Forum: ระเบียงบ้าน
Topic: คนปลูกต้นไม้
started by: นายธนู ผลบุญ

Posted by นายธนู ผลบุญ on 25 Aug. 2002,15:29
ปลุกต้นไม้ที่บ้าน  ได้สังเกตว่า flower.gif
ที่หน้าบ้าน มีต้นมะกรูด ๆ มีคนเขาบอกว่า ติดยาก หรือปลูกยาก แต่ที่บ้านเราปลูกแล้วขึ้นดี
ที่หลังบ้าน มีต้นมะปราค์  ๆ ออกผลช่วงสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมืองทุกปี ใครไปใครมาช่วงนั้นได้ลิ้มรส
ที่หลังบ้านยังมีต้นฝรั่ง  ๆ ต้นไม่สูงนัก เพราะเราได้ความรู้จากคุณแม่ให้ตอนทอนกิ่ง จะได้สะดวก  หากปล่อยให้สูงจะลำบากเก็บตอนมีผล เอาใจใส่แต่งกิ่งอย่างดี
ต้นไม้ 3 ต้น ทำให้ได้เรียนรู้มากมาย  ต้นมะกรูดหน้าบ้าน  หากไม่ดูแลกาฝากมาแย่งอาหา   ส่วนต้นมะปราค์ สูงไปหน่อย เพราะหากทำแบบต้นฝรั่ง จะเป็นปัญหากับหลังคาโรงรถ  แต่งกิ่งดี ผลผลิตออกมาดี เหมือนต้นฝรั่ง
สังคมครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล ชุมชม  มีการเปลี่ยนแปลง เจริญเติบโต ที่เรียกว่า มีพัฒนาการ  คงเป็นธรรมดาและมิติในทางสังคมที่เราจะไปเกี่ยวข้อง  จะทำกันในฐานะใด  ใช้หลักธรรมดาหรือหลักอะไรดี. smash.gif   wavey.gif
Posted by add on 25 Aug. 2002,18:58
ขอต้อนรับ คุณธนู ผลบุญค่ะ

    มาถึงก็เอาเรื่องธรรมชาติมาให้แง่คิดเลยนะคะ
    ต่อเรื่องสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไป  ดิฉันมีความเห็นว่าเราควรใช้หลักสอดคล้องกับธรรมชาติสิคะ  แต่เนื่องจากคนของเราไม่ได้ถูกสอนให้รักธรรมชาติ หรืออยู่กับธรรมชาติอย่างพึ่งพากัน   แต่ถูกสื่อและกระแสทุนนิยมรุมเร้าให้นิยมและอยากได้ทางวัตถุมากเกินไป  จึงทำให้สังคมเราดูพิกลๆอยู่  

   เดี๋ยวลองให้สมาชิกท่านอื่นแสดงทัศนะดูก็แล้วกันค่ะ
Posted by Yaya on 25 Aug. 2002,22:40
ขอต้อนรับคุณธนู  ผลบุญ...ด้วยคนค่ะ

......ปลูกมะกรูด..ฝรั่ง ..มะปราง ..เลยนะคะ ..แต่บ้าย๋ามีชมภู่อยู่หน้าบ้าน..เวลาออกลูกก็ดก..มากๆ ..หล่นเกลื่อนหน้าบ้านไปหมด...ส่วนหลังบ้าน ..(ท้ายสวน)..ก็มีมะกอกต้นใหญ่มาก..เวลาออกลูกที ..ใต้ต้นมะกอก สีดำไปหมดเลยค่ะ ... อย่างนี้ คุณ ธนู คิดยังไงบ้างหละคะ.. ic-17.gif
Posted by นกกะปูด on 26 Aug. 2002,00:11
สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับคุณนาย ธนู ค่ะ
แหม! ไม่แวะดื่มน้ำท่า ที่ห้องรับแขกเลยนะคะ
ไม่เป็นไรค่ะ นู๋เด็กรับใช้บริการถึงที่ค่ะ
อ่ะ... beer2.gif.gif  beer2.gif.gif  beer2.gif.gif

พูดถึงเรื่องต้นไม้ นู๋ชอบปลูกต้นรักค่ะ ปลูกไปทั่ว..
แต่ไม่ยักกะขึ้น สงสัยไม่ได้ใส่ปุ๋ยมั๊งคะ? อิอิ  ic-14.gif  ic-14.gif
Posted by KiLiN on 26 Aug. 2002,10:24
ขอต้อนรับคุณธนู ผลบุญ ด้วยความยินดีครับ  xmas.gif
แหมนามสกุลดีจัง

หลักที่จะเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ความเห็นตามวิถีพุทธก็คือ

"อยู่กับธรรมชาติ กลมกลืนกับธรรมชาติ พึ่งพิงอิงแอบอาศัยธรรมชาติ ให้ประโยชน์กับธรรมชาติ รับประโยชน์จากธรรมชาติ"

ปล: ขออนุญาตย้ายกระทู้ไปที่ห้องใต้ถุนบ้านนะครับ
Posted by add on 18 Sep. 2002,09:45
เจ้าของกระทู้ไม่มาเสียที
   ดิฉันเห็นว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้ที่น่าสนใจดี "คนปลูกต้นไม้ "
   ดิฉันเลยเอา บทกวี ของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ มาฝาก

  

      เมื่อฝนห่าใหญ่ฝ่านพ้นไป
      "เขียวหมื่นอย่าง" ฟื้นตัว
      ทางฟากฟ้าตะวันออก
      ค่อยๆปรากฏรุ้งเรืองรอง
      เด็กหญิงกำลังขี่ควาย
      มุ่งกลับบ้านอย่างลิงโลดในยามเย็น
      กลิ่นหอมของดอกบัว
      ขจรมาพร้อมกับสายลมอ่อน
      ที่โพยพัดข้ามบึง


อธิบายความ : ภาพและกวีบทนี้ ฟูกูโอกะ เขียนขึ้นเมื่อยามเยือนท้องทุ่งอิสาน สะท้อนให้เห็นสภาพธรรมชาติและชีวิตอันเรียบง่ายของท้องถิ่นนี้ ในที่นี้ "เขียวหมื่นอย่าง" หมายถึง พฤกษชาติใหญ่น้อยมากมายหลายชนิด แตกหน่อออกกอเขียวขจีไปทั่ว 

เขาเขียนกวีบทนี้เมื่อครั้งที่มาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 25 กรกฏาคม - 16 สิงหาคม 2533 คัดมาจากหนังสือ "ไส้เดือนรำพึง" อันเป็นหนังสือรวมภาพและบทกวีของเขาในครั้งที่มาพบปะชาวไร่ชาวนาในประเทศไทยนั่นเอง 

  แล้วพรุ่งนี้จะมาบอกนะคะว่า ฟูกูโอกะ คือใคร?
Posted by add on 19 Sep. 2002,04:37
มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ 

   

    เป็นชาวญี่ปุ่นผู้ซึ่งหลงใหลในวิถีแห่งธรรมชาติ ได้เขียนหนังสือเรื่อง ปฎิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว (The One Straw Revolution ) เมื่อปี พ.ศ. 2518 ซึ่งทำให้เขาได้รางวัลแมกไซไซ ประจำปี พ.ศ.2531 ในหนังสือเขากล่าวถึง เกษตรกรรมแบบธรรมชาติ ซึ่งมีหลัก 4 ประการคือ

1. ไม่ไถพรวนดิน 
เกษตรกรเชื่อว่าการไถพรวนดินเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปลูกพืช แต่ฟูกูโอกะเห็นว่า การไม่ไถพรวนดินคือ พื้นฐานของเกษตรกรรมธรรมชาติ พื้นดินมีการไถพรวนตามธรรมชาติด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว จากการชอนไชของรากพืช และการกระทำของพวกสัตว์เล็กๆในดิน เช่น ไส้เดือน จุลินทรีย์


2. ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี หรือทำปุ๋ยหมัก 
คนเรามักเข้าไปวุ่นวายกับธรรมชาติและไม่สามารถแก้ไขผลเสียที่เกิดขึ้น เช่น การเพาะปลูกที่เลิ่นเล่อสะเพร่าทำให้สูญเสียหน้าดินอันอุดมสมบูรณ์ไป ดินก็จะจืดลงทุกปี แต่ถ้าปล่อยให้ดินอยู่ไปตามสภาพของมันเอง ดินจะสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นไปตามวงจรชีวิตของพืชและสัตว์ 


3. ไม่จำกัดวัชพืช ไม่ว่าด้วยการถากถางหรือใช้ยากำจัดวัชพืช
วัชพืชมีความสำคัญในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินและ ช่วยให้เกิดความสมดุลในสิ่งแวดล้อมทางชีววิทยา ตามหลักการพื้นฐาน วัชพืชเป็นสิ่งที่ต้องควบคุม แต่ไม่ต้องกำจัด การใช้ฟางคลุม ปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดิน หรือการปล่อยน้ำเข้านาเป็นครั้งคราว เป็นวิธีควบคุมวัชพืช


4. ไม่ใช้สารเคมี 
เมื่อพืชอ่อนแอลงเพราะผลจากการปฎิบัติที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ได้แก่การไถพลิกดิน การใช้ปุ๋ย เป็นต้น ทำให้เกิดความไร้สมดุลของโรคพืช และแมลงก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ในการเกษตร ธรรมชาตินั้นหากปล่อยไว้ตามลำพังก็จะอยู่ในสภาพสมดุล แมลงที่เป็นอันตรายและโรคพืชมักมีอยู่เสมอ แต่ในธรรมชาตินั้นมันจะไม่เกิดขึ้นจนถึงระดับที่ต้องใช้สารที่มีพิษเหล่านั้นเลย วิธีการควบคุมโรคและแมลงที่เหมาะสมคือการปลูกพืชที่แข็งแรง ในสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์


   ฟูกูโอกะได้พิสูจน์ให้เห็นว่า หลักการดังกล่าวไม่เพียงแต่จะฟื้นฟูดินและระบบนิเวศน์ในไร่นาให้กลับมีชิวิตชีวาพร้อมพรั่งดังเดิม หากยังเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พรรณไม้และพืชผล ทั้งในทางปริมาณและคุณภาพเหนือกว่าเกษตรกรรมแผนใหม่ซึ่งเน้นวิทยาการขั้นสูงเสียอีก
Posted by KiLiN on 19 Sep. 2002,08:23

มีกลอนว่าด้วยเด็กหญิงขี่ควาย
ก็เลยเอารูปว่าด้วยเด็กหญิงขี่ควาย
แล้วก็ตามด้วยเพลง "เด็กท้องนา" 
เพลงหลัง 6 ตุลา หมาดๆจากวงลูกทุ่งเปลวเทียนมาฝาก
เป็นเพลงฟังแล้ว ใสๆซื่อๆ






  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 

Posted by add on 21 Sep. 2002,01:20
จากหนังสือ ไส้เดือนรำพึง
ภาพและกวีวัจนะของมาซาโนบุ  ฟูกูโอกะ


    

    จะ "เป็น" หรือ "ตาย"
    ก็แค่ข้าวชามเดียว



อธิบายความ

    ฟูกูโอกะต้องการแสดงให้เห็นว่าชีวิตของคนเรามิได้ยิ่งใหญ่อะไร ต้องอาศัยข้าวหล่อเลี้ยงจึงจะมีชีวิตอยู่ได้ โดยเปรียบเทียบว่า ชีวิตคนขึ้นอยู่กับข้าวเพียงชามเีดียวเท่านั้น
Posted by add on 23 Sep. 2002,02:19
รับใช้ธรรมชาติแล้วทุกอย่างจะดำเนินไปด้วยดี
อย่าฆ่าสัตว์กินแมลงตามธรรมชาติ 
ปลูกผักบ้านแบบผักป่า 

     
     
      ฟูกูโอกะกล่าวว่า ความทะเยอทะยานอันไม่มีที่สิ้นสุด คือสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้โลกตกอยู่ในสภาพอย่างที่เห็นในปัจจุบัน การพัฒนาแบบชั่วแล่นทำให้สังคมล่มสลาย ทำให้มนุษย์ถูกแยกขาดจากธรรมชาติ หมกมุ่นอยู่ในความทะเยอทะยานทางวัตถุและผลประโยชน์ส่วนตัว 

      ยิ่งเกษตรกรรมเพิ่มขนาดการผลิตมากขึ้นเท่าใด ร่างกายและจิตใจของคนเราก็จะยิ่งเหนื่อยล้าและยุ่งเหยิงมากขึ้นเท่านั้น และก็ยิ่งห่างไกลจากชีวิตที่งอกงามทางจิตวิญญาณ วิถีชีวิตแห่งเกษตรกรรมขนาดเล็กอาจจะดูโบราณล้าหลัง แต่วิถีเช่นนั้นย่อมเอื้อต่อการเพ่งพินิจ “หนทางอันยิ่งใหญ่” ถ้าบุคคลใดเข้าใจเพื่อนบ้านของตน และเข้าใจโลกแต่ละวันที่เขามีชีวิตอยู่อย่างลึกซึ้ง ความยิ่งใหญ่ของโลกก็จะเปิดเผยแก่ตัวเขา

        ฟูกูโอกะ กล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของการเกษตรกรรมไม่ใช่การเพาะปลูกพืช แต่คือการบ่มเพาะความอุดมสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์” เขาได้กล่าวถึงเกษตรกรรมในฐานะที่เป็นวิถีชีวิตแบบเก่าว่า “การอยู่ที่นี่ดูแลทุ่งนาเล็กๆด้วยความรู้สึกที่เป็นอิสระในแต่ละวัน ทุกๆวันนี้คือวิถีดั้งเดิมของเกษตรกรรม” งานเกษตรกรรมซึ่งมีความสมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียวจะหล่อเลี้ยงบุคคลทั้งร่างกายและวิญญาณ เรามิได้มีชีวิตอยู่ด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว
     
     
      ดอกกะทกรกขึ้นเองตามธรรมชาติ  กินได้
      มีคนที่ดิฉันรู้จักคนหนึ่งเขามีที่ดินประมาณ 10 ไร่ อยู่ที่จังหวัดระยอง ที่ดินแปลงนี้เป็นดินปนทรายและปนลูกรัง พืชพันธุ์ที่ขึ้นอยู่ก็จะเป็นต้นหญ้าสูง เช่น หญ้าคอมมิวนิสต์ (เป็นหญ้าที่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็วมาก ดอกเป็นรวงเหมือนหญ้าคา) หญ้าคา และต้นสาบเสือ ต้นไม้ใหญ่มีต้นมะขามอยู่ริมทางเพียงต้นเดียว นอกนั้นเมื่อเรามองไปจะเห็นแต่ทุ่งหญ้าอันแห้งแล้ง 

   เขาได้ยึดหลักการ 4 ประการตามที่ฟูกูโอกะกำหนด คือเขาไม่กระทำการใดๆลงบนผืนดินนี้เลย ไม่ขุด ไม่ถาก ไม่ถาง เขาเอาเมล็ดพันธุ์พืช ขว้างบ้าง ทิ้งบ้าง เอาฝังลงในดินบ้าง แล้วปล่อยให้ธรรมชาติดูแลจัดการ ในระยะ 5 ปีแรก มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อย เช่น มีต้นไม้ขึ้นมาหลายต้นจากเมล็ดที่เขาโยนทิ้งไว้ แต่ก็ล้วนเป็นต้นไม้ที่ผอมแกร็นทั้งสิ้น ที่ดินของเขามีต้นไม้หลายชนิดเพิ่มมากขึ้น แต่ความแห้งแล้งก็ยังคงแผ่รังสีให้เห็น หญ้าคาและหญ้าคอมมิวนิสต์ก็ยังคงมีอยู่ 

   จนกระทั่งปีที่แปด ฉันได้เดินทางไปเยี่ยมเขาอีกครั้ง แทบไม่น่าเชื่อว่าที่ดินผืนเดิมนั้นกลับดูเขียวชอุ่ม ต้นไม้โตขึ้นจนผิดหูผิดตา ต้นไม้ใหญ่เติบโตจนพอจะมีร่มเงา ต้นหญ้าลดน้อยลงไปมากทั้งๆที่เขาไม่ได้จัดการใดๆกับมันเลย แต่เนื่องจากเขาเป็นคนสมถะ เขาจึงใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างเรียบง่าย เก็บยอดกระถินมาจิ้มน้ำพริกกินบ้าง เก็บยอดตำลึง ยอดฟักทองมาทำกับข้าวได้ นอกจากนี้เขาก็เลี้ยงไก่ตามธรรมชาติ ปล่อยให้หากินเอง ก็ได้กินไข่บ้าง ไม่ได้กินบ้าง งูเอาไปกินบ้างตามสภาพ มีหมาและแมวผอมๆอยู่กับเขาด้วย  อาชีพหลักของเขา คือการเขียนหนังสือ แม้รายได้จะไม่มาก แต่เนื่องจากเขาอยู่แบบไม่นิยมวัตถุ เรียบง่าย เขาจึงอยู่ได้อย่างมีความสุข
Posted by add on 02 Feb. 2003,03:20
ผู้ที่คิดว่าตัวเองเข้าใจธรรมชาติแล้ว มักทนสภาพในไร่ธรรมชาติของผมไม่ค่อยได้ .......

     ถึงแม้จะไม่มีใครมาดูแล ไร่แห่งนี้ก็ยังปรับปรุงสภาพไปได้โดยธรรมชาติ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำมาตลอดจนถึงเดี๋ยวนี้ก็คือ สร้างโอกาสให้ไร่ที่เคยพินาศจากเกษตรกรรมวิทยาศาสตร์กลับคืนสู่สภาพดั้งเดิมของมันได้อีกครั้ง ให้โอกาสเพียงน้อยนิดของผืนดินที่จะฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ที่เคยมีอยู่เดิมให้กลับมา ไร่แห่งนี้จะฟื้นฟูสภาพของมันต่อไปและปรับปรุงไปได้เองโดยไม่ต้องมีใครไปยุ่ง รวมทั้งจะเปลี่ยนไปเป็นสภาพในฝันได้โดยธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติได้รับการฟื้นฟูเต็มที่แล้ว ไร่แห่งนี้ก็จะไม่ต้องการให้ใครมาดูแลอีกต่อไป หน้าที่ผู้ดูแลที่ผมทำอยู่นี้ก็จะสิ้นสุดลงเสียที

     ผมเขียนกวีไฮกุคู่หนึ่งรำพึงความรู้สึกนี้ว่า

     ณ กระท่อมน้อยแห่งนี้
        ดอกเชอรี่และผักกาดยางเบ่งบาน
        ผสานเสียงไก่ขันเจื้อยแจ้ว


     หัวผักกาดขาวงอกงาม
        ไก่ตัวน้อยวิ่งซุกซนท่ามกลางพืชพันธุ์
        สถานที่แห่งนี้ไร้ผู้คน


     สรวงสวรรค์บนดินที่ชุกชุมไปด้วยพืชและดอกเชอรี่บานดูงามตา หัวผักกาดขาวและผักกาดยางดกดื่น เสียงสุนัขเห่าและเสียงไก่ขานรับพงไพร ลองจินตนาการดูก็ได้ว่าถ้าคุณได้มานั่งจิบน้ำชาร้อนๆข้างเตาผิงท่ามกลางธรรมชาติเหล่านี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร

     สองมือสร้างเพิงพักเพียงง่ายๆ
         เสากระท่อมยังตั้งเด่นเป็นสง่า
         ข้างไฟในเตาผิงแห่งฤดูใบไม้ผลิ


     ชีวิตเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็นวิถีอันสงบสุขที่น่าอยู่ไม่ใช่น้อยใช่ไหมล่ะ นี่อาจไม่ใช่สรวงสวรรค์เลยก็ได้ หรือจะเป็นเพียงการหนีไปจากโลกแห่งความเป็นจริง

     ข้อเขียนบทสุดท้ายของ วิถีสู่ธรรมชาติ เล่ม ๒ ของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ
Posted by ชาครีย์ on 02 Feb. 2003,06:02
wavey.gif ชอบ "ลุงฟู"  มากครับ
คนบ้าที่ "ไม่ธรรมดา" และน่ายกย่อง
ยากนักที่คนธรรมดาสามัญจะเข้าใจในตัวแก

Posted by add on 22 Mar. 2003,08:29
มาดูดอกไม้สวยๆกันดีกว่านะ ( เบื่อจะดูสงครามน่ะ)

ใบระบาด



ชื่อวิทยาศาสตร์: 
Argyreia nervosa (Burm.f.) Bojer.
ชื่อวงศ์: CONVOLVULACEAE

    ฉันเคยเห็นต้นใบระบาดที่สวนธรรมชาติของพี่เขย มันเป็นไม้เถาที่มีเถาใหญ่แข็งแรงมาก มันเลื้อยคลุมหลังคาโค้งที่เขาทำพืชเพาะชำไว้ข้างใต้ ใบของมันใหญ่เป็นรูปหัวใจ ซ้อนกันหนาแน่น ผิวใบด้านล่างมีขนละเอียดสีขาวหรือเทาอ่อนนุ่ม มีดอกช่อเป็นช่อ มีลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งแต่กลีบดอกหนากว่า บานวันเดียว กลีบดอกร่วงง่าย ดอกสีชมพูอมม่วง เขาว่ามีผลกลมสีน้ำตาลแกมเหลือง

    ใครมีที่กว้างขวางอยากปลูกไม้เถาขนาดใหญ่ ลองปลูกต้นใบระบาด จะดูร่มครึ้มตลอดปีค่ะ

    

ถิ่นกำเนิด เอเซียเขตร้อน ปลูกได้ทั่วไป

ประโยชน์: 
ราก เป็นยาขับน้ำ เหลืองเสีย ยาบำรุง แก้ไขข้ออับเสบ ใบ ใช้ฟอกฝี แก้โรคผิวหนังทั่วไป


< http://www.shc.ac.th/botanical-garden/123.htm >
< http://www.tourthai.com/gallery/flower/pic08065.shtml >
Posted by add on 23 Mar. 2003,02:39
โคลงเคลง



ชื่อสามัญ Straits Rhododendron, Singapore Rhododendron, Malabar Melastome, Indian Rhododendron
ชื่อวงศ์ MELASTOMATACEAE

    เมื่อตอนเป็นเด็กฉันชอบเข้าไปในป่าพุ่มไม้เล็กๆท้ายสวนที่จะมีต้นดอกไม้สวยๆอย่างต้นโคลงเคลง ต้นพวด ต้นแสงอาทิตย์ และต้นอื่นๆอีกมากมาย ฉันชอบต้นโคลงเคลงมาก ชอบดอกสวยสีม่วง ที่ฉันเฝ้านับว่าส่วนใหญ่มีกลีบ 5 กลีบ นานๆจะมีสักดอกที่เป็น 6 กลีบ ดอกโคลงเคลงบนแค่วันเดียวก็หล่นร่วง ฉันชอบใบและก้านของมันที่มีขนนุ่มมือ และเมื่อลูกโคลงเคลงแก่มันจะแตกออก จนเห็นเนื้อในเป็นกลีบสีดำ เวลากินจะรู้สึกว่าเป็นเม็ดเล็กๆหวานนิดๆ กินแล้วลิ้นดำเหมือนกินลูกหว้า

    ทุกวันนี้ไม่มีป่าธรรมชาติแบบนั้นแล้วแต่ฉันก็พยายามที่จะปลูกมันไว้ที่สวน แต่มันก็จะไม่ดูงดงามเหมือนภาพที่เราเห็นเมื่อตอนที่เราเป็นเด็กที่ได้เล่นสนุกในป่าโคลงเคลงเลย

    โคลงเคลงหรือเอนอ้าพันธุ์ไม้ป่าเป็นไม้พุ่ม ที่มีลำต้น สูงประมาณ 1-2 เมตร มีกิ่งก้านเมื่ออ่อนสีแดงบางพันธุ์มีขนอ่อนเล็กๆขึ้นรอบๆ แตกแขนงเป็นพุ่มกว้าง ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ยาวรี ปลายแหลม ใบค่อนข้างแข็ง ร่องใบลึก  ใบมีขนอ่อนนิ่ม ดอกมี 5 กลีบมีสีม่วงแดง ม่วงเข้ม ม่วงอมชมพู ออกดอกตามยอดและปลายกิ่ง ทยอยบานครั้งละ 2 – 3 ดอก ให้ดอกเป็นระยะ ๆ ตลอดปี

    โคลงเคลงมีหลายพันธุ์  ส่วนมากพบเป็นไม้พุ่ม หรือไม้ต้นขนาดเล็ก หรือเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยก็มีมักพบขึ้นตามที่ชื้นแฉะ หรือพื้นที่ริมน้ำ ตามชายป่าหรือลำห้วยทุกภาคของไทย โดยเฉพาะตามแถบเทือกเขา กระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย ศรีลังกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่อยไปจนถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก

     ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ หรือแยกกอ
    




< http://mrtg.rayongwit.net/~nick02/2.CHAYAPOL5_6/d1/d30.htm >
< http://www.srp.ac.th/tree/034.htm >
Posted by add on 07 May 2003,01:36
กันเกรา

     

   ที่เชิงเขาเหล่าพันธุ์มิ่งไม้   ลมพัดกวัดไกวอยู่หันเหียน
 รกฟ้าขานางยางตะเคียน     กันเกรากระเบียนและชิงชัน

              ขุนช้างขุนแผน...พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2
   
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Fagraea fragrans
วงศ์ LOGANIACEAE
ชื่อสามัญ : Anon, Tembusu

     

    ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้นกันเกราออกดอก  เมื่อวานมีน้องคนหนึ่งเอาช่อดอกกันเกราปักใส่กระทงใบตองมาฝาก เอามาตั้งไว้ที่ระเบียงก็หอมกรุ่นไปทั้งบ้าน

    กันเกราหรือ ตะเกรา เป็นพันธุ์ไม้ที่ต้นทรงสวยสูงใหญ่แข็งแรง แต่เติบโตค่อนข้างช้า ใบดกทึบหนาสีเขียวแก่เป็นมัน ชอบขึ้นในที่แล้งหรือในที่ๆมีฝนชุก เวลามีดอกมักออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีสีเหลืองนวลอมเหลืองเล็กน้อย ช่อคล้ายๆดอกอโศก มีกลิ่นหอมระรื่นทั้งวัน ชวนดมมาก 

     ต้นกันเกรานี้ ทางภาคใต้เรียกว่า "ตำเสา" หรือ "ทำเสา" แต่ทางภาคอีสานเรียกว่า "มันปลา" ขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด

     กันเกรานั้นเป็นไม้ที่จะพบมากแถว จันทบุรี ชุมพร และตราด คนโบราณแถบนี้จะเอาแก่นต้นกันเกรามาทำไม้ค้างพริกไทย หมายถึงเอาไม้แก่นมาตั้งเป็นเสาให้ต้นพริกไทยเลื้อยเกาะ ที่ต้องเอาเป็นไม้ตะเกราหรือกันเกราก็เพราะแก่นไม้ชนิดนี้แข็งมากอยู่ได้หลายๆสิบปี โดยไม่ผุ แม้แต่บ้านโบราณก็ยังใช้แก่นไม้นี้ปูพื้นบริเวณที่ชำระล้าง เพราะความทนทานนั่นเอง

     เนื้อไม้ละเอียดสีเหลืองอ่อน แข็งทนทานมากทั้งในพื้นดินและในน้ำ ทนปลวก ตกแต่งง่าย ชักเงาได้ดี นิยมใช้ทำเสาเรือน เสาสะพาน กระดานปูพื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง เครื่องเรือน เครื่องกลึง กระดูกงูเรือ โครงเรือ เสากระโดงเรือ หมอนรางรถไฟ ชาวจีนตอนใต้นิยมใช้ทำโลงจำปา เนื้อไม้และเปลือกใช้เป็นสมุนไพร 

สรรพคุณตามตำรายา : เปลือกต้น บำรุงโลหิต แก้ผิวหนังพุพองปวดแสบร้อน แก่น บำรุงธาตุ เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ไข้จับสั่น แก้หืดไอ ริดสีดวง ท้องมาน มูกเลือด แน่นหน้าอก บำรุงม้าม ขับลม

     กันเกราเป็นหนึ่งในเก้าของไม้มงคล และเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลของจังหวัดนครพนม
     
Posted by add on 17 May 2003,01:21
ดอกกันเกราแสนสวย ของฝากจาก ร่มทองหลาง

ภาพเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2546 โดยช่างภาพจำเป็นประจำร้าน "ชายเล็ก"
Posted by เก่ง on 17 May 2003,09:09
ปลูกต้นสักกันไหมครับ
ราคาต้นเล็กๆ ต้นละ 2-3 บาท เอง
แล้วรอสักร้อยปี จะได้ผลกำไรงอกเงยมา
รอกันจนตายไปข้างนึง  cry2.gif

เคยปลูกกุหลาบกันมั้ย???
ถ้าไม่เคย น่าจะลองดูกันบ้าง
กุหลาบ เป็นต้นไม้ที่ต้องการความเอาใจใส่สูงมาก
ผู้ปลูกต้องคอยงอนง้อดูแล พูดคุยด้วย ทุกวัน
มิเช่นนั้น เธอจะไม่ออกดอกให้คุณได้แลเลย
ถ้าหนุ่มคนไหนเพาะกุหลาบ และ ให้ออกดอกได้ในวันวาเลนไทน์ และ มอบแด่สาวที่ตนรัก (ทั้งกระถาง) พีงบอกได้ว่า หนุ่มคนนั้นมีรักแท้ และ ความอุตสาหะ เอาใจใส่ เพียงใด
ถ้าสาวคนใดรับกุหลาบนี้ และ สามารถทำให้ออกดอกได้อีกครั้ง
ท่านว่า หนุ่มและสาวนี้ เป็นคู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก

ที่บ้านเคยมีไอเดียจะเสนอลุงสมัคร ว่า
ถ้าใครจดทะเบียนแต่งงาน ให้ไปปลูกต้นไม้ร่วมกันสักต้น โดยจัดที่วไว้สักที่หนึ่ง แล้วเสียค่าดูแลปีละจำนวนหนี่งไม่ต้องมากต่อคู่ต่อต้น มีป้ายลงทะเบียนไว้ให้เสร็จ แล้วจ้างคนดูแลเป็นส่วนๆไป จนกว่าต้นไม่จะเติบโตเองได้ คู่บ่าวสาว คงยินดีที่จะมาดูอนุสรณ์ความรักของตนให้ยืนยาวต่อไปเช่นกัน และ ยังสร้างความเจริญและสดชื่อให้แก่ธรรมชาติ

พูดถึงต้นไม้ ป่าของไทย แล้ว คิดถึง เสือ กลิ่นสัก ครับ
Posted by add on 17 May 2003,19:09
เสือ กลิ่นสัก (ชื่อเท่จังนะ)  คุณเก่งช่วยเล่าให้ฟังหน่อย เพราะไม่ได้อ่านจริงๆ พอรู้บ้างก็เรื่อง ล่องไพร ของน้อย อินทนนท์   blush.gif  

     ความคิดปลูกต้นไม้ตอนแต่งงานนี่ดีเหมือนกันนะ แต่ขอแนะนำว่าให้พยายามเป็นปลูกเป็นไม้ยืนต้น จะได้ยืนนานไงคะ เช่น ประดู่ กันเกรา พิกุล อะไรทำนองนี้ เวลาที่ต้นไม้ยังอยู่เราจะรู้สึกสบายใจ เกิดต้นไม้แต่งงานตายไป คงใจเสียน่าดูเลย  cry2.gif
   
     เมื่อ 4-5 ปีก่อน มีการรณรงค์เรื่องการปลูกต้นไม้ค่อนข้างมาก เด็กนักเรียนวิ่งหาต้นไม้ไปโรงเรียน ครูสั่งให้เอาไปปลูก แม้กระทั่งแก้เกรด ครูยังสั่งให้เอาต้นไม้ไปแก้เกรดเลย  laugh1.gif 

     การปลูกต้นไม้ช่วยผ่อนคลายและทำให้มีความสุข เพราะได้เห็นรายละเอียดของความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ละวันได้เห็นใบที่ผลิออกมา ได้เห็นการเกิดใหม่ ได้เห็นสีสันสัญญลักษณ์แห่งความสดชื่น และยิ่งได้เห็นดอกไม้ก็ยิ่งทำให้ปลื้มใจไปใหญ่ เป็นความสุขที่หาได้ง่ายจริงๆค่ะ  rose.gif

  
     
Posted by เก่ง on 17 May 2003,21:16
เสือ กลิ่นสัก เป็นตัวละครจากเรื่อง ร้อยป่า ครับ

เขียนเรื่องย่อๆไว้ตามข้างล่างแล้วครับ
------------------------------------------------------------------------
< http://www.numtan.com/book/index.php >

ชื่อหนังสือ ..... “ร้อยป่า”
เขียนโดย ..... อรชร - พันธุ์ บางกอก

ร้อยป่า.... เป็นนิยายที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ดีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2504 โดยได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร "บางกอก" "ทานตะวัน" และ "บางกอกสแควร์" รวมทั้งหมด 6 ครั้ง ก่อนได้รับการพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก เมื่อปี 2541

ร้อยป่า.... ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ และ ละครทีวีหลายๆครั้ง และ ยังมีผู้เรียกร้องต้องการอ่าน และชม อยู่ตลอดเวลา

ร้อยป่า.... ได้สอดแทรกคติธรรม หลายอย่างที่น่าสนใจ ในการดำรงชีวิตในสมัยนั้น การใช้ชีวิตของนักศึกษาแม่โจ้ การต่อสู้ของข้าราชการดีๆในกรมป่าไม้ ในสมัยที่ป่าไม้ของไทยเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ ความรู้ทางด้านป่าไม้ และ บทหลังๆยังแสดงให้เห็นวัฒนธรรมในต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน และ อเมริกา ในยุคอดีต....

"ศรี ชัยพฤกษ์" นามปากกา "อรชร" อดีตผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสาร 'บางกอก' ผู้สร้างตำนาน เสือ กลิ่นสัก แห่ง "ร้อยป่า" นักเขียนเจ้าของรางวัลนราธิป พ.ศ.2544 เสียชีวิตอย่างสงบเช้าวันที่ 8 ธันวาคม ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ 2545 สิริรวมอายุ 84 ปี

เนื้อเรื่อง…..เสือ กลิ่นสัก บุรุษที่หน้าตา ขี้ริ้ว แต่ยึดมั่นในคำสอนของหลวงตา ผู้นำเด็กกำพร้ามาจากหมู่บ้านในป่าหลังพ่อแม่เสียชีวิต มาเป็นเด็กวัดในกรุงเทพฯ ให้ทำแต่ความดี ยึดความดีไว้ให้มั่นมีความซื่อสัตย์ ขยัน กตัญญู แล้วชีวิตนั้นก็จะเจริญเอง แม้ว่ารากฐานของชีวิตจะต่ำต้อยสักเพียวใดก็ตาม

เสือ กลิ่นสัก.... เมื่อสิ้นหลวงตา ก็มีเพื่อนแท้ศิษย์วัด...ก้อน...ที่ยอมสละแรงงาน และ ความสุข เพื่อส่งให้ เสือ ได้เรียนเกษตร ที่ แม่โจ้ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนได้ทำงานเป็น ข้าราชการกรมป่าไม้ ด้วยความซื่อสัตย์และ ต้องต่อสู้อิทธิพลต่างๆ หลายรูปแบบ ทั้งแพ้ และ ชนะตามชะตาชีวิตจะนำไป แต่ เสือ ยังยึดมั่นในคำสอนของหลวงตาเสมอมา

เสือ กลิ่นสัก.... พระเอกหน้าตาขี้ริ้ว เป็นลูกกำพร้า พนักงานป่าไม้ที่ซื่อสัตย์ ทั้งเก่ง ทั้งดี แต่ สามารถชนะใจสาวๆด้วยความดี เสือ ยึดมั่น และ บูชา ความรักของเขา แก่ ธนิษฐา.... ลูกสาวคุณหลวงคหบดี แม้ว่า ธนิษฐา ผู้โชคร้าย มีโรคประจำตัว และ ต้องตอบแทนครอบครัว โดยรับหมั้นกับ อนิรุทธิ์.... บุรษรูปงามแต่หลายหลากน้ำใจ ลูกชายพระยาฯ คหบดีใหญ่ .... วงจรชีวิต ให้ทั้งหมดพบกันตั้งแต่เด็กจนกระทั่ง เวียนมาเป็นคู่รักคู่แค้นกัน ทั้งในหน้าที่ปกป้องพิทักษ์ป่าไม้ และ คุ้มครองคนรัก เสือ.... เฝ้าปกป้อง ธนิษฐา.... คนที่ตนบูชา แม้รู้ว่า ตนนั้นต่ำต้อยเพียงธุลีดิน และ ยังต้องคอยถนอมน้ำใจ ลูกพี่ลูกน้องสาว ผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายธนิษฐา แต่ว่า เป็นตัวของตัวเอง มอบไมตรี และ คอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ ....

เสือ กลิ่นสัก.... บุคลิกของ ป่าไม้ผู้เข้มแข็ง ไม่เคยทรยศต่อ หน้าที่การงาน และประเทศชาติ เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหลายๆคน ในสมัยนั้น อยากจะเป็นพนักงานป่าไม้ และเป็นนักอนุรักษ์ป่า ที่ดี

เล่าให้ฟัง ..... หนังสือชุดนี้ พ่อ...หิ้วมาให้เมื่อมิถุนายน 2545 บอกให้ลองอ่านแล้วคิดเอง

พ่อ... เคยไปเป็นลูกแม่โจ้มาหนึ่งปี ประมาณ 2498 ก่อนที่จะกลับมาเข้าเรียนที่ อำนวยศิลป์ แทน

พ่อ... ตอนนี้พยายามคืนชีวิตให้ธรรมชาติ ด้วยการปลูกต้นสักจำนวนหนึ่ง ซึ่งผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน คงประมาณ 80-100 ปีข้างหน้า แต่ผลประโยชน์ปัจจุบัน คือ ทำให้พ่อมีความสุข ที่ได้เห็นต้นไม้เหล่านั้นได้เติบโตในธรรมชาติ สร้างความร่มรื่นให้แดนดินถิ่นนั้น และ ยังสร้างงานให้คนบางกลุ่ม

ถ้า ประเทศไทย มีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เช่น ....เสือ กลิ่นสัก.... สักเสี้ยวหนึ่ง ป่าไม้ของประเทศคงไม่หายไปเหมือนดังเช่นทุกวันนี้.....
     
โดย : พี่เก่ง    (203.107.130.10) 13/05/2003 05:15 PM
Posted by add on 19 May 2003,10:24
น่าเสียดาย  ตอนนั้นพี่จะเว้นไม่อ่านเรื่องที่อรชรเขียน  กับเรื่องที่ประชาพูนวิวัฒน์เขียน (คนอาไร้  สมัยก่อนเขียนหนังสือบรรทัดละ 8 บาท แค่เขียน ค่ะ  คำเดียวก็ 8 บาทแล้ว น่าอิจฉาๆ)  ดูเหมือนพี่จะทำเป็นว่ารับไม่ได้กับเรื่องที่เขาเขียนบทโรแมนติคกับผู้หญิง  (แต่ก็แอบอ่านบ้าง ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ) แล้วก็อีกอย่าง  มีความรู้สึกว่าเขาเขียนนวนิยายสำหรับผู้ชายน่ะ

      แล้วจะหามาอ่านดูบ้างค่ะ
Posted by เก่ง on 19 May 2003,10:46
เรื่อง ร้อยป่า
พี่แอ๊ด อาจจะหายากหน่อยแล้วครับ เพราะ อรชร เสียชีวิตเมื่อ ต้นเดือน ธันวาคม 2545 ทำให้คนกว้านซื้อกันไปหมดตลาด

ส่วน ของ พตต. ประชา คงไม่มีใครพิมพ์มาแล้วมังครับ เพราะหมดยุคไปนานแล้ว ส่วนแกไปเสียชีวิตในเรือนจำอีก เสียดายครับ

ที่บ้านผมมีอยู่เกือบครบ ครับ บางตอนเป็นซีรีส์ หลายเล่มจบ อ่านแล้วก็เห็นภาพสังคมในยุคนั้นดีครับ บางเล่มก็ได้ภาษาต่างชาติ อย่าง บ้วนโย่โน่ หรือ ติอาโม่  laugh1.gif อิอิ เรื่องกะเหรี่ยง พม่า หรือ สงครามเวียดนาม ทหารพราน ก็เพลินๆดีครับ

พี่กลัวไปหลงเสน่ห์แกหรือเปล่าครับ พระเอกในแต่ละเรื่องเจ้าชู้ไปหน่อย แต่ผมเข้าใจว่า คงเป็นเรื่องจริงๆจาก นิสัยตำรวจหนุ่มๆ สมัยก่อนครับ

ที่สุดยอด คือ มีเรื่องหนึ่ง ที่ตำรวจนักเขียนหลายๆท่านผลัดกันเขียนกันคนละตอน แล้วผูกเงื่อนให้คนต่อไปแก้จนถึงตอนจบ
ถ้าจำไม่ผิดมี มนัส สัตยารักษ์ ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว ประชา พูนวิวัฒน์ วสิษฐ เดชกุญชร ครับ
Posted by add on 18 Nov. 2003,09:29
รีบตื่นขึ้นมา มองฟ้ามองดิน 
เก็บยอดกระถิน  หากินผักปลา
ทำไร่ไถนา    อยู่ป่าอยู่ดง

   ได้ยินเพลงนี้แว่วมา....

    ตอนนี้อยากจะเป็นคนหัดปลูกต้นไม้ ก็เลยลองไปหักร้างถางพง(โดยคนอื่น..แหะๆ)ดูบ้าง 

    ที่จริงอยากจะทำตาม ฟูกูโอกะ ที่ว่า ไม่ไถพรวน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่กำจัดวัชพืช ไม่ใช้สารเคมี  แต่ดูป่าแล้วก็ยาก ลองดูรูปป่าเลาข้างล่างนี้ค่ะ

   

    ป่าเลาคือป่าที่เขาโค่นต้นไม้ใหญ่ไปแล้ว ทิ้งไว้จะมีป่าโดยธรรมชาติขึ้นมาเอง แต่บนที่ผืนนี้ เขาโค่นไม้ใหญ่แล้ว ขุดดินเอาไปขายแล้ว ยังเอาดินลูกรังมาถมอีก เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 10 กว่าปี ก็มีต้นไม้ขึ้นเอง เช่น ต้นอินทรี ต้นส้มป่อย (ซึ่งเป็นไม้เถาที่มีหนามทั้งต้น)ต้นไม้กวาดและป่าโขมง

    วิธีการที่จะให้ป่าอุดมสมบูรณ์เป็นไปเองคงจะเป็นไปได้ แต่จะใช้เวลายาวนานต่อไปอีกเป็นสิบปี  เราเองไม่อาจรอจึงทำตามวิธีที่ชาวบ้านทำสืบต่อกันมา  คือตัดสินใจถางป่าแล้วจุดไฟเผา โดยเว้นต้นไม้ใหญ่ๆไว้ 

   
Posted by add on 18 Nov. 2003,22:48
ได้คู่หูคู่ชีวิตสองคนมาช่วยถางป่า ขุดตอ ทำงานอย่างขยันขันแข็ง น่ารักจริงๆ



       คนที่ไม่เคยใช้แรงงาน แค่เห็นแดดจ้าก็หมดแรงแล้ว  แต่เขาทั้งคู่ทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ว่าฝนตกหรือแดดออก เขาทำงานทุกวันไม่อยากมีวันหยุด และที่สำคัญเขากระตือรือร้นตั้งใจทำงาน  อยากจะทำออกมาให้มีผลงานดีๆ  ดูเขามีความสุขแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยก็ตาม ฉันถามเขาว่า

    "เหนื่อยมั้ย? ทำงานทุกวัน"
    "ไม่เหนื่อยหรอก มันชินแล้ว อยู่บ้านก็ไม่รู้จะทำอะไร สู้มาทำงานดีกว่า"
Posted by add on 02 Oct. 2004,10:21
วันนี้แวะไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน < โอลดรีม > เห็นมีหนังสือเก่ามากมายให้หยิบอ่าน มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นหนังสือชื่อเดียวกับกระทู้นี้ ลองคลิกไปอ่านกันค่ะ หนังสือชื่อ 

< >

เขียนโดย : ฌ็อง ฌิโอโน ค.ศ. ๑๙๕๔
ภาพประกอบ : ไมเคิล แม็คเคอดี้
แปลโดย : กรรณิการ์ พรมเสาร์ พ.ศ. ๒๕๓๕



       คนปลูกต้นไม้ (The Man Who Planted Trees) เป็นเรื่องราวของปุฟฟิเยร์ที่ใช้ชืวิตทั้งชีวิตของเขาปลูกต้นโอ๊คทุกๆวัน
ปุฟฟิเยร์เห็นว่า แผ่นดินทีนี่กำลังตายเพราะขาดต้นไม้ ประกอบกับเขาเองก็ไม่ได้มีงานการอะไรมากมาย จึงตกลงใจที่จะฟื้นฟูสภาพที่เป็นอยู่นี้    

       เมื่อปี ๑๙๑๓ หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้มีบ้านอยู่เพียง ๑๐ -๑๒ หลังคาเรือน มีคนอาศัยอยู่เพียง ๓ คน พวกเขาเป็นคนดุร้ายป่าเถื่อน และมีแต่ความเกลียดชังกัน และหาเลี้ยงชีพด้วยการหลอกลวงกัน มีสภาพไม่ต่างจากคนป่าเถื่อนเท่าไหร่นัก ทั้งทางกายภาพและระดับศีลธรรม สภาพโดยรอบมีแต่เถาไม้คันเลื้อยปกคลุมอยู่ตามอาคารบ้านเรือนที่เปล่าร้าง เป็นสภาพที่ไร้ความหวัง สถานการณ์ที่เป็นอยู่จึงยากที่จะเอื้อให้เกิดความดีงามขึ้น สำหรับพวกเขาแล้วจึงไม่มีอะไรนอกจากรอความตาย

       ปุฟฟิเยร์ เป็นชายเลี้ยงแกะ ตามแนวสันเขานั้นเอง ที่เขาเริ่มใช้แท่งเหล็กแทงดินเพื่อให้เป็นหลุมสำหรับหยอดเมล็ดโอ๊ค แล้วจึงกลบหลุม...เขากำลังปลูกต้นโอ๊ค...ผมถามว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของเขาหรือ ชายเลี้ยงแกะปฏิเสธ ผมถามอีกว่าเขารู้หรือเปล่าว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของใคร เขาก็ไม่ทราบ... แต่เดาเอาว่าเป็นสาธารณสมบัติ หรือไม่ก็เป็นของใครสักคนหนึ่งที่ไม่สนใจไยดีมัน ชายเลี้ยงแกะไม่สนใจสักนิดที่จะรู้ว่าที่ดินผืนที่เขาปลูกต้นโอ๊คอยู่นั้นเป็นของใคร เขาปลูกต้นโอ๊คทั้ง ๑๐๐ เมล็ดด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง

       หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้วเขาก็กลับไปปลูกต่อ ผมคิดว่าผมคงจะรบเร้าถามเขามิใช่น้อย ด้วยเหตุนี้เขาจึงตอบผมว่า...เขาปลูกต้นโอ๊คมา ๓ ปีแล้วในที่รกร้างว่างเปล่าแห่งนี้... ถ้าจะนับก็คงได้ถึง ๑๐๐,๐๐๐ เมล็ด ในจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ เมล็ดนั้น ที่งอกเป็นต้นมีเพียง ๒๐,๐๐๐ ต้น และในจำนวน ๒๐,๐๐๐ ต้นนี้ เขาคาดว่าจะสูญเสียไปอีกประมาณครึ่งหนึ่ง ให้กับสัตว์จำพวกหนูและให้กับพระประสงค์อันไม่อาจคาดหมายได้ของพระผู้เป็นเจ้า... จึงอาจเหลือต้นโอ๊คเติบโตขึ้นมาในดินแดนที่ไม่เคยมีไม้ชนิดใดเพียง ๑๐,๐๐๐ ต้น

        ผมพบแอลเซอารดฺ บุฟฟิเยร์ครั้งสุดท้ายในเดือนมิถุนายน ๑๙๔๕ ตอนนั้นเขาอายุ ๘๗ ปี...ความสุขสงบ งานอันต่อเนื่องยาวนาน ความสมถะ และอากาศอันสดชื่นแห่งขุนเขา และเหนือสิ่งอื่นใด ความสงบเย็นแห่งจิตใจได้ทำให้สุขภาพของชายชราผู้นี้แข็งแรงอย่างน่าประหลาด... พระเจ้าได้ประทานพละกำลังแก่เขา ผมนึกสงสัยว่าเขาจะห่มคลุมสีเขียวให้โลกอีกสักเท่าไหร่หนอ

        ชนบทแห่งนี้ก็เติบโตสมบูรณ์ บริเวณที่เคยเป็นซากปรักหักพังที่ผมเห็นเมื่อปี ๑๙๑๓ ตอนนี้กลายเป็นฟาร์มที่ดูมีระเบียบเรียบร้อย ทาสีใหม่ดูสะอาดสะอ้าน สะท้อนถึงความสุขสมบูรณ์ของชีวิต ลำธารสายเก่ามีน้ำไหลรินอีกครั้งหนึ่งเพราะได้รับน้ำจากฝนและหิมะที่ป่าไม้ได้ดูดซับไว้ ทางส่งน้ำถูกขุดขึ้น ฟาร์มแต่ละแห่งในหมู่เมเปิ้ลมีน้ำไหลพรมบนกลุ่มต้นมิ้นที่งอกงามสะพรั่งดุจผืนพรม หมู่บ้านได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ทีละน้อย...ทีละน้อย ผู้คนจากพื้นราบหนีที่ดินราคาแพงเข้ามาตั้งรกรากที่นี่ นำความสดใสอ่อนเยาว์ ความไม่หยุดนิ่ง และวิญญาณนักผจญภัยมาสู่หมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อเดินไปตามถนนก็จะพบว่าผู้คนทั้งชายหญิงเด็กเล็กรู้จักการหัวเราะแจ่มใสแล้ว และเริ่มมีการปิกนิกกันอีกครั้ง เมื่อนึกถึงสภาพผู้คนในอดีตแล้ว ผู้ที่อยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายในปัจจุบันกว่าแสนคน คงนึกไม่ถึงว่า... เขาเป็นหนี้แอลเซอารดฺ บุฟฟิเยร์


        แม้คนปลูกต้นไม้ จะเป็นเรื่องอิงนิยาย แต่เชื่อว่าตัวละครธรรมดาอย่าง "บุฟฟิเยร์" ยังมีตัวจริงแฝงเร้นอยู่ทั่วไปในหมู่ผู้ทำงานอยู่กับผืนแผ่นดิน บุคคลาธิษฐานที่ใกล้เคียงกับ "บุฟฟิเยร์" ซึ่งพอเห็นอยู่ในยุคสมัยของเราก็คือผู้เฒ่า มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันบ้างแล้วในหมู่คนไทยที่สนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมและเกษตรกรรมทางเลือก
Posted by add on 08 Oct. 2004,09:45
เพิ่งจะรู้ว่ามีเพลง คนปลูกต้นไม้  ด้วยค่ะ

ชื่อเพลง: คนปลูกต้นไม้
อัลบั้ม: คอนเสิร์ต ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฏหมาย

ทีละเล็ก ทีละน้อย ค่อยทอฝัน ที่ฉันมีมอบให้เธอ
ผ่านคืนวัน กว่าจะเป็น ต้นไม้ความฝัน ฉันทุ่มเทด้วยหัวใจ

พรวนความคิด รดความรัก ร้อยบทเพลง ด้วยหัวใจ มาให้เธอ
ปลูกเป็นเพลง กว่าจะโต ต้องใช้สมอง และหัวใจ จึงได้มา

วันที่ต้นไม้เติบใหญ่ เขาก็มา เก็บดอกผลเอาไป เขาเอาไป

คนปลูกต้นไม้ ไม่เหลืออะไรเมื่อเขาเอาไป
(ถ้าเธอ/อย่าไป)ช่วยเขา แล้วฝันของเรา จะเหลืออะไร
ก่อนวันพรุ่งนี้ นั้นสายเกินไป เธอช่วยฉันได้ไหม

หรือว่าเธอไม่สงสารฉันเลยหรือ หรือความฝันของคนมีค่าแค่เพียงเท่านี้

ทีละเล็ก ทีละน้อย ค่อยทอฝัน ที่ฉันมีมอบให้เธอ
ผ่านคืนวัน กว่าจะเป็น ต้นไม้ความฝัน ฉันทุ่มเทด้วยหัวใจ

คนละมือ คนละไม้ ลองดูไหม เอื้อน้ำใจ มาให้กัน
เป็นรางวัล แบ่งปันมาแด่คนขายฝัน ฉันและเธอ ไปด้วยกัน

วันที่ต้นไม้เติบใหญ่ เขาก็มา เก็บดอกผลเอาไป เขาเอาไป

คนปลูกต้นไม้ ไม่เหลืออะไรเมื่อเขาเอาไป
(ถ้าเธอ/อย่าไป)ช่วยเขา แล้วฝันของเรา จะเหลืออะไร
ก่อนวันพรุ่งนี้ นั้นสายเกินไป เธอช่วยฉันได้ไหม

คนปลูกต้นไม้ ไม่เหลืออะไรเมื่อเขาเอาไป
(ถ้าเธอ/อย่าไป)ช่วยเขา แล้วฝันของเรา จะเหลืออะไร
ก่อนวันพรุ่งนี้ นั้นสายเกินไป เธอช่วยฉันได้ไหม

หรือว่าเธอไม่สงสารฉันเลยหรือ หรือความฝันของคนมีค่าแค่เพียงเท่านี้

คนปลูกต้นไม้ ไม่เหลืออะไร เมื่อเขาเอาไป

หรือว่าเธอไม่สงสารฉันเลยหรือ หรือความฝันของคนมีค่าแค่เพียงเท่านี้

จาก < http://www.siamzone.com/music....9e4c1e9 >
Posted by นกกะปูด on 05 Sep. 2006,00:20
อ้างถึง (add @ 17 พย. 2003,20:29)
    ตอนนี้อยากจะเป็นคนหัดปลูกต้นไม้ ก็เลยลองไปหักร้างถางพง(โดยคนอื่น..แหะๆ)ดูบ้าง 

   

พี่แอ๊ดหายไปไหนซะแร้ววววววว วู้ๆๆ

3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ไร่ที่ไปถางไว้ตอนนี้ปลูกต้นอะไรบ้างคะ เล่าให้ฟังหน่อยค่ะ
Posted by add on 05 Sep. 2006,09:02
อ้อ สวนนี้ปลูกกล้วยได้ผลดีจ้ะ มีกล้วยน้ำว้าผลงามๆ กล้วยหอม และกล้วยไข่ ส่วนต้นไม้ที่ตั้งใจปลูกคือไม้ป่า ชื่อ กันเกรา ขาวบ้านเรียกว่า ต้นตะเกรา เป็นไม้เนื้อแข็ง แก่นไม้ชนิดนี้เคยนิยมใช้เป็นไม้ค้างพริกไทย เพราะทนฟ้าทนฝน ไม่ผุเลย ต้นไหนใหญ่ๆตรงๆก็เอาไปทำเสาบ้านได้ค่ะ ปลวกมอดกินไม่เข้า laugh1.gif  ตอนนี้กันเกราที่ปลูกก็สูงเลยหัวแล้วค่ะ

      จริงด้วยเนาะ เร็วมากเลย แป๊บๆก็ปีหนึ่งละ ohman.gif
Posted by นกกะปูด on 06 Sep. 2006,01:12
โห ปลูกกันเกราซะด้วย สุดยอดเลยค่ะ  winkthumb.gif
นกชอบไอ้ต้นนี้มากเลยค่ะ กลิ่นหอม ดอกสวย
เมื่อสองอาทิตย์ก่อน ไปเดินหาซื้อเชื้อเห็ดฟาง ที่ ม.เกษตร
เผอิญไปเจอกันเกรา ก็เลยซื้อไว้ต้นนึง
พ่อค้าเขาบอกว่าเพาะจากเมล็ด ไม่ใช่กิ่งตอน ก็เลยซื้อเก็บไว้

สวนพี่แอ๊ดนี่ ถ้ากันเกรามันโต ออกดอก คงหอมตลบอบอวลไปทั้งสวนเลยเนอะ winkthumb.gif  winkthumb.gif
Posted by KiLiN on 06 Sep. 2006,05:10
ต้นกันเกรา นึกว่าคันแล้วเกาซะอีก เอิ๊ก hehe.gif

แต่จริงๆ ถึงไม่คันก็เกาได้นะ ฮ่า cheer.gif
Posted by นกกะปูด on 07 Sep. 2006,01:37
อ้าว หลงพี่ วัดวาไม่ยอมไปเฝ้านะคะ มายืนเกา ยืนกรี๊ดอะไรแถวนี้อ่ะ อิอิ

พักนี้ผีนางไม้เข้าสิงนกกะปูด เห็นอะไรก็อยากปลูกไปหมด แต่ที่เน้นมากๆ คือผักสวนครัว จนเพื่อนแซวว่า ไอ้นกมันไม่ปลูกไม้ประดับ แต่มันปลูกไม้(ปะ)แดก

แหม น่าเสียดายกล้องมันเจ๊งซะแร้วว ไม่งั้นจะถ่ายรูปมาให้ดู ตอนนี้เห็ดฟางเริ่มขยายเนื้อเยื่อเป็นดอกตูมๆ แล้วค่ะ กะเพรา โหระพา ยี่หร่า แมงลัก พริกขี้หนู ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ก็งามมากๆ เก็บกินไม่ไหว ขาดแต่ไก่วัดหล่ะ ยังไม่ได้เลี้ยง ต้องให้หลงพี่จับมาทำกับแกล้มซะหน่อย เลือกเอาแต่ไก่เยาวชน นะคะ เนื้อจะไม่เหนียว ไม่ขี้บ่น

วานซืนตำน้ำพริกปลาร้า อ่านทฤษฎีลิงของแมวเหมียว ก็เลยได้ไอเดียว่าจะเดินถือถ้วยน้ำพริกไปปูเสื่อกินข้างต้นมะเขือเปราะ ปาดกินทีละคำ อย่าให้เอนไซม์มันทันรู้ตัว เพราะมันจะวิ่งหนีไปซะก่อน laugh1.gif
Posted by sweet lemon on 07 Sep. 2006,12:19
แล้วเจ้นกฯ จะกินต้นหรือลูกมะเขือเปราะค่ะ...อิอิ  ohman.gif  ask.gif
Posted by นกกะปูด on 08 Sep. 2006,01:37
ถ้าทฤษฎีแมว เอ๊ยลิง คงต้องกินใบด้วยค่ะมะลาว อ้าวว จะว่าไป นอกจากจะได้รสชาดมะเขือสดๆ กรอบๆ หวานๆ แล้วยังได้บรรยากาศอีกนะคะ  ดินเนอร์ใต้ต้นมะเขือ ท่ามกลางแสงเทียน อืมม ต้องหาเพื่อนกินด้วยสักคนเนอะ  inlove.gif

เมื่อเย็นวานนี้ไปเปิดซุ้มเห็ดฟาง ต้นเบ้อเริ่มเลยอ่ะ ประมาณเท่ากำปั้นมือ (เห็ดเมาป่าวว๊า) เจ๊นกก็เลยเก็บสดๆ ไม่ให้มันทันรู้ตัว เอามาล้าง แล้วโยนใส่กระทะ ผัดกับกระเทียม ซีอีวขาว หร๋อยจังฮุ้

อีกสองอาทิตย์กล้วยน้ำว้าหลังบ้านก็จะสุกแล้ว ทีนี้จะไม่ตัดค่ะ ปล่อยให้สุกคาต้น แล้วเก็บกินทีละลูก ถ้าลูกหมดก็กินหยวกกล้วย ว๊ายย อันนี้มันทฤษฎีหมู แล้วมั๊ง  ic-14.gif
Posted by add on 08 Sep. 2006,23:57
อ้อ นกกะปูดเพาะเห็ดด้วย เก่งหลายอย่างแฮะ winkthumb.gif

     วันนี้เอารูปสวนแสลงมาให้ดู สวนนี้ปลูกยาง 2000 กว่าต้น ปีแรกตายไปแค่ 1000 กว่าต้นเอง ฮ่าๆ ก็ปลูกปีที่แล้งจัด (2547) ต้นพันธุ์ไม่ได้รับแจก แต่ไปซื้อมาเอง ต้นเล็กน่าเกลียดด้วยสิ ราคาต้นละ 17 บาทน่ะ พอปีที่สองปลูกซ่อมกันหน้ามืดเลย มาปีนี้ก็ยังต้องซ่อมอีก ก็ได้ประมาณนี้แหละจ้ะ วันนี้จ้างรถแทร็กเตอร์มาตัดหญ้า จะได้เห็นว่าเป็นสวนยางหน่อยไม่งั้น เขานึกว่าเราปลูกหญ้า แหะๆ หญ้ามันงามเด๊อ

     สวนที่ถ่ายรูปมาให้ดูวันก่อนที่เผาหญ้าเป็นสวนเนินวงจ้ะ เพราะอยู่ใกล้ค่ายเนินวงเลยเรียกให้เท่ๆว่าสวนเนินวง  laugh1.gif

    
Posted by นกกะปูด on 09 Sep. 2006,03:13
โอยย พี่แอ๊ดคะ นกก็บ้าเป็นพักๆ ค่ะ ช่วงนี้ผีนางไม้เข้าสิงเลยมาฮิตปลูกต้นไม้ เล่นเอาพรรคพวกเพื่อนฝูงเดือดร้อนไปตามๆ กัน วันก่อนนู้นนน อยากจะปลูกมะเขือพวง แต่หาพันธ์ไม่ได้ โทรบอกเพื่อนที่มหาสารคามให้สั่งสามีปืนเก็บลูกแก่ๆ แล้วส่งเมล็ดพันธ์ตากแห้งมาทาง ปณ. เพื่อนอีกคนก็ให้แม่สามีขุดต้นอ่อนเดินทางไกลจากอุทัยธานี เพื่อนอีกคนก็ไปขุดจากปทุมธานีมาให้ โอยย ตอนนี้เลยมีพันธุ์มะเขือพวงเยอะแยะไปหมด จำไม่ไหวมาจากจังหวัดไหนกันบ้าง ต้องเขียนป้ายปักเอาไว้กันลืม ฮุฮุ

พอจะมาปลูกเห็ด ก็เดือดร้อนเพื่อนอีกแระ ต้องขับรถไปเอาฟางข้าวเกือบจะถึงขอนแก่นโน่นน จนน้องสาวแซวว่า ไอ้เงินค่าน้ำมันรถ ค่าปุ๋ย ค่าดิน ค่าน้ำ ค่าเสียเวลา ถ้าเอาไปซื้อกิน ก็กินได้เป็นชาติแล้ว แหม มันไม่เหมือนกันเนอะ ปลูกเองไร้สารพิษ ได้ออกกะลังกาย ได้ฟามภูมิใจอีกต่างหากเนอะ

อืมม สวนยางพี่แอ๊ดนี่สองปีมันก็โตเร็วเหมือนกันนะคะ รออีกห้าสิบปี ก็ตัดขายได้แระ laugh1.gif
Posted by นกกะปูด on 11 Sep. 2006,00:08
มะวานเก็บเห็ดฟางได้อีกกะละมัง ค่ะ ก็เลยเชิญพี่ฟองมากินแกงป่าเห็ดฟางฝีมือนกกะปูด hungry.gif hungry.gif hungry.gif
กินไปด้วย มุดชมดอกเห็ดไปด้วย อิอิ แล้วก็พาไปสำรวจที่เกิดเหตุใต้ต้นมะเขือด้วยค่ะ inlove.gif inlove.gif

ทีนี้จะพูดถึงวิธีปลูกเห็ดฟางแบบง่ายๆ เอาไว้กินเองที่บ้านค่ะ เผื่อท่านใดสนใจปลูกเห็ด นกกะปูดจะได้ขอกินมั่ง ฮุฮุ

เตรียม
1. ฟางข้าว
2. ใส้ฝ้าย
3. เชื้อเห็ดฟาง
3. พลาสติกคลุมกองเห็ด

เอาฟางข้าวมาแช่น้ำ 1 คืน
ใส้ฝ้ายแช่น้ำ 2 ชม.
บี้ๆๆ เชื้อเห็ด อย่าให้จับกันเป็นก้อน

ขั้นตอน
1. เอาฟางข้าวที่แช่น้ำไว้แล้วมาใส่ตะกร้า แล้วก็กดให้แน่น
2. โรยใส้ฝ้าย แล้วก็โรยเชื้อเห็ด
3. ทำแบบเดิมหล่ะค่ะ เอาให้เป็นคอนโดซัก 4-5 ชั้น
4. คว่ำตะกร้า แล้วก็ยกออก เหมือนถอดแบบพิมพ์ ค่ะ
5. เอาพลาสติกคลุมไว้ 3 คืน
6. เปิดพลาสติกออก แล้วหาอะไรคลุมกันแดดไว้หลวมๆ
7. เตรียมเรียกเพื่อนมากิน
Posted by add on 11 Sep. 2006,22:39
อ้อ  มีแกงป่าเห็ดฟางด้วย  tongue.gif   แล้วเพาะถั่วงอกบ้างป่าว?  laugh1.gif
Posted by นกกะปูด on 11 Sep. 2006,23:58
พี่แอ๊ดช่างสังเกตุนี่นา ที่นู๋ละเมอเป็นถั่วงอกไปทั่วบ้านไงคะ สาเหตุก็เพราะกำลังบ้าปลูกถั่วงอกค่ะพี่แอ๊ด มีทั้งถั่วงอกธรรมดา และถั่วงอกหัวโต ค่ะ เดือดร้อนถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ต้องตามมากิน ฮุฮุ

อันนี้เป็นบทสนทากับเพื่อนที่อยู่ไกลเกือบถึงนครนายก ค่ะ

"โหล เก๋เหรอ"
"ครับบบบ หวัดดีครับ มีไรครับทั่น แหม น้ำเสียงดีใจ มีอะไรเซอร์ไพรส์เหรอครับ"
"จะกินถั่วงอกป่าว นกปลูกเองนะ"
"ก๊ากกกกกกกกกก โหยย เรียกมากินถั่วงอกเนี่ยนะทั่น มันหากินยากมากเลยนะ"
"เออ น่า.."

สรุปว่าวันนั้นนัดกันครึ่งทางที่บ้านเพื่อนรังสิต นกก็ขนถั่วงอกแบกใส่ถุงปุ๋ยไปด้วย พอถึงบ้านเพื่อน ก็กุลีกุจอช่วยกันเด็ดหาง โยนใส่กระทะ ผัดกินกันร้อนๆ อร่อยดีค่ะ วันนั้นก็เลยสนทนาธรรมกันเรื่องถั่วงอกจนค่อนคืน ขับรถกลับบ้านก็ตาลาย กินถั่วงอกแต่ทำไมถึงเมาได้หว่า ฮุฮุ

วันหน้าจะพูดถึงวิธีปลูกถั่วงอกที่ง่ายที่สุดในโลก ค่ะ hungry.gif
Posted by นกกะปูด on 12 Sep. 2006,00:32
อ้อ พี่แอ๊ดคะ นกไปค้นเจอภาพถั่วงอกที่ถ่ายไว้หลายเดือนแล้ว
อันนี้ต้นมันยาวไปหน่อยค่ะ เพราะปลูกรอใครบางคน
จนถั่วงอกกลายเป็นถั่วเขียวไปหลายรอบแล้ว

แหม รู้ได้ไงนะ  whisper.gif ว่าเราใส่ยาฆ่าหญ้าไปหลายกำมือ คิกๆๆ laugh1.gif laugh1.gif


Posted by add on 12 Sep. 2006,00:52
ถั่วงอกยาวๆเขียวๆแบบนี้ผัดกินอร่อยนะ จะมันกว่าและไม่ฟ่ามเหมือนในตลาด ดีจัง เยี่ยมๆ  winkthumb.gif  พี่อยากจะเพาะมั่งแต่ขี้เกียจรดน้ำบ่อยๆ ฮ่า  smash.gif
Posted by นกกะปูด on 13 Sep. 2006,14:12
ถั่วงอกที่เห็นในภาพ กินอร่อยจริงๆ ค่ะ พี่แอ๊ด
ไม่เหมือนไอ้ต้นอวบๆ ขาวๆ ที่ขายในตลาด เพราะอันนั้นเขาใส่สารฟอกขาว
นกใช้ถั่วเขียวแค่หยิบมือเดียวเองค่ะ ก็ได้ถั่วงอกผัดได้ 1 จาน ใหญ่ๆ ไร้สารพิษ
อันที่จริงมันก็ไม่ต้องรดน้ำบ่อยมากนะคะ พี่แอ๊ด
วันละสัก 2-3 หน ก็พอค่ะ เอาวางไว้ใกล้ๆ อ่างล้างหน้า ล้างมือ ก็ได้ค่ะ

วันนี้นกกะปูดจะพูดถึงวิธีปลูกถั่วงอกไว้กินเอง แบบง่ายๆ นะคะ hungry.gif
ไอ้ต้นที่เห็นยาวๆ ในภาพ อ่ะ นกใช้วิธีการปลูกแบบนี้ ค่ะ

เตรียม
1. ถั่วเขียว 1 หยิบมือ
2. ตะกร้าพลาสติก แบบมีรูถี่ๆ
3. ผ้าขนหนูสีดำ หรือสีเข้มๆ

วิธีปลูก
1. เอาถั่วเขียวแช่น้ำไว้ 1 คืน
2. โรยถั่วเขียวบนตะกร้า
3. คลุมด้วยผ้าขนหนู
4. คอยรดน้ำวันละ 3 เวลา ก่อน หรือ/หลังอาหาร
5. อย่ารอคนหลายใจมากิน
Posted by sweet lemon on 14 Sep. 2006,02:39
หวัดดีค่ะน้าแอ้ด เจ้นกฯ และผู้ชมทุกท่าน... hello2.gif

เจ้นกฯค่ะ...ต้นหอมใส่ทั้งต้น หรือหั่นเป็นท่อนค่ะ..แหะๆ ย้อเย่นค่า.. boogie.gif

น้าแอ้ดค่ะ มะลาวเพาะถั่วงอกหลายรอบแล้วค่ะ แต่ไม่ทันถ่ายรูปให้ดู เจ้พิลเคยบอกว่า ให้ถ่ายรูปตามขั้นตอน นู๋ก็บ่ได้ถ่าย(รูป) จั๋กทีอ่ะ..  tears.gif

เจ้นกฯ..มะลาวใช้กระดาษทิชชู่ (ที่ยังบ่ได้ใช้เด้อ...อิอิ) ปูที่พื้นตะกร้าก่อนค่ะ กลัวถั่วเขียววิ่งหนี เพราะตะกร้าของมะลาวรู้ใหญ่กว่าเม็ดถั่วเขียวอ่ะ .. tongue.gif  ตอนโรยถั่วเขียว อย่าให้แน่นนะค่ะน้าแอ้ด หากโรยรอบเดียว ถั่วเขียวไม่หมด ก็โรยชั้นที่สอง คือเอากระดาษทิชชู่ปูปิดไว้ แล้วโรยชั้นสองต่อไป พอเสร็จตามต้องการ ใช้กระดาษทิชชู่ ปิดข้างบนอีกที่ รดน้ำให้ทั่ว น้ำจะไหลจากข้างบนลงข้างล่าง แล้วออกจากรูตะกร้าไป เสร็จแล้วใช้แก้วหรือขวดวางทับไว้ แล้วปิดคลุมด้วยผ้าขนหนูสีทึบ ตอนเช้าตื่นมารดน้ำให้ชุ่ม แก้วทับไว้ คลุมผ้า (กลางคืนก่อนนอนเปิดดูได้ หากกระดาษแห้งให้รดน้ำ) วันที่3 เอาแก้วออก วันที่4 ล้งท้องคนเพาะถั่วงอก วันที่5 จัดการเอาถั่วงอกลงกระเพาะที่ว่าง ฮาฮา ..จบ.. boogie.gif

....แก้วหรือขวด ที่ทับเม็ดถั่วเขียวไว้ จะทำให้ถั่วงอกอ้วนๆๆ ค่ะ แต่ไม่อ้วนเหมือนตามที่เค้าขาย

.....ถั่งงอกชอบความชื้นแต่ไม่แฉะ ชอบความมืด และชอบความร้อนค่ะ...เราจึงใช้ผ้าขนหนู้ปิดคลุมไว้.. winkthumb.gif

เจ้นกฯจ๋า เจ้เพาะถั่วงอกกี่วันจ๊ะ เล่ารายละเอียดให้อ่านบ้างเน้อ..แต้งกิ้ว... k119.gif

wave.gif
Posted by add on 14 Sep. 2006,06:19
โห..เดี๋ยวนี้ยุคไฮเทคแฮะ น้องๆเพาะถั่วงอกกับกระดาษทิชชูและผ้าขนหนู  โห..น้าแอ๊ดก็ตั้งท่านะจะหาฟางหาหญ้ามาเพาะถั่วงอก   laugh1.gif  จนแล้วจนรอดไม่มีหญ้ามีฟางสักที  

         อิอิ  แล้วจะลองเพาะดูมั่งนะ   greet.gif
Posted by นกกะปูด on 15 Sep. 2006,00:28
สวัสดีค่ะ

อิอิ ถึงว่าเหอะพี่แอ๊ดใช้วิธีแบบโบราณนี่เอง นั่นจะเพาะถั่วงอกหรือทำฟาร์มเห็ดฟางกันคะ ฮุฮุ กรรมวิธีแบบของน้องมะลาวนี่ก็ยังยุ่งนะคะ ของเจ๊ดูจะง่ายกว่านะคะ ที่ปลูกอยู่ก็ใช้สองวิธีค่ะ

อันนี้เล่าวิธีแรกแบบละเอียดนะคะ
เจ๊เลือกซื้อตะกร้าไว้สำหรับเพาะถั่วงอกโดยเฉพาะเลยค่ะ เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 8x10 นิ้ว สูง 2 นิ้ว มีรูถี่ๆ ประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว เราจะได้ไม่ต้องใช้ทิชชู่รองก้นกันถั่วลอดออกจากรู จากนั้นก็แช่ถั่วเขียวไว้ 1 คืน ให้เม็ดมันพองๆ แล้วก็นำมาโรยรอบตะกร้า เสร็จแล้วก็เอาผ้าขนหนูสีดำคลุมหย่อนๆ กดทับเม็ดถั่ว เพื่อจะให้ถั่วอ้วน แต่ถ้าชอบถั่วยาวแบบในภาพก็คลุมตึงๆ ค่ะ อ้อ หาถาดเอาไว้วางรองตะกร้าด้วยค่ะ เพราะจะทำให้ถั่วชุ่มชื้นและไม่มีน้ำหยดเลอะเทอะ จากนั้นก็คอยรดน้ำแล้วแต่จะว่าง แนะนำให้วางไว้ใกล้ๆ มือ เช่นอ้างหน้าหน้า ล้างมือ ล้างชาม โดยเปิดน้ำจากก๊อกให้ไหลผ่านตะกร้าถั่ว อย่างน้อยวันละ 3 หน ทำแบบนี้แค่ 3 วัน ก็ได้ถั่วงอกกินแล้วค่ะ

ข้อควรระวัง ตอนรดน้ำอย่าให้ถั่วไหลลงอ่างไปหล่ะ เพราะมันจะกลายเป็นถั่วงอกในท่อน้ำ ถ้าอุดตันหละก็เรื่องใหญ่เลยหล่ะ

วิธีที่สองปลูกในขวดโหล หรือขวดกาแฟ
เอาถั่วเขียวแช่ไว้ 1 คืน แล้วก็มาใส่ในโหล หาผ้าขาวบางปิดปากโหลแล้วเอาหนังยางรัดรอบปากขวดให้แน่น แล้วก็เอาผ้าขนหนูหรือกระดาบสีทึบ หรือถุงขยะ ก็ได้ คลุมไว้กันแสงแดด แล้วก็เอาขวดวางไว้ในแนวนอน ตอนรดน้ำก็เปิดน้ำก๊อกไหลผ่านผ้าขาวบาง แล้วก็เทออก ค่ะ แค่ 3 วัน ก็เป็นถั่วงอกแล้ว

เห็นป่ะ ง่ายมากๆๆๆ ถ้าพี่แอ๊ดลองปลูกแล้วเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ถ่ายรูปให้ดูทุกวันด้วยหล่ะ อิอิ เผื่อมีข้อผิดพลาดจะได้บอกเทคนิกเพิ่มเติม

อ้อ วันนี้เห็ดฟางของนกมันขึ้นอีกเต็มเลย กินไม่ไหวแย้ววว นกลองใช้วิธีปลูกแบบใหม่ ได้ผลมากกว่าแบบเก่า ง่ายกว่าแบบเก่าที่เล่าไว้เยอะเลยค่ะ วันหลังจะมาบอกวิธีปลูกนะคะ รับรองว่าพี่แอ๊ดต้องอยากปลูกแหง๋เลย เดี๋ยวนกไปหากล้องก่อนดีก่า อยากให้เห็นจริงๆ เลยอ่ะ
Posted by นกกะปูด on 15 Sep. 2006,02:46
มาแล้วๆๆๆ มาแล้วววววววววววววววว เห็ดฟาง พี่แอ๊ด มะลาว มาดูเร้ววว เพิ่งไปเก็บตะกี๊นี้เอง ค่ะ









จะเตรียมลงหม้อแกงแล้วนะคะ กินแบบสดๆ เก็บจากกองใหม่ๆ ไม่ทันให้มันรู้ตัว hungry.gif hungry.gif
Posted by add on 15 Sep. 2006,06:16
อ้ออ  สวยจังนะ เห็ดฟางของนก   winkthumb.gif

          วันนี้พี่ไปสวนเอาใบตองแห้งๆมารองตะกร้า   โรยถั่วเขียวแช่น้ำค้างคืนลงไป  แล้วเอาใบตองแห้งคลุมเป็นชั้นๆน่ะ  แล้วจะดูว่ามันงอกยาวขนาดไหน อิอิ  ไม่อยากใช้ผ้ากับทิชชู   tongue.gif
Posted by sweet lemon on 15 Sep. 2006,10:15
โห..เจ้นกฯน้ากินจังเนาะ เจ้นกผ่าเห็นยังไงไม่ดำเลยแฮะ.. winkthumb.gif

น้าแอ้ดจ๋า... นู๋นั่งดูความสำเร็จค่ะ.. yes.gif
Posted by นกกะปูด on 15 Sep. 2006,11:15
โอยยยยยยย มาววว สงสัยเห็ดมีพิษแหง๋เลย beer2.gif.gif  beer2.gif.gif  beer2.gif.gif
วันนี้นกกะปูดเอาเห็ดไปผัดน้ำมันหอย 1 จาน แกงเลียง 1 หม้อไคว ค่ะ
เราเก็บมาสดๆ ล้างน้ำ แล้วก็ผ่ากลาง แต่ปกติเห็ดฟางมันก็ไม่ดำอยู่แล้วนะคะ น้องมะลาว

อืมม ลุ้นๆๆๆๆ พี่แอ๊ดเอาภาพมาขวากด้วยนะคะ เด๋วนกไปแช่ถั่วมั่งดีก่า boogie.gif  boogie.gif
Posted by add on 17 Sep. 2006,06:19
โอ๊ยๆ  ทำไมถั่งงอกเรามันผอมจังเลยอ้ะ  เห็นแต่หัวโตๆแต่ต้นลีบเรียวเชียว  ohman.gif
Posted by pilgrim on 17 Sep. 2006,17:10
แวะมาให้กำลังใจ คนตามล่าหาถั่วงอกทั้งหลายจ้า
ใส่ก๋วยเตี๋ยวกินอร่อยมากๆค่ะ again.gif

อยู่นี่พิลก็ชอบกินแกงเลียงเห็ดค่ะ อร่อยจริงๆ
แกงป่าก็น่าจะอร่อยนะคะ winkthumb.gif
Posted by นกกะปูด on 17 Sep. 2006,22:59
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก วันนี้ถั่วงอกก็ผัดกินได้แล้วสิ พี่แอ๊ดถ่ายรูปไว้บ้างป่าวคะ ขอดูหน่อยค่ะ

หวัดดีค่ะพี่พิล
เห็ดฟางทำอาหารได้หลายอย่าง เอาไปผัดน้ำมันหอย หรือแกงจืดก็อร่อยค่ะ
Posted by sweet lemon on 18 Sep. 2006,02:37
เจ้มะพิล..มาเพาะถั่วงอกเป็นเพื่อนน้าแอ้ดเร้วววว  greet.gif

เจ้มะนกฯ หายมาวววว เห็ดแล้วรึ... อิอิ  tongue.gif


น้าแอ้ดจ๋า น้าแอ้ดทำยังไงกะถั่วเขียวค่ะ เล่าให้ฟัง(อ่าน)หน่อยค่ะ
เจ้นกฯ เค้าจะได้ชำแหละอาการถูกอ่ะ... kissing.gif  ohman.gif
Posted by นกกะปูด on 18 Sep. 2006,03:42
นกกะปูดแช่ถั่วคืนวันที่ 14 ค่ะ มาดูถั่วงอกของนก กันเร้ววววว

1. ถั่วเขียว 1/2 ขีด





2. แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน




3. พอถั่วเริ่มพอง ก็เอามาโรยบนตะกร้า




4. เอาผ้าขนหนูสีดำคลุม วางซ้อนบนกะละมัง คอยเปิดผ้ารดน้ำวันละ 3 หน




5. วันนี้ได้ถั่วงอกโตเต็มที่ เตรียมเรียกเพื่อนมากินได้แร้ววว






ไหนๆๆๆๆๆ ขอดูถั่วพี่แอ๊ดมั่งค่ะ มันลีบๆ ยังไงคะ ขอดูหน่อยจิ
Posted by sweet lemon on 18 Sep. 2006,04:06
โห..เจ้นกฯ  winkthumb.gif  มะลาวต้องลงมือวิธีเจ้ซะแล้ว ...และจะถ่าย(รูป) ทุกขั้นตอนแบบเจ้มาให้ดูค่ะ.. วู้ๆๆ แมกซี่ ภาษาเศสหรั่ง แปลว่า ขอบคุณค่ะ...อิอิ.. thankssign.gif
Posted by add on 18 Sep. 2006,06:05
นี่ไงของพี่ tongue.gif  งอกบนใบตอง  รากมันจะยาวมากเลย  ของนกสวยมากเลยนะ


Posted by วันดี on 18 Sep. 2006,20:31
ยังต้องทดลองโพสต์อยู่ค่ะ  ทำไมยังไม่ได้ก็ไม่รู้
Posted by add on 18 Sep. 2006,21:33
ได้แล้วนี่คะพี่วันดี  โพสต์ได้แล้ว  งั้นมาเพาะถั่วงอกกัน  wave.gif
Posted by นกกะปูด on 19 Sep. 2006,00:13
ก๊ากกกกกกๆๆๆ ถั่วงอกพี่แอ๊ดมีทั้งรากแก้ว รากแขนง รากฝอย ก๊ากก จะเป็นต้นถั่วเขียวแย้วววววว ก๊ากกก laugh1.gif  laugh1.gif

เด๋วหมอนกวินิจฉัยก่อน สาเหตุเพราะว่ามันชุ่มน้ำเกินไปค่ะ พี่แอ๊ดลองใหม่นะคะ

สวัสดีค่ะพี่วันดี โหยย ไม่ได้เจอกันซะนาน พี่สบายดีนะคะ มาทานถั่วงอกกันเร้วว  hungry.gif  hungry.gif

อืมม ถ้าสมาชิกท่านใดอยากได้เชื้อเห็ดฟางไปลองเพาะกัน ก็ส่งที่อยู่มาทางหลังไมล์ได้นะคะ นกกะปูดจะจัดส่งให้ ทีนี้พวกเราก็จะเป็นยายฉิมเพาะเห็ดกัน ฮุฮุ  boogie.gif  boogie.gif
Posted by แมวเหมียว on 19 Sep. 2006,01:21
สวัสดีค่ะคนปลูกต้นไม้และเชื้อรา

 เห็นถั่วงอกสวยๆ แต่ไม่อยากเพาะค่ะ  
แมวเหมียวเคยเพาะมานานแล้ว
เพาะได้สองสามครั้งสมาชิกในบ้านเบื่อกันหมด

เหลือต้องไล่แจกเพื่อนบ้าน ตอนนี้ถ้าอยากกินก็ซื้อเอาแล้วค่ะ

แต่เห็นเห็ดฟางนกกะปูดแล้ว อื้อหือ..สวยน่ากินจัง   winkthumb.gif

อยากเพาะมั่ง   แต่ว่าเราจะไปหาฟางที่ไหน..ใช้วัสดุอะไรแทนฟางได้บ้างคะนกกะปูด

wave.gif
Posted by นกกะปูด on 19 Sep. 2006,04:27
อืมม วัสดุแทนฟางเหรอคะ เห็นว่าเป็นเปลือกถั่ว ขี้เลื่อย หรือผับตกชวาแห้งค่ะแมว แต่นกกะปูดไม่นิยมเพาะด้วยวัสดุอื่น เพราะว่ามันจะกลายเป็นเห็ดขี้เลื่อย เห็ดตบ เห็ดถั่ว อ่ะ ไม่ใช่เห็ดฟาง ฮุฮุ

มันยากตรงหาฟางนี่หล่ะค่ะ เพื่อนฝูงนกกะปูดถึงเดือดร้อนกันหมด นี่ก็ร่ำๆ ว่าจะรบกวนคุณแม่ของเพื่อนให้แพ็คส่งมาให้ แต่ท่านก็หัวเราะก๊ากทุกที ที่รู้ว่านกเอามาเพาะเห็ดกินเอง

นี่ๆๆ แมวรู้ไม๊ วันนี้เพื่อนโทรมาคุยเรื่องที่ผีนางไม้เข้าสิงนก มันบอกว่า
"แกก็ต้มเหล้า(แหลก)เองเลยสิวะ จะได้ครบวงจร)  whisper.gif ฮุฮุ
Posted by แมวเหมียว on 19 Sep. 2006,20:43
อ้างถึง (นกกะปูด @ 18 กย. 2006,16:27)
นี่ๆๆ แมวรู้ไม๊ วันนี้เพื่อนโทรมาคุยเรื่องที่ผีนางไม้เข้าสิงนก มันบอกว่า
"แกก็ต้มเหล้า(แหลก)เองเลยสิวะ จะได้ครบวงจร) whisper.gif ฮุฮุ

ทำอะไรที่ครบวงจร..ไม่เลวทีเดียวเลยนกกะปูด

ทำเสร็จแล้วตั้งชื่อกระทู้นี้ใหม่ว่า"ทฤษฎีนก"ดีมั้ยๆๆ

ว่าแต่ว่าโดนหลงพี่ smash.gif  smash.gif ก็ตัวใครตัวมันเด้อ laugh1.gif

wave.gif
Posted by นกกะปูด on 21 Sep. 2006,00:14
อิอิ หลงพี่แกมัวไปเล่นการ์ตูนอยู่กระทู้นู้นแล้ว moon.gif moon.gif
ว่าแต่ทฤษฎีนกไม่เวิร์ค ค่ะ ชื่อเก่าก็ดีแระ

วันนี้จะพาไปปลูกต้นไม้ที่ปลูกยากที่สุดในโลก อิอิ ต้นตำลึง ค่ะ
อันที่จริงไอ้ต้นนี้มันขึ้นเองได้ทั่วไปหล่ะ เวลาที่เราไม่หา ก็เห็นต้นมันบ่อยๆ
แต่เวลาจะหาต้นอ่อนหรือลูกแก่ๆ เอามาเพาะ นกต้องขี่จักรยานหารอบหมู่บ้านเลยค่ะ





เพิ่งมารู้เทคนิกทีหลังว่าไม่ต้องใช้ต้นอ่อนหรือเมล็ดค่ะ เอาเถาแก่ๆ นั่นหล่ะฝังดินไปเลย
เด๋วมันก็งอกขึ้นมาเอง แล้วก็หาไม้ไผ่มาทำราวรั้วให้มันยึดเกาะเป็นที่เป็นทาง
ไม่ต้องดูแลรักษา ไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือพรวนดิน ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างให้เทวดารดน้ำก็พอค่ะ
ที่บ้านนกเก็บตำลึงกินวันเว้นวันค่ะ มีทั้งเมนูแกงจืด แกงเลียง ผัดไข่ ลวกจิ้มน้ำพริก ค่ะ
Posted by pilgrim on 21 Sep. 2006,02:01
อิๆๆ นกกะปูด นอกจาก ครบวงจรแล้ว ยังเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วยนะเนี่ย winkthumb.gif

เห็นตำลึงแล้ว คิดถึง ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระตำลึงมากเลย hungry.gif

แล้วพวกพริก โหระพา กระเพรา แมงลัก ตะไคร้ สะระแหน่ปลูกยังจ๊ะ (เป็นเครื่องปรุงกับที่แกล้มกับน้ำเอนไซม์ชีวภาพนะ อิๆๆๆๆ) tongue.gif
ตอนเด็กๆ ที่บ้านพี่พิลปลูกหมดเลยพวกนี้
Posted by นกกะปูด on 21 Sep. 2006,02:54
หวัดดีค่ะพี่พิล
แหม อย่างกะรู้เลยนะ ว่านกกะปูดกะลังไปเก็บพริก แล้วก็จะถ่ายภาพมาให้ดูค่ะ
นี่ไง พริกขี้หนู ของนกกะปูด เพิ่งเก็บมาสดๆ ร้อนๆ จ้าาาา ที่บ้านปลูกไว้ทั้งหมด 7 ต้น ค่ะ
เพราะพริกเป็นสมุนไพรที่ขาดไม่ได้เลยอ่ะ สำหรับคอทองแดงอย่างนกกะปูด






วิธีปลูก
1. โยนเม็ดพริกที่เหลือใช้ เน่าๆ บนดิน
2. รอจนแตกใบ 3-4 ใบ
3. ขุดหลุมกว้างxยาว ประมาณ1 ฟุต
4. ผสมดินกับปุ๋ยคอก เอาต้นอ่อนไปปลูก

เทคนิกการกำจัดศัตรูพริก เอาใบชาที่ชงกินแล้ว ไปราดบนต้นพริก ค่ะ
Posted by add on 21 Sep. 2006,22:20
นกกะปูดปลูกผักเก่งจัง  winkthumb.gif

         นี่พี่เพาะถั่วงอกตามวิธีของนก  สวยเชียวดูสิ

         

         

         แต่พี่ไม่ได้ใช้ผ้าขนหนูคลุม  ใช้สแลนช้อนทับกันหลายๆชั้นแล้วปิดปากตะกร้าไว้  ตั้งไว้ให้โดนฝน  พอดีฝนตกบ่อย ถั่วงอกเลยโตมากับน้ำฝน  laugh1.gif
Posted by นกกะปูด on 22 Sep. 2006,04:48
โอ้โห ถั่วงอกพี่แอ๊ดเรียงแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยดีจัง ค่ะ ของนกกะปูดเวลารดน้ำ ต้องคอยเขย่าๆ ร่อนๆ เพื่อไม่ให้รากมันไชรูตะกร้า และก็ให้มันกดทับกันเองต้นจะได้อวบ ไม่สูงมาก เทคนิกการร่อนถั่วมีข้อดีอีกอย่างคือ เปลือกจะหลุดมาเอง เวลาเอามากิน ก็ไม่เสียเวลาเลือกเปลือกถั่วทิ้งค่ะ

อืมม เห็นพี่พิลถามถึงต้นกะเพรา โหระพา แมงลัก ข่า ตะไคร้ สะระแหน่(กะลังปลูก)
นกกะปูดปลูกไว้หมดหล่ะค่ะ จนเพื่อนแซวว่า นกชอบปลูกไม้(ประ)แดก ฮุฮุ
วันนี้มาชวนพี่แอ๊ดปลูกพืชสวนครัวที่กินใบค่ะ
ต้นยี่หร่าค่ะ ไอ้ต้นนี้นกกะปูดชอบกินมาก ผัดเผ็ด แกงป่า แกงเผ็ด คั่วกลิ้ง จะใส่เยอะมาก
กินเป็นผักเลยค่ะ รสชาดหอมฉุน เผ็ดร้อน ค่ะ ที่บ้านปลูกไว้หลายต้น ทั้งลงดินและใส่กระถาง




โหระพา ปลูกไว้กินแกล้มลาบ น้ำตก จิ้มจุ่ม แกงเผ็ด ผัดมะเขือยาวก็ใส่ใบนี้เยอะๆ




กะเพรา เอาไว้ผัดเผ็ด แกงป่า ปลูกไว้เยอะมากจนต้องใส่กระถางแจกเพื่อนค่ะ




ยี่หร่า โหระพา กะเพรา มีวิธีปลูกง่ายมากค่ะ
1. โรยเมล็ดพันธุ์บนดิน
2. ผสมดินกับปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวหั่นชิ้นเล็กๆ
3. แยกต้นอ่อนมาปลูก บนดินหรือในกระถาง
4. คอยตัดกิ่ง และเด็ดดอกทิ้ง จะแตกใบอ่อนมาเรื่อยๆ ถ้าปล่อยดอกไว้ต้นจะโทรมค่ะ

ทั้งหมดนี้ปลูกไว้จนกินไม่ทันจริงๆ เวลาตัดกิ่งทิ้งก็เสียดาย ต้องไล่แจกชาวบ้าน smile.gif
Posted by นกกะปูด on 23 Sep. 2006,00:14
วันนี้ชวนปลูกมะกรูดค่ะ thumbsup.gif

นกกะปูดเคยเอาต้นกิ่งตอนมาปลูก 2 ต้น แต่มันก็ไม่ค่อยจะงามเลยค่ะ มีแต่กิ่งโด่เด่ ยังไงไม่รู้ (สงสัยเด็ดกินมากเกินไป) ทีนี้ก็ศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลจากปากชาวบ้าน พบว่าต้องใช้ต้นที่ปลูกด้วยเมล็ดจึงจะงามดี แต่ปัญหาคือหาซื้อยากมาก ก็เลยไปหอบหิ้วจากบ้านเพื่อนที่มหาสารคามได้มา 1 ต้น






และไอ้ต้นเล็กที่ถ่ายภาพมานี่ได้มาแบบฟลุ๊คๆ ค่ะ คือมันขึ้นมาเองไม่รู้สาเหตุและแหล่งที่มา ทีแรกคิดว่าต้นส้มที่เรากินแล้วโยนเมล็ดทิ้งไว้ จะถอนทิ้งแล้วเชียว ดีนะที่นกกะปูดเฝ้าคอยดมกลิ่นและสังเกตุอาการมัน พอพบว่าเป็นมะกรูดก็เลยอนุบาลไว้ในกระถางค่ะ
Posted by pilgrim on 23 Sep. 2006,01:20
นกกะปูดท่าทางจะมือเย็นนะ ปลูกอะไรก็ขึ้นงอกงามไปหมด สงสัยดินที่บ้านจะดีด้วยนะคะเนี่ย rose.gif

เห็นแค่พริก ผัก สมุนไพรพื้นบ้านแล้ว พี่พิลก็น้ำลายสอค่ะ เพราะแถวบ้านพี่พิลหายากมากๆ กลับเมืองไทยทีไรก็หอบพวกนี้แหละกลับมา ถึงแม้มันจะเก็บไม่ได้นาน แต่เอามาแล้วก็รีบทำกินให้หายอยากไว้ก่อน

จากนั้น ก็นั่งฝันเอา...  sleeping2.gif  couchplus.gif
พี่พิลคิดว่า เพราะงี้แหละค่ะ ราคาอาหารไทยถึงได้แพงกว่าพวกร้านอาหารจีน เพราะเครื่องปรุงของเราอลังการงานสร้างมากกว่า แต่ออกมาทั้งหอมแบบอโรม่าและรสชาติกลมกล่อม inlove.gif
Posted by นกกะปูด on 24 Sep. 2006,01:00
พี่พิลคะ นกกะปูดไม่ได้มือเย็นหรอกค่ะ แต่จับจอบจับเสียมจนมือด้านเป็นหนังควายซะมากกว่า ฮุฮุ
กว่าจะเป็นต้นไม้ให้เห็นงามๆ นี่นกทดลองปลูกมาไม่รู้กี่รอบค่ะ ใช้เวลาสะสมประสบการณ์ 2 ปีกว่า
ตอนย้ายมาอยู่บ้านนี้ใหม่ๆ ดินก็มีแต่เศษวัสดุก่อสร้าง ขุดไปตรงไหนก็มีแต่หินก้อนเท่าหัว มือไม้แตกพองไปหมดค่ะ

วันนี้กล้วยหลังบ้านเริ่มสุกแล้ว มีเพื่อนมาช่วยกินหลายตัว นกกะปูดนั่งเล่นเน็ตอยู่ใกล้ๆ ต้นนี้ค่ะ
ถ้าหิวก็จะเอื้อมไปเด็ดกินทีละลูก(สูตรแม่นาก) ไม่ให้เอนไซม์กระโดดหนีไปไหน



พอกินเครือหลังบ้านหมด ต้นข้างบ้านคงสุกพอดี ไอ้ต้นนี้มันสูงหน่อย คงต้องปีนเก้าอี้ไปเด็ดกินค่ะ
ตอนนี้ยังมีปัญหากล้วยไม่อ้วนเหมือนกล้วยของแมวค่ะ ใช้เทคนิกทั้งตัดใบตัดหน่อก็ยังไม่สำเร็จ 
แมวเหมียวมีวิธีปลูกยังไง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ


Posted by sweet lemon on 26 Sep. 2006,07:54
บ้านเจ้นกกะบ้านพี่มะแหม่วอยู่ใกล้กันบ่...อิอิ ปลูกต้นไม้เก่งทั้งสองคนเลยนิ...ข้าน้อยขอคารวะด้วยเอ็นไซน์หมักนะคร้าบบบบบ... ic-14.gif

น้าแอ้ดเพาะงอกเบื่อยังเอ่ย...มะลาวเพาะวิธีใหม่ลองดูค่ะ...เพาะในหม้อใบเก่า...อิอิ.. ผลออกมาไม่งามเท่าไร แต่ได้แง่ม ใส่มาม่า เหอๆๆ
แช่ถั่วเขียว1คืน เอามาลงหม้อ (ไม่ต้องเอาไปถ่วงนะค่ะเจ้พิล..อิอิ)
โดยการปูกระดาษรองไว้ โรยถั่วเขียว ผ้าขนหนูสีทึบปิด แล้วราดน้ำให้ชุ่ม คืนต่อมาเปิดดู แล้วราดน้ำบนผ้าขนหนูอีก มะลาวราดน้ำแค่2คืน เท่านั้น ลงถั่วเขียวเช้ามืดวันอังคาร เย็นวันพฤหัส...ใส่ท้องเรียบร้อยค่ะ... winkthumb.gif

ข้อเสียวิธีนี้คือ..เปลือกเขียวไม่กระโดดหนีค่ะ ต้องมาดึงออกทีละเม็ด ไม่แนะนำให้เพาะวิธีนี้ค่ะ... ohman.gif




Posted by แมวเหมียว on 26 Sep. 2006,09:39
น้องมะนาวหวานขยันเพาะถั่วงอกดีจังเลย winkthumb.gif

icon_donot.gif ไม่มีเทคนิคในการปลูกกล้วยหรอกจ้านกกะปูด

ดูตามที่เล่ามาแสดงว่าดินบ้านนกกะปูดขาดธาตุอาหารโปแทสเซี่ยม

คือต้นไม้ต้องการธาตุอาหารที่สำคัญหลายตัว แต่ตัวอื่นๆจะต้องการน้อย
ในดินก็มีให้พืชพอใช้

แต่ตัวหลักๆ 3 ตัว คือNPK ต้องมีเพียงพอ โดยเฉพาะไม้ต้นใหญ่

ดินบ้านนกกะปูดปลูกพืชใบงาม แถมกล้วยก็ต้นโต แสดงว่าธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสมีเพียงพอ

แต่ธาตุโปแทสเซี่ยมมีไม่พอเลี้ยงกล้วยเครือใหญ่ๆได้..

วิธีแก้ ก็ใส่ปุ๋ย ถ้าจะให้ทันเครือนี้ ก็ต้องใช้ปุ๋ยเคมี สูตรบำรุงดอกผล(โปแทสเซี่ยมสูง)

หากไม่อยากใส่ปุ๋ยก็ต้องตัดหวีปลายๆออกบ้าง ให้เหลือแค่สองสามหวี
จึงจะมีอาหารพอเลี้ยงลูกให้อ้วนได้..

เหมือนคนลูกมากจะยากจนทำนองนั้น่ะนกกะปูด ..

 ดินที่บ้านเดิมก็เป็นดินก่อสร้างเหมือนกัน จะปลูกต้นไม้แต่ละทีก็ต้องซื้อปุ๋ยคอกมาใส่อยู่เรื่อยๆ

ต้นกล้วยปลูกไว้ริมบึงซึ่งเป็นที่ราบระดับต่ำกว่าต้นไม้อื่นๆ ก็เลยได้พลอยกินปุ๋ยไปด้วย

  ตอนนี้ลดการซื้อปุ๋ยคอกโดยทำปุ่ยหมักชีวภาพเอง โดยทำจากเศษอาหาร เศษผักผลไม้ในครัวเรือน

เก็บแยกไว้ทุกวันใส่ถังใบใหญ่จนเต็มแล้วปิดทิ้งไว้ พอขยะเปื่อยได้ที่(มีกลิ่นหอมเปรี้ยวๆคล้ายไวน์ tongue.gif )

ก็เอาไปฝังดิน  เปลี่ยนที่ฝังไปเรื่อยๆ ต้นไม้ใหญ่งามดี ส่วนต้นไม้เล้กๆก็ยังใช้ปุ๋ยคอกอยู่

หากจะหมักปุ๋ยเองต้องเตรียมถังใบใหญ่ไว้ สักสองถัง รอเวลาหมักด้วย

  เทคนิคนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์จ้า.. นอกจากประหยัดค่าปุ๋ยแล้วยังได้ช่วยลดงบประมาณกำจัดขยะให้กทม.อีกด้วย xmas.gif
Posted by นกกะปูด on 27 Sep. 2006,00:07
โอ้โห ถั่วงอกของมะลาวก็น่ากินเหมือนกันนะคะ เจ๊นกว่านะน่าจะรดน้ำอีกสัก 1 คืน มันจะโตมากกว่านี้และเปลือกก็จะหลุดไปเองค่ะ แต่จะว่าไปต้นขนาดนี้ก็กินอร่อย เคี้ยวมันๆ เหม็นๆ (เขียว) ดีเหมือนกัน ได้อารมณ์กว่าซื้อกินเยอะเลยนะ

อืมม บ้านเจ๊นกกับเจ๊แมวอยู่ใกล้กันหรือเปล่าหนอ? เจ๊แมวบอกทางหน่อยค่ะ เผื่อนกกะปูดจะเอาระเบิด เอ๊ย เอาเชื้อเห็ดฟางไปวางไว้ให้หน้าบ้าน

แมววินิจฉัย(เดา)ดินบ้านนกได้ด้วยแฮะ ว่ามีไม่ครบธาตุปุ๋ย(NPK)จะว่าไปนะ นกปลูกไม้ใบมันก็งามจริงๆ นี่คนโบราณเขาเชื่อว่าไงรู้ป่าว เขาบอกว่าคนไม่มีลูก ปลูกไม้ผลก็ไม่ได้กินหรอก มันจะไม่มีลูกเหมือนกัน ฮุฮุ ไม่รู้ใช้ลอจิกไหน สงสัยดินบ้านนั้นจะขาดธาตุk อย่างแมวเหมียวว่า เอ..แล้วใช้โปรแทสเซี่ยมกับคนได้ป่าวนะ เผื่อจะมีลูกกะเขามั่ง ฮุฮุ boogie.gif  boogie.gif

นี่ๆๆ แมวเหมียว นกไปเจอเวบที่ปลูกเห็ดฟางด้วยขี้เลี่อยหล่ะ ลองเข้าไปดูจิ แต่นกว่ามันไม่ค่อยน่ากินเนอะ

< http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/agricul2.htm >
Posted by แมวเหมียว on 27 Sep. 2006,07:26
อ้างถึง
นกกะปูด: แมววินิจฉัย(เดา)ดินบ้านนกได้ด้วยแฮะ ว่ามีไม่ครบธาตุปุ๋ย(NPK)จะว่าไปนะ นกปลูกไม้ใบมันก็งามจริงๆ นี่คนโบราณเขาเชื่อว่าไงรู้ป่าว เขาบอกว่าคนไม่มีลูก ปลูกไม้ผลก็ไม่ได้กินหรอก มันจะไม่มีลูกเหมือนกัน ฮุฮุ ไม่รู้ใช้ลอจิกไหน สงสัยดินบ้านนั้นจะขาดธาตุk อย่างแมวเหมียวว่า เอ..แล้วใช้โปรแทสเซี่ยมกับคนได้ป่าวนะ เผื่อจะมีลูกกะเขามั่ง ฮุฮุ    


ขอแก้ข่าว ธาตุอาหารมีครบจ้ะ แต่ธาตุโปแทสเซี่ยมมีไม่พอสำหรับกล้วยเครือใหญ่ๆอย่างที่นกกะปูดสงสัยว่าทำไมลูกกล้วยถึงไม่อ้วน..

ส่วนนกกะปูดจะลองกินปุ๋ยเร่งลูกเหรอ..ลองดูซี.. tongue.gif

  icon_donot.gif ถ้าจะทดลองไม่แนะนำปุ๋ยเคมีเพราะอันตายเกินไป

เอาเป็นปุ๋ยอินทรีย์จากธรรมชาติดีกว่านะนกนะ..

ปุ๋ยจากธรรมชาติที่มีธาตุโปแทสเซี่ยมสูงก็ปุ๋ยขี้ไก่ ปุ๋ยขี้ค้างคาวนั่นแหละจ้ะ ลองดูฉิ couch.gif  laugh1.gif

ขอบคุณหลายเด้อสำหรับระเบิดเชื้อเห็ดฟาง.. thankssign.gif

แต่ตอนนี้เจ๊แมวยังไม่คิดจะจริงจังกับการเพาะเห็ดสักเท่าไหร่ค่ะ

เพิ่งมีร้านเลมอนฟาร์มปั๊มบางจากมาเปิดอยู่ไม่ไกลบ้านแล้ว ช่วยอุดหนุนเกษตรกรปลอดสารพิษไปก่อนดีกว่า

wave.gif
Posted by นกกะปูด on 28 Sep. 2006,00:00
อ้าวว จะให้กินขี้ไก่เร่งลูกซะแร้ววว ไม่ใช่ปลาดุกนะจ๊ะ เหอๆๆ

มะวานฝนตกหนักทำต้นพริกโค่นหมดเลย crying1.gif tears1.gif

เซ็งมากกกก


Posted by นกกะปูด on 30 Sep. 2006,23:35
ต้นนี้ท่านได้ แต่ใดมา
ผู้พิทักษ์โลกา ท่านให้.. boogie.gif

บ้านหลังนี้อยู่ในหมู่บ้านสร้างใหม่ ที่ดินเดิมเป็นหนองเป็นบึง มีแต่ดอกบัว ดอกโสน ขึ้นเต็มไปหมด ดินที่ผู้รับเหมาเอามาถม ก็ล้วนแต่เอาเปรียบผู้บริโภค ส่วนใหญ่เป็นเศษวัสดุก่อสร้างที่ทุบทิ้ง .. จู่ๆ เทวดาก็โยนเมล็ดพันธ์ลงมา (สันนิษฐานว่าบนสวรรค์คงไม่มีถังขยะ)ต้นกินได้ชมสวยพวกนี้ก็เลยมาเกิดบนโลกมนุษย์ คราวก่อนโพสท์ไปแล้ว ว่ามีมะกรูดมาขึ้นเอง สอบสวนคนในบ้านต่างให้การตรงกันว่าไม่เคยเอาลูกมะกรูดไปโยนทิ้งไว้

ที่น่าแปลกใจคือช่วงที่มะกรูดเทวดาจะมางอก เป็นช่วงที่นกกะปูดเที่ยวหาซื้อต้นที่ปลูกด้วยเมล็ดแต่ไม่มีขาย เพราะส่วนใหญ่มีแต่กิ่งตอน จนกระทั่งไปได้ต้นอ่อนที่บ้านเพื่อนจังหวัดมหาสารคาม หลังจากนั้นไม่กี่วันก็พบมะกรูดของเทวดาขึ้นมารออยู่ก่อนแล้ว (เห็นมะ.. คนดีๆ สวยๆ เพื่อนและฟ้าย่อมประทานให้เสมอ แหวะๆๆ อ๊วกก) whisper.gif laugh1.gif

ภาพนี้ต้นมะกรูดของเทวดา


ต้นนี้มะกรูดของเพื่อน



ยังๆๆ ยังไม่พอ เทวดาท่านให้ของแถมมาอีกหลายรายการ ค่ะ
ต้นข้างล่างนี้เป็นต้นยอ นกกะปูดเฝ้าดูมันตั้งแต่เริ่มมีใบเลี้ยงคู่
ขึ้นมาทีเดียวหลายต้นเลย พอแน่ใจว่าใช่แหง๋ๆ ก็ย้ายมาใส่กระถาง
ตัดไปทำห่อหมกครั้งนึงแล้วค่ะ ใบจะงามมาก ใหญ่เท่าสองฝ่ามือ

ต้นยอ เทวดา


ยังๆๆ ยังไม่พอ ไอ้ต้นนี้เทวดาก็สั่งลงมาจุติ ทีแรกคิดว่าเป็นมะเขือที่เราเพาะเมล็ดไว้
แต่เฝ้าสังเกตุการณ์ปรากฎว่ามันเป็นต้นมะอึ ค่ะ ตอนนี้กำลังออกดอก ออกลูก ถ้าโตเต็มที่จะเก็บไปตำน้ำพริกกะปิ ค่ะ

มะอึ เทวดา



ยังมีอีกค่ะ ...
Posted by add on 01 Oct. 2006,07:04
อิอิ มะอึกสิจ๊ะนกกะปูด ถ้าเป็นมะอึ ก็ไม่กล้ากินน่ะสิ ยังมีพืชพันธุ์ที่เทวดาส่งมาให้คนสวยๆอีกเยอะเลย อย่างเช่น มะเขือพวง เอามาใส่แกง น้ำพริกกะปิ หรือเอามาต้มจิ้มน้ำพริกอร่อย ผักกระสังต้นใสๆที่เราเคยใช้ทดลองวิทยาศาสตร์ให้มันดูดน้ำสีแดง ก็กินได้ ลวกจิ้มน้ำพริกละมั้ง ได้ยินว่า greet.gif
Posted by นกกะปูด on 01 Oct. 2006,08:04
ว๊ายย ไม่ได้พิมพ์ผิดนะคะ แต่เรียกผิดว่ามะอึมาตั้งนาน
งั้นขอแก้ไขเป็น "มะอึก" นะคะ
thankssign.gif bowsdown.gif thankssign.gif bowsdown.gif thankssign.gif

ตะกี๊เข้าไปดูมะอึกที่นี่ < http://www.prc.ac.th/lannagardrn/pum07.html >

มีสรรพคุณทางยาด้วยค่ะ เขาว่าแก้โรคสดุ้งผวาดีฝ่อ อืมม ไอ้โรคดีฝ่อตับแฟบ นี่มันเป็นยังไงกันนะ hum.gif hum.gif
Posted by นกกะปูด on 01 Oct. 2006,23:38
พี่แอ๊ดคะ มะเขือพวงที่นกปลูกไว้ เทวดาไม่ได้ส่งมาค่ะ แต่เป็นเพื่อนประทานให้มาจากหลายจังหวัด ตอนนี้ปลูกไว้หลายต้น มะวานก็เพาะมะเขือยาวเพิ่มอีก รอให้มันโตก่อนจะเอารูปมาขวาก photographer.gif อุ๊ย สมัยพี่แอ๊ดเรียนวิชาวิทย์ก็มีทดลองผักกระสังเหรอคะ นกกะปูดคิดว่าตัวเองจะเป็นรุ่นแรกๆ ซะอีก


วันนี้มีต้นไม้ของเทวดามาให้ดูอีกค่ะ ไม่ใช่ไม้ประแดก แต่เป็นไม้ประดับ
มันขึ้นกระจายไปทั่วบ้านจนต้องถอนทิ้งไปหลายรอบแล้ว
พอชันสูตรพลิกใบพบว่าเป็น "เล็บมือนาง" ก็เลยนึกเสียดายขึ้นมา ว่าจะขุดใส่กระถางไว้แจกเพื่อน





เล็บมือนางกางกลีบกระทัดรัด  เหมือนมือเจ้าปรนนิบัติพัดวีผัว
บานเย็นบานสะพรั่งฝั่งสระบัว เหมือนเย็นเช้าเย้ายั่วอยู่กับน้อง

                         ขุนช้างขุนแผน...สุนทรภู่
Posted by sweet lemon on 02 Oct. 2006,09:22
อ้างถึง (นกกะปูด @ 21 กย. 2006,16:48)



เจ้นกจ๋า เม็ดยี่หร่าเนี่ยเล็กๆบางๆประมาณเม็ดข้าวแม่นบ่เจ้.. ask.gif

ใบกระเพากะยี่หร่าที่เจ้นกปลูกคล้ายๆกันเนาะ.. cheers.gif
Posted by นกกะปูด on 02 Oct. 2006,10:21
อืมมม เม็ดเรียวๆ เล็กๆ เหมือนข้าว อย่างที่มะลาวว่าเจ๊นกก็เคยเห็นเหมือนกันค่ะ
มันรวมอยู่ในซองเครื่องเทศแห้งใช่ป่าว อันนั้นไม่รู้เรียกว่าอะไร ต้องถามพี่แอ๊ดหล่ะ

ยี่หร่าพันธ์ที่เจ๊ปลูก ดอกมันเป็นชั้นๆ เหมือนโหระพา พอแก่จัดจะมีเม็ดสีดำๆ อยู่ข้างใน เล็กจิ๊ดเดียวเอง
ไว้รอต้นนี้ออกดอก จะถ่ายภาพมาให้ดูค่ะ

มะลาวดูภาพนี้ดิ ยี่หร่ากับกะเพรา เจ๊ว่ามันต่างกันมากนะคะ


Posted by นกกะปูด on 05 Oct. 2006,01:02
ต้นเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเองพวกนี้ บางต้นยังไม่รู้ว่าเป็นต้นอะไรค่ะ
แต่ความที่ งก หรือเสียดายก็ไม่รู้ (อืมม มันต่างกันตรงไหนหว่า ฮุฮุ) hum.gif
เลยไม่อยากถอนทิ้ง เก็บใส่กระถางไว้ก่อน เพื่อป้องกันคนและหมาไปเหยียบ

ต้นนี้เพิ่งทราบชื่อค่ะ มันคือ "การะเวก" (แหง๋ๆ)


ต้นนี้วินิจฉัยไม่ออกจริงๆ ค่ะ ว่าเป็นต้นอะไร แต่ดูใบแล้วคุ้นๆ มาก
ท่านใดทราบก็ช่วยบอกเอาบุญด้วยนะคะ


ต้นนี้ก็ไม่รู้จักเหมือนกันค่ะ แต่ใบสวยมากคล้ายใบโพธิ์


ต้นนี้คือ "ต้นโพธิ์" (ชัวร์ๆ)
นกกะปูดจับทำเป็นต้นไม้แคระ(บอนไซ)ไปเรียบร้อยแล้ว


ต้นนี้คือ "ต้นไทร" รอใส่กระถางเป็นบอนไซอีกต้น

Posted by add on 05 Oct. 2006,08:10
กระถางที่สองนั่นคือ ต้นตีนเป็ดจ้ะ  เรียกเพราะๆก็ พญาสัตตบรรณ
Posted by sweet lemon on 05 Oct. 2006,11:04
เทวดาโยนพืชผักสวนครัวมาให้ โดยไม่ต้องจุดธูปขอ อยู่ต่อมาก็ต้นโพธ์ ต้นไทรโผล่ขึ้นมาจากดินเอง ...เจ้นกจ๋า เจ้เป็นคนเข้าทรงเหรอค่ะ อิอิ รู้สึกบ้านเจ้ มีอะไรแปลกๆเนาะ... แหะๆ ย้อเย่นเด้อเจ้ อย่ามะโห เด้อเจ้เด้อ... kissing.gif
Posted by นกกะปูด on 05 Oct. 2006,12:32
อืมม ขอบคุณค่ะพี่แอ๊ด ต้นตีนเป็ดเหรอคะ นกดูว่าใบมันไม่ค่อยเหมือนนะคะพี่แอ๊ด ต้นนี้ใบมันยาวๆ เรียวๆ คล้ายจะเป็นต้นจำปีค่ะ แต่คงต้องรอดูตอนมันโตกว่านี้ แล้วจะรายงานผลว่ามันใช่ตีนเป็ดอย่างที่พี่แอ๊ดว่าหรือเปล่า

มะลาวจ๋า เจ๊ไม่ได้เป็นเจ้าแม่เด้อ เทวดาท่านคงจะเห็นหลังคาบ้านเป็นหลังคาวัดหล่ะมั๊ง เลยส่งทั้งต้นโพธิ์ต้นไทรมาเป็นกระจุกเลยค่ะ มะลาวจะเอาสักต้นสองต้นไม๊คะ เจ๊แถมผ้าเจ็ดสีคาดรอบต้นให้ด้วยอ่ะ  winkthumb.gif
Posted by sweet lemon on 06 Oct. 2006,11:35
อิอิ ..แต้งกิ้วล่วงหน้าสำหรับต้นโพธ์ต้นไทร นะค่ะเจ้นกเทวดา มะลาวม่ายอาวค่า ขอผ้าเจ็ดสีอย่างเดียวได้บ่...คิกคิก  kissing.gif
Posted by นกกะปูด on 07 Oct. 2006,01:46
อิอิ ผ้าเจ็ดสีที่ใช้แล้วนะคะ ไม่กลัวมีคนไปตามทวงคืนเหยอ คิกๆๆๆ
วันนี้เอาหมากเทวดามาให้ดูค่ะ
ต้นนี้มันก็ขึ้นได้ขึ้นดีเต็มบ้านไปหมด ขนาดบนหินน้ำตกก็ยังจะขึ้นเลยค่ะ



ต้นนี้คาดว่าจะเป็นมะกรูดเทวดาอีกต้น



ต้นนี้คนเกิดวันเสาร์คงจะชอบกัน เพิ่งรู้ว่ามันปลูกง่ายมาก
ปีก่อนโน้นน นกกะปูดไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่นครนายก
เห็นเจ้าต้นนี้มันเลี้อยพันรั้ว ออกดอกสีม่วงสวยมั่กๆ
เพื่อนก็เลยตัดกิ่งปักไว้ให้หลายกระถาง ตอนนี้โตแล้ว
ไม่ใช่ช้องนางเทวดานะคะ แต่เป็นช้องนางของเพื่อน
 

Posted by นกกะปูด on 07 Oct. 2006,03:15
สอง สาม สี่ ห้าวันนี้ ครึ้มฟ้าครึ้มฝน ตกหนักบ้างปรอยบ้าง บางแห่งน้ำท่วมบ้านเรือน
แต่ต้นไม้ใบหญ้าพวกนี้ทำท่าไม่สะทกสะท้านกับความเดือนร้อนของผู้คน
มันพากันออกดอกออกลูก แตกยอดแตกใบชูช่อสลอน เหมือนกับจะบอกว่า
"เรื่องของคน ต้นไม้ไม่เกี่ยวว๊อยย"
ดีหล่ะ มันพูดโอหังอย่างงี้ก็ดีเหมือนกัน เด๋วเย็นนี้แม่จะเด็ดไปจิ้มน้ำพริกซะเลย





ตำลึงกับแตงกวา ตอนแรกว่าจะย้ายที่ให้มันไปอยู่คนละโซน
แต่คิดไปคิดมาก็ตัดใจไม่ลง ปล่อยมันไว้แบบนี้หล่ะ เอาชีวิตรอดกันเอาเอง
ตำลึงแตกยอดกำลังน่าหม่ำ แตงกวากำลังเป็นแม่ลูกอ่อน

เย็นนี้จะตำน้ำพริกกะปิพริกขี้หนูสวน ยอดตำลึงลวก ข้าวสวยหอมมะลิร้อนๆ ไปนั่งปูเสื่อปาดมะเขือกินทีละคำ




Posted by pilgrim on 07 Oct. 2006,09:53
นกกะปูดพูดได้ยั่วยวนกวนต่อมน้ำลายมากๆเลยนะ ตอนนี้ เจ๊พิลระหกระเหิน ไปอยู่ในบ้านเดียวกับฝรั่งเม็กซิกันที่เป็นเพื่อนกัน ถึงแม้เขาจะพอกินเผ็ดได้ แต่ถ้าเจอกลิ่นน้ำพริกกะปิของเราคงจะเผ่นนะ 
เจ๊เลยต้องท่องเอาไว้ว่า ทนอด...ทนอด และอดทน....ฮ่าๆๆๆ...
รอจนกว่าจะถึงวันนี้ืที่รอคอย จะได้กลับบ้านเรามากินให้หายอยาก... tongue.gif

ต้นไม้บ้านนกกะปูดดีจังเนาะ มีเทวดามาประทาน ดูเหมือนต้นไม้วัดหลายอย่าง ต้นปริศนาดูไปดูมาคล้ายต้นลั่นทมหรือลีลาวดีเหมือนกันนะ นั่นก็เข้าข่ายไม้วัดเหมือนกัน ใช่หรือเปล่าไม่รู้ พอดีเจ๊เองก็ไม่เชี่ยวเรื่องต้นไม้เท่าไหร่นิ hum.gif

มะลาวอยากได้ผ้าเจ็ดสีซะแล้วเรอะ smile.gif
Posted by นกกะปูด on 09 Oct. 2006,23:19
หวัดดีค่ะเจ๊พี่พิล
อิอิ ทนอดอีกนิดเดียวก็ได้กินน้ำพริกแล้วเนอะ แต่พอกินน้ำพริกบ่อยๆ ก็อยากกินอาหารฝรั่งอีกหล่ะ hungry.gif

วันนี้เอาต้นจำปา หรือลั่นทม หรือลีลาวดี มาให้พี่พิลดู นกเพาะเมล็ดไว้รอแจกเพื่อนหลายต้นค่ะ
แม่ของต้นพวกนี้เป็นสีแดงพวง สวยมั่กๆๆ เขาว่ากันว่าอีก 50 ปี มันถึงจะมีดอก แล้วจะถ่ายภาพมาให้ดูอีกทีค่ะ



ต้นไม้เทวดาต้นนั้นที่พี่พิลเดา จึงไม่ใช่ลั่นทมแหง๋ๆ ค่ะ
Posted by นกกะปูด on 13 Oct. 2006,08:46
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มะเขือพวง ออกลูกแย้วววววววว
ต้นนี้เพื่อนหิ้วมาฝากจากจังหวัดปทุมธานี ค่ะ
มันบอกว่าเป็นมะเขือพวง แต่ไหงออกลูกมาเป็น มะเขือทองแดง หว่า hum.gif



บัวบก เทวดา
อ่างนี้ตะก่อนเคยปลูกดอกบัว วันดีคืนดี ไหงกลายเป็นบัวบก ไปได้นะ hum.gif



ขอหอมหน่อย ค่ะ kissing.gif
ภาพนี้เป็นหัวหอมแขกที่รากงอกจวนจะเน่าอยู่ในครัว ก็เลยเอามาลงกระถางแปรรูปซะเลย


Posted by pilgrim on 14 Oct. 2006,03:18
นั่นสิ ทำไมมะเขือพวงมีแค่ลูกเดียวล่ะ hum.gif  แต่ต้นอื่นๆ ตลกดีเนาะ กลายพันธุ์ไปเสียได้ laugh1.gif
ไม่ลองปลูกฟักแฟง ฟักทองดูบ้างเหรอจ๊ะ  wave.gif
Posted by นกกะปูด on 16 Oct. 2006,23:39
หวัดดีค่ะพี่พิล
พี่พิลเข้ามาตอบวันศุกร์ นกกะปูดก็ไม่อยู่ค่ะ อาทิตย์ก่อนไปล่องแพเมืองกาญจน์
อาทิตย์นี้ไปเล่นน้ำตกที่นครนายกเพิ่งกลับมา ไปขุดหน่อไม้มาแกงจืดด้วยหล่ะ
ได้พันธ์มะเขือเหลืองมาอีกต้นแล้วค่ะ หวังว่ามันจะไม่กลายพันธ์อีก ฮุฮุ
ฟักแฟงแตงกวา เคยปลูกกแล้วค่ะ มีอยู่ต้นหนึ่งมันก็กลายพันธ์ไปอีก
ทีแรกคิดว่าเป็นแตงโม fruit_02.gif แต่พอมันแก่จัดแล้วฝ่ามาชิมดู กลายเป็นแคนตาลูป ค่ะ ohman.gif
Posted by pilgrim on 18 Oct. 2006,06:24
ออกเที่ยวสนุกไปเลยนะ ตอนนี้ น้ำคงแรงน่าดู พี่พิลเคยไปล่องแก่งที่ลำน้ำเข็กด้วยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โห แรงจนน่ากลัว แต่ก็เอาชีวิตรอดมาได้นิ laugh1.gif  

ดีจัง แคนตาลูปพี่ก็ชอบกินจ้า
นกกะปูดเก่งนะ ปลูกได้ตั้งหลายอย่าง แล้วเวลารดน้ำขี้เกียจบ้างไหมคะ ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงบ้างไหม หรือให้เทวดาเลี้ยงคะ ask.gif
Posted by นกกะปูด on 19 Oct. 2006,00:49
น้ำเยอะค่ะพี่พิล นกไม่ได้ล่องแก่งหรอกค่ะ แค่ไปนอนแพ ทำอาหารกินเอง ตกปลา ว๊ายย เด๋วหลงพี่ได้ยินจะโดนทุบ smash.gif smash.gif

อืมม ไม่ขี้เกียจหรอกค่ะ รู้สึกสบายใจ ได้ออกกำลังกาย ได้คุยกับตัวเองและต้นไม้ด้วยค่ะ
บางทีเหนื่อยมากๆ หรือเซ็งมากนักก็บ่นกับต้นไม้ค่ะ

วันนี้เอามะม่วงหลังบ้านมาฝากค่ะ


Posted by มะนาว on 22 Oct. 2006,10:29
หุ หุ หุ แอบตามมาดู
Posted by add on 22 Oct. 2006,10:39
สวัสดีค่ะคุณมะนาว หายไปตั้งนานนะ น้องมะนาวหวานอย่าตกใจนะที่เห็นชื่อมะนาวเกือบเหมือนกันน่ะ  yes.gif
Posted by sweet lemon on 22 Oct. 2006,14:08
ก๊ากกกก มะนาวตัวจริงมาแย้วคร้าบน่ารักจัง  winkthumb.gif

นู๋มะนาวหวานอ่ะน้าแอ้ด มีชื่อเล่นว่า "มะลาว" ค่ะ อิอิ tongue.gif

เจ้นกฯมะม่วงหยังจ๊ะ เด็ดมาจิ้มเกลือแกล้ม  beer2.gif.gif ได้บ่  cheers.gif

hungry.gif  pain.gif  sm115.gif  sit01.gif
Posted by นกกะปูด on 23 Oct. 2006,22:19
หวัดดีค่ะพี่มะนาวต่างดุ๊ด มาแอบดูเด๋วตาเป็นกุ้งยิงไม่รู้ด้วยนา ฮุฮุ

พูดถึงชื่อมะนาว ก็ทำให้อยากปลูกมะนาวไว้กินที่บ้านสักต้นสองต้น ตะก่อนเคยปลูกแล้วแต่เพลี้ยแป้งกินหมด ตอนนี้เพิ่งได้เคล็ดลับมาใหม่ เขาบอกว่าให้ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ ว่าจะลองปลูกดู

มะม่วงในสวนของลุงหลังบ้านค่ะน้องมะลาว น่าจะเป็นพันธ์สามฤดู เจ๊ขโมยกินบ่อยๆ หล่ะ ไม่ต้องปลูกเองเลย คิกๆๆ  boogie.gif
Posted by pilgrim on 24 Oct. 2006,06:54
มีต้นอะไรอีกก็ขนมาโชว์กันเร้ว  photographer.gif

อยากกินมะม่วงอ้ะ เมื่อวันก่อนเพื่อนซื้อมะม่วงให้กิน น่าจะเป็นมะม่วงสุกมาจากแอฟริกา ลูกออกเขียวๆแดงๆ แต่ข้างในหวานใช้ได้แฮะ winkthumb.gif
Posted by นกกะปูด on 24 Oct. 2006,10:54
อิอิ พี่พิลคะ ไม้ประแดก นกแบกมาโชว์หมดแระ เหลือแต่ต้นเล็กๆ ที่กำลังเพาะค่ะ ตอนนี้ก็มีพริกไทย มะเขือยาว มะเขือเทศ มะระ แตงกวา ฟัก มะละกอ รอมันโตก่อนนะคะ จะเอาภาพมาให้ชม greet.gif  greet.gif
Posted by แมวเหมียว on 18 Nov. 2006,17:53
hello2.gif คนปลูกต้นไม้อยู่ไหนเอ่ย?

แพ็คเมล็ดพันธุ์แล้ว จะส่งไปให้วันนี้ รอรับนะจ๊ะนกกะปูด xmas.gif

มี..พริกกระดิ่ง..(ที่ขอมา)

..พริกหวานสีแดง เมล็ดดอกขจร และ เมล็ดผักกาดหอม..(นี่เป็นของแถมค่ะ)

wave.gif
Posted by sab on 20 Nov. 2006,19:26
สวัสดีจ่ะ......แสบก้อเป็นคนชอบปลูกต้นไม้จ่ะ....จำได้ว่าตอนนั้นไปร้อยเอ็ด...บ้านป้า...กลางทางแวะเข้าห้องน้ำ...เห็นเขาขายมะขามเทศก้อเลยซื้อไปทานกลางทาง....พอไปถึงทำท่าจะโยนเปลือกและเมล็ดทิ้งแต่เอะใจไม่โยนเลยเลือกเอาแต่เมล็ดไปโรยรอบๆบ้านได้รอบพอดี...ก้อไม่ได้สนใจอะไรจนกลับแล้วทิ้งเวลาแสบไม่ได้ไปเลย...5ปีได้มั้งพอไปอีกทีโอ้โหถามป้าว่าใครเอามะขามเทศมาปลูกหล่ะป้า....ตอนแสบไปเห็นต้นสูงมากแล้ว..และลูก...เต็มต้นเลย......แสบลืมไปแล้วด้วยว่าตัวเองเป็นคนโรยไว้เอง.....ผลคืองวดนั้น..แสบต้องเป็นคนไปทอนต้นมะขามเทศเองตั้งแต่นั้นทุกปีจ่ะ........แสบจะชอบปลูกสวนครัวในกระถางมากตอนนี้ก้อเต็มชั้นลอยเลยจ่ะ....โดยเฉพาะใบโหรพา....งามมากๆต้นสูงจะเท่าเอวอยู่แล้วเสียดายไม่มีรูปไม่งั้นแสบจะอวดเลยจ่ะ....งามมากๆๆๆๆ

                                 ......by...sab....
Posted by นกกะปูด on 20 Nov. 2006,22:18
อ้างถึง (แมวเหมียว @ 18 พย. 2006,05:53)
hello2.gif คนปลูกต้นไม้อยู่ไหนเอ่ย?

แพ็คเมล็ดพันธุ์แล้ว จะส่งไปให้วันนี้ รอรับนะจ๊ะนกกะปูด xmas.gif

มี..พริกกระดิ่ง..(ที่ขอมา)

..พริกหวานสีแดง เมล็ดดอกขจร และ เมล็ดผักกาดหอม..(นี่เป็นของแถมค่ะ)

wave.gif

ขอบคุณมากค่ะ bowsdown.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif

แจ้งข่าวถึงแมวเหมียว วันนี้ตื่นมารอบุรุษปณ.แต่เช้า ป่านนี้ยังไม่มาเลยค่ะ รอลุ้นเมล็ดพันธ์อยู่ ชอบใจของแถมเมล็ดดอกขจรจังเลย อยากได้มาตั้งนานแระ ขอบคุณอีกครั้งเด้อออออออ

ที่จะส่งกลับไปให้คือ กระเจี๊ยบ จำปา(ลีลาวดี) บวบเหลี่ยม มะเขือพวง กระเพรา โหระพา ผักชี คื่นไช่ ฯลฯ รอรับด้วยนะคะ  kissing.gif
Posted by แมวเหมียว on 20 Nov. 2006,23:40
ที่บอกมาน่ะมีเมล็ดพันธุ์และต้นหมดแล้ว..ตอนนี้ขาดแต่ที่ดินจะปลูกน่ะจ้ะนกกะปูด.. yes.gif

 ไม่ต้องส่งอะไรกลับมาหรอกจ้า thankssign.gif
Posted by นกกะปูด on 21 Nov. 2006,00:07
อิอิ งั้นเด๋วส่งโฉนดที่ดินแถวสีลม 400 เอเคอร์ พร้อมใบมอบอำนาจไปให้นะจ๊ะ อิอิ
Posted by แมวเหมียว on 21 Nov. 2006,01:18
แหม้..ทำไมรู้ใจจัง..คิดจะบอกแล้วว่าไม่ต้องส่งอะไรมานอกจากโฉนดที่ดิน xmas.gif

wave.gif
Posted by นกกะปูด on 29 Jan. 2007,11:55
เฝ้าดู
ต้นไม้
เจริญ
เติบโต
ผลิใบ
แตกก้าน
แย้มดอก
ออกผล
บางที
เกี่ยวกับ
ฤดู

เฝ้าดู
ต้นไม้
ร้างใบ
ทิ้งก้าน
ไร้ดอก
ออกผล
บางที
เกี่ยวกับ
ฤดู

เฝ้าดู
ต้นไม้
อับเฉา
ร่วงโรย
ใบดอก
ฉีกวิ่น
สูญสิ้น
ราคา

เฝ้าดู
ต้นไม้
ดอกใบ
ไร้ค่า
ผู้คน
ผ่านมา
เหยียบย่ำ
ซ้ำเติม

มิรู้ว่า
เกี่ยวกับ
ฤดู
หรือเปล่า



ยามที่ลมหนาวโบกโบย
ต้นไม้หงอยหงอย
พาลให้คนปลูกเหงาเหงา

ยามที่ตะวันเดินอ้อมต้นข้าว
ต้นไม้เหมือนรอความหวัง
เมื่อไหร่นะ
ฤดูฝน
จะกลับมาเยือน

เฝ้ารอฤดูฝน
เมล็ดพันธ์ที่เพื่อนแจกไว้
ยังคงอยู่ในซอง
รอหน่อยนะ
สายฝนคงกลับ
มาเยือน
Posted by แมวเหมียว on 29 Jan. 2007,23:13
ฟ้ามีอายุยืนยาว..


ดินยังคงยิ่งใหญ่. tongue.gif


เมล็ดพันธุ์อาจไม่ยืนยาวเท่า. yes.gif


ฝนฟ้ามักอาจแปรปรวน..


น้ำประปายังไม่หยุดไหล..


ไยปล่อยให้ดินแห้งใจหงอย. rose.gif



Posted by นกกะปูด on 30 Jan. 2007,01:13
ทดท้อ
รอฟ้า
พาฝน

ร่วงหล่น
ราดรด
ใจข้าฯ

มีเพียง
น้ำใส
ในตา

หล่อเลี้ยง
พฤกษา
ได้ ฤา
Powered by Ikonboard 3.1.5 © 2006 Ikonboard