๑ )
อะนากุลา จะ กัมมันตา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การงานทั้งหลายที่ไม่อากูล ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ ญาตะกานัญจะ สังคะโห
( การให้ ๑ การประพฤติธรรม ๑ การสงเคราะห์ญาติทั้งหลาย ๑ )
อะนะวัชชานิ กัมมานิ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การกระทำทั้งหลายไม่มีโทษ ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
อาระตี วิระตี ปาปา มัชชะปานา จะ สัญญะโม
( การงดเว้นจากบาป ๑ การสำรวมจากการดื่มน้ำเมา ๑ )
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การไม่ประมาทในธรรมทั้งหลาย ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
คาระโว จะ นิวาโต จะ สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา
( การเคารพ ๑ การไม่จองหอง ๑ การยินดีในของที่มีอยู่ ๑ การเป็นคนกตัญญู๑ )
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การฟังธรรมตามกาล ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
ขันตี จะ โสวะจัสสะตา สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง
( ความอดทน ๑ การเป็นคนว่าง่าย ๑ การเห็นสมณะทั้งหลาย ๑ )
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การเจรจาธรรมโดยกาล ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
ตะโป จะ พรัหมะจะริยัญจะ อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง
( ความเพียรเผากิเลส ๑ การประพฤติอย่างพรหม ๑ การเห็นอริยสัจทั้งหลาย ๑ )
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( การทำพระนิพพานให้แจ้ง ๑ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ
( จิตของผู้ใด อันโลกธรรมถูกต้องแล้ว ย่อมไม่หวั่นไหว )
อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง ฯ
( ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด )
เอตาทิสานิ กัตวานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา
( เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย กระทำมงคลทั้งหลายเช่นนี้แล้ว เป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ในที่ทั้งปวง)
สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ ฯ
( ย่อมถึงความสวัสดีในที่ทั้งปวง ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เหล่านั้น แล ฯ )




+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmon/page004.htm >



Posted by KiLiN on 28 May 2007,21:08

ไตรสรณคมน์องคุลีมาล




+ - + - + - + - + - +


Posted by KiLiN on 29 May 2007,21:16
   
ไตรสรณคมน์ (อินเดีย)

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
( ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่ระลึก )
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
( ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมว่าเป็นที่ระลึก )
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ฯ
( ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์ว่าเป็นที่ระลึก )

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ฯ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ฯ



+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddamontra/page20.htm >



Posted by KiLiN on 30 May 2007,23:32
standby="Musicpost"
type="application/x-oleobject"
height="52" width="300" border="0">
     
xxx













     



วิสาขบูชา

บทพูด... "ดวงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ
โคจรไปในอากาศ
สว่างกว่าหมู่ดาว
ด้วยกำลังแห่งรัศมี
เฉกดังพระชินสีห์
เมื่อทรงอุบัติในโลก
รุ่งโรจน์กว่าสัตว์ทั้งมวล"


วิสาขบูชา...วิสาขบูชา
วิสาขบูชา...เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
วิสาขบูชา...เป็นวันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วิสาขบูชา...
เป็นวันประสูติ
ประสูติวันเพ็ญเดือนหก
วิสาขปุณณมี
จุติจากดุสิตบุรี
ประสูติทรงเดิน ๗ ก้าวทันที
พระมหาบุรุษ ผู้เปี่ยมบารมี
ได้เปล่งอาสภิวาจา


บทพูด... "เรานั้นเป็นผู้เลิศ
ประเสริฐที่สุดในโลก
นี่คือชาติสุดท้าย
ภพใหม่ของเรา ไม่มี
"


วิสาขบูชา...เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
วิสาขบูชา...เป็นวันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วิสาขบูชา...
เป็นวันตรัสรู้
เพ็ญวันวิสาขมาส
ทรงตั้งจิตอธิษฐาน
ตราบใดยังไม่บรรลุธรรม
พระสัพพัญญุตญาณ
แม้เลือด และเนื้อในกาย
เหือดแห้งหายไป จะไม่ลุกจากบัลลังก์


บทพูด... "มัชฌิมาปฏิปทา
ท่านทำใจหยุดนิ่ง
ดำดิ่งสู่กลางของกลาง
ได้ตรัสรู้ธรรม
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า"


วิสาขบูชา...เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
วิสาขบูชา...เป็นวันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วิสาขบูชา...
เป็นวันปรินิพพาน
ดวงจันทร์นำความสว่าง
เจิดจ้าในท้องนภา
องค์พระศาสดา
ส่องธรรม สว่างกลางใจ
ก่อนจะปรินิพพาน
ท่านทรงประทานปัจฉิมโอวาท


บทพูด... "สังขารของเราไม่เที่ยง
เสื่อมสิ้นเป็นธรรมดา
พวกเธออย่าได้ประมาท
รีบหาที่พึ่งแก่ตน"


วิสาขบูชา...เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
วิสาขบูชา...เป็นวันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วิสาขบูชา...เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
วิสาขบูชา...เป็นวันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วันประสูติ
วันตรัสรู้
วันปรินิพพาน
วิสาขบูชา



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----




Posted by KiLiN on 03 Jun. 2007,20:54
   
นะโม (อินเดีย)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
( ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์พระองค์นั้น )
อะระหะโต
( ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส )
สัมมาสัมพุทธัสสะ
( ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง )




+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddamontra/page19.htm >



Posted by KiLiN on 04 Jun. 2007,20:46
   
ธรรมจักกัปปวัฒนสูตร (อินเดีย)

อิทัง โข ปะนะ ภิกขุเว ทุกขัง อะริยะสัจจัง
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สภาวะเหล่านี้แล เป็นตัวทุกข์อย่างแท้จริง คือ
ชาติปิ ทุกขา
ความเกิดก็เป็นทุกข์
ชะราปิ ทุกขา
เมื่อความแก่เข้ามาถึงก็เป็นทุกข์
มะระณัมปิ ทุกขัง
เมื่อความตายเข้ามาถึงก็เป็นทุกข์
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข
เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ ก็เป็นทุกข์
ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข
เมื่อพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักที่ชอบใจก็เป็นทุกข์
ยัมปิจฉัง โน ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง
และแม้ปรารถนาสิ่งใด แต่ไม่ได้สิ่งนั้นสมความปรารถนาก็เป็นทุกข์
สังขิตเตนะ ปัญจุปปาทานักขันธา ทุกขา
กล่าวโดยย่อก็คือ การคิดว่าร่างกายเป็นของตัวเรานั่นแล
เป็นตัวทำให้ใจเกิดความทุกข์อย่างแท้จริง

อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ยายัง ตัณหา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ตัณหาคือความอยากไม่มีที่สิ้นสุดที่มีอยู่ในใจนี้แลเป็นต้น
เป็นเหตุให้เกิดทุกข์อย่างแท้จริง

โปโนพภะวิกา นันทิราคะสะหะคะตา ตัตระ ตัตราภินันทีนิ เสยยะถีทัง
กามะตัณหา

คือมีความอยากเวียนว่ายตายเกิดอยู่ร่ำไป
และมีความกำหนัดยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสที่น่าปรารถนา เป็นเหตุให้ใจเกิดทุกข์

ภะวะตัณหา
สิ่งใดที่ยังไม่มี คิดอยากจะให้มีขึ้นมา อย่างนี้ก็ทำให้ใจเกิดทุกข์
วิภาวะตัณหา
และเมื่อมีทุกอย่างสมความปรารถนแล้ว
ก็อยากให้ทุกอย่างคงทนอยู่ตลอดไป เมื่อมันต้องสลายหายไป
ก็ร้อนใจไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น อย่างนี้ยิ่งทำให้ใจเกิดทุกข์หนักขึ้นมาอีก

อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรโธ อะริยสัจจัง ฯ โย ตัสสาเยวะ
ตัณหายะ อะเสสะวิราคะนิโรโธ จาโค ปะฏินิสสัคโค มุตติ อะนาละโย

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
การดับตัณหาความอยากให้หมดไปจากใจด้วยการละ วาง ปล่อย
และไม่คิดยินดีพัวพันอยู่กับตัณหาความอยากนั้นอีกเด็ดขาด
คือ การดับทุกข์ให้หมดไปจากใจอย่างแท้จริง

อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง
อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ เสยยะถีทัง ฯ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต
สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ฯ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ข้อปฏิบัติเพื่อนำกิเลสออกให้หมดไปจากใจนี้ มี ๘ อย่าง คือ
ปัญญาเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ
การเลี้ยงชีวิตชอบ ความเพียรชอบ การระลึกชอบ และการตั้งจิตไว้ชอบ
คือ ข้อปฏิบัติเพื่อนำใจให้หมดไปจากกิเลสและดับความทุกข์ได้อย่างแท้จริง ฯ





+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhamontra/page003.htm >



Posted by KiLiN on 06 Jun. 2007,06:24

ปฏิจจสมุปบาท (อินเดีย)

อวิชชาปัจจะยา สังขารา
( เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี )
สังขาระปัจจะยา วิญญานัง
( เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี )
วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง
( เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี )
นามะรูปะปัจจะยา สะฬายะตะนัง
( เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี )
สะฬายะตะนะปัจจะยา ผัสโส
( เพราะสฬายตนเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี )
ผัสสะปัจจะยา เวทนา
( เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี )
เวทะนายะปัจจะยา ตัณหา
( เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี )
ตัณหาปัจจะยา อุปาทานัง
( เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี )
อุปาทานะปัจจะยา ภะโว
( เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี )
ภะวะปัจจะยา ชาติ
( เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี )
ชาติปัจจะยา ชะรามะระณัง
( เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะจึงมี )
โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสา สัมภะวันติ
( ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจ ก็มีพร้อม )
เอวะเมตัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ สะมุทะโย โหติ
( การเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมีด้วยประการฉะนี้ ฯ )


อวิชชายะ เตววะ อะเสสะวิราคะนิโรธา สังขาระนิโรโธ
( เพราะอวิชชาสำรอกดับไปไม่เหลือ สังขารจึงดับ )
สังขาระนิโรธา วิญาณะนิโรโธ
( เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ )
วิญญาณะนิโรธา นามรูปะนิโรโธ
( เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ )
นามะรูปะนิโรธา สะฬายะตะนะนิโรโธ
( เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ )
สะฬายะตะนะนิโรธา ผัสสะนิโรโธ
( เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ )
ผัสสะนิโรธา เวทนานิโรโธ
( เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ )
เวทนานิโรธา ตัณหานิโรโธ
( เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ )
ตัณหานิโรธา อุปาทานะนิโรโธ
( เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ )
อุปาทานะนิโรธา ภะวะนิโรโธ
( เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ )
ภะวะนิโรธา ชาตินิโรโธ
( เพราะภพดับ ชาติจึงดับ )
ชาตินิโรธา ชะรามะระณัง
( เพราะชาติดับ ชรามรณะจึงดับ )
โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสา นิรุชฌันติ
( ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจจึงดับ )
เอวะเมตัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ นิโรโธ โหติ
( การดับแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมีด้วยประการฉะนี้ ฯ )




+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhamontra/page004.htm >



Posted by KiLiN on 07 Jun. 2007,06:45

พุทธชัยมงคลคาถา (อินเดีย)

พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคลานิฯ

( พระจอมมุนี ได้เอาชนะพระยามารผู้เนรมิตแขนมากตั้งพัน
ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างครีเมขละ มาพร้อมกับเหล่าเสนามาร
ซึ่งโห่ร้องกึกก้อง ด้วยวิธีอธิษฐานถึงทานบารมี เป็นต้น,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

( อนึ่งพระจอมมุนี ได้เอาชนะยักษ์ชื่อ อาฬวกะ ผู้มีจิตหยาบกระด้าง
ผู้ไม่มีความอดทน มีความพิลึกน่ากลัวกว่าพระยามาร
ซึ่งได้เข้ามาต่อสู้อย่างยิ่งยวดจนตลอดคืนยันรุ่ง ด้วยวิธีทรมานอันดี คือ ขันติ ความอดทน,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

( พระจอมมุนี ได้เอาชนะช้างตัวประเสริฐ ชื่อ นาฬาคิรี
ที่เมายิ่งนัก และแสนจะดุร้าย ประดุจไฟป่าและจักราวุธและสายฟ้า
ด้วยวิธีรดลงด้วยน้ำ คือ ความมีพระทัยเมตตา,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


อุกขิตตะขัคคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

( พระจอมมุนี ทรงคิดจะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์
จึงได้เอาชนะโจรชื่อ องคุลิมาล
ผู้แสนจะดุร้าย มีฝีมือ ถือดาบวิ่งไล่พระองค์ไปสิ้นระยะทาง ๓ โยชน์,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

( พระจอมมุนี ได้เอาชนะคำกล่าวใส่ร้ายของ นางจิญจมาณวิกา
ซึ่งทำอาการเหมือนดั่งตั้งครรภ์ เพราะเอาท่อนไม้กลมผูกไว้ที่หน้าท้อง
ด้วยวิธีทรงสมาธิอันงาม คือ ความกระทำพระทัยให้ตั้งมั่นนิ่งเฉย ในท่ามกลางหมู่ชน,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

( พระจอมมุนี ผู้รุ่งเรืองด้วยแสงสว่าง คือ ปัญญา ได้เอาชนะ สัจจกะนิครนถ์
ผู้มีความคิดมุ่งหมายในอันจะละทิ้งความสัตย์ มีใจคิดจะยกถ้อยคำของตนให้สูงประดุจยกธง
และมีใจมืดมนยิ่งนัก ด้วยการแสดงเทศนาให้ถูกใจ,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธีนา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ

( พระจอมมุนี ได้เอาชนะพญานาคราช ชื่อ นันโทปนันทะ
ผู้มีความรู้ผิด มีฤทธิ์มาก ด้วยวิธีบอกอุบายให้พระโมคคัลลานเถระพุทธชิโนรส
แสดงฤทธิ์เนรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพญานาค ชื่อ นันโทปนันทะ นั้น,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทะพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

( พระจอมมุนี ได้เอาชนะพระพรหมผู้มีนามว่า ท้าวผกาพรหม
ผู้มีฤทธิ์ คิดว่าตนเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์ ผู้ถูกพญานาครัดมือไว้แน่น
เพราะมีจิตคิดถือเอาความเห็นผิด ด้วยวิธีวางยา คือ ทรงแสดงเทศนาให้ถูกใจ,
ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแด่ท่าน ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้นเถิดฯ )


เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ

( บุคคลใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดและระลึกถึง
พระพุทธชัยมงคล ๘ คาถาเหล่านี้ทุกๆ วัน บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไร
อันตรายทั้งหลายทุกอย่างเสียได้ และเข้าถึงความหลุดพ้น
คือ พระนิพพานอันบรมสุข นั้นแลฯ )





+ - + - + - + - + - +

ที่มา...< http://www.geocities.com/buddhistmon/page005.htm >



Posted by KiLiN on 28 Nov. 2007,23:13

                       子归图--故乡一别久经秋 -感恩
                               ความยาว ๒๐ นาที

Posted by KiLiN on 06 Dec. 2007,22:14



                               ความยาว ๑๒.๑๘ นาที

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard