Forum: ห้องศิลป์
Topic: กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม...อุดมการณ์พระโพธิสัตว์...
started by: KiLiN

Posted by KiLiN on 31 Dec. 2005,09:06


กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม
觀世音 傳奇
ภาพยนต์จีนชุด VCD ๑๔ แผ่น (version ไต้หวัน)


นำแสดงโดย : 陶慧敏 - Tao, Huimin - เถาฮุ่ยหมิน



       กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม version ของไต้หวันนี้ จะมีเรื่องราวที่แตกต่างไปจากชุดของฮ่องกง โดยเฉพาะพระเจ้าเมี่ยวจวงซึ่งเป็นพระบิดาขององค์หญิงเมี่ยวซ่าน แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ความเป็นบุคคลที่มีความเมตตา มีความกรุณา มีความกตัญญูอย่างสูงของพระธิดาเมี่ยวซ่าน ตั้งแต่ยังเล็ก จุดเด่นของหนังเรื่องนี้จึงอยู่ที่ความเป็นบุคคลที่หาได้ยาก และเป็นแบบฉบับของคนที่มีความศรัทธา ความมุ่งมั่นต่อสิ่งที่ดีงาม เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ เป็นอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ อุดมการณ์ของพระโพธิสัตว์ 

       เมี่ยวซ่าน เป็นพระธิดาองค์ที่สามของพระเจ้าเมี่ยวจวง ถูกใส่ร้ายว่าเป็นมารมาเกิด  ไทเฮาแม่ของฮ่องเต้เมี่ยวจวงหลงเชื่อคำยุยงของอุปราชฮั่ว(ซึ่งมีแผนการณ์คิดจะชิงบัลลังก์) ทรงรับสั่งให้เอาไปฆ่าเสีย สาวใช้ในวังได้คบคิดกับฮ่องเต้ ได้ชิงลักลอบนำพาเอาออกจากวัง เพื่อนำไปเลี้ยง

       สาวใช้ได้นำทารกองค์หญิงเมี่ยวซ่าน กลับไปยังบ้านเก่าของตน ซึ่งอยู่บนเขาในป่า นางมีลูกชายอยู่ก่อนแล้วชื่อว่าอีเก๋อซึ่งอยู่กับสามี อีเก๋อจึงเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายของเมี่ยวซ่าน วีดีโอสคริปนี้เป็นบทเจรจาระหว่างอีเก๋อกับเมี่ยวซ่าน สะท้อนความเป็นเด็กมีเมตตาของเมี่ยวซ่าน สะท้อนความเป็นจริงของชีวิตของคนและสัตว์ที่เหมือนกันที่แก่งแย่งกัน





(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       เมี่ยวซ่านพบเห็นตั๊กแตนกัดกัน นางพยายามจะแยกมันออกจากกันก็แยกไม่ได้ จึงถามพี่ชายของนาง ว่าทำไมมันต้องสู้กันด้วย คำพูดของอีเก๋อได้สะท้อนธรรมชาติของคนและสัตว์ที่เหมือนกัน คือการแก่งแย่งกัน สุดท้ายเมี่ยวซ่านก็สามารถใช้ปัญญาแยกตั๊กแตนนั้นให้เลิกลาต่อกัน

       ธรรมชาติของคนและสัตว์ที่เหมือนกันในเรื่องการแก่งแย่ง ให้นึกถึงบทโศลกบทหนึ่ง ว่า

ลูกรัก.….
ถ้าเจ้าเอาคุณธรรมออกจากตัวเจ้า
เจ้าก็มิได้ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน
เพราะมันก็มีกิน กาม เกียรติ โกรธ กลัว
เหมือนกันกับที่เจ้ามีอยู่

Posted by KiLiN on 31 Dec. 2005,23:23
      ความมีเมตตาของเมี่ยวซ่านนั้นมีอย่างไม่ประมาณ แม้เพียงแต่สัตว์เล็กๆ ขณะที่คนทั่วไป ก็จะออกทำนองเดียวกับอีเก๋อ คือการตอบโต้ ให้มันรู้ซะมั่งมันอยากสู้กันทำไม อะไรแบบนี้ ไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไร ต่อชีวิตเล็กๆ ไม่ได้เห็นเป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย  จะมีสักกี่คนในทุกวันนี้ที่เห็นสัตว์อื่นชีวิตอื่นก็เป็นชีวิตเหมือนๆกับเรา ทุกชีวิตก็ล้วนต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ผู้ที่ได้เปรียบกว่าก็รู้จักเห็นใจไม่เหยียบย่ำซ้ำเติม ถ้ามีโอกาสก็รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลกันบ้าง

       สคริปต์ต่อไป เป็นบทเจรจาระหว่างเมี่ยวซ่านกับอีมา(แม่ของอีเก๋อผู้เลี้ยงดูเมี่ยวซ่านแต่เล็ก)





(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 02 Jan. 2006,10:36
       อีมาได้สอนหนังสือให้เมี่ยวซ่าน ในตอนหนึ่งได้สอนถึงตัวหนังสือซึ่งอ่านว่า "เหยิน" ซึ่งมีสองคำ คำหนึ่งหมายความว่า "เมตตาปราณี" อีกคำหนึ่งหมายความว่า "คนหรือมนุษย์" ทั้ง ๒ คำเขียนต่างกัน แต่มีความสัมพันธ์กัน ระหว่างคนที่มีความเมตตา กับไม่มีเมตตา
       เมี่ยวซ่านก็พูดว่า ถ้าเขาโตขึ้นเขาจะเอาคำ ๒ คำนี้ไปบอกให้คนทั่วไปรู้ อีมาบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธรรมชาติของคนส่วนใหญ่มีความเห็นแก่ตัวเป็นทุนเดิม ถ้าทุกคนมีเมตตา โลกนี้ก็จะอยู่รอด


       ถ้าทุกคนมีเมตตา โลกนี้ก็จะอยู่รอด


       สคริปต์ต่อไป เป็นบทแสดงถึงความกตัญญูของเมี่ยวซ่าน :-






(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 08 Jan. 2006,21:26
.      เมี่ยวซ่านถูกนางมารร้ายล่อหลอก จนตกจากหน้าผา พ่อบุญธรรมของนางมาช่วยไม่ทัน และตกลงมาอีกคน เมี่ยวซ่านเป็นคนมีบุญ จึงไม่ได้รับอันตราย แต่พ่อบุญธรรมของนางเสียชีวิต

       หลังจากนางฟื้นขึ้นมา เทวดาเจ้าที่บอกความจริงของเหตุการณ์ให้นางฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้น แทนที่นางจะโกรธแค้นนางมารร้าย ซึ่งทำร้ายทั้งนางและพ่อของนาง นางกลับไม่ นางพุ่งความสนใจไปที่จะทำอย่างไรที่จะช่วยชีวิตพ่อของนางให้ได้มากกว่า ซึ่งจะพบเห็นไม่ได้ง่ายนักกับคนทั่วไป นางพร้อมที่จะทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยพ่อของนาง ไม่กลัวความยากลำบาก หรือแม้ชีวิต




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


      นางได้เดินทางพร้อมกับพี่ชายของนาง เพื่อไปหาดอกบัวทองตามคำบอกเล่าของเทวดาเจ้าที่

      ณ ทางผ่านทั้งสองต้องสกัดหินทำงานหนัก เพื่อแลกกับการผ่านทาง เริ่มแรกทั้งสองก็จะไม่ยินดี แต่เมื่อได้ยินว่าจะไปในจุดหมายที่ต้องการได้นั้น ต้องผ่านทางนี้ทางเดียวเท่านั้น

      " พี่ใหญ่ เพื่อช่วยท่านพ่อเราทำเถอะ " คำพูดของเมี่ยวซ่านสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะช่วยพ่อของนางอย่างสูง
Posted by มะเหมี่ยว on 09 Jan. 2006,08:11
yin-yang.gif สวัสดีค่ะ คุณคิลิน และท่านสมาชิกทุกๆท่าน

     หนูได้ชมกระทู้ "อุดมการณ์พระโพธิสัตว์" ของคุณคิลินแล้ว เกิดความประทับใจค่ะ

     แต่เนื่องด้วย หนูเคยได้อ่านหนังสือ "กำเนิดพระโพธิสัตว์กวนอิม" ที่ผู้แปลท่านหนึ่งได้แปลไว้ ซึ่งทำให้หนูเกิดความสงสัยในเนื้อเรื่องเป็นอย่างมากค่ะ

     จากในหนังสือ เรื่องราวขององค์หญิงเมี่ยวซ่านตั้งแต่ประสูติ จนถึงออกผนวชนั้น จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพระราชวังของพระองค์ทั้งหมดค่ะ ในหนังสือไม่ได้กล่าวถึงว่า พระธิดาออกมาใช้ชีวิตนอกพระราชวัง ไม่กล่าวถึงสาวใช้และอีเก๋อเลยค่ะ

     ตามที่ผู้แปลเขียนไว้ จะเป็นประมาณว่า พระธิดามีความประสงค์ที่จะปฏิบัติธรรม แต่พระราชบิดาต้องการให้พระธิดาแต่งงานตามประเพณีมากกว่า จึงเกิดความขัดแย้งกันระหว่างพ่อลูกค่ะ พระราชบิดาก็ทำโทษพระธิดาต่างๆ นาๆ เช่น ให้เก็บกวาดพระราชวัง ทำงานครัว นอนบนฟาง และทำงานหนักทุกประเภท แต่พระธิดาก็ยังคงยึดมั่น แน่วแน่ จนนานวันเข้าพระราชบิดาจึงเห็นความเพียรค่ะ

     หนูจึงใคร่จะเรียนขอคำอธิบายจากคุณคิลินด้วยนะคะ ว่าversion ที่หนูได้อ่านและมีอยู่นี้ เป็นของประเทศอะไรคะ ผู้เขียนไม่ได้บอกโดยชัดเจน เพียงแต่กล่าวถึงจีนบ่อยๆ ค่ะ แล้ว version ใดเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดคะ yin-yang.gif
Posted by KiLiN on 09 Jan. 2006,21:51
สวัสดีครับ หนูมะเหมี่ยว  smile.gif

       ส่วนใหญ่คนดูหนัง อ่านตำนาน โดยมากก็จะเน้นที่จะติดตามในเนื้อหา เนื้อเรื่อง ความเป็นมา ว่าเป็นมาเป็นไปอย่างไร เพื่อรับอรรถรส ความเพลิดเพลิน สนุกสนาน แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเปลือกนอก เป็นเพียงผลลัพธ์ เป็นเพียงปรากฎการณ์ที่แสดงออกมาให้เห็นเท่านั้น  เบื้องลึกที่ส่งผลให้เราได้รับรู้ ได้กล่าวขาน จนเป็นตำนานสืบต่อๆ กันมา  นั่นคือเหตุของเรื่องนั้นๆ

       ลองคิดดู ว่าทำไมตำนาน เรื่องราว ของบุคคลในอดีต ในประวัติศาสตร์ ทำไมจึงยังเป็นที่กล่าวขาน นิยมบูชา คงไม่ได้อยู่ที่ปูมชีวิตของเขาเท่านั้น แต่อยู่ที่จิตใจ อยู่ที่ความมุ่งมั่น อยู่ที่คุณธรรมของท่านนั้นๆ เหตุการณ์ในอดีตที่เล่าขานสืบต่อๆกันมา เป็นเรื่องธรรมดาที่จะแตกต่างกันไป อย่าว่าแต่เรื่องในอดีตเลย แม้แต่เรื่องปัจจุบันแท้ๆ พูดไปปากต่อปาก คนฟังต่อๆไป ก็เพี้ยนเสียแล้ว

       เรื่องราวของพระมหาโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม ก็เช่นกัน มีหลายตำนาน หลายเนื้อหา ที่แตกต่างมากบ้าง น้อยบ้าง แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ จิตใจที่มีเมตตากรุณา กตัญญูอย่างสูง ซึ่งหาได้ยาก ในปุถุชนทั่วไป กระทู้นี้เจตนาจึงต้องการนำ จิตใจ อันเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ จิตใจที่เป็นอุดมการณ์ของพระมหาโพธิสัตว์ มาแสดงให้ปรากฎ

       การแสดงออกทางจิตใจหลายเรื่อง อาจเป็นคำถามว่า ยังจะมีในชีวิตจริงอยู่หรือไม่ ที่เรารู้สึกอย่างนั้น เพราะสังคมมันถอยต่ำลงมาก แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า จิตใจถ้าเป็นได้อย่างนี้ เป็นสิ่งที่ดีมากๆ ชีวิตคงจะน่าอยู่ น่ารื่นรมณ์กว่าที่เป็นอยู่ แต่อย่างไรก็แล้ว แม้เราจะรู้สึกยังห่างไกล แต่ก็ขอให้ได้เขยิบเข้าไปใกล้ ดีกว่าจะปล่อยให้ตนเอง นับวันจะยิ่งไกลจากความดีงามออกไป มิใช่หรือ... yin-yang.gif
Posted by KiLiN on 09 Jan. 2006,22:31
.      แล้วในที่สุดด้วยความพยายามของเด็กทั้งสอง ก็สามารถทำงานหนักสกัดหินตามข้อกำหนดของค่าผ่านด่านนี้ได้สำเร็จ




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


      
      ทั้งสองเดินทางต่อไป จนถึงสถานที่น่ากลัวแห่งหนึ่ง อีเก๋อ พี่ชายเริ่มจะฝ่อ นึกถึงคำเตือนของผู้ใหญ่ที่เตือนไว้ในช่วงสกัดหินทำงานหนัก แต่เมี่ยวซ่านยังยืนยันที่เดินทางต่อ อีเก๋อจึงจำยอมเดินทางต่อ แต่ก็พูดทำนองว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เจอผี ให้เมี่ยวซ่านรีบหนีกลับ แล้วเขาจะคุ้มครองนาง เมี่ยวซ่านได้พูดว่า " ถ้าเราไม่ทำร้ายใคร ไม่ต้องกลัวผีหลอก "

      " ถ้าเราไม่ทำร้ายใคร ไม่ต้องกลัวผีหลอก " ประโยคนี้ ฟังเผินๆ ก็ธรรมดา แต่มันทรงความหมายมาก ถ้าจิตใจเราบริสุทธิ์ ไม่คิดที่จะทำร้ายใคร ก็ไม่ต้องกลัวว่ามีใครจะมาทำร้ายเรา

      ทุกวันนี้คนเรา อยู่ด้วยความหวั่นกลัวไปต่างๆนาๆ หวั่นเรื่องความปลอดภัย ทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แล้วชีวิตจะมีความสงบสุขได้อย่างไร

      ถ้าเราไม่ทำร้ายใคร ก็ไม่ต้องกลัวว่ามีใครจะมาทำร้ายเรา
      ถ้าเราไม่ลักของๆใคร ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครจะมาลักของๆเรา

      เป็นประโยคที่สะท้อน ถึงกฎของกรรม
      และเป็นที่มา ของศีลข้อ ๑ และ ข้อ ๒
Posted by มะเหมี่ยว on 09 Jan. 2006,22:38
อ้างถึง (KiLiN @ 09 มค. 2006,09:51 )
เรื่องราวของพระมหาโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม  ก็เช่นกัน  มีหลายตำนาน หลายเนื้อหา ที่แตกต่างมากบ้าง น้อยบ้าง  แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ จิตใจที่มีเมตตากรุณา กตัญญูอย่างสูง  ซึ่งหาได้ยาก ในปุถุชนทั่วไป


           yin-yang.gif หนูมีความเห็นเป็นไปตามที่คุณคิลินกล่าวไว้นะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นตำนานเล่มไหนก็ตาม สถานที่,เวลาและบุคคลอาจจะแตกต่างกันไปมากบ้าง น้อยบ้าง หรือต่างกันไปเลยโดยสิ้นเชิง

           อย่างหนังสือที่หนูได้อ่าน กับคลิปวีดีโอที่คุณคิลินได้นำเสนอนั้น องค์ประกอบของเรื่องไม่เหมือนกันเลยนะคะ แต่ใจความ สำนวน และแก่นแท้ของเรื่อง เหมือนกันค่ะ  พอได้ชมแล้วไม่เกิดความขัดแย้งใจ หรือความสงสัยใดๆ ในเนื้อเรื่องนะคะ  เพียงแต่เกิดสะดุดนิดนึง ในองค์ประกอบที่แตกต่างค่ะ

           หนูจึงเข้ามาเรียนถามคุณคิลิน เพื่อให้ความรู้ใหม่ที่หนูได้รับจากกระทูนี้ มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นค่ะ yin-yang.gif

           tv_happy123.gif ต่อไปนี้ขอรับชมรับฟังต่อด้วยความประทับใจ อย่างไม่มีข้อสงสัยในความเป็นไปเป็นมาของตำนานแล้วนะคะ  เพราะทุกตำนานของทุกท่านผู้แปล ล้วนแต่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือเตือนสติให้ทุกคนหมั่นทำความดี มีความเพียร รู้คุณ รู้กตัญญู และมีเมตตาค่ะ wave.gif
Posted by KiLiN on 11 Jan. 2006,02:41
.      ระหว่างทางอีเก๋อได้เสียชีวิตลง เมี่ยวซ่านยังคงแน่วแน่ที่จะไปยังที่จุดหมายเพื่อช่วยชีวิตพ่อและพี่ชายต่อไป






(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       แล้วในที่สุดเมี่ยวซ่านก็มาถึงยังที่หมายสุดท้าย เทวดาองค์เดิมปรากฎตัวอีกครั้ง  นางได้ดอกบัวทองไปช่วยชีวิตพ่อและพี่ชายของนางได้สมใจหวัง 

       " เจ้าหวังจะช่วยชีวิตคน ยอมทนทุกข๋ทรมาน ไม่หวั่นต่อความตาย จากดอยต้าเซียนถึงดอยดอกบัว เจ้าเดินทางมาเอง เจ้ามาขอบคุณข้าทำไม เจ้าขอบคุณพระพุทธองค์เถอะนะ " คำกล่าวสุดท้ายของเทวดาองค์นั้น 

       เจ้าเดินทางมาเอง  เรื่องราวความสำเร็จไม่ได้มาจากการอ้อนวอนร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ  หากแต่มาจากความมุ่งมั่นและลงมืออย่างจริงจัง ทำด้วยตนเองอย่างพากเพียร อดทน ไม่กลัวความยากลำบาก
Posted by pilgrim on 11 Jan. 2006,17:10
มาดูหนังด้วยคนค่ะ นับแต่เรื่องเปาบุ้นจิ้นแล้ว ดูเหมือนจะไม่เคยดูหนังจีนแบบนี้อีกเลยค่ะ
แต่นั่นมันก็นานมาแล้วค่ะ
Posted by แมวเหมียว on 12 Jan. 2006,16:54
เพิ่งมีโอกาสมานั่งอ่านธรรมะประกอบกับการดูหนังจีนและฟังเพลงบรรเลงในบรรยายกาศเงียบๆ..ตอนเช้ามืดแบบนี้..รู้สึกดีจังค่ะ  xmas.gif  
ขอบคุณคุณคิลินค่ะthankssign.gif  bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 12 Jan. 2006,21:18
.      วันเวลาผ่านไปเมี่ยวซ่านโตเป็นสาว พ่อบุญธรรม แม่บุญธรรม พี่ชาย ทั้งหมดได้ใช้ชีวิตช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วยเหลือ ชาวดอยต้าเซียน อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ไม่เห็นแก่ตนเอง




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       แม่บุญธรรมที่เลี้ยงเมี่ยวซ่านมาแต่ยังเล็กล้มป่วยเป็นวัณโรค ไอเป็นเลือด พ่อบุญธรรมก็ไม่อยู่ไปรักษาช่วยเหลือชาวบ้าน นางมีตำรายารู้วิธีรักษาแม่ของนาง เพียงแต่องค์ประกอบของยาต้องใช้เลือดในกายของนางเป็นส่วนผสม  นางไม่รีรอที่จะดำเนินการรักษาแม่ของนางในทันที

      คำพูดของเมี่ยวซ่านชี้ให้เห็นถึง ความกตัญญูที่ลูกๆทุกคนควรมีต่อ พ่อแม่ของตน

       " บุญคุณที่ท่านแม่เลี้ยงดูมา ลูกทดแทนไม่หมดหรอก เลือดไม่กี่หยดเอง จะสำคัญอะไรนักหนา "
Posted by KiLiN on 14 Jan. 2006,05:05
สคริปต์ต่อไปเป็นการสนทนา ๓ คนพ่อแม่ลูก เนื่องในใกล้ครบรอบวันเกิดของเมี่ยวซ่าน

       " ท่านแม่..ทุกอย่างที่เราได้รับหน่ะ เป็นแค่อุปโลกขึ้นมาเท่านั้น นอกจากใส่ชุดสวยงามแล้ว เราจะมีความรู้สึกยังไงกับมัน เสื้อผ้าเหล่านี้ ท่านแม่ทำเองกับมือ ถึงแม้มันจะขาดบ้าง แต่ข้าก็ใส่อย่างสบายใจ และพอใจกับมัน หากคนใดยังรู้สึกไม่สบายใจ ก็จะรู้สึกว่า ของของอื่นจะดีกว่าของของเราเอง ถึงจะใส่แพรพรรณมีค่า ลูกจะรู้สึกว่ามันก็ดีแค่ประเดี๋ยวเดียว อีกเดี๋ยวก็จะรู้สึกว่าสีอื่นดีกว่า ไม่เคยมีความเพียงพอ เสื้อผ้าจะดีขนาดไหน ก็ไม่รู้สึกดี ท่านแม่..จะจัดงานวันเกิดให้ลูก ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า พูดจาสังสรรกันให้ดี คิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว "




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by วันดี on 14 Jan. 2006,19:03
ขอบคุณคุณKiLinที่นำมาให้อ่าน  

การได้อ่านเรื่องราวที่อุดมไปด้วยคุณธรรมและความดีงาม  ทำให้จิตใจของเราสูงขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว

ขอบคุณค่ะ
Posted by KiLiN on 17 Jan. 2006,02:01
ชีวิตประจำวันเรามีเรื่องราวมากมาย  ถ้าเราพยายามเข้าหา เลือกสรร เรื่องที่ดีๆ ให้กับจิตใจของเรา ก็คือการสร้างองค์ประกอบที่ดีงามให้กับจิต ทำให้จิตใจเราได้เสพในเรื่องที่ดีๆ เมื่อรับเรื่องที่ดีๆมามาก จิตใจก็จะคิดดี เมื่อคิดดีก็จะพูดดี และทำดี rose.gif
Posted by KiLiN on 17 Jan. 2006,08:34
.       คืนที่เมี่ยวซ่านกรีดเลือดตนเองใส่ในหม้อต้มยาเพื่อรักษาแม่ของนาง นางได้หลับไป และฝันถึงพระพุทธองค์ ในฝันนางได้เห็นความทุกข์ยากต่างๆนาๆในโลกมนุษย์ ได้เห็นถึงการชดใช้กรรมของคนทำบาปในแดนนรก  ทำให้นางตัดสินใจมุ่งมั่นปฏิบัติธรรม รักษาศีล บำเพ็ญบารมีสู่วิถีพระโพธิสัตว์เพื่อช่วยเหลือปลดเปลื้องความทุกข์ให้แก่สัตว์โลก




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by pilgrim on 17 Jan. 2006,18:02
ขอปรบมือให้ค่ะ คุณ KiLin applaud.gif  winkthumb.gif  แต่สงสัยหน่อยว่า ตอนเด็ก ทำไมเมี่ยวซ่านจึงมีนางมารมาตามผจญ และทำร้ายจนบิดาบุญธรรมของนางตกเขาตายล่ะคะ
Posted by KiLiN on 17 Jan. 2006,20:25
.       นางมารร้ายนั้น ไม่เพียงมาผจญเมื่อยังเด็กเท่านั้น แม้โตแล้วก็ยังตามมาผจญ  นางเป็นเจ้ากรรมนายเวรเก่าของเมี่ยวซ่าน สมัยที่เมี่ยวซ่านเป็นเทพอยู่บนสวรรค์ เทพอรหันต์ฉือคัง

       จะว่าไป ก็เทียบได้กับ ที่เวลาจะทำอะไรๆดีๆ ก็มักจะมีมารมาผจญ เทพอรหันต์ฉือคังเห็นความไม่ปกติในโลกมนุษย์ เห็นมนษย์มีแต่ความเห็นแก่ตัว แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ไม่กลัวบาปกรรม ห่างเหินธรรมะ จึงปวารณาตนเองมาเกิด มาบำเพ็ญบารมีถือศีลกินเจ เพื่อเป็นแบบอย่างให้มนุษย์ได้ปฏิบัติตาม โดยจะขอมาเกิดเป็นเพศหญิง เพราะเห็นว่าเพศหญิงไร้ทางออก ถูกกดขี่ทางเพศมาก  มารก็หมายถึงอุปสรรคที่คอยขัดขวางความเจริญ ความตั้งใจทำดี มีทั้งมารจากภายนอกที่คอยขัดขวาง หรือแม้มารในตัวเราเอง ความขี้เกียจ กลัวลำบาก ความรักสบาย  yin-yang.gif
Posted by KiLiN on 18 Jan. 2006,10:10
.       หลังจากเมี่ยวซ่านและอีเก๋อ รู้ความจริงว่า เขาทั้งสองคนไม่ได้เป็นพี่น้องคลานตามกันมา อีเก๋อเริ่มรู้สึกต่อเมี่ยวซ่านเปลี่ยนไป จากพี่น้องก็จะเปลี่ยนไปแบบหนุ่มสาว  เมี่ยวซ่านเองก็มีรู้ความรู้สึกที่ดีต่ออีเก๋อเช่นกัน  แต่..ด้วยปณิธานของเมี่ยวซ่านเอง ในที่สุดนางก็ต้องตัดใจ เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ บำเพ็ญบารมีตั้งมั่นในพระธรรมต่อไป




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 18 Jan. 2006,23:39
แจกันหยก




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 20 Jan. 2006,01:08



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       ลูกชายอุปราชที่คิดขบถ มาดักเมี่ยวซ่านหวังคิดทำร้ายนาง มาลองฟังคำโต้ตอบของบุคคลทั้งสอง

เมี่ยวซ่าน : " กฎหมายของราชสำนักเมี่ยวจวง  พวกเจ้ารู้จักมั้ย "
ลูกชายสกุลฮั่ว : " คำพูดที่บ้านสกุลฮั่วพูด นั่นล่ะคือกฎหมายหล่ะ"
เมี่ยวซ่าน : " เจ้าไม่เคยเห็นกฎหมายในสายตา ฝ่าบาทจัดการเจ้าไม่ได้ แต่พ่อลูกสกุลฮั่วจงจำไว้ กฎธรรมะมีอยู่ทั่วไปไม่ว่าที่ใด เพื่อขจัดอันธพาล ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ขอให้เจ้ากลับตัวกลับใจ ไม่งั้นกรรมจะตามสนองนะ"
Posted by pilgrim on 20 Jan. 2006,20:02
คุณ KiLin คะ ทำไม อีเก๋อถึงกระโดดลงไปในสระล่ะคะ

เนื้อเรื่องน่าติดตามนะคะ ดูแล้วสนุกดีค่ะ ชอบตรงที่คุณ KiLin ยกบทสนทนาเด่นๆมาให้ดูด้วย
ขอบคุณมากค่ะ smile.gif
Posted by KiLiN on 20 Jan. 2006,22:17
.      อีเก๋อหลังจากรู้ความจริงว่า เมี่ยวซ่านไม่ใช่พี่น้องร่วมท้องเดียวกันที่คลานตามกันมา แท้จริงสถานะของเมี่ยวซ่านก็คือองค์หญิงสาม ก็เกิดมี ๒ ความรู้สึกขึ้น หนึ่งก็รู้สึกมีความสนใจผูกพันธ์กับเมี่ยวซ่านอย่างหนุ่มสาว ซึ่งก็คงไม่สมหวัง ด้วยเพราะเมี่ยวซ่านตั้งมั่นที่จะเดินในทางธรรมอย่างแน่วแน่ อีกหนึ่งก็ห่วงว่าสักวันหนึ่งเมี่ยวซ่านก็ต้องจากไป ทำให้ตนเองเริ่มหงอยเหงาเศร้าซึม 

      เหตุการณ์ก่อนที่อีเก๋อจะกระโดดลงสระ เขาปลีกตัวออกจากชุมชน ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานในงานรื่นเริงของหมู่บ้าน เมี่ยวซ่านพบเห็นเข้า ก็เข้าไปปลอบโยน แต่อีเก๋อ ยังคงแสร้งเป็นหลับ เมี่ยวซ่านจะแหย่อย่างไร ก็ทำเป็นไม่รู้สึก เมี่ยวซ่านเองก็ให้รู้สึกสะท้อนใจไม่น้อย

      แต่พอดีมีเหตุการณ์ดาวตก ตกลงไปในสระน้ำ นางก็เลยปลุกให้อีเก๋อตื่นมาดู อีเก๋ออยากแสดงถึงความรู้สึกที่เขามีต่อเมี่ยวซ่านว่ามีมากแค่ไหน ถึงขนาดพูดว่า แม้ดวงดาว ดวงอาทิตย์ ถ้าเมี่ยวซ่านต้องการ เขาก็จะไปไขว่คว้าหามาให้ เขาถามเมี่ยวซ่านว่า นางต้องการดาวตกนั้นใช่มั้ย ว่าแล้วเขาก็กระโดดลงสระ อย่างไม่ใส่ใจต่อเสียงผู้คนที่กำลังวิจารณ์กันเซ็งแซ่ ว่าในสระนั้นอันตรายมากแค่ไหน

      บทสนทนาที่ยกมาให้ดูนั้น ผมต้องการเน้นให้เห็นถึงคุณค่าที่มีอยู่ในบทภาพยนตร์ คนส่วนใหญ่ เมื่อดูหนังก็จะจับที่เนื้อเรื่อง ก็จะไม่ได้ใส่ใจต่อคำพูด บทเหล่านี้สักเท่าไร  เหมือนภาพยนตร์เรื่องนี้ คนดูก็จะดูว่า ความเป็นมาของเจ้าแม่กวนอิมเป็นมาอย่างไร มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกันบ้างอย่างไร แต่..ผมจะดูว่า จิตใจของเจ้าแม่กวนอิมซึ่งท่านเป็นพระโพธิสัตว์นั้น เป็นอย่างไร อะไรคือความต่าง ระหว่างคนธรรมดาสามัญกับพระโพธิสัตว์

      การดูแล้วจับความที่เนื้อเรื่องก็คือการเก็บเกี่ยวสิ่งที่เป็นปรากฎการณ์สิ่งที่เป็นผล  ซึ่งก็ได้แต่รับรู้ ได้แต่ความเพลิดเพลินสนุกสนาน ไม่ได้ก่อเกิดมรรคผลใดๆที่มากกว่านั้นต่อตัวเราเอง ส่วนการพยายามเก็บรับถึงเนื้อแท้ ซึ่งเป็นมูลเหตุเป็นที่มา เป็นองค์ประกอบภายใน ที่ทำให้เกิดบุคคลนั้นๆ เรื่องราวนั้นๆ คือความพยายามจะเข้าถึงเหตุ มากกว่าแค่รับรู้แต่ผลลัพธ์ เพราะถ้าเราเข้าถึงเหตุได้ เราก็จะเข้าใจได้ถึงแก่น นั่นก็หมายถึงเราเอง ก็สามารถสร้างเหตุนั้นๆได้เอง อีกเหมือนกัน
Posted by pilgrim on 22 Jan. 2006,12:06
ขอบคุณมากค่ะ คุณ KiLin สำหรับคำอธิบายที่แฝงไปด้วยเชิงธรรมะอย่างยอดเยี่ยม  

ดูเรื่องนี้แล้วได้บรรยากาศเหมือนนั่งดูทีวีที่เมืองไทยมากเลย ชอบค่ะ

แล้วหญิงสาวในชุดเสื้อคลุมแดงเป็นใครคะ (ถามอีกแล้ว) smash.gif
Posted by KiLiN on 28 Jan. 2006,10:35
.      วันที่เมี่ยวซ่านเข้าเมืองเพื่อไปซื้อผ้าเนื่องในวันเกิดของเมี่ยวซ่าน ได้ไปเจอกับลูกชายอุปราชฮั่ว เขาคิดจะลวนลามเมี่ยวซ่าน กวนหลินหญิงสาวเสื้อคลุมแดงกับพี่ชายของเขามีวิทยายุทธได้เข้ามาช่วย จนเกิดการต่อสู้กัน กวนหลินได้ซัดลูกดอกทำร้ายลูกชายอุปราชฮั่ว  เขาจึงตามมาเพื่อจะมาคิดบัญชีนาง  แต่พี่ชายของกวนหลินก็ได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองจึงตามเมี่ยวซ่านและพ่อของเมี่ยวซ่าน มาดอยต้าเซียน เพื่อรับการรักษา smile.gif
Posted by KiLiN on 30 Jan. 2006,05:34
       อุปราชฮั่วร่วมมือกับนางมาร ใช้เวทย์มนต์ทำให้เกิดเชื้อโรคระบาดต่อชาวดอยต้าเซียน ทำให้ผู้คนล้มป่วย ตาย เมี่ยวซ่านและพ่อของนางต้องหาทางช่วยดอยต้าเซียนอย่างสุดกำลัง 




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


      จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เมี่ยวซ่านได้ช่วยเหลือเด็กหนุ่มชื่อ ส้านไฉ ให้รอดชีวิตมาได้ ขณะที่แม่ของเขาเสียชีวิต เมี่ยวซ่านจึงรับเขามาอยู่ด้วย ต่อไปเด็กหนุ่มคนนี้ได้ขอเป็นศิษย์ของเมี่ยวซ่าน และเขาก็คือเด็กชายที่ยืนอยู่เคียงข้าง ซ้ายมือของเจ้าแม่กวนอิมในเวลาต่อมา
Posted by KiLiN on 31 Jan. 2006,20:37
.       เมื่อยังทำอะไรเมี่ยวซ่านไม่ได้ อุปราชฮั่วก็กลับมาใช้วิธีเพ็จทูลไทเฮา ปั่นหัวไทเฮาอีก เพื่อใช้วิธีปลอมพระราชโองการของฮ่องเต้ ไปนำเมี่ยวซ่านเข้าวัง




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       การจะจากไปของเมี่ยวซ่าน ทำให้ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัย แม้แต่ชาวบ้านก็อาลัยอาวรณ์มาออกัน เพราะเมี่ยวซ่านเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน

       เมี่ยวซ่านได้กล่าวว่า " พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ทองคำแท้ไม่กลัวเพลิงเผา มีพุทธองค์คุ้มครองอะไรก็ทำร้ายไม่ได้ "

       นึกถึงบทโศลกที่มีความหมายคล้ายกันที่ว่า    
                   เหล็กแท้..........ไม่กลัวการทุบตี
                   ทองแท้...........ไม่กลัวการเผาไฟ
                   เพชรแท้..........ไม่กลัวการเจียระไน
                   คนดีแท้ๆ.........ไม่กลัวการพิสูจน์

Posted by pilgrim on 01 Feb. 2006,15:32
คติธรรม ตรงนี้ดีจริงๆค่ะ  
จะว่าไปแล้ว บทหนังเรื่องนี้ ดีมากๆเลย แต่ละตอนเต็มไปด้วยธรรมะสอนใจตลอด applaud.gif

ฤทธิ์ของมารก็ร้ายน่าดูค่ะ ic-14.gif

นักแสดงที่เล่นเป็นเมี่ยวซ่าน หน้าตาสวย สงบมากนะคะ เขาเลือกตัวแสดงได้ดีมาก again.gif
Posted by KiLiN on 02 Feb. 2006,22:25
.      การทำสิ่งใดให้สำเร็จขึ้นอยู่กับความรักความศรัทธาในสิ่งนั้นเป็นเบื้องต้น สิ่งที่เมี่ยวซ่านมีก็คือ ความรักความศรัทธาต่อสิ่งที่ดีงาม เชื่อมั่น และแน่วแน่ต่อความดีงามนั้น




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       คนของอุปราชฮั่วนำตัวเมี่ยวซ่านไปกักขังไว้ในวัดแห่งหนึ่ง เพื่อหาโอกาสกำจัดเมี่ยวซ่านเสีย
Posted by KiLiN on 03 Feb. 2006,22:05
.      แม่ชีเจ้าอาวาสของวัดเห็นว่าเมี่ยวซ่านเป็นถึงองค์หญิง ก็คอยเข้ามาปฏิบัติดูแลนาง  เมี่ยวซ่านจึงกล่าวว่า

       "........ฐานะองค์หญิงก็ไม่ต่างจากหญิงสามัญชนเลยสักนิดเดียว วิญญาณดวงนึงต้องเกิดใหม่เป็นมนุษย์ การเกิดมาในโลกมนุษย์นับว่ามีวาสนาพอแล้ว ชาตินี้ร่างกายไร้อิสระ แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือผลกรรม ไม่ว่าจะเกิดเป็นลูกเจ้า ลูกแผ่นดิน ขุนนางผู้ใหญ่ สามัญชนก็ตาม ก็มีฐานะไม่ต่างกัน ถ้าไร้ความขยัน ยากพบความสำเร็จ ละโมภจนลืมบาป ยึดของผู้อื่นเป็นของตน ทำให้ผู้อื่นชอกช้ำใจ คนชนิดเนี้ยผลกรรมต้องตามสนองในเร็ววัน ถ้าหากหนีพ้นเวรกรรม ชาติหน้าก็ต้องรับอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นควรต้องยึดถือธรรมะ เพื่อให้คนผู้นั้นเอาการปฏิบัติธรรมมากล่อมเกลาจิตใจ จนมีบุญญาธิการมีผลบุญทำให้สุขใจอย่างแท้จริง ความสุขกายภายนอก ใช่สุขที่แท้จริง การขยันหมั่นเพียร ใช่เป็นความทุกข์ ทุกข์ในโลกมนุษย์ ก็จะอยู่ที่ผู้ที่ไม่รู้จักปล่อยวาง ไม่รู้จักเพียงพอ ใจเกิดความละโมภ ในใจไร้ความยุติธรรม........"




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 06 Feb. 2006,22:00
.      ในที่สุดเมี่ยวซ่านก็เริ่มรู้ความจริงว่า การรับนางมาเที่ยวนี้ แท้จริงเป็นเพียงกลลวงของอุปราชฮั่ว




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 08 Feb. 2006,05:11
.      เมี่ยวซ่านได้พิสูจน์ ความเป็น " ทองคำแท้ไม่กลัวเพลิงเผา "ของนาง เพียงไม่กี่วัน จากคำใส่ไคล้ป้ายร้ายสีต่างๆนาๆที่มีต่อเมี่ยวซ่าน  สาวใช้ที่อุปราชฮั่ว ส่งมาเฝ้าประกบได้กลายเป็นพวกของเมี่ยวซ่านไปเรียบร้อย

       อีกด้านหนึ่งภายในวัง ฮ่องเต้ก็เริ่มระแคะระคายว่า มีการปลอมแปลงพระราชโองการของพระองค์ นำเมี่ยวซ่านมากักขังไว้ในวัด แต่พระองค์ก็ทำอะไรไม่ถนัด ติดขัดที่มีไทเฮาร่วมการนั้นด้วย จึงได้แต่ส่งองค์รักษ์หลอปิง บุคคลที่เคยช่วยคุ้มกันให้อีมา(แม่ที่เลี้ยงดูเมี่ยวซ่าน) พาเมี่ยวซ่านหนีเมื่อในอดีต  มาช่วยคุ้มกันภายในวัด ...แต่ก็ไร้ผล เนื่องจากถูกคำสั่ง สั่งทับจากไทเฮา ให้คนของอุปราชมาคุ้มกันแทน

      สถานการณ์เริ่มเข้มงวดขึ้น ไม่ต้องแต่งหน้าฉากกันอีกต่อไป คนของอุปราชโดยอาศัยไทเฮาเป็นเครื่องมือ พยายามเร่งวันเร่งคืน หาทางกำจัดเมี่ยวซ่านให้ได้

      เรามาดู " ทองแท้ไม่กลัวการเผาไฟ " กันในตอนต่อไป




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 10 Feb. 2006,08:13
.      คุณชายฮั่วกับกุ้ยเหลียงวางแผนการณ์ชั่วร้าย หวังมอมยาเมี่ยวซ่าน แต่หลงหนี่สาวใช้ที่ถูกส่งมาประกบเมี่ยวซ่าน ซึ่งตอนนี้ได้เป็นพวกของเมี่ยวซ่านไปเรียบร้อย พอจะรู้ทางเรื่องนี้ดี จึงอาศัยความสามารถเฉพาะตัวแอบสลับถ้วยชา ทำให้คุณชายฮั่วเป็นฝ่ายกินยาที่ตนหวังมามอมยาไปแทน




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 17 Feb. 2006,02:04
.      ในที่สุดหลงนี่ก็ขอสมัครเป็นศิษย์ขอติดตามเมี่ยวซ่านปฏิบัติธรรม

       เมื่อวางยาเมี่ยวซ่านยังไม่สำเร็จ กุ้ยเหลียงก็ยังไม่ยอมลดละ ยังคงหาวิธีต่างๆนาๆ เพื่อจะกลั่นแกล้งกำจัดเมี่ยวซ่านให้ได้




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by แมวเหมียว on 17 Feb. 2006,17:07
อ้างถึง (KiLiN @ 16 กพ. 2006,14:04)
.     

 ในที่สุดหลงนี่ก็ขอสมัครเป็นศิษย์ขอติดตามเมี่ยวซ่านปฏิบัติธรรม

      

หลงนี่ หรือหลงพี่ คะ ic-14.gif  couch.gif

อ้อ... ค่ะๆ.. ดูหนังอย่างเดียว..ไม่พูด..ไม่แซวแล้วค่ะ laugh1.gif  

  bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 21 Feb. 2006,06:38
.      กุ้ยเหลียงใช้วิธีบีบคั้นอย่างสุดๆ แต่เมี่ยวซ่านก็ไม่ตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น ใช้ขันติความอดกลั้นอย่างยิ่ง ถือว่าเมื่อมีกรรมก็ต้องชดใช้ จนกว่าจะหมดเวรกรรม ขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็นการฝึกฝนตนเองไปในตัว ถ้าเทียบกับคนทั่วไปก็คงตอบโต้อย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว ที่ทำได้อย่างนี้เพราะมีอุดมการณ์ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า

       " .....เมี่ยวซ่านยังมีเวรกรรม ต้องทนทุกข์นี้ให้ได้ ในใจมีพระต้องไม่ท้อถอย ที่ข้าทำเช่นนี้ทุกวัน มิใช่ข้าจะยอมแพ้พวกเขา แต่กลับเห็นความลำบากนี้ เป็นวิธีเพียรปฏิบัติธรรม ฝึกฝนตนเองท่ามกลางความทุกข์ ข้าหมายมั่นว่าจะปฏิบัติจนสำเร็จ อันเป็นความต้องการของมวลมนุษย์ โลกนี้มีเรื่องไร้ยุติธรรมมากมาย ขุนนางโกงกินรังแกราษฎรมีอยู่มาก คนใจโฉดชั่ว ทำแต่เรื่องเลวร้าย ชอบก่อกรรมทำเข็ญ คนที่มีจิตใจเมตตาในโลกนี้ช่างเอาความทุกข์มามากเหลือเกิน ข้าพร้อมปฏิบัติให้สำเร็จเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้พ้นจากห้วงแห่งกรรม...."




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 23 Feb. 2006,08:53
.      เมื่อยังไม่ได้ผล ที่สุดกุ้ยเหลียงก็ใช้วิธีอำมหิต ใช้ไฟครอกเผาทั้งเป็น




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       ชาวบ้านดอยต้าเซียน เห็นเมี่ยวซ่านเข้าเมืองหลวงมาหลายวัน ก็เข้าเมืองมาติดตามข่าวคราว พอรู้ว่าเป็นการหลอกลวง ก็พยายามหาจังหวะเข้ามาช่วยเหลือเมี่ยวซ่าน 

       ได้ช่วยเมี่ยวซ่านหนีออกไป แต่เอากุ้ยเหลียงมาขังแทน กรรมจึงตามสนองกุ้ยเหลียงถูกไฟครอกตาย
Posted by KiLiN on 23 Feb. 2006,21:51
.      คนมีปัญญารู้จักเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส มาดูคำสนทนาระหว่างเมี่ยวซ่าน กับแม่บุญธรรมของนางในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

       อีมาแม่ของเมี่ยวซ่าน พูดตำหนิตนเองว่า
       " คนของจวนฮั่วนี่ โหดร้ายจริงๆ เมี่ยวซ่าน ลูกทนได้ยังไง ตอนนั้นนะ คงต้องโทษแม่ที่ไปเชื่อคำพูดของเขา ทำให้ลูกต้องตกไปอยู่ในหลุมพรางของพวกเขาแบบนั้นหน่ะ "

       เมี่ยวซ่านพูดอธิบายว่า
       "ท่านแม่  อย่าพูดอย่างนี้ซิ ลูกก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วนี่  มีพลัดพรากก็ต้องมีพบกัน ได้อยู่วัดไป๋เชอะคราวนี้ ซือไท่เสียนเจินให้ตำราสวดมนต์มา ๑๐ เล่ม ทนทุกข์แค่เดือนเดียว ได้รับสัจจธรรมมากมาย ได้ธรรมะกล่อมเกลาปฏิบัติเต็มทื่ ท่านแม่ท่านว่านี่เป็นบุญหรือเป็นกรรมกันแน่หล่ะ.."

       คำพูดของเมี่ยวซ่าน " มีพลัดพรากก็ต้องมีพบกัน "  พลัดพรากกับพบกัน มันเป็นของคู่กัน เมื่อมีสิ่งหนึ่งก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่ต้องมีอีกสิ่ง 

       นี่เป็นบุญหรือเป็นกรรมกันแน่หล่ะ จะเป็นบุญหรือเป็นกรรม ที่สุดขึ้นกับปัญญาของแต่ละบุคคล พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เกิดปัญญา ปัญญาทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนเองได้ในทุกสภาวะ




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       "....หลังจากที่ผ่านเรื่องเลวร้ายมาแล้ว รู้สึกจิตใจมนุษย์ยากจะหยั่งนัก ตอนนี้ยึดถือในรสพระธรรม อยากจะขอปฏิบัติในดอยต้าเซียนที่สงบนี้ ให้บรรลุมรรคผล และจะได้เผยแพร่ธรรมะให้แก่ชนรุ่นหลัง เพื่อให้มวลมนุษย์ได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม"
Posted by KiLiN on 25 Feb. 2006,04:36
.      เมี่ยวซ่าน หลงหนี่ ส้านไฉ ทั้งสามได้ชวนกันไปหาที่สงบปฏิบัติธรรม




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 26 Feb. 2006,22:35
.      การบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมของเมี่ยวซ่านและศิษย์ได้ลุล่วงก้าวหน้าไปมาก




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 28 Feb. 2006,07:36
.      ทางด้านในวัง หลังจากที่เมี่ยวซ่านรอดชีวิตกลับมาแล้ว และการที่กุ้ยเหลียงถูกไฟครอกตาย ต่างเข้าใจว่าเป็นเมี่ยวซ่าน แม่ชีเจ้าอาวาสของวัดได้เข้าวัง รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฮ่องเต้และฮองเฮารู้เข้าเสียใจ ถึงกับล้มป่วยหนัก ฮองเฮาเสียสติ ฮ่องเต้ตาบอด หมอหลวงในวังทั้งหมด หมดปัญญาที่จะรักษาได้ ที่สุดต้องปิดประกาศหาผู้มารักษา

       อีเก๋อร้อนใจปิดได้ไม่นาน ก็นำข่าวมาบอกเมี่ยวซ่าน ทันทีที่เมี่ยวซ่านรู้ นางตัดสินใจเข้าวังเพื่อช่วยพ่อแม่บังเกิดเกล้าทันที อีเก๋อจะทัดทานห้ามปรามหรือขอไปด้วยอย่างไร ก็ไม่เป็นผล

".......ข้าสมควรไปช่วยพระองค์  มิหนำซ้ำยังช่วยผู้ให้กำเนิดด้วย
...........ข้าสมควรไป ถึงจะมีอันตรายเพียงใด ข้าก็ต้องไป "





(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


       ช่วยสัตว์โลกเป็นหน้าที่ของข้า คำพูดนี้บ่งบอกถึงจิตใจความเป็นพระโพธิสัตว์ในตัวของนางได้เป็นอย่างดี
       ข้าสมควรไป ถึงจะมีอันตรายเพียงใด ข้าก็ต้องไป คำพูดที่หนักแน่นในการกระทำ ตัดสินใจในสิ่งที่สมควรทำ ไม่ได้ตัดสินใจภายใต้ความความอยากได้ อยากดี อยากสบาย โดยส่วนตัว

       ประโยคสองประโยคนี้สอดรับกันอย่างดียิ่ง 
       ถ้าเพียงเมี่ยวซ่านลังเล เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนที่ใกล้จะบรรลุมรรคผล กลัวอันตรายข้างหน้าถ้าเข้าวังไปช่วยพ่อแม่บังเกิดเกล้าของตน ประโยคแรกก็ไม่มีความหมายใดๆ และนั่นก็หมายถึงว่า มรรคผลที่เมี่ยวซ่านมุ่งหวังก็เป็นอันพับไป
       เหตุเพราะแม้คุณธรรมเบื้องต้น ก็ยังละเลย แล้วจะหวังคุณธรรมที่สูงกว่า จะเป็นไปได้อย่างไร

       ตอนต่อไปหลังจากนี้ จะเป็นตอนไคลแม็กส์ของเรื่อง เป็นตอนที่มาที่ทำให้ผมนำภาพยนต์เรื่องนี้มาทำเป็นสคริปต์เผยแพร่
Posted by KiLiN on 04 Mar. 2006,04:17
เมี่ยวซ่านเข้าวัง
       เมี่ยวซ่านปกปิดฐานะที่แท้จริงของนาง ไม่มีใครรู้ว่านางคือองค์หญิงสาม


" ....ปกติโรคประหลาดจะมีสมมุติฐาน การรักษาโรคชนิดนี้ 
ใช่จะขึ้นกับความสามารถ แต่อาศัยคำว่า วาสนา เพียงคำเดียว 
ถ้าไร้วาสนาจะเสียแรงเปล่า มีวาสนาก็รักษาโรคหาย "


เมี่ยวซ่านเข้าพบฮ่องเต้ ใจสะท้านจะได้พบพ่อผู้บังเกิดเกล้า






ฮ่องเต้ตาบอด


เมี่ยวซ่านเห็นสภาพของพ่อบังเกิดเกล้า แทบกลั้นอารมณ์ไม่อยู่


ฮองเฮาหรือแม่บังเกิดเกล้า ก็มีสภาพไม่ต่างกัน 
นางตาเหม่อลอยเสียสติ


ทำการรักษา





(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by sweet lemon on 04 Mar. 2006,11:41
เอ่อ...ถ้าไม่มีธุระมาก..กรุณามาต่อนะค่ะ...กะลังลุ้นอ่ะ...  bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 04 Mar. 2006,20:52
ติดใจละซีท่า tv_happy123.gif

       แต่อย่าดูจับความแต่เนื้อหานะครับ อยากให้ได้ในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกด้วย คือแยกแยะอารมณ์และความรู้สึกเปรียบเทียบระหว่างสิ่งที่เมี่ยวซ่านเป็นเทียบกับคนทั่วไป อย่างละเอียด เพื่อเข้าถึงสภาวะของจิตใจ แล้วเราจะรู้ว่าทำไมเมี่ยวซ่านจึงเป็นเจ้าแม่กวนอิม แล้วเราจะรู้ว่าจิตใจ อุดมการณ์ของพระโพธิสัตว์นั้น เป็นอย่างไร  tinyrose.gif

       การนำภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงออกเวบ ค่อนข้างกินพื้นที่มาก ต้องบีบอัดข้อมูล ลดขนาดของจอภาพลง แต่ก็ยังต้องรักษาคุณภาพของภาพและเสียงที่มีคุณภาพให้พอดูได้ พอฟังเสียงได้ชัด ถ้าเป็นภาพยนตร์ทั่วๆไป ที่ให้แต่ความบันเทิง ไม่ได้ให้สาระมากมาย ก็คงไม่จูงใจให้ผมนำขึ้นเวบ เพราะกว่าจะคิดหาวิธีได้ ว่าทำยังไง (แกะเอา ไม่ได้มีความรู้กับมันโดยตรง)

       แล้วจะพยายามหาเวลาทำและโพสต์ให้เร็วขึ้นนะครับ ผมทำตอนก็ขึ้นตอน ไปตัดต่อเอาจาก VCD อีกที เลือกว่าจะเอาตรงไหนมาทำ แล้วก็ต้องบีบอัดมันอีกที พอมาทำอย่างนี้ เท่ากับก็ได้ดูได้ศึกษามันได้ละเอียดยิ่งขึ้น ตั้งใจว่าหลังจากจบเวอร์ชั่นของไต้หวันแล้ว ยังจะเอาเวอร์ชั่นของฮ่องกงหนังชุด และเวอร์ชั่นหนังโรงของชอว์บราเดอร์ในอดีตมาลงอีกด้วย

       การศึกษาจิตใจของพระโพธิสัตว์ ก็คือการศึกษาเพื่อเข้าถึงแก่นของพุทธ เพราะพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องผ่านการบำเพ็ญแบบพระโพธิสัตว์มาก่อน

       ก็ขอให้ทุกท่านได้รับสาระจากเรื่องราวที่โพสต์นอกเหนือจากความบันเทิงนะครับ ขอให้มีดวงตาเห็นธรรมและเจริญในธรรมกันทุกๆคนนะครับ flo_1.gif greet.gif
Posted by KiLiN on 05 Mar. 2006,10:46
เหตุการณ์ต่อไป องค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรองเข้ามา


เมี่ยวซ่านจ้องมองพี่สาวของตนเอง


เมี่ยวซ่านชี้แจงถึงตัวยาที่จะใช้รักษาฮ่องเต้และฮองเฮาต้องอาศัยชิ้นเนื้อของผู้เป็นลูก 
ขอให้องค์หญิงทั้งสองเสียสละชิ้นเนื้อเพื่อรักษาผู้เป็นพ่อแม่


องค์หญิงทั้งสองอิดออด โย้กโย้ ต่างๆนาๆ ไม่ทรงยินยอม


เมี่ยวซ่านจึงกล่าวสอนว่า....
" มนุษย์เราพ่อแม่ให้กำเนิด เลือดเนื้อพ่อแม่เป็นผู้ให้ 
การเอาเลือดเนื้อมารักษาอาการป่วยของพ่อแม่ เกิดเป็นลูกก็ควรจะยินยอมพร้อมใจ 
วรกายที่สูงศักดิ์ขององค์หญิงใครเป็นผู้ให้ล่ะ มีฐานันดรศักด์มาตั้งหลายสิบปี อาศัยใคร 
คนเราเกิดมาต้องรู้กตัญญู ฝ่าบาทและฮองเฮาตอนนี้ต้องการแค่เนื้อองค์หญิงเท่านั้นเอง 
องค์หญิงแค่ทรงทนทุกข์ชั่วครู่ หรือว่าจะยังทรงไม่ยินยอมอีก "



ที่สุดเมี่ยวซ่านต้องเป็นฝ่ายตัดชิ้นเนื้อของตนเอง












(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 07 Mar. 2006,02:15
เมี่ยวซ่านและศิษย์รอฟังข่าวผลการรักษาอยู่ที่ห้องพัก



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 09 Mar. 2006,02:17
.      เมี่ยวซ่านตัดชิ้นเนื้อของตนเอง เพื่อทำเป็นน้ำแกงให้ฮ่องเต้และฮองเฮาเสวย ระหว่างที่ตัดชิ้นเนื้อและเลือดที่หยดลงชาม กลิ่นหอมได้โชยไปทั่วท้องพระโรง จนทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นแปลกใจกันไปตามๆ

       รุ่งขึ้นอาการของฮ่องเต้และฮองเฮาก็หายเป็นปกติ ฮ่องเต้จะปูนบำเหน็จเป็นทรัพย์สมบัติอย่างไร เมี่ยวซ่านก็ไม่รับ แต่...สุดท้ายเมี่ยวซ่านได้ขออย่างหนึ่งจากฮ่องเต้และฮองเฮาเป็นรางวัลแทน มาดูกันว่าเมี่ยวซ่านขออะไร










       สิ่งที่เมี่ยวซ่านขอ คนที่เป็นลูกกำพร้าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ดี ความรัก ความระลึกถึง บุญคุณของพ่อแม่ที่ให้บังเกิดลูก 

" หม่อมฉัน กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก บัดนี้สามารถรักษาฝ่าบาทได้ ได้แต่มองฝ่าบาทอย่างตั้งใจ ขอให้หม่อมฉันได้คุกเข่าต่อพระพักตร์ทั้งสองพระองค์สักครั้ง เพื่อทำให้หม่อมฉันเหมือนดังขอบคุณพ่อแม่ของหม่อมฉัน......
หากมีบุญวาสนา หม่อมฉันขอยืมวรกายทั้ง ๒ พระองค์ ที่จะทำให้หม่อมฉัน คลายความระลึกถึงพ่อแม่ได้ สิ่งนี้เป็นรางวัลที่หม่อมฉันปรารถนาที่สุด"



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 10 Mar. 2006,12:04
สถานะการณ์แปรเปลี่ยน ฐานะที่แท้จริงของเมี่ยวซ่านถูกเปิดเผย ทุกฝ่ายต่างรู้ว่า เมี่ยวซ่านคือองค์หญิงสามซึ่งยังไม่ตาย








(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by pilgrim on 11 Mar. 2006,19:01
คุณคิลินคะ
ตอนที่พ่อ แม่ ลูกและย่า พบกันนี้ ดูแล้วสะเทือนใจมากเลยค่ะ สายตาของไทเฮาผู้เป็นย่า สื่อถึงความปวดร้าว และเสียใจได้อย่างลึกซึ้ง

พิลรู้สึกว่า กรรมของมนุษย์นี้ สลับซับซ้อนนะคะ มันสั่งสมมากี่ภพกี่ชาติแล้วไม่รู้  เราต้องอดทนแต่ละช่วงแต่ละตอน เพื่อสร้างผลบุญให้น้อมนำชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า พ้นทุกข์เพราะความเพียร จริงๆเลยค่ะ
ขอบคุณคุณคิลินมากๆเลยค่ะ สำหรับสิ่งดีๆและข้อคิดจากธรรมะอันลึกซึ้ง ถ้าดูเองจากในหนัง ยังไม่รู้ว่าจะสกัดแก่นออกมาได้อย่างนี้หรือเปล่า เพราะบางครั้ง เราก็ดูเพื่อความสนุกเพลิดเพลินไปเรื่อยๆ

อยากให้คนที่เรารักหลายๆคนได้ดูและคิดตามไปด้วยจังเลย
โดยเฉพาะบทที่เกี่ยวกับความรัก ทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพราก การสร้างความเพียร ที่ต้องแลกมาด้วยความยากลำบาก และเสียสละอะไรหลายๆอย่าง และความรู้สึก "ขาด" ความอบอุ่นที่อยู่ในใจของแต่ละผู้ละคน การเสียสละเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข พ้นทุกข์ และความกตัญญู

พิลขออนุโมทนาผลบุญที่คุณคิลินได้กระทำครั้งนี้ด้วยค่ะ
Posted by KiLiN on 12 Mar. 2006,10:28
ครับ ขอบคุณครับคุณพิล

ดีใจที่คุณพิลได้อะไรๆ มากกว่าความเพลิดเพลินของเรื่อง ฉากนี้ดูแล้วสะเทือนใจมาก  ผมดูทีไรก็น้ำตาซึมทีนั้น ฉากแสดงถึงอารมณ์ความรัก ความรู้สึก ความกตัญญู ความผูกพัน  ของเมี่ยวซ่านกับพ่อแม่บังเกิดเกล้าของตน  แม้ว่าจะไม่ได้เลี้ยงดูนางเลย แต่เมี่ยวซ่านก็กตัญญูต่อพ่อแม่ของตนอย่างยิ่ง ยอมเสี่ยงอันตรายเข้ามาเพื่อรักษาพ่อแม่ของตน ยอมเฉือนเนื้อของตนเพื่อทำเป็นยารักษา นางต้องปิดบังสถานะที่แท้จริงของนาง แต่นางก็ไม่สามารถเก็บงำความรู้สึกของนางได้ เมื่อรู้ว่าต่อหน้าของนาง ก็คือพ่อแม่บังเกิดเกล้า พี่สาวแท้ๆที่คลานตามกันมา นัยตาของเมี่ยวซ่านขณะซบที่อกแม่ของนาง แสดงถึงอารมณ์ผูกพัน โหยหา อย่างยิ่ง จนแม่ของนางแม้ว่ายังไม่รู้สถานะที่แท้จริงอันนั้น ก็รู้สึกสัมผัสได้ จึงเอ่ยปากจะขอเป็นแม่บุญธรรมของนาง

ภาพยนตร์ยังแสดงถึงความแตกต่าง ระหว่างการกตัญญูที่เมี่ยวซ่านมี กับที่พี่สาวของนางมี  พี่สาวของนางได้รับการเลี้ยงดู ได้ยศศักดิ์ ได้ทุกสิ่งทุกอย่างจากพ่อแม่ของตน มีชีวิตที่สุขสบายยิ่ง แต่ไม่มีสำนึกไม่รู้จักกตัญญูตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ของตน ไม่ยินยอมเฉือนเนื้อของตน แต่เมี่ยวซ่าน ฮ่องเต้และฮองเฮาได้เพียงแค่ให้กำเนิดนางเท่านั้น ไม่ได้เลี้ยงดูใดๆ แม้แต่น้อย แต่เมี่ยวซ่านกลับแสดงความกตัญญูอย่างยิ่ง

หันกลับมามองสังคมชีวิตจริง  คนเราสมัยนี้มีความกตัญญูกับพ่อแม่เพียงใด ยิ่งเด็กรุ่นหลังๆ ยิ่งแล้ว เราอย่าปล่อยให้เขาแสดงความไม่กตัญญู ความก้าวร้าวต่อพ่อแม่ ต่อบุพการี ผู้มีพระคุณของตน เพราะนั่นคือตราบาปของเขา ชีวิตเขาจะเจริญไปไม่ได้ ถ้าขาดซึ่งคุณธรรมขั้นต้น  ถ้าแม้คุณธรรมเพียงขั้นต้นก็ไม่มี ไม่ผ่านเสียแล้ว แล้วจะไปหวังคุณธรรมใดๆ ได้อีก

ถ้าใครเคยเลี้ยงหมา จะรู้ว่า หมาเป็นสัตว์ที่มีความกตัญญูต่อเจ้าของอย่างยิ่ง เจ้าของจะตี จะดุมันอย่างไร มันก็ยอมทุกอย่าง จะไม่มีทางทำร้ายเจ้าของมันเป็นอันขาด

แล้วเราเป็นคน เราจะดีกว่าหมาหรือแย่กว่าหมา ถ้าแย่กว่าหมา อาจบางที ชาติต่อไป ต้องไปเกิดเป็นหมา เพื่อฝึกให้รู้จักความกตัญญูก่อน ถึงจะมีสิทธิ์กลับมาเกิดเป็นคนอีก ถ้าใครอยากเกิดเป็นหมา ก็จงไม่กตัญญูเข้าไว้เถิด
Posted by มะเหมี่ยว on 12 Mar. 2006,10:47
winkthumb.gif  tv_happy123.gif  

yin-yang.gif  bowsdown.gif  smile.gif
Posted by KiLiN on 13 Mar. 2006,20:56
อุปราชฮั่ว และราชครูปฏิบัติการสร้างความชั่วต่อ ใช้เล่ห์เพทุบายจนในที่สุดไทเฮา ก็หลงติดกับอีกครั้ง ออกคำสั่งให้ฆ่าเมี่ยวซ่านอีก แต่เที่ยวนี้ฮองเฮาทำหน้าที่เป็นแม่ไก่ ออกมาปกป้องเต็มที่




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by add on 14 Mar. 2006,10:11
ว้า..น่าสงสารจัง  ถูกใส่ร้ายอีกแล้วเหรอ  ลุ้นๆ  crying1.gif
Posted by pilgrim on 14 Mar. 2006,14:28
คุณคิลิน บอกดูแล้วน้ำตาซึม พิลน่ะ ดูแล้ว นั่งร้องไห้น้ำตาไหลพราก (ว่าจะไม่บอกแล้วนะ นึกว่าเรารู้สึกอยู่คนเดียว)
ดีนะที่ดูคนเดียว เลยร้องมันเต็มที่เลยค่ะ ด้วยความประทับใจจริงๆ tears.gif
Posted by KiLiN on 14 Mar. 2006,21:31
บอกน้ำตาซึม  จริงๆก็ไหลพรากเหมือนกันครับ  cry2.gif
Posted by KiLiN on 16 Mar. 2006,02:33
ฮ่องเต้และฮองเฮา พยายามช่วยเมี่ยวซ่านเต็มที่ ขณะที่ไทเอายังหลงตกเป็นเครื่องมือของอุปราชฮั่ว เกิดการต่อสู้ระหว่างทหารของฮ่องเต้กับทหารของอุปราชฮั่ว




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


แล้วในที่สุดโจรก็เปิดเผยตัว ไทเฮาสิ้นสุดการถูกหลอกใช้ แต่..ได้รับกรรมเสียชีวิต
Posted by KiLiN on 17 Mar. 2006,09:26
องค์รักษ์หลอ ผู้ซึ่งเคยช่วยชีวิตพาเมี่ยวซ่านหนี ได้เป็นผู้พาเมี่ยวซ่านหนีอีกครั้งหนึ่ง  ขณะเดียวกันชาวบ้านดอยต้าเซียนก็บุกเข้ามาช่วยเมี่ยวซ่าน

ในอีกด้านหนึ่งฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์หญิงทั้งสองก็ตกอยู่ในอันตราย ซึ่งมีอุปราชฮั่วหมายปองเอาชีวิต




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 19 Mar. 2006,20:44
องค์รักษ์หลอปิง ได้เข้ามาช่วยฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์หญิงทั้งสองได้ทัน แต่ที่สุดแล้วองค์รักษ์หลอปิงก็ถูกอุปราชฮั่วใช้เวทย์มนต์สังหาร




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


ในอีกด้าน เมี่ยวซ่านกับพวกหนีออกจากวัง ก็มาถูกอู่ต้าสงราชบุตรเขยซึ่งหลงคารมอุปราชฮั่วกลายเป็นพวกของอุปราชฮั่วขวางไว้

ที่สุดเมี่ยวซ่านจึงต้องพึ่งของวิเศษของตน
Posted by KiLiN on 21 Mar. 2006,23:30
เมี่ยวซ่านกับพวกพาฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์หญิงทั้งสองหลบไปยังดอยต้าเซียน

ส่วนอุปราชฮั่วก็ไล่ล่าสังหารขุนนางที่กระด้างกระเดื่องที่ไม่ยอมตกมาเป็นพวกของตน รวมทั้งราชบุตรเขยทั้งสอง




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 23 Mar. 2006,21:15
อุปราชฮั่วหลังจากกำจัดขุนนางที่ไม่ยอมเป็นพวกแล้ว  ก็ยกทัพมาดอยต้าเซียนเพื่อมุ่งหวังกำจัดเมี่ยวซ่านกับพวกให้สิ้นซาก




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 25 Mar. 2006,06:57

" สรรพสิ่งอยู่ที่ใจ  
ไม่ว่าวิชาอะไร ก็ทำลายข้าไม่ได้ 
ศึกระหว่างเทพกับมารนั้น คือศึกภายในใจ 
หรือว่าเจ้าดูไม่ออกว่า คุณธรรมกับจิตใจมักจะอยู่ด้วยกัน เจ้าไร้ซึ่งคุณธรรม 
ไร้คุณธรรมดั่งไร้จิตใจ ไร้จิตใจใครเชื่อถือ  
จิตใจไร้พลัง ถึงมีวิชามารวิชาปีศาจก็เอาชนะข้าไม่ได้ "



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


ในที่สุด อุปราชฮั่วก็ถึงกาลอวสาน

Posted by KiLiN on 25 Mar. 2006,20:33
เบื้องหลังของอุปราชฮั่วก็คือนางมารร้ายที่หนุนหลังอยู่  ก็มาถึงกาลอวสานอีกเช่นกัน




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 27 Mar. 2006,08:57
ท่ามกลางการต่อสู้ อีเก๋อได้เสียชีวิตลง

หลังจากนั้น ทุกคนก็ต่างมุ่งมั่นปฏิบัติธรรม




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


ขุนนางมาเชิญฮ่องเต้กลับวัง แต่ฮ่องเต้เกิดความเบื่อหน่าย อยากใช้ชีวิตมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอยู่ที่ดอยต้าเซียน เมี่ยวซ่านต้องอธิบายถึงหนทา
งการบรรลุโพธิญาณไม่ได้มีเพียงหนทางเดียว ฮ่องเต้จึงยอมกลับวัง

" เสด็จพ่อเป็นฮ่องเต้ก็คือองค์การสวรรค์ ความชั่วดีของคน บาปบุญมากน้อยไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าเป็นฮ่องเต้ เป็นขุนนาง เป็นชาวบ้าน แต่อยู่ที่ใจ ท่ามกลางความสับสน แผ่นดินต้องมีคนดูแล อุปราชฮั่วอี่ก่อความวุ่นวาย ทำให้ราชวงศ์เมี่ยวจวงต้องสั่นคลอน ขอเพียงเสด็จพ่อปกครองโดยธรรม  ต้องมีสักวันเมื่อถึงจุดหมาย สวรรค์จะเปิดเห็นความดี หูก็จะได้ยินแต่คนสรรเสริญ ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เช่นนี้ก็สามารถบรรลุโพธิญาณได้นะ "
Posted by KiLiN on 27 Mar. 2006,23:08
วันเวลาผ่านไป เมี่ยวซ่านและศิษย์ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอยู่ที่ดอยต้าเซียน ฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์หญิงทั้งสองก็กลับวัง ฮ่องเต้ได้ฟื้นฟูวัดไป๋เชอะ ที่เมี่ยวซ่านเคยไปแวะพักให้กลับฟื้นคืนสภาพ


" บอกตั้งหลายครั้งแล้ว เมื่อปฏิบัติสำเร็จ จิตใจสงบนิ่ง
มีความเป็นเทวดา สำเร็จมรรคผล จะเร่งรัดไปทำไม พวกเจ้าคอยดูอยู่เช่นนี้
มีความมุ่งหมาย ทำจิตใจไม่สงบ ไร้สมาธิสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมกรรมฐานจะสำเร็จได้ยังไงกัน
ความสำเร็จขึ้นอยู่กับไร้เจตนา เข้าใจมั้ย"



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 28 Mar. 2006,22:13
ด้วยความพยายาม  ด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่ที่ต้องการช่วยเหลือสรรพสัตว์  ในที่สุดเมี่ยวซ่านก็สำเร็จมรรคผลสู่โพธิญาณ เป็นพระโพธิสัตว์  โพธิสัตว์ทะเลใต้ โพธิสัตว์กวนอิม






































(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 01 Apr. 2006,22:23
หลังจากสำเร็จบรรลุมรรคผลเป็นเจ้าแม่กวนอิมพระโพธิสัตว์แล้ว เจ้าแม่ก็ไปโปรดสัตว์ในที่ต่างๆ

ตอนนี้เป็นตอนโปรดโจรให้กลับใจ




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 04 Apr. 2006,04:43
ตอนต่อไป เจ้าแม่กวนอิมลองใจ

เจ้าแม่กวนอิม ได้เข้าฝันคนหลายๆคนว่าจะมาพบที่แห่งหนึ่ง หลายคนต่างมารอดักพบพระโพธิสัตว์ตามในฝันนั้น แล้วเจ้าแม่กวนอิมก็แปลงร่างเป็นยายแก่ขอทานใกล้ตาย มาขอทานในที่ที่หลายๆคนมารอดักพบพระโพธิสัตว์นั้น ปรากฎว่าต่างคนต่างก็มารอดักพบเพื่อหวังความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครเลยที่จะสนใจช่วยเหลือยายแก่ขอทานร่างแปลงนั้น มีแต่คนหวังจะได้รับความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครยอมที่จะช่วยเหลือคนที่ทุกข์กว่าตน

แล้วยายแก่ร่างแปลงก็พูดกับชายหนุ่มซึ่งพลาดหวังจากการสอบเป็นขุนนางคนหนึ่งว่า

" พวกท่านห่วงความทุกข์ของตัวเอง ไม่เคยเป็นห่วงคนที่ทุกข์กว่าพวกท่านเลย ท่านไม่ห่วงผู้อื่น โพธิสัตว์จะสงสารท่านได้ยังไงกัน "

" ยายแก่อย่างข้า คิดว่าคนในโลกนี้แล้งน้ำใจ ภายในใจของแต่ละคน ห่วงแต่ความทุกข์ของตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ ท่านยังไม่ทันได้เป็นขุนนาง ทำไมไม่ลองคิดดู ยายแก่อย่างข้าอยู่ได้ไม่อีกนาน ท่านคิดอยู่เสมอว่ายังมีพรุ่งนี้ แต่คนแก่อย่างข้าผ่านวันนี้ไปแล้วไม่มีพรุ่งนี้ ท่านรอโพธิสัตว์ให้ช่วย ทำไมท่านถึงไม่รู้จักสงสารข้า ให้ทานข้าวกับข้า ให้เงินข้า ช่วยเหลือคนแก่อย่างข้าสิ "


ชายหนุ่มได้ฟัง ก็เหมือนจะคล้อยตามเห็นด้วย แต่ก็ยังไม่วาย ตระหนี่ถี่เหนียวเห็นแก่ตนเองไว้ก่อน  เอาเศษอาหารที่เหลือซึ่งแข็งจนกัดไม่เข้ามาให้ยายแก่  ยายแก่จึงพูดว่า

" สามารถดีต่อภรรยายังเป็นกุศลน้อย ถ้าสามารถทำกับคนอื่นที่ไม่รู้จักอย่างข้ายายแก่ที่ใกล้ตาย ดีเหมือนกับทำกับภรรยาได้ นั่นคือกุศลอย่างแรง "




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 04 Apr. 2006,22:13
นับว่าชายหนุ่มคนนี้มีโชควาสนา เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนใช้ได้ ไม่ปิดกั้นตนเอง (ผิดจากคนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ชายทั่วไปที่มักจะดื้อรั้น สำคัญตนเองผิด คิดว่าแน่เสียเต็มประดา) เขาย้อนกลับไปบ้าน เปลี่ยนใจเอาหมั่นโถที่เพิ่งทำใหม่ๆโดยภรรยา มาให้หญิงชราทาน หวังทำดีกับผู้อื่นที่ไม่รู้จักเสมอเหมือนดีกับภรรยาของตน ตามคำแนะนำของแม่เฒ่าแปลงร่าง

แม่เฒ่าแปลง จึงกล่าวสอนต่อไปว่า
" ความจริงหน่ะ ท่านก็ยังขาดอยู่อีกอย่างหนึ่ง ......
นั่นก็คือ คุณธรรม... คำ ๒ คำเนี้ย ไร้คุณธรรมเห็นประโยชน์ส่วนตน ก็ไม่น่าจะเป็นขุนนาง การเป็นขุนนางแบบนี้ ผิดจากขุนนางทั่วไป เป็นขุนนางดีไม่ได้ ก็สู้อย่าเป็นซะดีกว่า.."





(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 05 Apr. 2006,20:48
๑ ปีผ่านไป ทั้งโจรกลับใจ และหลิวเต๋อที่มุ่งมั่นสอบขุนนาง ต่างปฏิบัติตามที่เจ้าแม่กวนอิมชี้แนะ ได้อานิสงส์จากการพบเจ้าแม่กวนอิมกันไปตามๆ




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by pilgrim on 06 Apr. 2006,17:54
อ้างถึง (KiLiN @ 04 เมย. 2006,09:13)
นับว่าชายหนุ่มคนนี้มีโชควาสนา เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนใช้ได้ ไม่ปิดกั้นตนเอง (ผิดจากคนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ชายทั่วไปที่มักจะดื้อรั้น สำคัญตนเองผิด คิดว่าแน่เสียเต็มประดา)

ชอบตรงนี้ค่ะ คุณคิลิน ไม่ใช่เฉพาะผู้ชายนะคะ

ใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองแน่ วิเศษเสียเต็มประดา ไม่น่ารักเลยค่ะ น่ากลัวมากกว่า
Posted by KiLiN on 06 Apr. 2006,21:19
ครับ..เมื่อก่อนผมก็ไม่ได้เข้าใจคำ อ่อนน้อมถ่อมตนมากนัก คิดว่าหมายถึง การอ่อนน้อมถ่อมตนแค่ทางกาย การแสดงออกมีสัมมาคารวะต่อผู้หลักผู้ใหญ่เท่านั้น  มาเข้าใจมากขึ้นก็ตอนหลังว่า มันต้องอ่อนถ่อมตนไปถึงจิตวิญญาณ ถ้าอ่อนน้อมไปถึงจิตวิญญาณซะแล้ว ทางความคิดก็จะเปิดรับ การแสดงออก สีหน้าและแววตา จะฉายประกายแววออกมา ความรู้สึก การแสดงออกจะไม่ก้าวร้าว เปิดรับฟังได้ทั้งคำติและคำชม จะสุขุมเยือกเย็นมากขึ้น ไม่ขึ้งโกรธง่าย   การยกมือไหว้ก็ไหว้ด้วยใจจริง ไหว้เพราะอ่อนน้อมมาจากใจ  ไม่ใช่ไหว้เพราะตามมารยาท  อะไรก็ตามถ้าเข้าถึงได้ถึงจิตวิญญาณแล้ว การแสดงออกมันจะออกมาจากใจ จะไม่มีจริตจะก้าน ไร้มารยา ใสๆซื่อๆ การกระทำ พูด คิด เป็นหนึ่งเดียวไปด้วยกัน คนรอบข้างจะสัมผัสได้ เขาก็จะวางใจ สบายใจ รู้สึกดีที่จะปฏิสัมพันธ์ด้วย เพราะรู้สึกปลอดภัย ไม่มีเคลือบแคลงสงสัย ทุกวันนี้สังคมเราขาดไปมาก ในเรื่องนี้  smile.gif


มีบทโศลกที่ว่าด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ลองดูครับ tinyrose.gif

ลูกรัก.….
เจ้าจักสำคัญ ข้อความโบราณนี้เป็นไฉน
รวงข้าวยิ่งสุกก็ยิ่งอ่อนน้อม

ลูกรัก.….
วิถีชีวิตของเจ้าควรจักเริ่มต้นคือ 
ทำตนให้ละเอียดอ่อน พินอบพิเทา 
ละเมียดละไม อ่อนน้อมถ่อมตน 
อ่อนโยน อ่อนไหว แต่มิใช่ อ่อนแอ

ลูกรัก.….
ความอ่อนน้อมถ่อมตน
เป็นรากเหง้าของสัจจธรรม
อริยธรรม วิมุติธรรม พระบริสุทธิธรรม

Posted by KiLiN on 06 Apr. 2006,23:47
ตอนต่อไปใช้ชื่อว่า กระจกส่องอดีตและอนาคต

       เจ้าแม่กวนอิมแปลงเป็นสาวชาวบ้าน เอากระจกโบราณมาเร่ขายโดยตั้งราคาไว้สูง บอกคุณสมบัติว่าสามารถส่องเห็นเรื่องราวในอดีตชาติและอนาคตได้ 

       มีคนมาสนใจมุงดูกัน แต่เกี่ยงเรื่องราคาและว่าจะเป็นจริงแค่ไหน  ก็เลยมีคนขอลอง โดยยอมจ่ายเป็นค่าทดลองแทน ชายคนนึงได้ทดลอง ผลเขาเห็นตนเองชาติก่อนเกิดเป็นหมา ชาติที่เกิดเป็นคนก็ทำทารุณกับภรรยา เขารู้สึกตกใจมาก หญิงสาวแปลงจึงกล่าวว่า

" ไม่ต้องกลัว  ผลลัพธ์ในชาติหน้ายังเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับการกระทำภายหน้า "

      แล้วเขาก็รีบจากไป คนอื่นๆก็เลยอยากรู้กันบ้าง ผลก็คล้ายๆกัน หลายคนชาติก่อนต่างเคยเกิดเป็นสัตว์มาหลากหลาย ก็เลยเกิดความสงสัยว่าอย่างนี้ชาติต่อไป มิต้องไปเกิดเป็นสัตว์กันอีกเหรอ

      หญิงแปลงจึงว่า
" ท่านคิดว่าท่านเลือกเกิดได้เองเหรอ ชาติหน้าขึ้นกับการกระทำของชาตินี้ มนุษย์เกิดมาชาติหนึ่งทำตัวไม่ดี อีกทั้งไม่รักตัวเองรักคนอื่น ไม่ทำเรื่องดี ชาติหน้าจะให้เกิดเป็นคนได้ยังไงกัน...."

       เขาสงสัยว่าจะเป็นจริงตามที่เห็นในกระจกสักแค่ไหน กลัวว่าจะเป็นเรื่องต้มตุ๋น หญิงแปลงก็ว่า
       ".....เรื่องราวเป็นอย่างไร แต่ละคนก็ย่อมรู้ดี กระจกไม่มีเลศนัย เกรงว่าใจคนมีเลศนัยมากกว่า" 
       ใจคนมีเลศนัยมากกว่า สิ่งของไม่มีจิตวิญญาณ จึงมีเลศนัยไม่ได้ ไม่เหมือนใจคน ปรุงแต่งไปตามจิต ที่คิดเป็นกุศลหรืออกุศล

       ชายคนหนึ่งก็อยากรู้ว่า แล้วกระจกวิเศษนี้สามารถทำให้ชาติต่อๆไปของเขาได้มาเกิดเป็นคนได้มั้ย
       ".....ในโลกนี้ยังมีของวิเศษแบบนี้อีกเหรอ ถ้าหากท่านยังอยากเกิดเป็นคนอีก เกรงแต่ต้องไปถามกวนอิมเท่านั้นแหล่ะ."
       ในโลกนี้ยังมีของวิเศษแบบนี้อีกเหรอ คำกล่าวนี้สะท้อนความเป็นปุถุชนของคนทั่วไปอย่างดี  คนทั่วไปน้อยคนที่คิดจะหาทางพึ่งตนเอง  ส่วนมากชอบความสะดวก ง่าย พึ่งคนอื่น พึ่งสิ่งของ ความเป็นคนจะพัฒนาหรือไม่ แค่ฟังประโยคนี้ก็บอกได้แล้วระดับหนึ่ง 

       " ในตัวเองทำอะไรก็น่าจะรู้แก่ใจดี ขอเพียงชาตินี้มีความสุข สนใจชาติหน้าไปทำไมกันเล่า "  
       ขอเพียงชาตินี้มีความสุข สนใจชาติหน้าไปทำไมกันเล่า เป็นคำกล่าวของชายหญิงเจ้าของโรงเตี๊ยม ซึ่งเกาะกุมไปด้วยความเห็นที่ผิด   




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 07 Apr. 2006,23:21
การมีทัศนความเห็นที่ผิด นำมาซึ่งวิธีคิด การกระทำที่ผิดๆ  เพราะคิดว่าทำอะไรก็เพียงแค่ความสุขเพียงชาตินี้เท่านั้น ชายหญิงเจ้าของโรงเตี๊ยมจึงโลภก่อกรรมไม่มีที่สิ้นสุด




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 09 Apr. 2006,01:00
ในที่สุดชายหญิง ๒ ผัวเมียก็ต้องชดใช้กรรมที่ตนได้ก่อไว้



" ถ้าอยากให้ชาติหน้าเกิดเป็นคน ชาตินี้ก็ต้องละเว้นทำชั่ว
ทำบุญทำทานให้มาก ทำตัวเป็นคนดี ชาติหน้าตอบสนอง 
บุญกุศลที่ทำในชาตินี้ ทำกรรมสิ่งใดได้รับกรรมนั้นตอบสนอง 
ผลลัพธ์ของเจียซานวันนี้ เป็นผลแห่งการทำชั่วของเขา 
จึงได้รับผลกรรมแห่งการกระทำ ทำให้เขาไปเร็วกว่ากำหนด 
ต่อไปขอให้พวกท่านเรียนรู้ธรรมะให้มาก สามารถแก้กรรมชั่วที่ก่อ
กราบไหว้พระพุทธองค์ เจริญภาวนา ปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน 
หลังจากจิตใจของพวกท่านสงบแล้ว ข้าคอยมาชี้แนะอีกครั้ง
"


(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 09 Apr. 2006,22:30
อีกครั้งหนึ่งที่เจ้าแม่กวนอิมได้ยินเสียงจากสรรพสัตว์ที่ทุกข์ยาก ร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงชรา ซึ่งอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง หญิงชราซึ่งลูกชายได้เสียชีวิต ทิ้งไว้แต่ลูกสะใภ้และหลานสาว แต่ด้วยความยากจน ลูกสะใภ้ก็ได้ตายไปอีก คงเหลือแต่นางกับหลานสาว แต่แล้วในที่สุด หลานสาวเองก็ต้องถูกช่วงชิงตัวไปอีก เพื่อเป็นค่าเช่าบ้านที่ค้างไว้



"พวกเจ้าได้ยินหรือเปล่า...
คนที่ได้รับทุกข์เวทนา กำลังต่อว่าข้า ...
จะโกรธพวกเขาก็ไม่ได้ พวกเขารุ่มร้อนทั้งกายและใจ
ระหว่างเกิดความทุกข์หนัก ไร้คนคอยช่วยเหลือเกื้อกูล
เราไม่ได้ช่วยพวกเขา พวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่ามีเราอยู่ 
แล้วจะรู้แสงสว่างของพุทธคุณได้ยังไงกัน
ดีหล่ะ...เราจะเดินทางไปช่วยพวกเขาด้วยกัน"



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 11 Apr. 2006,21:27
ความกดดันของชีวิต ในที่สุดหญิงชราก็คิดฆ่าตัวตาย



"ท่านแม่เฒ่า สวรรค์มีทางให้เดิน 
ทำไมต้องคิดสั้นด้วย ทำไมคิดไม่ตก มีอะไรท่านบอกกับข้าก็ได้ 
ช้าก่อนท่านอย่าแขวนตัวตายอีกต่อไปเลย
....ในโลกนี้ไม่มีเรื่องยาก  เกรงแต่คนมีใจ"



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 13 Apr. 2006,00:13
เมืองนี้ ข้าราชการขี้ฉ้อ สมคบกับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น กักตุนโก่งราคาข้าวสาร ประชาชนทั่วไปจึงลำบากอดหยาก เจ้าแม่กวนอิมจึงปลอมตัวเป็นคนเดินทาง เข้ามาใช้อุบายเสกก้อนหินให้เป็นเงิน แจกคนทั่วไปมาซื้อข้าวสาร จนเศรษฐีขี้ฉ้อต้องแพ้พนันไม่มีข้าวสารจะขาย จนสุดท้ายเหตุการณ์ลงเอย เจ้าแม่กวนอิมก็ปรากฎตัวพร้อมกับสอนสั่งมากมาย



" เป็นถึงข้าราชการของราษฎร ไม่เป็นที่ปรึกษาให้ราษฎร 
ไม่สนใจความทุกข์เข็ญของประชาราชฎร์ ใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตน 
มิใช้กฎหมายในทางที่ควร กอบโกยผลประโยชน์ 
ถอดชุดราชการ อยู่ในเรือนจำ "

" ซุ่นเหยินเจี่ย ควรรู้ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว 
ผลกรรมวันนี้ ก็เป็นการไถ่บาปของเจ้า 
ไม่เช่นนั้นผลกรรมชาติหน้าจะรุนแรงยิ่งกว่านี้...

เจ้าต้องรู้ว่า สิ่งมีค่าที่สุดในโลกนี้คือความเมตตา 
มีความเมตตาสูง จะเข้าถึงรสพระธรรม กรรมดีจะสนองหลายชาติ 
ถ้าหากทำกรรมชั่วก็จะได้รับผลบาปกรรม ต้องได้รับทุกข์เวทนาทุกชาติ 
พวกท่านว่ามีเมตตาทุกชาติจะมีค่ายิ่งใช่มั้ย"

" สรรพสิ่งในโลก มีค่าของมันอยู่ในตัว ยากจะเปรียบเทียบค่าของมัน 
ต่างที่ผิวนอกเท่านั้นเอง เงินทองแท้จริงก็คือก้อนหิน 
หากพวกเจ้าเห็นมันมีค่ามันก็จะมีค่า มีค่ากว่านั้นก็ไม่พ้นความเมตตา 
ถ้าหากมีคนมองมันอย่างปรุโปร่ง เงินทองก็คือก้อนหิน 
ความเมตตามีค่าน้อยแต่ยิ่งใหญ่
"

" จงรู้ว่ามนุษย์เกิดมาในโลกต้องพึ่งตนเอง  เทพเจ้าจะช่วยทีหลัง"


"อาจารย์ทำชั่วได้ชั่ว ทำไมอาจารย์ไม่ลงโทษล่ะ เฒ่าแก่ซุ่งกับข้าหลวงใจบาป ๒ คนนั้นนะ ยังช่วยพวกเขา ลงโทษเบาเกินไปหรือเปล่า"
"ทะเลทุกข์ไม่สิ้นสุด หวนกลับคืนฝั่ง ข้าใช้เมตตาธรรม ช่วย ๒ คนทำกุศลนี่ถึงจะเป็นรากฐาน."



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 14 Apr. 2006,05:12
พบผู้ใจบุญมีเมตตา



" เขาเก็บความทุกข์ของตนเอง เอาความสุขไปให้คนอื่น
ให้คนอื่นได้เสพสุข นั่นคือหลักแห่งพรหมแล้วล่ะ เจ้าจำไว้ให้ดีนะ "




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 14 Apr. 2006,23:31


" เห็นใจผู้อื่นก็คือ คุณสมบัติของเซียวเหยินถัง "

" เห็นแก่ผู้อื่น บุญกุศลยิ่งใหญ่
เห็นแก่ผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว เป็นบารมียิ่งใหญ่ "



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by pilgrim on 15 Apr. 2006,17:32
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างได้ละเมียดละไมมากเลยนะคะ คุณคิลิน
คำสอนก็กินใจอย่างน่าทึ่ง คนเขียนบทเก่งมากๆเลยค่ะ winkthumb.gif
Posted by KiLiN on 16 Apr. 2006,10:04
ใช่ครับ...เขียนได้ดีมาก   winkthumb.gif
ที่สำคัญ  คนเขียนบทต้องเข้าใจธรรมะพอสมควร จึงเขียนได้ดีเช่นนี้  tinyrose.gif

๒-๓ วันมานี้  ผมได้ดูกำเนิดเจ้าแม่กวนอิม เวอร์ชั่นของทีวีบีฮ่องกง จำนวน ๑๑ แผ่น
ตั้งใจว่า  จะเตรียมไว้มาลงต่อจากเวอร์ชั่นไต้หวันนี้  ซึ่งใกล้จะอวสาน
แต่...เมื่อดูแล้วก็เปลี่ยนใจ  เพราะสร้างสู้ไต้หวันไม่ได้เลย
ของทีวีบี  เน้นฉาก บทการต่อสู้  เอฟเฟค สีสัน  แต่ไม่เน้นเนื้อหา
ไม่มีค่อยมีคำสอน บทธรรมะอะไรสอดแทรกเลย  ห่างชั้นกันไกลลิบ
Posted by KiLiN on 16 Apr. 2006,11:34
แม้เซียวเหยินถัง ชาตินี้จะทำแต่กรรมดี แต่อดีตชาติเคยทำกรรมไม่ดีมาก่อน กรรมไม่ดีนั้นกำลังตามมาส่งผล



" เซียวเหยินถัง  เจ้าฟังให้ดี อีกไม่นานเจ้าจะได้รับเคราะห์กรรม
เป็นเพราะปกติเจ้าสร้างแต่กรรมดี จึงทำให้เจ้าพ้นจากบ่วงกรรม
ข้าตั้งใจมาเตือนสติ เจ้าต้องอดทนต่อกรรมนี้
จำไว้...ถึงสะพานให้จอดเรือ
พบน้ำมันให้ลูบศรีษะของเจ้า 
หุบเขาไกลสุดกู่แต่เหมือนอยู่ใกล้ตา
 "



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 17 Apr. 2006,00:53
.      เซียวเหยินถังมีเหตุให้เดินทางโดยเรือ เมื่อเรือแล่นผ่านใต้สะพาน ปรากฎว่ามีหินก้อนใหญ่หล่นลงมา หวุดหวิดคร่าชีวิตของเซียวเหยินถัง นั่นเป็นคำเตือนปริศนาธรรมของเจ้าแม่กวนอิมข้อแรก

       ภรรยาของเซียวเหยินถัง คบชู้กับคังชี คนข้างบ้าน เมื่อเซียวเหยินถังเข้าเมืองไปซื้อยา แล้วเกิดกลับมาเร็วกว่ากำหนดจนเกิดจะจับได้ แต่แล้วก็รอดไป คังชีเกิดผูกใจเจ็บก็เลยคิดแผนการณ์ชั่ววางแผนจะเข้าลอบฆ่าเซียวเหยินถังในกลางดึกของคืนวันหนึ่ง โชคดีที่เซียวเหยินถังก่อนเข้านอน ได้จุดธูปบูชาเจ้าแม่กวนอิม ระหว่างปักธูปมือเกิดไปปัดเอาที่รองรับน้ำมันบูชา น้ำมันหกออกมา เซียวเหยินถังนึกถึงคำเตือนในฝันได้ ก็เลยเอามือลูบน้ำมันที่หก มาลูบผมลูบหัวของตนเอง แล้วจึงเข้านอน คังชีเข้ามาหวังจะฆ่า มือไปลูบแล้วได้กลิ่นน้ำมัน สำคัญผิดว่าเป็นภรรยาเซียวเหยินถัง จึงลงมือฆ่าคนที่นอนอยู่ข้างๆแทน ซึ่งก็คือภรรยาของเซียวเหยินถัง ถึงแก่ความตาย เซียวเหยินถังรอดตายเพราะตำเตือนปริศนาของเจ้าแม่ข้อที่สอง

       แม่ของภรรยาเซียวเหยินถังไม่ยินยอมในความตายของลูกสาว ใส่ความว่าเซียวเหยินถังเป็นผู้ฆ่า นำความไปฟ้องนายอำเภอเอาเรื่องเซียวเหยินถัง นายอำเภอก็หาได้สืบความก่อนให้รุ้แจ้ง แต่ใช้วิธีทรมานเซียวเหยินถัง เซียวเหยินถังทนทรมานไม่ไหว ก็เลยยอมรับสารภาพ

       เวลาต่อมา มีชายผู้ที่เซียวเหยินถังเคยช่วยเหลือเขาเมื่อยามที่เขาเจ็บป่วย ตอนจากไปเซียวเหยินถังยังได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับชายผู้นั้น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสอบเป็นขุนนาง เขาได้สอบได้เป็นขุนนาง และได้รับรับคำขอจากนายอำเภอเมืองนี้ให้มาช่วยราชการ กำลังตามหาเซียวเหยินถังเพื่อจะทดแทนบุญคุณนั้น มาพบเข้า ได้รื้อฟื้นคดีของเซียวเหยินถังมาสืบสวนพิจารณาใหม่ ความจริงจึงปรากฎ โดยอาศัยปริศนาธรรมข้อสุดท้ายเป็นกุญแจไข (หุบเขาไกลสุดกู่แต่เหมือนอยู่ใกล้ตา)

       หลังจากเหตุการณ์ร้ายๆผ่านไป เซียวเหยินถังกลุ้มใจ รู้สึกเบื่อหน่ายในชีวิต ไม่คิดจะอยู่ในบ้านเดิมต่อไป คิดจะออกบวชหนีเหตุการณ์ทางโลก  แต่....เจ้าแม่กวนอิมไม่เห็นด้วยในความคิดนี้      



" กลัดกลุ้มในโลกมนุษย์ พึ่งพิงพุทธศาสนา 
จะสำเร็จมรรคผลได้ยังไงกัน ความสงบสุขที่แท้จริง 
เซียวเหยินถังยังไม่เข้าถึงรสพระธรรมอย่างแท้จริง "


ส้านไฉ ก็ทักท้วงว่า ไม่ให้เขาบวชเข้าหาพระธรรม
แต่ในทางโลก เขาก็บริจาคทรัพย์สินไปหมดแล้ว แล้วจะทำยังไงดีล่ะ เจ้าแม่จึงว่า

" ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว 
มันย่อมได้ผลแห่งการกระทำ เข้าใจหรือเปล่า "

นั่นคือ ความหมายของกรรม ผู้ใดทำกรรมใดก็ย่อมได้รับผลกรรมอย่างนั้น

เจ้าแม่มาเข้าฝัน เซียวเหยินถังว่า
" เจ้าจะออกไปถือบวช นับว่าเป็นเรื่องดี
แต่คุณธรรมไม่ใช่ที่หลบหนีจากโลกความจริง
คิดว่าผจญกรรมในโลกต่อเถอะ เมื่อก้มหน้ารับกรรมแล้ว สุดท้ายสวรรค์ต้องเมตตา 
หลังจาก ๓ วัน จะมีเรื่องมงคลเข้าบ้าน ขอให้ไปรอที่ใต้สะพาน "



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


บทเจรจาท้ายตอนระหว่าง หลงนี่ เจ้าแม่ และส้านไฉ

" แบบนี้ถึงเรียกว่า ทำดีได้ดี นะคะ "

" บุญวาสนา บุญอยู่ข้างหน้า วาสนาก็จะตามมา
นี่คือ บุญบารมีที่เซียวเหยินถังสะสมด้วยตนเอง ถึงได้ผลแห่งกรรมดี "


" คนทั่วไปจะรู้พฤติกรรมของตัวเองเป็นไง
แล้วจะรับผลบุญนั้นเป็นยังไงครับ "



Posted by KiLiN on 18 Apr. 2006,21:42
เจ้าแม่เลือกคู่สร้างสะพาน




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 19 Apr. 2006,23:51
คนเขาคิดจะทำเรื่องดี แต่ก็จะมีคนส่วนหนึ่งที่คอยจะฉวยโอกาสทำชั่วอยู่เป็นนิจ ข้าราชการที่คอยฉกฉวยเอาผลประโยชน์จากชาวบ้าน




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 21 Apr. 2006,23:14
เมื่อถึงเวลาบรรดาเศรษฐีและผู้มีอันจะกินทั้งหลาย ก็มาชุมนุมหวังขวางปาเลือกคู่ ซึ่งปกติคนเหล่านี้ก็ล้วนเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว มีความเห็นแก่ตัวเป็นพื้น เรื่องที่จะบริจาคเงินทองเพื่อส่วนรวมนั้น ไม่ต้องมีคาดหวัง




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 24 Apr. 2006,11:35
ลู่ตงปิงหนึ่งในแปดเซียนปรากฎตัว เพื่อมาทำให้เจ้าแม่กวนอิมรู้ว่า หุยถัวช่างก่อสร้างผู้ใจบุญอุทิศแรงงานเพื่อสร้างสะพานนั้น แท้ที่จริงก็คือ อีเก๋อในอดีต ที่ตายแล้วมาเกิดใหม่นั่นเอง




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by pilgrim on 24 Apr. 2006,15:56
เรื่องของเซียวเหยินถัง นอกจากจะสอนเรื่อง ทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแล้ว ยังสอนหลายเรื่องเลยนะคะ คุณคิลิน

ที่พิลดูแล้วรู้สึก คือ
แม้จะตกอับ ทุกข์ยากเพียงไหน ขอเพียงมีชีวิตรอดมา ก็นับเป็นบุญอย่างยิ่งแล้ว เพราะยังได้มีโอกาสทำความดี บำเพ็ญบุญต่อไป

ความกตัญญู นับเป็นคุณธรรมที่ล้ำค่า การไม่ลืมบุญคุณและหมั่นตอบแทนเมื่อมีโอกาส จะยิ่งทำให้โลกเรามีแต่คนที่อยากจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คือ จะมีทั้งผู้ให้และผู้รับ สลับสับเปลี่ยนกันอย่างไม่ขาดสาย

อย่างเซียวเหยินถัง ยิ่งถือว่าสุดยอด เพราะเขาช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่เคยหวังผลตอบแทน และไม่นึกถึงความลำบากของตนเองด้วยซ้ำ แต่ผลสุดท้าย คนที่เขาช่วยเหลือเหล่านั้นก็แสดงความกตัญญูต่อเขา ทำให้เซียวเหยินถัง ได้ตระหนักถึง กุศลผลบุญแห่งการทำความดี


เมียของเซียวเหยินถัง ก็เข้าหลัก ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วเหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรม
Posted by KiLiN on 24 Apr. 2006,22:41
ครับ...สอนหลายเรื่อง

อย่างคำว่า " ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว 
มันย่อมได้ผลแห่งการกระทำ เข้าใจหรือเปล่า "

ที่เจ้าแม่กวนอิมไม่เห็นด้วยให้บวช แต่ให้ใช้ชีวิตในทางโลกต่อไป
ส้านไฉก็ทักท้วงว่า เซียวเหยินถังได้ขายบ้านแล้วบริจาคทรัพย์ไปหมดแล้ว จะไปใช้ชีวิตในทางโลกต่อไปได้อย่างไร
เจ้าแม่กวนอิมจึงอธิบายด้วยประโยคนี้  ซึ่งความหมายก็คือ ชั่วชีวิตของเซียวเหยินถัง ช่วยเหลือผู้อื่นมามากโดยไม่เห็นแก่ผลตอบแทน เมื่อยามที่เขาตกอับ ก็จะมีคนมาช่วยเหลือตอบแทนเขาอย่างแน่นอน นี่คือทำดีย่อมต้องได้ดี

สิ่งที่ได้และตรงกับสิ่งที่พบเห็นในสังคมไทยอย่างมากอีกอย่างก็คือ
" กลัดกลุ้มในโลกมนุษย์ พึ่งพิงพุทธศาสนา จะสำเร็จมรรคผลได้ยังไงกัน "
" เจ้าจะออกไปถือบวช นับว่าเป็นเรื่องดี แต่คุณธรรมไม่ใช่ที่หลบหนีจากโลกความจริง "

คนส่วนมากมักจะคิดอย่างนี้ เข้าวัดก็ต่อเมื่อมีความทุกข์มีปัญหาในชีวิต
คิดจะบวชเพราะเบื่อโลกเบื่อชีวิต ไม่ได้เข้าวัดหรืออยากบวชเพราะศรัทธาในพระธรรม 
ฉะนั้นเมื่อเข้าไปแล้ว ระยะเวลาผ่านไป ความทุกข์ ปัญหา และความเบื่อนั้นหมดไป คนส่วนหนึ่ง(เป็นส่วนน้อย)มาเกิดความศรัทธาทีหลังก็ดีไป ได้มุ่งมั่นแน่วแน่เข้าถึงรสพระธรรมอย่างแท้จริง แต่คนอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนมาก ที่ยังไม่เกิดความศรัทธาที่แท้จริง ก็จะเหลวไหล ลวนเล กลายเป็นอยู่ให้ผ่านไปเพียงวันหนึ่งๆเท่านั้น กลายเป็นเหลือบอาศัยพระศาสนาเป็นที่พักพิง ยิ่งเวลาผ่านไปมาก ละทิ้งทางโลกไปมาก จะมาตั้งต้นใหม่ก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร ที่สุดแทนที่จะได้สะสมบุญบารมีก็กลายเป็นสะสมบาป และบาปหนักกว่าไม่ได้บวชซะอีก ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจ ความหมายของการบวชที่แท้จริง  จึงไม่ต้องแปลกใจที่ภิกษุส่วนหนึ่ง(พระที่ไม่ใช่พระ) เป็นข่าวอื้อฉาว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายถ้าเพียงแค่สึกออกมาเสีย ก็ไม่ต้องทำบาปมหันต์(ที่ทำให้คนส่วนใหญ่คลางแคลงพระศาสนา เกิดเข้าใจผิด นี่เรียกว่า ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน คลางแคลง เสียโอกาสเห็นถูกเป็นผิดไป)
Posted by KiLiN on 25 Apr. 2006,00:53
จริงๆแล้ว เพื่อการสร้างสะพาน สำหรับเจ้าแม่กวนอิมนั้น เป็นเรื่องง่าย แค่เสกก็ได้แล้ว แต่...การที่เจ้าแม่กวนอิมทำแบบนี้ ก็เป็นกุศโลบาย เพื่อให้คนทั้งหลายได้มีส่วนร่วม ในการสร้างบุญสร้างกุศลในครั้งนี้ด้วย คนที่เคยขี้เหนียวก็ได้ออกตังค์ คนที่ไม่มีตังค์ก็ได้ออกแรง



เจ้าแม่สอนเศรษฐี
" ที่พวกท่านได้ นั่นคือน้ำใจ
บุญกุศลครั้งนี้ ทำให้กับราษฎรทั้งหลาย
ตอนนี้เงินทอง กลับมาเป็นของราษฎรอีก มันสมควรอยู่แล้ว
เงินทองได้อย่างไม่สมควร จึงไม่ควรจะได้
ไม่นานก็ต้องชดใช้กรรมที่เคยกระทำมา
พวกท่านสมควรตื่นซะที "


สอนข้าราชการ
" กายเป็นขุนนางพิทักษ์ราษฎร ไม่ทำงานให้ราษฎร
เที่ยวหาผลประโยชน์กับชาวบ้าน มีเจตนาจะทำเรือข้าล่ม
ตั้งใจทำร้ายชีวิต คิดสร้างบาปมหันต์
อย่าทำเวรติดตัวไป จงรู้สติได้แล้ว 
กลับตัวซะใหม่ เป็นขุนนางที่ดีต่อราษฎร "



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)

Posted by KiLiN on 27 Apr. 2006,09:52
ทำดีย่อมได้ดี แม้ชาติที่ทำดีจะยังไม่ได้ดีสนองตอบ แต่ดีนั้นที่สุดก็จะตามไปสนองตอบในชาติต่อๆไป

หุยถัวหลังจากสร้างสะพานเสร็จก็ตาย เจ้าแม่กวนอิมก็มานำพาหุยถัวให้ขึ้นสวรรค์ และช่วยหุยถัวให้ได้ระลึกถึงชาติก่อนนี้ว่าเป็นอีเก๋อ เคยสนิทกับเมี่ยวซ่านมาก่อน เมื่อหุยถัวระลึกถึงชาติก่อนได้ ก็ได้ถามหาถึงบุคคลในอดีตว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง เจ้าแม่กวนอิมก็ให้คำตอบว่า เขาเหล่านั้นต่างได้ขึ้นสวรรค์ และอีกไม่นานก็คงได้พบกัน



" ท่านกับข้าได้สำเร็จมรรคผลแล้ว
อย่าพูดถึงอดีตที่ผ่านมาอีกเลย....
นี่ก็คือดาบวิเศษปราบมาร พุทธองค์ทรงแต่งตั้ง
ให้เป็นเทพเจ้าพิทักษ์กฎดูแลดอยพุทธะ "



(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


ในที่สุดภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มาถึงตอนอวสาน "กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม" เวอร์ชั่นของไต้หวัน  นับเป็นภาพยนตร์ที่ดีมากๆ ตอนที่คิดจะเริ่มโพสต์ก็ยังนึกว่าคงโพสต์ไม่กี่ตอน เอาเข้าจริงมีหลายตอนที่น่าโพสต์มาก รวมๆแล้วที่โพสต์ไปเป็นวิดีโอสคริปต์ทั้งหมด ๖๒ ตอน ถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้เพื่อนๆลองหามาชมดูฉบับเต็มรูปกันนะครับ มีทั้งหมด ๑๔ แผ่นวีซีดี ราคาต้นฉบับมาสเตอร์ราวๆ ๖๐๐ บาทได้ ของฉบับฮ่องกงมี ๑๑ ตอนกลับราคาแพงกว่า แต่สู้เวอร์ชั่นนี้ไม่ได้ครับ 
        สวัสดีครับ
        KiLiN greet.gif




(สคริปต์นี้ต้องใช้โปรแกรม RealPlayer
ถ้ายังไม่มีเชิญติดตั้งได้ที่นี่ < http://www.real.com >)


จบบริบูรณ์

Posted by KiLiN on 30 Apr. 2006,09:03
ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้อะไรกับเราบ้าง

       มีอยู่มากมาย แต่ที่อยากจะหยิบยกมาพูดคือ จิตใจของเมี่ยวซ่าน จิตใจที่เป็นพระโพธิสัตว์ของนาง

       ๑. เมี่ยวซ่านมีความกตัญญูสูงมาก ต่อทั้งพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า ต่อพ่อแม่บุญธรรมของนาง อย่างไม่กลัวอันตรายใดๆที่จะมาตกแก่ตนเอง ด้วยคุณธรรมข้อนี้เป็นเบื้องต้น ทำให้นางได้สำเร็จมรรคผลคุณธรรมข้ออื่นๆตามมา

       ๒. แม้ว่านางจะถูกกลั่นแกล้ง พล่าชีวิตต่างๆนาๆ แต่ก็ไม่เคยผูกเจ็บอาฆาต นางยังคงมุ่งมั่นตามอุดมการณ์ของนาง ที่จะช่วยปลดปล่อยความทุกข์ให้แก่สัตว์โลก เมื่อนางสำเร็จเป็นเจ้าแม่กวนอิม การช่วยปลดปล่อยสัตว์โลก วิธีการที่ใช้ต่อผู้กระทำผิด คือให้โอกาส ใช้กุศโลบายทำให้ผู้กระทำผิดได้มีส่วนในการทำบุญกุศลเพื่อบรรเทาความผิดที่เคยทำมา ที่สุดต่อคนที่ไม่ยอมกลับใจ จึงจะให้รับผลไปตามบาปกรรมที่เขาเคยกระทำมา (เจ้าแม่ไม่ได้เป็นผู้ลงโทษแต่ให้เป็นไปตามกรรมของเขา)
         ๒.๑ ข้อนี้ให้แง่คิดในเชิงทัศนมุมมองต่อผู้อื่น ต่อผู้อื่นแทนที่จะใช้ทัศนที่แยกมิตรแยกศัตรู ก็เป็นทัศนที่มองผู้อื่นอย่างเข้าใจอย่างเห็นใจ คนทุกคนล้วนเคยทำผิดด้วยกันทั้งนั้น ไม่เคยมีใครไม่เคยทำผิด ทุกวันนี้ที่เราได้ทำถูก ก็เพราะผู้อื่นเคยให้โอกาสต่อเรา เราจึงมีวันนี้ แล้ววันนี้เราจะไม่ให้โอกาสกับผู้อื่นบ้างเชียวหรือ
         ๒.๒ มองอย่างเป็นเพื่อนร่วมโลกเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ใช่มองอย่างเป็นศัตรูคู่อริ คิดอย่างให้อภัย คิดว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่ร่วมกันได้ คนทำผิดเพราะยังโง่ ยังหลง ยังไม่รู้ แทนที่จะไปคิดโกรธคิดอาฆาต กลับคิดเป็นน่าสงสาร น่าสงสารที่เขายังไม่รู้ ยังหลงผิด ยังโง่ที่ยังทำอย่างนั้น เมื่อเรารู้ได้มากกว่าเขา ก็เห็นใจเขา สงสารเขาเถิด

       ๓. ในตอนหนึ่งเจ้าแม่กวนอิมได้สอนว่า " คุณธรรมไม่ใช่ที่หลบหนีจากโลกความจริง " นับเป็นความเข้าใจผิดอย่างมากของคน ที่คิดว่า คนที่เข้าวัดคนที่ไปบวช เป็นคนที่เบื่อโลกเบื่อชีวิต แม้คนที่เข้าวัดเองไปบวชเองก็ยังคิดอย่างนั้น พอเบื่อโลกเบื่อชีวิตก็คิดจะเข้าวัดหนีบวช ไม่ได้เข้าวัดไปบวชเพราะศรัทธา เมื่อไม่ได้ศรัทธาสิ่งใดก็ยากที่จะเข้าถึงสิ่งนั้นได้
Posted by แมวเหมียว on 03 May 2006,04:02
winkthumb.gif  winkthumb.gif  bowsdown.gif

again.gif
Posted by KiLiN on 15 May 2006,10:33
มีอยู่ตอนหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึง ตอนที่เมี่ยวซ่านใกล้จะสำเร็จมรรคผล ซึ่งการสำเร็จมรรคผลของเมี่ยวซ่านให้สังเกตได้จากแจกันหยก ซึ่งพุทธองค์กล่าวไว้ว่า วันที่เมี่ยวซ่านสำเร็จมรรคผลภายในแจกันหยกจะมีน้ำ หลงหนี่ก็เที่ยวแวะเวียนคอยดูว่าเมื่อไรนะจะมีน้ำในแจกันเสียที ที่สุดเมี่ยวซ่านจึงกล่าวว่า

" บอกตั้งหลายครั้งแล้ว เมื่อปฏิบัติสำเร็จ จิตใจสงบนิ่ง มีความเป็นเทวดา สำเร็จมรรคผล จะเร่งรัดไปทำไม พวกเจ้าคอยดูอยู่เช่นนี้ มีความมุ่งหมาย ทำจิตใจไม่สงบ ไร้สมาธิสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมกรรมฐานจะสำเร็จได้ยังไงกัน ความสำเร็จขึ้นอยู่กับไร้เจตนา เข้าใจมั้ย"

ความสำเร็จขึ้นอยู่กับไร้เจตนา ประโยคสั้นๆแต่มีความหมายลึกซึ้งนี้ บ่งบอกถึงธรรมชาติของคนได้ดีอย่างยิ่ง

คนเราเมื่อทำกิจใด มักจะมุ่งผลสำเร็จเป็นที่ตั้ง
พูดอย่างนี้ก็อาจจะงง แล้วมีใครบ้างล่ะ ทำแล้วไม่อยากสำเร็จ
จริงๆแล้ว การมุ่งผลสำเร็จเป็นที่ตั้งเป็นวิธีคิดที่ผิด ผิดเพราะมักน้อยเกินไป 
ผลจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับการทำเหตุปัจจัยให้ถึงพร้อม เมื่อเหตุปัจจัยถึงพร้อม ผลก็จะเกิดขึ้นเอง และผลสำเร็จนั้นจะดีมากน้อยก็ขึ้นกับเหตุปัจจัยที่ทำลงไป ฉะนั้นที่ถูก ต้องมุ่งไปที่เหตุ  ไม่ใช่มุ่งไปที่ผล ต้องมุ่งคิดค้นทุกวิธีที่จะทำเหตุ แก้ไข ปรับปรุงเหตุ ให้ได้ดีที่สุด เท่าที่สติปัญญาจะคิดค้นได้ ทำแล้วแก้ ปรับปรุง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 
ถ้าทำอย่างนี้ ไม่เพียงแต่จะได้ผลสำเร็จที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับสติปัญญาความสามารถของตนขึ้นไปอีกด้วย แล้วนี่คือผลได้ที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ที่คนมักมองข้ามไป
Posted by pilgrim on 15 May 2006,17:56
อธิบายอย่างนี้ เข้าใจได้ง่ายแจ่มแจ้งเลยค่ะ หลงพี่ winkthumb.gif

หนังเรื่องนี้ดีจริงๆนะคะ ว่าจะกลับไปหามาเก็บไว้ดูบ้างดีกว่าค่ะ อยากให้น้องๆและที่บ้านทุกคนดูด้วย นอกจากเนื้อเรื่องสนุกชวนติดตามแล้ว ยังให้คุณธรรมสอนใจ ทั้งเบื้องต้น หรือถ้าคิดให้มากขึ้น ก็จะได้ในส่วนที่ลึกซึ้งไปด้วย

ขอบคุณมากๆนะคะ ที่เอาสิ่งดีๆมาแบ่งปัน นี่ก็ถือเป็นจิตใจที่เป็นมหากุศลเหมือนกันค่ะ again.gif
Posted by KiLiN on 12 Sep. 2006,20:53
< ลิงค์ กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม 觀世音傳奇 >

ได้ไปพบเวบที่เขาเอาภาพยนตร์เรื่องนี้มาลงทั้งเรื่อง ก็เลยเอาลิงค์มาแปะไว้ เผื่อใครจะสนใจดู มีทั้งหมด ๑๐ ตอน จากหน้าที่ ๒ ถึงหน้าที่ ๑๑ แนะนำว่าเปิดทิ้งเอาไว้ปล่อยให้โหลดไปทั้งคืน แล้วค่อยกลับมาดู หรือโหลดเสร็จแล้ว จะย้ายไฟล์ที่โหลดเก็บไว้ วันหลังค่อยมาดูโดยไม่ผ่านเวบก็ได้ ดังนี้

๑. ที่หน้า browser เมนู Tools คลิกเลือก Internet Options...
๒. จะมีหน้าจอ Internet Options ขึ้นมา คลิกที่ปุ่ม Settings...
๓. จะมีหน้าจอ Settings ขึ้นมา คลิกที่ปุ่ม View Files...
๔. จะมีหน้าจอ Temporary Internet Files ขึ้นมา
๕. ในหน้าจอ Temporary Internet Files จะมีเมนูของคอลัมน์ต่างๆ ตั้งแต่ Name, Internet Address, Type, Size และอื่นๆ ให้คลิกที่ Size หนึ่งหรือสองครั้ง เพื่อให้ไฟล์ที่ใหญ่ที่สุด ขึ้นมาอยู่ข้างบนสุด สังเกตแถวบนสุดที่ช่อง Internet Address ว่าเป็น url ที่เราเข้าไปโหลดหนังใช่มั้ย ถ้าใช่ก็ทำการ copy ไฟล์นั้นไปเก็บไว้ตามที่เราอยากเก็บ ทำการ Rename ชื่อเพื่อเราเข้าใจง่าย ไฟล์นี้ก็คือไฟล์ภาพยนตร์ที่เราโหลดมานั่นเอง

วิธีนี้สามารถใช้ได้ในกรณีอื่นๆ ที่เราอยากจะเก็บไฟล์ที่เราเข้าไปดู แล้วสนใจอยากเก็บไว้ในเครื่อง (ภาพและเสียงที่เราเข้าไปดูหรือฟังจะถูกโหลดมาเก็บไว้ชั่วคราวที่นี่เกือบทุกกรณี)

อธิบายมาซะยาว แต่..มีอีกอย่างที่ยังไม่ได้บอก ก็คือว่า มันเป็นภาษาจีนอ้ะ.. ohman.gif เหอๆ สงสัยมีแต่คุณ สข1 กับคุณแสงดาวที่พอจะดูรู้เรื่อง แฮ่ๆ tongue.gif

เห็นหนังมันดี ก็เลยอยากมาบอก
ว่าแต่..คุณพิลได้ไปหามาดูยังครับ wave.gif
Posted by KiLiN on 03 Mar. 2008,23:33
สวัสดีครับ  ไม่ได้เข้ามาโพสต์เสียนาน  คือได้เข้ามาอ่านบ้างแต่ไม่ได้โพสต์  ก็รู้ว่าสมาชิกถามหา แต่ก็ไม่โพสต์เสียงั้นแหล่ะ  สาเหตุปัจจัยมีมากมาย

ช่วงระยะหลังมีเรื่องราวที่ต้องการทำ  และอยากทำหลายเรื่อง
ทำให้มีเวลาให้กับบ้านฅนธรรมดาน้อยลง  สังเกตุได้จากห่างหายจากการโพสต์รายการกระทู้ประจำๆไป  แบบทิ้งช่วง

รายการกระทู้ประจำที่โพสต์ต้องใช้เวลาในการเตรียมเรื่องพอสมควร
เรื่องราวที่เป็นสาระจะโพสต์แต่ละครั้งก็ใช้เวลามากหน่อย
ก็เลยได้แค่ทักทาย  และแหย่เล่นไปบ้าง
แต่...ก็เกิดการเข้าใจผิด  เพราะตนเองเลยเถิดมากไป  
ทำให้เกิดไม่สบายใจกันไปและเสียบรรยากาศ
ผมเองไม่ได้โกรธอะไร  คิดว่าตนเองคงต้องปรับปรุง  
เลยตั้งใจไว้ว่า  ต่อแต่นี้ตนเองจะเลิกหยอกล้อเล่นน่าจะดีกว่า
ไว้พอมีเวลา  แล้วค่อยมาโพสต์เรื่องราวสาระ  และกระทู้ประจำต่อไป

ส่วนวันนี้มีข่าวมาบอก
เมื่อคืนพักต่างจังหวัด บังเอิญเห็นทีวีไม่แน่ใจว่าใช่ช่อง 3 หรือไม่  จะเอาภาพยนต์กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม  ซึ่งโพสต์ในกระทู้นี้มาฉายอีก  โดยเริ่มฉายตั้งแต่วันนี้ (๓ มีนา) ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์  เวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐  
ลองชมกันดูนะครับ  หนังดี  เคยคิดว่าจะเอามาโพสต์แบบเต็มๆ  เมื่อทีวีมาฉายก็ดีแล้ว  จะได้ไม่ต้องโพสต์อีก wave.gif

Posted by pilgrim on 04 Mar. 2008,08:54
ดีใจค่ะ ที่คุณคิลินกลับมาเสียที  flo_1.gif

เรื่องเสียบรรยากาศ ก็คงเป็นเรื่องชั่วคราวค่ะ พิลคิดว่า พวกเราค่อนข้างจะเป็นมิตรแท้กัน จะเคืองจะงอนกันไปก็คงไม่นาน แล้วก็กลับมาคุยกันใหม่ได้ค่ะ
ถ้าคุณคิลินไม่มายั่วแหย่ พวกเราก็คงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ

เรื่องเจ้าแม่กวนอิม ยังนึกอยู่เลยค่ะ ว่าอยากจะหาซื้อแผ่นที่เป็นชุดเต็มทั้งเรื่อง ว่าจะถามคุณคิลินอยู่เหมือนกัน ว่าควรไปซื้อแถวไหนคะ ตามร้านซีดีทั่วไปจะมีหรือเปล่า เพราะเวลาที่ช่องสามเอามาฉาย คนทำงานคงจะดูยากค่ะ

ดีใจอีกทีค่ะ ที่คุณคิลินกลับมา ไม่งั้นอาจจะได้เป็นพระเอกอีกเรื่อง biggrin.gif ....

Posted by วันดี on 05 Mar. 2008,09:07
ดีใจมากที่คุณKiLinมาทักทายพวกเรา
EM142.gif

บ้านคนธรรมดาได้สร้างสรรค์มิตรภาพที่ดีงามไว้มากจนเกินที่เราจะทอดทิ้ง  และคงกลายเป็นห่วงผูกคุณKiLinเสียแล้วล่ะค่ะ

EM144.gif

Posted by แมวเหมียว on 05 Mar. 2008,09:41
สวัสดีค่ะ คุณคิลิน พี่วันดี คุณพิล และทุกๆคน

แมวเหมียวต้องขอโทษคุณคิลินและทุกคนด้วย ที่เป็นคนทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ยึดเอาเปลือกมาเป็นแก่น

คุณคิลินคงรู้สึกว่าเสียแรงที่ได้ให้ความรู้ข้อคิดไว้มากมายแล้ว ยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้

อยากให้คุณคิลินรู้สึกกับพวกเราเหมือนเดิม EM145.gif

จะไม่เล่นกับแมวเหมียวคนเดียวก็ได้ แต่ขอใหเล่นกับคนอื่นๆบ้างนะคะ bowsdown.gif

Posted by แมวเหมียว on 05 Mar. 2008,09:50




"หล่อฮั่งก๊วย" และ "เฉาก๊วย" มีคนฝากมาให้ พระเอกคนหล่อเฉาๆค่ะคุณพิล couch.gif

Posted by pilgrim on 05 Mar. 2008,15:35
ไม่มีน้ำเก๊กฮวยบ้างหรือคะ พี่แมวเหมียว พระเอกจะได้ เก๊กหล่อ" ค่ะ

เห็นด้วยกับพี่วันดีทุกประการ EM112.gif
พวกเราคงเป็นพวกหนังเหนียว เคี้ยวต้องคาย แก่ง่าย ตายยาก อยู่ทนอยู่นาน บรรเลง บรรลัย (อุ๊บ กลอนพาไป) ไม่ไล่ไม่เลิกค่ะ ฮิๆๆๆๆ...... laugh1.gif

Posted by pakae on 06 Mar. 2008,09:09
flo_1.gif  ดีใจจริงๆค่ะที่คุณคิลินแวะมาทักทายพวกเราเหมือนเดิม biggrin.gif

         เห็นด้วยกับพี่วันดี    แมวเหมียว   พิล  และทุกคนค่ะว่าคุณคิลินสร้างบ้านนี้ไว้ให้พวกเราได้พักร้อน   ร่มเย็น  และได้ปลูกต้นไมตรีกันไว้ EM144.gif      จนต้นไมตรีต้นนี้เติบโตแข็งแรง     จนยากที่จะล้มได้ง่ายๆ    EM139.gif

             พวกเราอาจจะโดนคลื่นลมแห่งอารมณ์บ้าง      แต่พวกเราก็ช่วยกันหล่อหลอมความทุกข์นั้นให้เป็นความแข็งแกร่ง      ในไม่ช้าพวกเราก็จะทนทานไม่อ่อนไหวไปตามคลื่นพายุแห่งอารมณ์นั้นอีกแล้ว     เพราะพวกเรามีต้นไมตรีที่แข็งแรงและอบอุ่นนั่นเอง EM142.gif

         tinyrose.gif    ทักทายและสวัสดีทุกคนค่ะ wave.gif

Posted by sweet lemon on 07 Mar. 2008,00:11
สวัสดีค่ะทุกท่าน  bowsdown.gif


มาร่วมยินดีต้อนรับ..คุณคิลิน...เข้าบ้านพักคนชราค่ะ เอิ๊กกก  smSL13.gif


ดีใจที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาค่ะ  smSL07.gif

Posted by KiLiN on 11 Mar. 2008,08:57
เรื่องที่คุณพิลจะหาซื้อแผ่นหนังกำเนิดเจ้าแม่กวนอิมนั้น  หาซื้อได้จากในเนตนี่แหล่ะครับ   เข้าไปที่ google แล้ว search คำว่า "กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม" ก็จะขึ้นมาเพียบเลยให้เลือก คุณภาพหลากหลาย มีทั้ง DVD และ VCD เลือกได้ตามชอบใจ  ไม่อยากแนะนำที่ผมซื้อเท่าไร  คุณภาพไม่ค่อยดีนัก เป็น VCD แผ่นละ ๑๕ บาท  ถูกเกินไปคุณภาพเลยไม่ค่อยดีนัก

ทีนี้หนังชุดที่ว่านี้มี ๒ ชุด ชื่อเหมือนกัน  แต่คนละเวอร์ชั่น  มีเวอร์ชั่นฮ่องกงแสดงโดย "เจ้าหย่าจือ" ซึ่งมี ๑๑ แผ่น  กับอีกเวอร์ชั่นเป็นของไต้หวันแสดงโดย "เถาฮุ่ยหมิน" มีทั้งหมด ๑๔ แผ่น ทั้ง ๒ เวอร์ชั่นเนื้อหาแตกต่างกันมาก  ผมดูมาแล้วทั้ง ๒ เวอร์ชั่น  แนะนำให้ดูเวอร์ชั่นไต้หวันซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่นำมาโพสต์   จะมีเนื้อหาที่คนทำ  ทำเพื่อมาสอนให้แง่คิดได้ดีกว่า   จำนวนแผ่นที่ว่านี้เป็น VCD ถ้าเป็น DVD คงเหลือ ๒ แผ่น

สวัสดี  ทักทายทุกคนด้วยครับ wave.gif

Posted by KiLiN on 17 Mar. 2008,22:32
เมื่อวานไปห้างพันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน  ที่หน้าทางเข้าห้าง  พบเขาขาย VCD กำเนิดเจ้าแม่กวนอิมชุดที่กำลังฉายอยู่ ว่าเป็นสินค้าขายดี
ราคาตั้ง เก้าร้อยกว่า  เขาขายที่ 826 บาท

นี่เป็นชุดของแท้  ไม่ใช่ก็อบ
ให้เป็นข้อมูลคุณพิลครับ   wave.gif

Posted by pilgrim on 17 Mar. 2008,23:02
ขอบคุณนะคะ คุณคิลิน

พันทิพย์งามวงศ์วานไปง่ายค่ะ ว่างๆ จะย่องไปดู
เผื่อจะได้เจอคุณคิลิน ตัวจริง เสียงจริงบ้าง อิๆๆๆ laugh1.gif  bowsdown.gif

Posted by KiLiN on 16 Jul. 2012,00:05
สวัสดีครับ เพื่อนๆทุกคน

          บ้านฅนธรรมดาเราได้มีอายุครบ 10 ปีบริบูรณ์แล้ว  ก็เลยให้รู้สึกว่าอยากทำอะไรบางอย่างให้กับบ้านหลังนี้เพิ่มเติม  หลังจากที่ร้างราหายไปนาน  ก็เลยคิดว่าจะเริ่มจากการรื้นฟื้นกระทู้นี้ ให้มันสมบูรณ์ขึ้น  โดยการทำการ upload ภาพยนต์เรื่องกำเนิดเจ้าแม่กวนอิมขึ้น youtube  ก่อนหน้าเคยพยายามหาว่ามีใครที่เขา up ไว้แล้วมั้งมั้ย จะได้นำมาแปะไว้ให้  ก็หามีไม่ ที่มีก็มีไม่กี่ตอน หรือมีเป็น version ไม่แปล ก็ดูไม่รู้เรื่องอีก เริ่มแรกก็ดิ้นรนควานหาซื้อ DVD master (แผ่นที่เคยมีไม่ค่อยชัด เพราะไหนๆจะทำทั้งที ก็อยากทำให้ชัดๆ จะ up เป็นชนิด HD เลย) ใช้เวลาหมดไป เกือบ 3 สัปดาห์ ก็หาไม่ได้ เพราะเขาเลิกผลิตแล้ว ที่สุดก็มาลงเอยที่ VCD 14 แผ่นอีกเช่นเคย  ได้มาแล้วก็มาหาวิธีว่าเขา upload กันได้อย่างไร ถึงจะเป็นชนิด HD ได้ และก็จะทำอย่างไรถึงจะ up ได้มากกว่า 15 นาที ก็ใช้เวลาไปอีกหลายวัน ที่สุดก็สำเร็จ

          วันนี้ได้ฤกษ์ก็ขอจะเริ่มตอนที่ ๑ (ตอนละประมาณ 30 นาที รวมทั้งหมด 28 ตอน)  ขอเชิญเพื่อนๆ และผู้ที่ผ่านไปมาเชิญทัศนาได้ครับ  flo_1.gif



           ทางดินแดนในตะวันออก มนุษย์ต่างลุ่มหลงชื่อเสียงลาภยศ บ้างก็เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวจนลืมด้านคุณธรรม บ้างก็ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาไปวันๆ บ้างก็เห็นแก่ทรัพย์สินยอมทำร้ายผู้อื่น บ้างก็เอาแต่ทะเลาะวิวาท ไม่เว้นแต่ละวัน ชาติที่แล้วของเจ้าแม่กวนอิม คือ นักพรตฉือฆัง เคยตั้งปณิธานกับพระพุทธเจ้าไว้ว่า ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้หลุดพ้นสารทุกข์ทั้งหลาย และชี้แนะทางแห่งแสงสว่างสำหรับมนุษย์ เพื่อปฏิบัติธรรม ทำให้มนุษย์หลุดพ้นจากมวลทุกข์ทั้งหลาย เมื่อตอนที่ท่านนักพรตฉือฆัง กำลังไปจุติเป็น องค์หญิง 3 ของอาณาจักรเหมี้ยวจวง แม่มดเสื้อดำ (คือแม่มดหมอหลี) ทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วนล้อมเมฆฝนนิมิตไป ยังราชวังของหวอง เหมี้ยวจวง ด้วยกันและประกาศไปทั่วว่าตัวองค์หญิง 3 มีปีศาจแฝงอยู่ในร่างกายถ้าไม่กำจัดให้สิ้น จะทำให้ดินแดนแห่งนี้ยากที่จะรักษา พร้อมทั้งเกลี้ยกล่อมให้ประชาชนหลงเชื่อ ท่านอุปราชฮั่วหยี่ หมายที่จะช่วงชิงราชบัลลังก์ และยึดเหตุผลนี้บังคับให้ฮ่องเต้ ให้นำเด็กทารกให้ทิ้งลงทะเล ซึ่งเมื่อหลังจากองค์หญิง 3 ได้รับการช่วยเหลือแล้ว แม่มดเสื้อดำยังไม่ยอมลามือตามถึงเขาต้าเซียง โดยใช้มนต์ข่มขู่แม่เฒ่าหยินที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือองค์หญิง 3 พร้อมทั้งดูแลเอาใจใส่ โดยให้คนในครอบครัวได้รับอุบัติเหตุ เมื่อแผนการไม่สำเร็จจึงผลักหยิงเหมี้ยวสองคนพ่อลูก ตกลงไปในเหว เพื่อทำให้องค์หญิง 3 เหมี้ยวซั่น ไม่ให้มีชีวิตอีกต่อไป ซึ่งองค์หญิง เหมี้ยวซั่น ได้ผ่านพ้นความลำบากทั้งปวงจนเติบโต กลายเป็นผู้ใหญ่ ศึกษาธรรมะ ใฝ่หาพระพุทธ และได้รับการชี้แนะจากพระพุทธเจ้า ร่วมกับพ่อบุญธรรม รักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับประชาชนที่พักด้วยกันอย่างสุดความสามารถ และอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข เมื่อแม่มดทราบว่าอุปราช ฮั่วหยี่ ต้องการช่วงชิงราชบัลลังก์ก็ยิ่งดีใจ ทั้งยังแจ้งความเป็นอยู่ขององค์หญิง 3 ให้ทราบ พร้อมทั้งบอกว่า ถ้าต้องการช่วงชิงราชบัลลังก์ให้สำเร็จก็ต้องกำจัดตัวองค์หญิงซึ่งเป็นตัวกีดขวางอุปสรรคตัวสำคัญ ฉะนั้นเขาทั้งสองจึงได้ร่วมมือกันสร้างเรื่องราวต่างๆ ที่ร้ายกาจและโหดร้ายขึ้นมา เพื่อกลั่นแกล้งองค์หญิง และในถ้ำกวันหยุน ในที่สุดองค์หญิงเหมี้ยวซั่น ก็ได้ใช้กล่องกายสิทธิ์และขวดน้ำมนต์ ที่ท่านพระพุทธองค์ทรงพระราชทานมาให้กำจัดปัญหาให้หมดสิ้น และองค์หญิงเหมี้ยวซั่น ได้ทรงขอร้องเสด็จพ่อหวองเหมี้ยวจวัง ให้ทรงช่วยซ่อมแซมวัดไป๋เชี่ย องค์หญิงพร้อมลูกศิษย์อีก 2 ได้บรรลุนิพพาน ขณะเดียวกันท่านพระพุทธองค์ทรงแต่งตั้งนามให้กับองค์หญิงว่า พระโพธิสัตว์กวนซื่ออิม ที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ช่วยเหลือปวงชนมนุษย์ต่อไป... ขอให้ผลบุญจงเกิดแก่ทุกคน..





เทพฉือคัง ผู้ปวารตัวมาเกิดในโลกมนุษย์เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์



เมื่อเทพฉือคังจะมาจุติ  ท้องฟ้าสวยงาม

Posted by KiLiN on 16 Jul. 2012,23:35
มนุษย์ถ้าไม่ยึดติดอะไรนัก  ก็คงไม่ต้องทุกข์อะไรมากมาย เหตุเพราะยึดติด ฮ่องเต้ ฮองเฮา ไทเฮา จึงต้องทุกข์ ทุกข์ที่ไม่มีพระราชโอรสเพื่อสืบทอดราชสมบัติตามประเพณี
เหตุเพราะยึดติด ที่สุดไทเฮาต้องติดกับดักของคนโลภ กลายเป็นหูเบา เชื่อง่าย ขาดปัญญาเป็นเครื่องมือของคนชั่วในที่สุด





เพียงชั่วแวบเดียว  จากท้องฟ้าที่สวยงาม ด้วยอำนาจของนางมารร้าย  ท้องฟ้าก็กลายเป็นมืดคลึ้ม



ประกอบกับที่ฮองเฮาประสูติเป็นราชธิดาแทนที่จะได้ราชโอรส  ขบวนการใส่ร้ายว่าเป็นมารมาเกิดก็เกิดขึ้น




เพราะความยึดติดของไทเฮา  และความเชื่อง่าย  ที่สุดไทเฮาก็ต้องตกเป็นเครื่องมือของคนชั่ว



อีมาสาวใช้ในวังอาสาพาทารกเมี่ยวซ่านหนีจากวัง

Posted by แมวเหมียว on 18 Jul. 2012,13:42
QUOTE
KiLiN:มนุษย์ถ้าไม่ยึดติดอะไรนัก  ก็คงไม่ต้องทุกข์อะไรมากมาย


สาธุค่ะ EM145.gif

Posted by KiLiN on 19 Jul. 2012,09:25
การคิดดีเป็นที่มาของการทำดี ในทางกลับกันการคิดชั่วก็เป็นที่มาของการทำชั่ว
เทพฉือคัง(ในตอนที่ ๑)คิดดี คิดที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ให้กับมวลมนุษย์ จึงปวารณาตัวลงมาเกิดเป็นหญิง เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้หญิงบนโลกมนุษย์ ในการปฏิบัติตัวเข้าถึงพระธรรม
ตรงกันข้ามกับอุปราชฮั่วและราชครูคิดชั่ว มักใหญ่ใฝ่สูง ความโลภครอบงำ ไม่รู้จักพอ จึงทำชั่ว
พระพุทธเจ้าจึงมุ่งสอนให้คนต้องมีปัญญา  รู้จักคิดในหนทางที่ถูกที่ควร มรรคทางแห่งการดำเนินชีวิตข้อแรก จึงต้องมีความเห็นที่ชอบ เพื่อที่จะได้ดำริชอบหรือคิดชอบ อันนำมาชื่งการปฏิบัติชอบตามมา






หลอปิงองค์รักษ์ที่ฮ่องเต้ส่งมาคุ้มกันเมี่ยวซ่าน  ทำทีนำทารกปลอมไปทิ้งทะเล



อีมานำทารกเมี่ยวซ่านกลับไปเลี้ยงที่บ้านของตนเอง



สามีของอีมาจะเชือดไก่เพื่อเลี้ยงฉลอง  ทารกเมี่ยวซ่านก็ร้องไห้เสียงดังไม่ยอมให้ฆ่า

Posted by KiLiN on 20 Jul. 2012,23:54
2 ด้านที่ตรงกันข้าม
ด้านหนึ่งเป็นมิตรกับทุกชีวิตในโลกใบนี้ เห็นทุกชีวิตเป็นเพื่อนร่วมโลก
อีกด้านหนึ่งเห็นชีวิตอื่นไม่ใช่ชีวิต เห็นเป็นเพียงเครื่องเล่น เครื่องอำนวยความสนุกเพียงชั่วแล่น เพราะเห็นอย่างนี้ จึงคิดแต่จะกอบโกยเข้าสู่ตนเอง  โดยไม่ใส่ใจว่าผุ้อื่นชีวิตอื่นจะเป็นเช่นไร
เรื่องจริงชีวิตจริงก็ยังคงเป็นเช่นนี้






พ่อแม่บุญธรรมของเมี่ยวซ่านเป็นคนมีเมตตา  ได้ให้ทานข้าวต้มซึ่งมีมื้อเดียวให้กับนางมารร้ายขอทานจำแลง



หลังจากนางมารร้ายกลับไปแล้ว  ครอบครัวพ่อแม่บุญธรรมของเมี่ยวซ่านก็เกิดเหตุการณ์ร้ายๆต่างๆนาๆ  จนพ่อบุญธรรมของเมี่ยวซ่าน เกือบจะหลงเชื่อคำว่าร้ายจากขอทานจำแลงเสียแล้ว



ครอบครัวของเมี่ยวซ่านตัดสินใจหนีไปอยู่ดอยต้าเซียน

Posted by KiLiN on 23 Jul. 2012,00:17
ความมีเมตตา ความกตัญญู เป็นคุณสมบิคิเบื้องต้นของพระมหาโพธิ์สัตวฺ์






เมี่ยวซ่านพบเห็นตั๊กแตนกัดกัน นางพยายามจะแยกมันออกจากกันก็แยกไม่ได้ จึงถามพี่ชายของนาง ว่าทำไมมันต้องสู้กันด้วย คำพูดของอีเก๋อได้สะท้อนธรรมชาติของคนและสัตว์ที่เหมือนกัน คือการแก่งแย่งกัน สุดท้ายเมี่ยวซ่านก็สามารถใช้ปัญญาแยกตั๊กแตนนั้นให้เลิกลาต่อกัน





 อีมาได้สอนหนังสือให้เมี่ยวซ่าน ในตอนหนึ่งได้สอนถึงตัวหนังสือซึ่งอ่านว่า "เหยิน" ซึ่งมีสองคำ คำหนึ่งหมายความว่า "เมตตาปราณี" อีกคำหนึ่งหมายความว่า "คนหรือมนุษย์" ทั้ง ๒ คำเขียนต่างกัน แต่มีความสัมพันธ์กัน ระหว่างคนที่มีความเมตตา กับไม่มีเมตตา
      เมี่ยวซ่านก็พูดว่า ถ้าเขาโตขึ้นเขาจะเอาคำ ๒ คำนี้ไปบอกให้คนทั่วไปรู้ อีมาบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธรรมชาติของคนส่วนใหญ่มีความเห็นแก่ตัวเป็นทุนเดิม ถ้าทุกคนมีเมตตา โลกนี้ก็จะอยู่รอด
     ถ้าทุกคนมีเมตตา โลกนี้ก็จะอยู่รอด





เมี่ยวซ่านถูกนางมารร้ายลวงให้ตกเขา




พ่อของนางมาตามหานาง ก็ถูกนางมารร้ายผลักตกเขา

Posted by KiLiN on 25 Jul. 2012,10:18

ตอนที่ ๖ : เมี่ยวซ่านเดินทางเพื่อช่วยพ่อของนาง




เมี่ยวซ่านได้เดินทางพร้อมกับพี่ชายของนาง เพื่อไปหาดอกบัวทองตามคำบอกเล่าของเทวดาเจ้าที่
     ณ ทางผ่านทั้งสองต้องสกัดหินทำงานหนัก เพื่อแลกกับการผ่านทาง เริ่มแรกทั้งสองก็จะไม่ยินดี แต่เมื่อได้ยินว่าจะไปในจุดหมายที่ต้องการได้นั้น ต้องผ่านทางนี้ทางเดียวเท่านั้น
    " พี่ใหญ่ เพื่อช่วยท่านพ่อเราทำเถอะ " คำพูดของเมี่ยวซ่านสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะช่วยพ่อของนางอย่างสูง




ทั้งสองเดินทางต่อไป จนถึงสถานที่น่ากลัวแห่งหนึ่ง อีเก๋อ พี่ชายเริ่มจะฝ่อ นึกถึงคำเตือนของผู้ใหญ่ที่เตือนไว้ในช่วงสกัดหินทำงานหนัก แต่เมี่ยวซ่านยังยืนยันที่เดินทางต่อ อีเก๋อจึงจำยอมเดินทางต่อ แต่ก็พูดทำนองว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์เจอผี ให้เมี่ยวซ่านรีบหนีกลับ แล้วเขาจะคุ้มครองนาง เมี่ยวซ่านได้พูดว่า" ถ้าเราไม่ทำร้ายใคร ไม่ต้องกลัวผีหลอก "



ในที่สุดเมี่ยวซ่านก็ได้มาถึงจุดหมายปลายทางที่มุ่งหวัง




เทวดาองค์เดิมปรากฎตัวอีกครั้ง  นางได้ดอกบัวทองไปช่วยชีวิตพ่อและพี่ชายของนางได้สมใจหวัง
     " เจ้าหวังจะช่วยชีวิตคน ยอมทนทุกข๋ทรมาน ไม่หวั่นต่อความตาย จากดอยต้าเซียนถึงดอยดอกบัว เจ้าเดินทางมาเอง เจ้ามาขอบคุณข้าทำไม เจ้าขอบคุณพระพุทธองค์เถอะนะ " คำกล่าวสุดท้ายของเทวดาองค์นั้น

Posted by KiLiN on 27 Jul. 2012,09:28
ตอนนี้เป็นอีกตอนที่ปลุกเร้าคุณธรรม ความมีกตัญญูที่ลูกมีต่อแม่ที่เลี้ยงดูมา แม้จะไม่ใช่แม่บังเกิดเกล้าก็ตาม





เมี่ยวซ่านเฉือนเนื้อตนเอง  เพื่อนำเลือดไปปรุงยารักษาแม่บุญธรรม



เมี่ยวซ่านหมดสติ แล้วฝันได้พบพุทธองค์ ได้รู้ความจริงในชาติกำเนิดของตน  และรู้ความจริงในความทุกข์ของชีวิต



คำพูดของเมี่ยวซ่านชี้ให้เห็นถึง ความกตัญญูที่ลูกๆทุกคนควรมีต่อ พ่อแม่ของตน
      " บุญคุณที่ท่านแม่เลี้ยงดูมา ลูกทดแทนไม่หมดหรอก เลือดไม่กี่หยดเอง จะสำคัญอะไรนักหนา "

Posted by KiLiN on 29 Jul. 2012,08:04




ความพอใจและเห็นคุณค่าในสิ่งที่มีอยู่ ย่อมทำให้ชีวิตมีสุขได้ง่าย ดังบทเจรจาของเมี่ยวซ่าน

"ทุกอย่างที่เราได้รับหน่ะ เป็นแค่อุปโลกขึ้นมาเท่านั้น นอกจากใส่ชุดสวยงามแล้ว เราจะมีความรู้สึกยังไงกับมัน  เสื้อผ้าเหล่านี้ท่านแม่ทำมันเองกับมือ ถึงแม้มันจะขาดบ้าง แต่ข้าก็ใส่อย่างสบายใจ และพอใจกับมัน หากคนใดรู้สึกไม่สบายใจ ก็จะรู้สึกว่าของของคนอื่นจะดีกว่าของของเราเอง ถึงจะใส่แพรพรรณมีค่า ก็จะรู้สึกว่ามันก็ดีเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียว อีกเดี๋ยวก็จะรู้สึกสีอื่นดีกว่า  ไม่เคยมีความเพียงพอ  เสื้อผ้าจะดีขนาดไหนก็ไม่รู้สึกดี ท่านแม่จะจัดงานวันเกิดให้ลูก ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า พูดจาสังสรรกันให้ดี คิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว"




"ช้าก่อน..คุณชายท่านนี้ นี่มันกลางวันแสกๆ ทำไมบังคับเด็กสาวไปกับท่านล่ะ เกิดมาเป็นคน ต้องมีธรรมะในใจ หรือท่านไม่กลัวว่าจะมีบาปติดตัว"




หลังจากที่ความจริงปรากฎ ว่าทั้งสองไม่ได้เป็นพี่น้องคลานตมกันมา  ความสัมพันธ์ของอีเก๋อกับเมี่ยวซ่าน  ก็พัฒนาไปฉันหนุ่มสาว




แต่...ที่สุดเมี่ยวซ่านก็ได้สติหยุดความสัมพันธ์นั้น ตามปณิธานของเธอต่อไป

Posted by KiLiN on 06 Aug. 2012,19:52




เมี่ยวซ่านเห็นอีเก๋อหลบมุมเหงาอยู่คนเดียว  จึงเข้าไปหวังเย้าแหย่ แต่เมื่อคิดถึงปณิธานตนเอง  ก็ได้แต่อึ้งหยุดไป




ภัยเริ่มเข้าใกล้ตัว  คนดีธรรมย่อมคุ้มครอง สวรรค์จึงส่งแจกันศักดิ์สิทธิ์มาเป็นของประจำตัวเมี่ยวซ่าน




"....เจ้าไม่เคยเห็นกฎหมายในสายตา ฝ่าบาทจัดการเจ้าไม่ได้  แต่พ่อลูกสกุลฮั่วจงจำไว้  กฎธรรมะมีอยู่ทั่วไปไม่ว่าที่ใด เพื่อขจัดอันธพาล ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ขอให้เจ้ากลับตัวกลับใจเธอะ มิเช่นนั้นกรรมจะตามสนองนะ"


[ผมได้ย้อนกลับไปตอนเก่าๆที่ผ่านมา คัดเลือกคำพูดเนื้อหาบางตอนมากล่าวถึง  เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมดูยิ่งขึ้น และเพื่อให้สมกลับความรู้สึกดีดีที่มีต่อภาพยนต์เรื่องนี้  
จะค่อยๆทะยอยทำย้อนกลับไปนะครับ]

Posted by KiLiN on 14 Aug. 2012,23:48


อุปราชฮั่วร่วมมือกับนางมาร ใช้เวทย์มนต์ทำให้เกิดเชื้อโรคระบาดต่อชาวดอยต้าเซียน ทำให้ผู้คนล้มป่วย ตาย เมี่ยวซ่านและพ่อของนางต้องหาทางช่วยดอยต้าเซียนอย่างสุดกำลัง


จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เมี่ยวซ่านได้ช่วยเหลือเด็กหนุ่มชื่อ ส้านไฉ ให้รอดชีวิตมาได้ ขณะที่แม่ของเขาเสียชีวิต เมี่ยวซ่านจึงรับเขามาอยู่ด้วย ต่อไปเด็กหนุ่มคนนี้ได้ขอเป็นศิษย์ของเมี่ยวซ่าน และเขาก็คือเด็กชายที่ยืนอยู่เคียงข้าง ซ้ายมือของเจ้าแม่กวนอิมในเวลาต่อมา


Posted by KiLiN on 19 Aug. 2012,22:29


เมื่อยังทำอะไรเมี่ยวซ่านไม่ได้ อุปราชฮั่วก็กลับมาใช้วิธีเพ็จทูลไทเฮา ปั่นหัวไทเฮาอีก เพื่อใช้วิธีปลอมพระราชโองการของฮ่องเต้ ไปนำเมี่ยวซ่านเข้าวัง


การจะจากไปของเมี่ยวซ่าน ทำให้ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัย แม้แต่ชาวบ้านก็อาลัยอาวรณ์มาออกัน เพราะเมี่ยวซ่านเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน
      เมี่ยวซ่านได้กล่าวว่า"พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ทองคำแท้ไม่กลัวเพลิงเผา มีพุทธองค์คุ้มครองอะไรก็ทำร้ายไม่ได้"


เมี่ยวซ่านเข้าวัง


เมี่ยวซ่านถูกกักขังในวัด

Posted by KiLiN on 22 Aug. 2012,23:46
ผมได้ย้อนกลับไปทำภาพและเนื้อหาอธิบายประกอบในบางส่วน  ได้เสร็จสิ้นตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว  ก็เชิญทุกท่านที่สนใจเชิญติดตามทัศนาได้  flo_1.gif
Posted by KiLiN on 24 Aug. 2012,06:42




"........ฐานะองค์หญิงก็ไม่ต่างจากหญิงสามัญชนเลยสักนิดเดียว วิญญาณดวงนึงต้องเกิดใหม่เป็นมนุษย์ การเกิดมาในโลกมนุษย์นับว่ามีวาสนาพอแล้ว ชาตินี้ร่างกายไร้อิสระ แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือผลกรรม ไม่ว่าจะเกิดเป็นลูกเจ้า ลูกแผ่นดิน ขุนนางผู้ใหญ่ สามัญชนก็ตาม ก็มีฐานะไม่ต่างกัน ถ้าไร้ความขยัน ยากพบความสำเร็จ ละโมภจนลืมบาป ยึดของผู้อื่นเป็นของตน ทำให้ผู้อื่นชอกช้ำใจ คนชนิดเนี้ยผลกรรมต้องตามสนองในเร็ววัน ถ้าหากหนีพ้นเวรกรรม ชาติหน้าก็ต้องรับอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นควรต้องยึดถือธรรมะ เพื่อให้คนผู้นั้นเอาการปฏิบัติธรรมมากล่อมเกลาจิตใจ จนมีบุญญาธิการมีผลบุญทำให้สุขใจอย่างแท้จริง ความสุขกายภายนอก ใช่สุขที่แท้จริง การขยันหมั่นเพียร ใช่เป็นความทุกข์ ทุกข์ในโลกมนุษย์ ก็จะอยู่ที่ผู้ที่ไม่รู้จักปล่อยวาง ไม่รู้จักเพียงพอ ใจเกิดความละโมภ ในใจไร้ความยุติธรรม........"



ในที่สุดเมี่ยวซ่านก็เริ่มรู้ความจริงว่า การรับนางมาเที่ยวนี้ แท้จริงเป็นเพียงกลลวงของอุปราชฮั่ว
.      เมี่ยวซ่านได้พิสูจน์ ความเป็น " ทองคำแท้ไม่กลัวเพลิงเผา "ของนาง เพียงไม่กี่วัน จากคำใส่ไคล้ป้ายร้ายสีต่างๆนาๆที่มีต่อเมี่ยวซ่าน  สาวใช้ที่อุปราชฮั่ว ส่งมาเฝ้าประกบได้กลายเป็นพวกของเมี่ยวซ่านไปเรียบร้อย



      อีกด้านหนึ่งภายในวัง ฮ่องเต้ก็เริ่มระแคะระคายว่า มีการปลอมแปลงพระราชโองการของพระองค์ นำเมี่ยวซ่านมากักขังไว้ในวัด แต่พระองค์ก็ทำอะไรไม่ถนัด ติดขัดที่มีไทเฮาร่วมการนั้นด้วย จึงได้แต่ส่งองค์รักษ์หลอปิง บุคคลที่เคยช่วยคุ้มกันให้อีมา(แม่ที่เลี้ยงดูเมี่ยวซ่าน) พาเมี่ยวซ่านหนีเมื่อในอดีต  มาช่วยคุ้มกันภายในวัด ...แต่ก็ไร้ผล เนื่องจากถูกคำสั่ง สั่งทับจากไทเฮา ให้คนของอุปราชมาคุ้มกันแทน

Posted by KiLiN on 25 Aug. 2012,00:01
สถานการณ์เริ่มเข้มงวดขึ้น ไม่ต้องแต่งหน้าฉากกันอีกต่อไป คนของอุปราชโดยอาศัยไทเฮาเป็นเครื่องมือ พยายามเร่งวันเร่งคืน หาทางกำจัดเมี่ยวซ่านให้ได้

     เรามาดู" ทองแท้ไม่กลัวการเผาไฟ " กันในตอนต่อไป





คุณชายฮั่วกับกุ้ยเหลียงวางแผนการณ์ชั่วร้าย หวังมอมยาเมี่ยวซ่าน แต่หลงหนี่สาวใช้ที่ถูกส่งมาประกบเมี่ยวซ่าน ซึ่งตอนนี้ได้เป็นพวกของเมี่ยวซ่านไปเรียบร้อย พอจะรู้ทางเรื่องนี้ดี จึงอาศัยความสามารถเฉพาะตัวแอบสลับถ้วยชา ทำให้คุณชายฮั่วเป็นฝ่ายกินยาที่ตนหวังมามอมยาไปแทน



หลงหนี่ได้มีโอกาสระลึกย้อนกลับอดึต  รู้ความจริงว่าที่แท้ตนเองเป็นธิดาลูกสาวของเจ้าสมุทร  แล้วพลัดหลงกลับวังบาดาลไม่ได้



ในที่สุดหลงนี่ก็ขอสมัครเป็นศิษย์ขอติดตามเมี่ยวซ่านปฏิบัติธรรม

      เมื่อวางยาเมี่ยวซ่านยังไม่สำเร็จ กุ้ยเหลียงก็ยังไม่ยอมลดละ ยังคงหาวิธีต่างๆนาๆ เพื่อจะกลั่นแกล้งกำจัดเมี่ยวซ่านให้ได้

Posted by KiLiN on 25 Aug. 2012,16:58




อีเก๋อและกวนหลินเข้าเมืองตามหาเมี่ยวซ่าน



กุ้ยเหลียงยังคงดำเนินการกลั่นแกล้งทุกวิถีทาง



.      กุ้ยเหลียงใช้วิธีบีบคั้นอย่างสุดๆ แต่เมี่ยวซ่านก็ไม่ตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น ใช้ขันติความอดกลั้นอย่างยิ่ง ถือว่าเมื่อมีกรรมก็ต้องชดใช้ จนกว่าจะหมดเวรกรรม ขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็นการฝึกฝนตนเองไปในตัว ถ้าเทียบกับคนทั่วไปก็คงตอบโต้อย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว ที่ทำได้อย่างนี้เพราะมีอุดมการณ์ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า



" .....เมี่ยวซ่านยังมีเวรกรรม ต้องทนทุกข์นี้ให้ได้ ในใจมีพระต้องไม่ท้อถอย ที่ข้าทำเช่นนี้ทุกวัน มิใช่ข้าจะยอมแพ้พวกเขา แต่กลับเห็นความลำบากนี้ เป็นวิธีเพียรปฏิบัติธรรม ฝึกฝนตนเองท่ามกลางความทุกข์ ข้าหมายมั่นว่าจะปฏิบัติจนสำเร็จ อันเป็นความต้องการของมวลมนุษย์ โลกนี้มีเรื่องไร้ยุติธรรมมากมาย ขุนนางโกงกินรังแกราษฎรมีอยู่มาก คนใจโฉดชั่ว ทำแต่เรื่องเลวร้าย ชอบก่อกรรมทำเข็ญ คนที่มีจิตใจเมตตาในโลกนี้ช่างเอาความทุกข์มามากเหลือเกิน ข้าพร้อมปฏิบัติให้สำเร็จเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ให้พ้นจากห้วงแห่งกรรม...."



เมื่อยังไม่ได้ผล ที่สุดกุ้ยเหลียงก็ใช้วิธีอำมหิต ใช้ไฟครอกเผาทั้งเป็น
ชาวบ้านดอยต้าเซียน เห็นเมี่ยวซ่านเข้าเมืองหลวงมาหลายวัน ก็เข้าเมืองมาติดตามข่าวคราว พอรู้ว่าเป็นการหลอกลวง ก็พยายามหาจังหวะเข้ามาช่วยเหลือเมี่ยวซ่าน
      ได้ช่วยเมี่ยวซ่านหนีออกไป แต่เอากุ้ยเหลียงมาขังแทน กรรมจึงตามสนองกุ้ยเหลียงถูกไฟครอกตาย

Posted by KiLiN on 30 Aug. 2012,00:22




ภายในสถานการณ์ที่เลวร้าย  ก็ยังมีสิ่งที่ดีแฝงอยู่  สำคัญอยู่ที่ว่ามีปัญญาไปมองเห็นหรือไม่

      อีมาแม่ของเมี่ยวซ่าน พูดตำหนิตนเองว่า
    " คนของจวนฮั่วนี่ โหดร้ายจริงๆ เมี่ยวซ่าน ลูกทนได้ยังไง ตอนนั้นนะ คงต้องโทษแม่ที่ไปเชื่อคำพูดของเขา ทำให้ลูกต้องตกไปอยู่ในหลุมพรางของพวกเขาแบบนั้นหน่ะ "  

      เมี่ยวซ่านพูดอธิบายว่า
      "ท่านแม่  อย่าพูดอย่างนี้ซิ ลูกก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วนี่  มีพลัดพรากก็ต้องมีพบกัน ได้อยู่วัดไป๋เชอะคราวนี้ ซือไท่เสียนเจินให้ตำราสวดมนต์มา ๑๐ เล่ม ทนทุกข์แค่เดือนเดียว ได้รับสัจจธรรมมากมาย ได้ธรรมะกล่อมเกลาปฏิบัติเต็มทื่ ท่านแม่ท่านว่านี่เป็นบุญหรือเป็นกรรมกันแน่หล่ะ.."



เมี่ยวซ่านและลูกศิษย์ทั้งสองได้มุมสงบปฏิบัติธรรม



ฮ่องเต้และฮองเฮาเข้าใจว่าเมี่ยวซ่านเสียชีวิต จนล้มป่วย เมี่ยวซ่านรู้ข่าวจึงเข้าวังหวังรักษาพ่อแม่บังเกิดเกล้า

Posted by KiLiN on 03 Sep. 2012,00:11







เมี่ยวซ่านเข้าวัง



พบฮ่องเต้




พบฮองเฮา



เมี่ยวซ่านชี้แจงถึงตัวยาที่จะใช้รักษาฮ่องเต้และฮองเฮาต้องอาศัยชิ้นเนื้อของผู้เป็นลูก
ขอให้องค์หญิงทั้งสอง(พี่สาวของตน)เสียสละชิ้นเนื้อเพื่อรักษาผู้เป็นพ่อแม่
องค์หญิงทั้งสองอิดออด โย้กโย้ ต่างๆนาๆ ไม่ทรงยินยอม
เมี่ยวซ่านจึงกล่าวสอนว่า....
" มนุษย์เราพ่อแม่ให้กำเนิด เลือดเนื้อพ่อแม่เป็นผู้ให้
การเอาเลือดเนื้อมารักษาอาการป่วยของพ่อแม่ เกิดเป็นลูกก็ควรจะยินยอมพร้อมใจ
วรกายที่สูงศักดิ์ขององค์หญิงใครเป็นผู้ให้ล่ะ มีฐานันดรศักด์มาตั้งหลายสิบปี อาศัยใคร
คนเราเกิดมาต้องรู้กตัญญู ฝ่าบาทและฮองเฮาตอนนี้ต้องการแค่เนื้อองค์หญิงเท่านั้นเอง
องค์หญิงแค่ทรงทนทุกข์ชั่วครู่ หรือว่าจะยังทรงไม่ยินยอมอีก "




ที่สุดต้องตัดชิ้นเนื้อที่ตนเอง
เมี่ยวซ่านตัดชิ้นเนื้อของตนเอง เพื่อทำเป็นน้ำแกงให้ฮ่องเต้และฮองเฮาเสวย ระหว่างที่ตัดชิ้นเนื้อและเลือดที่หยดลงชาม กลิ่นหอมได้โชยไปทั่วท้องพระโรง จนทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นแปลกใจกันไปตามๆ

      รุ่งขึ้นอาการของฮ่องเต้และฮองเฮาก็หายเป็นปกติ ฮ่องเต้จะปูนบำเหน็จเป็นทรัพย์สมบัติอย่างไร เมี่ยวซ่านก็ไม่รับ แต่...สุดท้ายเมี่ยวซ่านได้ขออย่างหนึ่งจากฮ่องเต้และฮองเฮาเป็นรางวัลแทน



สิ่งที่เมี่ยวซ่านขอ คนที่เป็นลูกกำพร้าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ได้ดี ความรัก ความระลึกถึง บุญคุณของพ่อแม่ที่ให้บังเกิดลูก

" หม่อมฉัน กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก บัดนี้สามารถรักษาฝ่าบาทได้ ได้แต่มองฝ่าบาทอย่างตั้งใจ ขอให้หม่อมฉันได้คุกเข่าต่อพระพักตร์ทั้งสองพระองค์สักครั้ง เพื่อทำให้หม่อมฉันเหมือนดังขอบคุณพ่อแม่ของหม่อมฉัน......
หากมีบุญวาสนา หม่อมฉันขอยืมวรกายทั้ง ๒ พระองค์ ที่จะทำให้หม่อมฉัน คลายความระลึกถึงพ่อแม่ได้ สิ่งนี้เป็นรางวัลที่หม่อมฉันปรารถนาที่สุด"




Posted by KiLiN on 10 Sep. 2012,23:25




สถานะการณ์แปรเปลี่ยน ฐานะที่แท้จริงของเมี่ยวซ่านถูกเปิดเผย ทุกฝ่ายต่างรู้ว่า เมี่ยวซ่านคือองค์หญิงสามซึ่งยังไม่ตาย












อุปราชฮั่วเผยธาตุแท้  เป็นกบฎ ฆ่าไทเฮา

Posted by KiLiN on 15 Sep. 2012,23:07




เมี่ยวซ่านกับพวกพาฮ่องเต้ ฮองเฮา และองค์หญิงทั้งสองหลบไปยังดอยต้าเซียน




Posted by KiLiN on 18 Sep. 2012,00:14




" สรรพสิ่งอยู่ที่ใจ  
ไม่ว่าวิชาอะไร ก็ทำลายข้าไม่ได้
ศึกระหว่างเทพกับมารนั้น คือศึกภายในใจ
หรือว่าเจ้าดูไม่ออกว่า คุณธรรมกับจิตใจมักจะอยู่ด้วยกัน เจ้าไร้ซึ่งคุณธรรม
ไร้คุณธรรมดั่งไร้จิตใจ ไร้จิตใจใครเชื่อถือ  
จิตใจไร้พลัง ถึงมีวิชามารวิชาปีศาจก็เอาชนะข้าไม่ได้ "

ในที่สุด อุปราชฮั่วก็ถึงกาลอวสาน



ขุนนางมาเชิญฮ่องเต้กลับวัง แต่ฮ่องเต้เกิดความเบื่อหน่าย อยากใช้ชีวิตมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอยู่ที่ดอยต้าเซียน เมี่ยวซ่านต้องอธิบายถึงหนทา
งการบรรลุโพธิญาณไม่ได้มีเพียงหนทางเดียว ฮ่องเต้จึงยอมกลับวัง

" เสด็จพ่อเป็นฮ่องเต้ก็คือองค์การสวรรค์ ความชั่วดีของคน บาปบุญมากน้อยไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าเป็นฮ่องเต้ เป็นขุนนาง เป็นชาวบ้าน แต่อยู่ที่ใจ ท่ามกลางความสับสน แผ่นดินต้องมีคนดูแล อุปราชฮั่วอี่ก่อความวุ่นวาย ทำให้ราชวงศ์เมี่ยวจวงต้องสั่นคลอน ขอเพียงเสด็จพ่อปกครองโดยธรรม  ต้องมีสักวันเมื่อถึงจุดหมาย สวรรค์จะเปิดเห็นความดี หูก็จะได้ยินแต่คนสรรเสริญ ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เช่นนี้ก็สามารถบรรลุโพธิญาณได้นะ "



ด้วยความพยายาม  ด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่ที่ต้องการช่วยเหลือสรรพสัตว์  ในที่สุดเมี่ยวซ่านก็สำเร็จมรรคผลสู่โพธิญาณ เป็นพระโพธิสัตว์  โพธิสัตว์ทะเลใต้ โพธิสัตว์กวนอิม


Posted by KiLiN on 30 Sep. 2012,20:19
หลังจากสำเร็จบรรลุมรรคผลเป็นเจ้าแม่กวนอิมพระโพธิสัตว์แล้ว เจ้าแม่ก็ไปโปรดสัตว์ในที่ต่างๆ







เข้าฝันเตือนอย่าให้ทำกรรมชั่ว

Posted by KiLiN on 13 Oct. 2012,08:52




 โปรดโจรให้กลับใจ




 เจ้าแม่กวนอิมลองใจ

เจ้าแม่กวนอิม ได้เข้าฝันคนหลายๆคนว่าจะมาพบที่แห่งหนึ่ง หลายคนต่างมารอดักพบพระโพธิสัตว์ตามในฝันนั้น แล้วเจ้าแม่กวนอิมก็แปลงร่างเป็นยายแก่ขอทานใกล้ตาย มาขอทานในที่ที่หลายๆคนมารอดักพบพระโพธิสัตว์นั้น ปรากฎว่าต่างคนต่างก็มารอดักพบเพื่อหวังความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครเลยที่จะสนใจช่วยเหลือยายแก่ขอทานร่างแปลงนั้น มีแต่คนหวังจะได้รับความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครยอมที่จะช่วยเหลือคนที่ทุกข์กว่าตน

แล้วยายแก่ร่างแปลงก็พูดกับชายหนุ่มซึ่งพลาดหวังจากการสอบเป็นขุนนางคนหนึ่งว่า

" พวกท่านห่วงความทุกข์ของตัวเอง ไม่เคยเป็นห่วงคนที่ทุกข์กว่าพวกท่านเลย ท่านไม่ห่วงผู้อื่น โพธิสัตว์จะสงสารท่านได้ยังไงกัน "

" ยายแก่อย่างข้า คิดว่าคนในโลกนี้แล้งน้ำใจ ภายในใจของแต่ละคน ห่วงแต่ความทุกข์ของตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ ท่านยังไม่ทันได้เป็นขุนนาง ทำไมไม่ลองคิดดู ยายแก่อย่างข้าอยู่ได้ไม่อีกนาน ท่านคิดอยู่เสมอว่ายังมีพรุ่งนี้ แต่คนแก่อย่างข้าผ่านวันนี้ไปแล้วไม่มีพรุ่งนี้ ท่านรอโพธิสัตว์ให้ช่วย ทำไมท่านถึงไม่รู้จักสงสารข้า ให้ทานข้าวกับข้า ให้เงินข้า ช่วยเหลือคนแก่อย่างข้าสิ "


ชายหนุ่มได้ฟัง ก็เหมือนจะคล้อยตามเห็นด้วย แต่ก็ยังไม่วาย ตระหนี่ถี่เหนียวเห็นแก่ตนเองไว้ก่อน  เอาเศษอาหารที่เหลือซึ่งแข็งจนกัดไม่เข้ามาให้ยายแก่  ยายแก่จึงพูดว่า

" สามารถดีต่อภรรยายังเป็นกุศลน้อย ถ้าสามารถทำกับคนอื่นที่ไม่รู้จักอย่างข้ายายแก่ที่ใกล้ตาย ดีเหมือนกับทำกับภรรยาได้ นั่นคือกุศลอย่างแรง "




กระจกส่องอดีตและอนาคต

       เจ้าแม่กวนอิมแปลงเป็นสาวชาวบ้าน เอากระจกโบราณมาเร่ขายโดยตั้งราคาไว้สูง บอกคุณสมบัติว่าสามารถส่องเห็นเรื่องราวในอดีตชาติและอนาคตได้ 

       มีคนมาสนใจมุงดูกัน แต่เกี่ยงเรื่องราคาและว่าจะเป็นจริงแค่ไหน  ก็เลยมีคนขอลอง โดยยอมจ่ายเป็นค่าทดลองแทน ชายคนนึงได้ทดลอง ผลเขาเห็นตนเองชาติก่อนเกิดเป็นหมา ชาติที่เกิดเป็นคนก็ทำทารุณกับภรรยา เขารู้สึกตกใจมาก หญิงสาวแปลงจึงกล่าวว่า

" ไม่ต้องกลัว  ผลลัพธ์ในชาติหน้ายังเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับการกระทำภายหน้า "

      แล้วเขาก็รีบจากไป คนอื่นๆก็เลยอยากรู้กันบ้าง ผลก็คล้ายๆกัน หลายคนชาติก่อนต่างเคยเกิดเป็นสัตว์มาหลากหลาย ก็เลยเกิดความสงสัยว่าอย่างนี้ชาติต่อไป มิต้องไปเกิดเป็นสัตว์กันอีกเหรอ

      หญิงแปลงจึงว่า
" ท่านคิดว่าท่านเลือกเกิดได้เองเหรอ ชาติหน้าขึ้นกับการกระทำของชาตินี้ มนุษย์เกิดมาชาติหนึ่งทำตัวไม่ดี อีกทั้งไม่รักตัวเองรักคนอื่น ไม่ทำเรื่องดี ชาติหน้าจะให้เกิดเป็นคนได้ยังไงกัน...."

       เขาสงสัยว่าจะเป็นจริงตามที่เห็นในกระจกสักแค่ไหน กลัวว่าจะเป็นเรื่องต้มตุ๋น หญิงแปลงก็ว่า
       ".....เรื่องราวเป็นอย่างไร แต่ละคนก็ย่อมรู้ดี กระจกไม่มีเลศนัย เกรงว่าใจคนมีเลศนัยมากกว่า" 
       ใจคนมีเลศนัยมากกว่า สิ่งของไม่มีจิตวิญญาณ จึงมีเลศนัยไม่ได้ ไม่เหมือนใจคน ปรุงแต่งไปตามจิต ที่คิดเป็นกุศลหรืออกุศล

       ชายคนหนึ่งก็อยากรู้ว่า แล้วกระจกวิเศษนี้สามารถทำให้ชาติต่อๆไปของเขาได้มาเกิดเป็นคนได้มั้ย
       ".....ในโลกนี้ยังมีของวิเศษแบบนี้อีกเหรอ ถ้าหากท่านยังอยากเกิดเป็นคนอีก เกรงแต่ต้องไปถามกวนอิมเท่านั้นแหล่ะ."
       ในโลกนี้ยังมีของวิเศษแบบนี้อีกเหรอ คำกล่าวนี้สะท้อนความเป็นปุถุชนของคนทั่วไปอย่างดี  คนทั่วไปน้อยคนที่คิดจะหาทางพึ่งตนเอง  ส่วนมากชอบความสะดวก ง่าย พึ่งคนอื่น พึ่งสิ่งของ ความเป็นคนจะพัฒนาหรือไม่ แค่ฟังประโยคนี้ก็บอกได้แล้วระดับหนึ่ง 

       " ในตัวเองทำอะไรก็น่าจะรู้แก่ใจดี ขอเพียงชาตินี้มีความสุข สนใจชาติหน้าไปทำไมกันเล่า "  
       ขอเพียงชาตินี้มีความสุข สนใจชาติหน้าไปทำไมกันเล่า เป็นคำกล่าวของชายหญิงเจ้าของโรงเตี๊ยม ซึ่งเกาะกุมไปด้วยความเห็นที่ผิด




 ลงโทษผู้กระทำผิด และสั่งสอนให้ทำกรรมดี

"ถ้าอยากให้ชาติหน้าเกิดเป็นคน ชาตินี้ก็ต้องละเว้นทำชั่ว ทำบุญทำทานให้มาก  ทำตัวเป็นคนดี ชาติหน้าตอบสนอง บุญกุศลที่ทำในชาตินี้  ทำกรรมสิ่งใดได้รับกรรมนั้นตอบสนอง"

Posted by KiLiN on 23 Oct. 2012,16:12



อีกครั้งหนึ่งที่เจ้าแม่กวนอิมได้ยินเสียงจากสรรพสัตว์ที่ทุกข์ยาก ร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงชรา ซึ่งอยู่ในเมืองแห่งหนึ่ง หญิงชราซึ่งลูกชายได้เสียชีวิต ทิ้งไว้แต่ลูกสะใภ้และหลานสาว แต่ด้วยความยากจน ลูกสะใภ้ก็ได้ตายไปอีก คงเหลือแต่นางกับหลานสาว แต่แล้วในที่สุด หลานสาวเองก็ต้องถูกช่วงชิงตัวไปอีก เพื่อเป็นค่าเช่าบ้านที่ค้างไว้

"พวกเจ้าได้ยินหรือเปล่า...
คนที่ได้รับทุกข์เวทนา กำลังต่อว่าข้า ...
จะโกรธพวกเขาก็ไม่ได้ พวกเขารุ่มร้อนทั้งกายและใจ
ระหว่างเกิดความทุกข์หนัก ไร้คนคอยช่วยเหลือเกื้อกูล
เราไม่ได้ช่วยพวกเขา พวกเขาจะรู้ได้ยังไงว่ามีเราอยู่ 
แล้วจะรู้แสงสว่างของพุทธคุณได้ยังไงกัน
ดีหล่ะ...เราจะเดินทางไปช่วยพวกเขาด้วยกัน"




ความกดดันของชีวิต ในที่สุดหญิงชราก็คิดฆ่าตัวตาย

"ท่านแม่เฒ่า สวรรค์มีทางให้เดิน 
ทำไมต้องคิดสั้นด้วย ทำไมคิดไม่ตก มีอะไรท่านบอกกับข้าก็ได้ 
ช้าก่อนท่านอย่าแขวนตัวตายอีกต่อไปเลย
....ในโลกนี้ไม่มีเรื่องยาก  เกรงแต่คนมีใจ"

Posted by แมวเหมียว on 05 Nov. 2012,09:22
แวะมาดูมาอ่าน หาสัจธรรมนำไปขบคิดอยู่เสมอค่ะ


ขอบคุณค่ะคุณคิลิน  bowsdown.gif





EM145.gif

Posted by KiLiN on 12 Nov. 2012,23:02
สวัสดีครับ คุณแมวเหมียวสบายดีนะครับ

ส่วนผมเริ่มไม่สบายเท่าไร  วันก่อนต้องไปนอนโรงพยาบาลให้เลือด  ซีด เสียเลือดไปมาก  เลือดหายไป 2 ลิตร  แทบแย่

Posted by KiLiN on 12 Nov. 2012,23:17

Posted by แมวเหมียว on 16 Nov. 2012,15:49
คุณคิลินไม่สบายเป็นอะไรคะ ..เสียเลือดมาก เลือดหายไปตั้ง 2 ลิตร. ask.gif .?

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงก่อนนะคะ  tinyrose.gif

Posted by KiLiN on 28 Nov. 2012,18:40
หมอตรวจส่องกล้องเข้าไปดูทั้งในลำไส้ และกระเพาะอาหาร  ผลปรากฎว่ามีแผลในกระเพาะเต็มไปหมด  มีทั้งแผลสดและแผลเก่า ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า 5 ซม. และมีหลายแผล  รูปจากกล้องหาที่ดีแทบไม่เจอ  เป็นแผลเหวอะหวะแทบทั้งกระเพาะ  หมอแปลกใจว่าเป็นไปได้ยังไง  เพราะหมอที่ไปหาก็เป็นหมอประจำ ต้องไปหาเป็นระยะๆ  เรื่องตับและไตอยู่แล้ว  ซึ่งก่อนหน้าก็ไม่มีอาการปวดท้อง  ยาแก้ปวดก็ไม่ได้ทาน  เหล้าบุหรี่ ก็ไม่ดื่มไม่สูบอยู่แล้ว  ยังดีที่ไม่เป็นมะเร็ง

ขอบคุณครับ bowsdown.gif

Posted by KiLiN on 02 Dec. 2012,23:43



เมืองนี้ ข้าราชการขี้ฉ้อ สมคบกับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น กักตุนโก่งราคาข้าวสาร ประชาชนทั่วไปจึงลำบากอดหยาก เจ้าแม่กวนอิมจึงปลอมตัวเป็นคนเดินทาง เข้ามาใช้อุบายเสกก้อนหินให้เป็นเงิน แจกคนทั่วไปมาซื้อข้าวสาร จนเศรษฐีขี้ฉ้อต้องแพ้พนันไม่มีข้าวสารจะขาย จนสุดท้ายเหตุการณ์ลงเอย เจ้าแม่กวนอิมก็ปรากฎตัวพร้อมกับสอนสั่งมากมาย





" เป็นถึงข้าราชการของราษฎร ไม่เป็นที่ปรึกษาให้ราษฎร 
ไม่สนใจความทุกข์เข็ญของประชาราชฎร์ ใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตน 
มิใช้กฎหมายในทางที่ควร กอบโกยผลประโยชน์ 
ถอดชุดราชการ อยู่ในเรือนจำ "

" ซุ่นเหยินเจี่ย ควรรู้ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว 
ผลกรรมวันนี้ ก็เป็นการไถ่บาปของเจ้า 
ไม่เช่นนั้นผลกรรมชาติหน้าจะรุนแรงยิ่งกว่านี้...

เจ้าต้องรู้ว่า สิ่งมีค่าที่สุดในโลกนี้คือความเมตตา 
มีความเมตตาสูง จะเข้าถึงรสพระธรรม กรรมดีจะสนองหลายชาติ 
ถ้าหากทำกรรมชั่วก็จะได้รับผลบาปกรรม ต้องได้รับทุกข์เวทนาทุกชาติ 
พวกท่านว่ามีเมตตาทุกชาติจะมีค่ายิ่งใช่มั้ย"

" สรรพสิ่งในโลก มีค่าของมันอยู่ในตัว ยากจะเปรียบเทียบค่าของมัน 
ต่างที่ผิวนอกเท่านั้นเอง เงินทองแท้จริงก็คือก้อนหิน 
หากพวกเจ้าเห็นมันมีค่ามันก็จะมีค่า มีค่ากว่านั้นก็ไม่พ้นความเมตตา 
ถ้าหากมีคนมองมันอย่างปรุโปร่ง เงินทองก็คือก้อนหิน 
ความเมตตามีค่าน้อยแต่ยิ่งใหญ่
"

" จงรู้ว่ามนุษย์เกิดมาในโลกต้องพึ่งตนเอง  เทพเจ้าจะช่วยทีหลัง"


"อาจารย์ทำชั่วได้ชั่ว ทำไมอาจารย์ไม่ลงโทษล่ะ เฒ่าแก่ซุ่งกับข้าหลวงใจบาป ๒ คนนั้นนะ ยังช่วยพวกเขา ลงโทษเบาเกินไปหรือเปล่า"
"ทะเลทุกข์ไม่สิ้นสุด หวนกลับคืนฝั่ง ข้าใช้เมตตาธรรม ช่วย ๒ คนทำกุศลนี่ถึงจะเป็นรากฐาน."

Posted by KiLiN on 05 Dec. 2012,19:05



แม้เซียวเหยินถัง ชาตินี้จะทำแต่กรรมดี แต่อดีตชาติเคยทำกรรมไม่ดีมาก่อน กรรมไม่ดีนั้นกำลังตามมาส่งผล



" เซียวเหยินถัง  เจ้าฟังให้ดี อีกไม่นานเจ้าจะได้รับเคราะห์กรรม
เป็นเพราะปกติเจ้าสร้างแต่กรรมดี จึงทำให้เจ้าพ้นจากบ่วงกรรม
ข้าตั้งใจมาเตือนสติ เจ้าต้องอดทนต่อกรรมนี้
จำไว้...ถึงสะพานให้จอดเรือ
พบน้ำมันให้ลูบศรีษะของเจ้า 
หุบเขาไกลสุดกู่แต่เหมือนอยู่ใกล้ตา
 "

Posted by KiLiN on 09 Dec. 2012,17:53



.      เซียวเหยินถังมีเหตุให้เดินทางโดยเรือ เมื่อเรือแล่นผ่านใต้สะพาน ปรากฎว่ามีหินก้อนใหญ่หล่นลงมา หวุดหวิดคร่าชีวิตของเซียวเหยินถัง นั่นเป็นคำเตือนปริศนาธรรมของเจ้าแม่กวนอิมข้อแรก

       ภรรยาของเซียวเหยินถัง คบชู้กับคังชี คนข้างบ้าน เมื่อเซียวเหยินถังเข้าเมืองไปซื้อยา แล้วเกิดกลับมาเร็วกว่ากำหนดจนเกิดจะจับได้ แต่แล้วก็รอดไป คังชีเกิดผูกใจเจ็บก็เลยคิดแผนการณ์ชั่ววางแผนจะเข้าลอบฆ่าเซียวเหยินถังในกลางดึกของคืนวันหนึ่ง โชคดีที่เซียวเหยินถังก่อนเข้านอน ได้จุดธูปบูชาเจ้าแม่กวนอิม ระหว่างปักธูปมือเกิดไปปัดเอาที่รองรับน้ำมันบูชา น้ำมันหกออกมา เซียวเหยินถังนึกถึงคำเตือนในฝันได้ ก็เลยเอามือลูบน้ำมันที่หก มาลูบผมลูบหัวของตนเอง แล้วจึงเข้านอน คังชีเข้ามาหวังจะฆ่า มือไปลูบแล้วได้กลิ่นน้ำมัน สำคัญผิดว่าเป็นภรรยาเซียวเหยินถัง จึงลงมือฆ่าคนที่นอนอยู่ข้างๆแทน ซึ่งก็คือภรรยาของเซียวเหยินถัง ถึงแก่ความตาย เซียวเหยินถังรอดตายเพราะตำเตือนปริศนาของเจ้าแม่ข้อที่สอง

       แม่ของภรรยาเซียวเหยินถังไม่ยินยอมในความตายของลูกสาว ใส่ความว่าเซียวเหยินถังเป็นผู้ฆ่า นำความไปฟ้องนายอำเภอเอาเรื่องเซียวเหยินถัง นายอำเภอก็หาได้สืบความก่อนให้รุ้แจ้ง แต่ใช้วิธีทรมานเซียวเหยินถัง เซียวเหยินถังทนทรมานไม่ไหว ก็เลยยอมรับสารภาพ

       เวลาต่อมา มีชายผู้ที่เซียวเหยินถังเคยช่วยเหลือเขาเมื่อยามที่เขาเจ็บป่วย ตอนจากไปเซียวเหยินถังยังได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับชายผู้นั้น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสอบเป็นขุนนาง เขาได้สอบได้เป็นขุนนาง และได้รับรับคำขอจากนายอำเภอเมืองนี้ให้มาช่วยราชการ กำลังตามหาเซียวเหยินถังเพื่อจะทดแทนบุญคุณนั้น มาพบเข้า ได้รื้อฟื้นคดีของเซียวเหยินถังมาสืบสวนพิจารณาใหม่ ความจริงจึงปรากฎ โดยอาศัยปริศนาธรรมข้อสุดท้ายเป็นกุญแจไข (หุบเขาไกลสุดกู่แต่เหมือนอยู่ใกล้ตา)

       หลังจากเหตุการณ์ร้ายๆผ่านไป เซียวเหยินถังกลุ้มใจ รู้สึกเบื่อหน่ายในชีวิต ไม่คิดจะอยู่ในบ้านเดิมต่อไป คิดจะออกบวชหนีเหตุการณ์ทางโลก  แต่....เจ้าแม่กวนอิมไม่เห็นด้วยในความคิดนี้      


" กลัดกลุ้มในโลกมนุษย์ พึ่งพิงพุทธศาสนา 
จะสำเร็จมรรคผลได้ยังไงกัน ความสงบสุขที่แท้จริง 
เซียวเหยินถังยังไม่เข้าถึงรสพระธรรมอย่างแท้จริง "


ส้านไฉ ก็ทักท้วงว่า ไม่ให้เขาบวชเข้าหาพระธรรม
แต่ในทางโลก เขาก็บริจาคทรัพย์สินไปหมดแล้ว แล้วจะทำยังไงดีล่ะ เจ้าแม่จึงว่า

" ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว 
มันย่อมได้ผลแห่งการกระทำ เข้าใจหรือเปล่า "

นั่นคือ ความหมายของกรรม ผู้ใดทำกรรมใดก็ย่อมได้รับผลกรรมอย่างนั้น

เจ้าแม่มาเข้าฝัน เซียวเหยินถังว่า
" เจ้าจะออกไปถือบวช นับว่าเป็นเรื่องดี
แต่คุณธรรมไม่ใช่ที่หลบหนีจากโลกความจริง
คิดว่าผจญกรรมในโลกต่อเถอะ เมื่อก้มหน้ารับกรรมแล้ว สุดท้ายสวรรค์ต้องเมตตา 
หลังจาก ๓ วัน จะมีเรื่องมงคลเข้าบ้าน ขอให้ไปรอที่ใต้สะพาน "


บทเจรจาท้ายตอนระหว่าง หลงนี่ เจ้าแม่ และส้านไฉ

" แบบนี้ถึงเรียกว่า ทำดีได้ดี นะคะ "

" บุญวาสนา บุญอยู่ข้างหน้า วาสนาก็จะตามมา
นี่คือ บุญบารมีที่เซียวเหยินถังสะสมด้วยตนเอง ถึงได้ผลแห่งกรรมดี "


" คนทั่วไปจะรู้พฤติกรรมของตัวเองเป็นไง
แล้วจะรับผลบุญนั้นเป็นยังไงครับ "

Posted by KiLiN on 20 Dec. 2012,22:10


เจ้าแม่เลือกคู่สร้างสะพาน


เมื่อถึงเวลาบรรดาเศรษฐีและผู้มีอันจะกินทั้งหลาย ก็มาชุมนุมหวังขวางปาเลือกคู่ ซึ่งปกติคนเหล่านี้ก็ล้วนเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว มีความเห็นแก่ตัวเป็นพื้น เรื่องที่จะบริจาคเงินทองเพื่อส่วนรวมนั้น ไม่ต้องมีคาดหวัง

Posted by KiLiN on 22 Dec. 2012,22:11

จริงๆแล้ว เพื่อการสร้างสะพาน สำหรับเจ้าแม่กวนอิมนั้น เป็นเรื่องง่าย แค่เสกก็ได้แล้ว แต่...การที่เจ้าแม่กวนอิมทำแบบนี้ ก็เป็นกุศโลบาย เพื่อให้คนทั้งหลายได้มีส่วนร่วม ในการสร้างบุญสร้างกุศลในครั้งนี้ด้วย คนที่เคยขี้เหนียวก็ได้ออกตังค์ คนที่ไม่มีตังค์ก็ได้ออกแรง



เจ้าแม่สอนเศรษฐี
" ที่พวกท่านได้ นั่นคือน้ำใจ
บุญกุศลครั้งนี้ ทำให้กับราษฎรทั้งหลาย
ตอนนี้เงินทอง กลับมาเป็นของราษฎรอีก มันสมควรอยู่แล้ว
เงินทองได้อย่างไม่สมควร จึงไม่ควรจะได้
ไม่นานก็ต้องชดใช้กรรมที่เคยกระทำมา
พวกท่านสมควรตื่นซะที "


สอนข้าราชการ
" กายเป็นขุนนางพิทักษ์ราษฎร ไม่ทำงานให้ราษฎร
เที่ยวหาผลประโยชน์กับชาวบ้าน มีเจตนาจะทำเรือข้าล่ม
ตั้งใจทำร้ายชีวิต คิดสร้างบาปมหันต์
อย่าทำเวรติดตัวไป จงรู้สติได้แล้ว 
กลับตัวซะใหม่ เป็นขุนนางที่ดีต่อราษฎร "




ทำดีย่อมได้ดี แม้ชาติที่ทำดีจะยังไม่ได้ดีสนองตอบ แต่ดีนั้นที่สุดก็จะตามไปสนองตอบในชาติต่อๆไป

หุยถัวหลังจากสร้างสะพานเสร็จก็ตาย เจ้าแม่กวนอิมก็มานำพาหุยถัวให้ขึ้นสวรรค์ และช่วยหุยถัวให้ได้ระลึกถึงชาติก่อนนี้ว่าเป็นอีเก๋อ เคยสนิทกับเมี่ยวซ่านมาก่อน เมื่อหุยถัวระลึกถึงชาติก่อนได้ ก็ได้ถามหาถึงบุคคลในอดีตว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง เจ้าแม่กวนอิมก็ให้คำตอบว่า เขาเหล่านั้นต่างได้ขึ้นสวรรค์ และอีกไม่นานก็คงได้พบกัน



" ท่านกับข้าได้สำเร็จมรรคผลแล้ว
อย่าพูดถึงอดีตที่ผ่านมาอีกเลย....
นี่ก็คือดาบวิเศษปราบมาร พุทธองค์ทรงแต่งตั้ง
ให้เป็นเทพเจ้าพิทักษ์กฎดูแลดอยพุทธะ "


จบบริบูรณ์

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard