เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 5 of 37<<123456789>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ***การพัฒนาตนเองกับชีวิตประจำวัน***, ขอเชิญสนทนา แลกเปลี่ยน จะพัฒนาชีวิตนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 41
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Oct. 2005,14:45  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณ KiLin พี่วันดีคะ

อีกสิ่งหนึ่งที่พิลเห็นว่า ชีวิตเป็นเรื่องยาก คือ การประคับประคองความสัมพันธ์กับคนรอบข้างค่ะ สำหรับพิล บางทีท้อใจมากๆ เพราะแต่ละคนก็แต่ละแบบ และความคาดหวังกับคนรอบข้าง หรือคนใกล้ตัว ก็มักนำมาซึ่งความผิดหวังเสมอ ทั้งๆที่บอกตัวเองซ้ำๆอยู่เรื่อยๆว่า "อย่าคาดหวัง อย่าคาดหวัง" (เขาเองก็คงผิดหวังเราเหมือนกัน)

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า คนสองคนอยู่ด้วยกัน จะต้องมีอีกคนหนึ่งเป็นฝ่ายยอมเสมอ เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนรักคนหนึ่งของพิล เขาพูดอย่างนี้ เพราะเขาบอกว่า เขาต้องยอมพิลอยู่เรื่อย แฮ่ แต่พิลก็ไม่ได้บอกไปหรอกค่ะ ว่า บางทีฉันก็ต้องยอมแกเหมือนกัน อิๆๆๆๆ แต่ฉันไม่บ่นเหมือนที่แกกำลังบ่นฉันอยู่นี่แหละ

ว่าแล้วก็คิดถึงจัง เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานเองค่ะ พี่เขาเป็นสาวโสด แสนงอน ขี้ใจน้อย พิลทำให้พี่เขางอนบ่อยๆ แต่พี่เขาก็ยังรักพิลเหมือนเพื่อนเหมือนน้องคนหนึ่ง


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 42
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,04:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ความคาดหวัง

มีบทโศลกที่ว่าด้วยเรื่องนี้ ลองอ่านนะครับ

ลูกรัก.….
ไร้อดีต สิ้นอนาคต
ปรากฏแต่ปัจจุบัน

(อ่านความหมายของบทโศลกเพิ่มเติม)

ลูกรัก.….
ผู้คนทั้งหลายที่มีชีวิตวันนี้
ก็เพื่อจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้
เพื่อให้ได้ในสิ่งที่คาดหวัง
แต่สำหรับพ่อมีชีวิตอยู่วันนี้
มิใช่เพื่อรอให้ถึงวันพรุ่งนี้
(เหมือนกับเศร้า แต่มิใช่เศร้า)
ชั่วชีวิตของพ่อ ไม่เคยมีวันข้างหน้าเลย

(อ่านความหมายของบทโศลกเพิ่มเติม)

ในเรื่องนี้สิ่งที่จะขยายเพิ่มเติมก็คือว่า

ปัจจุบัน เป็นผลจาก อดีต ก็คือ อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล
เรื่องราว สิ่งที่เป็นผลต่อเราในวันนี้ ล้วนมาจากการกระทำการสั่งสมของเราเองใน อดีต

อนาคต เป็นผลมาจาก อดีตที่ทำสั่งสมไว้แล้ว และปัจจุบันที่กำลังจะทำ

ความคาดหวัง เป็นเรื่องของอนาคต
ซึ่งขึ้นกับอดีตส่วนหนึ่ง และขึ้นกับปัจจุบันอีกส่วน ส่วนใดจะมากกว่ากันก็ขึ้นกับ เรื่องในอดีตแรงกว่า หรือ ปัจจุบันแรงกว่า

ด้วยองค์ประกอบตรงนี้ จึงเข้าใจได้ไม่ยากว่า
ความคาดหวัง มักลงเอยที่ความผิดหวัง มากกว่าความสมหวัง

การเอา ความคาดหวังเป็นที่ตั้ง ก็คือ การเอาผลเป็นที่ตั้ง
ผลที่ดีๆ ย่อมต้องมาจากเหตุที่ดีๆ
ฉะนั้น แทนที่จะคาดหวัง ผลที่ดี

พระพุทธเจ้า ท่านจึงสอนให้เริ่มต้นจากความเป็นจริงที่มีอยู่ เป็นอยู่
แล้วทำเหตุที่ดีๆเสียแต่วันนี้
(นี่คือความหมายของคำว่า อยู่กับปัจจุบัน
มีความคาดหวังมาก ก็คือยังอยู่กับอนาคตมาก) 
ทำเหตุที่ดีๆในปัจจุบัน อย่างอดทน อย่างสม่ำเสมอ
จนกระทั่งเหตุดีๆนี้มันแรงกว่า อนาคตที่ไม่ดีที่เคยทำไว้
แล้วผลที่ดีจะส่งผลตามมาเอง


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 43
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,05:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มีความคิดอีกอย่างที่เป็นปัญหา

คนมักจะคิดว่า เมื่อมีชีวิตก็ต้องมีความหวัง ถ้าไม่มีความหวังแล้วจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม

ชีวิตที่ขับเคลื่อนไปด้วยแรงความคาดหวัง สิ่งที่ตามมา ก็คือ
ความผิดหวัง นำมาซึ่งความท้อแท้ หมดกำลังใจ
ถ้าบังเอิญสมหวัง ซึ่งอาจมาจากเหตุอื่นที่ไม่ได้เกิดจากการลงแรงอะไรของเรามากมาย ก็จะเกิดความประมาท คิดว่าตนไม่ต้องลงแรงอะไรมากก็สมหวังแล้ว 
ชีวิตแบบนี้ จะไม่ได้ยืนอยู่บนความเป็นจริง จิตใจจะเปราะบาง
เพราะเมื่อหวนย้อนคิดกลับไปในอดีตที่ผ่านมา จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผิดหวัง ท้อใจ นับครั้งไม่ถ้วน 

ชีวิตควรจะขับเคลื่อนไปด้วย แรงศรัทธาและมีความเชื่อที่ถูกตรงถูกต้อง
ศรัทธา ต่อสิ่งที่ดีงาม
เชื่อว่า ทำดีย่อมได้ดี
เมื่อมีความเชื่อความศรัทธา เช่นนี้ ก็จะมุ่งมั่น มั่นใจในสิ่งที่ตนเองทำอยู่ ก็จะทำตามความเชื่อมั่นอย่างไม่ลดลง ไม่ย่อท้อ อดทน จนที่สุด เหตุที่ดีที่สั่งสมในปัจจุบันมีมากกว่าเหตุที่ไม่ดีที่อดีตเคยทำไว้ แล้วเมื่อนั้น ผลที่ดีก็จะแสดงออกมา ถึงตอนนั้นก็คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องท้อ หรือ ผิดหวังอีกต่อไป เราคงจะไม่รู้จักมันอีกด้วย xmas.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 44
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,17:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณพิลกริมคะ  พี่เคยได้ยินมาจากที่ไหนไม่ทราบ  จำไม่ได้แล้ว  แต่เป็นคำพูดที่ดีมาก  เขาบอกว่า  คนเราจะอยู่ร่วมกันแล้วมีความสุข  จะต้องมีศีลและธรรมเสมอกัน  และต่อด้วยคำว่า  ธรรมะจัดสรร

พี่ตีความว่า  ท่านหมายถึงการมีเพื่อนที่คิดเหมือน ๆ กัน  ปฏิบัติตัวเหมือน ๆ กัน  มีเป้าหมายในชีวิตเหมือน ๆ กัน  คือความสุข  และเพื่อนดี ๆ  แบบนี้  เราจะได้มาก็เพราะกรรมชักนำมา
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 45
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,18:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คงจะจริงของพี่วันดีค่ะ พิลเคยสังเกตจากตัวเองเหมือนกัน คนที่มีอะไรคล้ายๆกัน มักจะมีอะไรบางอย่าง ดึงดูดเข้าหากัน และคบหา พูดคุยกันได้อย่างสบายใจ ด้วยพื้นฐานของความเป็นมิตรที่หวังดีต่อกัน

แต่คนบางคน แม้จะได้เข้าใกล้ แต่ท้ายสุด อะไรบางอย่างก็ชักนำให้ห่างไกล หายพ้นไปจากกัน เรียกว่า คงไม่มีวาสนาต่อกัน เหมือนรอยแยกที่ไม่มีวันต่อติด

อะไรบางอย่างนี่ก็คือ กรรม ใช่ไหมคะ

คุณ KiLin คะ พิลก็เชื่อและมีความศรัทธาในชีวิตค่ะ เพราะชีวิตไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆเหมือนกัน เรียกว่า กว่าจะได้อะไร ก็มักจะมาล่า มาสายกว่าคนอื่นเขาเสมอ จนบางที ก็คิดเหมือนกันว่า ทำไมชีวิตคนอื่น เขาช่างแสนสบาย อยากได้อะไรก็ได้ดั่งใจเขา
แต่พิลก็ไม่ได้ดิ้นรนอะไรมากหรอกนะคะ ก็พยายามทำชีวิตให้ดีที่สุด แล้วในที่สุดมันก็ได้มาเอง แบบพลิกความคาดหมาย คือ เรียกว่า ถ้าหวัง ก็คงสิ้นหวังไปนานแล้วค่ะ
แต่ที่ท้อใจ เพราะบางครั้ง คงเป็นอย่างที่พี่วันดีว่า คือ ในสังคมหนึ่งๆที่เหมือนโลกแคบๆที่เราอยู่ เราหาเพื่อนอย่างที่คิด รู้สึก หรือน้อมนำไปในทางเดียวกันไม่ค่อยได้ เพราะในสถานการณ์หนึ่งๆ คนเราก็อดจะแสดงธาตุแท้ออกมาไม่ได้ แล้วมันก็เกิดกระทบกระทั่งกันขึ้นกับธาตุแท้ของเรา เหอๆๆๆๆ
มันก็เลยชวนให้เหนื่อยน่ะค่ะ นี่คือเรื่องของอัตตาอีกแล้วใช่ไหมคะ ohman.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 46
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,20:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ความมีศีลและธรรมเสมอกัน

สิ่งที่แบ่งแยกความแตกต่างของชีวิต ไม่ใช่ความแตกต่างทางชนชั้น
แต่เป็นความแตกต่างทางศีลและธรรม ธรรมะจัดสรรก็คือกรรม
กรรมจะชักนำให้ชีวิตไปเกิดในภพภูมิต่างๆ ตามแต่กรรมดีกรรมชั่วที่ประกอบกันมา

ความแตกต่างทางชนชั้นแบ่งแยกเพียงความมีความจน แบ่งแยกเพียงฐานะที่ดำรงอยู่ทางสังคม  ซึ่งก็เพียงแค่ชาติปัจจุบัน ไม่มีผลต่อชาติต่อไป  คนที่มีในชาตินี้ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะมีในชาติต่อไป ถ้าทำกรรมชั่วอย่าว่าแต่จะมีจะจนเลย ยังไม่รู้ว่าจะไปเกิดในทุคติภูมิในระดับไหน

แล้วความมีจน ฐานะทางสังคมก็ไม่ใช่เครื่องบ่งบอกว่าใครมีความสุขกว่ากัน ถ้าจะมีก็เป็นแค่แบ่งแยกความสะดวกที่มากน้อยกว่ากันเพียงแค่ระดับทางกายภาพ แต่ไม่ใช่แบ่งแยกในระดับจิตใจได้ คนที่มีความสุขทางจิตใจมีในทุกระดับของฐานะทางสังคม

ชีวิตคู่จะอยู่กันยืดยาวหรือไม่ ก็ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีฐานะทางสังคมเสมอกันแล้วจะอยู่ยืด มองไปทางไหนก็มีมากมายไปที่มีปัญหาที่ต้องหย่าร้างหรือมีบุคคลที่สามเข้ามาแทรก  ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับอดีตก็จะยิ่งเห็นได้ชัดว่ามีมากกว่ากันมากๆ และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ รุ่นเราขนาดนี้ รุ่นลูกรุ่นหลานจะอีกขนาดไหน  สมัยพ่อสมัยแม่เรายังให้เห็นความภูมิใจในชีวิตครอบครัว สมัยนี้ขุดหายากเต็มที

ความมีศีล บ่งบอกถึงระดับความประพฤติการกระทำของบุคคลที่แสดงออกมา
ความมีธรรม บ่งบอกถึงคุณภาพของจิตใจ บ่งบอกถึงทัศนคติและวิธีคิด
ความมีศีลและธรรม  จึงเป็นเครื่องวัดแบ่งแยกความเป็นไปของชีวิตทั้งทางกายภาพ(ศีล)และทางจิตใจ(ธรรม)


ฉะนั้น ถ้าจะเลือกคู่ครองแล้วให้อยู่กันยืด ก็ต้องเลือกที่ระดับความมีศีลและธรรมที่เสมอกัน ไม่ใช่คนนึงชอบตกปลา อีกคนชอบไปวัด ถ้าอย่างนี้ก็ไม่เหลือ

สิ่งที่มนุษย์เราต่อสู้ จึงไม่น่าจะใช่การต่อสู้ให้มีความเสมอภาคทางชนชั้น ไม่ใช่ต่อสู้เพียงแค่ระดับเศรษฐกิจเพื่อปากเพื่อท้อง ไม่ใช่แค่ความมีสิทธิ์มีเสียง เพราะทั้งหมดนี้มันเพียงแค่ระดับทางกายภาพ ซึ่งก็ไม่มีผลต่อเนื่องในชาติต่อไปอีกด้วย ชาตินี้เราต่อสู้กับคนหนึ่งซึ่งอยู่ในฐานะที่กดขี่ แต่เพราะเขากดขี่ชาติต่อไปเขาเลยจนถูกกดขี่บ้าง ส่วนคนที่เคยถูกกดขี่ก็ทำดี เลยเกิดมาอยู่ในฐานะดีลืมตัวก็กลับมากดขี่คนอื่น  งั้นเราก็คงต้องต่อสู้ซ้ำซากละ มิตรกลายเป็นศัตรู ศัตรูกลับเป็นมิคร

ความเข้าใจต่อความเป็นจริงทางธรรมชาติอย่างองค์รวม จึงเป็นเรื่องจำเป็น การมองและวิเคราะห์เพียงแค่สิ่งที่เห็นแค่ชาติปัจจุบัน ดูจะแคบไป ชีวิตไม่ได้มีเพียงแค่นี้ มันซับซ้อนยาวนานมากกว่าที่เราคิดเราเห็นอีกเยอะ ชาติปัจจุบันที่เราเห็นเราวิเคราะห์ถ้าเทียบกับทั้งหมด ถือว่าเป็นส่วนเล็กน้อยมาก

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 47
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2005,20:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ยอมรับ กับ ยอมจำนน

สาเหตุความทุกข์ในใจ สาเหตุใหญ่เกิดมาจากความไม่ยอมรับ
ไม่ยอมรับสภาวะแวดล้อมที่เป็นอยู่ 
ไม่ยอมรับคำพูด การกระทำ ของคนอื่น
คือไม่ยอมรับสิ่งภายนอกรอบตัวทั้งสถานที่ วัตถุสิ่งของ คนรอบข้าง ที่เป็นอยู่ ก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิด โกรธ ไม่พอใจ ถ้าเป็นสิ่งของสภาวะแวดล้อม ก็มักจะคิดต่อไป ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ใครทำให้เป็นแบบนี้ หาจำเลย ถ้าเป็นคน ก็จะนึกตำหนิว่าเขาไม่น่าทำแบบนี้ พูดแบบนี้ 

วิธีคิดแบบนี้หล่ะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความทุกข์ในหลายเรื่องๆที่ตามมา วิธีคิดแบบนี้แหล่ะที่ว่าไม่ได้เริ่มต้นจากความเป็นจริง 

การยอมรับไม่ได้หมายถึงว่า เรายอมรับแบบทองไม่รู้ร้อน ไม่สนใจใยดี ไม่เอาอ่าวไม่เอาประเทศ เพราะนั่นคือยอมจำนน
แต่การยอมรับ หมายถึงยอมรับว่า สิ่งที่เป็นอยู่สิ่งที่เห็น คนที่เป็นอยู่คนที่เห็น เป็นผลิตผลมาจากสาเหตุ การที่ผลออกมาไม่ดีเช่นนี้ก็แสดงว่าต้องมาจากสาเหตุมาจากปัจจัยที่ไม่ดี ผลที่เราเห็นเป็นเรื่องปัจจุบัน ที่เราสัมผัสได้รับรู้ได้ โดยมีสาเหตุจากอดีตที่ผ่านไปแล้ว ซึ่งเราแก้ไม่ได้

การที่เราหงุดหงิด โกรธ นั่นก็คือเราไม่ยอมรับ ว่าผลมาจากเหตุ นี่ก็คือ เราไม่ได้คิดสอดคล้องกับความเป็นจริง มันเป็นความเป็นจริงที่เกิดไปแล้ว จะไม่ยอมรับไม่ได้

เมื่อเรารู้เช่นนี้ ว่าทุกเรื่องราวที่เห็นที่เจอที่ได้ยิน มันเป็นปรากฎการณ์ของผลลัพธ์  ดีหรือไม่ดี จะชอบหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น เราต้องยอมรับความจริงอันนี้ก่อน ถ้าเราคิดหรือเข้าใจได้เช่นนี้ อารมณ์หงุดหงิด อารมณ์โกรธก็จะไม่เกิด

ตรงนี้เป็นกุญแจสำคัญ จะทุกข์หรือไม่ อยู่ที่ตรงนี้

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 48
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Oct. 2005,18:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ยังเข้ามาอ่านค่ะแต่ไม่ได้คุยด้วยเพราะบางวันมาอย่างรีบๆเร่งๆ ไม่ค่อยได้คิดพิจารณาเลยคุยไม่ออกค่ะคุณพิล

คุณคิลินคะที่พูดมาทั้งหมดดูเหมือนเป็นการปรับทัศนคติใช่มั้ยคะ..

   การมาอยู่บ้านฅนธรรมดาโดยเฉพาะถ้าเข้าห้องแสงธรรมจะเห็นว่าข้อธรรมะเยอะแยะไปหมด  
ถ้าเทียบกับโลกภายนอกก็เหมือนกับทุกวันนี้คนเรากำลังสำลักข้อมูลข่าวสารอยู่ (คุณคิลินก็คงบอกว่าเราก็ต้องคัดสรรว่าเราควรจะรับข้อมูลแบบไหน..ใช่มั้ยคะ)
 
    แมวเหมียวหมายความว่ามาอยู่บ้านฅนธรรมดานี่ ถ้าขยันอ่านล่ะก็ได้ข้อมูลทางธรรมะเยอะแยะ แต่การปฏิบัติสำหรับคนแรกเริ่มล่ะคะ จะเริ่มยังไงดีคะ  ic-14.gif withstupid.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 49
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Oct. 2005,21:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

yes.gif พี่แมวเหมียวถามตรงใจหนูที่หนูอยากจะถามเลยค่ะ แต่หนูเรียบเรียงคำถามออกมาไม่เป็น smile.gif

bowsdown.gif หนูก็รอติดตามคำแนะนำอยู่ด้วยนะคะคุณ KiLiN  yin-yang.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 50
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Oct. 2005,01:30 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

มี ๒ ประเด็นที่จะมาพูดกัน คือ การรับข่าวสาร กับ การปฏิบัติ

ก็จะชวนมาดูรูป ที่ผมโพสต์ไว้แล้ว อีกรอบชัดๆ


สามรูปนี้ บ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง จะว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาการปฏิบัติก็ว่าได้
จากรูปที่ ๑ แจกันดอกไม้เดิม ถ้าถามว่าถ้าให้เลือกระหว่างทางเลือกของคนที่ ๑ นำของดีเข้า กับคนที่ ๒ นำของเสียออก โดยภาพที่ออกทุกคนก็คงเลือกแบบคนที่ ๒ แต่ในชีวิตจริงสิ่งที่คนปฏิบัติกลับเป็นแบบคนที่ ๑

ถ้าเปรียบแจกันเป็นคน ดอกไม้ใบไม้ก็เปรียบได้ดังข่าวสาร เรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวันที่ประสบพบเจอ ทุกวันนี้เรื่องราวข่าวสารมากมายก่ายกอง รับเข้ามาจนสำลักอย่างที่แมวเหมียวว่า จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีเวลาสะสางของเก่าที่เสียเน่าอยู่ จนแจกันเขรอะ ดอกไม้ใบไม้ก็แห้งเหี่ยวเฉาหมักหมมอยู่ภายใน

ความเป็นจริงก็คือ ข่าวสารเรื่องราวมีมากมายไม่รู้จบ เราไม่มีทางไปรู้ได้ทุกเรื่อง หลายๆเรื่องไม่ใช่เวลาที่เราจะไปรับรู้ หลายๆเรื่องรับรู้ไปแล้วก็ไม่ฟิตกับสิ่งที่เรามีอยู่เดิม ซ้ำร้ายกว่านั้น เรื่องที่กระจายพาดหัวข่าวใหญ่ ก็มักจะเป็นข่าวที่ไม่ดี

ทางเลือกแบบคนที่ ๒ ก็คือ ต้องปิดรับเรื่องราวจากภายนอก ไม่ใช่รับไว้ก่อน แต่เปลี่ยนเป็นปิดรับไว้ก่อน จะรับเมื่อเราจงใจคัดสรรเลือกที่จะรับแล้ว

ทำไมประเทศจีนเขาต้องปิดประเทศ ก็เพื่อสะสางภายในแล้วค่อยเปิด
ทำไมนั่งสมาธิจึงต้องนั่งหลับตา ลืมตาไม่ได้เหรอ ก็เพื่อปิดการรับรู้จากสิ่งที่ตาเห็น จะได้ไม่จดจ่อกับเรื่องภายนอก หันมาจดจ่อภายใน
ทำไมพระต้องเข้าธุดงค์ในป่า ธุดงค์ในเมืองไม่ได้หรือ ก็เพื่อหนีออกจากสิ่งปรุงแต่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ

เหล่านี้คือการหันมาสำรวจตนเอง สะสางทำความสะอาดแจกัน คัดดอกไม้ใบไม้ที่แห้งเหี่ยวเฉาออกไป แล้วจัดระบบระเบียบตกแต่งเสียใหม่ กุมสภาพที่เป็นอยู่ในภายในให้ได้ เพราะการกุมสภาพภายในได้ ก็คือเราจะรู้ว่า เรายังมีที่ว่างตรงไหนบ้างที่พอจะเอาดอกไม้ดอกใหม่มาเสียบได้เสียบแล้วดูดี

ชีวิตคนเรามีความจำเป็นที่จะต้องจัดระบบระเบียบกับตนเองให้ได้เสียก่อน ถ้าตราบใดยังมีเรื่องราวเข้ามามากเกินความจำเป็น ก็จะยิ่งจัดระบบระเบียบยากขึ้นเท่านั้น การจัดระบบระเบียบกับชีวิตประจำวันของตนเอง มันจะนำมาซึ่งความคิดที่เป็นระบบตามมา

การจัดระบบระเบียบในชีวิตประจำวัน ก็เช่น อะไรควรทำก่อน อะไรควรทำหลัง ทำแล้วไม่ต้องย้อนกลับมาทำซ้ำ ไม่ทำหลายๆเรื่องในเวลาเดียวกัน เมื่อทำเรื่องใดใจก็ต้องจดจ่ออยู่กับเรื่องนั้น

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
367 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2005,16:00 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 5 of 37<<123456789>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com