เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 6 of 37<<2345678910>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ***การพัฒนาตนเองกับชีวิตประจำวัน***, ขอเชิญสนทนา แลกเปลี่ยน จะพัฒนาชีวิตนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 51
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Oct. 2005,17:55  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การนอนหลับเป็นการปิดเครื่องรับชั่วคราวใช่มั้ยคะคุณคิลิน  ตื่นเช้ามาสดชื่นความคิดเป็นระบบขึ้น xmas.gif

รอติดตามตอนต่อไปอยู่ค่ะ bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 52
fong Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 177
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Nov. 2005,04:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

tinyrose.gif สวัสดีค่ะทุกๆท่าน ชอบและสนใจกระทู้นี้ค่ะ ติดตามอ่านอยู่เรื่อยๆ ได้แง่คิดดีดีไปเยอะเลยค่ะ ขอบคุณทุกๆท่านนะคะ
พอดีมีโอกาสได้ฟังไฟล์เสียงการบรรยายให้ผู้ปฏิบัติธรรมฟัง
มีวิธีการบริหารชีวิตที่ดีดี ฟังง่ายๆ น่าสนใจเลยเอามาให้ลองฟังกันดูค่ะ winkthumb.gif

เข็มทิศชีวิต

--------------
null[QUOTE][CODE]รักและปรารถนาดีต่อกัน คือคำว่า "เพื่อน"
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 53
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Nov. 2005,08:21 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การนอนหลับเป็นการปิดเครื่องรับชั่วคราว ส่วนหนึ่งใช่
แต่...ไม่ได้ทำให้ความคิดเป็นระบบขึ้น
ที่สดชื่น เพราะร่างกายได้พักผ่อน จึงสดชื่น
ส่วนความคิดจะเป็นระบบได้ ต้องมีการบริหารจัดการจัดระเบียบให้กับตนเอง ให้ชีวิตประจำวันเป็นระบบระเบียบ

ประเด็นเรื่องการปิดหูปิดตา การรับข่าวสาร ฟังดูก็เหมือนจะไม่แน่ใจ เป็นคำถามว่า จะดีจริงหรือ มิเป็นการทำให้ตนเองล้าหลัง ไม่รู้ข่าวสาร ทำให้ตามคนอื่นไม่ทันหรือเปล่า

เมื่อก่อน เราก็คิดว่า การติดตามข่าวสารการบ้านการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ต้องติดตาม ต้องสนใจ คนไม่สนใจ เราก็ไปปลุกระดมให้เขามาสนใจ

ชีวิตประจำวัน วันๆหนึ่ง การติดตามอ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวีทั้งสาระและบันเทิง ถ้าไม่เปิดทีวี หูก็ต้องฟังเพลง หูและตาต้องบริโภคภาพและเสียงตลอดเวลา เป็นการบริโภคอย่างไม่มีทิศทาง บริโภคตามที่กระแสของสังคมพาไป ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร ข่าวใหญ่ข่าวดัง ที่พาดหัวหนังสือพิมพ์ หรือการวิจารณ์คุ้ยแคะแกะเกา ประเภทวิเคราะห์ข่าวเด็ด คือเด็ดจริงๆ เด็ดหัวคนที่ถูกนำมาขึ้นเขียงวิเคราะห์ เป็นอยู่อย่างนี้ เป็นสิบๆปี 

หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกเมื่อกลางปี ๒๕๔๐ เกิดคำถามคำใหญ่ๆขึ้นมาในใจว่า 
เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนเกือบทั้งโลกไม่รู้ตัว

คำถามนี้นำไปสู่วิกฤติความเชื่อความศรัทธาที่มีอยู่
สิ่งใหม่ย่อมดีกว่าสิ่งเก่าจริงหรือ??
สิ่งที่เรียกว่าวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี่สมัยใหม่ Globolization โลกไร้พรมแดน โลกข่าวสาร อะไรก็แล้วแต่ ความคิดที่ว่าใครกุมข่าวสารได้มากกว่ากุมข้อมูลมากกว่า จะเหนือกว่าดีกว่าก้าวหน้ากว่า จริงหรือ ??

มีคำกล่าวว่า "ถ้าอยากรู้ชัด เห็นความต่างที่ชัด ให้ทำในสิ่งตรงข้าม"
เราจมอยุ่ในความท้อแท้ของวิกฤตินี้เป็นเวลากว่า ๒ ปี ในที่สุดผมเลือกทำสิ่งตรงข้าม คือปฏิเสธการรับรู้ข่าวสาร สาระ ความบันเทิงทั้งหมดทั้งสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ รวมทั้งเสียงเพลงที่เคยชื่นชอบ
หันไปฟังเทศฟังธรรม หันไปค้นหาเรื่องที่เราเคยปฏิเสธ หันมาหัดเข้าเนต แม้ว่าจะใหม่กับตนเองมาก แต่อย่างน้อยเราก็เลือกได้มากกว่า
เราไม่รู้หรอกว่าที่เราทำแบบนี้ มันคือการรื้อขยะที่อยู่กับตนเองครั้งใหญ่

สวัสดีครับ คุณฟอง หายไปนานเลยนะครับ สบายดีนะครับ smile.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 54
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Nov. 2005,06:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เข็มทิศชีวิต  ที่ฟองลิงค์มาให้ฟัง  ดีมากเลยจ้ะ  ขอเชิญพี่ๆน้องๆ เพื่อนๆลองฟังดูค่ะ  ฟังง่าย เข้าใจได้ดีจ้ะ

           thankssign.gif  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 55
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Nov. 2005,07:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

thumbsup.gif หนูตามไปฟังมาแล้วค่ะ เสียงคุณฐิตินาถ ฟังแล้วเย็นค่ะ ( tv_happy123.gif เคยชมตอนออกในรายการเจาะใจครั้งนึง ดีมากๆ เลยค่ะ)

thankssign.gif คุณฟองนะคะ winkthumb.gif bowsdown.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 56
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Nov. 2005,16:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะคุณฟอง  tinyrose.gif ขอบคุณค่ะที่แนะนำสิ่งดีๆมาฝาก  flo_1.gif

สวัสดีค่ะมะเหมี่ยว+หม่ามี้ อิ อิ  inlove.gif


คุณคิลินคะ  การ"หันไปฟังเทศฟังธรรม"พอจะเข้าใจได้ว่าเป็นการรื้อขยะ

 แต่การ"หันมาหัดเข้าเนต" เป็นการรื้อขยะยังไงคะ ask.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 57
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Nov. 2005,16:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณ KiLin ไปไหนคะ ทำไมไม่มาตอบล่ะ พิลจะได้ถามเรื่องอื่นต่อค่ะ

ถ้าอ่านจากที่คุณ KiLin ตอบพิลรู้สึกเหมือนว่า การรับข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต เหมือนเป็นช่องทางหรือ สื่อ ที่เราพอจะเลือกได้ด้วยตัวเองใช่ไหมคะ ไม่ใช่รับจากสื่อทั่วๆไป ซึ่งมีมากมายจนเฝือไปหมด จนบางครั้งมันกระหน่ำใส่เราจนเหลือทน เหมือนกับตกลงไปในขยะกองใหญ่

ใช่เปล่าเอ่ย
hum.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 58
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Nov. 2005,08:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ต้องขออภัยครับ  bowsdown.gif

    จริงๆไม่ได้หายไปไหนครับ แต่เวลามันน้อยลง คือมันมีเรื่องที่ต้องให้ทำมากขึ้นนะครับ ประกอบกับเนตช้าจังช่วงหลัง ก็เลยไม่ได้ตอบสักที ทั้งๆที่จริงๆ มีหลายเรื่องที่อยากจะให้โพสต์ แต่มันก็ต้องใช้เวลาในการเรียบเรียงมาก เรียงเรียงทัศนความคิดที่จะตอบ ไม่ได้ค้นจากตำรานะครับ แต่พยายามที่จะตอบในเชิงที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงในปัจจุบัน เพราะหวังให้คนอ่านได้เห็นภาพ และสามารถนำไปปรับใช้กับตนเองได้มากที่สุด หรืออย่างน้อยก็เป็นประโยชน์ ประเทืองปัญญาสะสมให้วันข้างหน้าได้คิดถึงเมื่อมีเงื่อนไขที่เหมาะสม

    แต่อย่างไรก็ตามก็โพสต์ๆถามแลกเปลี่ยนกันมาได้เรื่อยๆนะครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องเวลาน้อยของผม แล้วผมค่อยจัดสรรเวลามาตอบให้ครับ แม้อาจช้าในบางช่วง

    กลับมาประเด็นคำถามของคุณแมวเหมียวนะครับ
    "การหันมาหัดเข้าเนต" ไม่ได้เป็นการรื้อขยะโดยตรงหรอกครับ แต่มันเป็นการทดแทนสิ่งเก่าที่เราละเลิกไป ก็คือ ทดแทนทีวีและหนังสือพิมพ์

    เมื่อเราละเลิกเรื่องการกระทำเรื่องใด  เวลาที่เราทำสิ่งนั้นจะว่างลง กับสิ่งที่เราได้จากการกระทำสิ่งนั้นก็จะขาดไป  ประเด็นเรื่องเวลา คำถามก็คือว่า แล้วเรามีเรื่องอื่นทำหรือไม่ ต้องไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไม่ได้ทำอะไร กลายเป็นขี้เกียจสันหลังยาว ส่วนเรื่องที่ขาด เราต้องการให้ขาดหายไปทั้งหมดหรือเปล่า หรือบางส่วนก็ยังต้องมี ถ้ายังต้องมีเราจะมีทางออกทางอื่นมาทดแทนหรือไม่

    ในเรื่องระหว่างทีวี-หนังสือพิมพ์กับเนต ผมมีข้อคิดแบบนี้ครับ
     กรณีทีวี มีรายการที่เป็นสาระเชิงสร้างสรรน้อย รายการส่วนใหญ่ออกไปทางสนับสนุนเชิงพาณิชย์เป็นหลัก ความบันเทิงก็ออกไปทางมอมเมา นอกจากไม่ได้ประโยชน์แล้วยังให้โทษทางจิตใจ รายการที่เกี่ยวกับสังคมการเมือง ก็ออกไปทางคุดคุ้ยปัญหามากจนเกินไป รายการที่พอจะมีประโยชน์บ้างก็หลบไปอยู่ในเวลาที่คนไม่ค่อยได้ดู เช่นเช้ามืด หรือดึกมากๆ
     กรณีหนังสือพิมพ์ ข่าวร้ายๆจะอยู่หน้าหนึ่งพาดหัวตัวโตๆ ข่าวดีๆ ต้องหาหน่อยว่ามีมั้ย ไปหลบอยู่มุมไหน  ที่ร้ายกว่านั้นข่าวที่ออกขาดการกลั่นกรองที่ดีพอ ว่าตรงตามข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด เน้นความทันด่วนมากกว่าเน้นความตรงกับข้อเท็จจริง ที่สุดก็คือเน้นที่จะขายข่าว ไม่ใช่เน้นที่จะสื่อความจริง

     สื่อทั้งสองสื่อมีทางเลือกให้เราน้อย สาระที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนาชีวิตพัฒนาจิตวิญญาณหาได้ยาก  ถ้าเรายังเลือกที่จะบริโภคเขา เราก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงที่จะรับมลภาวะขยะ เข้ามาสู่จิตใจเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่จิตใจเราเองยังไม่เข้มแข็งที่แยกแยะสิ่งเหล่านั้น ปิดกั้นสิ่งเหล่านั้น

     เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมก็มองหาทางใหม่ ทางใหม่ที่เราเป็นผู้กำหนดได้ ว่าเราจะเลือกบริโภคในเรื่องที่เราอยากจะบริโภคได้มากกว่า เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตและจิตวิญญาณของเราได้มากกว่า  และเลือกที่จะบริโภคได้ตามเวลาที่เรากำหนดได้มากกว่า  ที่สำคัญมันเป็นการเปลี่ยนความเคยชินของเดิมใหม่ทั้งหมด ตรงนี้ก็อาจพอนับได้บ้างว่ารื้อขยะ

     ประการสุดท้าย จากการที่เริ่มจากศูนย์ในภาวะที่เราย่ำแย่ตกต่ำ ภาวะการงานไม่เร่งรีบ เราจึงมีเวลาเหลือเฟือ ทำให้เราได้เรียนรู้เจาะลึก จนนำไปสู่การสร้างสังคมสร้างบ้านหลังนี้ สร้างโลกในจินตนาการ โลกในฝัน ซึ่งเรากำหนดได้เองมากกว่าในชีวิตจริง

     เห็นยังว่า ทำไมผมจึงตอบช้า เพราะตอบแต่ละครั้งมันยาว ต้องการให้ชัดแจ้ง ชัดเจน ครับผม greet.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 59
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Nov. 2005,10:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณ KiLin มาตอบแล้ว ถ้างั้นพิลขอย้อนกลับมาคุยเรื่อง การยอมรับและการยอมจำนน หน่อยนะคะ

คือ โดยทั่วไป ก็ทราบแหละค่ะว่า เราควรจะคิดอย่างไรไม่ให้ใจเป็นทุกข์ แต่ บางที กับเรื่องบางเรื่อง บางเหตุการณ์ที่พบเจอ เราก็พอจะรู้ต้นสายปลายเหตุอยู่ และรู้ว่ามันเป็นปัญหา หรือ เป็นสิ่งที่ทำให้ใจเราขุ่นมัว จะเลี่ยงไม่คิดก็ไม่ได้ เพราะมันเกิดขึ้นบ่อยๆ ซ้ำๆซากๆ แทบจะทุกวัน เราต้องอยู่อย่างนั้น เหมือนหาทางแก้ปัญหาไม่ได้

ขอยกตัวอย่างให้เห็นนะคะ อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ อันนี้มาจากประสบการณ์ของตัวเองและคนอื่นๆด้วย เช่น

อยู่ร่วมบ้านกับคนขี้เกียจ ดูดาย
วันๆแทบไม่หยิบจับอะไรเลย ไม่ทำความสะอาดบ้าน กินข้าวแล้ว ไม่ล้าง เก็บไว้ให้คนอื่นล้าง งานบ้านที่เป็นส่วนรวม ก็เกี่ยง รอให้คนอื่นทำก่อน รังเกียจที่จะทำงานที่ยากลำบาก ผลักภาระให้คนอื่นทำ

การแก้ปัญหาที่พอจะทำได้ คือ
1. เราก็เฉยเสีย ไม่คิด ไม่ใส่ใจ เพราะเขามีนิสัยแบบนั้น เราก็ก้มหน้าก้มตาทำไปแล้วกัน (แต่ในใจมันสงบไม่ได้ตลอดหรอกค่ะ เพราะเราทำมากๆ อยู่คนเดียวก็เหนื่อยเหมือนกัน)
2. พูดขอให้เขาช่วยทำ แต่พอพูดเข้า เขาก็ไม่พอใจ เพราะเหมือนเราไปตำหนิว่าเขาบกพร่อง (ทั้งๆที่ผู้พูด พูดในทำนองขอร้อง ขอความร่วมมือให้ช่วยกันทำ) เขาบอกว่า เขายังไม่เห็นว่ามันสกปรก เขาก็เลยไม่ทำ แต่ในหลักการของการทำความสะอาด ถ้าปล่อยให้มันสกปรก งานมันก็จะยิ่งยาก ยิ่งเหนื่อย ก็ยิ่งไม่มีใครอยากจะทำอีก และที่สำคัญ เขาเองก็รังเกียจการทำงานสกปรกทุกอย่าง k122.gif

อย่างนี้ เราจะปรับวิธีคิดแบบยอมรับ-ยอมจำนน มาใช้ได้อย่างไรคะ
นี่คือ ปัญหาที่เจอกับการเช่าบ้านร่วมกับเพื่อนๆบางคนนะคะ แต่ไม่เคยถามเขาเหมือนกันค่ะ ว่าเขาเห็นเราเป็นคนยังไงบ้าง อิๆๆๆๆ อาจจะนึกว่า ยายนี่ จุกจิก จู้จี้ ขี้บ่น ชอบมาบังคับหัวใจคนก็ได้

แต่มีงานบ้านแล้วไม่ช่วยทำ กับกินข้าวแล้วไม่ล้างหม้อ ล้างจาน นี่มันก็สุดจะยอมรับ-ยอมจำนน จริงๆค่ะ เพราะไม่ใช่คนที่เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดียวกัน k119.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 60
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Nov. 2005,00:11 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

มีคำประโยคหนึ่ง "เปลี่ยนคนอื่นนั้นเปลี่ยนยาก แต่เปลี่ยนตนเองนั้นไม่ลำบาก "

         การที่คนๆหนึ่ง มีนิสัยอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ลองคิดดูว่า เขาสะสมมานานแค่ไหน  แล้วเพียงแค่คำพูดการแสดงออกของเราไม่กี่คำไม่กี่ประโยค แล้วหวังจะไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเขานั้น  จะเป็นไปได้หรือ  ขนาดตัวเราเองจะเปลี่ยนตัวเรายังยากเลย  แล้วจะไปเปลี่ยนคนอื่นจะเป็นไปได้อย่างไร  แล้วนิสัยคนเราก็ไม่ค่อยยอมสยบให้กับใครง่ายๆ กะตนเองยังไม่ยอมเลยอย่าว่าแต่คนอื่น

         ใครทำอย่างใดก็ได้อย่างนั้น  เขาทำตัวแบบนั้นเขาก็จะยิ่งสะสมแบบนั้นพอกพูนมากขึ้นๆ แล้วเราจะเอาอย่างเขาหรือจะทำในสิ่งที่คิดว่าดีหละ  ถ้าเราคิดว่าเราทำเพื่อสร้างนิสัยที่ดีๆกับตัวเราเอง เราไม่ได้ทำเพื่อเขา เราทำเพื่อให้ใจเราเป็นสุข  ลองคิดดูว่าเมื่อเขานิ่งดูดาย ซึ่งเราก็รู้ว่าไม่ดี  แล้วถ้าเราก็จะทำเป็นนิ่งดูดายบ้าง แล้วมันจะมีอะไรดีขึ้น มันไม่ดีขึ้น หนำซ้ำก็จะยิ่งแย่ลง ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสบาย  คนที่อยู่สบายกว่าไม่ได้หมายถึงว่าเขาจะมีความสุขมากกว่าคนที่เหนื่อย  แต่ความสุขขึ้นกับความพอใจ ขึ้นกับความภูมิใจ ขึ้นกับความสุขใจ เมื่อเราทำแม้ว่าเราจะเหนื่อยบ้าง แต่เราก็จะภูมิใจในตัวเราเอง ว่าเราไม่ได้สร้างภาระให้ใคร เราสุขใจเจริญตาเจริญใจ  เมื่อเห็นบ้านเป็นบ้านไม่รก ถ้าเรายอมรับมัน พอใจมัน ความขัดเคืองก็จะหายไป แต่ที่เราขัดเคือง เพราะเราไม่ยอมรับ เราคิดจะแก้ไขคนอื่น  ซึ่งไม่ง่ายอย่างที่คิด

        ทางเลือกจึงมีสองทาง เปลี่ยนทุกข์หรือแก้ทุกข์ คนทั่วไปมักจะเลือกเปลี่ยนทุกข์  คืออยู่ด้วยกันไม่ได้ ก็แยกจากกันไป ด้วยเพราะคิดอย่างนี้ การหย่าร้างจึงมีมาก โดยไม่ได้คิดว่าแยกจากคนหนึ่งแล้วไปอยู่กับคนอื่น แล้วจะแน่ใจได้หรือว่าจะไม่มีปัญหาทำนองนี้อีก  เราเองก็มีสิทธิ์ที่โดนคนอื่นคิดกับเราอีกเหมือนกัน  ไม่มีความพอดีถ้าตราบใดใจยังหาความพอใจความยอมรับไม่ได้ ทางเลือกที่สองคือแก้ทุกข์เป็นวิถีของพุทธ เผชิญหน้ากับมัน อยู่กับมัน เรียนรู้มัน ทำความเข้าใจในมัน เมื่อรู้และเข้าใจก็จะเกิดการยอมรับ ยอมรับอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่ยอมรับแบบเก็บกดไว้  แล้วเราจะเป็นคนที่อยู่ที่ไหนกับใครเมื่อไรก็ได้ทั้งนั้น  เราจะเป็นเอกบุรุษเอกสตรี อยู่ที่ใดๆก็ทำให้ที่นั่นเจริญ ไปด้วย

        วิธีคิดที่ถูกจึงต้องคิดว่า ปัญหาที่เราเผชิญมันคือบทเรียนบททดสอบ ที่รอเราไปทำความเข้าใจ ตีบทแตก จนสามารถข้ามผ่านพ้นไปได้  เราก็จะเติบโตกล้าแกร่งขึ้นอีกขั้นหนึ่ง  แต่จะเป็นไปได้ต้องเริ่มต้นจากการยอมรับความจรืงที่เป็นอยู่ และทุกครั้งที่คิดว่าจะแก้คนอื่น  ให้ย้อนกลับมาแก้ไขที่ตนเองก่อน ใช้การกระทำของเราบอกเขาดีกว่าคำพูดไปบอกเขา smile.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
367 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2005,16:00 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 6 of 37<<2345678910>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com