Forum: ห้องครัว
Topic: เด็ดดอกไม้ ใบไม้ ในป่า
started by: add

Posted by add on 27 Feb. 2003,02:42
พืชพันธุ์ธรรมชาติ

    ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน เมื่อบ้านของดิฉันยังอยู่ริมหนองน้ำและใกล้ๆป่าเขา มีต้นไม้ พันธุ์ไม้มากมายที่ดูแปลกตา จำชื่อไม่หวาดไม่ไหว มีใบไม้สวยๆ ดอกสวยๆ และลูกไม้สีสวยๆ ทั้งที่กินได้และไม่ได้ ฉันได้รู้จักชื่อพันธุ์ไม้ต่างๆจากชีวิตในวัยเด็กที่ซุกซนนี้เอง และได้เรียนรู้ว่ามีต้นอะไรบ้างที่กินได้ 
    
    มาในปัจจุบัน พันธุ์ไม้ธรรมชาติเริ่มสูญหาย แทนที่ด้วยเรือกสวนไร่นา หมู่บ้าน ถนนหนทาง และความเจริญ การกินอยู่ของผู้คนก็เป็นไปตามการพัฒนาทางอุตสาหกรรม จึงมีการผลิตทีละมากๆเพื่อสนองตอบการบริโภคของผู้คน เช่นการเลี้ยงเป็ดไก่เพื่อขาย การปลูกพืชผักที่ใช้สารเคมี เป็นต้น ชีวิตของผู้คนจึงยิ่งห่างเหินจากธรรมชาติมากขึ้น 

     แต่ก็มีผู้คนส่วนหนึ่งที่เรียกร้องที่จะกลับไปสู่ธรรมชาติแบบเดิมๆที่รุ่นพ่อแม่ ปู่ย่าตายายของเราเคยดำเนินชีวิตมา โดยการพยายามรักษาพันธุ์ไม้ไว้ให้อยู่ต่อไป พยายามจะทำให้ที่ดินบางส่วนกลับไปสู่ความเป็นธรรมชาติที่เคยเป็น พยายามจะให้มีการปลูกพืชตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี จึงมีการเอาพันธุ์ไม้เก่าแก่มาปลูกกันอีก ทั้งที่เป็นไม้ใหญ่ยืนต้นและที่เป็นพืชผักพื้นบ้าน  และผู้คนส่วนนี้ก็พยายามที่จะศึกษาเรียนรู้การกินอยู่อย่างธรรมชาติอย่างที่บรรพบุรุษเคยทำซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ดีเพราะไม่มีสิ่งใดจะอยู่กับเราได้แนบแน่นมากไปกว่าธรรมชาติ และการที่เรากินอยู่กับธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติก็จะส่งผลให้เรามีสุขภาพที่ดีด้วย

    ดิฉันเคยรู้จักพืชพันธุ์ธรรมชาติมาพอสมควร จึงอยากจะรวบรวมไว้เป็นเรื่องราวให้พวกเราได้รู้จัก หากท่านใดมีเรื่องราวของพืชผักพื้นบ้านที่กินได้ก็ขอให้มาร่วมเขียนด้วยกันค่ะ


    

    คูณ

    ข้างทางเดิน จะเห็นต้นที่มีใบใหญ่ๆเหมือนพัด นั่นคือต้นคูณ คูณจะเป็นพืชตระกูลเดียวกับบอน ต้นและใบคล้ายกันมากแต่บอนจะมีสีเข้มกว่า 

    ส่วนที่เราเอามาทำอาหาร คือก้านที่มีลักษณะฟ่ามคล้ายๆสายบัว เอาก้านมาลอกเยื่อออก แล้วเอาไปจิ้มน้ำพริกกินดิบๆก็ได้  หรือจะเอาไปแกงส้มก็ได้ แกงกะทิก็ได้ 


     


     บอน

     บอนชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะเช่นเดียวกับคูณ เราตัดก้านมาลอกเยื่อออกก่อน ตรงนี้คนที่ทำจะคันมากเพราะยางของบอนนั่นเอง ดังนั้นการกินบอนเราจึงเอาไปทำให้สุกก่อนจึงจะกินได้ไม่คัน ที่นิยมกันก็คือ แกงบอน จะแกงส้มหรือแกงกะทิก็ได้ กินคล้ายๆสายบัว แต่จะมีรสชาติกว่า

Posted by add on 27 Feb. 2003,20:53
แต้ว

     ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูร้อน ต้นไม้เริ่มผลัดใบและแตกยอดอ่อน จึงเป็นเวลาที่ชาวบ้านจะเก็บยอดอ่อนของไม้ป่ามากินมาขาย ยอดอ่อนและดอกของ แต้ว หรือที่บางแห่งจะเรียกว่า ติ้ว จะมีให้เห็นมากมายตามข้างทาง ในป่า หรือวางขายอยู่ตามตลาด

     
   
     แต้วเป็นไม้ยืนต้น ตามลำต้นจะมีหนามอยู่โดยรอบ แต่เมื่อต้นแก่แล้วหนามจะทู่ไม่แหลมคมเหมือนต้นอ่อน หลังจากที่ใบร่วงจนหมดต้น หลังช่วงฤดูหนาวแล้วแต้วก็ผลิยอดอ่อนซึ่งบางพันธุ์ก็จะเป็นสีแดง บางพันธุ์ก็เป็นสีเขียว ยอดสีแดงจะมีรสฝาดปน ส่วนยอดอ่อนสีเขียวจะมีรสเปรี้ยวกว่า

     พร้อมกับยอดอ่อนจะมีดอกเล็กๆผลิอยู่เต็มต้น ดอกตูมจะเป็นตุ่มสีแดงเล็กๆ เมื่อบานจะเป็นสีขาว กลีบบอบบาง มีกลิ่นหอมเล็กน้อย เมื่อบานเต็มต้นจะดูสวยงามมาก

     

ส่วนที่นำมาเป็นอาหาร

     ยอดอ่อนและดอกนี้ คือส่วนที่เราเอามากิน ซึ่งจะปรุงเป็นอาหารได้หลายแบบ ได้แก่
   
    <> กินสดๆ เป็นผักจิ้มน้ำพริกกะปี หรือ แนมเป็นผักสดกินกับแกง ขนมจีน ฯลฯ

    <> นำมาแกงส้มกับปลา หรือ หมูสามชั้น ก็ทำเหมือนแกงส้มทั่วไป แต่แทนที่จะใส่มะขามเปียก ก็ใส่ใบแต้วลงไปแทน แกงส้มใบแต้วกับหมูสามชั้น ก็เป็นแกงพิเศษที่ฟังดูแปลกดี เป็นแกงส้มที่มีมันลอยอยู่ด้วย แต่จะไม่เลี่ยนเพราะความเปรี้ยวใบแต้วจะช่วยลดความมันของหมูไป 

    <> เนื่องจากดอกสวยงามน่ารัก และใบแต้วก็มีสีสัน ถ้าเอามาแต่งข้างๆจานอาหารต่างๆจะดูงดงามน่ากินมาก 

     แต่ดอกแต้วและใบแต้วจะบอบบางและช้ำง่าย เมื่อเด็ดต้องทะนุถนอม และต้องรีบนำมากินเลยจึงจะได้กลิ่นหอมยางแต้วและรสชาติที่เปรี้ยวๆฝาดเล็กน้อย ถ้าทิ้งไว้ข้ามวันจะเปลี่ยนสีไปและกินไม่อร่อย


    
Posted by add on 01 Mar. 2003,01:34
ผักหวานป่า

    

     เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่เติบโตไม่เร็วนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งยอดอ่อนของมันกินได้ จึงมีคนเด็ดยอดมันไปกินจนมันไม่ทันจะเติบโตนั่นเอง ต้นผักหวานมักจะเติบโตขึ้นในป่ายาง หรือป่าโปร่งแบบป่าเบญจพรรณ ใบอ่อนจะมีสีเขียวปนเหลืองสวยและเป็นมัน  ช่วงปลายฤดูหนาวต่อกับต้นฤดูร้อน ผักหวานจะผลิยอดมากมาย  ช่วงระหว่างเดือน ธันวา มกรา และกุมภา จึงเป็นช่วงที่มีผักหวานป่าวางขายทั่วไป

     

ส่วนที่นำมาประกอบอาหาร    

     เรากินใบอ่อน ยอดอ่อนของผักหวาน และลูกผักหวาน 

     <> ใบผักหวานกินดิบๆไม่ได้ ต้องนำมาลวกก่อนจึงจะจิ้มน้ำพริกกินได้

     <> เอาแต่ใบอ่อน มาแกงเลียงกินได้ หรือแค่ต้มน้ำปลาก็กินอร่อยแล้ว

     <> เอายอดและใบผักหวานมาต้มแกงจืดหมูบ่ะช่อก็ได้

     <> ผักหวานผัดกินก็ได้

     <> ลูกผักหวานจะใส่ลงในแกงเลียงก็ได้ หรือจะเอามาหมกไฟ หมกขี้เถ้า แล้วเอามากินเล่น จะมีรสชาติกรอบๆมันๆ

     

     หมายเหตุ มียอดอ่อนของพืชบางชนิดเหมือนผักหวาน แต่กินแล้วเมาได้ เขาจึงแนะนำว่า เมื่อปรุงผักหวานเป็นอาหาร ให้ลองเอาช้อนสแตนเลสลองใส่ลงในหม้อที่ต้มผักหวาน ดูว่าช้อนเปลี่ยนเป็นสีดำๆหรือไม่ ถ้าไม่เปลี่ยนสีก็ปลอดภัยกินได้

Posted by add on 10 Mar. 2003,23:59
กระถิน



     “…ว่าสุกลูกงามงอน เงาะป่าพวาเอย
      กระทุ่มกระถินกลิ่นเร้า รื่นข้างทางจร”

       จากเรื่อง “นิราศสุพรรณ” ผู้ประพันธ์ : สุนทรภู่

     
      กระถินเป็นไม้พุ่มที่พบเห็นได้ทั่วๆไปตามข้างทาง ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ทางใต้จะเรียกว่า สะตอเบา เพราะใบละเอียดๆเหมือนต้นสะตอ และอาจเป็นเพราะทั้งยอดและฝักมีกลิ่นเล็กน้อยพอที่จะเป็นน้องๆสะตอได้ 

      เรานิยมเก็บยอดกระถิน ดอกกระถิน ฝักกระถินอ่อนๆ มาจิ้มน้ำพริก แนมเป็นผักกินกับขนมจีนหรือส้มตำ 

      ที่นิยมกันมากก็คือ เอายอดกระถินมาแนมกับ หอยนางรมดิบสดๆจิ้มน้ำพริกเกลือ หรือจะเป็นหอยนางรมลวก หรือทอดไข่ก็แนมด้วยผักกระถินได้ ซึ่งหอยนางรมและยอดกระถินนี้มันจะเข้าเป็นปี่เป็นขลุ่ย เพราะมันจะทำให้เกิดรสหวานชุ่มคอเมื่อกินด้วยกัน เป็นรสชาติที่แปลกมหัศจรรย์มาก

     

     ฝักกระถินแก่ ที่เหลืองๆ ก่อนจะแก่จนเป็นสีดำ ให้เอามาแกะเอาแต่เมล็ดเล็กๆข้างใน มาขยำกินกับน้ำพริก หรือไม่ก็โรยลงในข้าวยำปักษ์ใต้กินกับน้ำบูดู อร่อยดี

    ชาวบ้านนิยมปลูกกระถินเป็นรั้ว เพราะเป็นต้นไม้ที่ปลูกขึ้นง่าย และทนความแห้งแล้งได้ดี ขึ้นง่ายโดยการหว่านเมล็ด นอกจากนี้เมื่อเราเด็ดยอดมากินบ่อยๆ ก็จะทำให้กระถินไม่สูงเกินไปเหมาะที่จะเป็นรั้ว และกระถินก็จะผลิยอดอ่อนให้เราเด็ดไปกินได้ตลอดทั้งปีด้วย

                  
Posted by Yaya on 11 Mar. 2003,04:19
พูดถึงผักแต้ว หรือ ผักติ้ว..ภาคอิสานเรียกผักติ้ว...แล้ว น้าแอ๊ด ต่อด้วย ผักหวานป่า... ย๋าเลย มีเรื่องราว เล่าเกี่ยวกับ ผักติ้ว และผักหวานป่า มาให้ฟังกัน ค่ะ...
... เมื่อ 10 กว่าปี ก่อน ที่เมืองเลยอีกตามเคย... ผักหวานป่า หาทานที่เมืองเลยได้ไม่ยาก... แต่ถ้าเป็นพื้นที่นอาจจะยากหน่อย เพราะเป็นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ..ปลูกไม่ค่อยจะขึ้น (ปลูกยาก) ... และผักติ้ว..จะปลูกง่าย..หาง่ายกว่ากันเยอะ ... ฉนั้นตามท้องตลาด ผักหวานจะมีราคาแพงกว่า หาซื้อได้ยากกว่า ผักติ้ว... พี่ตุ้ม ครูสอนพลศึกษา .. คนเมืองพิจิตร .. มาบรรจุที่เดียวกับย๋า ... ผู้มีนิสัยสนุกสนานและชอบรับประทานอาหารอีสานเป็นชีวิตจิตใจ ... แกชอบ แกงผักหวานใส่ไข่มดแดงใส่เห็ด.. วันนั้นพี่แกไปเดินตลาดเอง.. กลับมาพร้อม เสียง มอร์เตอร์ไซด์ คันเก่าๆ ของแก..พร้อมกับตะโกนบอกน้องๆ ที่บ้านพักครู ว่า .." เฮ๊ยย.. เด็กๆ วันนี้พี่มีผักหวาน..มาให้แกงให้กินหน่อย เว๊ย.." พวกเราโผล่หน้ากันออกมาดู .. เห็นพี่แก..ชูถุงผัก..ที่แกบอกว่าเป็นผักหวานถุงเบ้อเร่อยังไม่พินิจดูว่าเป็นผักอะไร...แต่ถ้าเป็นผักหวานถุงขนาดนั้น คงไม่ต่ำกว่า 100 บาท..ในความคิดของพวกเรา ..ว่าพี่แกคงอยากทานมากถึงได้ซื้อมาซะเยอะ... แล้วแกก็บอกอีกว่า..
" ไหนพวกเธอว่ามันแพงนักแพงหนาหละไอ้ผักหวานที่ว่า น่ะ ชั้นซื้อไอ้ถุงเบ้อเร่อ นี่แค่ 10 บาท เอง" ... พวกเรามองหน้ากัน แล้ว หันมาพินิจ .. ถุงผักหวานของพี่แก..ปรากฏว่าผักหวานที่แกว่า มันคือผักติ้ว นั่นเอง .. ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... เลยบอกพี่แกไปว่า .." พี่ตุ้ม พี่ซื้อผักติ้วได้แพงดี นะปกติถุงเท่านี้ น่ะเขาขายกันไม่เกิน 5 บาท น่ะ พี่ .."
เท่านั้นแหละ .. พี่แกเลยถึงบางอ้อ ว่า ไอ้ผักหวานที่แกเคยทานอร่อยๆ น่ะ มันไม่ใช่ที่แกซื้อมา... ก็แกมาสารภาพภายหลังว่า แกอวดเก่งไม่ถามแม่ค้า..ว่ามันคือผักอะไร.. นึกว่ามันคือผักหวาน ..และเห็นมันถูกเลยรีบซื้อ..ที่ไหนได้ .. ตกลงวันนั้นเราเลยได้ทาน.. น้ำพริกปลาร้า.. จิ้มกับผักติ้ว.. อร่อยไปอีกแบบค่ะ...  blush.gif
Posted by KiLiN on 11 Mar. 2003,08:14
โฮยยยย ชอบหมดเลยที่กินกับกระถิน อร่อยที่ซู้ดดดดก็กินกับหอยนางรมสุราษฎร์ตัวใหญ่ๆๆๆ 

นึกถึงเพลงที่ว่าด้วยกระถิน

รีบตื่นขึ้นมา มองฟ้ามองดิน
เก็บยอดกระถิน หากินผักปลา
ทำไร่ไถนา อยู่ป่าอยู่ดง
อยู่มานมนาน ลูกหลานเต็มนา
......................


ยอดมะพร้าวบ้านเฮายังเขียวดกหนา
ต้มปลาร้าหอมหวลยังชวนให้ชิม
แจ่วปลาป่น รสข้นกับยอดกระถิน
ข้าวใหม่โชยกลิ่น หอมหวลทวนลมหน้าหนาว
....................


แม่น้องนางกลางทุ่ง
ใจเจ้ามุ่งสู่สิ่งไหน
ขาวบรรเจิด
เฉิดละไม โบยบิน
เก็บดอกหญ้าแซมผม
ดอกลั่นทมแซมกลิ่น
โอ้แม่ดอกกระถิน
บัดนี้เจ้าสิ้นจากลา
แม่แสงเดือนนวลผ่อง
แม่น้องนางกลางป่า
......................

Posted by add on 17 Mar. 2003,05:52
จิก

    ต้นจิกหรือมุจลินท์นี้ ตามพระพุทธประวัติกล่าวว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์และ ต้นไทร แห่งละ 7 วัน แล้ว จึงเสด็จไปประทับใต้ต้นจิกอีก 7 วัน ในขณะที่ประทับใต้ต้นจิกนี้ ได้มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน อากาศก็เย็นมาก จึงมีพญานาคชื่อมุจลินท์มาขดเป็นวง 7 รอบ ล้อมพระองค์ พร้อมกับแผ่พังพานปรกพระองค์ไว้ ต่อมาเมื่อมีผู้คิดประดิษฐ์พระพุทธรูปขึ้นภายหลัง จึงได้ประดิษฐ์พระพุทธรูปปางนี้ขึ้น เรียกว่า “ปางนาคปรก” และเรียกต้นจิกไปตามชื่อของพญานาค คือ มุจลินท์


       
       ในวรรณคดี ที่กล่าวถึงจิก  เช่น

    มะลิวัลย์พันจิกจวง  ดอกเป็นพวงร่วงเรณู
    หอมมาน่าเอ็นดู   ชูชื่นจิตคิดวนิดา

    จาก…กาพย์เห่เรือ ตอน…เห่ชมไม้:พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์

    ต้นจิกมีหลายชนิด เช่น จิกนา จิกเจา จิกน้ำ จิกป่า ฯลฯ

    จิกน้ำ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลำต้นจะเป็นปุ่มเป็นปม แผ่กิ่งก้านสาขาปลายกิ่งจะลู่ลง ใบขนาดใหญ่เป็นมันสวย คล้ายใบชมพู่ ดอกห้อยเป็นพวงระย้ายาว แต่ละพวงมีหลายดอก และค่อย ๆ บานทีละดอก แต่ละดอกมีกลีบ ๔ กลีบ สีชมพูอ่อน เกสรตัวผู้เป็นกระจุก เมื่อดอกร่วงแล้วจะมีผล เติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ เหมาะจะปลูกให้ร่มเงาริมน้ำ

    จิกที่อยู่ตามป่าเขาจะมีต้นสูงชะลูดเหมือนต้นวาสนา ใบใหญ่ยาวมาก แต่จะมีดอกใหญ่ห้อยยาวระย้าจนเกือบถึงโคนต้น



   
     ยอดอ่อนและดอกของจิก ใช้กินเป็นผักสด ผักจิ้ม มีรสมันปดฝาด  รับประทานสดหรือลวกจิ้มน้ำพริก เป็นผักแนมกับลาบ ส้มตำ พล่าปลา ขนมจีน เป็นต้น

< http://www.udomsuksa.ac.th/Flower/sld011.htm >
< http://www.forest.go.th/nursery/pud/jig.htm >
www.school.net.th/library/create-web/ 10000/science/10000-5472.html
Posted by add on 01 Apr. 2003,23:10
สะตอ

     

     สะตอ เป็นไม้ป่ายืนต้น สูงใหญ่ประมาณ 30 เมตร ลำต้นตั้งตรง ออกกิ่งก้านอยู่บริเวณส่วนบนของลำต้น ใบเป็นใบละเอียดแผ่ออกเหมือนใบหางนกยูง  ดอกออกเป็นช่อรวมกันเป็นกระจุกคล้ายกระถิน ดอกจะมีก้านยาวมาก ดอกที่ไม่ติดลูกร่วงหล่นมาที่พื้นดิน เด็กๆจะเอาไปเล่นตีกันเรียกกันว่า ติ๊งโหน่ง เพราะที่หัวจะเป็นกลมๆโม่งๆ 

         สะตอจะออกดอกออกฝักช่วงต้นปี  สะตอโดยทั่วไปที่นิยมปลูกในบ้านเรามี 2 ชนิด คือ สะตอดาน ลักษณะฝักแบนตรงไม่บิดเบี้ยว มีกลิ่นฉุนจัด เนื้อเมล็ดแน่น อีกชนิดหนึ่ง คือสะตอข้าว ลักษณะฝักบิดเป็นเกลียว ขนาดของฝักใกล้เคียงกับสะตอดาน แต่กลิ่นไม่ฉุนเท่าสะตอดาน และเนื้อเมล็ดไม่ค่อยแน่น

     สะตอเป็นพืชพื้นเมืองทางภาคใต้และภาคตะวันออก สะตอป่าเป็นอาหารของสัตว์ป่า เช่น ลิง ค่าง ชะนี  ฯลฯ เรานำสะตอมาทำเป็นอาหารได้หลายอย่าง 

     -  นำมาเป็นผักจิ้มน้ำพริก โดยอาจกินดิบๆ หรือนำมาย่างทั้งฝักแล้วแกะแต่เมล็ดจิ้มน้ำพริก 
     -  แกะเอาแต่เมล็ดมาดองเกลือ แล้วกินกับน้ำพริก
     -  แกะแต่เมล็ด ลอกเยื่อออกด้วย แล้วนำมาผัดเผ็ด หรือแกง
     -  แกะเอาเมล็ดที่แก่มากๆ ไปเพาะให้งอก  พอเริ่มมีหน่ออ่อนๆงอก ก็เอามาแกงหรือผัดเผ็ด จะมีรสชาติมันยิ่งขึ้น
        -    ถ้าไม่มีอะไรกินจริงๆ ดอกสะตอที่ร่วงหล่นก็เอามาจิ้มน้ำพริกกินดิบๆได้

     แต่ไม่ว่าจะนำมาปรุงเป็นอาหารอะไรก็ตาม สะตอก็จะไม่ละทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองนั่นคือ มีกลิ่นอันรุนแรง ดังนั้นคนที่รักกันควรจะมีเงื่อนไขเรื่องการกินสะตอตกลงกันไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องทะเลาะกันเพราะกลิ่นสะตอ  icon_rotfl.gif

Posted by KiLiN on 26 Apr. 2003,04:26
ฮ่า.....เช้านี้ได้กินยอดอ่อนของผักหวานป่า ลวกจิ้มน้ำพริก
อร่อย แค่เด็ดยอดแล้วหย่อนลงปากเคี้ยวๆๆ ก็อร่อยแล้ว
มีน้ำพริกเลยยิ่งอร่อย 
แล้วยังสะตอ อีก ทั้งดิบทั้งเผา จิ้มน้ำพริก
พูดแล้วน้ำลายไหล
Posted by add on 08 Jun. 2003,22:53
เหอๆๆ ดีจัง คนกรุงเทพฯได้กินผักหวานป่าด้วย.......


     เมื่อวานเดินไปตลาด เห็นชาวบ้านเอาดอกซ่อนกลิ่นตูมๆมาขาย เลยนึกแปลกใจ ถามเขาว่า นี่จะให้ซื้อไปปักแจกันหรือว่า ให้ซื้อเอาไปกิน

     แม่ค้าตอบว่า "เอาไปผัดกินสิ อร่อยนะ อร่อยมากเลย อร่อยกว่าหน่อไม้ฝรั่งอีก ลองสิ 2 กำ 5 บาทเอง"

     "แล้วกินได้ทั้งหมดหรือ ต้องลอก"

     " ไม่ต้องลอกนะ เอาแต่ดอกและที่อ่อนๆน่ะ"

     ด้วยความอยากรู้เลยซื้อมาลองผัดไฟแรงใส่น้ำมันหอย อืม ก็อร่อยจริงๆอย่างที่แม้ค้าเขาว่า แต่เราคนกินรู้สึกตะขิดตะขวงใจนิดหน่อย เพราะรู้สึกว่ากินอฃดอกไม้สวยๆเข้าไปแล้ว

ดอกซ่อนกลิ่น

นี่คือซ่อนกลิ่น


นี่คือซ่อนชู้



ชื่อสามัญ Tuberose

ชื่อพฤกษศาสตร์ Polianthes tuberosa

วงศ์ AMARYLLIDACEAE

ซ่อนกลิ่นเป็นไม้หัว แตกเป็นกอ ลำต้นสูงประมาณ 2 ฟุตเศษ ใบยาวหุ้มต้น แตกช่อดอกกลางลำต้น ดอกขาวมีหลายกลีบ กลิ่นหอมรุนแรง

เดิมเรียกซ่อนชู้ ภายหลังรัชกาลที่ ๔ โปรดให้เรียกซ่อนกลิ่น ความจริงไม้ชนิดนี้ ท่านแต่ก่อนเรียกต่างกัน มีทั้งซ่อนกลิ่นกับซ่อนชู้ ซ่อนชู้เป็นชนิดดอกซ้อนกัน ส่วนซ่อนกลิ่นเป็นชนิดลา คือ ไม่มีดอกซ้อน

( ลา คือ ชั้นเดียวใช้กับดอกไม้ เช่น มะลิลา )

ธรรมเกียรติ กันอริ. วรรณพฤกษ์พรรณนา : ไม้ในวรรณคดี และพุทธศาสนา.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ธารวิมล, 2540.
Posted by นกกะปูด on 08 Jun. 2003,23:48
อืมม เพิ่งเห็นกระทู้นี้ค่ะ ภาพต้นคูณภาพแรกน้าแอ๊ดถ่ายมาจากสนามกอล์ฟสอยดาวหรือเปล่าค่ะ นู๋ว่าน่าจะใช่นะคะ ที่โน่นต้นคูณเยอะจังค่ะ ทีแรกนู๋คิดว่าต้นบอนซะอีก

ส่วนสะตอ แทบไม่น่าเชื่อว่าเดี๋ยวนี้เขาปลูกที่อีสานกันแล้วค่ะ รู้สึกว่าจะเป็นจังหวัดศรีสะเกษ (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) พี่ชายที่เป็นคนใต้ เขาเพิ่งซื้อมาฝากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ แต่เขาบอกว่ามันเปลี่ยนชื่อเป็น "บักสะตอ" ค่ะ เอิ๊กๆๆๆ
Posted by add on 09 Jun. 2003,00:17
ภาพแรกเหรอ ไม่ได้ถ่ายเองหรอกจ้ะ หามาจาก google น่ะ นกก็รู้จักแยกแยะเก่งนะ รู้จักว่าไหนคูณ ไหนบอน หลายๆๆคนยังแยกไม่ออกเลยจ้ะ

     ต้นคูณกับต้นบอนทางนี้จะมีเยอะจ้ะ คงเป็นเพราะเป็นเขตที่ฝนตกเยอะมั้ง 

     เหอๆๆ สะตออิสาน บักสะตอแล้วมันอร่อยเหมือนสะตอใต้หรือเปล่า  ic-12.gif
Posted by นกกะปูด on 09 Jun. 2003,01:00
อ้อ.. คิดว่าน้าแอ๊ดไปถ่ายที่สนามกอลฟ์ซะอีก นกจำได้ว่ามีอยู่หลุมหนึ่ง หมุดขาวต้องตีข้ามน้ำ 180 หลา มีต้นคูณขึ้นเยอะทีเดียว ทีแรกนกไม่ทราบว่าเป็นคูณหรอกค่ะ แต่แค๊ดดี้เขาบอกว่าไม่ใช่บอน แต่เป็นต้นคูณ ค่ะ ส่วน "บักสะตอ" หน่ะ รสชาดอร่อยเหมือนสะตอทางใต้ค่ะ





ในสนามฯสอยดาว ตามคูเล็กๆ จะมีต้นคูณขึ้นเต็มไปหมดค่ะ
Posted by add on 17 Aug. 2003,11:09
ผักกูด

     

     ผักกูดก็คือ เฟิร์นชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ บริเวณต้นน้ำลำธาร ลำห้วย ริมร่องสวน 

      ผักกูดที่นิยมเก็บมากินกัน จะเป็นผักกูดที่มียอดม้วน  มีทั้งสีออกแดงเรื่อๆ  และสีเขียว  ส่วนใหญ่นิยมกินสีเขียว   มีบางคนเก็บผักกูดชนิดที่ใหญ่มากๆๆมากิน ผักกูดชนิดนี้จะมีขึ้นตามภูเขา เรียกว่าผักกูดช้าง

      ผักกูดจะหากินได้ตลอดทั้งปี มีรสหวาน จืด มีรสของยางฝาดนิดๆ

      ยอดอ่อนและใบอ่อน นำมาลวกทำเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือจะผัด แกงส้ม หรือลวกแล้วเอามายำก็ได้

      เป็นผักที่กินแล้วจะปลอดภัยจากสารพิษ เพราะส่วนใหญ่เก็บมาจากธรรมชาติ
Posted by add on 27 Aug. 2003,05:58
ดอกพยอม

      

      เมื่อก่อนก็ไม่เคยคิดว่าจะกินดอกไม้หอมๆ จะเคยกินก็ ดอกแค ดอกโสน อะไรทำนองนี้ แต่เมื่อ 2 ปีก่อน มีน้องคนหนึ่งเก็บดอกพยอมห่อใบตองมาให้หอบเบ้อเร่อ เขาบอกว่า

       " พี่ๆๆลองเอาไปยำกินดู อร่อยนะ ผมเก็บมาจากต้นในป่ายาง"

       ก็เลยลองเอามายำกินอย่างที่เขาบอก ก็แค่ล้างๆน้ำ แล้วก็เอามาใส่กุ้งแห้งป่น ซอยพริก บีบมะนาว ใส่น้ำปลา ก็กินอร่อยแล้ว มันจะมีความสดและความหอม ทำให้รู้สึกว่าสดชื่น

       ใจร้ายอีกแล้ว.........กินดอกไม้.....


      ต้นพยอม เป็นไม้ยืนต้นโบราณ สูงขนาด 15 – 30 เมตร ทรงพุ่มกลม เปลือกสีเทาเข้ม แตกเป็นร่องตามยาว แตกกิ่งจำนวนมาก เป็นใบเดี่ยวเรียงเรียบสลับ ออกดอกช่อใหญ่สีขาว มีกลิ่นหอม ออกตามกิ่งและที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบโคนเชื่อมติดกัน เมื่อดอกย่อยบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม. ออกดอกพร้อมกันทั้งต้น ในช่วงเดือน ธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์

      แต่บางคนเขาก็แนะว่า ให้เอามาแกงส้ม ก็คงจะอร่อยหรอกค่ะ  icon_rotfl.gif
Posted by แมวเหมียว on 06 Dec. 2003,05:20
flower.gif สวัสดีค่ะพี่แอ๊ด

           blush.gif กระทู้นี้น่าสนใจค่ะ
แมวเหมียวเพิ่งทราบว่าดอกพยอมก็กินได้
แมวเหมียวไม่เคยเห็นต้นพยอมค่ะ
แต่ถ้ามีดอกพยอมคงไม่ยอมเอามากินหรอกค่ะ
เสียดายค่ะ crying1.gif
Posted by วันดี on 05 Oct. 2006,20:44
น้าแอ๊ดยังไม่มา  น้าวันดีมาเห็นก่อน  ก็เลยขอร่วมแซ่บด้วยคน

เพิ่งรู้นะนี่ว่ามะขามป้อมกินได้ทั้งลูกทั้งใบ  ที่บ้านมีอยู่ต้นหนึ่ง  ปลูกมาหลายปีแล้ว  ยังไม่มีลูก  เย็นนี้จะลองรูดมากินกับปลาร้าสับดู  ส่วนใบบัวที่คุณsabพูดถึง  หมายถึงบัวหลวงหรือเปล่าคะ  บ้านน้าวันดีปลูกใส่กระถางอยู่ ๔ กอ  แต่ช่วงนี้ใบเป็นราสีน้ำตาล  คงเอามากินไม่ได้  แต่เมื่อไหร่หายป่วย  จะลองเด็ดยอดอ่อนมาลวกจิ้มน้ำพริกเป็นมื้อเย็น  แล้วจะมารายงานความอร่อย  ขอบคุณเด้อค่ะ

Posted by add on 06 Oct. 2006,07:26
อ้อ ขอบคุณค่ะ  มะขามป้อมที่บ้านสูงเก็บยอดยากซะด้วย   tongue.gif

          เขาเรียกใบเชื้อพลูเหรอคะ  นี่เราเรียกว่าใบชะพลู  ช้าพลู  นี่กำลังจะแกงเผ็ดหมู(สามชั้นหน่อยๆ) วันพรุ่งนี้ทีเดียว  แกงคั่วหอยขมเคยกิน อร่อยดีค่ะ  winkthumb.gif
Posted by วันดี on 06 Oct. 2006,20:51
อ้อ  ใบเชื้อพลู  วันหลังน้าวันดีจะเรียกอย่างนี้บ้าง

คุณsabเก่งนะคะ  เป็นพ่อครัวในร้านอาหารโต้รุ่ง  อย่างนี้ตอนตีสี่ก็เข้ามาโพสท์สบายสิ  เพิ่งจะเลิกงาน  สำหรับน้าวันดีเพิ่งจะตื่น  เมื่อก่อนก็ชอบเข้ามาโพสท์ตอนตีสี่เหมือนกัน  แต่เดี๋ยวนี้  ปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ เข้ามาตอนสายหน่อย

น้าวันดีก็จบป.๖เหมือนกันค่ะ  แต่น้าวันดีมาเรียนเพิ่มเติม  คุณsabก็ต้องคิดอย่างนั้นนะคะ  ใคร ๆ ก็จบป.๖ตามภาคบังคับ  แต่หลังจากนั้นก็มีวิธีอื่น ๆ อีกมากมายที่เราจะได้ความรู้  ไม่จำเป็นว่าเราต้องเข้าไปเรียนในโรงเรียนเสียทุกคนไป  เงื่อนไขของแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่คะ  คุณเองก็มีความรู้เรื่องอาหารค่อนข้างมาก  สามารถแบ่งปันความรู้นี้ให้กับคนอื่นได้แล้ว  กระทั่งนำมาใช้ในการประกอบอาชีพได้  ก็ต้องนับว่าเป็นคนมีการศึกษาคนหนึ่ง  อะไรที่เรายังไม่รู้เราก็เรียนเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ เหมือนกันทุกคนล่ะค่ะ

รายงานว่าเมื่อวานฝนตกหนัก  น้าวันดียังเก็บยอดมะขามป้อมมาชิมไม่ได้ค่ะ  ก็เลยยังไม่รู้ว่าอร่อยมากแค่ไหน

เรื่องยาผีบอกนี่  น้าวันดีไม่กล้าเผยแพร่นะคะ  เพราะเรื่องยาเป็นเรื่องค่อนข้างยาก  ยาบางตัวบางคนกินแล้วหาย  แต่บางคนกินแล้วอาจเป็นอย่างอื่นขึ้นมา  อีกอย่างหนึ่งก็คือ  บางทีเราก็วิเคราะห์ไม่ออกว่าที่เขากำลังป่วยอยู่นั้น  ป่วยด้วยโรคอะไร  อาการป่วยบางทีมันแสดงออกคล้าย ๆ กัน  แต่โรคกลับไม่เหมือนกัน แต่เราไปใช้ยาตัวเดียว  อาจไม่ดีกับผู้ป่วย

ใจต้นตาวน้าวันดีเคยกินค่ะ  และคิดว่าน้าaddก็ต้องเคยกินด้วย  แต่ไม่ได้เอามาปรุงแบบที่คุณsabว่า  เดี๋ยวนี้นึกอยากกินก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน  ในตลาดมีขายหรือคะ

อ่านไม่ออกว่าคุณsabเป็นอี่นางหรืออ้ายบ่าว  เฉลยหน่อยสิคะ

Posted by add on 07 Oct. 2006,08:44
อ้อ  คุณแสบมีความรู้ดีนะคะ  ขอบคุณหลายๆ น้าแอ๊ดก็เพิ่งจะรู้เรื่องใบเชื้อพลูนี่แหละ  นั่นเอง  ให้หลานไปเก็บใชชะพลู  เขาจึงไปเก็บใบพลูมาให้   yes.gif

          พอรู้จักค่ะ ต้นตาวนี่   เอาไส้ในมาทำกับข้าว  อร่อยดี   อ้อ  คุณแสบบอกสูตรแกงเปอะ แกงเปลอะ  หรือว่าแกงเปรอะ (อันไหนถูกล่ะคะ)บ้างสิคะ  อยากทำกินมั่ง อิอิ รบกวนแม่ครัวใหญ่  ถูกมั้ย หรือว่าพ่อครัว  hum.gif
Posted by add on 08 Oct. 2006,10:57
ขอบคุณจ้ะ แหม ทำยากจังน่ะ น้าแอ๊ดคงทำข้าวเบียไม่เป็นหรอก ผักเยอะดีนะแกงเปอะนี่  อร่อยๆ yes.gif

       ทำไมจึงเรียกใบนางลักล่ะจ๊ะ  hum.gif

       คุณน้องคุยสนุก และมีความรู้รอบดีจริงๆ winkthumb.gif
Posted by add on 09 Oct. 2006,07:21
อนุโมทนา น้องแสบผู้ใจบุญจ้ะ วัดมงกุฏแก้ว น้าแอ๊ดไม่เคยได้ยินจ้ะ

       ขนมกงหน้าตาเป็นยังไงน้า hum.gif  แล้วปลารวนหมายความว่าปลาชื่อรวนเหรอ แกงตาลอ่อนใส่ปลาแห้งก็ไม่รู้จักจ้ะ

       มามา..จะเล่าอะไรให้ฟัง..

       วันนี้ เจ๊เอมแม่ครัวที่ร้านเอากับข้าวมาจากบ้าน แล้วชวนให้เพื่อนๆกิน พี่ก็เลยถามว่า เอากับข้าวอะไรมา 

       "ปลาฉลาดผัดกระเพรา" เจ๊เอมว่า
       "หือ.."
       "ปลาฉลาดมันมาตามน้ำที่หน้าบ้าน แม่เอมเลยจับมาผัดกระเพรา"
       "อ้าว..งั้นปลามันก็ไม่ฉลาดแล้วล่ะสิ มันโง่ซะแล้วละที่ให้คนจับมันมากินได้น่ะ" tongue.gif

       อิอิอิ จบ
Posted by วันดี on 09 Oct. 2006,20:12
บ้านน้าวันดีก็แกงตาลอ่อนแบบสิงห์บุรีเหมือนกัน เรียกว่าแก่งเหลี่ยงหลูกโน้ด มิหนำซ้ำยังมีขนมกงไว้กินตอนส่งตายายด้วย คนใต้เอาขนมกงมาสมมุติเป็นเกวียนให้ตายายเอาไว้เดินทางในภพนู้นจ้า

น้าวันดีมักจะหยุดทุกอย่างในวันเสาร์อาทิตย์ ไม่เปิดเน็ต ไม่ทำงาน แต่ชอบไปตลาดตอนเช้า ซื้ออะไรใหม่ ๆ มาใส่ตู้เย็นไว้กินทั้งอาทิตย์ ตอนสาย ๆ ทำอาหารสนุก ๆ กินกัน วันไหนขี้เกียจก็ไม่ทำ นอนผึ่งพุงดูโทรทัศน์มั่ง ลงสวนมั่ง .... แก่แล้วขี้เกียจมากขึ้น

ปีนี้น้าวันดีไม่ค่อยได้ทำบุญวันพระใหญ่เลย  วันส่งตายายก็ไม่ได้ไป  วันออกพรรษาก็ม่าย  วันตักบาตรเทโวก็ปล่าว  ได้แต่อนุโมทนาสาธุกับคนอื่น ๆ

คุณsabโชคดีนะคะได้เจอะเจอคนมีเมตตา ในชีวิตคน ๆ หนึ่ง ได้พบปะกัลยาณมิตรนับว่าเป็นบุญค่ะ ได้มาแล้วก็ส่งต่อไปให้คนอื่น ๆ ด้วยก็จะยิ่งได้กัลยาณมิตรเพิ่มขึ้นไปอีก โลกนี้ก็น่าอยู่สำหรับทุกคน

น้ำท่วมปีนี้สาหัสมากจริง ๆ ช่วยอะไรกันได้ต้องมาช่วยกันล่ะค่ะ

Posted by add on 13 Oct. 2006,08:15
อยู่จ้ะๆ  น้าแอ๊ดก็ไม่ค่อยได้ใส่บาตรเท่าไร  ตอนนี้แมวเหมียวสิจ๊ะ ใส่บาตรทุกวันเลย   น้าแอ๊ดไปทำบุญบ้างตามที่มีโอกาสจ้ะ  รู้สึกดีเวลาที่เรารู้สึกอยากจะไปทำบุญจริงๆน่ะ

          แสบคงจะตกแต่งอาหารได้สวยและเก่งมากเลยนะ  ดอกไม้ถึงโกร๋นเลยน่ะ   laugh1.gif
Posted by แมวเหมียว on 16 Oct. 2006,22:56
อ้างถึง (sab @ 16 ตค. 2006,05:58)
...แหมคูณแมวเหมียวคงจะได้บุญทุกวันแสบว่าหน้าตาคงจาผ่องใสน่าดูเชียวแม่บอกว่าคนที่ทำบุญใส่บาตรบ่อยๆหน้าตาอิ่มเอิบผ่องตลอดเวลาจริงหรือเปล่าจ๊ะคุณแมวเหมียว.... greet.gif


.....by...sab.....

ก็ผ่องใสตามวัยน่ะค่ะนู๋sab xmas.gif

บังเอิญคุณแมวเหมียวตอนนี้อยู่ในวัยตกกระค่ะ ความผ่องใสเลยหลบในอยู่จ้า  laugh1.gif

signwelcome.gif
Posted by add on 17 Oct. 2006,09:17
ความคิดแปลกๆของแสบอาจจะไม่บาป แต่จะทำให้เราได้บุญไม่เต็มที่น่ะสิ  เพราะว่าเราคลางแคลงใจเสียแล้ว  แสบก็ไปทำบุญที่ที่แสบมั่นใจสิจ๊ะ  ที่ที่แสบศรัทธามาก  แล้วจะได้ผลบุญเต็มที่ น้าแอ๊ดคิดว่างั้นนะ  greet.gif
Posted by วันดี on 17 Oct. 2006,20:28
น้าวันดีเป็นสาวโนรา  เย้ดีใจจัง  มีคนมาเรียกว่าสาว  ที่จริงรุ่นแม่ยกโนราจ้า  

น้าแอ้ด  คนบ้านไหนน้า  ที่หมูชะมวงอร่อยที่สุดในประเทศไทยน่ะ

ส่วนคุณแมวเหมียว  พลัดถิ่นจ้ะ  เดาไปเรื่อย ๆ นะ  ไม่มีคำเฉลย

เรื่องทำบุญ  แล้วใจไพล่คิดไปว่า  ใครจะได้ของของเราไปน้อ  ต้องเปลี่ยนความคิดซะแล้ว  ทำบุญคือการให้  ถ้าเราเลือกได้  เราจะเลือกให้คนที่เขาจำเป็นต้องใช้  หรือคนดีที่ควรได้รับ  แต่ถ้าเลือกไม่ได้  ให้ถือเสียว่าเรามีมากพอที่จะแบ่งปันให้ใครก็ได้ที่เขาอยากได้  สบายใจกว่า  

มีป้าของน้าวันดีคนหนึ่ง  ท่านไปวัดทำบุญเป็นประจำ  วันพระทีท่านก็จะแลกแบงก์ยี่สิบติดกระเป๋าไปหลาย ๆ ใบ  ใครมาบอกบุญอะไร  ท่านก็ยกแบงก์ยี่สิบขึ้นจบแล้วให้เขาไป  ทำไป ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเอาไปทำอะไรบ้าง  น้าวันดีเคยถามว่าแล้วป้ารู้ได้ไงว่าเขาจะไม่เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง  เสียศรัทธาหมด  ท่านบอกว่า  เขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา  เรื่องของป้าคือป้าได้ทำบุญ  จบ

wave.gif
Posted by แมวเหมียว on 17 Oct. 2006,22:05
ตอบคำถามคุณน้องแสบ หรือ แซ่บ(น่าจะ..แซ่บ นะคะเพราะชอบทำอาหาร?)

คุณแมวเหมียวบ้านใกล้ผู้อาวุโสหนึ่ง..วัยไล่ตามอาวุโสสอง..

แต่หากนู๋แซ่บจะนับรุ่น ขอหยุดไว้แค่พี่ หมายความว่าเรียกพี่แมวเหมียวได้จ้า  tongue.gif

เรื่องทำบุญ..เมื่อก่อนคิดเหมือนนู๋แซ่บ

เดี๋ยวนี้คิดเหมือนคุณป้าของพี่วันดีค่ะ   bowsdown.gif

flo_1.gif
Posted by วันดี on 18 Oct. 2006,21:07
โอ้โฮ  คุณsab  ซึ้งซะ
winkthumb.gif

แต่  เอ  เมื่อคืนไม่ยักมีจันทรานี่นา  มาเห็นค้างอยู่บนฟ้าตอนรุ่งสาง  ดาวต่างหากที่พริบพรายกระจายแสง  หรือว่ากวีหลับไหลไปเมื่อใกล้รุ่ง
laugh1.gif

ผักตับเต่า  เคยเห็น  ไม่เคยทอดกิน  

ใบทองหลาง  เคยเห็น  เคยกินกับปลาแนม  และไม่เคยทอดเหมือนกัน  

เมื่อวานลูกน้องเอาแกงน้ำเคยจากงานทอดกฐินที่พัทลุง  พร้อมกับผักแซ่  อาหารกลางวันจึงมีสีสันบันเทิงกันมาก
whisper.gif  

เขาเล่าว่าอาหารของชาวบ้านวัดลำสินธุ์  อร่อยมาก ๆ ผักบ้านผักป่าเพียบ  ของใหม่ล่าสุดเพิ่งเคยได้ยิน  ยอดชุมเห็ดลวกจิ้มน้ำพริก  ใครเคยลองหรือยัง  
fone01.gif

Posted by แมวเหมียว on 24 Oct. 2006,04:57


น้องนู๋แสบไม่สบายเหรอคะ..ส่งดอกไม้มาเยี่ยมค่ะ..

ดื่ม toy19.gif  toy19.gif ทาน tosalad.gif และ fruit_02.gif

แล้ว sleeping2.gif sleeping2.gif sleeping2.gif  sleeping2.gif

และขอให้หายเร็วๆนะจ๊ะ.. flo_1.gif

wave.gif
Posted by add on 27 Oct. 2006,09:18
สวัสดีจ้า หนูแสบ น้าแอ๊ดเป็นคนจันทบุรีจ้ะ ภาษาจันท์พูดว่า "ก็คนจันท์ฮิ" laugh1.gif

      ผักตับเต่าน้าแอ๊ดก็ไม่รู้จักเหมือนกัน ใบทองหลางรู้จักก็ว่าไม่อร่อยเหมือนกัน  ยอดชุมเห็ด(เทศ) ก็คือต้นที่มีดอกเป็นช่อสีเหลืองสวยๆ คุณยาย(แม่) ชอบเอาใบชุมเห็ดมาย่างไฟแล้วไปชงเป็นน้ำชาดื่มแก้ท้องผูก แล้ววันก่อนนะ มีคุณป้าคนหนึ่งมาถามหายอดชุมเห็ดนี้ น้าแอ๊ดก็บอกว่าที่สวนมี เขาก็ดีใจบอกว่าเด็ดยอดมาให้ท่านพ่อวัดกลางจิ้มน้ำพริกหน่อย น้าแอ๊ดก็เด็ดยอดและตัดใบฉลาดๆไปให้เขาหอบใหญ่ ก็เผื่อว่าคุณป้าจะทำเป็นใบชาให้ท่านพ่อฉันท์แหละน่ะ ปรากฎว่า วันต่อมาคุณป้ามาบอกว่า เอายอดชุมเห็ดไปลวกให้ท่านพ่อจิ้มน้ำพริกกะปิ ท่านว่าอร่อยมาก แล้วก็ทำให้ท่านต้องเข้าห้องน้ำเสียหลายรอบ  hum.gif ดังนั้นใครที่กินก็ระวังอย่ากินยอดชุมเห็ดมากนะจ๊ะจะจู๊ดๆเพราะเป็นยาระบายจ้ะ

         ตอนนี้ขุมเห็ดเทศที่สวนกำลังออกข่อเล็กๆ แล้วน้าแอ๊ดจะถ่ายรูปมาให้ดูนะ  photographer.gif
Posted by add on 27 Oct. 2006,09:53
อ้าว น้าแอ๊ดลืมเล่าไป  เมื่อวานนี้  ตำน้ำพริกกะปิใส่ส้มมะปิ๊ด  ที่จันท์เขาเรียกแบบนี้น่ะ  แล้วไปเก็บผักที่สวนได้ยอดเสม็ด และ ยอดผักบุ้งเล็กๆ  เก็บกลับมากินที่บ้านในเมือง  ก็อยากจะได้ผักจิ้มอีกสักอย่าง  หันไปหันมาหันไปเห็นดอกดาวเรืองกำลังบานสะพรั่งในกระถาง  ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนเล็กๆ  แม่เคยสอนให้กินดอกดาวเรืองขยำข้าวกับน้ำพริก  จึงเด็ดดอกดาวเรืองมาเป็นผักจิ้มด้วย  อืม...หอมอร่อยดี  กินได้สบายใจ  inlove.gif   แต่น้องๆอย่าไปซื้อดอกดาวเรืองที่ตลาดมากินนะ  เพราะเราไม่รู้เขาฉีดยาอะไรมาบ้าง  สังเกตดูดาวเรืองที่ร้อยพวงมาลัยไม่เหี่ยวไม่หุบเลย   laugh1.gif
Posted by add on 28 Oct. 2006,01:42
อ๊ะๆ มาคุ้งกระเบนก็ใกล้ถิ่นน้าแอ๊ดสิ  มีโครงการหลวงปลูกผักปลอดสารพิษขายด้วย  เข้าไปชมป่าว  ผักอีเลิส  เหอๆ ไม่เคยได้ยินเลย  tongue.gif

          ที่จันท์ปีนี้น้ำท่วม 7 วันจ้ะ   tears1.gif
Posted by รจนา เจนีวา on 28 Oct. 2006,02:33
โอ้โห คุณแสบไวมากเลย ลองทำซุปมะเขือเทศแล้ว ทำแล้วถูกใจก็ดีใจด้วยค่ะ แต่แรก รจนาเห็นสูตรก็ว่ายังงั้น ๆ ที่บ้านมีมะเขือเทศเกือบจะเหี่ยวแล้วด้วยซ้ำ ก็ลองเอามาทำดู ปรากฎว่า กลับออกมาอร่อย คิดว่าเป็นเพราะเราเจียวหอมกระเทียมให้หอมด้วยค่ะ

ดอกกล้วยไม้สีเหลืองของพี่แมวเหมียวสวยจังค่ะ ขอชื่นชมด้วยคน ถึงไม่ป่วยก็ชมได้ นะพี่แมวเหมียวนะ (เอ๊ะ วันนี้ประจบจะเอาอะไรน้า)

ดีใจพิลกริมนำเรื่องเที่ยวกับภาพสวย ๆ มาโชว์ที่ห้องสังคม

แฮ่ม พวกชุมเห็ดเทศอะไรต่ออะไรนี่ไม่ค่อยคุ้นเลย ตอนนี้มาเก่งเอาผักฝรั่งเสียแล้วเรา ผักไทย ๆ ทำท่าจะลืมหมด  ohman.gif ต้องรีบรื้อฟื้น

ขอให้มีความสุขทุกท่านค่ะ
Posted by KiLiN on 30 Oct. 2006,06:42
ใช่....ใบเหลียงผัดไข่  อร่อย  hungry.gif
Posted by add on 30 Oct. 2006,10:13
อ้อ ใบเหลียงยังไม่รู้จักจ้ะ   ผักพื้นบ้านที่จันท์ก็มี  ผักหวานป่า  เสม็ด  แต้ว  จิก  กุ่ม ฯลฯ  ก็คล้ายๆทางใต้  แต่เหลียงไม่มี   wave.gif
Posted by วันดี on 30 Oct. 2006,23:53
ยอดแม้  รู้จักป่าว
rasp.gif

แหมทีเราละเรียกน้า  ทีหลงพี่ละเรียกพี่KiLin  ไม่ยอม  ต้องเรียกน้าเหมือนกันสิ  ใช่ไหมคุณadd  หรือลุงก้าด้าย
tongue.gif

แสบมีความรู้เรื่องอาหารการกินจริง ๆ นี่ก็แอบก๊อปไปไว้ในไฟล์ชื่อ "เคล็ดลับของแสบ" แล้วด้วย  ขอบคุณที่แบ่งปันมาให้ค่ะ
bowsdown.gif  

Posted by KiLiN on 01 Nov. 2006,08:35
อ้างถึง (sab @ 30 ตค. 2006,23:38)
เย้...เย้....เย้......ไชโยโห่ฮิ้ววววววววววววในที่สุดในที่สุดโนราก็สลัดปีกลงมาหาเราแย้ว....เย้......เย้......ทุกคนให้อภัยแล้วจ้า.............
สวัสดีค่ะน้าเอ้ยพี่วันคีจ๋า......อย่าโกรธนาน้องพูดเล่นจ่ะเห็นเงียบๆไปเลยกระตุกปมด้อยของหญิงสาวนิดหน่อยจ้า...........
...................................................................................
...................................................................................
...................................................................................
ก่อนจบ!.....คนเรายิ่งอายุมากเขาว่ายิ่งขี้น้อยใจจริงไหมจ๊ะพี่วันดีจ๋า.....
...................................................................................
........................................ thankssign.gif .......................
..................................................................................
                   .....by...sab.....

55555......เปลี่ยนเส้นกระตุกเหรอ laugh1.gif
Posted by วันดี on 01 Nov. 2006,20:51
กำลังจะถามอยู่พอดีว่า  สำนักพิมพ์แจ่มใสเขาออกนิตยสารด้วยหรือเปล่า  เพราะถ้าคุณแสบเขียนเป็นตอน ๆ ลงนิตยสารก่อน  จะได้เช็คเรตติ้งว่ามีคนชื่นชอบกี่มากน้อย  ถ้ามีคนชอบมากค่อยมารวมเล่มทีหลัง  ก็จะดังไปเลย  (แถมได้เงินสองต่อ)  แต่ถ้ากะให้สำนักพิมพ์รับมาพิมพ์เป็นเล่มตั้งตะแรกทีเดียว  บางทีก็ช้ามาก  มันเกี่ยวข้องกับการตลาดมั้ง  ธุรกิจจ้า  ธุรกิจล้วน ๆ
whisper.gif

คุณแสบลองเขียนส่งไปที่นิตยสารที่เกี่ยวกับอาหารสักสองสามแห่งดูสิคะ  อาจมีบรรณาธิการบางเล่มชอบ  และถ้าไม่มีใครรับพิมพ์ให้ก็อย่าเพิ่งใจเสีย  ส่งแล้วส่งอีกอยู่นั่นแหละ  มีอะไรใหม่ก็ส่งไปอีกเรื่อย ๆ วันนึงบก.อาจปิ๊งลงให้สักครั้ง  ทีนี้ครั้งที่สองที่ห้าก็ตามมา จะได้เป็นนักเขียนเรื่องอาหารตัวจริง  เผลอ ๆ ได้ออกทีวีรายการครัวคุณแสบ  อุ๊ย  ดังไม่รู้เรื่อง
tv_happy123.gif

ลุ้นเต็มตัวค่ะ  ความรู้ของคุณแสบน่าเผยแพร่ออกไปกว้าง ๆ
whisper.gif

ที่เห็นว่าเงียบน่ะ  ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกจ้า  แต่มันเหนื่อย  ก็เลยแอบงีบนานไปหน่อย  ตอนนี้ก็ยังงัวเงียอยู่
sofaroll.gif

เอ  ใครหาว่าเราเปลี่ยนเส้นกระตุกนะ  แว่บ ๆ ว่าเป็นพระเอกอยู่แถว ๆ ลันดั้น  จะอวยพรให้อกหักอีกรอบดีไหมนี่  วิปาณาเค้าไม่ชอบตัวเองหรอก  เค้าชอบคนแพรวพราวอย่างจามรจ้ะ  ขอบอก
greet.gif

ไม่น้อยใจ  ไม่ใจน้อยค่ะ  หลายใจ  และใจใหญ่  รวมทั้งมือเติบเป็นครั้งคราวด้วยอีกตังหาก  ไม่ต้องห่วง

Dancer.gif
Posted by add on 02 Nov. 2006,10:57


     นี่ไงจ๊ะ แสบ ยอดเสม็ด ใบอ่อนจะฝาดแต่มีกลิ่นหอม ใบที่ฉลาดๆ(อิอิ ไม่โง่) จะมันอร่อย ไม่ฝาดเลย จิ้มน้ำพริกกะปิจ้า... hungry.gif

     ตอนนี้พวกเราเป็นพี่กันหมดแย้ว  laugh1.gif
Posted by วันดี on 02 Nov. 2006,23:49
เอ๊  ยอดเสม็ดนี่  บ้านพี่เรียกเหม็ดชุนหรือเปล่าไม่รู้นะ  แต่พี่ก็ชอบมาก  กินกับขนมจีนน้ำยาเข้ากันดี

วันก่อนพี่พูดถึงยอดแม้  แล้วลืมไปเลย  จะมาบอกว่าคือยอดมะระขี้นกค่ะ  พี่ชอบเอามาลวกกะทิกินกับน้ำพริกมะนาว  ขมนิด ๆ หวานกะทิหน่อย ๆ เปรี้ยวมะนาวปะแล่ม ๆ พูดแล้วน้ำลายสอค่ะ  ทางจันท์กินกันหรือเปล่าคะ

Posted by add on 05 Nov. 2006,10:54
ยอดมะระที่จันท์ก็นิยมกินกันค่ะพี่วันดี  มักจะลวกจิ้มน้ำพริก  แต่ที่บ้านจะชอบเอาลูกมะระใดๆก็ได้ (ทั้งมะระจีน มะระไทย)มาแกงเลียงใส่ส้มระกำ  หรือ มะขามเปียกก็ใช้ได้ค่ะ

             งั้นน้องแสบรู้แล้วนะว่าใบเสม็ดคือใบอะไร  วันนี้เอาชุมเห็ดมาให้ดูนะ  ทั้งดอกทั้งใบ

             

             
Posted by add on 11 Nov. 2006,09:50
อ้ะๆ มาแล้วจ้ะ ช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวบ้างเล็กน้อย คุณยายก็มักจะไอเจ็บคอ และมีเสลด คุณยายก็หายาจากธรรมชาติ ตอนแรกก็ว่าให้เคี้ยวใบเสลดพังพอน ต่อมาก็ยังไม่หายอีก คุณยายก็ไปขุดเอาหัวอุตพิษมา ล้างให้สะอาด แล้วคว้านให้หัวเป็นโพรง แล้วเอากะปิยัดไส้ไว้ เอาหัวอุตพิษนี้ไปเผาไฟจนเกรียม แล้วเอามาบดในครกบดยา หรือคนโบราณบอกว่าให้บดในฝาละมี พอบดละเอียดแล้วบีบมะนาวใส่ เอามากวาดคอจะหายไอได้จ้ะ

      คงจะอร่อยนะ เปรี้ยวๆเค็มๆ อิอิ tongue.gif

      วันนี้เอายาไปกินกันก่อนนะ  laugh1.gif

Posted by add on 24 Nov. 2006,08:41
น้องแสบหายดีหรือยัง เมื่อบ่ายน้าแอ๊ดไปเดินตลาดสด มีแม่ค้าเอาดอกมะรุมมาขาย (เขาบอกว่าคุณยายอายุ 80 เก็บมาให้น่ะ) น้าแอ๊ดก็ซื้อมาให้แม่ครัวคนเก่งยำให้กิน ยำผสมกับถั่วพูจ้ะ ใส่หอมกระเทียมเผา พริกคั่ว กุ้งแห้ง กุ้งสด ผักชีฝรั่ง อร่อยดีจ้ะ

      นี่รอให้ถึงหน้าดอกพยอม ดอกพยอมสดๆยำหอมมากเลย winkthumb.gif
Posted by วันดี on 24 Nov. 2006,21:03
คงคล้าย ๆ กับคนลาวสั่งเสียกันด้วยดอกดวงจำปานะแสบนะ "เห็นดอกจำปาแล้วคิดถึงบ้าน คิดถึงหัวใจของคนที่รัก" โรแมนติคจัง
kissing.gif 

น้าวันดีก็เคยผิงไฟเปลือกต้นพยอมค่ะ ในหน้าหนาวครั้งหนึ่งเมื่อประมาณสามสิบปีที่แล้ว แถวอีสานบ้านเฮา ยังชมความช่างสรรหาของคนอีสานไม่หาย มาวันนี้ชักลืม ๆ ซะแล้วว่า กลิ่นมันเป็นยังไง
ask.gif

ที่บ้านมีมะรุมอยู่ต้นหนึ่ง เคยแต่เอายอดมันมาลวกจิ้มน้ำพริก บางทีเห็นเด็ก ๆ เอามาต้มกับมาม่า ยังไม่เคยลอง เดี๋ยววันนี้ต้องไปดูสักหน่อยว่า ออกดอกหรือเปล่า จะลองเอามายำอย่างคุณaddดู ไม่รู้ว่าถ้าใส่มะพร้าวคั่วเข้าไปหน่อย มะเขืออีกนิดจะเป็นอย่างไรนะ
tosalad.gif

Posted by add on 24 Nov. 2006,22:42
ใส่มะพร้าวคั่วในยำคงจะหอมอร่อยมากเลยพี่วันดี เมื่อวานเย็นเผลอกินยำเข้าไปเยอะ แล้วยังกินสะเดาลวกอีก แล้วก็ซดผักหวานต้มน้ำปลา พอตกดึกเอ..ท้องไส้ปั่นป่วน จู๊ดๆไป 4-5 รอบ แต่ก็ไม่มีอาการอะไรอื่น ก็เลยคิดว่าผักช่วยระบายนั่นเอง 

      น้องแสบนี่ความรู้ดีมากเลย ที่คุณแม่เล่าก็น่ารักหลาย จดเอาไว้นะ ดีจังเลย  winkthumb.gif

      อ้ะน้าแอ๊ดเอาผักหวานต้มน้ำปลามาฝาก

     

      ผักที่ต้มกับน้ำปลาแล้วอร่อยก็มีผักหวานป่า และเห็ดโคนจ้ะ winkthumb.gif
Posted by คนพื้นบ้าน on 11 Apr. 2007,07:39
สวัสดีครับ ทุกๆ คน
ชอบกระทู้นี้มากเลยครับ วันนี้ เพิ่งกินผักหวานบ้านมาครับ เอาใบและยอดมา
ใส่แกงค้างเมื่อวาน ก็อร่อยครับ ไม่ต้องปรุงอะไรมากมาย
กินใบยอไปสามใบด้วย เอามาหั่นๆ กินกะแกงหอยที่สมุย อร่อยออก

ตอนนี้ มาทำงานที่สมุยครับ อยู่หาดเฉวง ใครสนใจมาเที่ยวบ้างครับ
Posted by add on 11 Apr. 2007,09:21
สวัสดีค่ะ  กินผักบ้านๆอร่อยมีรสชาติดีนะคะ  เที่ยวเผื่อด้วยค่ะ   wave.gif

         ช่วงหน้าแล้งนี้จะมียอดผักป่าออกเยอะเลย  ใบแต้ว เสม็ด  ฯลฯ  ส่วนผักหวานป่าเริ่มจะหมดแล้ว   Minigz5304.gif
Posted by papaya on 13 Aug. 2007,22:57
ตอนนี้กำลังสนใจถึงขั้น "อิน" กับเรื่องของ หมุย ที่ใช้เป็นผักเหนาะค่ะ รสชาติ เผ็ดนิดๆ หอมๆ แล้วก็ไปสับสน หอมแขก ซึ่งใส่ในแกงปลาเหมือนกัน แต่เคี้ยวกินบ่ได้

ตามหนังสือ สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พูดถึงหมุยไว้สองเล่มค่ะ ในปีที่พิมพ์ต่างกัน แต่ข้อมูลไม่ยักกะเหมือนกันแฮะ  ohman.gif เล่มปี 2529 บอกว่ามี หมุยหอม หมุยขน และหมุยช้าง ต่างกันอย่างไรหนอ

เอาไว้มีโอกาสจะไปเก็บมาลองกินทุกๆ ชนิด ค่ะ

อ้อ เล่าเพิ่มเติม หน้าร้อนที่ผ่านมา ไปเยือนภูจอง ที่อุบลฯ ได้กิน ลาบหมากจองด้วยค่ะ ลูกเดียวกับสำรองที่เรามีขายเป็นน้ำสำรองกันทั่วไปนี่หละค่ะ แต่อันนี้ทำเป็นอาหารคาว แหะๆ ไม่อร่อยอย่างที่เดาไว้เลยค่ะ มันหยึ๋ยๆ แล้วก็เป็นของคาว แปลกๆ ค่ะ

Posted by add on 14 Sep. 2007,21:29
สวัสดีค่ะ คุณ papaya เรื่องหมุยนี่ไม่รู้จักค่ะ ต้องถามพี่วันดี  แต่วันก่อนมีโอกาสได้กินใบเหลียงแล้ว  มีคนเอามาให้ก็เลยลองผัดกินดู  รสชาติมันๆแปลกดีเหมือนกัน

        ลาบหมากจอง  แล้วมันใช่ลูกเดียวกับสำรองหรือเปล่าคะ?

      เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  มีแม่(ของคนอื่น)ทำแกงก้านอุตพิษมาให้กิน   ลองอ่านและดูรูป< อุตพิษ >

      เป็นแกงกะทิที่ใส่สับปะรดสับลงไปด้วย  รสชาติหวานเปรี้ยวมันอร่อยดีแท้  กินแล้วก็ยังชมไปว่า คุณยายทำอร่อยจัง  คุณยายเลยทำท่าจะทำมาให้กินอีก   EM146.gif

       วิธีทำก็แสนจะยุ่งยาก  ตัดเอาก้านใบอุตพิษมาตากแดดให้เหี่ยว  1 วัน  แล้วเอาไปขยำกับเกลือ  แล้วก็เอามาหั่นๆแกงได้  แกงแบบแกงคั่วสับปะรด ใส่กุ้งสดจ้ะ

         วันหลังคุณยายแกงมาให้อีก จะไม่ลืมถ่ายรูปมาให้ชมจ้ะ  laugh1.gif

Posted by add on 18 Sep. 2007,22:30
เมื่อวานนี้คุณยายทำแกงอุตพิษมาให้กินอีกจ้ะ  หน้าตาเป็นแบบนี้  ที่เห็นเป็นท่อนสั้นๆนั่นแหละคือก้านของอุตพิษจ้ะ




นี่คือต้นอุตพิษ  ตัดเอาก้านใบไปแกงจ้ะ


Posted by pilgrim on 19 Sep. 2007,21:53
เอ พี่แอ๊ดคะ แล้วที่ว่ากลิ่นอุตพิษมันร้ายกาจนัก

กลิ่นมันมาจากตรงไหนคะ พี่แอ๊ด ask.gif

Posted by add on 19 Sep. 2007,23:04
มาจากดอกของมันจ้ะ  ดอกจะมีสีแดงเข้ม  มีกลิ่นเหม็นเหมือนอึ  อิอิ  EM111.gif
Posted by KiLiN on 20 Sep. 2007,19:04
โห....ลายเซ็นต์คุณพิลเก๋ไก๋น่าดู   boogie.gif

ทักมันไปคนละเรื่อง (ไม่อยากเหม็นอึ whisper.gif )

Posted by pilgrim on 20 Sep. 2007,23:12
แหะๆๆ อุตส่าห์บอกว่ากลิ่นร้ายกาจ แต่ไม่บอกว่ากลิ่นเหมือนอะไรแล้วนะ

ฮิๆๆ พี่แอ๊ด กับคุณคิลินยังเอามาตอกย้ำอ้ะจ้ะ ohman.gif

ลายเซ็นนี้ท่านได้       แต่ใดมา
มาจากมะลาวหนา       ท่านให้
ทำชอบสิ่งใดนา          วานบอก
เราจบการศึกษาไซร้    ท่านให้ รางวัล


ฮิๆๆๆ ขอยกกลอนของกวีศรีปราชญ์มาดัดแปลงตอบนะคะ

ต้องขอบคุณน้องมะลาวหวานอีกครั้ง ที่ให้ทั้งหมวกและช่อดอกไม้กับพี่พิล เป็นลายเซ็นที่ถูกใจมั่กๆค่ะ
ถือเป็นของขวัญที่น่ารักจากน้องนะจ๊ะ

EM144.gif

สวัสดีจ้า พี่วันดี พี่แมวเหมียว พี่ปาเก้ น้องมะลาว ลุงช้าง พี่แอ๊ด น้องแก้ว คุณคิลิน และทุกๆท่านนะคะ

EM140.gif
เมื่อวันก่อนไปเรร่อนอยู่แถวคลองหลวง รังสิต เห็นดอกโสนกลางทุ่ง ริมบึงมากมาย

วันนี้ มีตลาดนัดที่ทำงาน แม่ค้าขายผัก เอาดอกโสนมาขายด้วยค่ะ แถมยังมีขนมดอกโสนที่ย่าเคยทำให้หลานๆกินตอนเด็กๆด้วย

เห็นแล้วซึมเลย คิดถึงวันคืนเก่าๆและขนมดอกโสนของย่า

เลยซื้อมากิน ตอนแรกว่าจะถ่ายรูปมาให้ดูด้วยค่ะ

แต่ความตะกละมันมีมากกว่า เลยรีบกินซะหมดก่อนจะได้ถ่าย ฮี่ๆๆๆๆ

ใครเคยกินขนมดอกโสนบ้างคะ  ยกมือขึ้น fone01.gif

Posted by add on 21 Sep. 2007,10:27
ฮ่าๆ   laugh1.gif  smSL13.gif

QUOTE
แต่ความตะกละมันมีมากกว่า เลยรีบกินซะหมดก่อนจะได้ถ่ายฮี่ๆๆๆๆ


       มันก็ต้องกินก่อนถ่ายแน่อยู่แล้วน้องเอ๋ย   hehe.gif

Posted by KiLiN on 21 Sep. 2007,11:29
กินก่อนถ่าย  นั่นคุณแอ๊ด smSL11.gif

  อย่างพิลถ่ายก่อนกิน (จะได้กินได้เยอะ อิอิ hehe.gif ) ถูกมั้ย...เหอๆ laugh1.gif  เอ้....ยังไง biggrin.gif

หรือ บางคน อาจกินแล้ว ไม่ถ่าย หวง..ตุนไว้  (ไม่ใช่ผมนะ รีบออกตัว whisper.gif )

พูดไปพูดมา  อยู่แถวนี้ ไม่ไปไหน  อึทั้งนั้น ฮ่า greet.gif

Posted by pilgrim on 25 Sep. 2007,21:03
ทำไมรู้ล่ะคะ ว่าพิลถ่ายก่อนกิน ฮิๆๆๆ

เอ คนกินแล้วไม่ถ่าย ตุน หวงไว้นี่ พี่แมวเหมียวอ๊ะเปล่า ฮ่าๆๆๆๆๆ whisper.gif  EM145.gif

เอ...นี่เราเป็นบ่างมาตั้งแต่เมื่อไหร่นิ ask.gif

Posted by KiLiN on 26 Sep. 2007,20:37

(pilgrim @ 25 Sep. 2007,21:03)
QUOTE
เอ คนกินแล้วไม่ถ่าย ตุน หวงไว้นี่ พี่แมวเหมียวอ๊ะเปล่า ฮ่าๆๆๆๆๆ whisper.gif  EM145.gif

แม่นเลย.... boogie.gif

อ้ะๆ....ผมไม่ได้พูด  แค่เชียร์ มีคนพูดมาก่อน ผมแค่หนับหนุน   biggrin.gif

Posted by pilgrim on 27 Sep. 2007,20:09
ยัง...ยังเหนียวอยู่เลยค่ะ คุณคิลิน

พี่เขายังไม่ยอมออกมา อิๆๆๆๆๆ laugh1.gif

Posted by แมวเหมียว on 29 Sep. 2007,09:37
biggrin.gif ออกมาแล้วค่ะ ออกมาทั้งคนและ..เลย    hehe.gif

กระทู้นี้คุยเรื่องอะไรกันคะ   smSL07.gif


คนไทยเรานี่ก็แปลกนะคะพี่แอ๊ด ของกินมีเยอะแยะทำไมต้องทำพิสดารไปกินอุตพิษที่มันมีพิษและเหม็นด้วย อิ อิ

ไม่ได้ว่าคุณยายนะคะ แต่ว่าไม่เข้าใจจริงๆค่ะ ask.gif


ขนมดอกโสนพี่เคยซื้อมาลองกินค่ะคุณพิล

แต่รู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าที่จินตนาการไว้ค่ะ biggrin.gif

EM145.gif

Posted by papaya on 23 Dec. 2007,16:01
เพิ่งเคยได้ยินและเห็นหน้าตาแกงอุตพิตเนี่ยแหละค่ะ จะว่าอุตริกินก็ไม่ใช่นะคะ น่าจะเป็นการเพิ่มคุณค่าของเจ้าอุตพิตมากกว่า ฟังแต่ชื่อใครๆ ก็ดูจะรังเกียจกลิ่นที่เราคิดว่าเหม็น แต่แมลงชอบนะเออ ดอกถึงผลิตกลิ่นนี้ออกมา แมลงมันอาจจะว่าหอมชื่นใจก็ได้ ตกลงหอมหรือเหม็นกันแน่
ก้านมันคงจะคล้ายๆ พวก ออดิบ ที่ใช้ทำแกงเหลืองนะคะ แล้วแกงอุตพิตนี้ ดูเหมือนมีกะทิ มีรสชาติเป็นอย่างไรคะ เปรี้ยวหรือเปล่า ถ้าไม่เปรี้ยว แล้วผลึกสารที่อยู่ในก้านใบมันจะละลายออกไปได้ยังไงหนอ (ถ้ากินสดปากคงบวม) ยังสงสัยอยู่หรือในขั้นตอนการทิ้งให้เหี่ยวแล้วล้างน้ำเกลือ ก็อาจเป็นได้นะคะ หรือยังไง น่าคิด น่าคิด

Posted by add on 23 Dec. 2007,18:15
สวัสดีค่ะ คุณ papaya แมวเหมียว พิล คุณคิลิน และทุกๆท่าน

           ก็จะเรียกว่าอุตริก็คงไม่ใช่หรอกค่ะ  แต่สังเกตดูจากพืชพันธุ์ธรรมชาติที่ขึ้นเองตามฤดูกาลนั้น  บางช่วงบางวัน  ถ้าเราอาศัยเก็บของบเนของป่ามากิน  ก็แทบจะหาอะไรมาทำกับข้าวไม่ได้เลย   บางวันไปสวนอยากจะหาอะไรมาทำกับข้าวก็หาไม่ได้สักอย่าง  ทำให้คิดถึงชาวบ้านสมัยก่อนว่าคงจะต้องทดลองกินอะไรต่อมิอะไรมากมาย   นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเราต้องกินของเหม็นๆคันๆ  อย่างอุตพิษ  มือบอน  และบุกอะไรประเภทนั้น  ซึ่งในวิทยาการยุคหลังๆก็อาจเห็นประโยชน์จากพิชพันธุ์เหล่านี้  เช่น บุก เอามาทำอาหารลดน้ำหนัก เป็นต้น

           รสชาติของอุตพิษ  ก็ไม่มีรสชาติอะไร  แกงนี้จะมีรสหวานมันกะทิ เปรี้ยวสับปะรด  แล้วก็รู้ว่าเคี้ยวเจ้าผักอุตพิษนั่น  ก็คงคล้ายๆคูณ บอนอะไร  แต่มันก้านเล็ก  ไม่ได้ดูดน้ำมากเหมือนผักพวกนั้นค่ะ

Posted by แมวเหมียว on 24 Dec. 2007,05:37
สวัสดีค่ะพี่แอ๊ด คุณpapaya

ฟังเหตุผลของพี่แอ๊ดก็เข้าใจค่ะ  EM145.gif


พวกต้นอุตพิษ ต้นบุก ต้นบอน แม่เคยสอนว่ามีพิษอย่าไปยุ่งกับมัน

แมวเหมียวจึงรู้สึกว่าการกินอาหารพวกนี้เป็นเรื่องแปลกพิสดาร ไม่ได้ว่าอุตริ

แต่คนคิดค้นสูตรอาหารได้ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และกล้าเสี่ยงนะคะ

EM144.gif

Posted by add on 24 Dec. 2007,20:49
วันนี้ไปตลาด เห็นแม่ค้าคนหนึ่งเอามือบอนที่ลอกเสร็จแล้วมาขาย  ด้วยความอยากจะระลึกถึงอดีต   นึกถึงรสชาติของอาหารที่เคยกินตอนเป็นเด็ก  ก็เลยซื้อเอามาแกงเลียง   แต่ต้องทำเป็นแกงเลียงชนิดที่ใส่ส้มเปรี้ยวลงไป  ถ้ามีระกำเปรี้ยวก็ใส่  ถ้าไม่มีก็ใส่มะขามแทน

             มือบอนเป็นเถาเลื้อยไปงอกใหม่ของต้นบอนมักจะขึ้นในที่ชื้นแฉะ  มันคันตั้งแต่ไปเอามันมา    พอเอามาลอกก็คันอีก   คนนิยมเอามาแกงส้ม  แกงเลียง  ลวกจิ้มน้ำพริกเกลือ  หรือน้ำพริกกะปิ  แม่ค้าเขาคงรู้ว่าคนกินขี้เกียจทำ จึงลอกมาให้เสร็จ  

             ช่วงนี้นอกจากจะเป็นช่วงดอกสะเดาผลิแล้ว  ก็ยังเป็นช่วงที่มีดอกพยอมอีกด้วย  ดอกพยอม เอามายำ  กินกับน้ำพริก  หรือ แกงส้มได้

             ตกลงค่ำนี้ได้กินแกงเลียงมือบอน  ผักหวานต้มน้ำปลา  กับ น้ำพริกกะปิ  จิ้มสะเดา  ดอกพยอม ใบเสม็ด  ใบจิกน้ำ  ใบมะม่วงหิมพานต์  มะเขือเปาะ  ใบบัวบก  

             **มือบอนห้ามกินกับต่อกับกับข้าวที่มีน้ำมัน  เพราะจะคันในคอ  ให้กินอะไรๆคั่นก่อนทุกครั้งที่กินของมัน

Posted by วันดี on 25 Dec. 2007,07:15
ถูกใจค่ะ  พี่ก็เพิ่งกินมือบอน (บ้านพี่เรียก "แกว่งบอน")กับน้ำพริกระกำเหมือนกัน

เมื่อวันอาทิตย์ไปเดินตลาดกันตะเช้ามึด  ได้ดอกสะเดามา ๒ กำ ๓๐ บาท หยวกกล้วย ๕ บาท หนางหมู ๒๐ บาท หัวปลาดุกโลละ ๑๐ บาท ๓ โล  เห็ดโคน ๒ ขีด ๕๐ บาท สาหร่าย ๑ ถุง ๕ บาท ผักกูด ๒ กำ ๑๐ บาท มันเทศ ๒ ถุง ๒๐ บาท กล้วยนมสาว ๑ หวี ๑๐ บาท  ลูกเนียงอ่อน ๕ ลูก ๑๐ บาท เห็ดแครง ๑ ขีด ๑๐ บาท แมงดา ๒ ตัว ๑๒ บาทฯลฯ ส่วนแกว่งบอนนั้นเพื่อนมาจากนครศรีฯเอามาฝากถุงใหญ่

EM131.gif

ไม่ยักกะมีรูปตำน้ำพริกแฮะ

EM121.gif  

เย็นนั้นเลยได้กิน  น้ำพริกระกำกับสาหร่าย แกว่งบอน และลูกเนียงอ่อน ต้มหนางหมูกับหยวกกล้วย  และแกงหัวปลาดุกใส่ใบมะกรูดเยอะ ๆ  แนมกับยอดมันปู  ยอดหมรุย  ดอกอัญชัน  ยอดมะม่วงหิมพานต์  จากหลังบ้าน ใช้ได้ค่ะ

ระกำที่บ้านออกให้กินเป็นครั้งแรกค่ะ  ทั้งตำน้ำพริก  แกงเลียง  แกงส้มมาแล้ว  แต่ยังไม่หมด  ปล่อยให้ติดทะลายเอาไว้อย่างนั้นไปก่อน  ยังไม่รู้จะทำอะไรต่อดี

พี่อยากจะบอกว่า  อาหารพื้นบ้านพวกนี้หากินยากขึ้นทุกทีแล้วนะคะ  จะได้กินสักทีก็แสนแพง  พี่ว่าคนรู้จักเก็บและรู้จักกินมีน้อยจนจะหาไม่ได้แล้วค่ะคุณadd

Posted by add on 14 Aug. 2009,11:29
หนางหมู  มันคือตรงส่วนไหนคะพี่วันดี   แหะๆ ถามข้าม 2 ปีแล้ว  boogie.gif

         ถึงผ่านไปหลายปี  ก็ยังกินกับข้าวคล้ายๆเดิมค่ะ  ช่วงนี้ก็หน้าเห็ดโคนอีกแล้ว   ความสามารถในการเก็บเห็ดหมดไป  ได้แต่เก็บมาจากตลาด  เมื่อวานนี้กิโลละ 300 บาท เลยซื้อมา 100 บาท  เอามาต้มกับน้ำปลาได้ 1 ชามใหญ่ค่ะ

           

       

        กระโดดจากกระทู้ในครัวมาตรงนี้บ้างค่ะ  ขอให้คุณคิลินสุขภาพดีขึ้น  และให้พวกเราทุกคนรักษาสุขภาพเช่นกัน  แฟนหนังเกาหลีก็อย่าหักโหมนัก  ดูแต่พอควร อย่าติดลมนะจ๊ะ ปาเก้ ...

Posted by pilgrim on 15 Aug. 2009,08:30
อยากกินเห็ดโคนมั่งจ้ะ พี่แอ๊ด

ตอนนี้ พิลก็พยายามซื้อเห็ดสามอย่างมาต้ม(ยำ) กินอยู่เรื่อยๆค่ะ

ขอให้คุณคิลินสุขภาพดีวันดีคืนเช่นกันนะคะ  จะได้มีกำลังแรงในการสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่การฟื้นฟูจิตใจมนุษย์ต่อไปค่ะ EM145.gif

Posted by แมวเหมียว on 15 Aug. 2009,19:21
ตามคุณพิลมากินเห็นโคนต้มน้ำปลาด้วยคน

น่าอร่อยจังเลยค่ะพี่แอ๊ด เห็นแล้วน้ำลายสอเลยค่ะ biggrin.gif

EM145.gif

Posted by วันดี on 18 Aug. 2009,15:24
หนางนั้นหมายถึงการเอาเนื้อสัตว์ใหญ่ประเภทควาย หรือหมูมาดองเปรี้ยวน่ะ  ไม่ใช่อวัยวะเฉพาะของหมู  ส่วนจะดองอย่างไรนั้น  ไม่รู้ค่ะ  

รู้แต่ว่าในสมัยก่อน  ตามชนบทนั้นไม่ค่อยกินอาหารเนื้อสัตว์ใหญ่กันนัก  จะกินกันทีก็รวมหลาย ๆ บ้านแล้วล้มหมูหรือล้มควายแล้วแจกจ่ายกัน  เจ้าของหมูหรือควายมักจะได้อวัยวะภายใน หนัง กระดูก และหัว  เขาก็จะเอามาทำหนางใส่ไหแมงภู่เก็บไว้กินได้เป็นปี ๆ  

อีกทีนึงก็คือพวกลักควายค่ะ  ลักควายเขามาแล้วก็จะต้องรีบทำลายหลักฐาน  คือล้มควายนั้นในทันทีแล้วรีบเอาเนื้อมาหนางเอาไว้  แล้วไปฝังไว้ตามกอไผ่  เจ้าของตามมาถึงก็ไม่มีหลักฐานแล้ว

ถ้าจะรอไปหาข้อมูลมาตอบก็กลัวว่าจะกินเวลาอีกสองปี  จึงตอบไว้ก่อน  ถ้ารู้แล้วว่าเขาทำอย่างไรจะเอามาเล่าอีกที

หนางหมูหรือหนางหนังควาย  เอามาต้มใส่กะทิ ตะไคร้ หัวหอม ข่า พริกสด  รสจัดมากค่ะ  ต้องกินกับผักรสฝาดถึงจะอร่อย

เห็นเห็ดโคนต้มน้ำปลาแล้วน้ำลายสอเลยค่ะ

Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard