เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 7 of 37<<34567891011>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ***การพัฒนาตนเองกับชีวิตประจำวัน***, ขอเชิญสนทนา แลกเปลี่ยน จะพัฒนาชีวิตนี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไร< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 61
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Nov. 2005,07:13  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ทำยากจริงๆค่ะ  cry2.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 62
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Nov. 2005,17:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พิลลองไม่โกรธดูสิคะ  แล้วนั่งคิดต่อไปอีกหน่อยว่า  เวลาเราโกรธหรือมองเห็นข้อเสียของเขานั้น  เรารู้สึกอย่างไร  ถ้ารู้สึกอึดอัด  ไม่สบายใจ  ก็ลองถามต่อไปว่า  ใครไม่สบายใจ  เราใช่ไหม  แล้วทำไมเราต้องไม่สบายใจด้วยล่ะ  เราไม่ใช่คนทำเรื่องไม่ดีสักหน่อย  คนอื่นทำเรื่องไม่ดี  หรือไม่ทำเรื่องดี  แล้วเราเก็บมาไม่สบายใจทุกข์ร้อนทำไม  ก็เราทำเรื่องดีอยู่แล้ว  เราควรจะสบายใจสิ

อย่าโกรธนะคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 63
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Nov. 2005,19:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บางทีก็ไม่ได้โกรธหรอกนะคะ พี่วันดี แต่ภายในใจมันไม่สงบ เหมือนเราเห็นความไม่เป็นธรรมที่มันเกิดขึ้น หรือเห็นการเอารัดเอาเปรียบกัน แล้วเราก็ทนไม่ได้ ก็ทราบค่ะ ว่าเราจะไปตามแก้ทุกอย่างมันคงเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งไหนที่มันมีผลกระทบกับเรา มันก็ทำให้ใจของเราขุ่นมัว เศร้าหมอง
เพราะเท่าที่เห็นในชีวิตประจำวัน พิลรู้สึกว่า คนเราบางคน พร้อมที่จะเอาเปรียบคนอื่นอย่างไม่มีความละอายใจ พอเห็นอย่างนั้น เราก็อึดอัด อยากจะตอบโต้กลับให้เขารู้เสียบ้าง

ไม่ใช่ว่าไม่ยอมเสียเปรียบใครนะคะ กับคนที่เขาดีๆ พิลก็ยอมได้ทุกอย่าง ให้เขาได้อย่างไม่คิดอะไร

เรื่องตอบโต้ พิลทำไปเยอะแล้วค่ะ ประเภทเธออย่าแหลมมานะ ฉันจะฝนให้ทู่กลับไป  เพราะเท่าที่ผ่านมา ไม่ค่อยแคร์กับความสัมพันธ์กับผู้คนนัก เรียกว่า ถ้าระหว่างเธอกับฉันมันไม่ชอบมาพากล ก็ทางใครทางมัน ฉันขอไปที่ชอบๆ ของฉันดีกว่า  ที่พูดอย่างนี้ ไม่ใช่อวดดีว่าตัวเองแน่กว่าใครนะคะ เพียงแต่พิลก็ทำไปตามจริตของตัวเอง คือ เป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว

บางทีก็พูดตรงๆ แบบฉะกันเลย จนไม่อยากจะมองหน้ากันก็มี (แต่ไม่ถึงกับทะเลาะด่าทอกันนะคะ เหอๆ อย่างนั้นมันก็เกินไป ทำไม่เป็นเหมือนกันค่ะ)

ที่พิลทำแบบนั้น เพราะบางครั้งรู้สึกเหมือน ทำไมเราต้องทน โดยเฉพาะกับคนที่เขาไม่นึกถึงใจคนอื่น
ก็พูดมันตรงๆไปเลย รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ แล้วก็แยกย้ายกันไป
จะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกค่ะ นอกจากสะใจตัวเอง แต่มันไม่ดีจริงๆค่ะ เพราะบางครั้ง หลังจากสะใจแล้ว มันก็ตามมาซึ่งความไม่สบายใจ ขุ่นมัว ขึ้งเครียด เหมือนเราก้าวเดินสะดุด เซไปจนเสียศูนย์

มาอยู่ที่นี่ได้ฝึกตัวเองเยอะค่ะ เพราะเจอคนในหลายรูปแบบ ถึงไม่ชอบจะหนีไปที่ชอบๆ ก็ไม่ได้ เพราะสังคมมันแคบๆ จะยังไงก็ยังต้องเจอกันหรือทู่ซี้อยู่กันไปอย่างนั้น  พิลว่าพิลยังเย็นขึ้นเยอะแล้วนา แต่ก่อนนี้แรงเป็นไฟเลยละค่ะ ใครมายังไง ก็สวนกลับไปเลย

ที่ว่าตัวเองดีขึ้น เพราะก่อนจะทำอะไร ใคร่ครวญมากขึ้น ถ้าเป็นแต่ก่อนก็ อ๋อ เหรอ ต้องการอย่างนี้ใช่ไหม ได้เลย

คงต้องฝึกตัวเองค่ะ แต่รู้สึกเหมือนมันทำยากมากๆค่ะ เพราะเราก็เป็นอย่างนี้มานานแล้วเหมือนกัน
แต่ก็ต้องทำใช่ไหมคะ

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 64
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Nov. 2005,17:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้องสาวของแมวเหมียวเป็นคนโสดเหมือนกัน  เจอปัญหาเหมือนคุณพิลเหมือนกันค่ะ แต่น้องพี่เขาเป็นคนเงียบๆ เขาจะก้มหน้าก้มตาทำ เขาบอกว่าเขาไม่บ่นใครและมักได้ยินใครๆว่าเขาเป็นใบ้ค่ะ อิ อิ

  เคยถามเหมือนกันว่าเขาคิดยังไง เขาบอกว่าใครทนสกปรกได้ก็ทนไปแต่ที่ๆเราอยู่ด้วย ถ้าเราทนไม่ได้เราก็ทำ  น้องสาวเขาเป็นคนเฉยๆไม่ค่อยโกรธอย่างพี่วันดีบอกจริงๆค่ะ

ส่วนแมวเหมียวไม่เหมือนน้องสาวชอบโวยและ เป็นคนหนีทุกข์อย่างคุณคิลินบอก แต่มักโชคดีที่บังเอิญเจอคนสะอาดและดีกว่าเรา เขาเลยต้องทนเรา couch.gif  laugh1.gif

ที่คุณพิลพูดมาพี่ก็เคยเป็นค่ะ แต่ไม่ฉะตรงๆมักฉะแบบอ้อมๆ ถ้าไม่ได้ตอบโต้จะกลับมาครุ่นคิดเจ็บใจ แม้ได้ตอบโต้แล้วก็กลับมาคิดไม่สบายใจ อิ อิ  สาเหตุคงเป็นเพราะเราคิดว่าเราเก่งเรามีดี(อะไรสักอย่าง)กว่าคนอื่น จึงทำให้เรามีอัตตาสูง ใช่มั้ยคะพี่วันดี คุณคิลิน

 hum.gif ที่ว่าเคยเป็น..แต่จริงๆตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ ตั้งแต่มาอยู่บ้านฅนธรรมดาดูเหมือนทำให้อัตตาลดน้อยลง  หรือเป็นเพราะแก่ลงด้วยมั้งคะ ฮิ ฮิ  laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 65
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Nov. 2005,21:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

flo_1.gif สวัสดีค่ะสมาชิกทุกๆ ท่าน

      bowsdown.gif หนูเองก็มีปัญหาคล้ายๆ พี่พิลนะคะ แต่เป็นปัญหาที่มาจากเพื่อนบ้านที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ได้ไม่นาน เขาสร้างความรำคาญและความลำบากใจให้ที่บ้านหนูมากๆ หม่ามี้เคยบอกกับหนูไว้แบบนี้ค่ะ

อ้างถึง
หม่ามี้ : ปัญหาที่เราไม่ชอบใคร แล้วต้องเจอทุกวันนี่ ลำบากใจนะ การเก็บกดอารมณ์เวลาอยู่ต่อหน้าเขาไม่ช่วยอะไร ช่วยให้รู้สึกว่าเรามีมารยาทดีกว่าเขา ฮ่า แต่ในใจเราก็ยังคุกรุ่น ไม่พอใจอยู่ ทางที่ถูกต้องและดีที่สุดแต่ทำได้ยากมากๆ คือ เราต้องเข้าใจในตัวเขา เข้าใจภูมิหลังความเป็นมาของเขา จึงจะเข้าใจว่าทำไมเขาจึงแสดงกิริยาแบบนี้ ทำไมเขาไม่มีมารยาท อย่างเช่น เขาอาจไม่ได้รับการอบรมบ่มเพาะมาตั้งแต่เล็กๆ ไม่มีพ่อแม่ ฯลฯ ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เราก็จะยอมรับเขาได้ และเมื่อมีโอกาสก็จะบอกกับเขาได้ว่า ที่คุณทำแบบนี้ไม่ดีนะ ไม่ควรนะ นี่หม่ามี้พูดแบบหลักการที่เป็นนามธรรมนะ ถ้าเจอจริงๆการปฎิบัติก็จะยากหน่อย หม่ามี้เองก็ทำได้ยากเหมือนกัน บางทีแค่ลูกน้องบางคนท่าทีไม่ดี หม่ามี้ยังไม่ชอบใจเลย บางคนเตือนแล้วก็ยังไม่แก้ไขอีกด้วย บางทีก็ต้องมีไม้แข็งบ้างจ้ะ  แต่หม่ามี้มักไม่เอาเรื่องไม่พอใจมากังวลจ้ะ หม่ามี้จะคิดให้ตกแล้วแก้ไขไปเลย ถ้าแก้ไขไม่ได้ ก็ต้องคิดใคร่ครวญทำให้ตัวเองเข้าใจและยอมรับจ้ะ


      bowsdown.gif หนูก็พยายามทำใจตามที่หม่ามี้บอก ปากก็บอกหม่ามี้ว่าทำได้...สบาย เรื่องแค่นี้เองค่ะ แต่จนถึงตอนนี้หนูยังทำไม่ได้เลยนะคะ ยากจังค่ะ ทั้งทุกข์ทั้งทรมานใจ เพราะหนูยังไม่เคยฝึกและขัดเกลาจิตใจตัวเองเรื่องความอดทนในเรื่องแบบนี้มาก่อนไงคะ พอเกิดปัญหาเข้ามาก็ตั้งตัวไม่ทัน รู้แต่ว่า เธอเสียงดังมาฉันก็เสียงดังไป เธอปิดประตูเหล็กกระแทกแรงๆ ฉันก็ปิดแรงๆ กลับไป

      hehe.gif ผลที่ได้ เรื่องกลับแรงขึ้น ไม่จบ จนหนูเองต้องเป็นฝ่ายล่าถอยลงมา

     หยุด! การโต้ตอบทุกอย่าง แต่เขาก็ยังไม่หยุดกระทำจนบัดนี้นะคะ

     หนูเขียนแปะประตูบ้านตัวเองไว้ เพราะกลัวตัวเองจะไปโต้ตอบเขาอีก หนูเขียนแบบนี้ค่ะ

     " ไม่ต้องโต้ตอบ เพราะเขาได้รับการอบรมมาเยี่ยงนั้น จงเอาเวลาไปทำบุญแผ่เมตตา ชำระจิตใจตัวเอง เพื่อให้เขาได้รู้จัก "ความเกรงใจ" โดยเร็ววันเถิด...สาธุ "

     "รากสันดานของเขาเสียมานานแค่ไหน เราก็ไม่รู้...แล้วจะให้เขามีรากสันดานที่ดีได้ เพียงเพราะคำพูด คำขอร้องของเราแค่ไม่กี่คำนั้น เป็นไปได้ยาก...น่าเวทนาสงสารยิ่ง"

     ข้อความเหล่านี้หนูเขียนไว้เตือนใจตัวเองค่ะ หนูรู้สึกดีขึ้นนะคะ แต่ยังมีความลังเลว่าตัวเองทำถูกต้องไหมคะ

     หนูไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า

     "ถ้ามีคนมาบ้านเรา แล้วเรานำอาหารมาเลี้ยงดูเขา แต่เขาไม่กิน อาหารนั้นจะเป็นของใคร ?

     คำตอบ...ก็ตกเป็นของเราผู้เป็นเจ้าของบ้านนั่นแหละ เปรียบเสมือนหนึ่งว่าเขาทำไม่ดีมา ถ้าเราไม่รับ สิ่งเหล่านั้นก็จะตกเป็นของเขาเองค่ะ bowsdown.gif

     แต่ความรู้สึกนึกเกลียด นึกแค้นยังคงมีอยู่เท่าเดิมนะคะ แค่รู้สึกดีว่า ฉันเหนือว่าแกที่ฉันเริ่มจะคิดได้และกำลังจะทำในสิ่งที่ดีกว่านี้...คือเวลาเขาไม่ทำหนูจะเย็นและคิดได้ แต่ไม่ทันไรพอเขาทำอีกหนูก็จะโมโห โกรธ ลืมในสิ่งดีๆ ที่ตนคิดไว้หมดเลยค่ะ เลยต้องเขียนปิดประตูบ้านตัวเองไว้แบบนั้นค่ะ จะได้ไม่ลืม laugh1.gif

smile.gifอย่างนี้ หนูมาถูกทางแล้วยังคะ

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 66
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Nov. 2005,22:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น่าสงสารหนูมะเหมี่ยวจัง เจอเรื่องแบบนี้อยู่ทุกวันก็คงจะแย่เหมือนกันนะคะ(มิน่าล่ะถึงเขียนโคลงกลอนไม่ออก อิ อิ kissing.gif )

 พี่คิดตามประสาคนที่ไม่ได้เจอปัญหากับตัวเองนะคะ คงต้องคิดว่าถ้าเขายังไม่หยุดการกระทำตอบโต้รุนแรง แสดงว่าเขายังมีความโกรธแค้นไม่หาย เวลามีความโกรธหรือเกลียดชัง จะมีความรุ่มร้อนแค่ไหนเรารู้ดีเขาเองคงมีความทุกข์ใจรุ่มร้อนมากกว่าเราแน่..

 ไม่แน่นะ เขาอาจอิจฉาที่เราสวยและดีกว่าเขา ..ฮิ ฮิ คิดแบบนี้พอไหวมั้ยจ๊ะมะเหมี่ยวจ๋า  hehe.gif

 พี่คิดว่าปกติมะเหมี่ยวจะเป็นคนที่สงสารคนง่าย พอเรารู้และเข้าใจว่าเขาคงทุกข์กว่าเราจริงๆ   พอเข้าใจจริงๆ เราก็จะรู้สึกสงสาร เราก็จะมีความเมตตา ก็จะมองเห็นว่าเขา.หรือคนทุกคนเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เช่นเดียวกับเรา ความโกรธก็จะลดน้อยลงจนกระทั่งวางเฉยๆได้ พอเราเฉยได้แล้ว ไม่นานเขาก็คงจะเลิกราไปเอง
เป็นการแผ่เมตตาให้เขาด้วยน่ะค่ะ

(หรือถ้าไม่เลิกราก็ย้ายบ้านหนีไปหาคู่ชกคนใหม่ laugh1.gif )

 whisper.gif ฮิ ฮิพี่แมวเหมียวมาคุยยั่วให้คุณคิลินออกมาเร็วๆ couch.gif

sit01.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 67
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Nov. 2005,23:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ลูกรัก....
พ่ออยากจะบอกต่อเจ้าว่า
ตอนที่เจ้าเป็นเด็กตัวเล็ก ๆที่กำลังหัดเดินและหกล้ม
พร้อมกับได้รับความเจ็บปวด
ถ้าเจ้าไม่พยายามและเริ่มต้นเดินใหม่
เจ้าก็จะเดินไม่ได้ จนถึงปัจจุบันนี้เป็นแน่


' บทโศลกแห่งพุทธะอิสระ '


อ้างถึง (pilgrim @ 19 พย. 2005,07:01)
คงต้องฝึกตัวเองค่ะ   แต่รู้สึกเหมือนมันทำยากมากๆค่ะ เพราะเราก็เป็นอย่างนี้มานานแล้วเหมือนกัน
     ด้วยประโยคนี้เหมือนกัน ก็เป็นคำตอบในตัวสำหรับคนที่เรารู้สึกว่าเป็นปัญหาต่อเรา เขาเองก็ตกในที่นั่งที่ไม่ต่างจากเรามากนักหรอก เพียงแต่ต่างเรื่องต่างเนื้อหา คือ อาจยังไม่รู้ตัวแต่จิตใจก็หมองไม่สบายใจในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ เหมือนกับเราที่เคยเป็นมาแล้ว หรือรู้ตัวบ้างแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร หรือไม่มีกำลังพอที่จะเอาชนะตนเองได้ เพราะมันติดเนื่องฝังแน่นมานาน

ถ้าเราคิดได้ทำนองนี้ เราก็จะรู้สึกเห็นใจ ให้อภัยเขาได้ จิตใจเราก็จะปล่อยวาง ผ่อนคลายลง เราต้องเชื่อว่า คนทุกคนในโลกนี้ล้วนอยากดีด้วยกันทั้งนั้น แต่ที่เขาไม่ดีเพราะเขายังไม่รู้ ยังสำคัญผิด คิดผิด ทำให้พูดผิด ทำผิด สิ่งที่เขาทำเขาพูด ถ้าเราเอาตัวเราเองออกจากคู่ขัดแย้ง แล้วมองอย่างคนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เราก็จะรู้สึกอีกอย่าง แต่ที่เรารู้สึกหงุดหงิดหรือโกรธ ก็เพราะมันมากระทบส่วนได้ส่วนเสียของเราโดยตรงต่างหาก  เพียงแค่เราปรับความรู้สึกปรับความคิดเสียใหม่ มองทุกสิ่งอย่างเป็นกลาง ไม่ใช่ของใครของเขาหรือของเรา  มองเหมือนกับที่เรานั่งมองดูทีวีดูหนังดูละคร ซึ่งบางครั้งก็มีตัวเราเองเป็นหนึ่งในตัวละครเหล่านั้น เราจะเห็นความเป็นจริงมากขึ้น มากกว่าเอาความรู้สึกส่วนตัวไปวัด 

อ้างถึง (pilgrim @ 19 พย. 2005,07:01)
คงต้องฝึกตัวเองค่ะ ....
....แต่ก็ต้องทำใช่ไหมคะ
    ครับ.. แม้ว่ามันจะยาก ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะง่าย เพราะมันติดอยู่กับเรามานานแล้ว แต่อย่างน้อยการที่เราเริ่มรุ้ตัว ยอมรับในความเป็นจริงที่เป็นอยู่ (ขณะที่ในหลายๆคนเพียงแค่นี้ก็ยากแล้ว หน้าบาง ยอมรับไม่ได้) ก็เป็นก้าวแรกที่สำคัญของการเริ่ม 


ลูกรัก....
น้ำไม่มีใครตักหยดเดียวแล้วเต็มตุ่ม
ทุกสิ่งต้องใช้การสะสมโดยตัวมันเอง
การฝึกปรือจิตวิญญาณจึงต้องใช้เวลา


' บทโศลกแห่งพุทธะอิสระ '


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 68
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Nov. 2005,17:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น่าเห็นใจน้องมะเหมี่ยวจังค่ะ ปัญหาที่เกิดจากคน เป็นปัญหาที่ยุ่งและยากที่สุด ทำให้เราปวดหัวและวุ่นวายใจได้สุดๆ เพราะ ...จิตมนุษย์นี่ไซร้ ยากแท้ หยั่งถึง....

ยิ่งถ้าเป็นจิตที่เต็มไปด้วยขยะสกปรกแล้ว บางทีอย่างเราๆไม่รู้หรอกค่ะ ว่าจิตใจของคนๆนั้น มันช่างเต็มไปด้วยขยะที่ฝังลึกแน่นเพียงไหน เพราะเจ้าของไม่เคยจะขุดคุ้ยมันออก และไม่คิดจะทำด้วย เพราะเขาไม่รู้ว่าเขามีขยะอยู่ในใจ
ความโลภ โกรธ หลง ก็ทำให้คนบางคนเห็นว่า ขยะเป็นของหอม เป็นสิ่งที่มีรูปสวย ชวนมองชวนเก็บอนุรักษ์ไว้
นั่นคือกิเลสของคนเราค่ะ
(ไม่ได้กะมาเทศน์ประชันกับหลงพี่ KiLin นะคะ แต่เป็นสิ่งที่ตัวเองเข้าใจอยู่)

เดี๋ยวนี้ เวลาพี่พิลเจอคนแบบนี้ พี่พิลก็พยายามข่มใจตัวเองก่อนค่ะ
อย่างที่ห้องทำงานของพี่ที่มหาวิทยาลัยเหมือนกัน มีนักเรียนหลายคนนั่งทำงานอยู่ แต่ละคนก็ร้อยพ่อพันแม่ หลากหลายเชื้อชาติมา

ครั้งหนึ่งมีนักเรียนสาวเข้ามาใหม่ เธอมาจากกรีซ หน้าตาเธอสวยค่ะ แต่หน้าเธอบึ้งงอสุดๆ
พี่พิลเป็นผู้อำนวยความสะดวกช่วยเหลือนักเรียนใหม่อยู่( ตามที่ประธานนักเรียนเขามอบหมายให้พี่พิลทำ) ก็เข้าไปคุย คอยช่วยเหลือเธอ เวลาทำอะไรให้ แม่สาวคนนี้ ไม่ค่อยจะเอ่ยคำขอบคุณหรอกค่ะ เธอก็ทำเชิดๆหยิ่งๆของเธอไป
เดินเข้ามาในห้องก็ไม่เคยเอ่ยทักใคร ไม่ยิ้มให้ใคร
ทำให้พี่พิลขุ่นใจเป็นกำลัง เพราะคนอังกฤษที่เขาว่าหยิ่งๆ เขาก็ยังไม่ถึงขนาดนี้ (อย่างน้อยเขาก็อาจแกล้งทักพอเป็นมารยาทบ้าง อิๆๆๆ)
ตอนแรกพี่พิลก็ไม่สนเธอบ้างค่ะ หยิ่งนัก ฉันก็ไม่เห็นจะแคร์ เราก็เลยเหมือนคนโกรธกัน ไม่พูดกัน ไม่มองหน้ากัน

แต่ตอนหลังก็มาคิดได้ว่า ในเมื่อสิ่งที่เขาทำมันไม่ดี ทำไมเราจะต้องไปทำสิ่งที่ไม่ดีเหมือนเขา
พี่ก็เลยข่มใจตัวเอง หันไปทัก ไปคุยกับเขาบ้าง บรรยากาศมันก็เลยดีขึ้นหน่อย
ตอนนี้ แม่สาวคนนี้แกขอสมัครเป็นประธานนักเรียนเองค่ะ เพราะคนเก่าที่พี่พิลช่วยเขาอยู่ เขาจบไป
พี่พิลก็เลยถอนตัว ไม่รับหน้าที่ใดๆ ขอมาเป็นนักเรียนอย่างเดียว
เธอก็ยังหน้าหงิกหน้างอ เดินเชิดๆหยิ่งๆตามเดิมค่ะ แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน เวลามีอะไรเกี่ยวกับกิจกรรมนักเรียน แกก็ยังมาปรึกษาบ้าง
ใจพี่พิลก็สงบขึ้น ไม่เก็บมาคิดเป็นอารมณ์ให้ขุ่นมัวอีก

บางครั้ง กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เราต้องตอบโต้ด้วยการแผ่เมตตาค่ะ คิดเสียว่า เขาเป็นเพื่อนร่วมโลก อะไรที่มันไม่หนักหนา เราพอทำได้ ก็ยอมๆมันไป
กับปัญหาเพื่อนบ้าน พี่พิลก็เคยเจอค่ะ พี่เองใช้ชีวิตอยู่หอพัก อยู่บ้านเช่ามาเกือบตลอดชีวิต เจอคนมาเยอะมาก ในรูปแบบต่างๆ เวลาเจอใครแปลกๆ แรงๆ มา ก็ได้แต่พยายามสงบจิตใจ ไม่ตอบโต้ แล้วก็สวดมนต์ค่ะ ขอให้เขาผู้นั้นได้มีจิตใจที่อ่อนโยนลง พอจะมองเห็นและสำนึกถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขึ้นมาบ้าง ขอให้เขาเลิกทำในสิ่งที่เบียดเบียนคนอื่น แล้วก็ขอให้ตัวเองสามารถผ่านปัญหานี้ไปได้อย่างราบรื่น ขออย่าให้เราเกิดความรู้สึกรุนแรง คุกรุ่น

ก็ค่อนข้างจะได้ผลนะคะ น้องมะเหมี่ยว แต่เราต้องอดทนและใช้เวลาค่ะ นั่นคือ เวลาที่เราให้กับการฝึกตัวเองไปด้วย พี่พิลรู้สึกค่ะว่า ตัวเรา เหมือนมีรังสีแผ่ออกมา ถ้าเราโกรธ คุกรุ่น รังสีอำมหิตมันก็แผ่ซ่านออกมาค่ะ (เหมือนนิยายกำลังภายใน) คนรอบตัวก็รู้สึกได้
แต่ถ้าเราเริ่มจากความเมตตา ความรัก คนรอบข้างเขาก็ย่อมรู้สึกได้เหมือนกันค่ะ

โอ้โฮ เขียนอะไรมาเนี่ย ยาวไปหน่อยแล้ว ไปก่อนดีกว่าค่ะ ขอเอาใจช่วยน้องมะเหมี่ยว ให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้เร็วๆนะคะ
wavey.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 69
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Nov. 2005,23:17 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif ตอนนี้หนูถอยทัพ กลับมาตั้งสติแล้วค่ะ เวลาที่เราโมโหนี่เราเหมือนคนบ้าจริงๆ นะคะ รังสีรังสีอำมหิตแผ่กระจายไปทั่วจริงด้วยค่ะพี่พิล จะทำงาน อ่านหนังสือก็ไม่รู้เรื่องซะงั้นค่ะ(กินข้าวก็ไม่อร่อย hungry.gif )

...โกรธเขา แต่เรากลับมัวหมอง ไม่มีความสุข เขาทำให้เราทุกข์แล้วเรายังซ้ำเติมตัวเองให้ทุกข์อีก...

สู้เอาเวลามารื้อขยะ ทำความสะอาดสมอง เพื่อเตรียมรับสิ่งดีๆ ดีกว่านะคะ yin-yang.gif

แต่อย่างว่าค่ะ...เมื่อวานเขาแพ้ภัยตนเอง พวกเขาทะเลาะกันเอง วันนี้ปิดบ้านเงียบเชียวค่ะ

thumbsup.gif คุณคิลินคะ ถ้าหนูสะใจและสมน้ำหน้าเขา คงไม่ดีแน่ๆ ใช่ไหมคะ  yin-yang.gif

bowsdown.gif ขอบพระคุณ โยคะท่าแบบนอนตายที่หม่ามี้แนะนำนะคะ ผ่อนคลายกว่าท่านั่งนะคะ (ติดพุง laugh1.gif )

อ้างถึง
พี่แมวเหมียว : พอเราเฉยได้แล้ว ไม่นานเขาก็คงจะเลิกราไปเอง

ค่ะ...เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ใช่ไหมคะ ไปโต้ตอบกับเขาหนูยังไม่เห็นว่าหนูได้อะไรกลับมาเลยนะคะ...นอกจากความโกรธ และ ใบหน้าหงิกๆ ค่ะ wave.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 70
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Nov. 2005,19:21 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

น้องมะหมี่ยวคะ เขาอยู่บ้านเดียวกันแล้วทะเลาะกันเอง คงจะเสียงดังมากเลยนะคะ ขนาดเราอยู่ข้างบ้านยังรู้เลย

ต่อไปนี้ คือเรื่องอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ที่พิลกริมเจอะเจอมากับตัวเอง แล้วก็เลยเอามาบันทึกไว้ เพื่อเก็บไว้เตือนใจตัวเอง เลยอยากเอามาให้พี่ๆน้องๆช่วยดูหน่อยค่ะ


ประคองใจ

เช้าวันหนึ่ง ตื่นขึ้นมาหลังจากนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ตอนก้าวเท้าออกจากบ้าน จิ้งจกก็ไม่ได้ทัก ตาก็ไม่ได้เขม่น แต่ก้าวขาขวาหรือขาซ้ายออกก่อนก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะจำไม่ได้ และไม่เคยคิดจะจำ แต่ปรากฏว่า เช้าวันนั้น เป็นวันที่ไม่ดีเอาเสียเลย

เดินผ่านบ้านเพื่อนที่เรียนอยู่ภาควิชาเดียวกัน เพื่อนคนนี้มาจากมาเลเซีย เห็นบ้านเธอคนคึกคัก กำลังขนของกัน เพราะเธอกำลังจะย้ายบ้าน ฉันจึงปรี่เข้าไปจะทักทาย เพราะเป็นเพื่อนทั้งร่วมเรียน และเป็นเพื่อนบ้านกัน  แต่เธอก็ดูวุ่น ยุ่งอยู่กับการขนย้ายเสียจนไม่มีเวลาทักทายฉัน เธอเดินผ่านฉันไปโดยไม่ทักทายสักคำ ได้แต่หันมายิ้มอย่างเหนื่อยๆ มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งมาจากมาเลเซียด้วยกัน กำลังช่วยกันจัดของ ฉันจะเอ่ยปากช่วยหรือก็ไม่มีเวลา เพราะกำลังจะเดินไปมหาวิทยาลัย ในที่สุด ฉันจึงเดินออกมาเงียบๆ ด้วยเสียความรู้สึกเล็กๆ ที่เธอไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตอบฉัน เมื่อฉันทักเธอ

เมื่อฉันเดินออกมา เพื่อนคนที่ไม่ใช่เจ้าของบ้าน ก็วิ่งตามมาตะโกนเรียก แล้วบอก ขอโทษ ฉันก็เลยตอบไปว่า ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่าพวกเขากำลังยุ่ง

แต่ใจฉันก็ฝ่อเหมือนกัน เพราะเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมานาน ฉันยังคิดว่า ก่อนจากกัน เราน่าจะเอ่ยคำล่ำลากันสักหน่อย แต่ดูเธอเหมือนไม่แม้แต่จะอยากเอ่ยคำลากับฉัน จะทำอย่างไรได้ ฉันก็ต้องตามใจเธอ... ไม่ลาก็ไม่ลา

พยายามนึกปลอบใจตัวเองว่า เธอยุ่งและวุ่นวายใจในชีวิต คงไม่มีอารมณ์จะมาสังสรรค์ เจ๊าะแจ๊ะกับฉัน จำได้ว่าเพื่อนคนนี้ มาเรียนพร้อมกับการบ่น ทุกครั้งที่เจอหน้าฉัน เธอจะบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ เรียกว่า เธอไม่มีความสุขกับชีวิตและสภาพแวดล้อม

เธอบ่นคนอังกฤษว่าแล้งน้ำใจ ตัวใครตัวมัน ใจแคบ
เธอบ่นอากาศที่อังกฤษว่าหนาวเข้ากระดูก โดยเฉพาะหน้าหนาว และเธอต้องอยู่ในบ้านที่ฮีทเตอร์เสีย กว่าเจ้าของบ้านเช่าจะส่งช่างมาซ่อม เธอก็ต้องอยู่ในความหนาวหลายวัน 
เธอบ่นสามีของเธอที่ตามมาอยู่ด้วยว่า วันๆไม่ทำอะไร ไปทำงานกะดึก แล้วกลับมาก็เอาแต่นอน เธอจึงต้องทั้งเรียนและทำงานบ้าน ดูแลครอบครัวไปด้วย สามีของเธอมีลูกชายติดคนหนึ่ง ซึ่งติดตามมาอังกฤษด้วย วันๆ ไม่ยอมทำอะไร นอกจากเล่นอินเตอร์เน็ต แช็ททั้งวัน

เธอเคยร้องไห้กับฉัน เพราะความคับแค้นใจในสภาพชีวิตตัวเอง แล้วบอกว่าเคยร้องไห้ ไปปรึกษาอาจารย์ Supervisor อาจารย์ก็นั่งทำตาปริบๆ บอกแต่เพียงว่า ให้เธอไประบายให้แผนก Counselling ซึ่งรับบำบัดปัญหาสุขภาพจิตฟัง
เธอบอกว่า เธออยากไล่สามีและลูกชายกลับมาเลเซียไป เพราะอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ มานั่งใช้เงินของเธอเปล่าๆ แล้ววันหนึ่ง ฉันก็ได้ข่าวว่า เธอจัดการให้สามีเธอกลับมาเลเซียไปพร้อมกับลูกชายของเขาได้

ฉันได้แต่รับฟังด้วยความเห็นใจเธอ และหวังว่า เธอจะมีความสุขขึ้นมาสักวันหนึ่ง และสามารถแก้ปัญหาในชีวิตเหล่านั้นได้
แล้วเธอก็หายหน้าไปจากห้องทำงานของพวกเรา ฉันไม่ได้ข่าวอะไรจากเธอ จนกระทั่งเธอย้ายบ้านมาอยู่ใกล้บ้านฉัน

ฉันก็ไปเยี่ยมเธอ เธอก็ยังคุยด้วยดี แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อฉันแวะไป เธอดูท่าทางเหมือนไม่อยากต้อนรับ ฉันก็เลยต้องรีบเผ่นออกมา เพราะเธอไม่อยากคุย อยากบ่นเหมือนเคย
นับจากนั้นมา ฉันไม่เคยไปเหยียบบ้านเธออีกเลย

จนมาครั้งหลังสุด ฉันเจอเธอในห้องสมุด จึงเข้าไปทักเธอ เพราะสถานการณ์เลี่ยงไม่ได้ แต่คราวนี้ เธอพูดกับฉันเป็นอย่างดี พร้อมกับบอกว่า สามีเธอป่วย และเสียชีวิตไปแล้ว มันเกิดขึ้นในช่วงตอนที่ฉันไปบ้านเธอ แล้วเธอไม่อยากพูดกับฉันนั่นแหละ

เธอบอกว่า ตอนที่เขาอยู่ก็รำคาญเขา ไล่เขากลับไป พอเขาไม่อยู่ก็นึกถึงเขา ยิ่งเขามาเสียชีวิตอย่างนี้ เธอยิ่งรู้สึกเหมือนไม่เหลือใครเลย
ฉันจึงถึง “บางอ้อ” ในทันใด ว่าเธอมีความทุกข์สาหัสในเวลานั้น เธอจึงไม่มีอารมณ์อยากจะคุยกับฉันเหมือนเคย
เรื่องนี้สอนสัจธรรมให้ฉันหลายอย่าง 

ไม่โกรธเธอหรอก ที่เธอเมินเฉย อย่างน้อยเธอก็ซื่อสัตย์กับตัวเอง เมื่อไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะพูดคุย เธอก็ไม่พูด โดยไม่ต้องฝืนใจมาพูด แบบมากด้วยมารยาท มันเป็นสิทธิ์ของเธอ ฉันเข้าใจ เพราะบางทีฉันก็อยากทำอย่างนั้นเหมือนกัน

เธอคงจะมีความทุกข์ในใจมากมาย จนไม่อยากจะฝืนใจทำอะไรต่ออะไรเพียงเพราะมารยาทอีก คนเราเวลามีความทุกข์ หดหู่ใจ หรือโกรธแค้นโลก ก็คงไม่มีอารมณ์อยากพูดอยากคุยกับใคร เรื่องอะไรก็ดูขุ่นข้อง เศร้าหมองขัดเคืองใจไปเสียหมด

เมื่อนึกได้อย่างนี้ ฉันก็โกรธเธอไม่ลง ได้แต่บอกตัวเองว่า ขอให้จำเพื่อนคนนี้ไว้เป็นบทเรียน ก่อนโกรธใครที่เขาไม่ใส่ใจเรา ก็พยายามหาเหตุผลสักนิด ว่าเขาเองก็มีเรื่องยุ่งของเขามากมายแล้ว จะไปหวังให้เขามาใส่ใจเราคงไม่ได้ เพราะเขาไม่มีความสุขในใจ จะหวังให้เขามาทำให้เรามีความสุขนั้นคงยาก

ดังนั้น เรา ต้องสร้างความสุขขึ้นมาในใจของเราทุกวัน อย่าให้ใครมาทำให้ขุ่นมัว เศร้าหมอง ปล่อยวางและให้อภัยคนอื่นไป แล้วเราจะพบกับความสุขแบบง่ายๆ ที่เราหาได้ด้วยตัวเอง

มันลำบากนะ กับการที่ต้องประคองใจในแต่ละวัน แต่ก็ต้องทำ บางทีมันก็ท้าทายและสนุกดีเหมือนกัน



--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
367 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2005,16:00 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 7 of 37<<34567891011>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com