Forum: ห้องแสงธรรม
Topic: นิทานธรรมะ... (คำกลอน)
started by: sweet lemon

Posted by sweet lemon on 20 Nov. 2004,06:42



...พระจักขุปาลเถระ...


พุทธภาษิตลิขิตประดิษฐ์ว่า
ใจนำพาทุกสิ่งสมประสงค์
เพราะใจเป็นหัวหน้าอย่างอาจ-อง
ใจเป็นนายกายคงเป็นทาสแล

หากผู้ใดมีใจประทุษร้าย
ก็มิวายได้ทุกข์ไร้สุขแน่
การกระทำนำจากใจโดยแท้
ทุกข์ย่อมแห่ตามติดดวงจิตไป

พระดำริบทนี้มีที่มา
พระบรมศาสดาพาขานไข
เพื่อภิกษุทั้งหลายหายข้องใจ
ว่าเหตุใดพระจักขุฯตาพิการ ฯ


flower.gif flower.gif flower.gif

เรื่องราวนั้นได้กล่าวเอาไว้ว่า
พระภิกษุเดินทางมาสู่สถาน
เพื่อกราบบังคมนมัสการ
พระอาจารย์ ณ วิหารพระเชตุวัน

เมื่อได้กราบพระพุทธเจ้าแล้ว
ก็เพริศแพร้วผ่องใสให้สุขสันต์
พระสาวกจึงได้พร้อมใจกัน
ไปเยี่ยมท่านพระจักขุฯภิกษุนี้

ครั้นไปถึงก็จวนจะพลบค่ำ
ทั้งเมฆฝนมืดดำคล้ำแสงสี
พระสาวกเห็นว่าท่าไม่ดี
ชวนกันกลับทันทีพรุ่งนี้มา ฯ


wave.gif wave.gif wave.gif

ในคืนนั้นฝนตก-ลงอย่างหนัก
แหละหยุดพักเอาตอนกลางดึกหนา
ฝนขาดเม็ดก็ถึงซึ่งเวลา
พระจักขุปาลเถราเดินจงกรม

ยามฝนตกมีหมู่แมลงเม่า
บินคลอเคล้าเล่นแสงแสนสุขสม
แต่เมื่อปีกต้องสายฝนที่พ่นพรม
ปีกเปียกปอนร่อนตามลมร่วงลงดิน

พระจักขุปาลเถระพระรูปนี้
สองตามีแต่บอดสนิทสิ้น
ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้มีมลทิน
แต่ก็ใช่จะจงจินต์หรือยินดี

เพราะความที่ท่านมีตาพิการ
แมลงเม่าบนลานไม่คลานหนี
ท่านจึงเหยียบย่ำไปบนชีวี
แมลงเม่าเหล่านี้จึงตายไป ฯ


cry2.gif cry2.gif cry2.gif
Posted by sweet lemon on 20 Nov. 2004,06:48
coffee.gif

ครั้นรุ่งเช้าพระต่างวัดที่ผลัดว่า
วันพรุ่งนี้สิกลับมาบูชาใหม่
ท่านก็ทวนหวนจริงอย่างอิงไว้
เมื่อมาถึงต้องเศร้าใจในเหตุการณ์

จึงเอ่ยถามความพระ-ผู้น้อยว่า
ใครกันหนามาเดินบนสถาน
พร้อมย่ำเหยียบแมลงเม่าตายเกลื่อนลาน
เหมือนเพชฌฆาตประหารผลาญชีวี

พระลูกศิษย์แม้มิเห็นว่าเป็นใคร
ก็เดาได้พระครูบามาที่นี่
เดินจงกรมเป็นกิจท่านนานนับปี
เช้ามืดนี้ท่านก็คงจะลงมา

พระสาวกทราบความที่ถามนั้น
พร้อมใจกันมั่นคงตรงที่ว่า
ต้องนำเรื่องนี้กราบพระศาสดา
จึงนำพากันดำเนินเดินทางไป ฯ


duel.gif

พระองค์ทรงพระดำรัสตรัสถามว่า
เธอเห็นเขากำลังฆ่าแมลงไหม
พระสาวกจึงหมอบตอบเร็วไว
ข้าพเจ้าไม่ได้เห็นเช่นตาตน

พระจักขุฯก็ไม่เห็นเช่นพวกเธอ
การนั้นใช่พลั้งเผลอไร้เหตุผล
อีกมิใช่จงใจให้วายชนม์
ความนี้พ้นผลกรรมจะนำพา

พระภิกษุรูปหนึ่งจึงกราบทูล
ถามถึงมูลเหตุใดกระไรหนา
ที่ทำให้พระจักขุฯพิการตา
พระกรุณาว่ากรรมเคยทำไว้ ฯ


toy8.gif
Posted by sweet lemon on 20 Nov. 2004,06:58
flower.gif flower.gif flower.gif

พระพุทธองค์ทรงโปรดเล่าเหตุการณ์
ครั้งหนึ่งนานแล้วหนอมีหมอใหญ่
รับรักษาโรคชนคนทั่วไป
วันหนึ่งได้พบนางป่วยทางตา

หมอจึงถามแม่นางมองเห็นไหม
นางตอบไปไม่เห็นแล้วเจ้าข้า
หากหมอทำให้เห็นเช่นธรรมดา
เรื่องราคาแม่นางทำอย่างไร

ตลอดกาลจะช่วยงานบ้านคุณหมอ
จะเพียงพอแก่ค่ารักษาไหม
หมอฟังแล้วรู้สึกพึงพอใจ
จึงหยอดยาใส่ในสองตานาง ฯ


ic-12.gif

ไม่นานนักหญิงนั้นพลันประสบ
ตาเริ่มพบแสงใสไสวสว่าง
หล่อนเริ่มมีใจคด-คิด-ปด-วาง
เพราะกลัวว่าค่าจ้างจะไม่มี

คิดดังนั้นวันหนึ่งซึ่งหมอถาม
หล่อนตอบความเลี่ยงไปในวิถี
ว่าเมื่อก่อนยังแลเห็นเลือนลางดี
แต่บัดนี้ตาของฉันนั้นมืดมน

เมื่อหมอเลิกตาดูก็รู้แน่
ว่าที่แท้นางเลี่ยงจะเบี่ยงผล
หมอบอกนางไปว่าอย่ากังวล
ลองอีกหนยาตัวใหม่อาจหายดี ฯ


devil.gif

ครั้นถึงบ้านหมอปรุงยาพิเศษ
ด้วยกิเลสเหตุเนื่องเคืองโฉมศรี
เพื่อล้างแค้นแม่นางปดพจนี
ยาพิษนี้ตาจะบอดตลอดกาล

แหละทุกอย่างก็เป็นไปดั่งหมอคิด
สองตานางกลับมืดมิดสนิทสถาน
นางไม่ซื่อจึงรับทุกข์ทรมาน
กรรมบันดาลหมอเกิดมาตามืดมน

หมอคือพระจักขุฯในชาตินี้
บาปกรรมที่ทำไว้มิไร้ผล
ไม่มีใครเลี่ยงได้ในกรรมตน
ที่คอยวนเวียนติดดวงจิตไป

เพราะเมื่อกายตายลงจิตคงที่
มิหลบลี้หนีหายดังกายไซร้
กรรมตามจิตชิดข้างมิห่างไกล
ยามเกิดใหม่ผลแห่งกรรมก็นำทาง

หลังจากนั้นพระองค์ทรงตรัสว่า
ใจนั้นหนาเป็นใหญ่ไร้สิ่งขวาง
หมั่นทำดีคิดดี..สิ่งชั่ววาง
ลงมือสร้างเสริมประตูสู่นิพพาน ๚ะ๛



เรื่อง....พระจักขุปาลเถระ...
จบแหล่ว... bowsdown.gif rasp.gif toy19.gif wave.gif greet.gif thumbsup.gif
Posted by sweet lemon on 20 Nov. 2004,15:29
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “กัมมังสเตวิภชติ” กรรมย่อมจำแนกสัตว์
ให้เลว ประณีต ดี ชั่ว อัตภาพร่างกายและจิตใจแตกต่างกันออกไป
ตามผลกรรมดีชั่ว ที่ตัวได้กระทำไว้ ตามส่งให้ได้รับผล



.....พระนางมัลลิกาเทวี.....

สมัยหนึ่งซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า
เสด็จเข้าประทับ ณ พระวิหาร-
เชตวันนั้นนามตามตำนาน
เป็นสถานใกล้พระนครสาวัตถี

ณ กาลนั้นมีพระนางมัลลิกา
เสด็จมาทูลถามความถึงที่
หญิงบางคน..สูงศักดิ์..ทรัพย์มากมี
แต่รูปร่างไม่ดี..ผิวพรรณทราม

และเหตุใดหญิงบางคนบนโลกนี้
ผิวพรรณดี..มีทรัพย์มาก..หลากล้นหลาม
พร้อมสูงศักดิ์..ทั้งรูปร่าง..สง่างาม
พระองค์เริ่มตอบความที่ถามมา ฯ


tinyrose.gif

สุภาพสตรีบางคนบนโลกนี้
เป็นผู้มี..จิตใจ..ไป่ริษยา
กระด้างกระเดื่อง..ฉุนเฉียว..เกรี้ยวโกรธา
อีกข้าวปลา..ไม่ทานแก่..สมณพราหมณ์

เมื่อเขาละจากอัตภาพนั้นไป
เกิดชาติใด..ต่ำศักดิ์..จักถูกหยาม
อีกเป็นผู้..ที่มี..ผิวพรรณทราม
รูปไม่งาม..ตามด้วยอับ..ทรัพย์ขัดสน ฯ


toy19.gif
Posted by sweet lemon on 20 Nov. 2004,15:35
rose.gif

ดูก่อนพระนางมัลลิกาเทวี
บางสตรี..ฉุนเฉียว..เกี่ยวทุกหน
กระด้าง..กระเดื่อง..เึคืองขัดคน
อีกมากล้น..โกรธขึ้ง..ซึ่งสันดาน

แต่เป็นผู้..ไม่มีจิต..ริษยา
ในลาภา..สักการะ..ทุกสถาน
เป็นผู้มัก..เอื้อเฟื้อ..เกื้อหนุนทาน
ให้อาหาร..สมณะ..พราหมณ์ประจำ

ครั้นเมื่อเขาละพรากจากโลกไป
เกิดชาติใด..ผิวพรรณทราม..มิงามขำ
อีกรูปร่าง..ไม่ดี..เพราะมีกรรม
แต่ทานทำ..ส่งสูงศักดิ์..ทรัพย์มากมี ฯ


icon_rotfl.gif

บางคนนั้น..ไม่ฉุนเฉียว..ไม่เกรี้ยวโกรธ
อีกไม่โปรด..ขัดเคือง..เรื่องหมองศรี
ไม่กระเดื่อง..กระด้าง..วางตัวดี
จิตไม่มี..ริษยา..อิจฉาใคร

อีกชอบทำ..ทานแก่..สมณะ
อีกมิเคย..เลยละ..เรื่องบุญให้
อีกกุศล..สนช่วย..ด้วยเต็มใจ
เมื่อละจาก..โลกไป..ไร้กังวล

เกิดชาติหน้า..ฉันใด..ได้สุขี
ผิวพรรณดี..ร่างงาม..สมตามผล
ทั้งสูงศักดิ์..หลากทรัพย์..ไม่อับจน
กรรมดาลดล..ชั่วดี..ที่สร้างมา ฯ


toy8.gif
Posted by sweet lemon on 20 Nov. 2004,15:38
flower.gif

เมื่อพระนางฯ..ได้สดับ..กับคำตอบ
ก็ชื่นชอบ..หมอบกราบ..รับทราบหนา
ทั้งกราบทูล..ถึงกรรม..เหตุนำพา
พระนางว่า..มีทั้งทุกข์..และสุขใจ

เมื่อชาติอื่น..หม่อมฉันคง..หลงโกรธเกรี้ยว
อีกฉุนเฉียว..กระด้างกระเดื่อง..ทุกเรื่องไซร้
พอชาตินี้..จึงมีเหตุ..อาเพศภัย
รูปร่างไร้..ความงาม..ทรามผิวพรรณ

เหตุชาตินี้..ที่สูงศักดิ์..แลทรัพย์มาก
คงมาจาก..ชาติอื่น..ยื่นสุขสันต์
สร้างกุศล..บุญทาน..ทุกวารวัน
กรรมดีพา..หม่อมฉัน..นั้นเจริญ ๚ะ๛



จบเรื่อง....พระนางมัลลิกาเทวี....  bowsdown.gif rasp.gif wavey.gif greet.gif wave.gif
Posted by sweet lemon on 25 Nov. 2004,15:53


ที่มาของภาพ...< http://www.heritage.thaigov.net/religion/pra/index02.htm#sih >

ข้อมูลเรื่องนี้ได้มาจาก..
< http://www.larnbuddhism.com >
< http://www.84000.org >
< http://www.geocities.com/piyainta >
< http://www.dhammathai.org >
< http://www.budpage.com >
< http://www.dharma-gateway.com >


...พระมหากัปปินเถระ...


ตอน....อดีตชาติที่ ๑....

ในกาลหนึ่ง ณ กรุงพาราณสี
ครั้งนั้นมีพระปัจเจกพุทธเจ้า
อยู่ร่วมกันพันรูปมากมิเบา
ส่งตัวแทนไปเฝ้าพระราชา

เพราะฤดูฝนนั้นใกล้จะถึง
พระท่านจึงดั้นด้นเพื่อค้นหา
สถานที่แอบฝนยามหล่นมา
จึงได้พากันเดินทางเข้าเมืองกรุง

บังเอิญว่าพระราชาทรงไม่ว่าง
เพราะต้องวางแผนการณ์งานวันพรุ่ง
คือมงคลแรกนาขวัญอันจรุง
ภาระยุ่งพระองค์ผลัดอีกสามวัน

พระปัจเจกพุทธเจ้าจึงคิดว่า
จะไปหาอนุเคราะห์ที่อื่นนั่น
คิดแล้วจึงหลบหลีกปลีกไปพลัน
ระหว่างทางนั้นได้พบสบสตรี

นางคือภรรยาหัวหน้า (ช่าง) หูก
บ้านสร้างปลูกอยู่ในพาราณสี
เมื่อทราบความนางใคร่ไป่ยินดี
วันพรุ่งนี้นิมนต์ไปยังบ้านตน

เรามีกันพันรูปนะแม่หญิง
โปรดอย่ากริ่งเกรงใดให้สับสน
ข้าพเจ้ามีกันเป็นพันคน
อย่ากังวลโปรดรับอาราธนา

เมื่อพระท่านขานถ้อยร้อยคำรับ
นางก็กลับบ้านไปใจหรรษา
ป่าวประกาศเรื่องตนรับปากมา
เพื่อนอาสาจัดที่นั่งทั้งอาหาร

ตรงกลางบ้านนางสร้างปะรำใหญ่
สร้างเอาไว้เพื่อเป็นเช่นสถาน
พระปัจเจกฯจำพรรษายามถึงกาล
ถวายทานร่วมกันนั่นสิ่งดี

ออกพรรษานางชวนเพื่อนทั้งหลาย
ร่วมถวายจีวรเพื่อพรศรี
อนุโมทนาแล้วพระก็จรลี
ผลบุญนี้นำเกิด ณ ดาวดึงส์ ๚


rose.gif
Posted by sweet lemon on 01 Dec. 2004,16:39
พระมหากัปปินเถระ...ตอน...อดีตชาติที่ ๒

มาสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า
ชนกลุ่มเก่าได้เกิดอีกครั้งหนึ่ง
พิสุทธิ์ทานทำไว้คงไล้รึง
อีกดวงจิตติดตรึงซึ่งความดี

พวกเพื่อนเกิดในกุฎุมพีบริวาร
เกิดพร้อมกัน ณ สถานพาราณสี
หัวหน้าช่างหูกเป็นบุตรคนมั่งมี
ภรรยาเกิดในกุฏุมพีใหญ่เหมือนกัน

เมื่อถึงวัยได้แต่งงานคู่กาลก่อน
ผลแห่งกรรมนำย้อนดั่งพรสรรค์
จึ่งพรั่งพร้อมเพียบสุขทุกวารวัน
คราหนึ่งนั้นวัดประกาศให้ ไปฟังธรรม

เมื่อพวกเขาไปถึง ลานวัดนั้น
ในฉับพลันฝนเทเห่กระหน่ำ
พวกมีญาติเป็นพระไม่ตรากตรำ
แต่กุฎุมพีช้ำระกำใจ

เขาทั้งพันต้องฝืนยืนตากฝน
หัวหน้าล้นละอายขายหน้าไซร้
จึงกล่าวกับบริวารถึงปัจจัย
ร่วมเรี่ยไรสร้างเสนาสนะกัน

บริวารฟังแล้ว ยินดีด้วย
จึงได้ช่วยบริจาค ทรัพย์ลงขัน
หัวหน้าเองออกไปให้หนึ่งพัน
ลูกน้องนั้นออกคน-ละห้าร้อย

ผู้หญิงคนละสอง-ร้อยห้าสิบ
รวบรวมหยิบมอบให้ช่างเพื่อใช้สอย
สร้างปราสาทพันหลังเรือนยอดน้อย
แม้กว้างหน่อยถือเป็นที่(ประทับ)พระศาสดา

เพราะสิ่งสร้างเสริมก่อต่อจนใหญ่
ทรัพย์จึงไม่พอเพียงเยี่ยงคิดหนา
ต้องเติมทรัพย์ครึ่งจากเดิมเพิ่มออกมา
ทุกถ้วนหน้าเบิกบานสำราญใจ

แล้วพร้อมกันถวายมหาทาน
ณ วิหารสถานสร้างสำเร็จไซร้
ถวายจีวรแก่สงฆ์ทุกรูปไป
พระพุทธเจ้าได้ เป็นประมุข ทั้งเจ็ดวัน

ส่วนภรรยาหัวหน้ากุฏุมพี
นางนั้นมีดวงจิตคิดสร้างสรรค์
ถือผอบบรรจุดอกอังกาบนั้น
พร้อมผ้าสีเดียวกันถวายพระศาสดา

เมื่อไปถึงนางบูชาดอกอังกาบ
แล้วหมอบกราบบาทมูลทูลปรารถนา
เกิดชาติใดขอสรีระคล้ายดอกอโนชา
ทั้งนามหนาข้าพเจ้าขอเป็นเช่นดอกนั้น

พระพุทธองค์ทรงอนุโมทนา
ดำรัสว่าจงสำเร็จสมมาดมั่น
ยามพวกเขาตาย ไปเกิดเทวโลกพลัน
เสพสุขสันต์ตลอดหนึ่งพุทธันดร ๚




ที่มา...< http://www.tourthai.com/gallery/flower/pic16783.shtml >
Posted by sweet lemon on 01 Dec. 2004,16:46
flower.gif flower.gif flower.gif

พระมหากัปปินเถระ...ตอน...คำทำนาย

ในสมัยพระปทุมุตระพุทธเจ้า
ผองชนเข้าฟังธรรมคำสั่งสอน
ณ วิหารหังสวดีนคร
บุรุษหนึ่งซึ้งซ้อนซ่อนยินดี

บุรุษท่านนั้นคือผู้พิพากษา
กอปรกิจจาในพระนครนี่
ฟังธรรมแล้วให้เกิดความปีตี
แหละท่านมีความคิดพิสิฐนัย

เพราะระหว่างกำลังฟังพระธรรมนั้น
สายตาพลันเหลือบเห็นสงฆ์หนึ่งไซร้
มีตำแหน่งเหนือพระรูปอื่นใด
ฐานะนั้นท่านได้จากพระศาสดา

คืออยู่ในเอตทัคคะตำแหน่ง
ที่เลิศแห่งให้โอวาทภิกษุหนา
เมื่อยินแล้วให้เกิดความศรัทธา
จึงนิมนต์พระมาฉันที่บ้านตน

เมื่อพระพุทธองค์ทรงแล้วเสวยอาหาร
ผู้พิพากษาหมอบคลานประสานสน
ถึงตำแหน่งแฝงเฝ้าเคล้ากมล
พระองค์กล่นเกริ่นกล่าวราวทำนาย

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า
ดูมหาอำมาตย์แกล้วกล้าการณ์ทั้งหลาย
หมอบอยู่แทบเท้าเราเหมือนเดียวดาย
แต่สหายเขามีมากหลากบริวาร

มีวรรณะนัยน์ตาหน้าผ่องใส
มีความปลาบปลื้มใจในสถาน
มียศใหญ่ในกิจราชการ
จะพบพานเสวยสุขทุกภพไป

ด้วยการบริจาคบิณฑบาตนี้
พร้อมทั้งมีความปรารถนาพิสมัย
เขาจะสบพบทุกสิ่งที่ตั้งใจ
ทั้งแสนกัปนับไว้ตลอดกาล

แต่ในกัปซึ่งมีพระศาสดา
พระนามว่า “โคดม” ทรงสถาน
มหาอำมาตย์นี้ได้เป็นธรรมบริวาร
ละสงสารทุกข์ได้ในกัปนี้

เมื่อเขาเป็นสาวกของพระศาสดา
จะชื่อว่า “กัปปินะ” เลิศวิถี
ได้ตำแหน่งสมปรารถนาพายินดี
จะสุขีจวบถึงซึ่ง “นิพพาน”

rose.gif rose.gif rose.gif
Posted by sweet lemon on 01 Dec. 2004,17:05


ที่มา...< http://www.baanjomyut.com/library/lotus/ >

พระมหากัปปินเถระ...ตอน...กำเนิดพระเจ้ามหากัปปินะ

กลุ่มหัวหน้าช่างหูกแลลูกน้อง
คงเที่ยวท่องล่องในวัฏสงสาร
เกิดครั้งใดฝักใฝ่ในบุญทาน
เพื่อนร่วมสานภรรยาช่วยเสริมเติมความดี

ครั้นมาถึงซึ่งสมัย “พระโคดม”
บุญสั่งสมส่งให้ใสราศี
เกิดมาร่วมกันอีกในชาตินี้
ทุกชีวีมีความสุขไร้ทุกข์ใจ

หัวหน้าช่างเกิดแห่งตระกูลราช
ลูกน้องเกิดแก่อำมาตย์สกุลไซร้
ภรรยาเกิดแห่งราชตระกูลต่างเมืองไป
เพื่อนเกิดในสกุลอำมาตย์มิคลาดกัน

พระนางเคยอธิฐานครั้งกาลก่อน
บัดนี้พรย้อนหาพาสุขสันต์
สีผิวดั่งดอกอังกาบฉาบผ่องพรรณ
ด้วยเหตุนั้นได้พระนาม “อโนชา”

ครั้นถึงวัยได้ขึ้นบัลลังก์ราชย์
มีอำมาตย์บริพารเก่าเฝ้ารักษา
“พระเจ้ามหากัปปินะ” นามราชา
กาลต่อมาชนทั้งหมดสมรสกัน ๚




ภาพนี้นำมาจากที่เดียวกันกับภาพบน... ic-12.gif ic-12.gif ic-12.gif


มีต่อค่ะ..ตอนออกบวช... flower.gif
Posted by sweet lemon on 09 Jan. 2005,14:03


ที่มาของภาพ....< http://www.tourthai.com/gallery/images019/004overjoyed.jpg >

พระเจ้ามหากัปปินะ...ออกผนวช...#1

พระราชาทรงฝักใฝ่ในบุญทาน
เสมือนกาลในอดีตมิผิดผัน
พระองค์ส่งอำมาตย์ออกทุกวัน
เพื่อสืบสรรพ์สิ่งใหม่ในโลกา

ในวันหนึ่งพระองค์ทรงม้า “สุปัตตะ”
เป็นพาหนะโปรดมากจากทั้งห้า
ส่วนที่เหลือให้อำมาตย์นั้นขี่มา
พบพ่อค้าห้าร้อยคนสนพระทัย

เพราะพวกเขาแลร่างไร้แววผ่อง
ทั้งหน้าตาแลหมองมิส่องใส
พระดำริคงมาจากแดนไกล
ทรงสั่งให้อำมาตย์นำพวกเขามา

แล้วพระองค์ทรงถามถึงความใหม่
พวกพ่อค้าตอบไปไม่มีหนา
จะมีก็สาวัตถีนครา
สิ่งใหม่อุบัติมาคือพระรัตนตรัย

เมื่อพระองค์ทรงสดับกับความนั้น
พระองค์พลันนั่งนิ่งมิติงไหว
เกิดปิติโสมนัสรัดพระทัย
พระองค์ให้รางวัลงามตามข่าวดี

พระองค์ทรงแลมองเหล่าอำมาตย์
ทรงตรัสมาดปรารถนาพาผ่องศรี
จะเดินทางออกนอกราชธานี
มุ่งไปที่สำนักของพระศาสดา

แล้วพระองค์ทรงจารึกพระอักษร
ก่อนทรงจรจากไปไม่คืนหา
ส่งสาส์นถึงพระราชเทวีอโนชา
ใจความว่า “เสวยราชแทนพระองค์”

เหล่าอำมาตย์เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้น
เขียนสารพลันผันความตามประสงค์
ฝากพ่อค้าถึงภรรยาก่อนเดินดง
แล้วขึ้นม้าตามองค์ราชาไป ๚


wave.gif
Posted by KiLiN on 09 Jan. 2005,20:10
กลอนดี ภาพสวย winkthumb.gif again.gif
Posted by sweet lemon on 26 Jan. 2005,16:03
อ้างถึง (KiLiN @ 09 มค. 2005,07:10)
กลอนดี ภาพสวย winkthumb.gif again.gif



ขอบคุณค่ะสำหรับคำชม... coffee.gif
Posted by sweet lemon on 26 Jan. 2005,16:11


ที่มาของรูป....< http://http://www.tourthai.com/gallery/art/pic12562.shtml >


พระเจ้ามหากัปปินะ...ตอน..ออกผนวช...#2


เส้นทางเดินลำบากแลกันดาร
เพราะต้องผ่านภูผาแลป่าใหญ่
อีกทั้งมีแม่น้ำ (สามสาย) กั้นขวางไว้
จะข้ามได้ต้องอาศัยเรือหรือแพ

พาหนะเหล่านั้นคงยากหา
พระองค์ทรงดำริว่าล่าช้าแน่
หากต้องรอพาหนะจะพ่ายแพ้
ต่อเกิดแก่เจ็บตายวายชีวา

จึงทรงตั้งพระสัตยาอธิษฐาน
ขอดวงแก้วสามประการผ่านรักษา
ขอผิวน้ำแกร่งดุจพสุธา
ขอทัพม้าพาข้ามอย่างปลอดภัย

ครั้นทรงสิ้นพระสัตยาอธิษฐาน
ทรงประสานอารมณ์มั่นคงไซร้
ระลึกถึง...พระพุทธคุณ...หนุนนำชัย
เสด็จข้ามแม่น้ำ (สายแรก) ได้ดั่งปรารถนา

เมื่อมาถึงซึ่งแม่น้ำสายที่สอง
พระองค์ทรงตรึกตรองมองเวหา
รำลึกถึง....พระธรรมคุณ...เกื้อหนุนพา
แล้วทรงม้าเสด็จข้ามแม่น้ำไป

สายที่สามสมความตามที่นึก
ทรงระลึกถึง...พระสังฆคุณ...ไซร้
ทั้งสามสายพากันข้ามอย่างปลอดภัย
ด้วยพระรัตนตรัยใคร่คุ้มครองผองคนดี ๚


rose.gif rose.gif rose.gif

ตอนต่อไป.... เอหิภิกขุอุปสัมปทา
Posted by sweet lemon on 17 May 2005,06:23
love.gif สวัสดีสมาชิกเก่า-ใหม่ทุกท่านค่ะ love.gif

ขออภัยที่หายไป โดยทิ้งงานค้างไว้ จะพยายามต่อให้เสร็จในเร็ววันค่ะ.... wavey.gif


......เอหิภิกขุอุปสัมปทา.........

กล่าวถึงเมืองเรืองนามเขตคามนั่น
คือวิหารเชตวัน-สาวัตถี
ร้อยยี่สิบโยชน์ห่างจากฝั่งนที
ซึ่งเป็นที่ประทับของพระศาสดา

ทุกเช้ามืดพระองค์ทรงพระจริยวัตร
ทรงตรวจดูเวไนยสัตว์ในโลกหล้า
หากสัตว์ใดเข้าข่ายพระญาณมา
พระพุทธองค์ทรงเมตตาพาพบชัย

ราตรีนั้นพระเจ้ากัปปินะพร้อมบริวาร
เข้าข้องข่ายพระญาณพระองค์ไซร้
พระพุทธองค์ทรงรู้แจ้งแห่งเวไนย
ว่าจักได้บรรลุถึงซึ่ง...อรหันต์

พระดำริควรออกไปต้อนรับ
เมื่อเสด็จถึงจึ่งประทับ ณ ไพรสัณฑ์
ใต้ต้นนิโครธใกล้ฝั่งแม่น้ำนั้น
ทรงแผ่พระรัศมีวิลาวัณย์อันอำไพ
-------------------------------------------


ครั้นพระราชาเสด็จมาถึงยังที่
ทอดพระเนตรเห็นรัศมีสว่างไสว
ทรงดำริว่าแสงนี้มิใช่ใคร
แน่นอนไซร้คือแสงแห่ง...พระศาสดา

จึ่งเสด็จลงจากหลังม้านั่น
เหล่าอำมาตย์ทั้งพันทำตามหนา
จากนั้นเดินตามหลังพระราชา
เข้าเฝ้าองค์พระศาสดาตามต้องการ

เมื่อพระราชาถวายบังคมแล้ว
ทรงประทับนั่งแถวหน้าสถาน
ซึ่งเป็นที่อันควรพร้อมบริวาร
พระพุทธเจ้าโปรดประทานพระวาจา
-------------------------------------------


พระพุทธองค์ทรงตรัสตามวาระ
ด้วยธรรมะ...อนุปุพพิกถา...
คือไล่ลำดับจากขั้นต่ำเรื่อยขึ้นมา
เพราะปัญญาแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ครั้นพระองค์ทรงจบพระเทศนา
พระราชาและอำมาตย์เกษมสันต์
บรรลุถึงซึ่งพระโสดาบัน
พร้อมกันนั้นทูลขอบวชในทันที
---------------------------------------


.....เอหิภิกขุอุปสัมปทา.....
พระศาสดาทรงพระญาณสานวิถี
ทรงทราบว่่าบาตรจีวรในที่นี้
ได้มาจากกรรมดีที่ทำไว้

ดั่งนั้นแล้วทรงเหยียดพระหัตถ์ขวา
ทรงตรัสว่ามาเถิดเป็นภิกษุไซร้
จงประพฤติพรหมจรรย์ทุกวันไป
เพื่อจักได้สิ้นสุดแห่ง...เวทนา

บริขารแปดพึงได้แก่ภิกษุนั้น
หากเปรียบกันคล้ายเถระหลายพรรษา
ภิกษุเหล่านั้นเหาะสู่ท้องนภา
กลับลงมาถวายบังคมพระพุทธองค์


flower.gif  flower.gif  flower.gif  flower.gif

ตอนต่อไป.... พระนางอโนชาเทวีเสด็จออกผนวช
Posted by add on 17 May 2005,06:26
สวัสดีค่ะคุณมะนาวหวาน  หายไปนานมากเลยค่ะ คิดถึงๆๆๆ  และขอบคุณที่มาเขียนต่อให้อ่านอีก  ถ้างานยุ่งไม่เป็นไรนะคะ รอด้ายยยยย อิอิ

          thankssign.gif   again.gif   rose.gif
Posted by sweet lemon on 30 May 2005,17:15
สวัสดีค่ะคุณ add และผู้อ่านทุกท่าน... love.gif

เชิญอ่านต่อนะค่ะ.... thumbsup.gif
toy44.gif toy44.gif toy44.gif toy44.gif


......พระนางอโนชาเทวีเสด็จออกผนวช.....

กล่าวย้อนถึงพระนางอโนชา
ครั้นรับสาส์นจากพ่อค้าพาพิศวง
จึ่งตรัสความถามเหตุเจตน์จำนง
พระประสงค์องค์ราชันนั้นอย่างไร

พ่อค้าทูลเล่าเรื่องราวทั้งหมด
พระราชินีทรงลดละสงสัย
ทรงปีติปลาบปลื้มเปี่ยมฤทัย
ทรงประทานรางวัลใหญ่ให้พ่อค้า

แล้วตรัสแก่ภรรยาเหล่าอำมาตย์
พระองค์ทรงมุ่งมาดปรารถนา
จะออกบวชอุทิศถวายพระศาสดา
ดุจดั่งพระราชาทรงพาเดิน

ภรรยาเหล่านั้นครั้นฟังแล้ว
ให้ผ่องแผ้วพากันสรรเสริญ
ทั้งทูลขอพระนางร่วมดำเนิน
เพื่อมุ่งสู่ความเจริญจวบนิพพาน

---------------------------------------------
เมื่อเดินทางถึงแม่น้ำสายแรกนี้
พระราชินีทรงตั้งสัตย์อธิษฐาน
ยึด “พระพุทธ” คือบรมครูอาจารย์
ดลบันดาลข้ามแม่น้ำอย่างปลอดภัย

แม้แม่น้ำสายที่สองแลที่สาม
พระองค์ก็ทรงข้ามมาได้ไซร้
สายที่สองยึด “พระธรรม” นำข้ามไป
สายที่สามข้ามได้โดย(ยึด) “พระสงฆ์”

-------------------------------------------------
เพราะว่าการระลึกถึง “พระรัตนตรัย”
หวังสิ่งใดมักประสบสมประสงค์
แต่ก็มีอุปสรรคให้พะวง
พระพุทธองค์ทรงบันดาลให้..ไม่เห็นกัน

เหตุและผลที่ทรงบันดาลฤทธ์
เพื่อปกปิดอันตรายหลายเสกสรร
ที่ปวงชนสร้างขึ้นมาเองนั้น
เป็นเครื่องกั้นการกระทำนำความดี

-----------------------------------------
ครั้นพระนางเสด็จมาถึงแล้ว
พระพักตร์แผ้วผ่องใสไร้หมองศรี
ทรงกราบทูลถามถึงพระสวามี
พระพุทธองค์ตรัสว่า “ที่นี่” ได้พบกัน

แล้วทรงแสดง...อนุปุพพิกถา...
เหล่าบรรดาภิกษุถึง..พระอรหันต์
กลุ่มพระราชินีบรรลุ...โสดาบัน
ณ กาลนั้นพระพุทธองค์ทรงคลายมนต์

พระราชาทรงเห็นพระมเหสี
หญิงเหล่านั้นเห็นสามีไม่สับสน
ครองผ้าเหลืองเป็นสงฆ์-แล้วทุกคน
หมดกังวลพ้นทุกข์เป็นสุขใจ

เมื่อพระนางทรงเห็นเหตุเช่นนั้น
จึ่งพร้อมกันกับบริวารกรานกราบไหว้
แหละทูลขอบวชตามพระวินัย
เพื่อสะสมบ่มไว้ในกรรมดี

-----------------------------------------------
พระพุทธองค์ทรงคำนึงรำพึงหา
พระอุบลวรรณา(เถรี)...กรุงสาวัตถี
ท่านบวชอยู่สำนักภิกษุณี
แหละท่านมี..เจโตปริยญาณ

จึ่งรับรู้พระดำริพระพุทธเจ้า
จึ่งได้เหาะเข้าเฝ้า ณ สถาน
พระพุทธองค์ทรงตรัสสิ่งต้องการ
ทรงประทานการบวชแก่พระเถรี

ทรงตรัสบอกกับเหล่าอุบาสิกา
ไปเถิดหนาไปสู่สาวัตถี
บรรพชาในสำนักภิกษุณี
พระอุบลวรรณาเถรีจะพาไป

ระยะทางหนึ่งร้อยยี่สิบโยชน์
ก็ถึงที่ที่ทรงโปรดประทานให้
ประพฤติพรตพรหมจรรย์ทุกวันไป
วันหนึ่งได้สำเร็จเป็น...พระอรหันต์..


a3.gif a3.gif a3.gif a3.gif a3.gif

จบแหล่ว..ภาคที่ 1... toy19.gif

หากท่านใดต้องการอ่านภาค 2 เชิญอ่านได้ตามลิงที่ข้าเจ้าทิ้งไว้
ตรงต้นเรื่อง... wavey.gif wavey.gif wavey.gif

ภาคที่ 2 จะกล่าวถึงว่า เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงทรงยกย่อง...
ท่านพระมหากัปปินะเถระ... ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุ
ทั้งหลาย ในทางผู้ให้โอวาทภิกษุ... flower.gif flower.gif flower.gif

แล้วพบกันใหม่ค่า...  wave.gif wave.gif wave.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 30 May 2005,20:24
thankssign.gif ดีจังเลยค่ะ  winkthumb.gif
Posted by KiLiN on 30 May 2005,21:04
winkthumb.gif  thankssign.gif  again.gif
Posted by pakae on 13 Jul. 2005,02:59
สวัสดีค่ะมะนาวหวาน

             กลอนดีมากเลยคะ    เก่งมากเลยนะคะ   อยากเห็นตัวจริงแล้วสิ    ชื่อทันสมัยแต่ลงบทกลอนธรรมะ    สมเป็นคนรุ่นใหม่มากเลยยอดมากๆค่ะ    จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ
Posted by sweet lemon on 09 Oct. 2005,14:31
สวัสดีค่ะคุณป้าปาเก้... หากเห็นตัวจริงนู๋แล้วจะนอนบ่หลับเด้อ...แหะๆๆ คุณป้าคงฝันร้ายแน่นอน..เหอๆๆๆ... tongue.gif

สวัสดีค่ะ...คุณคิลิน, คุณคชไพร, คุณชายต้อและครอบครัว, คุณน้าวันดี, คุณน้าแอ้ด, พี่แมวเหมียว, พี่พิลกริม, น้องมะเหมี่ยว, น้องกัลปังหา, คุณตั๊กกี้, คุณโพ, คุณแสงดาว, คุณพญาเหยี่ยว, คุณน้ำตาลเปรี้ยว และ ฯลฯ ใครอีกหนอครบยังค่า.. หากขาดใคร ท้วงติงทันทีนะค่ะ.. couch.gif sofaroll.gif ohman.gif hum.gif

นิทานธรรมะ กะลังลอกต้นฉบับอยู่ค่ะ... เสร็จเมื่อไหร่ จะมาลงทันทีทันใด... ยามว่างจากธรรมะคุณคิลิน คุณแสงดาว แอนด์ น้าวันดีที่น่ารัก ก็เชิญอ่านแถวๆๆนี้ นะค่ะ บ่เครียด บ่แปลก เป็นไปตามธรรมเนียม... อิอิ.. sit01.gif
Posted by sweet lemon on 09 Oct. 2005,14:45


หลวงพ่อเพชร
ที่มาของภาพ.. < http://www.tourthai.com/gallery/general/pic18281.shtml >

ไปอ่านธรรมะเก่าๆๆ ที่เพื่อนส่งมาให้ และที่ก๊อปไว้อ่านจากเว็ปต่างๆๆ ก็ไปเจอ.. ธรรมบรรยายวันออกพรรษาปีคศ.2004 โดยพระอาจารย์ทิวา อาภากโร... ที่เพื่อนส่งมาให้อ่าน เลยนำบางส่วนมาเรียบเรียงเป็นบทร้อยกรอง... เชิญติดตามอ่านค่ะ... rose.gif


-------------------------------------------
ก็ถึงวัน คล้ายวัน ออกพรรษา
ร่วมใส่บาตร กับเทวดา มหาศาล
เรียกพิธี “ตักบาตรเทโว” ตามตำนาน
ผู้ใหญ่ทำ นำลูกหลาน สานสืบไป

ครั้งพุทธกาล นับจากการ ตรัสรู้
พระสัพพัญญู ทรงดำเนิน เหินหนไซร้
ทรงประกาศ ศาสนา ออกกว้างไกล
พรรษา(ที่)เจ็ดได้ เสด็จโปรด พระมารดา

ณ เมืองแมน แดนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์
ทรงจำพรรษา นี้ถึง สามเดือนหนา
ออกพรรษา ทรงเสด็จ กลับลงมา
สู่โลกา ที่เมืองสัง- กัสนคร

การณ์ครั้งนี้ พระองค์แจ้ง ข่าวล่วงหน้า
ชนประชา มารับเสด็จ กันสลอน
เจตน์จำนง ทรงมี อย่างแน่นอน
เพราะพระองค์ ทรงอาทร สัตว์ทั่วไป

ขณะที่พระองค์ ทรงเสด็จ จากสวรรค์
แหละเมื่อพลัน ปรากฏโลก มนุษย์ไซร้
พระพุทธองค์ ทรงบันดาล- ฤทธิ์ออกไป
จึ่งทำให้ บรรดาสัตว์(โลก) ได้เห็นกัน

คือตั้งแต่ ชั้นพรหม เรื่อยลงมา
ถึงเทวดา มนุษย์ และเปรตนั่น
อสูรกาย เดียรัจฉาน ทั้งหลายนั้น
สัตว์นรก ก็พลัน(เห็น) ด้วยตาตน

เป็นฤทธิ์ที่ น่าอัศ-จรรย์ยิ่ง
สัตว์โลกเห็น สภาพจริง ทั่วแห่งหน
พระองค์ทรง ต้องการให้ สรรพสัตว์พ้น
จากทุกข์ทน ทรมาน การเกิดตาย

เพื่อจะได้ หาทาง พัฒนา
ไม่ต้องมา ทรมาน การณ์ทั้งหลาย
การหลุดพ้น จากวัฏฏะ จะสบาย
หยุดเวียนว่าย พบสุขแท้ คือนิพพาน ๚


flo_1.gif flo_1.gif flo_1.gif
Posted by sweet lemon on 09 Oct. 2005,14:48
พรหม... มีความสุขที่ปราณีตมากกว่าเทวดา
ผู้ที่จะไปเกิดในภาวะนี้ได้ ต้องพัฒนาจิตด้วยสมาธิชั้นสูง

เทวดา... มีความสุขที่ปราณีตมากกว่ามนุษย์
ผู้ที่จะไปเกิดในภาวะนี้ได้ ต้องมีทานและศีล

มนุษย์... ทานและศีล เป็นคุณสมบัติที่จะให้เกิดเป็นมนุษย์ได้

เปรต... มีความหิวโหยตลอดเวลา กินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม
คนที่โลภมาก จะไปเกิดในภพนี้

อสูรกาย... เป็นผู้มีความทุกข์ทรมานทางกาย
พวกนี้ขาดศีล ชอบเบียดเบียนผู้อื่น

เดียรัจฉาน... พวกนี้มีความหลงคือตัวสติอ่อน ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำตามสัญชาตญาณ เช่นพวกที่ใช้ยาเสพติด มักกลับไปอยู่ในภพนี้

สัตว์นรก... มีความทุกข์ทรมานอย่างสาหัส คือร้อนจัดหรือหนาวจัดตลอดเวลา ผู้ที่ไปเกิดในนรกนี้ เป็นผู้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่นอย่างหนัก

ภพทั้งหมดนี้ไม่มีภพใดคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เกิดเป็นมนุษย์ก็ตาย
ถ้าทำความดีมาก ก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์
หมดบุญจากเทวดาแล้วเหลือ แต่ความชั่ว ก็ลงนรกได้
สวรรค์ก็ไม่ใช่สวรรค์ชั่วนิรันดร์ จากนรกใช้กรรมหมดแล้ว
ก็พัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่อาจจะใช้เวลานาน
เป็นมนุษย์ได้เป็นครั้งคราวเท่านั้น
แล้วก็กลับไปใหม่ในนรกที่แสนทรมาน


--------------------------------------------
ลอกมาจากธรรมบรรยาย ปีคศ. 2004
โดยพระอาจารย์ทิวา อาภากโร

bowsdown.gif bowsdown.gif bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 09 Oct. 2005,21:09
อ้างถึง (sweet lemon @ 09 ตค. 2005,02:48)
ภพทั้งหมดนี้ไม่มีภพใดคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เกิดเป็นมนุษย์ก็ตาย
ถ้าทำความดีมาก ก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์
หมดบุญจากเทวดาแล้วเหลือ แต่ความชั่ว ก็ลงนรกได้
สวรรค์ก็ไม่ใช่สวรรค์ชั่วนิรันดร์ จากนรกใช้กรรมหมดแล้ว
ก็พัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่อาจจะใช้เวลานาน

จึงเรียก วงเวียนกรรม " วัฏฏสงสาร "

ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า....
ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน 3 โลก

อ้างถึง (sweet lemon @ 09 ตค. 2005,02:48)
เป็นมนุษย์ได้เป็นครั้งคราวเท่านั้น
แล้วก็กลับไปใหม่ในนรกที่แสนทรมาน

ภพมนุษย์เป็นภพเดียวที่เลือกได้ ทำดีได้ ทำชั่วได้
เลือกที่จะทำกรรมดี หรือกรรมไม่ดี หรือเลิกทำกรรมเพื่อความหลุดพ้น
ภพอื่นเลือกไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกรรมสถานเดียว ดุจดังถูกโปรแกรมไว้แล้ว

การได้เกิดเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองจึงเป็นเรื่องยาก การได้เกิดในดินแดนที่มีผู้รู้ มีพุทธศาสนา ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก น่าเสียดายสำหรับผู้มีโอกาส แต่ไม่ได้ใช้โอกาสนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง  ช่วงเวลาที่ได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นน้อยนิด กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป  แล้วไม่รู้อีกเมื่อไรถึงจะมีโอกาสอีก smile.gif
Posted by sweet lemon on 10 Oct. 2005,14:20
อ้างถึง (KiLiN @ 09 ตค. 2005,09:09)
การได้เกิดเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตนเองจึงเป็นเรื่องยาก การได้เกิดในดินแดนที่มีผู้รู้ มีพุทธศาสนา ก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก น่าเสียดายสำหรับผู้มีโอกาส แต่ไม่ได้ใช้โอกาสนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง  ช่วงเวลาที่ได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นน้อยนิด กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป  แล้วไม่รู้อีกเมื่อไรถึงจะมีโอกาสอีก smile.gif

เต็มร้อยเห็นด้วยค่ะ... flo_1.gif
Posted by sweet lemon on 10 Oct. 2005,14:35



เรื่องของกรรม

กาพย์ฉบัง ๑๖
ก่อกำเนิดเกิดมาเป็นมนุษย์.......ชั่วดีที่สุด
ยากหยุดย่างก้าวเท้าไป

ความคิดวิจิตรแจ่มใส........สมสู่คู่ใจ
คว้าไขว่ค้นคว้าหามา

คิดดีทำดีมีว่า........สุขสันต์หรรษา
ชั่วช้านำพาเศร้าตรม

ชั่วดีมีมั่งถั่งถม.......ต้องตามอารมณ์
อย่าบ่มแต่ชั่วมัวเมา

กรรมดีกรรมชั่วรัวเร้า.......ก็กรรมของเรา
อย่าเศร้าหมั่นสร้างทางดี

กรรมใดก่อไว้ไม่หนี.......ติดตามชีวี
ชั่วดีมีผลทันตาฯ


----------------------------------------

กรรมปางก่อนย้อนย่ำหา.........น้อมรับเถิดหนา
ขออย่าท้อแท้แพ้ตน

แม้ทางนั้นพลันมืดมน............ต้องมีสักหน
ดาลดลหม่นคลายกรายไกล

สร้างดีละชั่วทั่วไป.................สร้างความสดใส
เพื่อให้ใจรื่นชื่นบาน

หากท้อทาบเงาระราน............จงตั้งด่านมาน
ประสานเสมือนศิลา

น้อมพระธรรมนำด่านหน้า........อุปสรรคนานา
จักล้าแรงอ่อนแสงลง ฯ




tinyrose.gif
Posted by sweet lemon on 10 Oct. 2005,15:09
เรื่องของใจ

พุทธภาษิตลิขิตประดิษฐ์ว่า
ณ จิตตาพาให้สมประสงค์
ใจนั้นเป็นหัวหน้าอย่าพะวง
ใหญ่ยืนยงคงมั่นนิรันดร

หากว่าใครมีใจไป่่คิดชั่ว
กระทำตัวมัวเมาเฝ้าติดขอน
ความดื้อด้านสานอยู่มิรู้จร
ท่านสั่งสอนอย่างไรไม่รับฟัง

หากว่าใครมีใจไป่คิดดี
จะเป็นศรีแก่ตนดุจแผ่นหนัง
แม้ทำการสิ่งใดไป่ยืนยัง
มีเพื่อนจุนหนุนหลังเพิ่มพลังใจ

หากว่าใครมีใจไป่ฟุ้งซ่าน
หลากตระการรานรอนจนอ่อนไหว
น้อมพระธรรมนำจิตที่ผิดไป
ฝึกฝนใหม่ใสสงัดสงบลง ฯ


basketball.gif
Posted by sweet lemon on 22 Oct. 2005,16:41
ทุกคนที่ ตายจาก โลกนี้ไป
ถือเป็นการ เดินทางไกล คนเดียวหนา
มีเพียงบุญ และบาป ขนาบมา
เพื่อจะพา ส่งตามกรรม ที่ทำไว้

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ มีปัญญา
จึงรีบหา ที่อยู่ ที่อาศัย
ยามกายดับ ลับจาก โลกนี้ไป
จิตจักได้ เดินสู่ ที่อยู่ตน

ก็คือการ อบรม บ่มนิสัย
ศรัทธาคุณ พระรัตนตรัย ไม่สับสน
เชื่อ(การ)ทำดี ได้ดี มิกังวล
สร้างกุศล มีทานศีล ภาวนา

แหละนั่นก็ คือบุญ หนุนนำส่ง
ยามตายลง ตรงสู่สุ-คติหนา
แต่ไม่ใช่ ทำครั้งเดียว แล้วได้มา
มีเวลา มีโอกาส ทำเรื่อยไป


ส่วนเรื่องบาป ฉาบชั่ว ทั่วทุกแห่ง
อีกมีแรง แฝงสุข สนุกไซร้
เมื่อทำแล้ว เกิดความ สบายใจ
ชนจึงได้ สำคัญผิด คิดว่า(ทำ)ดี

เป็นเพราะว่า จิตไม่เคย ได้อบรม
จึงได้จม หลงกิเลส เหตุสุขี
ไม่อาจรู้ เท่าทันมนต์ กลโลกีย์
ทุกนาที ทำลายตน ตกต่ำไป


อันเรื่องราว ของการ ทำความดี
จักจะมี ผลมาก ขนาดไหน
ขอทุกท่าน อ่านเรื่อง ต่อนี้ไป
ว่าสิ่งนี้ ทำได้ ไม่ยากเลย

ก่อนจะเล่า ขอกล่าว อีกสักนิด
ว่าชีวิต คนเราสั้น อย่าพลันเฉย
เช้าเห็นกัน พลันบ่าย ตายมาเกย
ผู้ใดเคย เข้าใจผิด คิดอีกที


มีต่อค่ะ kissing.gif
Posted by add on 23 Oct. 2005,08:52
again.gif  again.gif  rose.gif
Posted by แมวเหมียว on 23 Oct. 2005,18:15
"มาด้วยคน มาแล้วจ้า มะนาวหวาน
กลอนน่าอ่าน บทต่อไป อยู่ไหนนี่
รออ่านเรื่อง ของการ ทำความดี
อยู่ตรงนี้ รอตาแป๋ว  แล้วหลายคน "  inlove.gif


icon_donot.gif เอ้อๆๆ รอสวีทเรม่อนน่ะแหระจ้า มิใช่รอ'ตาแป๋ว' hehe.gif
sit01.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 24 Oct. 2005,08:30
winkthumb.gif  again.gif   sofaroll.gif มาต่อแถวฟังต่อด้วยคนค๊า...
Posted by กัลปังหา on 24 Oct. 2005,13:31
มาต่อแถวด้วยคน อิ อิ
Posted by sweet lemon on 26 Oct. 2005,16:10
น่ารักจังเนาะ... นั่งต่อแถวตามอาวุโส... กิ๊บๆๆ... greet.gif

ตาแป๋ว..อยู่บ่อ ..ขานชื่อหน่อยค่า... tongue.gif

ฟัง(อ่าน)ต่อนะค่ะ... couchplus.gif
---------------------------------------------

....ลกุมากุลธิดา...

ณ หมู่บ้าน เกวัฏ สมัยนั้น
ไม่ไกลจาก (วิหาร)เชตวัน สาวัตถี
กล่าวถึงครอบ-ครัวหนึ่ง มีบุตรี
ปัญญาดี กว่าเพื่อน รุ่นเดียวกัน

“ลกุมากุลธิดา” ชื่อของนาง
เวลาเช้า ภิกษุย่าง ผ่านบ้านนั่น
เพื่อเข้าไป บิณฑบาต (ใน)หมู่บ้านนั้น
และทุกวัน นางเฝ้ามอง อย่างศรัทธา

ในวันหนึ่ง ต้องการ ใส่บาตรบ้าง
แต่แม่นาง ไม่รู้การ พิธีหนา
จึงไต่ถาม ผู้รู้ การณ์นี้มา
แล้วจัดหา อาหาร หวานคาวรอ

เมื่อพระมา นิมนต์รับ บิณฑบาต
พระมาโปรด มิได้ขาด จนคุ้นหนอ
ถึงวันหยุด วันพระ จักกล้าพอ
ไปเติมต่อ ทอความดี ที่วัดนั่น


แม่นางเป็น ผู้ที่ ถือศีลห้า
ทุกเวลา ประสบสุข เกษมสันต์
นางเลื่อมใส ในพระธรรม คำสอนนั้น
ความศรัทธา เพิ่มทุกวัน อย่างมั่นคง

แม่นางทำ บุญทาน มิได้ขาด
เป็นผู้ที่ ไม่ประมาท ปราศลุ่มหลง
แม่นางมี อายุสั้น พลันตายลง
กุศลกรรม นำจิตส่ง สู่ภพดี ๚


---------จบ-----------

เห็นไหมค่ะ.. การสร้างความดีนี้ไม่ยากนะค่ะ...
แต่ไม่ใช่ว่าทำครั้งเดียวแล้วได้ผลนะค่ะ...
ทุกสิ่งทุกอย่างต้องสะสมไว้ค่ะ...
อย่าง...แม่นาง“ลกุมากุลธิดา” นางคงสะสมความดีไว้นานแล้ว
พอถึงเวลาก็มีความสุขทั้งยังมีชีวิตอยู่และตายลง... smile.gif




Posted by แมวเหมียว on 26 Oct. 2005,16:44
นู๋อ่านจบแย้ววว winkthumb.gif winkthumb.gif

อาวววอีกค่ะ again.gif again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 27 Oct. 2005,00:08
นู๋ก็อ่านจบแล้ว...จาฟังต่ออีก...แงๆๆๆๆ...ม่ายยอมๆ boogie.gif again.gif

wave.gif ดอกไม้สีขาวนั่นสวยจังค่ะ  flo_1.gif  thankssign.gif ขอบคุณคำกลอนดีๆ ให้ข้อคิด จากพี่มะหนาวหวานนะคะ bowsdown.gif
Posted by sweet lemon on 01 Dec. 2005,15:50
อ้างถึง (มะเหมี่ยว @ 26 ตค. 2005,13:08)
ดอกไม้สีขาวนั่นสวยจังค่ะ 

ดอกสวยนั่นชื่อว่า...ดอกเบญจมาศ..ค่ะน้องมะเหมี่ยว...พี่ไปแหงบมาอีกหลายสีเชิญน้องสาวเดินตามไปเบิ่งได้ที่..สวนฝากฝัน..นะค่ะ... tosalad.gif

< http://www.thummada.com/cgi-bin....;st=490 >
Posted by แมวเหมียว on 01 Dec. 2005,16:45
couchplus.gif มาฟังนิทานต่ออ่ะ..ไม่มีนิทานหรอ.. ic-14.gif
แงๆๆๆๆ...ม่ายยอมๆ inlove.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 01 Dec. 2005,21:05
winkthumb.gif ไปดูมาแล้วค่ะ สวยๆ ทั้งน้านเลยนะคะ

thankssign.gif ขอบคุณพี่มะนาวหวานค่ะ bowsdown.gif
Posted by sweet lemon on 08 Dec. 2005,14:55
ภัย

เกิดเป็นคนจงหมั่นสร้างความดี
จะได้มีความสุขสมดังหวัง
อย่าเดินตามสังคมชั่วตัวพาพัง
ยามชีพยังยึดพระธรรมน้อมนำใจ


กว่าจะเกิดเป็นมนุษย์สุดลำบาก
เกิดมาแล้วแผ้วถากทางผ่องใส
อย่ามัวหลงลืมตนว่าพ้นภัย
ชีวิตคืออะไรใคร่พิจารณา


พระพุทธเจ้าทรงพบทางพ้นทุกข์
นิพพานคือความสุขแท้จริงหนา
แหละสิ่งนี้ที่พระองค์ทรงนำมา
เป็นมรรคาพาสรรพสัตว์ขจัดภัย


++++++++++++++++++++

ในที่นี้คำว่าภัยนั้นหมายว่า
อันตรายนานาพานำไซร้
คือกรรมชั่วตัวทำเองไม่เกรงใคร
ส่งผลในโลกนี้และโลกหน้า


ผลกรรมชั่วในโลกนี้คือไร้สุข
มีแต่ทุกข์ทรมานสานเข้าหา
เพราะใจมีโลภ-โกรธ-หลง ตลอดเวลา
ดุจดั่งไฟไล้ชีวาพาร้อนทรวง


ผลกรรมชั่วในโลกหน้าว่าอย่างนี้
ไปเกิดที่อบายภูมิสี่ที่หนักหน่วง
มีสัตร์นรก-เดรัจฉานการทั้งปวง
มิใช่สรวงแต่เป็นเปรต-อสูรกาย


เหตุที่นำให้ทำชั่วมั่วเลวนั้น
คือสารพันกิเลสเหตุฉิบหาย
คบคนพาลปานว่าข้าเดียวดาย
อวิชชาพางมงายทำลายตน


การป้องกันมิให้ภัยนั้นเกิด
คือไม่เพลิดเพลินไปในทุกหน
คบเพื่อนดีที่ไม่ใช่เหล่าพาลคน
แล้วจะพ้นจากนรกไม่ตกไป


ละกิเลสเหตุชักนำทำความชั่ว
คืออย่ามั่วสิ่งหมองไม่ผ่องใส
ทำทาน ศีล ภาวนา อย่าขาดใย
จะนำให้จิตพิสุทธิ์หลุด-อบายภูมิ ๚


sleeping2.gif sleeping2.gif sleeping2.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 08 Dec. 2005,20:41
wave.gif อ้าว...คนเล่าหลับไปแล้ว.......... sleeping2.gif

thankssign.gif ขอบคุณบทความดีๆ จากพี่มะนาวหวานค่ะ  "มันเป็นภัยใกล้ตัวที่เรามักจะมองข้ามไปจริงๆ นะคะ"  bowsdown.gif
Posted by sweet lemon on 08 Jan. 2006,13:07
ขอเชิญพี่แมวเหมียว น้องมะเหมี่ยว น้องกัลปังหา ท่านอาวุโสมาก-น้อย และท่านผู้อ่านทุกท่าน ...อ่านกลอนต่อไปนะค่ะ.. flo_1.gif



พระมหากัปปินะเถระ...ผู้เป็นเลิศในทาง...การให้โอวาทแก่พระภิกษุ
(ภาคสมบูรณ์)


ขอกล่าวย้อนไปยังพระวิหาร (เชตวัน)
คือสถานที่สงบสงัดนั่น
พระมหากัปปินะพักอยู่ที่นั้น
บรรลุเป็นพระอรหันต์ (องค์หนึ่ง) ในโลกา

เพราะเหตุนั้นท่านเกิดความทุกข์จิต
มีความคิดเรื่องอุโบสถเคยรักษา
อีกทั้งกิจสังฆกรรมเคยทำมา
ท่านคิดว่าควรมิควรทำต่อไป

บัดดลนั้นพระพุทธเจ้าทรงรู้วาระจิต
ว่าความคิดนั้นหนาพาหวั่นไหว
พระพุทธองค์ทรงมีความห่วงใย
ทรงแสดง (พุทธานุภาพ) ออกไปในทันที

แลเสมือนปรากฏองค์อยู่ตรงหน้า
ของพระมหา-กัปปินะผู้ผ่องศรี
แล้วพระองค์ทรงพุทธพจนี
พระกัปปินะเห็นแจ้งดีมีสุขใจ

พระพุทธพจน์นั้นมีใจความว่า
หากพวกเธอมิบูชาอุโบสถไซร้
อีกสังฆกรรมเลิกทำกันต่อไป
ก็จะไม่มีผู้ใดไหนทำเลย ฯ

rose.gif  rose.gif  rose.gif
Posted by sweet lemon on 08 Jan. 2006,13:11
smile.gif smile.gif smile.gif


ในครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ทรงทอดพระเนตรเห็น
พระกัปปินะนั่งเด่นหน้าวางเฉย
กายตั้งตรงทรงสติไว้อย่างเคย
ทรงกล่าวเอ่ยถามความในทันใด

“ดูก่อนเหล่าภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย”
เธอเห็นกายของกัปปินะไหม
พระเถระรูปนั้นนั่งอย่างไร
มีการไหวเอนเอียงหรือตั้งตรง

ภิกษุว่ามิเคยเห็นความเอนไหว
ของพระเถระรูปนี้ไซร้ในหมู่สงฆ์
แม้ท่านอยู่เพียงลำพังยังดำรง
กายตั้งตรงคงอยู่ตลอดเวลา

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าดีแล้วหนอ
ความไหวต่อกายและใจไม่มีหนา
แก่ผู้ที่ดับกิเลสด้วยปัญญา
คือเจริญ “อานาปานสติ” อย่างมั่นคง

----------------------------------

พระกัปปินะยินแล้ว (จึง) ประกาศว่า
การเจริญอานาปานสติมิมีหลง
เป็นคำสอนของพระศาสดามาโดยตรง
จิตดำรงคงสติมิแกว่งไกว

หากผู้ใดเจริญอานาฯ สมบูรณ์ดี
ทำตามที่พระองค์ทรงวางให้
จิตจะผ่องดุจจันทร์ผันอำไพ
โลกนี้ไซร้ (ก็) ใสสุกทุกทิศา ฯ


มีต่อค่ะ.. thumbsup.gif
Posted by KiLiN on 08 Jan. 2006,19:19
มารอเบิ่งต่อ tv_happy123.gif  again.gif thankssign.gif
Posted by แมวเหมียว on 09 Jan. 2006,08:46
xmas.gif มาเบิ่ง เอ๊ย มาอ่านแล้วจ้า winkthumb.gif   winkthumb.gif

again.gif  again.gif
Posted by sweet lemon on 31 Jan. 2006,17:28
เชิญเบิ่ง และ อ่านต่อนะค่ะ..อิอิ... sofaroll.gif


พระมหากัปปินะมิว่าอยู่แห่งใด
ท่านจักได้เปล่งเสียงอุทานหา
“สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” ตลอดเวลา
ภิกษุพากันหวั่นวิตกใจ

เพราะคิดว่า(พระเถระ)นึกถึงสมบัติเก่า
จึงพากันเข้าเฝ้ากราบทูลไซร้
แม้พระองค์ทรงรู้แจ้งเหตุเป็นไป
แต่ยังรับสั่งให้เรียกพระเถระมา

พระองค์ทรงตรัสถามถึงสาเหตุ
พระกัปปินะตอบเจตน์แห่งกังขา
ท่านเอิบอิ่มปริ่มสุขด้วยธรรมา
ใช่มหา-สมบัติที่เคยมี

พระพุทธองค์จึงตรัสแก่ภิกษุว่า
สุขจากธรรมนำมาพาผ่องศรี
พระกัปปินะเป็นผู้ประพฤติดี
เป็นผู้ที่ปรารภถึง “อมตมหานิพพาน”

-------------------------------------------

แล้วพระองค์ทรงตรัสถามพระกัปปินะ
เธอผู้ละกิเลสทุกสถาน
เคยบ้างไหมแสดงธรรมบางประการ
สั่งสอนศิษย์พ้นมารปราศจากภัย

พระเุถระกราบทูล “ไม่เคยพระเจ้าข้า”
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าอย่ากระนั้นไซร้
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เธอจงได้สอนภิกษุทั้งหลายนี้

พระกัปปินะน้อมรับพุทธฎีกา
กาลต่อมายกธรรมแสดงแจงวิถี
เพียงครั้งเดียวศิษย์ทั้งหลายเข้าใจดี
จึงเกิดมี “พระอรหันต์” เพิ่มขึ้นมา

พระกัปปินะใช่สอนเพียงภิกษุนั่น
ภิกษุณีเช่นกันท่านสอนหนา
เป็นธรรมะเกี่ยวเนื่องเรื่องปัญญา
เป็นทรัพย์ที่มีค่ากว่าเงินทอง ฯ



tinyrose.gif
Posted by sweet lemon on 31 Jan. 2006,17:37
พระธรรมเทศนาของพระมหากัปปินะเถระ

ผู้มีปัญญา


หากผู้ใดเห็นกิจมีประโยชน์
แล้วรีบโลดแล่นทำนำสนอง
ก่อนศัตรูแลอมิตรคิดครอบครอง
ชนยกย่องว่าเป็นผู้ “มีปัญญา”

---------------------------------------

บุคคลใดสิ้นทรัพย์ได้รับทุกข์
จะพบสุขสักครั้งมิได้หนา
บุคคลนั้นถือเป็นผู้ “ไร้ปัญญา”
ขาดพินิจคิดพาตนให้พ้นภัย

ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีปัญญา
แม้สิ้นทรัพย์กลับหาความสุขได้
เพราะปัญญาพาดำเนินเดินต่อไป
ชีวิตไม่อับจนพ้นทรมาน

-------------------------------------------
“ความไม่เที่ยง” สอนภิกษุณี

ความไม่เที่ยงเลี่ยงไม่ได้ในโลกนี้
ก็คือมีความเกิดดับจับสถาน
ไม่มีใครไป่ดำรงยงอยู่นาน
ยามถึงกาลก็ต้องตายวายชีวัน

ชีวิตที่มีประโยชน์ต่อใครใคร
ก็จักไร้คุณค่าแก่คนตายนั่น
การร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้วนั้น
เป็นการบั่น-ทอน(ความ)คิดแลจิตใจ

การร้องไห้ไร้ประโยชน์แลคุณค่า
อันดวงตาก็จักเสียไม่สดใส
อีกร่างกายก็ถอยลดกำลังไป
ผิวพรรณไซร้ก็จะเสื่อมมิน่ามอง

สมณะพราหมณ์ก็จักไม่สรรเสริญ
ความเจริญจักไร้ผลสนสนอง
ศัตรูย่อมยินดีด้วยคอยครอง
มิตรพลอยหมองทุกข์ใจไปด้วยกัน

ภิกษุณีเหล่านั้นครั้นฟังแล้ว
ก็เพริศแพร้วสุขใจไร้โศกศัลย์
ปฏิบัติในกิจถูกต้องพลัน
ประโยชน์นั้นก็บังเกิดแก่ภิกษุณี

----------------------------------------

พระบรมศาสดาจึงได้ทรงยกย่อง
พระกัปปินะผู้ใสส่องผ่องราศี
เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายนี้
ในด้านที่ “สั่งสอนแลอบรม”

พระมหากัปปินะเถระละสังขาร
เพราะถึงกาลอายุขัยได้สุขสม
ท่านดับขันธ์เข้าสู่แดนเหนือชั้นพรหม
ณ บรมศานติสุข....คือนิพพาน...๚ะ๛



จบบริบูรณ์


Posted by add on 31 Jan. 2006,18:36
สุขจริงหนอ...สุขจริงหนอ.... winkthumb.gif

            ขอบคุณน้องมะนาวหวาน  thankssign.gif   again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 31 Jan. 2006,20:49
winkthumb.gif อ้าว...จบแล้วหรือคะ เอาอีกๆๆค่ะ again.gif

kissing.gif หม่ามี้คะ แบบนี้หนูใช้เป็นแนวคิดได้เลยนะคะ

อ้างถึง (sweet lemon @ 31 มค. 2006,05:37 )
ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีปัญญา
แม้สิ้นทรัพย์กลับหาความสุขได้
เพราะปัญญาพาดำเนินเดินต่อไป
ชีวิตไม่อับจนพ้นทรมาน


------------------------------------

ชีวิตที่มีประโยชน์ต่อใครใคร
ก็จักไร้คุณค่าแก่คนตายนั่น
การร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้วนั้น
เป็นการบั่น-ทอน(ความ)คิดแลจิตใจ

การร้องไห้ไร้ประโยชน์แลคุณค่า
อันดวงตาก็จักเสียไม่สดใส
อีกร่างกายก็ถอยลดกำลังไป
ผิวพรรณไซร้ก็จะเสื่อมมิน่ามอง

สมณะพราหมณ์ก็จักไม่สรรเสริญ
ความเจริญจักไร้ผลสนสนอง
ศัตรูย่อมยินดีด้วยคอยครอง
มิตรพลอยหมองทุกข์ใจไปด้วยกัน


applaud.gif ขอบคุณพี่มะนาวหวานค่ะ bowsdown.gif
Posted by แมวเหมียว on 31 Jan. 2006,21:47
อ่านจบแล้วค่ะ winkthumb.gif  applaud.gif

thankssign.gif

again.gif  again.gif
Posted by pilgrim on 01 Feb. 2006,14:25
เจ้พิลมาอ่านด้วยความซาบซึ้งเหมือนกันค่ะ น้องมะนาวหวานเก่งจังเลย

แต่พี่ชอบ ท่าจบบริบูรณ์มากเลย ตัวที่เต้นๆอ้ะจ้ะ winkthumb.gif
Posted by sweet lemon on 02 Feb. 2006,13:57
เจ้พิลจ๋า ตัวเต้นๆๆ...อยู่กรงนี้เค่อ... < http://www.thummada.com/cgi-bin....8;st=30 >

มีอีกตรึม แล้วจะขนมาวางใหม่เค่อ......

แต้งกิ่วทุกท่าน...ที่เข้ามาชมแล้วชอบ... เอ่อๆๆๆ.. ขอภัยค่ะ..ขอค่าผ่านประตูด้วยค่ะ...

Posted by แครอท on 02 Feb. 2006,14:17
สวัสดีค่ะ..คุณมะนาวหวาน

ยังไม่นอนเหรอคะ...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
แคร์ขอบคุณที่นำสิ่งดีดีมาจารไว้ให้อ่านนะคะ...

มาซึมซับกับนิทานธรรมะ ของคุณค่ะ

ภาพน่ารักดี  ไว้จะมาแจมด้วยนะคะ...

มิตรภาพตราบสิ้นดินฟ้า...ฝันดีราตรีสวัสค่ะ
Posted by sweet lemon on 02 Feb. 2006,14:31
สวัสดีค่ะคุณแครอท... ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกันค่ะ.. tinyrose.gif  ไปเขียนทักทายคุณแครอทไว้ที่บ้านหนอนของพี่แมวฯแล้วค่ะ.. ชอบกลอนคุณแครอท..ม๊ากมากค่ะ..  signwelcome.gif
Posted by แครอท on 02 Feb. 2006,14:51
ขอบคุณค่ะ..คุณมะนาวหวาน
ยังไม่ง่วงเหรอคะ..เดี๋ยวตามไปอ่าน..ค่ะ
ไว้วันหน้า...แคร์จะมาหัดแต่งนิทานกลอน..
กะคุณมั่งนะคะ....

ขอบคุณสำหรับไมตรี..อันแสนงาม...
Posted by แครอท on 08 Feb. 2006,14:12


เรื่องคนใช้เจ้าปัญญา

ท่านเศรษฐีเปรี้ยวปากอยากกินเหล้า
...จึงเรียกเจ้าคนใช้ให้ไปซื้อ
......จงรีบไปรีบมางานคามือ
.........อย่าได้ถือเอาไปวางไว้เลย

คนใช้เจ้าปัญญาเดินมาคิด
...ท่านเศรษฐีชักติดเหล้าแล้วเหวย
......เมื่อกินเหล้าแล้วคงใช้เราตามเคย
.........ซื้อกับแกล้มเพื่อเสบยในการกิน

ซื้อไก่ย่างไปด้วยจะดีกว่า
...ไม่ต้องเสียเวลาจัดหาสิ้น
......พอเดินกลับนึกได้ด้วยใจจินต์
.........ถ้าหากกินสุราต้องนารี

ของคู่กันคนขี้เมาเขามักชอบ
...ควรรอบคอบจัดไปให้นายนี่
......จึงเข้าซ่องจองหญิงโสเภณี
.........หน้าตาดีคงหาไม่โรคในตัว

พอพาหญิงดิ่งกลับปุบปับคิด
...ลองเพ่งพิศวินิจฉัยให้ถ้วนทั่ว
......เผื่อหญิงนี้มีโรคที่น่ากลัว
.........ทำเอาตัวเจ้านายต้องตายลง

เพื่อปลอดภัยพาหมอไปด้วยดีกว่า
...ได้ฉีดยาทำลายฤทธิ์ด้วยพิษสง
......แต่บางทีมันไม่หายหากตายลง
.........เราก็คงต้องออกมาหาซื้อโลง

ซื้อไปเลยดีแน่แท้คราวนี้
...แม้หายดีไม่ตายไข้อาจตายโหง
......เพราะเมาแล้วมักจะร้ายกลายเป็นโกง
.........เห็นเข้าโลงมามากพวกอยากลอง

ถึงเคหาสน์ท่านเศรษฐีมีโมโห
...เจ้าคนโง่หายไปไหนใช้ซื้อของ
......บอกให้รีบไปรีบมาช้าเป็นกอง
.........อยากจะถองเหล้าสักวันนั่นอะไร

เอ๊ะ ! ไก่ย่าง หญิงสวยดี นี่ก็หมอ
...เอ๊ะ ! นั่นโลงเอาใส่พ่อแกหรือไฉน
......เจ้าคนใช้รายงานพลันในทันใด
.........ผมรู้ใจเจ้านายซึ้งจึงเตรียมมา

เมื่อกินเหล้าต้องมีแกล้มแถมผู้หญิง
...เห็นสุขจริงในเบื้องต้นคนเสาะหา
......แต่บั้นปลายไม่พ้นหมอร้องขอยา
.........หมอรักษาหากไม่หายก็ตายลง

จึงได้เตรียมโลงใส่ในที่สุด
...ผมสมมุติเหตุการณ์ไว้ไม่ใช่หลง
......เศรษฐีฟังนั่งตะลึงถึงกับงง
.........สติคงกลับคืนสู่อยู่กับตัว

กินไม่ลงปลงตกยกไปเถิด
...ตายแล้วเกิดชาติไหนไหน ไม่ขอชั่ว
......แต่ส่วนโลงขอเอาไว้เตือนใจตัว
.........กันเมามัวดีแน่แน่ของแท้จริง

เมื่อยามกูเกิดมามาแต่ตัว
...เพิ่งมามัวเมามายเอาหลายสิ่ง
......ยามกูตายเอาอะไรไม่ไหวติง
.........นอนแน่นิ่งทิ้งตัวกูอยู่ในโลง

มีเมตตารักษาศิลอย่าสิ้นสัจจ์
...บุญจะตัดความชั่วร้ายไม่ตายโหง
......จงทำดีมีศิลไม่กินโกง
.........จิตเชื่อมโยงสู่สุขศานติ์นิพพานเอย.


สวัสดีค่ะ คุณมะนาวหวาน แคร์ขอแจมด้วยคนนะคะ
Posted by มะเหมี่ยว on 09 Feb. 2006,00:31
laugh1.gif  ขำนี้สำหรับท่านเศรษฐีค่ะ

ส่วน winkthumb.gif  applaud.gif  again.gif ให้น้องแคร์ค่ะ.... smile.gif

thankssign.gif  again.gif
Posted by แมวเหมียว on 09 Feb. 2006,01:03
laugh1.gif applaud.gif laugh1.gif applaud.gif laugh1.gif
อิ อิ นิทานธรรมแบบเมาๆนี่สนุกจังนะน้องแคร์ winkthumb.gif laugh1.gif พี่อ่านไปรู้สึกโคลงเคลงไปมาตามท่าเต้นของท่านเศรษฐี อิ อิ sit01.gif

ส่วนน้องมะนาวหวานคงนั่งเล่นตัวสีเหลืองๆหมุนๆจนตาลายแล้ว อิ ฮิ  again.gif  again.gif
Posted by แครอท on 09 Feb. 2006,14:45
สวัสดีค่ะ...คุณมะนาวหวาน..พี่มะเหมี่ยว...พี่แมวเหมียว

แคร์ก็เมาเหมือนกันค่ะ...คริคริ
ขอบคุณพี่ๆมากนะคะ...ที่ช่วยมาให้กำลังใจ...
ปลื้มใจจังค่ะ

พี่มะเหมี่ยวหายดีแล้วยเหรอคะ...
แคร์ขอภาวนา  ให้พี่ทุกๆท่าน  ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
จงทุกประการ...จงสมหวังในชีวิตที่พี่ๆปรารถนานะคะ

และเป็นมิ่งขวัญกำลังใจให้แคร์ ตลอดไปด้วยนะคะ..

ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ
Posted by มัดหมี่ on 09 Feb. 2006,17:12
สวัสดีค่ะพี่แคร์ คุณแมวเหมียว คุณsweet lemon คุณมะเหมี่ยว

ดีมาก ๆ ค่ะพี่แคร์
วันหลังจะแวะมาอ่านใหม่นะคะ


ขออีกซักหลาย ๆ เรื่องค่ะ


xmas.gif  xmas.gif
Posted by แครอท on 10 Feb. 2006,18:05
อรุณสวัสดิ์ค่ะ  น้องมัดหมี่..
รู้สึกว่า..เราจะไม่ค่อยได้พบกันเลยนะคะ
คงจะมาคนละเวลา...ทางเอ็ม..พี่แคร์ไม่ค่อยได้เข้าเลย

คิดถึงน้องเสมอนะคะ..
ไม่สบายหายดีแล้วเหรอคะ
วันก่อนการุณ เล่าให้ฟัง...ว่าพบน้อง

ตอนนี้เขาไม่ได้ทำงานแล้วค่ะ
หนีสาวๆ ที่ร.พ.ไปเรียนต่อ ป.โท
เขาฝากบอกน้องมัดหมี่ด้วยนะคะ
ว่าคิดถึง..และขอบคุณที่ให้ความกรุณา
เป็นเพื่อนคุยในยามดึก...

ไว้พี่มีเวลาก่อนนะ  ติดไว้ก่อนเรื่องกลอน
สมองไม่แล่นเลยค่ะ ...บายน้องมัดหมี่
และพี่ๆทุกคนก่อนนะคะ

สวัสดีค่ะ
Posted by sweet lemon on 11 Feb. 2006,14:49
สวัสดีค่ะคุณแครอท... นิทานธรรมะดีมากค่ะ  winkthumb.gif  applaud.gif  ...ขอบคุณมากค่ะ  thankssign.gif

ขอทักทายผู้เข้าชมทุกท่านค่ะ...  rasp.gif

แล้วพบกันใหม่..มื้อหน้าค่ะ... แหะๆๆ... wave.gif
Posted by แครอท on 11 Feb. 2006,21:30
สวัสดีค่ะคุณมะนาวหวาน
น้องมัดหมี่  และ พี่ๆทุกท่าน

วันนี้เป็นวันหยุด  แคร์ได้มีโอกาสเข้ามาทัวร์ ห้องแสงธรรมได้เต็มอิ่ม
เพื่อมาเก็บเกี่ยว..เอาสิ่งที่ดีๆ..ไปพัฒนาให้ชีวิตมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

"ชีวิตงาม"  เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา  
คนทุกคน  อยากเป็นคนดี  
แต่บางครั้ง  กรรมก็พาไป
เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า
เราทำเวรกรรมอะไรไว้บ้าง
และชีวิต.จะได้พบสิ่งดีไม่ดี
อะไรบ้างในอนาคต

ในปัจจุนี้  เดี๋ยวนี้  วันนี้
แคร์ได้มาพบ..ในสิ่งที่แคร์ชอบ
อ่านแล้วมีความสุข
และถ้าได้เข้ามาเป็นส่วนร่วม
ทำให้ทุกๆคนได้รับความสุข
แคร์ก็ดีใจ  และก็สุขใจตามไปด้วยค่ะ


ขอบคุณมากนะคะ  คุณมะนาวหวาน
ถ้าแคร์มีเวลา  จะเข้ามาเยี่ยมใหม่ค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ

Posted by sweet lemon on 21 Feb. 2006,13:44
สวัสดีค่ะคุณแครอท หายไปไหนน้อ... ask.gif ได้ยินแล้วส่งเสียงด้วยนะค่ะ คิดตึ้ง.. tongue.gif

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวบ้าน...บ้านฅนธรรมดา..ทุกท่าน... rasp.gif
ใครผ่านมาเยี่ยม ก็เชิญอ่านนิทานนะค่ะ... couchplus.gif


นายกาละ

นายกาละบุตรของอนาถ(บิณฑิก)เศรษฐี
เขามิมีความศรัทธาแลเลื่อมใส
ต่อองค์พระศาสดาเหมือนใครใคร
ท่านเศรษฐีห่วงใยในบุตรตน

ในบางครั้งท่านก็กล่าวตักเตือน
แต่นายกาละก็เบือนแบบไม่สน
ท่านเศรษฐีเกรงบุตรไม่หลุดพ้น
จากว่ายวนอบายภูมิน่ากลุ้มใจ

ท่านคิดว่าถ้าปล่อยบุตรสุดแต่กรรม
การกระทำเช่นนี้ไม่ดีไซร้
ตนเป็นพ่อพึงช่วยบุตรหลุดพ้นภัย
ท่านจึงได้คิดอุบายขึ้นทันที

ท่านเศรษฐีนำทรัพย์สินเป็นสิ่งล่อ
เพราะไม่มีใครหนอจะคิดหนี
จึ่งบอกบุตรจะให้หนึ่งร้อยกหาปณะนี้
หากว่าเจ้าไปที่วิหารเชตวัน

จงรักษาอุโบสถและฟังธรรม
บุตรถามย้ำพ่อพูดจริงหรือไม่นั่น
ท่านเศรษฐีตอบว่าจริงทุกสิ่งนั้น
นายกาละจึงเหินหันสู่วิหาร


--------------------------------------------

เมื่อไปถึงก็นอนหลับอย่างสบาย
เช้าก่อนสายบ่ายหน้ากลับสถาน
ครั้นเศรษฐีเห็นบุตรสุดเบิกบาน
สั่งคนนำอาหารให้บุตรตน

นายกาละไม่ยอมแตะอาหาร
เพราะต้องการเพียงทรัพย์อื่นไม่สน
ท่านเศรษฐีรีบให้ทรัพย์ดับกังวล
ท่านคิดลองอีกหนอาจพ้นภัย

ครั้นรุ่งเช้าจึงกล่าวกับบุตรว่า
หนึ่งพันกหาปณะนี้หนาพ่อจักให้
เจ้าจงเรียนธรรมหนึ่งบทจดขึ้นใจ
อยากจำไวต้องยืนตรง(พระพักตร์)พระศาสดา

นายกาละยินดังนั้นพลันรีบไป
เพราะอยากได้ทรัพย์ถึงหนึ่งพันหนา
แค่เรียนธรรมบทเดียวเดี๋ยวก็มา
รับเงินตราค่าจ้างอย่างสุขใจ

เมื่อไปถึงจึงยืนตรงพระพักตร์
พระองค์จักแจ้งเหตุนี้แล้วไซร้
ครั้นเขายืนฟังธรรมบทแรกไป
มิสามารถกำหนดได้อย่างใจตน

เมื่อบทแรกไม่สำเร็จไม่เป็นไร
บทต่อไปต้องตั้งใจฟังอีกหน
เมื่อฟังมาฟังไปแปลกพิกล
เกิดได้ผลจนบรรลุ..โสดาบัน...๚ะ๛



จบแล้วค่า...

Posted by มะเหมี่ยว on 21 Feb. 2006,20:13
thankssign.gif  bowsdown.gif พี่มะนาวหวานค่ะ....

again.gif นะคะ  winkthumb.gif

Posted by แมวเหมียว on 25 Feb. 2006,02:40
winkthumb.gif  winkthumb.gif ดีจังค่ะ thankssign.gif  again.gif  again.gif

fone01.gif น้องแคร์หายไปไหนหลายวันแล้วคะ  ic-14.gif
Posted by ดาวดวงน้อย on 09 Dec. 2006,08:54
winkthumb.gif ขอขอบคุณที่เสียสะละเวลาเขียนเรื่องให้อ่านค่ะ  inlove.gif  winkthumb.gif  again.gif  rasp.gif  bowsdown.gif
Posted by sweet lemon on 20 Jan. 2007,13:37
สวัสดีค่ะคุณดาวดวงน้อย ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยือน bowsdown.gif

สวัสดีค่ะพี่ป้าน้าอา ชาวหมู่บ้าน "ฅนธรรมดา" bowsdown.gif

หลังจากหายจากตรงนี้ไปเกือบปี วันนี้ก็จะเสนอ..เพียงธรรมะคำกลอนไม่ใช่เป็นนิทานธรรมะคำกลอน
ส่วนนิทานธรรมะคำกลอนกำลังเดินทาง แต่ยังมาไม่ถึง อ่านธรรมะคำกลอนไปพรางๆก่อนนะ wavey.gif






ภาพพุทธศิลป์ วาดโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์


บุคคค 4 ประเภท

บุคคล 4 ประเภทคือ
1) ผู้มืดมา แล้วมืดไป
2) ผู้มืดมา แล้วสว่างไป
3) ผู้สว่างมา แล้วมืดไป
4) ผู้สว่างมา แล้วสว่างไป


-------------------------------------

....ผู้มืดมา แล้วมืดไป.....

1) พระพุทธองค์ทรงแยกคนไว้ สี่ประเภท
ทรงจะให้เห็นเหตุแห่งตนหนา
ขอทุกท่านอ่านแล้วเกิดปัญญา
ประเภท(ที่)หนึ่ง....ผู้มืดมา แล้วมืดไป

2) ผู้มืดมา...คือผู้มีแหล่งกำเนิด
ที่มาเกิดกับตระกูลยากจนไซร้
มีชีพอยู่อย่างขัดสนขาดปัจจัย
แล้วมืดไป...ในที่นี้มีที่มา

3) คือแม้เกิดกับตระกูลที่ยากไร้
ก็เป็นผู้ที่ไม่ขวนขวายหา
คบแต่เพื่อนที่ชั่วมั่วเหล้ายา
ทุจริตนานาพาใส่ตน

4) อบายมุขทุกอย่างล้วนยินดี
การศึกษาไม่มีงานไม่สน
“ทุคติ” แน่นอนยามวายชนม์
นี่คือคน...มืดมา แล้วมืดไป

------------------------------------------
.....ผู้มืดมา แล้วสว่างไป.....

5) ส่วนผู้ที่เกิดมาแม้ยากจน
ก็ดิ้นรนหาความรู้สู่ตนไซร้
ดำรงชีพอย่างสุขสบายใจ
รู้จักใช้รู้จักจ่ายอย่างพอดี

6) นั่นคือผู้แม้ยากจนก็พ้นทุกข์
มีความสุขสมใจในวิถี
แม้ตายไปก็ประสบสวัสดี
ประเภทนี้...ผู้มืดมา แล้วสว่างไป

---------------------------------------
.....ผู้สว่างมา แล้วมืดไป.....

7) ผู้สว่างมา....คือ(ผู้)เกิดในตระกูลรวย
มากมายด้วยทรัพย์สินสิ้นสงสัย
ที่ผู้นั้นจะอยู่อย่างสุขใจ
หากต้องการสิ่งใดได้ทันที

8) แต่เป็นผู้สุรุ่ยสุร่ายจ่ายไม่คิด
เป็นผู้ไม่คบบัณฑิตเป็นมิตรศรี
ชอบในทางทุจริตผิดว่าดี
ผลาญทรัพย์หมด แล้วทีนี้เดือดร้อนใจ

9) เคยสบายกลายกลับมารับทุกข์
มีชีพอยู่อย่างหมดสุขแล้วไฉน
“ทุคติ” ก็รอรับอยู่ไม่ไกล
(ผู้)สว่างมา แล้วมืดไป...เป็นเช่นนี้

--------------------------------------
......ผู้สว่างมา แล้วสว่างไป.....

10) ส่วนผู้ที่เกิดกับตระกูลรวย
และมากด้วยความคิดวิจิตรศรี
รู้จักคบบัณฑิตเป็นมิตรดี
อีกทั้งมีความขยันหมั่นการงาน

11) นั่นคือ “ผู้สว่างมา แล้วสว่างไป”
อยู่แห่งใดไร้ทุกข์มีสุขศานต์
ยามวายชนม์ก็พ้นน้ำมือมาร
หวังผู้อ่านคงรู้แหล่งของตน

12) จากบุคคลทั้งสี่ประเภทนี้
ก็จะเห็นว่ามีทุกแห่งหน
จะดีชั่วใช่มาจากรวยจน
แต่มาจากสันดานคนของตนเอย ๚




Posted by add on 20 Jan. 2007,18:42
ของน้าแอ๊ดมันสลัวๆน่ะสิมะลาว  สลัวมา สลัวไป  อิอิ ic-14.gif
Posted by แมวเหมียว on 21 Jan. 2007,01:58
พี่มะแหม่วชอบมากเลยค่ะบทนี้ winkthumb.gif

ขอยืมไปสอนลูกๆหน่อยนะคะน้องมะลาวจ๋า inlove.gif

thankssign.gif  bowsdown.gif

again.gif
Posted by sweet lemon on 22 Jan. 2007,05:08
ว้าว น้าแอ้ดมีดวงตาเห็นธรรม เดินสายกลาง ไม่มืดไม่สว่าง สลัวๆๆ เอิ๊กกกกกกกกกกกกกก  laugh1.gif  greet.gif


พี่แหม่วจ๋า หากได้คำตอบว่า ...แม่จ๋าหนู(ผม)รู้ตั้งนานแล้วค่ะ(ครับ) แล้วพี่แหม่วจะทำหน้ายังไงค่ะ  tongue.gif
Posted by pakae on 23 May 2007,15:05
น้องมะนาวจ๋าเมื่อไหร่จะมีนิทานธรรมอีก     อ่านแล้วสบายใจและได้แง่คิดดีมากเลย      จะรออ่านนะน้อง
Posted by sweet lemon on 29 Aug. 2007,23:41



คุณพี่น้าปาเก้ขา นิทานธรรมะ เดินทางมา แต่ยังไม่ถึงค่ะ อ่านธรรมะคำกลอน ที่ไม่ใช่นิทานไปก่อนนะค่ะ ถ้านิทานธรรมะมาถึงมะลาวจะรีบจัดให้อย่าด่วนจี๋เลยค่ะ อิอิ  smSL13.gif  smSL13.gif  smSL13.gif



tinyrose.gif   tinyrose.gif  tinyrose.gif  tinyrose.gif


มนุษย์กับการทำความดี...บทนำ..


อันมนุษย์ สุดประเสริฐ เลิศยิ่งหมา
แต่มีบ้าง ชั่วกว่า เดรัจฉาน
คงเกิดจาก ผลกรรม กระทำการ
หรือว่าจาก สันดาน เที่ยวพาลไป

หากมนุษย์ ขาดศีล ก็สิ้นสัตย์
อีกบุญทาน มัธยัสถ์ ยิ่งแย่ใหญ่
สังคมนี้ จะดี ได้อย่างไร
เพราะจิตใจ ยังขาดการ-พัฒนา

พระพุทธองค์ ทรงวาง คำสอนไว้
แต่ไม่ใช่ ให้นั่งเฝ้า และรักษา
แต่เราต้อง ปฏิบัติ ตามเรื่อยมา
พร้อมศรัทธา แห่งพระ-รัตนตรัย

คำสอนนี้ มีความ สำคัญมาก
แต่มิยาก หากจะ กระทำไซร้
ผลที่เกิด คือความ สบายใจ
อยู่แห่งใด ก็เป็นสุข สวัสดี ฯ

-----------------------------------------
มนุษย์กับการทำความดี #1...ศีลห้า...

คือเริ่มแรก ต้องไม่ กระทำชั่ว
ไม่เกลือกกลั้ว กับกิเลส เหตุหมองศรี
แต่จงเดิน ตามทาง ท่านวางนี้
คือเริ่มที่ มีศีลห้า ประจำใจ

ศีลห้าคือ กฏของ สังคมมนุษย์
เพราะจะหยุด ความชั่ว ทั้งหลายได้
แต่หากว่า สังคมขาด ศีลเมื่อใด
ก็จักใกล้ สังคมสัตว์ เข้าทุกที

ศีลข้อหนึ่ง พึงไม่ ให้เข่นฆ่า
ข้อสองว่า ไม่ลักขโมย โกยทรัพย์หนี
ข้อที่สาม ห้ามผิดเมีย ผิดสามี
ข้อที่สี่ พึงระวัง ในวาจา

ข้อที่ห้า พึงละเว้น ของมึนเมา
มีทั้งเหล้า ยาเสพติด ทั้งหลายหนา
สิ่งเหล่านี้ มีโทษ แก่กายา
แล้วลามมา เดือดร้อน คนทั่วไป

ประเทศใด ไร้ศีล ก็สิ้นสงบ
มีแต่สบ พบความ พินาศไซร้
เพราะพวกเปรต ยึดเป็นที่ หากินไง
และกินได้ ทุกอย่าง แม้พารา ฯ

-------------------------------------------------
มนุษย์กับการทำความดี #2...ทาน...

ต่อไปคือ พึงทำ แต่ความดี
คือต้องมี การเสีย สละหนา
ให้ปัจจัย หรือให้แรง แห่งกายา
สิ่งเหล่านี้ เรียกว่า...การให้ทาน

มนุษย์มี ความต่าง ตามกำเนิด
บ้างก็เลิศ ทางฐานะ ทุกสถาน
บ้างก็ด้อย ตามกรรม นำบันดาล
เหตุนี้จึง มีการ ...ช่วยเหลือกัน

หากคนที่ เกิดกับ ครอบครัวรวย
แต่ไม่ช่วย สังคม ยามคับขัน
เที่ยวเอาเปรียบ สังคม ในยามนั้น
สังคมจัก สร้างสรรค์ ได้อย่างไร

สร้างความดี คือทาน การเสียสละ
จักช่วยละ ความโลภ ที่โอบได้
จะแบ่งของ ปันแรง ไม่แข่งใคร
ก็เป็น..ทาน..คือการให้ เช่นเดียวกัน ฯ

----------------------------------------------------
มนุษย์กับการทำความดี #3...ทำจิตให้ผ่องใส...

ต่อไปต้อง ทำจิต ให้ผ่องใส
จิตจักได้ ไกลเหตุ กิเลสนั่น
ทำอย่างไร ให้จิต เจริญวัน
กรรมฐานนั้น ปฏิบัติ พัฒนา(จิต)เอย ๚ะ๛



EM145.gif จบแล้วค่ะ  EM145.gif

EM127.gif  Minigz2503.gif  Minigz5304.gif  EM149.gif  EM150.gif  EM133.gif  EM140.gif  EM129.gif  wave.gif

Posted by KiLiN on 30 Aug. 2007,14:29
น้องมะนาวหวานมาในมาดใหม่
เปลี่ยนโลโก้  เปลี่ยนคำขวัญ
...พัฒนาๆๆๆๆๆ  smSL13.gif

Posted by pakae on 01 Sep. 2007,10:29
กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ......พี่และน้าของนู๋ออกมาจากห้องครัวแล้วจ้ะ    โธ่ๆๆๆๆๆทำไมน้าถึงตาถั่วปานนี้    ไม่ทันดูให้ทั่วว่ามะลาวเสียงหวานมาแว้ว    fone01.gif

      ขอบคุณสำหรับธรมมะคำกลอนจ้ะ EM144.gif    จะรออ่านนิทานด้วยเน้อ ICON015.gif

Posted by add on 02 Sep. 2007,21:23
แหม เยี่ยมๆ  flo_1.gif   เวลาน้องมะลาวเขียนกลอนธรรมะ  อ่านแล้วง่ายๆสบายๆไม่ติดขัด  ราวกับว่า  น้องมะลาวเขาหายใจออกมายังงั้นแหละ  EM133.gif   แสดงว่าน้องเขาคงมีบุญเสริมมาแต่ชาติปางก่อน  อิอิ

             เปลี่ยนโลโก้ใหม่ จ๊าบสุดๆเลยนะน้อง  boogie.gif

Posted by pilgrim on 03 Sep. 2007,18:57
ตามมาแล้วจ้ะ biggrin.gif

เอาอีกๆๆๆๆๆๆๆ flo_1.gif  flo_1.gif  flo_1.gif

Posted by sweet lemon on 09 Sep. 2007,19:47
รออีกจั๋กแป๋บเด้อค่ะ กะลังเอ่อเอ่อ ขี้เกียจอ่ะ อิอิ เรื่องเดียวกันเนาะ  EM151.gif  EM146.gif  sm110.gif  EM122.gif
Posted by แมวเหมียว on 13 Sep. 2007,10:20
พี่อ่านจบไป 2 จบแล้วค่ะ จาอาวอีกอ่ะ biggrin.gif

เอ่อเอ่อ น้องมะลาวหายขี้เกียจแล้วยังจ๊ะ  EM151.gif

EM145.gif

Posted by sweet lemon on 09 May 2009,21:32
bowsdown.gif สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน  ICON015.gif ข้าพเจ้าห่างจากวงการแห่งนี้ไปซะนาน เพราะว่าไม่มีนิทานธรรมะคำกลอนอ่ะค่ะ แหะๆ นี่คือเหตุผลค่า  snaping.gif

วันนี้ที่โผล่มาก็ไม่มีนิทานธรรมะหรอกค่ะ มีแต่ธรรมะที่ไปอ่านเจอก็เลยลอกมาให้ผู้(ชอบ)อ่านทุกท่านได้อ่านกันแก้เซ็งนะค่ะ ก็ขอเริ่มเรื่องเลยนะค่ะ smSL13.gif




การปุจฉา-วิสัชนา ระหว่างอาฬวกยักษ์ กับ พระพุทธเจ้า
ลอกมาจาก...หนังสือธรรมะดับร้อน หน้า41...โดย ว.วชิรเมธี



อาฬวกยักษ์ถามว่า

1. ทรัพย์ที่ประเสริฐเลิศล้ำของมนุษย์คืออะไร
2. บุคคลประพฤติตามอะไรจึงมีความสุข
3. รสที่ดีที่สุดคือรสอะไร
4. ชีวิตของคนเช่นไรที่นักปราชญ์ทั้งหลายสรรเสริญว่าอุดมชีวิต


พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า

1. ศรัทธา..เป็นยอดแห่งทรัพย์ของมนุษย์
2. ผู้ประพฤติธรรม..ย่อมมีความสุข
3. รสแห่งความสัตย์..เป็นยอดแห่งรส
4. ชีวิตของผู้ที่มีปัญญา..จัดว่าเป็นอุดมชีวิต




อาฬวกยักษ์ถามว่า

1. คนจะข้ามห้วงน้ำคือกิเลสได้อย่างไร
2. คนจะข้ามห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏได้อย่างไร
3. คนจะล่วงทุกข์ได้อย่างไร
4. คนจะบริสุทธิ์ได้อย่างไร


พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า

1. คนจะข้ามห้วงน้ำคือกิเลสได้ก็ด้วย...ศรัทธา
2. คนจะข้ามห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏได้ก็ด้วย...ความไม่ประมาท
3. คนจะล่วงทุกข์ได้ก็ด้วย...ความเพียร
4. คนจะบริสุทธิ์ได้ก้ด้วย..ปัญญา




อาฬวกยักษ์ถามว่า

1. ทำอย่างไรจึงจะมีปัญญา
2. ทำอย่างไรจึงจะมีทรัพย์
3. ทำอย่างไรจึงจะมีเกียรติ
4. ทำอย่างไรจึงจะชนะใจคน
5. ทำอย่างไรตายแล้วจึงจะไม่เศร้าโศก


พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า

1. คนที่ต้องการบรรลุพระนิพพาน เชื่อคำสั่งสอนของพระอรหันต์
ไม่ประมาท รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล รู้จักฟัง ...ย่อมมีปัญญา
2. คนที่ตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ มีความขยัน...ย่อมมีทรัพย์
3. คนที่มีสัจจะ..ย่อมมีเกียรติ
4. คนที่บำเพ็ญตนเป็นผู้ให้...ย่อมชนะใจคน
5. ผู้อยู่ครองเรือน มีศรัทธา นำธรรมะ 4 ประการ มาปฏิบัติ ตายแล้ว...ย่อมไม่เศร้าโศก
ธรรมะ 4 ประการ คือ
...สัจจะ
...ทมะ (การฝึกตน)
...ขันติ (อดทน)
...จาคะ (บริจาค)


---------------------------------
หมดแล้วค่ะ...ไม่บอกก็รู้เนอะ อิอิ  smSL07.gif

เจอกันใหม่คราวหน้านะค่ะ วันนี้สวัสดีค่ะ  greet.gif  wave.gif

ohman.gif  smSL07.gif  hehe.gif  flo_1.gif  laugh1.gif

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard