Forum: ห้องครัว
Topic: อาหารในป่า
started by: นกกะปูด

Posted by นกกะปูด on 04 Oct. 2002,23:40
เรียนพี่ซุปเปอร์จี น้าแอ๊ด และแม่ครัวพ่อครัวหัวป่าทั้งหลายค่ะ pimp.gif
แบบว่าเพื่อนนู๋เค๊าอยากได้รายการอาหารแนะนำ พร้อมทั้งวิธีทำ
ที่เหมาะสำหรับการไปเที่ยวผจญภัยในป่า
เอาแบบเก็บไว้ได้นานๆ น้ำหนักเบา เครื่องปรุงไม่เยอะมากจนตาลาย
เวลาที่เราปรุงอาหาร อยากให้เพื่อนร่วมทีมน้ำลายไหลไปเลยอ่ะค่ะ
แบบว่าต้องมาคุกเข่างอนง้อ "ขอผมกินบ้างนะ" เชอะ ไม่ให้หรอกเนอะ
เอาทั้งอาหารแกล้มเหล้า และ/หรือเป็นกับข้าวด้วยนะคะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ flower.gif
Posted by add on 05 Oct. 2002,00:22
อยากจะแนะนำอย่างแรก คือ  คั่วกลิ้ง

      คั่วกลิ้งก็คือแกงแห้งๆ  เหมาะจะเป็นอาหารสำหรับเดินทาง  พกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก  เวลาจะกินก็เอามาอุ่นคั่วๆให้ร้อนๆหน่อย  หรือจะ ไม่อุ่นก็กินได้

เครื่องปรุง  เนื้อหรือหมู  ( หรือนก ) หั่ั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
            น้ำพริกแกงเผ็ด  ( จะซื้อสำเร็จรูป  หรือจะตำเองก็ได้ เดี๋ยวจะเปิดกระทู้  เครื่องแกงบรรยายให้ฟัง )

วิธีทำ       ตั้งกะทะให้ร้อน  ไฟปานกลาง  เอาน้ำมันใส่เล็กน้อย หรือบางคนไม่ชอบน้ำมันก็ไม่ใส่เลยก็ได้  เอาน้ำพริกแกงลงผัดให้หอม จนกว่าจะมีคนจาม  จึงจะอร่อย  แล้วเอาเนื้อหรือหมูที่หั่นไว้แล้วใส่ลงไปคั่วด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ  จนกว่าจะแห้งจริง ๆ  ลองชิมดู ถ้าไม่เค็มให้เติมรสตามใจชอบ  ถ้าคั่วแล้วติดกระทะให้เหยาะน้ำลงไปนิดหน่อย หรี่ไฟให้อ่อนลงด้วย  ที่สำคัญต้องให้แห้งจริง  และมีรสเค็มเผ็ดพอสมควรจึงจะเก็บไว้ได้นาน  อย่าใส่ผัก  เพราะผักจะมีน้ำออกมาทำให้เสียง่าย

           ลองทำดู  รับรองอร่อย
Posted by นกกะปูด on 05 Oct. 2002,00:38
น้าแอ๊ดคะ น้ำพริกแกงนี่ต้องเป็นแกงใต้ใส่ขมิ้นเหลืองๆ อ่ะป่าวคะ หรือว่าใช้พริกแกงทำธรรมดาๆ นู๋เห็นที่พี่ฤษีเอาไปจากบ้าน เป็นพริกแกงใต้ค่ะ และมีใบมะกรูดหั่นฝอยด้วยค่ะ หน้าตาและรสชาดเหมือนพะแนงค่ะ
Posted by add on 05 Oct. 2002,00:55
ก็จะเอาน้ำพริกแกงอะไรก็ได้  แกงเหลืองหรือแกงเผ็ดก็ได้  
ใส่เครื่องเยอะก็ดี จะได้กลบกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้มาก  

    สูตรน้ำพริกแกงเผ็ด  เครื่องที่ใส่ก็มี  ( ต่อ 1 ครก/เนื้อ 1/2 กก.)
    พริกแห้งเม็ดเล็ก  30-50  เม็ด แล้วแต่ชอบเผ็ดมากน้อย
    ตะไคร้                  1    ต้น
    ข่าฝาน                 2    ชิ้นเล็ก
    กระเทียม              1     หัว
    ผิวมะกรูดซอยเล็กน้อย
    ดอกกะเพรา  ดอกยี่หร่า  
    พริกไทย              10    เม็ด
    เกลือเล็กน้อย  
    ตำให้ละเอียด  แล้วใส่  กะปิ  1  ช้อนชา  
    จะใส่เครื่องหอมเพิ่มเติมกว่านี้ก็ได้  เช่น  ขมิ้น  เป็นต้น
Posted by นกกะปูด on 05 Oct. 2002,01:50
สูตรน้ำพริกของน้าแอ๊ดขาดหัวหอมหรือเปล่าค? ถ้าเป็นสูตรของนู๋ก็จะมีหัวหอมสัก 1-2 หัวค่ะ แต่ดอกกระเพราและดอกยี่หร่า นู๋ไม่เคยตำใส่ลงไปค่ะ เพราะนู๋จะใช้เด็ดใบใส่ตอนแกงเสร็จ แต่นึกภาพคั่วกลิ้งแล้ว มันต้องไม่มีผัก ถ้าตำดอกทั้งสองอย่างใส่ลงไปในเครื่องแกง คงจะหอมดีนะคะ อืมมมส์ ได้สูตรใหม่ค่ะ
Posted by add on 05 Oct. 2002,03:30
ไม่ขาดหรอกจ้ะ  ทางบ้านน้าแอ๊ด น้ำพริกแกงเผ็ดใส่กระเทียม ไม่ใส่หัวหอม  ถ้าเป็นแกงส้ม  ผัดปู  จะใส่หัวหอม  

    เครื่องแกงถ้าเต็มยศต้องใส่ หัวเป๊า๊ะ (คล้ายๆกระชาย)  ดีปลี  กระวานนิดนึง  อบเชย นิดนึง  ยิ่งหอมไปใหญ่  

    เฮ้อ  หอมเครื่องแกง  แต่ตอนเด็กๆขี้เกียจตำเป็นที่สุด  ตอนนี้ก็ขี้เกียจอยู่ดี  แต่ตำมันจะหอม ทำให้รู้สึกว่าอร่อยกว่าเอาไปปั่น
Posted by ฤษีข้ามน้ำ on 05 Oct. 2002,03:45
หึๆๆๆ
Posted by สข1 on 05 Oct. 2002,08:26
ขาดยอดเอื้อมถึงจะเรียกอาหารในป่าได้ไง
Posted by add on 05 Oct. 2002,08:33
ได้ชื่ออาหารน่ารักสองชื่อแล้วนะ

    อาหารสิ้นคิด  ของ Stuv
   
    ยอดเอื้อมถึง  ของ คุณ สข1  ( ถ้าเอื้อมผิด ละก็......)

    แล้ว หึๆๆๆ  ของคุณ ฤษี  นี่หน้าตาเป็นยังไงน้า ?
Posted by add on 09 Oct. 2002,22:49
น้ำพริกโจร กินกับยอดเอื้อมถึง

ส่วนผสม ของที่คุณฤษีหามาได้ เช่น กุ้ง หรือ ปลา กิ้งกือ เอ๊ยไม่ใช่..เอามาทำให้สุก (ถ้ากลัวว่าเขาจะหามาให้กินไม่ได้ ให้แอบเอากุ้งแห้งป่นติดกระเป๋าไปด้วย)
      กระเทียม หัวหอม พริกขี้หนู นะนาว น้ำปลา กะปิ


วิธีทำ   ก็ให้ซอยทุกอย่างลงในถ้วย เอาผสมเนื้อปลาหรือกุ้ง (ถ้าไม่มีให้เอากุ้งแห้งที่แอบเตรียมไว้) ใส่กะปิลงยีๆให้เข้ากัน บีบมะนาว ใส่น้ำปลา ชิมดู แค่นี้ก็เสร็จแล้ว 

      ไปหายอดเอื้อมถึงมาจิ้มกินได้ 

      ที่เรียกว่าน้ำพริกโจร น่าจะเป็นเพราะว่าไม่ต้องตำ ไม่ต้องโขลก  ทำให้ไม่เสียลับ
Posted by นกกะปูด on 10 Oct. 2002,03:58
โห..ชื่อน้ำพริกน่ากลัวจังค่ะ พี่ฤษีว่าไงหล่ะ เมนูนี้..
ว่าแต่ไอ้ยอดเอื้อมถึงของพี่สข.1 เนี่ย มันเป็นยังไงนู๋ไม่รู้จักค่ะน้าแอ๊ด
เดี๋ยวไปเด็ดไอ้ยอดสามใบตาย ให้พี่ฤษีกินนู๋ติดคุกหัวโตเชียวนา..
ข้อหาฆ่าฤษีตายโดยเจตนา..เหอๆ ic-12.gif
Posted by SuperG on 17 Jan. 2003,13:51
หมดฤดูเข้าป่าหรือยังคะ...ยังไม่หมดน่า ยังหนาวอยู่นี่นา มาเขียนกระทู้นี้เพราะวันก่อนคุณแม่ครัวของอิฉันทำแกงให้หม้อนึง อร่อยจริงๆ ค่ะ เธอต้มซี่โครงหมูไว้ แล้วตำพริกขี้หนูแห้ง กระเทียม หอมแดง กะปิ ละลายลงไป ใส่ขนุนอ่อนที่หั่นเป็นชิ้นๆ พอขนุนนิ่มก็เด็ดชะอมใส่ เติมน้ำปลาอีกนิดหน่อย ชิมดูตอนร้อนๆ อร่อยจนน้ำตาไหล พอมันเย็นลงก็ชิมอีกที เอ๊ะ ยังอร่อยอยู่...สุดท้ายก็หมดหม้อโดยไม่รู้ตัว...แหะ แหะ

อิฉันเห็นว่ามันง่ายดีค่ะ น้ำพริกนั้นใช้ของสามัญประจำครัวไม่กี่อย่าง ขนุนอ่อนใช้กล้วยดิบหรือผักอะไรที่หามาได้ ไม่มีชะอมไม่เป็นไร ไม่มีเนื้อสัตว์ก็ไม่ต้องใส่ แต่มีเนื้อสัตว์อย่างเดียวก็แกงได้เหมือนกัน แกงหม้อนี้จึงน่าจะถือเป็นอาหารสำหรับทำกินในป่าได้ แต่ใครจะรับอาสาแบกครกขึ้นไปตำน้ำพริกคะ อิฉันว่าตำน้ำพริกใส่ถุงพลาสติกเอ๊ยใส่กล่องไปจากบ้านดีกว่า...

วันก่อนอีกเหมือนกัน ดูรายการทำอาหารของฝรั่งทางทีวี พ่อครัวคนหนึ่งจัดปาร์ตี้เลี้ยงพนักงานทั้งบริษัทที่ชายหาด (ประหยัดค่าสถานที่ดีนะคะ น่าเอาอย่าง แต่ต้องเลือกหาดว่างๆ หน่อย ถ้าเป็นแถวจอมเทียนบางแสนอาจมีคนแปลกหน้าถือโอกาสมาร่วมวงดื่มกิน) เขาหุงข้าวต้มแกงกันตรงนั้น อาหารจานเด็ดของเขาคือข้าวราดแกงเผ็ดแบบไทยค่ะ พ่อครัวคนนั้นตำน้ำพริกเอง รายการเครื่องแกงที่แกบรรยายคงเข้าข่ายน้ำพริกแพนง เพราะดูวิธีการทำก็คือแพนงนั่นเอง แกผัดน้ำพริกแล้วใส่กุ้งหอยปูปลาสดๆ นานาชนิด (ปลาแล่เอาแต่เนื้อหั่นชิ้นใหญ่ๆ หอยใส่ทั้งเปลือก กุ้งปู ตัวโตๆ ทั้งนั้น ผ่าครึ่ง...เห็นแล้วน้ำลายหยด) พอเดือดก็ราดน้ำกระทิลงไปผัดอีกหน่อยแล้วโรยใบโหระพาเป็นอันเสร็จ แกไม่ได้ใส่ถั่วป่นในน้ำพริกแต่ใช้มะม่วงหิมพานต์คั่วโรยหน้าแทนค่ะ (ไม่เห็นแกเติมน้ำปลาหรือเครื่องปรุงรสอะไรเลย แต่คนที่แกเรียกมาชิมอุทานว่าโอ้ อร่อยเลิศลอย...ขืนบอกว่าไม่อร่อยคงโดนไล่ออก) อันนี้ก็ง่าย เข้าข่ายอาหารป่า (แบบชายทะเล) ได้เหมือนกัน แค่มีน้ำพริกแบบซอง กับกะทิกล่องติดไปด้วยก็พอ (อย่าถึงกับปีนต้นมะพร้าวเอามาขูดคั้นกะทิเองเลยค่ะ เดี๋ยวจะสนุกเกินเหตุ)

ออกจากป่าเขามาก็ไปเที่ยวแบบกางเต้นท์ตามอุทยานค่อนข้างบ่อย รับสารภาพว่าขี้เกียจทำอาหารค่ะ มีเตาเล็กๆ ที่ใช้แก๊สกระป๋องกับกาต้มน้ำไว้ชงกาแฟกับมาม่า แค่นั้นเอง เห็นเต้นท์อื่นเขาตั้งครัวทำอาหารคึกครื้นแล้วน่าสนุก วันหลังคงอยากสนุกเองบ้าง
Posted by add on 11 Feb. 2003,23:41
เที่ยวแบบกางเต๊นท์

       เมื่อ  6-7  ปีก่อน เพื่อนๆที่เป็นครอบครัวจะชอบเดินทางเป็นคาราวานไปตามจังหวัดต่างๆ  กางเต๊นท์  พักตามโรงแรมบ้าง รีสอร์ทบ้างแล้วแต่จะชอบ  ก็จะมีรถอยู่สองคันที่ภรรยาของเขาจะเป็นแม่บ้านเต็มตัว  เขาจะมีเตาแก๊ส  เครื่องครัว อุปกรณ์ทำครัว  รวมทั้งของสดของแห้งสำหรับปรุงอาหารมากมาย

      พอตื่นเช้า เขาจะต้มน้ำ  ชงกาแฟให้พวกเราทั้งหลาย  สามีคุณเธอบอกว่า

      "พอเรียก กาแฟ กาแฟก็มา"  

      พอสายๆ เธอจะต้มข้าวต้มหม้อใหญ่  แล้วเจียวไข่บ้าง ทำกุ้งแห้งยำบ้าง  ยำหัวไชโป๊บ้าง  ไข่เค็มบ้าง  ไว้ให้พวกเรากิน  เรียกว่ามื้อเช้าไม่ต้องเป็นห่วง  ส่วนมื้อกลางวันและมื้อค่ำ  เราก็เดินทางไปสอดส่ายสายตาหาที่กินเอาเอง  

      เธอทั้งสองคนมีความสุขกับการปรนนิบัติ ดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างเต็มที่  แม้กระทั่งไปร้านอาหาร  เธอก็ยังช่วยดูแลเด็กๆให้ได้อาหารก่อน  ช่วยดูแลว่าใครสั่งอะไรยังไม่ได้  บางทีเธอก็เข้าไปจัดการในครัวของร้านนั้นเสียเลย  

      เธอคนหนึ่งมีอาหารสูตรง่ายๆที่ดิฉันเห็นว่า  อร่อย และเข้าทีดี คือ
ข้าวผัดเกลือ ทำง่ายมาก  มีแค่น้ำมัน  เกลือ  กระเทียม ข้าวสวย และไข่

      วิธีทำ ก็ตั้งกะทะ  ใส่น้ำมันพอร้อน ตบกระเทียมโยนลงไป พอกระเทียมเหลือง  ให้ตอกไข่ใส่ลงไป  ยีไข่ให้แตก  เกลี่ยๆๆไข่ให้กระจายเป็นชิ้นเล็กๆ  พอไข่สุกก็ใส่ข้าวลงไปผัดๆๆให้ทั่ว  แล้วเอาเกลือป่นโรย  จะอร่อยก็ตรงโรยเกลือนี่แหละ  เพราะถ้าโรยไม่เป็น หนักบ้างเบาบ้าง  ข้าวจะเค็มเป็นหย่อมๆ  ดังนั้นจึงต้องโรยให้เบาๆแต่ให้ทั่วๆ  กะปริมาณให้เหมาะ  แล้วคนให้ดีๆ  จะได้ข้าวผัดเกลือที่กินเค็มๆมัน แกล้มแตงกวา  ต้นหอม ผักชี  ก็อร่อยมาก  หรือถ้ามีมะนาวบีบมะนาวสักหน่อยก็ยิ่งอร่อยไปใหญ่

      ถ้าเกิดเดินทางไป  หาอะไรกินไม่ได้ก็ลองผัดข้าวแบบนี้ดูนะคะ
Posted by add on 08 Jul. 2003,10:20
ขอวกกระทู้กลับไปที่อาหารในป่าจริงๆ ตามสูตรที่ได้ทำให้สหายกินจริงๆ เหอๆๆๆ หวังว่าหลายๆคนคงจะระลึกความหลังกันได้

    สูตรที่ 1 หุงข้าวปนมัน

    สาเหตุที่เราต้องกินข้าวหุงปนกับมันก็เนื่องจากคาดว่าข้าวจะไม่พอกิน อาจเป็นเพราะชาวบ้านเขาซื้อให้เราได้น้อยลงเพราะทางการบังคับโควต้าการซื้อ หรือทางการมาตั้งกองทหารอยู่ใกล้ๆหมู่บ้านคอยเพ่งเล็งการจับจ่ายของชาวบ้าน 

    ทางเราที่อยู่บนป่าเขาจึงต้องเตรียมการเผื่อไว้ก่อนล่วงหน้า โดยการปลูกมันไว้ในไร่ อันที่จริงมันเทศจะกินอร่อยกว่ามันสำปะหลัง แต่เนื่องจากมันเทศปลูกแล้วได้ผลผลิตน้อยกว่ามันสำปะหลัง แต่มันเทศปลูกยากกว่าเพราะต้องดูแลดินมากกว่ามันสำปะหลัง ซึ่งปลูกทิ้งๆไว้ไม่ต้องพรวนดินก็ได้ผล ดังนั้นคนที่รับผิดชอบที่ไร่ จะเก็บมันเทศไว้ทำกับข้าว แล้วเอามันสำปะหลังมาลอกเปลือกออก เอาไปหั่นเป็นแว่นบางๆพอสมควร แล้วนำไปตากให้แห้ง เก็บไว้อย่างดี

    เมื่อยามอดอยาก ที่คาดว่าข้าวสารจะไม่พอเลี้ยงคนบนกองทัพ ก็จำเป็นที่จะต้องเอามันสำปะหลังแห้งๆเหล่านี้ไปหุงปนกับข้าว จะใส่มันมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับว่าข้าวจะพอกินไปได้อีกกี่วัน สาเหตุที่ไม่ใช้มันดิบทั้งๆที่มันอร่อยกว่า เป็นเพราะเราไม่สามารถเก็บมันดิบไว้ได้นาน เพราะมันเหม็นลมได้ง่าย

    วันแรกที่เราได้กินปนมัน รู้สึกตื่นเต้นว่ามันอร่อยดี แต่พอทำกับข้าวก็เจอมันอีก ก็เริ่มเอียน และการกินมันย่อมทำให้ท้องอืด และก่อให้เกิดเสียงดังในยามหลับไหล ไม่ว่าจะเป็นบ้านสหายหญิงหรือสหายชายก็ไม่เว้น เหอๆๆ ทั้งเสียงกรนและเสียงผายลมดังสนั่น ฟังดูตลกไม่น้อย  ic-12.gif
Posted by add on 12 Jul. 2003,23:36
สูตรที่ 2  ให้ใช้มันสำปะหลังสดๆ เอามาหั่นฝอยๆ  แล้วใส่เมื่อข้าวเดือดใกล้สุก  พอเราดงข้าวสุก มันจะอยู่ข้างบนหน้าข้าว  จะมีกลิ่นหอมมันสำปะหลัง  เวลากินหอมอร่อยดี

      แต่สูตรนี้มักจะทำที่ไร่   เพราะไปขุดมันมาแล้วหั่นใส่สด ๆ จึงจะอร่อย
Posted by add on 14 Jul. 2003,04:56
สูตรที่ 3 หุงข้าวใส่กลอย

     ต้องไปขุดหัวกลอยในป่ามา  ต้องให้สหายเก่าๆขุดมาให้เพราะเขาจะรู้จัก  พวกเรานอกจากจะไม่รู้จักแล้วยังทำกลอยไม่เป็นอีกด้วย  รู้คร่าวๆว่าเขาจะเอากลอยมาปอกเปลือกแล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ  เอาไปแช่น้ำไหล  เช่นน้ำในลำธารหรือคลอง เป็นอาทิตย์  แล้วจึงจะนำมาทำกินได้ ไม่เช่นนั้นจะคัน  รายละเอียดคงต้องให้คุณ สข1 คุณมาลัย  หรือคุณวันดีช่วยบอกว่าทำยังไง

      เอากลอยที่ทำสำเร็จแล้วนี้มาหุงปนกับข้าว  หุงเสร็จก็กินอร่อย เหมือนข้าวเหนียวกลอยเลยแหละ  แต่ต้องระวังว่า  ถ้าผิดพลาดอาจทำให้ท้องเสียได้ หากทำกลอยไม่ดี หรือเป็นหัวชนิดอื่นที่ไม่ใช่กลอย
Posted by มาลัย on 16 Jul. 2003,23:08
วิธีทำกลอยที่พี่แอ๊ดว่ามานั้นนู๋ยังไม่เคยทำและไม่เคยกินข้าวปนมันปนปนกลอยสักที คงจะอร่อยมาก  แต่ถ้ากินบ่อยๆก็คงจะน่าเบื่อเหมือนกันนะ  ต้องถามพี่สข1ว่าข้าวปนมันอร่อยแค่ไหนเพราะพี่แกเคยบอกว่าได้กินข้าวปนมันมาแล้วที่เขตจังหวัดพัทลุงเมื่อคราวที่เขตสงขลาโดนล้อมปราบ  ส่วนกลอยนั้นนู๋เคยทานกับข้าวเหนียวกลอยที่มีขายอยู่ตามตลาดนั่นแหละค่ะ ก็อร่อยดีค่ะ
Posted by สข1 on 16 Jul. 2003,23:49
ผมเคยทำหัวกลอยกับคุณจิตรครั้งหนึ่ง   ทำอย่างที่คุณแอ๊ดว่าคือฝานเป็นแผ่นบางๆ  แล้วใส่กระสอบเอาไปแช่ในน้ำไหลหลายๆวัน  แล้วก็เอามาหุงปนกับข้าว  แต่ถ้าทำไม่ดีหรือแช่น้ำไม่นานพอ  มันยังมีสารพิษหลงเหลืออยู่  นอกจากท้องเสียปวดท้องแล้ว  ยังเมาอีกด้วยครับ  เอาให้นกกะปูดกินแทน เวลาไม่มีเหล้าเบียร์ได้

ส่วนข้าวปนมันเคยไปกินที่กอง 08 พัทลุงของคุณวันดี กินไม่อะหร่อยเลยครับ  รู้สึกมันกลืนยากพิลึก  โดยเฉพาะข้าวปนมันราดน้ำเคย  รู้สึกทะแม่งๆ  ถ้ามันราดน้ำเชื่อมหรือน้ำกะทิน่าจะเข้ากันมากกว่า  ที่สงขลาโดยเฉพาะเขต 1 ยุคหลัง 6 ตุลาไม่เคยกินข้าวปนมัน  สหายจากเขตอื่นที่ผ่านมาจะเรียกเราว่า  กองทัพนายทุนน้อย  บางทีก็เรียกกองทัพ มาม่า  เมื่อกลางปี 2522 (ถ้าจำไม่ผิด)  พรรคฯมีนโยบายเตรียมก้าวสู่สงครามแบบแผน  จึงได้จัดตั้งกองทหารหลักที่มีขอบเขตการรบทั่วประเทศ  หน่วยทหารสงขลาเขต 1 ก็มีส่วนเข้าร่วม  มีครั้งหนึ่งหน่วยทหารหลักได้ผ่านมาทางกองศูนย์  ผมได้มีโอกาสคุยกับทหารหลักที่มาจากเขตพัทลุงและเขตสุราษฎร์  เขาบอกว่าข้าวที่เขตสงขลากินไม่อร่อยมันแข็งๆฝืดคอ  เพราะไม่ได้ปนมัน  ผมยังสงสัยจนบัดนี้ว่ามันจริงหรือ
Posted by นกกะปูด on 17 Jul. 2003,00:22
รู้จักกลอย ก็เพราะเคยกินกับข้าวเหนียวมูลเหมือนคุณมาลัยค่ะ  
แต่เพิ่งรู้วันนี้เองว่ากินแล้วเมาด้วยอ่ะ (รู้งี้หามากินตั้งนานแล้ว)
พี่สข1 นี่พูดถึงเรื่องเหล้าทีไร วกหานกกะปูดอยู่เรื่อยเชียวนะพี่ smash.gif  เอิ๊กๆๆ

ว่าแต่น้าแอ๊ดหาภาพต้นกลอยมาให้ดูมั่งสิคะ
นู๋เกิดมายังไม่เคยเห็นเลยค่ะ
Posted by add on 18 Jul. 2003,00:13
เอารูปใบกลอย และหัวกลอยมาให้ดูจ้ะ

    

    

     เมากลอยคงจะอาการปางตายทีเดียวแหละ หัวกลอยจะมีสารพิษหลายชนิดที่ทำให้เกิดอาการเมา เช่น dioscorine ซึ่งผู้ที่รับประทานเข้าไปจะมีอาการใจสั่น วิงเวียน คันคอ อาเจียน เหงื่อออก ตาพร่า เป็นลมได้ เหอๆๆ 

     ข้าวปนมันแห้งอย่างที่เล่ามาแล้ว ไม่อร่อย ถ้าปนมันสดหรือกลอยจะอร่อย ข้าวปนกลอยคิดว่าอร่อยกว่าข้าวเหนียวกลอยนะ เพราะมันไม่หวานเลี่ยน ไม่เอือมจ้ะ

     แต่ตอนนี้กลอยจะหายากขึ้นเพราะป่าลดน้อยลง แล้วก็จะมีเพียงหน้าเดียวเท่านั้น ประมาณปลายๆปี

     กลอยมีสีสวยดีนะ เหลืองบ้าง ขาวบ้างตามธรรมชาติ น่ากิน  icon_rotfl.gif
Posted by add on 19 Jul. 2003,07:53
ทีนี้จะขอเล่าถึง กับข้าวในป่า

      ผัดผักต่างๆ  
       
      เครื่องปรุง  มีน้ำมัน  เกลือ  กะปิ  กระเทียม ( มีบ้างไม่มีบ้าง )  พริกขี้หนู ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง  ไม่เคยมีน้ำปลา

      ผักที่ใช้ผัด  

          ผักยอดฮิตที่สุด คือ  มะละกอ  หน่อไม้  หยวกกล้วยป่า (มีรสขม ) ฟักทอง  มันเทศ  
     
          ผักที่นานๆได้กินสักครั้ง ผักบุ้ง  ผักกวางตุ้ง  มะเขือลูกใหญ่ประมาณกำปั้น รูปร่างเหมือนมะเขือเปาะแต่มีจีบๆทั้งลูก เป็นผักซึ่งปลูกเองที่ไร่

          ผัดผักที่เคยกินว่าอร่อยที่สุดในป่า  คือ  มะเขือลูกใหญ่ๆที่กล่าวข้างต้น  ผัดใส่พริกขี้หนูและใส่ใบยี่หร่า  เป็นสูตรของ สหายไท และก็เคยกินแค่ครั้งเดียว

          เคยกินผัดผักที่เข็ดไปตลอดชีวิต คือผัดผักหมู  มันคือต้นหญ้าอวบๆสูง ที่มีดอกเป็นปุ่มเล็กๆเป็นกระจุก เมื่อเวลาดอกแก่ก็ปลิวกระจายไปตามลมได้  ผักนี้จะมีกลิ่นเหม็นมาก  มีช่วงหนึ่งที่เขตงาน  หมู่บ้านแถบนี้ไม่มีผักกินเลย มีแต่ป่ายาง และมีผักหมูนี้ขึ้นเต็มไปหมด  เราจึงจำเป็นต้องกินผักหมูเป็นกับข้าวทุกวัน  อยากจะอ้วก....

          ความลับของเวรครัว  

          - การผัดผัก  ต้องใช้น้ำมันน้อยๆ (เพราะพลาฯจะเบิกมาให้นิดเดียว เช่น ประมาณ 1 ชาม แต่ผัดผักให้คนเป็นร้อยกิน เป็นต้น )  

          - ใส่เกลือเยอะหน่อยจะได้เค็มๆ  สหายจะได้กินกับข้าวได้น้อย  ไม่เปลืองกับข้าวจึงจะพอกิน (เพราะถ้ากับข้าวหมดเร็ว สหายที่มาทีหลังจะอดกิน  เสียชื่อแม่ครัวอีก)  

          -  แม่ครัวมักกลัวว่าสหายจะตำหนิว่าตัวเองทำกับข้าวไม่อร่อย  จึงมักจะดิ้นรนไปหาเครื่องปรุงรสกันมาเสริม  โดยไปอ้อนขอเบิกจากพลาฯ เช่น กะปิ  กระเทียม  และน้ำตาล  ซึ่งเขามักจะมีเก็บไว้สำหรับคนไข้และสหายนำ
Posted by add on 20 Jul. 2003,06:46
เคยกินแกงจืดปลากระป๋องหรือเปล่า?

        ใส่น้ำครึ่งหม้อใหญ่ๆ   พอน้ำเดือดใส่ปลากระป๋องเท่าที่เบิกมาได้  อาจจะ 1 หรือ 2 กระป๋องน่ะ  แล้วก็สาดเกลือลงไป  ชิมดูพอเค็มๆปะแล่มๆๆ ใช้ได้  

        เป็นซุปสำหรับแก้ฝืดคอได้  เมื่อกินข้าวปนมันกับผัดผัก  หรือ กับปลาเค็ม  เวลาตัก ไม่ต้องหาเนื้อปลากระป๋องหรอก จะคุณจะหามันไม่เจอ ไม่ว่าจะพยายามคนๆๆสักเท่าไรก็ตาม  สหายพากันเรียกว่า แกงจืดวิญญาณปลากระป๋อง  

        บางช่วงที่มีส้ม เราอาจทำเป็นต้มยำปลากระป๋อง  โดยการใส่ส้มแขกลงไป  พริก ตะไคร้จะพอหาได้แต่ ไม่มีมะนาวนะจ๊ะ  (ฝันไปเถอะ!) ผักชี  สะระแหน่ก็ไม่มีจ้ะ
Posted by add on 23 Jul. 2003,09:54
แกงเผ็ด แกงคั่ว และแกงส้ม

     แกงทางภาคใต้ ต้องใส่ขมิ้นเสมอ เครื่องแกงก็เท่าที่หาได้ เช่น ตะไคร้ กระเทียม แต่ถ้าไม่มีอะไรจะใส่ก็ใส่แค่พริก ขมิ้น แล้วก็เคย (กะปิ )

     ผักทุกชนิดก็แกงได้ทุกอย่าง เช่น มันเทศ ฟักทอง มะละกอ หน่อไม้ หยวกกล้วยป่า ยอดหลาโอน ผักบุ้ง มะเขือ เป็นต้น

      ถ้าแกงส้มก็ใส่ส้มแขก( เพราะหาได้ง่าย ) แกงคั่วก็ผัดเครื่องแกงกับน้ำมันก่อน แกงเผ็ดก็ใส่น้ำโหรงเหรง

      กับข้าวดูเหมือนไม่น่ากิน ใช่ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นต้องกิน และการกินอยู่แบบยากลำบากและความมีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิตบนป่าเขา ทำให้พวกเราทุกคนอ้วนท้วนกันขึ้น บางคนที่อ้วนเผละ เมื่อไปอยู่ป่าก็ทำให้หุ่นดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์  wave.gif
Posted by add on 28 Jul. 2003,07:09
อาหารพิเศษ

     วันไหนที่สหายไปล่าสัตว์มาได้ เราก็จะมีของกินพิเศษ เนื่องจากทางเขตนี้เป็นเขตมลายู คนมลายูไม่กินหมู กองทัพของเราเป็นกองทัพไทยมุสลิมจึงต้องงดเว้นไม่กินหมูด้วย ดังนั้นเราจึงไม่ล่าหมูป่า แต่จะล่า ลิง ค่าง และชะนี กวางและเก้งแทน ช่วงที่เราย้ายค่ายไปอยู่ที่ใหม่ มักจะล่าสัตว์ได้ง่ายเพราะสัตว์ยังไม่รู้จักหนี แต่พอเราอยู่ไปสักพักสัตว์ก็จะเรียนรู้ ทำให้เราล่าสัตว์ได้ยากขึ้น

     วันที่สหายล่าสัตว์มาได้ ส่วนใหญ่แม่ครัวจะเอามาแกงเผ็ด รสจัดๆ และก็เก็บเนื้อไว้ใส่อาหารมื้ออื่นๆต่อไป แต่เรามักจะล่าไม่ได้มากนัก เพราะเราต้องไปทำงานเขตงาน ทำงานที่ไร่ จึงไม่ค่อยจะมีเวลาไปล่าสัตว์นัก บางช่วงทางพลาฯพอจะมีงบประมาณก็จะสั่งซื้อ ปลาเค็ม หรือ ปลาทูมาจากหมู่บ้าน (ปลาทูจำได้ว่าเคยกินแค่ครั้งเดียว ปลาเค็มตัวแห้งๆ เค็มๆ ได้กินบ่อยเพราะเป็นอาหารประจำของคนมุสลิม )

     แกงกะทินานๆเราจะได้กินสักครั้ง เมื่อมีสหายเป้มะพร้าวขึ้นมาให้ ไก่และไข่ไม่ได้กินเลย ยกเว้นสหายที่อยู่เขตงานจึงจะได้กิน
Posted by add on 29 Jul. 2003,06:10
งานเลี้ยง

     เมื่อวันฉลองมาถึง เช่น วันเสียงปืนแตก 7 สิงหาคม และวันก่อตั้งพรรค 1 ธันวาคม สหายทุกๆคนจะขึ้นมาฉลองกันบนกองทัพ และจะมีการจัดงานเลี้ยงใหญ่โต เขาจะต้อนวัว 1 ตัวขึ้นมาเพื่อเป็นอาหารในงานเลี้ยงนี้ด้วย

     แล้วอาหารในวันงานก็จะหรูหรา สมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง อาหารทุกชนิดเต็มไปด้วยเนื้อ เนื้อ และเนื้อ แทบจะไม่มีผักเลย แกงเผ็ด แกงกะทิ ขนมนมเนย สารพัดสารพัน 

     สหายเราก็ตั้งหน้าตั้งตากินกันอย่างเอร็ดอร่อย เนื่องจากอดอยากมาตลอดจึงกินกันอย่างไม่อั้น แล้วในที่สุดก็จะเกิดสภาพที่กระเพาะของแต่ละคนรับไม่ไหว เพราะกระเพาะเคยแต่ย่อยอาหารประเภทผัก มาเจอเนื้ออย่างเดียวในวันงานฉลอง ร่างกายจึงปรับตัวไม่ได้ สหายส่วนใหญ่จึงมีอาการท้องเสีย วิ่งเข้าห้องน้ำกันจ้าละหวั่น

      แต่ถึงจะรู้ว่า ถ้ากินเนื้อเข้าไปมากๆ แล้วท้องจะเสีย สหายก็ไม่หวั่น เรียกว่า เด็ดเดี่ยว ไม่กลัวความยากลำบาก ไม่กลัวตาย ฮ่า....................เพราะวันฉลองใหญ่มีแค่ปีละสองสามวันเท่านั้น  winkthumb.gif
Posted by KiLiN on 29 Jul. 2003,07:28
เหอๆๆๆ ตกลงฉลองอะไร ฉลองพุงเหรอ เอิ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆ laugh1.gif
Posted by สข1 on 29 Jul. 2003,22:09
ที่คุณแอ๊ด เขาเชือดวัวเชือดควายกันอย่างไรครับ  โหดไหมครับ
Posted by add on 30 Jul. 2003,00:19
เหอๆๆ  ไม่กล้าดูเลยค่ะ  แล้วก็ไม่กล้าถามด้วยว่าเขาทำยังไง  ฮี่ๆๆ คงจะโหดอยู่แล้วแหละ   a3.gif

           ที่คุณ สข1 เขาทำยังไงล่ะคะ  แล้วเวลาจัดงานฉลองทำไงมั่ง  สนุกมั้ย  เล่าให้ฟังหน่อยค่ะ   thumbsup.gif
Posted by Yaya on 30 Jul. 2003,00:39
อาหารงานเลี้ยง...เนื้อ ..เนื้อ..และเนื้อ...ของน้าแอ๊ด น่ามันส์ ดีนะคะ..อืมมม..ล้มวัว..นี่เป็นประเพณีอีกอย่างของชาวอิสานเหมือนกันค่ะ ..เวลามีงานเลี้ยง..หากมีการล้มวัว..แสดงว่างานใหญ่..ตอนนู๋เป็นเด็ก ..เคย..ไปดู (แอบตามไปกะ คุณตา..) เห็นเค๊าแล่เนื้อสดๆ ดิ้นๆ อยู่กินจนติดตาอยู่จนทุกวันนี้ค่ะ..อื๋ยส์ ...เดี๋ยวนี้เวลาทานเนื้อทีไรภาพที่ชาวบ้านกินเนื้อสดๆยังติดตา ค่ะ...
.... อาหารในป่า... ชื่อกระทู้นี้พาให้นึกถึง..คำว่า.."กินข้าวป่า" ..ของคนอิสาน..ด้วยค่ะ..
.... ตอนเป็นเด็กชอบมาก...ถ้าวันไหนที่ พ่อกับแม่พาไป "กินข้าวป่า".. พี่ๆ เพื่อนๆ ...จินตนาการ คำว่า "กินข้าวป่า" ..ยังไงกันบ้างคะ.. แหะแหะไหนๆ ก็เป็นครูขอนำเข้าสู่บทเรียนหน่อยค่ะ...ก่อนที่จะเล่าเรื่อง "กินข้าวป่า.พี่ๆเพื่อนๆ คิดว่า คำนี้ หมายถึงอะไรดีคะ...เดี๋ยวนู๋ไปสอนก่อนแล้วจะกลับมาเล่าต่อค่ะ.. ic-12.gif
Posted by สข1 on 30 Jul. 2003,22:18
น่าจะหฤโหดกว่าการชำแหละกบของผมนะครับ  เพราะ ทปท เขาประหยัดลูกกระสุนปืน  เพราะลูกกระสุนปืนเอาไว้ยิงจักรพรรดินิยม  ไม่ให้เอามาฆ่าวัว  

ส่วนเรื่องงานฉลอง จะเป็นงานวันพรรค วันเสียงปืนแตก  หรือฉลองอื่นๆ ก็จะเป็นวันที่ทุกคนตั้งตารอ เพราะเป็นเพียงโอกาสเดียวที่จะได้กินกันอย่างอิ่มหมีพีมัน  หลังจากที่ต้องกินอย่างกล้ำกลืนมาตลอดปี นอกจากจะได้กินกับข้าวที่มีเนื้ออย่างอุดมสมบูรณ์แล้ว  ยังมีขนมหวานอีกด้วย ตอนขึ้นไปแรกๆ  ขนมหวานวันงานมักจะเป็นถั่วเขียวต้มน้ำตาล  ซึ่งสหายแต่ละคนจะกินกันเป็นกะละมังทีเดียว  ผมก็พึ่งจะได้สำผัสถึงความอยากของร่างกาย  เมื่อต้องขาดแคลนน้ำตาลมาเป็นเวลานานๆ  ว่ามันอยาก  มันกินน้ำตาลได้ในทุกรูปแบบ  และกินได้เป็นกะละมังจริงๆ  ต่อมาทางพาลาได้หัดทำ ซาลาเปา เป็นผลสำเร็จ  หลังจากนั้นวันงานของพวกเราก็จะเปลี่ยนขนมหวานจากถั่วเขียวต้มน้ำตาลเป็น ซาลาเปา ใส้ถั่วเขียวแทน  มีงานวันพรรคปีหนึ่ง น่าจะเป็นปี 2520 พวกเราได้กินหอยแครงลวกด้วย  โดยสหายเขตงานเป้กันขึ้นมาหลายกระสอบ  นอกจากทำกับข้าวจากส่วนกลางแล้ว  ยังให้สหายได้ทำกินกันอย่างเสรีอีกด้วย ผลคือท้องเสียกันเป็นแถว

งานบันเทิงทุกครั้งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการ รำวง ผมอยู่ป่ามา 5 ปียังไม่เคยรำวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว  และเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกวิจารณ์มาตลอด ก็เลยให้คุณแอ๊ดเล่าดีกว่า
Posted by add on 03 Aug. 2003,05:27
คิกๆๆ คุณสข1 ก็คล้ายๆดิฉันแหละค่ะ ไม่ค่อยได้ออกไปรำวงกับเขา แล้วทางเขตสองเขามีเต้นร็องแง็งด้วย ยิ่งเต้นไม่เป็นใหญ่ เลยใช้ข้ออ้างในการจัดการงานด้านการแสดงมาบังหน้าจะได้ไม่ต้องออกไปเต้น เหอๆๆๆ

     เรื่องล้มวัว ได้โทรไปถามพี่ภูแล้ว พี่ภูบอกว่าเนื่องจากที่สงขลาเขต 2 เป็นกองทัพมุสลิม มีเงื่อนไขว่า คนมุสลิมจะกินเนื้อเฉพาะที่คนมุสลิมด้วยกันเองเป็นคนฆ่าเท่านั้น 

     ดังนั้นเวลาจะล้มวัว เปาะจู จะต้องเป็นคนไปสวดส่งวิญญาณวัวให้ขึ้นสวรรค์ก่อน ทำนองนั้น แล้วจึงใช้มีดเชือดคอให้หลอดลมขาด แล้วจึงชำแหละ 

     ส่วนขนมที่นิยมก็ ถั่วเขียวต้ม ฟักทองแกงบวด ข้าวเหนียวเปียก ซึ่งอาจใส่ข้าวโพดหรือมันลงไปด้วย ลูกเดือยก็ได้  จำได้ว่ามีขนมที่หรูหราอยู่ครั้งเดียวที่เคยได้กิน คือ ขนมโค (เป็นขนมที่มีไส้มะพร้าวกวนกับน้ำตาลโตนด แล้วห่อด้วยแป้งข้าวเหนียว แล้วต้มในน้ำกะทิ หวานอร่อยที่สุด)
Posted by add on 08 Aug. 2003,06:34
กะปิที่อร่อยที่สุดในโลก

      เมื่อสหายเขต 1 ถูกล้อมปราบ และเสบียงใกล้จะหมด

      ผมจำได้ถึงรสชาติของความหิวในวันนั้นได้ จำจนถึงวันนี้ ในวันนั้นเราไปถึงจุดพัก คุณโรจน์ กับคุณวิทย์สหายอาวุโสออกค้นหาเสบียงที่เก็บไว้แล้วอาหารที่อร่อยที่สุดของผมก็อยู่ในวันนั้นเอง จำได้ว่า คุณวิทย์ขุดหาใหกะปิตรงโคนต้นไม้ กะปิมีอยู่ 1 ไหผนึกฝาอย่างดี พอเปิดฝา ผมก็ขออนุญาตคุณวิทย์ดมกะปิ  ผมสรุปของผมเองเลยว่า กะปิไหนั้นคือกะปิที่หอมที่สุดในโลก กะปิคลองโคน กะปิระนอง หรือกะปิที่ไหนก็สู้ไม่ได้ 

       ผมขอคุณวิทย์ ขอชิมกะปิสักนิดได้ไหม คุณวิทย์บอกไม่ได้ต้องเอาไปให้โรงครัวก่อน  ผมเลยอดชิมกะปิ  (ขณะเปิดไห มีสหายเราบางคนได้ชิมกะปิที่หอมที่สุดในโลก เนื่องด้วยคุณวิทย์เผลอ ) 
 
       เย็นวันนั้น เราทุกคนได้กินข้าวต้มที่ “อร่อย “ ที่สุด  สหายจำได้ไหมครับ 

       จำได้ไหมครับ

        ส.เชาว์  เขตงานวังพา

        อ่านแล้วรู้สึกตื้นตัน พอจะเข้าใจถึงความหิวและความยากลำบากได้ จึงคัดลอกมาให้อ่านกัน..........

< ยุทธการมุตสนา (ดาวใหญ่1) >
Posted by นักดนตรีพเนจร on 13 Jan. 2005,09:27
toy45.gif แล้วที่เค้าหุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่นี่มันเป็นยังไงอะคะ แล้วมันหุงยังไง จะได้ข้าวสุกเหมือนหุงธรรมดาเป่าคะ
toy19.gif toy44.gif inlove.gif flower.gif
Posted by add on 13 Jan. 2005,23:53
สวัสดีค่ะ นักดนตรีพเนจร

         หุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ก็แบบเดียวกับการทำข้าวหลามแหละค่ะ คือตัดไม้ไผ่มาเอาตรงข้อเป็นก้นกระบอก หยอดข้าวลงไป ใส่น้ำ จะปิดฝาด้วยเปลือกมะพร้าว หรือไม่ปิดก็ต้องตั้งให้ตรงไว้ แล้วเอากระบอกข้าวไปตั้งที่ๆเราก่อกองไฟจนกลายเป็นถ่านแดงๆแล้ว  สักพักข้าวก็จะเดือด กะระยะพอได้ที่ก็พอดีไฟมอด เป็นการดง หรือไม่ถ้าไฟแรงก็ต้องราไฟค่ะ รับรองอร่อยแน่ๆ   hungry.gif
Posted by นักดนตรีพเนจร on 18 Jan. 2005,09:10
สวัสดีค่ะคุณ Add

อ่านดูแล้วน่าสนุดดีค่ะ  ไม่ได้เข้าป่าแต่จะลองหากระบอกไม้ไผ่มาหุงข้าวดู  ได้ผลเป็นยังไงแล้วจะมาบอกนะคะ flower.gif
Posted by นักดนตรีพเนจร on 01 Jun. 2005,00:15
หุงแล้วค่ะแต่ว่ากระบอกมันเล็กไปหน่อย  ได้ข้าวนิดเดียวเอง  แต่ยุ่งดีพิลึกเลย  อิอิ  กลับไปกินข้าวในหม้อเหมือนเดิม flower.gif  toy19.gif  hungry.gif  toy45.gif
Posted by add on 01 Jun. 2005,11:47
เก่งจังค่ะที่อุตส่าห์หุงจนได้  อร่อยตรงที่มันยุ่งยาก กับได้น้อยนี่แหละค่ะ อิอิ  ic-12.gif
Posted by แมมมอธ on 07 May 2006,03:08
สวัสดีครับทุกคน...

แหม เห็นชื่อกระทู้แล้ว มันช่างน่าเท่ง เอ๊ย น่าหม่ำจริงๆ อยากลองชิมสักครั้งจัง... bowsdown.gif
Posted by sab on 03 Nov. 2006,19:51
สวัสดีจ่ะพี่ๆๆๆๆๆๆแอ๊ด......วันนี้น้องขอข้ามถิ่นมาเยือนถิ่น....หวังว่าคงจะไม่ทำให้แสบเป็นไข้หวัดนกน๊ะจ๊ะ.........นกกะปูด.........หวัดดีค่ะ...............
.........น้าแอ๊ดจ๋า....อย่างนี้ถ้าเราใส่กะทิลงไปในกระบอกไม้ไผ่ด้วยมันก็คงจะออกมาเป็นข้าวมันกะทิ.....ทานกับกะปิสดแล้วก็ตลิงปลิงในป่าได้เลยจ่ะ....แต่...กะทิในป่าคงไม่มีงั้นเอาหัวมนมือเสือแทนก็ได้จ่ะหาง่ายในป่า....แต่....เวลาปลอกปลอกลึกๆกันหน่อยน๊ะจ๊ะเพราะหัวมันที่อยู่ในป่ายางเยอะกว่าในแถบบ้านคนมากจ่ะ...พอสุกแล้วเปลี่ยนจากกะปิสดเป็น....ปลาเล็กปลาน้อยในกระป๋องทีกรอบหวานมันยามที่ไม่มีอะไรทานเวลาอยู่ในป่าก็หรอยไปอีกแบบนา........ขอบอก......จ้า......
                                            .....by...sab.....
Posted by วันดี on 04 Nov. 2006,00:42
เหอ  เหอ  ปลากระป๋องก็หรูสิจ๊ะคุณแสบ  ส่วนใหญ่และส่วนทั้งหมดเจอกันแต่วิญญาณปลากระป๋อง  อย่างปลากระป๋องตราสามแม่ครัว ๓ กระป๋อง  ต่อแกงหนึ่งกะทะใบบัวน่ะ  ส่วนอื่น ๆ คือน้ำ  พริก  และเกลือ ราดบนข้าวปนมันสำปะหลัง  กินกันวันละ ๒ มื้อ  อ้วนปี๋ตาม ๆ กัน

กระทู้นี้คุณแสบเอามาปัดฝุ่นซะหน่อยก็ดีนะ  นานแล้วไม่มีใครมาโพสท์  เจ้าของกระทู้เองก็อาจจะลืม ๆ ไปแล้วมั้ง

again.gif
Posted by sab on 05 Nov. 2006,12:47
สวัสดีจ่ะพีวันดี....อะไรจะลำบากได้ขนาดนั้น...แสบจริงว่าแสบไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับกระทู้นี้มากนักแต่ก็อ่านผ่านๆ....ว่าแต่น้องแมมมอธที่โพสืคนสุดท้ายหายไปไหนพี่วันดีเห็นอะป่าวจ๊ะ......... Dancer.gif
                                     by...sab......
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard