เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 5 of 5<<12345

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: "มุมเล็กๆ"..ของคนเล็กๆ, ..เขียนไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก..< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 41
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Feb. 2007,03:24  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คนเขียนความรู้สูง คนอ่าน(อย่างข้อย)ความรู้ต่ำ อ่านด้วยฟามหนุกหนาน ม่ายรู้เรื่องว่าคนเขียนเอาเรื่องมีประโยชน์มาเขียน เวงกัม
อะฮืออะฮือ  crying1.gif  smSL06.gif
ล้อเล่นเด้อเจ้าค่ะ  02123.gif  g1.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 42
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Feb. 2007,02:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (คชาไพร @ 16 กพ. 2007,21:05)
2.ว่าด้วยฮอร์โมนออกซีโตซิน


แมวเหมียวหยิบเอาฮอร์โมนแห่งความผูกพัน(อ๊อกซีโตซิน) มาใช้เป็นตัวเดินเรื่องเพราะฮอร์โมนตัวนี้มีผู้ผลิตมาจำหน่ายถ้าใครรับฮอร์โมนตัวนี้เข้าไปก็จะสบายใจ ลดความขุ่นข้องหมองใจลง ความจริงเข้าใจสมมุติเหตุการณ์ เอามาผูกเป็นเรื่องได้

อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเป็นตัวยาตัวไหน คิดค้นวิทยาศาสตร์ปานใด ที่สุดก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าคนยังไม่เปลี่ยนความคิด ทางพุทธศาสนาบอกว่าใจเป็นประทานในทุกสิ่ง ดังนั้นเมื่อยังมีความเคียดขึ้งต่อกัน ก็ไม่อาจเอาฮอร์โมนแห่งความผูกพันมาเชื่อมจิตใจได้

เรื่องนี้ต้องมีตอน 3 ต่อเสียแล้ว

(ยังมีต่อ)


                     bowsdown.gif

อ่านที่ลุงช้างวิจารณ์ฮอร์โมนแห่งความผูกพันแล้ว
ทำให้รู้ตัวว่า ผู้เขียน เขียนนิยายวิทยาศาสตร์ไม่เป็น

เพราะว่าถ้าเรื่องนี้เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ ผู้เขียนน่าจะต้องเชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไขว่าฮอร์โมนแห่งความผูกพันจะต้องสามารถแก้ปัญหาได้
และแต่งนิยายให้จบลงอย่างที่ควรจะเป็น

  ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะเป็นได้แค่เรื่องตลก(ที่ไม่รู้จะตลกหรือไม่)มากกว่านิยายวิทยาศาสตร์

 xmas.gif แต่พอได้ยินน้องมะลาวบอกอ่านสนุก(..อ่านด้วยฟามหนุกหนาน..)ก็ดีใจแล้วค่ะ boogie.gif

hum.gif เหอๆ ก็ลุงช้างไม่มาวิจารณ์ต่อเสียที  แมวเหมียวก็เลยอยากจะวิจารณ์มั่งน่ะค่ะ couch.gif laugh1.gif

2straws.gif 2straws.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 43
คชาไพร Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1351
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Nov. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Feb. 2007,08:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับแมวเหมียว คุณมะนาวหวานและทุกท่าน

ความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นนิยายวิทยาศาสตร์นะครับ แต่เอาชื่อฮอร์โมนมาผูกดยงเข้าให้เรื่องาเดินไปตามเจตนารมย์ของผู้เขียน

ขอบคุณคุณมะนาวหวานที่ทักลุงช้างทางจดหมายน้อยที่พิมพ์ผิดจนความหมายจะเพี้ยน ลุงช้างแก้ไขแล้วครับ

เมื่อคืนลุงช้างเมาขนมเทียน ส่วนเครื่องคอมพ์เมาข้อมูลเลยโพสไม่สำเร็จ ที่เขียนไว้ก็หายไปหมด ลุงช้างค่อยวิจารณ์ต่อนะครับ


                                 bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 44
คชาไพร Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1351
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Nov. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Feb. 2007,08:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

3.โอ้ว่า.......ทิฐิหนอ

กรอบความคิดวัฒนธรรมไทยบางเรื่อง กลายเป็นเครื่องถ่วงของสังคมและสร้างความขัดแย้งที่ฝังใจยากที่จะแก้ไข ทั้งๆที่ปราชญ์หลายท่านอธิบายคำว่า “วัฒนธรรม” ไว้เลิศหรู อย่างเช่นศาสตราจารย์ พระยาอนุมานราชธน กล่าวว่า วัฒนธรรมคือสิ่งที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงปรับปรุงหรือผลิตสร้างขึ้นเพื่อวามเจริญงอกงามในวิถีชีวิตของมนุษย์

วิถีดำเนินชีวิตในสังคมรุ่นคุณปู่ยังหนุ่มคุณย่ายังสาว มีกรอบความคิดอยู่หลายตัวที่น่าสงสัยว่าเป็นสิ่งที่ดีจนยกขึ้นว่าเป้นวัฒนธรรมได้หรือไม่ อย่างเช่น “ อาบน้ำร้อนมาก่อน” หมายถึงผู้เกิดทีหลังย่อมต้องเชื่อถือว่าผ้ที่อาวุโสกว่าย่อมรู้ดีกว่า ทั้งที่จริงแล้วคนเกิดก่อนเกิดหลังน่าจะมีความรับรู้ที่ผิดแผกแตกต่างหลากหลายที่แลกเปลี่ยนกันได้

“เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด” หมายความง่ายๆว่าเชื่อผู้ใหญ่ไว้เป็นดี  ยิ่งถ้าเป็นลูกต้องเคารพเชื่อฟังบิดามารดา ใครละเมิดอาจถุกตราหน้าว่าเนรคุณ

กรอบความคิดแบบนี้ทำให้คนกับคนต้องขัดแย้ง เจ็บปวดเสมอ กรณีคุณพ่อและคุณตาในเรื่องน้ำตาแม่และฮอร์โมนแห่งความผูกพันก็เป็นเช่นนี้  ชื่อเรื่อง “น้ำตาแม่” บอกแล้วว่าผู้เป็นแม่ต้องหลั่งน้ำตากับการที่คุณตาไม่ยอมรับลูกเขย คุณยายก็คงเศร้าไม่น้อยที่พลัดพรากจากลูก แม้จะไม่เห็นด้วยกับคุณตาแต่กรอบความคิด “สามีคือช้างเท้าหน้า” ก็ทำให้คุณยายไม่กล้าหือหรือแสดงความไม่เห็นด้วยออกมา แล้วก็มาถึงยุคหลานตาหลานยายที่ต้องน้ำตาไหลด้วยความเสียใจ

คุณตาย่อมมีความคิดที่เป็นของตน และเมื่อคุณแม่ไม่ปฎิบัติตามไปรักกับผู้ที่คุณตาไม่เห็นด้วยก็เลยไม่พอใจ ปมขัดแย้งเกิดขึ้นจนต้องแยกครัวห่างไป จะว่าไปแล้วแม้ทุกวันนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่า ลักษณะขัดแย้งแบบนี้ยังดำรงอยู่มากน้อยขนาดไหน ยังเห็นกันได้ทั่วไปเรื่องแม่ผัวขัดแย้งลูกสะไภ้ แม่ยายไม่ชอบลูกเขย หรือพ่อตาไม่ชอบลูกเขยแต่รักหลาน จนปัจจุบันที่ครอบครัวคนไทยเป็นครอบครัวเดี่ยวส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุกลัวความขัดแย้งแบบนี้ส่วนหนึ่งหรือไม่

ได้อ่านความเห็นของคุณวันดีมาครั้งหนึ่งที่กล่าวถึงคำว่า “ทิฐิ” การที่ต่างคนต่างยืนยัน เชื่อในความเห็นของตัวก็คือ “ทิฐิ” หรือถ้าจะใช้ภาษาธรรมที่พระอาจารย์พุทธทาสกล่าวไว้ก็คือ ต่างฝ่ายต่างยึด “อัตตา”หรือความเป็นตัวตนเอาไว้อย่างเหนียวแน่น จึงไม่อาจแก้ปมความขัดแย้งนี้ให้ตกได้ ผลร้ายคือความเสียใจของคนอื่นๆในเรื่องทั้งสองเรื่อง

แมวเหมียวเคารพต่อความเป็นจริงของความขัดแย้งระหว่างคุณตาและคุณพ่อได้ดี จึงไม่อาจจะแก้ไขเรื่องให้ทั้งสองท่านมาคืนดีกันได้แม้จะเอา “ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน”มาใช้  

อย่างไรก็ดีลุงช้างไม่คิดว่าฮอร์โมนตัวนี้จะสามารถสร้างความผูกพันได้อย่างแท้จริงถ้าใจของคนจะเอนเอียงเป็นอื่น ก็ในสังคมยุโรปอเมริกันที่หญิงสาวออกเดทตั้งแต่วัยรุ่นกับหลายคนคงไม่ได้เกิดจากความผูกพัน หรือถ้าฮอร์โมนตัวนี้สร้างความผูกพันได้จริงคงไม่มีเรื่องราวที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายต่อหลายครั้งที่แม่ใจบาปเอาลูกไปทิ้งข้างถนน  แท้จริงคงอยู่ที่ใจของมนุษย์ คติธรรมหรือความเชื่อที่หยั่งรากลึกในใจต่างหากที่จะทำให้เกิดความผูกพันหรือความขัดแย้ง

อ่าน “น้ำตาแม่” แล้วรู้สึกเศร้ากับเนื้อหาในเรื่อง แต่พอมาอ่าน “ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน” กลับรู้สึกว่าแมวเหมียวยอมรับความเป็นไปของความขัดแย้งของคุณตาและคุณพ่อ รวมทั้งใจในความรู้สึกของทั้งสองท่าน และ ณ กาลปัจจุบันท่านทั้งสองล่วงลับไปแล้ว ดวงวิญญาณของท่านทั้งสองคงจะเข้าใจในความรู้สึกของหลานคนหนึ่งที่เขียนถึงท่านทั้งสองด้วยความเคารพอย่างแท้จริง .

ลุงช้างขอจบการแสดงความเห็นไว้เพียงเท่านี้ แล้วจะรออ่านเรื่องใหม่นะครับ

                                   bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 45
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Feb. 2007,01:54 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ขอบพระคุณลุงช้างมากๆค่ะ  bowsdown.gif

อ่านคำวิจารณ์(การแสดงความเห็น)ของลุงช้างแล้ว รู้สึกอิ่มเอม  

ใจหนึ่งอยากจะเขียนให้วิจารณ์อีก แต่อีกด้านก็รู้สึกเกร็งๆ เกรงๆ กลัวๆ ..กลัวว่าเขียนออกมาแล้ว จะไม่มีเนื้อให้ลุงช้างวิจารณ์ได้แบบนี้อีกน่ะค่ะ tongue.gif

อิ อิ ความจริงยังคิดไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี  hehe.gif  laugh1.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
44 คำตอบนับตั้งแต่ 27 Jan. 2007,02:22 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 5 of 5<<12345
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com