เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 4 of 37<<12345678>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ***การพัฒนาตนเองกับชีวิตประจำวัน***, ขอเชิญสนทนา แลกเปลี่ยน จะพัฒนาชีวิตนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 31
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Oct. 2005,05:48  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

หัวใจของศาสนาพุทธ ก็คือ ข้อความในบทโศลกที่ว่านั่นแหล่ะครับ

รื้อขยะเก่า
ไม่เพิ่มขยะใหม่
ทำของดีที่มีอยู่แล้วให้ผ่องใส


เขียนอีกทีได้ว่า

อย่าทำชั่ว
จงทำดี
ทำใจให้ผ่องใส


ถ้าถามว่า เป้าหมายของศาสนานี้คืออะไร
คำตอบคือ สอนให้ฉลาด สอนให้เกิดปัญญา เพื่อที่ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ และสุดท้ายเป็นที่พึ่งผู้อื่นได้ด้วย

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 32
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Oct. 2005,12:30 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (KiLiN @ 13 ตค. 2005,17:48)
อย่าทำชั่ว
จงทำดี
ทำใจให้ผ่องใส

เคยคุยกับเพื่อนบางคน เขาบอกว่า ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เขาเห็นด้วย แต่เขาบอกว่า เขาก็คงไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้ (คือเหมือนคนไทยทั่วๆไป ที่เป็นพุทธตามทะเบียนบ้าน)

เขาบอกว่า ที่เขาอยู่ทุกวันนี้ เขาก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว ไม่ได้เบียดเบียนใคร แล้วเขาก็ไม่ได้มีความทุกข์อะไรมากมาย ดังนั้น จึงไม่ต้องไปหาศาสนามาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ บางทีเขายังมองพิลที่ชอบศึกษาเรื่องศาสนาว่า เหมือนคนที่ต้องหาเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่เข้มแข็ง(เหมือนเขา)ค่ะ ask.gif
แต่บางที บางอย่างที่เขาทำ พิลก็สงสัยว่า ที่ว่าเขาทำดีที่สุดแล้วนั้น จริงหรือ ใครจะตัดสิน นอกจากตัวเขาเองที่คิดว่า เขาดีที่สุด

ตรงนี้ ไม่ทราบคุณ Kilin มีความเห็นอย่างไรคะ พิลเจอคนคิดอย่างนี้หลายคนเลยค่ะ เขามองว่า ศาสนามีไว้สำหรับคนที่มีความทุกข์ แล้วก็เลยต้องหันเข้าหาวัด เพื่อ สร้างความสบายใจ เช่น ไปทำบุญ ไปถวายสังฆทาน


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 33
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Oct. 2005,11:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คนทั่วไปก็มองว่าศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นคือ เปลือก
แต่แก่น ของศาสนาคือ หลักในการประพฤติปฏิบัติ หลักในการใช้ชีวิตเพื่อให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ความเป็นจริงทางธรรมชาติ

ศาสนาที่แท้จริง ไม่ได้สอนให้มายึดติด
ในทางตรงกันข้าม ศาสนาสอนให้เข้าใจความเป็นจริงทางธรรมชาติ  แล้วนำความรู้ความเข้าใจอันนั้นมาประพฤติปฏิบัติ  เพื่อยังประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

ศาสนาจึง ประกอบด้วย ๒ ภาคคือภาคของความรู้ที่เป็นจริงทางธรรมชาติ เรียกว่า " พุทธธรรม "
และภาคที่นำความรู้นั้นมาใช้มาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ในชีวิต เรียกว่า " จริยธรรม "

ฉะนั้น จึงไม่ได้ให้มายึดติด แต่กลับตรงกันข้าม
สั่งสอนให้รู้เรื่องจริง แล้วนำไปปฏิบัติได้จริงเห็นผลได้เอง
จะได้ไม่ต้องมายึดเหนี่ยว สิ่งเคารพ รูปเคารพใดๆ แต่มุ่งให้พึ่งตนเองได้ต่างหาก

ส่วนคนที่คิดว่าตนเองทำดีที่สุดแล้วนั้น ไม่ต้องพึ่งใคร ไม่ต้องพึ่งเครื่องยึดเหนี่ยว ไม่ต้องพึ่งศาสนา ก็ขอให้จริงเถอะ กลัวจะไม่จริงละก็มากกว่า เมื่อก่อนผมก็พูดอย่างนี้แหล่ะ  yes.gif

วันนี้เราพูดอย่างนี้ เพราะเรายังรู้สึกเข้มแข็งเป็นหลักให้กับตนเองได้ วันใดที่หลักนั้นคลอนแคลน ถึงตรงนั้นก็จะเริ่มรู้ว่า ตนเองก็ยังเป็นหลักหรือเป็นที่พึ่งให้กับตนเองยังไม่ได้จริง เสียดายแต่ว่า วันนั้นที่รู้ตัวเวลาก็จะเหลือน้อยใกล้ตายแล้วนะสิ แล้วโอกาสที่จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้อีก ก็ยากเสียด้วย ก็คงไม่เป็นไรมั้ง ทุคติภพเปิดอ้ากว้างๆรอเราอยู่

พอพูดอย่างนี้ คิดว่าดีแล้ว ก็ไม่ต้องขวนขวายเพิ่ม นั่นก็คือ ไม่คิดสร้างบุญใหม่ ได้แต่อยู่ไปโดยอาศัยกินบุญเก่า  พอบุญเก่าหมด ทีนี้ก็จะเหลือบาปล่ะ ถึงวันนั้น ก็คงอย่างที่ว่าข้างบนเลย

จะดูว่า ตนเองเป็นหลักให้ตนเองได้จริงมั้ย ก็ดูไม่ยากอีก
ก็ให้ดูว่า ยังกลัวตายมั้ย
หรือถ้าตราบใดที่เห็นคนเกิดแล้วดีใจหัวเราะ แต่เห็นคนตายแล้วร้องไห้ฟูมฟาย ก็คงไม่เหลือ

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 34
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Oct. 2005,18:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำตอบ
ถ้าพิลยังมีข้อสงสัย ถามมาได้เรื่อยๆหรือเปล่าคะ เดี๋ยวจะว่า ยายคนนี้ สงสัยอะไรไม่เข้าเรื่อง ไอ้เรื่องที่ไม่ควรสงสัยก็สงสัย

ต้องถามก่อนค่ะ เพราะเกรงจะเป็นการรบกวนมากเกินไป
ไม่เห็นท่านอื่นๆมาร่วมแจมเลยค่ะ
มีแต่พิลลุยถามอยู่คนเดียว


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 35
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Oct. 2005,21:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ก็อย่าคิดว่าเป็นการถามสิครับ  คิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยน
สิ่งที่ตอบก็อย่าคิดว่ามันจะใช่ซะทั้งหมด
เพียงอยากให้ได้เก็บไปคิดไปทบทวนเปรียบเทียบกับสิ่งที่เคยทำเคยคิด  จนรู้เห็นเข้าใจได้ด้วยตนเอง  แล้วค่อยเชื่อ
ด้วยสิ่งที่พูดไป  เป็นเรื่องเป็นราวที่ผมเคยผ่านมาแล้วเคยคิดแบบเดียวกับคำที่ถาม  ก็เลยอยากจะมาบอกๆกัน  ให้รู้ว่า คิดอย่างไรจะได้ดีกว่า

การตั้งคำถามของคุณพิล  ก็ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนพูดคุย
ก็ทำให้ได้ประโยชน์สำหรับคนอื่นๆด้วย  ที่ได้เข้ามาอ่าน
คนถาม ได้ประโยชน์ทำให้ได้คิด ในเรื่องตรงประเด็นกลับที่ตนสนใจ
ตนตอบ ได้ประโยชน์ทำให้ต้องคิดต้องเรียบเรียงที่จะตอบ ก็เป็นการจัดระบบกับสิ่งที่ตนตอบให้ชัดขึ้น
คนอ่านอย่างเดียว ก็ได้ประโยชน์แม้จะน้อยกว่าคนถามคนตอบ

รวมๆแล้ว ได้ประโยชน์ทุกฝ่ายครับ   xmas.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 36
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Oct. 2005,23:54 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่ก็เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้ค่ะคุณพิลกริม  ครั้งหนึ่งพี่ก็คิดเหมือนคนอื่น ๆ คือ  ไม่ศรัทธาในศาสนา  คิดเพียงว่าเราทำดี  ไม่ทำชั่ว  ไม่เบียดเบียนใครก็พอแล้ว  นั่นเป็นเวลาที่เราพึงพอใจกับชีวิตของตัวเองในช่วงนั้น ๆ

แต่ชีวิตไม่ได้เรียบและง่ายอย่างนั้น  วันหนึ่งกิเลสที่ไม่ได้รับการขัดเกลาก็นำเราไปสู่ปัญหาความยุ่งยากจนได้  และในวันนั้นเราจึงเห็นว่าเรารู้น้อยไป  หลักยึดของเราไม่มี  จำเป็นที่เราจะต้องรู้มาก ๆ และต้องมีศรัทธา  จิตใจจึงจะได้รับการขัดและเกลาให้สวยงามเข้มแข็ง  สามารถผ่านเรื่องต่าง ๆ ได้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 37
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Oct. 2005,10:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (KiLiN @ 17 ตค. 2005,09:22 )
คนอ่านอย่างเดียว ก็ได้ประโยชน์แม้จะน้อยกว่าคนถามคนตอบ

รวมๆแล้ว ได้ประโยชน์ทุกฝ่ายครับ  xmas.gif
 
ค่ะ...พี่พิล yes.gif มะเหมี่ยวก็ติดตามอ่านตลอดค่ะ ได้ความรู้ค่ะ bowsdown.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 38
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Oct. 2005,12:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (วันดี @ 17 ตค. 2005,11:54)
แต่ชีวิตไม่ได้เรียบและง่ายอย่างนั้น 

ใช่เลยค่ะพี่วันดี ชอบตรงนี้มากค่ะ
คนเรามักมีความทะนงตัวและดื้อรั้นในแบบแปลกๆ ประมาณว่า ถ้าฟังคนอื่นมากไปก็จะไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่บางทีก็ไม่ได้หยุดมองค่ะ ว่าตัวของตัวเองนั้น เป็นอย่างไร
ชีวิตเป็นเรื่องยากจริงๆนะคะ ยากจนบางทีท้อใจค่ะ


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 39
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Oct. 2005,01:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ชีวิตพี่ต้องท้อนับครั้งไม่ถ้วน  พี่ใช้วิธีถามกลับกับตัวเองว่าท้อเพราะอะไร  ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่ได้ดังใจ  และเมื่อถามต่อไปอีกก็พบว่า  เราเองคิดไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง  อย่างที่คุณKiLinว่าไว้  เรามองไม่เห็นสิ่งต่าง ๆ อย่างที่มันเป็นอยู่จริง  จึงมักไปกะเกณฑ์  หรือตั้งความหวังเกินจริงไปบ้าง  และพอไม่ได้ดังหวัง  ก็ท้อ  หมดกำลังใจ  พาลจะเลิกเสียดื้อ ๆ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 40
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Oct. 2005,09:29 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับ มี ๒ ประเด็น ที่จะแลกเปลี่ยนความเห็น คือ
    ๑.ชีวิตไม่ได้เรียบและง่ายอย่างนั้น หรือ ชีวิตเป็นเรื่องยากจริงๆ กับ
    ๒.ท้อเพราะความคาดหวัง

ประเด็นแรก ชีวิตไม่ได้เรียบและง่ายอย่างนั้น หรือ ชีวิตเป็นเรื่องยากจริงๆ นั้น ผมอยากจะพูดในอีกมุมให้ชัดและตรงความจริงมากขึ้นว่า จริงๆแล้ว เป็นเพราะชีวิตของคนเราทุกวันนี้มันซับซ้อนมากเกินไปต่างหาก จนยากจะเข้าใจเรื่องธรรมดาสามัญ

คนสมัยก่อนไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเหมือนคนปัจจุบัน ไม่มีสิ่งฉาบทาปรุงแต่งสำหรับกินและใช้สอยเหมือนคนปัจจุบัน ชีวิตคนสมัยก่อนจะเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่มีเรื่องราวให้คบคิดให้ต้องเลือกสรรมากมายเหมือนคนสมัยนี้ จิตใจจะสงบและมีสันติสุขมากกว่า แน่นอนคนสมัยนี้มีความสะดวกสบายมากกว่าคนสมัยก่อน แต่อย่าลืมว่าความสะดวกมันก็มาพร้อมกับภาระ คนสมัยนี้จึงดูมีภาระมากมาย เวลาไม่พอเวลาน้อย ทั้งๆที่เวลาทุกคนก็มีเท่าเดิม แต่เราเพิ่มภาระให้กับตนเองต่างหาก จึงดูว่าเวลาน้อยลง

เมื่อเราบริโภคมาก ก็ต้องดิ้นรนหามากขึ้น หาเพื่อมาปรุงแต่งให้มีความวิลิศมาหราสะดวกสะบายมากขึ้นไปอีก แล้วสังคมของการบริโภคต่างก็รังสรรสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองเชิญชวนมากขึ้น ทุกคนต่างไขว่คว้าหามา เป็นหนี้เป็นสิน เอาเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน ตรงกันข้ามกับคนโบราณเก็บออมเงินปัจจุบันไว้ใช้ในอนาคต นั่นก็คือ เราต้องตกเป็นทาสของการบริโภค คนโบราณถ้าไม่ได้ทำงานหยุดทำงานก็ยังมีเงินเก็บ แต่คนปัจจุบันถ้าหยุดงานก็ไม่มีเงินใช้หนี้  เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วจะให้เกิดสันติสุขภายในได้อย่างไร

เราลืมไปว่า หาให้มากมายอย่างไร ก็แค่กินอิ่มนอนหลับ คนในสังคมทุกวันนี้จะแยกไม่ออก ว่าอะไรคือความจำเป็นอะไรคือความต้องการ

ชีวิตที่เป็นชีวิตที่แท้จริงที่ดีนั้น เราต้องเป็นฝ่ายกำหนดได้ ชีวิตของเรา เราต้องเป็นฝ่ายกำหนด ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยใครๆหรือโดยสังคม ที่ฉุดกระชากลากถูเรา จนตกเป็นทาสของสังคมบริโภค

ชีวิตที่เรียบๆง่ายๆ จึงจะเข้าใจเข้าถึงธรรมชาติ เข้าถึงกฎเกณฑ์ของธรรมชาติได้ ดังประโยคที่ว่า " วิถีพุทธ หิวก็กิน ง่วงก็นอน ร้อนก็อาบน้ำ "

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
367 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2005,16:00 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 4 of 37<<12345678>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com