Forum: ห้องศิลป์
Topic: ยุทธจักรหนังจีนกำลังภายใน
started by: KiLiN

Posted by KiLiN on 18 Jan. 2004,23:54
     คนที่มีวัยสี่สิบปีขึ้นไปแล้ว เมื่อตอนที่ยังอยู่ในวัยเด็ก คงจะเคยดูหนังคาวบอย ที่พระเอกหน้าตาสกปรก เครารกรุงรัง ยิงกันสนั่นหวั่นไหว และที่สำคัญพระเอกแม่นปืนเป็นบ้า ทำให้เราอยากขี่ม้าทะยานไปในเมืองหาเรื่องชกต่อย แต่ไม่นานนักยุทธจักรหนังกำลังภายในก้าวเข้ามาแทน และเป็นครั้งแรกที่วงจรหนังฮอลลีวู้ดต้องอับเฉา อย่างไม่น่าเป็นไปได้

     ผู้ที่ทำให้หนังฝรั่งตกอับเป็นระยะเวลาสามสิบปีในย่านเอเชียคือ ชอว์บราเดอร์ (SHAW BROTHERS)



     กระทู้นี้จะมาว่าด้วยหนังจีนกำลังภายในครับ จะว่าตั้งแต่หนังกำลังภายในยุคแรกๆ จากจอเงินเรื่อยมาเข้าจอแก้ว จนจอคอมพิวเตอร์นี่แหละ อิอิ laugh1.gif คุณต้นหอม คุณสข 1 ช่วยแจมด้วยนะครับ เห็นว่าคุณต้นหอมแฟนตัวฉกาจของหนังจีนเลยนี่ครับ ic-12.gif

     จำได้ว่าเมื่อเด็กๆ ที่ป่าป๊าพาไปดูหนังจีนตอนตรุษจีน น่ะครับ ไม่ตรุษจีนไม่ได้ดู จะได้ดูตรุษจีนละครั้งเอง จะเห็นหน้าพระเอกนายคนนี้ประจำ มาดูสิหน้าอยู่อย่างไร

       WALTER CHO

     ฮ่า...ขาวดำครับ เป็นหนังยุคก่อนหนังกำลังภายใน ประเภทหนังงิ้ว จำได้แม่นเรื่องที่ดู พระเอกคนนี้ขี่นกอินทรีตัวใหญ่ๆ เวลาสู้กับผู้ร้ายที พระเอกก็จะยกฝ่ามือหมุนสองข้างหมุนๆ แล้วผลักออกไปก็จะมีแสงเง้าควงพุ่งออกจากฝ่ามือเป็นสายๆ ฮี่ๆๆๆ เรานั่งดูก็ปรบมือชอบใจ ฮา
Posted by KiLiN on 19 Jan. 2004,22:40

อินทรีกายสิทธิ์
江湖奇侠
Temple of The Red Lotus
 

Director CHUI Chang Wang
Actor Jimmy WANG Yu
Ivy LING Po
CHIN Ping
Petrina FUNG Bo-Bo - 馮 寶寶
LO Lieh - 羅 烈
WU Ma - 午 馬
KU Feng

เป็นหนังกำลังภายในเรื่องแรก ที่สร้างขึ้นโดยชอว์บราเดอร์แห่งฮ่องกง  ในปี 1965
     


พระเอกหวังหยู่กับหลินปอนางเอก




นางเอกฉิงผิง


หลอลี่


อินทรีกายสิทธิ์ ปัจจุบันได้ทำเป็น DVD ทำให้ได้ภาพที่คมชัด

Posted by คชาไพร on 20 Jan. 2004,21:43
สวัสดีครับคุณคิลิน
     ผมได้ดูภาพยนตร์กำลังภายในครั้งแรก ตอนหวังอยู่แสดงครับ น่าจะเป็นเรื่องเดชอ้ายด้วนหรือหวังอยู่สู้ตายอะไรทำนองนี้ครับ ต่อมาก็เดวิดเจียง ตี้หลุง หลอลี่(มักแสดงเป็นตัวร้าย) เฉินกวนไถ้ ฟู่เซิน ซิกวนซุน ฉีเส้าเฉียนแล้วก็ตอนหลังมาดูหนังทีวี แต่ส่วนใหญ่มักจะอ่านมากกว่าดูหนังครับ คุณคิลินเอาเรื่องเข้ามาให้พวกเราอ่านกันดีครับ จะได้รำลึกอดีตด้วยครับ

     again.gif  again.gif  again.gif  again.gif  again.gif
Posted by KiLiN on 25 Jan. 2004,09:35
มาแล้วมาต่อ.... เรื่องที่คุณคชาไพรดูชมเป็นเรื่องแรก มีคิวที่จะพูดถึงครับ แต่ยังไม่ถึง ดาราด้วย แสดงว่าคุณคชาไพรดูหนังจีนกำลังภายในทีหลังผม วงเล็บ(แต่คนละเรื่องกับความแก่นะ ขอบอก ฮ่าๆๆ ออกตัวไว้ก่อน เพราะเดี๋ยวจะมีคนมาแซวตามหลัง)

       ตรุษจีนเมื่อ 37 ปีที่แล้ว  ผมก็ได้ดูหนังกำลังภายในเรื่องแรก แล้วด้วยหนังเรื่องนี้ ก็เป็นเหตุให้ต้องติดตามดูหนังกำลังภายใน ในเรื่องต่อๆๆมา 


หงส์ทองคะนองศึก(Come Drink With Me - 1966)
กำกับ - King HU

ดาราแสดง


นางเอกราชินีนักดาบ - เจิ้งเฟยเฟย


พระเอก - เยี่ยหัว


ดาวร้ายหน้าหยก - เฉินหงเลี้ยะ


ดาวร้าย - YEUNG Chi-hing


ดาวร้าย - LEE Wan-chung


ดาวร้าย - HAN Ying-chieh


ดาวร้าย - KU Feng


ดาวร้าย - Simon YUEN


หลววงจีน - HAO Li-jen


     หงส์ทองคะนองศึกจัดเป็นหนังกำลังภายในระดับคลาสสิคเรื่องหนึ่ง เป็นต้นแบบของหนังกำลังภายใน ในเรื่องต่อๆมา


นางเอกเจิ้งเฟยเฟย เป็นนักดาบอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใช้ตัวแสดงแทน


แสดงเป็นหัวหน้าสำนักหญิงคุมกันภัย "หงส์ทอง"


พระเอกเป็นยาจกขี้เมา


ดาวร้ายหน้าหยกมาปล้นขบวนคุ้มกันภัยของนางเอก


บาดเจ็บจากการถูกปล้น ลูกน้องนางเอกซึ่งเป็นผู้หญิงตายเรียบ 
นางเอกพระเอกช่วยไว้ทัน นำกลับที่พักของพระเอก


พระเอกนำนางเอกมาพักรักษาตัว


นางเอกฟื้นจากสลบในที่พักของพระเอกในหุบเขา


นางเอกตามเช็คบิลดาวร้าย


ดาวร้ายโดนเข้าบ้าง แจ้นหาซือแป๋


จุดเด่นของหนังเรื่องนี้อยู่ที่ ฉากการต่อสู้ระหว่างซือแป๋ของดาวร้ายหน้าหยกกับพระเอก ในที่พักพระเอก
ฉากนี้เป็นเทคนิคการถ่ายทำใหม่ในวิชาตัวเบา ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในหนังจีนก่อนหน้านี้


ปัจจุบันได้ทำเป็น DVD ที่ชัดแจ๋ว

Posted by toonhom on 25 Jan. 2004,12:20
สวัสดีค่ะ คุณKiLin คุณคชาไพร หนังจีนที่ต้นหอมดูเป็นครั้งแรก ก็คือ เดชไอ้ด้วนค่ะ แม่พาไปดูที่โรงหนัง ตอนนั้นเด็กมากไม่รู้จักหรอกค่ะว่า ใครแสดงเป็นพระเอก แต่ชอบมาก ตื่นเต้น เรื่องราวตอนนั้น ดำเนินไปอย่างไร จำไม่ได้ จำได้ฉากเดียวที่ประทับใจคือฉากจบของเรื่อง ที่ พระเอกใช้แขนข้างเดียวสู้จนชนะผู้ร้าย ผู้ร้ายตกจากหลังคา พระเอกก็ใช้มือผลักโลงศพ ไปรองรับผู้ร้ายลงโลง ได้อย่างสวยงาม เป็นภาพประทับใจมาก และเป็นจุดที่ ทำให้ชอบดูหนังจีนมาก แต่เนื่องจากเป็นเด็กต่างจังหวัด โรงภาพยนต์ไม่ค่อยสะอาดและปลอดภัยนัก ถ้าไม่ใช่หนังดัง และดี ที่บ้านก็จะไม่พาไปดู เคยมีสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน นั่งดูหนังแล้วถูกหนูกัดค่ะ  cry3.gif.gif ดังนั้น เราจะได้ดูเพียงหนังโทรทัศน์ หรือไปเช่าหนังสือนิยายจีนมาอ่าน หนังจีนโทรทัศน์ที่ต้นหอมคลั่งไคล้ในวัยเด็กคือ" ขบวนการเปาเปียว" ค่ะ คุณคิลินมีข้อมูลมาให้ได้รำลึกบ้างไหมค่ะ  thankssign.gif
แน่นอนว่ายุคของคุณคิลินนั้น ต้นหอมคงยังไม่เกิดค่ะ เพราะเรื่อง อินทรีย์กายสิทธ์ หงษ์ทองคะนองศึก ต้นหอมไม่เคยดูแน่ มี DVD แบบนี้สงสัยว่า ต้องโทรศัพท์หาแม่ให้ช่วยซื้อส่งมาให้ค่ะ   blush.gif
ที่อังกฤษเขาก็มีหนังจีนกำลังภายให้เช่าดูเช่นกัน เขาพากษ์เป็นภาษาอังกฤษ พวกฝรั่งวัยรุ่นที่นิยมชมชอบ กังฟู บรู๊ซลี นิยมไปเช่ามาดูกัน เช่น เรื่องล่าสุด พระเอกในเรื่องชื่อ ฟงวิ่น ต้นหอมก็จำชื่อหนังไม่ค่อยได้ แปลคล้ายๆว่าพายุหมุนหรืออะไรทำนองนี้ค่ะ เป็นหนังจีนกำลังภาพในสมัยใหม่ เคยคุยกับคนที่ร้าน Blockbusterว่า เขาคิดอย่างไรกับหนังจีนประเภทนี้ เขาจะตอบเป็นคำตอบเดียวกันค่ะว่า....Brilliant ! ! ! ! !
Posted by toonhom on 25 Jan. 2004,13:05
ทุกท่านที่ชื่นชอบหนังจีน ย่อมรู้จัก สุดยอดปรมาจารย์ จอมยุทธ์ท่านหนึ่ง คือ ปรมาจารย์ตั๊กม้อต้นหอมจึงขอรำลึกถึงท่านด้วย กระกวนท่าสำคัญค่ะ < ตำรายืดหดเส้นเอ็น ล้างพิษเพิ่มไขกระดูก > ท่านใดสนใจในกระบวนท่านี้ก็ ร่ายรำ ได้เลยค่ะ ic-12.gif
Posted by KiLiN on 26 Jan. 2004,03:18
สวัสดีครับ คุณคชาไพร คุณต้นหอม

      หนังจีนกำลังภายในเรื่องแรกที่ทั้งคุณคชาไพร และคุณต้นหอมดู คือเรื่องเดชไอ้ด้วน แต่ไม่ทราบว่าภาค ๑ หรือภาค ๒ มี 2 ภาคครับ หงส์ทองคะนองศึกก็มี 2 ภาคอีกเหมือนกัน แต่ทั้งหมดเป็นยุคเดียวกัน ไม่ใช่คนละยุค ฮ่าๆๆ กำลังจะบอกว่า "เราแก่พอกัน" เอิ๊กๆ laugh1.gif  (แหมจะหาว่าพูดจาไม่ไพเราะป่าว เหอๆๆ smash.gif)
  • อินทรีย์กายสิทธิ์ ปี 1965
  • หงส์ทองคะนองศึก ภาค ๑ ปี 1966
  • หงส์ทองคะนองศึก ภาค ๒ ปี 1968
  • เดชไอ้ด้วน ภาค ๑ ปี 1967
  • เดชไอ้ด้วน ภาค ๒ ปี 1969

      เรื่องอินทรีกายสิทธิ์ ผมก็ไม่ได้ดู ส่วน 4 เรื่องที่เหลือได้ดูหมด ซึ่งทั้ง 4 เรื่องจัดว่าคลาสสิคมาก  หนังกำลังภายในยุคหลังๆ บางทียังด้อยกว่าด้วยซ้ำ  คุณต้นหอมลองไปหามาดู โดยเฉพาะหงส์ทองภาคแรก ผมยังติดใจมาถึงวันนี้เลย อาจเพราะเป็นเรื่องแรกที่ดูมังครับ เลยติดใจมากหน่อย 

      ส่วนหนังทีวี ขบวนการเปาเปียว พอนึกออกได้เลาๆ ผมก็ดูครับ ไว้จะหามาให้รำลึกนะครับ ตอนนี้ขอว่าหนังจอเงินก่อน โดยเฉพาะยุคแรกๆที่ว่านี้ เพราะหลังจากนั้น ผมว่าสู้ยุคนี้ไม่ได้ อาจเพราะตลาดนิยมมากขึ้น เลยสร้างแบบสุกเอาเผากินหรือเปล่า ไม่แน่ใจ

      และปรมาจารย์ตั๊กม้อ คงได้กล่าวถึงแน่นอนอีกเหมือนกัน โปรดติดตามตอนต่อไป  wave.gif
Posted by คชาไพร on 26 Jan. 2004,20:21
สวัสดีครับ คุณคิลิน คุณต้นหอม
    ผมดูหนังกำลังภายในหลังคุณคิลินแน่ๆครับ ตอนเล็กๆผมอยู่บ้านนอกที่ห่างไกลจากแสงสีและดูภาพยนต์ลำบากจึงได้แต่อ่านไม่หลับไม่นอน มาดูตอนเข้าอยู่ในกรุงเทพแล้ว ตื่นเต้นกับเทคนิคการถ่ายทำและเนื้อเรื่องที่กระชับชวนติดตามจนต้องดูเรื่อยๆ เดชอ้ายด้วนผมดูทั้งสองภาคครับ จำได้ว่าหลังจากฉายครั้งแรกแล้วต่อมาหลายปัยังมารีเทอร์นอีกครั้งผมก็ยังตามดูอีก ตอนเดวิดเจียงกำลังดังก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พระเอกมีแขนข้างเดียวเหมือนกัน เรื่องนี้ตี้หลุงก็แสดงด้วย แล้วก็ถูกฆ่าตายก่อน เดวิดเจียงที่วางอาวุธไปเป็นคนเสิร์ฟอาหารเลยต้องออกล้างแค้น
    เรื่องที่เยียะหัวแสดงก็มีหลายเรื่องครับที่ผมตามดู ที่จำได้มีเรื่อง 12ป้ายทอง เยียะหัวเป็นพระเอกคอยสะกัดกั้นป้ายทองที่ถูกส่งออกไปเรียกตัวแม่ทัพงักฮุยกลับครับ
Posted by แมวเหมียว on 26 Jan. 2004,21:53
สวัสดีค่ะ ท่านจอมยุทธทุกท่าน

  ic-14.gif แอบมาอ่านกระทู้นี้แล้วค่ะ

ตั้งใจว่าจะไม่ร่วมพูดคุยเด็ดขาด

คาดแล้วว่าจะมีคนนับรุ่นและพูดว่า"เราแก่พอกัน" อิ อิ

ในที่สุดแม้แต่น้องต้นหอมยังโดนเลย..

 แมวเหมียวเลยทำใจได้แล้วค่ะ 

หนังจีนชอบดูแต่จำชื่อมิค่อยจะได้ค่ะ..จำยาก..

..แวะไปอ่านบ้านจอมยุทธมาแล้วค่ะน้องต้นหอม thankssign.gif

ตำรายืดหดเส้นเอ็นน่าสนใจค่ะ.. greet.gif
Posted by สข1 on 26 Jan. 2004,22:33
เรื่อง อินทรีย์กายสิทธิ์  คงเป็นหนังกำลังภายในยุคใหม่(ในสมัยนั้น)เรื่องแรก   เพราะก่อนหน้านั้นจะเป็นหนังขาวดำ  และหนังงิ้ว  และหวังหยู่ ก็ป็นพระเอกหนังกำลังภายในยุคใหม่คนแรกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะของบริษัทชอว์บราเดอร์  หนังกำลังภายในช่วงนั้น  จะเป็นเรื่องที่ผู้สร้างภาพยนต์แต่งเรื่องขึ้นเอง  ยังไม่ถึงยุคยุทธจักรนิยายกำลังภายใน  เรื่องอินทรีย์กายสิทธิ์มี 3 ภาค  
ภาค 1 อินทรีย์กายสิทธิ์
ภาค 2 ดาบคู่สู้ตาย
ภาค 3 พินประกาสิต
แต่ผมไม่มีรายละเอียด   ว่าจะรอให้หลงพี่  หารายระเอีอดให้  หลงพี่อย่าพึ่งข้ามไปเยียะหัว  หรือเดวิดเจียงซิครับ
Posted by toonhom on 27 Jan. 2004,09:50
คิดว่า คุณKiLin จะเป็นผู้อยู่ในยุคแรกๆ หรือยุคบุกเบิกยุทธจักรหนังจีน กลับกลาบเป็นคุณ สข1 ผู้อยู่ในยุคก่อนบุกเบิกอีกค่ะ  ic-12.gif
Posted by KiLiN on 30 Jan. 2004,08:38
นั่นไง ใช่เลย คุณสข1 แฟนพันธุ์แท้ตัวจริง
ขอบคุณครับ ที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
อินทรีกายสิทธิ์ทั้ง 3 ภาค ผมยังไม่รู้จักเลยครับ
แต่ไปค้นข้อมูลมาได้ดังนี้


อินทรีกายสิทธิ์ภาค 2 - ดาบคู่สู้ตาย
鴛鴦劍俠
The Twin Swords
- 1965 -


Director CHUI Chang Wang
Actor
 Jimmy WANG Yu
 Ivy LING Po
 CHIN Ping
 Petrina FUNG Bo-Bo - 馮 寶寶
 LO Lieh - 羅 烈
 TIEN Feng
 CHING Miao
 WU Ma - 午 馬
 KU Feng












 ----------------------------

อินทรีกายสิทธิ์ภาค 3 - พินประกาสิต
琴劍恩仇
The Sword and the Lute
- 1967 -


Director CHUI Chang Wang
Actor Jimmy WANG Yu
 Ivy LING Po
 CHIN Ping
 Petrina FUNG Bo-Bo - 馮 寶寶 
 LO Lieh - 羅 烈
 Lily HO li li 
 YUEH Hua
 WU Ma - 午 馬

Posted by สข1 on 30 Jan. 2004,21:28
เยี่ยมครับหลงพี่

เรื่องดาบคู่สู้ตาย  หรือจอมยุทธ์กระบี่ยวนยาง  เป็นภาคที่พระเอกพอจะเป็นวิทยายุทธ์บ้างแล้ว  ก็เลยชวนนางเอกแอบหนีออกไปตลุยวัดดอกบัวแดง   เพื่อสืบหาฆาตกรที่ฆ่าพ่อของตัวเอง  เป็นการต่อสู้อยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูลำพังสองคน  ก็เลยชื่อดาบคู่สู้ตาย
Posted by KiLiN on 01 Feb. 2004,02:12
ในปีที่ 3 ของหนังกำลังภายในยุคใหม่ จางเชอะผู้กำกับมือทองแห่งชอว์บราเดอร์ส ก็สร้างเดชไอ้ด้วน เป็นผลให้หวังหยู่ดังทะลุฟ้าด้วยเรื่องนี้


เดชได้ด้วน
獨臂刀
The One-Armed Swordsman
- 1967 -


Director CHANG Cheh
Actor Jimmy WANG Yu
 CHIAO CHIAO
 PAN YIN-TZE














Posted by สข1 on 05 Feb. 2004,11:02
จางเชอะ สร้างหวังหยู่ให้โด่งดังขึ้นจากเรื่องเดชไอ้ด้วน  นอกจากนี้ในยุคนั้นของหวังหยู่เกือบทุกเรื่องพระเอกต้องตายตอนจบ จนกระทั่งตอนหลังหวังหยู่แยกตัวออกจากจางเชอะไปแล้ว  จางเชอะก็พยายามสร้างเดวิดเจียงให้ดังด้วยเรื่องจอมยุทธแขนด้วนเช่นกัน  ส่วนหวังหยู่ออกไปสร้างหนังเองก็ยังคงเอาเดชไอ้ด้วนไปสร้างเป็นหนังต่อๆไปอีก   ลักษณะเด่นของหนังที่กำกับโดยจางเชอะในยุคนี้คือ  พยายามสร้างหนังจากไอเดียของทีมงานเป็นหลัก   ก่อนที่จะไปสร้างหนังจากพงศาวดาร   และเกร็ดประวัติศาสตร์
Posted by สข1 on 07 Feb. 2004,22:52
หลงพี่ไม่มีหนังกำลังภายในเรื่องใหม่มาอีกหรือครับ   วันนี้ผมนึกถึงเรื่องจอมใจจักรพรรดิ์  หรือสาวงามแห่งแผ่นดิน   เรื่องนี้เป็นหนังก่อนยุคกำลังภายใน   เป็นเรื่องที่นิยมกันทั่วบ้านทั่วเมือง  หลินใต้  กลายเป็นนางเอกค้างฟ้าจนกระทั่งเสียชีวิตไป   ส่วนเพลงในหนังเรื่องนี้ก็กลายเป็นเพลงอมตะ  ที่แม้ปัจจุบันก็ยังมีคนเปิดฟัง  ยังมีนักร้องใหม่ๆร้องแล้วร้องอีก
Posted by KiLiN on 08 Feb. 2004,06:06
มีครับมีเยอะด้วยคุณ สข1  ยังไม่มีเวลารวบรวมและเอามาลง
ภารกิจเยอะรัดตัว   แล้วจะทะยอยเอามาลงครับ
เวลาจำกัด  ต้องแบ่งๆกันไป   bowsdown.gif
Posted by เต่าเค็ม on 25 Feb. 2004,00:10
หลังจากเดชไอ้ด้วนของหวังหยู่แล้ว ผมได้ตามดูเดวิดเจียงอีกพักหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจเลิกดูหนังกำลังภายใน เพราะดูแล้วติดหนับ

ทำให้ไม่มีเวลากินเหล้า ว่างั้นเธอะ
Posted by KiLiN on 18 Jul. 2005,07:46
กระทู้นี้ล่วงเลยเวลามาปีกว่าแล้ว ๒ วันมานี้ผมได้มีโอกาสหวนย้อนรำลึกดูหนังที่อดีตเคยชอบ อยากดูอยากค้นหาตนเองว่าทำไมถึงชอบ

       เดชไอ้ด้วน เป็นเรื่องหนึ่งที่ชอบ ผมดูภาค ๒ ไม่ได้ดูภาคแรก  การย้อนกลับมาดูเที่ยวนี้จึงเริ่มจากภาค ๑  หลังจากดูจบไปทั้ง ๒ ภาค รู้สึกว่าดี มีแง่คิด แง่มุมอะไรดีๆอยู่เยอะ ก็เลยย้อนกลับไปดูเที่ยวที่ ๒ อีก 

       จบเที่ยวที่ ๒ ก็รู้สึกว่าน่าจะนำมาเล่าบอกกล่าวในกระทู้นี้ น่าจะดี

--------------------------------------



        พระเอก(ฟางกัง-หวังหยู่)  ได้เติบโตมาในครอบครัวของฉีลู่ฟงซึ่งเป็นสำนักฝึกวิทยายุทธมีชื่อ ในวัยเด็กพ่อของพระเอก(ฟางเช้ง-คนรับใช้ของฉีลู่ฟง) ได้เสียชีวิตเนื่องจากช่วยชีวิตฉีลู่ฟงเอาไว้ ฉี่ลู่ฟงจึงรับพระเอกเป็นศิษย์เพื่อตอบแทนบุญคุณนั้น

        พระเอกได้เก็บดาบหักของพ่อจากการต่อสู้นั้นไว้เป็นที่ระลึก ไม่ได้เก็บเพื่อการแก้แค้น แต่เก็บเพื่อระลึกถึงผู้เป็นพ่อ จะได้มุ่งมั่นก่อร่างสร้างตนเอง ไม่ให้พ่อผิดหวัง

        ข้อสังเกต หนังเริ่มเรื่อง เหมือนกับจะต้องตามมาด้วยการแก้แค้น แต่ไม่ใช่



        ซือเหม้ย(ลูกสาวอาจารย์พระเอก) สนใจในตัวพระเอก เป็นคนนิสัยเอาแต่ใจตนเอง ได้ร่วมมือกับศิษย์ผู้พี่อีก ๒ คนซึ่งก็อิจฉาในตัวพระเอก หาวิธีกลั่นแกล้งพระเอก ท้าประลองฝีมือกับพระเอกในคืนวันหนึ่ง

        เพื่อตัดความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น ในคืนวันประลองพระเอกตัดสินใจจะจากสำนักไป  แต่ทั้งสามไม่ยอม การประลองดำเนินต่อไป ศิษย์ผู้พี่สู้พระเอกไม่ได้ ซือเหม้ยประลองกับพระเอกด้วยมือเปล่า สู้ไม่ได้แต่ก็ใช้จังหวะทีเผลอของพระเอก ถึงกับตัดแขนพระเอกขาดไป ในคืนวันหิมะตก



        พระเอกได้สูญเสียแขนขวาที่ตนถนัดไป กลายเป็นคนพิการ  จากจุดนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนผันของชีวิต จากบุคคลที่อาจารย์หมายมั่นปั้นมือ ให้พระเอกเป็นผู้สืบต่อทายาทของสำนัก จากความมุ่งมั่นของตนเองที่มุ่งก่อร่างสร้างตนไม่ให้ผู้เป็นพ่อได้ผิดหวัง เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไปครับ.......
Posted by KiLiN on 18 Jul. 2005,20:36


       นางเอก(เสี่ยวหมาน-เจียวเจียว) เป็นผู้ช่วยเหลือพระเอก นางเป็นผู้หญิงชาวไร่ไม่มีวิทยายุทธใดๆ สมัยเด็กของนาง พ่อของนางก็ถูกคนร้ายฆ่าตาย แต่นางก็ไม่คิดที่จะแก้แค้นใดๆ นางได้ให้ข้อคิดแก่พระเอกเมื่อยามท้อแท้ว่า

      " ท่านเสียใจเพราะไม่อาจใช้แขนขวาฝึกเพลงดาบได้  มันมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าอาจารย์ท่านไม่ใช่จอมยุทธ พ่อท่านคงไม่ตายเพราะถูกศัตรูฆ่า และเพราะไม่ใช่เพลงยุทธ ป่านนี้แขนท่านก็คงไม่ถูกตัดขาด "

       " ท่านอาจไม่ได้เป็นนักดาบ แต่ทำไร่ จับปลา ท่านก็ยังทำได้ ท่านฝึกไปเรื่อยๆสักวันก็เก่งเองแหล่ะ "    

       " แม่ทิ้งบ้านกับไร่เอาไว้ให้ข้า มันไม่มากมายนักแต่ก็พอจะทำกินได้  หากท่านคิดจะใช้ชีวิตแบบสามัญ เราก็ช่วยกันทำไร่ จับปลา ทอผ้า ก็คงพอจะหาเลี้ยงชีวิตอยู่กันได้ "
 









       พระเอกพบรักและเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปสู่สามัญ
Posted by KiLiN on 19 Jul. 2005,21:58
.       เส้นทางชีวิตไม่ได้ราบเรียบ มีคนร้ายเข้ามาจะลวนลามนางเอก เกิดการต่อสู้ขึ้น พระเอกสู้ไม่ได้



        พระเอกต้องย้อนกลับมาหาทางฝึกวิทยายุทธอีก นางเอกเห็นพระเอกเศร้าหมอง ก็เลยเริ่มเปิดเผยเรื่องราวของนาง



        นางเล่าถึงสาเหตุที่พ่อของนางถูกฆ่าตาย นางไม่รู้ชื่อแซ่ของตนเอง เพราะพ่อของนางทำหน้าที่ดูแลตำราวิทยายุทธเล่มหนึ่ง  พ่อของนางจึงถูกฆ่าตาย แม่ของนางจึงโยนตำราเล่มนั้นเข้ากองไฟ ตำราเล่มนั้นถูกเผาไหม้ไปเหลือเพียงส่วนที่ใช้ฝึกสำหรับแขนข้างซ้ายเท่านั้น นางเอกเก็บตำราเล่มนั้นไว้ ไม่ได้ไว้เพื่อแก้แค้น แต่เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพ่อถึงแม่ แม่ของนางบอกแก่นางว่า “ ยิ่งแก้แค้นก็ยิ่งเพิ่มความแค้น “

         นางเล่าต่อว่า “ ถึงข้าจะรู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าก็แค้นไม่ได้ กลับจะตรงข้ามด้วยซ้ำ ข้าอาจถูกฆ่าตาย ถ้าศัตรูรู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าจึงได้แต่ทำไร่ “ 

         นางให้ตำราเล่มนั้นแก่พระเอก



          พระเอกก็คร่ำเคร่งกับการฝึกวืทยายุทธอีก จนมีความคืบหน้าก้าวหน้าไปมาก นางเอกเริ่มหวั่นใจ

          " ข้าไม่เข้าใจ ทำไมท่านถึงดีใจนักหนา เพลงยุทธมันดีตรงไหนกัน "

          พระเอกจึงปลอบว่า
          " ข้าจะได้ปกป้องเจ้ายังไงเล่า และจะไม่มีใครมาทำร้ายข้าได้อีกด้วย "

          นางเอกก็ว่า
         " แต่ว่า..มันนำความเดือดร้อนมาด้วยนะ หากพ่อข้าไม่เป็นวิทยายุทธ คงไม่ได้ตำรามาจากอาจารย์ และไม่ต้องตายเพราะมัน ข้ากับแม่ก็คงไม่ต้องทุกข์แบบนี้ "

          " เมื่อท่านฝึกวิชาจากตำรานั้นหมดแล้ว ท่านก็คงไปจากข้า เพื่อไปอยู่อย่างจอมยุทธ "




         พระเอกให้สัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนั้นเด็ดขาด จะใช้มันเพียงแค่ปกป้องชีวิตเขาเราทั้งสองเท่านั้น


Posted by KiLiN on 20 Jul. 2005,20:53
.      แล้ววันหนึ่งพระเอกกับนางเอกก็ชวนกันไปเที่ยวงานวัด ก็มีเหตุการณ์ชักนำ ทำให้พระเอกได้ไปรู้เห็นว่าซือเหม้ยลูกสาวของอาจารย์ บุคคลที่ฟันแขนพระเอกขาด กำลังจะได้รับอันตราย



       แม้ว่านางจะไม่ดีต่อพระเอก แต่เพราะความกตัญญูที่มีต่ออาจารย์ ในที่สุดพระเอกตัดสินใจไปช่วยนาง



        พระเอกช่วยซือเหม้ยออกมาได้ ซือเหม้ยพูดตู่ว่าพระเอกรักซือเหม้ย ขณะที่นางเอกแอบได้ยินเข้า นางรู้สึกเสียใจ



        พระเอกตามไปง้อ แล้วบอกเหตุผลที่จำต้องไปช่วยซือเหม้ยว่า เพื่อปกป้องชื่อเสียงของอาจารย์  นางเอกจึงกล่าวว่า

        " แม่ข้าพูดเสมอว่ายินดีแต่งงานกับชาวไร่มากกว่า และใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข ดีกว่าที่จะแต่งกับมือกระบี่ เพราะพวกเขาจะยอมตาย เพื่อชื่อเสียงของอาจารย์ พ่อข้าสละชีวิตของเขาเพื่อปกป้องตำราที่อาจารย์มอบให้เขา "

        " แม่ข้าเคยบอกว่า พวกเขาทำเยี่ยงผู้กล้า พวกเขามีคุณธรรม และกล้าหาญ พวกผู้หญิงหน่ะ มักจะชอบพวกเขา แม่บอกข้าว่า อย่าได้โง่เช่นนั้น แต่ว่าข้ากลับ...."




        พระเอกได้ฟังก็อธิบายต่อว่า

        " เสี่ยวหมาน ข้าแขนด้วนแล้ว ข้าไม่คิดจะเป็นมือกระบี่อีกต่อไปแล้ว เมื่อกี๊นี้ข้าบอกซือเหม้ยแบบนั้น ข้าช่วยนางเพื่อแทนคุณของอาจารย์ เราจะไม่เจอหน้ากันอีกแล้ว ถ้าเจ้าไม่รังเกียจละก็ ข้าอยากจะขออยู่เป็นชาวไร่กับเจ้าจนตลอดชีวิต "

        " ท่านพูดจริงเหรอ "

        " จริงสิ ข้าพูดจริงๆ "

        " ถ้างั้นเราต้องไปกันแล้วนะ ซือเหม้ยพบท่านแล้ว นางคงบอกพ่อนาง อาจารย์ท่านอาจจะมาตามท่านก็ได้ "

        " แต่บ้านของเจ้ากับไร่ อยู่ที่นี่นะ "

        " ไม่เป็นไรหรอก แม่ทิ้งเงินไว้ให้ข้าก้อนนึง พอจะอยู่ได้สักพัก ข้าจะบอกปู่หวังให้ช่วยขายบ้านกับไร่ไปซะ แล้วก็ส่งเงินให้ข้า มันไม่ใช่บ้านเกิดของข้าอยู่แล้ว 

        ข้าขอแค่ได้อยู่กับท่านก็พอ"




        ทั้งสองตัดสินใจจากที่นั่นในเช้ามืดวันรุ่งขึ้น
Posted by KiLiN on 21 Jul. 2005,16:28
.     ปัจจุบันคือร่องรอยของอดีต ก็มีเหตุเรื่องราวของสำนักทำให้พระเอกต้องเข้าไปเกี่ยวข้องอีกจนได้

      คู่อาฆาต ๑๐ กว่าปีของอาจารย์พระเอก ได้หวนกลับมาจะแก้แค้น เขาดักฆ่าศิษย์ของสำนักคนแล้วคนเล่า และกำลังจะบุกเข้าไปล้างสำนัก  ทั้งสองเดินทางมาพบเหตุร้าย ระหว่างจะแวะพักโรงเตี๊ยม



      พระเอกได้พูดถึงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวช่วยเหลือ จนนางเอกก็สุดที่จะทัดทาน 



      ทางด้านสำนักสถานการณ์การต่อสู่ทั้งอาจารย์และศิษย์ร่วมสำนักได้พ่ายแพ้ยับเยิน พระเอกมาทันในวินาทีสุดท้าย



      ในที่สุดดาวร้ายก็ปราชัยแก่พระเอก



      ซือเหม้ยเข้าไปตรวจความบอบช้ำของพระเอก แต่พระเอกไม่ให้ความสนใจ



      พระเอกร่ำลาอาจารย์เพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบชาวไร่ธรรมดา อาจารย์หักดาบทองของตนขาดสะบั้น เลิกชีวิตนักดาบ ปิดสำนัก



      พระเอกกับไปหานางเอก เพื่อใช้ชีวิตชาวไร่



- จบภาค ๑ -

----------------------


บทสรุปของเรื่อง

     ๑. ภาพยนต์เรื่องนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างความมีหน้ามีตา ความมีเกียรติยศ ชื่อเสียงซึ่งชาวยุทธหรือชาวโลกเขานิยม กับความเป็นธรรมดาสามัญโดยมีนางเอกเป็นตัวแทน
        - พระเอกซึ่งผู้เป็นพ่อยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลืออาจารย์ ก็หวังได้ฝากเนื้อฝากตัวให้ลูกได้เจริญก้าวหน้าอย่างวิถีชีวิตที่คนนิยม
        - ถ้าพระเอกไม่ถูกตัดแขน วิถีชีวิตของพระเอกก็คงเจริญรอยตามอาจารย์ เหมือนเยี่ยงที่คนทั่วไปใฝ่คว้า
     ๒. ความมีหน้ามีตา ความมีเกียรติยศ ชื่อเสียง ไม่ได้ไปด้วยกันกับความเรียบง่ายความสุขสงบของชีวิต และหลายครั้งที่ผู้ชายหรือผู้นำของครอบครัวเข้าใจหรือคาดหวังความสุขความเจริญจากสิ่งนี้
Posted by สข1 on 22 Jul. 2005,12:02
ต่อครับหลงพี่    ผมรอแจมเมื่อถึงยุคหนังยุทธจักร
Posted by add on 22 Jul. 2005,23:24
หนังน่ารักดีค่ะ ยังไม่เคยดูเลย เรื่อง เดชไอ้ด้วน  เพราะกลัวว่าจะมีแต่บทบู๊เยอะ  แต่อ่านดูก็ให้แง่คิดดีนะคะ  winkthumb.gif
Posted by คนพื้นบ้าน on 21 Jul. 2006,03:31
ไม่มีต่อแล้วหรือครับ แยกกระทู้หรือว่าหยุดแค่นี้ครับ กำลังสนุกๆ
Posted by KiLiN on 21 Jul. 2006,06:43
มีครับ.... thumbsup.gif

      โอ้โฮ...เวลาเร็วเป็นจรวด นี่เราหยุดไปครบ ๑ ปีแล้วหรือนี่ hum.gif

สวัสดีครับ คุณ sangyangwit

      ยินดีที่รู้จักครับ ผมแยกร่างไม่ออก ภาระกิจรัดตัวมากขึ้น ก็เลยต้องหยุดไปก่อนอ้ะครับ wave.gif
Posted by pilgrim on 25 Jul. 2006,17:25
สงสัยภารกิจรัดตัวแน่นจริงๆค่ะ เลยแยกร่างไม่ออก ฮิๆๆๆ rasp.gif

มานั่งเชียร์ให้สำเร็จวิชาแยกร่างเร็วๆค่ะ bowsdown.gif
Posted by แมวเหมียว on 26 Jul. 2006,00:53
อ้างถึง (pilgrim @ 25 กค. 2006,05:25)
มานั่งเชียร์ให้สำเร็จวิชาแยกร่างเร็วๆค่ะ bowsdown.gif

whisper.gif เยี่ยมจริงๆเลยคุณพิล laugh1.gif laugh1.gif

ขอมานั่งเชียร์ด้วยคนค่ะcouch.gif  laugh1.gif

bowsdown.gif
Posted by เก็จแก้ว on 29 Jul. 2006,04:51
สวัสดีค่ะคุณคิลิน, คุณพิลกริม, คุณแมวเหมียว และสมาชิกทุกท่านค่ะ
             พัดก็อยากให้คุณคิลินแยกร่างได้เร็วๆจัง อยากดูเรื่องชอลิ้วเฮียง(จอมโจร จอมใจ ใช่ป่าวคะ? hum.gif) เคยดูตอนเด็กๆ สนุกดีค่ะ มีทั้งศึกรบ ศึกรัก ภาพสวยด้วย...ถ้าคุณคิลินมีเรื่องนี้ หรือแยกร่างได้สำเร็จแล้ว ช่วยฉายให้พวกเราดูหน่อยนะคะ wave.gif 

Posted by คนพื้นบ้าน on 11 Aug. 2006,01:22
สวัสดีครับ หลงพี่และนักบู๊ นักบุ๋นทุกท่าน

คุณ KiLiN มีภาระมากมายขนาดนั้น มีอะไรให้ช่วย บอกได้นะครับ ว่างๆ ถ้าช่วยได้ ยินดีช่วยครับ
หรือจะช่วยให้แยกร่าง เอาม้า 5 ตัวแยกร่างไหวมั๊ยครับ ก๊ากๆๆ
Posted by เก็จแก้ว on 30 May 2008,13:19
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แก้วได้ดูหนังจีนกำลังภายในย้อนยุค  เรื่องชอลิ้วเฮียง  ที่แสดงโดย เจิ้นเส้าชิว  กับ ดาราหญิงคนนึง  ซึ่งแก้วก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่ หวังหมิงฉวน หรือเปล่านะคะ  ask.gif ... ดูแล้วแก้วยังรู้สึกประทับใจอยู่เลยค่ะ  inlove.gif

ที่จริงการดำเนินเรื่องตอนแรกๆยังทำให้คนดูสับสนอยู่บ้างนะคะ  เนื่องจากจะมีการพูดพาดพิงไปถึงบุคคลที่ถูกสังหารและตัวละครอื่นอีก  ในขณะที่คนดูยังไล่เลียงได้ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นใคร และยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้  ohman.gif ... แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้ต่อไปหลายๆตอนเข้า... แก้วรู้สึกว่าพระเอกจะโดดเด่นมากในเรื่องของ   ความจริงใจ  ความเข้มแข็ง  และ การมองโลกในแง่ดีถึงแม้ว่าจะโดนข้อหาร้ายแรงว่าเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตาย  ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ลงมือทำก็ตาม   ซึ่งเรียกได้ว่า  พระเอกเป็นสุภาพบุรุษและมีคุณธรรมมากๆอย่างชนิดหาตัวจับได้ยากทีเดียวค่ะ  winkthumb.gif

ส่วนในเรื่องของความรักนั้น... เป็นความรักที่ไม่สมหวัง  คือนางเอกในเรื่องเสียชีวิตเพราะถูกฆ่าปิดปาก(ถูกอาวุธลับค่ะ)  ก็เพราะต้องการให้คนร้ายเปิดเผยตัว ในขณะที่พระเอกของเรากำลังจะถูกประหาร... เป็นเรื่องที่เศร้ามากๆ cry2.gif   แต่ก็ประทับใจจริงๆค่ะ  เพราะพระเอกได้หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเสียใจเมื่อต้องสูญเสียนางเอก  ทั้งๆที่ไม่เคยมีใครได้เห็นน้ำตาของชอลิ้วเฮียงเลย... แหม... ฉากนี้เจิ้นเส้าชิวเล่นได้ดีจริงๆค่ะ   แก้วว่าน่าจะได้รับตุ๊กตาทองจัง winkthumb.gif  winkthumb.gif  winkthumb.gif  applaud.gif  applaud.gif  applaud.gif    เพราะตอนนี้คนดูซาบซึ้งจนน้ำตาซึมเลยล่ะค่ะ อิๆ laugh1.gif  laugh1.gif  laugh1.gif

ที่แก้วเล่ามานี้ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ... นอกจากแก้วอยากบอกว่า  แก้วคิดถึงหนังจีนกำลังภายในจังค่ะ... เมื่อไหร่คุณคิลินจะว่างนำมาโพสต์ให้ได้ชมอีกล่ะคะ    น้องๆรอกันจนข้ามปีแล้วนะคะ... น่าสงสารจังเลย  cry2.gif  cry2.gif  cry2.gif

Posted by KiLiN on 30 May 2008,19:19
หนังชุดที่ว่านี้  คงเป็นหนังชุดของทีวีบี มังครับ..
หนังชุดช่วงหลังๆผมไม่ได้ดูแล้ว  รวมทั้งชุดนี้ด้วย

สำหรับกระทู้นี้หยุดโพสต์ไปนาน  ก็อย่างที่ว่า ผมมีเวลาน้อยลง (เวลาทางธรรมชาติมีเท่าเดิม  แต่เวลาที่เราจะเป็นฝ่ายกำหนดได้  นับวันจะน้อยลงทุกที) ก็เลยต้องใช้เวลาทีเหลือไปทำสิ่งที่สำคัญกว่าก่อน

กับอีกเหตุผลหนึ่ง  ความตั้งใจเดิมที่ตั้งกระทู้นี้ก็เพื่อจะระลึกถึงหนังกำลังภายในเก่าๆ โดยเฉพาะหนังชอว์บราเดอร์ส  ซึ่งเคยดูเมื่อสมัยยังเด็กๆหรือยังวัยรุ่นโน้น  ตอนที่ตั้งกระทู้นั้น  ก็เมื่อ ๔ ปีที่แล้ว  เขายังไม่ได้รวบรวมทำใหม่เป็น VCD หรือ DVD อย่างทุกวันนี้   เมื่อทำออกมาแล้วก็คิดว่าคนก็คงหาดูได้ไม่ยากแล้ว  greet.gif

Posted by เก็จแก้ว on 02 Jun. 2008,09:41
ใช่ค่ะคุณคิลิน  หนังชุดที่แก้วพูดถึงเป็นของทีวีบี และปัจจุบันได้ทำเป็น ดีวีดีแล้วค่ะ  และก็หาชมได้ไม่ยากจริงๆด้วยค่ะ  แต่ถ้ามีผู้รอบรู้มาช่วยชี้แนะให้หน่อย  แก้วว่าน่าจะดีกว่าการดูหนังเพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียวอ่ะค่ะ  biggrin.gif

สำหรับเรื่องเวลาที่คุณคิลินกล่าวถึง  แก้วเห็นแตกต่างไปเล็กน้อยค่ะ... แก้วคิดเองว่า  เวลาทางธรรมชาตินั้น  อาจเหลือไม่เท่าที่เราคิดก็ได้ค่ะ... แก้วขอยกตัวอย่างให้ฟังนิดนึงนะคะ... คือว่า   มีอยู่วันหนึ่ง  ในที่ทำงานของเราได้รับ mail การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของพนักงานซึ่งมีอายุประมาณ 40 เศษๆ  ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรนะคะ   ทั้งๆที่ร่างกายก็ยังดูแข็งแรง  และมีการตรวจสุขภาพทุกๆปี   ไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเธอเป็นโรคร้ายแรงอะไร   เขาเล่ากันว่าเธอจากไปอย่างสงบ  โดยที่  นอนหลับไปตอนกลางคืน  แล้วเธอก็ได้หลับไปชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันตื่นมาอีกเลยค่ะ... น่าเสียใจ  และ น่าเสียดายมาก ...   ohman.gif  cry2.gif   เพราะฉะนั้น     เวลาทางธรรมชาติของเรา   เราเองก็ไม่ทราบว่า  จริงๆแล้วยังเหลืออยู่มากหรือน้อย...   cry2.gif   cry2.gif  cry2.gif

แก้วขอให้คุณคิลินทำสิ่งที่สำคัญได้สำเร็จ สมดังตั้งใจนะคะ  flo_1.gif

Posted by KiLiN on 02 Jun. 2008,15:32
แสดงว่าคุณแก้วเริ่มจะมีดวงตาเห็นธรรมแล้ว  biggrin.gif

จริงๆ เป็นความหมายเดียวกันกับที่ผมพูดถึงแหล่ะครับ  เพียงแต่อธิบายด้วยมุมที่ต่างกัน  และมีความลึกที่ไม่เท่ากัน คือว่า...

ที่ผมพูดว่า เวลาทางธรรมชาติมีเท่าเดิม  หมายถึงว่า ทุกคนมีเวลาเท่ากันในหนึ่งวันคือ ๒๔ ชั่วโมง  ไม่มีใครมีมากกว่าหรือน้อยกว่า  ความหมายนี้ก็เพื่อจะบอกกับคนที่ชอบบอกว่า "ไม่มีเวลา  เวลาไม่พอ ยังไม่ว่าง ยังไม่พร้อม"  เพื่อเป็นข้ออ้างที่จะยังไม่ทำ  ซึ่งที่สุดแล้วอยู่ที่การบริหารเวลาของตนเองต่างหาก

ส่วนที่ว่า "เวลาที่เราจะเป็นฝ่ายกำหนดได้  นับวันจะน้อยลงทุกที"  ตรงนี้เป็นความหมายเดียวกันกับคุณแก้ว  เพียงแต่ของผมบอกต่อไปอีก เพื่อจะให้รู้ว่า "อย่าประมาท"  อย่าประมาทว่าอายุยังน้อยแล้วจะไม่ตาย  เมื่อยังไม่ตายก็รีบขวนขวายทำสิ่งที่ดีๆให้กับชีวิตของตนและคนรอบข้าง  ก่อนที่จะไม่มีโอกาสนั้น  เพราะเมื่อถึงวันนั้นมันหมายถึงไม่มีโอกาสกำหนดอะไรทั้งสิ้น  ต่อไปเป็นเรื่องของธรรมชาติจะกำหนดเรา  ตามเหตุและปัจจัยสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ได้กระทำเอาไว้

คนที่มีชีวิตยืนยาวกว่า  เปรียบเสมือนคล้ายมีเวลามากกว่า  มีโอกาสมากกว่า  แต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ  ถ้าโอกาสที่มีมากกว่านั้น  ตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายกำหนดทำในเรื่องดีๆกับตนเองและคนรอบข้าง  ปล่อยให้เวลาผ่านไปเพียงวันๆ ผมจึงต้องการเน้นว่า ที่สุดแล้ว  เราได้เป็นฝ่ายกำหนดชีวิตของเราเองมากน้อยเพียงใด  เป็นใจความที่สำคัญ

Posted by เก็จแก้ว on 02 Jun. 2008,16:46
คุณคิลินคะ  แก้วขอเรียนว่า.. คุณคิลินมองแก้วในเชิงบวกมากไปนะคะ  cry2.gif ... เพราะจริงๆแล้วแก้วก็ยังไม่รู้สึกว่า  ตัวเองเริ่มจะมีดวงตาเห็นธรรมที่ตรงไหนเลยค่ะ  ask.gif

หนำซ้ำแก้วยังรู้สึกคับข้องใจด้วยว่า  ทำไมเราจึงต้องเกิดมา... เพื่อพบกับการพลัดพราก  การสูญเสีย... ความเศร้า และทุกข์ทรมาน... ซึ่งสุดท้าย... แม้แต่ร่างกายของเราก็ยังไม่สามารถรักษาไว้ได้เลย...  cry2.gif  และนอกจากนี้แก้วก็ยังออกจะมีความคิดที่เห็นแก่ตัวด้วยค่ะ  ว่า  งั้นถ้าเราสามารถเลือกได้  เราจะขอไม่เกิดมาดีกว่า  เพื่อที่เราจะได้หลุดพ้นจากความเศร้าโศก และสิ่งไม่พึงปรารถนาทั้งปวง

แต่ในขณะนี้เราไม่สามารถเลือกได้.. เพราะเราได้เกิดขึ้นมาเป็นมนุษย์คนหนึ่งในโลกนี้แล้ว... แล้วเราจะทำอย่างไรได้ล่ะคะ  นอกจากทำใจยอมรับกับทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เราจะต้องพบเจอ และใช้เวลาที่มีอยู่นี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด... ซึ่งจะว่าไปแล้ว  มันก็เป็นเหตุผล ที่คนทั่วไปก็ย่อมคิดได้ทั้งนั้นนะคะ

แก้วเองยังด้อยปัญญาค่ะ  และคงไม่มีความสามารถทำประโยชน์ให้กับคนรอบข้างได้ซักเท่าไหร่... แต่แก้วก็จะไม่เบียดเบียนใครให้เดือดร้อนนะคะ... ซึ่งก็ไม่ใช่เป็นเพราะมีคุณธรรมหรืออะไร  แต่แก้วสงสารคนที่ถูกเอาเปรียบมากกว่าค่ะ

แก้วเล่าให้ฟังเยอะแยะ... ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่ายังเขลาอยู่มากนะคะ  hehe.gif  ยังไงแก้วก็ขอขอบคุณคุณคิลินที่มองแก้วในแง่ดี  biggrin.gif  แก้วขอให้คุณคิลินประสบความสำเร็จทุกประการด้วยค่ะ  flo_1.gif

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard