Forum: ห้องนั่งเล่น
Topic: การ์ตูนเซน
started by: KiLiN

Posted by KiLiN on 23 Jul. 2003,08:07
การ์ตูนเซน



ผลงานจาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by KiLiN on 23 Jul. 2003,09:01
ตอนที่ ๑ 邈得吾真



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴



          คำบรรยาย
        โดย : แสงดาว

นักพรตอู๋ ในสมัยราชวงศ์ถัง
ก่อนจะมรณภาพ ได้ให้เหล่าลูกศิษย์
วาดภาพเหมือน แต่ีเหล่าลูกศิษย์ส่วนใหญ่วาดได้ไม่เหมือน
มีลูกศิษย์คนหนึ่งไม่ได้วาด แต่เขียนเป็นกลอนว่า

วาดรูปเหมือนอาจารย์เหมือนวาดความว่างเปล่า
ลงหมึกพึงรู้ไว้ไร้ตัวตนที่จริง
ราชวงศ์ถังนั้นเคยมีนักพรตอู๋
ใยยังต้องวาดภาพเหมือนให้เสียแรง

Posted by KiLiN on 25 Jul. 2003,12:23
ได้ปรับแก้ไขตอนที่ ๑ ใหม่แล้วน่ะครับ ย้อนกลับไปดูได้แล้ว

ตอนที่ ๒ 無有定法



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 25 Jul. 2003,12:23
ตอนที่ 2 ไม่มีอะไรตายตัว

อาจารย์เดินมาเห็นลูกศิษย์อ่านหนังสือนั่งหลับสัปงก  จึงส่งเสียงปลุกแล้วบอกว่า  ไประดมผู้คนมา  อาจารย์จะแสดงธรรม  ลูกศิษย์ก็กุลีกุจอจัดสถานที่  ระดมคน

ในการแสดงธรรม  อาจารย์พูดอิดออดว่า  ธรรม...ก็...คือ...ลูกศิษย์ก็เงี่ยหูฟังอาจารย์ก็ไม่เฉลยซักที  จนกระทั่งเณรน้อยถามขึ้นว่า  อาจารย์จากนั้น  จะเป็นอย่างไรอีก  อาจารย์ตอบว่า  ไม่มีต่อจากนั้น  มีแต่อย่างนี้

มือเปล่ากำจอบเสียม
ขี่ควายเพื่อเดินทาง
คนเดินบนสะพาน
เห็นสพานเคลื่อนไหว แต่น้ำไม่เคลื่อนไหว
Posted by KiLiN on 25 Jul. 2003,12:23
ดูการ์ตูนตอนที่สองแล้วก็ยังงง มีอะไรลึกๆอยู่ แต่นึกไม่ออก

ส่วนชื่อของเรื่อง  กับกลอนพอจะจับใจความได้
เห็นสพานเคลื่อนไหว แต่น้ำไม่เคลื่อนไหว
ซึ่งดูเหมือนไม่เป็นจริง แต่กลอนต้องการบอกว่า ไม่มีอะไรตายตัว ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน ฟังดู ดูเหมือนไม่จริง แต่เพราะเรายังรู้ไม่ถึงต่างหาก ลองอ่านบทโศลกที่มีความหมายคล้ายกัน

สรรพสิ่งเริ่มประปราย
ดารารายเปลี่ยนวิถี
ทะเลลึกเนิ่นนานปี
มาวันนี้กลายเป็นสูง




again.gif คุณสข1
Posted by สข1 on 25 Jul. 2003,12:23
ผมชอบกลอนในตอนที่ 2 ตรงที่เมื่อคนเดินอยู่บนสะพาน เราจะเห็นสะพานค่อยๆเคลื่อนไปข้างหลังเรา ในขณะที่น้ำกำลังไหลผ่านสะพานไปเรื่อยๆแต่เรากลับเห็นน้ำอยู่นิ่งๆ ผมเลยคิดถึงหลักสัจธรรมสัมพัธท์  ที่ว่าสรรพสิ่งล้วนเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวล้วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกันครับ
Posted by KiLiN on 28 Jul. 2003,02:37
ตอนที่ ๓ 牛過窗櫺



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 28 Jul. 2003,02:37
ศิษย์พี่กำลังไหว้เจ้า บังเอิญองุ่นกลิ้งลงไปในร่อง
ศิษย์พี่ยื่นมือลงไปเก็บแล้วกำองุ่นไว้
ทำให้มือลอดออกมาไม่ได้
ศิษย์น้องเลยบอกให้วางองุ่นลง
แล้วมือก็จะสามารถลอดออกมาได้

  ที่ผ่านมาเป็นร่องหลุม  พลิกอีกมุมเป็นดินดี
เก็บตกได้เทคนิคนี้         วิธีดีน่าแปลกใจ

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%


ด้านล่างนี้เนื้อความใกล้เคียงกันเลยนำมาฝากให้อ่าน



            <><><><> ลิงกำถั่ว <> <> <> <>


>>>จากคอลัมน์ เรียงร้อยถ้อยธรรม โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

>>>หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 23 เมษายน 2546 เรื่องที่ 47
>>>
>>>ในความคิดส่วนตัวของผมเชื่อมั่นเสมอว่า ทุกอย่างต้องมีดีและไม่ดี
>>>เปรียบเสมือนคน ถึงแม้จะถูกประนามว่าเป็นคนไม่ดีอย่างไร
>>>เขาย่อมมีด้านหนึ่งที่เป็นคนดีอยู่
>>>เพียงแต่ว่าเราจะมองเขาในด้านใดมากกว่ากัน
>>>
>>>ลิงกำถั่ว ปรัชญาชีวิต นิทานก่อนนอน
>>>พระพุทธองค์ตรัสว่า จิตของคนเรานั้นเหมือนกับลิง
>>>เราจึงเรียนรู้เรื่องของจิตใจของเราได้มากมาย จากพฤติกรรมของลิง
>>>ลิงนั้นเกลียดกะปิ ถ้ากะปิถูกมือมันเมื่อไหร่
>>>มันจะถูนิ้วกับพื้นจนเลือดไหลเต็มมือ จนกว่ากลิ่นกะปิจะหายในที่สุด
>>>
>>>จะกลายเป็นว่า กะปิถึงจะร้าย ก็ไม่ร้ายเท่าความเกลียดกะปิ
>>>ที่มือลิงเป็นแผลเหวอะหวะไม่ใช่เพราะกะปิ
>>>หากเป็นเพราะความจงเกลียดจงชังกะปิต่างหาก
>>>
>>>สิ่งที่เราเกลียดนั้น
>>>บ่อยครั้งไม่น่ากลัวเท่ากับความเกลียดชังในจิตใจเรา
>>>
>>>ความเกลียดชัง หรือพูดให้ถูกก็คือ ความรู้สึกอยากผลักไส
>>>ซึ่งรวมทั้งความโกรธและความกลัว
>>>จึงเป็นเจ้าตัวร้ายที่เราต้องระวังให้มาก
>>>แต่นั่นเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความจริงเท่านั้น
>>>
>>>นอกจากความอยากผลักไสแล้ว
>>>ความยึดติดเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่เราต้องระวังไม่แพ้กัน
>>>
>>>กลับมาที่ลิงจอมซนอีกที ในอินเดีย ลิงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับชาวบ้าน
>>>เพราะชอบโขมยผลไม้ในสวน ชาวบ้านจึงคิดวิธีจับลิง
>>>โดยใช้กล่องไม้ซึ่งมีฝาด้านหนึ่งเจาะรูเล็ก ๆ
>>>พอให้ลิงสอดมือเข้าไปได้
>>>
>>>ในกล่องมีถั่ว ซึ่งเป็นของโปรดของลิงวางไว้เป็นเหยื่อล่อ
>>>วันดีคืนดีลิงมาที่สวนเห็นถั่วอยู่ในกล่อง
>>>ก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบถั่ว
>>>แต่พอถอนมือออกก็ติดฝากล่อง
>>>เพราะกำมือของลิงนั้นใหญ่กว่าฝากล่องที่เจาะไว้
>>>
>>>ลิงพยายามดึงมือเท่าไหร่ก็ไม่ออก พอชาวบ้านมาจับ
>>>ก็ปีนหนีขึ้นต้นไม้ไม่ได้ เพราะมีมือเปล่าอยู่ข้างเดียว
>>>
>>>สุดท้ายถูกคนจับได้ ลิงหาได้เฉลียวใจไม่ว่า
>>>เพียงแค่มันคลายมือออกเท่านั้น มันก็เอาตัวรอดได้
>>>แต่เพราะยึดถั่วไว้แน่น
>>>ไม่ยอมปล่อยจึงต้องเอาชีวิตเข้าแลก
>>>
>>>มีหลายอย่างที่เราอยากได้ใฝ่ฝัน จนถึงกับยึดถือไว้อย่างเหนียวแน่น
>>>เวลาประสบปัญหา เพียงแค่คลายสิ่งที่ติดยึดนั้นเสียบ้าง
>>>ปัญหาก็คลี่คลาย
>>>
>>>แต่เป็นเพราะว่าเราไม่ยอมปล่อย จึงเกิดผลเสียตามมามากมาย
>>>ไม่คุ้มกับสิ่งที่ยึดติด จะชอบหรือพึงพอใจกับอะไรก็ตาม
>>>อย่าถึงกับยึดติดจนเหนียวแน่นเกินไป
>>>เพราะโอกาสที่จะหน้ามืดตามัวนั้น
>>>มีสูงจนหาทางออกไม่เจอ
>>>
>>>ปัญหาทั้งหลายในชีวิตนั้น ถ้าเรารู้จักปล่อยวางบางสิ่งเสียบ้าง
>>>มันก็จะบรรเทาไปได้เยอะ บ่อยครั้งการปล่อยวาง
>>>ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเท่านั้น
>>>หากเป็นทางออกจากปัญหาเลยทีเดียว
>>>ความจริงการอยากผลักไสอะไรสักอย่าง
>>>ก็เป็นการติดยึดอีกแบบหนึ่งนั่นเอง ทั้ง ๆ
>>>ที่ลิงพยายามถูกำจัดกลิ่นกะปิไปจากมือ
>>>ก็อดไม่ได้ที่จะดึงมือมาดมหากลิ่นกะปิ
>>>ซ้ำแล้วซ้ำเล่ารู้ทั้งรู้ว่ากลิ่นกะปินั้นเหม็น
>>>แต่ก็ดมมือไม่ยอมเลิกง่ายๆ
>>>
>>>ในทำนองเดียวกัน ไม่ว่าเราจะโกรธอะไรหรือเกลียดใคร
>>>ก็มักดึงสิ่งนั้นหรือคนนั้นเข้ามาในจิตใจ
>>>ให้ครุ่นคิดเสมอไม่ยอมปล่อย
>>>ไม่ยอมวางเสียที ทั้ง ๆ ที่ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ ปล่อยวางเสียเถิด
>>>แล้วใจเราจะเบาขึ้นเป็นกอง
>>>
>>>ความทุกข์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพราะพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
>>>หรือประสบกับสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
>>>ที่มันบีบคั้นกดทับจิตใจเราไม่หยุดหย่อนเสียที
>>>ก็เป็นเพราะเราไปยึดไปแบกมันเข้าไว้ ทั้งวันทั้งคืน ในหลายกรณี
>>>ความทุกข์ไม่ได้มาจากไหน หากมาจากการยึดติดไม่ยอมปล่อย
>>>ดังเจ้าลิงหวงถั่วนั่นเอง
>>>
>>>คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่มีพฤติกรรมเหมือนลิงกำถั่วนี้
Posted by นกกะปูด on 28 Jul. 2003,02:37
อืมม เคยอ่านเรื่องนี้มาหลายหน
แต่ครั้งนี้อ่านแล้วรู้สึกว่าเย็นดีค่ะ.. เย็นดี again.gif
Posted by KiLiN on 06 Aug. 2003,09:30
ตอนที่ ๔ 我名慧丸



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴


Posted by แสงดาว on 06 Aug. 2003,09:30
ศิษย์อาจารย์ต่างมีชื่อเรียกเป็นคำพ้องเสียงดังนี้
อาจารย์ชื่อว่า     ได้แล้ว พอแล้ว
ศิษย์คนที่ 1 ชื่อว่า  รู้แต่กิน
ศิษย์คนที่ 2 ชื่อว่า  รู้แต่บ่น
ศิษย์คนที่ 3 ชื่อว่า  Jason แต่ คนอื่นที่ชื่อ Jason ท้วงว่าเป็นชื่อของ
             ผม ศิษย์น้องเลยตั้งชื่อตัวเองว่า รู้แต่เล่น

สำหรับกลอนในรูปนี้เป็นกลอนบทแรกของคัมภีร์เต๋า
เล่นคำ เล่นสำนวน เล่นปริศนา จนยากที่จะแต่งเป็นกลอนให้เข้าใจได้
จึงขอเขียนเป็นใจความดังนี้

คำว่ามีหรือไม่มี ล้วนนับเนื่องเป็นสิ่งเดียวกันตั้งแต่ก่อตั้งจักรวาลขึ้นมา
แต่หลังจากที่คนเรา เข้าไปตั้งชื่อให้กับตัวเอง และสิ่งของ จึงทำให้เกิดการ
ยึดมั่นถือมั่นว่า สิ่งนั้นคือเรา สิ่งนั้นเป็นของเรา จึงทำให้เกิดโลกแห่งการปรุงแต่งของเราเองขึ้นมา เป็นความอยากมี อยากเป็น อยากได้ จึงจำเป็นต้องแสวงหาเพื่อให้ได้มาซึ่ง ตัวเรา ของเรา


ส่วนคำว่า ไม่มี ขณะที่จิตเราว่างจากการยึดมั่นสิ่งใด ไม่ไปยึดติดกับบุคคล กิเลส หรือวัตถุสิ่งของ จิตขณะนั้นย่อมจะปลอดโปร่ง และเบิกบาน
คำว่าว่างดูเหมือนเป็นความลึกล้ำ เป็นศาสตร์ที่ล้ำลึกจนคนทั่วไปยากที่จะเข้าใจ และเข้าถึงได้

จึงกล่าวโดยรวมว่า
ความไม่มี เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล
ความมี   เป็นจุดกำเนิดของสรรพสิ่ง

Posted by KiLiN on 06 Aug. 2003,09:30
ขอบคุณครับ คุณแสงดาว
อย่างนี้นี่เอง ถึงว่าทำไมดูไม่รู้เรื่องเลยการ์ตูนตอนนี้ ขนาดแปลแล้วยังยากจะรู้เรื่อง

เรื่องของความว่าง กับการยึดติด ไม่ใช่เข้าใจเข้าถึงได้ง่ายๆ 
ก็เพราะมันว่าง มันไม่มี แต่เราไม่ว่าง เรายังยึดติดอยู่เยอะ เราอยู่ในสถานะที่ตรงข้ามจึงยากจะเข้าใจ
เหมือนคนรวยอยู่ตึก จึงยากจะเข้าใจคนจนอยู่สลัม

จะขอยกกลบทที่มีความหมายคล้ายและเกี่ยวเนื่องมาประกอบ จะได้คิด ได้เข้าใจลึกยิ่งขึ้น

ลูกรัก....
จงอย่าทำใจให้ว่าง
แต่จงมีความว่าง ให้เกิดขึ้นในใจ


ลูกรัก....
จงใช้สมมุติ
ยอมรับสมมุติ
เคารพสมมุติ
ให้เกียรติในสมมุติ
ให้ประโยชน์กับสมมุติ
รับประโยชน์จากสมมุติ
สุดท้ายจงอย่ายึดติดในสิ่งที่เป็นสมมุติ
นี่คือวิมุติธรรม

Posted by เอ๊ด on 07 Aug. 2003,10:55
ดีจังครับ แต่กว่าจะโหลดได้เล่นเอาหายอยาก รึว่าเครื่องผมจะโบราณ
Posted by KiLiN on 26 Aug. 2003,21:19
ตอนที่ ๕ 處處道場



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 26 Aug. 2003,21:19
/*/*/*/*/*/*/* ทุกแห่งหนคือที่ที่ปฏิบัติธรรม */*/*/*/*/*/*

อาจารย์ :  จะไปไหน?
ศิษย์   :  ไปสถานที่ปฏิบัติธรรมครับ
อาจารย์  :  สถานที่ปฏิบัติธรรม !!!!!
ศิษย์น้อง :  ที่ไหนไม่ใช่ที่ที่ปฏิบัติธรรมหรือครับ ?
         ทุกแห่งหนล้วนเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม
อาจารย์  :  แล้วอยู่สถานที่ปฏิบัติธรรม
         ทำไมยังขี่ลาไม่ลงมาอีกเล่า ?
ศิษย์น้อง :  ถ้าหากทุกแห่งหนเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม
         การขี่ลาหรือไม่ขี่ก็เป็นการปฏิบัติธรรมไม่ใช่หรือครับ ?


เพียงแค่เนื้อที่กายและใจ
ถ้าจะให้เพียงพอคงไม่พอ
หมั่นทำทานเป็นนิจอย่ารีรอ
อีกอย่าท้อฝึกสติทุกเวลา

Posted by KiLiN on 28 Aug. 2003,00:31
ตอนที่ ๖ 天堂地獄



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 28 Aug. 2003,00:31
๐๐๐๐๐๐ สวรรค์…นรก ๐๐๐๐๐๐๐

ขณะที่ศิษย์อาจารย์เดินทางอยู่กลางป่า
มีโจรป่าจะมาปล้นเอาทรัพย์สินไป
อาจารย์  :   “ บรรพชิตไม่มีสมบัตินอกกาย
            มีแต่ธรรมะตามติดตัว “
โจร     :   “ ธรรมะรึ ! ได้ยินมาว่า ธรรมะมีอิทธิฤทธิ์ไร้ขอบเขต
            บอกผมหน่อยว่า อะไรคือสวรรค์? อะไรคือนรก? “
ลูกศิษย์   :   “ คือแม่ของท่านเกิดท่านมา แล้วทำแต่สิ่งเลวร้าย “
โจร     :   “ เจ้าตัวแสบ !!! เจ้ากล้าล้อข้าเล่นรึ ? “ พลางถือมีดจะไป ทำร้าย
ลูกศิษย์   :   “ นี่คือ นรก “
อาจารย์  :    “ ทันทีที่วางอาวุธคือ พุทธะ “
ลูกศิษย์   :   “ นี่คือ สวรรค์ “

คิดถูกทางเป็นทางเดินไปสู่สวรรค์
คิดผิดทางเป็นทางเดินไปสู่ประตูนรก
สรรพสิ่งล้วนก่อเกิดขึ้นมาจากที่ใจ
ทุกเรื่องราวก็ดับลงได้ที่ใจเหมือนกัน

Posted by KiLiN on 10 Sep. 2003,20:50
ตอนที่ ๗ 兩堂相爭



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 10 Sep. 2003,20:50
ขณะที่อาจารย์กำลังฝึกวิชาอยู่
ลูกศิษย์สองคนกำลังแย่งกันขี่จักรยาน
ศิษย์คนที่ 2   :   “ ให้ฉันก่อน “
ศิษย์คนที่ 1   :   “ ฉันจับได้ก่อน “
ศิษย์คนที่ 2   :   “ แต่ฉันจะขี่ “
ศิษย์คนที่ 1   :   “ ฉันก็จะขี่ “
อาจารย์        :   “ แย่งอะไรกันบอกมา?  จักรยานคันนี้ของใคร?
                       พูดไม่ออกใช่ไหม? “
                       ( ใช้อาวุธตีจักรยาน จนแยกออกมาเป็นชิ้นๆ )
ศิษย์น้อง       :   “ จักรยานของผม “
                        ( ว่าแล้วก็หยิบล้อจักรยานมาเล่นอย่าง-
                        สบายอารมณ์ )

ไล่สมมุติไล่วานรออกจากใจ
จะมีใครยอมย้อนหาแหล่งที่มา
หากบำเพ็ญฝึกจิตภาวนา
เพื่อย้อนหาจิตเดิมแท้ต้องปล่อยวาง

Posted by KiLiN on 23 Sep. 2003,20:51
ตอนที่ ๘ 誰入地獄



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 23 Sep. 2003,20:51


เรื่อง ใครลงนรก

ตอนกลางคืนเณรน้อยกำลังนอนหลับแล้วฝันร้ายว่าตัวเองตกนรก ยมบาลชี้หน้าว่า เจ้านี้ปากมากลิ้นยาว ตัดลิ้นมันซะ ขณะที่กำลังจะถูกตัดลิ้นก็มีนินจามาช่วยเอาไว้ แล้วเณรก็ตื่น 

รุ่งเช้า เณรน้อยเดินสลึมสลือออกมาพบเจ้าอาวาส ก็ทักทาย แล้วนึกขึ้นได้จึงถามว่า อาจารย์  ท่านตายแล้วยังต้องตกนรกหรือไม่ อาจารย์ร้อง อืม หยุดคิดแล้วตอบว่า ยังต้องตกนรกซิ เณรน้อยรู้สึกงงคิดแล้วถามอีกว่า อาจารย์ ท่านบำเพ็ญเพียรมาขนาดนี้ ตายแล้วยังต้องตกนรกอีกหรือ อาจารย์ชี้หน้าด่าว่า เจ้าโง่ ข้าไม่ลงนรก แล้วก็แปลงร่างเป็นนินจาพูดต่อว่า แล้วใครจะช่วยเจ้าว่ะ

หากเพียงแบกท่องบทคัมภีร์จนแตกฉาน
พร่ำสวดมนต์ภวนามิได้ขาด
แม้นไม่ได้แผ่เมตตาสู่สัตว์โลก
สุดท้ายก็ไม่อาจทดแทนพระพุทธคุณ
Posted by KiLiN on 23 Sep. 2003,20:51
ตอนที่ ๘ ใครลงนรก

หากเพียงแบกท่องบทคัมภีร์จนแตกฉาน
พร่ำสวดมนต์ภาวนามิได้ขาด
แม้นไม่ได้แผ่เมตตาสู่สัตว์โลก
สุดท้ายก็ไม่อาจทดแทนพระพุทธคุณ

เนื่อหาของตอนนี้ ใจความที่สำคัญคือการแผ่เมตตา
คือเมื่อตนเองได้ดีแล้ว ก็ให้เผื่อแผ่แก่สรรพสัตว์อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากด้วย
Posted by KiLiN on 25 Sep. 2003,20:52
ตอนที่ ๙ 生死有序



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 25 Sep. 2003,20:52
   +:+:+:+:+:  เกิด ตาย ก็เป็นเช่นนั้นเอง  :+:+:+:+:+

อุบาสก    :    อาจารย์ครับ ผมมีหลานเพิ่มมาหนึ่งคน
                  ขอช่วยตั้งชื่อที่เป็นมงคลด้วยครับ
อาจารย์   :    ( เขียนในกระดาษ )
                  ท่านตายก่อน ลูกของท่านตายตาม
                  หลานของท่านตายเป็นคนสุดท้าย
อุบาสก        ( เป็นลม )
ศิษย์น้อง  :   อาจารย์ทำไมตั้งชื่อให้ไม่เป็นมงคลอย่างนี้ครับ
อาจารย์    :   เด็กยังเล็กก็ต้องเลี้ยงดู คนแก่แล้วก็ต้องตาย
                   เกิดตายล้วนมีระบบมีลำดับ นี่เป็นสิ่งที่ดี
ศิษย์น้อง   :   ผมเข้าใจแล้ว
                   ขอให้อาจารย์ตายยิ่งเร็วยิ่งดี

>>>   คนเรา สูงต่ำ ดำขาว อ้วนผอม ก็เป็นเพียงการแบ่งแยก
         ไปตามรูปร่างลักษณะ
>>>   ขณะที่เรายังต้องวุ่นวาย ยังต้องเคลื่อนไหว ยังต้องประกอบ
          กิจกรรมต่างๆ ก็แสดงว่าเรายังมีชีวิตอยู่
>>>   เมื่อบางสิ่งเริ่มหายไปจากตัวเรา หรือเปลี่ยนแปลงไปเช่น
         พละกำลัง ความสวยงาม ก็เริ่มเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า
         เริ่มจะแก่แล้ว
>>>   วันที่หมดลมก็คือความตาย
>>>   ทุกสิ่งทุกอย่างมีระบบ มีลำดับขั้น แล้วก็เป็นเช่นนั้นเอง
         
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

ด้านล่างเป็นคำสอนของหลวงพ่อ ชา
นำมาให้อ่านประกอบ


………… ………..ต้นคือปลาย……………………

………….เมื่อเราเกิดมาแล้วโยม   ก็คือเราตายแล้วนั่นเอง  ความแก่กับ
ความตายมันก็คืออันเดียวกันนั่นแหละ      เหมือนกับต้นไม้   อันหนึ่งต้น  
อันหนึ่งปลาย   เมื่อมีโคนมันก็มีปลาย   เมื่อมีปลายมันก็มีโคน  ไม่มีโคน  
ปลายก็ไม่มี   มีปลายก็ต้องมีโคน  มีแต่ปลาย  โคนไม่มีก็ไม่ได้   มันเป็นอย่างนั้น

………….เพราะฉะนั้น   ก็นึกขำเหมือนกันนะ   มนุษย์เราทั้งหลาย  
เมื่อจะตายแล้วก็โศกเศร้า  วุ่นวาย  นั่งร้องไห้  เสียใจสารพัดอย่าง   หลงไปสิ  
โยมมันหลงนะ  พอคนตายก็ร้องไห้พิไรรำพัน   แต่ไหนแต่ไรมาไม่ค่อยได้
พิจารณาให้ชัดแจ้งนะ  ความเป็นจริงแล้ว   อาตมาขอโทษด้วยนะ  อาตมาเห็นว่า  
ถ้าจะร้องไห้กับคนตายน่ะ    ร้องไห้กับคนที่เกิดมาดีกว่า   แต่มันกลับกันเสีย  
ถ้าคนเกิดมาแล้วโยมทั้งหลายก็หัวเราะดีอกดีใจกันชื่นบาน  ความเป็นจริง
เกิดนั่นล่ะคือตาย   ตายนั่นล่ะก็คือเกิด  ต้นก็คือปลาย  ปลายก็คือต้น.

Posted by KiLiN on 16 Oct. 2003,21:54
ตอนที่ ๑๐ 墨竹朱竹



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 16 Oct. 2003,21:54
ตอนที่ 10 ไผ่ดำไผ่แดง

เณรน้อยกำลังวาดรูปไผ่ อาจารย์เข้ามาดูแล้วพูดว่า วาดได้ไม่
เลว เพียงแต่สีไม่ถูกต้อง ทำไมไผ่ถึงเป็นสีแดง เณรน้อยถามว่า แล้วมันควรจะเป็นสีอะไร อาจารย์ตอบว่า มันต้องเป็นสีดำซิ เณรน้อยคิดแล้วหันไปถามหมีว่า เจ้าเคยเห็นไผ่สีดำหรือไม่ หมีไม่ตอบเอาแต่กินใบไผ่

  กลอนท้ายเรื่อง

สร้างนามจากความไม่มีนาม
เพราะนามนั้นไม่เคยมีมาก่อน
สร้างหลักการจากที่ไม่มีหลักการ
เพราะหลักการเกิดจากการปาถก

แปลแล้วผมก็ไม่รู้เรื่องครับ
Posted by KiLiN on 16 Oct. 2003,21:54
ตอนที่ ๑๐ ไผ่ดำไผ่แดง

สร้างนามจากความไม่มีนาม
เพราะนามนั้นไม่เคยมีมาก่อน
สร้างหลักการจากที่ไม่มีหลักการ
เพราะหลักการเกิดจากการปาถก

บทกลอน  คำพูดของเซน  มักจะแขวงเป็นปริศนาธรรมให้ชวนคิด  ซึ่งเป็นแนวของเซนเอง  เพื่อให้เกิดปัญญา  อย่างกลอนบทนี้เนื้อหานั้นว่าด้วยเรื่องการปรุงแต่งของจิต   ตรงนี้เป็นใจความที่สำคัญ  ว่าหลายเรื่องในชีวิตของคนเรา   สิ่งที่เรารับรู้เราสัมผัสรับทราบ  เราไม่ได้รับรู้ตามข้อมูลดิบ  แต่เรามักรับรู้แบบมีการปรุงแต่งใส่สีสันลงไปแล้ว  ทำให้สิ่งที่เรารับนั่นผิดจากความเป็นจริงไป   ในการ์ตูนก็ดุจเดียวกัน  ใบไผ่จริงๆนั้นสีเขียวไม่ใช่สีแดงหรือสีดำ  อย่างที่พระท่านว่า "ไม่ได้รู้เห็นไปตามความเป็นจริง  แต่รู้เห็นไปตามการปรุงแต่งของจิต"

คุณ สข1 ช่วยแปลกลอนท้ายเรื่องตอนที่ ๑๑ ด้วยสิครับ
Posted by KiLiN on 17 Oct. 2003,20:45
ตอนที่ ๑๑ 知易行難



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 18 Oct. 2003,01:29
ตอนที่ 11  พูดง่ายแต่ทำยาก

พระอาจารย์ผู้มีตะบะแก่กล้า  กำลังทำสมาธิอยู่บนยอดไม้  เห็นเณรเด็กกำลังรังแกเต่า  ก็กระโดดลงมาดึงหูแล้วถามว่า  เจ้ารู้ไหมว่า  อะไรคือหัวใจของพระธรรม  เณรตอบไม่ได้  อาจารย์จึงบอกว่า  ประกอบคุณความดี  ละเว้นความชั่ว  เณรตอบว่า  เรื่องนี้เด็ก 3 ขวบก็รู้แล้ว  อาจารย์ตอบว่า  แต่คนอายุ 80 ปีก็ไม่แน่ว่าจะปฏิบัติได้  พอดีเต่าที่เณรเล่นเกิดพลิกตัวได้  แล้วไต่ขึ้นมาตามขาของอาจารย์  จนมางับมืออาจารย์  อาจารย์ร้องลั่นแล้วสบัดมือ พอเต่าหลุดมืออาจารย์ก็เตะ จนเต่ากระเด็นกระทบพื้นตาย
Posted by KiLiN on 18 Oct. 2003,02:56
ดีจังครับ คุณสข1 ที่ช่วยแปล ผมจะขยายความเสริมดังนี้ครับ

ตอนที่ ๑๑ พูดง่ายแต่ทำยาก

       ตรงนี้เป็นหลักที่สำคัญในพุทธศาสนา  กล่าวคือ ศาสนานี้เป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยการเรียนรู้ ท่องอ่านทรงจำได้  จึงไม่แปลกที่นักบวชมหาเปรียญสูงๆ จะเป็นข่าวที่ไม่ดี  เหตุเพราะเขาได้แต่อ่าน ท่องจำ แต่เข้าไม่ถึงพระธรรม             

       หลายเรื่องเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เข้าถึงไม่ได้ เข้าใจไม่ได้ เพราะไม่ได้ลงมือปฏิบัตินั่นเอง
       และหัวใจหรือเครื่องมือที่สำคัญที่จะไม่ทำให้พลั้งเผลอไปทำผิด ก็คือ ต้องฝึกสติ 

       หลักข้อนี้ นำไปสู่การแยกแยะพระ แยกแยะนักบวช  แยกแยะโล้นห่มเหลือง ว่าใครมีธรรมะ ใครไม่มี ต้องดูที่การปฏิบัติ  ไม่ใช่ฟังแต่ที่เทศน์ 

        ลูกรัก.......
        ใครใครก็พูดได้
        แต่ใครใครก็ทำไม่ค่อยได้
              
            พุทธะอิสระ




เรื่องกลอนท้ายเรื่อง ใครลงนรก คุณสข1 ลองแปลมาดูสิครับ ผมจะได้ขยายความต่อได้
Posted by สข1 on 18 Oct. 2003,02:56
ตอนที่ 11

ละเว้นความชั่วทุกประการ
ประกอบแต่คุณความดี
ถ้าสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้
ก็คือผู้บรรลุธรรม
Posted by noktalay on 19 Oct. 2003,06:42
ต้องกล่าวขอบคุณคุณคิลิน และคุณ สข๑ ที่มาช่วยแปลให้ความกระจ่างทำให้เข้าใจไปมากกว่าสิ่งที่เห็นตอนแรกนะคะ clap.gif
Posted by KiLiN on 02 Nov. 2003,08:17
ตอนที่ ๑๒ 啞巴與鸚鵡



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 04 Nov. 2003,02:45
คนใบ้กับนกแก้ว

ไก๊ด์ชาวต่างชาติพานักท่องเที่ยวมาชมวัด พูดอะไรเอะอะฟังไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ของวัดก็พูดได้แต่ Good Good Come Come

เณรน้อยถามอาจารย์ว่า เวลาในใจเรามีความคิดแล้วพูดไม่ออก เหมือนกับอะไร อาจารย์บอกว่า เหมือนคนใบ้กินน้ำผึ้ง เณรน้อยถามอีกว่า แล้วถ้าเราไม่มีความคิดอะไรเลย แต่พูดเอาพูดเอา อย่างออกรส เหมือนกับอะไร อาจารย์บออกว่า เหมือนกับนกแก้ว

นัยน์ตามีเงาของตนเองอยู่
ในใจไร้ซึ่งภูมิปัญญา
เปรียบดังเป็นครูก็พิการ
พูดได้แต่ปฏิบัติไม่ได้
Posted by KiLiN on 04 Nov. 2003,20:26
เปรียบดังเป็นครูก็พิการ
พูดได้แต่ปฏิบัติไม่ได้


ลูกรัก....
ใครใครก็พูดได้
แต่ใครใครก็ทำไม่ค่อยได้

Posted by KiLiN on 09 Nov. 2003,23:29
ตอนที่ ๑๓ 大圓鏡



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 11 Nov. 2003,22:06
กระจกบานใหญ่

อาจารย์ยืนส่องดูกระจกอยู่รู้สึกไม่พอใจในรูปลักษณ์ของตนเอง
จึงไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นนักรบมองโกล
ก็ไม่ถูกใจอีก  จึงไปเปลี่ยนเป็นบันฑิต
ก็ยังไม่ถูกใจ   จึงเปลี่ยนเป็นหลวงจีน
ดูแล้วรู้สึกพอใจ
พอดีลูกศิษย์กำลังเล่นกัน  โยนของมาโดนกระจกแตก
อาจารย์โกรธ  ดุด่าลูกศิษย์เป็นการใหญ่
เณรน้อยจึงถามอาจารย์ว่า
อาจารย์  เมื่อไม่มีกระจกแล้ว  ท่านก็ไม่สามารถมองเห็นตัวท่านเองหรือ

เมื่อมีกระจกอยู่ตรงหน้า
ใครส่องดูก็ย่อมเห็นเป็นคนนั้น
ถ้าไม่แยกแยะให้ชัดเจนแต่แรก
ก็มักเกิดอคติได้เสมอ
Posted by KiLiN on 12 Nov. 2003,03:57
"เมื่อไม่มีกระจกแล้ว ท่านก็ไม่สามารถมองเห็นตัวท่านเองหรือ"

ประโยคนี้เป็นคำถามเชิงปริศนา
กระจกเงาไว้ส่องดูตนเอง แต่กระจกเงาก็ยังคงส่องดูได้เฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก
คำถามของเณรจึงชวนให้คิดได้ว่า ถึงไม่มีกระจกเงาเราก็ยังส่องดูตนเองได้
และยังส่องได้ถึงข้างในเสียด้วยซ้ำ
Posted by KiLiN on 23 Nov. 2003,05:08
ตอนที่ ๑๔ 守攝其心



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 27 Nov. 2003,01:21
บ่มเพาะจิตใจ

ศึกษาธรรมะเป็นการปกบ้านป้องเมือง
ภูมิปัญญาทำให้รอดพ้นจากโจรภัย
เหมือนมีแม่ทัพนายกองคอยเฝ้าบัญชาการ
สร้างสันติสุขได้โดยไม่ต้องใช้กำลังอาวุธ
Posted by noktalay on 27 Nov. 2003,08:01

อดีตก็ผ่านไปแล้ว

อนาคตก็ไม่แน่นอน

ทั้งหมดที่เรามีอยู่ คือ "ปัจจุบัน"

ดังนั้นจงใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Posted by แสงดาว on 28 Nov. 2003,04:32
+:+:+:+:+:     อดีตรั้งไว้ไม่อยู่     +:+:+:+:+:

+:+:+:+:+:     อนาคตยากจะคาดคะเน     +:+:+:+:+:

+:+:+:+:+:     รักษาปัจจุบันไว้ ตอนนี้แหละ ใช่เลย !!! +:+:+:+:+:


( รูปภาพด้านบนเป็นคำสอนของพระอาจารย์ เจิ้งเหยียน )

flower.gif    flower.gif    flower.gif
Posted by noktalay on 28 Nov. 2003,08:30



ถ้าคุณใช้เวลาทุกขณะอย่างคุ้มค่า

แน่นอนว่าชีวิตของคุณย่อมบรรลุถึงจุดมุ่งหมาย


flower.gif สวัสดีคะ คุณแสงดาว....ขอบคุณที่มาเพิ่มเติมภาษาสวยงามและความรู้ให้คะ toy19.gif
Posted by KiLiN on 28 Nov. 2003,20:44
ดีจัง...คุณนกทะเล คุณแสงดาว
      again.gif
Posted by แสงดาว on 29 Nov. 2003,00:30
สวัสดีค่ะ คุณนกทะเล    flower.gif

ยินดี่ี่ได้รู้จักค่ะ    toy19.gif

    คุณแปลได้ดีมากๆอยู่แล้ว เพียงแต่บทกลอนจีนที่แปลเป็นอังกฤษ
มักจะไม่สามารถเก็บความหมายและความสละสลวยของภาษาได้อย่างครบถ้วน
    แต่ภาษาไทยของเรา สามารถแปลแล้วเก็บความหมาย รวมทั้งความสละสลวยของภาษาได้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว
    ดังนั้นจึงเห็นความแตกต่างระหว่างการแปลเป็นสองภาษาได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ( ดังเช่นรูปในภาพ 2 )

    *****   ผู้ที่รู้จักบริหารเวลาได้อย่างถูกต้อง  *****

   > ย่อมจะนำพาจุดมุ่งหมายแห่งความมานะบากบั่นของตนเอง <

               +:+:+: มาไว้ในอุ้งมือได้ :+:+:+:
 
                                   toy8.gif
Posted by noktalay on 29 Nov. 2003,10:07


มีเงินทองมากมายใช่ว่าชีวิตจะประสบกับความสุขเสมอไป

มีสติ รู้ ตื่น เบิกบาน ต่างหาก ที่จะนำจิตใจพบสันติสุข

flower.gif  flower.gif  flower.gif
สวัสดีคะ คุณแสงดาว

flower.gif ดอกไม้ให้คุณแสงดาวคะ ที่ช่วยทำมาเพิ่มเติมภาษาสวยงาม  การ์ตูนด้านบนทั้งหมดนกทะเลไม่ได้แปลหรอกนะคะ นกทะเลได้มาจากการ FW mail จากเพื่อนนะคะ ภาพน่ารัก อ่านแล้วก็รู้สึกดี และยิ่งดีขึ้นอีกเมื่อมีข้อความเพิ่มเติมจากคุณแสงดาว 

ขอบคุณคะ..... clap.gif
Posted by แสงดาว on 30 Nov. 2003,03:49
฿฿฿฿฿ ไม่ใช่ว่ามีเงินถึงจะมีความสุข ฿฿฿฿฿

> ถามใจดูแล้วว่าไม่มีความละอายแก่ใจติดค้างอยู่เลย<

+++++ นั่นแหละคือความสงบสุขที่สุด +++++
Posted by KiLiN on 11 Dec. 2003,11:16
ตอนที่ ๑๕ 八風吹不動



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by add on 11 Dec. 2003,23:07
โหลๆ  คุณแสงดาว คุณสข1 ช่วยแปลหน่อยสิคะ  ตอนนี้น่าสนุกออก แต่ดูแล้วยังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ   ic-14.gif
Posted by แสงดาว on 13 Dec. 2003,01:37
หัวโขกพื้นน้อมคำนับฟ้าเหนือฟ้า   แสงเจิดจ้าสาดส่องเหล่าเวไนย
ลมแปดทิศโหมมาไม่หวั่นไหว           นั่งนิ่งในดอกบัวสีม่วงทอง

เมื่ออาจารย์เขียนกลอนบทนี้แล้วถามลูกศิษย์ว่า  
“ กลอนบทนี้เป็นอย่างไรบ้าง “
เณรน้อยรูปหนึ่งกำลังผายลม ( คำว่าผายลมเป็นศัพท์สแลง แปลว่า
พูดจาไร้สาระ ) เหล่าศิษย์พี่เลยพูดว่า “ ท่านผายลม ( ท่านพูดจาไร้สาระ)  “  อาจารย์ทำท่าฉุนเฉียว เณรน้อยเลยพูดว่า
“ ทำไมแค่ผายลมหนึ่งครั้ง ลมนั้นยังทำให้ท่านหวั่นไหวเลยหรือครับ “
Posted by KiLiN on 13 Dec. 2003,08:36
ขอบคุณมากครับ คุณแสงดาว 
ความหมายดีมากเลย
ผายลม = พูดจาไร้สาระ
เปรียบคำพูดที่ไร้สาระ เป็นแค่ลมตดที่เป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

บทกลอนก็ดีจัง สอนให้ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวโยกคลอนกับสิ่งยั่วยุทั้งปวง

ว่างๆ ช่วยแปลบทแรกๆ ที่ยังไม่ได้แปลอีกน่ะครับ  biggrin.gif
Posted by สข1 on 13 Dec. 2003,22:54
ยอดเยี่ยมมากครับ  คุณแสงดาว
Posted by แสงดาว on 14 Dec. 2003,04:19


สวัสดีค่ะ คุณ สข1

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ  coffee.gif

>>>> ปู้ลุ่นต้าวหนาหลี่เซียงเฝิง หว่อเหมินโตวซื่อจื้อจี่เหยิน <<<<

>>>> หว่อเหมินโตวซื่อหลงเตอฉวนเหยิน <<<<
Posted by KiLiN on 14 Dec. 2003,08:41
ตอนที่ ๑๖ 空中摘月



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 16 Dec. 2003,02:09
*+*+*+*+ สอยเดือนกลางเวหา +*+*+*+*


ค่ำคืนเดือนเพ็ญ อาจารย์และเหล่าลูกศิษย์ยืนชมจันทร์อยู่นั้น
ต่างชมจันทร์ว่าคืนนี้พระจันทร์กลมโตและทอแสงงามอร่ามตา
ศิษย์พี่สั่งให้ศิษย์น้องสอยดวงจันทร์มาให้หน่อย
ศิษย์น้องเลยไปเอาบันไดมา
อาจารย์ถามว่า “ เอาบันไดมาทำไม “
“ สอยดวงจันทร์ครับ “ ศิษย์ตอบ
“ บันไดจะสอยดวงจันทร์ได้อย่างไร “
ศิษย์เลยถามว่า “ แล้วจะสอยดวงจันทร์ได้อย่างไรครับ “

  คนโบราณทิ้งร่องรอยไว้บนหิน แต่ผาหินอันสูงชันกลับไม่มี
ดวงจันทร์ทอแสงงามยามราตรี   วอนอยากมีวอนอยากได้แต่ไม่ทำ


>>>> ต้องขออภัยที่บางวรรคไม่สามารถหาวรรณยุกต์มาลงท้ายวรรคได้
      เพราะ หาคำมาตรงกับใจความไม่ค่อยได้
      และพึ่งฝึกแปลฝึกแต่งกลอนที่นี่เป็นครั้งแรก
      ผิดพลาดประการใด ยินดีรับฟังคำชี้แนะค่ะ <<<<
Posted by สข1 on 21 Dec. 2003,22:11
สวัสดีครับคุณแสงดาว

ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ  ขอฝากบทกวีบทนี้ให้คุณแสงดาวครับ

ม่อเฉี่ยนชุนชิวเจีย ยรึ ชวี่    จุ้ยหนานเฟิง หยวี่ กู้ เยริน หลาย
Posted by add on 21 Dec. 2003,22:45
คุณแสงดาวแปลได้ดีนะคะ   ฮ้า  แล้วคุณ สข1 พูดกะคุณแสงดาวรู้เรื่องกันสองคนเองน่ะ  เหอๆๆ  แปลหน่อยๆๆ
Posted by แสงดาว on 22 Dec. 2003,00:43
ขอบคุณค่ะคุณ add ที่ชม
สำหรับข้อความที่เขียนให้คุณ สข1
แปลได้ดังนี้

ไม่ว่าเราจะพบเจอกันที่ไหน
พวกเราล้วนเป็นคนกันเอง
พวกเราสืบเชื้อสายมาจากมังกร


ส่วนบทกวีของคุณ สข1 ให้คุณ สข1 แปลเองแล้วกัน
เพราะออกเสียงควบกล้ำชัดเจนจนต้องไปดู
พยัญชนะกับสระใหม่ว่าเป็นตัวไหนกันแน่
ภาษาจีนมีคำพ้องรูปพ้องเสียงมากมายจนตัวเอง
ต้องมานั่งแยก ได้หลายหน้า
Posted by KiLiN on 25 Dec. 2003,09:02
ตอนที่ ๑๗ 明珠一顆



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 27 Dec. 2003,01:09
~*~*~*~*~*~*~ ไข่มุก ~*~*~*~*~*~*~

ชาวประมง   :    “ อาจารย์สบายดีหรือครับ ? “
อาจารย์      :    “ อ้าว !!! ทำไมจากยาจกกลายเป็นเศรษฐีเล่า ? “
ชาวประมง   :    “ เพราะผมได้ไข่มุกราตรีมา 1 เม็ด “
อาจารย์      :    “ ไข่มุกราตรี !!!! “
ชาวประมง   :    “ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ “ ( เล่าเรื่องตอนออกไปหาปลา )
ชาวประมง   :    “ หาปลาไม่ได้อย่างนี้ เราจะทำยังไงดี ? “
ศิษย์น้อง     :    “ ประสก ทำไมนั่งหน้าเศร้าอมทุกข์อยู่อย่างนี้ ? “
ชาวประมง   :    “ ผมมีพ่อที่แก่เฒ่า มีลูกที่ยังเล็กต้องเลี้ยงดู
                       หาปลาไม่ได้อย่างนี้ ผมจะทำยังไงดี ? “
ศิษย์น้อง     :    “ ประสก นี่อะไร ? “
ชาวประมง    :    “ หอยที่ไร้ราคา “
ศิษย์น้อง     :       แกะเปลือกออกเห็นไข่มุก 1 เม็ด
ชาวประมง    :    “ เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ “

ฉันมีไข่มุกอยู่หนึ่งเม็ด
ถูกหมกเม็ดอยู่กับฝุ่นมานานปี
มาวันนี้ไร้ฝุ่นดูเงาดี
ส่องนทีเจิดจ้าจรัสพราว

Posted by KiLiN on 27 Dec. 2003,02:00
อ้อ...เข้าใจความนัยแล้ว ขอบคุณครับคุณแสงดาว 

เขาเข้าใจผูกเรื่องดีจัง ความหมายก็คือว่า
ทุกคนล้วนมีของดีอยู่ในตัว แต่ถูกบดบังด้วยของเสียเอาไว้
ถ้าขจัดของเสียที่หมักหมมมาเนิ่นนาน ของดีนั้นก็จะส่งผลส่งคุณค่า


      ลูกรัก.....เจ้ารู้หรือไม่ว่า

      สรรพชีวิตทุกชนิด 
      มีความสำเร็จอันเบิกบานแจ่มใส
      เปรียบได้ดั่งแสงอาทิตย์ทุกผู้

      แต่มันขึ้นอยู่กับว่า 
      ผู้นั้นจะมีความจริงใจต้องการเรียนรู้
      และเพียรพยายามขจัดเมฆหมอก 
      ที่มาบดบังพลังแสงแห่งความสำเร็จนั้น
      ได้มากน้อยแค่ไหน



       ลูกรัก....
       จงรื้อขยะเก่า
       ไม่เพิ่มขยะใหม่
       ทำของดีที่มีอยู่แล้วให้ผ่องใส
       ทั้งหมดนี้ คือหน้าที่สำคัญในพระศาสนานี้

Posted by nid on 30 Dec. 2003,02:41
อ่านเจอเลยนำมาฝากค่ะ.... inlove.gif





+++...พึงยินดีในสิ่งที่มีอยู่ แล้วโลกของคุณจะไร้ความกลัดกลุ้ม...+++



ที่มา : < http://www.budpage.com/bpoem03.shtml >
Posted by nid on 30 Dec. 2003,10:09



+:+:+...พึงทำดีอย่างจริงใจ ไม่ว่าใครจะร้ายกับเราก็ตาม...+:+:+

+:+:+...เพราะนั่นคือโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น...+:+:+




ที่มา : < http://www.budpage.com/bpoem03.shtml >
Posted by nid on 30 Dec. 2003,10:34
ว๊าวววว......เพิ่งสังเกตุเห็น ฉายา หมอดูแม่นๆ ได้มาตั้งแต่เมื่อใดกันนี่... wavey.gif
ขอบคุณท่านพี่ KiLiN นะคะที่กรุณามอบให้ แต่หมอดูคนนี้จริงๆแล้ว
ไม่ชอบทั้งดูหมอแล้วก็ให้หมอดูเลยค่ะ...แล้วจะเอาความแม่นมาจาก
ที่ใดกันละเนี่ย... laugh1.gif
Posted by KiLiN on 10 Jan. 2004,06:01
ตอนที่ ๑๘ 不洗塵不洗體



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 12 Jan. 2004,01:31
ศิษย์น้อง   :    อาจารย์ครับ เชิญไปอาบน้ำครับ
อาจารย์    :     อาบน้ำ !!!!!
                  อาจารย์ไม่ต้องล้างความสับสนวุ่นวาย
                  ไม่ต้องล้างจิตเดิมแท้
                  แล้วจะให้อาจารย์ล้างอะไรอีก
ศิษย์น้อง   :    อาจารย์อาบน้ำก่อนครับ
                  เดี๋ยวจะเอาสบู่มาให้ครับ

น้ำไม่ต้องชะล้างด้วยน้ำ  
ผู้มีธรรมล้ำเลิศด้วยธรรมคุณ
ฝุ่นไม่อาจทำให้เลอะตัวฝุ่น
จิตไม่วุ่นคือดั้งเดิมจิตเดิมแท้


^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^


ด้านล่างเป็นบทโศลกที่ท่านพุทธทาสเขียนไว้
เนื้อหาใกล้เคียงกันเลยนำมาให้อ่านประกอบ


กายของเราคือต้นโพธิ์
ใจของเราคือกระจกเงาอันใส
เราเช็ดมันโดยระมัดระวังทุกๆชั่วโมง
และไม่ยอมให้ฝุ่นลงจับ

ไม่มีต้นโพธิ์
ทั้งไม่มีกระจกเงาอันใสสะอาด
เมื่อทุกสิ่งว่างเปล่าแล้ว
ฝุ่นจะลงจับอะไร

Posted by KiLiN on 22 Jan. 2004,22:28
ตอนที่ ๑๙ 臨濟喝



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 26 Jan. 2004,03:51
ประสกคนที่ 1  :  “ ขอเรียนถามอาจารย์หน่อยครับ อะไรคือธรรมะ “
อาจารย์      :  ( แสดงวิทยายุทธ พร้อมคำรามเสียงดัง “ เฮ้อ “ )
ประสกคนที่ 1  :  “ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยชี้แนะ “
ประสกคนที่ 2  :  “ ขอเรียนถามอาจารย์หน่อยครับ อะไรคือมรรคา “
อาจารย์      :  ( แสดงวิทยายุทธ พร้อมคำรามเสียงดัง “ เฮ้อ “ )
ประสกคนที่ 2  :  “ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยชี้แนะ “

เหล่าลูกศิษย์ฝึกวิทยายุทธ แต่เมื่อภัยหรือกิเลสมาถึงตัวกลับป้องกันตัวเองไม่ได้

คนเราควรเรียนรู้และฝึกปฏิบัติธรรมให้สม่ำเสมอ
เพื่อที่จะได้รู้เท่าทันกิเลสต่างๆที่จะแวะเวียนเข้ามา
ความตายของคนเราจะมาถึงเมื่อไรก็ไม่รู้
การที่จะมาฝึกเมื่อจวนตัวคงจะไม่ทันการเสียแล้ว
ไม่ควรเสริมเติมแต่งธรรมะให้ผิดแผกไปจากที่พระพุทธองค์เคยสอนไว้
หรืออธิบายธรรมะให้ดูลึกล้ำ พิศวง และวกวน
ควรจะจะเน้นถึง สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ด้วยเหตุและผล
นั่นแหละคือธรรมะที่แท้จริง …………

Posted by KiLiN on 27 Jan. 2004,09:20
ตอนที่ ๒๐ 道眼不通



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 01 Feb. 2004,01:19
*.*.*.*.*.*.  ดวงตาเห็นธรรม  .*.*.*.*.*.*

ขณะที่ศิษย์อาจารย์กำลังเดินอยู่ที่ตลาด
ชาวบ้านสูบน้ำจากบ่อขึ้นมาใช้ไม่ได้
อาจารย์  :   “ สูบน้ำจากบ่อขึ้นมาใช้ไม่ได้เพราะดินไปอุดตัน
                  อาจารย์ขอถามพวกเราหน่อย
                  ดวงตาไม่เห็นธรรมเพราะอะไรมาปิดบัง ? “
ลูกศิษย์   :     คิดไม่ออก
อาจารย์   :     “ เพราะโดนดวงตาของพวกเจ้ามาปิดบัง “


การที่คนเราไม่เห็นแสงสว่างของธรรมะเพราะ
ยังลุ่มหลงมัวเมาอยู่ในกิเลส ปิดบังการรู้แจ้งจนมืดมิด
หากเราศึกษาธรรมะให้เข้าใจถึงแก่นแท้แห่งธรรมะ
เราก็จะเกิดดวงตาเห็นธรรม

Posted by KiLiN on 02 Feb. 2004,05:57
ตอนที่ ๒๑ 字黑紙白



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 03 Feb. 2004,22:54
!!+!!+!!+!!+ อักษรดำบนกระดาษขาว +!!+!!+!!+!!

มีชาวต่างชาติต่างศาสนามาเผยแพร่ธรรมะ
เล่าเรื่องราวถึงประวัติและความเป็นมาของพระศาสดา
และก็มอบพระคัมภีร์มาให้ 1 เล่ม

อาจารย์ :  “ ของเล่นของ…..มีอะไรพิเศษหรือเปล่า ? “
ลูกศิษย์ :  “ ไม่เหมือนจริงๆครับ อาจารย์ “
อาจารย์ :  “ พิเศษตรงไหนหรือ ? “
ลูกศิษย์ :  “ ดูซิครับ !!!! ตัวอักษรเป็นสีดำ กระดาษเป็นสีขาว “

ธรรมะของทุกศาสนาก็เป็นไปตามปกติธรรมชาติเช่นนั้นเอง
พระคัมภีร์ต่างๆก็เป็นเพียงตัวอักษรบนพื้นกระดาษ
ไม่ได้เป็นของล้ำลึก พิศวง ศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์
จนต้องคิดไปเป็นต่างๆนานา

Posted by KiLiN on 04 Feb. 2004,05:01
ขอบคุณครับ คุณแสงดาว
        การ์ตูนตอนนี้ผมก็ดูแล้วก็อ่านความหมายไม่ออก แต่พอคุณแสงดาวแปลมาอย่างนี้ ก็เลยเข้าใจหละ ว่าหมายถึงอย่างไร เลยจะมาขยายความให้ชัดขึ้น

        เนื้อหาของการ์ตูนต้องการสื่อว่า  ธรรมะไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษร ไม่ได้อยู่ที่ความหมายของคำ แต่อยู่ที่เนื้อความในของมัน  หมายความว่า คำภีร์อักษรภาษาไม่ใช่ตัวธรรมะ คำภีร์อักษรภาษาเป็นเพียงสื่อ สื่อหนึ่งที่จะให้เข้าใจความในเท่านั้น  ซึ่งสื่อทุกสื่อก็มีขีดจำกัดในการสื่อให้เข้าใจความในเบื้องลึก  ความหมายข้อนี้เป็นจุดสำคัญ ที่คนหลงเข้าใจผิด ไปศึกษาธรรมะโดยการอ่าน จากคำภีร์จากพระไตรปิฎก ซึ่งจะไม่สามารถเข้าใจเข้าถึงธรรมะ  ที่เขาได้ ได้แค่ความหมายของคำของอักษรของภาษา   นี่จึงเป็นที่มาของมหาเปรียญ ปธ.สูงๆ แล้วยังเหลวแหลก ก็เพราะเขาเข้าใจธรรมะแค่โดยภาษาแต่ไม่ได้เข้าใจธรรมในเนื้อแท้ของธรรมะ   

        ความในอีกข้อที่การ์ตูนสื่อก็คือ  คำสอน บทบัญญัติ ของทุกศาสนา  เป็นเพียงประสพการณ์หนึ่งๆของศาสดาท่านนั้นๆ ที่ประสพแล้วบันทึกไว้เท่านั้น  ซึ่งมีอยู่แล้วตามธรรมชาติอันมากมาย  ไม่ได้เป็นกฎเป็นทฤษฎีวิเศษวิโสที่คิดค้นได้มาจากไหน  หากมาจากธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว ซึ่งใครๆก็สามารถจะมีจะประสพได้ด้วยตนเองอีกเช่นกัน  

        มีเรื่องจริงทำนองนี้เรื่องหนึ่งมาเล่าว่า

        ครั้งหนึ่งมีพระบวชใหม่รูปหนึ่ง หลังจากบวชแล้วในวันหนึ่งๆ ก็เฝ้าแต่จะศึกษาคร่ำเคร่งในพระไตรปิฎก ผ่านไปหลายวันต่อมา พระเก่าที่พระบวชใหม่บวชแล้วมาอาศัยอยู่ด้วย ก็เดินเข้ามาหา แล้วถามว่า
        " ท่านกำลังทำอะไรอยู่ "  พระใหม่ก็ตอบว่า
        " ศึกษาพระไตรปิฎกครับ " พระเก่าก็ถามว่า
        " ดีมั้ย " 
        " ดีครับ " พระใหม่ตอบ
        " อือม....ผมก็ว่าดี  แต่นั่นมันดีของพระพุทธเจ้า  แล้วไหนหล่ะดีของคุณ " พระเก่าพูด
        พระใหม่ฟังแล้วอึ้งไป " ?? "
       
         รุ่งขึ้นอีกวัน พระใหม่ที่ทุกวันในเวลานี้ จะมานั่งอ่านพระไตรปิฎก ท่านกลับไปหยิบไม้กวาดไปกวาดลานวัดแทน พระเก่าเห็นดังนั้น จึงเดินเข้าไปสะกิดสีข้าง แล้วพูดขึ้นว่า
         "ตั้งแต่ท่านบวชมา ผมเพิ่งเห็นดีของท่านวันนี้เอง"


         ธรรมะที่แท้ต้องไม่อยู่แค่ตัวอักษร  ธรรมะที่แท้ต้องไม่ใช่แค่คำสอน
                             แต่
         ธรรมะที่แท้มาจากการปฏิบัติ และธรรมะที่แท้นั้นปฏิบัติให้เห็นดีได้ในชีวิตประจำวัน

Posted by แสงดาว on 04 Feb. 2004,06:01
สวัสดีค่ะ พี่คิลิน

  เพิ่งเห็นวิสัยทัศน์ทางธรรมก็วันนี้นี่เอง เลื่อมใสค่ะ
พอดีไปที่เว็บหนึ่งมีข้อความว่าอย่างนี้ค่ะ


คนที่รู้ข้อธรรม หรือ รู้บัญญัติมากเพราะอ่านมากจะทำไม่ค่อยได้ “รู้เฉย ๆ” ไม่ได้ เพราะเคยชินที่จะนั่งวิเคราะห์สิ่งที่กำลังเกิดกับตนเอง ทำให้ล่าช้าต่อการเข้าถึงพระนิพพาน


  ระยะหลังค่อนข้างมีปัญหากับตรงนี้ การปฏิบัติไม่ได้ดีเหมือนตอนฝึกใหม่ๆ กำลังหาทางปรับปรุงตัวเองอยู่
Posted by KiLiN on 05 Feb. 2004,05:03
สวัสดีครับ คุณแสงดาว

        มีเรื่องทำนองเดียวกันที่ต่อเนื่องกับเมื่อวาน  และบางทีอาจเป็นคำตอบของคุณแสงดาวด้วย ก็คือ

        พอพูดถึงการปฏิบัติธรรม ภาพของคนทั่วไปก็จะนึกถึงการนั่งสมาธิ  ก็คงน่าจะดี อย่างน้อยช่วงเวลานั้น  ก็ไม่มีเวลาไปทำชั่ว  แต่จะเป็นทางที่ถูกตรงกับจริตของแต่ละคนหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่อง

        เมื่อก่อน ผมก็เคยไปนั่งกับเขา ผ่านไปหลายครั้ง  ก็ยังไม่หือไม่อือ  เกิดคำถามอยู่ในใจว่า เอ....ตกลงเขานั่งกันไปทำไม  แล้วได้อะไรบ้าง เห็นมีแต่คนที่ว่านั่งแล้วได้ดี ก็จะเห็นนิมิตไปต่างๆนาๆ 

        คนที่เริ่มปฏิบัติใหม่ๆช่วงแรกๆ  จะรู้สึกทำได้ดี  เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มจะหยุดนิ่ง ไม่มีอะไรคืบหน้า หรือร้างลา อ่อนความพยายาม แล้วเลิกไปในที่สุด  ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? ด้านหนึ่งอาจเพราะช่วงแรกไฟยังแรง นั่นมักเป็นความคิดที่เรามักสรุปกันง่ายๆ แล้วก็ไม่ได้ให้คำตอบในการปรับปรุงอะไรได้มากมาย  นอกจากเรียกร้องตนเองให้ฝืนพยายามให้มากขึ้น เหตุผลที่น่าจะดีกว่า  อาจเป็นว่า  ช่วงแรกๆๆที่เราปฏิบัติได้ดี เพราะของเก่าที่เราเคยสะสมไว้มันตามมา (หมายถึงสะสมไว้แต่ภพชาติปางก่อน)  เราจึงรู้สึกว่าปฏิบัติได้เร็วได้มาก  เพราะเคยทำเคยสะสมมาแต่เก่าก่อนบ้างแล้ว  จึงดูง่าย แต่จริงๆแค่ได้รื้อฟื้นทบทวนทำซ้ำของเดิมเท่านั้น  ยังไม่ได้ทำอะไรใหม่จึงดูไปได้เร็ว  เมื่อของเก่ามาหมดแล้ว ทีนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องสะสมของใหม่กันละ มันจึงรู้สึกว่าช้า  ส่วนคนที่ปฏิบัติแล้วไม่ได้อะไร ก็คือไม่มีของเก่าสะสมมาเลย หรือสะสมมาเป็นแบบอื่น จึงเรียกว่าไม่ตรงจริต  เหตุผลตรงนี้จะเข้าใจยาก จนถึงเข้าใจไม่ได้  ถ้าไม่เชื่อว่าตายแล้วต้องเกิดใหม่  คนยุคเทคโนโลยี่จะมีปัญหามากตรงจุดนี้(รวมผมด้วยในอดีต) ในทางกลับกันถ้าเข้าใจและเชื่อเรื่องภพชาติ ปมตรงนี้กลายเป็นของธรรมดา เหมือนนอนหลับแล้วตื่นในแต่ละวัน  แล้วสะสมความรับรู้ทั้งดีและเสียกันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่รู้กี่หลับกี่ตื่น  หรือไม่รู้กี่ภพกี่ชาตินั่นเอง
 
       ประเด็นที่น่าสนใจจึงมีต่อว่า  ถ้าเหตุผลเปลี่ยนไปจาก "ช่วงแรกไฟแรง" กลายเป็นเพราะ "ของเก่าตามมา" แล้วมันให้ประโยชน์ต่อการคิดปรับปรุงเพื่อต่อยอดของใหม่ ที่ดีกว่าได้อย่างไร ?  ก็ต่อพรุ่งนี้ครับ.....
Posted by KiLiN on 05 Feb. 2004,22:02
ของเก่าตามมา

          " ช่วงแรกไฟแรง " กับ " ของเก่าตามมา "  ดูเผินๆ ก็เหมือนไม่น่ามีผลให้เกิดความแตกต่างอะไรได้มากมาย  แต่จริงๆแล้ว ต่างกันมาก อย่างฟ้ากับดินทีเดียวแหละ  ต่างกันอย่างไร ?

          ประโยคที่ว่า "ช่วงแรกไฟแรง"  มองเป้าไปที่อัตวิสัยของคน  เป็นเรื่องของความพยายามที่ต่างกันมากน้อย  ใครพยายามมากก็ได้มาก  ใครพยายามน้อยก็ได้น้อย  ที่หยุดนิ่งก็คงเพราะขี้เกียจไปหน่อย  เมื่อวิเคราะห์อย่างนี้ ก็ไปเพิ่มความพยายามให้มากเหมือนช่วงแรกๆๆ ก็คงจะได้ดีแบบช่วงแรก  แต่เอาเข้าจริงมันจะไม่ใช่  ผลที่ตามก็จะเริ่มท้อเอาตอนหลัง

           ส่วนประโยคที่ว่า " ของเก่าตามมา "  มันเป็นเรื่องของความเชื่อ เป็นเรื่องของการสะสมในช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน  ยาวนานจนแม้ตัวเราเองก็ไม่สามารถจะจำได้  คือสะสมหลายภพหลายชาติ  สะสมทั้งดีและเลวมาอย่างยาวนานอย่างมากมาย  ที่สุดของความเชื่อนี้ก็คือ เชื่อเรื่องของกรรม

           จะเห็นว่าความคิดที่ว่า " ช่วงแรกไฟแรง " นั้น เป็นความคิดแบบตัดตอน  คือ มองเป็นจุด มองที่จุดของปัญหา  ไม่ได้คำนึงถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเรื่องก่อนหน้าอะไรมากมาย   เวลาจะคิดแก้ จึงแก้เป็นจุด  ซึ่งแน่นอน  ผลที่ออกมันก็ออกเป็นจุด  พอมีเรื่องอื่นมากระทบมาเชื่อมโยง (ซึ่งต้องมีอยู่แล้ว) ผลก็เปลี่ยน  ไม่ได้ตามที่คิดตามที่คาดหวัง

            ขณะที่ความคิดที่ว่า " ของเก่าตามมา " มันเชื่อมโยงอย่างมหาศาล  ไม่เพียงเชื่อมโยงเฉพาะชาตินี้มันเชื่อมโยงไปถึงชาติก่อนๆ และแน่นอนมันยังต้องเชื่อมโยงไปชาติที่ยังมาไม่ถึงอีกด้วย  ความคิดนี้จึงเป็นการมองปัญหาแบบเชื่อมโยงต่อเนื่องตลอดทั้งระบบ ทั้งวงจรของชีวิต  และด้วยความคิดนี้จึงจะเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงได้  

            แล้วถ้าเป็นเช่นนี้  เราจะสะสมของใหม่ให้เพิ่มขึ้น  ให้ถูกตรงถูกต้องได้ดีได้อย่างไร ?  ต่อตอนต่อไป =>
Posted by Ghosty Rat on 06 Feb. 2004,19:47
Thank you for this cartoon and  มหากรุณาธารณีสูตร ๘๔ คำ, ขอเชิญฟังเพลงสวด -+ บทสวดมนต์ธิเบต +-(that one is really good).

I come back now and sorry about the last time. I will try to update my topic a bit more frequently and shorter. Please accept my apologise too.
Posted by KiLiN on 23 Feb. 2004,04:58
ตอนที่ ๒๒ 境由心生



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by add on 23 Feb. 2004,08:28
เอิ๊กๆๆ  laugh1.gif    การ์ตูนเรื่องนี้ตลกจังเลย  

          คุณแสงดาว คุณ สข1 รีบมาแปลให้หน่อยค่ะ  ยังไม่ทันจะแปลก็สนุกแล้วน่ะ  ไม่เชื่อลองดูค่ะ  คุณป่าน  คุณ Ghosty Rat thumbsup.gif
Posted by แสงดาว on 25 Feb. 2004,01:32
๛ ๛ ๛ ๛  ปรุงแต่งมาจากใจ ๛ ๛ ๛ ๛

อาจารย์ขี่ควายมาตามทาง ส่วนควายก็ถ่ายไปตามทาง

ลูกศิษย์    :     อาจารย์ครับ ดูประสกท่านนั้นซี
                   ขี่ม้าแล้วดูเคร่งขรึม ราวรูปปั้นองค์พระปฏิมาเลยครับ
ประสก     :     ท่านอาจารย์ ท่านก็ดูไม่เลวเหมือนกัน
                    ดูขึ้นมาแล้ว เหมือนขี้ควายกองหนึ่งเลยครับ
                    ( หัวเราะ ) บังเอิญม้าไปสะดุดกับเปลือกกล้วย
                    ทำให้ประสกเสียหลักพลัดตกจากม้า
                    หน้าไปจมอยู่กับกองขี้ควายพอดี
ลูกศิษย์    :      คำพูดจากปากของอาตมาเป็นพระ
                    คำพูดจากปากของท่านเป็นขี้ควาย

ร่างกายของมนุษย์ประกอบขึ้นมาจากธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ
จิตใจของเราโดยธรรมชาติ จิตเดิมแท้เป็นจิตที่ใสสะอาด
แต่เพราะจิตถูกปรุงแต่งด้วยอารมณ์ โลภ โกรธ หลง ที่ซ่อนเร้นแทรก
มากับความคิดปรุงแต่งใน รูป รส กลิ่น เสียง กายสัมผัส และธรรมารมณ์ที่ผ่านมาทาง อายตนะทั้ง 6  แทนที่จะเห็นสภาวะธรรมที่
กำลังสัมผัสอยู่ตามความเป็นจริง กลับวาดเป็นมโนภาพอันวิจิตรพิศดาร หรือน่าสะพรึงกลัว ไปตามความต้องการ หรือความไม่ต้องการของตน

โชคเคราะห์วาสนาเหมือนความฝันเหมือนฟองอากาศในน้ำ
ผุดขึ้นมาไม่นานแล้วก็จะสลายไป



พี่คิลินคะ
ข้อความข้างบนที่บอกว่ายังมีตอนต่อไป ยังรออ่านอยู่นะคะ
ยังไม่เคยอ่านบทความลักษณะนี้มาก่อน น่าสนใจ และน่าติดตาม

กรณีของเก่ากับของใหม่เดินกันไปคนละแนว
ฝึกๆไปสิ่งที่ไม่เคยฝึกมาก่อน มีมาให้เห็นบ่อยๆ
ยามเผลอก็อดไปกับความเคยชินเก่าๆไม่ได้
หลายคนไม่เข้าใจ หาว่าชอบคิดชอบทำอะไรแผลงๆ
คิดว่ายิ่งเพ่งยิ่งดี ถึงจะสงบนิ่งก็เป็นความสงบนิ่งแบบแข็งทื่อๆ
ไม่นุ่มนวลต่อการใช้งาน ขืนทำต่อไปอาจจะบ้าก็ได้

Posted by KiLiN on 25 Feb. 2004,21:29
สวัสดีครับ คุณแสงดาว

    ช่วงนี้ยุ่งๆ นิดหน่อย ไว้จะมาเขียนต่อนะครับ ต้องมีเวลามากๆ นิ่งๆ ถึงจะเขียนได้ ตอนนี้เอาการ์ตูนมาให้ดูกันพลางๆก่อน smile.gif

ตอนที่ ๒๓ 三戒示徒



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by แสงดาว on 27 Feb. 2004,03:34
^^^^^~~~~~ คำเตือนสอนศิษย์ ~~~~~^^^^^

เรื่องนี้ไม่มีบทพูด แต่สื่อคำเตือนผ่านพฤติกรรมของตัวการ์ตูน
และตัวหนังสือ

ศิษย์คนที่ 1: พูดมือถือ
คำเตือน : คำพูดที่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น
             ไม่พูดดีกว่า

ศิษย์คนที่ 2 : คิดจะใช้อามิสสินจ้าง
คำเตือน        คิดจะทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
             ไม่คิดดีกว่า

ศิษย์คนที่ 3: ห้อยโหนโจนทะยาน
คำเตือน         การกระทำที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
              ไม่ทำดีกว่า

Posted by แสงดาว on 28 Feb. 2004,01:46
+:+:+:+:+:+:  เซน…..คืออะไร  :+:+:+:+:+:+

ที่มา        นิตยสาร  FUN
แปลโดย   แสงดาว

 ไม่พึ่งพิงตัวอักษร ชี้ตรงไปยังจิต หากเห็นธรรมชาติของจิตเดิมแท้ จะบรรลุเป็นพุทธะ
 ไม่มีคำบรรยาย แต่มีความนัยอยู่ในความไม่มีนั้น
 เป็นลำแสงสว่างแห่งชีวิต เป็นบุปผาแห่งมวลชน
 ทุกแห่งหนในโลกมีเครื่องฝึกสติ  ไม่มีธรรมชาติสักอย่างที่เซนไม่นำมาฝึกสติ
 เหมือนเป็นแสงอาทิตย์อันรุ่งโรจน์ที่สาดส่องมายังโลกมนุษย์
 คือปัญญา คือความจริงใจ คือโฉมหน้าที่แท้จริงของตัวเรา
 ทำให้เรารู้จักตัวเอง เกิดแสงสว่างแห่งปัญญา รู้แจ้งเห็นจริง
 ทำให้สถานะการณ์ที่ขัดแย้งคลี่คลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน                                                          
จากความคิดที่แตกต่างหล่อหลอมมากลายเป็นหนึ่งเดียวกัน
 คือการดำรงชีวิตอย่างหนึ่ง คือขอบเขตที่สวยงามหมดจด
 ไม่เน้นการเป็นพุทธะ แต่เน้นการรู้แจ้ง
 เป็นความก้าวล้ำ เป็นความมีเกียรติ
 อดีตที่ผ่านมาล้วนว่างเปล่า เป็นแค่ฉากหนึ่งของธรรมชาติ  
ไม่มีความสั้นยาวของกาลเวลา ไม่มีช่องว่างใกล้ไกล
 ยามหลงมองเห็นความแปลกแยกแตกต่าง
ยามรู้ไม่มีความแปลกแยกแตกต่าง
 บาตรหนึ่งข้าวพันบ้าน ชาวเซนท่องหมื่นลี้
 คือความเป็นอยู่ของชีวิต

Posted by KiLiN on 05 Mar. 2004,07:29
ตอนที่ ๒๔ 神通變化



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 11 Aug. 2004,02:24
ปาฏิหาริย์จำแลง

อาจารย์นั่งสมาธิตีบันเฑาะอยู่หน้าภาพเซียนทั้งหลาย
เณรน้อยวิ่งมาถึงหันไปมองภาพด้านหลัง  เกิดเห็นเป็นภาพปาฏิหาริย์จำแลงเปลี่ยนรูปได้หลากหลาย จึงถามขึ้นว่า
อาจารย์ครับ  ทำอย่างไรจึงจะแสดงปาฏิหาริย์จำแลงได้หลากหลายละครับ
อาจารย์นึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า  ทุกวันนี้เจ้าก็ต้องเร่งรีบเข้าๆออกๆ ทำงานบ้าง  รับแขกบ้าง  นั่นไม่ใช่ปาฏิหาริย์จำแลงดอกหรือ
เณรน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ยิ้มออกมาได้

ยามปกติพบเห็นไม่รู้สึกว่าประหลาด
เพียงแต่ตัวเรากำหนดขึ้นเอง
ถ้าหากว่าปล่อยวางไม่ยึดถือ
ไม่เที่ยวโพนทนาไปทุกที่
แดงเขียวใครเป็นผู้กำหนด
ขุนเขาเกิดจากเม็ดฝุ่นน้อย
แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
เคลื่อนไหวไปมาเติมฟืนไฟ
Posted by KiLiN on 11 Aug. 2004,21:14
ขอบคุณครับคุณ สข1
มาดูตอนต่อไป

ตอนที่ ๒๕ 你也對



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 13 Aug. 2004,09:13
เจ้าก็ถูกเหมือนกัน

ลูกศิษย์ 2 คนเถียงกันว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน
คนอ้วนบอกว่า  มีไข่ก่อนแล้วค่อยมีไก่
คนผอมบอกว่า  ไม่ใช่ ไม่ใช่  ต้องมีไก่ก่อนแล้ว  จึงมีไข่
คนอ้วนบอกว่า  อาจารย์ยังบอกว่า ไก่ออกมาจากไข่
ทั้ง 2 คนจึงไปถามอาจารย์
คนผอมถามว่า  อาจารย์ มีไก่ก่อนแล้วค่อยมีไก่ถูกหรือไม่
อาจารย์ตอบว่า  ถูก
คนอ้วนก็ถามว่า  อาจารย์ มีไข่ก่อนแล้วค่อยมีไก่ใช่หรือไม่
อาจารย์ตอบว่า  ถูก
เณรน้อยฟังแล้วงงจึงถามว่า  อาจารย์ ทำไมถึงถูกทั้ง 2 อย่างเลยละ
อาจารย์หันมาตอบว่า  เจ้าก็ถูกเหมือนกัน


ไม่ขัดต่อหลักการ
ไม่ขัดต่อวิธีปฏิบัติ
ถ้าไม่ขัดทั้งหลักการและวิธีปฏิบัติ
ก็ไม่ขัดต่อทุกเรื่องในโลกนี้
Posted by KiLiN on 13 Aug. 2004,21:26
ตอนที่ ๒๖ 自身體驗



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 14 Aug. 2004,22:24
สุขา

อาจารย์นอนหลับอยู่   รู้สึกปวดฉี่จึงลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ   เห็นศิษย์นั่งอ่านหนังสือจนฟุบหลับไป   มีแต่เณรน้อยที่ยืนอ่านอยู่อย่างตั้งใจ   พออาจารย์เดินผ่านมาเณรน้อยก็ถามว่า   อาจารย์ครับ  เซนคืออะไรครับ   อาจารย์เดินต่อไป   พอเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็เดินย้อนกลับมา   กล่าวกับเณรน้อยว่า   แม้แต่เรื่องหนัก  เบา  ยังต้องทำเองเลยนับประสาอะไรกับเรื่องเซน

พบข้อบกพร่องด้วยตนเอง
แก้ไขข้อบกพร่องด้วยตนเอง
บำเพ็ญเพียรด้วยตนเอง
ศึกษาธรรมด้วยตนเอง
บรรลุธรรมด้วยตนเอง
Posted by KiLiN on 15 Aug. 2004,20:22
ตอนที่ ๒๗ 未悟之苦



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 17 Aug. 2004,22:37
อาจารย์กับลูกศิษย์ เดินไปด้วยกันอยู่ในตลาด   ระหว่างทางพบคนขอทานนั่งร้องไห้   ลูกศิษย์จึงถามขึ้นว่า   อาจารย์   อะไรคือทุกข์ที่หนักที่สุดในโลกนี้  อาจารย์ตอบว่า   ตกนรกสิทุกข์ที่สุด
เดินต่อไปอีกสักพัก   ก็พบหลวงจีนกำลังพูดจาโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณอยู่   ท่ามกลางคนฟัง  ลูกศิษย์ก็ถามอีกว่า   นั่นคืออะไร   อาจารย์ตอบว่า   เป็นนักบวชที่ไม่รู้สำนึก   จึงทุกข์หนักที่สุด   เมื่อใดที่คนรู้ความจริงย่อมต้องถูกประนาม

ข้าวใส่บาตรเพียงหนึ่งเม็ด
มีค่ายิ่งกว่าขุนเขา
หากไม่รู้ซึ้งในรสพระธรรม
สวมเขาคลุมกายมาทดแทน
Posted by KiLiN on 18 Aug. 2004,20:50
ตอนที่ ๒๘ 今日是幾



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 19 Aug. 2004,22:59
วันนี้วันที่เท่าไหร่

อาจารย์กับลูกศิษย์กำลังเดินอยู่ในตลาด   พอดีฝนทำท่าจะตก   ลูกศิษย์จึงพยายามจะกางร่ม   พอดีมีคนเดินเข้ามาถามว่า   ท่านอาจารย์ครับ   วันนี้วันที่เท่าไหร่ครับ   อาจารย์คิดจินตนาการไปถึงวันเดือนปีและฤดูการต่างๆ   แล้วก็ตอบว่า   เราไม่รู้   ลูกศิษย์คิดอยู่พักหนึ่งก็ตอบว่า   เรารู้แล้ว   ผู้คนต่างเข้ามารุมถามว่า   วันที่เท่าไหร่   ลูกศิษย์กางร่มขึ้นแล้วตอบว่า   วันนี้อากาศไม่ค่อยดีนัก (คำว่าวันที่ กับคำว่า ดี นั้นออกเสียงคล้ายกัน)

เรื่องราวในโลกนี้ผ่านไปรวดเร็วปานสายฟ้า
วนเวียนซ้ำซากดั่งปุยเมฆ
วันนี้ย่อมไม่รู้ถึงวันพรุ่งนี้
แล้วจะแยกแยะผิดชอบได้อย่างไร
Posted by สข1 on 28 Aug. 2004,01:13
เจ้าเณรน้อยทำผิดศีลข้อใดหรือครับหลงพี่   จึงถูกอัปเปหิออกจากวิหารแสงธรรมมาอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
Posted by KiLiN on 28 Aug. 2004,07:31
หามิได้ครับ ห้องนั่งเล่นวันนี้ดูเงียบเหงาเกินไป เจ้าเณรน้อยเลยได้รับภาระหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ให้มาช่วย สร้างบรรยากาศห้องนี้หน่อย  icon_rotfl.gif
Posted by KiLiN on 28 Aug. 2004,08:00
ตอนที่ ๒๙ 四弘誓願



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 29 Aug. 2004,03:07
4 ยอดปรารถณา
อาจารย์และลูกศิษย์กำลังนั่งสมาธิกันอยู่   ลูกศิษย์เกิดสงสัยถามขึ้นว่า
อาจารย์ครับ   ท่านมีความปรารถณาอะไรบ้างหรือไม่
อาจารย์หยุดคิดแล้วตอบว่า   สุดยอดปรารถณาของเราก็คือ
ส่ำสัตว์ในใต้หล้าล้วนหมดทุกข์
ไร้สิ้นความกังวลทั้งมวล
ศึกษาธรรมะที่ไร้ขอบเขต
บรรลุวิถีธรรมขั้นสูงสุด
พูดจบก็หัวเราะด้วยความชอบใจ   เณรน้อยฟังแล้วร้องเรียกขึ้นว่า   อาจารย์   เราก็มี 4 ยอดปรารถณาเหมือนกัน คือ
1 มีอาหารกินเมื่อยามหิว
2 มีเสื้อผ้าใส่เมื่อยามหนาว
3 ได้ล้มตัวนอนเมื่อยามเพลีย
4 มีลมพัดให้คลายร้อน


ต่างก็มาจากแดนไกลในป่าลึก
มาพบกันโดยบังเอิญณ.ที่นี้
อย่าถามถึงวิถีทางแห่งธรรมะ
เราเพียงคนเดินดินกินข้าวเท่านั้นเอง
Posted by KiLiN on 30 Aug. 2004,11:20
ขอบคุณครับ คุณสข1 แปลและเรียบเรียงบทกลอนได้ดีทีเดียว
เนื้อหาตอนนี้ ก็คือจะบอกว่า ธรรมะไม่จำเป็นต้องเลอเลิศสูงสุดอันใด หากแต่แม้ในเรื่องประจำวันธรรมดาๆๆ ก็เป็นธรรมะแล้ว
หิวก็กิน ง่วงก็นอน ร้อนก็อาบน้ำ แค่นี้แหละ หลักธรรมะหล่ะ 

คำคมที่ว่า " สูงสุดคืนสู่สามัญ " คือ บทสะท้อนของเรื่องนี้ yin-yang.gif
Posted by KiLiN on 30 Aug. 2004,23:21
ตอนที่ ๓๐ 禪法心要



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 02 Sep. 2004,20:51
ธรรมะอันลึกซึ้ง
ลูกศิษย์ 3 คนเดินคุยกันไป   ลูกศิษย์คนหนึ่งกล่าวว่า   พวกเราอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว   ยังไม่เห็นอาจรย์สอนวิทยายุทธ์อะไรเราเลย

ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งกล่าว่า   ใช่ ใช่  เราไปถามอาจารย์กัน

เมื่อลูกศิษย์ทั้ง 3 มาพบอาจารย์   ก็ถามขึ้นว่า   ท่านอาจารย์ครับ   พวกเราติดตามท่านมาตั้งนานแล้ว   ทำไมท่านจึงไม่สอนวิทยายุทธ์ให้พวกเราแม้สักกระบวนท่า

อาจารย์นิ่งคิดแล้วตอบว่า  ตั้งแต่ที่พวกเจ้ามาอยู่ที่นี่   เราก็ได้สั่งสอนให้พวกเจ้าอยู่ตลอดเวลา   ลูกศิษย์ทำท่างง  อาจารย์จึงกล่าวต่อว่า   เวลาที่พวกเจ้าส่งข้าวส่งน้ำชาอย่างไรละ   แล้วก็เล่าถึงตอนที่ลูกศิษย์ยกน้ำชามาส่ง   แล้วสดุดทำกาน้ำชาหลุดมือ   แต่อาจารย์สามารถใช้ไม้กระบองรับไว้ได้   อีกด้านหนึ่งก็มีลูกศิษย์ยกชามข้าวมาส่ง   แล้วเหยียบเปลือกกล้วยถลาจนชามข้าวกระเด็น   แต่อาจารย์ก็สามารถรับได้อีก   พอดีมีนักท่องเที่ยวเข้ามา  อาจารย์จึงรีบจัดท่าที่รับใหม่ให้ดูดีขึ้น   นักท่องเที่ยวต่างก็ตบมือแสดงความชื่นชม   แต่อาจารย์เองกลับรู้สึกร้อนรุ่มอยู่ในใจ   เมื่อเล่าจบแล้วก็ถามว่า   พวกเจ้านึกออกหรือยัง


ธรรมมะไม่ต้องแต่งเติมแต่อย่าทำให้แปดเปื้อน
อะไรคือแปดเปื้อน
การแต่งเติมสีสรรค์ให้แก่ชีวิต
ล้วนเป็นความแปดเปื้อน
ถ้าปล่อยให้กิเลสครอบงำในวิถีชีวิต
จิตใจที่สมถะคือธรรมะ
Posted by KiLiN on 03 Sep. 2004,21:13
ตอนที่ ๓๑ 栽樹作榜樣



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 04 Sep. 2004,22:04
ปลูกต้นไม้ไว้เป็นแบบอย่าง

อาจารย์เอาเปลมาผูกกับต้นไม้นอน   แล้วก็ฝันว่าตัวเองกำลังปลูกต้นไม้อยู่หน้าวัด   มีพระรูปหนึ่งมาถามว่า   ท่านปลูกต้นไม้เป็นจำนวนมากไว้ทำอะไร   อาจารย์ตอบว่า   เราปลูกเพื่อเสริมทิวทัศน์ให้กับหน้าวัด   ขณะเดียวก็เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง   พระรูปนั้นหัวเราะแล้วก็จากไป   อาจารย์ถูกเสียงหนวกหูปลุกให้ตื่นขึ้นมา   เห็นลูกศิษย์กำลังย้ายต้นไม้มาแล้วก็ผูกเปลนอนตามอย่างอาจารย์

เน้นแต่เรื่องเทพละเลยเรื่องสามัญชนก่อเกิดความคิด
เจตนาของปราชน์รุ่นก่อนบังเกิดผล
เรื่องของเทพคนทุกคนล้วนมีส่วน
คนโง่มักยืนดูโดยไม่เกี่ยวข้อง
Posted by KiLiN on 06 Sep. 2004,20:22
ตอนที่ ๓๒ 奇中奇



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 08 Sep. 2004,02:04
ปาฏิหาริย์ในปาฏิหาริย์

เณรน้อยถือถาดลูกท้อเดินมาส่งให้กับอาจารย์   พอวางลงบนโต๊ะทั้งจานและลูกท้อก็ลอยขึ้นข้างบนไป   เณรน้อยหยิบกาน้ำชาจะรินใส่ถ้วย   แต่น้ำชากลับไหลลอยไปในอากาศ   พอปล่อยมือกาน้ำชาก็ลอยไปด้วย  เณรน้อยแปลกใจมากจึงถามขึ้นว่า  อาจารย์ครับ   ทำไมทั้งลูกท้อและน้ำชาจึงลอยขึ้นบน   ไม่ตกลงมาข้างล่าง   อาจารย์คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ถามขึ้นว่า  ถ้าไม่ลอยขึ้นข้างบนแล้วจะให้ตกลงมาข้างล่างหรือ   เณรน้อยทำท่างงไม่เข้าใจ  ขณะที่อาจารย์หัวเราะชอบใจอยู่นั้น  ก็มีเสียงเรียกดังมาจากข้างบนว่า   อาจารย์   อาจารย์และเณรน้อยเงยหน้าขึ้นดู   ก็เห็นลูกศิษย์ 2 คนยืนอยู่บนพื้นพร้อมด้วยจาน  ลูกท้อ  กาน้ำและน้ำชาที่เลอะเทอะ   ลูกศิษย์คนหนึ่งถามขึ้นว่า    ท่านทั้ง 2 ทำอะไรอยู่บนเพดานหรือ


สิ่งที่ธรรมดาที่สุดคือสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด
ถ้าพูดออกมาลอยๆก็ไม่เข้าใจ
คนศึกษาธรรมะช่างน่าขัน
ยังลังเลใจว่าใช่หรือไม่ใช่
Posted by KiLiN on 08 Sep. 2004,23:44
ตอนที่ ๓๓ 日日是好日



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 09 Sep. 2004,01:53
ผมเกิดฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า

สิ่งที่ธรรมดาที่สุดก็คือสิ่งที่มหัสจรรย์ที่สุด   เช่นการกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ   การทำงานและออกกำลังกายที่เหมาะสม   และการพักผ่อนซึ่งเป็นสิ่งที่คนเราต้องปฏิบัติเป็นปกติในการดำรงชีวิตประจำวันอยู่แล้ว   ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมดาสามัญที่สุด  แต่จะทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง   ไร้โรคภัยไข้เจ็บ  มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข   แต่พูดไปลอยๆคนเราอาจไม่เข้าใจ   จึงเที่ยวแสวงหาอาหารที่เลิศหรูราคาแพง  ดิ้นรนในเรื่องลาภยศสรรเสริญไม่รู้จักพอ  ก่อเกิดปัญหาเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาพกาย   แล้วก็ต้องหาทางแก้ด้วยการหายาวิเศษ   ยาอายุวัฒนะ  สนใจเน้นแต่เรื่องของเทพละเลยเรื่องสามัญชน จนมีปัญหาความไม่สมดุลย์ทางธรรมชาติตามมา   ความจริงสิ่งที่ธรรมดาที่สุดที่มีอยู่นั้นแหละเป็นเรื่องที่มหัสจรรย์ที่สุดแล้ว   นี่ผมบรรลุหรือยังครับหลงพี่
Posted by สข1 on 09 Sep. 2004,21:39
วันดีทุกวัน

ผู้คนจำนวนมากกำลังชมจันทร์กัน
ต่างก็ร้องว่า  พระจันทร์กลมโตเหลือเกิน  
ใช่ช่างงามจริงๆ   พรุ่งนี้ต้องเป็นวันดี
พอดีมีเงาหัวสุนัขปรากฏขึ้น   เสียงคนร้องขึ้นด้วยความตกใจ
เงาหัวสุนัขค่อยๆกัดดวงจันทร์ให้แหว่งไปเรื่อยๆ   คนที่ยืนดูอยู่ต่างวิ่งหนีด้วยความตกใจ   วิ่งผ่านอาจารย์ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่   ลูกศิษย์คนหนึ่งตรงเข้าเรียกอาจารย์อย่างรีบร้อนแล้วกล่าวว่า
อาจารย์   ราหูอมจันทร์แล้ว   ท่านรีบหลบไปเร็ว   อาจารย์ถอนใจแล้วกล่าวขึ้นว่า   ทุกๆวันล้วนเป็นวันดี   จะหลบไปทำไม

ฤดูไม้ใบผลิมีดอกไม้บาน   ฤดูใบไม้ร่วงมีจันทร์งาม
ฤดูร้อนมีสายลมฤดูหนาวมีหิมะตก
ถ้าไม่หมกมุ่นในเรื่องไร้สาระ
ก็ล้วนเป็นวันดีของเรา
Posted by KiLiN on 09 Sep. 2004,22:08
เรียกว่าเริ่มมีดวงตาเห็นธรรมมังครับ

      คงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า " สูงสุดคืนสู่สามัญ "  " กระบี่ที่ไร้กระบี่ " ก็คือเรื่องเดียวกัน 

       เมื่อเด็กผมดูหนังไซอิ๋ว  ก็ชื่นชมหงอคงว่ามีอิทธิฤทธิ์มากมาย สามารถบุกสวรรค์เอาชนะเทพต่างๆได้มากมาย ไม่เข้าใจว่า แล้วทำไมจึ
แล้วทำไมจึงมาแพ้พระยูไล ถูกจับอย่างง่ายๆ  และต้องสยบต่อเจ้าแม่กวนอิม 
       ดูหนังซามูไร  ก็พบว่า ต่างจดๆจ้องๆ กัน จนที่สุดฝ่ายหนึ่งก็จะทนต่อไปไม่ได้ บุกเข้าฟัน ผลฝ่ายนั้นก็ต้องเพลี่ยงพล้ำ แพ้ไป
       ดูหนังจีนกำลังภายใน  ก็จะพบอีกว่า พลังที่ยืดหยุ่น อ่อนนุ่ม กลับจะชนะหนือกว่าพลังที่แข็งกร้าว
       ผมสงสัยและหาคำตอบอยู่นาน  เพิ่งจะแจ่มชัดเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง  

       หลายเรื่องในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องพื้นๆ แต่เราไม่เข้าใจหรือเราไปเข้าใจอีกอย่าง  ไม่ใช่ว่าเรื่องนั้นซับซ้อนแต่กลับเป็นว่าวิถีชีวิตเราเองต่างหากที่ซับซ้อน  จึงไม่เข้าใจมัน  เมื่อไรที่เราแกะหรือลดความซับซ้อนลง  จะมีเรื่องต่างๆอีกมากมายที่เราไม่เคยรู้ไม่เคยคิด  จะรู้ได้จะคิดได้ หรือจะคิดแตกต่างจากที่เคยคิด อย่างชนิดขาวกับดำเชียวแหละ
Posted by add on 10 Sep. 2004,18:40
สิ่งที่ธรรมดาที่สุดก็คือสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด

     เห็นด้วยค่ะ แล้วก็คิดว่า คนเรามักมองข้ามสิ่งธรรมดาๆนี้ไป จนทำให้มองไม่เห็นพลังและความมหัศจรรย์ของตนเองและธรรมชาติรอบกายเรา

     ชอบบทสรุปทุกๆตอนค่ะ คุณ สข 1 แปลได้ดีค่ะ อย่างเช่น

      สิ่งที่ธรรมดาที่สุดคือสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุด
ถ้าพูดออกมาลอยๆก็ไม่เข้าใจ
คนศึกษาธรรมะช่างน่าขัน
ยังลังเลใจว่าใช่หรือไม่ใช่


    ฤดูไม้ใบผลิมีดอกไม้บาน   ฤดูใบไม้ร่วงมีจันทร์งาม
ฤดูร้อนมีสายลมฤดูหนาวมีหิมะตก
ถ้าไม่หมกมุ่นในเรื่องไร้สาระ
ก็ล้วนเป็นวันดีของเรา

Posted by KiLiN on 11 Sep. 2004,21:33
ตอนที่ ๓๔ 入市烏龜



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 13 Sep. 2004,21:52
เต่าเข้ากรุง

อาจารย์กำลังนั่งสมาธิอยู่กับลูกศิษย์   ลูกศิษย์พลันถามขึ้นว่า  อาจราย์ครับ  อะไรคือเจตนารมณ์ของพระศาสดา   อาจารย์นิ่งคิดแล้วตอบว่า  ก็เหมือนกับเต่าที่เข้ามาเดินอยู่ในเมือง  พอเจอหมาก็ต้องรีบหดหัวเข้าในกระดอง  พอโผล่หัวออกมาก็ถูกฝูงชนเตะกลิ้งไปอีก  พอผ่านไปแล้วก็โผล่หัวออกมาอีก   ลูกศิษย์ฟังแล้วตอบว่า   เราเข้าใจแล้ว   หมายความว่าถึงเวลาที่ควรหลบก็ต้องหลบใช่หรือไม่

สังคมมีอันตรายอยู่รอบด้าน
เฝ้าคุกคามอยู่ตลอดเวลา
คนที่ชอบแส่หาเรื่องโดยไม่จำเป็น
เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วจะโทษใคร
Posted by KiLiN on 16 Sep. 2004,08:07
ตอนที่ ๓๕ 如龜藏六



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 17 Sep. 2004,21:05
เต่าหดหัว


อาจารย์และลูกศิษย์เดินผ่านที่แห่งหนึ่ง  เห็นมีชายผู้หนึ่งกำลังชักชวนคนให้เข้ามาดูสัตว์ประหลาด ค่าดูคนละ 10 บาท  คนที่มงดูอยู่ต่างตื่นเต้นชวนกันเข้าไปดูกัน พอเสียเงินแล้วชายผู้นั้นก็เปิดฝาครอบออกมา  ทุกคนต่างอุทานออกมาว่า นี่มันเต่านี่นา ชายผู้นั้นตอบว่า ใช่ มีคนถามขึ้นว่า  เต่ามีอะไรน่าประหลาด  ชายผู้นั้นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า  พวกท่านทั้งหลายล้วนมีเนื้อหนังหุ้มกระดูก  แต่เต่ากลับมีกระดูกหุ้มเนื้อหนัง  นี่ยังไม่ใช่เรื่องประหลาดหรือนี่ พูดแล้วก็หัวเราะด้วยความภูมิใจ  สักครู่ก็มีเสียงตะโกนด่ามาว่า  เจ้าคนลวงโลก  โกหกตอแหล  น่ารังเกียจ  กระทืบมัน

เหมือนเต่าหดหัวเจอคนรู้ทัน
อย่ามัวแต่เล่นลิ้นหลอกลวงประชาชน
รองเท้าข้างเดียวปิดบังความจริงไว้
ยังลุ่มหลงงมงายไม่รู้สำนึก
Posted by KiLiN on 19 Sep. 2004,11:28
ตอนที่ ๓๖ 通身是眼



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 21 Sep. 2004,21:59
ดวงตารอบทิศ


อาจารย์รู้สึกง่วงจึงดับไฟเข้านอน   ขณะที่กำลังหลับสนิทก็ถูกเสียงหนึ่งปลุกให้ตื่นขึ้นมา   อาจารย์จึงถามขึ้นว่า   ทำไมถึงไม่ปิดไฟละ  เสียงนั้นตอบมาว่า   เปิดไฟทำไมหรือ   อาจารย์ก็ตอบว่า   ไม่เปิดไฟแล้วจะเห็นกันได้อย่างไรละ   เสียงนั้นถามอีกว่า   ถ้าเปิดไฟแล้วก็จะมองเห็นหรือ   อาจารย์อึ้งอยู่พักหนึ่ง   จึงจุดเทียนขึ้น   จึงเห็นว่าผู้ที่เข้ามานั้นเป็นคนตาบอด


มีดวงตาอยู่รอบทิศแต่มองไม่เห็น
มีหูอยู่รอบตัวแต่ฟังไม่ถนัด
มีปากอยู่รอบกายแต่พูดไม่ชัด
มีใจอยู่มากมายแต่ไม่อาจแยกแยะ
Posted by สข1 on 21 Sep. 2004,22:02
รู้สึกเห็นธรรมอีกแล้ว   เรียกร้องให้ช่วยกันระดมความคิดเห็น   แต่พอใครคิดไม่เหมือนตัวเองก็ด่าว่าไม่สร้างสรรค์บ้างละ  ไม่รักชาติ  ไม่สามัคคี   เห็นได้อยู่ทั่วไปทั้งพวกซ้ายพวกขวา  ทั้งประชาชนทั้งรัฐบาล   ไม่รู้เข้ากับธรรมะข้อนี้หรือเปล่าครับ
Posted by KiLiN on 22 Sep. 2004,10:30
ครับ..สิ่งที่การ์ตูนเซน กลบท ปริศนาธรรม บทโศลก ต้องการสื่อ คือสื่อให้ผู้อ่านผู้ดูได้ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ด้วยตนเอง  คำตอบที่ฉุกคิดได้เองนี้ มันจะเป็นประตูจุดเริ่มนำไปสู่การไขข้อข้องใจอื่นๆตามมา  เหตุด้วยคนเราต่างสะสมประสพการณ์ที่แตกต่าง การอธิบายอย่างรูปธรรมอย่างหนึ่งอาจไม่สอดคล้องกับรูปธรรมของคนฟังซึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง  แต่ที่สุดแล้วในแต่ละรูปธรรมคำตอบในทางนามธรรมคือเรื่องเดียวกัน  การจะเข้าถึงนามธรรมที่ว่านี้ ก็เข้าถึงได้ด้วยการคิดได้โดยตนเอง จะไม่สามารถรับรู้เข้าใจได้โดยการบอกเล่าใดๆ 

แล้วคุณ สข1 คิดหรือตีความออกมายังไงล่ะครับ
Posted by สข1 on 23 Sep. 2004,00:43
ผมคิดถึงคนที่เชื่อมั่นในตัวเองอย่างหลับหูหลับตา   หรือคนที่ศรัทธาอะไรอย่างงมงายจนโงหัวไม่ขึ้นครับ   ไม่ว่าจะมีใครว่ากล่าวตักเตือนก็ไม่ฟังซ้ำยังมองผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับตัวเอง   เป็นพวกไม่หวังดี  ไม่สร้างสรรค์  ไม่รักชาติ   ก่อความแตกแยกเสียอีก   แทนที่จะรับฟังแล้วเอามาไคร่ครวญให้ถ้วนถี่   คนประเภทนี้มีอยู่เยอะไม่ว่าในฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา   ฝ่ายประชาชนหรือชนชั้นปกครอง   หรือในตัวเราเอง

จึงนึกเปรียบเทียบในการ์ตูนว่าคนที่จะเห็นสัจธรรมนั้นไม่ได้อยู่ที่เปิดไฟหรือปิดไฟ  คนที่ดวงตามือบอด   หรือคนที่งมงายจนโงหัวไม่ขึ้น   ถึงจะเปิดไฟให้แล้วก็ยังไม่เห็นสัจธรรมอยู่ดี
Posted by KiLiN on 23 Sep. 2004,08:30
ใช่ครับ......!!

       การจะรู้เห็นเข้าใจอะไรเข้าถึงความเป็นจริงรอบตัวเราได้จริง ไม่ได้อยู่ที่มีแสงไฟหรือไม่ ซึ่งก็เปรียบได้กับคนตาบอด ถึงมีไฟสว่างก็ไม่สามารถมองเห็นได้อยู่ดี 

       ในทำนองเดียวกัน ถึงมีตามากกว่า ๒ ตา มีหูมากกว่า ๒ หู ก็ยังไม่เข้าใจความจริงของชีวิตที่เป็นอยู่  เมื่อไม่เข้าใจความเป็นจริงที่แท้จริง จะพูดจะแสดง จะคิดอย่างไร ก็ยังสับสนอยู่ดีจับต้นชนปลายไม่ถูก เปรียบเหมือนคนตาบอดคลำช้าง พูดเดาไปเรื่อย การ์ตูนกล่าวทิ้งท้ายไว้แค่นี้ ให้เราคิดต่อ ว่าถ้างั้นจะให้เห็นให้รู้ให้เข้าถึงความเป็นจริงที่แท้จริงนั้น  จะเข้าถึงได้อย่างไร

       ส่วนที่คุณ สข1 กล่าวถึง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คนเรา  เข้าไม่ถึงไม่รู้เรื่องจริง  เราจะพบเห็นได้โดยทั่วไป อุปสรรคของความไม่รู้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่เงื่อนไขภายนอก  ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีโอกาสมากกว่ากัน  ไม่ได้อยู่ที่ใครรวยใครจน ไม่ได้อยู่ที่ใครเรียนสูงเรียนต่ำ  คนรวยคนมีการศึกษาสูงก็เปรียบได้เพียงแค่มีตามีหูมากกว่าคนจนคนเรียนต่ำเท่านั้น 

       แต่อุปสรรคที่แท้จริงกลับอยู่ที่เงื่อนไขภายในของคนๆนั้นเอง ว่าเขาเป็นคนมีทิฐิถือดี หยิ่งยะโส หรือเชื่อง่ายอย่างงมงาย นั่นคือที่มาว่าทำไม  ศาสนาพุทธจึงมุ่งเน้นขัดเกลาบ่มเพาะคุณธรรมอุปนิสัยของคน เพราะนั่นคือสาเหตุของความไม่รู้ที่แท้จริง นั่นคือสาเหตุของปัญหาต่างๆที่แท้จริง  ศาสนาพุทธจึงไม่มุ่งเน้นแก้ที่รวยจน เรียนสูงต่ำ เพราะที่สุดนั่นเป็นเพียงเงื่อนไขเป็นเพียงโอกาสหาใช่สาเหตุที่แท้จริงไม่
Posted by KiLiN on 25 Sep. 2004,21:21
ตอนที่ ๓๗ 路逢古佛



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 27 Sep. 2004,20:59
พบพระศาสดาระหว่างทาง


อาจารย์และลูกศิษย์กำลังเดินอยู่บนถนน   บังเอิญพบขบวนแห่ขุนนางเข้า   ลูกศิษย์เกิดสงสัยจึงถามขึ้นว่า   ท่านอาจารย์ครับ   ถ้าเราเกิดพบพระศาสดาระหว่างทาง   จะต้องทำอย่างไรครับ   อาจารย์ถามกลับว่า  แล้วถ้าหากว่าเราพบลา  อูฐ  ช้าง  ม้าเข้าจะต้องทำอย่างไร   ลูกศิษย์นิ่งคิด   พอดีมีฝูงสัตว์วิ่งผ่านมา   อาจารย์จึงหลบออกไป   ฝูงสัตว์วิ่งผ่านไปแล้วเหยียบลูกศิษย์งจนแบนติดดิน   พอฝูงสัตว์ผ่านพ้นไปแล้วอาจารย์จึงกล่าวว่า   ก็ต้องหลบหลีกซิ

บรรดาเทพไท้จุติลงมายังโลกมนุษย์
ก็ต้องเท่าเทียมเสมอภาคไม่แตกต่างกัน
Posted by ultraman on 28 Sep. 2004,03:08
ผมติดตามการ์ตูนมาตลอดเลย วันนี้ มาประกาศ ตัว คร้าบ

แฟนพันธ์ แท้ ครับ

นี่เลย ผม พึ่ง ลง น่าจะเกี่ยวกับ กระทู้นี้ อะ ครับ

< http://www.thummada.com/cgi-bin....37;st=0 >
Posted by KiLiN on 29 Sep. 2004,18:39
ขอบคุณครับคุณอุลตร้าแมน

ตอนที่ ๓๘ 但向己求



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 30 Sep. 2004,20:06
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

อาจารย์และลูกศิษย์เดินทางโดยทางเรือ  ลูกศิษย์คนหนึ่งอุ้มพระพุทธรูปเจ้าแม่กวานอิง  เห็นในมือเจ้าแม่กวานอิงถือลูกปะคำอยู่จึงถามขึ้นว่า  อาจารย์ครับในเมื่อเจ้าแม่กวานอิงเป็นพระอรหันต์แล้ว  ทำไมยังต้องถือลูกปะคำอีก  อาจารย์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตอบว่า  นั่นเป็นเพียงพิธีในการสวดเท่านั้น  เจ้าเณรน้อยจึงถามขึ้นว่า  พิธีสวดอะไรหรือ  อาจารย์ตอบว่า  ก็บทสวดเจ้าแม่กวานอิงนะซี  ลูกศิษย์ถามอีกว่า  ในเมื่อตนเองเป็นเจ้าแม่กวานอิงอยู่แล้ว ทำไมยังต้องสวดถึงตนเองอีกละ  ก็พอดีเรือจมลงไปในน้ำ  ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ต่างตะโกนร้อง  ช่วยด้วย  ช่วยด้วย  เณรน้อยว่ายน้ำขึ้นมาแล้วร้องว่า  ขอช่วยผู้อื่น  ไม่สู้ช่วยเหลือตัวเอง 

ธรรมะเกิดอยู่ไม่ไกล
กิเลสก็มีอยู่ใกล้ๆ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
ไม่ร้องขอจากผู้อื่น
ร้องขอมักไม่ได้
ได้มาก็มักไม่แท้จริง
Posted by KiLiN on 01 Oct. 2004,20:34
ตอนที่ ๓๙ 不可尿床



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 03 Oct. 2004,02:24
ห้ามฉี่รดที่นอน

อาจารย์ฝันว่ากำลังแสดงธรรมเรื่องดวงตาเห็นธรรม   ทันใดนั้นก็เกิดแผ่นดินไหว   น้ำท่วมใหญ่   อาจารย์ตกใจตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองฉี่รดที่นอน   อาจารย์รีบลุกขึ้นจะเอาผ้าห่ทที่เลอะฉี่ไปซ่อน   ขณะที่เดินผ่านลูกศิษย์ที่นั่งหลับอยู่   เจ้าเณรน้อยละเมอถามขึ้นว่า   ท่านอาจารย์ครับ   อะไรคือดวงตาเห็นธรรมครับ   อาจารย์คิดอยู่ตั้งนานแล้วก็ถอนใจตอบว่า   ก็คือห้ามฉี่รดที่นอน    แล้วก็เดินจากไป

ดวงตาเห็นธรรมอำพราง
นิพพานสุดลึกล้ำ
ตัวตนไร้ตัวตน
อิทธิฤทธิ์ในพระศาสนา
ไม่มีบันทึกไว้
ไม่เผยแพร่สู่ภายนอก
Posted by KiLiN on 03 Oct. 2004,19:43
ตอนที่ ๔๐ 今日生明日死



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 06 Oct. 2004,00:40
วันนี้เกิดพรุ่งนี้ตาย

คนเราผ่านวันคืนมาไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่   จนไม่รู้ว่ากี่ขวบปีแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่า   วันนี้เกิด  พรุ่งนี้ตาย

คนเราเดิมทีไม่ตั้งใจมาเกิด  
แต่ก็ถือกำเนิดมาบนโลกนี้
คนเราเดิมทีก็ไม่อยากตาย
แต่ต้องตายเมื่อถึงเวลา
Posted by KiLiN on 09 Oct. 2004,00:55
ตอนที่ ๔๑ 虎項金鈴



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 09 Oct. 2004,04:04
กระพรวนบนคอเสือ

อาจารย์กำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่   มีแมวตัวหนึ่งวิ่งขึ้นมาส่งเสียงร้องอยู่บนตัก   อาจารย์จับอุ้มขึ้นมาแล้วเอาสร้อยกระพรวนแขวนคอ   รู้สึกชอบใจจึงอุ้มเดินไปด้วยความดีใจ   จนไปพบลูกศิษย์นั่งหลับอยู่   จึงปล่อยแมวลง   แมวส่งเสียงร้องทำให้ลูกศิษย์ตกใจตื่นขึ้น    อาจารย์จึงถามขึ้นว่า   ถ้ามีสร้อยกระพรวนแขวนอยู่บนคอเสือ   ใครจะสามารถปลดออกได้   เจ้าเณรน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบว่า   ท่านอาจารย์  ใครเป็นคนเอาไปแขวนให้กับเสือ   คนนั้นก็เป็นคนที่ปลดออกได้

ไข้ใจก็ต้องรักษาด้วยยาใจ
คนผูกกระพรวนก็ต้องเป็นคนแก้เอง
Posted by KiLiN on 15 Oct. 2004,08:20
ตอนที่ ๔๒ 不揀榮枯



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 16 Oct. 2004,23:06
ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

อาจารย์กับลูกศิษย์ไปดูหนังเรื่อง   วันเผด็จศึก   พอหนังเริ่มฉายก็เป็นฉากฝ่ายทหาร   กำลังทำพิธีบูชาสวรรค์  ขอให้ฝ่ายตนมีชัยในสงคราม   ฝ่ายศัตรูก็ทำพิธีบูชาสวรรค์  ขอให้ฝ่ายตนมีชัยในสงครามเช่นกัน   เจ้าเณรน้อยถามขึ้นว่า   ท่านอาจารย์ครับ   เทพเจ้าบนสวรรค์จะให้ฝ่ายไหนได้สมความปรารถณา   อาจารย์คิดอยู่พักหนึ่งก็รำพึงว่า   น้ำฝนที่ตกจากฟ้า  ย่อมไม่เลือกว่าจะเป็นหญ้าแห้งหรือต้นไม้ใหญ่   ล้วนได้รับการหล่อเลี้ยง   พอดีฝนตกลงมาพวกลิ่วล้อต่างวิ่งหนีหลบฝนกัน   ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆฟ้าแลบฟ้าผ่าจนทั้ง 2 ฝ่ายตกลงมาจากแท่นพิธี

น้ำฝนที่หลั่งลงมา
ไม่ว่าหญ้าแห้งหรือไม้ใหญ่
ล้วนได้รับการหล่อเลี้ยง
Posted by KiLiN on 23 Oct. 2004,00:25
ตอนที่ ๔๓ 進退之間



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 23 Oct. 2004,22:45
ระหว่างการเดินหน้าและถอยหลัง

เณรน้อยกำลังเล่นวิทยุบังคับหุ่นยนต์อย่างสนุกสนาน  พออาจารย์เดินเข้ามาเณรน้อยจึงถามขึ้นว่า  ท่านอาจารย์ครับ   ถ้าก้าวไปข้างหน้า 3 ก้าวจะเป็นอย่างไร   อาจารย์ตอบว่า  ต้องหัวชนฝาชนกำแพง  พอหุ่นยนต์ชนกำแพงหงายหลังลง   เณรน้อยก็พยายามใช้เครื่องบังคับเพื่อให้ลุกขึ้นมา   พอหุ่นยนต์ลุกขึ้นมาได้   เณรน้อยก็ถามอีกว่า   ถ้าถอยหลัง 3 ก้าวจะเป็นอย่างไร  อาจารย์ตอบว่า   จะตกลงไปในหุบเหว   พอหุ่นยนต์ตกลงไปในเหว  ทั้งเณรน้อยและอาจารย์ต่างมองดูด้วยความตกใจ   เณรน้อยถามอีกว่า   ถ้าหากว่าไม่เดินหน้าและไม่ถอยหลังละ   อาจารย์ถอนใจตอบว่า   ก็เป็นซากศพที่เดินไม่ได้    เจ้าเณรน้อยฟังแล้วเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ

หากว่าสามารถขจัดความสับสนในจิตใจออกไปได้
ก็จะสามารถกำหนดการเคลื่อนไหวได้ดั่งใจปรารถณา
Posted by KiLiN on 03 Nov. 2004,09:35
ตอนที่ ๔๔ 開悟的人



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 04 Nov. 2004,23:11
ผู้ที่พัฒนาแล้ว

อาจารย์กำลังกล่าวแสดงธรรมว่า   ท่านทั้งหลายทราบความแตกต่างระหว่างผู้ที่พัฒนาแล้ว   กับผู้ที่ยังไม่พัฒนาหรือไม่    ข้อแตกต่างนั้นอยู่ที่ไหนหรือ  

อาจารย์หยุดคิดไปถึงโลกและจักรวาลแล้วกล่าวว่า   คนที่เจริญแล้ว  อยู่ไปหนึ่งหมื่นปี   ก็รู้สึกอยู่อย่างโปรดโปร่งเหมือนผ่านไปเพียงหนึ่งวัน   แต่คนที่ยังไม่พัฒนาอยู่ไปเพียงหนึ่งวัน    ก็รู้สึดอึดอัดเหมือนอยู่นานถึงหมื่นปี

จับลมคว้าเงา
ไปมาอยู่ที่สวรรค์
หมื่นปีเพียงชั่ววูบ
ชั่ววูบก็หมื่นปี
Posted by KiLiN on 12 Nov. 2004,20:41
ตอนที่ ๔๕ 臨濟四喝



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 14 Nov. 2004,07:09
4 กระบวนท่าในการบรรลุธรรม

อาจารย์กล่าวว่า  วันนี้เราจะถ่ายทอด กระบวนท่าในการบรรลุธรรม  พออาจารย์แสดงขบวนท่าแรกให้ดูแล้วกล่าวว่า  ท่านี้เหมือนกระบี่เทวราช ที่สามารถขจัดความเพ้อฝันของพวกท่าน 

เสร็จแล้วอาจารย์กล่าวต่อว่า  ท่านี้เหมือนกับพญาราชสีห์  ที่สามารถกำหราบส่ำสัตว์ทั้งปวง

และอีกท่าหนึ่ง  จะกระตุ้นสติปัญญาของพวกท่าน  พอแสดงเสร็จอาจารย์ก็หยุดคิดแล้วกล่าวว่า  แต่ว่า  บางครั้งกระบวนท่าก็ไม่ใช่กระบวนท่า  ลูกศิษย์ถามขึ้นว่า  แล้วมันเป็นอะไร อาจารย์จึงแสดงให้ดูอีกกระบวนท่าหนึ่ง


กระบี่เทวราชทรงอิทธิฤทธิ์
ทลายขุนเขาได้ในกระบวนท่าเดียว
ครอบคลุมใต้ฟ้าและแผ่นดิน
ให้มืดมนดุจไร้แสงตะวัน

ราชสีห์มีอำนาจน่าเกรงขาม
เพียงเสียงคำรามก็ครั่นคร้ามในวิญญา
แม้หลบซ่อนอยู่ในป่าเขาไร้คนเห็น
เป็นที่หวาดกลัวอยู่ชั่วกาลนาน

คำคมแยกผิดชอบชั่วดี
เอ่ยจากปากควรรู้ข้อเท็จจริง
สรรพสิ่งทั้งปวงในมหรรนพ
อย่าได้โอ้อวดอ้างผลงาน

กระบวนท่าเดียวคิดเทียบแสงสุรีย์
ทุกคนล้วนมีดีชั่ว
ผู้ที่อวดอ้างตัวตนไปทุกแห่งหน
แต่โบราณมามีไม่เปลี่ยนแปลง
Posted by KiLiN on 23 Nov. 2004,05:22
ตอนที่ ๔๖ 百年鑽故紙



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 24 Nov. 2004,21:58
ร้อยปีที่แสวงหา

เณรน้อยเดินเข้ามาถามอาจารย์ว่า   ท่านอาจารย์กำลังทำอะไรอยู่หรือครับ   อาจารย์ตอบว่า   เรากำลังศึกษาพระธรรมอยู่

ผึ้งตัวหนึ่งบินมาเจอต้นไม้ใหญ่ก็นึกว่าจะมีเกษรดอกไม้  พอไม่มีก็บินต่อไป   เจอตู้หนังสือเห็นถัดจากตู้หนังสือไปมีหน้าต่าง   จึงคิดว่าออกจากหน้าต่างไปคงมีสวนดอกไม้   จึงรีบบินไปที่หน้าต่าง   แต่ไม่สามารถบินทะลุหน้าต่างออกไปได้   ผึ้งตัวนั้นบินชนหน้าต่างอยู่หลายรอบ  รบกวนสมาธิของอาจารย์จนอาจารย์ทนไม่ได้   จึงลุกขึ้นไล่ตีผึ้งตัวนั้น   จนเณรน้อยถามขึ้นว่า   อาจารย์ครับ   ท่านทำอะไรอีกหรือครับ   อาจารย์ตอบว่า   เจ้าไม่เห็นผึ้งที่น่ารำคาญตัวนี้หรือ   เณรน้อยจึงเปิดหน้าต่างให้ผึ้งบินออกไปแล้วกล่าวว่า   เปิดหน้าต่างให้มันบินออกไปก็หมดปัญหาแล้วไม่ใช่หรือ

แมงเม่าชอนไชหาแสงบนกระดาษ
ไม่อาจฟันฝ่าทะลุผ่านไปได้
พบหนทางบรรลุโดยไม่ตั้งใจ
เหมือนถูกเส้นผมบดบังให้ไม่เห็นทาง
Posted by KiLiN on 03 Dec. 2004,02:51
ตอนที่ ๔๗ 乞我一錢



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 06 Dec. 2004,22:33
ขอฉันสักหนึ่งสตางค์

หลวงจีนรูปหนึ่งถือขันยืนขอทานอยู่ที่ถนน   คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็เอาเศษเงินใส่ลงไปในขัน   หลวงจีนก็กล่าวสรรเสริญพุทธคุณไม่ขาดปาก   ผ่านไปไม่นานหลวงจีนนับเงินในขันด้วยความพอใจ   เณรน้อยผ่านมาเห็นเข้าก็รู้สึกสดุดใจ   จึงไปเอาขันมาใบหนึ่งยื่นไปหาหลวงจีนแล้วกล่าวว่า   ท่านอาจารย์ขอฉันสักหนึ่งสตางค์   หลวงจีนมองดูแล้วถามขึ้นว่า   ทำไมพระสงฆ์จึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้   เณรน้อยถามว่า   สภาพอย่างไรหรือ  หลวงจีนกล่าวต่อว่า   เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็ให้เจ้าสักสตางค์เถิด   เจ้าเณรน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า   แล้วทำไมท่านถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

คนเราถ้าไม่มีการร้องขอ   คนทุกคนล้วนเท่าเทียม
น้ำถ้าไม่เคลื่อนไหวย่อมราบเรียบ
Posted by KiLiN on 15 Dec. 2004,21:35
ตอนที่ ๔๘ 橫擔禪杖



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 16 Dec. 2004,21:50
คานหามคทาธรรม

ตอนกลางคืนมีเสียงคนเรียกประตู  เณรน้อยเดินผ่านมาจึงถามว่า  ท่านเป็นใคร  เสียงตอบมาว่า  รีบเปิดประตู  เราคือพระอาจารย์มด  เณรน้อยถามว่า อาจารย์มดจากที่ไหนกัน  สียงตอบมาว่า  เราคืออาจารย์มดที่มาจากในเมือง  เณรน้อยถามอีกว่า มีรื่องอะไรหรือ  เสียงนั้นตอบว่า  ได้ยินว่ามีอาจารย์ที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง  เราแบกคทาพระธรรมเดินมาตลอดทาง  ไม่พบเห็นใครสักคน  จึงคิดจะมาขอคำแนะนำ  เณรน้อยจึงเปิดประตูออกมา  แต่ไม่พบใคร จึงถามขึ้นว่า  ท่านอาจารย์อยู่ที่ไหน  มีเสียงตอบมาจากบนพื้นว่า  อยู่ที่นี่  เณรน้อก้มลงมองแล้วกล่าวว่า  ท่านอาจารย์คทาของท่านสั้นเกินไปแล้ว

เห็นครั้งแรกก็กลับหัว
อุตส่าห์มาขอพบเรา
ทำไมยังต้องปิดบัง
เทศนาธรรมที่ไร้สาระ
Posted by KiLiN on 25 Dec. 2004,01:46
ตอนที่ ๔๙ 日用而不知



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 28 Dec. 2004,21:43
หญ้าปากคอก

อาจารย์กับเณรน้อยกำลังนั่งดื่มน้ำชา   ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา   พอดีมีขบวนของท่านโชกุนแห่ผ่านมา   ผู้คนที่อยู่ 2 ฝั่งต่างรีบเข้ามายกมือกราบไหว้   อาจารย์ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า   กราบไหว้อะไรกัน   เหมือนปัญหาหญ้าปากคอก   เณรน้อยจึงถามว่า   ท่านอาจารย์ครับ   อะไรคือหญ้าปากคอก   อาจารย์นิ่งคิดแล้วก็รินน้ำชากล่าวว่า   มาดื่มน้ำชา  เณรน้อยยกน้ำชาขึ้นดื่มแล้วถามว่า   หลังจากดื่มแล้วละครับ   อาจารย์ตอบว่า  นี่แหละเรียกว่าหญ้าปากคอกละ   เณรน้อยกล่าวว่า   เข้าใจแล้วครับ   แล้วก็ยกน้ำชาขึ้นดื่ม

ธรรมะเหมือนหญ้าปากคอก
มีอยู่ตรงหน้าแต่ไม่เห็น
แม้ปฏิบัติอยู่ทุกวันแต่ไม่รู้
เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าแต่ไม่เห็นธรรม
Posted by KiLiN on 04 Jan. 2005,22:17
ตอนที่ ๕๐ 塵從外來



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 05 Jan. 2005,22:41
ฝุ่นจากภายนอก

ขณะที่ลูกศิษย์วัดกำลังปัดกวาดอยู่ที่ลานวัด   ก็มีคณะนักท่องเที่ยวเข้ามาชมวัด   ไกด์ก็กล่าวแนะนำต่างๆนาๆ   แล้วพานักท่องเที่ยวเดินมาจนเห็นเจ้าอาวาสก็กำลังกวาดพื้นอยู่   ไกด์ได้แนะนำถึงการบำเพ็ญเพียรอันแก่กล้าของเจ้าอาวาส   ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดสงสัยขึ้น   ไกด์จึงถามเจ้าอาวาสว่า  ท่านอาจารย์เป็นถึงพระชั้นผู้ใหญ่  ทำไมยังต้องมากวาดพื้นอีก   เจ้าอาวาสนิ่งคิดสักครู่ก็กล่าวว่า   ฝุ่นมันเยอะเกิดไป  จะทำอย่างไรได้   แล้วก็กวาดต่อไป   ไกด์ถามอีกว่า  ในเมื่อเป็นสถานที่อันบริสุทธิ์   ทำไมยังมีฝุ่นอีก   อาจารย์หันไปกวาดใส่ไกด์คนนั้นแล้วกล่าวว่า   ทำไมจึงยังมีฝุ่นเข้ามาอีก

มีพระพุทธิอยู่กับตัว
ใจใสสอาดดุจบานกระจก
หมั่นปัดกวาดอยู่มิได้ขาด
อย่าได้ชักนำฝุ่นธุลีดิน
Posted by KiLiN on 12 Jan. 2005,23:21
ตอนที่ ๕๑ 只圖遮眼



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 14 Jan. 2005,23:09
เพียงปิดบังสายตา

อาจารย์นอนอาบแดดอยู่ที่ชายหาด   ถูกแดดกล้าชอนไชสายตา   หันไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนตักของคนข้างๆ   จึงหยิบมาปิดบังสายตาแล้วนอนต่อไป   ลูกศิษย์วัดมานอนอยู่ด้านข้างของอาจารย์   เห็นอาจารย์เอาหนังสือโป๊ปิดหน้า   จึงถามขึ้นว่า   ท่านอาจารย์ครับ  ทำไมท่านถึงดูหนังสือ play  boy  อาจารย์หยิบหนังสือขึ้นมาดูแล้วตอบว่า   เราเพียงอาศัยปิดบังสายตาเท่านั้น   ลูกศิษย์นิ่งคิดสักครู่แล้วหยิบเอาหนังสือมาจากอาจารย์   แล้วกล่าวว่า   เราจะเรียนแบบท่านขอปิดบังสายตาบ้าง   อาจารย์หันมาดูลูกศิษย์แล้วกล่าวว่า   ถ้าเป็นเจ้า  คงเพ่งดูจนลูกตาออกนอกเบ้าแล้ว

ภายนอกย่อมมีสิ่งล่อใจอยู่มากมาย
แต่ภายในไม่มีฝุ่นผงแม้สักนิด
คิดอาศัยร่มไม้ปิดบังสายตา
ในสถานที่บริสุทธิ์ยังมีความลุ่มหลง
Posted by คนธรรมดา on 24 Jan. 2005,10:00
ธงไหว

... พระเซ็น ๒ รูป เถียงกันเรื่องธงไหว
องค์หนึ่งว่า ลมเป็นปัจจัยทำให้ธงไหว อีกองค์ว่า
ธงต่างหากทำให้เกิดความเคลื่อนไหว
เถียงกันไปเถียงกันมา ตกลงกันไม่ได้ต้องร้อนถึงอาจารย์ตัดสิน
อาจารย์กล่าวว่า จิตของท่านต่างหากที่ไหว ไม่ใช่ลมหรือธงอย่างที่ท่านเถียงกัน
... พระอาทิตย์อยู่ใกล้โลกที่สุดตอนไหนของวัน
องค์หนึ่งว่า ตอนเช้าซิ เพราะดวงโตที่สุด อีกองค์ว่า ตอนกลางวัน
เพราะร้อนที่สุด
เถียงกันไม่มีแพ้ไม่มีชนะ ต้องร้อนไปถึงอาจารย์ให้ช่วยตัดสินอีก
อาจารย์ถามว่า ท่านฉันหรือยัง ให้ไปฉันข้าวดีกว่า !!!
พวกเราก็เหมือนกัน อย่าพยายามตั้งเรื่องอะไรที่มันต้องลำบากใจตนเอง
ให้พอใจกับการปฏิบัติ พอใจกับธรรมะรื่อ
อย่าพอใจกับการสอดส่องดูความบกพร่องของผู้อื่น นั่นเป็นเรื่องของกิเลส
อะไรเกิดก็ให้รู้ รู้แล้วละเสีย
ธรรมชาติก็เป็นเช่นนี้ อย่าคิดให้เกินเลย ต้องคิดให้พอดี ...
Posted by KiLiN on 29 Jan. 2005,00:37
ตอนที่ ๕๒ 日影透窗



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by KiLiN on 04 Feb. 2005,22:08
สงสัยคุณ สข1 ไม่เห็นแน่เลย   ic-12.gif
Posted by สข1 on 05 Feb. 2005,00:13
แสงแดดลอดหน้าต่าง

อาจารย์กำลังเล่นหมากรุกอยู่กับแขกแล้วเกิดท้องเสียขึ้นมา   จึงกล่าวว่า   เราขอไปห้องน้ำก่อน   ท่านรอเราสักครู่   ขณะที่เดินผ่านลูกศิษย์ที่กำลังนั่งสัปงกอยู่   พอไปห้องน้ำกลับมาเห็นลูกศิษย์ยังนั่งสัปงกอยู่  จึงส่งเสียงดังขึ้น   ลูกศิษย์ตกใจตื่นขึ้นรีบหยิบตำราขึ้นมาอ่าน   อาจารย์กล่าวว่า   ไปเปิดหน้าต่างออก   พอลูกศิษย์เปิดหน้าต่างออกมาอาจารย์กล่าวขึ้นว่า   เราถามพวกเจ้า  เป็นเพราะมีพระอาทิตย์   แสงแดดจึงลอดเข้ามา   หรือว่าเป็นเพราะเราเปิดหน้าต่าง   แสงแดดจึงลอดเข้ามา   เจ้าเณรน้อยคิดแล้วตอบว่า   รู้แล้ว  อาจารย์รีบเข้าไปเถิด   ยังมีแขกรออยู่ที่ห้อง   อาจารย์จึงรีบวิ่งกลับห้องไป

ขับเมฆเดือนไป
เรือไปฝั่งมา
ความจริงไม่เปลี่ยนแปลง
มายาเกิดที่ใจ
Posted by KiLiN on 09 Feb. 2005,22:52
ตอนที่ ๕๓ 三界唯心,萬法唯識



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 13 Feb. 2005,00:51
จิตนิยมไตรภูมิ   ปัญญาในใต้หล้า

อาจารย์กำลังต้อนรับแขกอยู่   ระหว่างดื่มน้ำชาแขกได้ถามขึ้นว่า   ท่านอาจารย์ครับ   ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่า   สรรพสิ่งในโลกนี้   ล้วนอุบัติขึ้นจากการจินตนาการของจิต   อาจารย์เหลียวซ้ายแลขวาดูรอบๆแล้วตอบว่า   ไม่ผิดหรอก   แขกกล่าวขึ้นอีกว่า   ถ้างั้นอาจารย์ช่วยจินตนาการทองหยวนป้อ  ให้เราสักแท่งหนึ่ง   อาจารย์นึกๆแล้วตอบว่า   ได้ซิ   แล้วอาจารย์ก็นั่งจินตนาการ   แขกกล่าวอีกว่า   ท่านอาจารย์ช่วยเอาทองในจินตนาการออกมาให้เราดูหน่อย   อาจารย์ได้ยินแล้วสะดุ้งตกใจ   เจ้าเณรน้อยคิดสักครู่แล้วกล่าวว่า   มีทางแล้ว   แล้วก็หันมาถามแขกว่า   ขอถามว่าประสกเคยไปอาคารไทเป 101 หรือเปล่า   แขกตอบว่า   เคยไปซิ   ยังมีความทรงจำอย่างลึกซึ้งด้วย   เณรน้อยกล่าวว่า   ถ้าอย่างนั้นท่านสามารถเอาความทรงจำที่ลึกซึ้งของท่านออกมาให้เราชมได้หรือไม่

จิตนิยมไตรภูมิ                   ปัญญาในใต้หล้า
จินตนาการและปัญญา          ตาสดับสำเนียงหูสัมผัสภาพ
ภาพไม่สำผัสทางหู             เสียงก็ไม่กระทบตา
ตาสัมผัสภาพหูสดับสำเนียง   ทุกสิ่งย่อมสัมฤทธิ์ผล
ไม่ใช่สิ่งบังเอิญ                 ใยเห็นแต่เป็นภาพลวงตา
แม่น้ำขุนเขาบนโลก            ผู้เข้มแข็งย่อมต้องเปลี่ยนแปลง
Posted by KiLiN on 19 Feb. 2005,03:03
ตอนที่ ๕๔ 渴見水喻



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 21 Feb. 2005,22:05
พบน้ำเข้าใจกระหาย

ชายผู้หนึ่งกำลังคลานอยู่กลางทะเลทราย  ภายใต้แสงแดดแผดกล้า  อาจารย์และเจ้าเณรน้อยขี่อูฐผ่านมา  ชายผู้นั้นร้องขอ  น้ำ น้ำ  เจ้าเณรน้อยวิ่งลงมาปลดถุงน้ำยื่นให้  ชายผู้นั้นกล่าวขอบคุณแล้วรับมาเทน้ำใส่ปาก  แต่มันมีน้ำอยู่เพียงหยดเดียว  เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า ไม่เป็นไรมีแม่น้ำอยู่ข้างหน้า  เราจะพาท่านไป  พอมาถึงแม่น้ำ  ทั้งคนและอูฐต่างก็ลงไปดื่มน้ำ  แต่ชายผู้นั้นกลับยืนเฉยไม่ยอมดื่ม  เจ้าเณรน้อยจึงเรียกว่า  รีบมาดื่มด้วยกันซิ  ชายผู้นั้นตอบว่า  เราไม่ดื่ม  เจ้าเณรน้อยถามว่า  เพราะอะไร  ชายผู้นั้นตอบว่า  น้ำที่นี่มีมากเกินไปเราดื่มไม่หมด


เร่งรีบดิ้นรนแสวงหา
ผ่านร้อนผ่านหนาวเป็นแรมปี
หมกมุ่นการงานทุกเช้าค่ำ
สับสนมึนงงล่วงเข้าวัยชรา
ผิดๆถูกๆไม่รู้จบ
ชั่วๆดีๆไม่หมดสิ้น
หนทางสว่างอยู่ข้างหน้า
หมื่นพันผ่านไปไม่ยอมเดิน
Posted by KiLiN on 25 Feb. 2005,11:40
ตอนที่ ๕๕ 動與不動



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 27 Feb. 2005,00:28
เคลื่อนไหวและสงบนิ่ง

ลูกศิษย์ 3 คนกำลังต่อตัวขึ้นไปทาสีกำแพง  เจ้าเณรน้อยที่อยู่ระหว่างกลางถามขึ้นว่า  ศิษย์พี่ อีกนานไหมกว่าจะเสร็จ  เราเหนื่อยเหลือเกิน  ศิษย์คนที่อยู่ชั้นบนกล่าวว่า  พึ่งยืนแค่วันเดียวก็บ่นว่าเหนื่อยแล้ว  เป็นเพราะยามปกติไม่ตั้งใจฝึกฝน  ดูศิษย์พี่ใหญ่เป็นตัวอย่าง  ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่รู้จักเหนื่อย  เจ้าเณรน้อยก้มดูศิษย์พี่ใหญ่ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ชั้นล่าง  แล้วรำพึงว่า  จะต้องฝึกฝนอย่างไรกัน  ศิษย์ที่ยืนอยู่ชั้นบนสุดก็งงตอบไม่ได้  พอดีมีกลิ่นหอมของอาหารโชยมาแตะจมูกของศิษย์พี่ใหญ่  ศิษย์พี่ใหญ่จึงเดินขยับไปตามทิศทางของกลิ่นหอม  ทำให้ศิษย์ที่ต่ออยู่ชั้นบนร่วงตกลงมากองอยู่ตรงหน้าอาจารย์  อาจารย์ถอนใจกล่าว่า  เมื่อจิตใจเกิดหวั่นไหว  ก็ไม่สามารถฝึกฝนอะไรให้บรรลุได้  เจ้าเณรน้อยลุกขึ้นถามว่า  ถ้าจิตใจไม่หวั่นไหวละ  อาจารย์ตอบว่า  ก็เหมือนกับผีตายซากในป่าช้า

ใจปรารถณาก็เป็นผีฟ้า
ใจไม่ปรารถณาก็เป็นผีนรก
ใจหวั่นไหวไปมาก็เป็นผีสับสน
หนทางที่ถูกต้องไม่มีเรื่องเช่นนี้
Posted by KiLiN on 03 Mar. 2005,00:46
ตอนที่ ๕๖ 方便善巧



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 04 Mar. 2005,21:58
รอบรู้ดีมาน

มีขุนนางคนหนึ่งมาถามอาจารย์ว่า  ขอถามพระอาจารย์ว่า  อะไรคือฌาน  อาจารย์ ชูนิ้วมือแล้วยื่นออกมาข้างหน้า  ขุนนางผู้นั้นเกิดรู้แจ้งทันทีกล่าวว่าขอบคุณพระอาจารย์แล้วเดินจากไป  เศรษฐีอีกผู้หนึ่งเดินเข้ามาถามว่า  เรียนถามพระอาจารย์  อะไรคือเต๋า  อาจารย์กำหมัดแล้วชกไปข้างหน้า  เศรษฐีผู้นั้นตกใจกล่าวขอบคุณแล้วลาจากไป  โจรผู้หนึ่งเดินเข้ามาถามว่า  อาจารย์ จะรู้สำนึกได้อย่างไร อาจารย์ชกเข้าที่หน้าทีหนึ่ง  โจรสะดุ้งตกใจแล้วเดินจากไป  คนทุกข์เดินเข้ามาถามว่า  ท่านอาจารย์  จะต่อสู้กับมารผจญได้อย่างไร  อาจารย์ยื่นไม้กางเขนไปข้างหน้า  คนทุกข์นั้นก็ลาจากไป  นักพรตถือขวดเข้ามาใบหนึ่งกล่าวว่า  ท่านอาจารย์ขอน้ำทิพย์ให้กับเราด้วย  อาจารย์หยิบการินให้  คนหัวล้านเดินเข้ามากล่าวว่า  ขอน้ำยาปลูกผมให้เราด้วย  อาจารย์เอากิ่งไม้สลัดที่หัวผมก็เกิดดกขึ้นมา  แม่บ้านเดินเข้ามากล่าวว่า  อาจารย์ขอยืมน้ำมันหน่อย  อาจารย์หยิบน้ำมันส่งให้  นักท่องเที่ยวเข้ามากล่าวว่า  อาจารย์ช่วยจุดธูปให้หน่อย  อาจารย์ก็จุดไฟให้  จึงมีผู้คนมาเพื่อร้องขอสิ่งที่ต้องการอีกยาวเหยียด  จนลูกศิษย์วัดต้องมาคอยจัดคิวต่อแถว


รอบรู้ดีมานประชานิยม
เชี่ยวชาญการเจือจานให้พระศาสนา
Posted by KiLiN on 12 Mar. 2005,19:39
ตอนที่ ๕๗ 修行與生活



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 15 Mar. 2005,01:30
ตอนนี้มีปัญหาหรือเปล่าครับ   ทำไมมันจึงโหลดไม่ได้
Posted by KiLiN on 15 Mar. 2005,09:28
ขัดข้องทางเทคนิค  แก้ไข้แล้วครับ ลองใหม่ครับ  thumbsup.gif
Posted by สข1 on 16 Mar. 2005,05:33
การดำเนินชีวิตกับการปฏิบัติธรรม

เจ้าเณรน้อยนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้   จนเข้าสู่ภวังค์รู้สึกผ่านไปหลายฤดู   จนเกิดสงสัยจึงถามขึ้นว่า   อาจารย์ครับทำไมเราถึงต้องศึกษาธรรมะ   เสียงอาจารย์ตอบมาว่า   เพื่อให้เกิดปัญญา   เจ้าเณรน้อยถามขึ้นอีกว่า   เกิดปัญญาแล้วเป็นอย่างไร   เสียงตอบมาว่า   จะได้ลึกซึ้งในการปฏิบัติ   เจ้าเณรน้อยถามอีกว่า   แล้วอาจารย์ลึกซึ้งในการปฏิบัติอย่างไร   เสียงตอบว่า   กินอาหาร  ใส่เสื้อผ้า   เจ้าเณรน้อยสะดุ้ง   แล้วถามว่า   กินอาหารใส่เสื้อผ้า   ไม่ใช่เรื่องธรรมดาหรือ   นับเป็นเรื่องปฏิบัติธรรมด้วยหรือ   เสียงอาจารย์ตอบว่า   เจ้านึกว่าเราทำอะไรกันอยู่ทุกวันหรือ

พุทธธรรมไร้ที่ใช้ประโยชน์
เพราะยามปกติไร้เรื่องราว
ถ่ายอุจจาระหนักเบา
กินอาหารสวมเสื้อผ้า
เหนื่อยนักก็พักผ่อน
คนโง่ย่อมหัวเราะเยาะเอา
ผู้มีปัญญาจึ่งรู้ความจริง
Posted by KiLiN on 23 Mar. 2005,23:21
ตอนที่ ๕๘ 一句成兩句



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 25 Mar. 2005,01:53
หนึ่งแยกเป็นสอง

อาจารย์และลูกศิษย์   กำลังนั่งสมาธิกันอยู่   ลูกศิษย์คนหนึ่งเกิดสงสัยจึงกระซิบที่ข้างหูอาจารย์   เจ้าเณรน้อยพยามยามจะเงี่ยหูฟัง   แต่ก็ฟังไม่รู้เรื่อง   อาจารย์คิดสักครู่แล้วกระซิบตอบ   สักครู่อาจารย์ก็ลุกเดินจากไป   เจ้าเณรน้อยจึงถามว่า   ศิษย์พี่   เมื่อสักครู่ท่านถามอาจารย์ว่าอะไร   และอาจารย์ตอบท่านว่าอะไร   ศิษย์พี่นิ่งเฉย   เจ้าเณรน้อยจึงรุกเร้าให้ตอบ   จนศิษย์พี่ทนไม่ได้   จึงถามว่า   ให้ตอบอะไร   เจ้าเณรน้อยถามย้ำอีกว่า   ท่านถามอาจารย์เรื่องอะไร   และอาจารย์ตอบท่านว่าอะไร   ศิษย์พี่ตอบว่า   เราถามอาจารย์ว่า   คำพูดที่สำคัญที่สุดของท่านคืออะไร   ท่านตอบว่า   ถ้าหากว่าท่านตอบเราหนึ่งประโยคก็จะกลายเป็นสองประโยค   ตอนนี้เจ้ามาถามเรา   เราตอบท่านอีกครั้ง   ก็จะกลายเป็นสามประโยคแล้ว


วาจามากมายไร้สาระ
ไม่สอบถามที่มาทิศทางลม
ต่างล้วนมุ่งมาถามหาปัญญา
ส่งเสียงดังติงตังติงตัง
Posted by KiLiN on 02 Apr. 2005,21:42
ตอนที่ ๕๙ 作佛不費力



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by มะเหมี่ยว on 03 Apr. 2005,20:43
แวะมาชมการ์ตูนเซนแต่เช้า ได้อาหารบำรุงสมองอย่างดีเลยค่ะwinkthumb.gif
Posted by สข1 on 04 Apr. 2005,22:54
บรรลุธรรมไม่เปลืองแรง

อาจารย์กำลังปีนบันใดปัดฝุ่นพระพุทธรูปอยู่   เจ้าเณรน้อยมาเห็นเข้าจึงถามว่า   อาจารย์ครับ   ถ้าต้องการจะบรรลุธรรมต้องทำอย่างไรครับ   อาจารย์ตอบว่า   ทำไมต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงขนาดนั้น   เจ้าเณรน้อยถามอีกว่า   ถ้าไม่ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงต้องทำอย่างไร   อาจารย์ถอนใจแล้วตอบว่า   ถ้าไม่ต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรง   ก็บรรลุธรรมแล้ว

มัวแต่ค้นหาแดนสวรรค์แต่ไม่พบ
สวมรองเท้าฟางเหยียบย่ำไปทุกที่
กลับมามั่วสุมโลกีย์สิ่งโสโครก
แดนสวรรค์อยู่เบื้องหน้าไม่ห่างไกล
Posted by KiLiN on 20 Apr. 2005,07:33
ขอบคุณครับ คุณมะเหมี่ยว bowsdown.gif
มาชมตอนต่อไปกันดีกว่า photographer.gif

ตอนที่ ๖๐ 何處不自在



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 22 Apr. 2005,21:50
อิสระเสรี

อาจารย์และเจ้าเณรน้อยเดินอยู่ในตลาด   เห็นผู้คนมากหน้าหลายตา   เห็นไกด์นำพานักท่องเที่ยวเดินผ่านไป   เจ้าเณรน้อยถามขึ้นว่า   อาจารย์ครับ   คนทั่วไปทำอย่างไรถึงจะมีอิสสระเสรี   อาจารย์นึกแล้วตอบว่า   ตามความเห็นของข้า   คนทุกคนก็ล้วนสุขสบายดีอยู่แล้ว   คนที่สมควรร่ำรวยก็ร่ำรวย    คนที่สมควยยากจนก็ยากจน   เวลาหนาวก็ใส่เสื้อผ้า   เวลาร้อนก็ตากลม   มีใครที่ไหนไม่อิสระเสรี

ในยามที่ตั้งใจ
ในยามที่ไม่ตั้งใจ
มาโดยไม่ตั้งใจ
ตั้งใจกลับไม่มา
Posted by KiLiN on 27 Apr. 2005,23:57
ตอนที่ ๖๑ 盲聾啞



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 28 Apr. 2005,22:40
ตาบอดหูหนวกเป็นใบ้

อาจารย์แสดงเทศนาธรรม   พูดถึงพระพุทธ   พระธรรม   การเวียนว่ายตายเกิด   ไปจนถึงจักรวาลและดวงดาว   วัฏจักรของสิ่งมีชีวิต   พอลงจากเวทีแสดงธรรม   เห็นลูกศิษย์นั่งหลับ    คนหนึ่งเอาผ้าปิดปาก   คนหนึ่งเอาหูฟังอุดหู   อีกคนหนึ่งสวมแว่นดำ    อาจารย์ส่ายหน้าแล้วเดินผ่านไป


หูหนวกเป็นใบ้มืดบอด
ตรวจสอบเรียนรู้ไปสิ้นทุกสิ่ง
ไม่ว่าบนฟ้าบนดิน
มีทั้งทุกข์และโศก
ไม่อาจค้นพบความจริง
ไหนเลยจะพบเส้นด้ายในจักรวาล
ดิ้นรนเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในห้อง
ใบไม้ร่วงดอกไม้บานล้วนมีเวลา
Posted by KiLiN on 11 May 2005,02:18
ตอนที่ ๖๒ 法演四戒



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 13 May 2005,00:46
ข้อห้ามทั้ง 4

อาจารย์แสดงปัจฉิมนิเทศแก่ศิษย์ทั้ง 3  ว่า    ผ่านการศึกษาธรรมะมา 3 ปีแล้ว    พวกเจ้าสามารถลงจากเขาไปได้แล้ว    ก่อนที่พวกเจ้าจะไปทำการเผยแพร่พระธรรม    มีข้อห้ามที่ต้องจดจำอยู่ 4 ข้อคือ
1 อำนาจไม่ควรใช้จนหมดสิ้น  
2 ไม่ควรเสพสุขอย่างเต็มที่
3 ไม่ควรใช้กฏระเบียบอย่างถึงที่สุด
4 ไม่ควรพูดดีจนหมดเปลือก

เพราะอะไรหรือ   อำนาจถ้าใช้จนหมดสิ้น   เภทภัยก็จะถามหา   เสพสุขจนสิ้นวาสนา   ชีวิตก็จะไม่ราบรื่น   เข้มงวดต่อกฏเกณฑ์จนเกินไป   ผู้อื่นย่อมต้องหาทางหลีกเลี่ยง  พูดสรรเสริญเยินยอจนหมดเปลือก   ผู้อื่นย่อมไม่เห็นความสำคัญ    พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่

อำนาจไม่ควรใช้จนหมดสิ้น  
ไม่ควรเสพสุขอย่างเต็มที่
ไม่ควรใช้กฏระเบียบอย่างถึงที่สุด
ไม่ควรพูดดีจนหมดเปลือก
Posted by ultraman on 14 May 2005,18:12
ลิ้ง การ์ตูน เซ็น มัน พลาดครับ ลิ้งไป ไม่เจอเลย ตั้งแต่หน้าแรกเลยครับ แก้ด่วนๆๆๆๆๆๆๆ ครับ แอดมิน
Posted by KiLiN on 14 May 2005,19:43
มันพลาดหมายถึงลิ้งค์ไม่เจอเหรอครับ ผมลองคลิกดู ก็เจอนี่ครับ สามารถดูการณ์ได้ครับ

ตอนไหนบ้างครับ ที่มีปัญหาครับ  icon_rotfl.gif
Posted by ultraman on 15 May 2005,02:07
อ๋อ กดตามตรง มัน จะปกติครับ แบบ คลิกเม้าทางปุ่มขวา แต่ พอ คลิ๊ก เม้าซ้ายเลือก ปุ่ม Open in new Window

มันไป หน้าเก่าๆๆๆๆ ครับไม่เจอ การ์ตูน
Posted by KiLiN on 15 May 2005,04:11
อ้อ..ครับ  นั่นเอง  งั้นก็คงต้องคลิกธรรมดาครับ  bowsdown.gif

เพราะผมใช้คำสั่งเป็น script เพื่อบังคับหน้าที่ขึ้นมาปรากฎเอาไว้ด้วย ครับ  flower.gif
Posted by KiLiN on 27 May 2005,22:42
ตอนที่ ๖๓ 三喚四喚



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 28 May 2005,02:58
ร่ำร้องเรียกหา


อาจารย์กำลังนั่งสวดมนต์อยู่  เจ้าเณรน้อยแอบย่องมาข้างหลังเรียกอาจารย์  แล้วก็หลบไป  พออาจารย์หันกลับมามองหาก็ไม่เห็น  เจ้าเณรน้อยทำซ้ำๆอยู่หลายครั้ง  จนถูกอาจารย์จับตัวได้  จึงตวาดถามว่า  เรากำลังสวดมนต์อยู่เจ้ามาร่ำร้องเรียกหาอะไร  เจ้าเณรน้อยตอบว่า  อาจารย์เฝ้าร่ำร้องเรียกหาพระพุทธอยู่ทั้งวัน  พระพุทธยังไม่มีอารมณ์โกรธเลย


คนโง่หลงอยู่ในโลกมายา
ก่อกิจกรรมที่น่ารำคาญ
เกิดโมหะจริต
Posted by KiLiN on 02 Jun. 2005,08:17
ตอนที่ ๖๔ 不語戒



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 02 Jun. 2005,22:23
ห้ามส่งเสียง

อาจารย์และศิษย์กำลังนั่งสมาธิกันอยู่   เวลาผ่านไปเนิ่นนาน   ศิษย์คนหนึ่งลืมตาขึ้นแล้วร้องว่า    ไฟใกล้จะดับแล้ว   ศิษย์อีกคนหนึ่งร้องขึ้นว่า   อาจารย์บอกว่าห้ามส่งเสียง   อาจารย์ก็ร้องขึ้นว่า   แล้วทำไมเจ้ายังส่งเสียงพูด   เจ้าเณรน้อยพูดขึ้นว่า   มีแต่เราที่ไม่ได้ส่งเสียง


อย่ามัวแต่ตำหนิข้อบกพร่องของผู้อื่น
พูดไปพูดมาก็หาเรื่องใส่ตัว
ถ้าหากว่าปิดปากไม่ส่งเสียง
ก็เป็นทางหนึ่งที่บรรลุธรรม
Posted by KiLiN on 12 Jun. 2005,21:23
ตอนที่ ๖๕ 平常心



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 13 Jun. 2005,01:34
จิตใจที่ว่างเปล่า

อาจารย์และเจ้าเณรน้อยกำลังออกกำลังกายกัน  เจ้าเณรน้อยถามขึ้นว่า  ท่านอาจารย์ครับ  คนเราต้องบำเพ็ญเพียรอย่างไรครับ  อาจารย์ตอบว่า  การบำเพ็ญเพียรก็คือ  ถ้าหิวก็กินข้าว  เหนื่อยก็นอนพัก  เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า  ถ้าเช่นนั้นก็เหมือนคนทั่วไปซิ  อาจารย์ตอบว่า  ไม่เหมือนกัน  คนทั่วไปเวลากินข้าว  ยังมีเรื่องที่ปรารถณาอีกพันเรื่อง  เวลานอนยังพกพาความกังวลอีกนับหมื่น  พอดีมีเสียงร้องมาว่า  ได้เวลากินข้าวเช้าแล้ว  เจ้าเณรน้อยรีบวิ่งไปทันที

ปล่อยวางจนจิตใจว่างเปล่า
ใจที่ว่างเปล่าจึงพบหนทาง
ในป่าเขายังมีชีวิตที่สงบ
ใจไม่สงบย่อมอยู่อย่างยากลำบาก
Posted by KiLiN on 22 Jun. 2005,09:18
ตอนที่ ๖๖ 茶杯禪理



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 24 Jun. 2005,08:48
วิถีเซนในถ้วยชา

เจ้าเณรน้อยกำลังกวาดบ้าน   พอรู้สึกง่วงนอนก็ควงไม้กวาดไปโดนถ้วยชาตกลงมาแตก    เกรงว่าจะถูกอาจารย์ดุ    พออาจารย์เดินเข้ามาจึงถามว่า   ท่านอาจารย์ครับ  คนเราทำไมต้องตายด้วย    อาจารย์ตอบว่า   นี่เป็นเรื่องของธรรมชาติ    สรรพสิ่งในโลกมีเกิดและมีตาย   เจ้าเณรน้อบจึงกล่าวว่า    ถ้วยชาของท่านถึงคราวตายแล้ว


คนเรามีเกิดแก่เจ็บตาย
วัตถุมีอยู่และดับสูญ
เกิดเกิดตายตายวนเวียนไม่จบสิ้น
Posted by KiLiN on 02 Jul. 2005,05:18
ตอนที่ ๖๗ 磨磚作鏡



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 02 Jul. 2005,10:23
ฝนอิฐให้เป็นกระจก

อาจารย์กำลังนั่งสมาธิอยู่    เจ้าเณรน้อยเข้ามาถามว่า    อาจารย์ครับ    ท่านกำลังทำอะไรอยู่    อาจารย์ตอบว่า   กำลังนั่งสมาธิ    เจ้าเณรน้อยถามว่า   ทำำไมต้องนั่งสมาธิ    อาจารย์ตอบว่า   เพื่อบรรลุธรรม    เจ้าเณรน้อยจึงไปเอาอิฐก้อนหนึ่งมานั่งฝนอยู่ข้างๆอาจารย์    อาจารย์จึงถามว่า   เจ้าทำอะไร    เจ้าเณรน้อยตอบว่า    กำลังฝนอิฐ   อาจารย์ถามว่า    ฝนอิฐไปทำอะไร    เจ้าเณรน้อยตอบว่า    ฝนให้เป็นกระจก    อาจารย์ถามว่า   อิฐนี้จะฝนให้เป็นกระจกได้อย่างไร    เจ้าเณรน้อยตอบว่า    ถ้าอิฐนี้ฝนให้เป็นกระจกไม่ได้    การนั่งเช่นนี้จะบรรลุธรรมได้อย่างไร


นั่งสมาธิบรรลุธรรมเป็นโรคทางใจ
ฝนอิฐให้เป็นกระจกเห็นเต็มตา
ทลายเครื่องพันธนาการขังคุกออกมา
มีจิตศรัทธาย่อมเห็นหนทาง
Posted by KiLiN on 12 Jul. 2005,21:00
ตอนที่ ๖๘ 一日不作、一日不食



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 15 Jul. 2005,05:37
พอผมคลิ๊ก play เครื่องก็จะ  Hank ทันทีเลยครับ
Posted by KiLiN on 15 Jul. 2005,07:20
ไฟล์มันเสียครับ  แก้ไขแล้วครับ  ลองใหม่  smile.gif
Posted by สข1 on 15 Jul. 2005,08:06
วันไหนไม่ทำงานก็ไม่มีอาหาร

อาจารย์กำลังยืนอยู่หน้าอาราม  ลูกศิษย์วิ่งเล่นผ่านมา  อาจารย์ตวาดว่า  พวกเจ้าเล่นอะไรกัน  ยังไม่รีบไปทำงาน  ถ้าวันไหนไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวกิน   ลูกศิษย์จึงคว้าจอบเสียมไปทำงาน  พอถึงเวลาอาหารอาจารย์ร้องว่า  ถึงเวลาอาหารย์แล้ว  ลูกศิษย์ต่างก็วิ่งเข้ามา  อาจารย์กล่าวว่า  เจ้ารีบไปเอาชามข้าวของอาจารย์มา  เจ้าเณรน้อยจึงเอาจอบและชามข้ามมาให้  อาจารย์กล่าวว่า  เราให้เจ้าไปเอาชามข้ามของเรามา  เจ้าเอาจอบมาให้เราทำไม  เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า  อาจารย์บอกว่าวันไหนไม่ทำงาน  ก็ไม่มีอาหารไม่ใช่หรือครับ เราจึงเอาจอบของอาจารย์มาด้วย

วันไหนไม่ทำงาน     ก็ไม่มีอาหาร
ขยันทำงานและพึ่งตนเอง    จึงได้รู้รสชาติของชีวิต
Posted by KiLiN on 25 Jul. 2005,06:24
ตอนที่ ๖๙ 瞬息人生



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 27 Jul. 2005,09:33
ชีวิตเพียงชั่วพริบตา

ลูกศิษย์เห็นอาจารย์กำลังนั่งสมาธิอยู่    จึงรีบมานั่งบ้าง   ส่วนเจ้าเณรน้อยก็รีบวิ่งมาแต่ไกล   อาจารย์ลืมตาขึ้นแล้วถามว่า    พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าคนเรามีเวลายาวนานสักเท่าไหร่   ศิษย์อ้วนตอบว่า  ข้ารู้ 50 ปี  อาจารย์บอกว่า   ไม่ถูก  ศิษย์ผอมตอบว่า   40 ปี  ก็ไม่ถูกอีก   อาจารย์ถามเจ้าเณรน้อย   เจ้าเณรน้อยตอบว่า   30 ปี   แล้วเต้นด้วยความดีใจ   แต่ก็ไม่ถูกอีก   ลูกศิษย์จึงถามว่า   แล้วที่แท้มีมันยาวนานแค่ไหน   อาจารย์บอกว่า   มีเพียงชั่วลมหายใจเท่านั้น


วันคืนผ่านไปเหมือนติดปีก
คนเรามีเวลาอีกเท่าไหร่
ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน
ชีวิตเพียงชั่วพริบตา
Posted by add on 28 Jul. 2005,00:28
วันคืนผ่านไปเหมือนติดปีก
คนเรามีเวลาอีกเท่าไหร่
ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน

ชีวิตเพียงชั่วพริบตา


       ยอดเยี่ยมมากค่ะ คุณ สข1 คุณคิลิน  winkthumb.gif
Posted by KiLiN on 02 Aug. 2005,21:42
ตอนที่ ๗๐ 風動心動



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 05 Aug. 2005,08:58
ลมพัดจิตใจหวั่นไหว

ลูกศิษย์กำลังตากเสื้อผ้ากันอยู่    ลมพัดมาทำให้เสื้อผ้าไหว   ลูกศิษย์อ้วนพูดขึ้นว่า    ดูซิเสื้อผ้าเคลื่อนไหว   ลูกศิษย์ผอมกล่าวว่า   ลมต่างหากที่เคลื่อนไหว    ลูกศิษย์อ้วนกล่าวว่า    ไม่ใช่เสื้อผ้าต่างหากที่เคลื่อนไหว    ลูกศิษย์ผอมกล่าวว่า   ลมพัดพาให้เสื้อผ้าเคลื่อนไหว   จึงเป็นลมต่างหากที่เคลื่อนไหว    ทั้งสองถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย    เจ้าเณรน้อยฟังจนหัวหมุน    จึงตะโกนว่า   ไม่ต้องเถียงกันแล้ว   หยุดกันไปสักพักเจ้าเณรน้อยก็กล่าวว่า    ไม่ใช่ลมที่เคลื่อนไหว   และไม่ใช่เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหว   แต่เป็นจิตใจของพวกท่านต่างหากที่เคลื่อนไหว

จิตมนุษย์เปรียบเสมือนจิตกร
เสกสรรค์ภาพลักษณ์ขึ้นบนโลกนี้
สะสมเรื่องราวของชีวิต
ล้วนแต่ปั้นแต่งโดยจิตนิยม
Posted by KiLiN on 18 Aug. 2005,06:57
ตอนที่ ๗๑ 法遍四方



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 19 Aug. 2005,23:51
พุทธบารมีแผ่ทั่วทุกทิศ

อาจารย์กำลังนั่งสมาธิอยู่แล้วกล่าวขึ้นว่า    ร่มเงาแห่งพระพุทธแผ่ขยายกว้างไกลจนไร้ขอบเขต    และไม่มีที่สิ้นสุดแห่งกาลเวลา   สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้   ล้วนอาบอิ่มด้วยบารมีแห่งพระพุทธ    เหล่าลูกศิษย์ต่างนั่งฟังจนเคลิบเคลิ้ม    เจ้าเณรน้อยที่กำลังนั่งน้ำมูกไหล   ในที่สุดก็จามใส่หน้าพระพุทธรูป   อาจารย์ตวาดว่า   ทำไมเจ้าจึงพ่นน้ำมูกใส่หน้าพระพุทธรูป   เจ้าเณรน้อยตอบว่า   คนกำลังเป็นหวัดนี่   อาจารย์กล่าวว่า   เป็นหวัดก็ไม่ควรสั่งน้ำมูกไม่เป็นที่    เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า   ก็พระพุทธแผ่ร่มเงาไปทุกทิศทางจนไร้ขอบเขต   ว่าแล้วก็ทำท่าจะจามอีก   อาจารย์และลูกศิษย์อื่นๆจึงช่วยกันจับอุดจมูกไว้   จนเจ้าเณรน้อยอั้นไม่อยู่

พุทธบารมีแผ่ขยายไปทั่วหล้า
โปรดสรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้
ชั่วดีแตกต่างกันตามวาสนา
ล้วนปรากฏอยู่เบื้องหน้าพุทธธรรม
Posted by KiLiN on 22 Aug. 2005,21:26
ตอนที่ ๗๒ 福禍之間



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 23 Aug. 2005,03:45
ระหว่างโชคกับเคราะห์

อาจารย์กำลังกินน้ำผึ้งอยู่    ลูกศิษย์เข้ามาเห็นจึงถามว่า    อาจารย์ทำอะไรอยู่หรือครับ   อาจารย์ตอบว่า   เรากำลังกินยา   แล้วพูดต่อว่า   พวกเจ้าปัดกวาดเรียบร้อยแล้วหรือยัง    ลูกศิษย์ตอบว่า   ยังเหลือแต่ในห้องนี้เท่านั้น     อาจารย์กล่าวว่า   ยังไม่รีบไปทำงานอีก    พอลูกศิษย์หันไปทำงานอาจารย์ก็รีบเอาไหน้ำผึ้งเก็บบนชั้น    แล้วเปลี่ยนป้ายเป็นยาพิษ    ก่อนไปกล่าวกับศิษย์ว่า   ยาพิษนี้ร้ายแรงมากพวกเจ้าห้ามกินเด็ดขาด    ลูกศิษย์รับคำแล้วก็กุลีกุจอปัดกวาดห้องต่อไป    ทันใดนั้นลูกศิษย์อ้วนปัดถูกแจกันบนโต๊ะตกลงมาแตก    ทุกคนต่างตกใจกลัวถูกอาจารย์ลงโทษ   เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า    เรามีวิธีแล้ว    ว่าแล้วก็หยิบเอาไหยาพิษมาแบ่งกันกิน    อาจารย์เดินเข้ามาเห็นเข้าจึงถามว่า   พวกเจ้าทำอะไรกัน    พอหันไปเห็นแจกันตกแตกก็ร้องว่า   แจกันของข้า    ใครทำแจกันของข้าตกแตก     เจ้าเณรน้อยตอบว่า    ขอโทษอาจารย์    พวกเราทำแจกันของท่านตกแตก    เราจึงเอายาพิษของท่านกินจนหมด    อีกไม่นานพวกเราก็คงต้องตายกันหมดแล้ว

มนุษย์อวดฉลาดวางแผนแยบยล
สวรรค์ลิขิตอย่างธรรมดาสามัญ
คนโลภมากโกหกตกนรก
ซื่อสัตย์ยุติธรรมคือสวรรค์
Posted by add on 27 Aug. 2005,09:01
เรากินยาพิษน้ำผึ้งของท่านจนหมดแล้ว  อร่อยจัง อิอิ   tongue.gif
Posted by สข1 on 28 Aug. 2005,02:18
สวัสดีครับคุณแอ๊ด

ผมสงสัยว่าทำไมอาจารย์จึงเสียทีลูกศิษย์บ่อยจัง
Posted by add on 28 Aug. 2005,22:13
คงจะแบบเณรน้อยเจ้าปัญญา อิกคิวซัง กระมังคะ  ผูกเรื่องให้เณรน้อยเป็นคนฉลาดเฉลียว  ทำให้เรื่องราวน่าสนใจน่าติดตามกว่าที่จะให้ผู้ใหญ่เป็นตัวเอกน่ะค่ะ   yin-yang.gif
Posted by KiLiN on 29 Aug. 2005,21:40
อ้างถึง (สข1 @ 27 สค. 2005,14:18)
สวัสดีครับคุณแอ๊ด

ผมสงสัยว่าทำไมอาจารย์จึงเสียทีลูกศิษย์บ่อยจัง

อ้างถึง (add @ 28 สค. 2005,10:13)
คงจะแบบเณรน้อยเจ้าปัญญา อิกคิวซัง กระมังคะ ผูกเรื่องให้เณรน้อยเป็นคนฉลาดเฉลียว ทำให้เรื่องราวน่าสนใจน่าติดตามกว่าที่จะให้ผู้ใหญ่เป็นตัวเอกน่ะค่ะ  yin-yang.gif


ความเป็นจริงที่คนมองข้ามไปก็คือ
ชีวิตผู้ใหญ่ซับซ้อนจนเกินไป
ขณะที่เด็กยังไร้เดียงสากว่า

ธรรมชาติที่แท้ ไม่ได้ฉาบผิว ไม่ปรุงแต่ง
เด็กจึงมีความใกล้กับธรรมชาติมากกว่า
ใสๆ ซื่อๆ smile.gif
Posted by สข1 on 30 Aug. 2005,22:16
จริงครับหลงพี่    

บางทีคนเราพยายามปรุงแต่งอะไรให้เลิศหรูอย่างสุดฤทธิ์    แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เลิศหรูที่สุดมันคือสามัญที่สุด   และมันมีอยู่ตรงหน้าเรานี้เอง
Posted by KiLiN on 02 Sep. 2005,20:40
ตอนที่ ๗๓ 不知歲月



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 03 Sep. 2005,22:11
ไม่รู้เดือนปี

อาจารย์กำลังนั่งสมาธิอยู่   เจ้าเณรน้อยเดินเข้ามาถามว่า    ท่านอาจรย์ครับ   ปีนี้ท่านอายุเท่าไหร่แล้วครับ    อาจารย์ตอบว่า   จำไม่ได้แล้ว   เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า    ทำไมแม้แต่ตัวเองอายุเท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว   อาจารย์ตอบว่า   เกิดและตายก็เหมือนกงล้อที่หมุนไปอย่างไม่มีวันหยุด   จุดไหนคือจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด    แล้วจะมีเดือนปีอะไรให้จดจำ    เจ้าเณรน้อยพยักหน้าด้วยความงุนงง   พอดีมีคนเข้ามาถามว่า    ท่านอาจารย์   ปีนี้ท่านอายุเท่าไหร่แล้ว    อาจารย์ตอบว่า   65 ปี   ชายคนนั้นจึงเอาเงินค่าเลี้ยงดูคนชรามอบให้กับอาจารย์   อาจารย์รับแล้วกล่าวว่า    อย่างนี้คนที่ยิ่งมีอายุยืนยาว   ก็ยิ่งได้รับมาก

เดือนปีผ่านไปปีแล้วปีเล่า
ต้นไม้ใบหญ้าแตกใหม่ไปกี่ครั้ง
สวรรค์รับรู้โดยไม่มีเวลา
จันทร์เพ็ญไม่ได้ส่องแสงเพื่อคนเดินทาง
Posted by KiLiN on 11 Sep. 2005,21:20
ตอนที่ ๗๔ 桶底脫落



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 13 Sep. 2005,02:44
ถังก้นหลุด

ลูกศิษย์กำลังทอดขนมแป้งหมี่    อาจารย์เดินเข้ามาบอกว่า   มีคนมารับอาหารเจแล้ว    เอาไปส่งให้มากสักหน่อย   ลูกศิษย์จึงตักขนมใส่ลงไปในถัง    อาจารย์ก็บอกว่า    เอาอีก   เอาอีก    ยังไม่พอ    ใส่เพิ่มอีก    ลูกศิษย์ตักขนมใส่จนเต็มถัง    อาจารย์จึงพยักหน้ากล่าวว่า   ดีมาก   แล้วบอกให้เอาขนมไปส่ง    เจ้าเณรน้อยตรงเข้าจะยก    แต่ก็ยกไม่ไหว    ลูกศิษย์ผอมจึงบอกว่า   มาเราเอง    พอลูกศิษย์ผอมยกถังขนมขึ้นมา    ก้นถังก็หลุดขนมร่วงลงบนพื้น    อาจารย์ร้องว่า    พวกเจ้าทำอะไรกัน    ดูซิขนมเสียหายหมดแล้ว    เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า    อาจารย์  ถังก้นหลุดเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน    อย่างนี้ก็จะไม่มีความทุกข์อีก

พิทักษ์รักษาถังใบเก่าเอาไว้
ถังพลันก้นหลุด
ก้นถังไม่มีน้ำ
ในน้ำไร้เงาจันทร์
Posted by สข1 on 14 Sep. 2005,02:56
ผมชอบเรื่องในบทนี้จัง    อุตส่าห์พิทักษ์ถังใบเก่าไว้จนสุดชีวิต    กลับกลายเป็นถังก้นหลุด    ก้นถังก็ไม่มีน้ำ    ในน้ำก็ไม่มีจันทร์อีก    อ่านแล้วมันช่างวังเวงเสียจริงๆ    คุณแอ๊ด   อ่านแล้วคิดอย่างผมหรือเปล่าครับ
Posted by add on 14 Sep. 2005,09:30
ตรงที่บอกว่า ถังก้นหลุด ก้นถังไม่มีน้ำ ทำให้คิดถึงการที่คนเราสะสมๆอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดสิ่งไม่คาดฝัน ก็ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสูญสลายไป ตรงนี้คนเราต้องทำความเข้าใจมากกับสิ่งที่ต้องสูญเสียและพลัดพราก

     เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า  อาจารย์ ถังก้นหลุดเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน  อย่างนี้ก็จะไม่มีความทุกข์อีก

     ฟังดูง่ายแต่ทำได้ยากจังนะคะ  ohman.gif

     ส่วนพอบอกว่า ในน้ำไร้เงาจันทร์ก็สะดุดใจ ว่าทำไมจึงมาอยู่ในบทเดียวกัน ก็รู้สึกดูเศร้าและวังเวงอย่างที่คุณ สข1ว่าแหละค่ะ

     อย่างนี้ต้องถามคุณคิลินแล้วล่ะค่ะ ว่ารู้สึกอย่างไร แล้วถังก้นหลุด กับในน้ำไร้เงาจันทร์ มันเกี่ยวข้องกันยังไงล่ะคะ hum.gif
Posted by สข1 on 14 Sep. 2005,22:03
ผมคลิ๊กเข้าไปพบคำอธิบายคำว่า   ถังก้นหลุด   ซึ่งไม่ค่อยเหมือนกับความรู้สึกในจินตนาการของผมนัก

เรื่องถังก้นหลุดเป็นเรื่องที่แพร่หลายมากในสำนักเซน    เรื่องมีอยู่ว่าอาจารย์ชิงเหลี่ยว   จะเดินเข้าไปในครัวดูลูกศิษย์ลวกหมี่อยู่บ่อยๆ    วันหนึ่งถังบรรจุหมี่ลวกเกิดก้นหลุดขึ้นมา    หมี่ลวกร่วงลงบนพื้นทั้งหมด   บรรดาลูกศิษย์ต่างตกใจร้องบอกเสียดายของ    แต่อาจารย์กลับบอกว่า   ก้นถังหลุดไปกลับเป็นเรื่องที่ดี   พวกท่านทุกข์ไปทำไม   ลองคิดดูเมื่อถังก้นหลุดไปแล้ว   ในถังก็จะไม่มีอะไรเหลืออีก   และไม่สามารถบรรจุอะไรได้อีก    ไม่เป็นเรื่องที่ดีหรอกหรือ    หลังจากนั้นในสำนักเซนมักใช้คำว่าถังก้นหลุดสื่อความหมายถึงการหลุดพ้น    เพราะว่าการศึกษาใน "วิถีเซน"  ต้องบำเพ็ญทานทุกวัน    เมื่อถึงวันที่ถังก้นหลุดก็ไม่มีอะไรเหลืออีก    จึงถือว่าเป็นการหลุดพ้น   หรือบรรลุธรรม
Posted by KiLiN on 15 Sep. 2005,06:53
ถังก้นหลุด
       ชีวิตที่สะสม เป็นที่มาของการยึดติด ว่านั่นของเรา ยิ่งสะสมมาก ก็ยิ่งยึดมาก ขณะที่ความเป็นจริงของธรรมชาติ ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไป ต้องมีอันพลัดพรากหนีหายตกตาย มีอันเป็นไปจากกันไป ไม่เราตายไปก่อน สิ่งของคนอื่นก็มีอันเป็นไปก่อน แต่ไม่ว่าใครไปจะก่อน นั่นก็คือความสูญเสียที่เรามักจะทำใจกันไม่ได้
       การเข้าใจรู้ทันกฎความเป็นจริงของธรรมชาตินี้ ไม่ยึดติด ไม่ไปยึดถือว่าของเรา ก็เปรียบได้ดังถังก้นหลุด ไม่สะสมไม่ยึดนั่นเอง

ในน้ำไร้เงาจันทร์ 
       เงาของดวงจันทร์ที่สะท้อนในน้ำ เปรียบได้ดังจินตนาการ ความใฝ่ฝันของคน แต่เงาก็คือเงามันเป็นเพียงภาพมายา หาใช่ความจริงไม่ ดุจดังเรื่องราวที่จะเป็นได้แค่อุดมคติ จินตนาการเท่านั้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เมื่อไม่มีน้ำก็ไม่มีเงา ไม่มีความใฝ่ฝันไม่มีภาพมายาที่ทำให้หลงทิศผิดทางนั้น 

      ที่มาอยู่ด้วยกัน ก็เพราะเป็นความต่อเนื่อง เมื่อมีการสะสม มีของเรา ก็จะมีจินตนาการ ความใฝ่ฝันมากมาย สร้างวิมานในอากาศ

ถังก้นหลุด ก็ไม่สามารถเก็บน้ำ  ไม่เก็บน้ำก็ไม่มีเงาจันทร์ไม่มีภาพมายา
ถ้าไม่ยึดติด ก็ไม่มีของเรา ไม่มีการสูญเสีย ทุกสิ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

มีบทเซน ๒ บท ที่ว่าด้วยเรื่องนี้ที่ผมชอบมาก จนนำมาโพสต์ในห้องแสงธรรม ลองอ่านดูและจับใจความดูนะครับ 

ลมในฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่น.....
อุ้มบาตรเข้าประตูเมืองทางทิศตะวันออก.....
ผ่านต้นหลิวรายทางเขียวชอุ่ม.....
ในบึงจอกแหนลอยฟ่อง.....
ลิ้มรสชาติอาหารในบาตรของทุกบ้าน.....
ใจละทิ้งชื่อเสียงเกียรติยศ.....
ศึกษาค้นคว้าพุทธศาสนาไปตามสถานที่ต่างๆ.....
ชีวิตขอทานก็มีความสุข.....



จอกแหนลอยน้ำ.....
หลังจากบวช....
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ฤดูต่อกี่ฤดูแล้ว.....
ถือบาตรสวมจีวรอย่างละหนึ่ง....
มีชีวิตอย่างสบาย.....
เมื่อวานอยู่ในป่าเขา.....
วันนี้มาเดินเที่ยวในเมือง.....
ชั่วชีวิตของคน.....
เหมือนจอกแหนลอยอยู่ในแม่น้ำ.....
ไม่มีอะไรแน่นอนเพื่อปากท้องเท่านั้น....
วันคืนต้องใช้จ่ายเพื่อเลี้ยงชีพ......
เหนื่อยทั้งกายและใจ.....
ในที่สุดก็ไม่พ้นตาย.....
ดังนั้นไม่แสวงหาสิ่งใดๆทั้งสิ้น.....
ไม่สนใจเกียรติยศชื่อเสียง.....
ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า....
ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน 3 โลก


เซน ๒ บทนี้ คือ เนื้อหาลึกๆของถังก้นหลุด
Posted by KiLiN on 22 Sep. 2005,10:02
ตอนที่ ๗๕ 一即一切



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 24 Sep. 2005,23:16
จากหนึ่งไปสู่สรรพสิ่ง

มีคหบดีเข้ามาถามอาจารย์ว่า    ท่านอาจารย์ครับ   อะไรคือพุทธธรรม    อาจารย์คิดสักครู่แล้วก็ยกหัวแม่มือยื่นไปข้างหน้า   คหบดีผู้นั้น   ร้องอ้อแล้วกล่าวคำขอบคุณที่ชี้แนะ    ต่อมามีโจรผู้หนึ่งเข้ามาถามว่า    ท่านอาจารย์ครับ   อะไรคือวิถีธรรม    อาจารย์คิดสักครู่แล้วยกนิ้วชี้ยื่นไปข้างหน้า    โจรนั้นก็กล่าวคำขอบคุณแล้วจากไป    พอดีอาจารย์ลุกขึ้นกล่าวกับเจ้าเณรน้อยว่า    เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่   เราจะไปพักผ่อน    เจ้าเณรน้อยจึงเปลี่ยนไปนั่งที่ของอาจารย์   มีสาวน้อยคนหนึ่งเข้ามาถามว่า   อาจารย์น้อย    มารดาเราป่วยหนักไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จึงจะหาย    เจ้าเณรน้อยนึกถึงครั้งแรกอาจารย์ยกหัวแม่มือ    แล้วก็ยกนิ้วชี้   ดังนั้นจึงยกนิ้วกลางยื่นไปข้างหน้า    สาวน้อยผู้น้อยตกใจและโกรธจึงกระโดดถีบเจ้าเณรน้อย

จากหนึ่งไปสู่สรรพสิ่ง
สรรพสิ่งล้วนเป็นหนึ่ง
สรรพสิ่งเกิดจากต้นตอเดียวกัน
หลากธรรมล้วนมาจากศาสดาเดียวกัน
Posted by add on 25 Sep. 2005,09:06
perturbed.gif   laugh1.gif  laugh1.gif

            เรื่องนิ้วกลางนี่เป็น สัญญลักษณ์มาตั้งแต่ดั้งเดิมหรือว่า เขามาแต่งตามยุคสมัยคะ?  tongue.gif
Posted by สข1 on 27 Sep. 2005,21:31
ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ    คุณแอ๊ด    เข้าไปอ่านเรื่องเดิมแล้วก็ยังไม่เข้าใจ    

เรื่องเดิมเกิดมาจากหลวงจีนจีจือ   แห่งจินฮว๋าซาน     หลวงจีนจีจือหลังจากออกบวชแล้วก็มักไปอยู่ตามป่าเขา    มีอยู่วันหนึ่งมีภิกษุนีชื่อสือจี้ ใส่หมากงอบเดินทางขึ้นมาบนเขา    หลังจากเดินวนครบ 3 รอบแล้วก็พูดขึ้นว่า   ถ้าท่านพูดออกมาเราก็จะเอาหมวกลง   จีจือ  ไม่ทราบว่าจะให้พูดอะไร   สือจี้ จึงขออำลา    จีจือ จึงพูดว่า    ใกล้ค่ำแล้ว    ท่านพักที่นี่ดีกว่า    สือจี้ ตอบว่า   เมื่อท่านพูดออกมาเราก็จะพัก   จีจือ รู้สึกยิ่งงง   ยังไม่เข้าใจว่าภิกษุนีต้องการให้พูดอะไร    ผ่านไป 10 วัน   หลวงจีนเทียนหลง มาที่จินฮว๋าซาน   จีจือ จึงเอาเรื่องนี้ขอความเห็นจากเทียนหลง    เทียนหลง  ไม่ตอบว่าอะไร  กลับยกนิ้วให้จีจือ ดู(ไม่ได้ระบุว่านิ้วอะไร)   จีจือ จึงเข้าใจเรื่องราว   หลังจากนั้นเวลามีคนถามปัญหากับจีจือ    จีจือ ก็มักจะยกนิ้วให้เป็นคำตอบ   นานเข้าเจ้าเณรน้อยที่ติดตามจีจือ   ก็เรียนแบบ   เวลาที่จีจือไม่อยู่   เมื่อมีคนมาถามปัญหาก็มักจะยกนิ้วให้เป็นคำตอบ   เมื่อจีจือ รู้เรื่องเข้าจึงถามเจ้าเณรน้อยว่า   อะไรคือพุทธธรรม    เจ้าเณรน้อยก็ยกนิ้วให้เป็นคำตอบ   จีจือ จึงสบัดมีดตัดนิ้วของเจ้าเณรน้อย    แล้วถามว่า   อะไรคือสิ่งที่พ่อแม่ให้กำเนิดเจ้ามา    เจ้าเณรน้อยร้องด้วยความเจ็บปวด   ชูมือนิ้วด้วนที่แดงโชกไปด้วยเลือด   จึงได้เข้าใจถึงเรื่องราว

ตกลงว่าการที่เทียนหลง ยกนิ้วให้เป็นคำตอบคือการด่าภิกษุนี   ใช่หรือเปล่าครับคุณแอ๊ด  หลงพี่
Posted by KiLiN on 28 Sep. 2005,07:59
คงไม่ใช่การด่าแน่นอนครับ

      แต่จะเป็นอะไร  ผมยังตีปริศนานี้ไม่ตก  ic-14.gif
       คุณแสงดาวพอทราบมั้ยครับ  help.gif
Posted by สข1 on 29 Sep. 2005,09:06
ผมเข้าไปอ่านนิทานเซนของคุณแสงดาวแล้วครับ    สงสัยผมจะเข้าใจผิด    อะไรคือโฉมหน้าดั้งเดิมของพ่อแม่ก่อนให้กำเนิดเรามา    พอเจ้าเณรน้อยก้มดูนิ้วด้วนที่โชกด้วยเลือดก็เข้าใจอย่างถ่องแท้    ผมไม่เข้าใจจริงๆ
Posted by add on 30 Sep. 2005,23:48
ohman.gif  ic-14.gif  โห  งงไปหมดแล้วล่ะค่ะ  ฮ่า   yin-yang.gif

          อ้ะ ดูสิ  นี่ยกนิ้วอะไร  icon_donot.gif  

          tongue.gif
Posted by KiLiN on 01 Oct. 2005,05:52
อ้างถึง (สข1 @ 28 กย. 2005,21:06)
อะไรคือโฉมหน้าดั้งเดิมของพ่อแม่ก่อนให้กำเนิดเรามา

คุณสข1 ประโยคมันเพี้ยนไปหรือเปล่าครับ น่าจะเป็น “อะไรคือโฉมหน้าดั้งเดิมก่อนเราเกิดมา” หรือเปล่า

เจตนาเรื่องนี้ จะชี้ว่ากิเลส หรือความปรุงแต่งนั้นมาทีหลัง มันไม่ใช่ตัวเราเดิมๆแท้ๆ เมื่อเวลาผ่านๆไปๆ คนเรากับสะสมสิ่งฉาบทามากขึ้น เปรียบได้ดังตอนเด็กจะไร้เดียงสาไม่มีมารยา แต่พอโตพอแก่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทำนองนี้
Posted by KiLiN on 09 Oct. 2005,09:18
ตอนที่ ๗๖ 三際求心



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 22 Oct. 2005,02:19
3โลกแสวงหาทางใจ

ลูกศิษย์กำลังอ่านหนังสือธรรมะอยู่    อ่านจนรู้สึกง่วงนอน   พอดีอาจารย์ถือขนม(ต้องใจ)เดินผ่านมาแล้ววางลงที่หัวโต๊ะ   พอลูกศิษย์ได้กลิ่นขนมก็ตื่นจากภวังค์    อาจารย์เห็นเข้าก็ดุด้วยความโกรธว่า   พวกเจ้ามัวคิดแต่เรื่องกิน  ที่ผ่านมาไม่สนใจศึกษาธรรมะ   ปัจจุบันก็ไม่ขยันอ่านตำรา   แล้วจะบรรลุธรรมในอนาคตได้อย่างไร   หลังจากอาจารย์เดินจากไป    ลูกศิษย์จึงหยิบตำราขึ้นมาอ่านอีก   แต่ก็ถูกขนมของอาจารย์ยั่วยวนจนอดใจไม่ไหว   จึงหยิบขนมมากินจนหมด    พออาจารย์เดินกลับมาก็ถามว่า   เอ๊ะ  ขนมของข้าหายไปไหน    ขนม 3 ลูกที่วางอยู่ตรงนี้หายไปไหน    เจ้าเณรน้อยเกิดไอเดียขึ้นมา    จึงพูดว่า   อาจารย์ครับ   ใจที่ผ่านมาได้หายไปแล้ว    ใจในปัจจุบันก็ไม่อยู่แล้ว   ใจในอนาคตก็ไม่เห็น   อาจารย์ต้องการใจอันไหนครับ

3 โลกแสวงหาใจไม่พบ
2 ตามองข้างหน้าไม่เห็น
แหวกคลื่นหาพลอยไม่พบ
มีเห็นดาษดื่นในโลกมายา

ขนมต้องใจ    คือคำที่ตนไทยเรารู้จักกันว่า    ติ่มซำ      หมายถึงอาหารที่ไม่ใช่อาหารหลัก    ไว้กินเล่นๆในยามจิบชา   หรือในยามว่าง   ถ้าแปลตามตัวอักษรจะแปลว่า   ถูกใจ   หรือ   โดนใจ  ต้องใจอะไรทำนองนี้   คนไทยเราคงเรียกรวมๆกันว่า  ขนม

เรื่องเดิมมีอยู่ว่า  ซวนเจี้ยน   สนใจศึกษาคัมภีร์ต่างๆจนแตกฉาน   โดยเฉพาะ   คัมภีร์จินกัง   ต่อมาได้ยินว่า   ทางใต้มีสำนักเซนที่รุ่งเรือง   ซวนเจี้ยนรู้สึกไม่ยอมรับ    จึงแบกคัมภีร์ออกเดินทาง    วันหนึ่งพบยายเฒ่าขายขนมอยู่ข้างทาง   เขานึกอยากจะซื้อขนมแต่ยายเฒ่าถามเขาว่า   ท่านแบกหนังสืออะไร   เขาตอบว่า   หนังสือคัมภีร์   ยายเฒ่าถามว่า  พูดถึงเรื่องอะไร   เขาตอบว่า   เป็นคัมภีร์จินกัง    ยายเฒ่ากล่าวว่า   เรามีคำถามอยู่ข้อหนึ่ง   ถ้าท่านตอบถูกเราจะให้ขนมท่านกินฟรี   แต่ถ้าท่านตอบไม่ถูกขอเชิญไปหาซื้อที่อื่น   ยายเฒ่าถามขึ้นว่า   ในคัมภีร์จินกัง   กล่าวว่า   ใจในอดีตไม่อาจยึดไว้   ใจในปัจจุบันไม่อาจยึดไว้    ใจในอนาคตไม่อาจยึดไว้   ไม่ทราบว่าท่านต้องการใจอันไหน
นอกจากกาลเวลาที่มีอดีต  ปัจจุบัน  และอนาคต   แต่ใจคนแต่ไหนแต่ไรมาล้วนคงเดิม   ที่ไหนมีอดีตและอนาคต  ซวนเจี้ยน ไม่สามารถตอบคำถามได้จึงต้องจากไป    ต่อมาซวนเจี้ยน ได้ติดตามอาจารย์  จงซิ่น อย่างใกล้ชิด   วันหนึ่งอาจารย์กล่าวว่า   เวลาดึกแล้วกลับไปพักผ่อนเถิด   ซวนเจี้ยน  จึงเดินกลับไปแต่แล้วก็หันกลับมากล่าวว่า   ข้างนอกมืดเหลือเกิน   อาจารย์จึงยื่นเทียนให้แต่กลับเป่าจนดับไป   ตอนนี้รอบๆตัวมีแต่ความมืด   ซวนเจี้ยน จึงเกิดเข้าใจโดยพลันว่า   มีแต่ไม่อาจพึ่งพาสิ่งภายนอกใดๆได้เลย    จิตใจของตนเองจึงปรากฏ    

วันรุ่งขึ้นซวนเจี้ยน  เอาคัมภีร์ทั้งหมดไปเผาต่อหน้าฝูงชน
Posted by KiLiN on 22 Oct. 2005,03:18
ดีมากเลยครับ  winkthumb.gif
ที่คุณสขช่วยค้นเรื่องมาประกอบ ทำให้มีความสมบูรณ์และเข้าใจเรื่องได้ง่ายขึ้น

3โลกแสวงหาทางใจ

ขนมต้องใจ


เรื่องนี้ เป็นกุญแจปริศนาของการพัฒนาตนเอง และนำตนเองไปสู่การพึ่งตนเองได้..ในที่สุด

ลองอ่านบทโศลกบทนี้ประกอบ < อ่านและดูตนเอง >
Posted by KiLiN on 23 Oct. 2005,07:12
ตอนที่ ๗๗ 燒佛取舍利



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 26 Oct. 2005,01:52
เผาพระหาพระธาตุ

เจ้าเณรน้อยกำลังนั่งผิงไฟอยู่ในคืนหิมะตก    พอดีเชื้อเพลิงหมด    เจ้าเณรน้อยหันไปเห็นพระพุทธรูป    จึงคว้ามาใส่ไฟ   พอดีอาจารย์มาเห็นเข้าจึงถามว่า    ทำไมเจ้าจึงเอาพระพุทธรูปมาเผาไฟ    เจ้าเณรน้อยตอบว่า    เราเอาพระพุทธรูปมาเผาเพื่อหาพระธาตุ    อาจารย์โกรธเอาไม้ตีหัวเจ้าเณรน้อยแล้วถามว่า    พระพุทธรูปจะเผาให้มีพระธาตุได้อย่างไร   เจ้าเณรน้อยถามว่า   ในเมื่อพระพุทธรูปไม่มีพระธาตุ    อากาศหนาวอย่างนี้ก็เอามาเผาทิ้งอีก

เพียงแต่ในใจมีพระพุทธ
ทุกสิ่งในโลกล้วนหลักแหลม
ต่างคิดพลิกแพลงหาวิธี
แต่ล้วนไม่สู้ความจริงใจ
Posted by add on 26 Oct. 2005,03:08
สวัสดีค่ะ คุณ สข 1  วันก่อนน้องมาลัยยังบ่นๆกับดิฉันว่า คุณ สข 1 หายไปไหน?  ตกลงว่าคุณ สข 1 ยังอยู่นะคะ  แต่คนที่หายไปคือน้องมาลัยต่างหาก  อิอิ   couch.gif

          ขนมต้องใจนี่ฟังดีกว่า ขนมติ่มซำ หรือขนมโดนใจอีกนะ  winkthumb.gif

          แฮ่ๆ เอาคัมภีร์ไปเผาต่อหน้าฝูงชน   tongue.gif
Posted by สข1 on 27 Oct. 2005,22:18
สวัสดีครับคุณแอ๊ดและหนูมาลัย

ผมไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ   แต่ย้ายบ้านแล้วหนูมาลัยเลยหาไม่เจอ
Posted by KiLiN on 05 Nov. 2005,20:38
ตอนที่ ๗๘ 抓住虛空



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 07 Nov. 2005,23:39
จับต้องความว่างเปล่า

ลูกศิษย์กำลังนั่งสมาธิอยู่มียุงตัวหนึ่งบินผ่านมา    ศิษย์ผอมเอามือคว้าจับเอาไว้ได้   เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า   ศิษย์พี่เก่งจังเลย    ศิษย์ผอมตอบว่า   ไม่เท่าไหร่   เจ้าเณรน้อยคิดแล้วพูดว่า    ศิษย์พี่   ท่านสามารถจับต้องความว่างเปล่าได้หรือไม่    ศิษย์ผอมตอบว่า   ไม่มีปัญหา   ว่าแล้วก็กระโดดคว้าจับรอบตัวไปทั่ว    แล้วก็ยื่นมือให้เจ้าเณรน้อย   เจ้าเณรน้อยโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ    ศิษย์ผอมจึงถามว่า   ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไรจึงจะจับต้องความว่างเปล่าไว้ได้   เจ้าเณรน้อยเรียกศิษย์ผอมเข้ามาใกล้   แล้วดึงหูศิษย์ผอมกล่าวว่า    ต้องจับอย่างนี้จึงจะถูกต้อง


แม้น้ำในมหาสมุทรอาจดื่มได้หมด
ความคิดเพียงวูบเดียวอาจรู้ได้
แม้อากาศที่ว่างเปล่าก็อาจคาดคำนวน
แต่ไม่อาจเรียนรู้พระธรรมได้หมดสิ้น
Posted by จเด็จ on 08 Nov. 2005,08:28
สวัสดีครับ...
สมาชิกใหม่ครับ...
ใช้ไม่ค่อยเป็นนะครับ...ต้องขอโทษด้วยครับ
Posted by KiLiN on 18 Nov. 2005,22:39
ตอนที่ ๗๙ 哪個不是好的



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 19 Nov. 2005,23:59
ลูกไหนที่ไม่ดีชั้นหนึ่ง

เจ้าเณรน้อยและศิษย์ผอม  เดินอยู่ในตลาดจนมาถึงแผงขายสาลี่  ศิษย์ผอมชี้ไปที่แผงขายสาลี่กล่าวว่า  เราจะซื้อสาลี่กลับไป  เจ้าเณรน้อยพยักหน้าแล้วเดินเข้ามาที่แผงสาลี่  หยิบขึ้นมาลูกหนึ่งกล่าวว่า  ศิษย์พี่ลูกนี้ไม่เลวนะ  ศิษย์ผอมมองดูแล้วส่ายหน้า  เจ้าเณรน้อยวางลงแล้วชี้ไปที่อีกลูกหนึ่งกล่าวว่า  หรือว่าจะเอาลูกนั้น  ศิษย์ผอมหยิบขึ้นมาดูแล้วก็วางลงส่ายหน้าอีก  ศิษย์ผอมหยิบขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วว่า  ลูกนี้แหละดี  เจ้าเณรน้อยส่ายหน้าบอกว่า  ไม่ดี ไม่ดี  แล้วชี้ไปอีกลูกหนึ่งถามว่า  ลูกนี้เป็นอย่างไร  ศิษย์ผอมตอบว่า  ไม่เอา  เจ้าเณรน้อยชี้ไปที่อีกลูกหนึ่งศิษย์ผอมก็ไม่เอาอีก  ศิษย์ผอมชี้บ้าง  เจ้าเณรน้อยก็ไม่เอา  ต่างชี้จนหมดทั้งกอง  สุดท้ายต่างหันมามองหน้ากันด้วยความโกรธ  มีชายผู้หนึ่งเดินมาแล้วกล่าวว่า  เถ้าแก่  เลือกสาลี่ชั้นหนึ่งมาให้เรา 2 ชั่ง  คนขายสาลี่ชี้ที่กองสาลี่แล้วกล่าวว่า  สาลี่เหล่านี้มีลูกไหนที่ไม่ใช่อย่างดีชั้นหนึ่ง

จิตใจที่ว่างเปล่า
เทใจใฝ่ธรรม
ธรรมะสู่มนุษย์
มนุษย์-ธรรมเป็นหนึ่งเดียว

เป่าจี และหยูหม่าน เป็นศิษย์ของสำนักจู่หม่า  วันหนึ่งทั้ง 2 เดินอยู่ในตลาดเห็นชายผู้หนึ่งกำลังจะซื้อเนื้อหมู  ชายผู้นั้นพูดกับคนขายหมูว่า  เลือกเนื้อหมูชั้นดีมาให้เรา 1 ชั่ง  คนขายหมูเอามือท้าวเอวกล่าวว่า  เจ้าว่าเนื้อหมูของเราส่วนไหนไม่ใช่เนื้อชั้นดี  เป่าจีได้ฟังแล้วเกิดรู้สำนึกขึ้นว่า  มีหนทางเซนให้พบเห็นอยู่ทั่วไป  คนเราล้วนต้องการปัญญาและการหลอมรวมแห่งเซน  จึงเอาอุทาหรณ์นี้เผยแพร่ให้กับผู้คน  ความรู้ไม่บรรลุ  จักรวาลไร้ร่องรอย  จิตใจที่ว่างเปล่า  เทใจใฝ่ธรรม  ธรรมะสู่มนุษย์  มนุษย์-ธรรมเป็นหนึ่งเดียว

คนเราหากว่าต้องการจะเรียนรู้ต้องทำใจให้ว่างเปล่า  จึงสามารถรับรู้สิ่งใหม่ได้  ต่อเมื่อเราสามารถค้นพบธาตุแท้ของจิตวิญญาน  ก็จะเห็นหนทางบรรลุ  ทุกคนล้วนมีพระพุทธอยู่ภายใน  พระพุทธก็คือปุถุชน  เพียงแต่เราต้องบำเพ็ญเพียรเพื่อสะท้อนธาตุแท้นั้นออกมา
Posted by add on 21 Nov. 2005,22:05
"..ทุกคนล้วนมีพระพุทธอยู่ภายใน   พระพุทธก็คือปุถุชน   เพียงแต่เราต้องบำเพ็ญเพียรเพื่อสะท้อนธาตุแท้นั้นออกมา"

           winkthumb.gif  winkthumb.gif

           คุณสข1  ไม่หาเรื่อง (ฮ่า อย่าเข้าใจผิดนา... ic-14.gif )มาแปลให้พวกอ่านอีกล่ะคะ  เพราะเรื่องทางจีน  เซน และธรรมะ มีแต่คุณ สข1 และคุณแสงดาวผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะแปลได้ลึกซึ้งค่ะ  flo_1.gif
Posted by add on 23 Nov. 2005,02:59
คุณ สข1 ขอชมภาพสวยๆแปลกๆจากต่างประเทศด้วยค่ะ  ถ้าจะเล่าเรื่องด้วยก็ดี หรือถ้าไม่เล่าก็บรรยายภาพให้อ่านก็ได้ค่ะ   bowsdown.gif

             thankssign.gif  ขอบคุณไว้ล่วงหน้า แสดงว่าอยากดูมาก  อิอิ   tongue.gif
Posted by KiLiN on 03 Dec. 2005,02:17
ตอนที่ ๘๐ 降伏其心



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 04 Dec. 2005,04:01
เอาชนะใจตน

ขณะที่กำลังนั่งจิบชากัน    แขกได้ถามขึ้นว่า   ท่านอาจารย์ครับ   อย่างไรถึงเรียกว่ารู้จักพระพุทธ    อาจารย์ตอบขึ้นว่า   ก็เหมือนคนขี่โคถามหาโค    แขกผู้นั้นพยักหน้าแล้วถามอีกว่า   หลังจากที่รู้จักพระพุทธแล้วเป็นอย่างไร    อาจารย์ตอบว่า   ก็เหมือนกับขี่โคกลับบ้าน   แขกถามอีกว่า    ทำอย่างไรจึงจะรักษาไว้ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลง   อาจารย์ตอบว่า   ก็เหมือนกับคนเลี้ยงโค   ที่ต้องถือแส้คอยเฝ้าดูโคไม่ให้มันอารมณ์เสีย

ทำงานตามยถากรรมมานานปี
ตรากตรำเป็นวัวงานอย่างไร้ค่า
กลับตัวกลับใจกลับคืนมา
อย่าอยู่ให้ใครเขาสนตะพาย

พระพุทธเคยเปรียบเทียบไว้ว่า    เวรกรรม  ก็เหมือนการชำระหนี้   ไม่ว่าจะเป็นคนทวงหนี้หรือคนชำระหนี้   ล้วนหลีกไม่พ้นต้องพบกับความทุกข์ทรมานบนเส้นทางวิบากกรรม    ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครได้ลิ้มรสของความสุขแม้แต่คนเดียว    เราต่างเหมือนโคตัวหนึ่ง    ถูกชาวนาที่ชื่อว่า  เวรกรรม   เอาเชือกสนตะพายไว้จนไม่อาจมีอิสสระได้   ดังนั้นทางพระจึงไม่หน่ายที่จะเผยแพร่วิถีทางดับทุกข์    เพื่อไปสู่โลกที่สงบสุขแห่งนิพพาน    เมื่อถึงเวลานั้นเราจึงจะรู้ซึ้งถึงความสงบของการปลอดหนี้
Posted by KiLiN on 06 Dec. 2005,09:08
ตอนที่ ๘๑ 物有所用



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 07 Dec. 2005,22:44
ทุกสิ่งล้วนมีประโยชน์

อาจารย์กำลังแช่น้ำอุ่นอยู่ในถัง    แล้วร้องขึ้นว่า   เอาน้ำเย็นมาเติมหน่อย    ศิษย์ผอมเอาน้ำเย็นมาเติม    ส่วนที่เหลือก็เททิ้ง    อาจารย์ดุว่า   เอาน้ำไปเททิ้งได้อย่างไร    ของเล็กหรือใหญ่ก็ล้วนมีประโยชน์    ทำไมไม่รู้จักใช้ให้เหมาะสม   เจ้าคิดอย่างไรจึงทิ้งขว้างทรัพย์สินของวัดแม้น้ำเพียงหยดเดียว   ศิษย์ผอมถือถังน้ำเดินก้มหน้าจากไป   พอดีเจ้าเณรน้อยเดินสวนมา    จึงเอาน้ำที่เหลือส่งให้แล้วกล่าวว่า   อาจารย์บอกว่า   เอาน้ำในถังนี้ไปใช้อย่าฟุ่มเฟือย  เจ้าเณรน้อยรับเอาถังน้ำแล้วเอาไปแช่เท้า    เสร็จแล้วก็เอาถังน้ำวางบนเก้าอี้    พออาจารย์เดินมาก็วักน้ำในถังไปล้างหน้า    เสร็จแล้วก็ถามศิษย์ผอมว่า    น้ำที่เหลือในถังอยู่ไหน  ศิษย์ผอมตอบว่า  เจ้าเณรน้อยเอาไปล้างเท้า  อาจารย์ถามว่า   หลังจากล้างเท้าแล้วละ    เจ้าเณรน้อยพูดตะกุกตะกักว่า   น้ำอยู่ที่นี่   แล้วชี้มือไปที่ถังน้ำ

ธรรมชาติสร้างสรรค์สรรพสิ่ง      ล้วนมีประโยชน์
สูงใหญ่เทียมตึกระฟ้า    เล็กน้อยเพียงฝุ่นทราย
ไม่ว่าใหญ่เล็กหรือมากน้อย   คุณค่าอยู่ที่การใช้สอย  

ที่วัดเทียนหลงซื่อมีเณรน้อยผู้หนึ่งอายุเพียง 19 ปี   เดินทางไปอาศัยอาจารย์อี้ซาน  แห่งวัดเฉาหยวนซื่อ   รับหน้าที่ดูแลห้องน้ำ   วันหนึ่งขณะที่อาจารย์อี้ซานกำลังอาบน้ำอยู่รู้สึกว่าน้ำร้อนเกินไป   จึงเรียกให้เอาน้ำเย็นมาเติม    เจ้าเณรน้อยเอาน้ำเย็นมาเติมจนพอแล้ว   ก็เทน้ำที่เหลือนั้นทิ้งไป   อาจารย์จึงตำหนิว่า   ทำไมเจ้าถึงฟุ่มเฟือยนัก    สรรพสิ่งในโลกนี้ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ล้วนมีประโยชน์ที่เหมาะสม   แม้น้ำเพียงหยดเดียว    ถ้าเอาไปรดต้นไม้    ไม่เพียงแต่ต้นไม้จะงอกงาม    หยดน้ำก็ไม่สูญเสียคุณค่าไปด้วย    ทำไมจะต้องเททิ้งไปเปล่าๆ    เจ้าเณรน้อยได้ฟังแล้วเกิดรู้สำนึกขึ้นมา   จึงเปลี่ยนฉายาเป็น  หยดน้ำ   ก็คืออาจารย์หยดน้ำที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา
Posted by KiLiN on 13 Dec. 2005,02:40
ตอนที่ ๘๒ 色即是空



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 16 Dec. 2005,06:02
ตันหาคือความว่างเปล่า


เจ้าเณรน้อยกำลังวาดรูปอยู่    อาจารย์เดินเข้ามาดูแล้วกล่าวว่า    วาดได้ดีนี่    แล้วคำว่าใจในประโยคสำคัญที่จิตใจ   วาดได้หรือไม่    เจ้าเณรน้อยคิดแล้ววาดรูปเต่าที่หน้าผากของอาจารย์    อาจารย์ชี้หน้าเจ้าเณรน้อยว่า   น่าเกลียดมาก    เจ้าเณรน้อยชูรูปให้ดูแล้วว่า   วาดเสร็จแล้วนี่คือใจ    อาจารย์ทำท่างงแล้วว่า    คำว่าธาตุแท้ในประโยคเห็นธาตุแท้บรรลุธรรมล่ะ    เจ้าก็วาดให้ดูได้ใช่หรือไม่    เจ้าเณรน้อยคิดแล้วกล่าวว่า    อาจารย์   ท่านเอาธาตุแท้ออกมาให้ดูก่อนซิ

การแสวงธรรมที่ปราศจากใจย่อมไร้ผล
เหมือนแสวงหาเงาไม้ในกระจกงมจันทร์ในน้ำ
สัจธรรมอันลึกล้ำไม่รู้แจ้ง
หมู่เพชรนิลจินดานั้นยังขาดคุณ


เรื่องเดิมมีอยู่ว่า    พระญี่ปุ่นอี้จงเป็นนักวาดที่มีชื่อ   วันหนึ่งอาจารย์ยู่เต้ามาหาเอากระดาษแผ่นหนึ่ง    มีข้อความว่า   สำคัญที่จิตใจ   เห็นธาตุแท้บรรลุธรรมมา   ต้องการให้อี้จงวาดคำว่าใจ    อี้จงเอาภู่กันแต้มที่หน้าผากยู่เต้าทีหนึ่ง   ยู่เต้าแสดงอาการโกรธ    อี้จงจึงวาดท่าทางที่แสดงอาการโกรธของยู่เต้า   ยู่เต้าต้องการให้อี้จงวาดคำว่าธาตุแท้อีก   อี้จงไม่ทำอะไรแต่บอกว่าวาดเสร็จแล้ว    ยู่เต้าไม่เข้าใจ    อี้จงบอกว่า   ถ้าท่านไม่มีตาที่จะเห็นธาตุแท้ก็จะมองไม่เห็น   ยู่เต้ายังไม่เข้าใจ   จะให้อี้จงวาดให้ได้   อี้จงจึงบอกว่า   ท่านเอาตัวธาตุแท้มาให้เราดูก่อนเราจึงจะวาดได้

ในวิถีธรรมมักจะซ่อนอยู่ในจิตใจคน   ถ้าหากมัวแต่ศึกษาจากภายโลกนอก   นั้นย่อมผิดวิธี    เหมือนงมจันทร์ในน้ำ   แสวงหาดอกไม้ในกระจก    ความหมายของสัจธรรมที่แท้จริง   ถ้ามัวแต่ค้นหาในคัมภีร์   หรือรูปสัการะอย่างตายตัว    ย่อมไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
Posted by KiLiN on 24 Dec. 2005,22:34
ตอนที่ ๘๓ 放心不下



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 26 Dec. 2005,22:37
ไม่อาจวางใจ

มีสาวน้อยผู้หนึ่งกำลังลังเลอยู่ริมแม่น้ำ  ศิษย์อ้วนกับศิษย์ผอมเดินเข้ามาถามว่า  สาวน้อย เป็นอย่างไรหรือ  สาวน้อยตอบว่า  เราไม่กล้าข้ามแม่น้ำ    ศิษย์อ้วนกล่าวว่า    ไม่เป็นไรเราจะอุ้มท่านข้ามไป    สาวน้อยกล่าวด้วยความดีใจว่า   ขอบคุณท่านอาจารย์    ศิษย์อ้วนจึงอุ้มสาวน้อยคนนั้นเดินลุยน้ำข้ามไป    พอข้ามฝั่งมาแล้ว    สาวน้อยกล่าวขอบคุณแล้วเดินจากไป    ศิษย์อ้วนกับศิษย์ผอมเดินทางต่อไปจนมืดค่ำ   ศิษย์ผอมรู้สึกสงสัยจนทนไม่ได้จึงถามขึ้นว่า    ศิษย์พี่   อาจารย์บอกว่า   พวกเราไม่อาจเข้าใกล้สตรีเพศ    ทำไมท่านจึงอุ้มสาวน้อยคนนั้นข้ามแม่น้ำได้    ศิษย์อ้วนตอบว่า   สาวน้อยคนไหนหรือ    เราวางเขาลงไปตั้งนานแล้ว    ทำไมท่านยังอุ้มนางเอาไว้อีก

สิ่งที่พื้นฐานที่สุดคือสิ่งที่พิศดาลมากที่สุด
พูดถึงการปล่อยวางคนไม่เข้าใจ
คนศึกษาธรรมะช่างน่าขัน
มักลังเลว่าอะไรถูกหรือผิด

เหตุผลที่พื้นฐานที่สุด   คนมักจะไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้    ถึงแม้จะได้รับคำอธิบายแล้ว    ก็ยังยากที่จะจับหลักการไว้ได้มั่น    ในโลกนี้มีคนศึกษาธรรมะมากราวขนวัว    ที่ไม่เริ่มต้นจากพื้นฐานการดำรงชีวิต    สร้างความสับสนจากการคิดที่เพ้อเจ้อในหลักธรรม
Posted by KiLiN on 02 Jan. 2006,08:59
ตอนที่ ๘๔ 預支煩惱



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 06 Jan. 2006,04:27
กังวลเกินการ์ณ  

ขณะที่ลูกศิษย์กำลังกวาดลานวัดอยู่     เจ้าเณรน้อยถามขึ้นว่า    ศิษย์พี่   ทำไมเรากวาดอยู่ทุกวัน     แล้วใบไม้พวกนี้ยังกวาดไม่หมดซักที    ศิษย์ผอมมองดูใบไม้ที่ร่วงลงมาตลอดเวลา   แล้วกล่าวว่า    เรารู้แล้ว    พวกเราออกแรงโยกต้นไม้ให้ใบไม้ร่วงลงมาให้หมด    เราจะได้ไม่ต้องกวาดทุกๆวัน    เจ้าเณรน้อยก็เห็นด้วย    ทั้งสองจึงช่วยกันเขย่าต้นไม้ให้ใบมันร่วงลงมา    แล้วช่วยกันกวาดจนสะอาด    พอรุ่งเช้าตื่นขึ้นมา   ก็ยังมีใบไม้ร่วงหล่นเต็มลานวัด   ขณะที่ทั้งสองกำลังตกตะลึง ก็มีเสียงดังมาจากยอดไม้ว่า   เด็กโง่    ไม่ว่าวันนี้เจ้าจะออกแรงเขย่าอย่างไรก็ตาม    พรุ่งนี้ใบไม้ก็ยังคงร่วงลงมาเหมือนเช่นเคย

ใยหน้านิ่วคิ้วขมวด
กังวลไม่สิ้นสุด
ชีวิตแล้วแต่วาสนา
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
Posted by KiLiN on 12 Jan. 2006,06:30
ตอนที่ ๘๕ 四蛇二鼠



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 13 Jan. 2006,22:14
สองหนูสี่อสรพิษ

อยู่ร่วมกับอสรพิษอันตรายยิ่ง
สองหนูกัดเชือกยิ่งอันตราย
หากไม่บ่มเพาะดอกบัวบนพื้นโลก
ก็ไม่รู้ถึงเวลาละสิ้นสุด

เรื่องนี้เป็นนิทานชาดก    สมัยที่องค์สัมาสัมพุทธอยู่ที่เมือง(.....)ได้ตรัสกับกษัตริย์(.....)ว่า    มีชายผู้หนึ่งขณะที่ท่องเที่ยวอยู่ในทุ่งกว้าง   ถูกช้างที่ดุร้ายตัวหนึ่งไล่ทำร้าย    ชายผู้นั้นเตลิดหนีด้วยความตกใจ    จนมาถึงบ่อลึกแห่งหนึ่ง    เห็นมีต้นไม้ใหญ่ที่ขอบบ่อ    ชายผู้นั้นไต่หนีลงไปตามรากไม้ที่ย้อยลงในบ่อ    ขณะนั้นมีหนูดำขาวสองตัวมาแทะรากไม้ที่เกาะอยู่    และที่ก้นบ่อกลับมีงูร้ายอยู่ 4 ตัว    ขณะที่ขึ้นลงไม่ได้อยู่นั้นก็มีน้ำผึ้งหยดลงมา    ชายผู้นั้นใช้มือจิ้มน้ำผึ้งกิน   มีฝูงผึ้งบินมาไล่ต่อย   และมีไฟป่าลุกท่วมบริเวณนั้น    

ท้องทุ่งกว้างเปรียบเหมือนคืนที่ไม่สิ้นสุด   ชายผู้นั้นก็คือสัตว์โลก   ช้างคือเพชรฆาต   บ่อลึกหมายถึงความเป็นตาย    รากไม้หมายถึงชีวิต   หนูดำขาวคือกลางวันกลางคืน   สี่อสรพิษหมายถึงอบายมุข   น้ำผึ้งคือตันหา   ฝูงผึ้งคือกิเลส   ไฟป่าหมายถึงโรคภัยไข้เจ็บ   การถูกงูกินคือความตาย    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าชีวิตนั้นไม่ยืนยาว    ควรเร่งรีบบำเพ็ญเพียร   ให้หลุดพ้นจากวัฏจักรของการเกิดแก่เจ็บตาย
Posted by KiLiN on 24 Jan. 2006,21:44
ตอนที่ ๘๖ 任枯任榮



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 26 Jan. 2006,00:44
แล้วแต่ว่าจะเป็นหรือตาย

ขณะที่เจ้าเณรน้อยกำลังกวาดลานวัดอยู่รอบๆกระถางต้นไม้    อาจารย์กับศิษย์อ้วนและศิษย์ผอมก็เดินเข้ามา   ศิษย์อ้วนบอกว่า    ดูซิ  ต้นไม้เหล่านี้งอกงามดี     พอเดินมาถึงต้นที่แห้งตาย   ศิษย์ผอมก็บอกว่า   ต้นนี้แห้งตายแล้ว   อาจารย์จึงถามว่า   พวกเจ้าว่าต้นไม้งอกงามดีหรือว่า   แห้งตายดี   ศิษย์อ้วนตอบว่า   ต้องงอกงามซิถึงจะดี   ศิษย์ผอม ตอบว่า   ไม่ถูกต้องแห้งตายถึงจะดี   เจ้าเณรน้อยเดินมาดึงเอาไม้กวาดที่ปักในกระถางออกแล้วกล่าวว่า    อะไรงอกงามอะไรแห้งตายหรือ


หยุนเหยียนสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว
สดใสร่าเริงคือเต้าอู๋
หากรู้ลึกในหลักธรรมจะเข้าใจ
โปรดโปร่งโล่งใจไม่ว่าเป็นหรือตาย

อาจารย์เย่าซันในสมัยราชวงศ์ถัง    อาศัยการโยนก้อนหินแล้วรู้แจ้ง    มีลูกศิษย์อยู่ 2 คนคนหนึ่งชื่อหยุนเหยียน   อีกคนหนึ่งชื่อเต้าอู๋   มีอยู่วันหนึ่งขณะที่สนทนาธรรมกัน    เห็นบนเขามีต้นไม้ต้นหนึ่งมีกิ่งก้านสาขาแตกใบเขียวชอุ่ม    ส่วนอีกตันหนึ่งยืนตายแห้ง    อาจารย์จึงถามเต้าอู๋ว่า   ต้นที่เจริญงอกงามดีหรือว่าต้นที่ยืนตายแห้งดี   เต้าอู๋ตอบว่า   เจริญงอกงามดี    พอหันมาถามหยุนเหยียน   หยุนเหยียนตอบว่า   แห้งตายดีกว่า   พอดีมีสามเณรเดินผ่านมา    อาจารย์จึงถามสามเณรว่า    ต้นไม้เจริญงอกงามดีหรือว่าแห้งตายดี   สามเณรตอบว่า   ที่งอกงามก็ให้มันงอกงามไป    ที่แห้งตายก็ให้มันตายไป
Posted by มารน้อย on 26 Jan. 2006,08:10
เพิ่งเคยดูการ์ตูนเซนเป็นครั้งแรก สนุกดีค่ะ ภาพน่ารักดี และปกติก็ชอบดูการ์ตูนอยู่แล้ว เสียแต่ว่าเป็นพากย์ภาษาจีนนี่แหละค่ะ ฟังไม่รู้เรื่อง ต้องอาศัยที่ทุกคนแปลให้ถึงพอรู้เรื่องบ้าง แต่ว่าไม่เข้าใจตอนที่ 86 น่ะค่ะ ที่คุณ สข1 แปลให้ว่า "ต้นไม้เจริญงอกงามดีหรือว่าแห้งตายดี   สามเณรตอบว่า   ที่งอกงามก็ให้มันงอกงามไป    ที่แห้งตายก็ให้มันตายไป" ตกลงแล้วหมายความว่ายังไงกันแน่คะ  hum.gif  hum.gif
Posted by KiLiN on 26 Jan. 2006,22:49
.       ความหมายของคำว่างอกงาม กับแห้งตาย ก็เหมือนกับความหมายของคำว่า เกิดกับตาย ทั้งงอกงามกับแห้งตาย หรือเกิดกับตาย มันเป็นอาการที่ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ทั้งสองด้านมันเป็นเรื่องเดียวกันของสิ่ง  วันนี้งอกงามพรุ่งนี้ก็แห้งตาย วันนี้เกิดสักวันก็ต้องตาย แท้จริงไม่มีอะไรดีกว่ากัน เราเลือกไม่ได้ที่จะมีแต่ด้านที่งอกงามแล้วไม่แห้งตาย เราเลือกไม่ได้ที่จะมีแต่เกิดแล้วไม่มีตาย เรามีแต่ต้องยอมรับทั้งสองด้าน

       เณรน้อยจึงพูดว่า "ที่งอกงามก็ให้มันงอกงามไป  ที่แห้งตายก็ให้มันตายไป" ก็คือให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน yin-yang.gif
Posted by KiLiN on 30 Jan. 2006,03:54
< ซินเจียหยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
คลิก


>

Posted by KiLiN on 17 Feb. 2006,02:15
ตอนที่ ๘๗ 趙州茶



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 18 Feb. 2006,01:25
โรงชาเจ้าโจว

อาจารย์และคณะลูกศิษย์กำลังเดินทางมาได้ระยะทางหนึ่ง    อาจารย์กล่าวขึ้นว่า    พวกเจ้าลองไปดูว่าข้างหน้ามีที่พักหรือไม่    พวกลูกศิษย์จึงล่วงหน้าไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง    มีคนออกมาต้อนรับแล้วถามว่า    ท่านอาจารย์เคยมาที่นี่หรือไม่    ศิษย์อ้วนตอบว่า   ไม่เคย   คนต้อนรับกล่าวว่า    เชิญเข้าไปดื่มชาข้างใน    แล้วก็ถามศิษย์ผอมว่า   ท่านอาจารย์เคยมาหรือไม่   ศิษย์ผอมตอบว่า    เคยมาแล้ว    คนต้อนรับกล่าวว่า    เชิญเข้าไปดื่มชาข้างใน   เจ้าเณรน้อยจึงถามว่า    ทำไมไม่ว่าเคยมาหรือไม่เคยมา    ล้วนเชิญเข้าไปดื่มชาข้างใน    คนต้อนรับคิดแล้วกล่าวว่า    เณรน้อยเชิญเข้าไปดื่มชาข้างใน   ลูกศิษย์ทั้งสามต่างนั่งดื่มชาจนลืมไปว่ายังปล่อยให้อาจารย์คอยอยู่ที่เดิม

จะแหวกหญ้าควานหาแยกดีชั่ว
ต้องขจัดผงในตาออกเสียก่อน
คิดแหงนหน้ากินอาหารทิพย์จากสวรรค์
ระวังอดกินน้ำชาจากเจ้าโจว
Posted by KiLiN on 23 Feb. 2006,22:01
ตอนที่ ๘๘ 同圓種智



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 28 Feb. 2006,01:54
ร่วมสร้างปัญญา

นกน้อยตัวหนึ่ง   บินหนีการไล่ล่าของเหยี่ยวเข้าไปเกาะอยู่บนเศียรของพระพุทธรูป   ในขณะที่อาจารย์กำลังอบรมลูกศิษย์อยู่ว่า    สรรพสิ่งในโลกนี้   ล้วนมีธรรมะอยู่ภายในโดยเท่าเทียมกัน    ผู้ใดไม่มีความเท่าเทียม    ไม่มีจิตใจเมตตา    ก็ไม่ต้องพูดถึงธรรมะ    ขณะนั้นนกตัวที่เกาะอยู่บนเศียรพระพุทธรูป    ก็ปล่อยอึลงไป    พวกลูกศิษย์ต่างร้องว่า    เจ้านกตัวนี้  มีธรรมะอยู่หรือไม่   อาจารย์ตอบว่า   มีแน่นอน   ศิษย์ผอมถามว่า   แล้วทำไมมันจึงปล่อยอึลงบนเศียรพระพุทธรูป    อาจารย์เงยหน้าขึ้นแล้วส่งเสียงขับไล่นกตัวนั้นไปเสีย    เจ้าเณรน้อยจึงกล่าวขึ้นว่า   อาจารย์ครับ   ท่านบอกว่าสรรพสิ่งล้วนมีธรรมะอยู่ภายในโดยเท่าเทียมกันมิใช่หรือ   อาจารย์พยักหน้า    เจ้าเณรน้อยกล่าวอีกว่า   ถ้านกตัวนั้นไม่ปล่อยอึบนเศียรพระพุทธรูป    จะให้ปล่อยอึบนหัวพญาเหยี่ยวหรือ

สรรพสิ่งเท่าเทียม
ล้วนมีธรรมะ
มีใจไร้ใจ
ร่วมสร้างปัญญา

เรื่องเดิมมีอยู่ว่า    มีขุนนางแซ่ชุยผู้หนึ่งเดินทางไปนมัสการอาจารย์หยูฮุ่ย ที่วัดตงซื่อ มนฑลหูหนาน    พอดีเห็นนกตัวหนึ่งกำลังปล่อยอึบนเศียรพระพุทธรูป   ขุนนางชุยจึงถามอาจารย์หยูฮุ่ย ว่า   นกตัวนี้มีธรรมะหรือไม่    อาจารย์หยูฮุ่ย ตอบว่า   มีซิ    ขุนนางชุย ถามอีกว่า   ถ้าหากว่านกตัวนี้มีธรรมะทำไมจึงปล่อยอึลงบนเศียรพระพุทธรูป   อาจารย์หยูฮุ่ย ย้อนถามว่า   ทำไมนกตัวนี้จึงไม่ปล่อยอึลงบนหัวพญาเหยี่ยว

สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเท่าเทียมไม่ต่างกัน     ต่างมีธรรมะอยู่ภายในสามารถบรรลุธรรมได้ในอนาคต    เราควรใช้ท่าทีที่เท่าเทียมเช่นนี้ปฏิบัติต่อสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้    หวังให้ทุกสิ่งรู้ซึ้งถึงโลกแห่งธรรมะ
Posted by KiLiN on 07 Mar. 2006,01:46
ตอนที่ ๘๙ 物我如一



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 09 Mar. 2006,00:12
วัตถุและจิตรวมเป็นหนึ่ง

ขณะที่ลูกศิษย์กำลังนั่งสมาธิอยู่   อาจารย์ก็เดินเข้ามากล่าวว่า   วันนี้เราลองมาแข่งขันกัน    ใช้วิธีอุปมาอุปมัยดูว่าใครสามารถเปรียบตัวเองเป็นสิ่งที่อยู่ต่ำที่สุด    เราจะเริ่มก่อนด้วยการเปรียบตัวเองเป็นหัวลา    ศิษย์ผอมคิดแล้วกล่าวว่า    เราเป็นบั้นท้ายของลา   ศิษย์อ้วนคิดแล้วกล่าวว่า    เราเป็นอุจจาระของลา    เจ้าเณรน้อยคิดแล้วกล่าวว่า   เราเป็นหนอนในอุจจาระ   และอยู่ในช่วงพักร้อนด้วย

หากพระโพธิสัตว์ต้องการแผ่นดินที่บริสุทธิ์
ต้องทำจิตใจให้บริสุทธิ์ก่อน
ตามรอยจิตใจที่บริสุทธิ์
จึงได้แผ่นดินที่บริสุทธิ์
Posted by KiLiN on 10 Mar. 2006,04:07
ตอนที่ ๙๐ 吾心為悟



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 18 Mar. 2006,00:48
จิตตนคือสำนึก

อาจารย์กำลังกำกับให้ลูกศิษย์ติดตัวอักษรสำนึก  อาจารย์บอกว่า  ไปซ้ายหน่อย  พอลูกศิษย์ขยับไปซ้าย  อาจารย์ก็ส่ายหน้าว่า  ไม่ดี ไม่ดี  กลับเข้ามา  พอลูกศิษย์ขยับกลับมาอาจารย์ก็บอกว่า  ไม่ถูก ขึ้นสูงหน่อย  พอลูกศิษย์ขยับสูงขึ้นอาจารย์ก็ว่า  ไม่ใช่ ไม่ใช่  ลงล่างหน่อย  ขยับไปขยับมาจนดึงกระดาษขาดเป็นสองแผ่น  แยกตัวอักษรสำนึก เป็น จิต ตน  อาจารย์ดูแล้วรู้สึกพอใจ

โลกเราเปรียบเสมือนเมล็ดข้าวเม็ดหนึ่งเท่านั้น
ทำลายเนื้อหนังมังสาที่เกิดมา
หมื่นวิธีเพียงสดับเสียงคนลือ
จะหาที่สงบใจได้อย่างไร
Posted by สข1 on 18 Mar. 2006,02:53
เรื่องเดิมโดยย่อ

วันหนึ่งเหว่ยชื่อ ถามอาจารย์ลิ่วจู่ ว่า   ศิษย์เห็นคนเราพร่ำสวดมนต์ภาวนา   ขอให้ได้ขึ้นสวรรค์    เรื่องนี้เป็นไปได้หรือไม่    ลิ่วจู่ตอบว่า   คนมีสองประเภท    แต่มรรควิธีไม่มีสอง   คนโง่สวดมนต์หาทางรอดให้กับตนเอง   แต่คนมีสำนึกนั้นบริสุทธิ์อยู่ที่ใจ    คนบนโลกทำบาปสามารถสวดมนต์ขอขึ้นสวรรค์   คนบนสวรรค์ทำบาปจะสวดมนต์ขอไปที่ไหน   คนโง่ไม่เข้าใจว่าความบริสุทธิ์อยู่ที่ใจ   ได้แต่โทษสวรรค์โทษนรก   คนมีปัญญาจึ่งรู้ว่าใจบริสุทธิ์นั้นคือแดนสวรรค์    ไม่ว่าอยู่โลกไหนก็พบแดนสงบ

โลกเรานี้ก็เปรียบเสมือนเมล็ดข้าวเม็ดหนึ่งเท่านั้น    มีขอบเขตที่จำกัด    ไม่มีความยิ่งใหญ่อะไรเลย    ในเมื่อโลกเรานี้ยังไม่นับว่าใหญ่โตสักเท่าไหร่    ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเนื้อหนังมังสาคนเรา   ดังนั้นคนที่ยึดถือเอารูปกายภายนอกเป็นสรณะ    จะโง่เขลาขาดสติสักเพียงใด   ใยไม่รีบแสวงหาทางหลุดพ้น   ทางพระกล่าวว่า   ไม่ว่าหนทางพันหมื่นวิธีตั้งมากมาย    ต่างเน้นหนักที่จิตใจเท่านั้น   จึงจะพบหนทางหลุดพ้นได้   แต่หนทางทั้งหลายล้วนคงที่สภาพเดิม    คนที่เดินบนหนทางต่างหากที่ไม่มั่นคง   มักหลงไหลในสิ่งยั่วยวนข้างทาง    อาลัยในสิ่งสนุกบนเส้นทาง   หากว่าใจตนยังลุ่มหลงไม่สามารถอดกลั้นต่อสิ่งเล่านี้ได้   จะแสวงหาดินแดนสงบได้ที่ไหนเล่า
Posted by KiLiN on 18 Mar. 2006,22:02
winkthumb.gif  thankssign.gif
Posted by KiLiN on 19 Mar. 2006,21:39
ตอนที่ ๙๑ 油漆未乾



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 22 Mar. 2006,00:39
น้ำมันยังไม่แห้ง

เจ้าเณรน้อยกำลังเอาน้ำมันเงาทาเก้าอี้อยู่    อาจารย์เดินมาถึงก็นั่งลงบนเก้าอี้    เจ้าเณรน้อยรีบห้ามว่า   น้ำมันยังไม่แห้ง    อาจารย์จึงขยับไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง    เจ้าเณรน้อยก็ห้ามว่า   ตัวนี้ก็ยังไม่แห้ง   อาจารย์กระโดดลงจากเก้าอี้ด้วยความโกรธว่า    ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าตัวนี้ก็ไม่แห้ง    ทำไมไม่ทำป้ายเตือนเอาไว้    เจ้าเณรน้อยหยุดคิดแล้วกล่าวว่า    ท่านอาจารย์ครับ    ตรงนี้ก็ยังไม่แห้ง    ไม่ว่าอาจารย์ขยับไปทางไหน    เจ้าเณรน้อยก็ชี้ไปบอกว่ายังไม่แห้ง    จนอาจารย์กระโดดขึ้นไปบนเสาแล้วถามว่า    มีที่ไหนที่แห้งแล้วบ้าง   เจ้าเณรน้อยกล่าวว่า    อาจารย์ครับ    แล้วมีที่ไหนที่ยังไม่แห้ง

คนสร้างเงื่อนปมผูกมัดตนเอง
ใครเป็นคนปิดกั้นก็ต้องเป็นคนเปิด
สองมือทำลายด่านปราการ
ปลดปล่อยผู้คนออกจากที่คุมขัง
Posted by KiLiN on 23 Mar. 2006,21:20
ตอนที่ ๙๒ 一念之間



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 25 Mar. 2006,02:59
ในห้วงความคิด

สาวน้อยนางหนึ่งยืนร้องไห้อยู่กลางตลาด    เจ้าเณรน้อยมาพบเข้าจึงถามว่า    สาวน้อย เป็นอะไรไปหรือ    ในบรรยากาสที่สดใสเช่นนี้ท่านร้องไห้ทำไม    สาวน้อยตอบว่า   บิดาเราเป็นคนขายร่ม    บรรยากาสดีเช่นนี้    ร่มก็ขายไม่ออกแล้ว     พอดีมีฝนตกลงมา    แต่สาวน้อยกลับร้องเสียงดังขึ้น    เจ้าเณรน้อยจึงถามว่า    เจ้าเป็นอะไรอีกล่ะ   สาวน้อยตอบว่า   มารดาเราขายสำลี    ถ้าฝนตกก็จะทำสำลีเปียกเสียหายหมด    เจ้าเณรน้อยคิดอยู่พักหนึ่งแล้วกล่าวว่า   เราเสกให้ฝนตกในที่ที่บิดาท่านขายร่ม   ฝนแล้งในที่ที่มารดาท่านขายสำลี    อย่างนี้ดีไหมไม่ว่าฝนตกหรือฝนแล้งท่านก็ควรจะสบายใจ

หากสามารถเปลี่ยนโลกได้ดั่งพระยูไล
บรรยากาสสดใสดอกไม้บานสะพรั่งไปทั้งโลก
มีคู่พระหัตถ์ที่ทรงเมตตาการุณย์
คอยปลอบปะโลมคนทั้งโลกให้สุขสันต์

เรื่องนี้มาจากคัมภีร์  หนานไห่เจินเหยียน  ของญี่ปุ่น   เรื่องมีอยู่ว่าที่วัดแห่งหนึ่งในเกียวโต    มียายเฒ่าผู้หนึ่งอาศัยอยู่ตรงข้ามวัด   แกจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลา    ไม่ว่าจะเป็นฝนตกหรือฝนแล้ง    มีพระผู้หนึ่งไปถามแกว่าร้องไห้เรื่องอะไร    แกตอบว่า   เรามีลูกสาวสองคน   คนโตแต่งงานกับคนขายรองเท้า    คนเล็กแต่งงานกับคนขายร่ม   เวลาฝนแล้งเรากังวลถึงลูกสาวคนเล็กว่าร่มคงขายไม่ออก    พอฝนตกเราก็กังวลว่ารองเท้าของลูกสาวคนโตคงขายไม่ดี   แล้วจะไม่ให้เราร้องไห้ด้วยความเสียใจได้อย่างไร    พระจึงบอกว่า   ท่านควรจะคิดว่า   เวลาฝนตกลูกสาวคนเล็กท่านคงขายร่มได้กำไรมาก    เวลาฝนแล้งกิจการขายรองเท้าของลูกสาวคนโตก็ขายได้ดีจึงจะถูก    ยายเฒ่าฟังแล้วตอบว่า   ใช่แล้วเราไม่น่าต้องเสียน้ำตามาตั้งมากมายเลย    หลังจากนั้นยายเฒ่าก็เอาแต่หัวเราะไม่ว่าจะเป็นเวลาฝนตกหรือฝนแล้ง
Posted by KiLiN on 25 Mar. 2006,06:06
เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ

ในเรื่องเดียวกัน อยู่ที่วิธีคิด ถ้ารู้จักคิด ชีวิตก็เป็นสุข    แต่ถ้าไม่รู้จักคิด ชีวิตก็กลายเป็นทุกข์ yin-yang.gif
Posted by KiLiN on 09 Apr. 2006,22:43
ตอนที่ ๙๓ 空中懸雲



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 12 Apr. 2006,03:44
ปุยเมฆกลางนภา

อาจารย์กำลังนั่งสมาธิอยู่    ศิษย์อ้วนมาพบเข้าจึงถามว่า    ท่านอาจารย์กำลังทำอะไรอยู่หรือ    อาจารย์ตอบว่า    เรากำลังฝึกปฏิบัติธรรม    ศิษย์อ้วนรำพึงว่า   ฝึกปฏิบัติธรรม    แล้วถามว่า    ขอถามว่าท่านฝึกได้มรรคผลอะไร    อาจารย์ถามว่า    เจ้าเห็นปุยเมฆบนท้องฟ้าหรือไม่    ศิษย์อ้วนตอบว่า   เห็นแล้ว   อาจารย์ถามอีกว่า   เจ้าว่ามันถูกตรึงด้วยตะปู    หรือถูกแขวนเอาไว้    เจ้าเณรน้อยโผล่มาบอกว่า   ไม่ใช่ถูกตรึงด้วยตะปู   และไม่ใช่ถูกแขวนไว้    แต่เป็นภาพวาด

ธรรมะอยู่ในปัญญามิห่างไกล
ปัญญามีอยู่ในจิตใจคน
ทุกคนล้วนมีหอปัญญาอยู่ในตน
ก็เหมือนฝึกฝนภายใต้หอปัญญานั้น

การรู้แจ้งก็คือการเข้าใจธาติแท้ในจิตใจตน    แก่นแท้ของธรรมะคือทุกสิ่งที่เป็นสัจธรรม    ไม่ใช่ได้มาจากภายนอกหรือผู้อื่น   คนทุกคนมีขุมสมบัติของตนเอง   จิตใจที่มุ่งในพระธรรม   ก็เหมือนปุยเมฆบนท้องฟ้า   ไม่ได้ถูกตอกตึงเอาไว้    และไม่ได้ถูกแขวนด้วยเส้นด้าย    การฝึกธรรมะ   มีวิธีพลิกแพลงมากมาย    ไม่ผูกขาดด้วยวิธีใด    แต่ล้วนไม่แยกจากธาตุแท้ของจิตใจ
Posted by KiLiN on 01 May 2006,05:24
ตอนที่ ๙๔ 鸚鵡學舌 



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 03 May 2006,07:11
นกแก้วหัดพูด

อาจารย์นั่งสมาธิอยู่กับศิษย์ผอม    ศิษย์ผอมถามขึ้นว่า    อาจารย์ครับอะไรคือพระพุทธ    อาจารย์ตอบว่า    พระพุทธ    ศิษย์ผอมถามอีกว่า   อะไรคือพระธรรม    อาจารย์ตอบว่า    พระธรรม    ศิษย์ผอมถามอีกว่า   อะไรคือพระวินัย    อาจารย์ตอบว่า    พระวินัย    พอศิษย์ผอมมานั่งสมาธิกับเจ้าเณรน้อย    เจ้าเณรน้อยถามว่า    ศิษย์พี่อะไรคือพระพุทธ    ศิษย์ผอมตอบว่า    พระพุทธ    เจ้าเณรน้อยถามอีกว่า    อะไรคือพระธรรม    ศิษย์ผอมตอบว่า    พระธรรม    เจ้าเณรน้อยถามอีกว่า   อะไรคือพระวินัย    ศิษย์ผอมตอบว่า   พระวินัย    เจ้าเณรน้อยจึงถามว่า   อะไรคือบิดา    ศิษย์ผอมก็ตอบว่า   บิดา   เจ้าเณรน้อยตรงเข้าลูบหัวแล้วกล่าวว่า    น่ารักมาก

ศึกษาธรรมะง่ายแต่เข้าใจยาก
ไม่ลงเรี่ยวแรงย่อมไม่ได้ผล
มีแต่ความเชื่อแต่ไม่ปฏิบัติก็เสียแรงเปล่า
ดีแต่พูดก็ไม่เกิดผลอันใด

การท่องบ่นสวดมนต์ไม่นับเป็นเรื่องยาก    คนที่มีจิตศรัทธาย่อมมีการพัฒนาไปตามขั้นตอน    แต่ถ้าจะพูดถึงความเข้าใจอย่างถ่องแท้    นอกจากความพยายามข้างต้นแล้ว   ยังต้องมีจิตใจที่ใสบริสุทธิ์    จึงจะเข้าถึงโลกของธรรมะได้   ก็เหมือนกับปัญหาการดำรงอยู่    คนเราสามารถเข้าใจถึงการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง   แต่ไม่อาจเข้าใจการดำรงอยู่ของตัวตน    เราย่อมรู้ว่าคำพระมีความหมายที่ลึกซึ้ง    แต่จะเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งนั้นมีเพียงสองทาง    หนึ่งคือเข้าใจในหลักการ   นั่นคือเข้าใจความหมายในคำ   สองคือลงมือปฏิบัติ    เมื่อเข้าใจความหมายแล้วจะให้อยู่ในจิตสำนึก   ให้เป็นธรรมชาติของตัวเรา   แล้วจะพบว่าในเรื่องเดียวกัน    ความแตกต่างในช่วงเวลาก่อนหน้าและหลังจากนั้น   จุดเปลี่ยนในระหว่างกลางคือความเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่   ขอให้ทุกท่านรักษาจิตใจที่ใสบริสุทธิ์เอาไว้    แล้วจะได้พบแสงสว่าง
Posted by สข1 on 15 Sep. 2006,21:33
เคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง (จากตอนที่ ๕๕)

ลูกศิษย์ทั้ง 3 กำลังต่อตัวทาสีอยู่  เจ้าเณรน้อยที่อยู่ตรงกลางร้องขึ้นว่า  ศิษย์พี่อีกนานไหมกว่าจะเสร็จ  เหนื่อยเหลือเกิน  ศิษย์ผอมที่อยู่บนสุดตอบว่า  พึ่งจะยืนแค่วันเดียวเท่านั้น  ก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว  เป็นเพราะว่ายามปกติเจ้าไม่ขยันฝึกฝน  เจ้าดูศิษย์พี่ใหญ่ซิ  ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย  เจ้าเณรน้อยก้มมองดูศิษย์พี่ใหญ่ที่อยู่ล่างสุดแล้วถามว่า  ต้องฝึกฝนอย่างไร  ศิษย์ผอมก็ตอบไม่ได้  พอดีมีกลิ่นหอมโชยมา  ศิษย์อ้วนที่ยืนหลับอยู่จึงเดินตามกลิ่นไป  ทำให้เจ้าเณรน้อยและศิษย์ผอมตกลงมา  อาจารย์ถือถาดขนมเดินมากล่าวว่า  ถ้าจิตใจเริ่มหวั่นไหว  ไม่ว่าจะฝึกอะไรก็ไม่สำเร็จ  เจ้าเณรน้อยก็ถามว่า  ถ้าจิตใจไม่หวั่นไหวละ  อาจารย์ตอบว่า  ก็เหมือนกับซากศพในสุสาน

คนมีใจเปรียบเหมือนมารฟ้า
คนไร้ใจเปรียบเหมือนมารนรก
มีบ้างไม่มีบ้างเป็นผีหงุดหงิด
ในธรรมะนั้นมีเหมือนไม่มี

รู้สึกว่าตอนนี้เคยโพสท์แล้วหรือเปล่าครับหลงพี่
Posted by นกกะปูด on 15 Sep. 2006,23:34
สวัสดีค่ะ
นานๆ จะเข้ามาดูการ์ตูนซะที เพราะอายุยังไม่ถึง อิอิ เปล่าหรอกค่ะ เพราะคอมพ์ที่บ้านโหลดช้ามากกก
วันนี้พยายามทั้งดูทั้งอ่าน แต่ก็ยังไม่เก็ท นกมีข้อสงสัยค่ะพี่สข ตรงที่อาจานหนวด พูดว่า

อ้างถึง (สข1 @ 15 กย. 2006,09:33)
ถ้าจิตใจเริ่มหวั่นไหว  ไม่ว่าจะฝึกอะไรก็ไม่สำเร็จ  
เจ้าเณรน้อยก็ถามว่า  ถ้าจิตใจไม่หวั่นไหวละ  
อาจารย์ตอบว่า  ก็เหมือนกับซากศพในสุสาน



นกว่านะ คำว่า "หวั่นไหว" น่าจะเป็น "ว่อกแว่ก" หรือเปล่าคะ อืมม (มันอันเดียวกันป่าวว๊า? แต่อ่านแล้วพอเข้าใจได้) hum.gif

แต่ภาพรวม นกเข้าใจว่า
คนที่หวั่นไหว ทำอะไรไม่สำเร็จ
คนที่ไม่หวั่นไหว ก็เหมือนซากศพ


นกว่ามันก็ไม่ดีทั้งสองอย่าง สรุปว่าเซนเรื่องนี้เขาสอนให้คนหวั่นไหว หรือ ไม่หวั่นไหว กันแน่คะ hum.gif hum.gif

อ้อ อยากทราบไอ้ฉากสุดท้ายที่มีผีไม้กวาดกระโดดหย๋องๆ อ่ะ เขาเขียนว่าอะไรคะพี่ มันต้องเป็นปรัชญาอะไรสักอย่างที่จะให้ความกระจ่างเรื่องนี้แหง๋ๆ
Posted by KiLiN on 16 Sep. 2006,21:49
ใช่เลยครับ คุณสข1 เคยโพสต์มาแล้วในตอนที่ ๕๕ นั่นเอง
ผมก็รู้สึกคุ้นๆ แต่หาตอนที่เคยโพสต์แล้วอย่างไรก็ไม่พบ
ก็เลยโพสต์ใหม่ไป ก็คิดว่าถ้าซ้ำ คุณสข1 คงท้วงเอง ขอบคุณครับที่ท้วงบอก
ก็เลยถือโอกาสลบที่โพสต์ใหม่ซ้ำเอาออก 
แต่ที่คุณส1 แปลใหม่จะคงไว้ เพราะเห็นมีความต่างของเวิร์ดิ้ง เผื่อจะเข้าใจความหมายได้ชัดขึ้นนะครับ greet.gif

< ลิงค์การ์ตูนเซนตอนที่ ๕๕ >
Posted by สข1 on 17 Sep. 2006,01:19
ใช่แล้วครับ   จิตใจหวั่นไหวฝึกอะไรก็ไม่สำเร็จ    จิตใจที่ไม่หวั่นไหวก็เป็นซากศพ    หวั่นไหวบ้างเป็นบางครั้งก็เป็นผีหงุดหงิด    แล้วต้องเป็นอย่างไรถึงจะดี    ต้องให้หลงพี่ตอบแล้วละครับ    

ส่วนการแปลแต่ละครั้งที่ไม่เหมือนกัน   บางครั้งอยู่ที่การเลือกคำ   แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่การพยายามทำความเข้าใจของผมเอง
Posted by KiLiN on 17 Sep. 2006,03:26
นึกแล้วเชียวส่งลูกมา.. hello2.gif

ในนี้มีหลายประเด็นที่ซ่อนอยู่ ผมจะเคลียร์ที่ละประเด็นให้กระจ่าง

อันดับแรก คำแปลทั้งสองครั้ง อ่านดูแล้วคำแปลที่เป็นคำบรรยาย ครั้งหลังดูดีกว่า ส่วนคำกลอนครั้งแรกได้ใจความกว่า ถ้าเอามารวมกันจะได้ดังนี้ครับ
อ้างถึง
เคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง (จากตอนที่ ๕๕)

ลูกศิษย์ทั้ง 3 กำลังต่อตัวทาสีอยู่  เจ้าเณรน้อยที่อยู่ตรงกลางร้องขึ้นว่า  ศิษย์พี่อีกนานไหมกว่าจะเสร็จ  เหนื่อยเหลือเกิน  ศิษย์ผอมที่อยู่บนสุดตอบว่า  พึ่งจะยืนแค่วันเดียวเท่านั้น  ก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว  เป็นเพราะว่ายามปกติเจ้าไม่ขยันฝึกฝน  เจ้าดูศิษย์พี่ใหญ่ซิ  ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย  เจ้าเณรน้อยก้มมองดูศิษย์พี่ใหญ่ที่อยู่ล่างสุดแล้วถามว่า  ต้องฝึกฝนอย่างไร  ศิษย์ผอมก็ตอบไม่ได้  พอดีมีกลิ่นหอมโชยมา  ศิษย์อ้วนที่ยืนหลับอยู่จึงเดินตามกลิ่นไป  ทำให้เจ้าเณรน้อยและศิษย์ผอมตกลงมา  อาจารย์ถือถาดขนมเดินมากล่าวว่า  ถ้าจิตใจเริ่มหวั่นไหว  ไม่ว่าจะฝึกอะไรก็ไม่สำเร็จ  เจ้าเณรน้อยก็ถามว่า  ถ้าจิตใจไม่หวั่นไหวละ  อาจารย์ตอบว่า  ก็เหมือนกับซากศพในสุสาน

ใจปรารถณาก็เป็นผีฟ้า
ใจไม่ปรารถณาก็เป็นผีนรก
ใจหวั่นไหวไปมาก็เป็นผีสับสน
หนทางที่ถูกต้องไม่มีเรื่องเช่นนี้


ทีนี้ประเด็นเรื่องความหมายที่นกถาม
๑. จิตใจหวั่นไหวฝึกอะไรก็ไม่สำเร็จ เปรียบได้กับคนไม่มีสมาธิ ไม่จดจ่อในเรื่องที่ทำ
๒. จิตใจที่ไม่หวั่นไหวก็เป็นซากศพ  นี่ก็เรียกว่าคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ชีวิตตายซาก
๓. หวั่นไหวบ้างเป็นบางครั้งก็เป็นผีหงุดหงิด นี่ก็ยังถูกสถานะการณ์กระทำเอา คือยังไม่มั่นคง เช่นเป็นอารมณ์เสียถ้าเจอเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หงุดหงิดง่ายกับเรื่องราวต่างๆ 

ทั้งกรณีที่ ๑ และ ๓ ก็ตกเป็นฝ่ายถูกกระทำ โดยสถานการณ์พาไป
ส่วนกรณีที่ ๒ ก็ใช้ไม่ได้ คือไม่รับรู้ เป็นคนเบื่อโลก
ที่ถูกต้องกรณีที่ ๔. รู้แล้วจึงไม่หวั่นไหว หมายถึงไม่ถูกสถานการณ์กระทำ  ไม่ถูกสถานการณ์พาไป  คือไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์เช่นไร สภาวะเช่นไร ก็ยังสามารถมีจิตใจที่ตั้งมั่นอยู่ได้ ไม่ถูกโยกคลอนให้หวั่นไหวไปตามสถานการณ์นั้นๆ ซึ่งต่างกับกรณีที่ ๒ 

กรณีที่ ๔ ตั้งมั่นอยู่ได้เพราะรู้เท่าทัน ไม่หลงกล เพราะมีปัญญามีความสว่าง
กรณีที่ ๒ ไม่ต่างอะไรกับสิ่งไม่มีชีวิต มันคือหิน คือซากศพที่เดินได้

ทีนี้การ์ตูนเซนในเรื่อง ศิษย์อ้วนช่วงแรกยืนหลับก็เปรียบได้กับกรณีที่ ๒ หลังจากได้กลิ่นของกินก็เปรียบได้กับกรณี ที่ ๓ เณรน้อยเปรียบได้กับกรณีที่ ๑ 
ฉากสุดท้าย เป็นภาพล้อเลียนกรณีที่ ๒ ส่วนปรัชญานั้นน่าจะเป็นคำกลอนที่คุณ สข1 แปลไว้

ประเด็นต่อเนื่อง  การที่เราดูหรืออ่านเรื่องเหล่านี้แล้วไม่เข้าใจ จริงๆแล้วไม่ใช่ว่ามันยากอะไร แต่เป็นเพราะว่ามันง่าย มันธรรมดา มันใกล้ตัวเกินไป วิถีชีวิตความคิดของเราซับซ้อนเกินไปต่างหาก ถ้าคิดว่ามันยากเราจะไม่มีโอกาสเข้าใจมัน  กลับกันต้องคิดว่ามันธรรมดาสามัญมาก  แล้วลดความซับซ้อนของวิธีคิดและวิถีชีวิตลงมา ก็จะเข้าใจมันได้เอง เพราะที่สุดแล้วมันคือธรรมชาติเรื่องจริงที่เราประสพอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเพียงแต่เราไม่เคยมองไม่เคยสนใจมองข้ามมันไป ใกล้ตัวกินด่าง

อ้างถึง
ส่วนการแปลแต่ละครั้งที่ไม่เหมือนกัน  บางครั้งอยู่ที่การเลือกคำ  แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่การพยายามทำความเข้าใจของผมเอง
นั่นคือประโยชน์โดยตรงที่คุณสข1 จะได้ ทำให้ได้ความสว่างได้ปัญญาเพิ่มขึ้น เข้าใจธรรมชาติ ความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น  ประโยชน์โดยอ้อม เมื่อมีคนมาอ่านมาดูแล้วได้ความสว่างได้ปัญญา คุณสข1 ก็ได้อานิสงส์จากการที่เขาได้ปัญญาได้ความสว่างนั้นไปด้วย คือเป็นเหตุให้คนอื่นได้ปัญญา ก็เป็นบุญ ถือเป็นการให้ธรรมะเป็นทาน ซึ่งเป็นทานที่เหนือกว่าทานอื่นทั้งปวง 
อย่าลืม..แบ่งบุญให้ผมและเพื่อนๆด้วยก็แล้วกัน tinyrose.gif  wave.gif
Posted by KiLiN on 24 Sep. 2006,23:02
ตอนที่ ๙๕ 平常心 



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 25 Sep. 2006,21:39
การ์ตูนตอนนี้ชื่อใจปล่อยวาง    แต่ตอนที่โพสท์มานี้ไม่ใช่ครับ
Posted by KiLiN on 25 Sep. 2006,22:18
หมายถึงตอนนี้ไม่ใช่ชื่อนี้หรือครับ 平常心  ผมเห็นไตเติ้ลก็ขึ้นชื่อนี้นี่ครับ  hum.gif
Posted by สข1 on 26 Sep. 2006,21:24
ไม่ใช่ครับหลงพี่    เนื้อหาในการ์ตูนเป็นตอนที่ชื่อว่า   เคลื่อนไหวและหยุดนิ่ง    แต่ชื่อหัวข้อเป็น 平常心  พอคลิก PLAY มันก็เริ่มที่ลูกศิษย์กำลังต่อตัวทาสีอยู่    เอหรือว่าเครื่องผมมีปัญหา
Posted by นกกะปูด on 26 Sep. 2006,23:33
เครื่องพี่สข น่าจะมีปัญหานะคะ
เครื่องของนก พอกดเล่นแล้วก็มีเรื่องแบบนี้ค่ะ

ในวัดจีนแห่งหนึ่ง
ศิษย์อ้วนกับอาจานกำลังฝึกสมาธิออกกำลังกายกันอยู่
ทีนี้ศิษย์อ้วนก็เหมือนจะเหนื่อยหมดความอดทน แต่หันไปมองอาจาน อาจานก็ยังคงฝึกอยู่
ศิษย์อ้วนก็เกิดมีปัญหาสงสัยอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ (นู๋เดาว่า เจ้าอ้วนคงถามว่าทำไมอาจานถึงฝึกได้นาน)
อาจานก็อธิบาย...
ลูกศิษยย์อ้วนก็ งง เต๊ก
อาจานก็ไอแค็กๆๆ แล้วอธิบายต่อ (นู๋เดาว่าอาจานคงพูดว่า ถ้าเจ้าอ้วนคิดแต่เรื่องกินเรื่องนอน ก็คงไม่มีสมาธิที่จะฝึก)
ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังมาจากในครัว ศิษย์อ้วนก็วิ่งตามเสียงไป (น่าจะวิ่งไปกินอาหาร)
อาจานส่ายหัว (แต่ก็เดินตามไปกินด้วย)

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อาจานก็หิวเหมือนกันวุ้ยยย
เป็นไงคะ คำแปลของนู๋พอจะเข้าเค้าบ้างหรือเปล่า ic-14.gif
Posted by KiLiN on 27 Sep. 2006,09:57
พอดีผมใช้ชื่อไฟล์เก่าที่ลบทิ้งไป
เครื่องคุณสข1 มันยังคงจำข้อมูลเก่าเอาไว้ เลยมีปัญหา
วิธีแก้ ให้กด refresh ถี่ๆ สักหลายๆที
ลองดูนะครับ ถ้ายังไม่ได้แจ้งผมด้วยครับ smile.gif
Posted by สข1 on 30 Sep. 2006,04:51
ยังไม่ได้ครับหลงพี่

ผมว่าให้นกกะปูดพากย์ก็ดีนะครับ    ไว้ให้ผมเปิดได้แล้วจะเติมคำในช่องว่างให้
Posted by KiLiN on 30 Sep. 2006,08:35
คุณ สข1 ลองใหม่เลยครับ  เที่ยวนี้ได้แน่นอน  thumbsup.gif
Posted by สข1 on 02 Oct. 2006,07:04
ใจปล่อยวาง

ในวัดจีนแห่งหนึ่ง
เจ้าเณรน้อยกับอาจารย์กำลังออกกำลังกายกันอยู่
เจ้าเณรน้อยเหมือนจะเหนื่อยหมดความอดทน แต่หันไปเห็น อาจารย์ยังคงฝึกอยู่จึงถามขึ้นว่า  อาจารย์ครับ  คนเราต้องบำเพ็ญเพียรอย่างไรครับ
อาจารย์ตอบว่า  การบำเพ็ญเพียรก็คือ  ถ้าหิวก็กินข้าว  ถ้าเหนื่อยก็ให้นอนพักผ่อน
เจ้าเณรน้อยก็ งง ถามอีกว่า  ก็เหมือนคนทั่วๆไปนะซี
อาจารย์ตอบว่า  นั่นไม่เหมือนกัน  คนทั่วไปเวลากิน  ยังมีความปรารถณานับพันเรื่อง  เวลานอนยังมีความกังวลอีกนับหมื่นเรื่อง
เจ้าเณรน้อยตอบว่า  เข้าใจแล้ว
ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังมาจากในครัวว่า  ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว
เจ้าเณรน้อยรีบวิ่งไปตามเสียง
อาจารย์ส่ายหัวแล้วก็เดินตามไป

ว่างจนจิตว่างคือว่างที่แท้จริง
จิตใจว่างเปล่าจึงปลีกตัวตามป่าเขา
ในป่าเขาจึงมีชีวิตที่อิสสระ
ใจไม่ปล่อยวางนั้นยิ่งอยู่ลำบาก
Posted by KiLiN on 04 Oct. 2006,09:22
ตอนที่ ๙๖ 未上树时 



Play


จาก : ∵∴< 大慧集網路動畫 >∵∴

Posted by สข1 on 09 Oct. 2006,09:32
โหลดไม่ได้อีกแล้วครับหลงพี่   เอาเรื่องเดิมไปก่อนละกัน

ก่อนขึ้นต้นไม้

วันหนึ่งอาจารย์จื้อเสียนแสดงธรรมว่า   ทำอย่างไรถึงจะเข้าใจธาตุแท้อย่างถ่องแท้  เรามีตัวอย่างอยู่ว่า   มีคนคนหนึ่งใช้ปากคาบกิ่งไม้ไว้  มือเอื้อมไม่ถึงขาก็แตะไม่ถึง  มีคนคนหนึ่งอยู่ใต้ต้นไม้ถามขึ้นว่า  อาจารย์ครับอะไรคือพระศาสดามาจากสวรรค์  ถ้าหากว่าไม่ตอบก็รู้สึกไม่ให้เกียรติคนถาม  แต่ถ้าอ้าปากตอบตนเองก็ต้องตกลงมาอาจบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต  พวกท่านว่าคนคนนี้ควรทำอย่างไร  เวลานั้นลูกศิษย์คนหนึ่งตอบขึ้นว่า  อะไรคือพระศาสดามาจากสวรรค์ทำไมไม่ถามก่อนขึ้นต้นไม้  จะได้รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ของปัญหา  อาจารย์ได้ฟังแล้วถึงกับหัวเราะ
Posted by milk on 28 Oct. 2008,17:21
คุณคิลินคะ  ทำไมตอนที่96未上樹時 ถึงโหลดไม่ได้คะ  ภาพยังเป็นตอนเก่า 平常心 หรือว่าคอมฯของฉันมีปัญหา? กำลังดูมันส์ๆเชียว
Posted by KiLiN on 28 Oct. 2008,22:51
มีปัญหาอย่างที่คุณว่าจริงๆแหล่ะครับ  แต่ตอนนี้ได้แก้แล้วครับ  ลองดูใหม่นะครับ  flo_1.gif
Posted by milk on 31 Oct. 2008,10:44
ตอนสุดท้ายนี้ ไม่มีคนแปล  ฉันขออาสาลองแปลดูนะคะ  อาจไม่ดีพอเหมือนพี่ๆที่เคยแปลไว้ (เอาพอเข้าใจก็แล้วกันค่ะ)

มีแม่ไก่มาวางไข่ไว้ 1 ฟอง  ลูกศิษย์ทั้ง3พากันมาเล่นแถวนั้นเห็นเข้า  เจ้าเณรน้อยได้หยิบไข่ขึ้นมาดู  พอดีอาจารย์เดินผ่านมา  พูดว่า"พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่  วันๆเอาแต่เล่น "และถามเจ้าเณรน้อยว่า"ในมือเจ้าถืออะไร  เอาออกมาดูสิ"  พร้อมกับตะโกนว่า"แล้วยังไม่รีบไปท่องตำราอีก" เหล่าลูกศิษย์รีบไปตามอาจารย์สั่ง
อาจารย์หันซ้ายแลขวา ไม่ทราบว่าไข่ในมือนี้มาจากไหน  พอดีได้ยินเสียงนกร้องบนกิ่งไม้  ซึ่งมีลูกอ่อนอยู่  ท่านจึงใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปวางไข่ลงในรังนก  ทันใดนั้นกิ่งไม้รับน้ำหนักไม่ไหวได้หักลงมา อาจารย์ได้ใช้ปากคาบกิ่งไม้อีกกิ่งหนึ่ง มือก็ถือรังนกไว้  ลูกศิษย์วิ่งออกมาถามว่า"อาจารย์ทำอะไรหรือ?" เจ้าเณรน้อยสงสัยถามว่า"ท่านทำไมเอาไข่ไก่ไปวางในรังนกล่ะ?"  อาจารย์โมโหร้องตอบว่า"แล้วทำไมเจ้าไม่บอกก่อนที่ข้าจะขึ้นต้นไม้ล่ะ เจ้าเด็กโง่"

Posted by ludwig on 04 Jul. 2009,01:38
ขอบคุณที่แปลกันมาให้อ่านนะครับ ไม่งั้นดูไม่รู้เรื่องแน่เลย  biggrin.gif
Posted by dianadadly on 01 Oct. 2010,19:26
ชอบมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ชวนเพื่อน ๆ มา < ดูหนัง >  < ดูหนังฟรี >  < ดูหนังใหม่ >  < ดูหนังออนไลน์ >  < ดูหนังตัวอย่าง >  < ดูตัวอย่างหนังใหม่ > < ดูฟรี > ที่< ดูหนัง108 > ค่ะ
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard