เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 1312345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ~ในสวนขวัญ~, (บ้านชายป่า)< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Dec. 2006,10:46  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เห็นบ้านเงียบๆ เลยเอางานเขียนที่เขียนไว้นานแล้ว มาโพสต์ให้อ่านกันเล่นๆ  เดิมจะใช้ชื่อว่า บ้านกลางป่า หรือบ้านชายป่า อะไรทำนองนี้  แต่วันหนึ่ง คุณพี่ช้างใจกับน้องแมวคิดชื่อ ในสวนขวัญ  ขึ้นมา ว่าจะเอาไปเขียนบทกวี แต่พี่ช้างและน้องแมวเห็นว่าเหมาะกับชื่อ ขวัญ ซึ่งเคยเขียนเรื่องในป่ามาก่อนจึงใจดียกให้ ด้วยความดีใจไม่ยอมปฎิเสธ รีบจึ้บมะลิบชื่อนี้มาเลย อิอิ ขอขอบคุณไว้ณที่นี้ด้วยค่ะ

ในสวนขวัญ 

จันทน์กะพ้อ


       ช่วงชีวิตในวัยเด็กนั้นช่างเป็นความทรงจำที่แสนจะงดงาม  มีเรื่องราวสนุกสนาน บริสุทธิ์ไร้เดียงสากับการได้เรียนรู้โลกอันกว้างใหญ่ไพศาล ท่ามกลางธรรมชาติต้นไม้ ใบหญ้าที่ยังไม่ได้ปรุงแต่ง ท่ามกลางชีวิตสัตว์เล็กสัตว์น้อยต่างๆที่อยู่คู่มากับทุ่งหญ้าและป่าดง  สภาพชีวิตที่พ่อและแม่ต้องช่วยกันทำมาหากินเพื่อการดำรงอยู่  จากป่าใหญ่จึงกลายมาเป็นสวนที่ให้พืชผลชนิดต่างๆ และมีสัตว์เลี้ยงแสนรักอีกมากมายหลายชนิดในสวนแห่งนี้  ชีวิตที่แม้จะขัดสนและยากลำบากแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสุข ฉันคิดว่าช่างโชคดีที่เกิดมามีชีวิตเช่นนี้ในสวนที่เป็นจริงมิใช่เป็นเพียงความฝัน มันคือสวนขวัญแห่งชีวิต  ฉันชอบและมีความสุขมากที่จะระลึกถึงวันอันแสนสุขเหล่านั้น  และก็เป็นสิ่งที่จดจำได้ละเอียดลออไม่รู้ลืม 

        ฉันจึงอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกอันงดงามเหล่านั้นมาเป็นเรื่องราว  อย่างน้อยก็เป็นบันทึกชีวิตเพื่อให้เด็กๆรุ่นหลังได้จินตนาการถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนรุ่นก่อนได้  ให้ผู้คนก้าวเดินเข้ามาในสวนขวัญของฉัน.......... 


      1. เด็กหญิงโคลงเคลง

       แม่ของฉันเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนไกลๆ  แม่ต้องขี่จักรยานไปนานมากและเอาฉันนั่งท้ายไปด้วยเสมอ  แม่มักจะนุ่งกระโปรงไม่มีจีบสีทึมๆและใส่เสื้อสีขาว  ส่วนฉันจะมีชุดเก่ง 3 ตัว กางเกงขาสั้นสีเข้มกับเสื้อผ้าฝ้ายสีตุ่นๆสลับกันไป  ที่โรงเรียนของแม่มีนักเรียนมากมาย  ห้องเรียนที่แม่สอนจะอยู่ใต้ถุนเป็นพื้นดินแดงๆ มีกระดานดำแผ่นใหญ่ตั้งอยู่หน้าห้อง มีโต๊ะนักเรียนเป็นแถวๆ ก่อนเข้าเรียนและตอนพักเที่ยงพวกพี่ๆนักเรียนก็จะมาพาฉันไปเล่น  อุ้มฉัน  เอาขนมให้ฉันกิน จำได้ว่าพี่เขาให้ฉันอ้าปากแล้วเอาขนมขี้หนูขี้แมวหรือขี้อะไรสักอย่างเม็ดๆเล็กๆดำๆขว้างใส่ปากฉัน ฉันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วความสนุกสนาน   และมีอยู่คราวหนึ่งพี่เขาอุ้มฉันแล้วล้มลงไปบนกองไม้ แขนของฉันพลาดไปถูกตะปูเป็นแผลยาวเลือดไหล ตัวพี่เขาไม่เป็นอะไรแต่เขาตกใจหน้าซีดรีบอุ้มฉันพากลับไปหาแม่ ฉันร้องไห้นิดหน่อย  แต่พอเห็นสีหน้าแม่ตกใจก็เลยร้องมากขึ้น  แม่ทำตาเขียวหน้าดุๆแบบที่แม่ชอบทำยังไม่ทันจะพูดอะไร  พี่เขาก็ร้องไห้ แม่เลยพูดแค่ว่า

       “วันหลังอย่าอุ้มน้องไปเดินบนกองไม้อีก” พี่เขาก็รับปาก

       “จ้ะๆ หนูไม่ทำอีกแล้วจ้ะ หนูจะระวังจ้ะ”

       หลังจากวันนั้น แม่ก็เลยให้ฉันอยู่บ้านซึ่งเป็นบ้านของน้าชายและน้าสะใภ้ เป็นบ้านไม้หลังใหญ่ที่มีใต้ถุนสูงๆ   ฉันและแม่ขออาศัยอยู่ด้านหนึ่งของใต้ถุนซึ่งกั้นเป็นห้อง  น้าชายดุ ตาพอง และชอบเมาเหล้าอาละวาด  น้าระเบียบซึ่งเป็นน้าสะใภ้ก็เสียงแหลมปริ๊ดแต่ดูจะดุน้อยกว่าน้าชาย  ลูกคนโตของน้าเป็นผู้หญิงอายุแก่กว่าฉัน 1 ปี  เธอชื่อติ๊ด ฉันอยากเล่นกับเธอ แต่เมื่อเล่นไปได้สักพัก เธอจะบอกว่า

      “อันนี้ของกู ของเล่นของกู  บ้านของกู  มึงมาอยู่ทำไม?” ฉันก็จะตอบเสียงอ่อยๆว่า

      “ไม่รู้สิ ก็แม่ให้อยู่นี่” 

      “มึงก็ไปอยู่บ้านมึงสิ”

       การเล่นของเราก็เป็นอันจบลง และฉันก็วิ่งไปฟ้องแม่ว่า  ติ๊ด เขาไม่เล่นด้วย และเขาไล่ให้ไปอยู่บ้านของเราเอง  พอเล่าแล้วท่าทางแม่ก็ไม่พอใจ บ่นๆๆอะไรมากมาย ฉันก็ไม่เคยจำ รู้แต่ประโยคสุดท้ายที่แม่จะบอกว่า

       “วันหลังไม่ต้องไปเล่นกับมันอีก”

       วันหนึ่งน้องชายของติ๊ดชื่อตุ่มมาขอเล่นด้วย  เราวิ่งเล่นกัน น้องชายติ๊ดเขาวิ่งไล่ฉันและผลักฉันล้ม ปากไปกระแทกกับรากไม้จนบวมเจ่อ ฉันร้องไห้เบาๆเมื่อรู้สึกเจ็บ ไม่กล้าร้องดังๆ เพราะแม่ยังไม่กลับมา  พอแม่กลับมาถึงตอนเย็นมองเห็นปากฉันบวมเจ่อ ก็โกรธจูงฉันไปถามน้าระเบียบว่าฉันไปโดนอะไรมา  น้าบอกว่า

       “ฉันไม่รู้เรื่อง เด็กมันเล่นกันเองนะเจ๊” แม่โกรธมากลากฉันออกมาจากนอกชาน แล้วพูดสะบัดๆว่า

       “อย่าไปเล่นกับมันอีก”  
     
       วันต่อมาฉันก็ไปเล่นกับติ๊ดอีก

       “มึงมีชื่อจริงๆมั้ย”

       “มีสิ ก็ชื่อ ...ขวัญ..นี่ไง” ฉันห่อปากทำเสียง ขว แบบที่แม่สอน 

       “เฮ่ย ไม่ใช่หรอก ชื่อจริงๆน่ะ กูน่ะชื่อ โสภา แม่บอกกู มึงน่ะไม่มีชื่อจริงๆ” ติ๊ดร้องตะโกน

       “มีสิ  ไม่เชื่อไปถามแม่เราดูสิ แม่เราเป็นครูนะ”

       “ไม่เชื่อๆ” ติ๊ดยื่นหน้าแลบลิ้นแล้ววิ่งหนีไป  ฉันรู้สึกไม่ชอบติ๊ดเลย คอยดูเถอะ ฉันจะไปถามแม่ให้ได้

       เมื่อไม่มีเพื่อนเล่น  ฉันจึงมีเพื่อนเป็นต้นหญ้า ดอกไม้และต้นไม้  วันนี้จะค่ำแล้ว ยังไม่เห็นแม่กลับมาเลย  ฉันเดินไปตามทางที่เป็นดินทรายสีขาว ไปคอยแม่ เพราะรู้ว่าแม่จะขี่จักรยานกลับมาทางนี้ทุกวัน ฉันลองเดินไปไกลกว่าที่เคยเดิน และเดินไปจนถึงทางแยก มีทางแยกไปสองทาง  ฉันไม่เคยเดินมาถึงทางตรงนี้เลย จึงรู้สึกตื่นเต้นและอยากจะรู้จังว่า  สุดทางมันจะไปเจออะไรนะ  แต่ฉันจะไปทางไหนดีล่ะ

       ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจเดินไปทางที่มี ทรายสีขาวกว่า  และเดินไปตามทางเรื่อยๆ  ทางคดเคี้ยว มีกอหญ้าขึ้นอยู่ข้างทางเป็นหย่อมๆ  ทางเริ่มลาดลงๆ มีต้นไม้แปลกตาที่ฉันไม่เคยเห็นเลยขึ้นอยู่เต็ม  มันช่างสวยจริงๆ  มันเป็นพุ่มไม้เตี้ยๆ ไม่ใช่ต้นไม้ต้นใหญ่ๆแบบต้นยาง  ใบไม้มันเล็กๆๆมีขนอ่อนนุ่ม และที่มันสวยมากเพราะมันมีดอกสีแปลกตาอยู่ปลายช่อ  ฉันลืมตัวจึงเดินไปดูดอกไม้นั้น   มันสวยจริงๆ ตรงกลางเป็นเกสรสีเหลืองๆ กลีบดอกเป็นสีเข้มๆโดยรอบ ที่โคนดอกก็เป็นกระเปาะมีขนอ่อนนุ่มสีแดงเรื่อๆ  ฉันเดินไปดูดอกที่ต้นโน้นต้นนี้อย่างเพลิดเพลิน  ฉันลืมเรื่องแม่ไปแล้ว ลืมไปว่าจะมาคอยแม่

       กว่าจะรู้ตัวอีกที  แดดแรงก็เริ่มอ่อนแสง จะมองไปทางไหนก็จะเห็นเงาดำตามพุ่มไม้มากขึ้นๆ ฉันเริ่มเดินหาทางเดิมที่เดินมา  และก็พบว่า ฉันหลงอยู่ในป่าละเมาะนี้เสียแล้ว ฉันไม่รู้ว่าฉันเดินมาจากทางไหน และฉันจะต้องเดินกลับไปทางไหน  มองไปก็เห็นแต่พุ่มไม้เหมือนๆกันหมด ไม่เห็นทางที่เดินมาเลย  ฉันเริ่มหวาดกลัว เสียงนกร้อง กู๊กๆ จิ๊บๆๆ ฮู่ๆๆ ดังอยู่รายรอบ  ฉันเริ่มตกใจ  แล้วฉันจะเจอแม่ได้ยังไง…… ฉันเหลียวซ้ายแลขวาอยากจะร้องไห้ อยากจะเรียกแม่  มันชักจะน่ากลัว  แล้วพลันหูฉันก็แว่วไป ฉันได้ยินเสียงเรียกชื่อ

       “ขวัญ ขวัญเอ๊ย”

       ฉันเงี่ยหูฟัง  ใช่แล้ว เสียงแม่เรียก ความกลัวหายวับไปจากใจฉันทันทีความดีใจเปี่ยมล้นเข้ามาแทนที่ ฉันรีบขานรับ

       “จ๋า……..  แม่ๆๆๆจ๋า….”  ฉันตะโกนดังลั่น 

       ไม่นานแม่ก็โผล่หน้ามา พร้อมกับเสียงตวาดแว้ด

       “โอ๊ย..มาที่นี่ได้ยังไง น่าตีจริงๆ  มาคนเดียวไกลขนาดนี้ เดี๋ยวเหอะๆ” ฉันโผเข้ากอดแม่แน่น แม่อุ้มฉันแล้วพาเดินออกไปจากป่าละเมาะ เข้าไปสู่ทางเดินสีขาว  แม่ปล่อยฉันลงสู่พื้นดิน  แล้วลงนั่งให้ฉันขึ้นขี่หลัง

       “ก๋องๆ*” ฉันร้องด้วยความดีใจ ฉันรู้สึกว่าโลกของฉันมีความสุขอีกครั้งเมื่อได้พบแม่ ได้ขี่หลังแม่  แม่ยังบ่นๆต่อไปว่าฉันไม่ควรจะเดินมาไกลอย่างนี้ งูมันจะกัดเอา นี่ถ้าไม่เห็นรอยเท้าเล็กๆบนทางเดินแม่ก็จะหาไม่เจอ ไม่รู้ว่าเดินไปไหน แต่ฉันก็บอกว่า

       “ก็หนูมาคอยแม่” แม่จึงเลิกบ่น

       “แม่จ๋า นี่ต้นอะไร ดอกสี…คว้าๆใช่มั้ย” ฉันชี้ไปที่ต้นไม้แสนสวยของฉันทั้งๆที่ยังอยู่บนหลังแม่ แม่หันไปมอง

        “ไม่ใช่ๆ สีฟ้า สีม่วงๆต่างหาก  เขาเรียกว่า ต้นโคลงเคลง”

        “แม่ ๆ  สวยดีน่ะ หนูช้อบชอบ” ฉันเน้นเสียงว่าชอบจริงๆ ซบหน้าลงแนบบ่าแม่  แม่หัวเราะชอบใจ

        “แม่จ๋า หนูจะชื่อโคลงเคลงนะ”

        “ฮึ ไม่ได้หรอกลูก หนูมีชื่อแล้ว“

        “ติ๊ดเขาว่าหนูน่ะไม่ชื่อจริงหรอก   ติ๊ดเค้าชื่อจริงๆว่า  โสภา  หนูจะชื่อ..โคลงเคลงไง”

        “หนูชื่อมิ่งขวัญจ้ะ”

        “มิ่งฝัน...”

        “มิ่งขวัญ ขวัญ ไม่ใช่ ฝัน”

        “มิ่งขวัญๆๆๆ” ฉันหัวเราะคิก กอดคอแม่แน่น พรุ่งนี้เถอะฉันจะไปบอกกับยายติ๊ดว่า ฉันก็มีชื่อจริงๆยาวๆอย่างเธอเหมือนกัน ฉันชื่อ มิ่งขวัญ ไง

       
             --------------------------------


*ก๋อง แปลว่า ขี่หลัง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Dec. 2006,03:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



มีตุ๊กตามาฝากเด็กหญิงโคลงเคลงค่ะ inlove.gif

again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Dec. 2006,04:50 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

whisper.gif อ่านจบแย้วค่า  winkthumb.gif


thankssign.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Dec. 2006,05:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่จันท์กะพ้อจ๊ะ ดอกโคลงเคลงบนภูกระดึงมีเยอะเลยจ้ะ จะชอบขึ้นอยู่ตามน้ำแฉะๆ แต่ชาวภูเขาจะเรียกดอกเอนอ้าจ้ะ สวยจังนะ พิลก็ชอบจ้ะ inlove.gif

แหม อ่านเรื่องนี้ ดีจัง คิดถึงตอนเด็กๆ  smile.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Dec. 2006,11:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



      เอาดอกโคลงเคลงมาให้ดูจ้ะ ต้นนี้ใบเรียบ แต่บางพันธุ์ใบจะมีขนนุ่มๆอ่อนคลุมอยู่ อยู่ตามทุ่งแล้งก็มีเยอะจ้ะพิล 

      เด็กสมัยก่อนไม่เคยมีตุ๊กตาเล่นเลยนะมะแหม่ว ถ้ามีแบบนี้สักตัวคงอุ้มไปเที่ยวทั่วทุ่งเลยละ  inlove.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Dec. 2006,11:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

2. น้าชายและน้าสะใภ้
      
     น้าสะใภ้ชื่อน้าระเบียบคงจะเป็นคนเจ้าระเบียบสมชื่อ น้ามีนมใหญ่ยาวเหมือนฟักมองเห็นได้ชัดจากเสื้อคอกระเช้าผ้าไม่หนานักที่น้าชอบใส่  น้ามีลูก 3 คน คนโตเป็นลูกสาวชื่อ ติ๊ด  ลูกชายคนที่สองชื่อเจ้าตุ๋ม ส่วนเจ้าเจ้าตู๋เป็นลูกชายคนสุดท้องที่ยังไม่อดนม

     “แมะๆ อินนมๆ” เจ้าตู๋จะพูดไม่ชัด น้าก็จะเลิกเสื้อขึ้นให้เจ้าตู๋ดูดนมทันที  

     รอบๆบ้านน้าจะมีต้นยางปลูกไว้รอบ  เวลาดึกๆ น้าๆเขาก็ไปตัดยางกัน ก็ต้องใช้ตะเกียงแก๊สใส่สวมหัวส่องทาง พอตัดเสร็จใกล้สว่าง ก็ต้องเริ่มเก็บน้ำยางจากถ้วยใส่กระป๋องทีละต้นๆ

      เช้าวันหนึ่งฝนเริ่มตกปรอยๆเปาะแปะๆ น้าระเบียบต้องเร่งรีบเก็บยางเป็นการใหญ่  เพราะถ้าฝนตกมากน้ำลงไปผสมกับน้ำยางมากเกินไป จะรีดยางให้เป็นแผ่นไม่ได้ น้ำยางก็จะเสีย  น้าจึงต้องวิ่งอย่างรวดเร็ว  ฉันมองเห็นน้าวิ่งไป  มือหนึ่งหิ้วถังน้ำยาง เต้าทั้งสองข้างก็แกว่งไปแกว่งมา  จนในที่สุดน้าก็ต้องเอาอีกมืออีกข้างหนึ่งคอยจับนมไว้ไม่ให้แกว่งไกว  ฉันไม่ได้ตั้งใจจะนินทาน้าหรอกนะ แต่มันเป็นภาพที่จดจำได้  

      ส่วนน้าชายของฉัน  ฉันรู้สึกว่าเขาดุมาก  ฉันไม่เคยเห็นรอยยิ้มของเขาเลย   เขามีดวงตาแดงกล่ำตลอดทั้งวัน   ยามที่เขากินเหล้าแล้ว เขาจะชอบหาเรื่องด่าเมียเสมอ 

      วันหนึ่ง ขณะที่น้าสะใภ้นั่งเผาขนมทองม้วนอยู่บนนอกชาน  น้าชายเมาเหล้ามากก็ออกมาส่งเสียงอ้อแอ้แบบลิ้นไก่สั้นด่าเมียดังลั่น ยืนแอ่นไปแอ่นมาแล้วก็เตะปี๊บขนมทองม้วนตกลงมาใต้ถุน ทองม้วนในปีบกระเด็นแตกกระจาย  พวกหมาๆได้ลาภลอยมาช่วยกันรุมกินขนมกันใหญ่ ฉันมองขนมที่หมากินด้วยความเสียดาย ของอร่อยแบบนี้นานๆน้าจึงจะให้ฉันกินสักชิ้น  เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ น้าชายยังยกกะละมังขนมทองม้วนที่ยังเป็นน้ำขาวๆข้นๆยังไม่ได้เผาโปะลงบนหัวน้าสะใภ้อีกด้วย  น้าระเบียบด่ากลับเสียงดังลั่น ร้องไห้กรี๊ดๆแล้วก็วิ่งไปอาบน้ำสระผมที่ถังน้ำข้างล่าง  ฉันเห็นภาพนี้แล้วก็หวาดกลัวน้าชายยิ่งนัก

      ตัวฉันเป็นเด็กเล็กที่ยังคดข้าวกินเองไม่ได้ มื้อเช้าแม่จะดูแลเอาข้าวให้ฉันกิน พอมื้อเพลหรือมื้อกลางวันน้าชายหรือน้าสะใภ้จะมาคดข้าวใส่จานและตักกับข้าวให้  เพราะแม่ไม่อยู่ไปสอนหนังสือ  ถ้าน้าชายมาตักข้าวให้ฉันกิน  แกตักให้เท่าไรฉันก็ต้องบ้าจี้พยายามกินให้หมด แกก็ชมว่า

        "แหมกินข้าวเก่งนะ " คำชมของน้าชายทำให้ฉันรู้สึกกับน้าดีขึ้น แต่วันต่อมาแกก็ตักให้เยอะกว่าเดิมเข้าไปอีก

       “ กินให้หมดนะ” น้าชายกำชับ

        ฉันเห็นข้าวชามใหญ่ก็ใจเสีย  พยายามกินเท่าไรก็กินไม่หมด  แต่กลัวจะถูกดุ  จึงต้องทำเป็นว่ากินหมด ปกติถ้ากินข้าวเสร็จแล้วฉันก็ต้องเอาชามข้าวไปแช่ไว้ในกะละมัง  แต่คราวนี้ฉันมีความผิดที่กินข้าวไม่หมดจึงปกปิดความผิดโดยการเอาชามที่มีข้าวเหลืออยู่ตั้งครึ่งไปคว่ำในกะละมังล้างชามแทนที่จะหงายขึ้นตามปกติ ฉันคิดว่าการคว่ำชามลงจะทำให้มองไม่เห็นข้าวที่ยังเหลืออยู่  แต่ข้าวสุกมันก็ไม่เป็นใจด้วย  เมื่อมันอยู่ในน้ำ มันกลับลอยล่องออกมาจากใต้ชาม เต็มก้นกะละมังไปหมด ไม่ว่าฉันจะพยายามเขี่ยๆให้มันเข้าไปอยู่ใต้ชามอย่างไร น้ำก็ยิ่งกระเพื่อมๆ ทำให้ข้าวลอยขาวออกมาเห็นเด่นชัด ส่วนชามก็ลอยตุ๊บป่องๆครึ่งๆกลางๆไม่คว่ำลงแนบอย่างที่คิด เพราะมันมีอากาศอยู่ข้างใต้ ฉันหมดปัญญาจะปกปิดความผิดตัวเอง  ในใจกลัวแต่ว่าน้าเขาจะมาถามว่า กินข้าวหมดไหม?  ใจคอไม่ดีคอยแต่เหลือบแลไปทางกะละมังล้างชาม  และคอยมองทางว่าเมื่อไรแม่จะกลับมาเสียที   มีความรู้สึกว่าแม่กลับช้ากว่าทุกๆวัน

      พอแม่กลับมาถึงยังไม่ทันจะตั้งขาตั้งจักรยาน  ฉันก็รีบรี่เข้าไปเล่าเรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้แม่ฟัง แม่ก็ไม่ว่าอะไรได้แต่ร้อง อือๆอ้อๆ 

      เมื่อแม่กลับมาบ้าน  ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูจะดีไปหมด  ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆอีก ไม่ต้องกลัวน้าชาย น้าสะใภ้  มีแต่ความอบอุ่นและความสุขเข้ามาแทนที่

               -----------------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Dec. 2006,20:00 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มีเด็กหญิงโคลงเคลงแล้ว จะมีเด็กชาย......มั้ย คิก laugh1.gif


           เด็กหญิงโคลงเคลง

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Dec. 2006,03:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เด็กชายอะไรคะคุณคิลิน laugh1.gif  hum.gif

เสียดายขนมทองม้วนแทนด้วยจ้ะ พิลก็ชอบกินทองม้วนมากๆเลย tears1.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Dec. 2006,09:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เด็กหญิงโคลงเคลงคนนี้ดูเริ่ดมากเลยค่ะคุณคิลิน   เด็กหญิงตัวจริงกะโปโล มอมแมม  ไม่มีชุดสวยๆมีแต่กางเกงขาสั้น    wavey.gif

            เด็กหญิงโคลงเคลงกับเด็กชาย จุด จุด จุด  อิอิ  งงเหมือนกันนะพิล   คุณคิลินคงจะให้เราไปหาเด็กชายชื่อแปลกๆละมั้ง

            น่าสงสารน้าสะใภ้นะ   ขนมทองม้วนเหลวๆเต็มหัวเลย  สระกว่าจะหมด  คนสมัยก่อนเขาใช้สบู่สระผมกันนะ   wave.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Dec. 2006,10:53 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

3. บ้านของเรา

        แม่หาคนงานมาโค่นป่าเพื่อจะสร้างบ้านของเรา  แล้วเย็นวันหนึ่งแม่ก็พาฉันไปดูต้นไม้ที่ถูกโค่นลง  **ป่านี้อยู่เลยไปจากป่าโคลงเคลงที่ฉันชอบ  ฉันเห็นต้นไม้ใหญ่ล้มกองระเกะระกะเต็มไปหมด  มีผู้ชายตัวใหญ่ๆดำๆหลายคนรวมทั้งน้าชายของฉันมาช่วยกันเผาไม้กองใหญ่นี้  ไฟลุกโชนขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นสีแดงน่ากลัว  มีเสียงดังเปรี๊ยะปร๊ะ  และมีควันดำๆขาวๆพวยพุ่งขึ้นไปด้วย  เสียงผู้คนตะโกนกันโหวกเหวก  แม่อยู่ใกล้ๆกองไฟ  และคอยเอากิ่งไม้สดๆวิ่งเข้าไปตีลูกไฟที่ลามกระเด็นออกมาในบางครั้ง แม่ของฉันช่างเก่งเสียจริงๆ ฉันคิดในใจ 

        ค่ำแล้ว ไฟเริ่มมอดลง แม่จึงพาฉันกลับบ้าน เสียงลุงคนหนึ่งพูดว่า

        “พรุ่งนี้มาเอากระต่ายย่าง ไปกินนะอีหนู”  ฉันไม่เข้าใจที่ลุงเขาพูดเลย  แต่ฉันก็ง่วงๆเกินกว่าจะถามแม่แล้ว พอแม่เอาฉันขี่หลัง ฉันก็ง่วงซบหลังแม่หลับไป 

        วันรุ่งขึ้น แม่พาฉันมาที่ป่าที่เผาแล้ว ลุงคนนั้นก็ยื่นอะไรแห้งๆมาให้แม่

        “เอ้า เอาไปกินซะ” 

        “อุ๊ย.น่าเกลียด” เสียงแม่ร้อง

        ฉันชะเง้ออยากดูบ้าง มันเป็นท่อนแห้งๆเกรียมๆ  ลุงฉีกๆดึงๆแล้วยื่นป้อนมาถึงปาก

        “เอ้า ลองกินอีหนู เนื้อกระต่ายไง” ฉันอ้าปากรับ แล้วลองเคี้ยวดู  มันเหนียวๆคล้ายๆเนื้อเค็มแต่ มีกลิ่นเหม็นสาบนิดหน่อย  ฉันพยายามจะนึกว่ากระต่ายมันหน้าตาเป็นอย่างไร

        ลุงบอกกับแม่ว่า มีเต่าตายด้วย เขาจะเอาไปแกงกินกัน  “เอาไปเถอะๆ”แม่ตอบ  แล้วหันมาอธิบายให้ฉันฟังว่า

        “เราจุดไฟเผาป่า มีเต่า กระต่ายตายอยู่ในกองไฟ  ลุงเขาเลยไปเก็บมากิน” 

         แม่บอกว่า ตอนช่วงปิดเทอม กำนันชวนเป็นช่างจะมาสร้างบ้านให้  พอเปิดเทอม เราก็จะมีบ้านของเราเองอยู่กันแล้ว ท่านอาจารย์ที่วัดก็ให้แม่ยืมเงินมาสร้างบ้านด้วย

        อีกหลายวันต่อมา จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่แม่ไม่ต้องไปโรงเรียน แม่คดข้าวห่อใบตองกับเนื้อเค็มย่าง  แม่ถือมีดขอ(พร้า) 1 เล่ม  พร้อมทั้งให้ฉันขี่หลังเดินผ่านป่าโคลงเคลงที่ฉันเดินหลง  ผ่านทุ่งหญ้าเตี้ยๆ และต้นไม้ใหญ่  จนกระทั่งถึงพื้นที่ที่ถูกเผาเมื่อวันก่อนซึ่งตอนนี้เตียนโล่ง  เหลือเพียงกองไม้เป็นท่อนดำๆกองอยู่ทั่วไป  มีขนำเล็กๆที่มีหลังคามุงด้วยหญ้าคา  และมีท่อนไม้กลมพาดไว้ให้พอนั่งได้   แม่ทิ้งฉันไว้ให้เล่นที่ขนำ  ส่วนตัวแม่จะทำงานอยู่ใกล้ๆ  ฉันสังเกตเห็นข้างๆขนำ  มีท่อนไม้ใหญ่วางอยู่และมีควันขึ้นฉุยๆ  และรอบๆท่อนไม้นั้นมีกองดินฟูๆสีขาวที่ดูนุ่มและปุกปุยเหมือนก้อนเมฆบนท้องฟ้า  มันดูสวยจริงๆ มันคงจะนุ่มมากๆฉันคิด  ฉันอยากจะรู้ว่ามันนุ่มและฟูขนาดไหน ฉันจึงค่อยๆเดินย่างเหยียบย่ำลงไปบนกองขี้เถ้านั้น มันนุ่มมาก...........

         “จ๊าก แงๆๆๆ……..” มันร้อนวาบจนฉันตกใจหงายหลังก้นกระแทกดินร้องไห้ดังลั่น แม่รีบวิ่งมาดูพอเห็นฉันยกเท้าขึ้นเหนือกองขี้เถ้าซึ่งมีรอยเหยียบย่ำ และมีปุยขาวๆของขี้เถ้าเปื้อนฝ่าเท้าฉันอยู่ แม่ก็รู้ได้ทันทีว่า เท้าฉันต้องพองเพราะเหยียบลงไปในกองไฟที่ยังร้อนระอุ

         “โอ๋ๆๆๆ ไม่ต้องร้องนะ ขวัญเอ๋ยมามา ขวัญไปเหยียบมันทำไม? มันยังร้อนอยู่นะ” แม่อุ้มฉันขึ้นมาและกอดไว้แน่นพร้อมทั้งวิ่งอย่างรวดเร็ว ฉันหลับตาร้องไห้ด้วยความปวดแสบปวดร้อนไม่รู้ว่าแม่จะพาไปไหน  จนในที่สุดแม่ก็ชะลอฝีเท้าและตะโกนเรียก 
  
         “เจ๊มีๆ ขอน้ำปลาฉันหน่อย ลูกฉันไปเหยียบขี้เถ้าจนเท้าพอง” ฉันสะอึกสะอื้น มองผ่านน้ำตาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้านหลังเล็กๆ เขาร้องว่า

         “อะไรน่ะครู” พอแม่บอกย้ำไป เขาจึงรีบกระวีกระวาดเดินเข้าไปข้างใน และหยิบขวดน้ำปลาออกมา  แม่อุ้มให้ฉันนอนคว่ำจับขาฉันยื่นออกไป  หญิงคนนั้นเทน้ำปลาราดลงบนฝ่าเท้าเล็กๆของฉัน ฉันก็ยิ่งร้องไห้จ้า 

         “ราดแล้วหายลูก” แม่ปลอบ

         “จะหายแล้วอีหนู” ผู้หญิงคนนั้นพูด

         น้ำปลาแทบหมดขวด  แม่ยังอุ้มฉันไม่วางพลางกล่าวขอบอกขอบใจเจ๊คนนั้น  แล้วพาฉันกลับบ้านน้าทันที

         ฉันจำไม่ได้หรอกว่าเดินไม่ได้ไปกี่วัน แต่แม่บอกว่าราดน้ำปลาแล้วเท้าฉันก็ไม่พอง หนังเท้าแข็งด้านและหายในที่สุด ส่วนผู้หญิงที่ให้น้ำปลาเรานั้นคือคนงานตัดยางที่สวนก๋งจั๊วซึ่งอยู่ติดกับที่ของเรา

          บ้านที่น้าชวนสร้างให้หลังใหญ่มาก ฉันรู้สึกอย่างนั้น เป็นบ้านทาน้ำมันยางสีแดงที่ไม่มีใต้ถุน  พื้นชั้นล่างเป็นดินอัดแข็งๆจนเรียบ  มีบันไดขึ้นไปชั้นบน และชั้นบนก็มีประตูออกไประเบียง
 
         ฉันชอบบ้านใหม่ของฉันมาก  ชั้นบนมีเตียงใหญ่ สำหรับเราสองคนแม่ลูก มีมุ้ง และผ้าห่มผืนใหญ่  คืนแรกในบ้านหลังใหม่ ฉันหลับไปอย่างเป็นสุขในอ้อมกอดของแม่

         เช้าตรู่ ฉันลุกตื่นขึ้นมาพร้อมกับแม่  อากาศหนาวเย็นเล็กน้อย แม่เก็บพับผ้าห่ม เก็บมุ้งพับวางไว้เรียบร้อย  จัดหมอนให้เข้าที่ตรงหัวนอน  ตบหมอนให้ฟู   ปลอกหมอนลายดอกกุหลาบแดงด้วยฝีมือปักของแม่เอง ดูสวยงามเมื่อวางอยู่บนเตียงอย่างเป็นระเบียบ

         แม่พาฉันเปิดประตูออกไปสู่ระเบียง  เมื่อมองจากระเบียงจะเห็นภูเขาที่มีร่องสีแดงๆกลางเขา แม่ชี้ให้ดูแล้วบอกว่า

        “นั่นเขาแกลด  น้ำเซาะเขาพังจนเห็นเป็นดินแดงๆ ดูสิ”  เขาแกลดจึงเป็นภูเขาที่ฉันรู้จักลูกแรก เวลาไปไหนๆ ถ้าเห็นภูเขาฉันจะเรียกมันว่า “เขาแกลด” เสมอ
           
              -------------------------------


   ** แม่เล่าว่า แต่เดิม ตาและยายมีที่ดินอยู่ที่ชำฆ้อประมาณ 7- 8 ไร่  แต่ยายไปยืมเงินมาจากตาหลวย 400 บาท แล้วไม่ได้ใช้คืนให้เขา เขาจึงยึดที่ดินของยายไป พร้อมทั้งยังจะเอาตัวแม่ไปทำงานที่บ้านเขาอีกด้วย แต่ยายไม่ยอม  และยายก็ยังส่งให้แม่ไปเรียนต่อเพราะแม่เป็นนักเรียนเรียนดีที่สอบคัดเลือก 1 ใน 6ของนักเรียนทั้งจังหวัด  ซึ่งแม่ก็ได้เรียนต่อจนจบชันมัธยมศึกษาปีที่ 1 และจบออกมาเป็นครู และการที่ยายไม่ยอมให้แม่ไปขัดดอกเขานี่เองทำให้ตาหลวยยึดที่ดินทั้งหมดของตายายไป  ตาและยายจึงต้องมาจับจองที่ดินแห่งใหม่

         การจับจองที่ดินในสมัยนั้น  ใครอยากจะได้ที่ดินเท่าไรก็ให้มาลากเส้นจับจองได้เลย  แล้วค่อยไปแจ้งแก่ทางการ  ยายได้จับจองไว้และปลูกยางไปแล้ว 40 ไร่ และยายก็ตั้งใจจะให้ที่ดินผืนนี้แก่ลูกชายคนเล็ก(น้าชาย) ซึ่งก็หมายความว่าแม่จะไม่ได้รับส่วนแบ่งจากที่ดินผืนนี้เลย ด้วยความรักลูกสาว  ตาจึงชวนแม่ซึ่งตอนนั้นมีอายุประมาณ 14 ปี ไปจับจองที่ดิน พอแม่ลากเส้นเชือกไปไกล ตาก็จะร้องว่า

        “มึงจะทำไหวเรอะ  เอาแค่พอทำก็พอแล้ว อย่าไปไกลนักที่ตรงโน้นใกล้ถนน น้ำมันแฉะ” สรุปแล้วแม่ก็จองที่ดินมาได้ทั้งหมด 15 ไร่  เป็นที่ดินผืนที่แม่ปลูกบ้านนั่นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
124 คำตอบนับตั้งแต่ 28 Dec. 2006,10:46 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 1312345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com