เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 3712345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ***การพัฒนาตนเองกับชีวิตประจำวัน***, ขอเชิญสนทนา แลกเปลี่ยน จะพัฒนาชีวิตนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Oct. 2005,16:00  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (pilgrim @ 29 กย. 2005,19:22-คุยกันท้ายครัว)
ขอบคุณธรรมะจากคุณ KiLin ค่ะ อยากถามเหมือนกันว่า ถ้ามีข้อข้องใจเกี่ยวกับเรื่องธรรมะกับชีวิตประจำวันควรจะไปถามตรงไหนคะ คือพิลอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องอัตตา หน่อยน่ะค่ะ ask.gif


  xmas.gif คุณพิลกริมถามคำถามนี้ไว้ที่กระทู้คุยกันท้ายครัวหลายวันแล้ว คาดว่าคุณคิลินคงไม่เห็นจึงไม่ได้ตอบคุณพิลกริม ..
แมวเหมียวจึงขอยกคำถามของคุณพิลกริมมาไว้ที่นี่นะคะ จะได้เห็นกันชัดๆ 

    couchplus.gif คุณคิลินเคยบอกแมวเหมียวว่า คุยเรื่องธรรมะคุยที่ไหนก็ได้ จึงขอปูเสื่อตั้งวงไว้ที่มุมห้องครัว เพื่อว่าหลังจากสมาชิกอิ่มหนำสำราญจากท้ายครัวกันแล้ว  จะได้แวะมานั่งสนทนาธรรมกับคุณคิลินได้สะดวก..

  (หรือคุณคิลินจะยกไปไว้ที่ไหนก็แล้วแต่ความเหมาะสมค่ะ)

   fone01.gif ขอเชิญคุณคิลิน คุณพิลกริม และสมาชิกทุกท่าน มาตั้งวงสนทนาธรรมกันได้เลยค่ะ thumbsup.gif


k122.gif k119.gif k122.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2005,02:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับ ไม่เห็นจริงแหล่ะ น่ากลัวจะแก่(เกือบ whisper.gif )ได้ที่ อิอิ tongue.gif ยังไม่ได้ที่
ได้ที่แล้วยังไงเหรอ ถ้าได้ที่ก็ถึงคิวน่ะสิ ถามได้ laugh1.gif

จริงๆ ผมตั้งใจ จะเปิดกระทู้ทำนองนี้ ตั้งนานแล้ว
ยิ่งตอนที่คุณคชาไพร เขียนกลอนพูดถึงคำขวัญของบ้านนี้
" ฉลาด สะอาด สว่าง สงบ "
ก็ให้นึกถึงว่า ของใคร ? ของสมาชิกหรือ ? มีตรงไหนที่บ่งบอกหรือใกล้เคียงบ้าง

ห้องแสงธรรม แม้จะมีสาระธรรม ที่มากพอสมควร แต่นั่นก็คือ ธรรมะของผู้อื่น ท่านอื่น ที่ผมและสมาชิกนำมาโพสต์ อาจมีบ้างที่มีการแลกเปลี่ยน ในเรื่องนั้นๆ แต่ก็ยังจำกัดอยู่แค่เฉพาะคน เฉพาะเรื่อง บางเรื่อง ก็ยังห่างไกลกับเรื่องราวในชีวิตจริงๆ

ในเวบทั่วๆไป เวบเกี่ยวกับธรรมะก็มีไม่น้อย แต่เท่าที่เห็นส่วนมาก ก็จะเป็นการถกกันในข้อธรรมตามตัวบทตัวหนังสือซะมาก กลายเป็นสนทนาเพื่อรู้เพื่ออยากจะรู้ ไม่ได้สนทนาเพื่อที่จะนำกลับไปทำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็จะได้รับประโยชน์น้อย ธรรมะก็เลยไม่มีชีวิตชีวา เป็นแค่ตัวหนังสือ

วันนี้ก็เลยถือโอกาส เปิดกระทู้นี้ แต่ขอเปลี่ยนชื่อกระทู้และคำอธิบายของคุณแมวเหมียวหน่อยครับ เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่อยากจะให้เป็นก็คือ  อยากให้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจระหว่างสมาชิกด้วยกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อสรุปใดๆ เน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดปัญญา มากกว่าที่จะสรุปหาคำตอบ ไม่ส่งเสริมการหักล้างกันด้วยเหตุผลหรือจากข้อกำหนดข้อธรรมใดๆ

ธรรมะที่แท้ ไม่ได้อยู่ในตัวหนังสือ แต่อยู่ในชีวิตประจำวันของเราต่างหาก

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2005,02:53 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผมเปลี่ยนชื่อกระทู้เสียใหม่ เพื่อให้ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น
อย่าเพิ่ง งง คิดว่าผิดกระทู้ หรือไม่เกี่ยวกัน

แต่จริงๆ เกี่ยวมาก และเกี่ยวโดยตรง
ถ้าพูดถึงการพัฒนาตนเอง ใครๆก็ต้องการพัฒนาตนเอง
แต่หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ที่สุดของพุทธธรรม ก็คือ การพัฒนาตนเองนั่นเอง

ผมทิ้งประเด็นไว้แค่นี้ก่อน ให้ลองพูดคุยกันดู
แล้วไม่แน่...เพื่อนๆอาจจะได้นับถือศาสนาพุทธอย่างแท้จริง  มากกว่าที่จะนับถือแค่ตามทะเบียนบ้าน ซึ่งผมเคยเป็นมาแล้ว yin-yang.gif smile.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
คชาไพร Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1351
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Nov. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2005,09:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับคุณคิลิน แมวเหมียวและทุกท่าน

        เมื่อไม่กี่วันมานี้มีเพื่อนร่วมงานรุ่นหลังมาพบผมที่ห้องทำงาน แล้วเอ่ยปากขอพระ(ทั้งที่เป็นเหรียญและพระพิมพ์) เพราะเขารู้ว่าผมมีอยู่และจะให้กับทุกคนที่ขอ แต่ให้เลือกเอาไปองค์เดียว ไม่เคยขัดว่าเขาจะเอาเลือกองค์ไหน

         สาเหตุที่ผมมีพระเยอะเพราะมีคนเอามาให้บ่อยครั้งหรือไปทำบุญก็ได้มา ผมจะเก็บใส่กล่องรวมๆเป็นกล่องเดียวกันไว้ในลิ้นชัก บางคนบอกว่าพระของผมมีราคาแพง ทำไมให้คนที่ของ่ายๆ

         บางคนก็กล่าวหาว่าผมไร้ศาสนาเพราะไม่เอาพระที่มีอยู่มาบูชาให้ถูกที่ถูกทาง เขาบอกว่าพระเป็นของสูงต้องตั้งไว้บนหิ้ง

          ผมก็รับฟังแล้วก็ยิ้มๆ แถมบางคนยังอ้างประวัติผมเสียอีกว่าเป็นพวกทหารเกณฑ์เดือนตุลา พวกนี้ไม่มีศาสนา ผมก็ได้แต่ยิ้ม

         ผมมานั่งนึกๆดูผู้ที่ได้พระจากผมไป บางคนก็เอาไปเลี่ยมทองแขวนคอถืออำนาจพระพุทธคุณไว้คุ้มครอง บางคนเอาไปขึ้นหิ้งบูชาที่บ้าน  บางคนเอาไปโอ้อวดกันต่อ แล้วบางคนมาขอซ้ำแต่ผมไม่ให้

          ผมบอกคนที่ได้พระจากผมไปว่า ขณะที่พระพุทธเจ้าจะทรงปรินิพพานนั้นพระองค์ทรงตรัสกับพระอานนท์ในทำนองว่าแม้พระองค์จะดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว แต่พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ก็ยังดำรงอยู่

          ดังนั้นจึงเป็นเรื่องแปลกที่ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธจำนวนหนึ่ง ไม่ยึดพระธรรมเทศนาเป็นหลัก กับไปยึดติดกับวัตถุมงคลที่อ้างว่ามีพระพุทธคุณกำกับอยู่

          ผมเขียนเรื่องนี้ต่อยอดจากคุณคิลิน น่าจะดีนะครับถ้าพวกเราช่วยกันออกความเห็น หรือเอาเรื่องที่ประสบมาแลกเปลี่ยนกันตามความตั้งใจของคุณคิลิน เพื่อประเทืองปัญญาของพวกเรารวมทั้งตัวผมเองด้วยครับ

         
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2005,11:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณพี่แมวเหมียวมากค่ะ ที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมา พิลก็รออยู่เหมือนกัน แต่นึกว่าคุณ KiLin คงไม่เห็น ก็เลยไม่อยากเซ้าซี้มาก

ก่อนอื่น พิลขอออกตัวก่อนนะคะว่า ตอนนี้ พิลกลายเป็นคริสต์ไปแล้ว
เรื่องมันก็ยาวค่ะ เล่ามากเดี๋ยวจะเล่าเรื่องตัวเองมากไป เอาเป็นว่า พิลเคยปฏิบัติธรรมมาบ้าง แต่ก็เหมือนไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่ เพราะทำๆหยุดๆ

การที่พิลเปลี่ยนเป็นคริสต์ เป็นเพราะคำสอนของเขา (นิกายมอร์มอนหรือสิทธิชนยุคสุดท้ายค่ะ) ไม่มีอะไรขัดแย้งกับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ออกจะเหมือนๆกันด้วยซ้ำ ที่พิลเข้าร่วมกับเขา เพราะเห็นว่าเขาเน้นแนวปฏิบัติ คือ มีการประยุกต์นำคำสอนของพระเจ้าและพระเยซูมาใช้ในชีวิตประจำวัน และทุกคนก็มีจิตใจคล้อยตาม อยากจะเป็นคนดีเพราะมีความศรัทธา คือ เขาทำเหมือนเครือข่ายช่วยกันดูแล เหมือนก้าวไปด้วยกันค่ะ ตรงนี้เองที่พิลตัดสินใจเข้าร่วม เพราะมันถือเป็นการพัฒนาตนเองขั้นหนึ่ง แต่ถ้าพูดถึงความล้ำลึกแล้ว พุทธธรรมถือว่าล้ำลึกที่สุด เพราะก้าวไปถึงการหลุดพ้น (ตามความเข้าใจของพิลนะคะ)

ทุกวันนี้ พิลก็ไม่ได้ทิ้งศาสนาพุทธนะคะ ทางมอร์มอนก็ไม่ได้หวงห้ามอะไร ในพระคัมภีร์กล่าวแต่เพียงว่า ให้นับถือในพระเจ้าองค์เดียว พิลก็คิดว่า พระพุทธเจ้าท่านเป็นบุคคล ไม่ใช่พระเจ้า ท่านเปรียบเสมือนบรมครูของโลก เพราะฉะนั้น ถ้าพิลจะยังศึกษาคำสอนของท่านอยู่ และปฏิบัติธรรมอยู่ มันก็น่าจะดีแก่ตัวเราเองและมันก็เป็นสิ่งที่เราชอบด้วย เพียงแต่พิลคิดว่า พิลอยู่ในพุทธศาสนามาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยได้ทำอะไรที่เป็นการทะนุบำรุงศาสนาอย่างเต็มที่เลย ไม่ค่อยมีช่องว่างให้ผู้หญิงเข้าไปทำอะไรมากค่ะ พิลอาจจะคิดผิด ยังไงช่วยติติงได้นะคะ

เอาเป็นว่า พิลขอเกริ่นนำเท่านี้ก่อน ขอเรียนด้วยค่ะว่า พิลไม่ได้คิดจะเอาศาสนาคริสต์มาเผยแพร่ที่นี่นะคะ ไม่ต้องกลัวพิลนะคะ ที่อยากตั้งปัญหาเพราะอยากเรียนรู้ศาสนาพุทธเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันและเพื่อให้เป็นประโยชน์กับคนอื่นจริงๆค่ะ พิลจะดีใจมากถ้าได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แล้วชาวพุทธทุกคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นสิ่งที่อยู่ในใจและอยากทำมานานมากแล้วค่ะ แต่ลองเข้าไปในหลายๆเว็บ ก็เจอแบบที่คุณคิลินว่า คือ เขาใช้ภาษายากๆมาอธิบาย เหมือนพระเรียนปริยัติ มันยากเกินไปสำหรับชาวบ้านอย่างพิลค่ะ
ขอบคุณพี่แมวเหมียว คุณคิลินและคุณช้างมากๆนะคะ ที่ช่วยจุดประกาย


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2005,14:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (pilgrim @ 03 ตค. 2005,23:51)
พิลอยู่ในพุทธศาสนามาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เคยได้ทำอะไรที่เป็นการทะนุบำรุงศาสนาอย่างเต็มที่เลย ไม่ค่อยมีช่องว่างให้ผู้หญิงเข้าไปทำอะไรมากค่ะ พิลอาจจะคิดผิด ยังไงช่วยติติงได้นะคะ


ขอจิดนึงนะค่ะ.. ความคิดของตนเองค่ะ  whisper.gif
หากมองกันจริงๆๆ วัดส่วนใหญ่ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย หนูหมายความว่า คนไปทำบุญ ถือศีล ภาวนาค่ะ อยากออกความเห็นต่อ แต่ขี้เกียจพิมพ์ค่ะ  tongue.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2005,22:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ

ขอโทษค่ะ แวะมาเก็บเสื่อกลับครัวก่อนนะคะ ฮิ ฮิ tongue.gif

มาคุยที่ห้องสังคมก็ดีค่ะ นั่งเก้าอี้ (โซฟา)สบายกว่านั่งเสื่อ นั่งเสื่อแล้วเมื่อยนะคะ อิ อิ sofaroll.gif

นึกแล้วเชียวว่า คำว่า "สนทนาธรรมกับคุณคิลิน" ต้องโดนเซ็นเซอร์ ic-14.gif 

คุณคิลินคิดจะเปิดกระทู้ทำนองนี้ตั้งน้านนานแล้ว แต่ไม่ยอมเปิดซะที
นี่ก็เห็นชัดๆแล้วนะคะว่าแก่(เกือบ)ได้ที่แล้วหรือยัง อิ อิ couch.gif

อ้าว..ชวนคุยนอกเรื่องอีกแล้วแมวเหมียว  hehe.gif
 

greet.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2005,23:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สมัยเด็กๆแม่เคยพาไปวัด เดินไปวัดต้องผ่านทั้งป่าและทุ่งนา
จำได้ว่าเวลาพระฉันเสร็จเป็นเวลาที่มีความสุข ได้นั่งกินอาหารกันกลางลาน กำลังหิวได้ที่ ใครมีอาหารอะไรก็แบ่งๆกันกิน อาหารที่ทุกคนเอาไปถวายพระเป็นอาหารอย่างดี และอร่อยๆทั้งนั้นเลย  คนที่ไปวัดไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติกัน มีความสุขและจำได้ถึงความสงบเมื่อพระสวดเสียงดังกังวาน..

  วัดอยู่ไกลบ้าน แม่ไม่ได้ไปทุกวัน นานๆไปที และนานๆทีอีกเหมือนกันที่ได้ตื่นเต้นเมื่อไปเที่ยวงานวัด..

  พอโตเข้ามหาลัย เด็กมหาลัยกลุ่มหนึ่งที่คิดว่าตัวเองหัวก้าวหน้ามองเพื่อนๆที่อยู่ชมรมพุทธว่ามีความคิดคร่ำครึ ตัวเองก็อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าตัวเองก้าวหน้าด้วย ..

  ครั้นพอโต จนเริ่มจะแก่ เริ่มกลัวตาย ห่วงนั่น ห่วงนี่ จึงหาที่ยึดเหนี่ยวทางใจ จึงเริ่มอ่านหนังสือธรรมะ จึงเริ่มเห็นว่าที่ผ่านมาตัวเองไม่รู้จักศาสนาพุทธเลย ที่เรียนมาและรู้จักมา เรารู้จักแต่เปลือกจึงได้คิดว่าเป็นเรื่องคร่ำครึเหมือนที่คนอีกมากมายยังคิดอยู่..

เคยมีคนมาแนะนำเรื่องศาสนาคริสต์เหมือนกันค่ะคุณพิล แต่ตอนนั้นพี่คงพบธรรมะแล้วมั้งคะ
แม้ไม่ทั้งหมดแต่รู้สึกว่าพบบางส่วน ก็เห็นว่าเรามีสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จึงบอกเค้าว่า เรากำลังศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่ แต่ก็ไม่รังเกียจที่จะคบหากัน 

นี่ก็ผ่านมาหลายปีมาแล้ว ครอบครัวเค้ายังแวะมาเยี่ยมทุกปี มีหนังสือที่เค้าเห็นว่าดีๆมาฝาก มาพูดคุยหลักธรรมของพระเจ้าให้ฟัง ..ก็เห็นว่าหลักๆแล้วเหมือนกันกับศาสนาพุทธ และเค้าก็เป็นคนดี อ่อนน้อมถ่อมตน ใช้ชีวิตเรียบง่าย มาด้วยความเป็นมิตร พี่ก็ยินดีต้อนรับเสมอ..

และจะบอกว่า ไม่กลัวคนน่ารักๆอย่างคุณพิลกริมหรอกค่ะ อิ อิ flo_1.gif

 k122.gif k119.gif k122.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Oct. 2005,06:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณนะคะพี่แมวเหมียว ที่เข้าใจในเจตนาและเห็นว่าพิลน่ารัก อิๆๆๆๆ เดี๋ยวเห็นตัวจริงเสียงจริงแล้วจะบอกว่า เฮ้อ ฉันคิดผิด ขอคิดใหม่ดีกว่า หุๆๆๆๆ ohman.gif

พูดถึงบรรยากาศการไปวัด พิลก็ไปกับแม่ทุกครั้งที่กลับไปบ้านค่ะ เห็นแม่สบายใจ พิลก็สบายใจ พิลชอบฟังพระเทศน์ แต่ฟังแล้ว บางครั้งพิลรู้สึกว่า อยากให้ท่านเทศน์ได้โดนใจคนมากกว่านี้ หรืิอจะเป็นเพราะวัดแถวบ้านแม่ ไม่มีพระเทศน์้้เก่งๆเลย

จำได้ว่า ทุกปีวันสงกรานต์ ท่านก็เทศน์แต่ประวัตินางสงกรานต์ ไม่เคยเปลี่ยนเรื่องเลยค่ะ ทำให้พิลเสียดายมากๆ เพราะชาวบ้านก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง เนื่องจากรู้ๆกันอยู่แล้ว นี่แหละค่ะ ที่พิลอยากให้วัดและพระเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คำสอนของพระพุทธองค์เฟื่องฟูำไปไกล และเป็นประโยชน์ต่อคนที่ไปวัดจริงๆ เพื่อโน้มนำเขาให้มีศรัทธาและมุ่งสู่การปฏิบัติธรรมค่ะ

พิลยังชอบคำที่อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปกกล่าวไว้ เนื่องด้วยมีชาวพุทธหลายคนอ้างว่า ไม่ศรัทธาการทำบุญไปวัด เพราะไม่ศรัทธาพระสงฆ์ อาจารย์บอกว่า (อาจจะไม่แม่นเสียทีเดียวนะคะ จับใจความมา) การเป็นพระสงฆ์ ก็เป็นกระบวนการหล่อหลอมอย่างหนึ่ง คนที่ได้ชื่อว่าพระ ล้วนเป็นคนดีทุกคน แต่เมื่อเป็นพระแล้วทำไม่ดี ก็เท่ากับว่านั่นไม่ใช่พระแล้ว แต่กลับกลายไปเป็นคนธรรมดา เพราะฉะนั้น ก็ไม่สมควรแก่การกราบไหว้ เวลามีเพื่อนๆบ่นอย่างนี้ พิลก็จะบอกเขาไปอย่างนั้นทุกคน ว่าอย่าเพิ่งสิ้นศรัทธาในพระพุืืทธศาสนา ยังมีพระที่สมควรแก่การกราบไหว้ และสืบทอดศาสนาอย่างแท้จริง อีกอย่าง หัวใจของศาสนาพุทธก็ไม่ได้อยู่ที่พระสงฆ์อย่างเดียว แต่ยังมีพระพุทธ และพระธรรมอันล้ำเลิศด้วย จริงๆนะคะ
rose.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Oct. 2005,08:54 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับ

ประเด็นของคุณพิล เรื่องอัตตา ก็ยังค้างอยู่นะครับ ถ้าคุณพิลอยากหยิบยกมาแลกเปลี่ยนกันก็ยินดีนะครับ หรือจะค้างไว้ก่อน ก็แล้วแต่ครับ smile.gif

ประเด็นของคุณคชาไพร ว่าด้วยพระเครื่อง 
     ที่สุดของศาสนานี้คือ มุ่งสู่คำว่า " ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน " เพราะเมื่อตนพึ่งตนเองได้ ก็จะทำให้ตนเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ด้วย  แต่สำหรับคนที่ยังพึ่งตนเองไม่ได้ รวมทั้งผู้ที่ไม่คิดว่าจะหาทางยกระดับตนเองเพื่อเป็นที่พึ่งของตนเอง เขาเหล่านั้นก็จำต้องพึ่งคนอื่น ครูอาจารย์ หรือแม้แต่สิ่งของ พระเครื่อง yin-yang.gif



กลับมาที่คุณพิล ประเด็นเรื่องความต่างทางศาสนานะครับ
    มีเพลงเพื่อชีวิตอยู่เพลงนึง ให้ความหมายที่ดี เนื้อร้องของเพลงท่อนนึงมีว่า

" บ้านเมืองมีความเป็นมา สังคมตีตราแบ่งชั้น
ให้คนจนรวยสูงต่ำ ขาวดำก่ำเหลืองน้ำตาล 
เลือดคนมีสีแดงสีเดียว หัวใจจงมาประสาน
ร่วมรักกันนานนาน ขับขานเสียงเพลงสันติ "


นี่คือสะท้อนในแง่ขอบเขตทางสังคม

ในแง่ขอบเขตทางศาสนา ก็จะมีว่า
" ทุกสรรพชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ล้วน เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งนั้น ฉะนั้นจึงควรระอยู่กันอย่างพึ่งพิงอิงแอบอาศัยกัน " นั่นคือทั้งคนและสัตว์ต่างตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ผู้ที่แข็งแรงกว่าก็ควรจะช่วยคนที่อ่อนแอกว่าถ้าช่วยได้ ไม่ใช่ฉวยโอกาสเอาเปรียบ เพราะที่สุดทั้งชีวิตที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบก็หนีกฎเกณฑ์นี้ไม่พ้น ไม่ยกเว้นแม้ความต่างทางศาสนา

ในแง่บำรุงศาสนา จริงๆ โดยตัวศาสนาเองไม่ได้ต้องการการทำนุบำรุง เพราะสมบูรณ์ในตัวของมันเองอยู่แล้ว  แต่ที่ต้องบำรุงกลับคือตัวเราเอง กับบุคคลหรือสังคมรอบข้างมากกว่า 

ส่วนที่ว่าไม่ค่อยมีช่องว่างให้ผู้หญิงเข้าไปทำอะไรได้มากนั้น ประเด็นก็คือ ช่องเท่าที่เรารับรู้อยู่เราได้ทำกับมันอย่างจริงจังหรือยัง จึงค่อยถามหาช่องที่มากขึ้น  ความเป็นจริงของชีวิตในหลายเรื่องก็คือ เมื่อเราอยู่ในสถานะหนึ่งเราจะเห็นได้ในระดับหนึ่ง ต่อเมื่อเราขยับก้าวขึ้นไปเราก็จะเห็นได้มากขึ้น
rose.gif

ว่าของคุณแมวเหมียวๆมั่ง
      สมัยเด็กๆ คุณแม่เราพาเราเข้าวัด นั่นคือ ท่านได้สร้างริ้วรอยเรื่องราวที่ดีๆนี้ไว้ให้เรา เมื่อยามแก่แม้ว่าก่อนหน้านี้เราเองก็จะหันหลังให้ไปแล้ว  ก็ยังได้ย้อนกลับมาอีกครั้งในที่สุด (กระซิบบอก ผมก็อยู่ในฐานะทำนองนี้ครับ whisper.gif ) ประเด็นก็คือ แล้วเราได้สร้างริ้วรอยทำนองเดียวกันนี้ให้กับลูกของเราแค่ไหน xmas.gif


กลับมาคุณพิลอีกรอบ ครับ
   เรื่องความเห็นกรณีพระเทศน์  มีเรื่องทำนองคล้ายๆแบบนี้ในชีวิตประจำวันอยู่เยอะเลยครับ  ที่เรามักจะมองเห็นข้อด้อยข้ออ่อนของผู้อื่น ก็หวังดีมีเจตนาดี คิดได้ว่าถ้าเขาปรับปรุงอย่างนั้นๆ แล้วจะดีอย่างนั้นอย่างนี้  ซึ่งจริงๆอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจเข้าถึงเงื่อนไขของเขาได้มากได้ลึกแค่ไหน แต่ส่วนมากก็ไม่ได้ลึกอะไร 

ประเด็นก็คือว่า ทุกๆคนก็ย่อมจะมีข้อด้อยข้ออ่อนบ้าง ไม่มีใครสมบูรณ์โดยตัวเอง แต่ก็น้อยมากที่จะมีความเห็นย้อนมองกลับมาที่ตัวเราเอง ทั้งๆที่ ข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของเรา ไม่มีใครเข้าถึงหรือรู้ลึกเท่าตัวเราเอง พระรูปนั้นท่านก็อาจคงมีความเห็นต่อคนอื่น คล้ายๆที่คุณพิลมีความเห็นต่อท่าน ก็เลยมองข้ามเรื่องของตนเองไป

ในเรื่องของพระสงฆ์ คำว่า พระสงฆ์ ท่านหมายถึง บุคคลที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนลุถึงคำว่า " พระ " แล้ว บุคคลที่เริ่มบวช ก็อยู่ระหว่างความพยายามที่จะปฏิบัติให้ถึงคำว่า พระ ก็ย่อมจะเป็นธรรมดาที่มีทั้งผู้ปฏิบัติแล้วได้ดีและยังไม่ดี พระพุทธเจ้าจึงเรียกบุคคลที่อยู่ระหว่างความพยายามเหล่านี้ว่า ภิกษุ ว่านักบวช ว่าสมณะ ยังไม่ถึงคำว่า พระ  เพราะพระต้องประเสริฐ ต้องดีเลิศ ต้องงามพร้อม
 wave.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
367 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2005,16:00 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 3712345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com