เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 5 of 12<<123456789>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: *** LOVE STORY ***, กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 41
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,11:25  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 42
baitong_002 Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 103
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2002,06:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

นิทาน....ความรัก....
กาลครั้งนหึ่งนานมาแล้ว....มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดให้อาศัยอยู่ด้วยกัน ทั้งความสุข ความเศร้า ความรู้ และอื่น ๆ รวามทั้งความรักด้วย......
วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมด.....ว่า เกาะทั้งเกาะกำลังจะจม...ดังนั้นทุกคนจึงได้เตรียมตัวเพื่อที่จะหนีเอาตัวรอด....มีแต่ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่ต่อไห   จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย....เมื่อเกาะเกีอบจะจม ความรักจึงตัดสินใจ....ขอความช่วยเหลือ...ความโลภซึ่งแล่นเรือผ่านมาพอดีตอบความรักว่า.....
   " ไม่ได้หรอก ฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันน่ะเต็มไปด้วยทองและเงินแล้ว ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอ "
     ความรักตัดสินใจหันมาเรียกความเห็นแก่ตัวที่นั่งเรือลำงานผ่านมา
   " ความเห็นแก่ตัว...ช่วยฉันด้วย..."
   " ฉันช่วยเธอไม่ได้หรอกความรัก...เธอน่ะตัวเปียกเกินไป และจะทำให้ฉันกับเรือของฉันต้องเปียกไปด้วย "
     ขณะนั้นเอง ความเศร้าพายเรือใกล้เข้ามา ความรักเอ่ยขอความช่วยเหลืออีกครั้ง
    " ความเศร้า ให้ฉันไปกับเธอด้วยคนนะ"
    " ความรัก ฉันกำลังเศร้ามากเลย และต้องการอยู่เพียงลำพังคนเดียวขอโทษนะ"
      ความสุขก็หันมามองเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะแล่นผ่านความรักไปด้วยเหมือนกัน ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
     " มานี่ความรัก ฉันจะรับเธอไปเอง "  เสียงนั้นเป็นเสียงของคนแก่คนหนึ่ง ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมาก แต่ด้วยความเหนื่อยจึงลืมถามชื่อผู้ใจดีคนนั้น  เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แสนสงบแล้ว......คนแก่ก็เดินจากไปตามทางของเขา.....ความรักเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมหันกลับมาอีกเลย ความรักจึงต้องหันมาถามความรูษ้ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ว่า
    " คนที่ช่วยฉันเป็นใครน่ะ ฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย "
    " เขาก็คือเวลาไงล่ะ "  ความรู้ตอบ
    ความรักจึงถามต่อว่า " ทำไมเวลาถึงช่วยฉันล่ะ "
    ความรู้ยิ้มและตอบความรักว่า  " ก็เพราะมีแต่เวลาเท่านั้นที่เข้าใจดีว่าความรักยิ่งใหญ่มากแค่ไหน "..............................
...................................................................................
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 43
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Oct. 2002,14:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

 

ภาพนิทานออนไลน์ "เวลาและ ความรัก" คะ  

::: http://www.loveconcept.com/movies/timelove.html

--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 44
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Oct. 2002,13:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

 

ที่มา ::: http://www.loveconcept.com/Artical/article_272.html

โดย ::: จักพันธ์

พี่ Webmaster ของ Loveconcept เธอบอกว่า..... วันนี้ผมลงเรื่องใหม่เพิ่ม น่ารักมากครับ  อ่านแล้วไม่ซึ้ง ไม่ต้องมาคบกันเลย : )

--------------------------------------------

นิรันดร์แห่งรัก

มีเรื่องเล่าระหว่างสาวสวยและหนุ่มรูปงามผู้ซึ่งรักกันมาก และสาบานว่า แม้ความตายก็มิอาจจะพรากรักอันแสนจะมั่นคงนี้ลงได้ และในครั้งนั้นยังมีแม่มดตนหนึ่งผู้ซึ่งไม่เชื่อว่าความรักของทั้ง 2 จะมั่นคง จึงคิดหาทางพิสูจน์ขึ้นมา นางกล่าวว่า .. . . ..

"หากพวกเจ้ามั่นใจในรักของอีกฝ่าย ซึ่งยั่งยืนแม้ว่าความตายจะพราก ดังนั้นข้าก็อยากจะลองดูว่ามันจะเป็นอย่างไร...ข้าขอสาปให้นับแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกสักกี่ชาติ บุรุษนี้จะไม่มีทางจำเจ้าได้ เขาจะไม่สามารถจำได้ ว่าเคยรักเจ้า และตรงกันข้ามกับเจ้า เจ้าจะเป็นคนที่จำทุกอย่างได้ เพราะเจ้าจะยังคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป ไม่แก่ไม่เฒ่า ไม่มีวันตาย จะอยู่อย่างนี้นิรันดร... เจ้าจะจำเวลาที่เคยรักเขา เคยเป็นที่รักและต้องเฝ้ารอการกลับมาของเขา ในชาติแล้วชาติเล่าตลอดกาล...

วันใดก็ตามที่เจ้าทำให้เขารู้ตัวว่ารักเจ้า ทำให้เขาจำเจ้าได้ วันนั้น...คือวันที่ความเป็นนิรันดร์ของเจ้าสิ้นสุดลง.. เจ้าจะแก่และตาย ตามสภาพของอายุขัยที่ควรเป็น.. . และคราวนี้ก็จะเป็นทีของเจ้าหนุ่มนั่นแทน... เขาจะต้องเป็นคนที่ค้นหาเจ้าบ้าง..."

หลังจากนั้นมาปีแล้วปีเล่าเวลาผ่านไปศตวรรษทบศตวรรษ ที่หญิงสาวเฝ้าตามหาชายหนุ่มคนรัก และทุกครั้งที่เธอได้พบเขาในสภาพของใครคนหนึ่ง ที่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเธอเลยแม้แต่น้อย... เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขา จำเธอได้ แต่มันไม่เคยสำเร็จชาติแล้วชาติเล่า...

หลังจากการเกิดและดับของเขาผ่านไปนับสิบครั้ง เขาก็ยังไม่อาจระลึกได้ ถึงความรักของเธอ...ความทุกข์ทรมานของหญิงสาวถูกเฝ้าดูอย่างเย้ยเยาะ โดยนางแม่มดผู้รอคอยเวลาที่หญิงสาวจะยอมรับว่า... รักแท้ที่แม้ความตาย ก็ไม่อาจพรากไม่มีจริง แล้วนางแม่มดก็ต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่า ในช่วงหลัง ๆ มา หญิงสาวไม่ได้พยายามที่จะทำให้ชายหนุ่มระลึกถึงตน ไม่พยายามให้ชายหนุ่มรักตน... แต่กลับทำทุกอย่างที่คิดว่าจะทำให้เขามีความสุข และทำให้เขาเกิดรอยยิ้มแทน...

แล้ววันหนึ่งนางแม่มดก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว จึงปรากฏตัวเพื่อเอ่ยถาม กับตัวหญิงสาวเอง...
"เจ้าได้ละทิ้งความพยายามของเจ้าเสียแล้วหรือ... ความพยายามที่จะพิสูจน์ ให้ข้าเห็นอำนาจและพลังของรักแท้ที่เหนือกว่าอำนาจใด ๆ แม้กระทั่งคำสาปของข้า..."

"จริง ๆ แล้ว ข้าก็มีเหตุผลของข้า..." หญิงสาวตอบนางแม่มดกลับไป
"...ข้าไม่ได้ละทิ้งความพยายาม... เพียงแต่...ข้ากลัวว่าความพยายามของข้า จะสัมฤทธิ์ผล... แล้ว......."
"แล้วเจ้าก็ต้องแก่และตาย..." นางแม่มดต่อให้ด้วยเสียงเย้ยหยัน
"ที่แท้เจ้าก็กลัวที่จะตาย... เจ้ากลัวจะสูญเสียความเป็นอมตะของเจ้า... ....เฮอะ นี่หรือรักแท้ของเจ้า..."

หญิงสาวไม่ปฏิเสธ นางเผชิญหน้ากับนางแม่มดและรับคำกล่าวหานั้น
"อาจใช่...มันเป็นความจริงที่ข้ากลัวว่า หากข้าทำให้เขาจำข้าและรักข้าได้ ข้าจะต้องตายจากเขาไป..."

"และเจ้าก็ไม่เชื่อใจว่า เขาจะทำให้เจ้าจำได้เช่นนั้นหรือ?..."

หญิงสาวจ้องหน้าแม่มดนิ่งอยู่ ก่อนตอบ "สิ่งที่ข้าเกรงไม่ใช่เรื่องนั้น ท่านรู้อะไรไหม... ตลอดเวลาอันยาวนานที่ข้าเฝ้าเดินทางตาม หาเขา เฝ้ารอคอยวันแล้ววันเล่า รอวันที่เขาจะกลับมาหาข้าอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ข้า เฝ้ามองการเกิดและการตายของเขา มันคือความทรมานอันยาวนานที่ดู เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด... และสำหรับข้าความทุกข์อันแสนสาหัส คือการได้เห็น ความทรมานของผู้เป็นที่รัก โดยที่เราไม่อาจเอื้อมมือเข้าไปช่วยเหลือได้...

หลายครั้งที่ข้าอยากให้ตัวข้าเห็นแก่ตัว พอที่จะพยายามทำให้เขารัก ทำให้เขาระลึกถึงข้าได้อีกครั้ง เพื่อที่ข้าจะได้เป็นอิสระต่อการพันธนาการนี้... แต่ทุกครั้งที่ข้าคิดถึงมัน... ความทุกข์ทรมานที่ข้าได้รับ เนื่องจากการรอคอย ที่ไม่มีวันจบสิ้นก็ทำให้ข้าคิดได้

ข้าไม่อาจให้เขาต้องแบกรับความรู้สึกทรมานเช่นที่ข้าได้รู้สึก... สิ่งเดียวที่ข้าจะทำคือ ข้าจะทำให้เวลาของเขามีแต่ความสุข เท่าที่พลังของข้า จะทำได้... ข้าอาจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาก็จริง แต่ข้าก็ยังอยากเห็น รอยยิ้มของเขา... ข้าอาจเป็นคนอ่อนแอในสายตาของท่าน อย่างไรก็ตาม นี่ก็คือความรักของข้า คือสิ่งที่ข้าเป็น...

แม้ชีวิตของข้าจะต้องเดียวดายตลอดกาล แต่ข้าก็มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่ข้ารักจะไม่มีวันเดียวดายเช่นตัวข้า... เพราะเขาจะมีข้าข้างกายเขาชั่วนิรันดร์..."

นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบ เพราะอยากให้คนที่อ่านจินตนาการถึงตอนจบเอาเอง
ในชีวิตของเรา มีหลายช่วงต่อหลายช่วงที่เราคิดว่า เรารักใครสักคนมากมาย เหลือเกิน
และหลายต่อหลายครั้งที่ความรักของเรา ก็ต้องการความรักตอบกลับมา
หลายคนฟูมฟายกับโชคชะตา ว่ารักที่ไม่ได้รักตอบ คือการสูญเวลาเปล่า...
แต่มีหลายต่อหลายคน... ที่ดีใจกับโชคชะตาที่เกิดมาสักครั้งแต่ยังได้รักใคร
สักคนอย่างเต็มหัวใจ... ทุกอย่างในชีวิตมีทางเลือก... ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือก
ทางไหนหรือคุณจะเลือกหรือไม่?'

คุณจะเลือกทางไหน... เปิดประตูรับความรักเข้ามาเพื่อเติมความอบอุ่น
ให้กับหัวใจแม้เพียงช่วงหนึ่งของชีวิต... หรือจะมัวแต่ฟูมฟายโทษตัวเอง
กับความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้รักตอบ...??

.. ..*. .. *. .. *. . . ทางเลือกเป็นของคุณ . . .*. . ..*...

--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 45
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Oct. 2002,13:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

 

เพราะ.....อนาคตเป็นเรื่องเหนือความคาดเดา ไม่มีใครบอกได้ว่า…ทุกอย่างของวันนี้ จะยังคงเหมือนเดิมตลอดไป ไม่มีใครรู้ได้ว่า พรุ่งนี้เราจะยังมีกันและกันอยู่อีกมั้ย  

ถ้าหากพรุ่งนี้…สายเกินไปทุกอย่าง...แล้ววันนี้...เรารัก...เราดี...ต่อกันแค่ไหน?

คำถามเหล่านี้.....เราอาจจะยังตอบไม่ได้ดี เท่ากับคนที่ผ่านการสูญเสียมาแล้ว ถ้าเรายังไม่เคยสูญเสีย อย่านอนใจว่าทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง  

ถ้าวันนี้.....เรามอบสิ่งดีดีให้คนที่เรารักได้เท่ากับความรักที่เรามีให้เค้า
วันข้างหน้า.....เราจะไม่มีวันเสียใจเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น  
หลาย...หลายคนที่ผ่านเข้ามาในเวบนี้ เรายังเป็นคนโชคดี  
ตราบใด.....ที่เรายังมีเวลาและโอกาส ที่จะทำในสิ่งที่เราอยากทำ  
ด้วย.....การมอบความรักให้คนที่เรารัก อย่างที่เราอยากจะทำ  
อย่า.....ปล่อยให้ความเคยชินเข้ามากัดกร่อนความรู้สึกดีดีที่เราเคยมีให้แก่กัน

อย่าลืม.....รัก.....คนของคุณให้มากกว่าเดิม...ฯลฯ

--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 46
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Nov. 2002,05:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



สัญญา...O N L I N E !!  
==============

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2545

สวัสดีจ๊ะ...น้ำตาล

อย่าเสียใจเลยนะ.....ที่ฉันพาเธอไปรู้จักกะพี่เค้า แล้วก็...ที่เธอได้ตัดสินใจรับหมั้นพี่ชาย ก็เธอมัวแต่อยู่ในห้อง เอาแต่อ่านๆหนังสือ แล้วก็เล่นเกมส์บ้าบอของเธอ เธอจะรู้ได้ไงว่าโลก ภายนอกเค้าเป็นยังไงบ้าง เธอไม่รู้นี่นาว่าวันนึง เธอจะพบกะเค้าโดยบังเอิญ และมีความรู้สึกที่ดีๆให้เค้าตั้งแต่ ณ วินาทีแรกที่ได้พูดคุยกัน เธอเล่าให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อเธอหรอกนะ ตัวฉันเอง...อยู่กะเธอมาตลอดชีวิตของเธอ ฉันยังไม่อยากเชื่อว่าเธอรู้สึกแบบนั้น ได้ยังไง พูดคุยกันไม่กี่คำเอง หน้าตาก็ไม่เคยเห็น คิดถึงเค้าได้ไง...นั่งรอ..จ้องมอง...แต่ชื่อของเค้า เมื่อไรหนอ เค้าจะออนไลน์ซักที เค้าทำอะไร...เรียนหนังสือ...หรือทำงาน...คงไม่ใช่เรียนหนังสือแน่...นักเรียนอะไร...ออนไลน์ได้ตลอดวัน...ก็เธอยังออนไลน์ได้เลย...คนแบบเธอก็ไม่น่าจะมีแค่เธอคนเดี๋ยวนะตาล

นั่นสิ..แล้วไง รอตั้งหลายวันแล้วนะ จะวันหยุดแล้ว ต้องกลับบ้านที่เชียงราย รับปากแม่ไว้ด้วยว่าจะไปช่วยพาแขกของแม่เที่ยว ทำไงดี ทำไมฉันคิดถึงเค้าตลอดเวลาหล่ะ นั่นสิ...เธออยากให้เค้าเป็นยังไงนะตาล อยากให้เป็นยังไงเหรอ...ไม่รู้สิ...ไม่มีอะไรอยู่ในสมองเลยนะ แค่อยากพูดคุยกะเค้าแค่นั้น ไม่ได้คิดซะด้วยซ้ำว่าเค้าจะเป็นไง พิการ..หน้าตาดูไม่ได้..ไม่รู้นะ ไม่เคยคิด คิดถึงเค้าแค่นั้น แล้วเธอวาดภาพเค้าเป็นไงหล่ะ...เอ...ก็บอกว่าไม่ได้คิดไง งั้นเธอต้องบ้าแน่ๆ เฮ้อ...ก็ไม่รู้อีก บ้าหรือเปล่า

ถามอา...อาก็ว่าไม่เป็นไร อย่าหนีตามใครไปก็แล้วกัน แค่คิด คงไม่มีใครว่าไร...แล้ววันนึง...เค้าก็โผล่มาอีก จะด้วยความคิดถึงและความผูกพันของเราที่มีต่อเค้าหรืออะไรก็ไม่รู้ เค้ามาคุยกะเรา จะว่าดีก็ไม่ใช่นะ เมื่อวันแรกก็ดุไปแล้วว่าเราไปเข้าเวบแบบนั้นได้ไง...ก็เข้าไปแล้ว มีอะไรหรือเปล่า...ถ้าตอบแบบนี้ เค้าคงหนีเราไป ไม่คุยกะเราอีกสินะ..มาวันนี้...เราคุยไป 3 ประโยค แต่เค้าตอบมาไม่กี่ตัวเอง คนอะไรเนี้ย มีด้วยเหรอแบบนี้ ไม่รู้จักน้ำตาลซะแล้ว พี่จ๋า..ตาลชอบพี่จริงๆนะ อย่าถามนะ…ว่าทำไม ตาลไม่รู้หรอกคะ รู้แต่ว่าความรู้สึกผูกพัน ไว้ใจ แล้วก็อบอุ่น มีความสุขมากมาย แค่เห็นชื่อของพี่ออนไลน์ขึ้นมาเป็นสีเขียวๆ ก็ยิ้มออกแล้วคะ

แต่ในความสุขนั้น มีน้ำตาซึมมาได้ทุกครั้ง ที่พี่เค้าไม่สนใจที่จะคุยกะตาลเลย นานๆพี่เค้าจะตอบตาลสักที ก็เธอไม่ได้บอกเค้านี่นา ว่าเธอคิดยังไง เค้าจะตั้งใจคุยกะเธออย่างที่เธอตั้งใจคุยกะเค้าได้ไง ถึงบอกเค้าก็คงไม่เชื่อเธอหรอกตาล แต่ทำไมความรู้สึกแบบนี้ เกิดขึ้นกะตาลคนเดียวล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย กลับไปอยู่ในห้องของตาลดีกว่านะ อ่านหนังสือ อ่านบทความต่างๆไปเรื่อยๆ ไม่มีใครสนใจเธอหรอกตาล คู่หมั้นเธอยังไปเที่ยวกะผู้หญิงเยอะแยะ ไม่ซ้ำหน้าเลยนะ ฉันว่าเธอเหงามากไปนะตาล กลับบ้านไปช่วยแม่ดูแลแขกของแม่ดีกว่านะ จะได้ลืมเค้าไง

ใช่...อาจจะ...แต่ไม่ได้ผลหรอก ยิ่งมาอยู่เชียงราย อากาศยิ่งเป็นใจให้คิดถึงมากกว่าเดิม เค้าไม่ใช่คนเหรอ..ทำไมตามเราไปได้ทุกทีเลย แปลกจัง...ปกติตาลไม่เคยคิดถึงใครเลยนะ นอกจากเรื่องรายงานแล้วก็เรียนๆๆๆๆ นั่นสิ...ลืมเค้าซะเถอะ วันนั้น เค้าบอกว่าเค้ามีผู้หญิงของเค้าแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ ฉันขอโทษนะตาล...ฉันน่าจะบอกให้เธอเลิกคิดบ้าๆบอๆแบบนั้น กลับปล่อยให้เธอทำตามใจ อย่าเสียใจเลยนะ ช่างเหอะ ร้องไห้บ้างก็ดี เผื่อตาฉันจะสว่างๆ มองอะไรได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แล้วเธอจะทำไงต่อไปล่ะ

วันต่อมาพี่เค้าก็มาพูดๆๆ แล้วก็อธิบาย แต่อย่านึกว่าเราเข้าใจนะ ทำไมหล่ะ เธอไม่เข้าใจเหรอ อย่างตาลเนี้ยนะไม่เข้าใจ เข้าใจสิ แต่ทำไงได้ ความรู้สึกเพิ่มพูนมากมายขึ้นเรื่อยๆ ไม่อายที่จะบอกรักพี่เค้าด้วย ไม่รู้ทำไมถึงบอกได้ แต่ตาลไม่ได้โกหกนี่นา ทำไมถึงบอกไม่ได้ ก็เป็นความรู้สึกของตาลจริงๆนี่นา แต่ตาลเธอมีคู่หมั้นแล้วนะ รู้แล้วไม่ต้องย้ำหรอก ก็เธอนั่นแหละทำไมไม่ห้ามกันบ้างล่ะ ปล่อยให้ตาลตามใจพ่อแม่ทำไม เน๊...มาหาเรื่องฉันคนเดียวได้ไง ก็ตาลทำไมไม่ปฏิเสธหล่ะ ไม่รู้เหมือนกัน กลัวไม่มีแฟนมั้ง หน้าอย่างเธอหน่ะนะ กลัวไม่มีแฟน

แล้วตาลจะรู้ได้ไง ว่าตาลจะพบคนที่ตาลชอบและหลงรักพี่เค้าที่เน็ตนี่ แล้วถ้าตาลผิดหวังหล่ะ ช่าง ผิดหวังก็ผิดหวังสิ ขอแค่ให้รู้ว่า มีความสุข เป็นยังไงก็พอแล้ว แล้วไม่กลัวพี่เค้าเสียใจเหรอ ไม่หรอก พี่เค้าไม่ได้รักตาลหรอกนะ ตาลรู้...พี่เค้าแค่มีความสุขที่มีตาลคุยด้วยในบางเวลาเท่านั้น พี่เค้ามีหน้าที่ มีงานมากมาย เค้าไม่มีเวลารักใครหรอก แล้วถ้าตาลเข้าใจผิดหล่ะ คิดเองแบบนี้ไม่ยุติธรรมกะพี่เค้านะ เกิดพี่เค้าจริงจังกะตาลด้วยหล่ะ

รับรองพี่เค้าไม่รอตาลหรอก พี่เค้าอายุมากๆแล้ว อยู่ห่างกันตั้งมากมาย พี่เค้ามีโอกาสที่จะคบหรือยุ่งกะใครก็ได้ พี่เค้าไม่สนใจตาลจริงๆหรอก ตาลคิดแบบนั้นเหรอ คะ...คิด แต่ตาลไม่สนใจนะ ว่าพี่เค้าจะมีใครหรือเปล่า วันนึง...ถ้าตาลพร้อม แล้วพี่เค้าไม่มีใครจริงๆ ตาลจะไปขอให้พี่เค้าแต่งงานกะตาล ถ้าพี่เค้าไม่ยอมแต่งงานกะตาลหล่ะ ไม่ยอมไม่ได้แล้วคะ ก็ตาลให้เวลาพี่เค้าตั้งนานแล้ว ตอนที่ตาลไม่พร้อม ตาลก็ไม่กล้าทำไร แต่เมื่อไรที่ตาลพร้อม รับรองตาลไม่ปล่อยให้พี่เค้าลอยนวลแน่ๆคะ ต้องใช้กลยุทธทุกวิถีทาง ที่เค้าเรียกมายาหญิง ไง คงต้องหัดร่ำเรียนเก็บไว้บ้างแล้ว เผื่อจำเป็นต้องใช้นะ

ตาลมั่นใจขนาดนั้นเลยนะ ที่จริงมั่นใจยิ่งกว่านั้นอีกนะ แต่ไม่อยากคุย เพราะใจหนึ่งไม่กล้าทำให้พ่อแม่เสียใจ แล้วก็ไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียเพื่อนด้วย เพราะถ้าพี่ชาย ไม่มีความผิดอะไร ตาลจะปฏิเสธการแต่งงานกะพี่ชายได้ยังไง ถ้าตาลทำโดยเห็นแก่ตัว พ่อแม่คงเสียใจมากๆ แล้วยังจะพ่อแม่ของพี่ชายคงโกรธตาล แล้วก็พาลโกรธพ่อแม่ของตาลด้วย ธุรกิจของพ่อแม่ทำร่วมกะบ้านพี่ชาย ก็พังเพราะตาลคนเดียว พ่อแม่ให้ทุกอย่างกะตาล ไม่เคยทำให้ตาลผิดหวังและเสียใจอะไรสักอย่าง เรื่องหมั้นก็เพราะตาลเองไม่ได้ปฏิเสธ ทางพี่ชายถึงมาหมั้น เรื่องของตาลกะพี่เค้า มาทีหลัง คงต้องอดทน ยังไงตาลก็มีความสุขอย่างมากมาย ที่ตาลได้รัก และให้ความรู้สึกที่ดีๆกะพี่...คนดีของตาลไปทั้งหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่กะตาล คือหน้าที่และความรับผิดชอบของลูกที่ดีของพ่อแม่เท่านั้น

ตาลขอโทษนะคะ...ขอโทษที่ทำให้หัวใจของตาล ต้องเจ็บปวดและร้องไห้ แต่ในความเจ็บปวดนั้น ก็มีความสุขแฝงอยู่ด้วยเสมอ อา...สอนเราเสมอว่า เราสามารถสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้ เริ่มจากการตั้งเป้าหมาย ที่เปี่ยมไปด้วย “ความปรารถนาอย่างแรงกล้า” ผนึกให้มันฝังแน่นอยู่ในใจตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดจะมาเปลี่ยนแปลงความต้องการอันนี้ไปได้...ตามด้วย “ความเชื่อ” เชื่อว่าความปรารถนานั้น จะต้องเป็นความจริงขึ้นมาแน่ๆ ไม่ว่าด้วยวิถีทางใดๆ มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ...จากนั้น ก็มี “ความคาดหวัง” รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามเวลาที่เรากำหนดได้...เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัจจัยอันแรงกล้า 3 ประการนี้ เกิดขึ้นครบถ้วน ความสำเร็จนั้นย่อมอยู่ตรงหน้าเราเสมอ และอย่าลืมว่า...เราต้องคิดดี...ทำดี...และไม่โลภ ทุกอย่างก็จะดีตามเอง ยังไงตาลก็ไม่ละความพยายาม ที่จะตอบสนองความปรารถนาของหัวใจ ของตาลอย่างแน่นอน

ตาลขอโทษพี่..ด้วยนะคะ ที่ตาลเข้ามาวุ่นวาย กะชีวิตของพี่ แค่ความสุขที่พี่ให้กะตาลนั้น ตาลก็ไม่รู้ว่า ตาลจะตอบแทนพี่ได้อย่างไร ตาลขอให้ความดีของพี่และความรู้สึกที่ดีๆที่พี่มีให้กะตาลเสมอ ส่งผลให้ชีวิตของพี่...ประสบแต่สิ่งที่ดีงาม ตลอดไปคะ

“น้ำตาล”
\[=^-^=]/….\[=^๐^=]/

----------------------------------------------  

สวัสดีครับ...น้องน้ำตาล

พี่ก็มีความสุขมากนะครับ ที่น้องตาลให้ความไว้วางใจพี่และยอมคุยดัวยตั้งแต่วันแรก มันเป็นความรู้สึกที่ดีๆ ที่เรามอบให้ใครสักคนที่เราคิดว่า เขาไว้ใจเราแล้วเราก็มอบความจริงใจให้กับเขา และ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนะเวลานี้ มันเร็วมาก มันอาจจะทำให้เราตั้งตัวไม่ทัน ขอให้น้องตาลคบกับพี่อย่างมีสติ เมื่อเราคุยกัน และ แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกันนั้น ก็เป็นการเรียนรู้ ความคิด และ นิสัยของแต่ละฝ่าย ซึ่งน้องตาลเป็นคนที่ฉลาด รอบรู้ และมีความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ทำให้เราคุยกันได้อย่างไว้ใจ และ มีไม่การปิดปัง

วันนี้...พี่ก็ไม่นึกเหมือนกันนะ ในสังคมออนไลน์ จะเกิดมิตรภาพที่ดีที่เรามีให้แก่กัน นี่อาจจะเป็นการสร้างตัวเองในเงาที่ใครบางคนไม่อยากให้คนอื่นเห็นตัวเอง ในความเป็นจริง แต่สำหรับพี่คิดว่า ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ไม่ว่าเราจะหลอกตัวเอง หรือว่าคนอื่นอย่างไร สักวันเมื่อความจริงปรากฏ ผลลัพธ์ของมัน คงทำลายมิตรภาพอันดีของมิตรที่มีให้ ทุกอย่างนั้นพี่บอกให้ตาลรู้ความจริงทุกสิ่ง ซึ่งตาลต้องประมวล และ คิดอย่างมีเหตุมีผล อย่าใช้อารมณ์ ความสุขนั้นก็จะเกิดขึ้นจริง

จดหมายฉบับที่ตาลส่งให้นั้น ขอให้คำมั่นว่า จะเก็บไว้อย่างดี ซึ่งเป็นความทรงจำที่ประทับใจ และ ขอบคุณน้องตาลอีกครั้งนะ ที่เปิดโอกาสให้พี่ได้คุยด้วย พี่คงไม่เขียนยาวไปนะครับ จนทำให้ตาลหลับก่อนอ่านจดหมายฉบับนี้จบ อยากให้ตาลอย่างเพิ่งเบื่อพี่ก่อนล่ะ เพราะอย่างไรมิตรภาพชองเรา จะเป็นอย่างไรในอนาคต อย่างน้อยมิตรภาพของความเป็นเพื่อนระหว่างเราคงอยู่ตลอดไปนะครับ


คิดถึง พี่..คนนี้บ้างนะครับ
\[=^-^=]/….\[=^๐^=]/

--------------------------------------------

สวัสดีครับ น้องตาล

เป็นมาอย่างไรล่ะครับนี่ น้องตาลบอกให้เราบอกความลับให้ฟัง แลกกันก็เว้นมาตั้งนาน หลายวัน ซึ่งน้องตาลบอกเรามานานแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่เคยผิดคำพูดกับใครด้วยสิ

การที่รู้จักน้องตาลนี่ เป็นโอกาสที่ดีอย่างหนึ่งของนายในชีวิตเลยนะ น้องเขาเป็นคนดี เคารพเชื่อฟังคำผู้ใหญ่ น่ารัก และก็ดื้อเล็ก ๆ ด้วย แต่อย่างไรก็น่ารักนะ

เราบอกน้องเขาบอกหมดเลยนะ ไม่ว่าบ้านเป็นอย่างไร อยู่อย่างไร จำเป็นอย่างไร คิดอย่างไร ชอบใครที่ไหน แล้วทำไมล่ะต้องไปบอกน้องเขาด้วย ก็น้องเขาบอกนายหมดไง น้องเขารักเอ็งนะ “รู้น่ะ” น้องเขาบอกเราแล้ว “แต่จะให้เราทำอย่างไรล่ะ” ไม่รู้สินะนายว่ามันเร็วไปหรือเปล่าล่ะ

แล้วตอนนี้น่ะ เราทำอะไร ก็แคร์กับความรู้สึกของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งเราเพิ่งรู้จักเขา ไม่นานนี่เอง แล้วไงล่ะ น้องเขาก็จริงใจ และก็มีน้ำใจให้นายนะ เราเองก็ไม่เคยหลอกอะไรน้องเขานะ บอกหมดทุกอย่างไม่มีอะไรปิดบัง แล้วทำไมนายต้องบอกน้องเขาล่ะ ก็ต้องบอกสิ ไม่อยากให้น้องเขาเสียใจทีหลังนะ แล้วกับเพื่อนของนายล่ะที่นายชอบเขาอยู่น่ะ เราก็ชอบเขาอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับเราเหมือนกัน แต่ก็บอกเขาไปแล้วนะ ว่าชอบเขา แล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ มันก็ขวางหัวใจเราอยู่นะ แล้วจะให้รักคนสองคนในเวลาเดียวกันเหรอไง มันยุติธรรมกับเขาทั้งสองคนแล้วหรือ มิสู้ทนเจ็บเอาคนเดียวดีกว่า แล้วมันมีเหตุผลอีกอย่างนะ เราอยู่ไกลกันมาก ก็ไม่รู้ว่าจะได้พบกันเมื่อไร แล้วผู้หญิงคนไหนเขาจะไปรอเราล่ะ

นั่นสิ แล้วน้องตาลล่ะ น้องเขายังต้องเรียนนะ คงยังอีกหลายปี เราก็ไม่รู้ว่าน้องเขาจะเลือกทางเดินทางไหน น้องเขาอาจจะมีคนมาชอบอยู่ก่อนแล้วก็ได้ หรือว่า น้องเขาอาจจะมีความจำเป็นในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามนะ เราก็มีความจริงใจให้น้องตาลเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าน้องตาลจะเป็นเช่นไร ก็คงมีแต่ความปรารถนาที่ดีมอบให้อยู่ตลอดเวลา

แต่ว่าอนาคตมันก็ไม่แน่นะ อาจจะเป็นอย่างที่น้องตาลเขาคิดก็ได้ ถ้าวันใดวันหนึ่งที่เราพร้อม ไม่มีใครคนนั้นแล้วที่ยังขวางใจอยู่ แล้วเมื่อวันนั้นที่น้องตาลไม่มีใคร และยังมั่นคง ในน้ำใจให้เรา วันนั้น เราคงไม่รอที่จะบอกรักน้องตาลหรอกนะ

คิดถึง พี่..คนนี้บ้างนะครับ

--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 47
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Nov. 2002,16:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

3 อย่างในการสร้างความสำเร็จให้ตัวเอง
“ความปรารถนาอย่างแรงกล้า”
“ความเชื่อ”
“ความคาดหวัง”

ชอบเรื่องข้างบนนี้มากค่ะ คงโดนใจชาวออนไลน์กันถ้วนหน้า..
เขียนมาอีกนะจ๊ะ น้องน้ำตาล ic-12.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 48
Yaya Search for posts by this member.
English Tutor
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 783
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: 5
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Nov. 2002,19:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โดนอย่างจัง cry3.gif.gif

--------------
ไม่มีข้อโต้แย้ง....ไม่มีข้อผูกมัด....อิสระ....ความพอใจ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 49
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Nov. 2002,22:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

 

พ่อยอดชายของ…ตาล ตอนที่ 1
--------------------------------------  

แล้ววันนั้น.....ก็มาถึง สาวน้อยวัย 17 อย่างตาลก็มี SOMEONE กับเค้าจนได้ ถ้าไม่ใช่กรรม ก็คงจะเวรนั่นแหละ สาวน้อยที่วัน...วัน เอาแต่เรียน...เรียน ก้มหน้าก้มตาบ้าอ่านหนังสือ จนตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อตแล้วนี่ เกิดนึกอยากมีแฟนกะเค้าสักคน ก็เห็นเพื่อน...เพื่อนเค้าเดินกันเป็นคู่...คู่ ก็อยากมีบ้างนะ

ทำไงดีหล่ะ..! เดินไปก็คิดไป จนเดินผ่านสนามบอล เห็นพี่...คนหนึ่ง เป็นหนุ่มวิศวะ รูปงาม หุ่นทรมานใจสาว เป็นนักฟุตบอลของมหาลัยซะด้วย สมองของ...ตาลก็เริ่มปฏิบัติการพิเศษ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย อย่างที่เคยฝึกพลังจิตใต้สำนึกมา ตาล...มานั่งจ้องพี่เค้า ที่ข้างสนามบอลทุกครั้งที่ตาลว่าง ทำแบบนี้อยู่ 3 วัน พี่เค้าก็เริ่มสนใจ...ตาลบ้างแล้ว หันมายิ้ม...ยิ้ม ให้ตาลบ่อย...บ่อย พอวันที่ 5 มีแข่งบอล ระหว่างคณะ ก่อนที่พี่เค้าจะลงสนาม พี่เค้าก็เอาดอกกุหลาบสีแดงมายื่นให้...ตาล ตาลบอกว่า...”ขอบคุณคะ” แล้วพี่เค้า...ก็พูดว่า...”ช่วยนั่งอยู่ตรงนี้ เป็นกำลังใจให้พี่หน่อยนะครับ”...ตาลก็ตอบว่า...”คะ”...นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้พูดกัน

จากนั้น.....พี่เค้าก็มาตกหลุมรัก...ตาลหน่ะสิ ย้ำ! อย่างหัวปักหัวปำด้วยนะ ก็เพราะตั้งแต่เกิดมา ก็ไม่เค้ยไม่เคยกับเค้าสักครั้ง ทำให้...ตาลต้องตัดสินใจอยู่เป็นนาน กว่าจะรับปากเป็นคู่ควงของ...พี่เค้า

เมื่อ.....ความรักเข้าตา คว้าอะไรเป็นเอามาทึ้ง มาคลึงไปซะหมด อารมณ์ประมาณว่าเคลิ้มสุด..สุด โดยเริ่มจากการมองหาข้าวของ เครื่องใช้ สีชมพู ตาจ้องเขม็งไปที่สนามบอล หูคอยเงี่ยฟังเสียงกริ๊ง...กริ๊งจากโทรศัพท์ เริ่มจำกัดอาหาร อย่างเอาเป็นเอาตาย เปลี่ยนอุปนิสัยร้าย...ร้ายไปในทางที่ดี แม้กระทั่ง...เจ้าโคล่า...หมาของอา ที่ตาลเคยแอบเหยียบหางมันเล่นอยู่บ่อย...บ่อย ก็กลายมาเป็นเพื่อนซี้ คอยนั่งฟัง...ตาลรำพึงรำพันถึงพี่เค้าเป็นวัน...วัน บางครั้ง...เดิน...เดินอยู่ก็ยิ้ม..ยิ้มออกมาคนเดียว นั่งเรียนวิชาสถิติ ยากจะตาย คำนวณเพียบ สูตรเยอะแยะ ยังยิ้มออกมาได้เลย อาการแบบนี้...คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ เอาเป็นว่า เราเริ่มจี๋กันเรื่อย...เรื่อยก็แล้วกัน

ความแปลกใหม่ระหว่าง...เรา เป็นอะไรที่น่าค้นหา และท้าทายที่สุด พี่เค้าเกรงใจ...ตาล และ ตาล...ก็ให้เกียรติ...พี่เค้าด้วยเช่นกัน จนเราทั้งคู่เกือบจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปหมดสิ้น แต่ตอนนั้น...ไม่รู้ตัวหรอกนะ ก็เพราะอยากเอาอกเอาใจกันและกันนี่แหละ เหตุการณ์มันก็น่าจะหวานฉ่ำปานน้ำผึ้งนะ ถ้า ตาล...ไม่รีบสลัดรัก...พี่เค้าไปเสียก่อน ที่ตาล...จะรู้สึกว่า ตาลเป็นผู้ชาย หรือ ผู้หญิง กันแน่ เพราะแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราหน่ะสิ มันร้ายแรงจน...ตาล ต้องแอบไปถามแม่ว่า...เมื่อตอนเด็ก..เด็กแอบพา นู๋ ไปผ่าตัดแปลงเพศมาหรือเปล่า อ้าว! นี่เรื่องจริง...จริงนะ

ในที่สุด...ตาลก็ได้รับการพิสูจน์ และ ยืนยันจากแม่ และ ญาติ...ญาติว่า ตาล...เป็นสาวแท้ ที่มีจิตใจเป็นผู้หญิงแบบที่ใคร...ใครเค้าก็เป็นกัน ส่วนพี่เค้า...ก็เป็นชายทั้งแท่ง ที่คอยมายื้อแย่งอาการที่ผู้หญิงพึงมีพึงทำ ไปจาก...ตาลเสียหมดหน่ะสิ

เริ่มจาก.....การอาบน้ำ พี่เค้า...นัดตาลไว้ 10 โมงเช้า ที่บ้านของพี่เค้า ตาล...งดอาหารมื้อเช้า เพราะวันนั้น ตาล...ตื่นสาย ก็เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวไปตามนัด นี่เป็นนัดแรกที่นัดกันที่บ้านพี่เค้าด้วย กลัวพี่เค้าจะว่าเอา...ว่าผู้หญิงก็แบบเนี้ยะ สายเสมอ!! แล้วก็คิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะมื้อเที่ยงแล้ว ตาล...ไปถึงที่หมายตรงเป๊ง ไม่ขาดไม่เกิน เข้าไปนั่งเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ในห้องรับแขก สักครู่...คุณแม่ของพี่เค้าก็ออกมาชวนคุย บอกว่าพี่เค้ากำลังอาบน้ำอยู่ ตาล...นึกในใจว่าถึงเวลานัดแล้วเนี้ยนะ เพิ่งจะอาบน้ำ เอ้า! ไม่เป็นไร พี่เค้าคงดูหนังสือจนดึก ก็ต้องตื่นสายเป็นธรรมดา ตาล...นั่งรอไปยิ้ม ยิ้มไปกับคุณแม่ของพี่เค้า จนเหงือกเริ่มจะแห้งแล้วนะ ทีนี้...ยิ้ม ก็เริ่มหุบลง ทีละขยึก เมื่อเวลาผ่านเลยไปครึ่งชั่วโมง.....สี่สิบห้านาทีก็แล้ว และในที่สุดก็ล่วงเลยไปหนึ่งชั่วโมงกว่า ตาล...เริ่มยิ้มแต่ปาก หากนัยน์ตาเริ่มขวาง แข็งกร้าวและดุดัน ลองนึกถึงภาพหมาที่กำลังโมโหหิว แล้วมีอีกตัวมาแย่งนะ ดูไม่จืดเลยหล่ะคะ ตาล...แค่ต้องการอธิบายให้เห็นภาพชัด...ชัดนะ แต่ตอนนั้น...ตาลจวนจะเป็นลมแล้วคะ

โธ่.....พี่จ๋า พี่ช่างมีมุมไหนหลืบไหนให้ขัดกันมากมายหนอ น่ากลัวจะเหี่ยวไปทั้งตัวแล้วมั้งจ๊ะ เวลาเท่านี้...ตาล ขัดผิว นวดตัว ทำเล็บ สระผม ไดร์ผม แต่งหน้า ไปงานหรู...หรู ได้เลยนะคะเนี้ย เฮ้อ! กลุ้ม

และในที่สุด.....พี่เค้าก็ลงมาพร้อมกลิ่นกายอันสะอาดสะอ้านสะท้านทรวง กลิ่นเวอร์ซาเซ่นุ่ม...นุ่ม หล่อเลี่ยม ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อา! พ่อเทพบุตรสุดหล่อ หุ่นช่างบาดใจ นู๋ เหลือเกิน ก็พอจะคุ้มค่าที่ให้นั่งรออยู่หรอกนะ

แต่เท่านี้.....เรื่องเล็ก ยังมีเด็ดกว่านี้อีก พี่เค้า...เริ่มออกอาการอ้อนแม่ ต้อนหน้าต้อนหลัง ออดอ้อนออเซาะ ขนาด...ตาล ยังทำไม่ได้เท่านี้เลยนะ

ผู้ชาย.....อารมณ์ละเมียดละมัยแบบนี้ ตาล...ก็ปลื้มหรอกนะ แต่ถ้าพี่เค้าเนี้ยบเฉียบไปซะทุกเรื่องแบบนี้ ตาล...ก็เหวอไปเหมือนกันนะ

ตบท้าย.....เย็นวันนั้น พี่เค้าชวนตาลไปช้อปปิ้งอย่างออกรสออกชาติ ตัวพี่เค้าหรอกนะ ที่สนุกสนานเดินหาซื้อของ ขึ้นชั้นนั้น ลงชั้นนี้ ได้อย่างไม่มีเบื่อ รู้ที่เก็บ ที่วาง ไปเสียหมดทั้งห้าง แล้วตอนที่เราเข้าไปหาของใช้ในซูปเปอร์มาร์เก็ตนี่สิ พี่เค้า...ขนาดนับจำนวนกรัมกับราคา คำนวณตัวเลขออกมาแป๊ะ...แป๊ะ ทำตัวเป็นแม่บ้านสุดฤทธิ์ โธ่...พี่จ๋า ปล่อยให้ นู๋ ทำมั้งสิคะ

ตาล.....รู้สึกขอบคุณสวรรค์เป็นที่สุด ที่รักของเรามีอันเป็นไปซะก่อน ตาล...หลีกทางแต่โดยดีให้สาวน้อยหน้าใสที่มาหลงปลื้มพี่เค้าอย่างเอาเป็นเอาตายอีกคน ก็กำลังเบื่อ...เบื่อ เลยทำเป็นเสือสวมรอย ซิ่งไปตามระเบียบ

ตอนนี้.....เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ อย่างน้อย...เราก็ยังชอบอะไรที่เหมือนกันบ้าง ก็...มะขามคลุกน้ำตาล...ที่พี่เค้าชอบแย่งตาลทานบ่อย...บ่อย ไงหล่ะ

คิ๊ก...คิ๊ก คิ๊ก...คิ๊ก คิ๊ก...คิ๊ก

--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 50
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Nov. 2002,22:42 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

 

พ่อยอดชายของ…น้ำตาล  ตอนที่ 2  ฉบับสมบูรณ์
-----------------------------------------------------------

หลังจาก.....ที่ตาล...สลัดรัก พี่นะ พ่อยอดชายของ...ตาล เมื่อตอนที่ 1 เรียบร้อยไปแล้ว ก็มี พี่น้อย เพื่อนสนิทของ...พี่นะ มาคอยชวนตาลคุยอยู่เรื่อย..เรื่อย พี่น้อยคงคิดว่าตาลเหงา และคิดว่า พี่นะ ทิ้งตาลไปมีแฟนใหม่ ที่จริง ตาล กะ พี่น้อยก็พบกันเกือบทุกวันอยู่แล้ว เพราะ พี่น้อยเป็นครูสอนพิเศษว่ายน้ำที่ศูนย์เยาวชนของจังหวัด ปกติ...ตอนเย็น...เย็น ถ้าตาลว่าง ตาลก็จะมาช่วยพี่น้อยสอนเด็ก...เด็กว่ายน้ำเสมอ...เสมอ

พี่น้อย.....เป็นชายหนุ่มร่างสูง ใหญ่ เวลาที่เธอใส่กางเกงว่ายน้ำ เปลือยท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อฟิตเปรี๊ยะได้รูปสวยงาม เซ็กซี่แบบนักกีฬา ผมยาวลงมาถึงต้นคอ มองดูคล้าย...คล้ายสุดหล่อ เดวิด เบคแคม ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยนะ

สายตา.....ซุกซนของตาล ชอบมองเวลาที่ พี่น้อยยกมือทั้งสองข้างขึ้น ตอนวอร์มอัพก่อนลงสระว่ายน้ำ กล้ามเนื้อแทบทุกส่วนของ พี่น้อยจะขยายเกร็งจนเห็นเป็นเส้นไปทั้งร่าง ลอนกล้ามท้องเป็นลูก...ลูก ไม่มีไขมันเลยสักนิด ที่หน้าอกมีไรขน พอชวนมองให้วาบวิว : ) : )

”เพียะ” ..... อ๊ะ...อ๊ะ... เสียงที่ดังขึ้นจนตาลสะดุ้ง พร้อมกับรู้สึกเจ็บที่แขนนิด...นิด

ตาล..... “อุ๊ยสส....นายมาตีเราทำไมเนี้ยะ “
เพื่อน..... “ยังมีหน้ามาถามเราอีก รู้นะ มองอะไรอยู่ ทำยังงี้ได้ไงย่ะ เล่นมองไม่ชวนเลยนะ” คิ๊ก...คิ๊ก : ) : )

ตาล.....กะเพื่อนจะแซว และ ล้อกันเล่นเรื่องแอบมองสรีระของพี่น้อยประจำ ก็เธอหุ่นออกจะ ประมาณนั้น...อื้อฮือ...สาวที่ไหนจะไม่มองจ๊ะ แล้วตาลก็หัวเราะ อิอิ เพราะจนด้วยหลักฐาน พอรู้ตัวว่าถูกจับได้ ก็เขิน แต่...ก็ยังไม่วาย หันไปเถียงเพื่อนข้าง...ข้างคู...คู ทำนองว่า ทีพวกผู้ชาย เค้ายังมองพวกเราเลยนะ ไม่เห็นมีใครว่า แล้วก็น่าดูออกนะ คิ๊ก...คิ๊ก ... : ) : )

บรรยาย.....แต่หุ่นทรมานใจสาวของพี่น้อยจนเพลิน เดี๋ยวเค้าจะนึกว่า “เรื่องเล่าของ...น้ำตาล” วันนี้ เรทเอ็กซ์ ซะหล่ะมั้ง เฮ้อ..!! ผ่านนะ อิอิ : ) : )

พี่น้อย.....เป็นคนพูดน้อย สมชื่อ แล้วก็บางทีก็ ขรึม...ขรึม เหมือนคนมีอะไรอยู่ในใจ เลยมองดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริง..จริง พี่น้อย...เรียนด้วย ทำงานพิเศษไปด้วย ตาลรู้สึกเหนื่อยแทนทุกครั้ง ที่เห็นพี่เค้าวิ่ง หอบ แฮ้ก..แฮ๊ก มาที่สระน้ำ เพื่อที่จะสอนเด็ก...เด็ก บางวัน...ที่ตาลว่าง ตาลก็จะรับอาสา มาช่วยสอนแทน

พี่น้อย.....ทำตัวเหมือนพี่ชาย...ที่น่ารัก และช่างสังเกต พี่น้อย.....จะมีดอกกุหลาบสีขาวก้านยาว ดอกใหญ่...ใหญ่ ติดมือ มาฝากตาลบ่อย...บ่อย แล้ววันหนึ่ง...เธอก็คงทนไม่ได้ ที่เห็นตาลไม่แสดงอาการตื่นเต้น ดีใจที่ได้รับดอกไม้สวย...สวยนี้เลย แม้สักครั้งเดียว

พี่น้อยก็เอ่ยปากถามตาลว่า.....”น้องตาล ไม่ชอบดอกกุหลาบเหรอคะ” พี่น้อยพูดกับตาลอย่างสุภาพเสมอ พี่น้อย ใช้คำลงท้ายว่า “คะ” ได้เสียงนุ่มและไพเราะ

ตาลตอบพี่น้อยว่า..... “ตาลชอบดอกไม้สิคะ แต่...ตาลไม่ชอบให้ดอกไม้ ออกมาอยู่นอกต้นคะ”

หลังจากที่ตาล ตอบพี่น้อยไปแบบนั้น พี่น้อยก็ไม่เอาดอกไม้มาให้ตาลอีก แต่...ผ่านไปแค่ 2 อาทิตย์เองคะ พี่น้อยก็หอบเอาดอกกุหลาบสีขาวสวย...สวยมาให้อีก แต่คราวนี้มาทั้งกระถางเลยนะคะ ตาล...เห็นแล้ว ก็อดที่จะชื่นชมในความพยายามของพี่เค้าที่จะทำให้ตาลประทับใจไม่ได้


ชีวิตในช่วงนั้น.....ของตาลดูมีความสุขจังคะ เย็น...เย็น เลิกเรียน ก็ไปรอพี่น้อยที่สระว่ายน้ำ บางวัน...พี่เค้าติดแข่งบอล ตาลก็อาสามาสอน ว่ายน้ำ แทน เพราะกลัวว่าพี่เค้าจะถูกตัดเงินไป ชีวิต...ของพี่น้อยดูโดดเดี่ยวและเงียบเหงา บาง เสาร์-อาทิตย์ ตาลต้องกลับบ้านที่เชียงราย ตาลชวนพี่น้อย ไปด้วย แต่พี่เค้าจะปฏิเสธตาลทุกครั้ง ว่าพี่ต้องทำงาน แต่พี่เค้าก็ทำงานจริง..จริง ชีวิตมีแต่เรียน..เรียน เล่นบอล แล้วก็ทำงานพิเศษ ที่สระว่ายน้ำ ที่ศูนย์กีฬา พี่น้อย...ใช้เงินที่ตัวเองหาได้ ตาลไม่เคยเห็นพี่น้อยมีธนาณัฐ หรือเครดิตการ์ด แต่พี่น้อยก็ไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงิน

ตาล.....ไม่เคยคาดหวังว่า จะได้รับสิ่งใด...ใด จากพี่น้อย แต่พี่น้อย...ก็แสดงให้ตาลเห็นว่า พี่น้อย “แคร์” ตาลเสมอ เมื่อไรที่พี่น้อยมีเวลา แม้สักนิด พี่น้อย จะพาตาลไปทานข้าวกันสองต่อสอง ในร้านดี...ดี เงียบ...เงียบ นั่งฟังเพลงเบา...เบา ที่มีบรรยากาศน่ารื่นรมย์

ความสุขเหล่านั้น.....ที่เค้าบอกว่า...ไม่ให้เราเพลิดเพลินจนเกินไป มาได้...ก็ไปได้...ตาลไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ชีวิตที่ตาลบอกตัวเองเสมอว่า “ตาล...มีความสุขจัง” ถึงแม้ พี่น้อยจะบอก...รักตาล แล้วตาลก็ไม่เคยรู้สึกว่าตาลรักพี่น้อยจริง...จริง แต่ตาลก็ไม่ได้รักใคร และไม่มีใคร ไม่มีจริง...จริงคะ ตาล...แค่รู้สึกว่าพี่น้อยเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อนต่างเพศที่รู้ใจ และคุยกันได้ ตาลไม่เคยคิดไกลไปว่าต้องเป็นคู่รัก ต้องเป็นแฟน เพราะตาลเพิ่งจะผ่านความรู้สึกรักปลอม...ปลอมกับ พี่นะ มาไม่นานนี้เอง ตาลยังกลัว...กลัวอยู่ว่าวันหนึ่ง ตาลจะเจอ “เกย์” อีก เป็นคนที่ 2 มั้ย?

คะ.....ตาลต้องร้องไห้ และ เสียใจอีกแล้ว ตาล...คิดว่าทำไมหล่ะชีวิตเราต้องเจอแต่เรื่องเศร้า...เศร้า

ตาล.....เริ่มไปไหน มาไหนกับพี่น้อยบ่อย...บ่อย เมื่อประมาณกลางเดือน มกราคม 2543 ในไดอารี่ของตาล กะ ของพี่น้อย ซึ่ง...ตาลขอมาจากคุณแม่ของพี่น้อย มีข้อความบางตอนที่บันทึกไว้คล้าย...คล้ายกัน ว่า.....

16 มกราคม 2543.....ไปเที่ยวดอยอินทนนท์ กับเพื่อน...เพื่อน ทำกระจกรถคนอื่นแตก ต้องเรี่ยไรเงินกัน ซ่อมให้เค้า ...ฯลฯ

6 กุมภาพันธ์ 2543.....มีสงครามกล้วย..!! พอดีต้นกล้วยหลังบ้านพักของพี่น้อย สุกงอมมาก ไม่มีอะไรทำ ก็เลย เอากล้วย มาปาเล่นกัน เลอะเทอะไปหมดเลย พี่น้อย...เอากล้วยมาขยี้ใส่หัว...ตาล ล้างกว่าจะหมดตั้งหลายชั่วโมง ยายต้นตาล...บ่นใหญ่ “คนอะไรเล่นบ้า...บ้าจัง! ”

13 กุมภาพันธ์ 2543.....วันนี้...ตื่นมาโคตรเซ็งเลย แทนที่วันหยุดจะได้นอนหลับสบาย...สบาย แต่ต้องตื่นมาแต่เช้าเหมือนวันอื่น...อื่น เพราะเสียงเพื่อนบ้านทะเลาะกัน ด้วยความฉุนทนนอนต่อไปไม่ไหวแล้ว ต้องลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวออกไปขับรถเล่น ได้เห็นบรรยากาศธรรมชาติในตอนเช้า รู้สึกสดชื่น และสบายขึ้นหน่อย แต่รู้สึกว่าจะขาดอะไรไปอย่างนะ รำคาญชะมัด..ออ..! นึกได้แล้ว ขาดตัวกวนนั่นเอง สายจะตายแล้ว...ยังไม่โทรมาอีก

โทร.ไปเองก็ได้ว่ะ.....น้องตาล ยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ
ตาล..... บอกแล้วไงคะ ว่าวันนี้วันหยุด จะตื่นเที่ยง เมื่อคืน ตาลทำรายงานจนเกือบเช้านะ ตาลไปนอนก่อนนะคะ บ่าย...บ่าย ค่อยพบกันนะคะ บ๊ายบายคะ ...ฯลฯ

14 กุมภาพันธ์ 2543.....วันนี้ตื่นมาคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันแห่งความรัก ที่ใคร...ใคร เขามีความสุขกัน โดยส่งการ์ด แล้วก็ดอกกุหลาบให้คนที่เขา...รัก ส่วนเรา...ก็พลอยดัดจริตมีดอกกุหลาบกับเขามั่ง อย่านึก...เลยว่ายายต้นตาลจะให้ดอกกุหลาบเรา เฮ้อ...ชีวิต เหงาโว้ย..! แต่ก็เอา...ดอกกุหลาบมาใส่แก้วลอยน้ำไว้ดูเล่นเองอย่างงั้นแหละ ก็ยังดีที่อุตส่าห์มีกุหลาบให้เก็บ โธ่...ยายต้นตาลเอ่ย เมื่อไร...น้องตาลจะยอมรับพี่สักทีนะ ไม่เป็นไร...สู้..สู้  

ต่อแต่นี้.....ช่วงความสุขของเรา ก็เริ่มลดน้อยลงไปเรื่อย...เรื่อย เนื่องจาก.....

20 มีนาคม 2543.....ตอนหัวค่ำไป คลีนิคใกล้...ใกล้บ้าน เพราะรู้สึกปวด และ แน่นหน้าอกจนทนไม่ไหว ตัดสินใจ X-Ray ดู หมอวินิจฉัยว่าเป็น “โรคปอดบวม“ รู้สึกใจหาย ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตัวเองจะ เจ็บ-ไข้ ถึงขนาดนี้ อุตส่าห์ทำใจแข็งต่อสู้กับมันมาตั้งหลายวัน ตกลง หมอให้ยามาทานดูก่อน 1 อาทิตย์ ......

21 มีนาคม 2543 .....ตื่นขึ้นมาตอนเช้า รู้ตัวเองดีว่า ชักไม่ค่อยดี แต่ก็ฝืนใจไปสอบ ไม่อยากขาดสอบ ระหว่างที่สอบอยู่นั้น มันช่างทรมานเหลือเกิน ไอ..ไอ..ไอ..ๆๆๆๆๆๆ พร้อมกับอาการแน่นหน้าอกก็ยิ่งมีมากขึ้น แต่ก็พยายามแข็งใจสอบจนเสร็จ

22 มีนาคม 2543 .....เพลียมาก เพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ก็อีกเช่นเคย แข็งใจไปสอบ เพราะไม่อยากขาดสอบ ต้องลงเรียนใหม่ เสียเวลา เสียเงินอีก แต่ว่า...ในที่สุดเราก็แพ้มัน ฝืนอยู่ได้แค่ ช่วงเช้าเท่านั้น ช่วงบ่ายก็ต้องขอลาป่วย มันเป็นลางที่จะบอกว่า ตั้งแต่นี้ไป แก...มีแต่จะทรุดลง...ทรุดลง และก็เป็นจริง พอถึงบ้าน...ต้องรีบนอนทันที ทั้ง...ทั้งที่รู้ว่า...นอนไม่ได้ ก็อยากจะนอน เพราะมันไม่ไหวจริง...จริง

23 มีนาคม 2543 .....อาการยังทรุดลง ยิ่งเท่ากับไม่มีอะไรดีขึ้น “โรคมายา...โรคออเซาะ” เอ..! มีเพื่อน..เพื่อนปากหมา...ช่วยวินิจฉัยโรคให้เราใหม่แล้วสิ มันเก่งกว่าหมออีกแน่ะ !

24 มีนาคม 2543 ..... วันนี้รู้สึกจะแย่ที่สุด ปวดขนาดหลังแตะพื้นไม่ได้ ทั้งคืน...เรานอนไม่ได้เลย ทุรนทุราย จนสว่าง เลยไปนั่งฟุบอยู่หน้าบ้าน ก็เลยค้นพบวิธีนอนใหม่ คือนอนฟุบไปกับโต๊ะ ก็พอหลับลงได้บ้าง

25 มีนาคม 2543 ..... เหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่ตอนนอนตอนกลางคืนก็ใช้วิธีที่ค้นพบ เมื่อตอนเช้า คิดเสียว่าเรานั่งรถไปไหนไกล...ไกล สักแห่ง แต่ไม่ใช่รถทัวร์ เป็นรถธรรมดา เพราะมันเป็นไม้ เอนไม่ได้ และ ก็ต้องฟุบกับโต๊ะ หลับ...หลับตื่น...ตื่น ไปตามเรื่อง เซ็งขึ้นมาก็ ไอ...ไอ...ไอ..ไอ จนตัวโก่ง ระบมไปหมดทั้งตัว เพื่อน...เพื่อน คงกลัวติดโรคจากเรารึไง ไม่รู้ พากันย้ายไปนอนที่อื่นกันหมด เหลือเราอยู่คนเดียว เฮ้อ...เพื่อน..!

26 มีนาคม 2543 ..... วันนี้เช้า...น้องตาลมาอยู่เป็นเพื่อน เราก็เอาแต่นอนอย่างเดียว รู้ตัวเองดีว่า มันใกล้ถึงขีดสุดแล้ว แต่ก็แข็งใจทนมันต่อไป น้องตาล...อยู่ดูแลเราจนดึกมากถึงกลับไป...อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน.....ฯลฯ. น้องตาล...ดีกับเราเหลือเกิน เพื่อน...เพื่อนที่กินนอนมาด้วยกันเป็นแรมปี ดันเสือ..กกลัวติดโรคจากเรา....เฮ้อ..!

27 มีนาคม 2543 ..... โคตรซวย..! นอนโรงพยาบาล.....วันนี้..รู้สึกว่าจะเลวร้ายที่สุด ก็ฝืนเอา ก็พยายามนอน อยากนอนมาก เพราะมันเจ็บ ปวดหน้าอกไปหมด ถ้าหลับก็คงจะไม่รู้สึกเจ็บ หรือไม่ก็น้อยลง น้องตาล...คงเหงา ที่เห็นเราเอาแต่นอน ก็เข้ามาแหย่เล่น แต่เราไม่สนุกด้วยเลย มันเจ็บ มันระบม ไปหมดทั้งตัว ก็เราไม่แสดงออกว่าเราเจ็บป่วยมาก...มากอย่างที่เรารู้สึก น้องตาล...คงอยากให้เราดูร่าเริง สนุก...สนุก เหมือนอย่างปกติ น้องตาล...ก็เอาแต่แกล้ง...แกล้ง บอกว่าอย่า..! ยายต้นตาลก็ไม่ฟัง ไม่เชื่อ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เรานึกโมโหขึ้นมา จะทำอะไร น้องตาล ก็ทำไม่ได้ ...เรารักน้องตาล...เสียแล้ว รักมากมายเหลือเกิน น้องตาล...ดีต่อเราทุกอย่าง ตอนนี้เรามี...น้องตาล...คนเดียว คนเดียวจริง..จริง ก็ทำไร ไม่ได้ ก็ร้องไห้ดีกว่าโว๊ยสส...จะได้หายยั้ว นี่ถ้าปกติธรรมดาแล้ว ถ้าเราทำอะไรใครไม่ได้ เราจะวาดรูปคนนั้น ลงบนลูกบอล แล้วก็เอาไปเตะอัดกับกำแพงแรง...แรง ถึงจะหายแค้น

29 มีนาคม 2543 ..... มานอน ที่นี่ ได้ 2 วันแล้ว ฉีดยาไป 12 เข็ม นอนระบบไปทั้งตัว เพราะฤทธิ์ยา วันหนึ่ง...วันหนึ่ง ก็ได้แต่นอนคิดถึงตัวเอง คิดถึงความลำบาก...คิดถึงความเคราะห์ร้าย คิดถึงแต่ความชั่วร้าย ที่ซ้ำประดัง คิดถึงชีวิตที่แสนอาภัพ ชีวิตที่รำเค็ญ ตลอดที่ผ่านมาในชีวิต บางครั้งรู้สึกท้อแท้ ไม่อยากที่จะสู้ ....

30 มีนาคม 2543 ..... รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาก อย่างผิดสังเกต แต่ที่น่าเบื่อ ก็ยัง ไอ...ไอ...ไอ...ไอ...นั่นเอง คิดว่าถ้าโชคดี เราคงหายในไม่ช้านี้ สงสาร...น้องตาล ที่คอยเป็นธุระให้ ชั่วชีวิตนี้ ขอสาบานว่า จะไม่ลืม...ผู้หญิงที่แสนดีคนนี้เลย ” นิชา.....” ความจริงใจ...น้ำใจอันประเสริฐ...ความเห็นใจ...ความห่วงใย...ความเอื้ออารี...ความกังวลวิตกแทน...น้องตาล...มีให้เราเต็มเปี่ยม สาวน้อย...เธอใจดีเหลือเกิน สิ่งที่เราได้รับแล้ว เราจะตอบแทนได้อย่างไรกัน ไม่ว่าจะกี่ชาติ...กี่ภพ...จะขอตามจนหมดสิ้น....ฯลฯ.

31 มีนาคม 2543 ..... รู้สึกดีขึ้นมาก อาจจะเป็นเพราะกำลังใจเราดีกระมัง ถึงได้คิดอย่างนั้น ตอนหัวค่ำ...หมอเข้ามาคุยด้วย คุยเรื่อง...”เนื้องอกที่ขั่วปอด”...และ การรักษา รู้แล้วแทบช็อก ยาเข็มละ 1 พันบาท ทำให้หมดกำลังใจเลย อยากจะปล่อยและให้เป็นไปตามบุญตามกรรม ก็อีกเช่นเคย...น้องตาล...คอยปลอบและให้กำลังใจ ร่วมทั้งคอยให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง....

1 เมษายน 2543 ..... วันนี้วันเกิด น้องตาล น้องตาล...กลับบ้านที่เชียงราย บอกว่า แม่ให้กลับไปทำบุญ เราก็นึกว่า...วันนี้คงไม่เจอ น้องตาล แล้ว กำลังนอนมองเพดานคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เหงา...เหงา อยู่พอดี น้องตาล...ก็สะพายเป้ใบเล็ก..เล็กเข้ามา เราดีใจมาก และดีใจจนบอกไม่ถูก เมื่อได้ยิน น้องตาล...บอกกับนางพยาบาลว่า “พี่ไปพักเถอะคะ คืนนี้ ตาลจะอยู่ที่นี่เอง เช้า...เช้า พี่ค่อยมาลงเวลาออกเวรก็ได้คะ“

เรารู้ตัวเลยว่า.....เรานอนยิ้มหวาน ทั้งหน้า ทั้งใจ และ คงทุกส่วนของร่างกาย ที่บ่งบอกถึงความสุข และ ดีใจอย่างมากมาย มันเป็นแบบนี้เองเหรอ...เราถามตัวเองว่า เราฝันไปหรือเปล่า...แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ

เสียงน้องตาลก็บอกว่า.....พี่น้อยลุกเดินไหวมั้ยคะ
เราถามน้องตาลว่า.....ทำไมเหรอ?
น้องตาลก็ตอบว่า.....พี่น้อยลืมแล้วเหรอคะ ว่าวันนี้...วันเกิดของตาลไงคะ?
พี่น้อย.....ไม่ลืมจ๊ะ
ตาล.....พี่เปลี่ยนชุดนี้นะ
พี่น้อย.....ทำไมต้องเปลี่ยนหล่ะ?
ตาล.....พี่เปลี่ยนชุดสิคะ ไม่เปลี่ยนจะออกไปจากโรงพยาบาลได้ไงคะ
พี่น้อย.....เราจะไปไหนกัน
ตาล.....ตาลไม่เคยเลี้ยงวันเกิดเลยนะคะ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ตาลจะเลี้ยงไอติมพี่
พี่น้อย.....เรากลั้นหัวเราะไม่อยู่ เป็นหัวเราะที่มีความสุขและดังที่สุดในชีวิตของเรา
เราบอก.....ยายน้องตาลเอ่ย...พี่จะทานไอติมกับน้องตาลได้ไง พี่ป่วยอยู่นะ
ตาล..... เมื่อวาน...ตาลถามคุณหมอแล้ว คุณหมอบอกว่า..ทานได้คะ
พี่น้อย.....เอ้า...ไปก็ไป
น้องตาล......ยิ้มหวานสมชื่อ เธอคงดีใจ ไม่แพ้เราหรอกนะ

2 - 3 เมษายน 2543 ..... หายเหงาไปเยอะ เพราะน้องตาลอยู่เป็นเพื่อน น้องตาล มีเรื่องเล่าของน้องตาลเยอะแยะ เราฟังไม่รู้จักเบื่อ จบเรื่องนี้ ต่อเรื่องนั้น น้องตาล...ก็เล่าไปเรื่อย...เรื่อย บางครั้งก็ออกท่าออกทาง เราหัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด ต้องบอกให้น้องตาลหยุด..หยุดก่อน ระหว่างที่น้องตาลเล่าเรื่องอะไรต่ออะไรมากมาย เรามองเธอด้วยความสุข วันหนึ่ง...เราต้องชนะใจเธอให้ได้ ถึงแม้...น้องตาลจะดีกับเรามาก...มาก แต่เราไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่า เธอรักเรา เธอเป็นคนมีน้ำใจ ถ้าคนอื่นเป็นอย่างเรา เธอก็คงช่วยเหลือเช่นกัน เฮ้อ..ไอ้น้อยเอ่ย .. ! เจ้ามีบุญ หรือ มีกรรมกันแน่ว่ะ ที่ได้มาเจอ...น้องตาล เด็กผู้หญิง ที่ใจดีแบบนี้ จะหาได้ที่ไหนอีกมั้ยเนี้ยะ เฮ้อ..!

4 เมษายน 2543 ..... อาการดีขึ้นเยอะ จนคิดว่า ตัวเราเองหายแล้ว แต่ หมอบอก เอาให้แน่ก่อน ที่จริงถ้านอนฟรี..! เราจะไม่ขัดเลย ยิ่งผ่านไปนานวันเท่าใด ก็หมายถึงค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย...เรื่อย ก็ไม่อยากรบกวน น้องตาล...มาก...มาก ก็เลยบอกหมอว่า ไปพักผ่อนที่บ้าน แล้วค่อยมาหาหมอตามนัดดีกว่า...

5 เมษายน 2543 ..... วันนี้...ทานได้เกือบ 100% แล้ว น้องตาล...ไปเรียนแต่ยังอุตส่าห์สั่งให้แม่บ้านทำข้าวต้มกุ้งมาฝาก วันนี้...มีอะไรมา ซัดเรียบหมด รู้สึกเจริญอาหารดี

7 เมษายน 2543 ..... ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

8–12 เมษายน 2543 ..... ไปเป็นเพื่อน น้องตาล เรียนซัมเมอร์

12 เมษายน 2543 ..... ตั้งแต่.....พี่น้อยออกมาจากโรงพยาบาล กลับมาอยู่บ้าน บางครั้งดูเหมือนค่อยยังชั่วแล้ว แต่บางวันพี่น้อยก็ไอ...ไอ..มาก..มาก กว่าเก่าอีก พี่น้อยแอบป้วนเสมหะทิ้งในห้องน้ำ คิดว่าตาลไม่รู้ พี่น้อย...ไอออกมาเป็นเลือดก้อน...ก้อน ทีละมาก...มาก แต่พี่น้อยทำเป็นเหมือนไม่มีอะไร เพื่อน...เพื่อนพี่น้อยคงเห็น แล้วก็กลัวว่าพี่น้อยจะเป็นวัณโรค แบบเป็นโรคติดต่อ เลยพากันหนีหน้าไปหมด เวลาพี่น้อยไป มหาลัย กะ ตาล พี่น้อยก็ไปแอบ นั่ง...นั่ง นอน...นอน อยู่ใต้ต้นไม้ ไกล...ไกลตึกเรียน ไม่ให้ใครเห็น ถ้าเพื่อน...เพื่อนบังเอิญเดินผ่านมาเห็น เค้าก็จะทำท่ารังเกียจพี่น้อยอย่างออกหน้า แบบคนที่ไม่มีน้ำใจเลย ตาล...รู้เลยว่าพี่น้อยเสียใจที่เพื่อน..เพื่อนเป็นแบบนั้น บางครั้ง...ตาลเห็นพี่น้อยร้องไห้ ตาลคิดเอาเองว่า ถ้าผู้ชายตัวโต..โต ร้องไห้ได้ เค้าคงอาการแย่มาก...มากแล้ว    


13 เมษายน 2543 ..... ออกไปเล่นสงกรานต์ สนุกมากครับ

14 เมษายน 2543 ..... พี่น้อย..ป่วยอีกแล้ว เป็นความผิดของตาลเองที่ปล่อยให้พี่เค้าไปเล่นสงกรานต์ ตาล...โทรหา พ่อแม่ที่เชียงราย และขออนุญาตพ่อแม่ พาพี่น้อยไปรักษาที่ ศูนย์มะเร็ง ที่ โรงพยาบาลศิริราช ที่กรุงเทพฯ ตามหมอบอก หมอมีหนังสือโอนผู้ป่วยและประวัติการป่วยของพี่น้อยมาให้ด้วย ตาล กะ พี่น้อย มาเครื่องบินถึงกรุงเทพฯประมาณ 17.30 น. ตาลพาพี่น้อยไปพักที่บ้านก่อน 1 คืน

15 เมษายน 2543 ..... ป้าแม่บ้านบอกว่า โรงพยาบาลของรัฐคนเยอะมาก คุณต้องไปแต่เช้ามืด คุณถึงจะได้คิวทันตรวจตอนเช้า ตาลก็ไม่ได้คิดว่า แค่ไป โรงพยาบาลเพื่อโอนย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช ที่กรุงเทพฯนั้น จะยุ่งยากมากมาย ก็ไม่ได้ขอให้พ่อแม่ช่วยอะไร ก็คิดว่าทำเองได้ ประมาณตี 4 ตาลก็ขับรถพาพี่น้อยไปโรงพยาบาล ไม่ได้ให้คนขับรถไปด้วย เพราะไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ตาลก็แค่ถามทาง แล้วก็ขับไปเอง ตาลมาถึงโรงพยาบาลประมาณ ตี 4.30 น.

พอไปถึง.....ตาลอยากร้องไห้จังคะ นี่เหรอ โรงพยาบาลของรัฐ ชีวิตนี้ เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก โธ่...เรา ตาลกะพี่น้อย มองหน้ากันแบบ ไม่รู้จะยิ้มหรือจะทำหน้าไงดี ร้องเท้าแตะหน้าเค้าเตอร์ที่ลงทะเบียนผู้ป่วย ยาววววววมากเลยคะ ไม่มีคน มีแต่ร้องเท้าเข้าแถวอยู่ โอ๊ยสสส...ยายต้นตาลเอ่ย เสียงพี่น้อย เรียกตาลเบา...เบา ตาลก็บอกพี่น้อยนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ ตาลจะไปหารถเข็นมาให้พี่นั่งสักคันก่อนนะ จากนั้น...ประมาณอีก 2 ชั่วโมงต่อมา เราก็ได้ บัตรผู้ป่วย ถึงแม้พี่น้อยจะมีแฟ้มประวัติผู้ป่วยมาจากโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ แต่ดูเหมือน...แฟ้มนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย พี่น้อย...ต้องเริ่มต้นใหม่หมด ตั้งแต่เช็คอัพ X-Ray เจาะไขสันหลัง ตาลจำได้ไม่มีวันลืม ถ้าพี่น้อย ไม่ห้ามตาลไว้ ตาลเกือบทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลหลายครั้งภายใน 1 ชั่วโมง ต้องบอกว่าชุ่ย..!! มากนะคะ เล่าตรงนี้คงไม่จบแน่ ใครอยากรู้ก็ลองไปที่โรงพยาบาลนี้เองแล้วกันคะ

แค่.....ตรวจร่างกาย ก็อยู่คนละตึก เดินเข็นรถแค่ไป...ไปมา...มา เพื่อช็คอัพ...X-Ray…เจาะไขสันหลัง กว่าจะได้ห้องพักปาเข้าไป จะ 1 ทุ่มแล้ว ตาลกับพี่น้อย ไม่ได้ทานอาหารกลางวันและอาหารเย็นเลยในวันนั้น เราดื่มนมกันคนละ 1 กล่อง แค่นั้น ตาล...เหนื่อยจนทานไม่ลง แล้วก็เหม็นยามาก...มากด้วย อยากเป็นลมตั้งหลาย...หลายครั้ง แต่เป็นไม่ได้ เพราะใครจะดูแลพี่น้อยหล่ะ บุรุษพยาบาล และนางพยาบาลที่นี่ ต้องจองก่อนล่วงหน้า ไม่มีให้บริการเราเลย ทุกครั้งที่เข็นรถพี่น้อยลงทางลาด ตาลก็แทบจะดึงรถไม่อยู่ เพราะด้วยความฉลาดน้อยไม่รู้ว่าควรจะเดินถอยหลัง กว่าจะมองเห็นคนอื่นเค้าทำยังไงก็เกือบบ่ายแล้วคะ ตาลบอกพี่น้อยไปโรงพยาบาลเอกชนเถอะ แต่พี่น้อยไม่ยอม พี่น้อยไม่อยากรบกวนที่บ้านตาลมาก...มาก ตกลงวันนั้นพี่น้อยก็ได้เข้าไปพักในห้องผู้ป่วย ประมาณ 1 ทุ่มกว่าแล้ว

คืนนั้น...ยังหาพยาบาลมาเฝ้าผู้ป่วยไม่ได้ ตาลก็โทรให้ป้าแม่บ้านเอาเสื้อผ้ามาให้แล้ว อยู่เป็นเพื่อนพี่น้อย จนถึงเย็นวันที่ 16 เมษายน 2543

แล้วก็.....กลับไปเรียนซัมเมอร์ต่อ ตาล...ฝากพี่น้อยไว้กับ ป้าแม่บ้านที่กรุงเทพฯ บอกฝากกับอาอ้อย กับพี่นิด กับพี่หน่อย บอกกับทุกคนที่เป็นญาติตาลและพอมีเวลาไปดูพี่น้อยให้ ทุกคนใจดี ช่วยกันผลัดไปเยี่ยมพี่น้อย ทุกวันต้องมีใครคนใดคนหนึ่งไปเยี่ยมพี่น้อยที่โรงพยาบาลเสมอ...ไม่ได้ขาด เพราะตาลบอกกับทุกคนว่า พี่น้อยไม่มีญาติ ก็ตาลไม่เคยได้ยินพี่น้อยเล่าเรื่องครอบครัวของพี่น้อยเลย ตาล...เป็นคนที่ไม่ซัก ไม่ถาม ไม่อะไรทั้งนั้น บอกตาลให้รับรู้แค่ไหน ก็แค่นั้น จนบางครั้งพี่น้อยก็ต่อว่าตาล หาว่าตาลไม่สนใจพี่น้อยเลย ตาล...ก็บอกว่า อยากให้...ตาลรู้อะไรก็บอกตาลสิคะ ตาล...ไม่รู้จะซักถามทำไมนี่นา.....

วันไหน.....ที่ตาลว่าง ไม่มีเรียน ตาลก็เข้ามากรุงเทพฯ เยี่ยมพี่น้อยเสมอ และ เมื่อวันที่

2 พฤษภาคม 2543 ..... ตาล...ต้องกลับไปเรียนและสอบซัมเมอร์ ช่วงนั้นตาลก็รู้สึกว่า พี่น้อยไม่มีอาการดีขึ้นเลย นอกจากทรุดลงทุกครั้งที่ตาลเห็น ร่างกายของพี่น้อย ที่ตาลเคยแอบมองและชื่นชมนั้น เดี๋ยวนี้...เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ผมที่ยาวสวย...สวยก็หลุดร่วงไปหมดแล้ว ดวงตาแห้ง...แห้งปราศจากแววของพี่น้อย ยังติดตาตาลอยู่ตราบทุกวันนี้

ตาล.....ตัดสินใจเสียมารยาท แวะไปที่บ้านพักของพี่น้อย บอกลุงที่เฝ้าบ้านว่า ขอเข้าไปค้นหาเอกสาร ที่อาจจะมีที่ติดต่อใครที่เป็นญาติของพี่น้อยได้บ้าง ลุงที่เฝ้าบ้าน ก็คือเจ้าของบ้านเช่าของพี่น้อยนั่นเอง เธอใจดีกับพี่น้อยมาก เวลาที่พี่น้อยอยู่ที่นี่ ตาลไม่มา ลุงก็ช่วยดูแลพี่น้อยเสมอ วันนี้...ก็เช่นกัน ลุงเข้าไปช่วย...ตาลค้นหาด้วย เราตั้งใจค้นหากันอยู่ประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เกือบจะหมดความพยายามกันอยู่แล้ว ก็พอดีเจอแฟ้มที่พี่น้อยเก็บเอกสารสำคัญไว้พอดี มีสำเนาทะเบียนบ้าน ที่ จังหวัด พะเยา มีชื่อ บิดา มารดา ตาล...ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ อย่างน้อย...น้อย พี่น้อยน่าจะดีใจนะ ที่จะได้พบกับพ่อแม่ พี่น้อยอาจมีกำลังใจสู้กับชีวิตอีกสักนิดก็ได้ แค่เป็นความหวังเล็ก...เล็กที่ตาลคิดเท่านั้น

หลังจาก.....ตาลโทรเลขไปให้พ่อแม่ พี่น้อยไม่ถึง ครึ่งวัน ก็มีโทรศัพท์จาก คุณแม่พี่น้อย ถึงตาล เสียงคุณแม่พี่น้อย ดูใจดี ขอบใจ ตาลมากมาย แล้วท่านก็บอกว่าท่านจะเดินทางไปกรุงเทพฯ พร้อมกับพ่อของพี่น้อย ตอนนั้น.....ตาลยังไม่เข้าใจหรอกนะคะ ว่าทำไม พี่น้อยไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวของพี่น้อยให้ใคร...ใครรู้เรื่องเลย

3 มิถุนายน 2543 ตาล.....มากรุงเทพฯ อีกครั้งหลังจากสอบเสร็จ พบกับ พ่อแม่ของพี่น้อย ทั้งสองท่านดูจากการแต่งตัว เรียบร้อยดี พูดจาก็ไพเราะ ท่าทางเค้าดีใจมาก...มากที่พบตาล...คุยกับตาลเหมือนลูกหลาน ไม่รู้ช่วงที่พ่อแม่พี่น้อยมากรุงเทพฯก่อนตาลนั้น พี่น้อยโม้อะไรให้พ่อแม่ฟังบ้าง พ่อแม่พี่น้อยถึงทำท่ารักตาลจัง กว่าจะทักทายกับพ่อแม่และญาติ...ญาติ ของพี่น้อย เป็น สิบจนครบทุกคน ก็เล่นเอาเวียนหัวเลยนะคะ

พี่น้อย.....กระซิบบอกแม่ว่า ต้องการอยู่กับ...ตาลสองคน พ่อแม่พี่น้อยก็พาคนอื่นออกไปข้างนอก พอทุกคนลับตาไป พี่น้อยก็เอ่ยปากต่อว่าตาลใหญ่เลย ไม่ใช่เรื่องที่บอกพ่อแม่ของพี่น้อยนะคะ แต่เป็นเรื่อง...ที่ตาลหายไปหลายวัน ไม่ใช่หลายวันสิคะ เป็นเดือนเลยคะ พี่น้อย...กล่าวหาว่าตาลลืมพี่น้อยแล้ว ทำไมหายไป ตาล...ก็บอกว่า พี่ลืมเหรอคะ ตาล...โทรหาพี่ทุกวันนี่คะ พี่ไม่เห็นบอกว่าต้องการให้ตาลมาหาพี่ แล้วพี่...ก็มีพ่อแม่ญาติพี่น้องมาอยู่เยี่ยมมากมายแล้ว ตาลเป็นคนนอก ตาล...ไม่กล้ามาหรอกคะ ตาลไม่รู้ว่าตาลจะทำตัวยังไง แล้วอีกอย่างตาลก็ยังสอบไม่เสร็จเลยนะคะ ตอนนี้...ตาลสอบซัมเมอร์เสร็จแล้ว พอมาได้ ตาลก็มาหาพี่ไงคะ พี่น้อย...พูดอะไรอีกมากมาย ตาลฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะเสียงพี่น้อยเปลี่ยนไปแล้ว เบาและแหบ...แหบ เกือบจะไม่ได้ยิน

วันนั้น....หน้าพี่น้อย บวม...บวม แขนและมือก็บวมทั้งสองข้าง พี่น้อย...ขอให้ตาลจับมือพี่น้อยไว้ให้นานที่สุด ตาล...ก็ทำตามที่พี่น้อยขอ ระหว่างที่ตาลจับมือพี่น้อย...อยู่นั้น ตาล...มองเห็นแหวนนามสกุลของตาลติดอยู่ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของพี่น้อย...ตาลเกือบลืมไปแล้วว่า แหวนนามสกุลของตาล อยู่กับพี่น้อยตั้งแต่เมื่อไร พี่น้อยเห็นตาลมองแหวน พี่น้อยก็ถามว่าจำแหวนวงนี้ได้มั้ย ตาล...ก็บอกว่าจำได้สิคะ ก็ของตาลเอง ทำไมจะจำไม่ได้ ตาลทำแหวนวงนี้หาย ที่สระน้ำ ตั้งแต่วันแรกที่ตาลเข้ามาเป็นน้องใหม่ของ ม.ช. ตาลขึ้นไปกระโดดสปริงบอร์ด แล้ววันนั้นแดดแรงมาก ตาลก็ทาครีมกันแดดเยอะ...เยอะ มือคงลื่น...ลื่น แหวนที่ใส่อยู่ที่นิ้วกลางข้างซ้ายก็หลุดลงน้ำหายไปเมื่อไรก็ไม่รู้ ช่วยกันหาตั้งหลายคน ก็ไม่เจอ จนพวกเราคิดว่า แหวนไหลลงท่อระบายน้ำไปแล้ว ก็เลิกหา .....

มีรุ่นพี่.....คนหนึ่ง ก็คือพี่น้อยนี่แหละ ตะโกนบอกว่า ไม่เอาแล้วใช่มั้ยครับ ถ้าผมหาเจอ ก็เป็นของผมเลยนะครับ หลังจากนั้น...ตาลก็ไม่เคยเห็นแหวน หรือได้ข่าวคราวของแหวนวงนี้อีกเลย จนกระทั้งวันนี้...ถึงรู้ว่า พี่น้อยเก็บแหวนวงนี้ไว้ตลอด พี่เค้าก็ใส่อยู่ตลอดนะ ตาล...ก็เห็น แต่ตาลไม่เคยนึกว่าเป็นแหวนนามสกุลของตาล คงเป็นเพราะตาลไม่ได้สนใจมั้งคะ

พี่น้อยบอกว่า.....พี่จะเอาไปด้วย พี่น้อยพูดแปลก...แปลก เหมือนจะลาไปไหนแล้ว ตาลใจไม่ดีเลย ตาลก็บอกกับพี่น้อยว่า...พี่น้อยไม่เป็นอะไรหรอกคะ อีกไม่นานเราก็จะได้ไปว่ายน้ำแข่งกันได้แล้วคะ ตาล...ก็ยิ้มให้พี่น้อย แต่พี่น้อยไม่ยิ้มกับตาลแล้ว พี่น้อย...ร้องไห้ น้ำตาค่อย...ค่อยไหลซึมออกมา ตาลเอาผ้าเช็ดหน้าของตาลออกมาเช็ดน้ำตาให้พี่น้อย แล้วพี่น้อยก็ขอผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ พี่น้อยกำผ้าเช็ดหน้า พร้อม...พร้อมกับที่จับมือตาลแน่น...แน่นมาก...มาก มือพี่น้อยเย็นขึ้นเรื่อย...เรื่อย ตาลบอกพี่น้อยว่า พี่นอนเถอะนะคะ ตาล...จะอยู่เป็นเพื่อนพี่ตรงนี้ ยังไม่ไปไหน คืนนี้ จะอยู่เป็นกับพี่คะ ตาลพูดปลอบใจพี่เค้าไปแบบนั้นเอง ไม่ได้คิดว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า เพราะญาติพี่เค้ามาเยอะแยะ ตาลก็ไม่ได้สงสัยว่าทำไม วันนี้คนเยอะจัง ก็คิดว่า แค่ทุกคนคงมาเยี่ยมพี่น้อยเท่านั้น

พี่น้อย.....นอนหลับไปแล้ว นอนหลับตา แล้วก็...น้ำตาซึมออกมานิด..นิด หน้ายิ้ม...ยิ้มอย่างมีความสุข สักประเดี๋ยวตาลก็...สงสัยว่าทำไมมือพี่น้อยเย็นมาก...มากจัง ก็มองไปทางเครื่องช่วยหายใจ เครื่องไม่ทำงานแล้ว คลื่นหัวใจ คลื่นนั้น...ไม่มีรอยหยัก...หยักขึ้น...ขึ้นลง...ลงอีกแล้ว คลื่นหัวใจของพี่น้อยเป็นเส้นตรงไปแล้ว พี่น้อย...จากตาล...ไปแล้วจริง...จริงเหรอคะ

ตาล.....กำลังจะกดกริ่งเรียกพยาบาล แต่พอหันไปมองทางประตู ก็มีพ่อแม่และญาติ...ญาติของพี่น้อยยืนร้องไห้อยู่ และหมอ นางพยาบาล ก็ยืนรออยู่แล้ว ตาล...เพิ่งรู้ว่า...ทุกคนรู้แล้ว มีตาลเท่านั้น ที่ไม่รู้อะไรเลย และถ้าวันนี้...ตาลไม่มาหล่ะ ตาลก็คงไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้อยอีกเลย.....

ทุกคน.....ร้องไห้ มีแต่ตาลเท่านั้น ที่ยืนมองหมอเค้าทำโน้น ทำนี้ที่ตัวพี่น้อย ตอนนั้น...23.30 น. พอดี ตาล.....ยืนมองพี่น้อย และ ถามตัวเองว่า พี่น้อย...บอกลาและจากตาลไปแล้วจริง...จริงเหรอคะ ตาลมาถึงที่นี่...ตั้งแต่ 17.15 น. 6 ชั่วโมง ที่ตาล กะ พี่น้อย มีโอกาสคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนคงคิดว่า ตาล...ไม่ได้เสียใจเลย ที่พี่น้อยจากไป ไม่มีใครเคยเห็นตาลร้องไห้ คะ ตาล...ยอมรับว่าตาลอยากให้พี่เค้าจากไปเร็ว...เร็ว ตาล...เห็นสภาพพี่เค้าแล้ว ตาล...สงสาร พี่น้อย...คงเจ็บปวดทรมานมากเหลือเกินแล้ว

พี่จ๋า.....พี่พ้นทุกข์ทรมานไปแล้ว ตาล...ดีใจที่ได้ช่วยเหลือปรนนิบัติดูแลพี่...ในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตของพี่ พี่น้อย...ได้ดิ้นรนต่อสู้มามากแล้ว วันนี้พี่...ได้พักผ่อนแล้วนะคะ พี่ไม่ต้องบ่น...บ่น ว่าเหนื่อยอีกแล้ว

ขอ.....ให้ดวงวิญญาณของพี่น้อย...ไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด ถ้าชาติหน้ามีจริง...ขอให้ ตาล กะ พี่ เกิดมาพบกันอีก แล้วพี่อย่าหนี...ไปเร็ว...เร็วแบบนี้อีกนะคะ

ไม่ยุติธรรมเลย.....ที่พี่ทิ้งให้...ตาล อยู่คนเดียวแบบนี้ .....ฯลฯ.  

คืนนี้.....วันที่ 3 มิถุนายน 2543 พี่น้อย...จากไปตอนประมาณ 23.30 น. กว่าตาล...จะออกจากโรงพยาบาล ก็ประมาณ ตี 2 กว่าแล้ว ตลอดทางที่ขับรถกลับบ้าน คิดถึงแต่...พี่น้อยว่าป่านนี้ พี่น้อย...ไปล่องลอยอยู่อยู่ตรงไหนหนอ...คิดได้แค่นั้น ก็เหลือบตาไปดูกระจกส่องหลัง นึกว่าจะเหมือนแบบในหนังไทยบ้าง ว่าบางที...พี่น้อยอาจจะมานั่งอยู่ที่เบาะหลัง มองไปก็ไม่มี ก็มองดูเบาะข้าง...ข้างอีกที ก็ไม่มี นึกถาม...ตัวเองว่า เรากลัวพี่น้อยมั้ย ? ก็ตอบว่าไม่กลัว มาก็มา มาก็คุยกันต่อสินะ ยังคุยไม่หายคิดถึงเลย อยู่...อยู่ก็คุยอยู่ดี...ดี พอบอกให้หลับ ก็เล่นหลับไป ไม่ตื่นอีกเลย แบบนี้คงต้องถามกันหน่อยแล้วมั้งว่า จะรีบไปไหน ? ก็นึกอยู่แบบนั้น จริง...จริงจะบอกว่าไม่กลัวเลย ก็คงไม่ใช่นะ กลัวเหมือนกัน กลัวว่า...ถ้าพี่น้อยมาแบบหน้า เละ...เละ ตาล...อื้อสส...อื้อสส...จะทำไงดี ก็นั่งคิด ไปตลอดทาง ตาก็คอยมองไปเรื่อย...เรื่อย แบบกลัว...กลัว กล้า...กล้า หน่ะ...!!

ในที่สุด.....ก็ถึงบ้านจนได้ พอถึงบ้าน ก็รีบขึ้นไปห้องที่ พี่น้อยเคยมานอนพักที่นี่ 1 คืน ก่อนที่จะเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ที่รีบไปดู ไม่ใช่อะไร อยากรู้ว่า พี่น้อยหน่ะ มาที่นี่มั้ย ? แต่ไม่เห็นมีอะไร ?

ป้าแม่บ้านเดินตามมาแล้วก็ถามว่า.....มีอะไรเหรอคะคุณ ?
ตาลก็ตอบว่า.....พี่น้อย จากไปแล้วคะ ตาลอยากรู้ว่า พี่เค้าจะมานอนที่ห้องนี้มั้ย ?
ป้าแม่บ้านบอกว่า.....คุณน้อยเข้ามาไม่ได้หรอกคะ บ้านเราก็ต้องมีเจ้าที่ เจ้าทาง ถ้าเจ้าของบ้านไม่ไปบอกให้อนุญาต ให้เข้ามา ก็เข้ามาไม่ได้คะ
ตาลก็ว่า.....อ้าว เหรอคะ งั้น ทำไงดีจ๊ะป้า ที่จะให้พี่น้อยเข้ามาในบ้านเราได้
ป้าแม่บ้านก็ตอบว่า.....คุณก็ไปจุดธูปบอกที่ศาลพระภูมิ ว่าอนุญาตให้คุณน้อยเข้ามาได้ ตาลตอบรับ.....จ๊ะ จ๊ะ

แล้วตาลก็วิ่งปรื๋อ ไปเลยคะ ป้าก็วิ่งตาม พอจุดธูปบอกเสร็จ ก็วิ่งเข้าบ้าน แล้วก็วิ่งขึ้นไปบนห้องนั้นอีก วิ่ง...วิ่งตลอดเลยนะคะ กลัวว่าถ้าพี่น้อยหายตัวได้ ตาลจะไม่ทันเห็นพี่น้อย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ตาล...ถึงคิดว่า พี่น้อยจะต้องมาที่นี่

คืนนี้......ตาลไม่ได้อาบน้ำ เปลี่ยนชุดนอนเลยนะ ตาล...นั่งอยู่บนเตียงที่พี่น้อยเคยนอน แล้วก็จ้องแต่ที่ประตู ว่าเมื่อไรพี่น้อยจะมา เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า...กว่า ตาลกับป้าแม่บ้าน ได้กลิ่นธูป หอม...หอม มาก...มาก

ป้าแม่บ้านบอกว่า.....คุณน้อยมาแล้ว แต่เรามองไม่เห็น คุณอยากพูดอะไรกับเธอก็รีบ...รีบพูดสิคะ

ตาลก็....มอง...มองไปรอบ...รอบห้อง แล้วก็พูดว่า พี่น้อย...ได้ยินเสียงตาลมั้ยคะ ? ตาล...เป็นห่วงพี่น้อยนะคะ พี่ไปอยู่ที่ไหน สบายดี หรือไม่สบายดี ก็อย่าลืมมาส่งข่าวบอกกันบ้างนะคะ ตาล...จะบอกพ่อแม่ของตาล ให้ทำบุญให้พี่เยอะ...เยอะนะคะ พี่จะได้ไม่ลำบาก ออ...แล้วพี่ เจอใครที่ไม่รู้จัก พี่พูดกับเค้าดี...ดี นะ เดี๋ยวเค้าจะรังแก พี่เอาอีก พี่ได้ยินตาลนะ แล้วเช้านี้...ตาลจะไปเชียงราย ไปขออนุญาต พ่อแม่ ไปงานของพี่น้อยที่พะเยานะคะ พี่อย่าห่วงเลยนะ ตาลไปได้คะ แล้วพบกันในงานนะคะ ป่านนี้...รถของโรงพยาบาลที่ไปส่งพี่ คงไปไกลแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่...จะลอยไปทันมั้ย ? รีบไปเถอะคะ โชคดีนะคะ บ๊ายบายคะ

หลังจากที่ตาลพูดเสร็จ กลิ่นธูปหอม...หอม นั้นก็จางหายไป

ป้าแม่บ้านถามตาลว่า.....คุณจะนอนหรือยังคะ ป้าจะอยู่เป็นเพื่อน
ตาลบอกว่า.....ไม่นอนแล้วคะ จะเช้าแล้ว ตาล...อาบน้ำแต่งตัวไปสนามบินดีกว่านะคะ ป้าช่วยบอกลุงเอารถออกด้วยนะคะ

4 มิถุนายน 2543.....เช้านี้ ตาลก็เดินทางไปเชียงราย ไปขออนุญาตพ่อแม่ ไปงานของพี่น้อย แล้วก็ขอเงินพ่อแม่ไปทำบุญให้พี่น้อยด้วย วันนี้ เป็นเช้าวันอาทิตย์ ที่มหาลัยที่เชียงใหม่คงไม่มีใครมา ตาลก็เลยฝากให้แม่เป็นธุระ เรื่อง ลาเรียน 10 วัน กับอาจารย์ประจำวิชาต่าง...ต่างของตาลให้ด้วย แล้วก็เพิ่งเปิดเรียน ไม่กี่วันเอง คงยังไม่มีอะไรเรียนมาก...มาก ตาลก็กะว่าจะอยู่ที่พะเยาจนกว่างานของพี่น้อยจะเสร็จเรียบร้อย

เช้านี้.....เสร็จเรื่องจากเชียงราย ตาลก็นั่งเครื่องมาลงที่เชียงใหม่ แล้วก็นั่งรถปรับอากาศไปพะเยาคนเดียว ตอนแรกแม่ก็จะไม่ยอม แต่ตาลบอกว่า พี่น้อยเคยสัญญาว่าจะพาตาลไปเที่ยวพะเยา และนั่งรถปรับอากาศจากเชียงใหม่ ไป พะเยา ตาลบอกพ่อแม่ว่า ขอตาลทำอย่างที่พี่น้อยบอกตาลนะคะ แล้วตาลจะคอยโทรศัพท์บอกพ่อแม่ทุก 15 นาที ว่าตาลอยู่ตรงไหนแล้ว พ่อกับแม่ ก็มองหน้ากัน แล้วพ่อก็บอกว่า โอเค สั้น..สั้น ตาลก็รีบวิ่งไปขึ้นรถให้รถที่บ้านไปส่งที่สนามบินเชียงราย ..........

จาก.....เชียงรายมาเชียงใหม่ แวะเอาของที่คอนโดฯแป๊บนึง แล้วก็นั่งรถประจำทางไปที่พะเยา ตลอดการเดินทางครั้งนี้ ตาลคิดถึง...แต่ที่พี่น้อยบอกว่าจะพาตาลไปเที่ยวบ้านของพี่น้อย ตาล กะ พี่น้อย คุยกันเสมอว่า...ตาลชอบของเก่า..เก่า โบราณ..โบราณ พี่น้อย...ก็บอกว่าสงสัยตาลคงกลับชาติมาเกิดนะ ดูท่าทางตาลเชื่อเรื่องไสยาศาสตร์ และก็เรื่องขนบธรรมเนียมของคนเก่า...เก่า จัง

คะ.....ตาลเชื่อ ก็ตาลอยู่ที่บ้าน บ้านตาลมีคนสูงอายุมากมาย ได้รับการบอกเล่า เรื่องราวต่าง...ต่าง ฟังแล้วน่ากลัว น่าเชื่ออีกต่างหาก แล้วผู้ใหญ่ก็สอนเสมอว่า อย่าลบลู่เรื่องราว และสิ่งที่คนโบราณเค้าเชื่อถือกัน เราฟังไว้ก็ไม่เสียหายอะไร

ตาล.....กับพี่น้อยมีคุยกันเรื่องนี้ทีไร มีอันต้องทะเลาะกันแบบเถียง...เถียงกันนั่นแหละ แต่ก็ซีเรียสนะคะ ตาลต้องคอยระวังว่า ถ้าจะมากเรื่องแล้ว ตาลก็จะชวนพี่น้อยคุยเรื่องอื่นแทน

อย่างเรื่อง.....ของพี่น้อยก็เหมือนกัน ตาลก็ไม่อยากเชื่อว่าทำไม พี่น้อยถึงป่วยหนักแล้วก็ตายเร็วจัง อย่างไม่มีวี่แววของคนป่วยมาก่อน ปกติพี่น้อยดูแข็งแรง ไม่มีอาการของคนที่จะเจ็บป่วยสักนิด

แต่.....หลังจากที่พี่น้อย ไปฉี่ใส่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่ผูกผ้าสี..สี ที่คนโบราณเค้าถือกันว่ามี...รุกขเทวดา...อาศัยอยู่ในต้นไม้นั้น ชาวบ้าน...ส่วนใหญ่จะน้ำอาหารและของเซ่นไหว้มาที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นเสมอ...เสมอ

วันนั้น.....ตาลกับพี่น้อย ก็ขี่มอเตอร์ไซต์แข่งกันเล่น...เล่น ออกไปนอกเมืองเชียงใหม่ ปกติเราสองคนก็ขี่รถเล่นกันบ่อย..บ่อย พี่น้อยก็ไม่เคยจะจอดรถฉี่ข้างทางเลย แต่วันนั้น...พี่น้อยบอกว่าทนไม่ไหวแล้ว พี่น้อยก็ไปจอดตรงต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ตาลหันไปเห็นต้นไม้มีผ้าสี..สีผูกอยู่

ตาลก็ตะโกนบอกพี่น้อยว่า.....”พี่น้อยอย่านะ เค้าถือ”
แต่พี่น้อยก็ตะโกนกลับมาบอกว่า..…“ถืออะไรตอนนี้ พี่ปวดฉี่จะแย่แล้ว ขอก่อนหล่ะ”

แล้วพี่น้อยก็เดินตรงไปที่ต้นไม้นั้น พอพี่น้อย ฉี่เสร็จ ได้ยินเสียง

พี่น้อยบอกว่า..…“ไม่เห็นมีอะไร ชาวบ้านพวกนี้ก็งมงายไปเอง”
ตาลก็บอกพี่น้อยว่า.....”พี่น้อยไม่ยกมือไหว้ขอโทษเค้าหน่อยเหรอคะ เผื่อมีอะไรอย่างที่ชาวบ้านเคิดกันนะ ไปทำแบบนี้ไม่ได้มั้งคะ”
พี่น้อยก็ว่า....”ตาล ก็เป็นไปด้วยเหรอ ไม่เอาหล่ะ จะมืดแล้วกลับกันเถอะ”

ตาลก็ไม่รู้จะทำไง ตาลก็ยกมือไหว้ ต้นไม้นั้นบอกว่า..... “อย่าถือโทษโกรธพี่น้อยเลยนะ คะ เค้าคงปวดฉี่มากไป ทนไม่ไหวแล้วมั้งคะ ลูกขอโทษแทนแล้วกันนะคะ”

แล้ว.....เราก็ขับรถกลับ ช่วงที่ถึงสีแยกไฟแดง ไฟที่สีแยกนั้นเสียหรือ รถสิบล้อที่แล่นมาจากทางด้านขวามือนั่น ฝ่าสัญญาณไฟแดงออกมาหรือไงไม่รู้ กำลังจะพุ่งชนรถของพี่น้อย รถตาลตามหลังรถพี่น้อยมาไม่ห่างกันนัก ตาลเหลือบไปเห็นพอดี ก็รีบเร่งรถขึ้นไปตีคู่กับรถของพี่น้อยทางด้านขวา ตาลได้ยินเสียงรถสิบล้อนั่น เบลคเสียงดัง...เอี๊ยดดสสส...ลั่นถนน รถสิบล้ออยู่ห่างจากตาล ไม่ถึง 1 เมตร สิบล้อจอดสนิท รถของตาล กะ ของพี่น้อย ก็จอดเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่าจอดทำไม แทนที่จะแล่นไปข้างหน้ากลับจอดอยู่เฉย...เฉย หัวใจเต้นโคม...โคม ตื่นเต้นมาก บอกไม่ถูกนะคะ ว่ารู้สึกยังไง รู้แต่ว่า ถ้ารถจะชนพี่น้อยก็ขอให้ชนเราก่อน แค่นั้น ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวว่าพี่น้อยจะถูกรถสิบล้อนั่นชน เท่านั้นเอง

จากนั้น.....คนขับรถสิบล้อ ลงมาต่อว่า เรียกว่า “ด่า” น่าจะถูกกว่านะ เค้าก็คงตกใจเช่นกัน ตาลก็ขอโทษเค้านะ ที่เราทำผิด แต่พี่น้อยกลับไปเถียงเค้าว่า สัญญาณไฟของเราถูกต้อง ทางรถสิบล้อก็ว่าของเค้าถูกเช่นกัน

ในที่สุด.....พอหายตกใจ และ ใจเย็น แล้วก็เลิกรากันไป พี่น้อยก็ขอบใจตาล ที่ตาลช่วยพี่น้อยไว้ พี่น้อยบอกว่า...พี่น้อยไม่เห็นรถสิบล้อเลย และ บนถนนพี่น้อยก็ไม่เห็นอะไรเลยจริง..จริง ตาลก็ งง..งง แล้วก็คิดของตาลเองว่า...แปลกจังนะคะ

พอ.....กลับไปเชียงรายก็ไปเล่า...เรื่องทั้งหมดนี้ให้ อุ้ยคำ คุณยายชาวดอยแก่..แก่ ที่มาทำงานกับพ่อแม่ตาลนานแล้ว แก่บอกว่า “ถ้าตาลไม่เอารถเข้าไปตรงนั้น ป่านนี้พี่น้อยของตาลถูกสิบล้อทับไปแล้ว เป็นเพราะดวงของคุณช่วยกันไว้” ตาล...นึกดีใจที่ตาลตัดสินใจแบบนั้น......... ฯลฯ    

หลังจาก.....เรื่องรถสิบล้อ วันต่อมา...พี่น้อยก็เริ่ม...ไอ…ไอ...ไอ มาก...มาก จนเพื่อน...เพื่อนที่รักตัวกลัวตาย หรือกลัวติดโรคจากพี่น้อย หรืออะไรก็ไม่รู้ พวกเพื่อน...เพื่อนของพี่น้อยที่เคยกินนอน อาศัยอยู่ที่บ้านพี่น้อยฟรี...ฟรี พวกนั้นก็ ทยอยออกจากบ้านพี่น้อยไป ลุงเจ้าของบ้านให้เช่า แอบบอกตาลว่า พี่น้อยไอเป็นเลือดออกมาทีละมาก...มากผิดปกตินะ ตาล...ก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องของพี่น้อย ดูสิว่า...เมื่อไรพี่น้อยจะบอกตาล แต่...เอ๊ะ ถ้าพี่น้อยไม่กล้าบอกตาลหล่ะ เค้าอาจจะกลัว ว่าตาลจะจากไปอย่างเพื่อน...เพื่อนเค้าก็ได้

ในที่สุด.....ตาลก็ต้องเป็นคน ขอร้องให้พี่น้อยไปหาหมอ แต่...วันแรก...แรก เกือบ 2 สัปดาห์ ที่หมอวินิจฉัยผิด บอกว่าพี่น้อยเป็นปอดบวม แต่...หลังจากนั้นหมอก็บอกว่า พี่น้อยเป็นมะเร็งที่ขั้วปอด ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้น คงจะรักษาหาย ให้ส่งไปที่ศูนย์มะเร็งที่ โรงพยาบาลที่ศิริราช จากวันที่อาการป่วยของพี่น้อยเริ่มแสดงออกมา จนถึง วันที่พี่น้อยจากไปนั้น เร็วเหลือเกิน แค่ 69 วันเอง

คิด.....อะไรเรื่อยเปื่อย เผลอแป๊บเดียวก็ถึงพะเยาแล้ว แป๊บเดียวของตาลนั้น ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงมั้งคะ ไม่แป๊บแล้วมั้ง แต่คงเป็นเพราะตาลนั่งคิดอะไรมาเรื่อย...เรื่อย เลยไม่ได้สนใจเวลา ก็เลยดูเร็ว...เร็ว

ไปถึงพะเยา.....ต้องจ้างสามล้อถีบ ไปหาบ้านของพี่น้อยตามบ้านเลขที่ ที่จดไว้ ถูกคนถีบสามล้อหลอกเอาจนได้ ที่จริง...เดินไปจากสถานนีรถประจำทางก็ได้นะ ใกล้นิดเดียวเอง แต่เค้าพาตาลนั่งชมเมือง ซะ รอบเลยคะ เก็บเงินไป 50 บาท แต่ไม่เป็นไร ถือว่าชมวิวเล่นนะ นี่...ถ้าป้าแม่บ้านของตาลรู้ แกต้องบอกว่า...เสียค่าโง่... คิ๊ก คิ๊ก : ) : )

พอไปถึง.....ญาติ...ญาติของพี่น้อยออกมาตอนรับอย่างดี และ ท่าทางดูเหมือนดีใจมากมาย เพราะไม่มีใคร...ใครที่เป็นเพื่อน...เพื่อนของพี่น้อย จากมหาลัยมาเลย

นอกจาก.....ผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาดูดี ขาว สะอาด หน้าเศร้า...เศร้า คุณแม่พี่น้อย แนะนำให้รู้จักว่า...นี่ “อร เมียนายน้อย” ตาล...ก็ไม่ได้ตกใจอะไร คงเพราะตาลชินกับพ่อตาลที่มีภรรยามาก...มากมั้งคะ ตาล...ก็ยกมือสวัสดี เพราะ พี่อรท่าทางจะอายุมากกว่าตาล แต่เธอทำท่าเหมือน ตัวอิจฉาในละครเลยนะ เธอแสดงออกว่าเธอไม่พอใจที่ตาลมา และ ยิ่ง ญาติ...ญาติพี่น้อยดีกับตาลมาก...มาก เธอก็จะแสดงกิริยา ไม่น่ารักมากขึ้นเรื่อย...เรื่อย

ทุกคน.....ที่นี่สนใจตาลเป็นพิเศษ แล้วตัวตาลเอง...ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมจึงรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับบ้านนี้มาก...มาก ทั้ง...ทั้งที่เคยมาเป็นครั้งแรก ญาติ...ผู้พี่ของพี่น้อยพาตาลเดินดูรอบ...รอบบ้าน ไปทั่ว...ทั่ว โดยไม่มีใครคิดว่าตาลคือคนอื่น ลักษณะการพูดจาก็เหมือนญาติสนิท ตาลนึกในใจว่า...แปลกจังนะ !!

บ้านหลังนี้.....บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่...ใหญ่ ลมที่พัดมาอ่อน...อ่อน กำลังเย็นสบาย ทำให้ได้ยินเสียง โมบายเล็ก...เล็กรูประฆังที่แขวนอยู่ตามมุมชายหลังคาบ้าน ดัง กรุ๋งกริ๋ง ถ้าไม่ตั้งใจฟัง ก็ คงไม่ได้ยินหรอกนะ บ้าน...เป็นแบบทรงไทยโบราณ ยกพื้นสูง...สูงขึ้นมา มีบันไดเดินขึ้นมาประมาณ 9 ขั้น ใต้ทุนบ้านมองเข้าไปสุดลูกตา นับเสาไม่ถ้วน มีลานกว้างอยู่กลางบ้าน เหมือนห้องโถงรับแขก ข้าง...ข้างสองฟากเป็นห้อง...ห้อง ไม่รู้ห้องอะไรบ้าง ตาลเข้าใจเอาเองว่าก็คงเป็นห้องนอนของแต่ละคนที่อยู่ที่นี่ แต่มีหลายห้องมากคะ มีเรือนครัว และ ห้องน้ำ ห้องส้วม แยกไปด้านหลังเป็นแถวหลายห้อง ในบริเวณเดียวกัน ยังมี บ้านทรงสมัยใหม่ อยู่อีก 3 หลัง เวลาฟังเค้าพูดคุยกัน เค้าก็พูดภาษาเหนือ ตาลก็ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่ก็พอรู้เรื่องว่า ที่นี่...เป็นพวก...เจ้า...ทางเหนือ ตาลนึกในใจ...พี่น้อยเท่จริง ไม่เห็นเคยเล่าให้ตาลรู้เลย : ) : )

ที่นี่.....มีผู้สูงอายุมากมายจริง...จริง ตาล...ลองนับเล่น...เล่นในใจอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก็ร่วมร้อยคนแล้วนะ ทุกคน...ส่วนใหญ่ก็นั่งจับกลุ่มกันตรงลานกว้างนั่นแหละ นอนบ้าง นั่งบ้าง แล้วก็ตำหมากนี่เป็นงานหลักเลยนะคะ มองไปทางไหนต้องได้เห็นสัก 10 คน

ตอนที่.....ตาลขึ้นไปบนบ้านพี่น้อย ตาล...เห็นเค้ากำลังดูแลเปลี่ยนน้ำแข็งในโลงของพี่น้อยพอดี ตาล...ก็เดินไปมองพี่น้อย พี่น้อยนอนอยู่ในโลง ใส่เสื้อผ้าชุดสีขาว เสื้อเป็นเป็นผ้าไหม คออย่างทรงพระราชทาน ดูสะอาดจัง พนมมือที่อก มีดอกไม้ธูปเทียน ถือพนมไว้ ที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของพี่น้อย ยังสวมแหวนนามสกุลของตาลอยู่ คุณแม่พี่น้อยบอกว่าพี่น้อยสั่งไม่ให้เอาออก เค้าคงฉีดยากันเน่าให้พี่น้อยเรียบร้อยแล้ว พี่น้อยดูเหมือนคนป่วยที่นอนหลับ แต่...พี่น้อย...ถูกมัดตราสังฆ์ไว้ 3 เปลาะ เปลาะแรก มัดกลางลำตัวโดยรอบแขน เปลาะที่ 2 มัดตรงเข่า เปลาะที่ 3 มัดตรงข้อเท้า มีธูปปักไว้ทางปลายเท้าของพี่น้อย เค้าจุดตะเกียงดวงเล็ก...เล็ก ไว้เบื้องหัวของพี่น้อยด้วย

คุณแม่.....พี่น้อยจัดให้ตาลพักที่บ้านหลังนี้ เปิดประตูห้องมา เห็นโลงของพี่น้อยอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องพอดี มารู้ที่หลังว่าเป็นห้องนอนของพี่น้อย พ่อแม่พี่น้อยตั้งศพ พี่น้อยไว้ 9 วัน ตอนกลางคืน จะมีสวดพระอภิธรรม และบังสกุลทุกคืน หลังจากสวดเสร็จ ก็มีพวกญาติ...ญาติ พี่น้อยทั้งชาย หญิง ตั้งวงเล่นไพ่กันอยู่ที่หน้าโลงของพี่น้อย เค้าบอกว่าอยู่เป็นเพื่อนพี่น้อย

ตอนเช้า.....เค้าก็จะเตรียมอาหารไปทำบุญที่วัด อุทิศส่วนกุศลไปให้พี่น้อย

บริเวณ.....สนามข้าง...ข้างบ้าน มีพวกผู้ชายหลายสิบคน ส่วนใหญ่ดูแก่...แก่แล้ว เค้ามาช่วยกันทำบ้านแบบ "ปราสาท" มียอดปราสาทยกฉัตรเป็นช่อชั้น...ชั้น มีกระดาษสี...สีสวยงามตระการตา ตกแต่งอย่างสวยงามมาก...มาก นี่ขนาดเค้าบอกว่ายังไม่เสร็จนะ เค้าทำเร็วมาก เพิ่งทำเมื่อรู้ว่า พี่น้อยจากไปเอง ตาล...ถามเค้าว่าเอามาทำอะไร เค้าบอกว่า เอาไว้เวลาจูงศพไปป่าช้า ต้องเอาโลงศพวาง เห็นแล้วเหมือนบ้านเทวดาสวย...สวย ในภาพวาด อยากตายบ้างจัง อิจฉา พี่น้อย ซะแล้ว : ) : )

อีกพวกหนึ่ง ก็จัดเตรียมหาผืน มากองไว้ สำหรับเอาไปใช้ในวันเผา ที่นี่เค้ายังเผากันแบบโบราณอยู่...............ฯลฯ    

วันแรก.....ที่อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไร พอเช้าวันที่ 3 นับจากวันที่พี่น้อยจากไป ญาติ...ญาติพี่น้อย ที่สูงอายุก็คุยกันแต่ว่า........

คืนนี้.....พี่น้อยต้องกลับมาบ้านแน่นอน ใครจะขอหวย ขออะไรก็เตรียมนึกไว้เน้อ..!! ตาล...ได้ยินแบบนั้น ตาลก็ดีใจนะ พี่น้อยจะมาจริง...จริงเหรอ ตาล...ก็เดินไปที่หน้าพระหมู่บูชา ที่เค้าจัดไว้ตรงหน้าศพพี่น้อย เข้าไปนั่งรอว่าจะจุดธูปบอกพี่น้อย “ให้มาหาตาลบ้างนะ ตาลเป็นห่วง อยากรู้ว่าพี่สบายดีหรือเปล่า”

แต่พอ.....ไปนั่งตรงนั้น ตาลเห็นพี่อร ภรรยาของพี่น้อยนั่งอยู่ กำลังจุดธูป และ พูดเสียงดังฟังชัดมาก...มาก คนที่อยู่ไกลกว่าตาลอีกนิดก็คงได้ยิน เธอพูดภาษากลางว่า.....”ตอนเป็นคน ขยันหลอกจริง ทีตายแล้ว ไม่เห็นมาหลอกเลย อยากรู้ว่าจะไปหลอกใครในนรกอีก” พี่อร...พูดไปเรื่อย...เรื่อย ประมาณตัดพ้อ ต่อว่าพี่น้อยต่าง...ต่าง...นานา ตาล...ได้ยินประมาณนั้น ก็รู้สึกไม่ค่อยดีนะ เลยไม่เข้าไปจุดธูปบอกพี่น้อยแล้ว สงสารพี่อร เธอพูดไปร้องไห้ไป ตาลก็พลอยเศร้าไปด้วยนะ

ตาล.....ก็เดินลงจากเรือนไปเงียบ..เงียบ เจอกลุ่มญาติของพี่น้อย เธอบอกว่าอย่าไปถือสายายอรเลย เค้าเป็นแบบนี้แหละ นายน้อยถึงหนีไป ตาล...ก็ยิ้ม...ยิ้ม ตอนนั้นประมาณ 4 โมงเย็นกว่าแล้ว เค้าก็ชวนตาลไปเที่ยวกว๊านพะเยา อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้นัก เค้าถามตาลว่าขี่มอเตอร์ไซต์เป็นหรือเปล่า ตาลก็พะยักหน้ารับ เราก็ออกไปที่กว๊านพะเยากัน 9 คน

กว๊านพะเยา.....เป็นบึงธรรมชาติ ที่งดงาม มีน้ำใสสะอาด เป็นที่เพาะพันธุ์ปลา นานาชนิด ที่ริมทาง...เลียบกว๊านเป็นทางยาว มีคนมานั่งเล่นพักผ่อน มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย เหมือนที่นี่เป็นที่ท่องเที่ยว มีผู้คนมารอดูพระอาทิตย์ตก ถือว่า..เป็นจุดชมวิวแห่งหนึ่ง ของ จังหวัดพะเยา พวกเราทานอาหารเย็นกันที่กว๊าน พอพระอาทิตย์ตก ผู้คนที่มาเที่ยวพักผ่อน ชมวิวที่กว๊าน ก็ทยอยกลับ รวมทั้งพวกเราด้วย

คืนนี้.....หลังจากพระสวดอภิธรรม และ บังสุกุลเสร็จ ก็มีพวกญาติ...ญาติของพี่น้อยทั้งชาย หญิง ตั้งวงเล่นไพ่ กันอยู่ที่หน้าโลงของพี่น้อยอีกเหมือนอย่างทุกคืน

แต่คืนนี้...ดูจะพิเศษกว่าคืนอื่น...อื่นตรงที่ ทุกคนรอคอยการมาเยือนของพี่น้อยอย่างใจจด ใจจ่อ ทุกคนดูแน่ใจว่า ยัง...ไง...ยัง...ไง คืนนี้...พี่น้อย...ต้องมาหาใครสักคน ตาล...ก็ไม่ได้คิดถึงพี่น้อยมาก...มากแล้ว เพราะ...พี่อรของพี่น้อย ดูเธอโกรธแค้นพี่น้อยมากมาย ทุกวัน...พี่อรต้องมานั่งร้องไห้ที่หน้าศพของพี่น้อย แล้วก็ต่อว่าพี่น้อยอยู่แบบนั้น จนตาลนึกสงสารเธอว่า...ทำไมผู้หญิงถึงรักผู้ชายได้มากมายขนาดนี้

ตาล.....เคยถามตัวเองหลายครั้งว่า ตาล..รักพี่น้อยมั้ย ตาล...ช่วยเหลือเค้าทำไม แต่...คำตอบที่ได้ก็แค่...ตาล...สงสารพี่น้อย แล้ว ตาล...ก็รู้สึกผูกพันกับพี่น้อยมาก...มาก เหมือนรู้สึกว่า ตาลมีหน้าที่ดูแลพี่น้อยจนถึงที่สุด เท่าที่ตาลจะต้องทำให้ได้

นับตั้งแต่...วันที่มีเพื่อนพี่น้อยคนนึง เอาด้ายมาวัดเส้นชีวิตของพวกเรา แล้วก็คูณด้วย 7 แล้วบอกว่า...ตัวเลขที่ได้คืออายุที่เราจะมีชีวิตอยู่ ตาล...เห็นพี่น้อยวัดเส้นชีวิต แล้วก็หน้าเปลี่ยนไป ตาลก็ถามว่า พี่น้อยวัดได้กี่เซ็นคะ พี่น้อย..ไม่ตอบ ตาลก็จับมือพี่น้อยมาดู เส้นชีวิตของพี่น้อย ไม่ถึงร่องตรงนิ้วโป่งด้วยซ้ำ ถ้าวัดออกมาคงได้สัก 3 ซ.ม. มั้ง ตาล...ก็แค่พูดปลอบใจพี่น้อยว่า “อย่าไปเชื่อมากเลย ไม่จริงหรอกคะ” แต่...ในใจตาลก็เชื่อไปแล้วนะ 7 คูณ 3 ก็เท่ากับ 21 ตาล...มารู้ที่หลังว่า พี่น้อยเกิดวันที่ 3 มิถุนายน และ วันที่พี่น้อยจากไป ก็เป็นวันที่ 3 มิถุนายน พี่น้อย...อายุครบ 21 พอดี

คืนนี้.....ตาลเข้านอนตามปกติ แต่...ตาลก็ตื่นเต้นตามคนอื่น..อื่นด้วยนะ นอนไม่หลับหรอกคะ ตาล...เอาหนังสือมานอนอ่านไปเรื่อย...เรื่อย ไม่นานก็เริ่มรู้สึกง่วง รู้ตัวนะว่าตัวเองง่วงมากแล้ว แต่ก็นอนไม่หลับอีก ไฟ...ในห้องปิดหมดทุกดวงแล้ว แต่...ก็มีแสงสลัว...สลัวจากด้านนอกเข้ามา ได้ยินเสียงประตูเปิดดังแอ๊ด เบา...เบา ตาล...หันไปดู เห็นคนในชุดขาว เดินเข้ามาหาตาล พอเข้ามาใกล้...ใกล้ ตาล...ก็จำได้ว่าเป็น พี่น้อย ตาลรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วก็พูดว่า...พี่น้อย เหรอคะ พี่น้อยก็เดินเข้ามาใกล้..ใกล้ แล้วก็นั่งลงที่เตียงนอน ตาล..จับมือพี่น้อยทั้งสองมือ ด้วยความดีใจ แล้วก็ป้อนคำถามให้พี่น้อยเป็นชุดเลย ถามพี่น้อยว่า...พี่น้อยหายไปไหนมาคะ...ตาลคิดถึงพี่จัง...ทำไม..พี่ไปไหนไม่บอกตาลเลยคะ...ตาลเป็นห่วงพี่นะคะ...

เอ๊ะ! .....ทำไมวันนี้ พี่ดูดีจัง พี่ไม่ป่วยแล้วนี่คะ ที่ตาลเห็นนั้น...พี่น้อยแต่งชุดเดียวกับที่แต่งนอนอยู่ในโลง แต่รูปร่างหน้าตาของพี่น้อยเหมือนตอนที่ไม่ได้เจ็บป่วย พี่น้อย...กลับมาในร่างของชายหนุ่มร่างงาม ที่ตาลเคยชอบแอบมอง หน้าตาดูสดใส และ มีความสุข หลังจาก...ที่ตาลป้อนคำถามให้พี่น้อยมากมาย พี่น้อย...ก็พูดขึ้นมาว่า...พี่คิดถึงตาลมาก พี่ถึงมาหาตาล...ขอบใจตาลมาก ที่เป็นธุระให้...พี่สบายดี ตาลไม่ต้องเป็นห่วง...พี่อยากให้ตาลไปอยู่ด้วย...ตาลไม่กลัวพี่ใช่มั้ย...ระหว่างที่พี่น้อยพูด...พูดอยู่นั้น ตาลรู้สึกตัวนะ แล้วมือเราสองคน ก็ยังจับมือกันอยู่

ตาล.....บอกพี่น้อยว่า...พี่น้อยตายแล้ว แต่ตาลยังไม่ตาย จะไปได้ไงคะ...พี่น้อยพูดว่า...พี่คิดถึงตาลมาก ตาลไปอยู่กับพี่เถอะนะ...ตาลบอกพี่น้อยว่า...ไม่หรอกคะ ตาลไม่ได้บอกพ่อแม่ว่าตาลจะไปไหน เดี๋ยวพ่อแม่เป็นห่วงตาล พี่สบายดี ตาลก็ดีใจ แล้วพี่ไม่ไปหาพ่อแม่พี่เหรอคะ พี่น้อย...ทำหน้าแบบไม่พอใจ หน้าบึ่ง..บึ่ง แล้วก็พูดเสียงดัง พี่น้อยเปลี่ยนไปแบบคนที่โมโห พี่น้อย...พูดว่า ไหนตาลบอกว่าไม่กลัวพี่ ตาลรังเกียจพี่ ตาลไม่รักพี่ แต่...พี่รักตาล พี่ต้องการให้ตาลไปอยู่ด้วย

แล้ว.....พี่น้อยก็จับข้อมือตาลกำไว้แน่น...แน่น แน่นมาก...มาก ออกแรงดึงตาลแบบกระชาก...กระชาก จนตาลรู้สึกเจ็บ ตาลก็บอกพี่น้อยว่า พี่จ๋า...ตาลเจ็บนะคะ...ปล่อยมือตาลนะ...ปล่อยสิคะ...พี่อย่าทำแบบนี้...ตาลกลัวนะคะ...ปล่อยสิ...ปล่อยสิคะ...ปล่อย...ปล่อย...ตาลเจ็บนะคะ...ตาลจำได้ว่า...ตาลร้องไห้...แล้วก็หวีดร้องลั่น แผดร้องจนสุดเสียง อยู่นานทีเดียว กว่าที่จะมีญาติพี่น้อยพังประตูห้องเข้ามา แล้วก็เปิดไฟในห้องสว่างขึ้น แม่พี่น้อยเข้ามาปลอบตาลว่า ไม่มีอะไรแล้ว ตาล...ยังร้องไห้อยู่ แล้วก็มองไปรอบ...รอบห้อง ก็เห็นคนเต็มห้องเลย พ่อพี่น้อย...ถามตาลว่าจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ตาลก็...ค่อย...ค่อยเล่าให้ทุกคนฟัง ทุกคนตั้งใจฟัง แล้วก็เชื่อที่ตาลเล่า...ว่าพี่น้อยมาหาตาลจริง...จริง เพราะที่ข้อมือของตาลทั้งสองข้าง ยังมีร้อยแดงกล่ำอย่างเห็นได้ชัดเจน

ตอนที่....ตาลเล่านั้น ตาลยังตกใจ และ กลัว...กลัว พี่น้อยอยู่ มีคุณยายคนนึง พูดขึ้นมาว่า...ถ้านู๋...ตอบตกลงกับนายน้อยว่า...ไป...นู๋ก็จะนอนตายอยู่ที่นี่อีกคน

ทุกคน.....ที่นั่งอยู่ในห้อง ฟังตาลเล่าเรื่องของพี่น้อย ทำท่ากลัว บอกว่าเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ขนลุกไปทั้งตัว บางคนบอกว่า ถ้าเป็นเค้า คงหัวใจวายตายไปแล้ว

พอ.....ตาลเริ่มดีขึ้น ตาลก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ตาลก็ไปที่หน้าศพพี่น้อย...จำได้ว่า...ตาลจุดธูปบอกพี่น้อยยาวมาก บอกว่า...ตาลเสียใจ ที่ตาลกลัวพี่ ก็พี่ทำให้ตาลเจ็บและกลัวด้วย พี่น้อย...ดูท่าทางมีความสุขดีแล้ว ไม่เหมือนตอนที่พี่น้อยอยู่ในโลงนี้ ตาล...ก็หวังว่าพี่น้อยจะไม่โกรธตาล และ เข้าใจตาลนะคะ ตาล...ขอให้พี่มีความสุขมาก...มาก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ขอให้พี่...พบ เจอ คนที่พี่รัก และ เค้ารักพี่ เช่นกัน ถ้าพี่...คิดถึงตาล จะมาหาตาลอีก พี่อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ ตาลกลัวนะ ถ้าพี่มาดี..ดี ตาลไม่กลัวพี่หรอกคะ ตาล...ก็คิดถึงพี่ เช่นกันคะ

หลังจาก.....คืนนั้น พี่น้อยก็ไม่เคยมาให้ใครเห็นอีก

ในวันปลงศพ.....ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตร นิมนต์พระมาสวด และ แสดงธรรมเทศนา ถวายภัตตาหาร และ ไทยทาน พระสงฆ์ที่นิมนต์มา จะมีทั้งเณรและพระสงฆ์ มีเณร 21 รูป พระสงฆ์ ก็ 21 รูป จำนวนกำหนดตามอายุของพี่น้อย พระสงฆ์ และ เณร ที่มานี้จะทำหน้าที่จูงศพไปป่าช้าที่อยู่ท้ายวัดในตอนบ่าย มีญาติ...ญาติของพี่น้อยบวชหน้าศพด้วย จำนวน ก็เท่ากับอายุของพี่น้อย ก่อนเอาศพลงจากเรือน เค้าทุบหม้อน้ำ ซักฟากออกสามกีบ และ เคลื่อนศพไปสู่ป่าช้า มีคนถือตุงสามหาง และ ย่ามห่อข้าวนำหน้า เมื่อศพถึงป่าช้า ก็มีการบังสุกุล เอาโลงออกจากปราสาท เอาน้ำมะพร้าว...ถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์…ล้างหน้า และ วียนเขิงตะกอน 3 รอบ หมายถึง ต้องเวียนว่ายตายเกิด ใน 3 โลก จากนั้นก็วางบนเชิงตะกอน ญาติและผู้ที่มาในงาน วางดอกไม้จันทน์ ยืนเคารพศพ ไว้อาลัย 1 นาที และกล่าวคำปลงสังเวช แล้วพระก็เป็นผู้จุดไฟเผาก่อน เมื่อเผาเสร็จ เช้าวันรุ่งขึ้น ก็มาเก็บอัฐิ และ ทำบุญบ้าน เค้าเรียกว่า "สังคหะ" คือทำบุญล้าง อวมงคล ออกจากบ้าน ส่วนอัฐิของพี่น้อยนั้น เค้าก็นำมาตำให้ป่นกับดินปืน แล้วจุดเป็นดอกไม้ไฟ ขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่เหลืออีกบางส่วน เค้าก็เอาไปก่อเจดีย์เรียกว่า "กู่" อีกบางส่วนก็เอาใส่ในหม้อดินใหม่ เอาผ้าขาวปิดไว้ทำพิธีแล้วปล่อยลอยไปกับแม่น้ำ

เช้าวันรุ่งขึ้น.....หลังจากจบงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ตาลจะเดินทางกลับ ญาติของพี่น้อยชวนตาลไปเยี่ยมชม ที่ โรงเรียนอนุบาลของครอบครัว มาที่นี่...ตาลอบอุ่นเหมือนเป็นบ้านของตัวเอง ไม่แปลกหรอกนะ ที่พี่อร...จะรู้สึกอิจฉาและไม่ชอบหน้าตาล ก็ดูญาติ..ญาติของพี่น้อยตอนรับตาลสิ ภาพที่ใคร...ใครเห็น ก็คงจะยืนยันได้ว่า ตาลไม่ใช่คนนอกของที่นี่ คงไม่บ่อยนักหรอกมั้ง ที่คนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน จะเปิดประตูใจรับกันได้ง่าย...ง่าย โดยเฉพาะคนนอกครอบครัว

ที่สระว่ายน้ำ.....ตาลเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังสอนเด็ก...เด็กตัวเล็ก...เล็กหัดว่ายน้ำในสระ ก็คิดถึงพี่น้อย ว่าป่านนี้ พี่น้อยจะไปสอนใครว่ายน้ำอีกหรือเปล่าหนอ...!!

พี่น้อยเคยบอกตาลว่า......พี่บูชาความรักของพี่...ด้วยดวงใจ และ ร่างกายของพี่

แล้วพี่น้อยก็ถามตาลว่า.....ตาลจะบูชาความรักของตาลด้วยสิ่งใด

ตาลตอบพี่ว่า.....ตาลบูชาความรักของตาล...ด้วยจิตวิญญาณที่ผูกพัน...ด้วยความรักที่เต็มดวงใจ...ด้วยความซื่อสัตย์ และ จงรักภักดีต่อคนที่ตาลรัก ไม่มีเสื่อมคลาย

นับถึงตอนนี้.....ที่ตาลนั่งเขียน “เรื่องเล่าของน้ำตาล” อยู่นี้ อีก 1 วัน ก็จะถึง วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2545 ครบ 2 ปี พอดี ที่พี่น้อยจากไป ตาล...ก็ได้สร้างสมประสบการณ์ ทั้งความรู้สึก นึกคิด ต่าง...ต่าง อีกมากมาย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของตาล อย่างตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม

แต่.....ความรู้สึกดี..ดี...ความจริงใจ...ความห่วงใย...ความเอื้ออาทร...ที่ตาลและพี่น้อย มีให้กันและกันเสมอนั้น...ตาลมั่นใจว่า...ตาลไม่มีวันลืมได้ และ ตาล...ขอสัญญาว่าจะเก็บรักษาความผูกพันนั้นไว้...ตลอดไป...ชั่วกาลนิรันดร์

พี่จ๋า.....พี่ดูแลตัวเองดี..ดี นะ ตาลต้องกลับบ้านแล้ว



--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
111 คำตอบนับตั้งแต่ 02 Aug. 2002,23:50 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 5 of 12<<123456789>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com