เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 13<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ข้อความดีดี...น่าคิด< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jul. 2003,00:35  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ปรัชญาจาก...ผ้าขี้ริ้ว

1..ผ้าขี้ริ้วยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด
เสน่ห์ของคนอยู่ที่ยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นเป็นสุข
พ่อแม่ยอมเหนื่อยเพื่อให้ลูกหลานอยู่สุขสบาย
ความสุขแท้ของคนคือการได้ยืนแอบยิ้ม อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้อื่น

2.ผ้าขี้ริ้วดูดซับความสกปรกได้ แต่ก็สลัดความสกปรกออกจากตัวได้ตลอดเวลา
เสน่ห์ของคนอยู่ที่รู้ตัวเองว่าสกปรก ถึงเวลาต้องชำระล้างแล้ว
มิใช่อมความสกปรกไว้แล้ว แกล้งบอกว่าตนเองสะอาด

3..ผ้าขี้ริ้วเป็นผ้าที่สะอาดที่สุด ในขณะที่คนมองว่าสกปรกที่สุด
เหมือนคนที่ฝึกหัดขัดเกลาตนเอง รู้จักถ่อมตนและอ่อนโยน
ไม่โอหังอวดดีให้เป็นที่รังเกียจหมั่นไส้ของคนอื่น เขาจะเป็นคนที่มีคุณค่า
ไม่ว่าจะมาจากสกุลใด การศึกษามากหรือน้อยก็ตาม เป็นผู้ใฝ่รู้แต่ไม่อวดดี
เหมือนผ้าขี้ริ้วห่อทอง

4..ผ้าขี้ริ้วถึงจะเป็นผ้าไม่มีราคา แต่มีคุณค่ายิ่งใหญ่ได้
เหมือนคนที่พยายามทำตนให้มีคุณค่า ด้วยการทำงานมิใช่ด้วยการประจบ
ทำตนให้มีประโยชน์ ให้มีค่า ไม่ใช่งอมืองอเท้าน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาชะตาชีวิต
ต้องสร้างกำลังใจให้ตนเองอย่ารอคอยจากคนอื่น

5..ผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไร
เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น รู้จักอาสาคน
อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม
คนที่ตกงานเพราะไม่ยอมทำงาน

6.ผ้าขี้ริ้วยอมให้ถูกใช้งานในที่สกปรกที่สุด
เหมือนคนที่ยอมทำในสิ่งที่คนทั้งหลายรังเกียจ ที่เขาเห็นว่าเป็นงานชั้นต่ำ
แต่ก็ตั้งใจทำให้เป็นของมีค่าขึ้นมาได้ หรือยินดีในการบริการ
เหมือนคนที่อิ่มเอิบเมื่อได้บริการรับใช้คนอื่น รับใช้สังคม
ดีใจเมื่อคนยินดีมาใช้บริการความรู้ ความสามารถของตน
และยินดีที่ได้เสนอตัวเข้าไปบริการมากกว่าเข้าไปบริหาร


7..ผ้าขี้ริ้วพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลังความสะอาด
เหมือนคนควรพอใจที่ได้อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จของคนอื่น
ต้องมีความพอใจที่จะทำงานปิดทองหลังพระ เป็นนายอินหรือนางอิน
ผู้ปิดทองหลังพระ มีความสุขและภูมิใจที่ได้มอบความสำเร็จให้คนอื่น
มีมากที่ผู้น้อยบางคน ทำงานแล้วทำให้ผู้ใหญ่เล็กลง ขณะที่ตัวเองโตขึ้น

8..ผ้าขี้ริ้วทนทานต่อการขัดถูซักล้างไม่เปราะบาง เหมือนคนที่มีความอดทน
ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็อดทนได้เพื่อให้สำเร็จ
ประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น มีจิตใจหนักแน่นไม่เปราะบางหักง่าย
คือไม่เป็นคนทุกข์ง่ายใจเบา แต่นิ่งและหนักแน่นคงดุจแผ่นดิน

9.ผ้าขี้ริ้วแม้จะถูกมองว่าเป็นผ้าขี้ริ้ว แต่ไม่ทำตัวให้ขี้เหร่
เหมือนคนที่รู้ตัวเองว่า กำลังถูกปรามาสสบประมาทจะต้องตั้งใจเอาชนะอุปสรรค
ตรงนั้นให้ได้ ไม่พ่ายแพ้ต่อคำปรามาสของผู้อื่น
รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและมีกำลังใจในสิ่งนั้น
มองเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คนทั้งหลายมองว่าไร้ค่าเมื่อมีปัญหาให้หัดมองสองด้านเสมอ
ผ้าขี้ริ้วมีเสน่ห์เพราะยอมสัมผัสกับสิ่งสกปรก
ชีวิตของคนเราก็เช่นกัน หากทนความทุกข์ยากลำบาก
ยอมสัมผัสกับงานที่ต่ำต้อยได้ก็จะมีเสน่ห์ และมีความหมาย
ทุกคนจึงควรพากเพียรพยายามสร้างเสน่ห์ให้กับชีวิต
อย่างที่ผ้าขี้ริ้วสร้างเสน่ห์ให้กับตนเอง คุณเห็นด้วยไหม
ที่ว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่าและมองเห็นค่าของตัวเองก่อน
แล้วเราจะไม่รู้สึกท้อแท้หมดหวัง


--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
fong Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 177
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Sep. 2003,23:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

กำแพง.........
         .........สะพาน


กำแพง หรือ สะพาน

แม้จะเป็นคำเปรียบเทียบ

แต่คนเราสามารถสร้างกันได้ในพริบตา

ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นแต่สัมผัสได้

พยายามบอกตัวเองว่า...

สร้าง กำแพง เพื่อปกป้องตัวเองจาก...ศัตรู

สร้าง สะพาน เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ให้...มิตร


แต่ชีวิตจริง มิตรหรือ ศัตรู

ใช่ว่ามองดูแล้วรู้เลยซะที่ไหน

บ่อยไปที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้


เรื่องที่ผิดพลาดปล่อยให้ศัตรูข้าม สะพาน มา

ก็คงจะลบเลือนไปสักวัน

แต่เรื่องที่ลบเลือนได้ยากคือ

ความผิดพลาดที่ปล่อยให้มิตร อยู่อีกฟากหนึ่งของกำแพง

--------------
null[QUOTE][CODE]รักและปรารถนาดีต่อกัน คือคำว่า "เพื่อน"
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Sep. 2003,00:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




##...จงมองด้วย “ตา” แล้วปล่อยให้ “ปัญญา”เป็นผู้วินิจฉัย...##


วันหนึ่ง ขงจื๊อ เมธีจีน พร้อมศิษยานุศิษย์เดินทางรอนแรมลี้ภัยการเมืองอยู่กลางป่า พอได้เวลาอาหาร ลูกศิษย์เตรียมตักข้าว ใส่จานพร้อมสำรับอาหาร ขณะกำลังตักข้าวอยู่ห่างๆนั้น ท่านขงจื๊อ สังเกตเห็นว่าลูกศิษย์หยิบข้าวจากจาน ของท่านขึ้นมาใส่ปากเคี้ยว

ท่านจึงสอนและชี้ให้เห็นว่า การหยิบอาหารจากสำรับของครูบาอาจารย์มา รับประทานก่อนได้รับอนุญาตนั้น แสดงถึงความ “อนารยะ” ที่น่าตำหนิอย่างยิ่ง ลูกศิษย์จึงขอโอกาสชี้แจง “อาจารย์ครับ ที่กระผมหยิบข้าวจากจานของ อาจารย์ขึ้นมารับประทานก่อน หาใช่กระทำไปด้วยความเขลาหรือขาดคารวะก็หาไม่ แต่ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในจานข้าวของอาจารย์มี ผงถ่านสีดำปนเปื้อข้าวอยู่ ครั้นจะยกมาให้อาจารย์เลยก็เกรงว่าคงไม่ เหมาะ จะหยิบข้าวที่เปื้อนนั้นทิ้ง ก็เสียดาย เพราะข้าวหายากและจำเป็นมากสำหรับการอยู่รอดในยามวิกฤติ กระผมก็เลยหยิบข้าวที่ เปื้อนนั้นขึ้นมารับประทานเสียเองขอรับ”

แววตาที่ฉายแววดุของผู้เป็นอาจารย์ ค่อยๆ ทอประกายอ่อนโยนด้วยเมตตา ก่อนเอ่ยวาจาขอโทษผู้เป็นศิษย์อย่างไม่ถือตัว

บ่อยครั้งที่เรามักตัดสินอะไรผิดพลาดอย่างง่ายดายจนเสียทั้งคน เสียทั้งงาน และบางทีก็เสียผู้เสียคน เสียเกียรติภูมิที่สู้สั่งสมมาทั้งชีวิตในชั่วพริบตา เพียงเพราะเราเชื่อในสิ่งที่สายตารายงาน ขณะที่บาง ด้านของความจริงกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง สามีทะเลาะกับภรรยา พ่อแม่ทะเลาะกับลูก นายเข้าใจผิดลูกน้อง เพื่อนแตกจากเพื่อน คนรักหันหลังให้กันทั้งที่ต่างฝ่ายก็แสนดี เพียงเพราะต่างก็เชื่อใน “สิ่งที่ตาเห็น”แต่ละเลยการ “เมียงมอง”อย่างพินิจแยบคายโดยใช้ “ปัญญาจักษุ”อันสุขุม เราจึงติดอยู่ใน “ภาพลวงตา” อันเป็นมายาคติ พลอยทำให้หลงลืม “ความจริง” ที่เป็นจริงอีกด้าน หนึ่งไปอย่างน่าเสียดาย

จงมองด้วย “ตา” แล้วปล่อยให้ “ปัญญา”เป็นผู้วินิจฉัย

สิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่ปัญญาประจักษ์ ไม่แน่ว่าจะสอดคล้องกันเสมอไป

จงใช้ตานอกสำหรับ “ดู”แล้วจงใช้ตาในสำหรับการ “เห็น”

--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Sep. 2003,07:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีจังคุณนิด winkthumb.gif  again.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Sep. 2003,00:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



อากงสอนหลาน

มีอากงแก่ ๆ อยู่คนหนึ่ง...อยากจะสอนข้อคิดอะไรบางอย่างให้หลาน ๆ
ตามปะสาคนแก่....อากงจึงเรียกหลาน ๆ ทั้งสี่มานั่งล้อมโต๊ะ..สี่มุม...
แล้วบอกหลานทั้งสี่ว่า "เอาล่ะหลาน ๆ ..ตอนนี้หลับตานะ..หลับตา....."
พอหลาน ๆ หลับตา...อากงก็เดินเข้าไปในห้องเก็บของ แล้วหยิบโคมไฟเก่าๆ มาอันนึง
อากงเปิดฝาครอบ...จุดไฟ...แล้วปิดฝาครอบ.....
แล้วอากงก็บอกหลานทั้งสี่ว่า.."ลืมตาขึ้น แล้วบอกอากงซิว่าโคมไฟสีอะไร...?".
เด็กทั้งสี่ลืมตาขึ้นตอบไล่ ๆ กัน....ตอบไม่เหมือนกัน...และเริ่มทะเลาะกัน....
คนที่นั่งด้านนึ่งบอกว่า...สีแดง อีกด้านนึ่งบอกว่า...สีเขียว...สีเหลือง...และสีน้ำเงิน  ตามลำดับ
ทั้งสี่ทะเลาะกันพักนึ่ง....ก็มีเด็กคนนึ่งถามอากงว่า......
"..อากง...ทำไมของอย่างเดียวกัน...มีตั้งหลายสี.........."
อากง...ก็เลยบอกว่า... "เดี๋ยวนะ...อากงจะทำอะไรให้ดู"
อากงเดินมาที่โต๊ะ...หยิบฝาครอบแล้วหมุนให้ดู
ปรากฏว่า....ฝาครอบสี่ด้าน สี่สี...แดง...เหลือง...เขียว...น้ำเงิน
หลังจากนั้น...อากงก็บอกว่า...."เอ้า..ตอนนี้บอกอากงซิ...โคมไฟสีอะไร...?"
หลาน ๆ ตอบเหมือนกัน คือสีของเปลวไฟ.....อากงเลยบอกว่า...
"เอาล่ะหลาน...อากงถามอะไรชักสองข้อนะ....

ข้อที่ 1.....เมื่อสักครู่นี้ครั้งแรก...ใครผิด...."
หลานตอบว่า..ไม่รู้  อากงบอกว่า....รึว่า อากงผิด  อากงเลยบอกอีกว่า
"ฟังนะ..เจ้าทั้งสี่ นั่งอยู่ในที่เดียวกัน มองของอย่างเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน
ยังเห็นไม่เหมือนกันเลย." "ทำไม..? ทำไมถึงไม่มีใครผิดล่ะ"
อากงเลยบอกว่า..."ก็เพราะคนทุกคนมองจากมุมมองของตัวเอง เห็นในสิ่งที่ตัวเองเห็น
แต่ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่าทำไมคนอื่นเห็นอย่างที่เขาเห็น เจ้าก็เดินไปมองที่มุมของเขา
แล้วเราก็จะเห็นอย่างที่เขาเห็น...."
"แต่ถ้าลองนึกภาพนะ เจ้าทั้งสี่ นั่งอยู่ที่เดียวกัน มองของอย่างเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน
ยังเห็นไม่เหมือนกันเลย ในอนาคตเวลาที่อยู่ในสังคม เป็นไปได้มั๊ย...
คนก็มองสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เวลาที่คนคิดไม่เหมือนเรา..ใครผิด..."

"ในอนาคตนะ...เวลาที่เจ้าคิดไม่เหมือนคนอื่น อย่าไปโกรธว่าเขาผิด อย่าไปกลัวว่าตัวเองผิด.....
เพราะคนแต่ละคน ก็เห็นสิ่งต่าง ๆ จากขอบข่ายประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมของตนเอง
แต่ถ้าเจ้าอยากเข้าใจว่า ทำไมคนอื่นถึงคิดแบบนั้น เจ้าก็เดินไปมุมของเขา
และเมื่อเจ้ายอมเข้าใจคนอื่น อาจเป็นไปได้ว่าคนอื่นก็อาจจะยอมที่จะเดินมา และเข้าใจเจ้า "


ข้อที่ 2...อากงบอกว่า "ที่เห็นครั้งแรกกับครั้งหลัง เป็นของอย่างเดียวกันมั๊ย?"
หลานบอกว่า อย่างเดียวกัน "แล้วเห็นเหมือนกันมั๊ย?....ครั้งแรกเห็นอะไร?"
หลานตอบว่า ฝาครอบ และครั้งหลังเห็น เปลวไฟ  อากงเลยบอกว่า....

"หลาน ๆ เอ๊ย...ในอนาคตถ้าเลือกได้นะ อย่ามองสิ่งต่าง ๆ เพียงแค่ที่เห็น......
จงเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ...อย่างที่เป็น”


--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Sep. 2003,23:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะ   เป็นแง่คิดที่ดีๆ  ทั้งนั้นเลย  ดีจังค่ะ   blush.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Sep. 2003,12:05 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

flower.gif อย่าหมดหวัง
        เกิดมาทุกคน ย่อมมีความหวังและต้องการสมหวัง
        ความหวังก่อให้เกิดแรงใจ แรงใจก่อให้เกิดแรงกาย
        และความคิด ความผิดหวังป็นเครื่องบั่นทอนกำลังใจ
        เมื่อผิดหวังอย่าให้เสียกำลังใจลุกขึ้นใหม่สร้างแรงใจ
        ให้มีความหวังสู่เป้าหมายของตนเองดังนั้น"ผิดหวังได้"
        แต่อย่า"หมดหวัง" ohman.gif

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 28
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Sep. 2003,21:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มาก
แล้ววันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมัน
ดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา
ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา

ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไป แล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ
ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ
ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจ
และรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที

สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สักสองสามพลั่ว
ก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลา
มันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น
ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไรมันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น
ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจ ที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

“ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา
จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้ จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมัน เพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ
เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น”


--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
chaiwat Search for posts by this member.
เพิ่งมาใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 13
เข้าร่วมเมื่อ: 10 Jun. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Sep. 2003,23:32 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณนิด  smash.gif  ยอดเยี่ยมจริงๆ เพราะสมัยนี้ปัญหาต่างๆ มันมากมาย ถ้าสามารถคิดและทำได้อย่างนี้ก็ดีนะครับ
แต่ส่วนใหญ่จะไม่ใช่เหยียบปัญหาขึ้นไปหรอก ที่เห็นจะเป็นการเหยียบ
หัวคน (ที่ทำงาน) ขึ้นไปทั้งนั้น

หนวด
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Sep. 2003,01:53 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ครับ...จริงครับ ปัญหามีมากมายก็จริงอยู่
  เจอปัญหาคือเจอขุมทรัพย์  เพราะเจอปัญหาก็ได้เรียนรู้
เมื่อมีชีวิตก็ต้องมีปัญหา หมดปัญหานั่นไม่ใช่ชีวิต
การเรียนรู้ก็ต้องเริ่มจากไม่มีไปสู่มี  จากน้อยไปสู่มาก
นี่เป็นเรื่องธรรมดา
น้ำหยดวันเดียวไม่เต็มตุ่ม เดือนนึงก็ต้องเต็ม
เดือนนึงไม่เต็มปีนึงก็ต้องเต็ม ต้องเต็มเข้าสักวัน
ถ้าตุ่มไม่รั่ว และเปิดฝาพร้อมรับ

อยากยกบทโศลกอีกสักบท ที่ว่า.....

ลูกรัก......
พ่ออยากจะบอกต่อเจ้าว่า
ตอนที่เจ้าเป็นเด็กตัวเล็กๆ
ที่กำลังหัดเดิน และหกล้ม
พร้อมกับได้รับความเจ็บปวด
ถ้าเจ้าไม่พยายาม และเริ่มต้นเดินใหม่
เจ้าก็จะเดินไม่ได้ จนถึงปัจจุบันนั่นเอง


~ พุทธอิสระ ~


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
124 คำตอบนับตั้งแต่ 27 Sep. 2002,15:38 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 13<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com