เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 13<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ~ในสวนขวัญ~, (บ้านชายป่า)< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Jan. 2007,18:57  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ไอ้ดำมันตายไปนานแล้ว  crying1.gif    ตอนจะตายน่าสงสารมาก มันไปติดแร้วที่ชาวบ้านไปดักสัตว์แล้วมันก็กัดๆจนแร้วขาด  เนื้อที่ขามันก็แหว่งไปด้วย และฟันหักหมดทั้งปาก  มันอุตส่าห์เขยกๆกลับมาบ้าน  มากินน้ำในถัง  น้ำแดงไปด้วยเลือดคงเป็นเพราะปากเขามีแต่บาดแผล   แล้วเขาก็ตาย  อายุประมาณ 8 ปีได้มั้งตอนที่ตายน่ะ

           ฮ่าๆ  ที่ดินจับจองเหรอ  ไม่มีแล้ว   wavey.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Jan. 2007,19:07 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

5. เรื่องระหว่างทางไปโรงเรียน

       ยามที่ได้นั่งซ้อนท้ายจักรยานแม่ไปโรงเรียน ฉันรู้สึกว่ามีแต่เรื่องสนุกสนานตื่นเต้นไปตลอดทาง 

       วันหนึ่งแม่ขี่จักรยานยังไม่ทันจะข้ามสะพานลิง * ก็ได้ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องครวญครางแว่วมา  แม่จึงเลี้ยวจักรยานเข้าไปจอดที่บ้านริมคลองอันเป็นที่มาของเสียงร้องนั้น  พอเราก้าวเข้าไปในบ้านชั้นล่างฉันก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งครึ่งนั่งครึ่งนอน กางขาสองข้างยืดมาข้างหน้า  ผ้าถุงเปิดขึ้นไป ฉันกำลังสงสัยว่าฉันเห็นอะไร แม่ก็รีบบังไม่ให้ฉันมองเห็น แล้วพูดดุๆว่า

        “ขวัญออกไปคอยข้างนอก  ไปเล่นกับไอ้ดำ ไป๊  แม่จะช่วยเขาคลอดน้อง”  ฉันอยากดูอยากรู้อยากเห็น   แต่แม่ไม่ยอมให้อยู่ฉันจึงจำใจเดินออกมาหน้าบ้าน   เจ้าดำก็อยู่ใกล้ๆ ฉันจึงเด็ดดอกหญ้าไปให้เจ้าดำมันดู   มันก็ยิ้ม  ครางงี้ดๆ  มันคงบอกว่าดอกหญ้าสวย   มันนอนอยู่ฉันจึงถือโอกาสขี่หลังมัน  แล้วเอาดอกไม้แหย่หูแหย่ตามัน  มันก็กระดิกหางไปมา  ฉันเล่นกับมันสักพักก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง  “อุแว้ๆ”  ฉันรีบวิ่งเข้าไปดูก็เห็น  ผู้หญิงคนนั้นอุ้มน้องอยู่    แต่ยังมีเลือดแดงๆติดอยู่ที่ตัวน้อง  มือแม่ก็มีเลือดติดอยู่เหมือนกัน   แม่พูดกับเขาว่า

              “ฉันไปก่อนนะ  แล้วจะแวะมาดูใหม่”  ผู้หญิงคนนั้นพยักหน้าอย่างอ่อนแรง   แล้วแม่หันมาพูดกับฉันว่า   “เราไปโรงเรียนกันได้แล้ว แม่จะสาย”  

        “แม่ หนูอยากดู...”

        “ไม่ได้ แม่ไม่มีเวลา วันหลังๆ” แล้วแม่ก็จับฉันนั่งท้ายจักรยาน ขี่ออกไป 

         วันหลังเราก็มีโอกาสแวะมาเยี่ยมผู้หญิงคนนั้นกับลูกของเขา  ฉันจึงได้เห็นน้องตัวเล็กๆนอนดูดนมแม่ และผู้หญิงคนนั้นก็พร่ำแต่ขอบคุณแม่ไม่ขาดปาก

        “วันนั้นถ้าไม่ได้ครูฉันแย่เลย  ขอบพระคุณครูมากเลย”
   
        อีกวันหนึ่งแม่แวะจอดรถเข้าไปทักทายกับป้าคนหนึ่งที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆทาง  ป้าคนนี้มีฟันสีดำยื่นออกมานอกปาก  ที่บ้านของป้าเลี้ยงตัวน่ารักๆลายขาวดำน้ำตาล หน้าตาเหมือนหนูตัวใหญ่ไว้ในกรงด้วย  เรียกว่า หนูตะเภา  ฉันสนใจนั่งเฝ้ามองมันตาแป๋ว  หลังจากป้าทักทายพูดคุยกับแม่แล้ว เขาก็พูดขึ้นว่า

        “ครู ฝากอีหนูนี่ไว้กับฉันสิ เย็นๆค่อยมารับ” ป้าเอ่ยปากตอนที่แม่กำลังจะขี่จักรยานออกมาจากบ้านเขา  แม่หันมามองหน้าฉัน แล้วถามว่า

        “เอาไหม?” ฉันรีบส่ายหัวไปมาแล้วพูดขึ้นมาว่า

         “ อื๋อ ไม่เอาๆ” แล้วฉันก็รีบพูดต่อ “แม่ๆทำไมยายคนนี้เขาปากบานนักล่ะ” แม่รีบหันมาทำตาเขียวและถลึงตาใส่ฉัน เป็นสัญญาณให้รู้ว่าฉันควรจะเงียบ

        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ รบกวนเปล่าๆ” แล้วแม่ก็รีบปั่นจักรยานออกมาทันที  พอเลยมาสักพักแม่จึงสอนว่า

        “ยังไม่ทันจะพ้นบ้านเขาเลย ขวัญไปว่าเขาปากบานได้ไง” แม่หัวเราะหึๆ

        “ก็ฟันเขาไม่หุบเข้าไปนี่แม่“

        “เขาเรียกว่าฟันเหยิน ไม่ใช่ปากบานหรือฟันไม่หุบ”
             
        หน้าฝน เป็นฤดูที่แม่ลำบากมาก เพราะถนนที่ไปโรงเรียนเป็นทางดินแดงลูกรังที่ลื่นมากๆ ตอนที่ฝนตกพรำๆ ถนนก็ยิ่งลื่น แม่ขี่จักรยานไปได้นิดเดียวก็ต้องลงเพราะดินแดงเละๆเข้าไปติดอยู่ในบังโกลนจนซี่ล้อจนจักรยานไม่เดิน แม่ต้องไปหากิ่งไม้มาเขี่ยๆให้ดินหลุดไปจึงจะขี่ต่อไปได้อีกสักพัก แล้วก็ติดอีก เป็นอย่างนี้ตลอดทาง ฉันสบายได้นั่งบนท้ายจักรยานตลอดและมีหมวกคลุมกันฝนไม่ให้หัวเปียกด้วย แม่มักจะเปียกเพราะไม่มีร่มไม่มีหมวก แต่ถ้าฝนตกหนักมากเราจะแวะที่ร้านค้าข้างทาง เมื่อฝนตกนาน ฉันจะชอบดูสายน้ำไหลไปตามถนน กัดเซาะดินจนเป็นร่อง ตรงไหนที่น้ำไหลเชี่ยว น้ำก็จะมีริ้วรอยเส้นทแยงไหลมาบรรจบกันตรงกลาง ฉันชอบดูมาก และนึกเรียกมันว่าน้ำไหลเป็นหวีๆ ฉันร้องบอกแม่

         “แม่จ๋าๆ ดูน้ำไหลเป็นหวีๆ”  แต่แม่ก็จะหงุดหงิด

         “ดูเดออะไร ฝนตกเฉอะแฉะไปหมด ยุ่งจริงไอ้เด็กคนนี้”
         
         ในยามที่ฝนแล้ง สองข้างทางก็จะมีต้นไม้แปลกๆ และดอกไม้สวยๆให้เห็นอยู่เสมอ เด็กที่พูดมากอย่างฉันจึงถามแม่ไปตลอดทาง 

         “แม่จ๋านี่ต้นอะไร” 

         “ต้นอ้อ”

         “แล้วนี่อะไร ”

         “ไม้กวาด”

         “ต้นโน้น ใหญ่ๆลายๆยังกับงูเลยแม่”    
        
         “ต้นบุกจ้ะ” แล้วแม่ก็จอดจักรยาน แล้วเอามีดพับเล็กๆที่แม่ติดตัวไว้ตลอดเวลาลงไปตัดต้นบุก มันเป็นต้นตรงๆกลมเป็นท่อน เปลือกเหมือนหนังคางคก  แต่ข้างในนุ่มๆหยุ่นๆเหมือนฟองน้ำ  แม่ตัดใบซึ่งอยู่ตรงปลายทิ้งไป  แล้วเอาท่อนบุกนั้นมัดไว้ที่ท้ายรถจักรยาน  แม่บอกว่าจะเอาไปเลียงกินเย็นนี้

        บางทีแม่ก็แวะเก็บผักหวานที่อยู่ตามข้างถนนเอาไปต้มน้ำปลาให้ฉันกิน บางทีแม่ก็เก็บใบเสม็ดสีชมพูสวยไปจิ้มน้ำพริก  แม่สอนให้ฉันได้รู้จักพืชพันธุ์มากมายหลายอย่าง

            -------------------------------


   *สะพานลิง เป็นสะพานข้ามคลองที่แบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภอท่าใหม่
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jan. 2007,08:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เด็กหญิงขวัญนี่ช่างซัักช่างถามจริงๆ อิๆๆ  rasp.gif

แกงบุก แกงบอนอร่อยมากๆค่ะ winkthumb.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jan. 2007,17:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สมัยก่อนครูต้องเป็นหมอตำแยด้วยเหรอคะคุณจันท์กะพ้อ

แล้วคุณครูคุณแม่ของเด็กหญิงขวัญท่านไปเรียนวิธีการทำคลอดมาจากที่ไหนคะ ask.gif

again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jan. 2007,18:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

แม่คงไม่ได้เรียนทำคลอดหรอกค่ะ คงใช้ประสบการณ์มากกว่า ด้วยความจำเป็นชาวบ้านสมัยก่อนคลอดลูกเองก็ได้นะ แล้วคนนี้เขาเป็นคนงานก็คงต้องตามมีตามเกิด ได้ยินคล้ายๆกับว่าแม่คงไปช่วยดึงเด็กออกมาอะไรทำนองนี้มังคะ

      ทุกวันนี้เวลาที่อดีตเด็กหญิงขวัญ ผ่านตรงสะพานลิงทีไรก็นึกถึงภาพเหตุการณ์นี้ทุกครั้งไป บ้านริมคลองเขาก็เพิ่งจะรื้อทิ้งไปเมื่อประมาณ 5 ปีนี้เองค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jan. 2007,22:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

6.น้าหมอ

        ฉันเป็นฝีที่คอด้านหลังใต้ท้ายทอย มันเป็นก้อนๆนูนๆเจ็บๆ  ทำให้คอแข็ง เวลาจะหันซ้ายหรือขวาก็ต้องหมุนไปทั้งตัว แม่เอายาแผ่นๆมาพอกให้  แม่เรียกว่า กอเอี๊ยะ บอกว่าพอฝีสุกจะพาไปผ่าฝีที่บ้านน้าหมอ 

        น้าหมอเป็นสามีของน้าหญิงน้องสาวของแม่  เขาเป็นบุรุษพยาบาลที่โรงพยาบาลในเมือง แต่เขาก็ช่วยดูแลรักษาคนไข้ในหมู่บ้านเป็นอย่างดี ใครๆก็นับถือเขาเรียกเขาว่า “คุณหมอๆ” ส่วนน้าหญิงก็เป็นครูเหมือนกันแต่สอนคนละโรงเรียนกับแม่

        พอแม่บอกจะพาไปหาหมอฉันก็กลัวเสียแล้ว พอถึงวันที่ไปหาหมอจริงๆ  ยังไม่ทันจะถึงบ้านเขาฉันก็แทบจะร้องไห้ เขาเป็นผู้ชายตัวใหญ่ ผิวขาว ใส่แว่นตาใสๆ พอรู้ว่าฉันเป็นฝี เขาก็บอกว่า

        “เอ้านั่งเลยๆ อยู่เฉยๆนะ” ฉันฟังเขาพูดก็กลัวจนตัวสั่นกอดแม่ไว้แน่น น้าหมอไปเตรียมเครื่องมือเสียงดังก๊อกๆแก๊กๆ แล้วก็ถือถาดขาวเล็กๆที่เป็นรูปโค้งออกมา ฉันเริ่มร้องไห้ด้วยความกลัว

        “ไม่ต้องร้อง เจ็บนิดเดียว นิดเดียว”น้าหมอว่า แล้วหันมาบอกแม่”เจ๊ๆกดตัวไว้แน่นๆนะ” แม่ก็กดตัวฉันไว้แน่น ฉันร้องไห้กระซิกๆ แล้วก็แหกปากร้องลั่นเมื่อรู้สึกว่าเขากรีดมีดลงไปบนฝีของฉัน ฉันไม่รู้สึกเจ็บแต่กลัวมากกว่า  ร้องสะอึกสะอื้นใหญ่โตจนกระทั่งเสร็จ 

       แม่บอกว่าพี่สาวของฉันสองคนก็มาอาศัยอยู่กับน้าหมอคนนี้แต่ตอนนี้พี่ไปโรงเรียนจึงไม่ได้เจอกัน  ส่วนแม่ก็ลาโรงเรียนพาฉันมาหาน้าหมอ เราจึงต้องรีบกลับ น้าหมอใจดีไม่คิดสตางค์ แม่ก็ขอบคุณเขา และบอกให้ฉัน

       “ธุ น้าหมอสิลูก” ฉันก็พนมมือไหว้ตามที่แม่สอน 

       วันหลังๆฉันก็ได้มาที่บ้านของน้าหมอและน้าหญิงอีก บ้านของเขาเป็นบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ในสวนเงาะทุเรียน เป็นบ้านมีใต้ถุนสูง  มุงด้วยกระเบื้องสี่เหลี่ยมๆเล็กๆ ไม่ได้มุงด้วยสังกะสีแบบบ้านของเรา  ลูกสาวคนโตของน้ารุ่นราวคราวเดียวกับฉัน จึงพากันเล่นซุกซน วันนั้นมีชาวบ้านมาช่วยกันทำกับข้าวและทำขนมมากมาย เพราะวันรุ่งขึ้นเขาจะไปทำบุญใหญ่กันที่วัดสระแก้ว  เราเป็นเด็กสองคนที่วิ่งเข้าวิ่งออกในครัว ไปเล่นแหย่รังแมงรมในบ้าน แมงรมตัวเล็กกว่าผึ้งไม่กัดไม่ต่อย แต่ก็ชอบกินน้ำหวานเหมือนผึ้ง เราไปดูเขาโม่แป้ง ไปดูเขากวนขนม จนกระทั่งเขาเทขนมใส่ถาดตั้งทิ้งไว้ พวกผู้ใหญ่ก็กำชับว่า

       “ขนมนี่จะเอาไปทำบุญ เอาไปถวายพระ ห้ามกินนะ” ว่าแล้วเขาก็เหลือบมาทางเราสองคนเป็นเชิงห้ามปราม  พอตกค่ำพวกผู้ใหญ่ก็ออกไปจากครัวกันหมด  เราสองคนก็แอบย่องๆกันเข้ามาในครัว เห็นถาดขนมวางเรียงกันอยู่ก็เข้าไปลงมือทันที

       “เอาแค่ริมๆนี่เขาคงไม่รู้หรอกนะ” เราสองคนพยักเพยิดกันแล้วก็เอานิ้วจิ้มไปที่มุมถาดขนม  แล้วก็ดูด จิ้ม..ดูด  จิ้ม..ดูด  อร่อยดี ถาดที่หนึ่ง แล้วก็ถาดที่สอง แล้วก็ถาดที่สาม.........

       รุ่งขึ้นเช้า เสียงพวกผู้ใหญ่ร้องเอะอะว่า

       “ใครวะมาจิ้มขนมทุกถาดเลย หา...?” เราสองคนก็เลยยอมรับ

       “ขวัญเอง ไก่เองค่ะ ก็หนูอยากกิน” พวกผู้ใหญ่เลยพากันหัวเราะ

       มีอีกครั้งหนึ่ง  แม่พาฉันนั่งท้ายจักรยานไปหาน้าสาวอีก  วันนั้นฉันปวดท้องอึแต่ไม่ยอมบอกกับแม่  มันปวดมากตอนที่แม่คุยกับน้าพอดี  ฉันอดทนไม่ไหวปล่อยจึงอึรดกางเกง พอแม่คุยกับน้าเสร็จ แม่กับน้าก็บ่นๆว่า เหม็นอะไรนะ  ตัวอะไรตายนะ ฉันก็ยังไม่ยอมพูด  เขาสองคนก็เดินหาแหล่งที่มาของกลิ่น ฉันก็ยังเดินตามเขาไปตลอด พวกเขาก็ยังหาไม่เจอ  เจ้าหมาที่บ้านน้าก็เข้ามาดมๆก้นฉัน น้าเห็นเข้าก็ช่วยไล่หมาไปเพราะเกรงว่าหมาจะกัด  จนกระทั่งแม่บอกลาน้ากลับบ้าน แม่อุ้มฉันขึ้นนั่งท้ายจักรยาน แม่ก็ยังบ่นๆว่ากลิ่นเหม็นๆมันตามมาด้วย ฉันไม่พูดอะไรเลยสักคำ จนกระทั่งถึงบ้าน  แม่พาฉันไปอาบน้ำที่บ่อ พอแม่ถอดเสื้อผ้าให้  แม่จึงร้องว่า

       “อ้อ นี่เอง แล้วทำไมไม่บอก”  ฉันก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ เพราะกลัวแม่จะดุ แต่แม่ไม่ว่าอะไรฉันเลยสักคำ แม่อาจจะรู้มาก่อนแล้วก็เป็นได้ 

       นอกจากเรื่องอึแล้ว เรื่องฉี่รดผ้าฉันก็มีเป็นประจำ เช่นฉี่รดที่นอนบ้าง หรือไม่ก็เวลาที่แม่ให้ฉันไปนั่งรอที่บ้านคนอื่นนานๆ  พอปวดฉี่ก็ไม่กล้าจะบอกกับเขา  ทนอั้นฉี่จนทนไม่ไหวก็ปล่อยให้ฉี่ราดออกมาเลย  เรื่องปวดฉี่ไม่บอกนี่ตอนโตแล้วก็ยังทำให้พี่ๆขายหน้าอีกด้วย  ส่วนแม่นั้นไม่เคยดุว่าเรื่องที่ฉันทำเลอะเทอะเลย  ความเป็นแม่ทำให้แม่ต้องอดทนทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูก แม้ว่ามันจะสกปรกน่ารังเกียจและลำบากขนาดไหนก็ตาม  นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจในความเป็นแม่ของแม่มาก       


         ----------------------------------

      
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Jan. 2007,10:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อิๆๆ อ่านตอนนี้ แล้วเหม็นน่ะ พี่แอ๊ด moon.gif  pain.gif

แหมเด็กหญิงขวัญนี่นะ ซนได้สารพัดแบบ แต่เรื่องถ่ายเรื่องอึนี่กลับเหนียมนะคะ hello2.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Jan. 2007,11:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้อง(หรือน้า.. หว่า ohman.gif อิอิ) ฟันเหยิน เอ้ยๆๆๆ เขียนผิด เขียนใหม่ๆๆๆ น้องโคลงเคลงจ๋า .. ฟันแบบนั้นเค้าเรียกว่า.... ฟันไม่เข้าจ๊ะ.. ฮะโหย ฮะโหย ฮี่ฮี่  wave.gif

จะบอกว่าแอบอ่านจบแย้วค่า  แล้วก็รีบลานะค่ะ เหม็งรัยตุตุ moon.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Jan. 2007,18:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

7.พ่อของฉัน   

      ฉันจำได้แม่นยำว่า ก่อนที่เราจะมีบ้านหลังใหม่นั้น มีอยู่วันหนึ่งแม่พาฉันไปหาพ่อ แม่บอกว่าพ่อติดคุก** ฉันไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าคุกคืออะไร  คิดว่าถ้าได้เห็นพ่อแล้วก็คงจะเห็นคุกที่ติดพ่ออยู่ ที่จริงฉันไม่รู้ว่าพ่อหน้าตาเป็นอย่างไร ฉันอยู่กับแม่สองคนมาตลอดจนไม่รู้สึกว่าต้องมีพ่อ

      วันนั้นฉันซ้อนท้ายจักรยานแม่เข้าไปในเมือง แล้วแม่ก็พาไปที่ทางเข้าคล้ายบ้านใหญ่ๆมีประตูรั้วสีฟ้าๆที่มีคนยืนเฝ้าอยู่  แม่จอดจักรยานไว้ที่หน้าประตูนั้น อุ้มฉันลงจากท้ายรถ แล้วจูงมือฉันเดินเข้าไปหาคนที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วสีฟ้า แม่พูดอะไรๆ เขาก็เปิดประตูรั้วให้แม่และฉันเดินเข้าไป พอเราเข้าไปข้างในมีเก้าอี้ไม้ม้ายาวตั้งอยู่ มีผู้ชายคนหนึ่งผิวค่อนข้างขาวยืนอยู่ตรงนั้น เขาใส่เสื้อสีขาวกางเกงสีกากี ดูท่าทางเรียบร้อย แม่กระซิบว่า

      “ขวัญ นั่นไงพ่อ ธุสิ”

      ฉันจ้องมองพ่อตาไม่กระพริบ  ยืนนิ่งตัวแข็ง จนแม่ต้องกระซิบเตือนอีกครั้งฉันจึงยกมือขึ้นพนม  ผู้ชายคนนั้นยิ้มน้อยๆ  หน้าตาเขาดูไม่คุ้นเคย    ฉันยังเพ่งมองเขาไม่วางตา พยายามค้นหาว่า ที่แม่ว่าพ่อติดคุกนั้น คุกมันหน้าตาเป็นอย่างไรและติดอยู่ตรงไหนของร่างกายพ่อ ฉันคิดว่ามันต้องติดอยู่ที่หลังของพ่อแน่ๆ มันน่าจะเป็นเครื่องอะไรสักอย่างที่มีสีดำฉันคิดว่าอย่างนั้น แต่มองแล้วฉันก็ยังไม่เห็น ถ้าอย่างนั้น พ่อคงจะถอดมันออกก่อนที่จะมาเจอเราสองแม่ลูกแน่ๆ พ่อกับแม่คุยกันสักพักแม่ก็พาฉันกลับพร้อมทั้งเอาของกินที่แม่ซื้อใส่ถุงมาให้พ่อไป ไม่แน่ใจว่าเป็นกล้วยทอดหรือข้าวเม่าทอดอะไรทำนองนี้

      หลังจากที่เรามีบ้านแล้ว  วันหนึ่งแม่ก็พูดขึ้นว่า พ่อจะมาอยู่กับเราแล้วนะ พ่อไม่ต้องติดคุกแล้ว  ดูแม่จะดีอกดีใจเป็นพิเศษในวันที่พ่อมาถึงบ้าน ฉันยืนอยู่บนลานดินที่เป็นพื้นบ้านชั้นล่าง  พ่อก็เดินผ่านประตูเข้ามา  ฉันยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย  มือถือกางเกงขาสั้นค้างอยู่  เสียงแม่บอกว่า

      “พ่อกลับมาอยู่บ้านแล้ว” ฉันยืนจ้องพ่อเขม็ง  นี่เป็นครั้งที่สองที่ได้เห็นหน้าพ่อ ความรู้สึกว่าพ่อเป็นคนแปลกหน้าก็ผุดขึ้นมา  ฉันเหมือนถูกสะกดยืนนิ่งมองพ่อไม่วางตา พ่อก็คงรู้สึกแปลกๆที่ถูกลูกสาวมองจ้องอยู่อย่างนั้น จึงพูดขึ้นว่า

      “ไปนุ่งกางเกงสิลูก” ฉันจึงนึกขึ้นได้ว่า ฉันยังแก้ผ้าอยู่เลย  จึงรู้สึกอายขึ้นมาทันที  แม่เข้ามาช่วยจับกางเกงให้ฉันสอดขาลงไป ฉันมีพ่อแล้วสิ ฉันรู้สึกแปลกๆ 

       ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมีพ่อ  ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แม่เคยพาฉันไปโรงเรียนด้วย แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว ฉันอยู่กับพ่อที่บ้านแทน ทุกๆวันพ่อจะนุ่งกางเกงขาก๊วยสีดำ ไม่ใส่เสื้อไปทำงานในสวน ขุดดิน ถากหญ้าอย่างไม่กลัวแดด  จนผิวขาวกลายเป็นดำคล้ำไปทั้งตัว  ส่วนตัวฉันแม่จะห้ามไม่ให้ออกไปเล่นกลางแดด เดี๋ยวจะไม่สบาย“ไม่คุ้มค่ายา”แม่บอก แต่ถึงอย่างไรแม่ก็ต้องเสียค่ายาจนได้นั่นแหละ

       พ่อเอาแมวจากคุกมาเลี้ยงที่บ้านตัวหนึ่งชื่อเจ้านิล มันเป็นแมวสีดำเกือบทั้งตัว มีแต้มสีขาวที่หัวเล็กน้อย  พ่อเล่าว่าแม่ของเจ้านิลชื่อ นังหก  เพราะมันตีลังกาเก่ง เวลาเราไปจับใต้ท้องมันยกขึ้นมันก็จะก้มหัวหกคะเมนตีลังกาทันที  ส่วนเจ้านิลนั้นทำได้บ้างแต่ไม่เก่งนัก  ฉันเล่นกับเจ้านิลทุกวันทั้งๆที่บางทีมันก็ไม่อยากจะเล่น  บางทีมันจะนอนฉันก็ไปอุ้มมันเล่น  แต่มันก็นิสัยดีไม่เคยข่วนหรือกัดฉันเลย จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันอุ้มเจ้านิลเป็นน้อง  พาน้องไปกล่อมร้องเอ่เอ๊ๆบนบ้านชั้นบน เจ้านิลพอใจกรนดังครืดๆ พลันก็มีเสียงหมาเห่าดังลั่น  ฉันก็พยายามจะอุ้มเจ้านิลไปดูที่หน้าต่าง
 
      “เอ้าดูซิ หมามันเห่าอะไร”  ด้วยความหวาดกลัวเจ้านิลก็ดิ้นรนตะกายจะกระโดดลง มันถีบขาอย่างแรงฉันรู้สึกเจ็บเพราะเล็บมันข่วนแปล๊บๆ  ด้วยความตกใจจึงโยนมันทิ้งลงพื้น เจ้านิลเอาขาหน้าตะกุยเล็บของมันถูกริมฝีปากฉันจนเลือดไหลหยด  ฉันแหกปากร้องไห้ลั่นบ้าน  ร้องไห้ดังไปสามบ้านแปดบ้านจนพ่อตกใจวิ่งกลับมาดูและช่วยทำแผลให้  หลังจากนั้นฉันก็รู้ว่า  แมวกลัวหมาจึงไม่ควรจะอุ้มแมวในเวลาที่มีหมาอยู่ด้วย

      ฉันอยู่บ้านกับพ่อทุกวัน เราก็เริ่มสนิทกันแม้ว่าพ่อจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่เมื่อเจอลูกสาวที่ช่างซักขี้สงสัยแบบฉันพ่อก็ต้องพูดจนได้  พ่อแม้จะพูดน้อยในตอนกลางวัน  แต่พอกินเหล้าเข้าปากในตอนเย็นพ่อก็จะพูดเก่งขึ้น และมักจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอยู่เสมอๆ    


           -----------------------------------

      ** ฉันมารู้ตอนหลังว่าพ่อทำงานรับผิดชอบเรื่องเงินอยู่ที่สหกรณ์  แต่พ่อและเพื่อนได้นำเงินของทางการไปใช้จ่ายเล่นการพนัน(เล่นโป) ไม่สามารถหามาใช้คืนเขาได้เป็นเงิน 30,000 บาท  โดยหน้าที่ที่รับผิดชอบพ่อจึงยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว พ่อต้องรับโทษติดคุก 3 ปี แต่พ่อเป็นนักโทษที่ดี อยู่ในคุกก็เรียนรู้ที่จะเป็นหมอช่วยรักษานักโทษคนอื่นๆ และพ่อก็คุยถูกคอกับผู้คุมจนกลายเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด พ่อจึงได้ลดหย่อนโทษ ติดคุกอยู่ 2 ปีกว่าก็พ้นโทษ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Jan. 2007,00:21 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif สนุกค่ะพี่แอ๊ด again.gif

whisper.gif ตอนหลังๆนี่(ตอนที่7)พี่แอ๊ดเพิ่งเขียนหรือเขียนไว้นานแล้วคะ ic-14.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
124 คำตอบนับตั้งแต่ 28 Dec. 2006,10:46 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 13<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com