Forum: ห้องนั่งเล่น
Topic: !!! ผี ผี ผี !!!!
started by: นกกะปูด

Posted by นกกะปูด on 28 Jun. 2002,11:16
ผีถ้วยแก้ว

การสื่อสารติดต่อวิญญาณระหว่างมนุษย์กับวิญญาณ เรื่องราวศาสตร์เร้นลับที่มนุษย์พยายามค้นหา เรื่องผีถ้วยแก้วนี้ท่านอาจเคยได้ยินมาแล้ว หรืออาจจะเคยร่วมเล่นมาแล้วก็ได้ เพราะเป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่เด็กและผู้ใหญ่มานานแล้ว ที่เรียกว่าเล่นก็เพราะระหว่างดำเนินการนั้นเต็มไปด้วยความครื้นเครงนับว่าเป็นการกล้าเผชิญหน้ากับ "ผี" อย่างองอาจและเป็นมิตรมากทีเดียว เพราะตามปกติแล้วไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่เป็นต้องขยาดผีจนขนหัวลุก เคยถามไถ่เรื่องผีถ้วยแก้วกับเกจิอาจารย์ท่านหนึ่งว่า "ผี" หรือ "วิญญาณ" ที่เข้ามาสิงอยู่ในถ้วยแก้วนั้น "จริง" หรือ "เท็จ" ท่านบอกว่า "จริง" แต่บางครั้งก็เป็นวิญญาณของผีเร่ร่อน เพราะฉะนั้นในบางคราวจึงทำนายทายทักอะไรไมค่อยตรง ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว บางทีเชิญวิญญาณหนึ่ง แต่อีกวิญญาณหนึ่งกลับรีบสวมรอยมาแทนก็มี พึงสังวรณ์ไว้ว่า การเรียกดวงจิต วิญญาณ การสื่อสารก็เหมือนกับการที่เราโทรศัพท์ไปหาใครสักคน หรือไปเคาะประตูบ้านใครสักคน ถ้าเจ้าของอยู่หรือต้นสายปลายทางอยู่ แน่นอนย่อมมีการรับสายหรือเปิดประตูออกมาต้อนรับพร้อมที่จะยอมสนทนาด้วยอย่างแน่นอน และเมื่อกระทำด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแล้ว ก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่ายินดี และน่าสนุกไปกับการสื่อสารอันอัศจรรย์นี้ด้วย
 
ข้อควรระวัง!!
การเล่นผีถ้วยแก้วพึงระวังและสำเหนียกอยู่เสมอว่า เมื่อตัดสินใจที่จะเล่นสื่อสารกับวิญญาณบางสิ่งที่มองไม่เห็นตัวแล้วนั้น ต้องระมัดระวังให้ดี ผู้เล่นควรจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีและมีจิตแน่วแน่ในการที่จะเรียนรู้ และสื่อสารอย่างบริสุทธิ์ใจ อย่าให้ถ้วยแก้วเปิดก่อนจบการเล่น เพราะเชื่อถือกันว่าวิญญาณจะอยู่ในถ้วยแก้วนั้นจนกว่า จะจบการเล่น ทั้งนี้และทั้งนั้นเมื่อวิญญาณที่ออกจากถ้วยแก้วไปแล้ว อาจมีใจอยากติดต่อสื่อสารกลับมาบ้างหรืออาจมีมิตรใจที่ไปเยี่ยมเยือนเพื่อนสนิทที่ร่วมคุยร่วงสนทนานั้นบ้าง ผู้เล่นก็ควรจะเตรียมพร้อมและทำใจเพราะของอย่างนี้มันแล้วแต่กรณี

วิธีการเล่นผีถ้วยแก้ว โดยสังเขป
อุปกรณ์ :
   - กระดาษขาวสำหรับเขียนตารางตัวอักษร
   - ถ้วยแก้วขนาดเล็ก
   - ธูป เทียน
   - เครื่องเซ็น

วิธีเล่น :
   - จุดธูปเชิญวิญญาณ
   - นำถ้วยแก้วใส่ควันธูปและปิดให้สนิท นำมาคว่ำลงบนแผ่นกระดาษ
   - ตั้งจิตอธิฐานและสมาธิให้แน่วแน่
   - ใช้นิ้วแตะขอบถ้วยแก้วเพียงเบา ๆ
   - ถามไถ่และดูการขยับเคลื่อนไหวของถ้วยแก้ว
   - พูดคุยและถามไถ่
   - เชิญวิญญาณออกจากถ้วย

ข้อควรระวัง
   - อย่าให้ควันออกจากถ้วยแก้ว
   - อย่าเปิดถ้วยแก้วให้ขณะที่เล่น
   - ตั้งจิต สมาธิให้แน่วแน่และสำรวมด้วยความบริสุทธิ์ใจ

***หมายเหตุ***
เตรียมตัวและทำใจให้พร้อมกับการที่ต้องพบเจอเหตุการณ์ในทุกสภาวะรูปแบบ คนจิตอ่อนขวัญอ่อนไม่สมควรที่จะเล่น

**ตัดแปะมาจาก < http://plaek.hypermart.net/ghost2.html >
Posted by KiLiN on 28 Jun. 2002,11:31
อ้างถึง (นกกะปูด @ 28 มิย. 2002,11:16)
วิธีการเล่นผีถ้วยแก้ว โดยสังเขป
อุปกรณ์ :
   - กระดาษขาวสำหรับเขียนตารางตัวอักษร
   - ถ้วยแก้วขนาดเล็ก
   - ธูป เทียน
   - เครื่องเซ็น

แฮ่ะ..อุปกรณ์ต้องมี "เครื่องเซ็น" ด้วย
หมายถึงเซ็นเช็คจ่ายล่วงหน้าให้ผีด้วยเหรอ
เอ้อ...เครดิตได้ด้วย ไม่ต้องจ่ายสด 
ฮี่ๆ แล้วมันไม่กลัวเด้งเหรอ
เห็นแต่คนเขาบอก "งดเชื่อเบื่อทวง"กันเป็นแถว :D hehe.gif
Posted by นกกะปูด on 28 Jun. 2002,16:06
แฮ่ม! ฮั่นแน่.. หลวงพี่เข้ามาห้องนี้ทำไมคะเนี่ยย??
นู๋กำลังตั้งวง ปิดไฟ จุดเทียน จับเข่าจับขา ชวนพี่ๆ เค้าคุยกันเรื่องผี เดี๋ยวเกิดมีคนขวัญอ่อนกระโดดกอดจะทำไงคะ? ไม่กลัวศีลขาดเหรอหลวงเพ่? อิอิ

อ้อ! สมัยก่อนเขาใช้ "เครื่องเซ่น" เดี๋ยวนี้ยุคประหยัดค่ะ หัวหมูเป็ดไก่ ก็ "เซ็น" ไว้ก่อนละกัน..นะท่านผี เหอๆๆ
Posted by นกกะปูด on 29 Jun. 2002,11:56
ผีตายท้องกลม.

ผีตายท้องกลม เป็นแขกผู้หนึ่งซึ่งมักจะถูกเชิญมาในการเล่นผีถ้วยแก้ว อันว่า "ผีตายท้องกลม" หรือ "ตายทั้งกลม" มีเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น เพราะชื่อนี้หมายถึงผีที่แม่ตายไปพร้อมกับเด็กหรือลูกในท้อง หากคลอดออกมาแล้วแม่ตายแต่เด็กรอด หรือเด็กตายแต่แม่รอด อย่างนี้เรียกผีอย่างอื่น ถ้าเรียกว่าผีตายทั้งกลมแสดงว่าเรียกผิด....บางตำราบอก ที่ถูกต้องควรเรียกว่า ผีตายทั้งกม เพราะคำว่า กม เป็นคำไทยโบราณเก่าแก่ มีหลักฐานในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่หนึ่ง และก็ มีใช้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง คือ คำว่า "กม" แปลว่า "ทั้งหมด" ตายทั้งกมก็แปลว่า ตายทั้งหมด หรือตายหมดทั้งแม่ทั้งลูกที่อยู่ในท้องนั่นเอง

คงไม่ต้องกล่าวประวัติอะไรมาก เพราะผีตายทั้งกลมนั้นจะเหมือนๆ กันหมด คือเมื่อหญิงสาวแต่งงานหรือมีสามีไปแล้ว หากปกติด้วยกันทั้งสองคนฝ่ายหญิงก็จะตั้ งครรภ์ แต่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อะไรบางอย่าง ที่ทำให้ต้องเสียชีวิตทั้งแม่และลูก โดยที่ทารกนั้นยังอยู่ในครรภ์ ชาวบ้านร้านตลาดโดยทั่วไปก็พากันเรียกว่า ผีตายทั้งกลม สำหรับผีตายทั้งกลมที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ จนบรรดาผู้เขียนหนังสือและสร้างหนังเอามาเป็นตัวเอกร่ำรวยกันนักต่อนักแล้ว เห็นจะไม่มีใครเกิน แม่นาคหรือย่านาคพระโขนง พอพูดถึงก็ชักขนหัวลุกซะแล้ว ประวัติของแม่นาคนั้นมีความเป็นมาค่อนข้าง พิศดารและน่ากลัวอย่าบอกใคร

ผีตายท้องกลม แน่นอน...เป็นอันรู้กันอยู่แล้ว ว่าคือผีผู้หญิงมีครรภ์ที่เสียชีวิตพร้อมกันทั้งแม่ทั้งลูกที่อยู่ในท้อง ซึ่งผีประเภทนี้พวกพ่อมดหมอผีที่หากินในทางทำเสน่ห์หรือน้ำมันพรายชอบนักชอบหนา พวกที่เรียนทางด้านไสยศาสตร์หรือมนต์ดำ พอรู้ว่าที่ไหนมีผีตายทั้งกลมล่ะก็ จะต้องตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้ในพิธี จัดการหาลูกศิษย์หรือสมัครพรรคพว พากันไปที่ป่าช้า ขุดศพขึ้นมาจากหลุมเพื่อใช้เทียนลนคางผีตายทั้งกลม เอาน้ำเหลืองมาปลุกเสกทำน้ำมันพราย

อันว่าน้ำมันพรายนั้นไม่ต้องพูดถึง สรรพคุณยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวยิ่งนัก หนุ่มใดมีไว้ครอบครองซักขวดเล็กๆ เท่าขวดยานัดถุ์หมอมีหรือหมอชิต เวลาเจอสาวคนไหนชอบอกชอบใจ หรือสาวที่หมายปองเอาไว้แล้วหล่อนไม่เล่นด้วย ก็ไม่ต้องตามจีบตามตื้อให้เสียเวลา เหยาะน้ำมันพรายใส่นิ้วสักหยดสองหยด ดีดหรือป้ายให้ถูกตัวสาวเจ้าหล่อนจะเคลิบเคลิ้มหลงใหลมีใจเสน่หาตามมาถึงบ้านทันที แต่ท่านผู้รู้เคยบอกไว้ว่า หากสาวคนไหนถูกน้ำมันพรายจะกลายเป็นคนบ้าใบ้ไม่มีสติเสียผู้เสียคนไปเลยก็มี ฉะนั้นใครที่ไม่อยากสร้างบาปกลัวกรรมก็อย่าริเป็ นอันขาด มิหนำซ้ำหากไปขุดศพหรือทำอันตรายอันใดกับศพแล้วญาติๆ เขามาพบเข้า โดนเหยียบอย่างไม่มีปัญหา และเมื่อส่งถึงตำรวจก็ไม่ต้องสงสัยติดคุกแน่นอนแล้วก็นอนแน่ คือได้นอนในตารางแน่ๆ

ผีตายทั้งกลมกินเครื่องเซ่น หรืออาหารจากที่ญาติๆนำไปทำบุญถวายพระแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เหมือนผีธรรมดาทั่วไป ข่าวกรองไม่ได้บอกว่าต้องการนม กระป๋องเอาไว้เลี้ยงลูกด้วยหรือไม่ การออกหากินก็ไม่ต้อง หรือส่วนใหญ่จะออกไปหลอกหลอนสร้างความหวาดผวาขนหัวลุกซะล่ะมากกว่า

ผีตายทั้งกลมแม้จะค่อนข้างดุและน่ากลัว แต่ก็กลัวพระ กลัวเครื่องรางของขลังกลัวคนหลายใจ กลัวเท้าแชร์หนีเหมือนผีทั้งหลายนั่นแหละ ถ้าอยู่บ้านตามประสาไม่แส่หาเรื่องเช่น ไปขุดหลุมเอาศพเขาขึ้นมาเพื่อลนน้ำมันพราย คุณเธอคงไม่มายุ่มย่ามด้วย เคยมีคนเล่าว่า..โดนผีตายทั้งกลมหลอก โดยมานั่งอยู่บนต้นไม้ ผูกเปลเห่กล่อมลูกตอนกลางคืน เฮ่อ....เฮ่อ....น่ากลัวชะมัด สำหรับวิธีจัดการ หากว่ามีผีตายทั้งกลม เฮี้ยนๆ ออกมาอาละวาดหลอกหลอน ก็ต้องพึ่งหมอผีหรือพระอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า

ผีชนิดที่ไม่ต้องถ่ายทอดหรือรักษาเผ่าพันธุ์อะไร ลองมีใครคลอดลูกไม่ออก หรือเสียชีวิตขณะตั้งครรภ์ตายทั้งกลมโดยปริยาย พวกสาวเปรี้ยวที่ไม่ค่อยระมัดระวังจนท้องโย้แล้วไปรีดลูกจนเกิดการเสียชีวิต จัดเข้าในผีจำพวกนี้ด้วยหรือไม่ก็ไม่แน่ใจนัก....แต่คิดว่าคงไม่

ส่วนผีตายทั้งกลมจะเป็นผีสาว หรืออยู่ในวัยเจริญพันธุ์เพราะพ้นวัยนี้ไปแล้วก็คงไม่มีโอกาสตั้งท้องหรือมีครรภ์ จึงไม่มีทางที่จะตายพร้อมกับลูกในท้อง แต่พวกที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนลงพุงหรือไขมันท่วมสะดือตาย ไม่ถือเป็นผีตายทั้งกลมแต่อย่างใด แม้หุ่นจะเหมือนพะโล้หรือพุงอืดแบบแม่หมูพันธุ์เนื้อก็ตามที แต่น่าจะเรียกว่าผีตายท้องโย้หรือผีหมูสามชั้นซะล่ะมากกว่า..

**เรื่องนี้นำมาจาก www.shockfm.com
Posted by ๑๘๑๒ on 04 Aug. 2002,00:08
เรื่องปี๋หลอกนี่เจอมาไม่ใช่น้อยเหมือนกันครับ  เห็นเขาบอกว่าคนเจอผีหลอกเป็นคนโชคไม่ดี  ยิ่งเจอบ่อย ๆ ยิ่งไม่ดีใหญ่  อันนี้เห็นจะจริง  เพราะมักจะเกิดเรื่องเกิดราวที่ไม่สมควรจะเกิด  จนเพื่อนฝูงไล่ให้ไปรดน้ำมนต์บ่อย ๆ

สาเหตุอีกอย่างอาจเป็นเพราะชอบไปอยู่ในที่ ๆ ไม่น่าจะอยู่  ซึ่งไม่ใช่ว่าดันทุรังแต่เป็นเพราะถูกหลอกเสียมากกว่า  เป็นต้นว่าโดนหลอกให้ไปเช่าตึกร้างอยู่  ( ใช้เวลาทำความสะอาดถึง ๓ วันเต็ม ๆ ) อยู่ไปไม่กี่วันก็มีคนมาเล่าให้ฟังแทบทุกวันว่าผีดุ  เพราะมีคนถูกไฟฟ้าดูดตาย  ทนอยู่มาได้ ๓ เดือนก็ต้องออก  สาเหตุไม่ใช่เพราะผีแต่เพราะคนนี่แหละ  เมื่อเขาเห็นว่ามีคนมาอยู่  และกลายเป็นตึกที่เหมือนตึกอื่น ๆ เขา  เพราะอยู่อาศัยได้  ก็บอกเลิกเช่าเสียดื้อ ๆ  เพราะมีคนมาซื้อ ( ตึกหลังนี้อยู่ห่างบ้านพี่เว็บมาสเตอร์เว็บโน้นไปไม่กี่เมตร )   คนแถวนั้นเคยมาถามว่าเจอหรือเห็นอะไรบ้างหรือเปล่าก็บอกว่าไม่เจอไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น  แต่ความจริงแล้วเจอมาบ้างเหมือนกันแหละ  

พอย้ายมาอยู่ห้องเช่าซึ่งเพื่อนสนิทแนะนำให้  สนนราคาเช่าถูกน่าใจหาย  อยู่ไปไม่ทันถึงอาทิตย์ก็มีคนมาเล่าให้ฟังทำนองว่าฟ้องอีก  ว่าห้องนี้มีชื่อเสียงขนาดลงในไทยรัฐมาแล้ว   เพราะเคยเปิดเป็นซ่อง...มาก่อน  ผู้ชายสองคนแย่งผู้หญิงแทงกันตายสองศพ  ก็เลยถามเขาว่าแล้วเขาแทงกันตายตรงไหน  เขาก็บอกว่าก็หน้าห้องคุณนั่นแหละ   ฟังแล้วก็ตกใจมาก ๆ ไม่ใช่ตกใจเรื่องผีแต่ตกใจว่าที่ตรงนี้เป็นที่วัด  รู้ประวัติมาว่ารัชการที่ ๔ ท่านพระราชทานทานให้พระสงฆ์  ( พระราชทานไถ่ถอนวิสุงคามสีมา )  แล้วเขามาเปิดซ่องได้อย่างไร.....  อยู่ที่นี่ไม่เคยถูกผีหลอก  ความรู้สึกก็บอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติอยู่สบายดี  แต่อยู่ไม่ถึงปีก็ต้องย้ายเพราะเจ้าของซึ่งเป็นเศรษฐีร้านทองเขาต้องการทำเป็นบาร์เหล้า   และเป็นห้องสำหรับแทงสนุ๊กเกอร์ไปด้วย
Posted by ๑๘๑๒ on 04 Aug. 2002,00:11
นึกเรื่องผีแล้วมีเรื่องให้ฝอยมากมายทีเดียวยิ่งนึกยิ่งเยอะ  ตึกอีกหลังนึงที่ระเห็จไปเปิดกิจการเล็ก ๆ พออยู่ไปไม่นาน  ก็มีคนบอก (อีกแล้ว )ว่าเป็นสุสานเก่า  เพื่อนที่ย้ายมาอยู่ก่อนหน้าเขาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว  กิจการก็รุ่งเรืองดีลงทุนตกแต่งไปเป็นแสน  จู่ ๆ ก็ย้ายออก  เขาไปดูหมอมาบอกว่าหมอดูทักให้ย้ายออกเพราะเจ้าที่แรงหากไม่ย้ายลูกชายคนโตจะต้องตาย   ( อันที่จริงน่าจะดูหมอก่อนย้ายมาอยู่นะเนี่ย )     ตึกนี้โดนหลอกเหมือนตึกแรกซึ่งจะสาธยายให้ฟังภายหลัง   เจ้าลูกชายอายุ ๓ ขวบในตอนนั้นชอบทำตาเหลือกชี้ไปที่มืด ๆ แล้วร้องว่าผี ๆ พ่อ นั่น ผี ๆ ๆ     แต่ที่ตายไปจริง ๆ คือลูกชายคนข้างบ้านอายุอานาม ๒๐ กว่าปีแล้ว  ไปตายที่ศิริราชโดยไม่ทราบสาเหตุของโรค  ซึ่งหมอไม่รู้แต่ข้าพเจ้ารู้  เพราะเห็นเขาชอบออกมานอนในรถเก๋งโดยติดเครื่องเปิดแอร์ไว้แทบทุกวัน  ว่าจะเตือนเขาถึงอันตรายก็ไม่มีโอกาสอีกทั้งเขาไม่พูดไม่จา  โดยเฉพาะไม่กินเหล้าเลยทำให้ค่อนข้างห่างเหินกัน....  เรื่องเศร้าที่สุดของข้าพเจ้าก็คืออาณาจักรเล็ก ๆ รวมทั้งครอบครัวของข้าพเจ้าล่มสลายลง ณ.ที่นี้เอง  เฮ้อ...... cry2.gif

อันที่จริงคงไม่มีที่ไหนหรอกในอยุธยา  ที่ไม่มีคนตาย  อย่างน้อยคราวกรุงแตกก็อ่านมาว่าตายกันไปเป็นแสนคน
Posted by ๑๘๑๒ on 04 Aug. 2002,00:14
เรื่องผีที่เจอหลอกครั้งแรกก็ตอนอยู่จันทบุรี จังหวัดเดียวกันกับน้า add นั่นแหละครับ ตอนนั้นประมาณ ๔ ทุ่มเห็นจะได้ หิวข้าวขี่มอเตอร์ไซต์ไปซื้อข้าวที่ตลาดซุ้ยกิน ( ตลาดโต้รุ่ง )  ขากลับเป็นวันเวย์ต้องขี่อ้อมมาทางโรงแรมเกษมศานต์   ซึ่งถนนสายนั้นจะค่อนข้างมืด เพราะคนจันทบุรี ๒-๓ ทุ่มก็เข้านอนกันหมดแล้ว ขณะที่กำลังจะผ่านหน้าโรงแรมเกษมศานติ์ ก็มีเสียงตะโกนทัก หันไปมองก็พบลุงเสริฐ โบกไม้โบกมือ ก็หันไปยิ้มโบกมือตอบเขา ลุงเสริฐแกเป็นคนที่จดจำได้ง่ายแกเป็นคนตัวเตี้ยและชอบใส่เสื้อเชิร์ตกับกางเกงขาออกบานหน่อย ๆ เรียกว่าแต่งตัวเชยสุด ๆ  เมื่อขี่เลยมาถึงวัดญวน (วัดเขต) จะด้วยความรู้สึกช้าหรือคาดไม่ถึงก็ไม่ทราบ จู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าลุงเสริฐแกเพิ่งจมน้ำตายไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ แกตายเพราะนั่งเรือหางยาวไปซื้อพลอยที่เขมร แล้วเรือจม ไปกับเมียน้อยและพี่ชายของเมียน้อยแก ( เรียกว่าพี่เขยก็ได้เอ้า ) ๓ คนนี้มีแกว่ายน้ำเป็นคนเดียว แต่ตายคนเดียวอีก ๒ คนรอด  .......

กลัวนะกลัวอยู่หรอก แต่ความข้องใจก็มีมาก  เลยตัดสินใจเลี้ยวขวาไปทางสี่แยกเฮงหลี ย้อนกลับไปดูใหม่ คราวนี้พอจะผ่านโรงแรมบิดหน้าตั้งไม่เอื่อย เฉื่อย ๆ เหมือนคราวแรก มองไปก็ไม่เห็นมีใครสักคน เรื่องนี้มาสรุปเอาเองตามแบบบาทหลวงในหมอผี เอ็กโซซิส ซึ่งไม่เห็นจะ ๆ ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด คิดว่าคงตาฝาดแหง ๆ หรืออาจจะเป็นคนอื่น ๆ ที่รู้จัก แต่ไม่คุ้น
Posted by ๑๘๑๒ on 04 Aug. 2002,00:18
ถูกหลอกครั้งที่ ๒ ตอนทำเหมืองอยู่เขมร  คราวนั้นไม่เชิงถูกผีหลอก  แต่ถูกคนหลอกมากกว่า  เพราะเกือบจมน้ำตาย  เนื่องจากถูกหลอกให้ข้ามน้ำผิดจุดอีกทั้งยังป่วยเป็นไข้ป่าอดข้าวมาหลายวัน  พอข้ามมาได้ก็สิ้นสติไป  ตอนสลบเหมือดเห็นแต่ผี ๔ ตัวลักษณะเป็นโครงกระดูกดึงแขนดึงขาข้างละตัว  ดิ้นอยู่นานพอหลุดมาได้ก็รู้สึกตัวมีคนยืนปั๊มหน้าอกอยู่ข้าง ๆ  โชคดีที่เขาไม่เม้าท์ทูเม้าท์  เพราะน้าที่มีบุญคุณท่านนี้หน้าตาดูเหี้ยมเกรียมพอสมควร
Posted by ๑๘๑๒ on 04 Aug. 2002,00:20
ครั้งถัดไปจะเรียกว่าหลอกผีคืนบ้างคงไม่ผิดนัก   เป็นเพราะความรักหรือความหลงก็ตามแต่  เมื่อเลิกทำเหมืองใหม่ ๆ แยกทางกับแฟน  ซึ่งเขาและข้าพเจ้าอยากตัดใจเพราะมีอุปสรรคมากมาย เธอเลยย้ายไปอยู่กับญาติที่เป็นทหารเรือที่สัตหีบ  nolove.gif  ( ค่อนข้างน้ำเน่า )   แยกกันอยู่ได้ไม่ถึงเดือนต่างคนต่างคิดถึง โทรกันไปโทรกันมา  ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจขึ้นรถโดยสารไปหาเธอที่สัตหีบเสียเลย  

เดินหาโรงแรมในเมืองอยู่นาน  พบโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นโรงแรมกึ่งตึกกึ่งไม้  ด้านนอกดูดีมาก ๆ  แต่ด้านในโทรมสุด ๆ โรงแรมแห่งนี้มีห้องแอร์อยู่ห้องเดียว นอกนั้นเป็นลักษณะห้องน้ำรวม    ก่อนเข้าไปพักคนดูแลก็บอกว่าขอเวลาทำความสะอาดสักครี่งชั่วโมง  เมื่อเปิดเข้าไปดูในห้องก็ไม่มีลักษณะน่ากลัวอะไรมาก  เพียงแต่มีเก้าอี้หวายตัวใหญ่วางอยู่ข้างห้องน้ำ  ขนาดของห้องประมาณ ๓ คูณ ๔ เมตรเห็นจะได้   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนแรกและคืนที่สองข้าพเจ้าคิดว่าอาจเป็นผลมาจากไข้มาลาเรียที่เป็นมาบ่อยเสียจนประสาทไม่ดีซะก็เป็นได้  ( แต่ความรู้สึกบอกว่าถูกผีหลอกแน่ ๆ )  เริ่มจากคืนแรกเลยขณะที่ติดต่อแฟนได้แล้ว  แต่ว่าเขาออกมาหาได้ไม่นานก็ต้องกลับไป พอเข้านอนขณะอ่านหนังสืออยู่ก็แน่นหน้าอกขยับตัวไม่ได้เลย  อึดอัดมาก  ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไรแต่อาการที่เขาเรียกว่าผีอำแบบนี้ไม่เคยเป็นมาก่อน   เมื่อหลุดมาได้ก็ออกมาซื้อขนมขึ้นไปกินอ่านหนังสือสักพักก็ปิดไฟนอน  ทีนี้แหละมีเสียงเหมือนเล็บขูดกับผนังบนเพดานวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้อง  ทีแรกลากอย่างช้า ๆ ไปยังมุมทั้ง ๔ พยายามคิดในแง่ดีว่าเป็นหนู  แต่สักพักก็เร็วขึ้น ๆ  และมีเงาดำทับอยู่บนร่างกาย  เป็นอย่างนี้อยู่นาน  เมื่อหายแล้วก็เดินมาเปิดไฟ   ลงมานั่งอยู่หน้าโรงแรมสงบจิตสงบใจ  แต่ไม่ได้เล่าอะไรให้ผู้ดูแลฟัง  สักพักก็ขึ้นไปอ่านหนังสือต่อในห้องจนถึงเช้า

คืนที่ ๒ หนักกว่าคืนแรก   หลังจากแฟนกลับไปได้สักพักใหญ่  คราวนี้โดนทั้ง ๆ ที่เปิดไฟอยู่  มาในรูปแบบเดิมร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้  ขยับได้แต่ลูกตา  มองไปที่ขอบเตียงเห็นคนสองคนยืนอยู่  ชายหนึ่งหญิงหนึ่งยืนมองดูข้าพเจ้าอยู่ข้าง ๆ  มองเห็นแต่ส่วนขาของเขา   ผู้หญิงอยู่ในกระโปรงหรือผ้าถุงสีดำ  ผู้ชายเห็นแต่ท่อนขา   กินเวลานานมาก ๆ ในความรู้สึกเวลานั้น
Posted by ๑๘๑๒ on 04 Aug. 2002,00:25
เช้าวันต่อมาก็เช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมนั้น  คิดแต่ว่าเขาไม่ชอบที่ข้าพเจ้าทำอะไร ๆ ไม่ดีไม่งามทิ่มตำตาเขาหรือเปล่า  หรือเขาอาจจะอิจฉาเลยแกล้งเข้าให้    คิดในเวลานั้นว่าไม่ขอกลับไปโรงแรมนั้นอีกแล้ว

ผ่านมาไม่ทันถึงอาทิตย์  ข้าพเจ้าก็แจ้นกลับไปที่โรงแรมนั่นอีก  ห้องเก่าโรงแรมเก่า  ทั้ง ๆ ที่กลัวก็กลัวแต่มีบางอย่างที่มีอานุภาพมากกว่าความกลัว  ( อ้วก ) สาเหตุเดียวที่กลับไปพัก  เพราะแฟนเขานัดไว้ที่นั่นเพราะข้าพเจ้าไม่ได้เล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อันที่จริงโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่นอกเมืองดีกว่าโรงแรมแห่งนั้นมากมายนัก  แต่ที่ไม่พักเพราะกลัวผู้ใหญ่เขาจับได้  เวลานั้นในเมืองมีงานอยู่  แฟนเขาจะหาเรื่องชวนญาติเขามาดูลิเกเสร็จแล้วทำเป็นหลงกันแล้วแว่บมาหาข้าพเจ้า   คราวนี้ข้าพเจ้าพักอยู่อย่างสบาย ๆ เป็นเวลา ๓ คืน  โดยที่ผีสองตนนั่นเขาคงเบื่อหรือเอือมระอาข้าพเจ้าเต็มทน  เลยไม่ออกมาสำแดงฤทธิ์เดชอีกเลย

คิดย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าตนเองออกจะบ้า ๆ อยู่พอสมควร

ครั้งถัดมา  ซึ่งข้าพเจ้าเร่รอนมาอยู่เมืองกรุงเก่านี่เรียบร้อยแล้ว  และมาอาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดจิ๋วแต่ว่าสะดวกสบายดีมีห้องน้ำในตัว   และมีตะปูตอกอยู่บนหัวนอนพอดีกับแขวนขวดน้ำเกลือได้เลย   หน้าห้องเช่าเป็นหนองน้ำมีต้นมะพร้าวน้ำหอมที่เจ้าของเขาบอกว่ามีเจ้าอยู่  เรื่องนี้จัดว่าเป็นเรื่องแปลกมากที่สุดในบรรดาเรื่องที่เจอมาทั้งหมดเพราะมีหลักฐานเป็นรูปธรรมอยู่ด้วย  หลักฐานชิ้นนี้เก็บไว้อยู่นาน  แต่ตอนย้ายบ้านครั้งล่าสุดไม่แน่ใจว่ายังอยู่หรือเปล่า  ประเดี๋ยวจะลองขึ้นไปค้นหาดูก่อนแล้วจะกลับมาเล่าต่อให้ฟังว่าแปลกหรือน่ากลัวอย่างไร  หากค้นเจอก็จะสแกนมาให้พิจารณากันด้วย  ระหว่างนี้เพื่อนพี่ท่านใดมีประสปการณ์ปี๋ ๆ หรือน้อง You Know เจ้าของกระทู้มีผีอะไรจะปล่อยออกมาเพิ่มเติมก็เชิญตามสะดวกครับ  alien.gif
Posted by นกกะปูด on 04 Aug. 2002,00:53
บรื๋อออออ ฟังคุณเล่าแล้ว นู๋ยังขนหัวลุกอยู่เลยค่ะ
คืนนี้อยู่บ้านคนเดียวซะด้วย ไม่อาวววดีก่า..
เชิญคุณ1812 หรือท่านอื่นเล่าก่อนเหอะค่ะ..
บรื๋ออออออ withstupid.gif withstupid.gif
Posted by add on 05 Aug. 2002,08:29
เรื่องผีของคุณ ๑๘๑๒ นี่หวาดเสียวนะ
          เขาว่ากันว่า  คนที่จะเห็นผี  หรือติดต่อกับวิญญาณได้  ต้องมีสิ่งพิเศษในตัวเอง  ถ้าพูดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ก็คือ มีคลื่นที่สามารถติดต่อกับคลื่นของวิญญาณได้  
          มีคนรู้จักคนหนึ่ง  หลังคลอดลูกทีไรก็จะเห็นผีทุกที  เห็นเป็นผีหัวขาด แลบลิ้นยาว  แต่ในสภาพที่ร่างกายคนเราอ่อนแอ  อย่างคนคลอดลูกแล้ว  ฮอร์โมนในร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็ว  หรือตอนที่คุณ ๑๘๑๒ เพิ่งหายป่วยจากมาเลเรียใหม่ๆ  ร่างกายคงยังไม่สมบูรณ์  อาจเป็นเหตุให้เห็นภาพหรือรู้สึกถึงสิ่งที่อาจมีอยู่จริงในอีกมิติหนึ่งที่คนปกติธรรมดาไม่อาจรับรู้ได้  

         เคยดูสารคดี  ในประเทศอังกฤษ เขามีการไปดักเจอผี ในปราสาทใหญ่ที่ผู้คนชอบร่ำลือว่าผีดุ  เขาไปดักหลายครั้งโดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เป็นวัดคลื่นไฟฟ้าในอากาศ  และสรุปได้ว่าตอนเวลาประมาณ ตี 4  จะมีสารหรือธาตุบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  ซึ่งก็อาจจะเป็นผีจริงๆก็ได้  แต่ก็ไม่ปรากฏว่าเขาเห็นภาพใดๆ แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกได้ เช่น มีลมพัดผ่าน....  

         ตอนแรกๆที่น้าแอ๊ดย้ายเข้ามาบ้านห้องแถวที่อยู่ในปัจจุบันนี้  ก็เคยฝันเห็นผู้หญิงผมยาว ผมหงอกนิดหน่อย  ใส่เสื้อคอกระเช้าสีขาว  นุ่งผ้าถุงเดินออกมาจากประตูไม้ซึ่งเป็นประตูห้องน้ำใต้บันได  เขาก็มายืนเฉยๆ ไม่พูดไม่ยิ้ม  น้าแอ๊ดตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้สึกกลัว  วันต่อมาก็ไปเล่าให้แม่ฟัง  แม่บอกว่า สงสัยเป็นนางไม้หรือเปล่า  ที่ประตูอาจมีตาไม้อยู่  เมื่อคนไปโค่นไม้มานางไม้เลยติดอยู่  ให้ไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้เขาเสีย  น้าแอ๊ดก็เลยไปทำบุญ กรวดน้ำให้เขา  แล้วก็ไม่เคยฝันเห็นเขาอีกเลย
Posted by เอ๊ด on 05 Aug. 2002,09:46
ผมเคยได้ยินเขาพูดกันว่า คนที่ได้มีโอกาสเห็น วิญญาณหรือผี ต้องเป็น
คนที่มีบุญ ใช่ไหมครับ  หมายถึง คนๆนั้นจะสามารถให้ความช่วยเหลือ
ในบางสิ่งบางอย่างกับวิญญาณที่มาปรากฎให้เห็นได้

ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้กันทุกคน เพราะว่า การที่มาปรากฎให้ผู้คนเห็นแล้ว
เกิดความกลัวนี่ ทางพระท่านว่ามันเป็นบาป ทำให้วิญญาณนั้นสร้างบาป
ให้กับตนเองอีก ดังนั้นถ้ามีวิญญาณตนใด มาปรากฎให้เห็นก็แสดงว่า
เขาต้องการให้เราทำบางสิ่งบางอย่างให้

ก็ไม่ทราบว่า คิดเห็นเช่นไรครับ
Posted by ๑๘๑๒ on 08 Aug. 2002,12:12
คิดอย่างน้า add นั่นแหละครับว่าคงเป็นเพราะไข้ป่า + กับอะไรอีกหลายอย่าง  ที่น้าเอ๊ดว่ามาก็น่าสนใจมาก  แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี่สิครับทุกวันนี้ยังอธิบายไม่ได้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร

คืนหนึ่งเวลาตี ๒ เห็นจะได้  ช่วงนั้นนอนไม่หลับมักจะคิดนู่นคิดนี่เรื่อยเปื่อย เวลานั้นจะด้วยความเงียบหรือความเหงาก็เป็นได้ ทำให้ใจล่องลอยไปถึงช่วงเวลาตอนอยู่ป่าทำเหมือง คิดถึงแฟนคิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่นั่น และคิดถึงแต่เพลง ๆ หนึ่ง เป็นเพลงร้องคู่ภาษาเขมร ท่อนแรกผู้ชายร้องพอท่อนหลังผู้หญิงร้อง เพลงนี้ใช้ทำนองเพลงไทยเดิมของไทยเพลงหนึ่ง นึกไม่ออกว่าเพลงอะไร  ทั้งชายและหญิงร้องได้ไพเราะมาก ๆ หลายคนบนนั้นฟังแล้วต้องร่ำสุรา บางคนอย่างข้าพเจ้าฟังก็พาลน้ำตาไหล ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายหญิงคู่นี้เขาเจรจากันเรื่องอะไร

เคยถามพวกคนงาน ถึงความหมายของเพลง เขาก็บอกว่าเป็นเรื่องของการพลัดพราก ท่อนแรกฝ่ายชายคร่ำครวญว่ามองดูดาวบนท้องฟ้า ทำให้คิดถึงเธอผู้เป็นที่รัก เสียงเขาโหยหาคร่ำครวญถึงคนรักประหนึ่งว่าจะขาดใจเสียให้ได้ ท่อนที่สองเป็นหญิงร้องความหมายทำนองปลอบประโลมว่า บุญพาวาสนาส่งต้องได้พบกันอีก 

อยากให้ได้ฟังเพลง ๆ นี้จังเลยครับ ไพเราะและเหงามาก ๆ เจ้าของเทปเขาหวงมาก มีคนมาขอฟังแทบทุก ๆ คืน ครั้งหนึ่งทหารเขมรแดงได้ยิน ถึงกับเข้ามาขอเอาดื้อ ๆ เจ้าของเขาไม่ยอม ทั้ง ๆ ที่คนพวกนี้อยากได้อะไรมักจะไม่กล้าขัดใจเขา  ตอนนั้นต้องเจรจากันอยู่นาน คนงานทุกคนพูดเขมรได้ยกเว้นข้าพเจ้า ต่างก็ช่วยกันเจรจา ในที่สุดก็ต้องให้ปลากระป๋องให้บุหรี่พร้อมที่โกนหนวดไฟฟ้าที่ข้าพเจ้าตั้งใจมาฝากหัวหน้าด่าน ทั้งหมดนั้นเพื่อแลกกับเทปม้วนเดียว  เพลงนี้มีความหมายต่อทุกชีวิตในที่นั้น  คนร้องเป็นคนไทยชาวอีสานใต้ชื่อวงฟังดูตลกมาก เหมือนยาสีฟัน เพลงชุดนั้นบางเพลงออกจังหวะคึกคักซึ่งลอกทำนองของวงซูซู มาเพลงหนึ่ง แต่ที่ฟังกันบ่อยที่สุดก็คือเพลงที่ว่านั่นแหละครับ

พยายามหาซื้อเทปเพลงชุดนี้ในทุกที่ที่มีโอกาส  แต่ไม่เคยพบ หายากกว่าคนไกลบ้านของคาราวานเสียอีก คุณค่าของเพลงนี้เกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะ ณ. สถานที่นั้น 

พยายามไม่คิดถึงมันอีก เปิดวิทยุเทปฟัง นำม้วนเทปเปล่าที่ซื้อมาสำหรับอัดเพลงจากรายการวิทยุ แกะห่อพลาสติกออก ใส่มันเข้าไปในเทป ตอนนั้นนึกยังไงไม่ทราบเอื้อมมือไปกดเล่นทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นเทปเปล่า ไม่มีเสียงอะไร  เทปวิ่งไปได้ประมาณ ๕ วินาทีก็มีเสียงเพลงออกมา...............เสียงคร่ำครวญหาหญิงคนรักล่องลอยออกมา  เป็นเพลงเดียวกับที่กำลังนึกถึงอยู่ !! 

ตอนนั้นรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว ทนฟังไปได้ไม่ถึงอึดใจ ต้องปิดแล้วหนีออกมานั่งนอกห้อง  ความรู้สึกตอนนั้นนอกจากกลัวแล้วยังเสียใจ นั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องเช่า  เมื่อตั้งสติได้ก็เข้าไปเปิดฟังอีกคิดว่าเสียงนั้นจะมาจากไหนก็ตาม เขาคงจะไปแล้วแหละ แต่ปรากฏว่าเพลงยังคงอยู่ ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจนจบ.......

หากเรื่องนี้เป็นความบังเอิญ ก็เป็นความบังเอิญที่แทบไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง ๆ เลย เทปเปล่าม้วนนี้ยี่ห้อ Onpa ความยาว ๔๖ นาที ส่วนเพลงชุดนั้นเป็นคนละยี่ห้อคนละค่ายกัน หรือทางนี้เขาเหมาเทปที่ตีคืนมายังบริษัทต่าง ๆ แล้วนำมาลบทำเป็นเทปเปล่า แต่บังเอิญลบไม่หมด ฯลฯ.............

เคยเปิดให้เพื่อน ๆ ฟัง มีอยู่คนหนึ่งชอบมากเพราะเขาเป็นคนส่วย ถึงขนาดให้ Copy ใส่เทปอีกม้วน

ลองขึ้นไปค้นหาเทปม้วนนั้นดูแต่ไม่พบ คงหายไปเมื่อคราวย้ายบ้านครั้งล่าสุด หรือไม่ก็หายไปพร้อมกับความทรงจำบางอย่าง
Posted by นกกะปูด on 08 Aug. 2002,12:46
อึ๋ยยยย เทปเปล่า มีเสียงเพลงเล็ดลอดออกมา ยังไม่น่าคิดเท่าไหร่
แต่เป็นเพลงเดียวกับเพลงนั้น..ที่กำลังนึกถึงอยู่..

นู๋ว่าน่าคิดมากกกก หรือว่าจะเป็น ผะผะผะผะผี!!!!! บรื๋อออออออออ
Posted by เอ๊ด on 08 Aug. 2002,12:53
ลองตั้งจิตให้มั่นคงแน่วแน่ สิครับ เทปม้วนอาจปรากฎที่บ้านก็ได้ !!!
้อ้อ เรียกผมน้องดีกว่าครับ ไม่ช่ายน้า ผมยิบเอ็ด เองครับ  tongue.gif
Posted by add on 08 Aug. 2002,20:21
น้าแอ๊ดว่าคุณ ๑๘๑๒ มีจิตแรงกล้ามั้ง มีอะไร.. พิ เ ศ ษ ...ติดต่อกับสิ่งลึกลับได้  
  บรื๋อว์....น้องหนูถอยไปอยู่ข้างหลังคุณเอ๊ดทำไม

  แม่น้าแอ๊ดเคยเล่านะ สมัยก่อนเดินๆกลับบ้านใกล้ค่ำ  มีคนเดินตามมาส่งด้วย  แม่บอกว่า  ไม่ใช่คน  แต่เป็น ผี!!...

  แล้วมีคนขี้เมาเขาเล่าว่า  เขาเดินผ่านป่าช้าแล้วผีหลอกเขา เขาเลยแก้ผ้าเดิน  วิธีนี้ทำให้ผีเผ่นไปเลย  ฮ่ะ ฮ่ะ
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 08 Aug. 2002,21:48
คุณ ๑๘๑๒ นี่คงอายุมากโขนะครับ อยากทราบว่าทำไมได้ไปทำเหมืองที่นั่นหละครับ แล้วถูกหลอกอย่างไร อ่านดูแล้วเป็นประสบการณ์โหดไม่น้อยเลยนะนั่น เล่าให้ฟังหน่อยดิครับ
   อ้อ..อ่านที่ชาวเราโพสกันมาแล้วน่ากัวดีจัง ผมก็เคยเจอมาเหมือนกันแต่ไม่แน่ใจครับ คือมันเป็นงี้ตอนนั้นพ่อกับแม่ผมไปรับราชการที่โคราช ผมก็ทำงานอยู่กรุงเทพ ก็นอนที่บ้านคนเดียว(บ้านอยู่สมุทรสาคร) ปกติผมจะไปนอนห้องพ่อกับแม่ นอนที่พื้น เอาผ้านวมมาปูนอน เหตุที่ไม่นอนห้องตัวเองก็เพราะมันไม่มีแอร์ และก็อยากมาอ้อนคุยกับแม่มาแหย่พ่อบ้าง ก็เรียกว่านอนกับเป็นปีๆ จนพี่น้องเอื่อมกลัวผมแย่งมรดกเลยหละ ทีนี้เวลานอนถ้าผมนอนก่อน พ่อเดินเข้ามาผมก็จะรู้แม้ว่าจะหลับตาเพราะพื้นห้องเป็นไม้ เวลาถูสะอาดๆแล้วมีคนเดินมันจะ " หนึบ" มีเสียงที่พื้น วันเกิดเหตุผมก็วิสาสะมานอนเตียงพ่อซะ เพราะไม่อยากกางผ้านวม ขณะที่จะล้มตัวลงนอน ผมได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่ที่พื้นห้องห่างผมซัก ๓ เมตรได้ หลังยังไม่ถึงที่นอนเลยผมก็เด้งขึ้นมาทันที ในใจก็ เฮ้ย! แล้วก็คิดว่าใครวะ นาทีนั้นคิดว่ามันต้องยังอยู่ในห้องแน่ทำไงดีหว่า จะให้ไปนอนที่ห้องก็ไม่เอาร้อน นอนไม่หลับ ทำไงดี ทำไงดี ..นึกขึ้นมาได้ว่าที่ห้องผมมีหิ้งพระ บนหิ้งมีมีดหมดอยู่ คิดได้ดังนั้นแล้วก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดวิ่งไปที่ประตูแล้วรีบไปหยิบมีดหมอมาเอาไว้ใต้หมอนคิดว่า ถ้าหลอกกูไม่ตายก็เอามึงตายแน่ .. แบบว่ากระกระซวกผีเลย
  ตอนเช้าตื่นมาก็นึกถึงเรื่องนี้ ก็ยังงงอยู่แล้วนึกขึ้นมาได้ว่า ก่อนหน้านี้ตอนนอนอยู่ดึกๆ เคยได้ยินเสียงเหมือนของตกอย่างแรงคล้ายตั้งหนังสือขนาดใหญ่ล้มลงมาทั้งตั้ง เป็นเสียงที่ดังมาจากชั้นล่างของบ้านเรียกว่าดังจนตื่นแต่ง่วงก็เลยไม่สนใจคิดว่าลูกจ้างที่นอนบ้านอีกหลังหนึ่งคงเข้ามาทำความสะอาดแล้วคงทำของตก แล้วก็ได้ยินเสียงลักษณะนั้นมากกว่า ๑ หน แต่มาคิดได้ว่าทุกเช้าผมเนี่ยเป็นคนไปเปิดกุญแจให้เขาเข้ามาในบ้านเอง แล้วเค้าจะเข้ามาตอนที่ผมนอนได้ไง ที่สำคัญคือ ทุกๆวันที่ตื่นขึ้นมาไม่ปรากฎว่ามีของอะไรตกอยู่ที่พื้นในห้องรับแขกแต่อย่างใด ....
   ถามคนที่เค้ามีอะไรพิเศษ เค้าบอกว่าเจ้าที่เค้ามาหลอกเล่น ผมนึกในใจ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้วมาเ่ล่นเป็นเด็ก ...เกือบไปแล้วไม๊หละ เกือบได้กระซวกกับเจ้าที่แล้ว...ฮ่า ฮ่า ฮ่า
Posted by Yaya on 08 Aug. 2002,23:18
กระทู้นี้ฟังแค่ชื่อ ก็ไม่อยากเปิดเข้ามาดู... นี่พิมพ์แบบหลับตานะคะ..กลัวได้อ่านไง...แต่ก็ชอบฟัง..ประมาณว่าฟังไปกลัวไป ไง .. ย๋าน่ะกลัว ผอ สระ อี ..มากที่สุดเลยค่ะ ...ยิ่งดึกๆ แบบนี้ ..บรื๊อออส์..ไปดีกว่า...เหอ เหอ.. devil.gif
Posted by นกกะปูด on 09 Aug. 2002,12:43
แหะๆๆ โห..หลับตาพิมพ์เลยเหรอเนี่ยย น้องย๋า
อ้อ..สงสัยจะเดินตามเด็กพุงโค้งเข้ามา..
ระวังนา..พี่ฤษีนี่น่ากัว ก่าผีซะอีก บรื๋ออออออออออ

พูดถึงเรื่องผี นู๋เคยโดนผีผลักตอนเด็กๆ ค่ะ หลังจากเลิกเรียน นู๋กับเพื่อนและพี่ชายไปเล่นน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา (อยู่หลังโรงเรียน) นู๋ว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้แต่นั่งดูเพื่อนและพี่ชายเล่นน้ำกัน

ขณะที่นู๋นั่งอยู่บนท่อนซุง ทันใดนั้น!!! นู๋รู้สึกตัวว่ามีคนผลักข้างหลังอย่างแรง จนนู๋ตกน้ำ กระเสือกกระสนดิ้นรนจนใกล้ตาย พวกผู้ใหญ่ที่อยู่บริเวณนั้นและพี่ชายของนู๋ ช่วยกันงมขึ้นมา เอานู๋พาดไหล่แล้วก็วิ่งๆ จนน้ำทะลักออกจากปาก และรู้สึกตัวขึ้นมา..

นู๋ร้องไห้..ฟ้องพี่ชายว่ามีคนผลักนู๋ตกน้ำ พี่ชายบอกว่าเห็นนู๋ทำท่ากระโดดพุ่งหลาวลงน้ำไปเอง ไม่มีใครผลักแน่นอน เพราะพี่ชายมองดูนู๋อยู่ตลอดเวลา นู๋ งง มาก นู๋ว่ายน้ำไม่เป็น นู๋จะกระโดดลงไปเองทำไม นู๋จำได้ว่า นู๋นั่งดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้เดินหรือกระโดด อย่างพี่ชายว่า..

คนแถวนั้นบอกว่า "ผีผลัก" ทุกๆ ปี จะมีเด็กจมน้ำตาย คงเป็นเพราะวิญญาณเก่าที่เฝ้าอยู่จะไปเกิด จึงต้องหาคนเฝ้าแทน.. แต่โชคดีที่คนแทนนั้น..ไม่ใช่นู๋ แต่ก็โชคร้าย เพราะอีกไม่นาน เพื่อนที่อยู่โรงเรียนเดียวกับนู๋ ก็จมน้ำตาย บริเวณที่นู๋ตกน้ำลงไปนั่นเอง...!!!
Posted by เอ๊ด on 09 Aug. 2002,15:19
เขาคงเปลี่ยนใจกระทันหันละมั้ง นู๋ เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้หากเอาตัวนู๋ไป
แถวนั้นคงวุ่นน่าดูเลย  tongue.gif
Posted by add on 10 Aug. 2002,09:44
เมื่อตอนเป็นเด็ก ฉันอยู่บ้านไม้หลังใหญ่  รอบๆบ้านเป็นป่าและสวน เพื่อนบ้านก็ห่างไกลกันมาก พอตกกลางคืน ยิ่งคืนเดือนมืด มันก็มืดสนิท มีแต่ดวงดาวระยิบระยับ เสียงแมลงจื๊ดๆจ๊าดๆและเสียงสัตว์กลางคืนส่งเสียงอันน่าหวาดกลัว ทึด..ทือ...ๆ

     พอสองทุ่มกว่า แม่ก็จะบอกให้ขึ้นไปนอน เป็นเด็กเล็กกว่าเพื่อนต้องนอนเร็ว  และให้หัดขึ้นไปนอนเอง ตอนแรกๆก็ให้พี่สาวขึ้นไปส่ง พอหลังๆมาพี่สาวก็ให้ขึ้นไปนอนเอง หลังจากที่ยืดยาด โยกโย้จนสมควรแก่เวลาแล้ว ในที่สุดก็ต้องขึ้นไปนอนอยู่ดี  เวลาจะขึ้นไปนอนก็ต้องถือตะเกียงดวงเล็กๆส่องทางขึ้นบันไดไป เวลาที่ถือตะเกียงก็ต้องยืดแขนไปข้างหน้าให้สุดแขน แล้วเพ่งสายตามองตามแสงไปจะได้มองเห็นได้ไกลที่สุด  ฉันก็ค่อยๆย่องขึ้นไป ที่กลัวที่สุดก็ตรงที่ค่อยๆโผล่พ้นบันไดเป็นชั้นสองนั่นแหละ ฮืม...ต้องเหลียวให้รอบทิศ ข้างหน้าข้างหลัง อย่าลืมดูตรงระเบียงด้วย ฮูย...หวาดเสียว ตอนนี้เราต้องส่งเสียงดังเป็นเพื่อนเข้าไว้ ร้องเพลงดัง หรือไม่ก็แกล้งตะโกนเรียกแม่ พอพ้นด่านนี้ไปได้ ก็รีบผลุบเข้าห้องไปเลย เอาตะเกียงตั้งไว้ที่ปลายเท้า  แล้วรีบล้มตัวลงนอน ห่มผ้าห่มอย่างรวดเร็ว ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนเกือบปิดจมูก ฮืม..ตอนนี้ค่อยปลอดภัยหน่อยแล้ว แต่อดไม่ได้ ต้องชำเลืองไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ มือยังกำชายผ้าห่มไว้แน่น ถ้าเห็นอะไรไม่ดี จะรีบคลุมโปงทันที  ค่อยมองที่หน้าต่างจนสายตาเริ่มชินกับความมืด เห็นอะไรไหวๆ ฉันใจเต้นระทึก เฮ้ย...หลับตาคลุมโปงก่อน สักพักค่อยๆแง้มออกมาดูใหม่ให้แน่ใจ อ้อ..ค่อยยังชั่วหน่อย ต้นหมากหลังบ้านนั่นเอง ยามที่ลมพัดใบมันก็แกว่งไกวไปมา เริ่มชินแล้ว ก็ค่อยๆวางใจ และหลับไปในที่สุด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ พ่อ หรือ พี่สาวเขาขึ้นมาตอนไหน

     ตอนที่น่ากลัวอีกตอน ก็ตอนที่ฝันเห็นผี แล้วตกกะใจตื่นนั่นแหละ ฉันชอบฝันเห็นผีหน้าตาประหลาดจริงๆเลย ชอบฝันเห็นผีเป็นหัวกระโหลกเป็นสีคล้ายเหล็ก หรือปูน บางทีก็เห็นเป็นสีเขียวน่าเกลียด ตาโบ๋ๆ โผล่มาตรงหน้าต่างห้อง อึย.....น่าเกลียดน่ากลัวชะมัด ตกใจตื่นขึ้นมาทีไร ต้องรีบเข้าไปซุกแม่ทันที รู้สึกปลอดภัยดี แล้วก็หลับต่อ
Posted by เอ๊ด on 10 Aug. 2002,10:35
ว่ากันถึงเรื่องผี ทำไมเราถึงกลัวผี โดยเฉพาะเด็กๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็เถอะครับ เรากลัวเพราะเราไม่รู้ , ไม่เห็นสถานะจริงๆของสิ่งที่เรียกว่า ผี หรือเปล่า ทำไมผีต้องมาตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ด้วย และทำไมต้องหลบๆซ่อนๆด้วย ไม่มาให้เห็นกันจะๆในที่สาธารณะทั่วไปด้วย

เป็นธรรมดาของมนุษย์เราที่เราจะเกิดความกลัว ในสิ่งที่เราไม่รู้ สิ่งที่เราไม่เห็นหรือคาดเดาได้ เรากลัวเพราะได้ยินได้ฟังมา ว่าผีจะมาหลอกเราโดยเฉพาะเวลาเราอยู่คนเดียวในตอนกลางคืน จิตเรานำพาไปเองหรือเปล่า ตัวผมเองก็กลัวไม่ใช่ไม่กลัว เวลาไปนอนคนเดียวในสถานที่ที่ไม่ใช่ห้องนอนของเราเอง สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในความคิด เวลาเราล้มตัวลงนอน อย่างแรกความมืด สองความเงียบ สามจิตใจที่ไม่สงบฟุ้งซ่านแต่ความคิดว่า เอ้ย บรรยากาศอย่างนี่ ผีมาแน่ๆ

เด็กๆ มักจะเป็นอย่างนี้ก็เพราะ ผู้ใหญ่นี่ละครับ ถ้าเราไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้ให้เขาซึมซับมาตั้งแต่เล็กๆ เขาจะไม่เกิดความกลัว ผี เลย

ผมเคยฟังคุณไตรภพ ลิมปะภัทร์ พูดถึงเรื่องแบบนี้ว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยไปถ่ายทำรายการอะไรสักอย่างของเขานี้ละ ช่วงหนึ่งไฟเกิดดับไปดื้อๆโดยหาสาเหตุไม่ได้ ทีมงานคนอื่นๆ ก็บอกว่าเป็นเพราะเจ้าที่เจ้าทาง ต้องทำพิธีขอขมาลาโทษอะไรทำนองนี้ แต่ตัวเขาไม่เชื่อ เขาบอกว่าในเมื่อตัวเขาทำงาน ทำมาหากิน ด้วยความบริสุทธิ์ ทำไมจะต้องมาแกล้งเขา ทำไมสิ่งลึกลับเหล่านี้ไม่ไปทำกับคนชั่วคนเลว ในสังคม มาแสดงออกกับคนทำมาหากินโดยสุจริต สุดท้ายเขาก็แก้ไขปัญหาได้ลุล่วงโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ถามว่าสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณ มีไหมผมเชื่อว่ามี สิ่งพวกนี้เป็นศาสตร์ที่ลี้ลับ ยากต่อการพิสูจน์เพราะว่าส่วนหนึ่งมันอิงอยู่กับความไม่ชัดเจน อยู่กับความเชื่อถือ ศรัทธาของคนเรา ถึงกับมีคำกล่าวว่า "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่" คำพูดนี้หมายถึงอะไร ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็อย่าไปพูดดูหมิ่นอย่างนั้นหรือ โดยเฉพาะคนชนบท ถ้าเราไปดูหมิ่นเข้าละ จะเกิดอะไรขึ้น

ผมเคยนึกอย่างนี้เหมือนกัน แต่ลึกๆแล้วก็หนาวเหมือนกัน เพราะว่าผมเองก็ไม่รู้ว่ามันมีจริงๆหรือเปล่าว่ะ เพื่อนผมเคยบอกว่า "เฮ้ย ผีเผอ อะไรกันวะ กูไม่กลัวหรอก แต่กูก็ไม่อยากเห็นว่ะ" มันตอบเสียงอ่อยๆ
yin-yang.gif
Posted by add on 03 Sep. 2002,17:20
ฮ่าฮ่า  น้องหยามาช่วยน้าแอ๊ดเร้ว ....
   ช่วยกันจับกิ้งกือ.. กิ้งกือ.. กิ้งกือ...กิ้งกือ...
   ใส่ถุงไปขู่ "ปอบนกกะปูด"  หน่อย
   
    เร้ว...Stuv เร้ว...ดักทางไว้  เดี๋ยวปอบจะหนีไปซะก่อน.....
Posted by นกกะปูด on 05 Sep. 2002,14:32


จ๊ากกกกก ใครเอากิ้งกือมาวางไว้ตรงประตูคะ
น้าแอ๊ด น้องย๋า พี่STUV มาดูเร้ววววว
จ้องมองที่ประตูซัก 30 วินาทีนะคะ
เดี๋ยวจะเจอ นกกะปูด ตัวจริงวิ่งหนีกิ้งกือ ออกมาค่ะ
Posted by add on 06 Sep. 2002,11:22
ว้าย..น่ากลัว  อึย.....
    น้าแอ๊ดดูตอนกลางวันไม่เห็นมันโผล่มาเลย  โอ๋ย....
    พอดูตอนกลางคืน  โผล่มาเลย...บรื๋อ...
 
     ไม่กล้าเหลียวดูข้างหลังเลย....
     อยู่คนเดียวด้วยยยยย......

     กลัวแล้วจ้า  ผีกลัวกิ้งกือจ๋า......
Posted by add on 16 Sep. 2002,01:08
นึกถึงหนังฝรั่งที่เขาจับผู้หญิงไปเผาทั้งเป็น  หาว่าเป็นแม่มดน่ะ

   แล้วเรื่องผีปอบนี่มันมีจริงด้วยเหรอ น้องหนู  เดี๋ยวนี้เขายังทำพิธีแบบนี้อยู่หรือเปล่า ? กลัวเขาจับคนธรรมดาๆไปทำพิธีนะสิ  ใครโดนก็ซวยเลย  แล้วมีแต่ผู้หญิงเท่านั้นหรือ ที่เป็นปอบน่ะ
Posted by นกกะปูด on 17 Sep. 2002,02:28
เป็นความเชื่อของคนโบราณทางภาคอีสานค่ะ ปัจจุบันยังมีการทำพิธีแบบนี้หรือเปล่านู๋ก็ไม่ทราบค่ะน้าแอ๊ด แต่คิดว่ายังคงมีบ้างตามหมู่บ้านไกลๆ หน่ะค่ะ ต้องให้จานย๋าปอบตัวจริงมาตอบดีก่า..อิอิ
Posted by อิสรชน ฅนเดินทาง on 12 Jan. 2003,04:32
Spoiler (Highlight to Read):
วิญญาณ
หรือ พลาสม่า พลังงานที่เร้นลับ
มักเกิดปรากฎการณ์แปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้ผู้ประสบ คิดไปได้ต่าง ๆ นานา
แต่ ในความเป็นจริง วิญญาณ หรือ พลังงานดังกล่าว
ไม่สามารถทำอันตราย คน หรือ ปรากฎให้เห็นได้อย่างชัดเจน จะจะ
แต่สามารถ สื่อ ผ่าน วัตถุด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ตามแต่ พลังงานนั้น จะหาได้
Posted by อิสรชน ฅนเดินทาง on 12 Jan. 2003,16:42
ผี
เป็นความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตาย
ที่ มีในแต่ละชนชาติ แตกต่างกันออกไป
แต่ที่เหมือนกัน อยู่ประการหนึ่ง
คือ
ผี มักจะ กิน คนที่มีชีวิต แบบ สด ๆ โดยเฉพาะผีดิบ
ซึ่งในแต่ละชนชาติเรียกแตกต่างกันไป เช่น
แดกคิวล่า
ปอบ, กระสือ, ผีโขมด
ซอมบี้
เป็นต้น
หรือไม่ก็ยังมีภาระผูกพัน ไปไหนไม่ได้ หรือมีแรงอาฆาตแค้น
เช่น
แม่นาคพระโขนง
มัมมี่
เป็นต้น
หรือเกิดจากความผิดพลาดทางวิทยาศาสตร์
เช่น
แฟรงค์เครนสไตล์
เป็นต้น
...
ผี คือ ความสงสัง ในชีวิตที่ต่างออกไปจากปกติ ครับ

bowsdown.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 31 Jul. 2005,11:39
bawling.gif แงๆๆๆๆๆๆ ตกใจหมดเลย crying1.gif

เก้าอี้หงาย หัวเกือบแตก คีย์บอร์ดกระเด็ดไปคนละทิศคนละทางเลยค่ะcry3.gif.gif

นั่งอยู่คนเดียวไม่รู้นึกยังไงเข้ามาอ่านกระทู้นี้ตอนจะเที่ยงคืน smash.gif

ใครอยากรู้ว่าพี่นกกะปูดวิ่งหนีกิ้งกือยังไง ก็ลองเพ่งดูนะคะ ic-12.gif

ผะ ผะ เผ่น ดีก่าเรา ic-14.gif

อ้างถึง
นกกะปูด,โพสต์เมื่อ: 05 กย. 2002,02:32

Posted by นกกะปูด on 18 Apr. 2006,23:51
ทดสอบสายตากันหน่อยค่ะ มีใครเห็นอะไรมั่ง ฮุฮุ ohman.gif

< http://www.liquidgeneration.com/sabotage/vision_sabotage.swf >
Posted by KiLiN on 19 Apr. 2006,05:08
ไม่มีอะไรในกอไผ่ มีแต่ความซาดิสก์

มันก็จะให้ทายตัวเลข ทายแล้วก็กรอก
ก็มี 12,29,15,6,73
มันหลอกให้ทายเพลินๆ หลังจากนี้อีกที พอทายก็กรอกไม่ได้ กลายเป็นคลิกเข้าไป
แล้วก็ตามด้วยรายการซาดิสก์
ต้องบอกว่า ซาดิสก์ คนทำคงซาดิสก์มั้ง baaa.gif
Posted by นกกะปูด on 19 Apr. 2006,14:19
5555555
หลงพี่บอกอาการตอนคลิ๊กอันสุดท้ายให้ฟังมั่งดิ
ของนู๋นะ ร้องกรี๊ดดดด เอามือปิดหน้า พี่ชายต๊กกะใจคิดว่าโดนไฟซ๊อต  laugh1.gif  laugh1.gif
Posted by KiLiN on 19 Apr. 2006,20:28
สะดุ้งเล็กน้อย  ครับผม... icon_donot.gif
จ้องมองรูป  แล้วก็นึกถึงคนทำว่าจิตเขาน่าจะอยู่อย่างไร baaa.gif
แล้วที่เขียนตอบต่อ ก็เพื่อที่ว่าคนอื่นจะได้ไม่ต้องมาคลิกดู
จิตจะได้ไม่เสีย ตามวัตถุประสงค์ของคนทำ yin-yang.gif
Posted by นกกะปูด on 20 Apr. 2006,00:43
โหยย จิตไม่บูดไม่เน่าอะไรหรอกค่ะ
นู๋ว่าหนุกดีนะคะ นี่ยังคลิ๊กดูบ่อยๆ เลย

คนทำเขาคงไม่คิดต่ำขนาดนั้นมั๊ง
นู๋ว่าก็คงแค่เป็นเด็กชอบเล่นพิเลน แผลงๆ ประมาณนั้น
ที่เอามาโพสต์ก็คิดแบบเดียวกับคนทำ
ที่สำคัญชอบภาพพวกนี้ค่ะ
และกระทู้ผีๆๆๆ มันก็เข้ากะบรรยากาศดีไม่ใช่เหรอคะ ฮุฮุ

หลงพี่มาตอบไม่ให้คนอื่นคลิ๊ก คนที่ชอบเขาจะพลาดนะคะ
Posted by virgo_corvus_toffy on 15 Aug. 2006,02:46
ไม่เคยเจออะค่ะ again.gif
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard