เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 6 of 13<<2345678910>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ข้อความดีดี...น่าคิด< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 51
ขวัญ Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 88
เข้าร่วมเมื่อ: 05 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Mar. 2004,23:29  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 52
ขวัญ Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 88
เข้าร่วมเมื่อ: 05 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Mar. 2004,23:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 53
ขวัญ Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 88
เข้าร่วมเมื่อ: 05 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Apr. 2004,11:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เขียนโดย...หงหลาน
  (หัวหน้าศูนย์วิจัยสาขาประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยจงยาง)

ลูกของเพื่อนคนหนึ่ง เรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้ครึ่งปีแล้วยังไม่ยอมไปหางานทำ
เอาแต่หมกตัวอยู่กับบ้าน กลางวันนอน กลางคืนเล่นอินเตอร์เน็ต
ไม่นานก่อนหน้านี้ลูกของเพื่อนคนนี้ได้ขอเงินพ่อแม่ไปทัศนศึกษาที่อเมริกา
เพื่อนจึงมาถามผมว่าควรจะให้เขาไปดีไหม ผมมองผมสีขาวโพลนของเพื่อน แล้วพูดว่า
“หากนายหวังดีต่อลูกจริง ก็ให้ลูกนายไป แต่อย่าให้เงินเขา”

แล้วผมก็คิดถึงเรื่องของน้องเขยของผม
 น้องเขยผมเป็นชาวอเมริกัน เขาอยากเป็นกลาสีเรือมาแต่เด็ก
อยากจะเผชิญโลกกว้าง
อยากจะลองเที่ยวรอบโลกแล้วค่อยกลับมาเรียนหนังสือ
 แม้พ่อของเขาจะเป็นหมอ ฐานะครอบครัวก็ดี แต่พ่อแม่กลับไม่ได้ให้เงินเขา
และตัวเขาเองก็ไม่ได้ขอเงินจากทางบ้านด้วยเช่นกัน
 พอจบชั้นมัธยมปลาย เขาก็ไปอลาสกาทำงานตัดไม้เพื่อเก็บเงิน
 เนื่องจากที่อลาสกานั้นกลางวันยาวนานกลางคืนสั้น
กว่าพระอาทิตย์จะตกก็เป็นเวลาเที่ยงคืน
  และตีสามพระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว หากเขาทำงาน 16 ชั่วโมงใน 1 วัน
 เงินค่าจ้างตัดไม้ของหนึ่งฤดูกาลก็จะทำให้เขาสามารถเที่ยวรอบโลกได้ 3 ฤดูกาล
เขาเดินทางท่องเที่ยวไปรอบโลกเป็นเวลา 2 ปี จึงค่อยกลับมาเรียนมหาวิทยาลัย
 
เนื่องจากเขาเรียนเลือกคณะที่ตัวเองได้ผ่านการตัดสินใจและครุ่นคิดเลือกสรรอย่างรอบคอบแล้ว
ดังนั้นเขาจึงเก็บหน่วยกิตของ 4 ปีได้  ครบภายในเวลาเพียง 3 ปี แล้วออกมาทำงาน
 การงานของเขาดำเนินไปอย่างราบรื่น กล่าวได้ว่าก้าวหน้าเร็วมาก
 จนได้เป็นหัวหน้าวิศวกร
มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง
 เขาบอกว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตเขาทั้งชีวิตเลยทีเดียว

 ตอนที่เขาทำงานอยู่ในอลาสกา ขณะที่เขากับเพื่อนคนหนึ่งอยู่บนภูเขา
ก็ได้ยินเสียงหมาป่าครางโหยหวน
 เขาสองคนจึงออกค้นหาไปทั่วบริเวณด้วยความตกใจ
 
สุดท้ายไปเจอแม่หมาป่าตัวหนึ่งถูกกับดักสัตว์หนีบขาและกำลังร้องครวญครางโหย หวนอยู่
เขาเห็นกับดักสัตว์หน้าตาประหลาดนั้นปุ๊บก็ทราบทันทีว่าเป็นของคนงานเฒ่าคนห นึ่ง
คนงานเฒ่าคนนั้นมักดักจับสัตว์เป็นงานอดิเรกเพื่อจะนำหนังสัตว์ไปขายเสริมรายได้ในครอบครัว

แต่คนงานเฒ่าคนนี้เพิ่งจะถูกเฮลิคอปเตอร์พาไปส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนด้วยอาการโรคหัวใจ
ดังนั้นแม่หมาป่าตัวนี้จึงมีโอกาสอดตายเพราะไม่มีใครมาช่วยจัดการ
เขาคิดจะปล่อยแม่หมาป่า แต่แม่หมาป่าดุมากจนไม่สามารถเข้าไปใกล้ๆ ได้เลย
เขายังเห็นด้วยว่าแม่หมาป่ามีน้ำนมหยดจากเต้านม แสดงว่ามีลูกอ่อนรออยู่ในรัง
 ดังนั้นเขากับเพื่อนจึงพยายามค้นหารังหมาป่าอย่างสุดความสามารถ
และหาพบในที่สุดจากนั้นจึงอุ้มลูกหมาป่าทั้งสี่ตัวมาที่แม่หมาป่าเพื่อให้มันป้อนนมลูก
ลูกมันจะได้ไม่อดตาย
พวกเขาแบ่งเสบียงให้แม่หมาป่า มันจะได้รอดชีวิตต่อไป
 กลางคืนยังต้องตั้งแคมป์อยู่ใกล้ๆเพื่อจะได้ช่วยคุ้มครองพวกมันได้
เพราะแม่หมาป่าโดนกับดักหนีบไว้
จึงป้องกันตัวเองไม่ได้

จนถึงวันที่ 5 ตอนที่เขาไปป้อนอาหาร พบว่าหางของแม่หมาป่ากระดิกเบาๆ
จึงทราบว่าเริ่มได้รับความไว้วางใจจากแม่หมาป่าแล้ว ผ่านไปอีก 3 วัน
แม่หมาป่าถึงได้ยอมให้เขาเข้าใกล้เพื่อจะได้ปลดกับดักสัตว์ออกให้
หลังจากแม่หมาป่าเป็นอิสระ ก็เลียมือของเขา ยอมให้เขาใส่ยารักษาแผลที่ขาให้
แล้วค่อยพาลูกๆ จากไป ระหว่างเดินจากไปยังหันกลับมามองพวกเขาอยู่หลายครั้ง


เขานั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่แล้วคิดว่า
 หากมนุษย์สามารถทำให้สัตว์ป่าที่ดุร้ายเลียมือตัวเองและกลายเป็นเพื่อนกันได ้
  แล้วจะไม่สามารถทำให้มนุษย์ด้วยกันวางอาวุธลง
 และยอมเป็นเพื่อนด้วยได้เชียวหรือ?
 เขาตัดสินใจว่านับจากนี้ไปจะแสดงความเป็นมิตรแก่คนอื่นก่อน
 เพราะเขาได้รับบทเรียนจากเรื่องนี้แล้วว่า
ต้องแสดงความจริงใจของเราเองก่อน อีกฝ่ายจึงจะยอมแสดงความจริงใจตอบ
 (เขายังพูดล้อเล่นว่าหากไม่เป็นเช่นนี้ล่ะก็  อีกฝ่ายก็คงเทียบไม่ได้กระทั่งเดรัจฉานแล้ว)

 ดังนั้น เวลาทำงานในบริษัท เขาจึงมักปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ
เขาจะสมมติก่อนว่าคนอื่นนั้นมีเจตนาดี
 แล้วค่อยไปคิดหาเหตุผลในพฤติกรรมของคนคนนั้นเขามักช่วยเหลือผู้อื่น
ไม่ถือสาหาความเรื่องเล็กน้อย
ดังนั้นเขาจึงได้เลื่อนตำแหน่งทุกปีและก้าวหน้าเร็วมาก ที่สำคัญที่สุดคือ
เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน
คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นนั้นมักมีความสุขกว่าคนที่ได้รับความช่วยเหลือมาก

แม้เขาจะไม่ทราบว่าคนจีนมีคำกล่าวว่า
 “เป็นผู้ให้มีความสุขกว่าเป็นผู้รับ”
 แต่ชีวิตของเขาได้ยืนยันความจริงของประโยคนี้แล้ว
เขาบอกผมว่า เขารู้สึกขอบคุณประสบการณ์ในอลาสกาอย่างมาก
 เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อเขาไปชั่วชีวิต
 ซึ่งก็จริง มีเพียงสิ่งที่ตัวเราปรารถนาเท่านั้นที่เราจะทะนุถนอม
มีเพียงลูกพลับที่เคยผ่านน้ำค้างแข็งมาแล้วเท่านั้นที่จะมีรสหวาน

คนก็เช่นกัน ต้องผ่านการฝึกฝนขัดเกลาจึงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยสมบูรณ์
หากคนคนหนึ่งเรียนจนจบมหาวิทยาลัยแล้วยังไม่รู้อีกว่าตัวเองอยากจะทำอะไร
ก็สมควรจะส่งเขาไปฝึกฝนขัดเกลาตัวเองในโลกภายนอกเสียบ้างแล้ว
 อย่าให้เงินเขา ให้เขาหาเงินเลี้ยงปากท้องเอง
 ให้โอกาสเขาไปแสวงหาตัวตนของตัวเองและสัมผัสกับชีวิต
 เชื่อว่าเขาย่อมได้พบกับประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเขาไปจนวันตายอย่างแน่นอน

                 *************************
(คุณเกียรติส่งมาให้อ่านกันค่ะ)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 54
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Apr. 2004,01:09 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

กาลครั้งหนึ่งนานานมาแล้ว....อาเธอร์ถูกจับและจะถูกประหารชีวิตแต่
กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่งได้ถูกต้องอาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็มถ้าเขาตอบไม่ได้เขาก็จะถูกประหารชีวิต

คำถามนั้นคือ.....สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆนั้นคืออะไร

ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็น จนแม้นักปราชญ์ที่ชาญฉลาด ก็ยังงุนงง
เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน
แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไป
ปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่รู้คำตอบ
แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพงแล้ววันสิ้นปีก็มาถึง
อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น.....แม่มดตกลงจะให้คำตอบ
แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน
นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน
อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินโต้ะกลม
และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด ของอาเธอร์
อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ
เพราะยายแก่หลังโก่ง เหม็นก็เหม็น มีฟันเหลือซี่เดียว
ตัวเหม็นเหมือนถังส้วม ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ
เขาปฎิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน
ฝ่ายกาเวนพอได้รับถึงข้อเสนอนั้น
เขายอมแต่งงานเพื่อชีวิตของอาเธอร์
และการดำรงอยู่ของอัศวินโต้ะกลม
และยายแม่มดก็ให้คำตอบแก่อาเธอร์
สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆก็คือ "การเป็นตัวของตัวเอง"
ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่
และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการโดนประหารแน่นอนและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
แต่ทว่า...งานแต่งงานของแม่มดกับกาเวนช่างเหลือรับจริงๆ
กาเวนนั้นสง่าผ่าเผยเช่นปกติทั้งยังสุภาพอ่อนน้อมส่วนฝ่าย
นังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดขีด ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ
ทั้งเรอ ทั้งตดผู้คนต่างรู้สึกอึดอัดและแล้วคำคืนของวันส่งตัวก็มาถึง
กาเวนได้แต่ปลอบตนเองพร้อมรับคำคืนสยองเขาก้าวเข้าสู่ห้องวิวาห์...
ช่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง....หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่เคยพานพบ
นอนรออยู่เบื้องหน้า กาเวนงุนงง...สาวแสนสวยเฉลยว่าเพราะกาเวน
ช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่มด) ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน
เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจส่วนอีกครึ่งหนึ่งของ
วันเธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้...กลางวันเขาอยากให้เป็นแบบไหน..
นับว่าเป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย...กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง......
หญิงสาวสวยยามกลางวัน เพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง แต่กลางคืน
เมื่ออยู่กันสองต่อสองเป็นแม่มด หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน หรือเลือกสาวสวยเพื่อเริงระบำยามคำคืนดี... เป็นคุณล่ะจะเลือกอย่างไร??

กรุณาหยุดคิด..สักนิดแล้วค่อยดูบรรทัดต่อไป....


OK.เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว...อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้
กาเวนตอบว่า "เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเอง"
เมื่อเธอได้ยินดังนั้นเธอจึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา
เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..

1.ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือน่าเกลียด ลึกๆข้างในเธอคือแม่มด
2.ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มดหรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่นั้น
ขึ้นอยู่กับความประพฤติของผู้ชาย

--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 55
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Apr. 2004,01:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตอนเด็ก ๆ ฉันเคยหัวเสียกับเชือกที่พันกันยุ่งเหยิง ยิ่งแก้ยิ่งอารมณ์เสีย ฉันร้องห่มร้องไห้ โทษดินฟ้าอากาศ แล้วคิดว่า
ทำไมฉันต้องทนกับเจ้าเชือกไร้สาระพวกนี้ด้วย เลยใช้มีดตัด ๆ
ตัดจนเชือกขาดเป็นชิ้น ๆ (สะใจจริง) พอหายโมโห ฉัน
นั่งมองกองเชือกขาด ๆ ที่ไร้ประโยชน์ โถช่างน่าสงสารจริง ๆ
ทั้งตัวเองและเชือก

แต่แล้วครั้งต่อมา พอเชือกพันกันอีก...
ฉันก็ใช้มีดตัดมันอีกอย่างไม่คิดอะไร จนวันหนึ่ง...
ฉันเห็นแม่นั่งแก้เชือกที่พันกันกองโต มันยุ่งชนิดที่ว่า
ชาตินี้คงไม่สามารถกลับมาเป็นเส้นตรงได้เหมือนเดิม
ฉันเห็นแม่นั่งแก้ทุกวัน วันละนิดละหน่อย พอเบื่อก็ไปทำอย่างอื่น
ทิ้งกองเชือกกองไว้ แล้วก็กลับมานั่งแก้อีก
จนฉันรำคาญ และคิดว่า ทำไมแต่ต้องทนกับ
กองเชือกไร้สาระพวกนี้ เลยบอกแม่ว่าเอามีดตัดมันออกเถอะ...
นั่นแหละฉันถึงได้เข้าใจเมื่อแม่ตอบว่า...

“เวลาที่เชือกพันกัน เขาห้ามใช้มีดตัด ต้องแก้ออกให้ได้
เพราะเชือกเป็นเส้นเดียวต่อให้พันกันยุ่งแค่ไหนก็แก้ได้ ถ้าแค่เชือกพันกันแค่นี้ลูกแก้ไม่ได้ แล้วต่อไปจะแก้ปัญหาอะไรในชีวิตได้
ลูกก็จะแก้ปัญหาสุ่ม ๆ เหมือนที่ใช้มีดตัดเชือกนั่นแหละ …
ถ้าลูกไม่อดทนแก้เชือกด้วยมือตัวเอง ค่อย ๆ แกะวันละนิดละหน่อย
แค่นี้ทำไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรได้ ไม่มีอะไรยากไปกว่าความอดทนของคนหรอก...”

หลังจากนั่นอีก 3 วัน ฉันเห็นขดเชือกเส้นสวยเป็นระเบียบแขวนอยู่
ฉันมองอย่างทึ่ง แม่ยิ้มอย่างภูมิใจ เรื่องนี้ทำให้ฉันรู้ว่า
ปัญหาของคนเรา จริง ๆ แล้วคือการหนีปัญหานั่นแหละ เพราะถ้าเราตั้งใจแก้มัน มีหรือจะไม่มีทางออก แพ้บ้าง ชนะบ้างเป็นเรื่องปกติ
จะได้ “ล้มเป็นลุกเป็น” โลกสร้างปัญหา สร้างความทุกข์
ให้เราผ่านไปให้ได้... ฉันไม่เคยซ้ำเติม คนที่ฆ่าตัวตายว่าเขาโง่
เพียงแต่เขาก้าวผ่านปัญหาบนโลกไปไม่ได้
เขาเลยเลือกที่จะหนีไปจากโลกนี้แทน ด้วยความขาดสติ
ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พอวันวัยผ่านมา ตอนนี้ฉันได้รู้ว่า
ชีวิตคนเราผิดพลาดได้ ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องปกติ
ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไร เลย...

ไม่ว่าจะเหนื่อยจะท้อแค่ไหน อย่าหนีปัญหาไปเฉย ๆ ล่ะ
แค่บอกปัญหาว่าพักสักเดี๋ยว แล้วค่อยมาเจอกันใหม่.

--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 56
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 May 2004,02:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน

ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ

“คน” เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น
อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว

อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป
เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว..คนเดียว....

อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป
เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง

อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป
เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด

อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้
เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้
คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที

เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ
ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ฉันเองก็เป็น “คน” เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน

...อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...


--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 57
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 May 2004,02:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มีความดี  ควร  รักษา

มีปัญญา ควร  รู้จักใช้

มีวินัย  ควร  ปฎิบัติ

มีโทรทัศน์  ควร  รู้จักดู

มีครูอาจารย์  ควร  ให้การเคารพ

มีนักรบ  ควร  ให้กำลังใจ

มีความใคร่  ควร  ปฎิบัติธรรม

มีผู้นำ ควร  เชื่อ ฟัง

มีระฆัง  ควร  รู้จักตี

มีหนี้สิน  ควร  ให้คืนเขา

มีกระเป๋า ควร ระวังหาย

มีมิตรสหาย  ควร  จริงใจต่อกัน

มีความดัน  ควร  ไปปรึกษาหมอ

มีหลวงพ่อ  ควร  เสวนาธรรม

มีความจำ  ควร  จดไว้

มีรถยนต์  ควร  ไปขึ้นทะเบียน

มีข้อเขียนที่ดี  ควร  นำออกเผยแพร่

มีพ่อแม่  ควร  ให้การบูชา

มีตำรา  ควร  หมั่นขยันดู

ที่มา: http://www.watchai.iirt.net/khamkon3.html[/color]

--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 58
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 May 2004,22:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

rose.gif ภาษารักทั้ง 9  rose.gif

คู่รักจำนวนไม่น้อยเลยที่สร้างความรักขึ้นมาด้วยใจ
สานสัมพันธ์สายใยกันด้วยชีวิต
แต่กลับทำลายด้วยภาษาอันไม่เข้าท่าแลไม่ควร
จนเกิดความเสียหายที่ไม่ปราถนาตามมามากมาย
ภาษารักจึงเป็นระบบการสื่อสัมพันธ์ของคนทั้งสอง
ให้ตรงตามจริงและตามวัตถุประสงค์มุ่งหวัง
เป็นภาษาที่ต้องรู้ เข้าใจ ฝึกให้ดี ใช้ให้เป็น
และบริหารให้เกิดประโยชน์

1.ภาษาใจ
เป็นการส่งรับด้วยจิตนิ่งเป็นหนึ่ง
เมื่อจิตว่าง การรับรู้จะชัดเจน แจ่มใส และแม่นยำ
การส่งการรับภาษาใจนี้จะก่อให้เกิดความเข้าใจ
และความประทับใจในความสัมพันธ์กันมาก
ซึ่งเป็นความจำเป็นพื้นฐานของคนสองคน
ที่จะเป็นคู่ชีวิตใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

2.ภาษาสายตา
เป็นภาษาที่ลึกซึ้งและเที่ยงตรงที่สุดเพราะหลอกกันไม่ได้
วิธีการส่งภาษาใจออกมาเป็นภาษาตานั้น
เพียงแผ่ความรู้สึกลึกๆในใจออกมา
ความรู้สึกนั้นก็จะฉายออกมาทางแววตา
แววตาของมนุษย์สามารถบอกสิ่งต่างๆมากมาย
จนกล่าวว่า "ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ"

3.ภาษายิ้ม
ยิ้มเป็นสิ่งที่บ่งบอกและแสดงความเป็นไปของผู้ยิ้ม
การกำหนดยิ้ม เกิดจากสภาวะทั้งภายใน ภายนอก
และจากอุปนิสัย โดยแบ่งเป็น 3 แบบของยิ้ม
คือ ยิ้มแบบมีความสุข ยิ้มแบบเหนื่อยๆ และยิ้มแบบขอไปที
การยิ้มมีทั้งประโยชน์และโทษ ดังนั้นเราจึงควรฝึกยิ้มให้มีเสน่ห์
และมีความสุข ดังนี้
1)ยิ้มจากใจ               2)ยิ้มหมด
3)ยิ้มเปล่งประกาย       4)ยิ้มให้พอดี
5)ยิ้มให้ปรากฎ           6)ยิ้มให้ถูกกาละเทศะ
7)ยิ้มให้ถูกวัตถุประสงค์ 8)ยิ้มอย่างทรงพลัง
9)ยิ้มทั้งตา

4.ภาษาวาจา
คำพูดทุกคำที่เปล่งออกมาจะมีพลังอยู่ในตัว
และซึมซาบเข้าสู่ผู้ฟัง สามารถใช้สร้างสรรค์หรือทำลายก็ได้
พลังแห่งคำพูดมี 2 องค์ประกอบ
คือ พลังแห่งเสียง และพลังแห่งความหมาย
ดังนั้นจึงต้องกลั่นกรองวาจาก่อนเจรจาใดๆ
ทุกครั้งที่พูดให้ใคร่ครวญในสิ่งที่พูดว่าเป็นจริงหรือเปล่า
เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน
ความเข้าใจที่ถูกต้องจะต้องอยู่บนพื้นฐาน ของความจริงเท่านั้น
การพูดเท็จจึงเป็นการสร้างความเข้าใจผิด
และเป็นการทำลายระบบสัจจะ ก่อให้เกิดปัญหาตามมา
ทั้งนี้อย่าคิดว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจความหมายได้เอง
ภาษาวาจามีอานุภาพมาก มีทั้งประโยชน์และโทษ
ถ้าไม่ระมัดระวังคำพูด ดังนั้นทุกครั้งที่พูดควรกลั่นกรองคำพูด
เพื่อจรรโลงใจยังความรักให้งอกงามสถาพร

5.ภาษาท่าทาง
ท่าทางอันจรรโลงรักให้ภาคภูมิ งดงาม
และยังความมั่นใจในสัมพันธภาพ คือ
1)บุคคลิกอันงามสง่า
2)กิริยาที่สำรวม
3)อิริยาบถอันสมดุล
4)ท่วงท่าอันมั่นคง
5)ท่าทีจริงจังที่ปล่อยวาง
จึงจะได้ความมั่นคงอันอบอุ่น และความสบายใจอันเป็นรากฐานแห่งความสุข

6.ภาษาสัมผัส
เป็นอีกระบบภาษาหนึ่งที่คู่รักชอบใช้กัน เช่นการโอบกอด
ภาษาสัมผัสเป็นการถ่ายทอด หรือแลกเปลี่ยนพลังระหว่างบุคคล
การสัมผัสควรพิถีพิถันบรรจง อ่อนโยน ทะนุถนอม
นุ่มนวลและหนักแน่นเป็นการเกื้อกูลกันให้เกิดพลังมาก
สมานสัมพันธ์ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

7.ภาษาพฤติกรรม
รักแท้ที่จริงมิใช่คำพูด แต่ต้องฉายออกมาจริงทุกระดับ
ทั้งใจ แววตา ยิ้ม วาจา ท่าทาง สัมผัส และพฤติกรรม
ดังนั้นภาษาพฤติกรรมจึงเป็นภาษารักแห่งยั่งยืน

8.ภาษาสัมพันธ์
คือการจัดสมดุลให้แก่ชีวิตคู่ให้สัมพันธภาพคงอยู่เสมอ
อย่างบริสุทธิ์ใจ มั่นคง ลงตัว เข้ากันได้อย่างดี
ให้คู่รักทั้งสองร่วมกันพัฒนายิ่งๆขึ้น
จนกว่าสัมพันธภาพนั้นนิรันดร

9.ภาษาแห่งความสงบ
ในบรรดาภาษาทั้งหลาย ภาษาแห่งความสงบ
เป็นภาษาที่ทรงอานุภาพสูงสุด
เมื่อใดที่เข้าถึงความสงบได้ ความสุขจึงปรากฎ
ความเข้าใจเที่ยงตรงตามจริงจึงแจ่มชัด
ความตั้งใจเชิงสร้างสรรค์จึงพรั่งพรู
จรรยามารยาทอันงดงามจึงส่องแสง
ความอ่อนโยนจึงยังความอบอุ่นให้บังเกิดสัมผัสจึงทราบซึ้ง
สัมพันธภาพจึงมั่นคง
ดังนั้นภาษาแห่งความสงบจึงเป็นที่สุดแห่งภาษารักทั้งมวล

ดังนี้เองการสื่อภาษารักใดๆนั้นจะทรงพลัง
มีค่าความเที่ยงตรง ความละเอียดอ่อน และความลึกซึ้ง
ขึ้นอยู่กับพลังชีวิตและระดับจิตใจของแต่ละคน
ต่อไปนี้ขอทุกท่านที่พึงประสงค์มีรักแท้ที่ยิ่งใหญ่
จงหมั่นฝึกฝนตนเองให้เป็นคนที่สื่อภาษาอย่างประเสริฐ
ล้ำค่าและทรงพลัง ก็จะนำมาซึ่งความถูกต้องตรงตามเจตนา
บนฐานของความจริงใจ สามารถสานสัมพันธ์กันได้ดียิ่งขึ้น
และรักกันตราบนานเท่านาน ยั่งยืนสถาพร

--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 59
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 May 2004,23:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 60
nid Search for posts by this member.
หมอดูแม่นๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 358
เข้าร่วมเมื่อ: 27 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Jul. 2004,16:18 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



--------------
[move]สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นจริงเสมอไป[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
124 คำตอบนับตั้งแต่ 27 Sep. 2002,15:38 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 6 of 13<<2345678910>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com