เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 512345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: "มุมเล็กๆ"..ของคนเล็กๆ, ..เขียนไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก..< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2007,02:22  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

"ใครๆก็มียายน่ารักและแสนซน แต่มะแหม่วไม่มียายให้ระลึกถึง tears.gif "

"ทำไม มะแหม่วไม่มียาย.. fryingpan.gif  

เอาน่า เล่าหน่อย อย่างน้อยแม่ก็ต้องเล่าเรื่องยายให้ฟังบ้างล่ะน่า"



  **การเข้าไปร่วมรำลึกถึงอดีตเล็กๆน้อยๆในสวนขวัญของพี่แอ๊ดเมื่อวันก่อน กับคำถามชวนเล่าเรื่องของพี่วันดี เป็นเหตุ

ให้มะแหม่ว(แมวเหมียว) นอนไม่หลับ จึงต้องลุกขึ้นมาเขียนเรื่องนี้..

เริ่มในเวลาตีสามของคืนวันหนึ่ง** flo_1.gif








                   "น้ำตาแม่" tears.gif         


  ตีสามกว่าๆเป็นเวลาที่ทุกคนในบ้านกำลังหลับสนิท แต่ฉันตื่นแล้ว 

ถ้าไม่เพลียมากฉันมักชอบตื่นขึ้นมาทำอะไรต่อมิอะไรในเวลาช่วงนี้ 

ซึ่งเป็นเวลาที่เงียบสงบ

แต่จะว่าเงียบก็ไม่เงียบเสียเลยทีเดียว พวกนก

เล็กๆบนต้นมะม่วงหลังบ้านส่งเสียงร้องจิ๊บๆเจี๊ยบๆ..

ทำให้ฉันต้องมองนาฬิกาและสงสัยทุกครั้งว่า"นี่เช้าแล้วเหรอเนี่ย"

แต่ความจริงไม่ใช่.. นกส่งเสียงร้องทักทายฉันทุกคืนทันทีที่ฉันตื่นมาเปิดไฟในบ้าน


    ..ไม่ลืมที่จะเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ระหว่างรอเวลาให้มันรวบรวมเรียบเรียงข้อมูลเตรียมทำงานตามหน้าที่ของมัน..

  บางคืนซาลาเปาตื่นมาปลุกฉัน วันไหนฉันตื่นเร็วกว่าซาลาเปาตื่นทีหลัง

ซาลาเปามักเดินบิดร่างโชว์ลีลาโยคะท่าแมวบิดขี้เกียจให้ฉันดูทุกครั้ง

ฉันและซาลาเปาต่างรู้กันว่ากิจวัตรต่อไปที่เราทั้งสองจะต้องทำคือเดินไปในครัวเพื่อเทอาหารสำเร็จรูปให้ซาลาเปากินแก้หิว

จะว่าไปแล้วฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่าซาลาเปาจะหิวหรือไม่หิว แต่ฉันปฏิบัติเช่นนี้มาจนเป็นกิจวัตรไปแล้ว..

  หลังส่งเสียงทักทายฉันไม่นานนัก พวกนกเล็กๆก็เงียบเสียงลง พวกเขาหลับกันต่อหรือแค่รอเวลาเช้าเพื่อออกหากินกันแน่..

  

    ที่เขียนออกนอกเรื่องเสียยืดยาวเพื่อพยายามจะให้ถูกหลักวิชาการเขียน หรือเป็นการยืดเวลาเพื่อหลบหนีความจริงในใจที่ซ่อนเร้นมานานกันแน่..ฉันเองก็ตอบตัวเองไม่ได้

เสียงหัวเราะบางครั้งคนเราก็ทำไปเพื่อกลบเกลื่อนความเศร้า

 การเขียนถึงเสียงนกร้อง และมองแมวบิดขี้เกียจอาจเป็นการช่วยตระเตรียมจิตใจฉันที่จะเผชิญกับการรำลึกถึงเรื่องเศร้าๆของชีวิตตัวเอง..

แม้ฉันเองจะไม่ชอบพูดเรื่องความเศร้า แต่เรื่องที่เล่าต่อไปนี้ยากนักที่จะเขียนให้เป็นเรื่องขำขันได้..



   ขณะเรียบเรียงความคิดและความทรงจำเพื่อจะเล่าเรื่องนี้

ภาพของพ่อนางเอกคว้าปืนยืนเต้นเหยงๆทำท่าทางจะไล่ยิงชายหนุ่มที่มาจีบลูกสาวในหนังในละครผุดขึ้นในใจ

หนัง ละครมักแสดงให้เห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน และฉันเองก็ชอบดู

ดูไปขำไปและ ลุ้นไป..

   หากผู้ชายที่มาจีบนางเอกคนนั้นเป็นพระเอก ก็จะช่วยลุ้นให้พ่อตาไล่ตามไม่ทัน แต่ถ้าไม่ใช่พระเอกก็จะช่วยลุ้นพ่อนางเอกให้ ไม่ต้องถึงกับฆ่าแกงหรอก แค่ได้เตะมันสักทีก็เป็นที่สนุกสนานเฮฮาแล้ว!


  ฉันเองเพิ่งมาคิดได้ว่า เรื่องราวความรักระหว่างพ่อและแม่ของฉันหากเขียนเป็นนิยายก็คงไม่ต่างจากเรื่องเหล่านี้มากนัก..

แต่ฉันไม่ใช่นักเขียนนิยายและหากจะเขียนเป็นอัตชีวประวัติของพ่อและแม่ฉันก็ไม่มีข้อมูลมากพอที่จะเขียนได้..

   เนื่องจากคู่กรณีทั้งสี่ท่าน ซึ่งเป็นพ่อแม่ของฉันคู่หนึ่ง และตายายอีกคู่หนึ่ง ได้เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว ในช่วงเวลาต่างกรรมต่างวาระกัน

  และหากจะพาดพิงไปถึงย่าซึ่งเป็นแม่ของพ่อ ย่าก็เสียชีวิตทิ้งพ่อไปตั้งแต่พ่อยังเล็กๆ และปู่ก็จากไปอีกในเวลาต่อมา 

แต่ปู่มีชีวิตนานกว่าย่า พอที่พ่อจะมีน้องต่างมารดาอีกสามคน..


   เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อย่าเสียชีวิตตั้งแต่พ่อยังเล็กๆ พ่อจึงอยู่ในการเลี้ยงดูของพี่สาวย่า และเติบโตมากับครอบครัวของพี่สาวของย่า

ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของพ่อ เมื่อฉันจำความได้ พี่สาวย่าก็เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน

  ส่วนปู่แต่งงานใหม่มีย่าเลี้ยง และมีครอบครัวแยกอยู่ต่างหาก บ้านปู่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก และพอฉันโตได้ไม่นานปู่ก็เสียชีวิตตามย่าไปอีกคน 


   ญาติที่สนิทกับครอบครัวเรามีเพียงครอบครัวป้าและลุงซึ่งเป็นลูกของป้าของพ่อ..

ซึ่งนับตามสายสัมพันธ์ทางสายเลือดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพ่อ

และครอบครัวของอาๆอีกสามครอบครัวเท่านั้น..


   ส่วนทางด้านครอบครัวแม่ แม้ยายและตาจะยังมีชีวิตอยู่ตอนฉันเป็นเด็กเล็กๆพอจำความได้  

แต่ เรา..หมายถึง พี่น้องทุกคนในครอบครัว ถูกสอนมาว่า..

"ห้ามพูดถึงตาและยาย และห้ามถามถึงตาและยายให้พ่อได้ยินเด็ดขาด!"


  ฉันถามแม่ว่า

"ทำไมหนูถามเรื่องตายายไม่ได้คะแม่? "

แม่มักตอบว่า

"เรื่องของผู้ใหญ่เค้าน่า "

แม่ทำเสียงดุๆกับฉันแล้วน้ำตาซึม แม่แอบเช็ดน้ำตาและซ่อนคำตอบไว้ในใบหน้าที่เศร้าหมองจนฉันไม่กล้าเซ้าซี้ถามแม่อีกเลย

 แต่ ความสงสัยไม่เคยหายไปจากใจฉัน. 




(ยังมีต่อค่ะ)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2007,08:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มานั่งตรงมุมเล็กๆเหมือนกัน  รออ่านจ้ะ wave.gif flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2007,15:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เริ่มต้นได้น่าสนใจมาก winkthumb.gif

นึกถึงหนังขาวดำ  คุณพ่อหนวดโง้ง  และปืนลูกซองแฝด  

กำลังรออ่านค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2007,16:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะพี่แอ๊ด  bowsdown.gif

ขอบคุณค่ะพี่วันดี bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2007,16:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้ำตาแม่ (ต่อค่ะ)



  บ้านเกิดของฉันตั้งอยู่ในสวนยาง ในหมู่บ้านเล็กๆ ของตำบลเล็กๆ ในอำเภอเล็กๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช

อยู่ในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ แต่จะเรียกว่า บ้านฉันอยู่'หลังเขา'ก็คงไม่ถูกต้องนัก

เนื่องจากหากนั่งรถมอเตอร์ไซด์ตามถนนลูกรังออกจากบ้านไปผ่านทุ่งนาสองทุ่ง ก็จะเจอกับตลาดประจำตำบล และใกล้ๆตลาดเป็นสถานีรถไฟ

ด้านหลังสถานีรถไฟจะมีภูเขาใหญ่ทะมึนลูกหนึ่ง ภูเขาลูกนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ค้นพบแร่วุลแฟรมในภาคใต้

หากนับหน้าหลังตามประสาฉัน บ้านฉันจึงควรเรียกว่าอยู่'หน้าเขา' ไม่ใช่'หลังเขา' ic-14.gif


  ฉันได้รับการบอกเล่ามาว่า บ้านตาและยายอยู่หน้าเขาเช่นเดียวกัน

แต่เส้นทางไปบ้านตายายต้องลัดเลาะตามถนนคนเดินข้างตลาดไปทางซ้ายมือของถนนที่ตัดตรงมาหาหมู่บ้านบ้านเรา


บ้านตายายจึงอยู่อีกฟากฝั่งท้องทุ่ง ที่อยู่ไกลลิบๆในความรู้สึกของฉัน..


  พวกเราพี่ๆน้องๆในครอบครัวได้รับฟังการถ่ายทอดเรื่องราวเหมือนเป็นตำนานมาว่า..


     พ่อไปเจอแม่ และเกิดรักชอบกัน พ่อจึงขอแม่กับตา

แต่ตาเห็นว่าพ่อเป็นคนจน เป็นลูกกำพร้าแม่ ที่มีแค่ที่ดินทำกินเล็กๆน้อยๆติดตัวมาจากมรดกย่าก่อนย่าเสียชีวิตเท่านั้น 

ตาจึงไม่อยากให้แต่งงานกับพ่อ..

ฉันเคยสงสัยว่า 'แล้วแม่หนีตามพ่อมาหรืออย่างไร'

คำตอบที่ได้รับจากการเล่าขานกันมาว่า' ไม่ใช่'

ตายอมยกให้แม่มาอยู่กินกับพ่ออย่างไม่เต็มใจ 

สมัยแรกเริ่มเดิมที แม่ยังไปมาหาสู่กับตาและยายอยู่

เมื่อแม่มีลูกซึ่งเป็นพี่สาวและพี่ชายคนที่หนึ่งและสอง และสาม ของครอบครัว 

แม่ยังพาพี่ๆไปเยี่ยมตายายอยู่เสมอ



    ตาของฉัน เป็นผู้มีฐานะดี เรียกได้ว่าเป็นผู้มีอันจะกินในย่านนั้น

ตามีที่สวนและไร่นาหลายแปลง แม่เป็นลูกสาวคนโตในจำนวนพี่น้องสามคน 


  วันหนึ่งแม่พาลูกๆไปหาตายาย และเอ่ยปากขอที่ดินกับตาในส่วนที่แม่ควรจะได้รับเพื่อมาร่วมสร้างหลักปักฐาน และเลี้ยงดูลูกร่วมกันกับพ่อ

  แต่ตาปฏิเสธ และแถมคำสบประมาทพ่อมาว่า.. 

'อีกหน่อยคงอยู่กันไม่ยืด ก็ต้องซมซานกลับมาอยู่กับตาอยู่ดี'


ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พ่อห้ามแม่ไม่ให้ไปมาหาสู่กับตายายอย่างเด็ดขาด!



  พี่ๆคนแรกๆของครอบครัวเท่านั้น ที่มีโอกาสได้เห็นหน้าตาของตาและยาย

ส่วนฉัน ตั้งแต่ลืมตามาดูโลกไม่เคยได้เห็นหน้าตายายเลย

ไม่ต้องพูดถึงตา แม้ยายเองก็ไม่เคยมาบ้านเราให้ฉันเห็นหน้าสักครั้ง


  ฉันจึงเติบโตมาอย่างเด็กที่ไม่มีปู่ย่าตายายให้ได้ใกล้ชิด

แม้มีปู่ แต่ปู่ก็ดูเหมือนปู่จะรักและใกล้ชิดอยู่กับหลานๆที่เป็นลูกของอามากว่าพวกเราลูกๆของพ่อ

ซึ่งพ่อเอง แม้จะติดต่อกันฉันพ่อลูก แต่ก็ดูเหมือนพ่อจะวางตัวอยู่ห่างๆกับปู่และย่าเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กจนโต

ฉันจึงโหยหาความอบอุ่นจากคนแก่ๆรุ่นปู่ย่าตายายอยู่ในใจลึกๆ
 

ทุกครั้งได้ฟังหรือร้องเพลงที่มีเนื้อร้องว่า..


~..ดูซินั่นพระจัทร์สวยเด่นดุจวันเพ็ญสวยเด่นงามตา

ที่ดวงจันทร์นั้นโบราณว่า ยายกับตาทำนาสองคน..~



  ฉันมักจินตนาการว่า ยายกับตาของฉันคงน่ารัก เหมือนตากับยายที่อยู่ในดวงจันทร์ 

ยายของฉันคงเป็นผู้หญิงผิวขาว ร่างเล็กแบบบาง อบอุ่นและใจดี

ส่วนตาก็คงเป็นผู้ชายที่มีผมสีขาว ร่างกายแข็งแรง และใจดีเช่นกัน..


   ฉันคิดเสมอว่าพ่อกับตาคงเข้าใจอะไรผิดกันเล็กน้อยเท่านั้น

ฉันแอบหวังว่า สักวันหนึ่งฉันคงมีโอกาสได้เห็นหน้ายายและตาสักครั้ง


  ในบางช่วงบางเวลาในวัยเด็ก ฉันเคยอยากรู้ว่า

เด็กๆที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ที่มือมือเหี่ยวๆหนังย่นๆอย่างย่าและยาย

พวกเขาจะรู้สึกอบอุ่นแค่ไหนหนอ
?


inlove.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2007,19:32 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่ไม่มีปู่ย่า  เพราะเขาเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว  ตาก็เหมือนกัน   มียายคนเดียว   แต่ยายก็ออกจะโหดๆหน่อยแบบที่เล่า  อิอิ  ขออภัยนะยาย  bowsdown.gif  จึงไม่ค่อยจะผูกพันกันนัก  

              ชีวิตของคนเราก็คือนิยายนั่นแหละนะ  แล้วทำไมเขาถึงได้รังเกียจ ลูกเขยลูกสะใภ้ อะไรๆกันจัง แหะๆ   hum.gif   สงสัยตัวเองจะเจอเข้าสักวันหรือเปล่าเนี่ยะ  laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Jan. 2007,17:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ค่ะ พี่แอ๊ด เอ๊ย.. คงไม่เจอหรอกค่ะพี่แอ๊ด laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Jan. 2007,17:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้ำตาแม่ (ต่อค่ะ) 



..ด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย พ่อคิดหนักเพื่อจะพิสูจน์ว่า พ่อสามารถเลี้ยงลูกเมียให้ได้ดี ด้วยตัวของพ่อเองได้ .. yin-yang.gif


   พ่อฉันเป็นผู้ชายร่างเล็กผอมบาง ผิวค่อนข้างขาวหากเทียบกับชาวนาทั่วไป บุคคลิกพ่อค่อนไปทางนักฝัน มากกว่าคนสู้งานหนัก  บวกกับความเป็นลูกกำพร้า และฐานะยากจน

จึงไม่น่าแปลกที่ตาจะไม่เต็มใจยกลูกสาวให้พ่อ.. yes.gif


  icon_donot.gif ที่นาที่พ่อได้รับมรดกจากย่ามา พ่อกับแม่ช่วยกันทำนา ได้ข้าวมาพอจะกินกันในครอบครัวปีต่อปี จะมีเหลือบ้างก็เพียงเล็กน้อย

พ่อมีสวนยางเล็กๆ ซึ่งอยู่ในบริเวณบ้าน พอจะกรีดยางและเก็บน้ำยางทำเป็นยางแผ่นได้แค่วันละแผ่นเท่านั้น

การทำนาของพ่อแม่เป็นการแบ่งงานกันทำ งานหนักๆ เช่น ขุดดิน ไถ คราด พ่อทำเอง แต่งานหว่านดำ เก็บเกี่ยวเป็นหน้าที่แม่

พ่อตื่นมากรีดยางตอนใกล้รุ่ง แม่เก็บน้ำยางในตอนเช้า
 

   พ่อสอนให้ลูกๆทุกคนตั้งใจเรียนหนังสือให้ได้ดี พ่อบอกว่าพ่อมีทรัพย์สมบัติแค่เล็กน้อย

เมื่อแบ่งให้ลูกทุกคนแล้วจะได้กันคนละเล็กน้อยไม่พอจะกินกัน


ในละแวกบ้านของฉัน มีโรงเรียนที่เปิดสอนระดับมัธยมมีอยู่แค่โรงเรียนเดียว เป็นโรงเรียนเอกชนซึ่งสมัยนั้น เรียกกันว่า "โรงเรียนราษฎร์ "

 โรงเรียนราฏร์หลังนี้ตั้งอยู่ในตลาด หน้าสถานีรถไฟ

หลังเรียนจบชั้นป. 4 แล้ว ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวเดียวที่พ่อหาญกล้าส่งลูกให้มาเรียนถึงโรงเรียนเอกชน

และเมื่อพี่ๆเรียนจบมัธยมต้นแล้ว พ่อส่งให้ไปเรียนวิทยาลัยครูในตัวจังหวัดในอันดับต่อไป..




   inlove.gif เมื่อแม่ตัดสินใจมาอยู่กินกับพ่อแล้ว แม่ยอมให้พ่อเป็นผู้นำทางทั้งชีวิตแม่และลูกๆ

แม่รัก บูชาพ่อ และเชื่อฟังพ่อทุกอย่าง อย่างไม่มีเงื่อนไข.. 

แม่สอนให้ลูกรักเคารพและเชื่อฟังพ่อ เช่นเดียวกับแม่เองซึ่งไม่เคยโต้เถียงพ่อสักครั้ง

มีแต่คอยทำตามทุกอย่าง จนฉันเคยคิดว่าแม่ไม่เคยใช้สมองของตัวเองเลย แม่ใช้สมองพ่อให้คิดแทน

 แต่ความจริงไม่ถูกต้องมากนักที่พูดเช่นนี้

แม่ทำงานบ้าน ปลูกผัก หาปูหาปลามาทำอาหารด้วยตัวเอง

เมื่อหมดหน้านา แม่ทำขนมเล็กๆน้อยๆหาบไปขาย โดยที่พ่อไม่ต้องบอกให้แม่ทำ แม่ทำงานจักสาน ทำข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนทุกอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง


  หากแต่เรื่องใหญ่ๆเป็นต้นว่า จะไปหยิบยืมเงินใครมาเป็นค่าเทอมลูกๆพ่อๆจะบอกให้แม่ไปทำ..

 "วันนี้เอายางไปขายเป็นค่าเทอมลูกหน่อยนะ"

 พ่อ หมายถึงยางแผ่นที่พ่อแม่เก็บสะสมไว้จากการกรีดยางในสวนรอบๆบ้าน ทำแผ่นตากแห้งไว้
จากการค่อยสะสมมาแค่วันละสองแผ่น หลายวันเข้าก็พอจะขายได้เงินสักก้อนหนึ่ง ...


"วันนี้จับไก่ไปขายเป็นค่าหนังสือลูกหน่อยนะ" 

พ่อหมายถึงไก่บ้านที่เลี้ยงไว้กินไข่ และปล่อยให้มันเก็บกินข้าวสุกข้าวสารรอบลานบ้าน

ซึ่งบางครั้งไก่พวกนี้ก็เป็นอาหารมื้อพิเศษในครอบครัว หากช่วงไหนมีลูกไก่ที่โตเป็นหนุ่มสาวเหลือหลายตัว ก็พอจะจับไปขายได้เงินมาเป็นค่าหนังสือเรียนพวกเราได้ในตอนเปิดเทอม...

 

"วันนี้ไปยืมเงินพี่ร่วมสักหน่อยนะจะได้ให้อีสุเอาไปใช้จ่ายที่วิทยาลัยครู "

..คำว่า อี เป็นภาษาสุภาพสำหรับคนสมัยพ่อ ที่จะใช้เรียกผู้หญิงทุกคนรวมทั้งลูกๆ..

  ช่วงที่พี่ๆเรียนขั้นสูงถึงวิทยาลัยแล้ว เวลาใกล้เปิดเทอมเป็นเวลาที่พ่อต้องต้องคิดหนัก

พ่อนั่งทำท่าครุ่นคิดอยู่หลายวัน จนคำพูดเหล่านี้เล็ดลอดออกมาให้ฉันได้ยิน

แม่มีท่าทางตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ออกไปทำภารกิจสำคัญนอกบ้าน

แม่แต่งตัวสวยแล้วออกจากบ้านแต่เช้า เดินทางไปยังบ้านลุงร่วมซึ่งลูกพี่ลูกน้องพ่อที่บ้านอยู่ในละแวกบ้านอื่นไกลๆ

แม่กลับมาด้วยท่าทีมีความลับกับลูก ลูกๆอย่างฉันรู้ว่า ไม่ควรจะเข้าไปฟังเมื่อพ่อแม่จะคุยความลับกัน

ฉันจึงแอบฟังพ่อกับแม่คุยกันเสมอ.. tongue.gif


ครั้งไหนหยิบยืมเงินได้มา พ่อแม่ดูจะโล่งอก แม่จะล้วงเงินที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าซึ่งเหน็บซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในออกมาคลี่ให้พ่อดู

แล้วนั่งบอกเล่าเรื่องราวของคนโน้นคนนี้ที่แม่ไปพบเจอมาอย่างมีความสุข


แต่ครั้งไหนที่หยิบยืมเงินไม่ได้ แม่จะกระซิบบอกพ่อเบาๆสั้นๆว่า

"ไม่มี" 

แล้วหลังจากนั้น พ่อก็จะนั่งเหม่อมองทอดสายตาออกไปไกลๆด้วยความครุ่นคิดในเวลากลางวันและ นั่งสูบมวนยาใบจากเห็นแสงไฟวูบวาบในเวลากลางคืน..

   


      พ่อหยิบยืมเงินญาติพี่น้องมาส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสือ และเมื่อเสร็จสิ้นหน้านาในฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว 

พ่อจะขายข้าวครั้งใหญ่เพื่อหมุนเงินใช้หนี้และเป็นค่าเล่ารียนลูกๆต่อไป

และเหลือข้าวไว้อีกส่วน ให้พอที่ครอบครัวจะเก็บไว้กินได้ตลอดปี


  เมื่อส่งเสียให้พี่สาวคนโตเรียนจนจบวิทยาลัยครูและมีงานทำเป็นคนแรกแล้ว พ่อแม่มีท่าทางดีใจเงียบๆ

พ่อสอนลูกทุกคนว่าขอให้พี่คนที่เรียนจบแล้วช่วยส่งน้องเรียนต่อกันเป็นทอดๆ

ด้วยวิธีการเช่นนี้ พวกเราลูกๆของพ่อจึงได้เรียนหนังสือกันทุกคน แต่พ่อก็ยังมีวงจรหนี้สินญาติพี่น้องอยู่เรื่อยๆ


  xmas.gif ต่อมาพี่สาวคนที่สามซึ่งเรียนจบวิทยาลัยครูมาอีกคนได้ไปสอบรรจุรับราชการครูที่จ.กระบี่

เมื่อพี่สาวกลับบ้านมา ได้บอกพ่อว่าที่ดินที่กระบี่ยังมีราคาถูกอยู่ พ่อจึงขายที่นาและสวนยาง มรดกดั้งเดิมของย่าให้กับอา 

  หลังจากชำระหนี้สินให้ญาติๆแล้ว พ่อยังมีเงินเหลือพอที่จะไปซื้อที่สวนยางและสร้างบ้านเล็กๆอยู่ที่จ.กระบี่ได้

  
  นอกจากพี่สาวคนโตที่แต่งงานมีครอบครัวสร้างหลักปักฐานอยู่ใกล้ๆตัวเมืองในจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว

 พี่ๆคนอื่นๆที่เรียนจบ ต่างอพยพกันมาหางานทำและปักหลักกันที่จังหวัดกระบี่

ซึ่งขณะนั้นจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดเล็กๆที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว

ทั้งตำแหน่งงานและที่ดินในจังหวัดกระบี่จึงยังหาได้ไม่ยากนัก..


  พี่ๆคนที่มีงานทำมีเงินเดือนแล้ว เมื่อหมดภาระในการส่งเสียน้องคนถัดมา ก็มีเงินส่งให้พ่อแม่ใช้จ่ายได้อยู่อย่างสุขสบายพอสมควร

 ส่วนฉันซึ่งเป็นน้องคนที่หกของครอบครัว ได้ย้ายเข้าเรียนในโรงเรียนประจำจังหวัดกระบี่ และสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในภาคใต้ในเวลาต่อมา


   ไม่ว่าจะมีเงินใช้หรือไม่ พ่อไม่ชอบเดินทางท่องเที่ยวไปไหนมาไหน พ่อชอบนั่งคิดนั่งฝันอยู่ที่บ้านเหมือนเดิม

  ส่วนแม่ชอบเดินทางท่องเที่ยว แม่อยากเห็นโลกกว้าง

แม่ได้เดินทางไปเยี่ยมลูกๆบ้านโน้นทีบ้านนี้ที รวมทั้งมาเยี่ยมฉันที่มหาวิทยาลัยบ้างเป็นบางครั้ง

แม่ภูมิใจที่ได้คุยให้ใครๆฟังว่า แม่มีลูกอยู่ที่โน่นบ้างที่นี่บ้างอย่างมีความสุข inlove.gif


  ชีวิตแม่ไม่น่าจะต้องเสียน้ำตาอีกแล้ว

หากฉัน..ลูกสาวแม่คนนี้ ไม่คิดจะทำการใหญ่ด้วยตัวของฉันเอง
.



(ยังมีต่อค่ะ)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Jan. 2007,22:55 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้ำตาแม่(ตอนจบ)


  ในขณะที่เรียนและได้เข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ฉันได้สัมผัสกับความคิดขบถของหนุ่มสาวนักศึกษาในขณะนั้น

และความคิดขบถนี้ได้ติดต่อมาถึงฉัน แม้ฉันเองจะไม่เคยคิดที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน แต่ฉันอยากค้นหาคำตอบในเรื่องที่สงสัยด้วยตัวเอง

นอกจากเรื่องอื่นๆแล้ว เรื่องของ พ่อและตา..ที่ฉันสงสัยมานานแล้วว่า 

"ผู้ใหญ่ทำไมถึงมีทิฐิเข้าหากันนัก" ก็เป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยลืม 

ฉันเริ่มสงสัยว่าทำไมแม่และลูกๆต้องเชื่อพ่อทุกอย่าง อย่างไม่มีใครเคยคิดโต้แย้ง

ความคิดขบถ ทำให้ฉันอยากจะแหกกฏข้อห้ามของพ่อที่ว่า 'ห้ามติดต่อกับตายาย'ลองดูสักครั้ง..



  และแล้ววันหนึ่งในช่วงปิดเทอม ฉันได้ตีตั๋วรถรถไฟออกเดินทางจากหาดใหญ่ไปลงสถานีบ้านเกิด แล้วต่อรถมอเตอร์ไซด์เข้าไปในหมู่บ้าน

จากมาเพียง 4-5 ปี ฉันยังจำเส้นทางได้ดี แม้การนั่งรถไฟไกลๆข้ามจังหวัดอย่างนี้ เพียงคนเดียวเพิ่งเคยทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก


แต่ด้วยหัวใจฮึกเหิมฉันไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเลย  

เดินทางไปกับเสียงเพลง ..ป่าดงพงหนามไม่ขามขลาด..ที่ดังก้องอยู่ในใจ

'ตากับยายคงดีใจและคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นหน้าหลานสาวคนนี้เป็นครั้งแรก ฉันจะเป็นตัวเชื่อมสัมพันธภาพระหว่างพ่อและตาให้เอง'


"กลับบ้านแล้วค่อยไปบอกแม่ให้ดีใจ" ฉันคิดและทำเรื่องนี้คนเดียวโดยไม่แพร่งพรายให้ใครๆรู้


 เดินทางมาด้วยความตื่นเต้นตลอดทาง และไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

 ป้า อาและญาติๆฝ่ายพ่อต่างดีใจที่ได้เจอฉัน และเมื่อได้ทราบจุดประสงค์ในการมาของฉัน

อาผู้หญิงพลอยตื่นเต้นไปด้วย เราสองอาหลานไม่รีรอ รีบออกเดินทางไปบ้านตายายที่อยู่เลยทุ่งไกลลิบในทันที



    เรานั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างย้อนกลับมาทางตลาดอีกครั้ง แล้วเดินลัดเลาะริมละแวกบ้าน ผ่านชายทุ่ง

นานแค่ไหนฉันเองจำไม่ได้ ได้แต่ก้มเดินดุ่มตามอาผู้หญิงไปด้วยใจเต้นระทึก


การที่เด็กสาวคนหนึ่งจะได้เจอกับตายายตอนเธออายุยี่สิบปีเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นแค่ไหน ฉันไม่อาจบรรยายได้..



  บ้านตายายเป็นบ้านไทยโบราณหลังใหญ่ รอบบ้านมีสวนผลไม้หลายชนิด มีต้นเงาะ ต้นหมากเป็นหลัก

เราเจอยายเป็นคนแรก ยายรีบไปบอกตา แล้วกลับมาเดินนำพวกเราไปเข้าหาตาบนบ้าน

ยายส่งเราให้ขึ้นบันไดผ่านนอกชานบ้านข้ามธรณีประตูแล้วไปนั่งพับเพียบต่อหน้าตา



"นี่มะแหม่ว ลูกสาวพี่พริ้ง มาเยี่ยมเติ้น "..

อาแนะนำฉันกับตาสั้นๆ..'เติ้น' เป็นภาษาใต้ ใช้แทนชื่อบุรุษที่สองที่เป็นผู้ใหญ่กว่าผู้พูดด้วยความเคารพ..

ฉันกราบตาแล้วนั่งมองหน้าตารอคำพูดทักทายจากตา

แต่เมื่อเห็นใบหน้าของตา ฉันใจหายวูบ  ตาของตามิได้มองหน้าฉันเลย
แต่มองเมินข้ามหัวพวกเราไปที่ไหนสักแห่งที่เหมือนไม่มีคนสองคนนั่งอยู่ตรงหน้า

ฉันไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้สัมผัสสายตาของคนที่เป็นพ่อของแม่ที่ฉันเดินทางหลายร้อยพันไมล์มาหา

ไม่มีคำพูดใดๆหลุดลอดมาจากริมฝีปากของตา 


   เมื่อเราทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของตา ถูกมองเหมือนเป็นอากาศธาตุ คำพูดที่ฉันตระเตรียมมาจึงถูกกลืนลงท้องไปหมดสิ้น

ฉันนั่งนิ่งอ้ำอึ้ง อาเองก็อึดอัดใจ ในที่สุดอาจึงสะกิดชวนฉันกลับ

ส่วนยายทำท่างงๆเมื่อเห็นพวกเราครั้งแรก เมื่อเดินนำทางส่งพวกเราไปหาตาแล้ว ยายจึงเดินอย่างหวาดๆออกไปเก็บใบไม้ในบริเวณบ้าน

ก่อนจะเดินพ้นบริเวณบ้าน ยายตามมาพูดอะไรบางอย่างกับอา แต่ฉันไม่ได้ยินเลย

เลยเขตบ้านตายายมาแล้ว ฉันสุดจะกลั้นน้ำตาไว้ได้

ฉันไม่เคยรู้ว่า คนเราจะมีบ่อน้ำตาลึกตื้นแค่ไหน แต่ตอนนั้นฉันรู้เพียงว่าบ่อน้ำตาฉันอยู่ตื้นเหมือนบ่อน้ำตาของแม่ที่ฉันเคยเห็นว่าพร้อม

จะซึมออกมาทันทีที่ฉันพูดถึงเรื่องตายาย

และบ่อน้ำตาของฉันในวันนี้ มีน้ำมากมายเหลือเกิน มันทะลักล้นไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด


   อามาส่งฉันให้พักนอนค้างบ้านป้าคนที่ฉันเคยคลุกคลีมาตั้งแต่เล็ก

คืนนั้นที่บ้านป้า ฉันรู้สึกเจ็บคอและเป็นไข้ ป้าได้ช่วยดูแลและรักษาไข้

ฉันนอนซมอยู่ให้ญาติๆของพ่อดูแล จนล่วงเลยมาสามสี่วันจึงหายดีและมีกำลังพอจะเดินทางกลับบ้านได้

จำไม่ได้ว่าเดินทางกลับด้วยสภาพเป็นอย่างไร แต่จำได้เพียงว่าเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว เมื่อมีโอกาสอยู่กับแม่สองต่อสอง

ฉันระดมความแค้นใส่แม่เป็นชุดๆ ราวกับว่า เป็นความผิดของแม่ที่เกิดมาเป็นลูกตากับยาย

"คิดว่าหนูจะไปขอสมบัติเหรอ ถึงไม่ยอมพูดด้วยสักคำ! "

"แค่มองหน้าสักนิด ก็ไม่มอง

น้ำท่าก็ไม่มีให้กิน คนอะไรช่างใจจืดใจดำ !"ฉันระบายอารมณ์ไปนึกถึงใบหน้าเฉยชาของตาไป

" ส่วนยายก็ดูจะใจดีอยู่หรอก แต่ท่าทางกลัวตามากจน ไม่กล้าแม้แต่จะคุยกับหลาน"


   แม่ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว มีแต่น้ำตาเท่านั้นที่ไหลอาบแก้มแม่ไม่ขาดสาย

กว่าลูกสาวคนนี้จะรู้ว่าทุกคำพูดของตัวเองยิ่งไปตอกย้ำและทำร้ายจิตใจแม่ให้เจ็บปวดรวดร้าวมากยิ่งขึ้น..

กว่าฉันจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป..

แม่ก็ร้องไห้เสียยกใหญ่

ฉันขอโทษแม่..

และหลังจากนั้นเป็นต้นมา..

ฉันไม่คิดถึงตายายอีกเลย.










  หลายปีต่อมา เมื่อตาเสียชีวิตลงด้วยโรคชรา 

พี่ๆที่อยู่ทางใต้ได้ขออนุญาตพ่อ พาแม่ไปจัดงานศพให้ตา

พ่อไม่ขัดข้อง แต่ตัวพ่อเองไม่ไปร่วม


  ขณะนั้นฉันมีครอบครัวและมีลูกเป็นของตัวเองอยู่ที่กทม.แล้ว

พี่สาวเพิ่งส่งข่าวบอกฉันหลังเสร็จงานศพตาแล้ว

พี่บอกว่าไม่บอกมาก่อนเพื่อฉันจะได้ไม่ต้องเดินทางไกล

ส่วนอาผู้หญิงฝากพี่สาวมาบอกฉันว่า..

อาได้(ขอ)อโหสิกรรมให้ตาแทนฉันแล้ว.

  ความจริงฉันเองได้อโหสิกรรม และลืมตายายไปนานแล้ว

ตั้งแต่วันที่ฉันคิดได้ว่า ทุกครั้งที่ฉันพยายามรื้อฟื้นเรื่องตายาย

มีแต่จะทำให้แม่เสียน้ำตา.



(จบค่ะ) bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Jan. 2007,23:18 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

cry2.gif เศร้าจัง  เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ล้วนแต่มนุษย์เราเองทำให้เกิดทั้งนั้นนะ  ก็ดีนะ  ทำให้เรารู้สึกว่าเราจะไม่ทำแบบนี้กับใครๆ  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
44 คำตอบนับตั้งแต่ 27 Jan. 2007,02:22 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 512345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com