เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 5 of 25<<123456789>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: *เรื่องเล่าตอนเข้าป่า*, ใครมีประสบการณ์มาช่วยเล่าด้วย< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 41
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Aug. 2002,23:35  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้าแอ๊ดอยู่กลุ่มผู้หญิง แต่ก็ไปช่วยการประท้วงที่มีแทบทุกครั้ง  ตั้งแต่ชาวนาประท้วงจนตอนหลังก็กรรมกรประท้วง  ช่วยตั้งแต่  กวนกาว  ติดโปสเตอร์  ไปจนถึงร่วมประท้วงด้วย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 42
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Aug. 2002,09:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วันนี้วันพระ 

     ดิฉันไปทำบุญแต่เช้าที่วัดใกล้ๆบ้าน ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลให้แก่สหายและคนอื่นๆที่เสียชีวิตไปในช่วงเหตุการณ์หลัง 6 ตุลา.......

  แด่ สหายผู้วายชนม์ 

     สหายซู เป็นนักศึกษาที่ขึ้นมาอยู่ป่าได้ไม่นานก็ขอลงเพราะทนกับสภาพไม่ไหว เขาคิดมาก คลุ้มคลั่ง ขนาดที่วันๆเอาแต่ปีนต้นไม้ ตอนหลังทางจัดตั้งก็ไปส่งเขากลับ แต่ได้ข่าวว่าเขาเสียชีวิตระหว่างทาง ก็ไม่ทราบความจริงเป็นอย่างไร

     สหายวงศ์ เป็น นักศึกษามุสลิมที่หน้าตาดี สุภาพ เรียบร้อย ไปซุ่มยิงตำรวจ แต่กลับถูกระเบิดเสียชีวิต ศพถูกลากไปประจานในหมู่บ้าน 

     เด...เป็นสหายที่พวกเรารักเคารพ นับถือเหมือนพ่อ เขาใจดีมาก พวกเราจึงเรียกเขาว่าเด แปลว่าพ่อ ไม่รู้จะเป็นภาษาจีนแคะหรือเปล่า ไม่แน่ใจ เขาเสียชีวิตที่กท.เมื่อไม่นานมานี้เอง

     สหายทด ชื่อจริง พิเศษพร โควินทวงศ์ เป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ในป่า เป็นคนตัวเล็กที่ชอบบ่นๆๆ ตอนหลังลงมาทำงาน นสพ. เสียชีวิตเมื่อช่วงปี 2541 เพราะอุบัติเหตุรถยนต์

     คุณอารี เป็นสหายมุสลิม อายุกลางคน พูดจานิ้มนิ่ม เขาจะเดินตัวตรง เดินเนิบๆ เขาชอบแกล้งดิฉันมากที่สุด แต่แกล้งแบบสไตล์ของเขา คือ ทำหน้าตาย เช่น หลอกว่า อยากรู้ว่าถั่วที่ต้มนี่จะเค็มพอดีหรือยัง ให้ชิมน้ำที่ต้มดู ดิฉันโง่ ก็ชิม เค็มปี๋เลย เขาก็หัวเราะชอบใจ แล้วเขาก็ชอบแอบมาฟังดิฉันร้องเพลงรักเก่าๆกล่อมน้องๆก่อนนอน ฮ่าฮ่า ขนาดอยู่บนโน้นยังไม่วายร้องเพลงรักเลย เขาเสียชีวิตเพราะถูกรถชนเมื่อหลายปีแล้ว

     สหายสมชาย แต่งงานกับกรรมกร หลังจากลงมาจากป่าแล้ว ไปทำมาหากินที่สุราษฎร์ ถูกยิงเสียชีวิต

     สหายเมฆ ไม่แน่ใจว่าเขาเสียชีวิตจริงหรือเป็นแค่ข่าวลือ
     สหายอื่นๆที่ไม่ได้เอ่ยนาม
     อส.คนที่ไว้ชีวิตดิฉัน
     ตำรวจและทหารทั้งหลายที่เสียชีวิต


     ดิฉันขอให้ดวงวิญญาณของพวกเขาทั้งหลายจงไปสู่สคติด้วยเทอญ........

     สำหรับพวกเราทุกคน ขอให้ได้รับบุญที่ดิฉันได้เผื่อแผ่ให้ในครั้งนี้ด้วยเถิด
     
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 43
Din Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 137
เข้าร่วมเมื่อ: 01 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Aug. 2002,09:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ป้าแอ๊ดไม่ได้ไปร่วมงานที่อนุสรณ์สถานหรือครับ bigsmile.gif   กระผมกำลังเตรียมตัวไปครับ  รอตากผ้าก่อนครับ  เครื่องซักผ้ายังปั่นอยู่เลยครับ  biggrin.gif

เด  กระผมเข้าใจว่าเป็นภาษาจีนไหหลำขอรับ  แปลว่า พ่อ ครับผม
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 44
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Aug. 2002,09:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ไม่ได้ไปค่ะ กลัวเจอคุณดิน  ฮ่าฮ่า
    เลยทำบุญที่บ้าน
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 45
Din Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 137
เข้าร่วมเมื่อ: 01 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Aug. 2002,09:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

กระผมเตรียมNotebookกับกล้องดิจิตอลไปด้วยขอรับ  ว่าจะไปช่วยถ่ายทอดบรรยากาศงาน  ป้าแอ๊ดติดตามชมการถ่ายทอดสด(ฮ่า ฮ่า) ที่บ้านตุลานะขอรับ  biggrin.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 46
สข1 Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 668
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Sep. 2002,10:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คืนวันที่ 5 ตุลาคม   เรานั่งปรึกษากันถึงสถานะการณ์และงานที่จะต้องทำในวันรุ่งขึ้น   เราพอจะทราบว่า  แกนนำในการชุมนุมครั้งนี้ไม่ค่อยจะเป็นเอกภาพนัก    บางคนมีความเห็นว่า   ควรจะปลุกระดมการชุมนุมใหญ่   และเผด็จศึกโดยเร็ว    บางคนก็มีความเห็นว่า    ควรจะชุมนุมยืดเยื้อ   เพราะช่วงหลังชนชั้นปกครองก็สร้าง สถานะการณ์ จนประชาชนเริ่มรู้สึกชินชาและเบื่อหน่าย    เห็นว่าพวกนักศึกษาจะประท้วงไปเสียทุกเรื่อง     เรื่องสถานที่บางคนก็เห็นว่า  สนามบอลธรรมศาสตร์   มีรั้วรอบขอบชิด   น่าจะดูแลรักษาความปลอดภัยได้ง่ายกว่า    แต่บางคนเห็นว่าสนามหลวง   เป็นที่โล่งแจ้ง  ศัตรูคงจะไม่กล้าทำอะไรที่รุนแรง   ผลสุดท้ายตัวแทนที่เข้าร่วมการประชุม    ก็แจ้งว่าให้กลับไปปลุกระดม  นักศึกษาในแต่ละสถาบันมาร่วมชุมนุมใหญ่  และจะชุมนุมจนกว่าจะไดัชัย

ผมยืนรอรถเมล์ที่สนามหลวง    เราเห็นมีคนจำนวนหนึ่งกำลังขุดอะไรอยู่ที่สนามหลวงฝั่งธรรมศาสตร์    ดูเหมือนขุดสนามเพลาะ      เพราะเราก็เรียน รด.มา     แต่ก็คิดในใจว่า  กูไม่กลัวพวกมึงหรอก

เรากลับมาทำงานอย่างขะมักเขม้น   เตรียมเวที  เครื่องเสียง   ติดโปสเตอร์   เตรียมคนและหัวข้อที่จะขึ้นไฮด์ปาร์ก   ขณะเดียวกันก็ฟังสถานีวิทยุยานเกราะไปด้วย   ประมานตีหนึ่ง  เริ่มมีการรายงานข่าวว่ามีการต่อสู้ด้วยอาวุธ ที่ธรรมศาสตร์     ผุ้ชุมนุมมีอาวุธสงคราม     เราก็ยังคงทำงานอย่างเร่งรีบ    โดยไม่สนใจและไม่เชื่อข่าวของยานเกราะ  ประมานตีห้าเพื่อนเราคนหนึ่งบอกว่าจะไปสำรวจสถานะการณ์ก่อน     ให้ส่วนที่เหลือระดมนักศึกษาตามไปสมทบ   เจ็ดโมงกว่านักศึกษาเริ่มทยอยกันเข้ามา   “เพื่อนๆนักศึกษาที่รักทั้งหลาย     หนี้เลือดเมื่อสามปีก่อนยังไม่ได้รับการชำระ  บัดนี้ฆาตกรได้อาศัยผ้าเหลือง    กลับเข้ามาย่ำยีวิญญาณเพื่อนวีรชนของเรา   เพื่อนๆจะทนนิ่งเฉยอยู่ไดอย่างไร”   เสียงไฮด์ปาร์กบนเวที      ยังคงเรียกร้องเพื่อนนักศึกษาให้เข้ามาชุมนุมอย่างต่อเนื่อง     แต่เพื่อนที่ไปสำรวจสถานการณ์ กลับมาบอกว่า  เฮ่ยมันยิงกันสนั่นเลยว่ะ     ไม่รู้ว่าพวกข้างในเป็นยังไงบ้าง   เห็นมีควันไฟด้วย    พวกเราจึงรีบเก็บข้าวของเดินทางออกจากสถาบัน    เราตกลงว่าจะแยกย้ายกันไปดูเหตุการณ์     อีกสามวันนัดเจอกัน แล้วค่อยคิดอ่านกันอีกที

ช่วงบ่ายผมแอบย่องไปดูเหตุการณ์ที่บริเวนท้องสนามหลวง     ตก   6  โมงเย็น  คณะปฏิรุปการปกครองยึดอำนาจ    และประกาศภาวะฉุกเฉิน   สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายหนัก   เมื่อมีการกวาดจับผู้ก่อการร้ายเพิ่มตามบ้านเรือน   และสถานที่   ต่างๆในวันต่อๆมา   มีข่าวพบอุโมงลับ     อาวุธสงคราม     เอกสารล้มล้างรัฐบาล     หนังสือลัทธิคอมมิวนิสต์  ฯลฯ

ผมได้เดินทางกลับสู่เขตสงขลาในป่าเขาอีกครั้ง   มีสหายกลุ่มกรรมกร   และนักศึกษาขึ้นมาก่อนแล้วประมาน 30 คน เห็นจะได   ส่วนใหญ่ขึ้นมาก่อนเกิดกรณี   6   ตุลาด้วยซ้ำ     เขาบอกว่าพรรคได้วิเคราะห์สถานะการณ์ล่วงหน้า   ว่าจะต้องมีการปราบใหญ่ในเมือง     ให้ทุกเขตงานเตรียมพร้อมเพื่อรับกับสถานะการณ์ ที่จะมีคนหลั่งไหล   เข้าป่าเป็นจำนวนมาก     ส่วนผู้ปฏิบัติงานในเมือง  ที่แดงและมีความสุกงอม  ให้เข้าป่าเพื่อหลบภัยขาว   และเข้าสู่สถานะการณ์สู้รบที่แหลมคมยิ่งขึ้น

ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนฝนตกทุกวัน     ภาระกิจเฉพาะหน้าคือการสร้างค่ายใหม่     สหายนำบอกว่า   เมื่อหมดหน้าฝน เราจะต้องเผชิญกับการล้อมปราบอย่างแน่นอน   ค่าย้ใหม่เราสร้างอยู่บนสันควนแคบๆแห่งหนึ่ง     อยู่เหนือค่ายไร่ ขึ้นมาประมานครี่งชั่วโมง    มียอดเขาบังทั้งข้างหน้าและข้างหลัง    ลักษณะยากที่ลูกปืนใหญ่จะยิงตกลงมาที่ค่าย   และยากที่เครื่องบินจะปักหัวทิ้งระเบิดลงที่ค่าย  (สหายเขาบอกผมอย่างนี้นะครับ)   เนื่องจากเป็นสันเขา ไม่มีสายน้ำไหลผ่าน   จึงต้องใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกแล้วตีข้อออก     ทำรางน้ำประปาต่อน้ำจากยอดเขา    มาใช้ในค่าย  มีการขุดหลุมหลบภัย      เพื่อหลบภัยทางอากาศและการยิงถล่มด้วยปืนใหญ่

สหายที่มาจากในเมืองไม่เคยทำงานหนัก   ไม่เคยใช้ชีวิตในป่า    การเป้ของหนัก   เดินขึ้นเขา   เดินหลงทาง  หกลม  ตกน้ำตกขอน    เป็นเรื่องธรรมดา     แต่ถือว่าทุกคนมีจิตใจสู้รบและอดทนสูงมาก    เริ่มมีปัญหากระจองอแงเล็กน้อย  แต่ก้ยังไม่ถึงกับแปรเป็นความขัดแย้ง    มีสหายใหม่ขึ้นเกือบทุกวัน   ช่วงนี้ผมคาดว่ามีประมานร่วมร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาววัยประมาน 20 เศษ   มีเด็กนักเรียนมัธยมบ้าง    ล้วนแต่มีจิตใจเร่าร้อนกันทั้งนั้น   ทุกคนประกาศเจตณารมณ์แน่วแน่ว่า    จะยืนหยัดต่อสู้โค่นล้มชนชั้นปกครอง    จนกว่าจะได้ชัย    ส่วนใหญ่ก็คาดการว่าใช้เวลาไม่เกินสามปี    บางคนบอกไม่น่าจะเกินปีด้วยซ้ำ    เราทำงานกันอย่างเร่งรีบ สร้างที่พัก  ขุดหลุมหลบภัย  เตรียมสะเบียง  หยูกยา  อาวุธยุทโธปกรณ์  ทำขวาก  ดักทุ่น  นอกจากทำงานหนักกรำฝนแล้ว    ชีวิตความเป็นอยู่ยังไม่ถือว่าลำบากนัก  ทุกคืนหลังฟังข่าว  วิเคราะห์สถานะการณ์แล้ว    สหายในเมืองก็จะเอากีตาร์ มาเล่นร้องเพลงกัน      เริ่มมีการจัดตั้งแบ่งหมวดหมู่กัน  เริ่มมีการให้การศึกษา    ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาจิตใจวีรชนที่ปฏิวัติ   เช่น หลิวหูหลาน    จางซือเต๋อ    คติพจน์    และเป็นครั้งแรกที่ผมมีข้อโต้แย้ง  เล็กๆกับท่านผู้นำการศึกษา     เมื่อเขากล่าวว่า  ประธานเหมากล่าวว่า  คนเราเกิดมาต้องตาย   บ้างเบากว่าขนนก  บ้างหนักกว่าขุนเขา    ตายเพื่อชนชั้นปกครองผู้กดขี่ขูดรีด     ย่อมเบากว่าขนนก     ตายเพื่อพรรคเพื่อประชาชน  ก็หนักกว่าขุนเขาไท่ซาน    ผมก็ขอพูดว่า  ความจริงคำพูดนี้เป็นคำพูดของ ซือหม่าเชียน  ประธานเหมาเอาของเขามาพูด อีกที     เขาก็บอกว่า ก็อาจจะไช่แต่เราต้องให้เกียรติแก่ท่านปรมาจารย์    ผมก็ว่าซือหม่าเชียนก็เป็นนักปราชญ์นะครับ  หลังจากนั้นก็มีเสียงซุบซิบว่าผมเย่อหยิ่ง  วีรชนเอกชน  ไม่เชื่อจัดตั้ง  

เดือนธ้นวาคมฝนหยุดตก  เราเริ่มได้ยินเสียงเครื่องบินวนเวียน   ใกล้บ้างไกลบ้าง   สหายเก่าว่าเป็นเครื่องบินตรวจการ    มาสำรวจหาเป้าหมาย    ถ้าเป็น  ov10  ถึงจะเป็นเครื่องโจมตี    ต้องระวังเรื่องควันไฟ   วัตถุสะท้อนแสง    เสื้อผ้าที่ตากในที่แจ้ง    เราเริ่มจะคุ้นกับการที่ต้องกุลีกุจอ   เก็บเสื้อผ้า    เก็บผ้ายาง   เมื่อได้ยินเสียงเครื่องบินแต่ไกล  

วันที่ 24 ธันวาคมขณะที่กำลังกินข้าวเย็น  เสียงเครื่องบิน ov10 ดังเข้ามาใกล้กว่าวันอื่นๆ   และแล้วเสียงระเบิดตูมแรกก็ดังขึ้น    และจากวันนี้เป็นต้นไป   ก็ได้ยินเสียงเครื่องบินทุกวัน    ระเบิดก็มาไม่เป็นเวลา ทุกวัน  เสียงระเบิดใกล้เข้ามา   จนพื้นที่ค่ายสะเทือน    ผมเคยเดินไปไร่    เจอหลุมระเบิดเล็กกว่าสนามฟุตบอล   แต่ต้นไม้ขนาดสองคนโอบเอายอดปักลงหลุม  เอาโคนชี้ฟ้า    วันที่ 26 ธันวาคม   หน่วยลาดตระเวนประทะบังเอิญ  กับทหารศัตรู   การโจมตีทางอากาศยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง    วันที่  30  ธันวาคม  หน่วยลาดตระเวน  เหยียบทุ่นระเบิด    สหายน้อยขาขาดเสียชีวิต     สหายวิเชียร ถูกสะเก็ดทุ่นตาบอดข้างซ้าย

ทหารศัตรูได้ถอนกำลังในอีกไม่กี่วันต่อมา    เรายังคงเตรียมต้านการล้อมปราบอย่างเร่งรีบ    มีการฝึกทหาร    ให้การศึกษาเตรียมพร้อมทางด้านจิตใจ      สหายใหม่ยังคงมีมาอยู่เรื่อยๆ    พร้อมกับข่าวสารในเมือง   ซึ่งก็เพิ่มความแค้นและจิตใจสู้รบให้กับสหายที่ขึ้นมาก่อน
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 47
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Sep. 2002,13:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โห.. สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ และน่ากลัว จริงๆ ค่ะ again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 48
ฤษีข้ามน้ำ Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 199
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 5
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Sep. 2002,18:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มันส์มากครับ รออ่านอย่างกระชั้นชิด ตามติดที่ต้นคอสหาย สข1 เลย
แล้วสหายน้าแอ็ดหายไปไหนเนี่ยสหายนก ตามกลับมาด่วน จัดตั้งจะเรียกประชุมฟังถ้อยแถลงสำคัญ ของสหาย สข1 ความลับจะถูกเปิดเผยแล้ว  ic-12.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 49
สข1 Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 668
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Sep. 2002,09:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ไม่เซ็งหรอกครับคุณแอ๊ด    ความจริงเวลาสหายไปเยี่ยมหรือย้ายเขตก็มักจะเปลี่ยนชื่อ    ก็เลยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร   จำได้ว่าคุณปานเคยไปศึกษาเรื่องศิลปะวัฒนธรรมที่เขตไหนผมจำไท่ได้แล้ว  ไม่ทราบว่าเจอกันตอนนั้นหรือเปล่า
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 50
สข1 Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 668
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Sep. 2002,09:54 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

แม้จะเดินทางไปไกลสักหมื่นโยชน์         เพื่อประโยชน์ของมวลชนคนทั้งผอง
แม้เลือดเนื้อน้ำตาข้าจะนอง                   เพื่อแสงทองวันข้างหน้าข้าจักไป

หลังจากศัตรูถอยไปแล้ว    มีเวลาให้เราเตรียมความพร้อมเพิ่มขึ้นอีกระยะหนี่ง   นอกจากยังคงต้องทำงานเกี่ยวกับที่อยู่ที่กินแล้ว  ส่วนใหญ่จะเป็นการเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจและการสู้รบ    ปรับตัวเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างสหายเก่าและสหายใหม่  ฝึกทหาร   ศึกษาหลักการทหาร   วินัยทหาร   สหายเก่าจะเล่าประสบการในการสู้รบ  และการต้านการล้อมปราบให้พวกเราฟัง    ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นวีรกรรมอันน่าชื่นชมของ ทปท.  เพราะ ทปท.รบด้วยจิตใจรับใช้ประชาชน    เป็นกองทัพที่มีความคิดทางการเมืองที่ถูกต้อง    มีพรรคฯชี้นำ   ส่วนทหารศัตรูล้วนมารบเพราะถูกบังคับ   กลัวยากลำบากและกลัวตาย   จึงเป็นเสือกระดาษที่ไม่มีพิษสงอะไร   นอกจากนี้ยังมีมวลชนคอยให้การสนับสนุนเรา    เพราะเราทำสงครามที่เป็นธรรม    ทำสงครามเพื่อปลดปล่อยประชาชนที่ถูกกดขี่ขูดรีด    ส่วนศัตรูเป็นฝ่ายอธรรม    ทำสงครามเพื่อดำรงฐานะของความเป็นผู้กดขี่ขูดรีดให้ยั่งยืนต่อไป

วันที่ 11 มกราคม  หน่วยลาดตระเวนประทะบังเอิญกับทหารศัครูอีกครั้ง   ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย   ภายใต้โครงการ  ดาวใหญ่มุสนา(ผมจำไม่ได้ว่าโครงการหนึ่งหรือโครงการสอง)   สถานะการณ์ล้อมปราบได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

ศัตรูโจมตีเราทั้งกลางวันและกลางคืน    กลางวันใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด   กลางคืนถล่มด้วยปืนใหญ่    เสียงปืนใหญ่ใกล้เข้ามาทุกที   ช่วงหลังจะได้ยินเสียงเสียงยิงออกจากปากกระบอก   แล้วเสียงลูกปืนใหญ่แหวกอากาศดังวี้ด....แล้วก็ระเบิดดังตูมจนพื้นดินสะเทือน    สหายบอกว่านั่นแสดงว่าศัตรูใกล้เข้ามาแล้ว    ถ้าเครื่องบินและปืนใหญ่หยุดยิงเมื่อไหร่   แสดงว่ากำลังทหารราบจะบุกเข้าเคลียร์พื้นที่

กลางวันเรายังพอจะทำงานบางอย่างได้บ้าง    สหายพี่เลี้ยงต้องตื่นขึ้นมาทำครัวตอนตีสาม    ส่วนมื้อเย็นก็จะทำประมานหนึ่งทุ่ม  ส่วนกลางคืนต้องนอนในหลุมหลบภัย   สหายเก่าไม่เคยแสดงอาการหวาดกลัวหรือกังวลใดๆให้เห็นเลยเลยแม้แต่คนเดียว   ทั้งๆที่ตอนนั้นเรามีสหายเก่าเพียงสิบกว่าคน    มีปืนยาวอยู่เจ็ดกระบอก ปืนสั้นและระเบิดมืออีกเล็กน้อย(เป็นข้อมูลที่ผมทราบภายหลัง)   ส่วนสหายใหม่ก็ไม่มีใครแสดงอาการอะไรจนเกินเหตุ  ยกเว้นสหายชายกลุ่มกรรมกรสองคน    จะไม่นอนทั้งคืน    พอเสียงลูกปืนใหญ่ยิงออกจาดปากกระบอก    ก็ร้องมันยิงอีกแล้วสหาย    พอเสียงระเบิดดังตูมก็ร้อง  ไอ้หยาตายแล้วสหายมันยิงเกือบถูกแลัวสหาย   ช่วงระหว่างรอยิงลูกต่อไป  ก็เรียก สหายกลัวจังเลย   จะนอนหลับได้อย่างไร   ขึ้นมาคุยกันเถิด  เป็นอย่างนี้ทั้งคืนและทุกคืน   คนอื่นๆยังไงก็คงจะหลับในที่สุด พอตื่นเช้าก็ปีนขึ้นมาจากหลุมหลบภัย    ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งคนตอนเอามือเกาะขอบหลุมกำเอาขี้ของใครเข้าเต็มมือ  เพราะจะมีกองขี้กองโตอยู่ขอบหลุมสองกอง   ย้ายตำแหน่งไปเรื่อยๆ   พอมีการวิพากษ์วิจาร์ณมากเข้า    ก็มีกองขี้ไปอยู่ที่ปากหลุมสหายหญิง    บางทีก็ไปอยู่ใต้เปลสหายอื่นๆ  

ในที่สุดจัดตั้งก็ตัดสินใจเคลื่อนย้ายกำลังทั้งหมดไปให้พ้นจากรัศมีคุกคามของศัตรู   วันที่ 23 มกราคม  เรากินข้าวเช้าและเตรียมข้าวของเสร็จ     เริ่มออกเดินทางกันแต่เช้า  ในขบวนนอกจากจะมีคนเจ็บที่ต้องหาม    ยังมีคุณโสภิต  และคุณทิพย์ที่กำลังตั้งท้องประมาน 4-5 เดือน   (คุณทิพย์คุณเทพเป็นมวลชนที่หลบภัยล้อมปราบขณะตั้งท้อง   พร้อมกับลูกสาวอีกสองคน   ชื่อแพนและหนุ่ย   อายุ 7 ขวบและ 5ขวบ  แต่เด็กสองคนใช้ชีวิตในป่าได้ดีกว่าสหายที่มาจากในเมืองเสียอีก   ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยตลอดระยะเวลาที่เดินทาง)    เรากะจะถอนกำลังส่วนใหญ่ที่เทอะทะและไม่คล่องตัวให้ห่างออกไปเพื่อให้พ้นรัศมีการคุกคามเท่านั้น   แต่เดินทางไปได้เพียงช่วงเดียวเท่านั้น    กองหน้าก็พบว่ามีทหารมาเลเซียตั้งค่ายดักอยู่ข้างหน้า    ทำให้เราต้องเปลี่ยนเส้นทางอย่างกระทันหัน    จากนี้ไปจะเป็นการเดินไปตายเอาดาบหน้าอย่างไม่มีจุดหมายที่แน่นอน     โดยมีสหายวิทย์เป็นผู้นำทาง   เพราะฉนั้นคืนนั้นหลังจากถึงที่พ้กแล้ว   ผมและสหายส่วนหนึ่งจึงถูกมอบหมายให้เดินทางกลับไปที่ค่าย    เพื่อเอาข้าวของอุปกรณ์ที่สำคัญ   พร้อมทั้งดักทุ่น    เราทำงานท่ามกลางเสียงปืนใหญ่และพื้นดินที่สั่นสะเทือน      บางครั้งมีเสียงอะไรร่วงกระทบหลังคาดังส่าส่า  เสร็จเอาตอนรุ่งสาง    เรารีบออกเดินทาง     คุณเริ่มก้มลงเก็บอะไรที่พื้นส่งให้ผมแล้วบออกว่า  สะเก็ดลูกปืนใหญ่

เราออกเดินกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น     มีเสียงเครื่องบินวนเวียนอยู่เหนือหัว  พร้อมๆกับมีเสียงปืนใหญ่ดังไล่หลังเรามา  รุ้สึกว่าเดินยังไงเสียงก็ไม่ห่างออกไป   พอใกล้ค่ำก็จะหาที่เหมาะๆค้างคืน    บางคืนไม่มีสายน้ำ  สหายก็จะหาบริเวนที่ชื้นแฉะบางทีอาจเป็นปลักหมู    ขุดเป็นหลุมลึกประมานศอก   กว้างราวๆ 2-3 ฟุต   ทำความสะอาดหลุม แล้วปล่อยให้น้ำซึมออกมา     เพื่อใช้ทำอาหาร   รวมทั้งใครจะอาบน้ำแปรงฟันด้วย   น้ำใสแจ๋วเป็นตาตั๊กแตนเชียวละ   การหุงข้าวจะหุงตอนถึงที่พักของแต่ละวันแล้วเผื่อถึงมื้อเช้า    เพราะเราจะกินมื้อเช้าตั้งแต่ฟ้าเริ่มสว่างรางๆ    (เพราะตามหลักการทหารเวลาเช้ามืดเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเข้าตี)   เผื่อมีเหตุฉุกเฉินอย่างน้อยท้องก็อิ่มแล้ว   แล้วก็ออกเดินทางทันที   อาหารหลักคือข้าวเปียกกินกับ เคยจี่  หรือน้ำเคย    ส่วนผักก็เก็บเอาระหว่างทางเดิน    คุณเริ่มจะเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องผักเรื่องหญ้า     รู้สึกอะไรที่แกจับจะกินได้หมด    ไม่เป็นอาหารก็เป็นยา   ตอนหลังพวกเราก็เรียนแบบบ้างพอตักข้าวราดน้ำเคยเสร็จ   ก็เลือกต้นอะไรที่พอใจแล้วก็เด็ดยอดกินกับข้าว    พอมีใครถามว่ากินยอดอะไร   เราก็จะตอบว่ายอดเอื้อมถึง     มีอยู่คืนหนึ่งเรากว่าจะหาที่พักได้ก็สองทุ่มกว่าแล้ว    หิวมากคุณเริ่มยืนอยู่ที่ต้นไม้สูงท่วมหัวที่เต็มไปด้วยยอดอ่อนต้นหนึ่ง  แล้วบอกว่ากินได้เป็นยาด้วย  พวกเราหลายคนก็เลยเด็ดกินกันใหญ่   ประมานชั่วโมงกว่าที่พี่เลี้ยงทำอาหารเสร็จ   แต่พวกเราทั้งปวดหัวปวดท้อง   บางคนอาเจียรกินอะไรไม่ได้อีกเลย  การเดินทางเคลื่อนที่ได้ไม่เร็วนัก     นอกจากต้องรอๆกันไป     เพราะมีทั้งคนเจ็บ    คนท้องและเด็กแล้ว     ยังต้องคอยตามคนหลงอีก   แค่คีนที่สองของการเดินทาง    ตอนรวมพลเช็คชื่อหลังกินข้าวก็หายไป 7 คน    กว่าจะตามกลับมาก็เที่ยงคืน    สหายหญิงคนหนึ่งถึงกับร้องไห้บอกว่า  เดินทิ้งกันนี่(สหายเล็ก)   ระหว่างพักค้างคืนเราจะวางเวนยามและมีการดักทุ่นยาม    คืนหนึ่งมีเสียง ปัง  ดังขึ้นหนึ่งที   เราลุกขึ้นเตรียมพร้อมทันที  ผลคือหน่วยลาดตระเวนสะดุดทุ่นยาม    สหายสันถูกสะเก็ดทุ่นที่หัวเข่าข้างขวา    เราเลยมีคนเจ็บที่ต้องหามเพิ่มอีกหนึ่งคน

เราเดินอยู่อย่างนี้ประมานหนึ่งอาทิตย์    ก็ถึงที่ราบแห่งหนึ่งเป็นป่าโปร่ง    มีสายน้ำสายใหญ่ไหลผ่านเกือบรอบ  อากาศดีมาก  คุณวิทย์บอกว่าที่นี่พ้นจากรัศมีคุกคามของศัตรูแล้ว     เราจะพักกันที่นี่ไม่ต้องไปไหนอีกแล้ว    ให้ทุกคนระวังเรื่องเสียลับ    ผมดีใจมาก   เราอาบน้ำซักผ้าตากแดด    พักผ่อนอย่างมีความสุข    สหายบางคนไปหาปลา   ได้ปลาตัวโตเท่าแขนมามากมาย   (สหายบอกเรียกปลาหวด  ผมไม่เคยเห็นปลาชนิดนี้จนบัดนี้)    รสชาติอร่อยมาก   เราได้กินปลาอย่างอิ่มหมีพีมัน    แต่อยู่ได้แค่สามวันเท่านั้น     บ่ายวันที่สี่ขณะที่เรากำลังพักผ่อนกันก็ได้ยินเสียงปืนรัวขึ้น     ทุกคนรีบลุกขึ้นเตรียมพร้อมเข้าแผน    เราเข้าใจว่าถูกศัตรูโจมตี   อีกสักพักจึงได้ยินเสียงเครื่องบิน    พร้อมกับเสียงปืนยิงกราด    เราออกเดินทางในทันที

ตอนนี้เราเลยกลายเป็นกองทัพเร่ร่อนต้องเดินไปเรื่อยๆ     สะเบียงก็หมด    ต้องเดินไปตามจุดที่สหายเก่าเคยเก็บซ่อนสะเบียงเอาไว้    ส่วนใหญ่จะเป็นค่ายเก่ายุคบุกเบิก    ได้ข้าวสารที่แข็งเป็นก้อนสีออกเหลืองๆดำๆ    เอามาทั้งล้างทั้งขยี้   ต้มแล้วก็ยังเป็นข้าวต้มเหลืองๆดำๆ   รสขมๆเผ็ดๆ     กินได้โดยไม่ต้องมีกับ    ส่วนปลากระป๋องก็ผุจนสามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มีด    แต่ก็กินได้เหมือนกัน    วันหนึ่งเราเดินอยู่บนสันเขาลูกหนึ่งเข้าใจว่าสูงมาก   เป็นป่าโปร่งต้นไม้ไม่สูงใหญ่    แต่มีมอส   ไลเคน  เกาะตามเปลือกทุกต้น    อากาศหนาวมาก    มีหมอกปกคลุมตลอดทาง    มีเมฆลอยสูงผ่านระดับแข้งเป็นระยะๆ    ขนาดเดินกันเหนื่อยจนเหงื่อออกซิบๆ    ก็ยังรู้สึกหนาว    ผมคิดว่าเรากำลังเดินอยู่บนสวรรค์เสียอีก    แต่ทากมีเป็นล้านตัว     ช่วงหยุดพักแต่ละครั้งเราจะจับฆ่ากันคนละหลายสิบตัว    เจ้าทากนี่มันร้ายกาจน่าดู    ขนาดจับมันหั่นเป็นท่อนมันยังไม่ตาย     ท่อนหัวของมันยังกัดและดูดเลือดเราได้อีก     แถมดูดเข้าทางปาก    แล้วไหลออกทางด้านหลังที่ถูกตัดขาด     ตอนหลังเราเหลาไม้ไผ่เล็กๆคนละอัน   พอจับได้ก็เสียบตูดแล้วลูดพลิกกลับ    แต่ก็เสียเวลา     สุดท้ายใช้ยาเส้นชุบน้ำแล้วทาที่ขา    แต่ต้องพับขากางเกงเหนือเข่า
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
240 คำตอบนับตั้งแต่ 22 Aug. 2002,09:31 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 5 of 25<<123456789>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com