Forum: ห้องสุขภาพ
Topic: แผ่นดินนี้อันเป็นที่รัก
started by: pilgrim

Posted by pilgrim on 26 Feb. 2008,22:51
คงต้องขออนุญาตคุณคิลิน ท่านเว็บมาสเตอร์เปิดกระทู้ใหม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอีกสักกระทู้หนึ่ง เพราะกระทู้ มาชวนไปเที่ยวจ้ะ ชักจะเขียนไม่ทันกับอัตราการเดินทางเสียแล้ว

อีกประการหนึ่ง กระทู้นี้คงจะเป็นการท่องเที่ยวในเมืองไทย แผ่นดินอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคนในบ้านหลังนี้ด้วยค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามไกด์สาวๆ แก่ๆ คนนี้ไปเที่ยวอย่างไม่ทอดทิ้งกัน

Posted by pilgrim on 26 Feb. 2008,23:22
สวนสนประดิพัทธ์และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน....

ความงามของทะเลไทยในวันฟ้าใสๆ และความละมุนละไมของพระราชวังเก่า








สุดสัปดาห์หนึ่ง ได้มีโอกาสไปเที่ยวสวนสนประดิพัทธิ์และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

คณะของฉันจองบ้านพักไว้ที่สวนสนประดิพัทธ์ ซึ่งเป็นสถานตากอากาศอยู่ในความดูแลของศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ก่อนถึงที่พัก เราแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านสังเวียน ซึ่งขายอาหารประเภทซีฟู้ดริมชายหาด หลังรีสอร์ตหรูสปริงฟิลด์ อาหารรสชาติอร่อย อาหารทะเลสดใหม่ และราคาไม่แพง

ใช้เวลารับประทานอาหารนานไปหน่อย แถมด้วยแวะซื้อของกินอร่อยๆ ตามร้าน ที่ขึ้นชื่อ ตามรายทาง พวกเราจึงเข้าที่พักเสียบ่ายคล้อย


สวนสนประดิพัทธ์ อยู่ห่างจากหัวหินประมาณ 8 กิโลเมตร แยกซ้ายตรง กม.ที่ ๒๔๐ เข้าไป ๕๐๐ เมตร

สวนนี้มีชื่อเต็มว่า "สถานที่ พักฟื้นและพักผ่อนสวนประดิพัทธ์" บริเวณที่พักจะแบ่งออกเป็นสองโซน คือ โซนบ้านพักริมทะเล (บังกะโลว์ เรือนแถว) และ โซนโรงแรมริมทะเล
สำหรับการจองที่พัก ถ้ารับราชการทหารได้ส่วนลด 30 เปอร์เซ็นต์ และถ้ารับราชการอื่นๆ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ เบอร์โทรศัพท์ที่รับติดต่อการจองที่พัก คือ   (032) 511239-40, 032-536-581-3


พอแดดร่ม แต่ลมยังแรง พวกเราก็ออกไปเล่นน้ำทะเลกัน  จนเย็นย่ำ จึงไปรับประทานอาหารเย็นที่หัวหิน ที่ร้านหัวหิน (โกทิ) บริเวณตลาดโต้รุ่ง เป็นร้านเก่าแก่ของหัวหินที่มีชื่อมานาน


รับประทานอาหารเสร็จ พวกเราไปเดินเล่นกันที่ตลาดโต้รุ่งเพื่อชมบรรยากาศ โอ้โฮ..นักท่องเที่ยวฝาหรั่งเพียบ เดินๆ อยู่ ทำให้ฉันรู้สึกว่า เอ...นี่มันเมืองไทยหรือเปล่าหว่า ทำไมฝรั่งมาตกคลั่กกันอยู่แถวนี้ มากมายไปหมด


ร้านโรตีในตลาด

ฝรั่งกับชายทะเล และอากาศร้อนๆ ดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน ชะรอยบ้านเมืองเขาคงจะหนาวขนาด จนต้องเดินทางมาเสาะหาลมร้อน

แล้วเราก็กลับไปนอนพักกันอย่างสบายอารมณ์ หลังจากนั่งคุยกันสักพักหนึ่ง
ฉันได้ห้องพักเป็นห้องเตียงเดี่ยว แต่ต้องนอนจับคู่กับน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่ฉันเตรียมผ้านวมผ้าห่มไปพร้อม เผื่อที่นอนไม่พอ จึงขออาสานอนข้างล่าง

แต่เมื่อเข้าห้องนอน น้องคนนั้นก็ลงไปนอนอยู่กับพื้นแล้ว ฉันเรียกให้เธอขึ้นมานอนบนเตียงแล้วฉันจะนอนข้างล่างเอง เธอก็ไม่ยอม

ฉันก็เลยนอนบนเตียงแบบสบายๆ จนกระทั่ง ดึกสงัด น้องคนนั้นก็ลุกขึ้นมาเปิดไฟสว่างโร่ ฉันก็สะดุ้งตื่นเพราะแสงไฟ แล้วคิดว่าเธอคงจะไปเข้าห้องน้ำ แต่นอนอยู่ครู่หนึ่ง ไฟก็ไม่ดับเสียที เลยลุกขึ้นมาดูก็เห็นน้องคนนั้นก็ยังนอนอยู่ เลยถามว่าลุกขึ้นมาเปิดไฟทำไม

เธอบอกว่าเธอนอนไม่หลับ ฉันจึงบอกให้เธอขึ้นมานอนข้างบน แล้วฉันจะลงไปนอนกับพื้นเอง เธอก็ไม่ยอมอีก แต่ในที่สุดก็บอกว่า ขอขึ้นมานอนบนเตียงด้วยคนได้ไหม

ถึงแม้จะเป็นเตียงเดี่ยว แต่ก็กว้างขนาดคนตัวเล็กๆ สองคนนอนได้ แต่ที่ไม่เรียกเธอแต่แรก เพราะกลัวเธอจะรำคาญเสียงฉันนอนกรน

พอเธอขึ้นมานอนบนเตียงได้สักพัก ฉันก็ชวนเธอคุย เพราะเห็นเธอบอกว่าไม่ง่วง แต่แป๊บเดียวเท่านั้น เธอก็เงียบเสียงไป

พอตื่นเช้าขึ้นมา เธอมาสารภาพว่า เธอไม่กล้านอนบนเตียงคนเดียว เพราะกล้ว เนื่องจากเตียงหันเข้าหาประตู
และพอไปนอนข้างล่างก็ไม่หลับ เพราะกลัวเหมือนกัน

น้องบอกว่า ทุกวันนี้ เธออยู่บ้านคนเดียว เพราะคุณพ่อ คุณแม่เสียหมดแล้ว ปกติ เธออยู่บ้านกับคุณแม่แค่สองคน แต่คุณแม่ก็เสียไปเมื่อสองปีก่อน เธอคงเป็นเด็กค่อนข้างขี้กลัว เลยไม่ยอมขึ้นไปนอนในห้องนอนชั้นบน  แต่ปูที่นอนนอนในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง แล้วเปิดไฟในครัวให้สว่างเรืองๆ ไว้

ฟังน้องเล่าแล้วก็น่าสงสาร...เพื่อนบางคนก็สงสัยว่า ทำไมน้องเขาขี้กลัวจังเลย แม่ของตัวเอง บ้านของตัวเองแท้ๆ ทำไมต้องกลัว..ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

เช้าตรู่ ฉันตื่นขึ้นมาเดินเล่นชายหาด และดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า สังเกตดูมีพระสงฆ์ออกมาเดินบิณฑบาตด้วย






ขณะเดียวกันก็มีชายหนุ่มสองคนออกมายืนตกปลาอยู่ริมตลิ่ง ได้ปลาเล็กปลาน้อย ตัวกระจ้อยกระจิด กินก็คงไม่อิ่ม คงตกเอาสนุกเสียมากกว่า แต่ฉันก็สงสารปลา...






หลังรับประทานอาหารเช้า เราเดินทางต่อไปยังพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในเขตชะอำ จังหวัดเพชรบุรี



พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน  แปลให้เข้าใจได้ว่า พระราชวังสวนกวาง



เป็นพระราชวังสร้างในสมัยร.6 เมื่อปี พ.ศ. 2466 ซึ่งพระองค์ทรงร่างแผนผังหรือแบบแปลนด้วยพระองค์เอง และมีนายช่างอิตาลี เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างจนสำเร็จ

มีลักษณะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม







พระตำหนักต่างๆ แยกกระจายกันอยู่เป็นหลังๆ มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด โดยมีระเบียงและบันไดเป็นสัดส่วนแต่ละหลัง   และมีทางเดินแบบระเบียง มีลูกกรงและหลังคาคลุมเชื่อมติดต่อถึงกันตลอด



พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ได้ชื่อว่าเป็น "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” เพราะเป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักด์ศจี พระมเหสี ยามทรงพระครรภ์ และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.6  ทรงพระประสงค์อย่างยิ่งที่จะได้พระโอรส แต่พระมเหสีก็ไม่สามารถทรงมีพระประสูติกาลได้  






พระราชนิเวศน์  ประกอบด้วยพระที่นั่งใหญ่ 3 องค์   มีนาม ดังนี้

1.พระที่นั่งสมุทพิมาน เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  เป็นอาคารหลังใหญ่สุด ประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ ห้องทรงพระอักษร  ห้องสรง (บริเวณดังกล่าวมานี้ ห้ามถ่ายรูป) และห้องเสวย เป็นระเบียงโล่งๆ ไม่มีฝา มีแต่เพียงลูกกรงกั้นรอบๆ มีโต๊ะเสวยพระกระยาหาร เครื่องเรือนสไตล์ชิพเพนเดล ตั้งแสดงอยู่ (ถ่ายรูปได้)



2.พระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา และมีเรือนเล็กๆ เป็นที่อยู่ของข้าราชการฝ่ายใน





3.พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ ลักษณะเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเปิดโล่ง ร. 6 ทรงใช้เป็นโรงละครและงานสโมสรในโอกาสต่างๆ ชั้นบนเป็นระเบียงสูง เป็นที่ประทับสำหรับ ร.6 เพื่อทรงทอดพระเนตรละครหรือการแสดง


พระราชนิเวศน์มฤคทายวันก่อสร้างเสร็จ ใน พ.ศ.2466 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน พ.ศ. 2467

เราเดินชมพระราชวังกันอย่างเพลิดเพลินและปลาบปลื้มกับความงามอันทรงคุณค่าอมตะนิรันดร์กาล

แดดยามบ่ายเริงแรงอาบไล้พระราชวัง และชายหาดทรายสีขาวสะอาด ต้นลั่นทมและต้นไม้เก่าแก่ อย่างต้นไทร ต้นก้ามปู หยัดยืนต้นท่ามกลางเปลวแดด
ชวนให้ผู้ไปเยือนเฝ้าใฝ่ถึงคะนึงหาคืนวันเก่าๆ อันสวยงาม

ฉันโบกมือลา สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ด้วยความประทับใจ และเป็นสุขทุกครั้งที่ได้มาเยือน
ด้วยความรู้สึกแห่งรักและหวนหาคืนวันเก่าๆ ที่กลับมาเปี่ยมล้นในหัวใจ

ข้อมูลการเดินทาง

การเดินทางไปสวนสนและพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โดยทางรถยนต์สะดวกที่สุด เพราะจะแวะไหน แวะได้ตามสบาย

แต่ถ้าไม่มีรถยนต์ สามารถนั่งรถประจำทางไปได้  มีรถโดยสารจากหัวหินไปยังสวนสนทุก 20 นาที โดยเข้าที่ทางแยกจากถนนเพชรเกษม กิโลเมตร 240 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร  

หรือจะไปทางรถไฟก็ได้ มีสถานีรถไฟสวนสนประดิพัทธ์  จอดในบริเวณสวนสนด้วย แต่ต้องเช็คตารางการเดินรถอีกที

ส่วนพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ถ้าไม่มีรถไปคงลำบากหน่อยค่ะ ต้องไปลงที่ชะอำ แล้วเหมารถต่อเข้าไป เลยแยกชะอำไป อยู่ตรงกองบังคับการฝึกพิเศษกองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน หรือ" ค่ายพระรามหก "

Posted by pakae on 27 Feb. 2008,11:47
ยินดีต้อนรับไกด์สาว(เหลือน้อย)จ้ะ อิอิ flo_1.gif
Posted by add on 27 Feb. 2008,22:44
โหย วันก่อนลืมขอดูลายมือไกด์สาว  สงสัยเส้นลายมือใกล้ๆข้อมือจะมือเส้นตีนกาเยอะแหงเลย  เลยเดินทางไม่ได้หยุด  หรือไม่ก็ฝ่าเท้ามีไฝเม็ดเบ้อเร่อ  เลยชีพจรลงเท้า อิอิ  laugh1.gif

           พยับเอยพยับหมอกดอกหม่น  คงตามคนชื่อเจ้าสายไปหลายแห่ง  

              อิอิ  จำเขามาอ้ะ  เห็นดอกไม้สีสวยน่ะ   flo_1.gif

Posted by pilgrim on 27 Feb. 2008,23:04
สวัสดีค่ะ พี่ปาเก้ ไกด์สาวเหลือน้อยอย่างว่า อิๆๆๆ

พี่แอ๊ดจ๋า ลองดูมือตัวเองแล้ว ที่ใกล้ๆข้อมือ มีเส้นเยอะแยะอย่างที่พี่แอ๊ดว่าซะด้วย
สงสัยชีพจรพิลจะลงเท้าอยู่เรื่อยๆ นะจ๊ะ

แต่ไม่มีไฝที่เท้าจ้ะ เพราะเจ้าไฝมันดันไปอยู่บนหน้า ฮ่าๆๆๆๆ.....

Posted by วันดี on 28 Feb. 2008,09:29
อ้าว  จบแล้วเหรอ  กำลังเพลิน ๆ

เอาอีก....


EM111.gif

Posted by pilgrim on 24 Apr. 2008,23:54
บันทึกวันสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ของพวกเรามาพร้อมกับสายลมร้อนระอุ เพราะมันตรงกับวันที่ 13 เมษายน ซึ่งถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทย

บ้านพวกเราอยู่ริมคลอง อีกด้านของคลองจะเป็นถนนเส้นหลักของเมือง ดังนั้น เมื่อถึงสงกรานต์ในแต่ละปี จะมีแผงขายของ มาตั้งร้านขายสินค้ากันเรียงรายไปตามฝั่งคลอง ขายให้กับคนที่มาเล่นน้ำ



แต่ก่อนสงกรานต์ที่บ้านของพวกเรา จะไม่ได้เล่นกันทั้งเมืองอย่างทุกวันนี้ แต่จะไปเล่นกันตามชุมชนใหญ่ๆ เช่น วัดประจำเมือง ศาลากลาง หรือ ตลาดใหญ่

แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อถึงวันสงกรานต์ของแต่ละปี จะมีรถปิ๊กอัพหรือรถกระบะ บรรทุกเด็กหนุ่ม เด็กสาว ขับตระเวนไปตามถนนรอบเกาะเมือง แล้วสาดน้ำเข้าใส่กันกับรถคันอื่นอย่างสนุกสนาน หรือบางทีก็สาดน้ำเข้าใส่คนที่อยู่ข้างทาง

ฉันคิดว่า วัฒนธรรมเล่นสงกรานต์แบบนี้ คงจะได้รับมาจากเชียงใหม่ เพราะทางเชียงใหม่ เขาจะใช้รถตระเวนไปแบบนี้ พร้อมกับถังน้ำบนรถเหมือนกัน



ร้อนนัก มาเล่นน้ำคลองกันซะเลย เอ๋...พ่อหนุ่มคนนั้นแกกำลังจะแก้กางเกงนี่นา



ตามข้างทาง สองข้างถนนก็จะเต็มไปด้วยแผงขายของ   ฉันเคยได้สำรวจร้านขายของพวกนี้ ที่มีขายมากที่สุด คงจะได้แก่ แป้งดินสอพองและน้ำอบ รองลงมา ก็คืออาหารจานด่วน ประเภทอาหารกล่อง เช่น ข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกระเพรา และอาหารกินเล่น เช่น ลูกชิ้นปิ้ง  น้ำแข็งไส ไอศกรีม  น้ำดื่ม น้ำอัดลม   และที่ขาดไม่ได้ คือ เครื่องปั๊มน้ำ ที่มาตั้งสูบน้ำจากในคลองขึ้นมาขายคนเล่นสงกรานต์ที่สาดน้ำกันจนหมด ต้องจอดรถซื้อน้ำข้างทาง ที่พ่อค้า แม่ค้าสูบขึ้นมาขายในราคาถังละ 10 บาท

ขอบอกว่า เป็นน้ำคลองล้วน แต่คลองบ้านฉัน น้ำยังใสและสะอาด เพราะเป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำ  น้ำจึงระบายตลอดเวลา  นอกจากนั้น ยังมีแผงขายปืนฉีดน้ำ กระป๋องใบเล็กสำหรับหนุ่มๆ ใช้ละลายดินสอพอง เอาไปประแก้มสาว แล้วก็ยังมีร้านขายน้ำแข็งก้อนๆ แบบโบราณ คือน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ เอาไว้แช่น้ำ แล้วมารดสาดคนให้เย็นจั๊กกะจี้ไปถึงใจ

หลานชายสองคน 13 ขวบ กับ 10 ขวบ ชักชวนกันออกไปเล่นสงกรานต์ที่หน้าบ้าน โดยเดินข้ามสะพานที่ข้ามคลอง ออกไปเล่นที่ฝั่งถนน

โชคดีของหลานๆ ที่มีคนรู้จักกันมาตั้งปั๊มสูบน้ำเพื่อขายน้ำทุกปี ดังนั้น ในแต่ละปี เด็กๆ จึงเสียเงินซื้อแต่แป้งดินสอพองและกระป๋อง ส่วนน้ำได้ฟรี แล้วก็อาศัยเล่นแถวเตนท์ขายน้ำเสียเลย

หลานชายคนโต คือ น้องกอเริ่มเป็นหนุ่ม จึงกระดี้กระด้าที่จะเล่นสงกรานต์มาก ท่าจะชอบไปประแป้งที่แก้มสาวๆ ที่วันนี้ ถือเป็นวันเปิดฟรีให้จับแก้มได้ตามสบาย

ส่วนหลานชายคนเล็ก น้องกาย ยังเป็นเด็ก ใจยังไม่เป็นหนุ่ม แกก็จะได้แต่เอาปืนฉีดน้ำไปไล่ยิงเขาอย่างมันๆ

สังเกตดูพฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ของแต่ละหมู่ละเหล่าแล้วก็ขำๆ
ทำให้ฉันคิดสรรเสริญบรรพบุรุษที่คิดค้นและสืบทอดประเพณีสงกรานต์เสียจริง

คนที่นำประเพณีสงกรานต์มาดัดแปลงให้เป็นเวอร์ชันที่ทันสมัย ก็น่าแปลกใจ จนได้แต่ถามตัวเองว่า “คิดได้ไง”
จากการรดน้ำดำหัวแบบสุภาพเรียบร้อย ค่อยๆ รด ค่อยๆ ริน ที่มือหรือที่หัวไหล่ให้เย็นพอประมาณ แล้วอาจจะมีการรำวงกันในงานฉลองพอหอมปากหอมคอ
ตอนนี้ โลกมันคงร้อนขึ้นมาก
คนจึงสาดน้ำใส่กันเปรี้ยงๆ จนแทบจะเขวี้ยงขันตาม
เท่านั้นยังไม่หนำใจ รถหลายคัน หรือแผงร้านค้าหลายร้าน ก็เปิดเพลงแดนซ์กระจาย พวกหนุ่มๆ สาวๆ ที่ออกมาเล่นน้ำ ก็แดนซ์หรือดิ้นกันระเบิดระเบ้อ
ที่หน้าบ้านพวกเรา ก็มีหนุ่มๆ สาวๆ เต้นกันสนั่น
ฉันดูแล้วก็ขำ อิทธิพลโคโยตี้ท่าจะแรงเหลือเกิน หนุ่มสาวหลายคนจึงวาดลวดลายเต้นแบบรูดเสา หรือที่ข่าวทีวี เรียก เต้นท่ายั่วยวน (แต่จะกวนอะไรของใครนั้น ก็แล้วแต่จะคิด)
ฉันเห็นสาวบางคนใส่เสื้อยกทรงตัวเดียวกับกางเกงขาสั้น เต้นสะบัดอยู่ข้างทาง แต่หลานชายดูแล้ว บอกว่า ไม่ใช่หญิงแท้หรอกป้า
เสียงร้องกรี๊ดๆ หวีดว้ายกระตู้วู้ดังอย่างสม่ำเสมออยู่บนท้องถนน
สาดน้ำกันมากๆ ถนนก็ลื่นๆ พวกที่บิดมอเตอร์ไซค์มาเร็วๆ แรงๆ  เพราะอยากเรียกร้องความสนใจ จึงลงไปนอนแอ้งแม้ง วัดพื้นบนท้องถนน กันเป็นเรื่องปกติทุกวัน ทุกปี
โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก นอกจากขวัญหาย ตกใจหายวูบ มิฉะนั้นแล้ว ยอดคนเจ็บ คนตาย คงพุ่งกระฉูด กันมากกว่านี้
เรื่องกินเหล้า กินเบียร์ สาเหตุหลักของการเจ็บ การตายนั้นไม่ต้องพูดถึง ดูเหมือนจะเป็นของคู่กันกับการเล่นน้ำ

แต่จะว่าไปก็เท่านั้น ฉันก็เห็นว่าพวกเขาก็สนุกสนานกันดี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ฉายแววเปี่ยมความสุข น่าจะกินทั้งเหล้า เมาทั้งยา เพราะเด็กสาวบางคน ตาเยิ้ม เลื่อนลอย ลงมาเต้นขวางรถ อย่างไม่กลัวจะถูกชน

สงกรานต์แถวบ้านฉันเลยเล่นกันถึงสามวัน คือ 13, 14, 15 ส่วนวันที่ 16 คงเก็บสแปร์เอาไว้เดินทางกลับบ้านกัน
วันที่ 14 เราเลี่ยงพวกเล่นสงกรานต์ ขับรถไปสุพรรณบุรี ไปหาน้องสาวที่นั่น ค้างกันหนึ่งคืนในบ้านกลางทุ่ง ริมหนองน้ำ อากาศเย็นสบาย โปร่งโล่งกว่าในเมืองเยอะเลย
เลยมีรูปพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าทุ่งนาเมืองบรรหารบุรี เอ๊ย สุพรรณบุรีไว้เป็นที่ระลึก



สงกรานต์ปีนี้ก็ผ่านไปอีกปี แบบเงียบๆในบ้านเรา แต่อึกทึกวุ่นวายกันอยู่ข้างนอกบนท้องถนน

Posted by pakae on 28 Apr. 2008,22:01
ขยันเที่ยวจริงๆนะเนี่ย    ถึงขนาดต้องเปิดกระทู้ใหม่เพื่อการท่องเที่ยว    แต่ว่าเพื่อแผ่นดินอันเป็นที่รักเช่นนี้น่ายินดีจ้ะ winkthumb.gif

        พี่เลิกเที่ยวในช่วงสงกรานต์เพราะเบื่อที่แต่ละคนเปลี่ยนแปลงการเล่นสงกรานต์ไปอย่างบ้าคลั่ง     เห็นสาวแท้บ้างเทียมบ้างนุ่งกางเกงขาสั้นจู๋    ใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือเสื้อชั้นในแล้วออกไปเต้นกันกลางถนน   ohman.gif    แล้วอนาถใจและดูเป็นการทำลายประเพณีสงกรานต์อันดีของไทยเราไป    

         ความจริงเขาน่าจะทำให้ถนนข้าวสารข้าวเหนียวทั้งหลายนั้น     ให้ทุกคนที่เข้าไปเล่นต้องใส่เสื้อลายดอกแบบของไทยๆ      ดูแล้วน่าจะชื่นใจและเป็นการโชว์ประเพณีของไทยเราด้วยเนอะพิล    แต่อย่างว่าละนะ    จะมีใครลงมาทำกันละนิ

      พี่เคยแวะไปเที่ยวสวนสนมาแต่ไม่ได้นอนค้าง     ยังคิดเลยว่าบรรยากาศเขาดูน่าพักดีจัง    ไม่ทันไรพิลก็มาเล่าให้ฟังแล้วรวดเร็วทันใจจริงๆเลย biggrin.gif

       อ่านเรื่องน้องคนนั้นของพิลแล้วน่าเห็นใจจัง    น้องเขานอกจากขี้กลัวแล้วอาจจะมีความเหงาอยู่ด้วย      เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจที่สุดที่คนเคยอยู่กันเป็นครอบครัว     ต้องมาคนเดียวแบบนี้  yin-yang.gif    ถึงน้องเขาไม่กลัวแต่การที่ต้องอยู่บ้านที่เคยมีพ่อแม่อยู่ด้วยแบบนี้คนเดียวก็น่าเห็นใจมากจริงๆ     แล้วน้องเขาไม่มีพี่น้องเลยเหรอ   หรือว่ามีครอบครัวแล้วย้ายออกไปกันหมด

       เฮ้อ...ยังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป     แล้วตอนต่อไปจะพาไปเที่ยวไหนจ้ะ   biggrin.gif

Posted by pilgrim on 28 Apr. 2008,23:59
good idea นะพี่ปาเก้ ที่จะให้คนเล่นสงกรานต์ใส่เสื้อลายดอก มันดูเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ หรือแบบตะวันออกดีนะ

ส่วนน้องคนที่ขี้เหงาและขี้กลัวนั้น เขาไม่มีใครเลย เป็นลูกคนเดียว อายุเพิ่งได้สามสิบกลางๆ มั้ง แต่พ่อแม่เสียชีวิตหมดจ้ะ แฟนก็ยังไม่ค่อยมี แกเลยออกจะโดดเดี่ยวจ้ะ บังเอิญว่าขี้กลัวด้วย เลยดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ก็หวังว่าน้องเขาจะหาแฟนดีๆ ได้ในเร็ววัน


ตอนนี้ ขอกระชากอารมณ์พานั่งเครื่องบิน กลับไปญี่ปุ่นอีกทีนะจ๊ะ ลูกทัวร์อย่าเพิ่งเวียนหัวจ้ะ hehe.gif

Posted by pilgrim on 07 Jul. 2008,23:05
เมืองมณีสีคราม  



ถ้าฉันจะบอกว่า ภูเก็ต คือดินแดนอันแสนงามในความฝันของคนเกือบค่อนโลก ก็คงจะไม่เกินจริงไปนัก

ความงามของภูเก็ตที่เรารู้จักกันดี คือ คำเปรียบเปรยว่า เป็น ไข่มุกแห่งอันดามัน และสรวงสวรรค์บนดิน

ฉันเคยไปภูเก็ตครั้งแรกเมื่อนานมาแล้ว และครั้งที่สองเมื่อสามปีที่ผ่านมากับเลสลีย์เพื่อนรักชาวอังกฤษ

ส่วนครั้งที่สามนี้ ฉันตัดสินใจไปภูเก็ตอีกครั้ง เพราะได้รับการเชิญชวนจากเพื่อนและพี่สาวที่แสนดีอีกท่านหนึ่ง

ฉันเริ่มวิตกขึ้นมารำไร เมื่อคิดว่าจะไปภูเก็ตในหน้าฝน
แต่แล้วก็ตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อได้ตระหนักว่า พี่สาวท่านนั้น เชิญชวนอย่างจริงใจและจริงจัง

แล้วฉันก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า หอบขึ้นเครื่องบินราวกับจะหนีตามใครไปในวันเลิกงานวันหนึ่ง

ขณะนั่งรอที่สนามบิน หลายคนพูดคุยกันด้วยสำเนียงทางใต้  ฉันเริ่มรู้สึกตื่นเต้น และภาวนาขออย่าให้ฝนตกขณะการเดินทางให้หวาดเสียวต่อการบินและการแล่นลงจอด

ในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่องบิน เครื่องลำนั้น ค่อนข้างจะเต็ม และมีชาวต่างชาติมากมาย

นี่ละหรือเสน่ห์ของภูเก็ต ขนาดหน้าฝน และมีสายการบินหลายสายจากสองสนามบินให้เลือก เครื่องบินลำที่ฉันนั่ง ก็ยังเต็ม ภูเก็ตมีอะไรดีหนอ

ฉันได้ที่นั่งเรียงกับเด็กหนุ่มอเมริกันอีกสามคนที่หน้าตาหล่อเหลา สูงใหญ่ ล่ำสัน นั่งมองความหล่อของเด็กๆได้ไม่นาน ฉับพลันเครื่องบินก็มาถึงภูเก็ต...ป้าต้องไปก่อนละหลานเอ๋ย

ฉันเริ่มตื่นเต้นอีกแล้ว...นี่ฉันกำลังจะได้พบกับพี่สาวคนนั้นอีกครั้งหนึ่งสิหนอ

รับกระเป๋าเรียบร้อย ออกมาสู่ห้องภายนอก ได้เจอกับพี่วันดีสมใจนึก พี่วันดีมารอรับอยู่พร้อมกับน้องดอกไม้ผู้เป็นลูกสาว

เมื่อขับรถออกมานอกสนามบิน ฝนก็โปรยลงมาในไม่ช้า แต่เราก็ฝ่ามาจนถึงบ้านของพี่วันดีในที่สุด ระหว่างทางพบอุบัติเหตุบนท้องถนนของมอเตอร์ไซค์สองราย

เมื่อถึงบ้าน ฉันเริ่มตื่นเต้นอีกแล้ว...เริ่มคิดถึงแม่...ถ้าแม่รู้  แม่คงคิดว่าฉันเป็นคนแปลกๆ และบ้าบิ่น และมีช่องทางในการคบเพื่อนด้วยวิธีการที่แม่ไม่เข้าใจ

แม่คงไม่เข้าใจว่าทำไมฉันเดินทางไปหาเพื่อนคนหนึ่งถึงบ้าน แล้วให้เขาทำดีท็อกซ์ให้
แม่คงไม่เข้าใจว่าทำไมฉันขึ้นเครื่องบินไปถึงภูเก็ต แล้วไปนอนค้างอ้างแรมกับเพื่อนคนหนึ่ง ที่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นหน้ากันมาแล้วครั้งเดียว

ฮ่าๆ....นึกแล้วฉันก็ขำตัวเอง แล้วก็ตัดสินใจไม่บอกแม่ดีกว่า


เมื่อมาถึงบ้าน พี่วันดีจัดแจงหาที่นอนให้ฉัน แล้วชงชาทิเบตให้ดื่ม จากนั้นก็คุยกันจนตีหนึ่ง

เช้าขึ้นมา ฉันลงไปเดินเล่นชมสวนอันหลากหลายพรรณไม้

เช้าวันนี้ พี่วันดีจัดแจงหาน้ำปั่นสูตรโยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด มะนาวให้กิน
จากนั้นก็พาไปกินอาหารเช้าเป็นขนมจีนน้ำพริกปนน้ำยา พร้อมด้วยห่อหมกที่ร้านอร่อยของภูเก็ต

แล้วก็เป็นรายการภูเก็ตออนทัวร์

เริ่มจากตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งสวยงามด้วยตึกรามบ้านช่อง ห้องแถวแบบโบราณ ตัวเมืองภูเก็ตวันนี้ดูสงบร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่ยืนต้น

ภูเก็ตสำหรับฉัน...เราเหมือนคนแปลกหน้ากันเสมอ แต่ละครั้งแต่ละคราที่มาเยือน ฉันยังได้เห็นภูเก็ตในแง่มุมที่ต่างๆ กันไป ไม่ซ้ำเดิม

ภูเก็ต จึงเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนา ที่ฉันอ่านไม่เคยจบ เพราะยังมีหน้าอื่นๆ ที่ยังเฝ้ารอการอ่านอยู่เสมอ

คราวนี้ ฉันได้ไปชมเกาะสิเหร่ อันเป็นถิ่นพำนักของชาวเล แล้วเราก็ไปหาดป่าตองกัน



ปลาโลมาน่ารักที่ภูเก็ต กระโดดกันใหญ่


อ้าว...ตัวนี้พุ่งลงน้ำ เอ๊ย ลงทรายพอดี


รถแท็กซี่นำเที่ยว สีสันของป่าตอง


สายฝนที่พราวพรู ทำให้เราต้องวิ่งหนีกันขึ้นรถ หลังจากเดินทอดใจอยู่ที่หาดป่าตองได้ไม่นานนัก

จากป่าตอง เรามุ่งต่อไปยังหาดกะรน แวะถ่ายรูปชายหาดสวยๆ เงียบสงบ  พื้นทรายขาวสะอาด

ความงามอันเงียบสงบที่กะรนฟ้าครึ้มแต่ทรายยังขาว


แล้วพี่วันดีและน้องดอกไม้ก็พาฉันไปถึงพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย

ที่นี่ ฉันได้เห็น แหล่งสะสมเปลือกหอยอันงามน่าดูชม เปลือกหอยชนิดต่างๆ เรียงตัวอย่างมีระเบียบ สวยงาม สะดุดตา ด้วยสีสันและลวดลายแปลกๆ ทำให้คนดูอย่างฉันทึ่งในผลงานนิรมิตกรรมของธรรมชาติ

เปลือกหอยรูปหัวใจ  

หอยลายสวย


หอยแต่งตัว


จากนั้น ก็เป็นเวลาอาหารกลางวัน พวกเราไปนั่งรับประทานอาหารกันที่ร้านกันเองริมอ่าวฉลอง ด้วยบรรยากาศเบาๆ สบายๆ ในวันฟ้าครึ้ม

ริมอ่าวฉลองยามบ่าย



เสร็จจากอาหารกลางวัน น้องดอกไม้ต้องไปงานวันเกิดเพื่อน

พี่วันดีจึงชักชวนฉันไปทำสปา เพื่อรอรับน้องดอกไม้กลับบ้าน
บรรยากาศของห้องสปา ดูงดงาม สงบริมห้วงน้ำ ฟ้าใสๆ แดดสวยๆ ชวนให้นึกถึงคำว่า paradise on earth ฉายานามของภูเก็ต
นี่เป็นหนังสืออีกหน้าหนึ่งของภูเก็ตที่ฉันได้อ่าน

แล้วเราก็กลับบ้าน ไปกินแกงส้ม กับแกงขี้เหล็ก ฝีมือของพี่วันดี แนมกับดอกอัญชัน ผักมะหรุย (เขียนอย่างนี้หรือเปล่าคะ) ยอดกระถิน โหระพา สะตอสุก

แล้วก็นั่งคุย กับดูทีวี จนได้เวลานอน

เช้ารุ่งขึ้น เป็นวันที่ฉันจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในตอนบ่าย

พี่วันดีสอนให้ทำโยคะยามเช้า รับแสงแดดรำไรที่ระเบียงหน้าบ้าน
ฉันเริ่มรู้สึกได้ถึงการหายใจอย่างมีคุณภาพ คนเรานี่แหละหนอ...เกิดมาจนแทบจะชั่วชีวิต บางครั้ง ยังไม่รู้จักการหายใจ  สักแต่หายใจเข้าออก แต่ไม่รู้ว่าลมหายใจที่มีคุณภาพนั้นคืออย่างไร

เสร็จแล้ว พี่วันดีก็เลี้ยง  น้ำเต้าหู้ มะละกอ กล้วย  แล้วก็ให้กินข้าวต้มหมู

ก่อนกลับ เราไปกินหมี่สะปำ ที่ร้านป้าเจียร ได้กินของกินภูเก็ตหลากหลายอย่าง เช่น หอยทอด หูแช้ ห่อหมก

นี่ค่ะหูแช้ เป็นเส้นหมี่ทอดกรอบ กินกับไข่ต้มและซอส รสชาติคล้ายน้ำจิ้มไก่


หอยทอดอร่อยเหาะ


หมี่สะปำต้นตำรับที่ภุเก็ต


อาหารทั้งหมดที่เรากิน


ฉันกินจนอิ่ม แล้วก็นึกประหลาดใจกับเมนูพื้นเมืองอันหลากหลายของภูเก็ตที่ไม่เคยได้กินจากที่ไหน

คนภูเก็ตท่าจะใส่ใจเรื่องอาหารการกิน จึงมีเมนูของตัวเอง

อิ่มหนำสำราญ พี่วันดีพาไปแวะซื้อของฝากที่ร้านแม่จู้

ถึงสนามบิน ฉันร่ำลาพี่วันดีด้วยความอาวรณ์ แต่ไม่อยากดึงตัวพี่ไว้นาน เพราะอยากให้พี่วันดีกลับไปหาน้องดอกไม้มากกว่า

ฉันนั่งมองภาพชีวิตที่สนามบินภูเก็ตด้วยความตื่นเต้นอีกตามเคย
คิดถึงครั้งหนึ่ง ที่เคยมานั่งรอเครื่องบินกับเลสลีย์ในยามเช้าตรู่

คิดถึงความรุ่งเรืองของภูเก็ต ซึ่งฉันได้อ่านพบว่า มีที่มาจากคำว่า "ภูเก็จ" อันแปลว่า มณีสีคราม ตามภาษาของชาวทมิฬ และยังมีชื่อว่า แหลม"จังซีลอน" ตามหนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของปโตเลมี เมื่อราว พ.ศ. 700 นอกจากนั้น ภูเก็ตยังเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่ดึงดูดให้ชาวฮอลันดาบุกบั่นมาซื้อถึงเมืองไกล

เมืองมณีสีคราม...คงจะมาจากท้องทะเลงาม ฟ้าใส เมฆขาว  ที่ประดับประดาให้ภูเก็ตเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเดินทางจากแดนไกล ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตขอให้ได้มาเยือน

สำหรับฉัน นอกจากภูเก็ตจะคือแก้วมณีก่องเก็จแทรกแซมด้วยไข่มุกสวยใสแล้ว ภูเก็ตยังอิ่มอาบไปด้วยสายใยแห่งมิตรภาพอันซาบซึ้ง  และน้ำใจอันใสเย็นของ "พี่สาวคนหนึ่ง" ที่บุญบันดาลชักพาให้เรามาได้พบและรู้จักกัน

ข้อมูลการเดินทาง

ถ้าไปภูเก็ตทางเครื่องบิน สามารถขึ้นได้ทั้งที่ดอนเมืองและที่สุวรรณภูมิ มีสายการบินหลายสาย เช่น การบินไทยเจ้าเก่า นกแอร์ แอร์เอเชีย และวันทูโก

สำหรับแอรืเอเชียต้องไปขึ้นที่สุวรรณภูมิแห่งเดียวค่ะ

ค่าเครื่องบินอาจถูกแพงต่างกันไปแล้วแต่ละบริการของสายการบิน แต่พี่วันดีบอกว่า จะยังไงการบินไทยก็มั่นคง เชื่อถือได้ที่สุด และทำเวลาได้ดี ขณะที่สายการบินบางสาย ต้องรอคนเต็มจึงจะออก ราวกับรถสองแถว

สำหรับการท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ถ้าไม่เช่ารถขับ ก็อาจซื้อทัวร์เที่ยวเป็นวันๆ ประเภทชมเมืองแบบ sightseeing หรืออาจซื้อทัวร์ขึ้นรถลงเรือ ไปเที่ยวตามหมู่เกาะใกล้ๆ เช่น เกาะพีพี เขาพิงกัน

หรืออีกทางหนึ่ง เห็นแท็กซี่แถวป่าตองเขาร้องเรียกนักท่องเที่ยวอยู่ แต่เขาจะรับคนไทยหรือเปล่า ต้องลองถามดูค่ะ

หาดป่าตองดูเหมือนจะเป็นหาดที่คึกคักที่สุด บรรยากาศคล้ายๆกับพัทยา  ฝรั่งคลาคล่ำ แลดูมีชีวิตชีวา ตอนกลางคืน ฝรั่งชอบมาเดินกันมาก แต่ฉันยังไม่เคยมาเดิน

Posted by วันดี on 09 Jul. 2008,13:54
สุดแต่มีจิตพิศวาส  จะนับกันเป็นญาติก็ยังได้

สองทุ่มสี่สิบห้า  เที่ยวบินสุดท้ายดอนเมือง-ภูเก็ตก็ร่อนลงเกาะตรงปลายแหลมภูเก็ต  บนจอขึ้นว่า แลนดิ้ง  ฉันกับลูกสาวหันมายิ้มให้แก่กัน  เรามานั่งรอหนาวเย็นในห้องรอผู้โดยสารเกือบชั่วโมงแล้ว  เพราะอยากมาถึงตรงจุดนี้ก่อนเธอ  ให้เธอออกมาแล้วเห็นเราเลย  จะได้ไม่เสียขวัญ  ก็  แหม...  กว่าจะหลอกล่อให้เธอมาได้...

.......ทำไมสนามบินถึงได้เปิดแอร์ซะเย็นยะเยียบเช่นนี้หนอ  ใครอธิบายให้ฟังหน่อยซิ  จะว่าเอาใจฝรั่งต่างแดน  ก็เห็นฝรั่งยืนเอามือซุกกระเป๋าปากซีดอยู่เหมือนกัน.....

ผู้โดยสารเริ่มทยอยกันออกมา  ร่างกลมป้อมเล็ก ๆ ก็เดินหน้าแฉล้มตามมาด้วย  ฉันหันไปกระซิบบอกลูกสาวว่า  “คอยดูนะ  น้าพิลจำแม่ไม่ได้แน่”  

ซึ่งก็จริง  เธอเดินหน้าใสเกือบจะผ่านฉันและลูกสาวไปแล้ว  ดูท่าไม่ได้การ  ฉันจึงเรียกขึ้นว่า  “พิล”  เธอหันมาทำตาปริบ ๆ ปรับสายตาอยู่ไปมาก่อนจะยกมือไหว้ “พี่วันดี  แหะ  แหะ...”

นั่นคือการพบหน้ากันครั้งที่สองของฉันกับพิล  พิลจะจำฉันได้ยังไง  ก็ฉันสวยขึ้นตั้งเยอะ
smSL07.gif

“พิลกินอะไรมารึยัง”  เมื่อขึ้นนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว  ฉันก็ถามเธอ  ในใจอยากให้เธอบอกว่า  ยังค่ะพี่  หิวจังเลย  แล้วฉันจะได้อวดฝีมือแกงขี้เหล็กใส่เนื้อปู  ที่อุตส่าห์เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเย็น

“เรียบร้อยแล้วค่ะ  บนเครื่องบินเขาเสิร์ฟอาหารเย็น”  เธอตอบไปคนละทาง

อือม์  ก็จริงนะ  ไฟลท์สุดท้ายเขาต้องเสิร์ฟอาหาร  นี่ก็สามทุ่มเข้าไปแล้ว  จะยืนยันยัดเยียดให้น้องเขากินฝีมือเราตอนนี้ก็ดูกระไรอยู่  เผลอ ๆ ท้องไส้รวนเร  จะลำบากเสียเปล่า ๆ
EM150.gif

“พิลอยากไปไหนมั่ง”  ฉันเอาใจเธอสุด ๆ กลัวจะร้องไห้กลับบ้าน  ไปส่งลำบาก

“แล้วแต่พี่วันดี ค่ะ  พิลยังไงก็ได้  ที่จริงพิลอยากมาคุยกับพี่มากกว่า”  เกรงใจล่ะซี

“เอางี้นะ  พรุ่งนี้เราไปกินขนมจีนภูเก็ตกัน  แล้วเราขับรถเที่ยว  ไปป่าตอง  อาจหาข้าวเที่ยงกินที่ป่าตอง  ตอนเย็นไปดูโชว์ที่ภูเก็ตแฟนตาซี  พิลเคยดูรึยัง”  ฉันร่างโปรแกรมคร่าว ๆ แบบที่เคยรับรองใคร ๆ มาแล้ว

“ได้ค่ะ”  ช่างว่าง่ายจริงนะน้องเอ๋ย
winkthumb.gif

สงสารเธอจัง  ห้องที่ให้เธอพักเกิดแอร์เสีย  เปิดปิด เปิดปิด ซักสิบรอบมันก็ไม่เย็น  อย่ากระนั้นเลย  ลากเบาะมาวางหน้าทีวี  แล้วก็นอนไปคุยไปดูทีวีไปกันดีกว่า

“พิลกรนนะพี่  พี่จะนอนหลับเหรอ”  เธอทำเสียงอ่อย ๆ เมื่อฉันล้มตัวลงนอนบนเบาะอีกใบข้าง ๆ

“ไม่เป็นไร  สามีพี่ก็นอนกรนเหมือนกัน  ชินแล้ว”  โถ  จะให้น้องเขามาตกระกำลำบากในบ้านเราอยู่คนเดียวได้ยังไง  

แต่ที่จริงหลับหน้าทีวีคือตัวจริงของฉัน  กินข้าวเสร็จหนังพุงตึงหนังตาหย่อนก็มาเปิดทีวี  เอนตัวลงบนโซฟาหาหมอนนุ่ม ๆ มากอด  จับเวลาได้เลยไม่เกินห้านาทีเรียบร้อยไปแล้ว

แล้วคืนนั้น  ไส้ต่าง ๆ กี่ขดต่อกี่ขดก็ถูกสาวออกมาแลกกันจน  “อ๋อย  พี่ไม่ไหวแล้ว  หลับเหอะพิล”  ชะเง้อขึ้นดูนาฬิกา  เข็มสั้นมันคล้อยบ่ายไปโขแล้วนี่  มิน่า...

couch.gif

Posted by add on 09 Jul. 2008,21:39
น่ารักจัง  พี่สาวน้องสาว  flo_1.gif
Posted by วันดี on 10 Jul. 2008,13:29
ใช่ค่ะ  น้องก็สาว(ไส้)  พี่ก็สาว(ไส้)  สาวกันทั้งพี่ทั้งน้อง

boogie.gif  smSL03.gif  smSL11.gif  smSL13.gif
เช้านั้นฉันบำเรอเธอด้วยเครื่องดื่มพิเศษที่เพิ่งได้สูตรมา  เขาว่ากินแล้วระบบย่อยจะนุ่มนวลอ่อนโยน  ไม่ต้องลำบากอวัยวะส่วนปลาย  แต่ไม่ลืมถามเธอว่า  ระบบย่อยเธอสบายดีอยู่หรือเปล่า  ถ้ามันไม่สบายอยู่  ดื่มเจ้านี้เข้าไปอาจจะระเบิดได้  เธอโอเคนะ  มิน่าล่ะน้อง  ถึงได้รูปร่างน่ารักนี้มา

แล้วเราก็ไปต่อกันที่ขนมจีนร้านมีชื่อในเมือง  ทีแรกนึกว่าจะพาไปกินติ่มซำ  แต่นึกไปนึกมา  ติ่มซำที่ไหนก็ยังพอหากินได้  รสชาติก็คล้าย ๆ กัน  แต่ขนมจีนที่กินกับปาท่องโก๋ และห่อหมกนั้นเธอคงหากินยาก  

แล้วเราก็ขับรถไปวนในหมู่บ้านชาวเลที่เกาะสิเหร่  เราไม่ลงจากรถ  และไม่ถ่ายรูปด้วย  เพราะในใจนั้นรู้สึกละอายที่มาชมพวกชาวเลราวกับพวกเขาเป็นสิ่งประหลาด  รู้สึกว่าไม่เป็นการสมควรเลยที่เขาอยู่บ้านของเขาดี ๆ แล้วเราจะลงไปดูว่า  พวกเขานอนยังไง  กินยังไง  ถ้าเป็นเราบ้างล่ะ  คงโกรธพิลึก

แล้วเราก็ไปป่าตอง  ฉันเคยพาเธอมาเดินป่าตองครั้งหนึ่งแล้ว  เมื่อคราวที่เธอมากับเลสลี่ย์  คราวนั้นเธอมาซื้อแว่นกันแดดซึ่งเธอเล่าให้พวกเราฟังแล้วว่า  เพียงชั่วข้ามคืนมันก็หักหลุดให้เธอได้ใช้เวลาที่นอนไม่หลับอย่างคุ้มค่ากับการปะติดมัน  

คราวนี้อากาศไม่เป็นใจ  เมฆใหญ่เคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว  ขณะที่พวกเรากำลังยืนดูนักท่องเที่ยวเล่นพาราชู้ทกันอย่างเพลิดเพลิน  เจ้าหนุ่มเรือสปีดโบ้ทก็มาเกาะแกะหนูดอกไม้  และก่อนที่หนูดอกไม้จะได้พาน้าพิลเล่นเรือฟรี  ฝนเกิดปรอยลงมาเสียนี่  เฮ้อ  อดเลย

หาดนี้ฝนตก  เราไปหาดอื่นก็ได้  จวนจะเที่ยงเต็มทีแล้ว  จะกินข้าวที่ป่าตองตามแผนก็ไม่สนุกแล้ว  เพราะฝนตก  ขับเรื่อยไปทางกะตะ กะรน  แล้วไปดูพิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกันดีกว่า  ทำเวลาดี ๆ เราจะได้ไปนั่งเอ้อระเหยกินข้าวกันที่อ่าวฉลอง  หวังว่าฝนจะไม่ตกที่อ่าวฉลองด้วย  เพราะอยู่คนละทิศกัน

กะตะหรือกะรน  มันก็ทะเลเดียวกันกับป่าตอง  ฝนหรือจะยกเว้นให้  พิลก็เลยได้แต่วิ่งลงไปถ่ายรูป  ถึงตอนนี้ฉันไม่เอาด้วยแล้ว  ไม่ใช่เพราะแก่ร็อก  แต่ขี้เกียจ  อิอิ  จึงส่งหนูดอกไม้ไปกับน้าพิลแทน

เธอชอบพิพิธภัณฑ์แฮะ  หรือเป็นโรคของคนปูนนี้ก็ไม่รู้นะ  ถ่ายรูปเยอะแยะมากมายไม่รู้จักพอ  ฉันเริ่มงอแงเพราะหิว  

“ไปเหอะพิล  กินข้าวกันดีกว่า”

EM149.gif

“พี่วันดี  พิลว่าแกงเลียงกะทิกุ้งกับผักเขลียงนี่เขาไม่ได้ใส่กุ้งมาให้นะคะ”  อิ่มกันแล้ว  เธอถึงเฉลย

“อ้าว  เหรอ  พี่ไม่ทันสังเกต   คิดว่าพิลกับหนูดอกไม้เอากุ้งไปกินกันจนหมด  เหลือแต่ผักไว้ให้พี่”  ดูสิคะ  คิดได้ยังไง

ก่อนหน้านี้  ราดหน้าทะเลของหนูดอกไม้ก็ผัดรวมแมลงวันมาด้วยทีหนึ่งแล้ว  คราวนี้มาแกงเลียงอีก  ต้องคุยกันหน่อยแล้ว

ไม่ต้องเล่านะคะ  เอาเป็นว่ามื้อนั้น  เราได้ราคาลดจมเลย

EM139.gif

คราวนี้เราจะไปหาดทางด้านเหนือของเกาะมั่ง  แถบนี้เป็นแถบถิ่นของโรงแรมห้าดาวและบ้านคนรวย  บรรยากาศสวยงาม  ต้นไม้เยอะร่มรื่นสงบเย็น  ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเสพย์สุขเพิ่มขึ้นอีก

“สปากันมั้ยพิล”    บอกแล้วว่าบรรยากาศมันให้

“แล้วแต่พี่วันดี  พิลยังไงก็ได้”  ประโยคฮิตของพิลเขาล่ะ  ดีเหมือนกัน  ฉันเป็นคนชอบให้ตามใจ

“ต้องถอดเสื้อผ้านะ”  ฉันขู่นิดหน่อย  นึกว่าเธอจะกลัว

เราเลือกนวดน้ำมันหอมในห้องเดียวกัน  เธอบอกว่าเธอไม่กล้ามองฉัน  อาจจะกลัวติดตาแล้วนอนไม่หลับ  แต่ฉันน่ะแอบดูเธอซะเต็มตาเล้ย.....

hehe.gif

แผนการแฟนตาซีล้มไปแล้ว  เพราะดึกเกินไปเริ่มตั้งสามทุ่ม  กว่าจะจบกลับถึงบ้านเที่ยงคืนได้มั้ง  ใครจะอยากขับรถตอนนั้น  ตอนบ่ายโฉบไปดูคาบาเร่ต์  กะว่าไม่ได้ดูแฟนตาซีก็จะดูกะเทยโชว์  ฉันชอบมาก ด้วยว่าสะดิ้งดี  แต่หนูดอกไม้ไม่ยอมเอาด้วย  เกลี้ยกล่อมยังไงเธอก็ไม่ยอม  ทำไมดื้ออย่างนี้นะลูก  

ในที่สุดประนีประนอมกันได้ว่ากินข้าวบ้าน  ดูทีวีบ้าน  ไม่ไปไหนกันทั้งนั้น  เอ้า  ตามใจตัวเองมาก็มากแล้ว  ตามใจลูกมั่งจะเป็นไรไป  แต่อดเสียดายไม่ได้  เพราะโอกาสที่จะได้ไปดูกะเทยโชว์นั้นมีน้อยมาก ๆ เพราะคุณสามีก็มิโปรด  ชวนใครไปก็มิมี  มาได้พิลนี่แหละที่ดูจะคอเดียวกัน  ก็ดันมามีก้างขวางซะนี่  พิลก็คงเสียดาย  แต่เป็นแขกเขา  เจ้าบ้านไม่พาไปจะไปได้ไง  เสียดายจริง ๆ  ขอพูดอีกครั้ง

เย็นนั้นฉันจึงได้โอกาสอวดฝีมือทำกับข้าวเสียที  แกงเหลืองยอดชะอมชุบไข่ทอดกับกุ้ง  เคยทำรับรองเพื่อนจากมะริกาเมื่อไม่นานมานี้  เขาชมว่าอร่อย  ก็เลยลองดูว่าอร่อยจริงรึเปล่า  พวกมะริกานาน ๆ มาบ้านที  ได้กินอะไรก็อร่อยหมดล่ะ  แต่คนบ้านเรา  โดยเฉพาะชาวยุดยานี่ต้องเคยกินของดีมามาก  จะชมเราไหมนี่

แล้วแกงขี้เหล็กค้างคืนก็ได้อวดตัวคราวนี้ด้วย

พิลอาจจะหิวนะ  เพราะเห็นกินได้  แต่นึกไม่ถึงเลยว่าพิลไม่ถ่ายรูปกับข้าวฝีมือฉัน
EM131.gif

Posted by sweet lemon on 10 Jul. 2008,15:23
เอิ๊กกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น้าวันดีอย่าเสียใจเลยค่ะ เจ้พิลคงหิวตาลาย เลยลืมถ่ายรูปอาหารค่ะ ....เจ้าพิลแถลงหน่อยจ้า      smSL07.gif
Posted by add on 11 Jul. 2008,10:46
ว้าว!!!!!  inlove.gif  มีฉากโป๊ด้วย  smSL07.gif

          พิลน่ะลืมถ่ายรูปอีกแหง็มเลย   hehe.gif  ตั้งหน้าต้งตาโซ้ยอย่างเดียว อิอิ

Posted by วันดี on 11 Jul. 2008,14:17
นั่นซีคะ  พี่ก็ว่าต้องใช่

EM149.gif

แต่  เอ  เจ้าตัวหายไปไหนนี่  โดนแหย่หนักขนาดนี้ยังไม่ออกมาอีก  หรือจะโกรธเราซะแล้วหว่า  แต่..แต่..แต่ช้าแต่..อย่าโกรธนะ  ย้อเย่นหนะ

flo_1.gif

รุ่งเช้าวันหนึ่งแจ่มใสเธอพาดวงใจของเธอก้าวมา.....ฉันร้องเพลงหงุงหงิง ๆ อยู่ในใจ  วันนี้จะจับพิลมาทำโยคะรับอรุณให้ได้

เริ่มจากท่าง่าย ๆ ก่อนนะคะ  หายใจเข้ายาวหายใจออกยาวให้นานกว่าขาเข้าหนึ่งเท่าตัวนะ  ทำได้ไหมเอ่ย  กดแขนลงแนบพื้น  ยกขามาพาดอีกด้านของลำตัว  แหงะหน้าไปที่มือตรงกันข้าม  ทำได้ไหมเอ่ย.....เหงื่อท่วมกันทั้งคู่   แต่โล่งเบาสบาย  แสงแดดไม่ทันแรงร้อนเราก็กินอาหารเช้ากัน

พิลจะกลับแล้ว  เวลาช่างน้อยเหลือเกิน  โปรแกรมที่คุยกันว่าจะทำยังมีอีกตั้งมากมาย  เพิ่งทำไปได้แค่ไม่กี่อย่างเอง  เมื่อไหร่จะมาอีกล่ะน้อง

แต่เธอก็มีเวลาสอนฉันโหลดรูปเข้าคอมพิวเตอร์  ผลงานล่าสุดจะเห็นได้ในเที่ยวเวียดนาม  นั่นน่ะ  ครูพิลสอนให้  ขอบคุณนะจ้ะ  พี่จะได้เอาไว้ทำมาหากิน

EM146.gif

สาย ๆ พอข้าวเช้าย่อยจวนจะหมด  เราก็แว่บไปกินข้าวเที่ยงกันแล้ว  คราวนี้พิลถ่ายทุกช็อต  ฉันจึงอดถามไม่ได้ว่า  

“ทำไมไม่เห็นพิลถ่ายรูปกับข้าวบ้านพี่เมื่อคืนเลย”

“แหะ แหะ  จริงด้วย  พิลลืม”  เธอแก้ตัวเสียงอ่อยเชียว

“อ้อ  ไม่เป็นไร  กับข้าวบ้านพี่มันน่าตื่นเต้นจนลืมถ่ายรูปใช่ไหม  พี่ก็เป็นหยั่งงี้เหมือนกัน  ชอบอะไรมาก ๆ ก็ได้แต่จ้องมองดู  ลืมถ่ายรูปประจำ”  เอาเป็นว่า  กับข้าวบ้านฉันดูดีเตะตาพิลชวนให้กินมากกว่ากับข้าวร้านนี้ละกัน

EM148.gif

“พิลอยากได้น้ำพริกแกงเหลืองไปฝากแม่”  เธอบอกฉันเอาเมื่อตอนอยู่ในร้านขายของฝากขาไปสนามบิน  

“โถน้อง  แล้วทำไมไม่บอกพี่  จะเอาเท่าไหร่ล่ะ  บ้านพี่มีเต็มตู้เย็นเลย  ล้วนน้ำพริกสำเร็จรูปทั้งนั้น  ที่หนูกินแล้วว่าอร่อยนั่นน่ะ  อย่านึกว่าฝีมือพี่  ฝีมือแม่ค้าขายน้ำพริกต่างหาก  แต่ของพี่อิมพอร์ตมาจากสุราษฎร์ธานีไม่ใช่ของในนี้  รสชาติดั้งเดิมครั้งคุณยายยังสาว  นับได้ก็เป็นศตวรรษแล้ว"  

เธอซื้อของมากมาย  ฝากคนนู้นคนนี้คนนั้น  สุดท้ายก็ได้หนึ่งกล่องเหมาะมือสำหรับโหลดขึ้นท้ายเครื่องบิน  แถมยังได้น้ำดื่มเป็นของแถมมาแจกฉันอีก ๒ ขวด

Minigz2503.gif

อำลากันวันนั้นยังรู้สึกไม่เต็มอิ่ม  ได้แต่สัญญากันว่าแล้วจะมาอีก  และคราวหน้าจะต้องหนีบปาเก้มาให้ได้  นั่นคือคำมั่นจากพิล

cry2.gif

สุดท้าย   อยากจะบอกกับพิลว่า   ดีใจมากที่พิลไว้วางใจจนกระทั่งมานอนค้างอ้างแรมด้วย  แม่อาจจะแปลกใจว่าลูกสาวทำไมสนิทเพื่อนเร็วนัก  แต่สำหรับพี่  ดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติมากที่พิลทำเช่นนั้น   ...สุดแต่มีจิตพิศวาส  จะนับกันเป็นญาติก็ยังได้... นะคะ


EM144.gif

Posted by แมวเหมียว on 11 Jul. 2008,20:31
จบแล้วเหรอคะ อ่านเพลินอยู่ทีเดียวเชียวค่ะ  flo_1.gif

whisper.gif พี่วันดีคะ แมวเหมียวแอบโฆษณาเมืองมณีสีคราม  

รวมทั้งอาหารที่น่าน้ำลายไหลไปแล้ว

แต่..พี่วันดีเล่นเล่าเรื่องแมลงวันมาด้วย แล้วจะขายออกมั้ยคะเนี่ย  อิ อิ biggrin.gif


คาดว่าคราวหน้าเราคงได้ดูรูปแน่ๆค่ะพี่แอ๊ด

เพราะมีนางแบบ(ปาเก้)ไปด้วย  ตากล้องคงไม่ลืมถ่ายนะคะ smSL07.gif

EM142.gif

Posted by pilgrim on 11 Jul. 2008,21:02
แหะๆๆ มาแล้วค่ะ...

พอดีหนูยุ่งต้องออกไปประชุมข้างนอกทุกวัน กลับมาบ้าน ก็ต้องมานั่งทำงานต่อ

ได้อ่านเรื่องของพี่วันดีทำเอาหนูซึม เพราะซึ้ง..อิๆๆๆๆ EM140.gif

น้องมะลาวคะ พี่พิลขอแถลงค่ะ ที่ลืมถ่าย เพราะตะกละอย่างว่าจริงๆ คิดดูสิคะ  ได้ชิมฝีมือกับข้าวพี่วันดี แม่ครัวหัวป่าก์....

ตอนพี่เขาทำ ก็พยายามเข้าไปช่วยค่ะ แต่ไปๆมาๆ ไปยืนเกะกะท่านพี่มากกว่า Minigz5304.gif
ที่ช่วยได้อย่างจ๊าบหน่อย คือไปช่วยคนกะปิที่พี่เขาเอาไปผัดมะระค่ะ EM121.gif

บอกได้คำเดียว (แต่ตอนกินน่ะหลายคำ) ว่าเป็นกับข้าวที่อร่อยที่สุด อร่อยกว่าที่เรากินที่ร้านแมลงวันอีกค่ะ...

ตอนแรก ก็ไม่กล้ากินมาก เพราะพี่วันดีสอนว่า ถ้าไม่อยากอ้วนก็ให้กินน้อยๆ แต่พอได้ชิมกับข้าว เราก็เติมข้าวกันทั้งพี่สาว น้องสาวเลยค่ะ laugh1.gif

มิหนำซ้ำ พี่ท่านยังเก็บผักในสวนมาให้กิน ทั้งดอกอัญชัน ฝักสะตอ ใบโหระพา และใบมะหรุย แปลกๆ อีกมากมาย EM143.gif

ด้วยเหตุนี้แหละค่ะ ตื่นตา ตื่นใจ ละลานตา ละลานใจ เลยลืมถ่าย (รูป) ไปเลย แต่ไม่ลืมถ่ายในห้องน้ำค่ะ แฮ่ๆๆๆ hehe.gif

พิลยังมีความในใจอีกอย่าง....ไม่ว่าจะแวะไปเยี่ยมบ้านใคร เสียทีเขาทุกที

ตอนไปบ้านพี่แมวเหมียว ก็เสียที ทำดีท็อกซ์  เจ้ากรรม ดันทำเองไม่ได้เสียอีก

พอไปบ้านพี่วันดี  ไปทำสปา ก็เสียที ถูกพี่วันดีดูหุ่น...ฮ่าๆๆ หนูก็มัวแต่อายและเกรงใจ ไม่กล้ามองพี่...หารู้ไม่....ฮ่าๆๆๆ...ว่าแต่วันนั้น พี่ปลงได้เยอะไหมคะ....

ลืมเล่าไปค่ะ ตอนอยู่พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย พี่ปาเก้สุดสวยโทร. ไปหาพวกเราด้วย พวกเราก็ได้แต่บ่นเสียดายว่าพี่เขาไม่ยอมมา ทั้งๆ ที่ชวนแล้วชวนอีก คราวหน้าพี่ต้องไปด้วยนะ พี่ปาเก้ แล้วจับเข้าห้องสปาคู่กับพี่วันดี ฮิๆๆๆ whisper.gif

พี่แอ๊ดคะ...พิลคงไม่กล้าไปบ้านพี่ที่เมืองจันท์แล้วละ EM142.gif

ไปบ้านพี่แมวเหมียว ถูกพี่แมวเหมียวมองล่าง
ไปบ้านพี่วันดี   พี่วันดีมองบน
หนูไม่เหลืออะไรให้พี่แอ๊ดมองแล้วค่ะ ฮี่ๆๆๆ....อูย...ทะเล้นทะลึ่งอีกแล้วเรา..... bowsdown.gif

อ้อ..อ่านกระทู้นี้แล้วอย่ลืมคลิกไปอ่านเล่าเรื่องเวียดนามของท่านพี่วันดีที่กระทู้ มาชวนไปเที่ยวจ้ะ ด้วยนะคะ applaud.gif

Posted by add on 18 Jul. 2008,20:54
คิกๆ  biggrin.gif  งั้นเราก็มองหน้ากันก็แล้วกัน อิอิ   laugh1.gif
Posted by pakae on 22 Jul. 2008,14:11
5555อิอิอิ laugh1.gif    อ่านเรื่องความรักของสองสาวแล้วน่ารักเสียจริงๆ     ขำพิลเรื่องเสียรู้สาวๆ(ดีกว่าเสียรู้หนุ่มๆละน่ะอิอิ)

           แล้วก็ชอบรายการอาหารของพี่วันดีมั่กๆ     อ่านแล้วอยากบินตามไปกินด้วยจังเลย    แบบว่าไม่ตะกละหรอกพี่  อุอุอุ EM149.gif เห็นหน้าตาไหม     ว่ามุ่นมั่นในการกินมาก  ฮ่าๆๆ smSL11.gif

           พี่แอ๊ด whisper.gif งั้นเราชวนพิลไปเที่ยวเมืองจันทน์กันดีกว่า     แต่พี่แอ๊ดต้องบอกมาก่อนนะว่ามีอะไรที่จะทำให้พิลเสียรู้พวกเราได้     จะได้ช่วยกันวางแผน   biggrin.gif

         แล้วจะมีใครไปกับพวกเราไหมเนี่ย     พี่วันดี    แมวเหมียว   น้องมะลาว     ไปเที่ยวเมืองจันทน์กันมั๊ยฮิ Minigz2503.gif

Posted by add on 27 Jul. 2008,21:59
เอ.... whisper.gif  อะไรดีล่ะปาเก้   hehe.gif   laugh1.gif

         ปาเก้จัดทัวร์มาได้เลยฮิ  อิอิอิ   laugh1.gif   พี่จะเตรียมต้อนรับเต็มที่   biggrin.gif  แต่คงไม่มีฝีมือทำกับข้าวแบบพี่วันดีหรอกนะ   Minigz5304.gif

Posted by pilgrim on 28 Jul. 2008,22:48
ฮ่าๆ คิดวางแผนจะทำไรกันจ๊ะ...ท่านพี่

ใครจะเชื่อจ๊ะ ว่าพี่แอ๊ดทำกับข้าวไม่เก่ง.... EM112.gif อย่างนี้ต้องขอลองชิมเนอะ.... EM150.gif

Posted by pilgrim on 15 Dec. 2008,23:41
จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (1)

วันฟ้าใสๆ ในฤดูหนาว พวกเราริเริ่มไปเมืองจันทบุรีกัน ด้วยความปรารถนาจะไปเยี่ยมเยียนพี่แอ๊ด พี่สาวในโลกไซเบอร์ท่านหนึ่ง

หลังจากที่เคยพูดกันมาหลายครั้งหลายคราว แต่ยังไม่ได้ไปสักที

โดยเฉพาะตัวฉันเองที่ตั้งใจไว้มาเนิ่นนาน นับแต่ครั้งยังอยู่ในดินแดนอันไกลโพ้น
ประจวบกับช่วงเดือนที่ผ่านมา เจออาการแห้วแบบหัวใจสลายหลายอย่าง โดยเฉพาะจากการเดินทาง

พี่ปาเก้จึงชวนฉันกับน้องโพให้ออกเดินสาย ไปเมืองจันท์และภูเก็ต ด้วยความที่เธอก็พอจะหาเวลาว่างได้เช่นกัน

เราจึงเริ่มจากเมืองจันท์กันก่อนเลย

ฉันนัดเจอกับน้องโพเมื่อตอนเช้าตรู่  ที่ป้ายรถเมล์แถวบ้าน เพราะน้องโพจะมาแวะรับ แล้วจะพากันโฉบฉิวขึ้นทางด่วนไปแวะรับพี่ปาเก้

พอออกมานั่งที่ป้ายรถเมล์ น้องโพก็โทร. มาบอกว่าจะมาช้าหน่อย เพราะตื่นสาย แฮ่ๆๆ ก็ต้องนั่งรอนานหน่อย ก็นั่งดูคนไปเรื่อยๆ

วันนั้น วันที่ 13 เป็นวันดีเดย์ของคนเสื้อแดงพอดี ฉันเห็นชายคนหนึ่งใส่เสื้อแดง ในมือถือธงชาติพร้อมคันธง เดินขึ้นรถเมล์ที่มุ่งไปสวนจตุจักรด้วย เอ...ชักตื่นเต้นแฮะ

ในมือฉันมีเป้หนึ่งใบ กระเป๋าสะพายหนึ่งใบ และถุงต้นไม้ของพี่แมวเหมียวที่ฝากไปให้พี่แอ๊ด
นั่งไปนั่งมา ชักเขินๆ แก่แล้วยังมาสะพายเป้เที่ยวเป็นเด็กวัยสะรุ่น เลยเอาเป้หลบๆ ซะหน่อย กลัวเด็กๆ มันว่า ยายป้าคนนี้จะไปซิ่งที่ไหน

แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า คนไทย ช่างมีขนบธรรมเนียม ระเบียบมากมายเหลือเกิน
แก่แล้ว นุ่งกางเกงยีนส์ก็ถูกมองหน้า สะพายเป้ก็มองหน้า...ว่าแก่แล้วไม่เจียม

ฉันเคยกลับมาจากอังกฤษเพื่อเยี่ยมบ้าน แวะไปที่ทำงาน แดดร้อนมาก จะใส่หมวกเดิน เพื่อนก็ว่า หาว่าฉันจะบ๊อง คนไทยไม่มีใครเขาใส่หมวกเดินกันหรอก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ฉันน่ะติดธรรมเนียมหรั่งจ๋ามา

เฮ้อ...แค่นี้ก็ไม่ได้ อะไรกันนักหนา
หรั่งเจ๋อ หรั่งจ๋าอะไร ใส่หมวกก็แค่ให้หายร้อนหัว ร้อนหน้า

อยากรู้นักว่าใครมันเป็นต้นคิด ว่าทำนั่นก็ไม่ได้ ทำนี่ก็ไม่ได้

อ้าวๆ ขออภัย มานั่งบ่นสมเป็นคนแก่จริงๆ เลย


ในที่สุดราชรถของน้องโพเธอก็มาเกย แล้วเราก็ไปหาปาเก้กัน

เมื่อแวะรับปาเก้ที่เซนทรัลบางนาแล้ว คราวนี้ก็มุ่งหน้าสู่เมืองจันท์กันผ่านไปตามเส้นทางชลบุรี บ้านบึง แกลง และจันทบุรี

เราแวะฝากท้องไว้กับ 7-11 ในปั๊ม ปตท.แห่งหนึ่ง เพราะน้องโพบอกว่าจะได้ไม่เสียเวลา ส่วนกลางวันค่อยไปหาที่นั่งกินกันกลางทาง
ก็ขับกันไปเรื่อยๆ มีน้องโพเป็นเจ้าของรถและสารถี ตอนแรกฉันก็นั่งหน้า แต่เพราะเป็นหวัดงอมแงม อยากจะนอนท่าเดียว ตาลืมไม่ขึ้น เลยเปลี่ยนให้พี่ปาเก้มานั่งหน้าเป็นเพื่อนคุยกับน้องโพแทน

แล้วถึงได้ค้นพบตัวเองว่า ฉันเป็นคนที่คุยไม่เก่งมากๆ เพราะบ่อยครั้ง ที่นั่งเป็นเบื้อเป็นใบ้ ไม่รู้จะคุยอะไร นอนดีกว่า...อิๆๆๆ
ผิดกับพี่ปาเก้ที่คุยได้เรื่อยๆ เรื่องนั้นเรื่องนี้ จนคนฟังสนุกสนาน เพลิดเพลิน
แล้วฉันก็หลับๆ ตื่นๆ มาในรถน่ะแหละค่ะ จะว่าไป พี่ปาเก้แกก็คุยจนลิง (อย่างฉัน)หลับได้เหมือนกัน ฮี่ๆๆๆ (มีแซว)

เมื่อใกล้ถึงเมืองจันท์ก็โทร.ถามทางไปบ้านพี่แอ๊ด ฉันได้ยินพี่ปาเก้พูดว่า ให้เลี้ยวขวา ขับจนเจอไฟแดง ให้เลี้ยวซ้าย แล้วตรงไปเรื่อยๆ จะเจอศาล
ใจฉันก็นึกว่า เอ..ศาลอะไรหนอ ศาลเจ้า หรือศาลจังหวัด หรือศาลพระเจ้าตากสิน ก็เลยให้พี่ปาเก้ถามให้ชัดเจน

ทั้งน้องโพและพี่ปาเก้ขำฉันใหญ่ ที่ความคิดแตกกระจายไปได้ขนาดนี้
เลยถามพี่แอ๊ดไปว่า "ที่ว่าศาลนั้น ศาลทางโลกหรือศาลทางธรรม" อิๆๆๆๆๆ
ปรากฏว่ามีทั้งสองประเภท
ในที่สุดเราก็เจอกันจนได้ ท่านพี่แอ๊ดมายืนรออยู่ข้างถนน

ตอนนั้น ใจฉันเริ่มคิดฟุ้งซ่านอีกแล้ว
รู้สึกเหมือนตัวเองเป็น พจมาน กำลังย่างเหยียบเข้าสู่บ้านทรายทอง พิกล...

...นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทองที่ฉันปองมาสู่
ฉันยังไม่รู้ ว่าเขาจะต้อนรับขับสู้เพียงไหน....


เอ..ว่าแต่มาเมืองจันท์ ฉันจะเสียทีอะไรพี่แอ๊ดไหมเนี่ย...เหมือนอย่างตอนไปบ้านพี่แมวเหมียวและบ้านพี่วันดี...
คิดแล้วชักหวาดเสียวนะเนี่ย.....

Posted by แมวเหมียว on 16 Dec. 2008,10:37
แหม รู้จักหลอกให้เราติดตามนะว่า ฉันจะเสียทีอะไรพี่แอ๊ดมั้ยเนี่ย? laugh1.gif

แล้วตกลงได้เสีย(ที)หรือเปล่าล่ะจ๊ะ  laugh1.gif

รออ่านต่ออยู่ค่ะ EM151.gif


EM144.gif

Posted by add on 17 Dec. 2008,11:45
ก๊ากๆ  ไม่มีเสียทีอะไรเล้ย   laugh1.gif  

          แมวเหมียวนะ พี่แอ๊ดว่าพวกเรานี่แปลกจริงๆ  มาเจอกันได้ไง   ติดต่อกันทางอากาศหรือไงไม่รู้  พอมาเจอกันก็เปิดเผย คุ้นเคยกันดี   นี่ถ้าแมวเหมียวมาด้วยต้องพูดไม่ทันคนไม่ค่อยจะพูดอย่างพิล  และยิ่งอ้าปากค้างเมื่อเจอแม่หมอที่ทำนายได้ทุกเรื่องอย่างปาเก้  มีน้องโพเท่านั้นแหละที่พูดน้อยๆพอๆกับแมวเหมียวละมั้ง    EM133.gif
       
           อ้ะๆพิลเล่าต่อๆ

Posted by pilgrim on 17 Dec. 2008,22:46
ใครบอกไม่เสียทีจ๊ะ ท่านพี่แอ๊ด

เล่นจับหนูไปอาบน้ำในห้องน้ำแบบอาร์ตๆ ของพี่ ที่มีหน้าต่างกระจกบานเกล็ดรอบด้าน แล้วบอกว่า อาบไปเถอะ ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครมองหรอก

หนูก็แสนซื่อ อาบไปซะอย่างงั้น โดยลืมปิดกระจกบานเกล็ด

อิๆๆๆ ดีนะที่บ้านคุณยายไม่มีใคร ไม่งั้น ถ้ามีคนเดินมาเห็นพิลยืนอาบน้ำอยู่ คงตกใจจนหัวโกร๋น ผมเผ้าร่วงหมดแน่เลย แถมจะวิ่งจนป่าราบกระจุยกระจายไปด้วย... ohman.gif

คราวนี้มาเล่าต่อนะคะ



จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (2)


พอเอารถจอดเทียบเข้าข้างทางเสร็จ  พวกเราก็เข้าไปลุยใน "บ้านเพื่อน" เพื่อขอเข้าห้องน้ำในบ้านของเพื่อนสักหน่อย
พี่แอ๊ดแนะนำให้เรารู้จักกับน้องสาวและน้องเขยของพี่นิต  พร้อมบอกว่าเย็นนี้เจอกันแน่นอน...
ฉันรู้สึกอยู่ในใจว่า...เอ...นี่เราจะต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ย

ดูท่าทางพี่แอ๊ดจะเป็นพี่ยุ้ย ญาติเยอะ...ฮิๆๆๆ จากนั้น พี่แอ๊ดก็กระโดดขึ้นรถ พาพวกเราออกออนทัวร์ต่อทันที
จุดหมายปลายทางแรกของเรา คือ หาอาหารกลางวันกินแบบเป็นเรื่องเป็นราว แล้วพี่แอ๊ดก็พาเราไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง เนื้อเลียง ที่ร้านเจ๊นา ซึ่งต้องเข้าไปในบริเวณวัดแม่พระปฏิสนธิ ซึ่งพี่แอ๊ดเคยนำชวนชมไปแล้วใน เที่ยวเมืองจันท์
ก๋วยเตี๋ยวเจ้านี้ มีทั้งหมูเลียงและเนื้อเลียง ซึ่งอร่อยและน้ำหอมมาก จนฉันทำสถิติ แบบสติแตก กินไปสองชาม ...ฮ่าๆ....
ได้ลองค้นเรื่องราวเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจจากหนังสือพิมพ์ คมชัดลึกออนไลน์ จึงขอเอามาเล่าสู่กันฟัง ณ ที่นี้


< ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง >

“ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง” สำหรับหลายคนอาจจะดูว่าธรรมดา แต่จริงๆ แล้วเป็นอาหารที่ไม่ธรรมดา อย่างน้อยแค่ชื่อส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเป็น “ก๋วยเตี๋ยวหมูเรียง" เพราะคิดว่าเป็นการนำหมูชิ้นๆ มาเรียงในชามก๋วยเตี๋ยว ให้ดูสวยงามน่ากิน

"ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง” มีความพิเศษอยู่ที่ “น้ำซุป” ซึ่งต้นตำรับอยู่ที่เมืองจันทบุรี เป็นน้ำซุปที่สีอาจจะไม่สวยเท่าน้ำซุปของก๋วยเตี๋ยวอย่างอื่น แต่คุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าอย่างอื่น เนื่องจากต้มเคี่ยวจากสมุนไพรและเครื่องเทศกว่า 10 ชนิด เช่น เร่วหอม ลูกมะกรูด ข่า อบเชย กานพลู เฉากั๊ว เม็ดผักชี ตะไคร้สด และยี่หร่า (บางสูตรใส่สับปะรดทั้งลูกลงไปต้มด้วยให้น้ำซุปหวาน) เคี่ยวด้วยฟืน 4-5 ชั่วโมง น้ำซุปที่ได้จึงเข้มข้นกว่าน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูทั่วไปและหอมกว่ามาก และรสชาติจะออกเปรี้ยวและหวาน

เครื่องเทศที่ถือเป็นหัวใจของก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงก็คือ "เร่วหอม” เป็นไม้พวกเดียวกับขิง ข่า กลิ่นคล้ายข่าแต่แรงกว่าและให้รสหวานขณะที่ข่าให้รสเผ็ดร้อน ปลูกโดยใช้หน่อ มีเหง้าใต้ดิน ลำต้นบนดินสูง 2-4 ศอก เป็นกาบใบหุ้มซ้อนกันแน่น ใบเรียวปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อสีชมพูอ่อน ลูกสีน้ำตาลกลมหรือรูปไข่ เมล็ดในรสเผ็ดปร่า แก้คลื่นเหียนอาเจียน และขับลม เมล็ดในของผลแก่ใช้แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียด

การใช้เร่วหอมนี่เองจึงเป็นหนึ่งในหลายๆ ที่มาของ “ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง" คือเมื่อก่อนชาวบ้านเอาเนื้อเลียงผาซึ่งมีมากในผืนป่าแถบนั้นมาใส่ก๋วยเตี๋ยว เนื้อเลียงผาจะมีกลิ่นสาบสางมาก จึงต้องใส่เร่วหอมเพื่อดับกลิ่น ไม่รู้เท็จจริงประการใด

นอกจากหมูเลียงก็ยังมี ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียง ด้วย นิยมกินในมื้อกลางวัน โดยใช้ “เส้นจันท์" ที่เส้นเล็กบาง เนื้อแป้งนุ่มเหนียว ไม่เปื่อยยุ่ยเหมือนก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กอื่นๆ แม้แต่ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยหากจะให้พิเศษต้องเป็นเส้นจันท์ผัดไทย (เช่นร้านลุงภา และทิพย์สมัย ย่านประตูผี)....

ที่สำคัญคือ   เวลารับประทาน  เครื่องปรุงที่แตกต่างจากก๋วยเตี๋ยวอื่นๆ คือ น้ำตาลอ้อย หรือน้ำตาลทรายแดงและน้ำส้มพริกขี้หนูสด หอมกลิ่นพริก เช่นเดียวกัน

ออกจากร้านก๋วยเตี๋ยว น้องโพบ่นเสียดายที่วันนั้น โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธิปิดซ่อม ทำให้เราอดเข้าไปชมความงามทั้งภายนอกและภายใน

ถ้าใครอยากดูภาพ ย้อนไปดูเรื่องเที่ยวเมืองจันท์ของพี่แอ๊ดได้นะคะ
แล้วพี่แอ๊ดก็ทำหน้าที่เป็นไกด์ต่อละทีนี้ โดยมีน้องโพเป็นสารถี ขับรถพาท่องเที่ยวเมืองจันท์ในฐานะเจ้าถิ่นใจดี

อิๆๆๆ เรื่องของไกด์กับพี่แอ๊ด ก็เป็นไปอย่างที่พี่แอ๊ดเล่าละคะ ...คำตอบประจำของพี่แอ๊ด เวลาถามทาง คือ
เอ้า...ขับตรงไปก่อน ขับไปเรื่อยๆ  แล้วก็เลี้ยวซ้าย... ยัง..ยังไม่ใช่ตอนนี้ ยังไม่เลี้ยว...ตรงไปก่อน..

พอใกล้ถึงทางแยก...พี่แอ๊ดก็จะเกิดอาการลังเล

...เอ..แยกไหนหว่า...เดี๋ยวก่อนนะ ดูก่อน..ไปช้าๆ ....เลี้ยวซ้ายๆ ตรงนี้ๆ แหละ (บอกแบบเร็วๆ) เอ...ใช่หรือเปล่าหว่า...
ฮ่าๆๆๆ เลยถูกพี่ปาเก้ถล่มไปหลายดอกละงานนี้...ท่านพี่แอ๊ดจ๋า


ด้วยความที่ไม่ค่อยสบาย สมองฉันเฉื่อยเนือยมากในวันนั้น จำได้แต่ว่า นั่งอยู่บนรถก็นั่งหลับบ้าง ตื่นบ้าง และก็รู้สึกว่า พี่แอ๊ดพาไปเที่ยวไหนต่อไหน มากมายไปหมด

ถัดไปจากโบสถ์แคทอลิก ดูเหมือนจะเป็นบ้านขายเครื่องจักสานและหัตถกรรม ของคุณป้ามะลิ แก่นจันทร์ ที่บ้านบางสระเก้า อ.แหลมสิงห์

พวกเราก็ลงไปเลือกชม เลือกซื้อสินค้ากันอยู่วุ่นวาย จนในที่สุด ก็ซื้อกันได้โดยถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเล็ก กระเป๋าน้อย ตลอดจนกระเป๋าใหญ่ รองเท้าสานเดินในบ้าน หรือกล่องใส่เครื่องประดับ

เมื่อจะออกจากบ้าน พี่แอ๊ดเห็นต้นไม้สวยที่บ้านป้ามะลิ ฉันเลยบอกให้พี่แอ๊ดถ่ายรูปเอามาทายพี่แมวเหมียวกับพี่วันดี
พี่แอ๊ดบอกว่า งานนี้พี่ปาเก้และผู้ที่อยู่ในทริปนี้ห้ามทาย เพราะรู้คำตอบกันหมดทุกคนแล้ว

อิๆๆๆ หารู้ไหมว่า ยังไม่ทันพ้นอ่าวคุ้งกระเบน ฉันก็ลืมไปแล้วละค่ะ

เห็นทีพี่แมวเหมียวหรือพี่วันดี หรือท่านใดๆ ก็ตามที่รู้จัก  ต้องมาช่วยกู้ชาติ เอ๊ย กอบกู้สถานการณ์ที่มันชักจะเริ่มย่ำแย่จากการเป็นอัลไซเมอร์แล้วละค่ะ

Posted by pakae on 17 Dec. 2008,23:03
laugh1.gif   ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆไปเมืองจันท์เที่ยวนี้พี่แอ๊ดโดนถล่มไปหลายระลอก  

          อ้าวเขาเรียกหมูเลียงเหรอ  biggrin.gif

          เราเรียกหมูเรียงแล้วกัน อิอิอิ   เพราะเห็นมันเรียงกันลงมาในชามแล้วก็ลงไปเรียงในท้องพวกเรา   อุอุอุ EM146.gif

        เดี๊ยวมาอ่านต่อเน้อ wave.gif

Posted by แมวเหมียว on 18 Dec. 2008,10:02

(add @ 17 Dec. 2008,11:45)
QUOTE
ก๊ากๆ  ไม่มีเสียทีอะไรเล้ย   laugh1.gif  

          แมวเหมียวนะ พี่แอ๊ดว่าพวกเรานี่แปลกจริงๆ  มาเจอกันได้ไง   ติดต่อกันทางอากาศหรือไงไม่รู้  พอมาเจอกันก็เปิดเผย คุ้นเคยกันดี   นี่ถ้าแมวเหมียวมาด้วยต้องพูดไม่ทันคนไม่ค่อยจะพูดอย่างพิล  และยิ่งอ้าปากค้างเมื่อเจอแม่หมอที่ทำนายได้ทุกเรื่องอย่างปาเก้  มีน้องโพเท่านั้นแหละที่พูดน้อยๆพอๆกับแมวเหมียวละมั้ง    EM133.gif
       
           อ้ะๆพิลเล่าต่อๆ

นั่นซีคะพี่แอ๊ด ถ้าแมวเหมียวไปด้วยคงได้แต่ยื่นมือไปข้างหน้าอ้าปากหวอ รอแม่หมอปาเก้ดูลายมือให้  biggrin.gif



whisper.gif เฮ้อ ..ครายก็ไม่รู้บอกว่าต่อไปนี้จะตั้งใจลดความอ้วนจริงจังแล้ว

แต่ทำไมยังชิมก๊วยเตี๋ยวทีละสองชามก็ไม่รู้แฮะ smSL07.gif

couch.gif  wave.gif

Posted by วันดี on 18 Dec. 2008,10:50
อยากกินมั่ง
EM149.gif

Posted by add on 18 Dec. 2008,11:27
งั้นเดือนพฤษภาปีหน้ามานะพี่วันดี  มาตามหาหิ่งห้อยกะขบวนการ...อะไรหว่า?  biggrin.gif

         ในน้ำก๋วยเตี่ยว  ไม่ใส่มะกรูดนะจ๊ะ  ใส่เร่วหอม  ข่า ตะไคร้  ตะไคร้หอมด้วยยิ่งดี  กระเทียม หัวหอม โป๊ยกั๊กเล้กน้อย  อบเชย  ซีอิ๊วดำ  ใส่น้ำอ้อยลงในน้ำด้วย  หรือไม่ก็สับปะรดทั้งลูก  บางเจ้าก็ใส่ส้มมะปิ๊ด(ที่ กรุงเทพฯ เรียกส้มจี๊ด)

         อ้อ..น่าจะจริงที่ว่าเอาเนื้อเลียงผามาทำ  เลยเรียกเนื้อเลียง  พอต่อมาเขาก็ใช้เนื้อควาย  เพราะที่จันท์มักจะเลี้ยงแต่ควาย   ที่เปลี่ยนมาเป็นหมู เพื่อเอาใจคนที่ไม่กินเนื้อจ้ะ  

            EM149.gif  EM146.gif

Posted by pakae on 18 Dec. 2008,11:44
ถึงว่าดิเหมือนได้ยินแว่วๆจากแดนไกลนะ    แต่ตอนที่คุยกันว่าเรามาลดความอ้วนแข่งกันไหม     คนกินก๋วยเตียวสองชามบอกว่า     หนูมีความสุขกับการกินมากค่ะ     ไม่ขอรับปากนะค่ะ laugh1.gif  laugh1.gif

       ก่อนที่พี่แอ๊ดจะชวนพี่วันดีนะ     มค.มาถึงก่อน  พค.เน้อ    เพราะฉะนั้น    ต้องไปภูเก็ตกันก่อน    biggrin.gif  

       ถ้างั้นการไปตามหาหิ่งห้อยกับหัวใจของฉันที่หล่นหาย   ฮ่าๆๆๆอ๊วกแตกกันหมดแล้วยัง  rasp.gif    ก็น่าจะไปกันเป็นขบวนการใหญ่นะอิอิ    แมวเหมียวสนใจเปล่า hehe.gif

       พี่วันดีอย่าลืมหายาแก้ปวดหัวไว้ด้วยเน้อ     ฮ่าๆๆๆๆๆหลงคารมพวกเราไปแล้ว      เปลี่ยนใจไม่ทันแล้วเน้อ   อิอิอิ boogie.gif  boogie.gif

Posted by วันดี on 19 Dec. 2008,10:09
ไปไหนเหรอ  เดือนพค.น่ะ  ยังไม่เห็นคุณแอ๊ดชวนเลย  

555  มาภูเก็ตใช่แมะ  คอยดูละกัน  ว่าใครหลงคารมใครกันแน่  พิลเสร็จมาแล้วรายหนึ่ง  ต่อไปต้องเป็นปาเก้  และคุณแอ๊ด  ตามด้วยแมวเหมียว  แน่นอน...555

Posted by pilgrim on 22 Dec. 2008,20:54

(add @ 18 Dec. 2008,11:27)
QUOTE
งั้นเดือนพฤษภาปีหน้ามานะพี่วันดี  มาตามหาหิ่งห้อยกะขบวนการ...อะไรหว่า?  biggrin.gif

         ในน้ำก๋วยเตี่ยว  ไม่ใส่มะกรูดนะจ๊ะ  ใส่เร่วหอม  ข่า ตะไคร้  ตะไคร้หอมด้วยยิ่งดี  กระเทียม หัวหอม โป๊ยกั๊กเล้กน้อย  อบเชย  ซีอิ๊วดำ  ใส่น้ำอ้อยลงในน้ำด้วย  หรือไม่ก็สับปะรดทั้งลูก  บางเจ้าก็ใส่ส้มมะปิ๊ด(ที่ กรุงเทพฯ เรียกส้มจี๊ด)

         อ้อ..น่าจะจริงที่ว่าเอาเนื้อเลียงผามาทำ  เลยเรียกเนื้อเลียง  พอต่อมาเขาก็ใช้เนื้อควาย  เพราะที่จันท์มักจะเลี้ยงแต่ควาย   ที่เปลี่ยนมาเป็นหมู เพื่อเอาใจคนที่ไม่กินเนื้อจ้ะ  

            EM149.gif  EM146.gif

พี่วันดีคะ พี่แอ๊ดเธอชวนพี่แล้วค่ะ

ชวนแล้ว ต้องมานะคะพี่

ว่าแต่พี่แอ๊ด กะพี่แมวเหมียวจะไปภูเก็ตกับพี่ปาเก้ไปหาพี่วันดี หรือเปล่าจ๊ะ


พี่ปาเก้จ๋า หนูกินก๋วยเตี๋ยวสองชาม เพราะชามมันน้อย แต่คนลดความอ้วน กินเกาเหลาชามเดียว แต่เป็นแบบพิเศษชามเบ้อเริ่ม ฮ่าๆๆๆ laugh1.gif

Posted by แมวเหมียว on 24 Dec. 2008,15:40
ไม่กล้ารับปากค่ะพี่วันดี ,คุณพิล EM112.gif

สมัยเด็กๆเวลาเขียนไดอารี่ มักจะเขียนกันว่า

"อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง อนาคตคือสิ่งไม่แน่นอน"

มีใครเคยเขียนแบบนี้มั่งมั้ยคะ  biggrin.gif

ได้ยินคำถามชวนเที่ยวทุกครั้งก็มักจะนึกถึงประโยคในวัยเด็กนี้ทุกที เลยไม่ค่อยกล้าตอบค่ะ EM142.gif  


EM145.gif

Posted by pilgrim on 27 Dec. 2008,22:05
โอ้โฮ พี่แมวเหมียว ย้อนยุคไปไกล จนถึงสมัยเด็กๆ เลยเหรอเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ inlove.gif
Posted by pilgrim on 27 Dec. 2008,22:21
จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (3)

ลืมเล่าไปว่า ตอนไปอยู่ที่บ้านป้ามะลิ พวกเราก็คุยกันแบบไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน
ประมาณว่า ซื้อไป คุยไป คุยกับคนขายบ้าง คุยกันเองบ้าง ราวกับนั่งอยู่ในบ้านตัวเอง
ของขายของเขามีอะไร พวกเราก็ไปรื้อมาดู มาเลือกกันเต็มที่
ดีที่ไม่ไปรื้อเสื่อเขามากางนอน...

พอเราออกจากบ้านของป้ามะลิ คุณลุงคนขายก็บอกว่า
"วันหลังมาเที่ยวใหม่นะ คุยสนุกดี" อันนี้ คุณลุงดูเหมือนจะมองไปทางพี่ปาเก้เป็นพิเศษ เพราะเสียงดังกว่าเพื่อน ฮ่าๆๆๆๆ
อย่างหนูแม้จะช่างคุย แต่เรื่องเสียงดัง ยังแพ้พี่ปาเก้อีกหลายขุม แฮ่ๆๆๆ
จากนั้นน้องโพก็พาพวกเราขับรถไปตามคำบัญชาการ (แบบงงๆ) ของท่านพี่แอ๊ด

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าพี่แอ๊ดจะพาไปออกทางไหนบ้าง ได้ยินแต่ชาวบ้านที่บอกทาง บอกให้ไปทางที่ไปดูโลมาโชว์ จึงคาดว่าพี่แอ๊ดจะพาพวกเราไปทางอำเภอแหลมสิงห์
พี่แอ๊ดบอกว่าจะพาพวกเราไปชมสะพานข้ามทะเลของเมืองจันทร์ที่สวยงาม อลังการ

แต่ก่อนถึงสะพานนั้น ก็แวะดูสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ คือ คุกขี้ไก่ และตึกแดง ซึ่งเป็นซากอาคารที่เหลืออยู่สมัยฝรั่งเศสบุกเข้ายึดเมืองจันทบุรี เพื่อบีบให้ไทยทำอะไรต่ออะไรหลายอย่าง (ร.ศ. 112) จนเราต้องเฉือนดินแดนบางส่วนให้พี่เศษฝรั่งไป
(นี่แหละ เขาเรียกคนโตรังแกคนเล็กแหละ)

อันว่าคุกขี้ไก่นี้ เป็นคุกที่ชาวฝรั่งเศสก่อสร้างขึ้นเพื่อกักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศสในสมัยนั้น  ลักษณะเป็นคุกแคบๆ ชั้นล่างเป็นที่อยู่ของนักโทษคนไทย ชั้นบนเป็นที่อยู่ของไก่ ที่จะถ่ายอึลงมารดหัวนักโทษตลอดเวลา ดู...ดู๊...ดู ...ดูเธอทำ....


คุกขี้ไก่จากภายนอก ไม่สูงไม่ใหญ่มากนัก


ประตูทางเข้า เล็กๆ เตี้ยๆ



หน้าต่างคุกชั้นบน



คุกชั้นล่างที่ให้นักโทษอยู่


พวกเราสาวๆ ก็แปลงตัวเป็นนักโทษเข้าคลุกขี้ไก่ เอ๊ย คุกขี้ไก่ กันเป็นแถว เข้าไปถ่ายรูปเฮฮากันอยู่ในคุกเพื่อความเป็นสิริมงคล ฮ่าๆๆ แบบไม่มีใครยอมแพ้ใคร


ให้ทาย..ใครคือนักโทษหญิงคนงามที่เห็น...

จากนั้น ท่านพี่แอ๊ดก็พาเราไปตึกแดง ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว สีแดงแบบคลาสสิก เป็นที่ทำการสำนักงานของฝรั่งเศสสมัยนั้น พวกเราถ่ายรูปกันออกมาแต่ละคน สวยงามแบบคลาสสิกมาก ...ขอบอก...



เราก็เข้าไปดูกันในอาคาร เจอปืนใหญ่กระบอกเบ้อเริ่ม แล้วก็โซ่ตรวนพวงเบ้อเริ่มเหมือนกัน

อันดับต่อไป พี่แอ๊ดจะพาเราตะลอนทัวร์ไปชมปากน้ำแหลมสิงห์ และข้ามสะพานที่ทอดตัวข้ามทะเลอย่างสวยงามค่ะ
แต่ก่อนข้ามสะพาน เราก็แวะซื้อปลาหมึกหอมย่างกันนะคะ

โปรดติดตามตอนต่อไป อย่าน้ำยายไหย ซะก่อนนะคะ

อิๆๆๆ ให้คุณพิลกริมเล่าก็ยืดยาดหยั่งนี้แหละ  ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ เพราะเธอแก่บันระยาย.... EM145.gif

Posted by pakae on 27 Dec. 2008,23:44
ฮ่าๆๆๆๆพิลความจำดี    เชิญบัน-ลา-ยาย   ได้ตามสะดวก laugh1.gif

       นอกจากข้อมูลแม่น    รูปภาพยังพร้อมมูลอีกต่างหาก    ช่วงนี้นึกอะไรไม่ค่อยออก     เพราะทำโน่นมั่งนี่มั่ง   ไปตามเรื่อง     biggrin.gif

         ทักทายทุกคนเน้อ wave.gif   

Posted by add on 28 Dec. 2008,20:54
ฮ่วย  ใครอ้ะกำลังเดินเข้าคุก อิอิ

            เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมานี้  พี่ก็พานักท่องเที่ยวไปเข้าคุกขี้ไก่มาด้วย  ดูรูปสิ



          แล้วที่สำคัญนักท่องเที่ยวชายหนึ่ง หญิงหนึ่งนี้ เป็นชาวฝรั่งเศสเสียด้วย   สาวเจ้าบอกว่า  เขาไม่ได้ภาคภูมิใจหรอกนะที่เป็นชาวฝรั่งเศสซึ่งประเทศของเขาเคยมายึดครองจันทบุรี

             อย่าเข้าใจผิดนะ  พี่ไม่ได้พูดกับเขาด้วยภาษาฝรั่งเศส  แต่สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษแบบ snake fishๆ  อิอิ  laugh1.gif   แถมเอาใจด้วยการหาจักรยานให้เขาขี่ซอกซอยไปเรื่อย  เล่นเอาพวกเขาติดใจอยู่เมืองจันท์มาเป็นอาทิตย์แล้วเนี่ยะ    biggrin.gif

          อ้ะๆ พิลเล่าต่อ........

Posted by pakae on 28 Dec. 2008,21:38
อ่ะนะ.......พี่แอ๊ดเรานี่ยอดเยี่ยมจริงๆๆๆๆๆ winkthumb.gif

     เอาใจนักท่องเที่ยวสะอยู่หมัดเชียว  smSL07.gif

Posted by sweet lemon on 02 Jan. 2009,17:18
อยากตามไปเที่ยวจันท์ด้วยอ่ะ แต่กลัวตรง..หมัด..นี่แหละ ฮาฮา  smSL07.gif

ครายจะแข่งความสมบูรณ์ค่ะ มาเลยๆๆ มะลาวรับคำท้า เรื่องกินบ่ยั่น วงเล็บว่าต้องก๋วยเตี๋ยวนะ เหอๆ  snaping.gif

Posted by pilgrim on 08 Jan. 2009,22:27
ฮ่าๆๆๆ มีนักท่องเที่ยวมะลิง เอ๊ยมะลาว ตามมาเที่ยวแล้ว เกาะเอวพี่ปาเก้ไว้ให้แน่นๆ นะ พี่เขาซิ่งจ้า อย่าเพิ่งเมาหมัดพี่แอ๊ดซะก่อน

ส่วนพี่แมวเหมียวก็กำลังคิดหนัก ว่าคราวนี้จะถูกอุ้ม (แมว) ไปภูเก็ตหาพี่วันดีหรือเปล่า อิๆๆๆๆ

มารับฟังเรื่องเมืองจันท์ 500 ตอนจบกันต่อนะคะ ....อ๊ะๆๆๆ ย้อเย่นค่า....ไม่ถึง 500 หรอก...(อาจจะแค่ 499 ฮ่าๆๆๆ)


จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (4)


ก่อนเราจะขับรถข้ามสะพานที่แหลมสิงห์ ที่ท่านพี่แอ๊ดภูมิใจเสนอ พี่แอ๊ดก็บัญชาการให้พวกเราซื้อปลาหมึกซะก่อน เอาไปนั่งกินที่อ่าวคุ้งกระเบน

ว่าแล้ว พี่ปาเก้ก็ลงไปเจรจาซื้อปลาหมึกย่างที่ตัวใหญ่ ขาวอวบน่ากิน
อิๆๆๆ ฉันตะกละอีกตามเคย ไม่ถ่ายรูป แต่น้องโพเธอมีสติมากกว่า เลยถ่ายรูปไว้ ขอยืมมาลงให้พี่น้องบ้านนี้ดูความน่ากินก่อนนะคะคุณน้อง




อ้าวๆๆ พี่ๆน้องๆ เช็ดน้ำลายก่อนค่ะ ฮิๆๆ แหม ขนาดเคยกินแล้ว ยังอยากกินอีกเลย มีไข่ปลาหมึกแถมด้วยนะ

พอถึงกลางสะพานแหลมสิงห์ พวกเราก็จอดรถถ่ายรูป กินลม ชมวิว และอาบแดดกันกลางสะพาน (กินลมไปก่อนกินปลาหมึก)

พอจะทำได้ค่ะ เพราะไม่ค่อยมีรถวิ่งมากนัก และมีทางเบี่ยงให้จอดรถชมวิวด้วย

แหลมสิงห์ที่เหมือนสิงห์หมอบ



ปากน้ำแหลมสิงห์



สะพานที่ทอดยาวและปากน้ำ



ลอยลำกลางน้ำเชี่ยว



ใกล้เข้ามา



ภูผาและท้องน้ำยามแดดกล้า


ถ่ายรูปตากแดดกันพอประมาณ จนตาหยี ก็ไล่ต้อนกันขึ้นรถ แล้วขับต่อไป ไปออกทางปากน้ำแขมหนู ผ่านอีกสะพาน ที่ทอดตัวข้ามทะเล

สะพานปากน้ำแขมหนูนี้ก็สวยมาก เพราะวิวอีกด้านเป็นป่าเขาสวยงาม แต่สะพานนี้ เราไม่ได้แวะจอดถ่ายรูปค่ะ

เท่านี้ ก็ทำให้ฉันประทับใจเมืองจันท์มาก...อยากจะรำพันว่า...โอ้...เมืองจันท์ ทำไมเธอช่างงามปานฉะนี้หนอ มีของดีๆ อยู่มากมาย

เส้นทางปากน้ำแขมหนู มุ่งไปหาดเจ้าหลาว และคุ้งกระเบน เป็นเส้นทางเลียบทะเลที่สวยงามมาก และสงบเสงี่ยมท่ามกลางธรรมชาติ ของป่าเขาลำเนาไพรและเกลียวคลื่น

พาเอาพวกเราถึงกับหลงเสน่ห์เมืองจันท์

จากนั้น พวกเราก็แวะนั่งเล่นกันที่ชายหาดคุ้งกระเบน พร้อมกับจัดการเจ้าปลาหมึกเสียเกลี้ยงเกลา แถมด้วยมะม่วง ส้ม ฝรั่ง ที่พี่แอ๊ดเอามา

ฉันน่ะ พอได้นั่งก็รากงอก นั่งคุยกับพี่แอ๊ด ไม่ลุกไปถ่ายรูปอะไรเลย ทำไมมันขี้เกียจอย่างนี้ฟะ อ้อ นึกออกแล้ว ...วันนั้น ไม่ค่อยฉะบายนี่เอง...แต่พอเวลากิน มันขยันขันแข็งมากเลย

เชื่อไหมคะ ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวตน ยังไม่เคยไม่สบาย แล้วกินอะไรไม่ลงเลย เป็นไข้แค่ไหน ก็กินได้กินดี

ส่วนสาวน้อยทั้งสอง คือ พี่ปาเก้ กับน้องโพก็ลงไปถ่ายรูประเริงชายหาดกันเป็นที่สนุกสนาน

คุ้งกระเบน


ต้นเตยทะเลขึ้นเป็นดง


ขอเชิญชมรูปอ่าวคุ้งกระเบนของน้องโพกันหน่อยค่ะ

จากนั้น พี่แอ๊ด ก็พาพวกเรากลับบ้านคุณยาย เพราะเห็นว่าฉันไม่ค่อยสบาย สมควรจะไปอาบน้ำเสียก่อนที่จะมืด แล้วจึงค่อยไปกินข้าวเย็น

ว่าแล้ว พี่ท่านก็ให้น้องโพ ขับรถเลี้ยวไปเลี้ยวมา เพื่อที่จะไปบ้านคุณยาย อันเป็นที่พำนักของพวกเรา

พอเลี้ยวเข้าซอย หมูหมาก็เห่ากันเกรียว ในท่ามกลางสรรพเสียงนั้น ฉันได้ยินเสียงพี่ปาเก้ไปทำเสียงเห่าล้อเลียนด้วยเสียงอันดังไม่แพ้น้องหมาเลย

พี่แอ๊ดหันมาพยักเพยิดกับฉัน พวกเราหัวร่อพี่ปาเก้กันใหญ่ พี่แอ๊ดบอกว่า คืนนี้ ลุงขี้เมาที่อยู่หน้าบ้านแล้วชอบส่งเสียงดัง จะต้องจ๋อยแน่ๆ


ฮ่าๆๆๆ นี่คือความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของพี่ปาเก้ ใครจะลอกเลียนแบบก็ไม่ว่าอะไรนะคะ

พอทุกคนอาบน้ำเย็นกันแล้ว ก็มานั่งคุยกับคุณยายเพื่อรอพี่ณิตมารับ เนื่องจากน้องโพไม่ชินทางตอนกลางคืน กลัวเข้าซอยบ้านไม่ถูก

ส่วนพี่ปาเก้ ก็นั่งรำพึงรำพันกับโคมไฟของบ้านคุณยาย ที่บ้านทั้งหลังมีโคมไฟสองดวง หนึ่งดวงในห้องนอนใหญ่ อีกหนึ่งดวงในห้องน้ำ

พี่ปาเก้เธอมีอาการอย่างไร ก็เป็นดังที่เธอเขียนละค่ะ

ในความมืดสลัว อากาศเริ่มหนาวเย็นลง พวกเราเอาของขวัญปีใหม่มาแลกกันเป็นจ้าละหวั่น ท่ามกลางแสงไฟจากโคมดวงเดียว

จากนั้น ท่านพี่ณิตก็ขับรถคันใหญ่มารับพวกเรา  แล้วส่งพี่แอ๊ดไปอาบน้ำที่บ้านในเมือง ส่วนพวกเราก็ไปนั่งรอที่ร้าน "ร่มทองหลาง" อันแสนโรแมนติก

อันความโรแมนติกนี้ไม่เข้าใครออกใคร...และจะแสดงพิษกับใครอย่างไร...รออีกนิดนึงค่ะ....

Posted by pakae on 10 Jan. 2009,15:24
อ้าว.....ตามมารออ่านแล้วนะตะเอง........ ICON015.gif

       ตอนนี้ยังเป็นหวัดอยู่เรื่อยๆ    ยังไม่ขึ้นเป็นประเทศ...อิอิอิ

      อากาศก็เปลี่ยนอยู่ได้เรื่อยๆ    เลยพาลไม่ฉะบายอยู่บ่อยๆๆๆ   ให้พี่แอ๊ด กับพิลมาเป็นผู้ขยายความเล่าต่อแล้วกันนิ    ข้อยจะเป็นผู้อ่านก่อนจ้า biggrin.gif

Posted by pilgrim on 14 Jan. 2009,23:42
จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (5)


ร่มทองหลางเป็นร้านอาหารกึ่งผับอันแสนน่ารัก มีคนนั่งกันเต็มร้านทีเดียว พี่ปาเก้บอกว่า เราได้นั่งโต๊ะเดียวกับครั้งที่เคยมาเมื่อคราวก่อน

พี่ปาเก้กับน้องโพ และพรรคพวกเขาเคยมากันแล้ว ตอนฉันยังอยู่อังกฤษ เขาเอาไปเล่ากันจนฉันอิจฉา ว่าได้ฟังเสียงไวโอลินอันแสนจะโรแมนติกจากท่านพี่ณิต ท่ามกลางหิ่งห้อยวับวามตามต้นไม้

พี่ปาเก้ยังท้าวความหลังกับพี่ณิต ถึงความประทับใจครั้งที่แล้วที่มาเมืองจันท์
ทำเอาพี่ณิตทำหน้างุนงง แล้วเอ่ยถามว่า "นี่คราวก่อน ผมเผลอตัวทำอะไรลงไปเหรอครับ"

มาคราวนี้ มีหรือพี่ปาเก้จะพลาด ในท้ายสุด พี่ณิตก็เจอลูกอ้อนและลูกยอ หลวมตัวมาเล่นไวโอลินให้เราฟัง ที่ใต้ร่มทองหลาง ในสวนยามค่ำ ท่ามกลางแสงไฟวอมแวม  กับพระจันทร์ข้างแรมที่กำลังแต่งแต้มฟ้าเมืองจันท์

ฉันขอเพลง Tosseli's serenade อันเป็นเพลงรักแสนหวาน กล่อมพี่ๆ และน้องโพเสียหน่อย
เสียงไวโอลินนี้ช่างกรีดหัวใจในยามค่ำคืนแรมจันทร์

อาม่าก็มานั่งฟังลูกชายบรรเลงด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
พอพี่ณิต สีเพลงไหน พวกเราก็พากันร้องตามไปด้วย จนในที่สุด พี่ณิตคงจะรำคาญพวกเรา ที่ฟังแบบอยู่ไม่สุข เลยไปตามน้องในร้านท่านหนึ่ง มาช่วยเล่นกีตาร์และร้องเพลงด้วย

ขึ้นต้นเป็น serenade จบลงด้วย Folk songs และเพลงเพื่อชีวิต
สลับกับการเล่าถึงช่วงชีวิต และความผูกพันกับอาม่าเมื่อครั้งนานมาแล้ว
นับเป็นเรื่องเล่าอันงดงามท่ามกลางเงาจันทร์

พี่แอ๊ดและฉันได้รำลึกถึงพี่ตือ... ธีรศักดิ์ อัจจิมานนท์.... ผู้วายชนม์
พวกเรานั่งร้องเพลงลมลวงและกุหลาบสีแดงด้วยความระลึกถึง

ฉันหวนคิดถึง ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ครั้งเป็นนักศึกษาปี 1 นั่งเรียนวิชามนุษย์กับดนตรี เมื่อหมดชั่วโมง ก็มีชายผู้หนึ่งที่นั่งข้างๆ เอ่ยขอยืมสมุดเล็กเชอร์ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า เพิ่งกลับมาเรียนหนังสือ หลังจากเข้าป่า พร้อมแนะนำว่าตัวเขาชื่ออะไร

ฉันจดจำชื่อพี่ตือได้นับจากนั้น (ที่ต้องจำเพราะกลัวพี่เขาไม่เอาสมุดเล็กเชอร์มาคืน แฮ่ๆๆๆ...)

และภายหลัง เมื่อทราบว่าพี่เขามีฝีไม้ลายมือเรื่องดนตรี ก็เลยคิดว่า พี่เขาคงจะสอบผ่านวิชาดนตรีไปได้อย่างสบายๆ .... ผิดกับฉัน ที่ขี้เกียจอ่านหนังสือมากๆ ผลสอบก็พอผ่านๆ ไปแบบไม่โดดเด่น

ฉันชื่นชมกับงานเพลง ชุดรัตติกาล ที่พี่ตือมีส่วนร่วมมาก และติดตามมาจนชุด กุหลาบสีแดง แต่หลังจากจบปริญญาตรีแล้ว ก็ไม่เคยเจอพี่เขาอีกเลย จนมาทราบจากพี่แอ๊ดในหน้าเว็บว่า พี่ตือเสียชีวิตไปแล้ว...สบายไปแล้วนะพี่นะ...

พอเราร้องเพลงรำลึกถึงพี่ตือเสร็จ พี่ณิตก็บอกว่า วันนี้เอาแค่นี้พอก่อน เพราะขืนรำลึกหมดทุกเพลง เดี๋ยวเที่ยวหน้า ไม่มีใครยอมมาเมืองจันท์อีก ให้กั๊กเอาไว้ เก็บไว้คราวต่อไป

และแล้ว งานเลี้ยงก็เลิกลา พวกเราเดินทางกลับบ้านสวนของคุณยาย ด้วยหัวใจเอิบอิ่ม

พอมาถึงบ้าน ก็เริ่มปูที่หลับ ปัดที่นอน จัดเตรียมพื้นที่  เตียงด้านหนึ่งของมุมห้อง ซึ่งเป็นเตียงใหญ่  พี่ปาเก้จับจองนอนกับพี่แอ๊ด เพราะพี่เขาบอกว่า เขาสองคนไม่นอนกรน
ส่วนตัวฉัน ขอนอนห่างจากคนอื่นๆ ให้มากที่สุด เลยแยกมานอนเตียงเดี่ยวอีกด้านหนึ่งของห้อง

น้องโพผู้แสนจะน่ารัก เสียสละ เอาฟูกลงไปปูนอนกับพื้นห้องด้านที่ฉันนอน

ก่อนนอน น้องโพ เล่าว่า เคยไปนอนค้างกับเพื่อนหลายๆคน แล้วเธอเป็นคนนอนดิ้น พอตกดึก ก็ดิ้นไปทับเพื่อนอีกคนหนึ่ง  เพื่อนคนนั้น ก็เลยฝันว่า ไปเดินเที่ยวป่าแล้วถูกขอนไม้ล้มทับ ตื่นขึ้นมา กลายเป็นท่อนขาน้องโพมาพาดอยู่

ฉันเลยบอกน้องโพ และพี่ทั้งสองว่า คืนนี้ ทุกคน คงจะฝันว่าเข้าป่า แล้วไปเจอเสียงหมีคำราม ฮิๆๆๆๆ คือเสียงกรนของฉันนั่นเอง

ว่าแล้ว เราก็เซย์กู๊ดไนต์ แล้วสามัคคีกันนอน..เอ...ในท่ามกลางความหลับๆ ตื่นๆ....ฉันว่า ฉันก็ได้ยินเสียงกรนลอยมาจากเตียงอีกฟากหนึ่งด้วยนะเนี่ย...อ้าว นึกว่าจะมีหมีแค่ตัวเดียว...ฮี่ๆๆๆ

ตอนนี้ ไม่มีรูปให้ดูค่ะ เพราะมัวแต่ซาบซึ้งและง่วงนอน... rasp.gif

Posted by add on 22 Jan. 2009,21:38
พิลเล่าได้น่ารักดีนะ  จำเก่งจัง   EM150.gif

        เอาลูกเตยทะเลมาฝาก  ตอนที่เราไปนั่งกินหมึกกันจ้ะ

        

       

        ตอนที่อยู่บนสะพานแหลมสิงห์น่ะ  มีใครบางคนกางแขนต้านลม  ทำท่ายังกะโรส  ยังงั้นแหละ อิอิ   laugh1.gif

Posted by pakae on 24 Jan. 2009,10:51
laugh1.gif  ฮ่าๆๆๆๆๆ    อ่านแล้วทั้งขำและมีความสุข    เวลาที่เรารำลึกถึงสิ่งที่มีความสุข     เราก็จะอมยิ้มและอิ่มเอมใจในความสุขนั้น     แล้วก็ขำในความบ้าของตัวเองที่ทำไปได้มันทุกอย่าง snaping.gif

          แต่ถึงจะบ้าก็บ้าว่ะ     แต่ถึงจะบ้าก็บ้ารักเธอนะพี่น้อง   อิอิอิอย่าเพิ่งอ๊วกแตกไป     เก็บไว้ไปอ๊วกที่เมืองจันทน์บ้าง smSL07.gif

         พิลเล่าเก่งอยู่แล้วละพี่แอ๊ด     เนี่ยรอน้องพิลกับน้องโพเขาแต่งนิยายพันปีมาให้พวกเราอ่าน    ไม่ได้อ่านสักกะที    สงสัยจะกลายเป็นนิยายหมื่นปีไปหรือเปล่าก็ไม่รู้     น้องๆทั้งสองพวกเรารออ่านชาตินี้นะจ้ะ     ไม่ต้องให้ตามไปอ่านถึงชาติหน้าหรอกนะ ICON015.gif

Posted by pilgrim on 13 May 2009,22:45
จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (6...ตอนจบ)



วันเวลาผันผ่านล่วงเลยไป...การเดินทางสู่เมืองจันท์ของพวกเรายังไม่จบเลยค่ะ

มาวันนี้ ขอมาปิดกระทู้จันทร์แจ่มเป็นตอนสุดท้ายนะคะ

ตอนเช้า พวกเราตื่นขึ้นมาอย่างสดใส ด้วยเสียงนกร้องในบ้านสวนของพี่แอ๊ด
พอล้างหน้าล้างตาเสร็จ พวกเราก็ออกไปเดินเล่นย่ำน้ำค้างกลางสวนกัน
พี่แอ๊ดพาพวกเราดูพืชพรรณไม้นานา ทั้งไม้ดอก และไม้ผล เขียวชอุ่ม
ดอกพวงชมพูกำลังออกดอกสวยอร่าม ต้องแสงแดดยามเช้า






ต้นไม้บ้านพี่แอ๊ด









จากนั้น พี่สาวพี่แอ๊ดก็ซื้อข้าวต้มเมืองจันท์มาฝากเรา เป็นข้าวต้มหน้าตาแปลกๆ เพราะมีเครื่องเคราแปลกๆ ใส่มาด้วย
ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เมื่อลองหม่ำดูก็อร่อยดี





กินแกล้มกับหมูกรอบของน้องโพยิ่งอร่อยใหญ่ (ความจริงน้องโพซื้อหมูกรอบไปฝากคุณยาย แต่พวกเราไปแย่งคุณยาย...อิๆๆ อ๋อ คุณยายท่านให้น่ะค่ะ)
พออิ่มหนำสำราญก็ออกเที่ยวส่งท้ายกันก่อนอำลาเมืองจันท์

พี่แอ๊ดพาพวกเราไปดูเขาพลอยแหวน แล้วบอกว่า เดินขึ้นเขาได้นะ



แต่วันนั้น ยังไม่มีใครท้าประลอง ได้แต่ออกไปยืนถ่ายรูปกันเก้ๆ กังๆ อยู่ไกลๆ พอเจอเจ้าถิ่นหน้ายาวๆ เขี้ยวแหลมขาวมาเห่าไล่ เลยเผ่นหนีหมาสวนกันขึ้นรถดีกว่า

พี่ปาเก้รำพึงรำพันว่าพลอยแหวนช่างเป็นชื่อที่ไพเราะนักหนา....

จากนั้น ก็ไปดูสระแก้ว...สระน้ำที่ถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้เป็นน้ำในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา แต่ตอนเราไป สระแก้วปิดซ่อม เลยเห็นแต่บ่อเขียวๆ ด้วยผ้าคลุม



สวนสละที่สระแก้ว


จุดหมายอีกแห่งหนึ่งของเรา คือ ค่ายเนินวง แล้วไปดูพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี
ลักษณะการจัดแสดงคือ เรือสำเภาลำใหญ่ของคนจีนที่เข้ามาค้าขายแถบทะเลเมืองจันท์แต่ครั้งโบราณ

ดูเพลินและเดินได้เรื่อยๆ มีจุดน่าสนใจน่าดูมากมายหลากหลายอย่าง
เสียดายที่นี่เขาไม่ให้ถ่ายรูปภายใน เลยไม่มีรูปมาแสดงค่ะ



และสุดท้ายของสุดท้าย พวกเราไปชมงานอัญมณีโลกที่จัดแสดง ณ โรงแรมใหญ่กลางเมืองจันท์กัน ได้เห็นของสวยๆ งามๆ สมบัติอันล้ำค่าของเมืองจันท์

ดูแล้ว ฉันก็อดปลาบปลื้มกับความเพียบพร้อมของเมืองจันท์ไม่ได้
คิดดูสิคะ เมืองจันท์อุดมสมบูรณ์ทั้งท้องทะเล ป่าชายเลน ป่าเขาลำเนาไพร น้ำตก เป็นดินแดนประวัติศาสตร์มาแต่ครั้งสงครามกู้ชาติจากพม่า หรือสงครามกับมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศส
แล้วยังมีเรือกสวนที่เป็นแหล่งอาหารที่ใครๆ ก็อยากไป เมื่อถึงฤดูกาลเงาะ สละ และทุเรียน มีอุตสาหกรรมหัตถศิลป์เครื่องทอในครัวเรือน แถมยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจเพชรพลอยที่ขึ้นชื่อระดับโลก

มีครบแทบทุกอย่างที่เป็นแหล่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยว
อย่างนี้จะไม่ปลื้มใจแทนพี่แอ๊ด...เอ๊ย...คนเมืองจันท์อย่างไรไหว

บ่ายวันนั้น เราโบกมืออำลาพี่แอ๊ด...พร้อมกับสัญญาในใจของใครบางคน ว่าจะหาโอกาสมาเยี่ยมเยียนดินแดนอัญมณีล้ำค่ากันอีก

คืนจันทร์แรมวับแวมแต้มขอบฟ้า
ไร้ดาราเมฆขาวที่พราวสรวง
หากจันทร์แรมแต้มเสี้ยวสกาวดวง
งามโชติช่วงดั่งมณีที่เมืองจันท์...

Posted by pilgrim on 10 Nov. 2009,23:43
จิตวิญญาณแห่งอดีต ที่บ้านริมน้ำคลองบางหลวง


บ่ายวันหยุดที่ท้องฟ้าพยับพโยมเพราะเมฆอุ้มน้ำฝน
ปิ๊กชวนฉันไปยังบ้านริมน้ำ ริมคลองบางหลวง หรือบางกอกใหญ่ ไม่ไกลจากวัดคูหาสวรรค์มากนัก

ปิ๊กบอกว่า “บ้านนี้นะครับ  อาพิล เหมือน hidden Bangkok” จากย่านฝั่งธนที่เราไปนัดหมายตั้งต้น ปิ๊กพาพวกเราขับรถไปตามถนนสิรินทร มุ่งตรงไปยังถนนบรมราชชนนี แล้วเลี้ยวเข้าเพชรเกษม  จากนั้นเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ เข้าซอย Green Inn Hotel ขับเรื่อยมาซอยแคบๆ จนถึงวัดคูหาสวรรค์

เราจอดรถไว้ที่นั่น แล้วต้อนเด็กๆ ลงจากรถ อันได้แก่ น้องเฌอ ลูกชายของปิ๊ก หลานปู่ของพี่อ้วน ผู้เปรียบเสมือนพี่ชายที่แสนดีของฉัน ที่ล่วงลับไปแล้ว
น้องป๊อบ ลูกของแม่ปู น้องสาวของฉัน ที่วันนี้ติดตามเพื่อน คือ น้องเฌอ และป้าพิลไปเที่ยวโดยไม่ห่วงพ่อแม่ตัวเอง


เด็กสองคนกับการผจญภัยในวันหยุด


ปิ๊กบอกว่า  ได้นัดพี่รักษ์ เพื่อนรุ่นพี่ในก๊วนเที่ยวของพี่อ้วนให้มาเจอกันด้วย เพราะตั้งแต่ฉันกลับจากเมืองนอก ยังไม่เคยได้เจอพี่รักษ์อีกเลย


จากลานจอดรถวัดคูหาสวรรค์ คือคลองบางหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ ที่ขวางกั้นอยู่ข้างหน้า เราเดินไปทางขวามือ ผ่านตลาดห้องแถวไม้โบราณ ที่ชวนหวนให้ระลึกถึงวันวาน ครั้งเก่าก่อนขึ้นมาจับใจ

วันนั้น ห้องแถวไม้ปิดสนิทเงียบเหงา

และเมื่อเราเดินมาถึงบ้านหลังสุดท้ายที่สุดห้องแถว ก็ได้พบกับเรือนไม้หลังใหญ่ ไม้กระดานขัดเป็นมัน ระเบียงทางเดินหน้าบ้าน เปิดโล่งออกสู่คลองบางหลวง ฝั่งตรงข้าม คือบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายไปตามลำคลอง

ทางเดินเข้าสู่บ้าน


คลองบางหลวงน้ำขุ่นข้น


สายน้ำขุ่นมัวของคลองบางหลวง ชวนให้ฉันคิดถึง วันเก่าๆ ที่ลำคลองยังใสสะอาด...เปล่าหรอก..ฉันไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง แต่เห็นด้วยจินตนาการที่วิ่งย้อนกลับไปไกลในอดีต

บ้านหลังนี้เป็นบ้านโบราณของตระกูล “รักสำหรวจ” ซึ่งเป็นตระกูลช่างทองมาแต่ต้น และต่อมาได้มีทายาทบางท่านเข้ารับราชการ

บ้านชั้นบน





บ้านสองชั้นเปิดโล่งรับลม


บริเวณที่เป็น หอศิลป์


โมเดลของตัวบ้าน



บริเวณครัวโบราณ

 
ภาพถ่ายและเอกสารเก่าๆ ที่เป็นความทรงจำของบ้าน




ผู้ที่ปลุกชีวิตของบ้านนี้ให้มีจิตวิญญาณอดีตอันงดงามขึ้นมา คือคุณชุมพล อักพันธานนท์ หรือคุณโกะ และเพื่อนๆ สองสามคน อาจเรียกได้ว่า เขาคือศิลปินที่หลงใหลกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแห่งความหลัง ดังที่ได้ตกแต่งโรงแรมพระนครนอนเล่นให้ขึ้นชื่อลือชาในหมู่นักท่องเที่ยวแรมคืนมาแล้ว

คุณโกะ ได้กล่าวคำเชิญชวนให้มาเยือนบ้านหลังนี้ไว้ว่า อยากให้มาเยือน “กลิ่นอดีต กับชีวิตที่รุ่งเรือง กราบไหว้พระเจดีย์ ที่ให้ทุกอย่างกับข้าพเจ้า และชื่นชมวิถีชีวิตที่งดงาม กับสายน้ำที่ไหลหลับ ทุกวันที่นี่”

สิ่งมหัศจรรย์ ที่จัดเป็น unseen ของบ้านหลังนี้ คือ เจดีย์หลังบ้าน ที่เป็นเจดีย์โบราณของวัดกำแพง ซึ่งอยู่ติดๆ กับบ้าน เพียงเดินข้ามสะพานเล็กๆ ข้ามคลองไปทางฝั่งขวาของบ้าน

จะมีบ้านไหนบ้างไหม ที่มีเจดีย์ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน และเป็นเจดีย์ที่เก่าแก่มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
เป็นความขลังที่ชวนให้เกรงขามระคนกับความรู้สึกเคารพบูชา







เฌอและป๊อบวิ่งเล่นกันในบ้าน ทั้งชั้นล่างและชั้นบนกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนฉัน ปิ๊ก และพี่รักษ์ นั่งคุยกันถึงชีวิตเก่าๆ และความหลังอันงดงามที่เราเคยมีร่วมกันอย่างอบอุ่นและสุขใจที่ได้หวนคิดถึงวันเก่าๆ


เด็กเลี้ยงปลา


มุมพักผ่อนริมน้ำ




บ้านริมน้ำคลองบางหลวงวันนั้น ดูจะร้างไร้ผู้คน มีเพียงน้องเป้ ผู้ดูแลบ้าน และคอยให้บริการชา กาแฟ และช็อคโกแล็ตร้อนๆ และหาอาหารการกินบางอย่างให้เรากินอย่างมากด้วยน้ำใจไมตรี



บ้านหลังนี้ คุณโกะ จัดแต่งให้เป็นบ้านศิลปิน หรือ Artist house ซึ่งเปรียบเสมือนหอศิลป์ หรือ art gallery เปิดแสดงผลงานของศิลปินที่ปรารถนาจะจำหน่ายเผยแพร่ผลงาน เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และบางวันเป็นแหล่งสอนศิลปะให้แก่เด็กๆ ในชุมชน หรือผู้มาเยี่ยมชม

นับเป็นการอนุรักษ์จิตวิญญาณของชุมชนไว้ได้อย่างงดงาม

พายเรือขายโรตี





กลับจากบ้านหลังนั้น ฉันรู้สึกอิ่มไปทั้งใจ...เป็นความอิ่มเอมที่อยู่ในเบื้องลึกอันสุดบรรยายได้ รู้ได้แต่เพียงความสงบและล้ำลึก ซาบซึ้งกับวันคืนเก่าๆ ที่บ้านหลังนี้ได้ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาจนถึงมือผู้ที่รู้ค่าจิตวิญญาณของอดีตอย่างแท้จริง


ข้อมูลการเดินทาง
1. เข้าทาง ถ.จรัลสนิทวงศ์ ซอย 3 สุดซอย เดินข้ามสะพานแล้วเดินมาทางซ้ายมือลัดเลาะไปตามเรือนริมน้ำ
2. เข้าทางถนนราชพฤกษ์ เข้าซอย Green Inn Hotel มุ่งสู่วัดคูหาสวรรค์  ฝั่งธน เดินมาทางขวามือของท่าน้ำ จนถึงบ้านหลังสุดท้าย
3. เข้าทางถนนเพชรเกษม 28 มุ่งสู่วัดคูหาสวรรค์ ฝั่งธน
4. เข้าทางถนนเพชรเกษม 20 มุ่งสู่วัดกำแพง
5. หรือมาทางเรือ เข้ามาในคลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ แต่ต้องเช่าเหมาลำ เพราะไม่มีเรือโดยสาร

Posted by แมวเหมียว on 11 Nov. 2009,16:23
ภาพสุดท้ายเป็นโรตีกรอบน่ากินจัง biggrin.gif

แต่สงสัยว่าผู้บรรยายจะได้แต่ถ่ายรูป(ไม่ได้กินโรตี)

จึงจบลงด้วย"อิ่มไปทั้งใจ"  ไม่ได้บอกว่าอิ่มท้องด้วยหรือไม่ ซึ่งแปลกๆไปจากเดิมอิ อิ  laugh1.gif

บ้านริมน้ำร่มเย็น น่าสบายจังเลยนะคะคุณพิล EM142.gif

Posted by pilgrim on 11 Nov. 2009,21:13
บ้านริมน้ำ ทำให้รู้สึกร่มเย็นเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูกค่ะพี่แมวเหมียว

ส่วนโรตีกรอบ มีหรือที่พิลจะพลาด....เพียงแต่คราวนี้ หลานๆ แย่งกินแทบหมดเลยค่ะ.... biggrin.gif

Posted by add on 11 Nov. 2009,22:07
หลานๆคงกลัวอาจะอ้วน เลยแย่งกินโรตีเสียหมด   boogie.gif

          บ้านสวยมากๆ

Posted by pilgrim on 12 Nov. 2009,07:42
ถ้ามีเวลาอยากให้ไปแวะพักผ่อนกันที่บ้านหลังนี้ค่ะ

เจ้าของเปิดให้เข้าชมโดยไม่คิดค่าเข้า

พี่แอ๊ด สนใจเอางานภาพวาดสีน้ำไปเผยแพร่บ้างไหมคะ... flo_1.gif

Posted by add on 12 Nov. 2009,21:31
ฮ่าๆ ฝีมือยังไม่เข้าขั้นเลยจ้ะพิล ฝึกฝีมืออีกหน่อย   EM142.gif
Posted by pilgrim on 19 Nov. 2009,21:05
พี่แอ๊ด อย่าถล่มตัวสิจ๊ะ ได้ข่าวว่ามีแฟนคลับจากแดนไกล มิสทะเล้นของเรา จับจองรูปภาพเต็มไปหมดค่ะ..... winkthumb.gif
Posted by pakae on 21 Nov. 2009,16:41
มาร่วมชื่นชมความงดงามของบ้านไม้ริมน้ำที่มีตำนานประทับใจด้วยคนจ้า EM139.gif

        ดูแล้วร่มรื่นชื่นใจมีความสุขจังเลย    ชีวิตที่มีแต่ความวุ่นวายอย่างนี้จะไปหา ชีวิตสงบๆแบบนี้จะไปหาได้ที่ไหนอีกละเนี่ย     คงจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวสักครั้งนิ EM140.gif

       แล้วก็จะบอกพิลว่าพี่ได้เห็นภาพวาดของพี่แอ๊ดแล้ว    สวยทีเดียวขนาดเพิ่งหัดวาดยังได้อย่างนี้    อีกหน่อยคงได้แย่งรูปพี่แอ๊ดกันนะพวกเรา   smSL07.gif

Posted by sweet lemon on 23 Nov. 2009,19:56
เจ้พิลลงไปตีโป่งในน้ำได้ไหมค่ะ อิอิ  smSL07.gif  มะลาวมีโป่งติดตัวหม่ำเหมอค่า อะเหอ  laugh1.gif



เมืองจันท์ มีประวัติศาสตร์เยอะเหมือนกันนะ แล้วจะหาเวลาไปย่ำค่า แหะๆ  ICON015.gif

Posted by pilgrim on 23 Nov. 2009,23:54
เจ้ก็มีห่วงยางติดตามตัวค่ะน้องมะลาว เอาไว้ไปตีโป่งกันในคลองที่น้ำใสกว่านี้ดีกว่านะ ไปเมืองจันท์เมื่อใด อย่าลืมแวะไปดูแกลเลอรี่ของพี่แอ๊ดนะน้องเอ๊ย.....

พี่ปาเก้แอบไปดูรูปวาดพี่แอ๊ดมาแล้ว ฮ่าๆๆๆ นึกภาพพี่ปาเก้แย่งรูปกับรจนา มิสทาเล้นของเรา แล้วฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งแย่งไม่ได้ นั่งร้องไห้แงๆๆ  เอ พิลกับพี่แมวเหมียวจะไปร่วมด้วยช่วยแย่ง ดีไหมเนี่ย..... cry2.gif

พี่แอ๊ดคะ เมื่อวันก่อนไปห้างแถวบ้าน เขามีภาพวาดสีน้ำมาตั้งแสดงแล้วจำหน่ายด้วยค่ะ ราคาไม่เบาเลย หลักพันขึ้น จนหลักหมื่น พี่แอ๊ดจะคิดน้องๆ สักเท่าไหร่ดีคะ....ฮิๆๆๆๆ EM135.gif

Posted by pilgrim on 16 Jun. 2010,23:31
มนต์เสน่ห์แม่น้ำนครไชยศรีที่สวนสามพราน


ไม่นานมานี้ ได้มีโอกาสไปสัมมนาที่สวนสามพราน หรือ อีกชื่อหนึ่งอันแสนจะโรแมนติกว่า Rose Garden Riverside

จำได้ว่า เคยพาเพื่อนฝรั่งไปเที่ยวเมื่อสี่ห้าปีมาแล้ว ตอนนั้น อากาศร้อนมากๆ เลยไม่ได้มีเวลาดูทั่วนัก

แต่คราวนี้ ได้พักค้างคืน เลยได้เห็นความสวยงามของสวนสามพรานในหลายๆ แง่มุม โดยเฉพาะธรรมชาติและการจัดสวนสวยๆ แต่ที่อลังการที่สุด คงเป็นแม่น้ำนครไชยศรี หรือแม่น้ำท่าจีน จากมุมมองเบื้องสูง

ฉันเห็นความงามของแม่น้ำนครไชยศรี จากระเบียงห้องพักโรงแรม..เห็นแล้วมันมีความสุขมากมาย










แม่น้ำนครไชยศรีอีกมุมหนึ่ง จากห้องอาหารอินจัน ใน Rose Garden Riverside






และเมื่อยามตะวันยอแสง




รื่นรมย์กับพรรณไม้ในสวนสวย








มุมตลาดน้ำเล็กๆ







เมืองไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวน่ารักๆ อย่างนี้เอง เป็นเสน่ห์แบบไทยๆ จริงๆ

Posted by pilgrim on 07 Mar. 2012,08:32
อยากจะไปก็ไปเลย



จะไปเลยต้องระวังให้ดีนะคะ เพราะอาจจะเลยไปเลย


เราตั้งต้นกันที่อยุธยาค่ะ มาออกเส้นสระบุรีให้ได้ แล้วตรงไปทางโคราช ชัยภูมิ ขอนแก่น

พอดีพลขับไม่ค่อยชำนาญทาง เลยขับหลงไปหลงมาแถวชัยภูมิ

แต่ท้ายสุด เราก็ผ่านพ้นขอนแก่น เข้าสู่เขต อ.ภูกระดึงกันจนได้ ผ่านผานกเค้าเพื่อนเก่า

ที่ว่าเพื่อนเก่า เพราะทุกครั้งที่เราไปภูกระดึง ถ้าถึงผานกเค้าก็ให้เตรียมตัวลงยังร้านเจ๊กิม เพื่อรับประทานอาหารเช้า แลัวเตรียมต่อรถไปยังบ้านศรีฐาน เตรียมลุยขึ้นภูกัน



จุดแรกของมาม่าทัวร์ (พาแม่ไปเที่ยว) คือ สวนหินผางาม ตั้งอยู่ บ้าน ผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ กิ่งอำเภอหนองหิน แยกจากทางหลวงสายเมืองเลย ชุมแพ ช่วงระหว่างอำเภอวังสะพุงกับภูกระดึง

แต่เสียดาย เรายังสะลึมสะลือ ง่วงๆ กันอยู่ เลยไม่ได้เข้าไปเที่ยวในสวนหินจริงๆ แต่เดินอยู่ตรงปากทาง ซึ่งก็ทำให้เราตื่นเต้นได้มิใช่น้อยกับความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์





โดดเดี่ยวบนหน้าผา



ราวกับ The Lion King




จากนี้ไป จะพาแวะเข้าเชียงคานค่ะ

Posted by แมวเหมียว on 08 Mar. 2012,20:09
เกือบ2ปีเชียวนะคะคุณพิล ถึงจะได้เลยไปเลย อิ อิ  biggrin.gif

ภาพสวยมากๆค่ะ   EM145.gif

Posted by pilgrim on 09 Mar. 2012,22:38
มันมัวแต่เลยไปเลยมาค่ะ อิๆๆๆ
Posted by แมวเหมียว on 13 Mar. 2012,13:30
แล้วนี่คุณพิลโพสต์รูปวิธีไหนคะ?

EM151.gif

Posted by pilgrim on 13 Mar. 2012,22:17
วิธีเอารูปไปใส่ไว้ใน photobucket ค่ะ เพราะวิธีของบ้าน สงสัยคุณคิลินยังแก้ไขไม่ได้ค่ะ

ต้องขอบคุณน้องมะลาวไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

Posted by แมวเหมียว on 23 Mar. 2012,14:35
รออ่านตอนแวะเชียงคานอยู่ค่ะคุณพิล flo_1.gif


EM142.gif

Posted by pilgrim on 20 Jul. 2012,23:27
อยากจะไปก็ไปเลย

ถึงเชียงคานกันซะที

จากสวนหินผางาม (คงยังจำได้นะคะ เพราะใช้เวลาเดินทางนานมาก)

เราก็มุ่งหน้าต่อไปยังเชียงคานอันเป็นแหล่งเป้าหมาย

สายๆ หน่อยค่ะ ประมาณ 10 โมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว เรารีบโทร. หาเจ้าของบ้านพักทันที เพื่อสอบถามเส้นทางไปยังที่พัก

ตอนแรก เรากะจะไปพักที่บ้านป้าน้อย ที่อยู่ในซอยตรงข้ามกับวัดเศรีคุณเมือง ที่จะไปพักที่นี่ เพราะน้องสาวเคยไปพักแล้วชอบมาก ลักษณะบ้านป้าน้อยเป็นแบบโฮมสเตย์ คือพักกับเจ้าของบ้าน เป็นห้องรวมใหญ่ๆ แล้วใช้ห้องน้ำร่วมกัน

แต่เมื่อโทร.ไป บ้านป้าน้อยคนเต็ม ป้าใจดี แนะนำบ้านพักสร้างใหม่ ชื่อบ้านอลิสา ที่อยู่เยื้องๆ กับบ้านป้าให้



พวกเราเลยได้บ้านพักที่นี่ จองห้องพักกันเรียบร้อย ในที่สุด เราก็มาถึงบ้านพัก
บ้านอลิสา เป็นบ้านพักทรงตึก ที่สร้างใหม่ ทาสีส้มๆ แสดๆ ในบ้านมีห้องพักเพียงสามห้องอยู่ชั้นบน ห้องใหญ่หนึ่งห้องนอนเจ็ดคน ห้องเล็กสองห้อง นอนได้ห้องละ 3-4 คน

พวกเราไปกัน 7 คน แต่ขอจองสองห้อง เพราะขี้เกียจแย่งกันเข้าห้องน้ำ ครอบครัวน้องสาว 4 คน ขอนอนด้วยกัน ฉันนอนกับมาม่าและหลานสาวอีกคนนึง

เชียงคานมีเสน่ห์ตรงที่มีบ้านไม้เก่าๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายห้องแถว เรียงราย เช่นบ้านหลังนี้ อยู่ตรงข้ามบ้านที่เราพัก



บ้านหลังนี้อยู่ตรงหัวมุมปากซอย ใกล้วัดศรีคุณเมือง แต่ตอนนี้เปิดเป็นร้านอาหาร







พอเก็บของเข้าที่พักแล้ว เราก็ออกท่องเทียวกันทันที

ที่แรก คือ แก่งคุดคู้ ถ้าคุณไปเชียงคาน คุณก็ควรต้องไปแก่งคุดคู้ เพราะมันไม่ไกลกัน และควรจะเป็นไฟต์บังคับ

ถ้าไปไม่ถึงแก่งคุดคู้ คุณก็แทบจะเรียกได้ว่า ไม่ได้ไปเชียงคาน

ตอนนี้ เราก็ค่อยๆ คลานไปแก่งคุดคู้กันละนะคะ เพราะไม่รู้จะถึงเมื่อไหร่ อิๆๆ

Posted by แมวเหมียว on 21 Jul. 2012,09:50
biggrin.gif ทำไมถึงจำเก่งจังคะคุณพิล นานขนาดนี้แล้วยังเล่าถูกอยู่เลย. laugh1.gif

.ระวังเดี๋ยวเล่าๆไปจะกลายเป็น..เราค่อยๆ"คู้"ไปแก่งคุดคลานนะคะ smSL07.gif

โอย ขำ.. laugh1.gif  laugh1.gif

rasp.gif

Posted by KiLiN on 22 Jul. 2012,08:40
น่าอิจฉาจังครับ ได้เที่ยวเยอะจัง greet.gif
Posted by pilgrim on 22 Jul. 2012,21:18
สวัสดีค่ะ คุณคิลิน  ดิฉันทิ้งบ้านไปซะนาน เพราะเข้าไม่ได้ค่ะ เลยกลายเป็นคนเร่ร่อนไปอาศัยอยู่ตาม Facebook ค่ะ แต่ก็ยังมีพวกเราตามไปเจอนะคะ เช่น ลุงช้าง พี่แอ๊ด พี่วันดี และพี่แมวเหมียว

คุณคิลิน คงไม่มีเวลาไปเล่นที่ Facebook เหมือนเราแน่เลย


พอดีพี่แมวเหมียวไปส่งข่าว ว่าเข้าบ้านได้แล้ว เลยกลับมาค่ะ เพราะที่จริงก็ไม่ได้อยากไปไหนนานๆ หรอกค่ะ อิๆๆๆ

@ พี่แมวเหมียวค่ะ ไม่ได้จำเก่งหรอกค่ะ แต่อาศัยถ่ายรูปมาเยอะ เลยใช้รูปย้อนความทรงจำเอาค่ะ  EM135.gif

Posted by แมวเหมียว on 23 Jul. 2012,16:08
[ดิฉันทิ้งบ้านไปซะนาน]..อ่านสำนวนคุณพิลตอนนี้แล้วรู้สึกเลยว่า"อาวุโส"ขึ้นเยอะ   couch.gif  laugh1.gif  

QUOTE
pilgrim:พอดีพี่แมวเหมียวไปส่งข่าว ว่าเข้าบ้านได้แล้ว เลยกลับมาค่ะ เพราะที่จริงก็ไม่ได้อยากไปไหนนานๆ หรอกค่ะ อิๆๆๆ


whisper.gif ม่ายช่ายแค่นั้นค่ะ..บอกว่าคุณคิลินกลับบ้านแล้ว..กำลังปัดฝุ่นฟุ้งอยู่เชียว อิ อิ biggrin.gif


EM130.gif

Posted by pilgrim on 23 Jul. 2012,19:10
เรื่องปัดฝุ่น ทำเป็นไม่พูดซะ เพราะเกรงใจผู้อาวุโสค่ะ ปล่อยให้ท่านปัดฝุ่น เราไปท่องเที่ยวสบาย หุๆๆ เดี๋ยวท่านดุเอาค่ะ  whisper.gif
Posted by KiLiN on 24 Jul. 2012,19:06
นั่นซิ ไปเที่ยวก็ไม่ยักกะชวน ask.gif
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard