Forum: ห้องครัว
Topic: ตำนานการดื่มชา
started by: pakae

Posted by pakae on 17 Oct. 2005,22:10
 สวัสดีค่ะ hello2.gif

ได้รับแผ่นพับเรื่องตำนานแห่งการดื่มชา มาเห็นแล้วน่าสนใจ
ก็เลยนำมาบอกต่อ เพราะในเวปเรานี้มีทั้งคนชอบดื่มชา และอยู่เมืองผู้ดี
ที่มีธรรมเนียการดื่มชายามบ่าย  smile.gif 

       
         ตอน "ตำนานแห่งการดื่มชา"

     เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดของการดื่มชามีความหลากหลายพอๆ กับประเภทของชาต่างๆ ที่เรารู้จักกันดี และยังคงมีความแตกต่างกันออกไปใน แต่ละส่วนต่างๆ ของโลกด้วย

ตำนานอินเดีย และญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงพระโพธิธรรม ซึ่งเป็นพระสงฆ์ผู้เคร่งครัดการปฎิบัติธรรมรูปหนึ่ง พระโพธิธรรมได้นั่งสมาธิเป็นเวลา 7 ปีติดต่อกันโดยปราศจากการพักผ่อนนอนหลับใดๆ จนกระทั่งรู้สึกง่วงงุนขึ้นในที่สุด

จากตำนานอินเดีย พระโพธิธรรมเด็ดใบไม้สองสามใบจากต้นไม้ที่ใช้เป็นร่มเงา และเมื่อลองเคี้ยวใบไม้เหล่านั้นดูก็พบว่า ความง่วงที่เกาะกุมได้ปลาสนาการไป

เรื่องจากตำนานญี่ปุ่น มีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดยเล่าว่า
พระโพธิธรรมได้เฉือนเปลือกตาอันหนักหน่วงของตนทิ้งด้วยโทสะ และขว้างลงไปที่พื้นดิน ในบริเวณที่เปลือกตาถูกทิ้ง ได้เกิดเป็นพุ่มชาสองพุ่ม และพระโพธิธรรมก็ได้ค้นพบว่า "ใบชามีคุณสมบัติในการช่วยระงับความง่วง"

ตำนานที่แพร่หลาย และเชื่อกันมากที่สุดได้แก่ตำนานจีน เมื่อราว
2737 ปีก่อนคริสตกาล ขณะจักรพรรดิเฉินหนง กำลังต้มน้ำอยู่ใต้ต้นชา
ได้มีใบชาหล่นลงไปในกาต้มน้ำ จอมราชันย์พบว่าน้ำที่ต้มกลายเป็นเครื่องดื่มชนิดใหม่ ซึ่งมีรสชาติดีกว่าน้ำต้มธรรมดาอย่างเทียบไม่ได้

" ชาสำหรับทุกความชอบ"

ชาทุกประเภทล้วนมีที่มาจากต้นชา หรือ Camellia sinensis เหมือนกัน เมื่อราว 5000 ปีก่อน ชาวจีนได้ค้นพบว่า ต้นชาสามารถให้ใบชาที่มีกลิ่น และบุคลิกที่หลากหลาย โดยการปลูกบนสภาพดิน สภาพภูมิอากาศ และความสูงแตกต่างกันเฉกเช่น การปลูกองุ่น เพื่อทำไวน์ และหากจะว่า กันตามจริงแล้ว ชาประเภทต่างๆ ก็มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับไวน์ชั้นเลิศอยู่เสมอ

เทคนิคการผลิตที่แตกต่างกันช่วยให้สามารถผลิตชาประเภทต่างๆ ขึ้นมาได้ หลักๆ คือชาเขียว และชาดำ โดยชาเขียวได้มาจากการไม่ปล่อยใบชาผ่านกระบวนการทำ ปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ เช่นเดียวกับไวน์ขาว ในขณะที่การผลิตชาดำนั้นจะต้องนำใบชาผ่านกระบวนการนี้อย่างเต็มที่    เช่นเดียวกับไวน์แดง และชาเหล่านี้เอง คือสิ่งที่ โธมัส ทไวนิ่งส์ เริ่มขายในปีค.ศ. 1706

        ในปัจจุบัน ชาเขียวส่วนใหญ่มาจากตะวันออกของประเทศจีน ชาดำ ซึ่งในอดีตเคยผลิตได้เฉพาะประเทศจีนก็ได้แพร่กระจายมาถึงอินเดียในปี ค.ศ. 1839และเข้าสู่ซีลอน หรือศรีลังกาในปี ค.ศ. 1879 วันนี้ชาเป็นพืชที่ปลูกกันแพร่หลายในทุกส่วนของโลกที่สภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวย

ชาจะเจริญเติบโตได้ดีในภูมิอากาศเขตร้อนหรือเขตใต้โซนร้อนที่มีฝนประมาณหนึ่งร้อยลูกบาศก์เซนติเมตรต่อปี ต้นชาเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ หากปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติจะมีความสูงถึงประมาณ 9 เมตร แต่ เพื่อความสะดวกในการเก็บใบชา ต้นชามักถูกเล็มให้มีความสูงแค่ระดับเอว

ต้นชา พร้อมที่จะถูกเก็บเกี่ยวเมื่ออายูได้ สามถึงห้าปี ขึ้นอยู่กับความสูงจากระดับน้ำทะเลของพื้นที่ที่ปลูก ช่อที่อยู่สูงที่สุดของต้นรวมทั้งใบอ่อนในบริเวณใกล้เคียงก็จะถูกเด็ด หลังจากนั้นก็จะนำใบชาที่ได้รับจากการเก็บ มาผ่านกระบวนการผลิตให้เป็นชาเขียวหรือชาดำตามต้องการ

ตอนต่อนไปจะเป็นเรื่อง ชนิดของชา ลักษณะเฉพาะตัว ถิ่นกำเนิด
รสชาติ และโอกาสในการดื่ม วิธีชง และดื่ม ชากับสุขภาพ ชนิดของชา
ชากับสุขภาพ และ 10 เคล็ดลับสู่ชารสเลิศ  


  เอ้าดื่มชากันหน่อย  coffee.gif  ชนแก้วกันจ๊ะ cheers.gif

      ข้อมูลจาก www.twinings.com

Posted by มะเหมี่ยว on 18 Oct. 2005,10:30
thankssign.gif ขอบพระคุณน้าป้าแก่นะคะ bowsdown.gif
มะเหมี่ยวสนใจมากเลยค่ะ โดยเฉพาะวิธีชงชาค่ะ หนูเคยได้ยินมานานมากแล้วนะคะ จำได้แค่พอลางๆ ว่า ถ้าเราชงชากี่นาทีจะเกิดประโยชน์ และกี่นาทีจะเกิดสารพิษ ใบชาที่ถูกน้ำร้อนนานต่างกันก็จะให้สารต่างกัน ยิ่งแช่ไว้นานยิ่งไม่ดี ประมาณนี้ค่ะ  bowsdown.gif

thumbsup.gif พี่พิลกริมอยู่ที่อังกฤษ ดื่มชาเป็นประจำไหมคะ coffee.gif
Posted by pilgrim on 18 Oct. 2005,17:49
ตอนนี้พี่พิลเลิกดื่ม กาแฟและ ชาจากใบชาแล้วค่ะ น้องมะเหมี่ยว ทั้งๆที่ชอบมากทั้งชา กาแฟ แต่ด้วยเหตุผลบางประการ เลยต้องเลิก อาศัยแต่สูดดมความหอมตอนคนอื่นชง จะว่าไปแล้ว พี่ชอบชา มากกว่า กาแฟค่ะ ชอบมาแต่เด็กๆแล้ว คือ สมัยก่อนเวลาไปร้านกาแฟแบบที่เขาใช้หม้อต้มแบบโบราณคล้ายๆหม้อก๋วยเตี๋ยว แล้วก็มีถุงกาแฟ (ไม่รู้น้องมะเหมี่ยวเคยเห็นหรือเปล่าแฮะ) พี่จะชอบชาดำเย็นมากกว่าโอเลี้ยงน่ะค่ะ

แต่อย่างว่า ของชอบจะให้เลิกเด็ดขาดเลยก็ไม่ได้ พี่พิลยังดื่มชาที่ไม่ใช่มาจากใบชาอยู่ค่ะ เช่นชามินต์สะระแหน่ ชาคาโมมายล์ (ชาดอกไม้) และชาเก๊กฮวย ชาจับเลี้ยง (มีขายที่นี่ด้วยค่ะ เป็นก้อนสำเร็จรูป เรามาใส่น้ำร้อนเอาเอง) ชาน้ำขิง แต่ก่อนชอบชาใบหม่อนมาก แต่ที่นี่ไม่มีขายค่ะ อ้อ กลับเมืองไทยเที่ยวก่อน พี่พิลซื้อชาแปะก้วย ของ OTOP มาด้วยค่ะ เขาทำออกมาได้ดีทีเดียว เพื่อนเกาหลีเคยเอาชาโสมมาให้ด้วยค่ะ แต่หาซื้อไม่ค่อยได้ ท่าทางจะแพงเหมือนกัน

นอกจากนั้น ยังมีชาใบไม้และชาผลไม้อีกหลายอย่างค่ะ ออกรสเปรี้ยวๆก็มี เพราะเขาผสมลูกผลไม้เข้าไป เช่น blackcurrant, raspberry, apple ทำนองนี้ค่ะ หอมมากๆเหมือนกัน coffee.gif

ยังไง ลองมาฟังป้าแก่ขยายความเรื่องชากันต่อนะคะ couchplus.gif
Posted by add on 18 Oct. 2005,19:12
ชาดำเย็นตามร้านโกปี๊  รู้สึกว่าฝาด และใส่สีด้วยหรือเปล่า  ทำไมสีจัดจัง  ที่จริงชอบกินชาเย็นแบบไทยๆแต่หาร้านที่ชงอร่อยๆไม่ค่อยมี

         ส่วนชาเขียว  ชาใบๆอะไรๆๆก็มีจิบๆวันละนิดวันละหน่อยค่ะ  ถ้าชาไหนเข้มๆก็ชงใส่นมสดก็อร่อยดีจ้ะ  wave.gif
Posted by pakae on 18 Oct. 2005,22:12
มานำเสนอชนิดของชาต่อค่ะ thumbsup.gif


     ตอน : ชนิดของชา coffee.gif coffee.gif coffee.gif coffee.gif

     
      ชาดำ 4 ขั้นตอนสำหรับการผลิตชาดำ

     1) พักใบชาให้สลด เพื่อกำจัดความชื้นส่วนเกิน ใบชาจะถูกทิ้งไว้ข้ามคืน โดยใช้พัดลมขนาดใหญ่เป่าลมผ่าน

     2)รีดใบชา เป็นขั้นตอนที่ใช้แรงงานหนักที่สุด และทำด้วยมือในอดีต จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมขึ้นในปี ค.ศ. 1830 จึงหันมาใช้เครื่องจักรแทน ในขั้นตอนนี้ใบชาจะถูกรีดคลึง เพื่อให้โครงสร้างที่เป็นโพรงเล็กๆ ใน แต่ละใบชาฉีกขาด และปล่อยเอนไซค์ ซึ่งเป็นกลิ่นรสของชาออกมา

       3)การปล่อยให้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ หลังจากรีดแล้ว ใบชาจะถูกนำมาวางแผ่ในห้องที่มีอุณหภูมิประมาณ 26 องศาเซลเซียสเพื่อปล่อยให้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ขั้นตอนนี้จะช่วยพัฒนารสชาติ และทำให้ใบชาเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเจือทองแดง

       4)อบแห้ง เมื่อผู้ผลิตชาเห็นว่า ใบชาได้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเพียงพอแล้ว ซึ่งมักกินเวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง ใบชาจะถูกนำไปทำให้แห้ง เพื่อหยุดการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน โดยจะนำไปผ่านห้องรมความร้อนอย่างช้าๆ ซึ่งจะทำให้ใบชาแห้ง และเปลี่ยนเป็นสีดำ กรรมวิธีนี้ต้องควบคุมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการใช้เกิดความร้อนมากหรือน้อยเกินไปจะมีผล โดยตรงต่อคุณภาพของชา

... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... .


       ชาเขียว ในกระบวนการผลิตชาเขียวนั้น ใบชาจะถูกนำไปพักให้สลด แล้วจะถูกนำไปผ่านขั้นตอนการอบไอน้ำ เพื่อทำลายเอนไซม์
และป้องกันไม่ให้เกิดการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนของใบชา ทำให้ใบชายังคงรักษาสีเขียวไว้ได้ หลังจากนั้นก็นำมาผ่านขั้นตอน การรีด และอบแห้งเช่นเดียวกับชาดำ และผลลัพธ์ที่ได้จากกระบวนการทั้งหมด คือ ใบชาที่ให้น้ำชาเบา ใสมีรสชาติละเมียด และสดชื่นอย่างแท้จริง


       ศิลปะของผู้ปรุงชา หลังจากผ่านกรรมวิธีต่างๆ แล้ว ใบชาจะถูกนำมาคัดตามขนาดของใบ และบรรจุลงในหีบชาแบบดั้งเดิมหรือกระสอบกระดาษที่แบ่งเป็นหลายชั้น แล้วส่งไปขายด้วยการประมูล โดยนายหน้าค้าใบชาจะส่งตัวอย่างใบชาจำนวนเล็กน้อยมาที่ทไวนิงส์ จานนั้นผู้เชี่ยวชาญในการรับซื้อใบชาและผู้ปรุงชาของ ทไวนิงส์ จะทดสอบคุณภาพ รสชาติ และสีสันของใบชาตัวอย่าง ความเชี่ยวชาญที่สืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ช่วยให้เลือกใบชาที่ดีที่สุด เพื่อนำมาผสมเป็นชากลิ่นต่างๆ มากมาย ของทไวนิงส์
     

      เป็นไงบ้างค่ะ ดื่มชากันบ้างหรือเปล่า ถ้ายังไงก็ทดลองดูแล้วกันนะว่า รสชาติอย่างที่บอกไว้หรือเปล่า ถ้ามีอะไรเพิ่มเติม ขอเชิญผู้รู้ทุกท่านบอกข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยนะค่ะ เพราะที่เล่าๆ มา ก็อ่านมาอีกทีเหมือนกัน ต้องให้คอชา และแฟนชา เป็นผู้บอกจะดีที่สุดเด้อจ้า  

     ถ้าจะกินโอเลี้ยง  ชาดำเย็น  ชาเย็นให้อร่อยอย่างที่พี่แอ๊ดชอบ   ต้องไปกินที่เขาชงเป็นถุงๆแบบโบราณ   ถึงจะอร่อยแบบคนเก่าๆอย่างเราๆนะพี่แอ๊ด tongue.gif tongue.gif 

Posted by มะเหมี่ยว on 19 Oct. 2005,04:33
winkthumb.gif น้าป้าแก่คะได้รู้ความรู้มากๆ เลยค่ะ ขอบพระคุณน้าป้าแก่นะคะ thankssign.gif

อ้างถึง (pilgrim @ 18 ตค. 2005,05:49 )
สมัยก่อนเวลาไปร้านกาแฟแบบที่เขาใช้หม้อต้มแบบโบราณคล้ายๆหม้อก๋วยเตี๋ยว แล้วก็มีถุงกาแฟ (ไม่รู้น้องมะเหมี่ยวเคยเห็นหรือเปล่าแฮะ) พี่จะชอบชาดำเย็นมากกว่าโอเลี้ยงน่ะค่ะ

หนูทันได้เห็นและได้ดื่มค่ะพี่พิลกริม หนูแอบจิบของพ่อเรื่อยเลยค่ะ โอเลี้ยงของร้านกาแฟโบราณขมจังนะคะ แต่หอมกลมกล่อมและหวานปลายๆ laugh1.gif

coffee.gif หม่ามี้คะ ชาที่ใส่นมเขาจะเรียกว่า "ชาเย็น" แล้วชาที่ไม่ใส่นมเขาจะเรียกว่า "ชาดำเย็น" หนุเข้าใจถูกต้องใช่ไหมคะ wave.gif

( whisper.gif มะเหมี่ยวดื่มชา พี่แมวเหมียวปลูกต้นชาดัด rose.gif  laugh1.gif )
Posted by แมวเหมียว on 20 Oct. 2005,00:11
มาแล้วค่ะ มาชนแก้วด้วยคน  cheers.gif

อิ อิ ป้าแก่จ๋า ดื่มชาต้องชนแก้วด้วยเหรอคะ  sit01.gif

again.gif
Posted by pakae on 20 Oct. 2005,07:32
ก็พวกเราไม่ดื่มเหล้า    ก็เลยชนแก้วชาแทนไงละจ้ะ    แมวเหมียวจ๋า     cheers.gif     ชนแก้วได้ตลอดไปขับรถก็ไม่ต้องกลัวตำรวจจับด้วยนะ sofaroll.gif    เพราะพวกเรา  เมาไม่ขับ   tongue.gif  tongue.gif   อิอิอิ
Posted by คชาไพร on 20 Oct. 2005,09:13
มาชิมชาด้วยคนครับ

again.gif  again.gif
Posted by มะเหมี่ยว on 20 Oct. 2005,22:34
coffee.gif  coffee.gif ให้ลุงช้างสองแก้วเลยค่ะ thumbsup.gif
Posted by pakae on 21 Oct. 2005,03:35
ยินดีต้อนรับค่ะ signwelcome.gif   พี่ช้าง   พี่แอ๊ด   พิลกริม  แมวเหมียว    มะเหมี่ยว   และเพื่อนๆที่น่ารักทุกคน flo_1.gif

         ดีใจค่ะที่บทความนี้พอมีประโยชน์และเป็นที่สนใจของเพื่อนๆ    ถ้างั้นก็ขอเชิญมาชิมน้ำชากันต่อจ้า coffee.gif  coffee.gif

     

       ตอน : ชากับสุขภาพ

ชากับสุขภาพ 

        ชาไม่ได้เป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติแท้ๆ เท่านั้น แต่ยังมีคุณประโยชน์มากมาย เช่นกัน ตลอดระยะเวลาหลายพันปีที่ผ่านมา ชาวจีนได้บันทึกผลดีที่ชามีต่อร่างกายมนุษย์ และในปัจจุบันก็มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันประโยชน์ของชาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

         ชาเป็นแหล่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่จะช่วยป้องกันร่างกายจากการเสื่อมโทรมลง เพราะอนุมูลอิสระ ซึ่งอนุมูลอิสระนี้เองที่เป็นที่มาของการก่อให้เกิดโรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

        นอกจากนี้ ชายังมีฟลูออไรด์ช่วยป้องกันฟันผุ และเป็นของเหลวที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย ซึ่งจัดอยู่ในปริมาณของเหลวที่มนุษย์ควรบริโภคใน แต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมธาตุแมกนีเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูกในปริมาณมากด้วย

         อีกข้อที่ควรจำ คือ ชาเปล่าๆ ที่ดื่ม โดยไม่เติมนมหรือน้ำตาลนั้น ไม่มีไขมัน แป้ง น้ำตาล และแคลอรี่ การดื่มชาคู่กับการรับประทานผลไม้ และผักจึงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างแท้จริง

... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ... ...


       10 เคล็ดลับสู่ชารสเลิศ

        1 ) เลือกใช้ใบชาสดคุณภาพสูงเท่านั้น ควรเก็บชาไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด และไม่วางรวมกับของที่ส่งกลิ่นแรงๆ

         2) ใช้น้ำสะอาด ใส่น้ำเย็นใหม่ๆ ลงในกาต้มน้ำที่ไม่มีอะไรค้างอยู่ น้ำร้อนหรือน้ำที่ผ่านความร้อนมาแล้ว จะมีออกซิเจนน้อย ส่งผลให้ชามีรสชืดกระด้าง

         3) ต้องแน่ใจว่า กาน้ำชาสะอาดจริงๆ คราบแทนนินที่เกาะอยู่ด้านในของกาไม่ช่วยให้ชามีรสดีขึ้น แต่จะทำให้ชามีรสขม ใช้โซดาไบคาร์บอเนต สองช้อนชาเทลงในกาที่มีน้ำเดือด ทิ้งไว้ราว สองถึงสามชั่วโมงเพื่อสลายคราบแทนนินเหล่านั้นให้หมดไป

        4)อุ่นกาน้ำชา เทน้ำอุ่นผ่านกา เพื่อให้น้ำเดือดที่จะถูกรินลงไปยังคงอุณหภูมิเดิมเมื่อสัมผัสกับผิวกาน้ำชานั้น

        5)ใช้ใบชาในปริมาณที่เหมาะสม สูตรการใช้ใบชา หนึ่งช้อนชาต่อคนบวกกับกาน้ำชา ก็เป็นคำแนะนำที่ดี เมื่อชงด้วยชาถุงให้กะปริมาณด้วยวิธีนี้เช่นกัน

        6) ระยะเวลาการต้มสำคัญมาก เทน้ำเดือดลงในกาปล่อยให้ใบชาแช่อยู่ในน้ำประมาณ 3 -5 นาที ตามขนาดของใบชาที่ใช้ หากความเข้มข้นของชายังไม่ถูกใจ ให้เพิ่มปริมาณของชา ไม่ใช่เพิ่มเวลา

        7) คนก่อนเสิร์ฟ บางคนใช้วิธีหมุนกาสามรอบ และหมุนกลับสามรอบ ซึ่งก็ให้ผลเหมือนการคน

         8) เสิร์ฟทันที น้ำชาจะมีรสเหมือนถูกเคี่ยวถ้าปล่อยทิ้งไว้ในกาเกิน 10 นาที ไม่ควรใช้ที่หุ้มกาน้ำชา เพราะจะทำให้อายุของน้ำชาสั้นลงอีก

         9)ล้างกาน้ำชาด้วยน้ำ ใช้น้ำเย็นล้างกา อย่าใช้เครื่องล้างจาน และน้ำยาล้างจาน

        10) ลองผสมชาสูตรพิเศษของคุณ คุณอาจผสมชาเอิร์ลเกรย์กับชาอัสสัม เพื่อให้กลิ่นรสอันละเมียดละไมของเอิร์ล เกรย์โดดเด่นขึ้น โดยผ่านความเข้มข้น ด้วยกลิ่นอายมอลท์นิดๆ ของชาอัสสัม

       สมการแห่งสุนทรีย์ของการจิบชาจึงไม่มีสิ้นสุด

   


        ขอเชิญพี่น้องผองเพื่อน  ชิมน้ำชาได้ตามอัธยาศัยนะค่ะ thumbsup.gif thumbsup.gif   ชิมแล้วรสชาติเป็นอย่างไรเล่าสู่กันฟังบ้างเน้อ sit01.gif sit01.gif
Posted by add on 21 Oct. 2005,09:33
เนี่ยะ เห็นปาเก้มาพูดเรื่องชา  ตอนนี้พี่ไม่อยากกินกาแฟ  พี่เลยเอาชาร์ดาร์จีลิงมาชงใส่นมสด+นมข้น อร่อยดีจ้ะ(แต่เหม็นนมหน่อยๆ ฮ่า) ไม่ได้กินตอนบ่ายแบบอังกฤษนะจ๊ะพิล  กินตอนเช้าจ้ะ  spit.gif
Posted by วันดี on 21 Oct. 2005,18:41
พี่ชอบทั้งชาและกาแฟ  แต่ดื่มชาแล้วท้องผูก  ดื่มกาแฟแล้วนอนไม่หลับ  เลยได้แต่ดม
Posted by มะเหมี่ยว on 21 Oct. 2005,22:26
อ้างถึง (วันดี @ 21 ตค. 2005,06:41)
พี่ชอบทั้งชาและกาแฟ แต่ดื่มชาแล้วท้องผูก ดื่มกาแฟแล้วนอนไม่หลับ เลยได้แต่ดม

coffee.gif หนูก็ชอบดมกลิ่นกาแฟค่ะน้าวันดีห๊อม...หอมนะคะ แต่ดื่มไม่ได้ ได้แต่ขอเขาจิบๆ พอรู้รสค่ะ

winkthumb.gif วิธีชงชาดีจังเลยค่ะน้าป้าแก่คะ bowsdown.gif ขอบพระคุณค่ะ thankssign.gif 

อ้างถึง (add @ ตค. 2005,21:33 )
เนี่ยะ เห็นปาเก้มาพูดเรื่องชา ตอนนี้พี่ไม่อยากกินกาแฟ

coffee.gif ... xmas.gif
Posted by pilgrim on 22 Oct. 2005,18:15
ตอนเช้า เขาชอบดื่มจูซ (juice)กันค่ะ ก็พวกน้ำผลไม้ต่างๆน่ะแหละค่ะ แต่บางทีพิลกินน้ำพวกนี้แต่เช้า จู๊ดๆๆ ทุกทีแหละค่ะ สมชื่อเขาละ pain.gif 

แล้วก็ตบท้ายด้วย ชา English breakfast หอมหวนชวนดม coffee.gif
ว่าแต่พี่แอ๊ดปากขม ดื่มพวกน้ำส้มคั้น จะช่วยได้บ้างไหมคะ
toy19.gif
Posted by noktalay on 22 Oct. 2005,19:48
อ่านแล้ว....ต้องแวะเข้ามาจิบคะ...ฮาๆๆๆแต่นกทะเลชอบทานกาแฟมากกว่าชานะคะ.....แต่ทึ่งในวิธีการชงชาของญี่ปุ่น  ขอบคุณคะ..Pakae-Sama


Posted by pakae on 23 Oct. 2005,04:00
 งั้นพี่แอ๊ดก็ไม่ค่อยชอบนมข้นละสิ   ถึงได้เหม็นนมหน่อยๆ  มีแต่เขาโฆษณาว่า  ขาวข้นหวานมัน   อย่างนี้ต้องกินโกปี้ต่อไป sofaroll.gif

     ถ้าเป็นชาจีนดื่มแล้วจะท้องผูกจริงละค่ะพี่วันดี   เพราะถ้าเวลาท้องเสียเคยมีคนบอกให้ดื่มชาแล้วจะหาย   แต่ถ้าวันละแก้วก็พอไหวนะค่ะ  สำหรับกาแฟก็ไม่ได้ดื่มนานแล้ว   เพราะดื่มเมื่อไหร่นอนไม่หลับตาค้างทั้งคืนเลย ic-14.gif ic-14.gif

      หนูเหมี่ยวลองดื่มมอคค่ากาแฟเย็นหรือปั่นสิ  ไม่เข้มมากเท่าไหร่แต่จะหอมกาแฟกับช๊อคโกแลต   แนะนำให้ดื่มตอนเช้าถ้าดื่มตอนบ่ายอาจนอนไม่หลับจ้า fone01.gif

    มาเลยๆนกทะเลมาชนแก้วชากัน cheers.gif   

    5555555พิลกริมบรรยายเห็นภาพเลย   ดื่มจูซแล้วจู๊ดๆๆๆๆ  แล้วเมื่อเช้านี้ดื่มไปกี่แก้วแล้วล่ะ toy19.gif toy19.gif   อย่างนี้ต้องเรียกว่าลำไส้ทำงานดี อิอิอิ boogie.gif

      ขอเชิญคุณคิลิน  พี่ช้าง  แมวเหมียว  นกกระปูด  คุณน้อย    ชายต้อ  หนูกัลและเพื่อนๆทุกคนมาดื่มชาด้วยกันค่ะ thumbsup.gif coffee.gif coffee.gif coffee.gif coffee.gif



    

Posted by แมวเหมียว on 23 Oct. 2005,18:20
inlove.gif ฮ้อม หอม น้ำชา coffee.gif coffee.gif

ดื่มชาร้อนๆตอนเช้า สดชื่นจังเลยค่ะป้าแก่จ๋า thankssign.gif

again.gif again.gif

สวัสดีสมาชิกวงน้ำชาทุกท่านค่ะ  cheers.gif

sit01.gif  wave.gif
Posted by joseph on 30 Aug. 2006,07:12
ผมชอบทานชาเขียวที่เขาเรียกว่า มัทฉะ(matcha) นะครับ เป็นผงๆ เอามาใส่น้ำร้อน ญี่ปุ่นเขาชงในพิธีชงชาเรียกว่า ซาโนยุ


นี้เป็นภาพผงชาเขียวที่เรียกว่า มัทฉะ(matcha) นะครับ

พิธีชงซาโนยุ เริ่มต้นที่ตักชาในผงกระป๋องใส่ลงไปในถ้วย ใช้กระบวยน้ำร้อนจากหม้อใส่ถ้วยชา จากนั้นคนด้วยที่คนชา ที่เห็นอยู่ด้านซ้ายในภาพนะครับ

พิธีดื่มจะคำนับแล้วรับถ้วยชาด้วยมือขวา ใช้มือขวาหมุนถ้วยซาไปทางซ้าย 3 ครั้ง เมื่อดื่มเสร็จแล้ว ใช้มือขวาเช็ดขอบถ้วยตรงที่ตนใช้ดื่ม แล้วหมุนถ้วยชากลับไปทางซ้าย 3 ครั้ง
Posted by KiLiN on 30 Aug. 2006,07:23
โอ้โฮ...หมุนขวา ๓ ครั้ง ซ้าย ๓ ครั้ง

จะเมาชาก็งานนี้แหล่ะ ic-14.gif
Posted by pakae on 31 Aug. 2006,10:26
ถ้าคุณ joseph ชอบการชงชาแบบนี้   ต้องชวนน้องน้ำผึ้งมาคุยด้วยกัน  เพราะน้ำผึ้งเพิ่งกลับมาคงได้ชงชาหมุนซ้ายหมุนขวามาบ้างแล้ว   ถ้าน้องผึ้งว่างก็เชิญมาชงชาด้วยกันนะจ้ะ  thumbsup.gif 

     แต่อย่าหมุนให้มากนักนะ  สงสารหลงพี่บ้างเพราะหลงพี่ของพวกเราท่านแก่แว้ว  หมุนมากๆอาจเวียนหัวตาลาย ic-14.gif  หายาลมยาดมยาหม่อง  มาทาถูๆไม่ทัน อิอิอิ basketball.gif

Posted by รจนา เจนีวา on 31 Aug. 2006,12:25
วันนี้ดื่มชาคีมุน (Keemun) ของจีน แล้วเกิดอารมณ์สุนทรีย์ ช่างเป็นชาที่หอมหวลและรสชาติลุ่มลึกหรือเกิน รู้สึกเหมือนมีกลิ่นควันจาง ๆ

จึงเข้ามาทักทายและกำลังใจปาเก้ด้วยนะคะ flo_1.gif เห็นว่ากำลังป่วยทางใจนิดหน่อย

ขอให้หายเร็ว ๆ นะคะ kissing.gif ปาเก้ที่รัก
Posted by KiLiN on 01 Sep. 2006,06:38
โห...ได้ทีขี่แพะไล่เชียวนะปาเก้ icon_donot.gif

ว่าแต่ขี่แพะไล่เนี่ย จะตามทันเร้อ ผมขี่ม้านะ rasp.gif

แต่ก็น่าเห็นใจเนาะ เห็นว่าป่วยทางใจนี่ tongue.gif laugh1.gif
Posted by sweet lemon on 01 Sep. 2006,13:13
น้าปาเก้จ๋า นู๋หาวิธีทดลอง น้ำผึ้งแท้ ม่ายเจออ่ะ นู๋ว่าเคยอ่านที่น้าปาเก้ เขียนไว้ใช่อะป่าว หรือใครเขียนหว่า.. hum.gif  

หากไผ๋ยู้ กรุณามะลาวหวาน ตัวน้อยๆๆ น่ารัก นี้ด้วยเถิดค่า... ว่าวิธีทดลองว่า น้ำผึ้งแท้ หรือไม่ ทำยังงัย... thankssign.gif  ล่วงหน้าค่ะ.. kissing.gif
Posted by pilgrim on 01 Sep. 2006,15:19
ทางนี้เลยจ้า มะลาวหวานตัวน้อยๆ น่ารักน่าเอ็นดู cry3.gif.gif


< น้ำผึ้งทางนี้เด้อ >

เอ เห็นคนขี่ม้ากับคนขี่แพะแว้บๆ นะเนี่ย
laugh1.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 02 Sep. 2006,07:20
ดีใจกับด๊อกเต็อร์ฮันนี่ด้วยค่ะ flo_1.gif

นั่นสินะ ทำไมต้องกลม ๆ ด้วย คิก คิก


เห็นปาเก้กำลังเปื่อยใจ งั้นเอาเรื่องน้ำร้อนน้ำชามาเขียนเสริมความรู้ที่ปาเก้นำเสนอไปแล้วดีกว่าค่ะ

รจนาไปเที่ยวเยอรมนีมา ได้ซื้อชามาหลายห่อ เพราะเป็นคนรักการดื่มชา แต่ไม่ใช่เก่งเรื่องชา

ร้านหนึ่งในฮัมบูร์กเขาให้หนังสือเรื่องชามา เห็นน่าสนใจดี แต่ของเขาเน้นชาที่นิยมดื่มในยุโรปค่ะ

เขาบอกว่า มีสี่ชาติยุโรปที่นิยมดื่มชาแซงหน้าคนอื่น คือ อังกฤษ (ของตาย) ไอร์แลนด์ อีสต์ฟรีเชีย (ที่ไหนอ้ะ hum.gif ) กับรัสเชียค่ะ

ต้นฉบับชาจริง ๆ ในยุโรปนั้น คนดัทช์เป็นผู้นำเข้ามาในศตวรรษที่ ๑๗ แต่กลายเป็นว่า ชาวอังกฤษแซงหน้าทุกชาติในเรื่องการดื่มชา ทั้งนี้โดยนับปริมาณชาที่บริโภคกันในประเทศ

การดื่มชาในอังกฤษแทบถือเป็นพิธีกรรมเลยทีเดียว โดยดูจากชายามบ่ายห้าโมง (ไฮท์ที) เรียกว่า แทบไม่มีชาติไหนทัดเทียมได้เรื่องพิธีรีตองและความอุดมของขนมนมเนยประกอบมื้อชา (พิลกริมกับรจนายังไปลิ้มลองไฮท์ทีที่บริติชมิวเซียมด้วย นี่ขนาดเบาะ ๆ)

ชาที่คนอังกฤษนิยมดื่มกันนั้นมักจะเป็นชารสจัด เข้มข้น ใช้เวลาชง (brew) รวดเร็วกว่า ส่วนชาที่รสละมุนนุ่ม ๆ ลุ่มลึกนั้นไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรค่ะ

ผิดถูกประการใด พิลกริมช่วยเสริมด้วยนะจ๊ะ เพราะนี่ลอกจากหนังสือเขามา

แต่ตอนที่ไปอังกฤษและพักบ้านเพื่อนชาวอังกฤษนั้น เขาก็มีชาติดบ้านแค่อย่างเดียวค่ะ เป็นชาดำธรรมดา ๆ

(ขณะที่บ้านรจนามีชาอยู่ในตู้ ๑๐ กว่าชนิด ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาแดง ชาผลไม้ ชาใบไม้ ชาจีน ชาซีลอน ชาฝรั่ง )

อาจเป็นเครื่องชี้อย่างหนึ่งว่า ชาวอังกฤษรักเดียวใจเดียวกับชาของเขา ไม่ชอบนำไปทำให้พิศดารแต่ประการใด รวมทั้งน้ำประปาอังกฤษนี่ชงชาอร่อยจริง ๆ เทียว รจนาซื้อชาอังกฤษกลับบ้านยังรู้สึกว่า ชงได้ไม่อร่อยเท่าที่อังกฤษ
Posted by รจนา เจนีวา on 02 Sep. 2006,07:34
ชาติถัดไปที่นิยมดื่มชาในยุโรป คือ ประเทศไอร์แลนด์ ค่ะ

เพื่อนบ้าน (เพื่อนเขม่น) อังกฤษ เขาแซงหน้าชาวอังกฤษในเรื่องการดื่มชา และถือเป็นแชมป์ดื่มชาของโลกประเทศหนึ่ง

กล่าวคือ ตลาดชาไอร์แลนด์นั้นนิยมชาที่ "มาไกล" เช่น ชาคุณภาพสูงจากเคนยา รวันดา หรือบุรุนดี (ประเทศโหด ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ) โดยนิยมชาที่รสแก่และเข้ม

ถัดจากไอร์แลนด์คือ อีสต์ฟรีเชีย (East Frisia) ซึ่งเป็นแถบตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมนี ที่นี่แหละที่เพื่อนของเราเสิร์ฟชาชื่อนี้ให้เราทาน แล้วรจนาพบว่า ขมมาก ๆ เพราะเขาชงเข้มข้นจนเหมือนกาแฟ ไอ้เราก็ทานไม่เป็นเพราะปกติชอบดื่มชาเปล่า ๆ ไม่ใส่น้ำตาลหรือนม มารู้ทีหลังว่า ชานี้จะต้องใส่น้ำตาลกรวดกับครีมจึงจะเข้ากัน

กลับเข้าเรื่องต่อว่าแถบอีสต์ฟรีเชียเยอรมนีนี้ จะเป็นส่วนที่ติดต่อกับประเทศเนเธอร์แลนด์และทะเลเหนือค่ะ ชาวอีสต์ฟรีเชียนเป็นนักดื่มชาตัวยง และถือว่าการดื่มชาคือพิธีกรรมอันสำคัญยิ่ง

ประมาณกันว่า ชาวอีสต์ฟรีเชียนคนหนึ่ง ๆ ดื่มชาถึง ๒,๕๐๐ กรัมต่อปี (หรือสองกิโลครึ่ง ไม่น้อยใช่ไหมคะ) เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน ๒๕๐ กรัมต่อคนต่อปีของประชากรเยอรมันทั้งหมด

ชาวอีสต์ฟรีเชียนนิยมชาอัสสัมที่เก็บเกี่ยวครั้งที่สอง (ของปี) โดยผสมกับชาจากประเทศอื่นอย่างละน้อย เช่น ผสมชาจากสุมาตรา จาวา และซีลอน อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ชาของเขานี่ต้องใส่น้ำตาลกรวด กับครีมจึงจะอร่อย เมื่อใส่แล้วจะต้องไม่คนชาอีกต่อไป

เวลาดื่มจิบแรก ๆ จะได้เฉพาะครีมผสมชา เขาเรียกว่า "ฟ้า" จิบต่อ ๆ ไป จะได้น้ำชามากหน่อย เรียกว่า "น้ำ) และพอไปถึงน้ำตาลข้างล่างซึ่งยังคงเป็นก้อนอยู่ ตรงนี้เรียกว่า "(แผ่น)ดิน" ค่ะ

สุดท้ายก็ ประเทศรัสเชีย รวมทั้งรัฐอิสระของคอมมอนเว้ลธ์ ไปจนถึงตุรกีและเปอร์เชีย ที่มีธรรมเนียมการดื่มชาอันดีงามติดต่อมายาวนาน ชาวอังกฤษนิยมชาห้าโมงเย็น ชาวรัสเชียนก็นิยมชาที่ให้กลิ่นควันจาง ๆ ซึ่งนับย้อนหลังประวัติชาได้นับแต่สมัยยังต้องขนชาด้วยเกวียนจากประเทศจีนข้ามไปรัสเชียค่ะ

ฝากความรู้คู่ห้องชาของปาเก้ด้วยความนับถือค่ะ bowsdown.gif
Posted by pakae on 02 Sep. 2006,10:09
ขอบคุณมากนะจ้ะน้องรจนาที่น่ารัก kissing.gif ของหนุ่มเสื้อแดง  สำหรับความรู้เรื่องชาที่นำมาเสนอเพิ่มเติมจ้า thankssign.gif    น่าลักเอ้ยน่ารักอย่างนี้นี่เอง  หนุ่มเสื้อแดงถึงรักๆๆๆๆๆ ไม่ยอมจืดจาง   ว่าแต่ว่าที่บ้านรจนาคงไม่ต้องใช้น้ำตาลหรอกนะ  เพราะแค่สำลักความหวานของทั้งคู่ก็พอแว้ว  อิอิอิ inlove.gif

    นู๋มะลาวจ๋า  ได้วิธีดูน้ำผึ้งแท้แล้วเนอะ   น้องพิลขุดช่องไว้ให้แล้ว   น้าไม่เคยซื้อน้ำผึ้งตามท้องตลาดเพราะกลัวของปลอม  เมื่อก่อนเคยมีลูกน้องเก็บรังผึ้งเก่ง   เก็บเป็นรังแท้ๆมาให้กินกันทุกวันเลย   แต่เดี๊ยวนี้ไม่มีแล้วจ้ะ crying1.gif

     ฮ่าๆๆๆขำพี่แอ๊ด กับรจนา  ที่แปลกใจว่าทำไมน้องๆด๊อกกะเตอร์ต้องกลมๆด้วย  เขาเรียกว่าความรู้มันอัดแน่นจ้า  อิอิอิ tongue.gif

      โห.....ท่านหลงพี่เชยจังเลย  แพะนะเขาไม่ได้มีไว้ขี่ไล่   เขามีไว้รับบาปหรอกเน้อ   สมัยนี้เขาต้องขี่จรวดไล่กวดกัน  หลงพี่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ icon_donot.gif   มีโอกาสเมื่อไหร่จะถล่มให้เต็มที่  a3.gif a3.gif

     เรื่องป่วยใจนะจิ๊บจ๊อย  ระดับนี้แล้วเรื่องแบบนี้นะเบๆๆๆ  boogie.gif      ไอ้ที่เซ็งกว่าคือเน็ตมันหลุดบ่อยเนี่ยสิ    โพสได้เรื่องเดียวก็หลุดอีกแล้ว   จะไปเที่ยวเมืองเบียร์กับเขาสักกะหน่อยก็ไปไม่ได้สักกะที    ยังไม่รู้นะเนี่ยว่าเรื่องนี่จะโพสสำเร็จเปล่า ohman.gif

Posted by pilgrim on 02 Sep. 2006,17:11
พิลก็ไม่ค่อยรู้เรื่องชามากหรอกค่ะ รจ help.gif
ตอนนี้เลิกดื่มหมดแล้วด้วยทั้งชา กาแฟเพราะเป็นบัญญัติห้ามของที่โบสถ์ ก็เลยไม่ได้ไปเรียนรู้เรื่องนี้อีก

แต่เท่าที่เห็นนะคะ คนอังกฤษเขาก็ดื่มกันเป็นปกติทุกวัน ทุกเวลา แต่ที่เขาชอบกันมาก ดูเหมือนจะเป็นชากลิ่น English breakfast ซึ่งถึงแม้จะชื่อว่าสำหรับอาหารเช้า แต่ก็เห็นเขาดื่มกันได้ทั้งวัน เพื่อนๆบางคน บ่ายคล้อยแล้ว ก็ยังสั่ง English breakfast มาดื่มเลย
บางคน ที่รัก healthy living ก็ฉีกแนวไปในทางชาผลไม้หรือชาสมุนไพรไปเลยค่ะ เหมือนอย่างที่พิลดื่มอยู่ เพราะไม่ใช่ชาที่ทำจากใบชา

ถ้าไม่ใช่งานเลี้ยงหรูหรา ในชีวิตประจำวัน เขาก็ดื่มชากับบิสกิต ซึ่งที่นี่จะมีบิสกิตหลากหลายชนิดมาก
พิลชอบบิสกิตกลิ่นขิง ที่เขาเรียก ginger snap เพราะจะหอมๆและเผ็ดขิงหน่อยๆ อร่อยดีค่ะ
หรือจะช็อตเบรดก็อุดมครีม นม เนยดี ฮ่าๆๆเพิ่มไขมัน กินเพลินเกินห้ามใจเชียวค่ะ
หรือขนมสะโกนที่เอามาทากับครีมและแยม ก็ดีค่ะ ไม่หวานจัดเกินไป แต่ครีมก็อุดมไขมันสะใจเลยค่ะ

ถ้าไปแถบแคว้นซอมเมอร์เซ็ต เดวอน คอร์นวอล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ  เขาจะนิยมดื่มชากับขนมสะโกน แต่ต้องคู่กับ clotted cream ซึ่งขาวข้นนวลเนียน ข้นถึงใจ ไขมันอุดม แล้วก็แยมเหมือนเดิมค่ะ แต่ความหอมหวนหวานมัน มันอยู่ที่ clotted cream นี่แหละ อย่างนี้เขาจะมีชื่อเรียกว่า cream tea ค่ะ clotted cream นี้อร่อยมากๆขอ บอก เขาเอามาทำไอศกรีมก็อร่อยมากๆค่ะ กินกันจนอ้วนเพลิน เกินห้ามใจ

เท่าที่ทราบนะคะ คนอังกฤษจะดื่มชากับขนมช่วงบ่ายราวๆ สามสี่โมง เขาจะเรียก afternoon tea

แต่ถ้า high tea  จะหมายถึงอาหารเย็นเลยค่ะ อู้ฟู่หน่อย
คนอังกฤษส่วนใหญ่ มักจะเรียกกันว่า tea เฉยๆ เป็นมื้ออาหารหนักไปเลย ไม่ใช่แค่ดื่มน้ำชากับขนม
อย่างถ้าเขาบอกว่า ฉันจะไปเตรียม tea นะ นั่นคือ ไปทำอาหารเย็นเลยค่ะ
บางคนก็มาชวนเราให้อยู่กิน tea ด้วยกัน นั่นคือ เขาชวนให้กินอาหารเย็นด้วย

แล้วคนอังกฤษนี่ก็ประหลาดนะคะ อาหารมื้อหลักของวัน ถึงแม้จะไม่ได้กินตอนเย็น เขาก็จะเรียกดินเนอร์

เพื่อนพิลเคยชวนไปกินดินเนอร์ พิลก็ตกปากรับคำ ปรากฏเขากินกันตอนบ่ายสอง ก็เท่ากับมื้อกลางวันของเรา
อิๆๆๆ อย่างนี้ต้องบอกแบบตลกๆค่ะว่า บ้านแกเรียกดินเนอร์เรอะ บ้านฉันเรียกลันช์โว้ย
อ้าว แต่นี่มันภาษาบ้านเขาแฮะ แฮ่ๆๆๆๆ

เรื่องทำภาษาให้ฉวัดเฉวียนชวนเวียนเฮดนี่ คนอังกฤษแกถนัดนักละค่ะ  

เกร็ดของคำว่า tea อีกเรื่องหนึ่งคือ มันเป็นคำแสลงหมายถึงการมีสัมพันธ์ทางเพศ
เช่นหนุ่มออกเดทกับสาว ไปกินอาหารกัน แล้วสาวชวนไปบ้านพร้อมกับถามว่า เธออยากไปดื่มชาต่อที่บ้านฉันสักถ้วยไหม
หมายถึงว่า แม่สาวคนนั้นเขาอยากชวนหนุ่มไปนอนด้วยค่ะ แต่ต้องชวนไปบ้านนะคะ ไม่ใช่ชวนไปตามร้านน้ำชากาแฟ อะแฮ่มๆๆ
เป็นการบอกความนัยๆค่ะ
ก่อนพิลมาอังกฤษ ก็มีรุ่นพี่ผู้ชายที่จบ ดร.จากอังกฤษไป มาเตือนค่ะว่า ถ้าหนุ่มๆอังกฤษชวนไปกินชาที่บ้าน ที่ห้องอย่าไปนะ เพราะเขาจะชวนไปอย่างว่า
แฮ่ๆๆๆๆ laugh1.gif
Posted by Honey on 06 Sep. 2006,06:36
สวัสดีค่า แวะมาดื่มชาก่อนกลับไปหม่ำมื้อค่ำค่ะ อิอิ  sit01.gif

แหม ๆ ห้องนี้ก็คึกคักกันไม่เบานะคะ เอ๊ะๆ เห็นมีข้อมูลเกี่ยวกับน้ำผึ้งด้วยตกใจหมดนึกว่าเจ๊พิลจะแนะนำให้ใครมาดูตัวเรา คิคิagain.gif

แต่ได้ความรู้เยอะแยะเลยค่ะ แวะมาทักทาย ยามเย็นค่ะ ขอให้ทานอร่อยๆ มื้อค่ำนะคะ  k119.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 06 Sep. 2006,12:49
ช่วงนี้พิลเงียบ ๆ ไปนะคะ หรือมีใครชวนไปทานชาที่ไหน อุ๊ย a3.gif ต้องหลบ couch.gif

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องชาอังกฤษจากพิลกริมค่ะ แถมได้สำนวนภาษาอังกฤษแถมมาหลายอย่างเลย รจนาก็เพิ่งมารู้เนี่ย

ดีใจคุณน้ำผึ้งเข้ามาคุยกัน จะได้ดูตัวกันถนัด ๆ หน่อยไงคะ laugh1.gif

หากปาเก้ไม่ว่า วันนี้ขอเพิ่มเติมเรื่องชาชนิดต่าง ๆ อ่านกันเล่น ๆ นะคะ (หากสนใจ) รจนาคัดลอกมาจากหนังสือเรื่องชาที่ได้มาจากเยอรมนีค่ะ

ชาเขียวคืออะไร ?
ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่นิยมกันในเอเชียตะวันออก ความแตกต่างระหว่างชาเขียวกับชาดำก็คือกระบวนการหมักบ่มใบชาหลังการเก็บเกี่ยว เมื่อมีใบชาสดได้ผ่านกระบวนการทำให้ "เหี่ยว" แล้ว ก็จะมีการให้ความร้อนอย่างสั้น ๆ โดยการ-ย่าง-หรือ-นึ่ง-ใบชา กระบวนการนี้จะหยุดยั้งการสันดาปกับออกซิเจ่น (Oxidation) และป้องกันการสูญเสียกลิ่นอะโรมา สีสัน และคุณประโยชน์ต่าง ๆ ของใบชา ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในการทำชาดำ ดังนั้น ชาเขียวจึงนับว่ามีประโยชน์กว่าชาดำมากมาย

ชาดำ (Black Tea)
ในเชิงประวัติชาแล้ว ชาดำถือว่ายังเป็นชาที่มารุ่นหลัง ๆ โดยนับย้อนไปตั้งแต่เมื่อพ่อค้าชาวดัทช์ได้นำใบชารุ่นแรกไปสู่ยุโรปในต้นศตวรรษที่ ๑๗ ซึ่งเป็นชาเขียวจากประเทศจีน จากนั้น ชาวอังกฤษได้กลายเป็นชาติที่นิยมดื่มชาแบบตัวจริงเสียงจริง และมีกระบวนการพัฒนาการปลูกชาของตัวเอง โดยมีการทำไร่(หรือสวน)ชาในทั่วทุกมุมของโลก(ที่มีอาณานิยมอังกฤษ) และพัฒนารสชาติมาจนถูกใจตนเอง กลายเป็นเทคนิคการผลิตชาแบบใหม่

ชาวยุโรปต่างก็ยินดีกับชาสีเข้มและรสเข้มข้นแบบอังกฤษนี้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจากการดื่มชาเขียวมาเป็นชาดำในตลาดยุโรปค่ะ ชาเขียวค่อย ๆ หายไปจากแวดวงการดื่มชาไประยะหนึ่ง แล้วก็กลับมาผงาดอีกครั้ง เมื่อนักดื่มชาได้ทราบถึงคุณประโยชน์นานาประการของชาเขียว

การชงชาเขียว
(ไม่ได้ตั้งใจจะแย่งคุณน้ำผึ้งหรือปาเก้นำเสนอนะคะ นี่เป็นมุมมองแบบฝรั่งค่ะ)

น้ำที่นำมาชงชาเขียว ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยค่ะ เขาพบว่า น้ำกลั่นนั้นก็ไม่ดี แต่น้ำกรองธรรมดาดีกว่า ส่วนอุณหภูมิของน้ำก็สำคัญมาก ควรใช้น้ำที่ยังไม่เคยผ่านการต้มมาก่อน (ป้องกันการสูญเสียออกซิเจนในน้ำ) และต้มให้เดือดแค่แป๊บเดียว ก่อนจะทิ้งไว้สักพักให้ได้อุณหภูมิตามที่ต้องการ (ทิ้งไว้ ๕ นาทีจะได้น้ำอุณหภูมิ ๙๐ องศา) แล้วจึงนำมาชงชา (แต่ไม่ลืมอุ่นกาหรือถ้วยน้ำชาอย่างที่ปาเก้บอกไปก่อนหน้านี้) นักชงชาผู้ชำนาญถึงกับบอกว่า หากหาซื้อเทอร์โมมิเต้อร์มาวัดอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงชาได้จะดีมาก ๆ เลยค่ะ

ส่วนใบชาเขียวที่ยังไม่ใช้นั้น ควรเก็บไว้ในกล่องที่ปิดสนิทเพื่อความสดใหม่เสมอ

สีสันของชาในถ้วย
ชาแบบต่าง ๆ จะให้สีสันไม่เหมือนกัน หากเรารินชาลงถ้วยสีขาวเพื่อพิจารณาสีของชา สีที่ได้นี้จะบ่งบอกถึงคุณภาพของชาที่เราจะดื่มด้วย

เขาแบ่งกลุ่มสีหลัก ๆ ดังนี้สำหรับทั้งชาดำและชาเขียว

สีอ่อน - รสอะโรม่าอย่างละเอียดอ่อน สดชื่น รสกลาง นุ่มละมุนลิ้น มีกลิ่นเครื่องเทศนิด ๆ และมีกลิ่นหอม

สีปานกลาง - รสเด่นสะดุดลิ้น มีอะโรม่า ออกไปทางกลิ่นเครื่องเทศ กลมกล่อม และหอมกลิ่นดอกไม้

สีเข้ม - กลิ่นอะโรม่าเข้มข้น รสเข้มข้น มีกลิ่นเครื่องเทศ เต็มรสชา และมีบุคลิกชาที่เด่นชัด
Posted by sweet lemon on 06 Sep. 2006,12:53
thankssign.gif ขอบพระคุณมากค่ะเจ้มะพิลจ๋า น้าปาเก้จ๋า นู๋ทำการพิสูจน์น้ำผึ้งแล้วค่ะ ของแท้แน่นอน บ่ แม่นของปลอม winkthumb.gif มีใครคนหนึ่งถวายมา เอ้ยบ่แม่น เค้าให้มาค่ะ เค้าบอกว่า สงสาร เห็นแม่คุณมานั่งเห่าหอนประจำ แล้วลงท้ายว่า ...รำคาญอิ๊บเอ๋ง... perturbed.gif แหะๆๆ นู๋ชงชาใส่น้ำผึ้งดื่มทุกวันค่ะ เด๋วนี้ก็เลยเลิกเห่าแล้วค่ะ แต่กัดเลยค่ะ อิอิ... greet.gif

ทักทายสวัสดีทุกท่านค่ะ... hello2.gif
Posted by pilgrim on 06 Sep. 2006,16:51
อิๆๆ รจนามาแซวเราว่ามีคนมาชวนไปทานชา เดี๋ยวเหอะ fryingpan.gif
ตอนนี้มีเรื่องเซ็งๆมาจากบ้านโน้นจ้ะ รจ เรื่องอะไรคงรู้กันอยู่นะ ก็เลยแสลงใจกับคำว่าวิชาการที่พี่ปาเก้มาแซวไงจ๊ะ แสนรักเขียนเมล์มาคุยด้วย ยิ่งทำให้พิลเซ็งเข้าไปใหญ่ น้องเขาบอกว่า เรื่องชีวิตจริงมันมีอะไรทุเรศทุรังยิ่งกว่าที่คุยกันในเว็บเสียอีก
มันก็เลยพาลเบื่อๆไปเลย ต้องค่อยๆทำใจไปเรื่อยนะ ohman.gif

ดีจังนะ มีเรื่องชามาบอกเล่าด้วย ขยันจริงๆ
ดีใจด้วยจ้า ที่น้ำผึ้งเป็นของแท้นะมะลาวหวาน เอ ทำไมจะขอน้ำผึ้งเขาต้องเห่าหอนด้วยล่ะ สงสัยวุ้ย ask.gif

ส่วนน้องน้ำผึ้ง(ตัวจริง) อยากให้เจ๊พิลแนะใครไปดูตัวอ๊ะเปล่า เห็นบอกยิ่งตัวกลมอยู่ไม่ใช่เรอะ เจ๊ก็ยังสงสัยว่ามันกลมขึ้นมาได้ยังไง ตอนไหน แต่ก่อนก็เห็นตัวยาวออกนิ hum.gif
Posted by แมวเหมียว on 06 Sep. 2006,23:01
อ้างถึง (พัด @ 06 กย. 2006,09:27)
   
             คุณคิลินคือพระจะคอยเทศน์  bowsdown.gif 

             บอกขอบเขตศีลธรรมย้ำสั่งสอน
             
              ...................................
 
              ...................................

            
 



ขออนุญาตต่อกลอนน้องมะพัด เอามาฝากคุณพิลค่ะ inlove.gif


xmas.gif คุณคิลินคือพระจะคอยเทศน์  

บอกขอบเขตศีลธรรมย้ำสั่งสอน

มีปัญหาหนักใจอย่านิ่งนอน

ไปขอพรขอธรรมน้อมนำตน
flo_1.gif


สวัสดีทุกคนค่ะ tinyrose.gif

hum.gif เอ มาผิดงานหรือเปล่าน้อ.. เขาจะดื่มชง เอ๊ย ดื่มชา ชงชาหรือดื่มน้ำผึ้งกันนี่นา  tongue.gif laugh1.gif

wave.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 07 Sep. 2006,04:06
อ้างถึง
แมวเหมียว - เอ มาผิดงานหรือเปล่าน้อ.. เขาจะดื่มชง เอ๊ย ดื่มชา ชงชาหรือดื่มน้ำผึ้งกันนี่นา  


พี่แมวเหมียวมาไม่ผิดงานหรอกค่ะ เรามาดื่มชาใส่น้ำผึ้ง ผสมมะนาวสด ๆ จากสวนของพี่แมว ช่วยแก้เจ็บคอและแก้หวัดดีนักแล แล้วนั่งฟังคุณคิลิน เอ๊ย พระ เทศน์ให้เย็นใจกันดีไหมคะ?

ตอนที่ฟังคุณธิตินาถ ณ พัทลุงบรรยายเรื่องเข็มทิศชีวิต มีตอนหนึ่งที่ชอบมาก (อาจเคยได้ยินจากหลาย ๆ ที่แล้ว) คือ "คนอื่นเขาเอามีดแทงเราได้ครั้งเดียว แต่ตัวเรานั้นนั่นแหละที่เอามีดแทงตัวเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากนั้น" 

ไม่ใช่ข้อธรรมะที่ง่ายต่อการปฏิบัติเลย แต่สอนใจเราได้ดีเรื่องการอยู่กับความเจ็บปวด (ใจ) ความเสียใจ และปัจจุบันขณะจริง ๆ ค่ะ

ส่ง coffee.gif และ flo_1.gif ให้พิลกริมค่ะ วันนี้เซ็งได้ พรุ่งนี้ก็หายได้จ้ะ

หายเซ็งแล้ว อาจมีคนชวนไปดื่มชาอีก อุ๊ย smash.gif fryingpan.gif ic-14.gif วอนอีกแล้วเรา
Posted by sweet lemon on 07 Sep. 2006,12:13
ธ่อเจ้พิลจ๋า นู๋ยังบ่ได้ขออันหยังใครเล้ย เพียงแต่หนูเห่าบ่อยมาก พวกรำคาญ เลยเอาน้ำผึ้งขวดย้ายหย่ายมาให้ค่ะ แล้วบอกให้ชงชาใส่น้ำผึ้งดื่มค่ะ ... ohman.gif
Posted by pilgrim on 07 Sep. 2006,17:27
พิลก็อยากขอธรรมน้อมนำจิต
แต่ก็คิดนิ่งไว้ไม่อยากบ่น
บางทีเก็บไว้มากลำบากจน
โลกมัวมนไม่สดใสไม่รื่นรมย์
ก็เป็นจริงเกิด-ดับเป็นของคู่
แต่ทุกข์อยู่ข้างหน้ามันพาขม
วันนี้ยังเหนื่อยหนอท้อทุกข์ตรม
พอมันล้มก็หมดแรงลุกขึ้นมา
บางทีหลักธรรมง่ายใจก็รู้
แต่ก็ทำยากอยู่หนอใจข้า
ขอขอบคุณทุกท่านที่เมตตา
ลบความล้าเลือนหายไปเร็ววัน


อ๋อ เจ๊พิลเข้าใจแล้วน้องมะลาว ยังไอไม่หยุดใช่ไหม เขาเลยให้เอาน้ำผึ้งมาใส่ชาจิบกิน
โถน้องเอ๊ย แม่คุณ ไม่สบายเหรอเปล่าจ๊ะ เลยเห่าใหญ่เลย ขอให้หายเห่าเร็วๆนะ
flo_1.gif
Posted by Honey on 08 Sep. 2006,01:36
แว้บมาดื่มชาใส่น้ำผึ้งด้วยคนค่ะ ว่าแต่สูตรพิสูจน์น้ำผึ้งแท้เนี่ย ใช้พิสูจน์ตัว (หนู) เองได้ป่าวน๊อ อิอิ  เริ่มสงสัยว่าตัวเองของแท้หรือเปล่า tongue.gif

เจ๊พิลถามว่า อยากให้ใครพาไปดูตัวหรือเปล่า แฮ่ๆ เปล่าเลยค่ะ แบบว่าชอบแอบดู(ตัว) ชาวบ้านมากกว่าค่ะ อิอิ อ้อ แล้วที่ถามว่าเคยตัวยาวๆ แล้วมากลมขึ้นตอนไหนหนอ แหะๆ ขอตอบว่า...ก็ตอนที่มานอนพักฟื้นยาวสามเดือนที่บ้านนี่เองล่ะค่ะ แบบว่านอนๆๆ+ กินๆๆให้สมกับที่ไม่ค่อยได้นอน(+ กิน) มาสามปีกว่าๆ hum.gif นอนแบบกินบ้านกินเมืองตาตุ่ย แก้มตุ่ย แล้วก็หม่ำๆๆ จนพองออกๆ จนหาทางกลับไปที่เดิมไม่เจอแล้วค่ะ ohman.gif ตอนนี้กำลังหาทางปล่อยลมที่พุงอยู่ค่ะ ใครมีสูตรดีๆ ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ...เอ...รู้สึกว่าจะมีชาลดความอ้วนเหมือนกันใช่ไหมคะ ต้องถามปาเก้ผู้รู้ด้านชนิดของชา...แต่ว่าขอเป็นชาเพื่อสุขภาพ นะคะ... ถ้าเป็นแบบประเภทดื่มแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ (แบบหนักๆ) ทั้งวันม่ายเอานะคะ ....กลัวหาห้องน้ำเข้าไม่ทัน laugh1.gif

ชอบประโยคนี้ที่คุณรจนำมากล่าวจังค่ะ "คนอื่นเขาเอามีดแทงเราได้ครั้งเดียว แต่ตัวเรานั้นนั่นแหละที่เอามีดแทงตัวเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า" เห็นด้วยพันเปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นคนที่ชอบแทงตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนกัน ... สงสัยซะแล้วว่าเป็นโรคจิตหรือเปล่านะคะเนี่ย 

ทักทายทุกท่านนะคะ Dancer.gif
Posted by pakae on 08 Sep. 2006,06:20
พิลเป็นอะไรเปล่า     ถ้าเซ็งที่พี่แซวเรื่องวิชาการก็ขออำภัยด้วยนะจ้ะ bowsdown.gif

           หวัดดีจ้ะน้ำผึ้งซำบายดีเปล่า    มะลาวอยู่หนายนี่ไงละน้ำผึ้งของแท้มาแว้วมาลองพิสูจน์แบบตัวเป็นๆดีกว่า    ว่าจะหอมหวานขนาดไหน  อิอิอิ tongue.gif

           ป้าไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำชาหรอกเน้อน้ำผึ้ง     เพียงแต่เปลี่ยนจากดื่มกาแฟมาเป็นชา      จะได้คาเฟอีนน้อยๆลงไปหน่อยแล้วไปเจอบทความเรื่องการดื่มชา    เลยนำมาเล่าสู่กันฟังและอ่านจ้ะน้อง

           คิดฮอดแมวเหมียวหลายๆเหมือนกันจ้า     ช่วงนี้ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต    ฮ่าๆๆๆๆจะแปลงร่างเป็นไอ้มดเขียว v3   boogie.gif อยู่แล้ว

             hungry.gif เดี๊ยวจะตามไปหม่ำกล้วยใกล้พี่แอ๊ดสักกะหน่อย     เห็นว่าใบใหญ่มั่กๆ      ต้องตามไปดู

              thankssign.gif ขอบคุณรจนาสำหรับความรู้เรื่องชาด้วยนะจ้ะ     ชอบประโยคของรจนาเหมือนกับน้ำผึ้งเลย     อ่านแล้วโดนใจมั่กๆ     แต่ว่าบางครั้งคนอื่นเขาก็เอามีดแทงเราได้หลายครั้งเหมือนกันนะรจนา     แบบว่าแทงแล้วแทงอีกจนแทบจะกรีดเอาหัวใจเราออกมาเวอร์ไปเปล่าเนี่ย  อิอิอิ couch.gif

               ทักทายทุกคนจ้า wave.gif

           
         

Posted by pilgrim on 08 Sep. 2006,16:27
พิลไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ พี่ปาเก้ เพียงแต่มันแกว่งไปนิดๆ คาดว่าคงเครียดลึกๆ เนื่องจากใกล้สอบ ขอบคุณค่ะพี่ พี่ไม่ต้องขออำภัยหรอก เพราะพี่ไม่ได้ทำอะไรพิลเลย ฮ่าๆๆๆ สงสัยพิลจะเป็นวัยทองไปเอง tongue.gif


พี่ปาเก้ยังไม่หายยุ่งเลยนะ ตอนนี้ดูยูเอสโอเพ่นหรือเปล่าพี่ พิลไม่ได้ดูหรอก เพราะที่อังกฤษเขาไม่ถ่ายทอดค่ะ

ดีจัง ผึ้งแวะมาได้บ่อยๆ ว่างๆลองไปคุยกันที่ท้ายครัวบ้างสิ มีพี่แมวเหมียวขาใหญ่ เป็นเจ้าแม่ประจำครัวอยู่ แถมยังมีพี่รจ พี่แอ๊ดด้วยนะ  

Posted by แมวเหมียว on 08 Sep. 2006,17:28
couch.gif อิ อิ พี่แมวเหมียวขาไม่ใหญ่หรอกค่ะ ..ใหญ่ที่พุงค่ะ tongue.gif

เชิญนะคะน้องน้ำผึ้งแวะที่ท้ายครัว

หรือหากสนใจประสิทธิภาพของน้ำเอนไซม์ช่วยลดน้ำหนัก แวะไปอ่าน< ทฤษฎีลิง >ดูนะคะ

เชิญปาเก้ด้วยนะจ๊ะ น้องมะลาวหวานด้วยอีกคน ..

เมื่อเรากลายเป็นลิงเราจะเลิกเห่า..น้องมะลาวว่าจริงบ่.พี่ว่าจิงนา tongue.gif

ทักทายทุกคนในวงน้ำชาจ้า flo_1.gif

wave.gif
Posted by เก็จแก้ว on 08 Sep. 2006,19:58
อ้างถึง (pilgrim @ 06 กย. 2006,04:51)

ตอนนี้มีเรื่องเซ็งๆมาจากบ้านโน้นจ้ะ รจ เรื่องอะไรคงรู้กันอยู่นะ ก็เลยแสลงใจกับคำว่าวิชาการที่พี่ปาเก้มาแซวไงจ๊ะ แสนรักเขียนเมล์มาคุยด้วย ยิ่งทำให้พิลเซ็งเข้าไปใหญ่ น้องเขาบอกว่า เรื่องชีวิตจริงมันมีอะไรทุเรศทุรังยิ่งกว่าที่คุยกันในเว็บเสียอีก
มันก็เลยพาลเบื่อๆไปเลย ต้องค่อยๆทำใจไปเรื่อยนะ ohman.gif
hum.gif


ถึงพี่มะพิลโดยเฉพาะค่ะ

           พี่มะพิลคนเก่งเซ็งอะไร

           ใครทำให้พี่โกรธโปรดบอกนู๋

           พี่มะพิลมีน้ำใจใครก็รู้

           พวกปากปูพูดพล่อยๆน่าต่อยจัง smash.gif

    มะพัดเข้ามาบ้านนี้เพียงไม่กี่เดือน แต่มะพัดสัมผัสได้ว่าพี่มะพิลเป็นคนน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆเชียวค่ะ  มะพัดชื่นชมในความเอื้อเฟื้อ มีน้ำใจ ไม่นิ่งดูดาย ของพี่มากที่สุดค่ะ  ใครจะพูดว่าอะไรก็อย่าไปสนเลยค่ะ  เราทราบว่าตัวเราเป็นอย่างไรก็พอแล้ว อย่าให้คนพาลมามีอิทธิพลเหนือจิตใจเราเลยนะคะ  พี่มะพิลคนเก่งต้องไม่แคร์กับเรื่องพรรค์นี้นะคะ(ขอโทษค่ะมะพัดไม่ได้ตั้งใจสอน แต่อยากให้กำลังใจพี่มะพิลมากกว่าค่ะ)....คนไม่ดีจะแพ้ภัยตัวเองในที่สุดค่ะ....ขอให้พี่มะพิลสอบผ่านได้คะแนนดีๆนะคะ  มะพัดคอยเชียร์อยู่เสมอค่ะ love.gif kissing.gif


     (วิ่งหาพี่ตั้งหลายห้องเหนื่อยจังเลยง่ะ) ic-14.gif 

Posted by แมวเหมียว on 08 Sep. 2006,20:41
อ้างถึง (พัด @ 08 กย. 2006,07:58)
     (วิ่งหาพี่ตั้งหลายห้องเหนื่อยจังเลยง่ะ) ic-14.gif 


น้องมะพัดจ๋า เมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว ลองมองที่มุมบนขวา จะเห็น..

ThummaDa.com :: บ้านฅนธรรมดา
ฉลาด สะอาด สว่าง สงบ


ใต้ลงมาอีก จะมีอะไรตัวเล็กๆอยู่หลายตัว

ให้มองหาคำว่า" last post"
แล้วคลิกดู..

เราก็จะเห็นว่าวันนี้มีใครแอบอยู่ที่ห้องไหน/กระทู้ไหนบ้างนะคะ xmas.gif

flo_1.gif
Posted by เก็จแก้ว on 09 Sep. 2006,00:27
              ขอบพระคุณคะร๊าบพี่คนจ๋วย  bowsdown.gif
Posted by KiLiN on 09 Sep. 2006,05:35
อ้างถึง (แมวเหมียว @ 08 กย. 2006,05:28)
couch.gif อิ อิ พี่แมวเหมียวขาไม่ใหญ่หรอกค่ะ ..ใหญ่ที่พุงค่ะ tongue.gif

ไม่ใช่ใหญ่ธรรมดาด้วยนะ..จุ๊ๆ พะโล้ เลย whisper.gif hehe.gif
Posted by แมวเหมียว on 09 Sep. 2006,07:43
แหม...เปิดพุง เอ๊ย..เปิดช่องไม่ได้เชียวนะคะหลงพี่..โจมตีทันทีเชียว perturbed.gif

whisper.gif น้องพัดยังเรียกว่าพี่คนจ๋วยเลยเห็นป่าวคะ laugh1.gif  
wave.gif
Posted by pilgrim on 09 Sep. 2006,12:28
อย่าไปต่อยเขาเลยมะพัดจ๋า
หยุดที่ใจพี่ดีกว่าไม่บ้าหลัง
ขอเราเพียรทำดีไม่อินัง
วันหนึ่งคงถึงฝั่งดั่งตั้งใจ
ใครจะเลวใครจะร้ายอย่าไปสน
เกิดเป็นคนมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว
ประคองตัวให้สุขจะทุกข์ใย
วันนี้พี่ยิ้มให้มะพัดนะ
kissing.gif
(ตามที่มะพัดสอนพี่ไง สอนก็ได้ไม่ว่าหรอก ยินดีจ้ะ) signwelcome.gif

วันนี้ยิ้มออกแล้วจ้า smile.gif
ขอบคุณมากจ้า น้องมะพัด ชมพี่ซะเลิศลอยเลย โอ้ๆ ช่วยเหยียบหางพี่ไว้หน่อยเด้อ ตัวมันจะลอยอยู่แล้ว  เอ๋งๆๆๆ พี่เองก็คงไม่ดีอย่างนั้นหรอกจ้ะ แต่ก็คงไม่เลวเหมือนกันนิ ฮ่าๆๆๆ  wavey.gif
แหม ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งมีน้องมะพัดเนี่ย มองเห็นความดีของพี่ อิๆๆๆๆ tongue.gif

อ้าว มะลาวทำไมอ่านไปเห่าไปล่ะ  smash.gif  
เอ ตะกี้พี่เห็นใครมาโชว์พุงแว้บๆ ตกลงเป็นพุงลิงหรือพุงแมวกันแน่ฮับ (พี่แมวเหมียวคนจ๋วย)แล้วคุณคิลินบอกว่ามีพะโล้ในห้องนี้ด้วยเหรอ ใครเอาพะโล้มากินในห้องน้ำชาน่ะ เดี๋ยวพี่ปาเก้แย่งกิน เอ๊ย ดุเอานะ  
ดีนะที่พี่แมวเหมียวบอกวงน้ำชา ถ้าบอกโรงน้ำชาละแย่เลย อิ๊ๆๆๆ laugh1.gif

น้องผึ้งอยากตัวแบน ลองตามไปเป็นลิงกับพี่แมวเหมียวดูนะจ๊ะ พี่เขารับประกันความอร่อยจ้ะ winkthumb.gif
Posted by pakae on 10 Sep. 2006,10:35
ซาหวัดดีจ้าทุกๆคน wave.gif

       ฮ่าๆๆๆๆตอนนี้ห้องชากำลังคืนชีพ  มีคนมาถกปัญหากันใหญ่  รออีกสองวันจะมาเม้าท์ด้วยคน   ตอนนี้กำลังตามดูเทนนิสยูเอสโอเพ่นอยู่   เออเป็นคนไทยนี่ดีกว่าคนอังกฤษเนอะพิล  เพราะเราได้ดูทุกแกรนด์แสลมเลย winkthumb.gif

       ไปก่อนนะจ้ะทั้งพี่น้องคนชมรมเดียวกัน ก็พุงใหญ่ไงละ whisper.gif อิอิ   ขำหลงพี่อ่ะมีโอกาสเมื่อไหร่กัดมะแหม่วทันที   แต่ว่าปากจัดเจอกับเขี้ยวตันอย่างนี้  น่าจะฟันบิ่นไปบ้างหรอกน่า(เพราะหลงพี่ท่านแก่แว้ว  อิอิอิ laugh1.gif )

      ชมรมนี้พี่แอ๊ด  พี่วันดี  รจนาเขาไม่มีเอี่ยวเลยล่ะแมวเหมียวจ๋า  ทักทายน้องคนจ๋วย ทุกๆคนเน้อ  ทั้งน้องพิล  น้องมะลาว น้องมะพัด  น้องน้ำผึ้ง  และ.......น้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆทุกคนจ้า basketball.gif

Posted by add on 10 Sep. 2006,11:04
อ้อ  อิอิ  พี่ก็มีเอี่ยวจ้ะ ส่วนแมวเหมียวน่ะ เขาผอมอยู่แล้ว ลดไปอีก 5 โล หลังจากกินเอ็นไซม์  spit.gif  ตอนนี้คงเป็นกระดาษไปแล้ววว   smile.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 12 Sep. 2006,03:32
แว่ว ๆ ใครพูดถึงพุงเรา icon_donot.gif

ปาเก้จ๋า รจนาน่าจะมีเอี่ยวในชมรมเลี้ยงพุงด้วยนะคะ ตอนนี้กำลังเลี้ยงแข่งกับคุณพ่อบ้านค่ะ laugh1.gif  

กลับจากเที่ยวมาแล้วค่ะ wavey.gif แต่มีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อยมาเล่าไว้ในห้องน้ำชาแล้วกัน คือ พ่อบ้านได้รับอุบัติเหตุ รถประสานงา คนขับอีกฝ่ายหลับใน พุ่งเข้ามาชนเฉยเลย ความเร็วประมาณ ๕๐ กม. ผลคือ หน้ารถยับเยินทั้งคู่ พ่อบ้านปลอดภัยดี เพราะได้ถุงลมกับเข็มขัดช่วยชีวิตไว้

ส่วนคนขับรถอีกฝ่าย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดนกระจกบาด และไม่มีถุงลมกันกระแทก เรียกว่า เจ็บตัวมากกว่าพ่อบ้านค่ะ รถของเขาก็เสียหายมากกว่า เพราะรถรุ่นเก่า ระบบคุ้มครองผู้ขับขี่และโดยสารยังด้อยกว่า เห็นแล้วก็เห็นใจเขาเหมือนกัน อายุประมาณ ๖๐ ปี เพิ่งขับรถลงมาจากยอดเขาสูง ๓๐๐๐ เมตร เขาขึ้นไปทำงานที่นั่นหลายวัน สันนิษฐานว่า มีออกซิเจนในสมองไม่พอ (เพราะอยู่ในที่สูงนาน ๆ) ทำให้พลาดหลับไปแค่ชั่ววินาที

พ่อบ้านบอกว่า คู่กรณีเข้ามาขอโทษหลายครั้งที่เป็นต้นเหตุให้เกิดความเสียหาย พวกเราไม่ได้ถือโทษโกรธเคือง ยังนึกสงสารเขามากกว่าสงสารตัวเราเสียอีก

รจนาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เพราะนั่งรถไปกับเพื่อนอีกชุดหนึ่ง ไปรอที่โรงแรม พ่อบ้านขับรถมาคนเดียวจากเยอรมนี จุดเกิดเหตุห่างจากที่พักของเราประมาณ ๕๐ กม พอทราบข่าว เพื่อนก็ขับรถพารจนาออกไปรับพ่อบ้านกลับมาค่ะ kissing.gif ตอนนี้นำพ่อบ้านกลับบ้านเรียบร้อยดีค่ะ วันนี้ไปทำงานได้ตามปกติ

จึงแจ้งข่าวมาเพื่อทราบ เรื่องนี้ทำให้รจนาได้คิดขึ้นมา (หลังจากที่ทำลืม ๆ ไป) ว่า เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นของแน่นอน แต่ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน (อนิจจัง) เลย ชีวิตมนุษย์ก็ช่างเปราะบาง เราไม่รู้เลยว่า ความตายจะมาพรากเรา-เขาไปเมื่อไร เมื่อพรากก็เกิดทุกข์ เมื่อเกิดทุกข์ก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวตน ลืมไปว่า กฎธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่เหนือกว่ามนุษย์จริง ๆ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครหนีพ้น (จนกว่าจะค้นพบนิพพาน) รู้อย่างนี้แล้วจึงควรมีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทดีกว่า bowsdown.gif
Posted by add on 12 Sep. 2006,05:40
อ้อ โชคดีจังค่ะคุณรจ ที่พ่อบ้านไม่เป็นอะไร ถือว่าฟาดเคราะห์ไปนะคะ  tinyrose.gif

     เรื่องอุบัติเหตุนี่น่ากลัวมากๆ สองอาทิตย์ก่อนลูกน้องก็ไปฉลองวัด รถทัวร์ขับรถแซงสิบล้อแล้วมีรถออกมาขวางกระทันหัน รถทัวร์เลยหักหลบ ผู้โดยสารเสียชีวิตทันที 3 คน มาเสียทีหลังอีก 1  มีปัญหาผ่าตัดสมองอีกหลายคน ลูกน้องไม่มีบาดแผล แต่สมองกระทบกระเทือนมาก จะพูดวนไปวนมา และตาข้างหนึ่งลืมไม่ได้ตามปกติ คงต้องพักรักษาตัวอีกนาน
Posted by KiLiN on 12 Sep. 2006,06:37
ถือว่ายังพอมีบุญเก่าช่วยค้ำจุนให้รอดมาได้นะครับ ก็ดีใจด้วยครับ tinyrose.gif

พูดถึงเรื่องอุบัติเหตุจากการเดินทาง ช่วงชีวิตของแทบทุกคนคงได้เจอ พูดอย่างนี้คนที่ยังไม่ได้เจอก็คงต้องพึงสังวรณ์ คนทื่เจอแล้วก็ไม่แน่ว่าจะไม่เจออีก

ก่อนนี้ตอนได้ยินเพื่อนเจออุบัติเหตุ ลูกที่ไปด้วยเสียชีวิต ภรรยาและตนเองบาดเจ็บสาหัสแทบไม่รอด ก็ยังคิดว่าอุบัติเหตุหนักๆแบบนี้คงไม่เจอกับตนเอง  แต่แล้ววันหนึ่งก็เจอกับตนเองจนได้  เพื่อนที่นั่งข้างๆเสียชีวิต คนที่นั่งหลังบาดเจ็บถูกเข็มขัดกระชากลำไส้ขาด ผมเองคนขับกระดูกส้นเท้าซ้ายแตก ยังโชคดีที่มีถุงลมนิรภัยช่วย มิเช่นนั้นคงไม่มีวันนี้  แล้วเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาล่าสุดน้องชายรถคว่ำเสียชีวิตทันที แต่อีกหลายคนที่ไปด้วยกันรวมทั้งคนขับกลับไม่เป็นอะไรบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หลังจากที่ผมหันมาทางธรรม(ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่เอาเลยทางนี้) ย้อนกลับไปวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น สาเหตุคืออะไร  สาเหตุเกิดจากผมขาดสติ ว่าไปแล้วก็คือประมาท ขับรถอยู่แต่ใจไปถึงที่ที่ต้องการไปเสียแล้ว ใจมัวไปนึกว่าจะทำอะไรบ้างเมื่อไปถึงที่  นี่เรียกว่าไม่อยู่กับปัจจุบัน  ก็เลยไปเสยเอารถสิบล้อที่จอดเสียอยู่ข้างทาง ชนิดที่เรียกว่าไม่ได้เบรคเลย มันค่ำรำไรๆ ที่ความเร็วราวๆ ๘๐-๑๐๐ ได้

ประเด็นวิเคราะห์ที่น่าสนใจ ประเด็นที่สองก็คือ เพื่อนที่นั่งอยู่ด้านซ้ายชะตาขาด ดวงถึงฆาต เขาถูกชิ้นส่วนของรถสิบล้อทิ่มทะลุกระจกเข้ามาที่หน้าผาก เสียชีวิตทันที  ส่วนผมดวงยังแข็งเพราะยังมีบุญเก่าค้ำจุนเลยยังรอด นี่วิเคราะห์โดยแม่ของคนที่นั่งหลัง เขาวิเคราะห์ว่าที่ลูกเขารอด ส่วนหนึ่งเพราะอาศัยจากดวงของผม อุบัติเหตุครั้งนี้ผมเป็นคนประสพเบาที่สุด 

กรณีน้องชายที่เสียชีวิต ทั้งๆที่ยังมีอีกหลายคนที่โดยสารมาในรถคันเดียวกันบาดเจ็บแต่เพียงเล็กน้อย  ก็วิเคราะห์ได้ว่าน้องชายชะตาขาด ถ้าวิเคราะห์กันในทางธรรม ก็เรียกว่ามีกรรมอันหนักมาตัดรอน ทำให้ต้องจบชีวิตลง

ประเด็นของคำว่าไม่ประมาท จึงกินความลึกซึ้ง ทั้งต้องมีสติอยู่กับปัจจุบัน ทั้งยังรวมถึงการสั่งสมบุญไว้ด้วยไม่ใช่คอยอาศัยแต่บุญเก่าค้ำจุน เพราะถ้าหมดบุญที่เหลือก็จะเป็นบาป เคราะห์กรรมก็จะตามทัน

นี่ไม่เกี่ยวกับการดื่มชาแล้ว ถ้าจะเป็นชาก็ชางานศพแล้ว smile.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 12 Sep. 2006,10:44
ขอบคุณค่ะ คุณคิลินที่ย้ำเตือนว่า เราต้องไม่ประมาททั้งทางโลก และทางธรรม อย่าคอยพึ่งบุญเก่า แต่ต้องคอยสร้างสมบุญใหม่ ๆ ไว้คอยค้ำจุนตนเองด้วย

จากตัวอย่างของทั้งพี่แอ๊ดและคุณคิลินก็คงเป็นการเตือนตัวได้ว่า เราต่างอยู่ใกล้ความตายแค่นิดเดียว

ห้องน้ำชา coffee.gif เลยกลายห้องสนทนาธรรมเพื่อความไม่ประมาทไปโดยฉะนี้ bowsdown.gif
Posted by pilgrim on 12 Sep. 2006,16:46
โยอาคิมและรจนาตกใจมากไหม ขวัญเอ๊ย มาอยู่กับเนื้อกับตัวนะ  grouphug.gif

เรื่องอุบัติเหตุเป็นเรื่องน่ากลัวจริงๆค่ะพี่แอ๊ด พิลมักใจหายเวลาเห็นอุบัติเหตุ แล้วมีคนตาย ชอบคิดว่า ก่อนออกจากบ้าน เขาหรือคนที่รักเขาคงไม่รู้นะ ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย จะไม่ได้เห็นกันอีกแล้ว

จริงอย่างที่คุณคิลินว่าค่ะ เราต้องหมั่นสร้างบุญ ไม่ใช่คอยแต่กินบุญเก่าไปเรื่อย บางคนเกิดมาชาตินี้เสวยสุข ก็คิดว่าตัวเองมีบุญพอแล้ว ไม่คิดจะทำอะไรเพิ่มอีก
พิลมีเพื่อนหลายๆคนที่คิดแบบนี้ เขามักคิดว่า ตัวเขาไม่จำเป็นต้องหันเข้าหาศาสนา หรือทำบุญทำทานอะไร เพราะแต่ละวันเขาทำดีที่สุดแล้ว อิๆๆๆ บางทีมาว่าพิลด้วยซ้ำว่าเป็นเหยื่อของพวกสอนศาสนา หรือหาว่าพิลอ่อนแอไม่เข้มแข็ง ต้องหันเข้าหาศาสนาเอาไว้ยึดเหนี่ยว
เนี่ยนะ เขาบอกว่าแต่ละวันเขาทำดีที่สุดแล้ว แต่ทำไมต้องมาแขวะเราอย่างนี้ด้วยนะ เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าทำดีที่สุดของเขา มันก็ได้แค่นี้เอง

ดีใจจ้ะ ที่คุณพ่อบ้านไม่เป็นไรมาก แต่ดูเหมือนดวงไม่ค่อยดีหรือเปล่านะ(คิดถึงที่คุณคิลินพูด)  เดี๋ยวรถเสีย เดี๋ยวรถชน (รจลองพาไปทำบุญมั่งสิ)  flo_1.gif

อิๆๆๆ โรงน้ำชาของพี่ปาเก้กลายเป็นห้องสนทนาธรรม แต่คุณคิลินท่านไม่ชอบให้สนทนาอย่างเดียวจ้ะ ท่านชอบให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบด้วย  bowsdown.gif

Posted by แมวเหมียว on 12 Sep. 2006,21:33
สวัสดีสมาชิกวงน้ำชาทุกคนค่ะ


เพิ่งได้เข้าบ้านค่ะ ขอฟังธรรมด้วยคนค่ะ bowsdown.gif

คุณรจคงตกใจมากนะคะ ขอมอบดอกไม้ tinyrose.gif มาปลอบขวัญค่ะ

flo_1.gif


ได้ยินพี่แอ๊ดพูดถึงใครเป็นกระดาษคะ อิ อิ  

whisper.gif  5 กิโลนั่นส่วนที่เกินจากพี่แอ๊ดเห็นหรอกค่ะ ไม่ใช่ลดจากเดิมค่ะ laugh1.gif

k122.gif  k119.gif  k122.gif
Posted by แมวเหมียว on 14 Sep. 2006,02:23
อ้างถึง (pakae @ 09 กย. 2006,22:35)
ซาหวัดดีจ้าทุกๆคน wave.gif

       ฮ่าๆๆๆๆตอนนี้ห้องชากำลังคืนชีพ  มีคนมาถกปัญหากันใหญ่  รออีกสองวันจะมาเม้าท์ด้วยคน   ตอนนี้กำลังตามดูเทนนิสยูเอสโอเพ่นอยู่   เออเป็นคนไทยนี่ดีกว่าคนอังกฤษเนอะพิล  เพราะเราได้ดูทุกแกรนด์แสลมเลย winkthumb.gif

       ไปก่อนนะจ้ะทั้งพี่น้องคนชมรมเดียวกัน ก็พุงใหญ่ไงละ whisper.gif อิอิ   ขำหลงพี่อ่ะมีโอกาสเมื่อไหร่กัดมะแหม่วทันที   แต่ว่าปากจัดเจอกับเขี้ยวตันอย่างนี้  น่าจะฟันบิ่นไปบ้างหรอกน่า(เพราะหลงพี่ท่านแก่แว้ว  อิอิอิ laugh1.gif )

      ชมรมนี้พี่แอ๊ด  พี่วันดี  รจนาเขาไม่มีเอี่ยวเลยล่ะแมวเหมียวจ๋า  ทักทายน้องคนจ๋วย ทุกๆคนเน้อ  ทั้งน้องพิล  น้องมะลาว น้องมะพัด  น้องน้ำผึ้ง  และ.......น้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆทุกคนจ้า basketball.gif

hum.gif ใครน้าบอกว่า..รออีกสองวันจะมาเม้าท์ด้วยคน

fone01.gif ครบสองวันแล้วจ้า..เจ้าแม่โรงน้ำชาจ๋า  laugh1.gif

wave.gif
Posted by sweet lemon on 14 Sep. 2006,02:58
เข้ามาอ่านเรื่องของเจ้รจ ทั้งตกใจและดีใจ  smile.gif
เรื่องของน้าแอ้ด และคุณโรตี  (คิลิน) เตือนใจดีค่ะ .. thankssign.gif


เรื่องของมะลาว คือเมาไม่ขับ ..ครั้งหนึ่งมะลาวไปงานเลี้ยงไม่ไกลและไม่ใกล้จากบ้านนัก.. ธรรมดา เมื่อขับรถเอง มะลาวจะไม่ดื่ม วันนั้นเพื่อนคะยั้นคะย้อ ก็1 จอกใหญ่แม่โขงเพียว (บ่แม่นแก้ว เพราะเล็กกว่าแก้ว อิอิ) ไม่เมาดอกค่า ...พอดึกถึงเวลาก็ขับรถกลับบ้าน พอถึงโค้งใกล้บ้าน มีอาการมึน งง (นึก..เฮ้ยจะถึงบ้านเราแล้วหรือนี่) คือมะนาวคิดว่า (แบบม่ายยูอ่ะ) ตัวเองขับรถกลับบ้านแบบเคยชินทางมากกว่า เพราะคิดว่าตัวเองหลับใน แน่นอน เพราะมาสะดุ้งเอาตอนโค้งใกล้บ้าน ....ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ มะลาวก็แท็กซี่ หรืออาศัยรถเพื่อนที่ไม่ดื่มน้ำเปลี่ยนสันดานอ่ะ ...แต่อย่างว่านะ เราไม่เมา ไม่ง่วง แต่เพื่อนที่ใช้ถนนร่วมกับเราดัน ทั้งเมาทั้งง่วงนี่ดิ ..คือปัญหา... ohman.gif

wavey.gif
Posted by pakae on 14 Sep. 2006,09:16
 โอ๋ๆๆๆขวัญเอ้ยขวัญมานะจ้ะ kissing.gif รจนา     ตกใจด้วยที่เกิดอุบัติเหตุและดีใจด้วยที่ไม่เป็นอะไรมาก flo_1.gif

         เรื่องของอุบัติเหตุนี่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่คาดฝันนึกไม่ถึง      พ่อบ้านของพี่ก็เคยเกิดอุบัติเหตุ สองครั้ง     ครั้งแรกโดนคนที่เมาแล้วมาขับรถชน   (เหมือนนู๋มะลาวเปล่าเนี่ย)    ตอนนั้นรถของเรายางแบนอยู่ริมถนน บางนาตราด    พี่เป็นคนถือไฟฉายส่องให้คนขับรถคันอื่นรู้ว่ารถเราเสียจอดอยู่ข้างทาง     ตอนนั้นเป็นช่วงหัวค่ำ

         รถทุกคันก็ผ่านไปตามปกติไม่มีปัญหาอะไร   เพราะรถเราก็จอดอยู่ข้างทาง     แต่ในขณะที่เขากำลังหมุนน็อตตัวสุดท้ายจริงๆ    พี่ก็เห็นว่ารถคันที่กำลังขับมานั้นไม่มีทีท่าว่าจะเบรคเลย     พี่เห็นท่าไม่ดี     ก็เลยกระชากตัวพ่อบ้านออกมาจากรถ    พอดึงตัวเขาออกมา รถก็โดนชนท้ายทันที     เรียกว่าเสี้ยววินาที    ตอนนั้นยืนตะลึงตกใจมาก
เพราะรถโดนชนกระเด็นไปไกลเป็นร้อยเมตร     ดีที่ไม่ไปชนรถคันอื่นต่อ     พอคนขับลงมาจากรถเมาแอ๋ลงมาเลย    เหม็นเหล้าหึ่งไปหมด     ตอนนั้นยังไม่มี กม.เมาไม่ขับ    แทนที่เราจะว่าคนชนเขากลับมาต่อว่าเรา      พอตำรวจทางหลวงมาเขาทำท่าจะยัดเงินตำรวจให้ตำรวจไม่ยุ่งด้วย     พอตำรวจไม่สนใจก็พูดดีว่า ผมรับผิดชอบเต็มที่เดี๊ยวโทรเรียกรถลากมาเลย    รถเรานะแค่ท้ายยุบแต่รถเขานะหม้อน้ำพังขับไม่ได้เลย    

           ตอนนั้นตำรวจถามว่าจะเอาเรื่องไหม    ถ้าเอาเรื่องก็ให้ไปโรงพักลงบันทึกประจำวัน   แล้วปรับคนชน  1000  บาทแต่พี่เห็นว่าเขายอมรับผิดทุกอย่างแล้ว     และบอกว่าจะไปเอาเงินค่าซ่อมรถให้   ก็เลยบอกตำรวจไปว่า     งั้นไม่ต้องลงบันทึกก็ได้    อยากเข็กหัวกบาลตัวเองมาจนบัดนี้     ที่ทำไมตอนนั้นเชื่อใจคนง่ายอย่างนี้

             ตอนที่รถมาลากคันนั้นไป    แล้วเราก็นั่งรถตามไปด้วยกันทั้งคนชนด้วย    เขาก็บอกรถคันนี้ไม่ใช่ของเขาหรอก     เขาเป็นลูกน้อง   เราก็อ้าวแต่เขาบอกว่าจะพาไปบ้านเจ้าของรถ     ระหว่างทางผ่านอู่ที่อยู่ในปั้มให้เขาตีราคามา    พอไปถึงบ้านเจ้าของรถเราก็แจ้งราคาที่อู่ตีราคามา     เขาโวยวายใหญ่เลยว่ารถเสียหายแค่นี้    เรียกราคาเกินไป    แล้วเขาก็ไปเรียกญาติพี่น้องเขามาอีกเป็นสิบคน    ส่วนเราไปกันสองคน     เวลานั้นก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว   ยังนึกว่าฉันจะโดนรุมกระ....ไหมเนี่ย

           ดีที่ตอนนั้นมีโทรศัพท์มือถือแล้ว        แต่ก็ยังใช้ได้ไม่ดีเท่าไหร่   เพราะเพิ่งจะมีได้ปีสองปีเอง     เลยรีบโทรหาพวกตัวเองบ้าง    กว่าจะเสร็จเรื่อง ตีหนึ่งกว่า     เล่นเอาเข็ดไปเลย    ไม่เอาอีกแล้วทั้งเรื่องเชื่อใจคนและบ้าตามไปบ้านคู่กรณี    ทั้งๆที่ไม่รู้จักเขาเลย    ตอนนั้นต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีประกันทั้งคู่ ohman.gif

           ส่วนอุบัติเหตุอีกครั้งก็หนักหนาสาหัส     เพราะพ่อบ้านขับรถไปกับลูกน้องแล้วไปคว่ำที่ ต่างจังหวัด     ความที่คิดว่าเขาขับรถมานานไม่เคยเกิดอุบัติด้วยตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว     เลยไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้     รถพังยับเยินต้องขายเป็นซากเศษเหล็ก   แล้วเราก็ไม่ได้ทำประกันรถคันนี้อีกเหมือนกัน tears1.gif    คุณคิลินต้องว่าเราประมาทแน่ๆเลย    ตอนนี้เราก็เลยกลัวมากรถทุกคันต้องทำแต่ประกันชั้นหนึ่งเท่านั้น    เซ็งจริงๆเลยผ่านมาจะสองปีแล้ว     ยังพูดถึงรถคันนี้อีกไม่ได้เลย    เพราะมันแสลงใจเรื่องมันเศร้าอ่ะ crying1.gif

          โผล่มาแล้วนะจ้ะมะแหม่ว    แต่โผล่มาแบบไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่นิ      whisper.gif ไว้มาใหม่แบบเบิร์ดๆแล้วกันนิ  อิอิอิ

            พิลใกล้สอบแล้วใช่ไหม    พี่เอาใจช่วยนะจ้ะ love.gif

             พี่วันดีละค่ะสบายดีไหม    ขอบคุณสำหรับทุกความห่วงใย thankssign.gif

            พี่แอ๊ดไม่ต้องเลยมาบอกว่ามีเอี่ยว icon_donot.gif    เอี่ยวอะไรอ่ะ    กบดำกบแดงหรือเปล่า rasp.gif

          มะลาวจำไว้ง่วงและเมาอย่าขับรถเป็นอันหลุดอันขาดเน้อ อีนางเอ้ย fone01.gif

          ดีจ้ะน้องพัดและเพื่อนๆทุกคน wave.gif

Posted by รจนา เจนีวา on 14 Sep. 2006,14:53
ดีใจมะนาวหวานปลอดภัยจากหลับใน มากวนโอ๊ยกันต่อไปได้ โอ๊ย.... smash.gif หัวบุบเลยเรา

ขึ้นชื่อว่าของมึนเมา ดื่มเข้าไปแล้วต้องเมาแน่ค่ะ อย่าประมาททีเดียว สมัยก่อนนานแล้วอยู่เมืองไทย รจนาไปดื่มไวน์กับเพื่อนแค่ครึ่งแก้ว ขับรถกลับบ้าน มีอาการวูบเลย แม้ไม่เกิดอันตราย แต่ก็ใจหายเลยว่า นี่ขนาดคิดว่าไม่เมานะ

กรณีพ่อบ้าน อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ดื่มเลย แต่อายุมากและตรากตรำ เหนื่อยแล้วขับรถ (เขาคงคิดว่าไม่เหนื่อย) ก็เลยเป็นเหตุให้ตัวเองต้องเจ็บและรถก็เสียหายด้วย และเหตุก็เกิดเพียงชั่วเสี้ยววินาที

เรื่องของปาเก้นี่ก็น่ากลัวนะคะ ทั้งสองเรื่องแสดงว่าคุณลุงพ่อบ้านดวงแข็งเช่นกัน เรื่องแรกนี่ก็ต้องชมว่า ปาเก้สติดีมาก ๆ ที่ผลักลุงพ่อบ้านพ้นจากการโดนชน รจนาขออวยพรให้พระคุ้มครองทั้งปาเก้และครอบครัวนะคะ อย่าได้เจอเรื่องร้าย ๆ อย่างนี้อีก

ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ให้กำลังใจ  love.gif รวมทั้งพี่วันดีที่ส่งกำลังใจมาทางหลังไมค์ด้วยค่ะ  bowsdown.gif
Posted by sweet lemon on 15 Sep. 2006,01:49
ขออนุญาตนะค่ะ.... bowsdown.gif

รถชนกัน...
1..ฝ่ายชนอาจไม่เป็นไร แต่ฝ่ายถูกชน (โดยไม่ผิด)..ตาย ทิ้งลูกเล็กและเมีย(ผัว) ไว้ข้างหลัง...

2...ฝ่ายชนบาดเจ็บ ฝ่ายถูกชนบาดเจ็บ ใครผิดผู้นั้นรับผิดชอบ ผลจากการชน ...พิการทั้งคู่ หมายถึง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งญาติพี่น้อง หรือสามี(ภรรยา)...

ขอวางความคิดเห็นส่วนตัวไว้แค่นี้ก่อนนะค่ะ... แล้วจะกลับมาต่อ หากผู้ใด สงสัยถาม หากต้องการแจม..แจม.. greet.gif

ขอตัวไปขนหิน ดิน ทราย ก่อนเด้อ...อิอิ  wave.gif  wavey.gif
Posted by sweet lemon on 15 Sep. 2006,10:00
ขออภัยนะค่ะคุณพัด มะลาวเป็นเพียงแค่กรรมกรคนหนึ่ง ไม่สามารถเตือนใครได้ค่ะ ..แหะๆๆ... มะลาวก็ฟังผู้ใหญ่เค้าพูดเค้าเตือนกันมาค่ะ ...  ic-14.gif
Posted by KiLiN on 15 Sep. 2006,11:04
เรื่องของอุบัติเหตุตามชื่อบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน  จริงๆที่ว่าไม่คาดฝันคือคนไม่คาดว่าจะเกิด ที่ว่าไม่คาดก็เพราะมองแต่ผลที่เกิดไม่ได้สาวไปถึงเหตุ  แต่ข้อเท็จจริงกับเป็นสิ่งที่คาดได้ นั่นคือมันมีเหตุ มันมีที่มาที่ทำให้เกิด ไม่ใช่ว่าเกิดโดยไม่มีเหตุ

ประเด็นถัดมา อุบัติทุกครั้งมาจากคนขาดสติ คำว่าประมาท หรือหลับใน ก็คือส่วนหนึ่งของการขาดสติ ปกติคนเราก็ขาดสติมากกว่ามีสติอยู่แล้ว แต่ที่ยิ่งร้ายก็คือเครื่องดื่มของมึนเมาจะเป็นตัวเพิ่มความขาดสติมากขึ้น พูดให้ชัดก็คือมันคือเครื่องมือในการทำร้ายเบียดเบียนตนเองในทางอ้อมและทางลึกที่คนเรามองข้ามไป  มันจึงเป็นที่มาของศีลข้อ ๕ และนับเป็นศีลข้อที่สำคัญที่สุดจากทั้งหมด ๕ ข้อ yin-yang.gif

ขออำภัยนะจ้ะ...สมาชิกน้ำเมาทั้งหลายที่กระผมพูดความจริงเกินไป อิอิ bowsdown.gif
Posted by pilgrim on 15 Sep. 2006,14:37
อ้าว น้องมะลาว กับ น้องมะพัด โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเรอะ อิๆๆๆ เอ แล้วคราวนี้ใครจะฟัดกับใครล่ะ cry3.gif.gif

พี่พิลได้ฟังมะพัดเล่าแล้วก็นึกเป็นห่วงจ้ะ วันนี้ พี่พิลจะเล่าเรื่องให้ฟังสองเรื่องนะ

เรื่องแรก มะพัดเคยอ่าน วรรณกรรมฝรั่งเศสเรื่องเจ้าชายน้อยไหม เรื่องนี้เป็นเรื่องโปรดในดวงใจของพี่พิล

ชอบตอนที่ เจ้าชายน้อยได้เจอกับหมาป่า แล้วทั้งคู่ก็ทำความสนิทสนมคุ้นเคยกัน จนผูกพันกัน วันหนึ่ง เจ้าชายน้อยต้องเดินทางต่อไป ทิ้งให้เจ้าหมาป่าเศร้าเสียใจ ที่จะต้องจากเพื่อนรัก
หมาป่าตัดพ้อว่า ทำไมเธอจะต้องมาทำให้ฉันเชื่อง ทำให้ฉันผูกพันกับเธอแล้วเธอก็จากไป มันทำให้ฉันเสียใจ ที่ต้องจากกัน

กรณีของมะพัดก็เข้าข่ายนี้ ในบ้านคนธรรมดาของเรา เมื่อได้มาคุยมาหยอกเย้ากัน ได้เรียนรู้จักกัน เราก็ผูกพันกัน แล้วมะพัดจะนึกไหมจ๊ะ ถ้าอุบัติเหตุมันมาพรากใครคนใดคนหนึ่งจากไป พวกเราจะเสียใจสักแค่ไหน

เพราะงี้แหละ พี่พิลก็ขอเข้าชื่อถอดถอนมะพัด  tongue.gif  เอ๊ย เข้าชื่อขอร้องให้มะพัดระมัดระวังกับชีวิตและการขับรถนะจ๊ะ ด้วยรักและห่วงใยจากใจจริง พี่พิลคิดว่า น้องมะลาวก็คงเห็นตรงกันกับพี่เนาะ ขนาดรจนายังขอให้ขับรถช้าลงวันละหนึ่งกิโลนะ greet.gif

เรื่องที่สอง มะพัดคงไม่เคยดูหนังเรื่อง It's a wonderful life แสดงโดย James Stewart แน่ๆเลย เพราะหนังมันเก่ามาก แต่เป็นหนังที่ดีจ้ะ ในเรื่องพระเอกจะเป็นคนที่มุ่งมั่นช่วยเหลือชุมชนมาก แต่วันหนึ่งเขาเกิดหมดไฟ มีปัญหาชีวิต รู้สึกตัวเองไร้ค่า แล้วจะฆ่าตัวตาย ก็บังเอิญมีเทวดาเล็งเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้จิตใจดี จึงมาดลใจให้เขาได้รับรู้ว่า ถ้าในโลกนี้ไม่มีเขาสักคน อะไรจะเกิดขึ้น ปรากฏว่า หมู่บ้านชุมชนที่เขาอยู่เต็มไปด้วยแหล่งอบายมุข เมียเขาก็กลายเป็นสาวแก่ที่ไม่ได้แต่งงาน และคร่ำครึอยู่กับงาน รวมทั้งคนรอบกายเขาก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดี เหมือนอย่างที่เขาเคยได้ช่วยเหลือไว้

ชายหนุ่มจึงรู้สึกได้ ถึงคุณค่าชีวิตของตัวเอง เขาคิดว่าเขาเองไม่มีค่า ไม่มีผลกระทบอะไรกับใคร แต่ตรงกันข้าม การเกิดมาและใช้ชีวิตในทางที่ดีของเขา กลับนำความเปลี่ยนแปลงในทางดีมาให้ชีวิตของคนรอบข้างอย่างไม่น่าเชื่อ

พี่พิลก็จะบอกว่า ชีวิตของคนเราทุกคนมีค่าเสมอจ้ะ ขอเพียงแต่คนๆนั้นใช้ชีวิตให้ดี สร้างคุณค่าให้กับตัวเองและเผื่อแผ่ให้คนอื่น ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆก็จะเกิดขึ้น และมันจะส่งผลในวงกว้างต่อไป โดยที่เราเองก็แทบจะไม่รู้ตัว winkthumb.gif

นะ มะพัดนะ ขับรถให้ช้าลง แล้วจะรู้สึกว่าชีวิตของเรานี้มัน  It's a wonderful life จริงๆ flo_1.gif

เป็นห่วงนะ...เด็กโง่...(อิๆๆ ขอลงท้ายแบบวัยสะรุ่นหน่อยเด้อ)
boogie.gif
Posted by แมวเหมียว on 15 Sep. 2006,21:08
อ้างถึง (pilgrim @ 15 กย. 2006,02:37)
กรณีของมะพัดก็เข้าข่ายนี้ ในบ้านคนธรรมดาของเรา เมื่อได้มาคุยมาหยอกเย้ากัน ได้เรียนรู้จักกัน เราก็ผูกพันกัน แล้วมะพัดจะนึกไหมจ๊ะ ถ้าอุบัติเหตุมันมาพรากใครคนใดคนหนึ่งจากไป พวกเราจะเสียใจสักแค่ไหน

xmas.gif ใช่ๆจ้า.. ถ้าบังเอิญวันหนึ่ง เรา(น้องมะพัด กับพี่มะแหม่ว)เกิดขับรถชนกัน แล้วมะพัดดวงแข็ง..ไม่เป็นอะไร..

แต่พี่มะแหม่วดวงอ่อน เกิดตายขึ้นมาทันที แล้วน้องมะพัดจะเสียใจมั้ยจ๊ะ.. inlove.gif

พูดก็พูดเถอะนะคะ เรื่องขับรถนี่ พี่ไม่ชอบขับเลยจริงๆ แต่จำเป็นต้องขับ..เห็นใครขับรถเร็วๆแล้วหวาดเสียว หัวใจจะวายตาย

ทุกวันกว่าจะออกจากซอยได้..เปิดไฟเลี้ยวขอทางอยู่ตั้งนาน ไม่ค่อยมีใครยอมหยุดให้เลย ..

วันไหนมีใครหยุดให้สักที รู้สึกขอบคุณจริงๆ จึงคิดไว้ว่าเมื่อมีใครเปิดไฟขอทาง เราจะหยุดให้เขาบ้าง เป็นการทำความดีเล็กๆน้อยๆ

 ขับรถในกรุงเทพแล้วทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่า "ขับรถอย่าใจร้อน เอื้ออาทรเพื่อนร่วมทาง"

หากมีแต่คนถือคติว่า"กูรีบ"..คนอื่นก็ว่า "กูก็รีบว่ะ"

ไม่มีใครยอมให้ทางใคร พอเกิดชนกัน..รถติดยาวเหยียด ไม่ว่าใครจะรีบแค่ไหนก็ไปไม่ได้ ..เดือดร้อนกันไปทั่ว xmas.gif


 xmas.gif เรื่องเจ้าชายน้อยพี่ก็ชอบมากๆค่ะคุณพิล..

อ่านตอนเด็กกับอ่านตอนโตแปลความหมายได้ต่างกันนะคะ flo_1.gif

k122.gif  k119.gif  k122.gif
Posted by pilgrim on 16 Sep. 2006,02:58
มะพัดจ๋า อะไรกันเนี่ย พี่พิลงงไปหมดแล้ว ต้องขอโทษที่พี่ไม่ได้ตามอ่านห้องอื่นมาก เลยจับต้นชนปลายไม่ถูกจ้า hum.gif

พี่เพียงแต่อยากจะบอกว่า วันนี้พี่กลายเป็นหมาป่าไปเสียแล้ว ถึงแม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน(ผ่านทางบ้านนี้) แต่พี่ก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจและหัวใจอันอบอุ่นของมะพัดที่มีให้แก่ทุกคน แล้วมะพัดก็ไม่ใช่ "คนไม่ดี" อย่างที่มะพัดว่าตัวเอง icon_donot.gif
มะพัดก็เป็นคนที่มีศักยภาพมากๆจ้ะ พี่ยังอยากให้มะพัดใช้ความสามารถนั้นสร้างสรรค์งานให้มากขึ้นๆ ตามที่มะพัดใฝ่ฝัน

พี่ว่าคงไม่มีอะไรหรอกนะ ทุกคนในที่นี่ก็เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องกันทั้งนั้น  rose.gif
ขอให้ทุกๆคนใจเย็นๆนะคะ หวนคิดถึงธรรมะที่คุณคิลินสอนไว้ก่อน ว่า การให้อภัย และไม่เก็บขยะมารกใจนั้นคืออะไร การทำจิตใจให้สว่าง สะอาดและสงบนั้น คืออะไร
ใจเราต้องค่อยๆฝึกไปค่ะ เหมือนการเดินทางต้องมีก้าวแรกเสมอนะน้อง flo_1.gif  
การให้อภัยกันเป็นหลักธรรมง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ ขอให้มีจิตตั้งมั่นรักในเพื่อนมนุษย์และไม่เบียดเบียนกัน
พี่พิลเองบางครั้งก็แกว่งๆ มีโกรธมีเคือง เสียใจน้อยใจ ก็ต้องค่อยๆฝึกไปเหมือนกันค่ะ  

มะพัดคงห้ามพี่ไม่ให้คิดถึงมะพัดไม่ได้ เพราะตอนนี้พี่ก็คิดถึงอยู่นะ และก็คงคิดถึงตลอดไป
คนอย่างพี่คงไม่มีวันเกลียดใครหรอกค่ะ ขนาดคนที่ทำให้เจ็บจนกระอักก็ยังไม่โกรธ ไม่เกลียดเขาเลย เพียงแต่ขอลืมๆไปเสียบ้าง sleeping2.gif

แต่กับคนที่พี่รัก ก็เลยยิ่งมีแต่ความคิดถึง inlove.gif
แล้วใครจะเขียนให้พี่เป็นนางเอกล่ะ น้องเอ๊ย kissing.gif cry2.gif
Posted by sweet lemon on 16 Sep. 2006,03:13
อ้าวคุณพัด..ลาวนึกว่า คุณพัดคิดว่าลาวเป็นเพื่อนซะอีก
เพราะลาวคิดว่า หากเราเป็นเพื่อนกัน เราต้องคุยกันได้
(แต่อย่าเป็นเพื่อนกันนะดีแล้ว คุณมีความรู้สูง..
ลาวเป็นเพียงกรรมกรคนหนึ่ง..จึงถ่อย)

และที่คุณว่าลาว ตามคุณทุกกระทู้ คุณคิดผิด
ลาวอ่านทุกกระทู้ต่างหาก

ตอนนี้จะแยกทีละข้อนะ..
1. เรื่องอุบัติเหตุ ลาวไม่ได้สอนใคร เพียงเป็นการเล่าทั่วๆไป

2. เรื่องกลอน ..คุณปลาทอง..
ที่คุณปลาทอง..งอน.. เพราะว่าลาวถามถึงเรื่อง...ฉันท์...
เพราะลาวไม่ถนัด ..แต่คุณปลาทองเข้าใจผิด.... ก็เท่านั้น..

3. เรื่องกลอน ... คุณพัด... ที่ลาวบอกไป ก็เพียงการคุยกัน
ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น และก็ไม่นึกว่าจะเป็น ....กลอนตู ไผ๋อย่าแตะ...นี่หว่า...(ขอโต้ดคร้าบบบบ ป๋มบ่รู้)

คุณไม่รู้หรืออย่างไร ว่าเว็ปนี้ วันๆคนเข้ามาดูเท่าไร
คนชอบเขียนกลอน ก็มีมาก หากว่าคุณเอาภาษาพูดใส่เข้าไป
คุณรู้ไหมว่างานเขียนของคุณด้อยไปถนัด
....ตรงนี้หากไม่เข้าใจ ไปหาอ่านเอาเองละกัน
ทั้งงานเขียน และงานกลอน... มีเยอะแยะไปในเน็ต...

คุณคิดดูซิ หากเด็กที่เริ่มเขียนกลอนเข้ามาอ่าน และเห็นคุณใช้
ภาษาแบบนี้ เด็กทำตาม แล้วอนาคตภาษากลอน จะเป็นอย่างไร
คุณเคยคิดบ้างไหม

มีพี่คนหนึ่งที่นี่ เขียนกลอนโดยใช้ ภาษาพูดทั้งหมด
กลอนพี่เค้าลื่นไหลมาก พี่เค้ายังลบทิ้งไปเลยนะ
(เสือกไปเห็นมาฟ่ะ)


....จบดีกว่า....

ปล. เจ้มะพิลบ่ต้อง...งง...เจ้ ..เรื่องเก่านะ เอามาเล่าใหม่..อิอิ tongue.gif
----------------------------------

แต้งกิ้วคุณคิลินค่ะ... เช้ามะลาวรับศีล5
..เย็นถอนข้อที่5 แหะๆ แบบนิสัยบ่ดีนะ...แฮ่แฮ่.. rasp.gif
Posted by แมวเหมียว on 16 Sep. 2006,08:00
อ้างถึง (พัด @ 15 กย. 2006,11:06)
มะพัดขออนุญาตมาโพสต์เป็นครั้งสุดท้ายค่ะ
       แบบเปิดใจนะคะ พี่มะแหม่วไม่ต้องกลัวหรอกนะคะ มะพัดไม่เคยขับรถชนใครง่ายๆหรอกค่ะ  และถ้าชนจริงๆมะพัดไม่ดวงแข็งแน่ค่ะ  มะพัดนี่แหละจะไปก่อนพี่ แต่ถ้าพี่จะไปก่อนมะพัดจะขอแลกวิญญาณแทนให้ค่ะ love.gif (พี่คะก่อนจะขับรถแบบพายุนี่ มะพัดดูก่อนแล้วล่ะว่าไปได้ หรือไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร เพราะมะพัดมาทางถูก นอกจากมะพัดเก็งใจคนที่มาผิดทางไม่ตรงนั่นแหละจึงเกิดเหตุ  ถ้าเค้าทำถูกก็ไม่เกิดเหตุหรอกค่ะ เพราะปกติมะพัดไม่ชอบฝ่าฝืนกฎจราจรโดยไม่จำเป็น)
        

ขอบคุณจ้าน้องรัก.. kissing.gif พูดเรื่องความเป็นความตาย ไม่อยากพูดเลย หวาดเสียวค่ะ

icon_donot.gif ไม่เอาน่าอย่าใจน้อย..น้อยใจกันเลย

จริงๆพี่เข้าใจทั้งสองคนนะคะ ..ทั้งน้องพัด น้องมะนาวหวาน

สำหรับน้องพัด ขอให้เข้าใจว่าทุกคนรักน้องพัด ที่ทุกคนเตือนเรื่องขับรถเร็วก็ด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้รุมซ้ำเติมหรอกจ้า

ขอให้น้องพัดเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้น้องพัดจากไปจริงๆนะคะ

การจากไปของน้องพัดไม่ได้ทำให้ทุกคนสบายใจ กลับมีแต่ความไม่สบายใจ..

 พี่ขอให้น้องพัดคิดทบทวนดูว่า การจะจากไปครั้งแรกของน้องพัด ใครเป็นคนแรกที่เข้าไปทัดทาน..น้องมะนาวหวานใช่หรือไม่?

และน้องพัดเองที่บอกว่ารักน้องมะนาวหวานและคุณพิลเพราะว่าแม้เป็นเพื่อนทางเน็ตก็ห่วงใยความรู้สึกน้องพัดได้ปานนั้น

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ พี่เชื่อว่าน้องมะนาวหวานไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้น้องพัดเสียหน้าและเสียใจ..

แต่ความที่คิดว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันก็เลยกล้าพูดกล้าเตือน.

ตอนนี้หากน้องพัดรู้สึกเจ็บปวดเสียใจ พี่คิดว่าน้องมะนาวหวานก็คงเจ็บปวดและเสียใจไม่น้อยกว่าน้องพัด

พี่จึงอยากให้น้องพัดใจเย็นๆ และคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆดูนะคะ

กับน้องมะนาวหวานพี่ก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวเช่นเดียวกับน้องพัด

แต่พี่เห็นว่าน้องมะนาวหวานมีความจริงใจกับทุกคน


พี่พูดด้วยความเป็นกลาง เพราะพี่มีลูกสองคน เวลาลูกๆทะเลาะกัน พี่ก็เข้าข้างใครไม่ได้ เพราะพี่รักลูกทั้งสองคน

เช่นเดียวกับรักน้องๆทั้งสองคน อยากให้เข้าใจกัน..

หากน้องพัดเชื่อว่าที่นี่มีความรักและจริงใจ ก็กลับมาเถอะค่ะ

สำหรับพี่มะแหม่ว รักและคิดถึงน้องพัดเสมอจ้า

love.gif
Posted by pakae on 16 Sep. 2006,10:37
น้องมะนาวกับน้องพัดจ๋า   ใจเย็นๆนะจ้ะเรื่องขับรถทุกคนเตือนด้วยความหวังดีอย่าคิดมากเลย  

     เรามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ไม่เกิน  36500  วันเท่านั้น  ลองคิดดูสิถ้าเป็นจำนวนเงิน  เงินเท่านี้ถือว่าน้อยมากแทบจะนำไปทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้แล้ว   แล้วกว่าเราจะโตมาขนาดนี้   เราใช้ชีวิตไปกี่พันวันแล้ว   แล้วเราเหลือชีวิตที่จะใช้ต่อไปได้อีกกี่พัน  กี่ร้อย  กี่สิบ  หรืออีกกี่วันกัน smile.gif

     อย่าโกรธขึ้งกันเลย   หนักนิดเบาหน่อย  ก็ทำเป็นไม่เห็นไม่รู้ไม่ได้ยินบ้าง   เคืองๆขึ้นมาก็กัดจิกกันนิดหน่อย  พอหอมปากหอมคอ  อิอิอิ tongue.gif   แล้วก็ลืมๆมันไปซะ  ถ้าคนเราจำไว้ทุกอย่างต้องบ้าตายกันไปข้างนึงแน่นอน  ฮ่าๆๆๆๆๆ laugh1.gif

     กลับมาคุยกันเหมือนเดิมนะนู๋มะนาว  กับนู๋มะพัด  เอ้าเชิญๆๆๆๆจ้า thumbsup.gif มาร่วมวงน้ำชาสมานฉันท์กันเถอะ sit01.gif   ถ้าน้องพัดจากไป  พี่ป้าน้าอาต้องคิดถึงมากๆแน่เลย  กลับบ้านเรารักรออยู่ love.gif

     

Posted by sweet lemon on 16 Sep. 2006,17:03
อ้างถึง (พัด @ 15 กย. 2006,11:06)
ไม่จิกกัดใครก่อน ไม่คิดลองภูมิใคร 
มะพัดไม่ชอบให้ใครมาเหน็บให้เจ็บใจ ไม่ชอบให้ใครตามจิกกัดทุกห้องแบบไม่ไว้หน้าโดยไม่มีความจริงใจต่อกัน  .....หัวใจของคนเรามีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก เพราะฉะนั้น ก่อนที่คุณจะเหน็บแนมอะไรเขา โปรดนำใจเขามาใส่ใจเราก่อนน่าจะดีกว่ามั้ย? หรือนึกอยากเขียนอะไรเขียน นึกอยากว่าอะไรว่า นึกอยากซัดอะไรซัดเลย  เอาให้ตายไปเลยใช่มั้ยคะ.... ก็อาจเป็นความคิดที่ดีนะ แต่มะพัดเป็นคนไม่ดีจึงไม่ทำแบบนี้ค่ะ


เห็นข้อความพี่มะแหม่ว เจ้มะพิล น้าปาเก้..แล้ว นู๋เลยกลับไปอ่านข้อความคุณพัดอีกที ....จึงรู้ว่า การที่เข้าไปคุยด้วย แจมด้วยนี่เค้าเรียกว่า ตามจิกตามกัด ตามเหน็บ ...โอ้ยจะบ้าตาย อะไรกันฟะ ...เพิ่งเคยเห็น.. พับเผื่อยซิ... hum.gif

แล้วเรื่องลองภูมิใครนะ... คิดผิดคิดใหม่ได้นะพวก คนอย่างมะลาวหวาน ไม่มีภูมิ..จะไปลองใครได้ดอกนะ สิบอกไห่ ... ป้าดธ่อ.. น่าจะดูให้ดีซะก่อน ว่าใครเป็นใคร ขนาดพี่พิล ยังเปลี่ยนให้เป็น.. มะลาวหวาน.. จนพี่น้องที่นี่เค้ายอมรับทู้กคน(มะลาวยังชอบเลยค่ะเจ้พิล kissing.gif ) แล้วยังมาหาว่า..ลาวลองภูมิ..ชะชะ... ohman.gif

ยังไงแล้วเพื่อความสบายใจของพี่น้อง "บ้านฅนธรรมดา" แห่งนี้... ฉันขอกล่าวคำว่า...... ขอโทษค่ะคุณพัด..... จบข่าว.....


จำไว้ยัยมะลาวอย่าเสือกเรื่องชาวบ้าน.... smash.gif  fryingpan.gif
ค่ะค่ะ...แม่มะนาวหวาน...มะลาวสิจำใส่กระโหลก
yes.gif
Posted by แมวเหมียว on 16 Sep. 2006,20:41
สวัสดีค่ะ hello2.gif

สายแล้วยังไม่มีใครตื่นมาดื่มน้ำชากันเลยเหรอคะเนี่ย.. xmas.gif

hum.gif อ้อๆ..มีถ้วยน้ำชาที่มีคราบน้ำลายบูดติดอยู่ใบหนึ่ง..สงสัยจะมีใครตื่นมาแต่มืดคนหนึ่ง ..

หรือนอนไม่หลับทั้งคืนก็ไม่รู้ kissing.gif



  winkthumb.gif แหม เถ้าแก่เนี้ยร้านcoffee shop ร้านนี้ ความจำเรื่องตัวเลขดีจังเลยนะคะ..สงสัยจะเป็นญาติๆกับคุณสมัคร

แถมรู้จักเปรียบเทียบอายุคนกับเงินๆทองๆอีกสมเป็นเถ้าแก่เนี้ยจริงจริ้ง tongue.gif

รวมทั้งพูดเรื่องการดื่มน้ำชาสมานฉันท์อีก ..ฟังเสียงคุ้นๆ อนาคตคงจะลงสนามการเมืองนะเนี่ย laugh1.gif


ฮิ ฮิ .ไปถูบ้านดีกว่า..เดี๋ยวโดน fryingpan.gif laugh1.gif


inlove.gif อ้อ ก่อนไปขออนุญาตนำคำสอนของหลงพี่มาแปะไว้ที่โรงน้ำชา เอ๊ย ไม่ใช่..ไม่ใช่ ขอแปะไว้ที่coffee shopนี้ว่า..



อ้างถึง (KiLiN @ 24 มีค. 2006,17:06:กระทู้การ์ตูนเซน)


เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ

ในเรื่องเดียวกัน อยู่ที่วิธีคิด ถ้ารู้จักคิด ชีวิตก็เป็นสุข   แต่ถ้าไม่รู้จักคิด ชีวิตก็กลายเป็นทุกข์ yin-yang.gif



 tinyrose.gif


k122.gif k119.gif k122.gif

Posted by KiLiN on 16 Sep. 2006,20:54
อ้างถึง (พัด @ 15 กย. 2006,11:06)
มะพัดขออนุญาตมาโพสต์เป็นครั้งสุดท้ายค่ะ

ความเป็นจริงของชีวิต ถามหน่อยว่า ลิ้นกับฟันไม่เคยกระทบกระทั่งกันเลยหรือไง ทำไมเราไม่แยกลิ้นออกจากฟันด้วยล่ะ yin-yang.gif

เราอยู่กับความเป็นจริงหรือเปล่า หรือกำลังอยู่กับนิยายน้ำเน่า icon_donot.gif

คลิกอ่านบทวิจารณ์ประกอบ < อยากเป็นนักเขียนtinyrose.gif
Posted by pakae on 20 Sep. 2006,10:12
 เราไม่ได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยหรอกแมวเหมียว    เป็นลูกจ้างเขาไปวันๆ     แล้วก็ไม่กล้าเป็นญาติกับคุณสมัครด้วย    กัวอ่ะ     กัวโดนคนอื่นเขา ...าทั้งต่อหน้าและลับหลัง   ohman.gif

          แมวเหมียวถูบ้านเสร็จยังละ    ถ้าเสร็จแล้วเรามาชวนเพื่อนๆ    ดื่มน้ำชาให้ใจเย็นกันดีกว่าเนอะ coffee.gif  coffee.gif บ้านเมืองเราตอนนี้ก็แสนจะวุ่นวาย    เราคนไทยด้วยกันทั้งนั้น    รักกันไว้เถิดประเทศเราบอบช้ำมากแล้ว     มาช่วยกันพัฒนาประเทศเราเถอะนะ

Posted by แมวเหมียว on 20 Sep. 2006,16:39
อิ อิ ที่ว่าปาเก้เป็นเถ้าแก่เนี้ยน่ะ หมายถึงเป็นเจ้าของกระทู้นี้หรอกนะจ๊ะ
ไม่ได้คิดจะพูดให้เป็นเรื่องจริงจังอะไรxmas.gif 

แค่คิดจะล้อเล่นว่าที่นี่เป็นร้านน้ำชาของปาเก้ แล้วเล่นกันจนกลายเป็นโรงน้ำชา tongue.gif
ก็เลยให้เพี้ยนเป็นcoffee shop ไปเลยดีกว่าคงขายน้ำชาเหมือนกัน laugh1.gif


แล้วก็เห็นปาเก้จำตัวเลขได้เก่งก็ล้อเล่นว่า เหมือนคุณสมัครที่แกจำตัวเลขได้ดีเยี่ยม นับถือๆ winkthumb.gif

ส่วนตัวข้าพเจ้าไม่ชอบจำตัวเลขเลย ความจริงแล้วก็จำอะไรไม่ค่อยได้สักอย่าง
นี่ชื่อคนข้าง(กาย)บ้าน(เดียวกัน)ยังชักจะลืมชื่อจริงซะแล้ว hehe.gif

อิ อิ ขอเชิญทุกท่านดื่มน้ำชาร้อนๆค่ะ coffee.gif coffee.gif coffee.gif 
หาถ้วยชาไม่ได้ใช้ถ้วยกาแฟแทนแล้วกันนิ sit01.gif

wave.gif
Posted by KiLiN on 21 Sep. 2006,07:46
อ้างถึง (แมวเหมียว @ 20 กย. 2006,04:39)
ส่วนตัวข้าพเจ้าไม่ชอบจำตัวเลขเลย ความจริงแล้วก็จำอะไรไม่ค่อยได้สักอย่าง hehe.gif

จะมาบอกว่า อายุตนเองก็ยังจำไม่ได้ ใช่ป่าว  tongue.gif

รู้ทันหรอกน่า......... rasp.gif
Posted by pakae on 21 Sep. 2006,08:43
อ้อๆเข้าใจแล้วจ้ะแมวเหมียว    ไม่เป็นไรหรอก   เราเป็นเพื่อนกันล้อเล่นแค่นี้เอง    สบมยห.จ้า  อิอิอิ rasp.gif

         whisper.gif แต่ถ้าได้เป็นเจ้าของ  coffee shop  จริงๆก็ดีเหมือนกันนะ  อุอุ

         แมวเหมียวได้ยินเปล่า   เจ้าคุณปู่มาบ่นอะไรอ่ะ   สงสัยจะมาบอกว่าหลงลืมจนจำอายุตัวเองไม่ได้มากกว่า    tongue.gif
Posted by แมวเหมียว on 23 Sep. 2006,07:52
อิ อิ เพิ่งเห็นว่าเจ้าคุณปู่มาบ่นอะไรพึมพำอยู่จริงๆด้วยปาเก้..

วันนี้อ่านเรื่องคนไข้อัลไซเมอร์ในหนังสือพิมพ์มติชน..

เขาว่าคนที่เป็นโรคนี้มี 3 ระยะ

ในระยะที่สามซึ่งเป็นระยะที่รุนแรงที่สุด คนไข้จะจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร จะพุดคุยน้อยลง และจะย้อนศรกลับไปสู่วัยเด็ก....

whisper.gif ปาเก้คุ้นๆมั้ยว่าในบ้านนี้ ใครที่ชอบปลอมตัวเป็นเด็กมายืนแคะขี้มูก เกาพุงอยู่บ่อยๆน่ะ laugh1.gif


wave.gif
Posted by KiLiN on 23 Sep. 2006,08:26
อ้างถึง (แมวเหมียว @ 22 กย. 2006,19:52)
whisper.gif ปาเก้คุ้นๆมั้ยว่าในบ้านนี้ ใครที่ชอบปลอมตัวเป็นเด็กมายืนแคะขี้มูก เกาพุงอยู่บ่อยๆน่ะ laugh1.gif

นั่นสิ  ใครกันนะ  อยากรู้จัง  น่ารักซะไม่มี  sofaroll.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 28 Oct. 2006,08:03
ปาเก้หายไปหลายวัน คงจะยุ่งหรือเดินทาง....

รจนาแอบเข้าห้องน้ำชา มาชวนกันดื่มน้ำชาอีกดีกว่า ขออนุญาตนะ ปาเก้ นะ (หรือกลายเป็น "คุณยายปาเก้" เลย nope.gif ???)

วันก่อนเพิ่งได้ลองทานชาอัสสัม (ล้วน ๆ) เป็นครั้งแรก อืมม์ ติดใจรสนุ่มลึกของชาชนิดนี้จริง ๆ ค่ะ แม้แต่พ่อบ้านก็ยังชมว่า อร่อย

วันนี้ก็เลยไปค้นคว้ามาฝากกันเสียหน่อย

แคว้นอัสสัม (Assam) นั้นพวกเราได้ยินชื่อกันมานานแล้วนะคะ เป็นที่ราบสูงอยู่ทางเหนือของประเทศอินเดียค่ะ เป็นถิ่นปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดของโลกก็ว่าได้ เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนของการเก็บเกี่ยวชาครั้งแรก หลังจากทิ้งช่วงในฤดูหนาวมาระยะหนึ่ง ชาชุดแรก หรือเขาเรียกว่า first flush นี้มีกลิ่นหอมพิเศษ และมีความสดชื่นของดอกไม้ รวมทั้งมีรสเป็นเครื่องเทศแรงกว่าคู่แข่ง คือ ชาจากดาร์จีลิ่ง นิดหน่อยด้วย

ชาอัสสัมรุ่นแรกแย้มนี้มีสีทองสดสวยเมื่อรินลงถ้วยชา

แต่กลายเป็นว่า ชาอัสสัมชุดที่ดีที่สุด เกรดสูงสุด กลับเป็นชุดที่เก็บเกี่ยวในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนค่ะ เป็น second flush ถึงตอนนี้ ผู้ชำนาญเขาบอกว่า ใบชาจะปล่อยรสชาติที่เต็มสาว เผ็ดนิด ๆ (แบบเครื่องเทศ) และมีลักษณะเหมือนมอลต์ สีชารุ่นนี้จะมีสีทองแดงเข้มไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มเมื่อรินใส่ถ้วยค่ะ

ส่วนชารุ่นสามจะเก็บเกี่ยวในเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม ซึ่งจะได้ผลผลิตมากกว่า (เพราะเป็นหน้าฝนและหน้ามรสุม) แต่คุณภาพของชากลับลดลงอย่างมาก กลิ่นรสเครื่องเทศจะหายไป รวมทั้งกลิ่นมอลต์อันพิเศษด้วย

การดื่มชาอัสสัม เขาแนะนำให้ใส่น้ำตาลกรวดก้อนเล็ก ๆ หากเป็นชาอัสสัมรุ่นสอง ก็ให้เติมครีมสดนิดนึง ชารุ่นสองนี้จะต้องเทน้ำเดือดแช่ใบชาสัก ๕ นาทีค่ะ ส่วนรุ่นหนึ่งนั้นแค่ ๒-๓ นาที (ทั้งนี้อย่าลืมดูห่อชาด้วยว่า เขาเขียนกำกับให้ชงภายในกี่นาทีนะคะ)

ใบชาอัสสัมรุ่นที่สองที่ใบร่วงหัก ไม่สวยงามนี้ เขานิยมนำไปเป็นเนื้อชาสำหรับการผสมชารสอื่น ๆ โดยเฉพาะชาอีสเทิร์นฟรีเชียน (ที่เคยกล่าวไปแล้วค่ะ)

เชิญดื่ม coffee.gif ร้อน ๆ กันค่ะ .... เด็กที่ยืนเกาพุงอยู่นั่นแหละ มาลองชิมก่อนเลย  laugh1.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 06 Nov. 2006,10:33
รจนาเป็นคนรักการดื่มชาค่ะ โดยเฉพาะชาหมัก(ชาดำ) แต่ก็ดื่มได้ทุกอย่าง ชาเขียวก็ชอบ ชาผลไม้ก็ไม่เกี่ยง ชาดอกไม้ก็ดื่มค่ะ หากดื่มชาดำจะไม่ค่อยใส่น้ำตาลหรือนม จะดื่มเปล่า ๆ ให้ได้รสชาติชาเต็มที่ ยกเว้นชาบางชนิดที่ต้องทานกับน้ำตาลและนมก็จะเติม

ในบรรดาชาใส่นมที่ชอบมากที่สุดก็ต้องชาผสมเครื่องเทศของอินเดียค่ะ ทั้งชาอินเดียเอง ชาซีลอน (ศรีลังกา) ชาเนปาล ฯลฯ กลุ่มประเทศเหล่านี้นิยมดื่มชารสจัดใส่เครื่องเทศ ใส่น้ำตาล ออกรสหวาน และทำชานมได้อร่อยมาก

ส่วนชาดำที่ชอบอันดับหนึ่งคือ เอิร์ลเกรย์ อันดับสอง คือ อิงลิชเบรคฟาสต์

วันก่อนพี่แมวเหมียวถามที่ท้ายครัวว่า ชาเอิร์ลเกรย์คืออะไร รจนาเลยถือโอกาสค้นคว้ามาฝากนะคะ ได้ข้อมูลมาจาก Wikipedia ค่ะ

ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey tea) นี้ได้แก่ ชาผสมแบบไหนก็ได้ที่เติมกลิ่นและรสที่ได้มาจากผลไม้ตระกูลส้ม (citrus fruit) ที่เรียกว่า bergamot orange ผลไม้ที่ว่านี้เทียบเคียงได้ใกล้ที่สุดกับมะกรูดของไทยค่ะ ถือว่าเป็นชายอดนิยมรสแทบจะอันดับหนึ่งในโลกตะวันตกค่ะ

แต่ก่อนนี้คำว่า เอิร์ลเกรย์ จะใช้เฉพาะชาดำผสมเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีแพร่หลายใช้กับชาเขียวหรือชาขาวที่ผสมกลิ่นเบอร์กาม็อทนี้ด้วยค่ะ กลิ่นที่ว่านี้ให้รสมะกรูดสะดุดลิ้น และฉุนนิด ๆ เหมือนพริกไทยค่ะ

ชาเอิร์ลเกรย์นี้เป็นชื่อของรสชา แต่ไม่ใช่ชื่อตัวใบชานะคะ ปกติเขาจะใช้ชาเกรดไม่สูงนัก เพราะรสมะกรูดนั้นจะข่มรสชาอื่น ๆ ไปหมด ดังนั้นบริษัทชาบางแห่งจึงใช้ชาคุณภาพต่ำมาผสม หากต้องการชาเอิร์ลเกรย์อย่างดีจริง ๆ จะต้องเช็คห่อชาด้วยว่าเ ขาใช้ชาเกรดไหนในการผสมชาค่ะ

ประวัติความเป็นมา
ชมผสมรสชาตินี้ได้ชื่อตามท่าน Earl Charles Grey ที่สอง ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงทศวรรษ ๑๘๓๐ ท่านนายกคนนี้มีส่วนอย่างมากในการล้มเลิกระบบทาสในประเทศเครือข่ายจักรภพค่ะ แต่คนจะรู้จักท่านเอิร์ล (หรือเรียกว่า ลอร์ด ก็ได้) จากชารสนี้มากกว่าค่ะ

มีคนเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ท่านลอร์ดได้รับชาผสมน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อตนี้เป็นของกำนัลเนื่องจากบริวารของท่านลอร์ดได้ไปช่วยชีวิตเด็กชายคนหนึ่งไว้ โดยบางกระแสก็เล่าว่า เด็กชายคนนี้เป็นลูกคนจีนที่กำลังจะจมน้ำตาย แต่อีกกระแสก็เล่าว่าเป็นโอรสของมหาราชาอินเดียที่กำลังจะถูกเสือขบ ไม่มีข้อสรุปว่า เรื่องไหนถูกต้องนะคะ แต่ข้อสงสัยของคนเล่าก็คือ ท่านลอร์ดไม่เคยไปเมืองจีน และประเทศจีนตอนนั้นก็ดื่มแต่ชาเขียว ไม่ใช่ชาดำ ชาที่ว่านี้จึงไม่น่ามาจากประเทศจีน เพราะใช้ชาอินเดียกับชาซีลอนผสมกัน

อย่างไรก็ดี การณ์ก็กลายเป็นว่า ชารสนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในบรรดาผู้ใกล้ชิดกับท่านลอร์ดนายกนี้ จนในที่สุดท่านก็ได้ลองให้พ่อค้าชาของยี่ห้อ Twinings in the Strand ลองปรุงชาให้เหมือนอย่างนี้ ยี่ห้อทไวนิ่งก์ก็เลยกลายเป็นยี่ห้อแรกที่ขายชาเอิร์ลเกรย์ในตลาดอังฏฤษ โดยชาเอิร์ลเกรย์ของทไวนิ่งก์นี้ผสมด้วยชาจีน ชาดาร์จีลิ่งจากอินเดีย ชาซีลอน และชาลิปซัง ซูชงอย่างสุดท้ายเพียงนิดเดียว ชาอย่างหลังนี้เป็นชาดำที่รสเข้มและมีกลิ่นหอมเหมือนควันไฟ

แม้ว่าการดื่มชาเอิร์ลเกรย์จะนิยมดื่มแบบชาดำ (ไม่ใส่นม) แต่ชนชั้นสูงจำนวนหนึ่งก็นิยมเติมนมลงไปด้วยเล็กน้อย ซึ่งทำให้ชากลายเป็นสีเทาขุ่น ๆ เหมือนกับน้ำโคลน ( ic-14.gif ฟังดูไม่ค่อยน่าดื่มเลยนะคะ) 

แต่ว่าบริษัท Jacksons of Piccadilly ก็อ้างว่า บริษัทของตัวเองต่างหากที่เป็นผู้ริเริ่มผสมชาที่ว่านี้ โดยท่านลอร์ดเกรย์ได้มองสูตรให้กับหุ้นส่วนของบริษัทที่ชื่อว่า George Charlton และยืนยันว่า สูตรผสมชาชนิดนี้ไม่เคยตกไปสู่มือบริษัทชาอื่นใด และทาง Jacksons ใช้เฉพาะชาจีนเท่านั้น

การแย่งกันเป็นต้นฉบับชาของทั้งสองบริษัทชานี้ไม่มีข้อสรุปนะคะว่า ใครพูดผิดพูดถูกกันแน่ ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองบริษัทนี้ก็อยู่ภายในบริษัทแม่เดียวกันในปัจจุบัน

ชาที่มีรสชาติใกล้เคียงกับชาเอิร์เกรย์คือ ชาที่เรียกว่า "Lady Grey" โดยผสม ส้มซีวิล (Seville orange) มะนาว และเบอร์กาม็อท กล่าวกันว่าเป็นชาที่ปรุงให้เหมาะกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนของสตรีโดยเฉพาะ

คนที่ค้นคว้าเขาก็ยังอุตส่าห์ไปเจอด้วยว่า ตัวเอกในหนัง ละคร หรือหนังสือเล่มใดที่ชอบดื่มชาเอิร์ลเกรย์ เช่น กัปตัน Jean-Luc Picard แห่งเรื่องสตาร์เทร็ค (ที่เมืองไทยคงได้ดูกันนะคะ) ตอน The Next Generation ที่ในหนังจะสั่งว่า "ขอชาเอิร์ลเกรย์ร้อน ๆ" หรือ ตัวเอกในหนังสือ The Da Vinci Code ของ Dan Brown คือ Sir Leigh Teabing และ บรู๊ซ เวยห์น แห่งการ์ตูนแบ็ทแมน...คนหลังนี่พวกเราคงรู้จักกันดี

ปัจจุบันมีบริษัทชามายมายหลายยี่ห้อ รวมทั้งลิปตั้นที่ปรุงชาเอิร์ลเกรย์ออกมาจำหน่ายค่ะ และยังบริษัทชาเล็ก ๆ อีกมากมาย แต่ละแห่งก็พยายามแหวกแนวโดยการปรับส่วนผสมตัวชาดำให้ต่างกันไป และใส่ดอกไม้แห้งที่กลิ่นไม่ข่มเบอร์กาม็อทลงไปด้วย

รจนาเองชอบซื้อชาชนิดนี้จากร้านขายชาเล็ก ๆ และชอบซื้อจากหลาย ๆ ที่มาลองดื่มเปรียบเทียบกันค่ะ โดยจะซื้อชาแบบ loose leafs คือขายทั้งใบ ชั่งขายตามน้ำหนัก (ไม่ใช่แบบที่ใส่ซองชงทีละแก้ว) หากดื่มแล้วยี่ห้อไหนร้านไหนอร่อย ก็จะย้อนกลับไปซื้อมาดื่มอีก รจนาพบร้านขายของชำแบบมีสาขาทั่วประเทศในเยอรมนี (ทำนองร้านเซเว่นแต่ไม่แพร่หลายเท่า) ปรุงชาเอิร์ลเกรย์ได้ถูกปากมาก มีดอกข้าวโพดใส่มาด้วย เป็นสีม่วงอ่อน ๆ ผสมอยู่กับใบชา เห็นแล้วสวยน่าดื่มค่ะ และขายราคาถูกมาก ๆ ด้วย (หมายความว่า ไม่ต้องของแพงก็ทานอร่อยถูกปากได้เหมือนกัน) ชาจากร้านนี้ขาย ๕๐๐ กรัมในราคาประมาณ ๓ ยูโร (ร้อยห้าสิบบาท) ซึ่งชงทานได้เป็นร้อยแก้ว ขณะที่ชาจากร้านหรู ๆ แพง ๆ จะขายประมาณ ๑๐๐ กรัมต่อ ๕ ยูโร รสชาติก็อร่อยค่ะ แต่เสียเงินแพงเปล่า ๆ icon_donot.gif

รจนาสังเกตว่า ความแตกต่างของชาเอิร์ลเกรย์ยี่ห้อต่าง ๆ นี้ ส่วนหนึ่งอยู่ที่ชาดำที่นำมาใช้ แม้ว่าจะใช้ชาดำเหมือนกัน (เช่น ชาซีลอน ชาดาร์จีลิ่ง ชาอินเดีย) แต่อาจผสมไม่เท่ากัน และเกรดของชาไม่เหมือนกัน ของแพงก็ใช้ชาเกรดดี (ชาชนิดเดียวกัน) ของถูกก็ใช้ชาเกรดต่ำ และมีบางสูตรที่ใช้ชาดำอย่างอื่น เช่น คีมุน หรืออัสสัม บางสูตรก็ผสมชาเขียวด้วยหรือใช้ชาเขียวเป็นหลัก

อีกส่วนหนึ่งคือน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อต ชาเอิร์ลเกรย์ที่ราคาแพงจะใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติเต็มร้อย ยี่ห้อที่ถูกหน่อยจะใช้น้ำมันหอมระเหยผสมของธรรมชาติและของเทียม (คงแบบที่รจนาชอบดื่ม) ส่วนสุดท้ายก็คือ การแต่งความสวยงามด้วยการเพิ่มดอกไม้แห้งสีสันสวย ๆ ลงไปค่ะ เพื่อเพิ่มความหอม และสีสวยเตะตาลูกค้าอย่างรจนาค่ะ

coffee.gif
Posted by sab on 07 Nov. 2006,13:51
สวัสดีจ่ะแสบขอมาทักทายด้วยคนจ่ะ..........
แสบทึ่งพี่รจนามากเลย...มีความรู้เรื่องชามากขนาดนี้....สมแล้วที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนที่มีวัฒนธรรมการดื่มชาเป็นนิจจ่ะ....ไว้วันหน้าแสบจะขอวิธีการดื่มชาแบบไม่ให้ท้องผูกสำหรัยแสบ....ไม่ทราบเป็นไงดื่มชาเมื่อไร..เป็นท้องผูกในวันรุ่งขึ้นทุกที.....แต่มีอย่างเดียวที่ดื่มแล้วท้องไม่ผูกคือ...แหะๆๆๆ...ชาไข่มุกที่ขายตามตลาดนัดในเมืองไทยจ่ะ.....

ปล.พี่รจนาจ๊ะ..ชายี่ห้อลิปตันเขาทำมาจากชาอะไรจ๊ะเห็นที่ทำงานเก่าที่แสบเคยเป็นประชาสัมพันเขานิยมเอามารับรองแขกที่มาติดต่อธุระช่วงบ่ายช่วงเช้าเขาใช้กาแฟดำจ่ะ....ช่วยขยายให้แสบด้วยน๊ะจ๊ะ......

                                  by...sab........
Posted by แมวเหมียว on 07 Nov. 2006,22:22
bowsdown.gif ขอบคุณคุณรจค่ะ สำหรับความรู้เรื่องชาอย่างดีเยี่ยม winkthumb.gif  

สวัสดีค่ะน้องแสบ  flo_1.gif

hello2.gif ปาเก้จ๋า..ตื่นมาดื่มชาเร้ว tongue.gif

wave.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 08 Nov. 2006,08:21
ขอบคุณค่ะ คุณแสบกับพี่แมวเหมียว

ชาลิปตันเป็นชื่อยี่ห้อชาที่เรียกได้ว่า เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก และขายดีที่สุดในโลกค่ะ มีสัดส่วนในตลาดประมาณ ๑๐% ของจำนวนชาที่ขายทั่วโลก มีคนดื่มในกว่า ๑๕๐ ประเทศทั่วโลก

ชาลิปตันแบบที่คนไทยรู้จักกันดีก็คือ ชาลิปตันตราเหลือง (Lipton yellow label) แบบที่เป็นซอง ๆ สีเหลือง ๆ นิยมเอามาชงน้ำร้อนดื่มนั่นแหละค่ะ ชาชนิดนี้มีการผลิตคิดค้นตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๘๙๐ คนคิดทำชานี้ขึ้นมาก็คือ ท่านเซอร์โธมัส ลิปตันค่ะ นัยว่าต้องการให้คนทั่วไป(สมัยนั้น)ได้ดื่มชารสดี โดยไม่ต้องจ่ายเงินมากนักค่ะ ท่านเซอร์ใช้สโลแกนว่า "เด็ดจากสวนมาใส่กาน้ำชา"

ชาลิปตันนั้นเป็นชาผสมนะคะ โดยได้ใบชามาจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะอินเดีย อินโดนีเซีย คีนยา และศรีลังกา ชาลิปตันซองเหลืองที่คุณแสบถามว่า ทำจากชาอะไรนั้น ที่จริงแล้วเป็นชาดำหลาย ๆ ชนิดจากหลาย ๆ แห่งทั่วโลก (ทำนองว่าไม่ให้ใครรู้สูตร) ต้องใช้ชาถึง ๓๐ ชนิดทีเดียวค่ะ (รจนาก็เลยจนด้วยเกล้า hum.gif ไม่รู้ว่าเขาใส่ชาอะไรลงไปในนั้นบาง ที่แน่ ๆ คงมีชาดำด้วย)

แต่ที่จริงลิปตันเขาผลิตออกมาทั้งชาร้อน และชาเย็น (แบบอินสแต้นท์ ชงสำเร็จรูป) ค่ะ และปัจจุบันนี้มีชาลิปตันสารพัดรส แม้แต่รสเอิร์ลเกรย์ เลดี้เกรย์ รัสเชียนเกรย์ ชาเขียวแบบต่าง ๆ ชาขาว ชาแดง ชาผลไม้(แห้ง) ชาดอกไม้(แห้ง) ชาสมุนไพร ทั้งนี้เพื่อแข่งขันในตลาดชาที่มีคู่แข่งมากมาย ก็เป็นธรรมดาว่า ต้องทำตัวเลือกให้หลากหลายหน่อย

แต่ว่าแบบซองเหลืองนั้นคือลิปตันดั้งเดิมของแท้ค่ะ รจนาเองก็ยังชอบดื่มอยู่ค่ะ ส่วนใหญ่ดื่มเปล่า ๆ ไม่น้ำตาลและนม (จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่) แต่ที่จริงหากใส่น้ำตาลกับนมจึงจะอร่อย (กว่า)

ไม่ทราบว่าที่เมืองไทยมีชาลิปตันขายกี่ชนิดนะคะ  hum.gif


เขามีข้อสรุปเก๋ ๆ เกี่ยวกับชายี่ห้อลิปตันนี้ดังนี้ค่ะ
- ในแต่ละปีมีคนดื่มชาลิปตันถึง ๕๒ ล้านถ้วย หรือประมาณ ๑,๖๔๙ ถ้วยต่อวินาที
- จำนวนชาลิปตันที่ขายได้ในปีหนึ่ง ๆ นั้นสามารถเอาไปถมสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิกได้ถึง ๓,๖๖๐ สระ
- น้ำหนักของใบชาลิปตันที่นำไปใช้ผลิตชานั้นเทียบได้กับช้างสารอาฟริกาตัวโตเต็มที่ถึง ๑๔,๐๗๗ ตัว


Dancer.gif
Posted by sab on 08 Nov. 2006,13:57
ขอบคุณมากเลยจ่ะพี่รจนา......เนี่ยแสบเซฟลงโฟลเดอร์แล้วจ่ะ.......
แสบตอบไม่ถูกหรอกจ่ะ....มากมายหลาย...ชนิด...แต่ที่ดื่มบ่อยๆเวลากระหายน้ำยามออกไปทำธุระนอกบ้าน...ก้อ...ลิปตันไอซ์ทีจ่ะ......
...............ข้าน้อยขอคาราวะท่านผู้มีความรู้ยิ่งข้าน้อยขอนับถือๆๆๆ.........

                                    .....by...sab......
Posted by แมวเหมียว on 08 Nov. 2006,21:25
อ้างถึง (รจนา เจนีวา @ 07 พย. 2006,20:21)

เขามีข้อสรุปเก๋ ๆ เกี่ยวกับชายี่ห้อลิปตันนี้ดังนี้ค่ะ
- ในแต่ละปีมีคนดื่มชาลิปตันถึง ๕๒ ล้านถ้วย หรือประมาณ ๑,๖๔๙ ถ้วยต่อวินาที
- จำนวนชาลิปตันที่ขายได้ในปีหนึ่ง ๆ นั้นสามารถเอาไปถมสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิกได้ถึง ๓,๖๖๐ สระ
- น้ำหนักของใบชาลิปตันที่นำไปใช้ผลิตชานั้นเทียบได้กับช้างสารอาฟริกาตัวโตเต็มที่ถึง ๑๔,๐๗๗ ตัว


Dancer.gif

ic-14.gif ic-14.gif ic-14.gif ic-14.gif  ic-14.gif ic-14.gif


laugh1.gif laugh1.gif laugh1.gif laugh1.gif laugh1.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 09 Nov. 2006,03:59
ลืมตอบคำถามแสบเรื่องดื่มชาอย่างไรไม่ให้ท้องผูกค่ะ

ที่จริงรจนาก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้หรอกค่ะ ต้องไปค้นคว้ามาเหมือนกัน

รจนาดื่มชาดำทุกเช้าและหลังอาหารเที่ยง แต่แทบไม่เคยมีอาการท้องผูกเลยค่ะ อากาศที่นี่หนาว รจนาจึงชอบดื่มน้ำชาร้อน ๆ อุ่น ๆ เกือบตลอดวัน แทนดื่มน้ำเย็น แต่พอตอนบ่ายและค่ำรจนาจะพยายามดื่มชาสมุนไพร (ดอกไม้ ใบไม้ ชาที่ไม่มีคาเฟอีน) แทน จะไม่ค่อยแตะชาดำในช่วงเย็น เพราะไม่งั้นอาจจะนอนไม่หลับ

สาเหตุหนึ่งที่ดื่มชาแล้วท้องผูก เพราะชาดำนั้นมีสารแทนนินที่ช่วยยับยั้งอาการท้องเสียค่ะ คือแทนนินจะไปทำให้ลำไส้ลดการบีบตัว ทำให้คนที่ท้องเสียถ่ายน้อยลงหรือหายจากอาการในที่สุด แต่ต้องเป็นชาดำที่ชงเข้ม ๆ แก่ ๆ (เพื่อให้มีสารแทนนินมาก ๆ) นั่นก็หมายความว่า หากคุณแสบทานชาดำที่ชงไว้นานเกิน (ปกติ ชาลิปตันซองนี่ไม่ควรชงไว้เกิน ๒ นาทีนะคะ) ก็อาจจะทำให้เกิดผลเช่นที่ว่าได้ คือลำไส้ลดการบีบตัว ทำให้ตอนเช้าอาจจะไม่อยากเข้าห้องน้ำเหมือนปกติค่ะ

วิธีการอาการท้องผูกแบบนี้ เขาแนะนำว่าให้ทานกาแฟในตอนเช้าค่ะ กาแฟ (จะเป็นแบบมีหรือไม่มีคาเฟอีนก็ได้) ใช้ได้ผลกับผู้หญิง (อิอิ คุณแสบ คือ นางสาวแสบ ใช่ไหมล่ะ tongue.gif ) แต่ต้องดื่มในตอนเช้าเท่านั้นและมักจะให้ผลภายในครึ่งชั่วโมง นักวิจัยทางการแพทย์เขาบอกว่า เพราะกาแฟมีสารบางอย่างที่ส่งข่าวไปที่ลำไส้ให้ทำการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เลยทำให้เราอยากเข้าห้องน้ำค่ะ - แต่กรณีนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอกนะคะ

บางตำราก็ว่า ดื่มชาขิงแล้วช่วยย่อยและช่วยระบายค่ะ

ของอย่างนี้ต้องลองดูค่ะ

ดังนั้น วิธีการดื่มชาไม่ให้ท้องผูก (ในวันรุ่งขึ้น) ก็คือ พยายามอย่าดื่มชาตอนเย็น และ อย่าชงชาให้แก่เกินไป อย่าแช่ถุงชาหรือใบชาทิ้งไว้ในน้ำชานานกว่าที่กำหนดให้สำหรับชาแต่ละชนิด

thumbsup.gif

ปล. เลยเข้ามายึดห้องชาของปาเก้เลย...ปาเก้อยู่ไหน รีบตามมาทวงคืนเร้ว
Posted by sab on 10 Nov. 2006,12:24
พี่รจนาจ๋า......หวัดดีค่ะ.............
.........สูตรนี้จะใช้ได้กะแสบหรือป่าวหนอ.....แสบเป็นผู้.ฉิง.ค่ะไม่ใช่หญิง.....เหอ..เหอ..เหอ........

ไม่ว่าทานตอนไหนแสบท้องผูกตลอดและ/หรืออ่อน/แก่.ผูกตลอดเห้อ....กลุ้มใจจัง......ทานเปร๊ยวก้อท้องเสีย....ทานเค้มก้อท้องอืด..เนี่ย.....แสบนั่งผายมาตั้งแต่เช้าแล้ว.....ผายจนจะแย่อยู่แล้ว......แสบกำลังดื่มน้ำร้อนไล่เนี่ย.......

......ชัวส์ค่ะพี่รจนาแสบเคยดื่มแล้วชาขิง.....พอดื่มเสร็จก้อไปเดินซุปเปอร์มาเก็ต....ได้ประมาณ3ชั่วโมง.....ค่ะ.....แหม..วิ่งแทบไม่ทัน...แถมยัง..ผายดังมากๆๆๆๆเลย..แทบจะไม่กล้าออกจากห้องน้ำเลยจ่ะ.....อาย....มาก......มาก........มาก.........

.........ปล.....แสบเป็นคนที่ท้องเสาะมากแต่นิยมการทานมากๆๆๆไม่งั้นไม่บวมระยะสุดท้ายของสุดท้ายอย่างนี้...........

                                     by...sab.......
Posted by รจนา เจนีวา on 13 Mar. 2007,15:40
คิก คิก ลืมแซวน้องแสบเรื่องชาขิง....เพราะขิงเป็นยาช่วยไล่ลมตามธรรมชาติอยู่แล้ว.....แล้วยังมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดหัวอีกด้วย....

ตอนนี้แสบอยู่ที่ไหนจ๊ะ พี่รจคิดถึงนะ....วันหลังหาเมนูอร่อย ๆ มาทานกับน้ำชาหน่อยดีไหม ?
Posted by รจนา เจนีวา on 13 Mar. 2007,15:55
วันก่อนจำได้ว่า มีการคุยกันท้ายครัวเรื่องดอกลาเวนเด้อร์ วันนี้เลยถือโอกาสนำความรู้เรื่อง "ชาดอกลาเวนเด้อร์" มาฝากนิดหน่อย นะปาเก้นะ

หลายศตวรรษที่ผ่านมา ลาเวนเด้อร์ถือเป็นสมุนไพรสำหรับปรุงอาหารที่นิยมมากอย่างหนึ่ง เพราะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับอาหารและให้กลิ่นรสที่พิเศษไม่เหมือนใคร ส่วนชาลาเวนเด้อร์นี้ก็ยังถือว่าช่วยลดอาการปวดหัวได้ด้วย

นอกจากอาการปวดหัวแล้ว ชาดอกลาเวนเด้อร์ตากแห้งยังให้ผลในทางบำรุง บำบัด และทำให้รู้สึกสงบ (หลับสบาย) นอกจากนั้น สารในดอกลาเวนเด้อร์สามารถช่วยสร้างสมดุลกรดในกระเพาะ ลดอาการปั่นป่วนในท้อง และยังทำให้อาการเครียดทางประสาทลดลงได้ด้วย

ลาเวอเด้อร์จึงถือเป็นสมุนไพรสำหรับช่วยย่อยด้วย และให้ผลดีต่อลำไส้

มีคนบรรยายกลิ่นลาเวนเด้อร์ไว้ว่า เป็นกลิ่นที่ผสมผสานกันระหว่างกลิ่นวนิลา กลิ่นส้มเบอร์กาม็อท (มะกรูดฝรั่ง) ส้ม ต้นสน มะนาว และกุหลาบ พ่อครัวแม่ครัวมือเอกแห่งยุคสมัยจึงหันมาใช้ลาเวอเด้อร์ในการปรุงปนอาหารมากขึ้น ทั้งของคาวและของหวาน ทั้งเพื่อกลิ่นพิเศษ รสที่ไม่เหมือนใคร และความสวยงาม

แต่ขอเตือนไว้ว่า ถึงจะเป็นของดี ก็อย่าใส่มากเกินไป เพราะใช้มากแล้วอาจจะทำให้เกิดรสขมได้

รจนาเคยทานไอศรีมรสลาเวนเด้อร์ในเมืองเจฯนี่เอง (ในร้านอาหารแม็กซิกัน) รสชาติอร่อยจริง ๆ กลิ่นหอมไม่เหมือนใคร


เอ๊ะ เริ่มต้นด้วยเรื่อง "ชา" มาจบที่เรื่อง "ไอศครีม" ได้อย่างไร smSL14.gif hum.gif


gif_0454.gif
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard