เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 25<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: *เรื่องเล่าตอนเข้าป่า*, ใครมีประสบการณ์มาช่วยเล่าด้วย< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Aug. 2002,13:30  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โธ่..หลงพี่ นู๋อุตส่าห์ปูเสื่อกางมุ้งนอนรอ น้าแอ๊ดและพี่ๆ
เล่าเรื่องเข้าป่า อยู่ในห้องนั่งเล่นโน่นนะ..

อ่ะ..ไม่เป็นไร นู๋ย้ายทำเล ตามมาห้องนี้ก็ได้ค่ะ
ว่าแต่ฟังเรื่องซีเรียส นู๋ต้องทำหน้าอย่างงี้ด้วยอ่ะป่าวคะ? อิอิ
mad1.gif  mad1.gif  mad1.gif  mad1.gif  mad1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Aug. 2002,08:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

รีบมาเล่าต่อ กลัวคุณฤาษีเอามีดเฉาะหัว เห็นถือมีดจะอาละวาดอยู่

        เดินป่าตอนค่ำ ไม่สนุกเลย เดือนก็มืด พี่คนนำทางเดินอยู่ในความมืด คนต่อมามีไฟฉายติดตัว เปิดๆปิดๆ คอยส่องไฟให้ฉันเห็นทาง เขาไม่เปิดไฟฉายตลอดเพราะเขากลัวเสียลับ เสียลับแปลว่า ศัตรูรู้หรือเห็นเรา ฉันเดินไม่ค่อยจะถูกแทบจะสะดุดรากยางล้มคว่ำ แล้วเขาก็พาข้ามถนนดำ หมายถึงถนนลาดยาง ข้ามตอนที่ไม่มีรถแล่นมา แล้วก็เดินเข้าสู่ป่าอีก คราวนี้ขึ้นเนินเตี้ยสองเนิน แล้วก็ถึง ก่อนถึง เขาจะส่งเสียงร้อง “ตู๊กๆ” ก็จะมีเสียงร้องตอบมา แล้วเราก็เดินเข้าไปหาพวกเขา 

      ที่นั่น เขาก็พาฉันไปแนะนำตัว เราก็จะจับมือกัน และฉันก็ได้เจอรุ่นพี่ต่างสถาบันที่เคยทำงานร่วมกัน เมื่อช่วงก่อนที่จะเกิด 6 ตุลา พี่ผู้หญิงใส่ชุดเขียวแบบทหาร ดูแปลกตาต่างจากที่เคยเห็น แต่ฉันก็เกิดความรู้สึกดีๆที่ได้เจอคนรู้จัก คืนนั้นฉันได้นอนเปลเป็นคืนแรก มันเหมือนเรามาอยู่อีกโลกหนึ่ง ช่างแปลกจริงๆ 

       รุ่งเช้าเขาก็ตื่นนอนกันหมดแล้ว ฉันไปดูเขาหุงข้าว เขาใช้หิน 3 ก้อน วางเป็นเส้า ก่อไฟด้วยกิ่งไม้แห้ง พอไฟติดก็เอาข้าวตั้ง  ภาชนะที่ใช้หุงข้าวคือ หม้อสนาม เขาจะคอยเติมฟืนจนกว่าข้าวจะสุก พอข้าวสุกก็ราไฟ ดงข้าวให้แห้ง แล้วค่อยทำกับข้าว ก็ใช้หม้อสนามอีกใบหนึ่ง เขาทำผักกูดผัดเกลือให้กิน มีกับข้าวอย่างเดียวนี่แหละ ส่วนน้ำดื่มเขาจะต้มเสมอ เพื่อป้องกันโรคต่างๆ พอกินเสร็จเขาก็เก็บทำลายหลักฐานทุกอย่าง กลบเกลื่อนรอยไม่ให้คนรู้ แล้วเขาก็บอกว่าเราจะเดินทางกลับไปยังค่ายใหญ่ที่อยู่ในป่าลึก ทุกคนก็จะมีสัมภาระ เป็นเป้คนละใบ ซึ่งจะมีเสื้อผ้าของใช่ส่วนตัว เช่น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ฯลฯ และต้องรับผิดชอบของกองกลางด้วย เช่นบางคนก็รับผิดชอบแบกหม้อหุงข้าว เป็นต้น  

        ทุกคนจะมีกระติกน้ำเป็นของตนเอง เขาให้คาดเอวไว้ บางคนที่กระติกน้ำก็จะมีที่สวมก้นกระติกเป็นอะลูมีเนียม เขาเรียกว่า ปิดง เอาไว้กินข้าว กินน้ำได้ แต่ละคนก็มีช้อนเป็นของส่วนตัวด้วย

      เวลาเดินขึ้นภูเขามันเหนื่อย และเมื่อยจริงๆ เหงื่อไหลเต็มตัว หายใจแรง เขาเดินกันเหมือนไม่เหน็ดเหนื่อย เขาไม่หยุดพัก เราก็ต้องไม่หยุด เพราะไม่เช่นนั้นจะหลงทาง เพราะบางทีเขาก็ไม่ได้เดินไปตามทาง มีช่วงหนึ่งเดินอยู่บนสันเขาสวยมากเลย  ข้างบนที่เรายืนอยู่เป็นต้นไม้สูงๆ มองลงไปข้างล่าง เห็นต้นไม้ไล่ระดับลงไป มีลมพัดมาเฉื่อยฉิว เราเดินขึ้นมาถึงตรงนี้แทบจะหายเหนื่อยเลย แล้วเขาก็ให้นั่งพัก ฉันปลี้มเปรมใจที่ได้อยู่ท่ามกลางป่าเขา ได้เห็นต้นไม้ใบไม้แปลกตา  ฉันนั่งลงข้างทางเดิน หอมกลิ่นใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นปูทับกันเป็นชั้นๆ มีขนนกเล็กๆหล่นอยู ฉันยังแอบเก็บมันไปเก็บไว้ สหายก็มาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง แต่เวลาเขาพูดภาษาใต้ ฉันก็ฟังไม่ค่อยออก พอเขาพูดภาษากลางฉันก็ขำ เพราะฟังดูแปร่งๆ ฉันไม่ค่อยอยากพูดนัก เพราะมีเรื่องที่จะต้องทำความคุ้นเคยมากมายเหลือเกิน เขาพักกินข้าวกลางวันกันบนนี้ ก็เป็นข้าวที่หุงเผื่อไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า

      จากสันภูเราก็ต้องเดินลง ทางลาดลงชันมากแทบจะต้องวิ่งลง ก็ทรมานไปอีกแบบ แล้วก็ถึงลำธารที่มีก้อนหินระเกะระกะ ลำธารสวยน้ำใสแจ๋ว ฉันนึกถึงตอนที่ไปเที่ยวน้ำตก แต่นี่ไม่ใช่มาเที่ยว จะเอ้อระเหยลอยชายก็ไม่ได้ ต้องรีบเร่ง  เดินบนก้อนหินก็เดินยากอีก สหายทั้งหลายคล่องแคล่วมากวิ่งไปตามก้อนหิน ฉันกับพี่ที่เป็นนักศึกษา กระย่องกระแย่ง กว่าจะก้าวไปบนก้อนหินแต่ละก้อนได้ ฉันตกน้ำเสียหลายรอบ แล้วยิ่งรองเท้าเปียกน้ำก็ยิ่งเดินยาก สหายทั้งหลายเดินเร็วก็ไปนั่งสูบยาคอยเราอยู่ข้างหน้า จนในที่สุด

      เย็นวันนั้นเราก็ถึงที่ที่เขาเรียกว่า “ค่าย” เรายังอยู่ที่ตีนเนินข้างลำธาร สหายก็ชี้ให้ดูว่าข้างบนเนินนั้นเป็นค่าย ฉันมองดูก็ไม่เห็นสิ่งใดๆที่บ่งบอกว่าเป็นค่ายเลย เห็นแต่ต้นไม้ ทั้งยังไม่ได้ยินเสียงใดๆอีกด้วย  แล้วสหายก็หยุดอยู่หน้าค่าย  ส่งสัญญาน ตู๊กๆ เหมือนที่ฉันได้ยินเมื่อวานนี้  สักครู่ก็มีเสียงตอบรับดังมา  

      ฉันใจเต้นระทึก ค่ายที่ว่า หน้าตาจะเป็นอย่างไรหนอ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
STUV Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 283
เข้าร่วมเมื่อ: 09 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Aug. 2002,09:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ติดตามอ่านด้วยใจระทึกเช่นกันครับ ....
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Aug. 2002,12:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ได้สัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่ เหมือนกะพี่ฤษีไปเที่ยวป่าเลยค่ะ
แต่น้าแอ๊ดไม่ได้ไปเที่ยว หากแต่ไปอยู่ที่นั่นเลย...
ชีวิตฝากไว้กับคนบนฟ้า ไม่รู้โชคชะตาว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่
บรรยากาศของป่าคล้ายกัน แต่บรรยากาศในจิตใจคงต่างกันลิบลับ..
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
สข1 Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 668
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Aug. 2002,18:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ก้าวเถิดกรรมาชน          ทุกทุกคนจะก้าวตาม
ใต้ฟ้าที่สีคราม              อย่ามัวหยามพลังตน
กวาดล้างให้สิ้นซาก       ไอ้เศษกากทรชน
พวกมันจะจำนน            ทัพคนจนคือทัพธรรม

ทุกคนจะเข้าร่วม            รวมพลังบดขยำ
ฝากไว้ให้โลกจำ            ว่าเราทำด้วยสองมืิอ
นายทุนขุนข้าทาส          ไทยทั้งชาติกลัวมันหรือ
อย่าลืมว่าเราคือ             ผู้มีชื่อว่ากรรมาชน

ฝากเพลงที่ฟังแล้วก่อให้เกิดบรรยากาศ     ปลุกเร้าจิตใจแห่งการต่อสู้อีกเพลง



ผมจะเริ่มเล่าเรื่องราวของเขตงานสงขลา   เป็นการเล่าจากสิ่งที่ได้พบได้เห็น  และความ ทรงจำ  มิใช่ข้อมูลทางวิชาการใดๆ   ซึ่งอาจจะตกหล่นหรือคลาดเคลื่อน   ถ้ามีผู้ใดที่ทราบข้อเท็จจริง   กรุณาช่วยเพิ่มเติมและแก้ไข    ขอบคุณครับ

เขตงานสงขลา

เขตงานสงขลาแบ่งความรับผิดชอบเป็น 2 เขต  พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม   จังหวัด สงขลา  ยะลา  ปัตตานี  นราธิวาส   ที่ตั้งของกองกำลังน่าจะเป็นเทือกเขาบรรทัด  เชื่อมต่อเนื่องถึงเขตสามจังหวัดพัทลุง  ตรัง  สตูล  ผมอยู่เขต 1 ที่ตั้งกองกำลัง อยู่บริเวนเขาลูกช้าง (ทางการเรียกเขารูปช้าง   เพราะมองเห็นเป็นรูปช้างแต่ไกล) ลุ่มน้ำคลองบาโรย  เคลื่อนไหวมวลชนบริเวน  ทุ่งลุง  คลองแงะ  และวังพาเป็น จุดเริ่มต้น  ส่วนเขต 2 ผมไม่เคยไป   แต่เห็นสหายบอกว่าอยู่ห่างกันไม่มาก ไปทาง นาทวี  สบ้าย้อย

เขตงานสงขลาจะว่าเป็นเขตงานใหม่และเล็ก    ก็ถูกสำหรับ พคท.   แต่เป็นเขตงาน ที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองแนวลัทธิมาร์กมานาน  จากบุคคลสองกลุ่ม   กลุ่มหนึ่งคือ   กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเล   ซึ่งบางคนก็เป็นเพียงคนที่ได้รับอิทธิพล จากการปฏิวัติในประเทศจีน  ส่วนบางคนเป็นถึงสมาชิกพรรค  ที่แตกทัพจากสงคราม ระหว่างพรรคฯจีนกับเจียงไคเช็ค   กลุ่มนี้ได้ตั้งกลุ่มศึกษาลัทธิมาร์กขึ้น   เพื่อเผยแพร่ และขยายสมาชิก   สมาชิกพรรคฯไทยหลายคนก็เป็นสมาชิกพรรคฯจีนมาก่อน  (เข้าใจว่าเป็นการเคลื่อนไหวช่วงก่อนก่อตั้งพคท.) อีกกลุ่มหนึ่งคือ พรรคคอมฯมาลายา  ที่อาศัยชายแดนแถบนี้ เป็นแนวหลังที่สนับสนุนเสบียง  ยุทธปัจจัย  และเป็นที่หลบภัยยามถูกลอ้มปราบ     มาเป็นเวลายาวนาน  
ภายหลังจากพรรคฯมาลายา เกิดปัญหาภายใน  ได้แตกออกเป็น 3 พรรค กองกำลังที่ 8 ซึ่งนำโดยสหาย อี้เจียง ได้ยึดพื้นที่เขตสงขลา เป็นฐานที่มั่น  ก่อตั้งพรรคใหม่ชื่อ พรรคคอมมิวนิสต์มาลายา(พวกปฏิวัติ)  ส่วนกองกำลัง ที่ 12 ก็ตั้งพรรคใหม่ชื่อ พรรคคอมมิวสต์มาลายา(ลัทธิมาร์กเลนิน) เคลื่อนไหวแถว จังหวัดยะลา     พคท.ได้เริ่มเข้าเคลื่อนไหวขอยึดพื้นที่คืน ช่วงหลังการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธแล้ว (ข้อมูลเหล่านี้ผมได้จากการพูดคุย กับสหายเก่า  อาจจะคลาดเคลื่อนตกหล่นบ้าง)  มวลชนแถบนี้จะเป็นคนเชื้อสายจีนภาษาแคะ   ความจริงคนจีนแถบสี่จังหวัดภาคใต้่ ก็จะเป็นจีนแคะเป็นส่วนใหญ่   เพราะฉนั้นเราจะพบว่าสหายเก่าหลายคน    จะพูดภาษาจีนกัน   และรู้จักสนิทสนมกับ พรรคพี่น้องมาลายา   บางคนพี่อยู่พรรคไทย  น้องอยู่พรรคมาลายา  

ผมได้มีโอกาศเข้ามาศึกษาทฤษฎีการเมืองที่นี่  โดยการชักชวนจากคนที่รู้จักกันก่อน ในช่วงซัมเมอร์ปี 2519  เป็นเวลาประมาน 2 เดือน   เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมาก  ไม่คิดว่าจะมีสังคมมนุษย์ที่อบอุ่นดีงามเช่นนี้หลงเหลืออยู่ในโลก   คนที่เข้าร่วมการศึกษามีประมาน 10 คน  นอกจากผมและเพื่อนแล้ว    นอกนั้นล้วนเป็น นักศึกษาจากสถานศึกษาในระแวกนั้น    สหายเก่าหรือที่เราเรียกกันว่า ทปท. มีประมาน สิบคน   ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นผู้หญิงมากกว่าชาย  มีคุณลุงรัน  และป้าเพิ่ม  ซึ่งผมคาดว่าอายุน่าจะไม่ต่ำกว่า 50 แล้ว  นอกนั้นก็เป็นทหารปลดแอกหญิง   มีคุณวี  และคุณสัน ที่ดูหนุ่มแน่น พอที่จะไปทำสงครามสู้กับศัตรูได้ โดยเฉพาะคุณสันถือ M 79 ตัวดำสูงใหญ่   พวกเราตื่นเต้นมากที่มีโอกาสได้ลูบคลำ  M79  นอกนั้นก็เป็นปืนสั้น  กับ คาร์ไบ M2  อีกไม่กี่กระบอก   ค่ายนี้เรียกว่าค่ายไร่   เพราะอยู่ติดกับไร่   ในไร่ปลูกข้าว  และข้าวโพด   ผมเคยถามว่ากองทัพเขตนี้มีกำลังคนแค่นี้เองหรือ  สหายตอบว่าค่ายนี้เป็นค่ายที่เรามาอยู่เพื่อทำไร่    เรายังมีค่ายใหญ่อยู่ข้างใน  และเราก็ยังมีสหายที่ทำงานมวลชนอยู่ตามเขตงานอีก  

     
กิจกรรมของเราก็คือกลางวันศึกษาทฤษฎีการเมือง   หัวค่ำศึกษาสถานะการณ์    ก็คือฟังข่าวจาก สปท.  แล้วก็วิจารณ์ข่าว  ความจริงก็คือการพูดปลุกเร้า  ให้เห็นถึงสถานะการณ์ที่ดีวันดีคืนของการปฏิวัติ   เอกสารที่ศึกษาก็จะเป็นเอกสารที่ ปลุกเร้า จูงใจให้เกิดความต้องการเข้าร่วมในขบวนการปฏิวัติ   เท่าที่จำได้มี  ใครสร้างใครเลี้ยง   แถลงการ 30ปี(ที่หลายคนเข้าใจผิดมานานว่าเป็นเอกสาร ที่เขียนโดยพรรคฯ)   นักศึกษาที่เข้าร่วม ทำการศึกษาอย่างกระหายและเร่าร้อน  นอกจากกลางวันศึกษาเอกสารที่พรรคฯกำหนด  แต่ละคนยังติด
หนังสือ เข้ามาอีกหลายเล่ม   มีทั้งนิยายปฏิวัติ    และทฤษฎีการเมือง   หลังศึกษาสถานะการณ์จบ  ก็ยังตั้งตาอ่านอย่างขมักเขม้น   บางคนอ่านคนเดียวเงียบๆ   บางคนจับกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน  ของตัวเองอ่านจบ ก็ขอแลกเปลี่ยนกันอ่าน แทบจะไม่มีใครหลับนอนกันเลย   จนสหายต้องมาเตือนว่า  สหายพักผ่อนบ้างเถิดเดี๋ยวไม่สบาย   เวลากินก็จะบอกว่า  สหายกินเยอะหน่อย  เดี๋ยวต้องศึกษาหนัก  ในกองทัพเองก็มีหนังสือที่เราไม่เคยเห็น เช่นทหารน้อยจังก่า   และอีกหลายเล่ม ซึ่งก็ถูกตะลุยอ่านอย่างไม่รู้อิ่ม

ชีวิตความเป็นอยู่แสนจะอบอุ่น   สหายปฏิบัติต่อพวกเรา ชนิดที่เรียกว่า พ่อแม่ยังไม่เคยเอาใจใส่เราขนาดนี้    แทบเรียกได้ว่าแม้แต่ จะกินนอนขี้เยี่ยวยังคอยให้บริการ  เราได้มีโอกาสได้ไปใช้แรงงานบ้าง   เช่นไปเก็บข้าว  เก็บข้าวโพด  ไปขนส่งที่เขตงาน  ซึ่งก็เช่นเดียวกัน    สหายจะคอยดูแล ปรนนิบัติเรายังกับลูก  ผมได้สำผัสถึง ความเข้มแข็ง อดทน  ของสหายหญิง  และได้รับรู้ว่าความเสียสละนั้นมีจริง

บรรยากาสที่น่าสนุกในการเก็บข้าว   ภาคใต้เขาใช้ แกะ เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่ง  เป็นใบมีด มีสายรัดสวมที่มือ    แล้วเก็บข้าวเป็นรวงรวมๆกันแล้วมัดด้วยฟางข้าว เป็นมัดๆ เรียกว่าเรียง   สิ่งที่สนุกคือเวลาเก็บ  ทุกคนจะล้อมวงเริ่มจากรอบๆขอบนอก  แล้วเดินหน้าเข้าหาศุนย์กลาง    เราเดินไปก้าวหนึ่ง   เจ้าตั๊กแตนที่มากินข้าว  ก็จะบินหนีเราไปข้างหน้า    ผลสุดท้ายมันก็จะกองอยู่ตรงโคนต้นข้าวตรงกลาง   มากมายมหาศาล    เอาตาข่ายคลุมเพื่อไม่ให้มันบินหนี  จับเด็ดปีกหักขาใส่ถัง   หิ้วกลับกันคนละหลายถัง   กับข้าวเย็นนั้น  จนถึงของขบเคี้ยวตอนเที่ยงก็คือ ตั๊กแตนคั่ว แต่สนุกยิ่งกว่านั้นคือคืนนั้น   เราก่อกองไฟ  แล้วนั่งล้อมกองไฟ  เอาตั๊กแตนเสียบไม้ แล้วย่างกินกัน   ฟังสหายเล่าเรื่องปฏิวัติ    ร้องเพลงปฏิวัติ  งานปฏิวัติมันช่างมีความสุข อย่างน่าหลงไหลอะไรปานนั้น

หน้าเก็บข้าวโพดก็เช่นกัน  นั่งล้อมกองไฟ เอาข้าวโพดที่พึ่งเก็บจากต้น  โยนเข้ากองไฟทั้งเปลือก     พอเปลือกนอกไหม้จนใกล้ถึงเม็ด  ก็เอาออก  ลอกเปลือกที่ไหม้ออกจะเห็นเม็ดข้าวโพดเหลืองอร่าม  ควันกรุ่นๆ   ทั้งหอมเหมือนย่าง  นุ่มและไม่อมน้ำ    ที่สำคัญอร่อยอย่างไม่เคยได้ลิ้มรสที่ไหนมาก่อนเลย

จบสิ้นการศึกษาเราจากกันด้วยความอาลัยเป็นที่สุด   ในงานส่งลาทุกคนกอดกัน ร่ำลาด้วยน้ำตานองหน้า   ผมตั้งปนิธานว่า  ผมจะต้องกลับมาร่วมงานปฏิวัติที่นี่ อย่างแน่นอน     ผมเดินทางกลับกรุงเทพด้วยหัวใจที่ลิงโลดพองโต    ประกายไฟแห่งการปฏิวัติลุกโชน  ผมต้องกลับไปเล่าให้เพื่อนในกลุ่มศึกษาได้รับรู้ว่า  การต่อสู้ของ เราจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป   ผมได้พบหลังพิงที่มั่นคงและไว้ใจได้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Aug. 2002,20:05 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โห..น่าสนุกและตื่นเต้นจริงๆ ค่ะ ชีวิตในป่า
ถ้านู๋เป็นเพื่อนนักศึกษาของพี่สข.1
นู๋คงไม่ลังเลใจ ที่จะเข้าร่วมขบวนการค่ะ.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
Din Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 137
เข้าร่วมเมื่อ: 01 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Aug. 2002,20:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอจองแถวหน้าสุดนั่งฟังคุณลุงสข.๑และ ป้าแอ๊ด  ด้วยดวงใจระทึกโดยพลันขอรับ  bigsmile.gif

อ่านของลุงสข.๑ แล้วนึกถึงเพลงท่อนที่ว่า  ชีวิตใหม่  ได้มาน้ำตาหลั่งริน  ไม่ทราบว่าตอนนั้นรู้สึกอย่างนี้ไหมครับผม  bigsmile.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
ฤษีข้ามน้ำ Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 199
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 5
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Aug. 2002,23:30 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณ สข๑ เล่าได้สนุกดีครับ เห็นบรรยากาศเลย คนละแบบกับน้าแอ็ด แต่ก็แจ๋วทั้งสองคนครับ จะติดตามอ่านเรื่อยๆครับ ได้ความรู้ดีจริงๆ แล้วผมก็อยากลองกินข้าวโพดอย่างที่เล่าครับ คราวหน้าเข้าป่าจะลองเอาติดตัวไปลองทำดูบ้าง
   อ้อ..น้าแอ็ดครับ ผมชอบเสียง“ตู๊กๆ” ที่น้าแอ็ดว่าจริง ฟังแล้วขำดี  xmas.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
Yaya Search for posts by this member.
English Tutor
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 783
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: 5
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Aug. 2002,00:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้าแอ๊ดขา..
     ย๋าก็ตั้งใจฟังตลอดนะคะ ...เล่าได้เห็นภาพพจน์ดีมากเลยค่ะทั้งน้าแอ๊ด ..และทุกท่านที่มาสลับกันเล่า ..เหมือนตัวเองได้เข้าไปอยู่ในเตุการณ์นั้นด้วยจริงๆ ..เล่าต่อไปค่ะ ..ย๋า ..รอฟัง และพี่ๆหลายๆ คนก็นั่งล้อมวงกันทุกคนแล้วค่ะ ..นี่ย๋าเอาข้าวโพดมานั่งแทะไปด้วยอ่านไปด้วย ..อร่อยดีค่ะ ..แต่คงจะสู้รสชาดข้าวโพดในเรื่องไม่ได้หรอกค่ะ ...งั่ม ..งั่ม...งั่ม... again.gif  crying1.gif

--------------
ไม่มีข้อโต้แย้ง....ไม่มีข้อผูกมัด....อิสระ....ความพอใจ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
madun Search for posts by this member.
ฅนกากี่นั้ง
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 16
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Aug. 2002,02:53 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เล่าแล้วอย่าลืมมีเวลาแวะมางานที่อณุสรณ์สถาน14ตุลา 4แยกคอกงัวนะค่ะพี่น้องทั้งหลายเขามีงานทำบุญอ่านรายละเอียดที่ไทอ๊อก  แจ้งข่าวป่าวร้อง  โดยเฉพาะป้าแอ้ดและทุกคนค่าๆๆๆๆถ้าบอกไม่พร้อมก็ไม๊เป็งไรรอไปงานรำลึกมาดันก็ละกันยินดีต้อนรับ smash.gif  smash.gif  smash.gif  smash.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
240 คำตอบนับตั้งแต่ 22 Aug. 2002,09:31 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 25<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com