Forum: ห้องบทกวี
Topic: กาพย์เห่เรือ “กระบวนพยุหยาตราชลมารค ”
started by: almitra

Posted by almitra on 23 Oct. 2003,10:11


๏ นารายณ์จำหลักล้ำ..........เลออง-  อาจเฮย
ครุฑยุดนาคทรวดทรง..........สง่าแท้
ลายทองล่องชาดผจง..........กระจกแต่ง
ฉัตรพู่ดูเลื่อมแล้.................เลิศริ้วปลิวงาม ๚

๏ นารายณ์หมายเทียบไท้-...สยามินทร์
ทรงครุฑดุจเสด็จดิน-...........ถิ่นแคว้น
พระเกียรติแห่งพระจักริน.......ขจัดทุกข์-  เข็ญนา
ทวยราษฎร์ปราศยากแค้น.....เนื่องด้วยพระบา-  รมีเอย ๚ะ๛


๏ เรือเอยเรืองามแท้...........ล้วนเลื่อมแล้ทิวแถวงาม
ลอยเด่นกลางชลตาม.........หลากลักษณ์ล้ำแลเริงใจ
๏ “ เรือทองขวานฟ้า”เลิศ....ช่างบรรเจิดนำหน้าไป
“ เรือทองบ้าบิ่น ” ไกล........ฝีพายแกร่งแรงมากมี
๏ “ เรือเสือทะยานชล ”......“เสือคำรนสินธุ์”นาวี
เคียงข้างดั่งเสนี.................“เรือดั้ง”ปรี่มีสองลำ
๏  ตรงกลาง“เรืออีเหลือง”....ดูปราดเปรื่องสมน้ำคำ
ฝีพายชายกำยำ.................ต่างเร่งจ้วงท่วงช่ำชอง

๏ “เรือดั้งสามและสี่”...........แล่นเร็วรี่มีครรลอง
น้ำเชี่ยวต่างเหลียวจ้อง........แหวกธารล่องแคล่วคล่องเกิน
๏ “เรือดั้งห้าและหก”..........หากสาธกคงเพลิดเพลิน
สายน้ำดั่งคำเชิญ...............ให้ลอยคว้างอย่างยรรยง
๏ “เรือตำรวจนอก”ลิ่ว.........หลากแพรพริ้วอีกทิวธง
“เรือดั้งเจ็ดแปด”คง.............ลอยเคียงคู่อยู่ครบครัน
๏ “เรือดั้งเก้า”อยู่ซ้าย..........ลำเลื่อมลายวิไลวรรณ
“เรืออสุรปักษี”สัณ-..............ฐานเฉิดฉันครั้นเมียงมอง  

๏ “เรือตำรวจใน”เคียง........ดุจลำเลียงทัพนายกอง
อีกลำงามผุดผ่อง................นามเกียรติก้องมานมนาน
๏ “อสุรวายุภักษ์”...............แจ้งประจักษ์เลื่องชลยาน
“เรือดั้งสิบ”แหวกธาร..........ดูท่วงท่าน่าชมเชียว
๏ “เรือดั้งสิบเอ็ด”ตาม.........ยังคงความเปรื่องปราดเปรียว
“เรือดั้งสิบสอง”เพรียว.........ท่องสายชลจนเฉลียวใจ
๏ “กระบี่ราญรอนราพณ์”....“กระบี่ปราบเมืองมาร”ใด-
คำชมดูสมให้.....................ยกคำเปรียบเทียบความงาม  

๏  “เรือดั้งสิบห้า”ล่อง..........น้ำเจิ่งนองต้องเพ่งตาม
“สุครีพครองเมือง”งาม........รอยจำหลักมากลวดลาย
๏ “พาลีรั้งทวีป”.................ไม่เร่งรีบดุจกรีดกราย
ลอยเด่นเห็นเลื่อมพราย......มีปืนใหญ่ใช้ป้องกัน
๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินเปรียบ......เค้นคำเทียบนำเสกสรรค์
เรือพระที่นั่งอัน..................แสนวิจิตรตระการตา
๏ “อนันตนาคราช”............ล้ำพิลาศคราทัศนา
ลือเลื่องเฟื่องโลกา...............สุดพรรณาคราร่ายชม  

๏ “เรือดั้งสิบหก”คล้อย........พลเรือคอยจ้วงพายจม
งัดน้ำยามต้องลม...............เป็นฟองแตกแปลกตาไป
๏ เห็น“เรือดั้งสิบเจ็ด”.........“เรือครุฑเตร็ดไตรจักร”ไกร
เกริกกล้าเรืองวิไล...............ลอยลำใกล้”เรือแตงโม”
๏ “เรือครุฑเหิรเห็จ”ห้าว.....“เรือดั้ง”กร้าวสิบแปดโบ-
ราณท่านใช้ฝ่าโต้..............ทัพข้าศึกทั้งฝึกปรือ
๏ “เรือดั้งสิบเก้า”แกร่ง........มากเรี่ยวแรงไม่รามือ
พายงัดองอาจถือ................สมเกียรติกล้าทหารไทย  

๏ “เรือดั้งยี่สิบ”นั้น.............พลมุ่งมั่นกันทันใด
“ฮุ้ยเล่ ฮุ้ย”ขรมไป..............ต่างรวมใจไม่อ่อนแรง
๏ “เรือดั้งยี่สิบเอ็ด”.............คงถือเคล็ดจึงเปลี่ยนแปลง
จังหวะคราสำแดง...............จ้วงน้ำใสพรายกระเซ็น
๏ “เรือดั้งยี่สิบสอง”.............แหวกธารท่องล่องลอยเห็น
พลหมู่เสนาเป็น................เช่นเริงร่าคราจ้ำพาย
๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินย้ำ...........เรียงถ้อยคำนำบรรยาย
ความห้าวแห่งฝีพาย...........อีกนายท้ายนายกองชาญ  

๏ ร่วมแรงและรวมใจ...........“เรือเอกชัยหลาวทอง”ปาน-
หลอมจิตพลชลยาน............แกร่งกล้าหาญผลาญไพรี
๏ อีกหนึ่งซึ่งคงเกียรติ์.........ดั่งคำเธียรเปรียบเปรยมี
สวยสง่าไร้ราคี....................แสนเปรมปรีดิ์เกินบรรยาย
๏ “เอกชัยเหิรหาวห้าว”........ผุดผ่องพราวเปี่ยมประกาย-
แห่งทองอันแพรวพราย........กระหนก*ลายให้ตื่นตา
๏ โอ้เรือพระที่นั่ง................ทองสุกปลั่งดั่งจันทรา
สมเกียรติ์แห่งราชา..............ธ ผ่านฟ้าจอมราชัน  

๏ พระผู้ทรงพรั่งพร้อม........ทวยราษฎร์น้อมมอบชีวัน
จงรักภักดีมั่น.....................ตราบอาสัญยังมั่นคง
๏ “นารายณ์ทรงสุบรรณ”....เกินเสกสรรค์คำดำรงค์
ลายลักษณ์จำหลักบ่ง..........ให้ลุ่มหลงคงเปรมปรีดิ์
๏ นารายณ์สี่กรนั้น............เปรียบ ธ มั่นมากบารมี
เมตตาทั้งปราณี.................ต่อไพร่ฟ้าประชากร
๏ ศึกใหญ่คือภัยแล้ง...........น้ำเหือดแห้งแหล่งดินดอน
ธ โปรดอำนวยพร..............เปลี่ยนทุกข์ร้อนเป็นร่มเย็น  

๏ เสกฝนและเสกน้ำ..........ต่างชุ่มฉ่ำไร้ลำเค็ญ
ชี้ทางห่างทุกข์เข็ญ............เช่นคงชีพอย่างพอเพียง
๏ “ นารายณ์ทรงสุบรรณ ”..ดั่ง  ธ  นั้นเฝ้ามองเมียง
เสด็จไปทั่วไทยเพี้ยง-.........องค์นารายณ์ไล่อาธรรม์
๏ ยอดเขาสุดเขตแดน........ถิ่นยากแค้นแดนใดกัน
ทรงย่างพระบาทพลัน........หมายเปลื้องทุกข์มอบสุขใจ
๏ ทวยราษฎร์ต่างแซ่ซ้อง....ดังกึกก้องทั้งแดนไตร
ขอองค์ “พ่อหลวงไทย”.......ทรงสำราญนิรันดร  

๏ เรือพระที่นั่งหนึ่ง............ประหนึ่งองค์ธราธร*
เสกสร้างสถาพร.................ประสิทธิ์ไว้ในโลกา
๏ เนรมิตวิจิตรนัก..............แจ้งประจักษ์ให้ตรึงตรา
รื่นรมย์สมอุรา...................ดุจหงส์ฟ้าสิวาลัย
๏ คือ  “ เรือสุพรรณหงส์”.....อันสูงส่งคงคู่ไทย
ล้ำหล้าเกริกเกรียงไกร.........ยากร่ายเทียบหมายเปรียบความ
๏ หงส์ทองล่องลอยเด่น........น้ำใสเย็นเห็นแวววาม
ต้องแสงสำแดงภาม*............ชดช้อยตามคำกล่าวชม  

๏ พู่ห้อยย้อยระย้า..............ยิ่งโสภาคราต้องลม
เพริศพลิ้วปลิวสวยสม..........พลั้งคารมชื่นชมพลัน
๏ เหล่าหมู่ฝีพายมาก..........แต่งกายหลากหากวาววรรณ
พายงัดยกจ้วงนั้น...............ดูแข็งขันพร้อมเพรียงจริง
๏ จังหวะกาพย์เห่ก้อง.........ท่วงทำนองพ้องอ้างอิง
ถ้อยเสนาะยังเพราะพริ้ง......กรับฉับฉิ่งยิ่งกังวาน
๏ เอื้อนอ้างดั่งเวทย์มนต์.....ศักดิ์สิทธิ์ดลให้เบิกบาน
เพราะแท้แต่โบราณ...........เช่นกลอนกานท์ฉันท์กาพย์โคลง  

๏ ลอยเด่นเห็นงามสง่า.......ทองเลื่อมตาผ้าแพรโพลง
จำหลักลวดลายโยง-...........คล้ายคงชีพรีบเริงชล
๏ คือเรือพระที่นั่ง..............งามสะพรั่งนภมณฑล
“ เอนกชาติภุชงค์ ” ดล......งดงามจนเผลอรำพัน
๏ ฉัตรตั้งตระหง่านงาม......ภูษาวามวิลาวัลย์
แต่งเรือดูครบครัน.............ฝีพายมั่นนั้นพร้อมเพรียง
๏ สวมหมวกกลีบจำปา........สมสง่าคามองเมียง
จ้วงพายได้ยินเสียง............สำเนียงต้องท้องนาวา

๏ “ เรือแซง ” เจ็ดลำล่อง......ฝีพายคล่องยามยาตรา
นายท้ายหมู่เสนา...............นุ่งผ้าใหม่ใส่ไหมงาม
๏ แต่งกายลวดลายหลาก.....พลหมู่มากหากมองตาม
เลื่องลือระบือนาม..............ท่วงกำยำยามเอี้ยวกาย
๏ บรรพชนคนกร้าวแกร่ง....มุ่งสำแดงเกียรติกำจาย
ไล่ล่าไพรีพ่าย...................สมชาติชายนายทหารเรือ
๏ “ เรือตำรวจกรมวัง”.........คุมพลหลังดังจุนเจือ
ตรวจตรามาช่วยเหลือ.........หวังเพียงเพื่อความปลอดภัย  

๏ นับได้ห้าสิบสอง..............เรือลอยล่องชลาลัย
โอ้แสนอวดศักดิ์ไทย...........อันยิ่งใหญ่ในนาวา
๏ เลิศศิลป์ล้ำศาสตร์สร้าง.....เด่นสล้างอวดศักดา
ยังสุขทุกครั้งครา................ตรึงตราภาพมิลืมเลือน
๏ บุญแท้เกิดเป็นไทย.........แสนสุขใจหาใดเหมือน
มากสุขทุกครัวเรือน............ใต้ร่มหล้าพระบารมี
๏ ขอเทิดทูนบูชา-..............พ่อหลวงฟ้า“ จอมจักรี ”
จงรักและภักดี...................ตราบสิ้นฟ้ากว่าสิ้นลม  ๚ะ๛

Posted by noktalay on 23 Oct. 2003,18:35
clap.gif  clap.gif  clap.gif ขอบคุณคุณ Almitra มากๆ คะ ที่นำกาพย์เห่เรือมาโพสต์ไว้ นกทะเลกำลังจะจดหมายน้อยขอคุณ Add เนื่องจากได้ดูการถ่ายทอดผ่าน internet จากที่เพื่อนส่งมา .......http://live.apec2003.org/live/popup.php
นกทะเลก็ยังอยากฟังเพลงเอเปกทั้งภาคภาษาไทยและอังกฤษ คุณAdd ช่วยกรุณาด้วยนะคะ ถ้าเป็นไปได้ ic-12.gif
Posted by add on 24 Oct. 2003,04:15
ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่จัดแสดงในวันงานประชุมเอเปคสวยงามมกนะคะ   สวยมากจริงๆ   แต่เพลงเอเปคที่คุณนกทะเลขอยังหาไม่ได้นะคะ  

คุณ almitra ยอดเยี่ยมเลยค่ะ แต่งเก่งจังนะคะ  again.gif  ทำให้หวนนึกถึง กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ  ลองอ่านดูค่ะ



กาพย์เห่เรือ
พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์
เห่ชมเรือ กระบวน

โคลง
๏ ปางเสด็จประเวศด้าว  ชลาไลย
ทรงรัตนพิมานไชย  กิ่งแก้ว
พรั่งพร้อมพวกพลไกร  แหนแห่
เรือกระบวนต้นแพร้ว  เพลิศพริ้งพายทอง ฯ

ช้าลวะเห่
๏ พระเสด็จโดยแดนชล  ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย  พายอ่อนหยับจับงามงอน
๏ นาวาแน่นเป็นขนัด  ล้วนรูปสัตว์แสนยากร
เรือลิ่วปลิวธงสลอน  สาครสั่นครั่นครื้นฟอง

๏ เรือครุฑยุดนาคหิ้ว  ลิ่วลอยมาพาผันผยอง
พลพายกรายพายทอง  ร้องโห่เห่โอ้เห่มา
๏ สรมุขมุขสี่ด้าน  เพียงพิมานผ่านเมฆา
ม่านกรองทองรจนา  หลังคาแดงแย่งมังกร
๏ สมรรถไชยไกรกาบแก้ว  แสงแวววับจับสาคร 
เรียบเรียงเคียงคู่จร  ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน

๏ สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย  งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ 
เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์  ลินลาศเลือนเตือนตาชม
๏ เรือไชยไวว่องวิ่ง  รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม  ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน ฯ

จาก < http://203.144.136.10/service....g10.htm >
Posted by almitra on 24 Oct. 2003,09:11
ขอบคุณค่ะ คุณนกทะเล คุณแอ๊ด ...

อัลมิตราตั้งใจมานานแล้วค่ะ ที่จะเขียนกาพย์เห่เรือ แต่แล้วก็ผลัดวันประกันพรุ่งเสียทุกที อยากดูบรรยากาศจริง แต่ก็ไม่มีโอกาส ในคืนนั้น ..อัลมิตราต้องรีบปั่นงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้รีบกลับบ้านให้ทันเวลาถ่ายทอด ถึงแม้มีเพียงวาสนาได้ดูที่จอสี่เหลี่ยม ก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ รู้สึกปลาบปลื้มในภูมิปัญญาของคนไทยในกาลก่อน อีกทั้งกระทงสายและโคมลอย ภาพอันวิจิตรงดงาม เป็นสิ่งที่อัลมิตราไม่เคยเห็นของจริงนอกจากรูปภาพที่ลงนิตยสาร อสท. ในขณะที่ดูทีวีไปนั้น ก็เตรียมร่างกาพย์ไปด้วย รวมทั้งยกตำราชุดใหญ่มาเปรียบเทียบถึงการเคลื่อนกระบวนเรือ อัลมิตราเขียนกาพย์ชุดนี้โดยลงชื่อเรือให้ครบ ๕๒ ลำ และเรียงตามการเคลื่อนกระบวนเรือด้วยค่ะ หากผิดพลาดประการใดช่วยชี้แนะไว้ด้วยนะคะ

กระบวนพยุหยาตราชลมารคในคืนวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๖ มีกระบวนเรือแค่ ๕๐ ลำเพื่อไม่ให้ทัดเทียมกับ กระบวนใหญ่ ทัดเทียมกับองค์พระมหากษัตริย์ ทางกองทัพเรือจึงใช้เรือที่จัดแสดงในครั้งนี้ ๕๐ ลำ จาก ๕๒ ลำ

โดยแบ่งเป็นเรือพระที่นั่ง ๒ ลำ คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กับเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ , เรือรูปสัตว์ต่างๆ อีก ๑๒ ลำ พร้อมเรือดั้งเรือแซงอีก ๓๖ ลำ

ส่วนเรือที่ตัดออกไปนั้นคือเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งเป็นเรืออัญเชิญพระไตรปิฎก และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งรองสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์


:)
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard