เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 37<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ***การพัฒนาตนเองกับชีวิตประจำวัน***, ขอเชิญสนทนา แลกเปลี่ยน จะพัฒนาชีวิตนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Oct. 2005,16:56  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตอนแรกก็สงสัยว่า"การพัฒนา"ที่คุณคิลินกับคุณพิลกำลังจะพูดถึง หมายถึงอะไร . ic-14.gif  

ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วค่ะ bowsdown.gif

หมายถึงการเคาะสนิม smash.gif ทุบอัตตา นั่นเองใช่มั้ยคะ smile.gif

hum.gif "เคาะ" "ทุบ" แล้วต้องทำไงต่อคะ..

ask.gif "ทาสีใหม่"ใหม่หรือเปล่าคะคุณคิลิน couch.gif 

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Oct. 2005,10:32 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณแมวเหมียวถามได้ตรงจุด กับที่ผมเปลี่ยนชื่อหัวกระทู้นี้

เรามาลองดูกันว่า หัวใจหรือแก่นของการพัฒนาตนเองนั้นอยู่ที่ไหน ?

ผมจะขอเปรียบเทียบง่ายๆ 
มีแจกันที่ใส่ดอกไม้อยู่แจกันหนึ่ง อย่างที่เห็น





เรามาดู วิธีการของคนสองคน ทำงานเกี่ยวกับแจกันดอกไม้นี้



วิธีการของคนที่ ๑. ต้องการดอกไม้สวย ก็ไปหาดอกไม้ที่สวยที่ชอบมาใส่ 
คนที่ ๒. ใช้วิธีการทำความสะอาดแจกัน และคัดเอาของที่เสียออก จัดเรียงเสียใหม่ สิ่งที่เหลือก็คือของดี

ตัวอย่างนี้ ดูเป็นเรื่องง่ายๆ ธรรมดา  แต่มันคือความต่างอย่างเป็นสาระที่สำคัญ ของข้อเท็จจริงในการคิด ในการตัดสินใจทำอะไรในหลายๆเรื่องในชีวิตประจำวัน

แจกันก็เปรียบได้ดังตัวเรา ดอกไม้ก็เปรียบได้ดังความสุข ความยอมรับ คุณค่า สิ่งอะไรๆที่เราอยากได้ เมื่อคนเรารู้สึกขาดเหลืออะไร ไม่พอ หรือต้องการอะไร วิธีคิดโดยทั่วไป ก็จะไปไขว่คว้าหามา วิธีคิดนี้มันดูง่าย ได้สิ่งที่ตนต้องการโดยไม่ต้องคิดมากปรับปรุงอะไรกับสิ่งที่มีอยู่เดิม  แต่ลืมไปว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่มีดีแล้วไม่มีเสีย สิ่งที่เรารับเข้ามาถ้าไม่แยกแยะให้ดี ก็รับของเสียไว้เยอะ ของที่ดูดีวันนี้มันก็อาจกลายเป็นของเสียวันหน้า ดอกไม้มันสวยในวันนี้เพราะมันยังสด แต่พอมันเหี่ยวเฉา มันก็คือซาก คิดดูว่าชั่วชีวิตของคนเรารับอะไรๆเข้ามามากมาย ถ้าไม่มีการแยกแยะ ไม่มีการหมั่นทำความสะอาด ขัดเกลา จัดเรียงจัดระเบียบ มันคงไม่แตกต่างกับแจกันแรกสักเท่าไร

ซากดอกไม้ที่ค้างหมักหมมอยู่ในแจกัน ก็คือนิสัย ก็คือความเห็น ก็คืออัตตา ก็คืออารมณ์ที่สะสมกันมา จนเป็นมลภาวะที่เกาะกุมในจิตใจของคนเรา จึงไม่แปลกที่ผู้ใหญ่จะมีความทุกข์มากกว่าเด็ก เพราะเด็กสะสมของเสียน้อยกว่า

และที่ดูง่ายๆตรงนี้แหล่ะ คือ หัวใจคำสอนของพุทธศาสนา คือแก่นของการพัฒนาตนเอง ซึ่งเขียนเป็นบทโศลกได้ว่า

รื้อขยะเก่า
ไม่เพิ่มขยะใหม่
ทำของดีที่มีอยู่แล้วให้ผ่องใส


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Oct. 2005,22:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณคิลินอธิบายมีภาพประกอบเข้าใจง่ายดีค่ะ bowsdown.gif

thankssign.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Oct. 2005,17:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณพิลยังไม่มา แมวเหมียวชวนคุณคิลินคุยต่อนะคะ laugh1.gif

 เคยได้ยินคำว่า"จิตเดิมแท้เป็นประภัสสร (บริสุทธิ์ ดีงาม) "

แล้วที่ว่า"จิตของคนเราเหมือนน้ำ ธรรมชาติของน้ำคือไหลลงสู่ที่ต่ำ"( อิ อิ คติพจน์จากคุณน้องมะนาวหวานค่ะ ic-14.gif )

 ดังนั้นของเสียๆที่เรารับมาก็เกิดจากการเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม สังคมรอบๆตัวเราใช่มั้ยคะ

    ถ้าเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี จิตใจเราก็ดีด้วย

  ถ้าอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีจิตใจเราก็แย่ตาม ซึ่งไปตามธรรมชาติของจิตที่เหมือนน้ำที่จะคอยไหลลงสู่ที่ต่ำ..

  ดังนั้นเราดูแลรักษาจิตใจ โดยไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม(สังคม)ก็เป็นการยากที่จะคงความเป็นประภัสสรไว้ได้

แล้วสิ่งที่ไม่ดีไม่งามในสังคมดูเหมือนมีแต่เพิ่มขึ้น ไม่ลดลงบ้างเลย..

  นี่ไม่ได้มีความเห็นแย้งกับการพัฒนาตนเองนะคะ แต่เป็นคำปรารภ

hum.gif เป็นคำถามหรือเปล่าไม่ทราบค่ะ หาเรื่องให้คุณคิลินคุย ic-14.gif

k122.gif k119.gif k122.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2005,07:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ก็เป็นเรื่องที่ตรงประเด็นอีกเช่นกัน

ธรรมชาติของน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ แต่จิตของคนเราไม่ได้เหมือนน้ำ เหมือนสำลีมากกว่า คือ ไม่ใช่ว่าลงต่ำเสมอ มันพร้อมจะขึ้นสูงหรือลงต่ำ อยู่ที่เราไปกำกับควบคุมแยกแยะให้มัน ดุจดังสำลี ซึมซับไปทุกเรื่อง ดำ ขาว ใส สกปรก จุ่มแบบไหนก็เลอะแบบนั้น 

นี่จึงเป็นคำตรงกับ บทโศลก ตอนที่สองว่า ไม่เพิ่มขยะใหม่ไงครับ

คือ ต้องรู้จักเลือกที่จะรับ ว่าอะไรควรรับ อะไรไม่ควรรับ ไม่ใช่รับไปทุกเรื่อง ไม่ใช่รับไปตามกระแส 
ต้องรู้ว่า อะไรรับแล้วให้คุณ อะไรรับแล้วจะให้โทษ

คำพูดที่ว่า สิ่งแวดล้อมกำหนดจิต กำหนดตัวเรา นั้นจริง
แต่จริง สำหรับคนทั่วไป จริงสำหรับคนที่ยังไม่รู้ จริงสำหรับคนที่ปล่อยไปตามน้ำตามสถานการณ์ตามสังคมกำหนด

จะไม่จริง สำหรับคนที่พยายามพัฒนาตนเองขึ้นมา ไม่ปล่อยไปตามกระแส แต่พยายามพัฒนาตนเองให้ตนเองกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ ซึ่งก็คือ คุณสมบัติที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ ที่เลือกได้กำหนดชะตากรรมของตนเองได้ อันมีภพภูมิเดียวใน ๗ (พรหม เทวดา มนุษย์ เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน สัตว์นรก [คลิกดูรายละเอียดเพิ่ม])

ประเด็น ก็คือ คนเราส่วนใหญ่ไม่ได้รู้ไม่ได้ใช้คุณสมบัติของความเป็นมนุษย์ ผลก็คือ บางครั้งเราก็กำหนดตนเองได้ บางครั้งเราก็ถูกสิ่งแวดล้อมกำหนด

เกิดเป็นคนจึงต้อง ฝึกหัดปฏิบัติพัฒนาตนเอง อย่างไม่หยุดยั้ง

" ลูกปลาน้อยมันต้องหมั่นว่ายทวนกระแสน้ำ เพื่อไปยังต้นน้ำยังทีหมายที่ต้องการ เมื่อไรก็ตามที่มันหยุดว่าย มันก็ไม่ต่างอะไรกับเศษสวะ ที่จะต้องลอยไปตามน้ำนั้น สุดแต่กระแสน้ำจะพัดพาไป "

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2005,12:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ที่คุณ KiLin พูดมานั้น นับเป็นเรื่องที่ชวนอ่าน ชวนคิดเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

การที่คนเราอยู่กับคนรอบข้าง อยู่กับสังคม ที่มีความแตกต่างทางความคิดและทัศนคติกันมากนั้น พิลมองว่า มันยากมากๆที่จะปกป้อง หรือป้องกันตัวเองหรือความคิดของเราให้ปลอดจากสิ่งแวดล้อมที่ทำให้จิตใจขุ่นมัว เศร้าหมอง
ตรงนี้ เราจะมีวิธีเบื้องต้นอย่างไรคะ  ในการมองแล้วคิด แล้วโน้มนำใจของเราให้ก้าวพ้นจากสิ่งเร้าภายนอกนั้นๆ

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2005,16:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง
ระลึกรู้ความจริงคือความเศร้า....
ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน 3 โลก



ตามไปอ่านเรื่องภพภูมิมาแล้วค่ะคุณคิลิน

จากบทโศลกนี้ คำว่า"ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน 3 โลก "หมายความว่าอย่างไรคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2005,20:21 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพราะสิ่งแวดล้อมมีความหลากหลาย และจิตของเราก็แยกแยะไม่ได้ซึมซับไปทุกเรื่อง สิ่งที่จะมาแยกแยะว่ารับได้หรือไม่ได้ ก็คือ "สติ" 

      ทุกคนมีสติอยู่แล้ว แต่มันไม่ได้รับการฝึกให้มีอยู่ตลอดเวลา มีๆหายๆ อาการหลงลืม ได้โน่นลืมนี่ กำลังทำอะไรสักอย่างแต่ใจไปที่อื่นไม่ได้อยู่กับสิ่งที่ทำ ชอบคิดไปในเรื่องของอดีตหรืออนาคต เหล่านี้คืออาการของการขาดสติ 

      สติทำหน้าที่เหมือนวาล์วปิดเปิด เหมือนประตูหน้าต่าง ที่จะเปิดหรือปิดเพื่อที่จะรับหรือไม่รับ เรื่องราวต่างๆที่จะเข้ามา ช่วงที่เราเผลอไผล ขาดสติ การทำหน้าที่ตรงนี้ก็ไม่มี เรื่องราวที่ทั้งพึงประสงค์และไม่ประสงค์ก็จะเข้ามา 

      การรับรู้สิ่งภายนอกของคนเรามีทั้งหมด ๖ ทาง เรียกว่าประสาทสัมผัสทั้ง ๖ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ประสาททั้ง ๖ นี้มันเป็นเพียงอวัยวะชิ้นส่วนของร่างกาย เปรียบได้ดังเครื่องจักร ต้องมีผู้คุมเครื่อง สติคือผู้คุมเครื่องทั้ง ๖ นี้ ถ้าผู้คุมเผลอหลับ เครื่องจักรมันก็ทำงานของมันแบบไม่มีผู้กำกับ ก็สุดแท้แต่สัมผัสอะไร ก็รับลูกเดียว เพราะหน้าที่ของมันก็บอกแล้วว่ารับรู้

      ก็คิดดูว่า เครื่องจักรมี ๖ เครื่อง แล้วมันก็ทำหน้าที่รับรู้ทั้งวันทั้งคืนของมันถี่ยิบ ฉะนั้นสติมันต้องทำหน้าที่ของมันขนาดไหน ถึงจะควบคุมดูแลทัน ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ฝึกสติ

      สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ ซึ่งไม่มีผู้ใดค้นพบมาก่อน และเป็นวิชาที่เป็นหัวใจในพุทธศาสนาคือ วิชาที่ว่าด้วย "สติ" ถ้าพูดถึงพุทธศาสนาต้องพูดถึงสติ วิถีพุทธคือ วิถีของการฝึกสติ 

      ฝึกสติ เพื่อพัฒนาตนเองในชีวิตประจำวัน

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2005,21:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน 3 โลก

       คำว่า ๓ โลก หมายถึง สวรรค์ มนุษย์ นรก เป็นการพูดรวมๆย่อๆจาก ภพภูมิทั้งหมด คือ พรหม เทวดา ก็เปรียบได้ดังสวรรค์ มนุษย์เป็นภพภูมิระหว่างกลาง เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรกก็พูดรวมเป็นนรก

       ทั้ง ๓ โลกนี้ อยู่ในอำนาจของกรรม ต้องเวียนเกิดเวียนตาย หมุนเวียนไปไม่รู้จบ เป็นวัฏฏสงสาร 

       พรหม เทวดา แม้ว่าจะเป็นสุขคติภพ ก็ไม่ยั่งยืน ไม่แน่นอน เมื่อหมดบุญก็จะเหลือแต่บาป ก็ต้องไปเกิดในทุขคติภพ เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน หรือสัตว์นรก ต้องใช้หนี้จนหมดหนี้ จึงจะเวียนได้กลับมาเป็นมนุษย์อีก เริ่มสั่งสมกรรมกันใหม่ จนตายแล้วก็ไปรับกรรมดีหรือกรรมชั่วกันต่อ 

       จากโลกมนุษย์ โอกาสที่จะได้ไปเกิดเป็นพรหม เทวดา นั้นก็ยาก เพราะไม่เชื่อ หลง คิดว่าตายแล้วสูญ มีชีวิตแล้วก็ใช้ชีวิตให้คุ้ม ไม่คิดจะสั่งสมบุญหรือคุณงามความดีใดๆ ทำเพียงแค่ผลของชาติปัจจุบันเท่านั้น แต่ไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก นั้นกลับง่าย เพราะความมัวเมา หลง กอบโกย คิดว่าตายแล้วๆกัน ไม่ต้องใช้หนี้

       ยามที่ไปเกิดเป็นพรหม เทวดา ก็ไม่สามารถสั่งสมบุญเพิ่มใดๆเพิ่ม เหมือนเศรษฐีอยู่แต่ในความสุข ไม่เห็นความทุกข์ไม่รู้จักทุกข์ ก็ประมาท ได้แต่กินบุญเก่า หมดบุญเมื่อไรก็ตกสวรรค์ ยามเมิ่อไปเกิดเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก ก็ทุกข์เสียจนไม่รู้ว่าความสุขยังมีหรือเปล่า ก็จ่อมจมกับความทุกข์นั้น จนกว่าจะหมดบาป จนกว่าระลึกรู้ได้

       สภาพทั้ง ๓ โลกที่เวียนเกิดเวียนตายเป็นอย่างนี้ ท่านจึงว่า ปราชญ์ผู้รู้ไม่พึงอยู่ใน 3 โลก นั่นคือ แสวงทางหลุดพ้นจาก ๓ โลกนี้ คือ นิพพาน

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Oct. 2005,04:56 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ วันนี้มีปัญหามาถามเพื่อแลกเปลี่ยนอีกแล้วค่ะ

ได้มีโอกาสคุยกับน้องนักเรียนไทยด้วยกัน เขาบอกว่า ชอบมีคนต่างชาติมาถามว่า ศาสนาพุทธคืออะไร มีคำสอนที่แท้จริงอย่างไร
น้องคนนั้นบอกว่า เขาก็เหมือนคนไทยโดยทั่วไป คือ เป็นพุทธมาแต่เกิด ตามครอบครัว แต่ไม่เคยรู้เลยค่ะ ว่าหัวใจของศาสนาพุทธคืออะไร  hum.gif

พิลเอง ก็รู้สึกคล้ายๆอย่างนั้นเหมือนกัน เคยมีคนมาถาม ก็ตอบเขาไปว่า หัวใจของศาสนาพุทธก็คือ หลักของการสู่ปรินิพพาน (enlightenment) และกฎแห่งกรรม (law of action or Kharma)

คุณ KiLin คุณช้าง พี่แอ๊ด และพี่แมวเหมียว รวมทั้งท่านอื่นๆ ไม่ทราบมีความเห็นอย่างไรคะ

พิลคิดว่า ตรงนี้เป็นจุดสำคัญเหมือนกัน ที่จะแนะนำให้คนที่ไม่รู้จักศาสนาพุทธเลย ได้สามารถทำความเข้าใจ ในขั้นพื้นฐาน ซึ่งควรเป็นการอธิบายแบบง่ายๆ แต่ได้ใจความ อาจเป็นบทเริ่มต้นของชาวพุทธอย่างเราๆ ก่อนที่จะนำไปสู่การปฏิบัติด้วยค่ะ หรืออาจไว้ให้คุณครูสอนนักเรียน ให้คุณพ่อ คุณแม่นำไปสอนลูกๆค่ะ เพื่อปูพื้นฐาน และเป็นการปลูกฝังค่ะ
 rose.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
367 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2005,16:00 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 37<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com