Forum: ห้องบทกวี
Topic: …พระพายอันกลายผัน...
started by: almitra

Posted by almitra on 14 Sep. 2003,09:35


๑.
.....วาระบทจรมุสู่วิหาร
ระหว่างวิถีและอุทยาน......................สราญรมย์
แว่วพระพายระรินระรวยประสม
ณ รัตติกาลระรื่นระงม........................ภิรมย์ใจ
พบทหารวิกรานต์เกษมฤทัย
กระฉับกระเฉง เขลงกระไร..................พิไรลม
ข้าพเจ้าพินิจพิเคราะห์ปฐม
พิภพพินาศทลายถล่ม.......................นิยมใด
ปรารถนาประดิษฐ์ประสิทธิ์ไฉน
ณ กาลวิบัติและอายุขัย.......................ผิวายปราณ
โอ้วิมานพิสุทธิ์พิเศษตระหง่าน
ณ ห้วงภวังค์ประทังอุทาร....................ตระการเกิน
สรรพสิ่งสลายมลายเผชิญ
พระพายกระโชกระหกระเหิน.................ประเมินเหมือน
โปรดประคับประคองมิร้างมิเลือน
ประสิทธิ์ประสาทผดุงเสมือน.................มิเบือนกานท์ ฯ


๒.
.....พึงกระนั้นคะครึ้นระรื่นฤดี
ประสบพิสุทธ์วิมุติศรี..........................สุธีฐาน
เยาวชนผิว์เยี่ยง ณ เคียงพิชาน
ก็เสพและจับประทับผลาน...................ปริปราณปัน
ย้อนอดีตวิจิตรสมานฉันท์
ฤทัยระรื่นรติกระนั้น............................ถวัลย์คง
ด้วยพระพายละมุนและอุ่นผจง
อดีตระทมระทวยประสงค์.....................เจาะจงหาย
โปรดสนับสนุนมโนภิปราย
มุมั่นประสงค์ตะเกียกตะกาย..................ชม้ายฝัน-
อันพิลาสเจริดประเสริฐกระนั้น
ณ รัตติกาลสราญนิรันดร์......................และหรรษา
เพียงแสดงแถลงประกาศกถา
เสมือนประคบประหงมยุพา-..................ดรุณชน
ด้วยผสมผสานสมานกมล
ขยม*และท่านสิหมั่นถกล....................ประดนเกียรติ์ ฯ


๓.
…..ห้วงพระพายประจักษ์อนิจตา
ประดุจสุบินพิลาสประภา......................คละวนเวียน
ท่านและข้าพเจ้าสิเฝ้าชระเมียน
มิท้อมิถอยเผชิญกระเสียร....................เสถียรคง
เฉกระหัดสิหมุนสนองประสงค์-
มิหยุดมิหย่อนพระพายยุยง..................มิหลงภรานต์
เพียงหทัยผิว์มั่นผดุงวิธาน
พิทักษ์ประจักษ์และภักดิ์ขนาน..............ประสานปรีดิ์
ดัชนีขยับ ณ เส้น ณ คีย์
สดับเสนาะและเพราะฉะนี้....................ฤดีหมาย ฯ

…( สร้อย…โซโล่ )

.....โปรดสนับสนุนมโนภิปราย
มุมั่นประสงค์ตะเกียกตะกาย................ชม้ายฝัน
อันพิลาสเจริดประเสริฐกระนั้น
ณ  รัตติกาลสราญนิรันดร์....................และหรรษา
เพียงแสดงแถลงพิลาสกถา
เสมือนประคบประหงมยุพา..................ดรุณชน
ด้วยผสมผสานสมานกมล
ขยมและท่านสิหมั่นถกล....................ประดนเกียรติ์
สร้างสุบินพิลาสสถิตเสถียร
ระหว่างพระพายระรวยผละเผียน.............และเปลี่ยนแปลง ฯ


คำว่ากีตาร์ ใช้คำว่า ณ เส้น ณ คีย์ ...
คำว่าผิวปาก ใข้คำว่า พิไรลม ..


...สวัสดีค่ะ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะลงฉันท์ชุดนี้ที่ห้องเพลงหรือห้องนักเขียนดี .. ถอดความมาจากเพลงโปรดค่ะ ให้ทายนะคะ ว่าเป็นเพลงอะไร ของวงอะไร ..

มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า ....
Posted by add on 15 Sep. 2003,04:19
ฮ่าๆๆ  ตอบได้แล้วค่ะ   นี่ไง.........


Wind Of Change
Scorpions

I follow the Moskva
Down to Gorky Park
Listening to the wind of change
An August summer night
Soldiers passing by
Listening to the wind of change

The world is closing in
Did you ever think
That we could be so close, like brothers
The future's in the air
I can feel it everywhere
Blowing with the wind of change

Take me to the magic of the moment
On a glory night
Where the children of tomorrow dream away
in the wind of change

Walking down the street
Distant memories
Are buried in the past forever
I folow the Moskva
Down to Gorky Park
Listening to the wind of change

Take me to the magic of the moment
On a glory night
Where the children of tomorrow share their dreams
With you and me
Take me to the magic of the moment
On a glory night
Where the children of tomorrow dream away
in the wind of change

The wind of change
Blows straight into the face of time
Like a stormwind that will ring the freedom bell
For peace of mind
Let your balalaika sing
What my guitar wants to say

Take me to the magic of the moment
On a glory night
Where the children of tomorrow share their dreams
With you and me
Take me to the magic of the moment
On a glory night
Where the children of tomorrow dream away
in the wind of change


...................
Posted by almitra on 15 Sep. 2003,10:51
๏ หลับตาคราหนึ่งเสี้ยว...............กาลสมัย
ผันล่วงกาลกลายไป...................แปลกแท้
ความฝันผ่านตาไกล...................จิตอยาก-  รู้นา
ดังเศษธุลีแล้...........................เพรียกพริ้วปลิวลม  ๚

๏ เทียบบทเพลงเก่านั้น...............เสมือนหยาด-  ธารแฮ
ผสานสู่ทะเลหาด.......................เหือดแห้ง
พวกเราต่างประมาท...................ทำสาบ-  สูญนอ
ปฏิเสธสิ่งควรแจ้ง.......................เพ่งให้คลายฉงน ๚

๏ ธุลีคละคลุ้งลิ่ว.......................ลมสนอง
สรรพกิจจิตควรตรอง...................ตรึกไว้
ปราศสิ่งยั่งยืนครอง.....................คู่โลก-  ธาตุนา
พิภพเวหาไซร้..........................จักยั้งนิรันดร์ ๚

๏ เงินทองของเนื่องด้วย...............ตนครอบ-  ครองนา
เธอย่อมปรากฏกรอบ...................หยั่งรู้
มวลสารสรรพสัตว์ชอบ-................ถกลเช่น  ธุลีเฮย
เราต่างเป็นเช่นผู้........................เปรียบเพี้ยงฝุ่นลอย  เริงลม ๚ะ๛


toy32.gif  เก่งจังค่ะ คุณแอ๊ต .. รับรางวัลได้ที่ท่านเจ้าบ้านค่ะ แล้วบทโคลงนี้ล่ะคะ เพลงอะไรเอ่ย ... ผู้ใดขับร้องคะ ..:)
Posted by add on 16 Sep. 2003,01:39
แหม ยากจังค่ะ   เอาชื่อเพลงภาษาไทยแปะไว้ให้ดูหน่อยสิคะ  ฮี่ๆ blush.gif
Posted by almitra on 16 Sep. 2003,03:38
ขอบอกใบ้บทเพลงบรรเลงถ้อย
มาเรียงร้อยกลอนสุภาพทาบคำขาน
เฉก"ธุลีในสายลม" บ่มดวงมาลย์
เชิญคิดอ่านแล้วตอบ...ขอขอบคุณ


คำใบ้มีอยู่ในโคลงค่ะ และ คำแปลของเพลงนี้อยู่ในกลอนบทนี้ค่ะ
Posted by add on 16 Sep. 2003,06:29
อ๋ออออออออ...รู้แล้วค่ะๆ  คุณ almitra..........

Dust In The Wind

Sarah Brightman

I close my eyes
Only for a moment
And the moment's gone

All my dreams
Pass before my eyes
In curiosity

Dust in the wind
All they are is dust in the wind

Sama old song
Just a drop of water in an endless sea
All we do, crumbles to ground
Though we refuse to see

Dust in the wind
All we are is dust in the wind

Don't hang on
Nothing lasts forever but the earth and sky
It slips away
And all your money won't another minute buy

Dust in the wind
All we are is dust in the wind

Dust in the wind
Everything is dust in the wind.


STUV ชอบเพลงนี้มั้ย  ?


มีแปลเพลง  Time to Say Goodbye  มั้ยคะ  

คุณคิลินไม่แจกรางวัลเลยล่ะค่ะ  ขอรางวัลจากคุณ  almitra  เป็นรูปวิวสวยๆก็ได้ค่ะ   blush.gif
Posted by นกกะปูด on 16 Sep. 2003,06:56
โห... นู๋หล่ะ อึ้งกิมกี่ เลยค่ะ ทั้งคนถามคนตอบ
สุดยอดฝีมือค่ะ คุณalmitra กับน้าadd
bowsdown.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 16 Sep. 2003,08:26
โห.....ไม่ทันคุณแอ้ด เสือปืนไวจริงๆ มัวแต่เรื่องมาก คิกกกกก
ก็ไม่เป็นไร ถือว่า เอามาแทน toy8.gif นะครับ อิอิ
ทั้งเพลง และภาพ คงถูกใจ แฟนๆๆ  inlove.gif
version นี้ ของ kansus สไตล์ slow rock หรือ classic rock แล้วแต่จะเรียก
อดีตเพลงโปรด เพลงนึง blush.gif






Dust In The Wind
~ Kansas ~

I close my eyes only for a moment
and the moment’s gone
All my dreams pass before my eyes
a curiosity
Dust in the wind, all they are is
dust in the wind

Same old song, just a drop of water
in an endless sea
All we do crumbles to the ground
though we refuse to see
Dust in the wind, all we are is
dust in the wind

Don’t hang on, nothing lasts forever
but the earth and sky
It slips away and all your money
won’t another minute buy

Dust in the wind, all they are is
dust in the wind
Dust in the wind, everything is
dust in the wind


---- ---- ---- ---- ---- ----



Posted by almitra on 16 Sep. 2003,09:32
สวัสดีค่ะ คุณแอ๊ด ..เพลงTime to Say Goodbye   ไม่แน่ใจนักว่า อัลมิตรารู้จักหรือเปล่าค่ะ คือว่า อัลมิตรารู้จักเพลงไม่เยอะ ค่ะ บางทีร้องได้นิดหน่อย แต่ไม่รู้ชื่อเพลง ..(เป็นซะอย่างงั้น) โดยมากแล้ว ที่ร้องได้เนื่องจากตอนเรียนหนังสือ ซิสเตอร์มักจะให้ร้องเพลงฝรั่งและสอนแปลศัพท์ไปในตัวค่ะ จึงจำได้บ้างนิดหน่อยค่ะ

คุณนกกระปูด คงจะรุ่นราวคราวเดียวกับอัลมิตรา  couch.gif  คราวต่อไปหาอะไรมาเล่นสนุกๆกันดีไหมคะ ..

คุณเจ้าบ้านใจดีจัง เพลงและภาพประกอบยอดเยี่ยมเลยค่ะ กำลังใจเต็มเปี่ยมแบบนี้ ยินดีรับเสมอค่ะ :)
Posted by almitra on 16 Sep. 2003,09:56
๏ กรกอปรหอบเกล็ดแพร้ว.............แพรวพราย ทรายเฮย
ริเริ่มเติมเรียงราย........................ใฝ่ตั้ง
ปราสาทมาตรสาดสาย..................แสงส่อง พิไลแล
ดังใคร่ครวญหวลครั้ง.....................ดั่งเฝ้าสาวดรุณ ๚

๏ กำแพงแข็งแกร่งกร้าว................ราวหิน
แซมซ่อมถนอมถวิล.....................ปกป้อง
เสนาทหารดิน............................เดินดุ่ม
แนวค่ายหมายตรวจห้อง.................ถ่องคล้ายหมายจริง ๚

๏ เสกสรรค์ตระหง่านตั้ง.................ดังจิน- ตนาเฮย
ปราสาททรายนครินทร์...................ถิ่นน้ำ
ทะเลเห่กาพย์ยิน-........................ยลสินธุ์ สมุทรนา
ดังดุริยางค์ย้ำ.............................พร่ำเพี้ยงเสียงสวรรค์ ๚

๏ ปีติสิเคลิบเคลิ้ม........................เติมทรวง
กาลผ่านอัศจรรย์ดวง-....................จิตแท้
ชลธารมั่นทะลวง.........................ปวงค่าย นครเฮย
หายวับลับใจแพ้-.........................พ่ายเพี้ยงเยี่ยงทราย ๚ะ๛



เมื่อยังเด็ก ภาพที่ประทับใจส่วนหนึ่งในชีวิตที่ผ่านมาคงไม่พ้นก่อกองทรายริมทะเล เมืองจำลอง กำแพงสมมุติ  ภูเขา ร่องน้ำ .. ทุกอย่างถึงแม้จะรู้ว่า คงทนได้ประเดี๋ยวเท่านั้น น้ำทะเลก็จะโถมคลื่นมาซัดจนสูญสิ้น...ฟังเพลงนี้ทีไร ความสุขย้อนมาทำให้ระลึกถึงเสมอ และพร้อมกระนั้นความเศร้า เหงา ก็ดูเหมือนจะอยู่รายรอบ ..


เพลงอะไรคะ ...?
Posted by add on 17 Sep. 2003,09:39
มีคนตอบว่า  บ้านทรายทองค่ะ  ถูกป่าววววววววว  ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ   ic-12.gif
Posted by almitra on 17 Sep. 2003,10:29
..เพลงนี้มีท่อนหนึ่งร้องว่า ...


...ไม่เหลืออะไรเลย ...จากที่เคยมีความใฝ่ฝัน ....ไร้กำลังจะสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม .... ไม่เหลืออะไรเลย ...



พอจะนึกออกไหมคะ  ?
Posted by add on 17 Sep. 2003,20:00
เพลงนี้เหรอคะ  

                 ปราสาททราย  
           
กว่าจะรวมจิตใจ   เก็บทรายสวยสวยมากอง   ก่อปราสาทสักหลัง
ก่อกำแพงประตู ก่อสะพานสร้างเป็นทาง   ทำให้เป็นดังฝัน
ก่อนที่ฉันจะได้เห็นทุกอย่าง   อย่างที่ฝันที่ฉันทุ่มเท  
น้ำทะเลก็สาดเข้ามา

ไม่เหลืออะไรเลย   แหลกสลายลงไปกับตา   เหลือเพียงทรายที่ว่างเปล่า กับน้ำทะเลเท่านั้น   ไม่เหลืออะไรเลย   จากที่เคยมีความใฝ่ฝัน
ไร้กำลังจะสร้างใหม่  ให้เหมือนเดิม

ทีละเล็กละน้อย ที่คอยสะสมความดี   มีให้เธอเท่านั้น   ก่อเป็นความเข้าใจ แต่งเติมความหมายด้วยกัน   คอยถึงวันที่หวัง
ก่อนที่ฉันจะได้พบความสุข   อย่างที่ฉันฝันไว้ทุกวัน   เธอก็พลันมาจากฉันไป

ไม่เหลืออะไรเลย   แหลกสลายลงไปกับตา   เหลือเพียงใจที่ว่างเปล่า
กับฉันคนเดียวเท่านั้น   ไม่เหลืออะไรเลย   จากที่เคยมีความใฝ่ฝัน
ไร้กำลังจะสร้างใหม่ ให้เหมือนเดิม   จะเอาแรงพลังจากไหน ไว้เติมแต่งฝัน  จะเอาวันและคืนจากไหน ให้พอทำใจ   ไม่เหลืออะไรเลย

ไม่เหลืออะไรเลย   แหลกสลายลงไปกับตา   เหลือเพียงใจที่ว่างเปล่า
กับฉันคนเดียวเท่านั้น   ไม่เหลืออะไรเลย   จากที่เคยมีความใฝ่ฝัน
ไร้กำลังจะสร้างใหม่ให้เหมือนเดิม   ไม่เหลืออะไรเลย

          < ปราสาททราย >
Posted by นกกะปูด on 17 Sep. 2003,22:32
แหะๆๆๆ คนข้างๆ น้าแอ๊ดแหง๋เลยที่ตอบว่า "บ้านทรายทอง" คิกๆๆ
แต่เอาน่า ยังไงๆ ก็มีคำว่า "ทราย" นู๋ให้ 10 คะแนน คิกๆๆ
ถึงคุณalmitra คะ flower.gif
นกเห็นอักษรสวยๆ ของคุณ ก็ได้แต่อึ้งไม่รู้จะพูดอะไร
เอางี้ดีก่า นกร้องเพลงให้ฟังค่ะ
"อื้อฮื้อ.. ไม่ธรรมดา อะฮ่า ไม่ธรรมดา โอ๊ะโอ๊ยยยย ไม่ธรรมดา"

เห็นคุณalmitra แล้วคิดถึงคุณ๑๘๑๒ ค่ะ
อยากให้ต่อปากต่อคำกันซักบทสองบท น้าแอ๊ดว่าไม๊คะ? inlove.gif
Posted by almitra on 18 Sep. 2003,01:34
ทิวาสวัสดิ์ ค่ะ คุณแอ๊ด คุณนกกระปูด

ตอนแรกอัลมิตราขำเชียวที่คุณแอ๊ดตอบว่า "บ้านทรายทอง" นึกถึงจารุณีผมเปียหน้าฝาหรั่ง ...นักร้องคนนี้ (สุรสีห์) เป็นนักร้องไทยที่อัลมิตราชื่นชอบค่ะ น้ำเสียงและเนื้อเพลง เข้ากันได้กลมกลืนจัง

คุณ๑๘๑๒ ... ยินดีค่ะ หากมีโอกาสร่วมเสวนากัน .. คงต้องวานคุณนกกระปูดส่งเทียบเชิญแล้ว ค่ะ ..

:) ทำงานก่อนนะคะ วันนี้ต้องcompile program หลายตัวเชียว หากมีโอกาสงามๆ จะมาเขียนเรื่องจิตรกรผู้หนึ่ง ตำนานของเขาเมื่อเขาดับชีพไปแล้ว และเป็นที่กล่าวถึงมิรู้ลืม แต่ครั้นเมื่อเขายังดำรงชีพอยู่ เขาเปรียบเหมือนผู้ที่โลกทอดทิ้ง ..ยถากรรมของเขา ช่างน่ารันทดนัก .. ตอนนี้กำลังเรียบเรียงประวัติของเขา ค่ะ
Posted by add on 20 Sep. 2003,18:55
อ้าวดีจังค่ะ  มาเจอกันที่บ้านนี้    laugh1.gif

         คุณ ๑๘๑๒ เหรอ  ใช่ๆ มาทีเดียวแล้วหายไปอีกละเนี่ยะ    ถ้ามาเอาผลงานมาแบ่งกันอ่านอีกนะคะ คุณ ๑๘๑๒

         จิตรกรที่คุณ almitra กล่วงถึง ใช่ Vincent Vangogh มั้ยคะ?
Posted by almitra on 25 Sep. 2003,22:27
๏๏๏ จิตรกรเอกผู้ลำเค็ญ วินเซนต์ ( วิลเลี่ยม แวนโก๊ะ ) ๏๏๏ 

๏๏๏ อุปัฏฐิตาฉันท์ ๏๏๏ ( ๑๑ )

๏ กากากะกะกา.....................กะกะกากะกากา
กากากะกะกา........................กะกะกากะกากา ๚ะ๛ 

[color=indigo]
(๑)

๏ ราตรีศศิงาม.....................และอร่ามนภาพราว
คราเขียนอุระราว...................ผิว์ทะท้าวละเลงสี -
ฟ้าเทาขณะป้าย.....................สิระบายระทมมี
มองด้วยศมนีย์*...................อรดี ณ คิมหันต์ ๚

(๒)

๏ แสงเงารุจิรา.....................กระจะตา ณ ไพรวัน
ทอดผ่านคิริอัน.....................ฐิติยั้งตระหง่านคง
ร่างเส้นผิว์พินิจ....................และลิขิตวนาพงษ์
มาลาจะประจง....................จิตคงละเลงไป ๚

(๓)

๏ งานศิลปะนี้.......................มิจะมีวิธีใด
อ้างอิงนิติใคร......................ดุจให้ประหลาดฤๅ
เขียนลมขณะพัด...................และนิทัศน์ขยับมือ
ป้ายสีมติคือ.........................มุติสื่อสนองตน ๚

(๔)

๏ เขียนรูปฤตุหนาว................อุระร้าวและสับสน
แต่งแต้มมหิดล.....................และสกลสะอ้านงาม
คลุมด้วยหิมะมวล..................ขณะง่วนระบายความ
เป็นภาพปริณาม....................และนิยามนิรันดร ๚

(๕)

๏ มองภาพ มน เพ่ง...............สิเชลงนิพนธ์กลอน-
กาพย์ฉันท์ขณะตอน...............อุระร้อนหทัยครวญ
เข้าใจนยะนี้...........................และวิธีสิสื่อมวล-
เรื่องราวนิติถ้วน....................สิคระหวนคะนึงนาน ๚

(๖)

๏ คุณคล้ายดุจทุกข์.................มิสนุกเกษมศานต์
ว้าวุ่นทรมาน..........................จิระกาลสะท้านทรวง
จึ่งคิดวิธิคลาย.......................สิสลายระทมปวง-
อ่อนล้าสละยวง......................และระลวงสยบลง ๚

(๗)

๏ เพียงอิสระนั้น.....................บ่มิหวั่นฤทัยคง-
หมั่นขีดและผจง.....................ดุจบ่งประสงค์จริง
หากมีทุรชน............................สิวิจลวิจารณ์ชิง-
ชังว่า นรศฤงค์*......................มิวิจิตรตระการตา ๚

(๘)

๏ พวกเขาบ่มิฟัง.....................จรคั่ง*ทุวาจา
ไร้ซึ่งสติมา-............................จะวิเคราะห์และไตร่ตรอง
ตราบสิ้นบริคนห์ ....................อนุชนประสงค์มอง
เป็นแบบนิติต้อง-.....................สิสนองและบูชา ๚

(๙)

๏ ราตรีศศิงาม.........................ชุติวามสบายตา
ไม้ดอกผลิ ฤ ว่า.......................สิประภาประดุจไฟ
มวลเมฆ ณ นภา........................ผิว์ถลาละลิ่วไกล
แปลกตาคละประไพ...................สิสลับละไมคง ๚

(๑๐)

๏ มวลภาพบ่มิเลือน..................ดุจเหมือนสถิตตรง-
ปรากฏมุติบง..........................คติตรง ณ ดวงตา-
เว็นเซ็นต์ ฯ ขณะเขียน..............และมุเพียรละเลงครา-
รุ่งโรจน์รวิจ้า..........................สิสว่างกระจ่างครัน ๚

...(๑๑)

๏ ทุ่งข้าวกระจะนัก..................ดุจลักษณ์ ณ อำพัน
โศกเศร้า ตม นั้น......................สรพัน ณ หทัย
เคยทุกข์และระทม...................บ่มิสมระเริงใด
กลับชื่นรติใคร่........................ณ ทิวากระไรมี ฯ

(๑๒)

๏ โอ้ว่าจิตรกร.........................ฤ ฉะอ้อนและโศกี
แม้ไร้รติที่-..............................นรชนสิให้มา
หากแม้นมตินั้น........................ดุจมั่นนิรันดร์นา
ปราศสุข ณ อุรา.......................มิมล้างและเปลี่ยนไป ๚

(๑๓)

๏ ราตรีศศิงาม.........................ระดะวามนภาไกล
ฆ่าตนเพราะอะไร.......................ฤ หทัยมิไตร่ตรอง
เปรียบผัวภริยา........................รติมาสลายกอง
ฤาคุณสิคะนอง.........................วิเคราะห์ผอง มิ ตรองดี ๚

(๑๔)

๏ ฉันควรอธิบาย.....................และขยายระบานี*
บอกว่าปฐพี...........................มิเหมาะที่สิควรคุณ-
ผู้ซึ่งมนงาม...........................มุจะข้ามนิยามดุลย์
เขียนรูปและพิธุร*...................ผิว์สลดและวุ่นใจ ๚

(๑๕)

๏ ราตรีศศิงาม.........................และอร่ามนภาไกล
ภาพเขียนระดะไป.....................ณ นิวาสและปราศชน
ภาพเขียนสิริลักษณ์...................และวิจักขณ์คละรูปตน
ไร้ชื่อสิฉงน.............................ดุจคนปะปนกัน ๚

(๑๖)

๏ สายตามิผละหนี....................ผิว์ฤดีมิลืมวัน
โลกหล้าสรพัน.........................มิสลายมลายเลือน
คล้ายมวลนรชน.......................และวิกลจริตเบือน
เสื้อผ้าดุจเหมือน.....................สติเฟือนคละเกลื่อนตา ๚

(๑๗)

๏ แปลกหน้าขณะพบ.................ฤ ประสบอนาถา
โปรดจงกรุณา.........................มุทุตาและเกื้อกูล
ดุจไม้ศุจิแย้ม...........................ผิว์กุหลาบและแหลมบูรณ์
ถูกบีบสิกระลูน*.......................มิเสถียรจรูญใด- ๚

(๑๘)

๏ ยังเกลื่อนหิมะขาว.................อุระร้าวและร่ำไร
ยามนี้ระบิใด...........................ดุจะได้กระจ่างจริง
รู้ว่าขณะนี้..............................มุติที่สิอ้างอิง
คุณบอกมติสิ่ง........................ผิว์พะพริ้ง*ณ ผลงาน ๚

(๑๙)

๏ คุณคล้ายดุจทุกข์...................มิสนุกเกษมศานต์
ว้าวุ่นทรมาน............................จิระกาลสะท้านทรวง
จึ่งคิดวิธิคลาย........................สิสลายระทมปวง-
อ่อนล้าสละยวง........................และระลวงสยบลง ๚

(๒๐)

๏ เพียงอิสระนั้น.......................บ่มิหวั่นฤทัยคง-
หมั่นขีดและผจง.......................ดุจบ่งประสงค์จริง
หากมีนรชน.............................สิวิกลวิจารณ์ชิง-
ชังว่า นรศฤงค์*.......................มิวิจิตรตระการตา ๚

(๒๑)

๏ โอ้ว่าจิตรกร..........................ฤ ฉะอ้อนและโศกา
แม้ไร้รติครา-............................ทุรชนประณามใด
หากไร้มุทิตา-............................มติพาระทมใจ
บางทีรติใฝ่..............................ดุจไร้นิรันดร ๚ะ๛



:)
Posted by KiLiN on 26 Sep. 2003,06:12






Vincent
~ Don Mclean ~



Starry
starry night
paint your palette blue and grey

look out on a summer's day
with eyes that know the
darkness in my soul.
Shadows on the hills
sketch the trees and the daffodils

catch the breeze and the winter chills

in colors on the snowy linen land.
And now I understand what you tried to say to me

how you suffered for your sanity
how you tried to set them free.
They would not listen
they did not know how

perhaps they'll listen now.

Starry
starry night
flaming flo'rs that brightly blaze

swirling clouds in violet haze reflect in
Vincent's eyes of China blue.
Colors changing hue
morning fields of amber grain

weathered faces lined in pain
are soothed beneath the artist's
loving hand.
And now I understand what you tried to say to me

how you suffered for your sanity
how you tried to set them free.
perhaps they'll listen now.

For they could not love you
but still your love was true

and when no hope was left in sight on that starry
starry night.
You took your life
as lovers often do;
But I could have told you
Vincent
this world was never
meant for one
as beautiful as you.

Starry
starry night
portraits hung in empty halls

frameless heads on nameless walls
with eyes
that watch the world and can't forget.
Like the stranger that you've met

the ragged men in ragged clothes

the silver thorn of bloddy rose
lie crushed and broken
on the virgin snow.
And now I think I know what you tried to say to me

how you suffered for your sanity

how you tried to set them free.
They would not listen
they're not
list'ning still
perhaps they never will.


~~~~~~~~~~~~~
 


Posted by almitra on 26 Sep. 2003,10:41
ขอบคุณค่ะ ท่านเจ้าบ้าน ..

ฉันท์ชุดนี้ถอดความมาจากบนเพลงที่ชื่อว่า Vincent และภาพราตรีประดับดาวก็เป็นภาพที่สื่อความหมายได้ดีทีเดียวค่ะ และขอขอบคุณท่านเจ้าบ้านด้วยอินทรวิเชียรฉันท์เพื่อเข้ากับบรรยากาศของวสันตฤดูค่ะ..

"..ชมฝนกมลชื่น.. "

๏ กลิ่นกรุ่นละมุนฝน............และระคนธุลีดิน
เพรียกแผ่วพระพายยิล.........อุระสิ้นระทมตรอม
แว่วเสียงวสันต์พรำ..............สิกระหน่ำและขับกล่อม
ดุจเพลงระบำพร้อม.............จิตย่อมระเริงตาม ๚

๏ ฟ้าฝนกมลชื่น.................ชระมื่นประพันธ์ความ
ร่ายฉันท์กวีงาม..................ดุจร่ำระบือไป
หวังเพียงนิพนธ์นี้................ดรุณีสิเข้าใจ
ร่วมภักดิ์สมัครใน-................รติใกล้นิรันดร์กาล ๚

๏ ขับกล่อมถนอมนวล..........สุรสรวลสนุกนาน
ยินฝนและยลกานท์.............อุระซ่านภิรมย์จริง
อิงแอบและแนบเนื้อ.............มิจะเบื่อสิอ้างอิง
ดอกไม้ไสวกิ่ง...................ผิว์กระดิ่งระงมดัง ๚

๏ แล้วพร่ำวจีอ้อน................ขณะตอนพิรุณยัง
แซกเสียงกวีดัง...................สติตั้งกระจ่างใจ
เอื้อนเอ่ยเฉลยพจน์..............มธุรสบุราณไทย
หวังน้องสิผ่องใส.................และสบายหทัยนาน ๚ะ๛



ระยะนี้ฝนตกบ่อยๆ ระวังเรื่องสุขภาพด้วยนะคะ ..

:)
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard