เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 612345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: อยู่กันแต่แรก, เรื่องเก่าเอามาดับใหม่แล้วเล่าต่อ< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Feb. 2007,23:10  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อยู่กันแต่แรก

เล่าโดย

ศรีเงิน


บทที่ ๑ บังคมลายลักษณ์

.......มือข้าทั้งสิบ ยกขึ้นประดิษฐ์ ตั้งเหนือศิรา 
ขอถวายบังคม  พุทธบาทบรม  ทั้งคู่เรืองรอง 
สิบนิ้วเบญจางค์  ใช้ต่างเทียนทอง  ดวงเนตรทั้งสอง 
ต่างธูปเทียนถวาย 
ผมเผ้าเกล้าเกศ  ต่างดอกปทุมเมศ  บัวทองพรรณราย 
วาจาเพราะพร้อง  ต่างฆ้องกลองถวาย ดวงใจข้าหมาย 
ต่างรสสุคนธา 
พระบาทยุคล  ทั้งคู่เลิศล้น  ปรากฏรจนา 
มีกงจักรแก้ว  เพริดแพร้วทอตา  กำกงโสภา 
ดวงดุมเพลาทอง 
มงกุฎงามสรรพ  ร้อยแปดประดับ  บาทบงสุ์ทั้งสอง 
มีถ้วนไตรภพ  งามครบทุกช่อง  ลายลักษณ์เรืองรอง 
ทุกห้องเฉิดฉัน 
มีกงจักรแก้ว  พระขรรค์เลิศแล้ว  หอกทองพรายพรรณ 
มีนางชูแว่น  อ้อนแอ้นเอววัลย์  ชูช่อบุษบัน
ทรงสร้อยสังวาลย์.....
(บทสวดนมัสการรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ของนางสาวเนื่อน นามอินทราภรณ์)

เสียงสวดลายลักษณ์ถึงตอนนางชูแว่น ทำให้ศรีเงินต้องยกชายผ้านุ่งขึ้นให้พ้นข้อเท้า แล้วออกวิ่งไปยังเรือนใหญ่ที่เสียงนั้นเจื้อยแจ้วออกมา 

ตรงเชิงบันได เธอก้มลงหยิบกระบวยตักน้ำในโอ่งดินใบเล็กล้างเท้า อดเหลือบตาไปยิ้มให้กับดอกบานเย็นสีสวยจับตาที่บานสะพรั่งอยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้ รองเท้าคีบของพ่อเฒ่ารุ่งวางแอบเรียบร้อยอยู่บนพื้นติดกับหัวบันได

พ้นบันไดไม้เก้าขั้น เธอเช็ดเท้าลวก ๆ แล้วคลานขึ้นไปบนยกพื้น แสงเทียนเรืองรองบนหิ้งพระส่องต้องพระพุทธรูปเนื้อเงินให้กลายเป็นสีทองระเรื่อ ดอกพนมไพรเพิ่งตัดใหม่เสียบอยู่ในแจกัน ควันธูปลอยวนขึ้นเบื้องบนเป็นสายยาว เธอเข้าไปนั่งเบียดตรงปลายเท้าพ่อเฒ่ารุ่ง ชายชราเบือนหน้ามามองแล้วพยักหน้าให้ ศรีเงินยิ้มรับเต็มตา ปากก็สวดลายลักษณ์ตามอย่างคล่องแคล่ว

เสียงสวดนำนั้นหวานเจื้อยแจ้ว ฟังแล้วเย็นใจ ปากศรีเงินสวดตามแต่ตาก็สอดส่ายระเรื่อย ยายนิ่มคนสวดนำนั่งอยู่หน้าสุด ผ้าพาดเฉียงสีขาวพาดบ่าดูนุ่มนวลอยู่ในแสงเทียน ท่าที่นั่งตัวตรงสองมือประนมขึ้นหลับตาพริ้มนั้น สงบงามจับใจศรีเงินนัก นั่งติดกันนั้นคือยายปิ่นน้องของยายนิ่ม กับสาวเจื้อนลูกสาวยายปิ่น ถัดมาจึงเป็นแม่ของศรีเงิน เสียงของแม่ดังกังวานรับกันกับเสียงของยายนิ่ม เยื้องไปทางซ้ายคือบรรดาน้าสาวทั้งสาม นั่งเรียงกันเป็นแถวไปชิดฝาห้อง พ่อเฒ่ารุ่งนั่งเยื้องไปทางขวา กระหนาบข้างด้วยพี่ศรีนุ่น และศรีเงิน พี่ศรีนาก กับพี่ศรีนิลนั่งติดหลังแม่ มีน้องศรีวันพิงหลังแม่ทำท่าจะเคลิ้มหลับไปตามเสียงสวด นี่คือครอบครัวของเธอ ศรีเงินยิ้มให้กับตัวเอง

“ทำวัตรเย็นต่อเลยนะลูก”

เสียงยายนิ่มบอก หลังจากสวดลายลักษณ์บูชาพระพุทธบาทจบลง ทุกคนก้มลงกราบแล้วว่าตาม ศรีเงินรู้สึกง่วงตาจะหลับ เบียดพ่อเฒ่าแล้วเอาหัวซุกเข้าไปที่ซอกแขน พ่อเฒ่าขยับตัวให้หลานพิงได้สบาย ๆ 

วันนั้นศรีเงินจำได้แค่นั้น มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่พ่อเฒ่ายกขึ้นอุ้ม ที่จริงเธอตื่นตั้งแต่เสียงสวดจบและพ่อเฒ่าก้มลงกราบแล้ว แต่แกล้งทำเป็นหลับต่อเพื่อให้พ่อเฒ่าได้อุ้มไปส่งถึงเรือน

บ้านของศรีเงินสมัยที่เธอยังเล็กนั้นประกอบไปด้วยพ่อเฒ่ารุ่ง พ่อ แม่ น้องสาวของแม่ที่ยังไม่ออกเรือนอีกสามคน และพวกเราลูกสาวของพ่อและแม่อีกห้าคน บ้านนี้ไม่มีลูกชายเลยตั้งแต่รุ่นของแม่มาจนถึงรุ่นของพวกเธอ

เรือนไม้หลังใหญ่ที่ศรีเงินอยู่นั้นเป็นฝีมือของพ่อเฒ่า เรือนทั้งหลังกั้นและปูด้วยไม้หลุมพอ เสาไม้เคี่ยมถากเกลาเกลี้ยง หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินขอเกล็ดเต่าจากสงขลา มีนอกชานแล่นกลางตรงไปในครัว น้านุ่มกับน้าม่อยนอนในห้องที่ติดกับครัว พ่อกับแม่และลูกเล็ก ๆ นอนห้องติดกับนอกโรงด้านซ้าย น้านวนกับพี่ศรีนุ่นและพี่ศรีนากนอนห้องตรงกันข้ามติดกับนอกโรงอีกด้าน นอกโรงทั้งสองด้านนี้เอาไว้นั่งคุยกันเวลาคนมาหา กลางคืนก็เป็นที่นอนของแขกหรือญาติ ๆ ผู้ชายที่มาค้างคืนด้วย ตัวพ่อเฒ่านั้นหลังจากแม่เฒ่าคุ้ม ผู้เป็น ภรรยาสิ้นบุญก็ไปปลูกเรือนหลังเล็กของตนเองอยู่ต่างหากติดกับโมกข้าว คนละฟากกับคอกควาย ใกล้กับบันไดขึ้นครัว ยกห้องใหญ่ที่เคยอยู่ให้กับน้านวนลูกสาวคนที่สามอยู่กับหลาน ๆ

ส่วนเรือนไม้หลังที่ศรีเงินและลูกหลานของพ่อเฒ่ารุ่งมาไหว้พระทำวัตรนั้นเป็นเรือนของยายนิ่ม น้องสาวของพ่อเฒ่ารุ่ง เรือนหลายหลังที่ปลูกเรียงรายรอบ ๆ กันนี้ล้วนเป็นของน้องสาวของพ่อเฒ่าอยู่กับครอบครัว

ศรีนุ่นไม่เคยเห็นแม่เฒ่าคุ้มซึ่งเป็นแม่เฒ่าแท้ ๆ ของตนเอง ด้วยท่านสิ้นบุญเสียตั้งแต่แม่ยังสาว รู้จักแต่ยายนิ่ม ซึ่งศรีเงินเห็นท่านเป็นคนสวย ผิวขาวเหลืองกิริยาวาจานิ่มนวล หน้ายิ้มแย้มอยู่เป็นนิจ ร่างเล็ก ๆ เคลื่อนไหวไปมาดูแช่มช้อยอ่อนโยน ผมทรงดอก(กระ)ท่อมเป็นสีขาวอ่อนสลวย ดูแล้วเหมือนขนไอ้แน้วที่ศรีเงินชอบลูบเล่น ต่างกับพ่อเฒ่ารุ่งผู้เป็นพี่ชาย ที่เป็นคนตัวใหญ่ ผิวคล้ำ คิ้วหนา ตาดุ ท่านเป็นคนใจเด็ด แข็งแรง เข้มข้นและกล้าหาญนักในความคิดของศรีเงิน

ท่านเป็นคนหักร้างถางพงดอนนี้ ไปทางตะวันออกมุ่งไปท่าช้างจนจดคลอง ได้ผืนดินกว้างใหญ่ไว้เลี้ยงลูกหลาน ลงจากดอนนี้ไปทางตะวันตกและหัวนอนเป็นที่ลุ่ม ท่านก็ได้หักนาไว้หลายสิบบิ้งเลยไปจนถึงกลางทุ่งโน่น ก่อนจะไปรับเอาแม่เฒ่าคุ้มจากบ้านหนองจิกมาเป็นแม่ศรีเรือน จนมีลูกสาวถึงหกคน โดยมีแม่เกศของศรีเงินเป็นลูกสาวคนที่สอง พี่สาวของแม่ที่ชื่อป้าพลับนั้นตายเสียตั้งแต่ยังเด็ก แม่เกศจึงกลายเป็นพี่สาวคนโตของน้อง ๆ ปกครองและดูแลบ้านนี้และไร่นาเมื่อสิ้นบุญแม่เฒ่าคุ้ม

สมัยศรีเงินเป็นเด็ก บ้านดอน(ชะ)อมมีบ้านอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน ไม่มีวัดให้ได้ทำบุญ ยายนิ่มจึงทำหิ้งพระขึ้นในบ้าน และเรียกลูกหลานมาทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็นทุกวันตามเวลา ตอนเช้าถือเอาเสียงไก่ขันสองหนเป็นเวลาทำวัตรเช้า ตอนเย็นถือเวลาดอกบานเย็นบานเป็นเวลาทำวัตรเย็น ก่อนทำวัตรเย็นยายนิ่มจะนำสวดบทลายลักษณ์พระพุทธบาทก่อนเผื่อลูกหลานยังติดอยู่ที่ไหนหรือไม่รู้เวลา เมื่อได้ยินเสียงจะได้มีเวลามาให้ทันทำวัตร

ตัวยายนิ่มเองถือศีลแปดชั่วชีวิต วันพระทีแม่และญาติพี่น้องผู้หญิงก็จะถือศีลแปดด้วย พวกเราที่โตแล้วยายก็หัดให้ถือศีลบ้าง ให้สวดมนต์บ้าง เฉพาะเรื่องสวดมนต์นั้น พวกเราทุกคนทำกันได้ตั้งแต่พอเริ่มหัดพูด เพราะได้ฟังผู้ใหญ่สวดกันอยู่ทุกวัน ว่าตามไปบ้างหลับไปบ้าง แต่ก็จดจำได้ขึ้นใจจนแก่จนเฒ่าและตายจากกัน


bowsdown.gif
เห็นเงียบ ๆ กันไป ลองเอาเรื่องเก่า ๆ มาเล่าให้ฟัง เรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นการ "ให้การก่อนเกิด" เพราะเป็นยุคสมัยของปู่ย่าตายาย ได้ฟังมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เก็บรวบรวมบันทึกไว้ในใจ ห้าสิบปีผ่านไปจึงได้เอาออกมาทบทวน รู้สึกว่ามีอะไรหลายอย่างในเรื่องที่ได้ฟังมาน่าสนใจ โดยเฉพาะเกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่เรียบง่าย มีภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อ ๆ กัน แล้วยึดถือเป็นขนบปฏิบัติ จนเข้าร่องเข้ารอย ประกอบร่างสร้างชุมชนและสังคมที่สงบสุขกันขึ้นมา 

ขออนุญาตนะคะคุณKiLin
bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
คชาไพร Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1351
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Nov. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Feb. 2007,07:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับคุณวันดี

มาจองที่นั่งอ่านครับ บรรยากาศไทยๆหอมกลิ่นแป้งร่ำดินสอพองขึ้นมาในความรู้สึกครับ


                                   bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Feb. 2007,10:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีค่ะพี่วันดี   winkthumb.gif  มานั่งด้วย   flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Feb. 2007,22:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มะแหม่วขอนั่งด้วยคนค่ะ  inlove.gif

whisper.gif เรื่องเล่าแต่แรกมีแต่สมาชิกแรกรุ่นเมื่อ50ปีที่แล้วทั้งนั้นนะคะ couch.gif  biggrin.gif

อ้อ ลุงช้างอย่าชวนเฒ่าโพล้งมานะคะเดี๋ยววงแตก laugh1.gif


again.gif  again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Feb. 2007,01:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บทที่ ๒ มีญาติเหมือนมีทรัพย์นับอนันต์  

พ่อเฒ่ารุ่งเป็นคนบ้านดอนอมตั้งแต่กำเนิด  มีพี่ชายคนเดียวชื่อเมือง  ตามด้วยน้องสาวสามคน  คือยายนิ่ม  ยายปิ่น  และยายแก้ว  ทั้งท่านและพี่ชายเมื่อแต่งงานออกเรือน  ไม่มีใครมีลูกชายเลยจนคนเดียว  บ้านนี้จึงมีแต่สาว ๆ

ครอบครัวพี่น้องของพ่อเฒ่ารุ่งนั้นรักใคร่กลมเกลียวกันมาก  เมื่อสิ้นบุญพ่อแม่  พี่ชายทั้งสองต่างทำตัวเป็นที่พึ่งพิงให้กับน้อง ๆ เป็นอย่างดี  ศรีนุ่นจึงเห็นยาย ๆ เคารพรักพ่อเฒ่าเมืองและพ่อเฒ่ารุ่งเทียบเท่าพ่อ  พ่อเฒ่าทั้งสองก็เมตตาอ่อนโยนต่อน้องทุกเวลา  เป็นความผูกพันของพี่น้องที่ทุกคนต้องได้เห็นเมื่อย่างเท้าเข้าบ้านดอนอม  ทำให้เป็นที่ยอมรับและเกรงใจกันอย่างถ้วนหน้า

การแต่งงานของพ่อเฒ่ารุ่งกับแม่เฒ่าคุ้มคนหนองจิกที่มีญาติพี่น้องมากมาย  กอปรกับคุณธรรมที่ตัวท่านเองถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด  ทำให้พ่อเฒ่ารุ่งกลายเป็นเสาหลักอันแข็งแรงของลูกหลานในบ้านดอนอม  และหนองจิก  ลามเรื่อยไปถึงบ้านนอแรด  บ้านดอนยาง  ซึ่งเป็นหมู่บ้านใกล้เคียง

ทางด้านแม่เฒ่าคุ้มนั้น  มีพ่อตำแหน่งเป็นหมื่นเทพ  เป็นหมอยา  พี่น้องร่วมท้องเดียวกันมีแม่เฒ่าคุ้มคนเดียวที่เป็นหญิง  ท่านมีพี่ชายสองคน  และน้องชายสองคน การตั้งชื่อลูกของหมื่นเทพนี้มีอุบายสมกับเป็นคนมีความรู้  ลูกชายสองคนให้ชื่อว่ายิ่ง กับห่อ คนกลางเป็นหญิงชื่อคุ้ม สองคนเล็กซึ่งเป็นชายอีกก็ตั้งชื่อว่าให้ กับกัน  เรียงชื่อกันได้ว่า  ยิ่ง-ห่อ-คุ้ม-ให้-กัน  เป็นเหมือนการให้พรลูก  โดยเฉพาะลูกสาวซึ่งเป็นใจกลางของพี่น้อง

จากการเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน  จึงไม่ต้องพูดว่าแม่เฒ่าเป็นที่รักเพียงใดในบ้านนี้  แม้ท่านเสียชีวิตไปแล้ว  บรรดาพี่ ๆ และน้อง ๆ ของท่านก็ยังห่วงใยดูแลพวกเราที่เป็นหลานสาว ๆ อย่างใกล้ชิดเสมอมา  แม้กระทั่งวันที่เราพี่น้อง ๘ ชีวิตต้องขาดทั้งพ่อและแม่ในเวลาที่รวดเร็ว

ญาติข้างแม่เกศของศรีเงินนั้นหนักและแน่นเป็นแผ่นพื้นให้ศรีเงินและพี่ ๆ น้อง ๆ พักพิงได้ทุกยามอยู่เช่นนี้

ส่วนญาติข้างพ่อถึงแม้จะอยู่ไกลออกไป  แต่เป็นที่เลื่องลือเรื่องความพร้อมเพรียง  เอาใจใส่และช่วยเหลือกันไม่มีบกพร่อง  นานแสนนานแค่ไหน  ไกลแสนไกลเพียงไร  ญาติข้างนี้จะจดจำกันและกันไว้ไม่ได้ขาดสาย  ถึงคราวมีเรื่องมีงานทีก็จะพร้อมพรั่งกันมามิต้องเอ่ยปากขอ  รู้จักนับย่านสาวโยดกันไม่สิ้นไม่สุด

พ่อของศรีเงินเป็นคนบ้านพุทธ  ไกลออกไปจากบ้านดอนอมหนึ่งงายเดิน  กินข้าวเช้าเสร็จเดินไปบ้านพุทธทันพอดีกินข้าวเที่ยง  ไม่ต้องคดห่อ  

ศรีเงินกับพี่ ๆ เคยช่วยพ่อทูนเคย  เกลือและปลาเค็ม  ซึ่งเป็นของจากทะเลเฉงอะไปให้พี่น้องบ้านพุทธ  มะรอ  ไสตอ  ยางมะโหร  เขาชา เขากุมแป  พานฐิน  บนไร่  ฯลฯ เฌอใส่ของฝากต้องใบใหญ่ขนาดทูนบนหัวแล้ว  ยื่นมือไปจับปากเฌอไม่ถึงทีเดียว  พ่อหนูเล่าก็หาบแสกใส่ของจนคันหาบร้องอ๊อด ๆ ไปตลอดทาง  ขนาดนั้นก็ยังไม่พอที่จะให้ญาติพี่น้องข้างพ่อ  ปีหนึ่ง ๆ เราต้องผลัดกันทูนของไปให้พี่น้องข้างเหนือนี้อย่างน้อย ๔ ครั้ง  หน้าแล้งเก็บข้าวเสร็จครั้งหนึ่ง ทำนาเสร็จครั้งหนึ่ง  เข้าพรรษาครั้งหนึ่ง  ออกพรรษาส่งตายายอีกครั้งหนึ่ง

พวกเขาก็เหมือนกัน  หน้าลูกไม้ก็จะผลัดเวียนกันขนเอาลูกไม้  เงาะ  ทุเรียนใส่หลังช้างมาให้เราได้กิน  หน้าลูกลน  ลูกโท้  ลูกประ  หน้าข้าวโพด  หน้าหน่อไม้  หน้าสะตอ  ฯลฯ  สารพัดอย่างที่บ้านเราปลูกไม่ได้  เราจะได้กินทุกฤดู  บ้านเราแม้ลูกมากจึงไม่เคยต้องอดอยาก  ข้าวไร่นั้นเราได้เอามาหุงกินกันทุกปี  กลิ่นของข้าวไร่เก็บใหม่จากญาติข้างเหนือยังกำซาบลิ้นศรีเงินอยู่จนทุกวันนี้

ปู่ของศรีเงินเป็นคนเมืองไชยา  ศรีเงินกับญาติพี่น้องที่นั่นไปมาหาสู่กันเสมอแม้หนทางจะแสนไกล  ต้องนั่งเรือ  แล้วเดิน  แล้วนั่งเรือหลายทอดกว่าจะถึงกัน  

ย่าเป็นคนบ้านพุทธ  ลูกสาวขุนภิรมย์ ตระกูลข้างย่านั้นเป็นคหบดี  มีข้าทาสบริวารไว้ใช้สอย  เล่ากันว่าขุนภิรมย์นั้นค้าขายเก่ง  ส่วนทวดหญิงผู้เป็นภรรยาก็ขยันทำมาหากิน  ทั้งสองคนร่ำรวยมีชื่อเสียงและไร่นามากมายอยู่ในบ้านพุทธนี้  

ปู่เดินทางมาจากไชยาแต่งงานกับย่าแล้วก็ตั้งรกรากอยู่ในบ้านพุทธ  มีลูกชายหญิงถึง ๗ คน  โดยมีพ่อของศรีเงินเป็นลูกคนที่สอง

เมื่อพ่อมาแต่งงานกับแม่ก็มาอยู่บ้านแม่ที่บ้านดอนอม  ตามธรรมเนียมคนบ้านนี้ที่ต้องแต่งลูกเขยเข้าบ้าน  กลายเป็นเขยใหญ่บ้านพุทธของพ่อเฒ่ารุ่งแห่งบ้านดอนอม  มีญาติพี่น้องมากมายกว้างขวางเป็นกำแพงแก้วห้อมหุ้มที่สวยสดงดงามให้กับลูก ๆ ที่ถือกำเนิดตามกันมา

ศรีเงินเติบโตและมีชีวิตวัยเด็ก  ท่ามกลางความรักความอบอุ่นของญาติพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวช่วยเหลือพึ่งพากันได้มากมายดังนี้แล้ว  รวมกับคุณธรรมศีลธรรมที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก  ชีวิตของศรีเงินในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเล่า
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Feb. 2007,08:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ลูกลน  ลูกโท้  ลูกประ คือลูกอะไรคะพี่วันดี  02123.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Feb. 2007,13:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณน้าขา มะลาวอ่านแล้วมีฟามรู้สึกมึนๆๆ ค่ะ เพราะบางสิ่งบางอย่างไม่คอ่ยเข้าใจค่ะ  11.gif  (เขลาอยู่ผู้เดียวเด้ นางนี่ crying1.gif ) ทั่วๆๆไปอ่านแล้วมีความรู้สึกดีมากค่ะ อบอุ่นจัง ครอบครัวที่มีปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาพี่น้อง  winkthumb.gif


คุณน้าขา เชิญที่ห้องโฟโต้ช้อปนะค่ะ หนังสือเล่มนี้รวมเล่มแล้วค่ะ  hHP.gif



ทักทายสวัสดีผู้อ่านติดจอข้างบนทุกท่านค่ะ  bowsdown.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Feb. 2007,01:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้อ อ่านไม่รู้เรื่อง เพราะเนื้อหามันมึน ๆ หรือว่าภาษาทำให้มึนคะหลานมะนาวหวาน เรื่องนี้เนื่องจากศรีเงินเขาเป็นคนโบราณ เขาก็ต้องใช้ภาษาโบหน่อย เดี๋ยวจะลองทำคำอธิบายให้นะจ๊ะ

แต่ถ้ามึนเพราะเนื้อเรื่องละก้อ เป็นฟามผิดของข้าพะเจ้าเองที่ไม่สามารถสื่อให้ได้ดีกว่านี้ แต่จะพยายามให้มาก ๆ

ขอบคุณมะนาวหวานค่ะที่รีบทำเล่มให้ ยังไม่รู้ว่าจะติตรงไหนนะคะ ก็เห็นว่าสวยดีทุกปกนี่ ถ้าไม่ดีมะนาวหวานคงแก้ไปแล้วสิ มันต้องดีถึงเอามาลง ช่ายป่าว

ลูกไม้ที่คุณaddถามนั้น เป็นผลไม้ป่า มักขึ้นแถบเชิงเขาที่ชุ่มชื้น เดี๋ยวนี้คงจะหากินไม่ได้แล้ว อาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วก็ไม่แน่ จะหารายละเอียดมาให้ทีหลังค่ะ

คุณคชาไพรได้กลิ่นแป้งร่ำน้ำปรุงก็เพราะเคยได้อบร่ำมาบ้างสิ ท้วงติงแนะนำกันบ้างนะ

ที่จริงเรื่องนี้ส่วนหนึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องคุณยายของแมวเหมียว โดยเฉพาะจิตวิญญาณแบบคนใต้ที่ตกทอดกันมา ซึ่งมีส่วนสร้างทั้งเรื่องดี และเรื่องไม่ดีให้แก่ท้องถิ่นแถบนี้

ขอเชิญเข้ามาติติงกันบ้างนะคะ 

kissing.gif

บทที่ ๓ หน้านา

ปีชวด นาลุ่มดี น้ำน้อยดี
ปีฉลู นาลุ่มดี นาดอนดี ฝนเสมอ
ปีขาล ข้าวเบาดี ฝนดีภายหลัง
ปีเถาะ น้ำมากต้นปี ดีแต่ข้าวหัวหยาม
ปีมะโรง น้ำมาก ข้าวหนักดี ข้าวปลายหยามจะม้าน
ปีมะเส็ง ฝนเรียว แมลงกัดข้าว เกรงจะม้าน
ปีมะเมีย น้ำน้อย ข้าวหนักดี
ปีมะแม น้ำน้อย ข้าวกลางปีดี ข้าวล่าจะม้าน
ปีวอก น้ำจะมาก ข้าวหัวหยามดี
ปีระกา น้ำมาก ข้าวหนักดี ข้าวเบาดี
ปีจอ น้ำต้นปี กลางปีเป็นคอสาก ปลายปีดี
ปีกุน น้ำมากต้นปี นาดอนปิดให้ดี ระวังจะม้าน
(ตำราทำนายเกณฑ์ฝนในหนังสือบุดขาว ของพระอธิการคล้าย อินทโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดสุนทราวาส ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง)

“ฝนตกตั้งแต่วันพระแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปดูนาทุ่งกันสักทีแล้วล่ะ เณรหนู”

พ่อเฒ่าเอ่ยกับพ่อในคืนนั้น หลังจากกินข้าวอิ่มแล้วพากันออกมานั่งมวนใบจากสูบยาที่นอกชานหน้าครัว

“ช่าน” พ่อรับปาก

“ปีนี้ปีกุน ตามเกณฑ์แล้วน่าจะน้ำดีแต่ตอนหัวหยาม พอปลาย ๆ แล้วน้ำจะน้อย นาบนดอนรวยหญ้าไม่รู้จะทันดำหรือเปล่า”

“รีบ ๆ สักนิดน่าจะทัน ไถไม่ทันก็เหยียบเอามั่ง”

พ่อคะเนเอาตามกำลังที่มีตอนนี้ ควาย ๕ ตัว คนทำนา ๘ คน พ่อนับรวมศรีเงินเข้าไปด้วย “ศรีเงินก็พอช่วยได้แล้วปีนี้”

“อืม แต่ลูกเกศจะเกิดแล้ว ต้องไว้ช่วยแม่สักคน”

พ่อเฒ่าหันไปดูแม่ที่กำลังเก็บกวาดในครัวอยู่กับพี่ศรีนุ่น แสงไต้วอมแวมเห็นท้องนูนของแม่ชัดเจน แม่เริ่มจะอุ้ยอ้ายเคลื่อนไหวเชื่องช้าด้วยน้ำหนักท้องที่เพิ่มขึ้น

“ศรีเงินส่งข้าวห่อก็ได้นะลูกนะ”

พ่อเอามือลูบหัวศรีเงิน ผมที่เพิ่งโกนจุกใหม่ ๆ งอกลัดออกมาพอพ้นหนังหัว เอามือจับยังแทงมือ

“ช่าน”

ศรีเงินรับปากอย่างตื่นเต้น ปีนี้ศรีเงินโตขึ้นแล้ว แม่เริ่มปล่อยให้ศรีเงินหุงข้าวหุงแกงเองบ้าง ถึงตอนยกหม้อข้าวเท่านั้นที่ยังเก้งก้าง เพราะหม้อข้าวสำหรับคน ๑๒ คนไม่ใช่เล็ก ศรีเงินต้องลุกขึ้นยืนทุกครั้งก่อนจะกลั้นใจก้มลงยกหม้อข้าวขึ้นจากเตา รสชาติของแกงและน้ำชุบนั้นพ่อเฒ่าชมว่าใช้ได้  ส่วนพ่อจะอมยิ้มไม่พูดว่ากระไร ศรีเงินก็พอรู้ว่ายังไม่เท่าไหร่ พ่อเฒ่าชมเพราะเป็นหลานรักเท่านั้นเอง แต่ศรีเงินก็ภูมิใจที่ได้เริ่มทำงานที่ผู้ใหญ่เขาทำกันได้บ้างแล้ว

“ลูกเกศดูท่าไม่พ้นเดือนเก้านี่แหละมึ้ง เตรียมฟืนเตรียมไฟกันไว้ให้พร้อม พอถึงเวลาได้ไม่ขลุกขลัก ใคร ๆ ก็กำลังยุ่งกันทั้งนั้นเวลานั้น”

พ่อเฒ่าเตือนยามวิกฤติที่จะมาถึงเร็ว ๆ นี้ 

“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ อย่าห่วง ฉานเกิดกับอานิ่ม อาปิ่นก็ได้ ให้เด็ก ๆ ไปช่วยในนานั่นแหละดีแล้ว”

แม่หยิบเชี่ยนหมากออกมาวาง แล้วนั่งลงผ่าหมาก ป้ายปูนบนใบพลูสดส่งให้พ่อเฒ่าและพ่อคนละคำ ก่อนทำให้ตัวเอง พี่ศรีนุ่นเอาไต้มาเสียบกับไม้เสียบไต้ หยิบไม้เขี่ยไต้มาเขี่ยขี้ไต้ออก ไฟติดน้ำมันในมัดไต้เสียงเปรี๊ยะปร๊ะ เป็นประกายไฟเล็ก ๆ ร่วงลงบนไม้เสียบ พวกน้า ๆ ขยับเข้ามาล้อมวง ทำหมากเคี้ยวกันคนละคำ บ้วนน้ำหมากสีแดงปรี๊ด ๆ ลงกระโถน

“ไม่ได้หรอกลูกเอ๊ย ถึงเวลาอย่างนั้น เกิดฉุกหุกขึ้นมาจะลำบาก เด็ก ๆ อยู่ด้วย มันจะได้วิ่งไปหาใครมาช่วยทัน”

“ไม่เป็นไรหรอกพ่อ วันก่อนพ่อลุงยิ่งเอาบัว(บวช)นาคมาต้มให้กินแล้ว ลูกคนนี้น่าจะเกิดง่าย ตั้งแต่ท้องไม่แพ้ไม่เจ็บอะไรเลย”

พ่อนั่งสูบยาเงียบ ๆ ฟังสองพ่อลูกคุยกัน เห็นไฟปลายใบจากแดงวาบแวบอยู่ในความมืดยามค่ำคืน พวกเราจะพากันมานั่งเล่นนอนเล่นอยู่บนนอกชานนั้น หูฟังผู้ใหญ่คุยกันเรื่องภายในบ้าน ตาก็มองขึ้นไปดูดวงดาวพราวพรายบนท้องฟ้า นั่นไง ดาวประจำเมืองขึ้นแล้ว ถึงเวลานอนของเด็ก แม่เรียกให้ลูก ๆ เข้านอน ศรีเงินนอนหนุนตักพ่อเฒ่าเงียบเฉย คืนนี้ศรีเงินจะนอนกับพ่อเฒ่าที่เรือนหลังเล็ก ถ้าศรีเงินหลับตรงนี้ พ่อเฒ่าก็จะอุ้มศรีเงินไปเอง

“เอ้า ศรีเงินยังไม่ไป ไป ไปนอนได้แล้วลูก” แม่หันมาเห็นศรีเงินยังไม่ขยับ

“ฉานจะนอนกับพ่อเฒ่า”

“นั่นจะให้พ่อเฒ่าอุ้มไปนอนอีกล่ะซี ใหญ่แล้วพ่อเฒ่าอุ้มไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นไปนอนเองเถอะลูก”

“ช่าน เดี๋ยวฉานไปพร้อมพ่อเฒ่า”

“เอ้า ถ้าอย่างนั้นก็ไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้พ่อเฒ่าจะไปนาตั้งแต่เช้า” พ่อเฒ่าตัดบท

“พ่อเอาไต้ไปสิ” แม่หันไปหยิบไต้ออกจากไม้เสียบ

“ไม่ต้องหรอกลูก ส่องหัวไดให้พ่อก็พอ”

พ่อเฒ่าขยับตัวเตือนให้ศรีเงินลุกขึ้น จับผ้าขาวม้าที่พาดบ่าออกมาปัดหลังไหล่แล้วหย่อนตัวลงบันไดบ้าน มีศรีเงินก้าวตามไปติด ๆ

“ชักบันไดเสียนะลูก”

พ่อเฒ่าหันมาสั่งให้พ่อชักบันไดเรือนขึ้นไปเก็บ ก่อนจะชวนหลานมุ่งหน้าไปเรือนหลังเล็ก เสียงพูดคุยงึมงำของสองตาหลานดังอยู่สักครู่ก็เงียบไป

สาย ๆ วันนั้นพ่อเฒ่ากับพ่อออกจากบ้านไปนาทุ่งตั้งแต่เช้ามืด สาย ๆ จึงกลับมากินข้าวกินปลาแล้วก็ไปเอาไถออกมาจากซอง(ใต้)ถุน บ้านนี้มีไถอยู่ ๔ คัน นอกจากพ่อเฒ่าและพ่อแล้วแม่กับน้านวนก็ไถนาได้ แต่ปีนี้แม่ท้องแก่คงไม่ได้ไถ น้านุ่มหรือพี่ศรีนุ่นคงจะได้ไถแทน

เสียงพ่อบ่นเบา ๆ ว่า “เปลี่ยนหัวหมูไม่ทันแล้วปีนี้ ไม่รู้จะทานหรือเปล่า”

“มันพันพรือล่ะ” 

พ่อเฒ่าเดินเข้ามาดู พ่อพลิกให้ดูหัวหมูที่จะเสียบผาลไถกับหางยาม มันเป็นรอยสึกเหมือนถูกบากตรงปลายเข้าไปลึกพอสมควร

“ไม่พรือหรอก ลับผาลให้คมไว้” พ่อเฒ่าแนะนำ

วันนั้นทั้งวัน ศรีเงินเห็นพ่อเฒ่ากับพ่อง่วนอยู่กับการแต่งไถและคราด เครื่องมือหลักในการทำนาช่วงแรก

“ดินพอไถได้แล้ว ดะไว้ก่อน”

พ่อเอ่ยขึ้น เมื่อทรุดตัวลงนั่งบนนอกชานหน้าเรือนครัวในคืนหนึ่ง มือก็หยิบใบจากใบยาวออกจากมัด เอาหัวแม่เท้าเหยียบโคนใบ ดึงใบจนตึงแล้วลอกเปลือกจากปลายลงมาดังแกรก เอามีดงอมาตัดโคนตัดปลาย ก่อนจะพับเป็นท่อน ๆ แล้วสอดมีดเข้าไปตัด ได้มาเป็นใบจากมวนยาสีขาวนวล กลิ่นหอมอ่อน ๆ วางลงในหมุกยา พ่อเฒ่าเอื้อมมือหยิบยาเส้น วางลงบนใบจากสองใบซ้อนทางกว้างเป็นแผ่นใหญ่ ก่อนใช้มือม้วนอย่างชำนาญ ได้มวนยาอันโต จุดเหล็กไฟตีแล้วสูดเข้าปอดดังซี้ด พอถอนมวนยาออกจากปาก ขี้เถ้าเล็ก ๆ ก็ร่วงพรูลงบนตัก พ่อเฒ่าใช้ผ้าขาวม้าปัดออก ก่อนจะตอบว่า

“เออ ให้พ่อไปแลวันแรกนาก่อนแล้วกัน ลูกเกศเตรียมข้าวปลูกนะ แรกนาแล้วน่าข้าวไว้ก่อน ปีนี้เราน่ากันตรงบิ้งหัวนอนนี้เลย ต่อโพรกเณรหนูพาใครไปช่วยทำที่ไว้ เดี๋ยวน้ำจะมาเสียก่อน”

พ่อเฒ่าสั่งในตำแหน่งประมุขของบ้าน

“ปีนี้ว่าจะปลูกพันธุ์เขี้ยวจง พ่อจะว่ายังไง” แม่ถามถึงพันธุ์ข้าวปลูกปีนี้

“ก็ดี เขี้ยวจงของเรารวงแน่น จำได้ไหมปีนั้นไร่หน้าแก็บไม่กี่ทีก็ได้เลียง ๆ หาบกันไม่ตรึก พันธุ์ข้าวเบาเอาข้าวไทรแล้วกัน กินดี”

“ปลูกเหนียวไว้สักบิ้งนะพี่” น้านวนพูดขึ้นบ้าง

“ก็ดีนะ บ้านเราเด็กมาก ปลูกเสียสักบิ้งได้ทำขนมกิน พันธุ์ยังมีอยู่หรือเปล่าล่ะ”

“ยังมี เอาพันธุ์รากแห้งนะ”

“เออ ใส่นารวยหญ้าไว้สักบิ้ง อยู่ใกล้ ๆ บ้าน ไม่ต้องหาบหนักแรง”

พ่อเฒ่าบอกส่งท้าย ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน งานหนักที่จะต้องทำให้เสร็จทันกับฤดูกาลรออยู่ในวันข้างหน้า ศรีเงินตื่นเต้นที่จะได้มีบทบาทที่เคยได้แต่เฝ้าดูน้า ๆ และ พี่ ๆ ทำมาก่อน
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Feb. 2007,07:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณศรีเงินพูดคำเก่ากล่าว 'ช่าน' 'ฉาน'

ใจเบิกบานผ่านความคิดติดปีกฝัน

คำนึงถึงแม่พ่ออยู่คู่เคียงกัน

คำว่า'ฉัน'แม่พูด'ฉาน'.. 'ช่าน':ใช่,ค่ะ.



flo_1.gif มาช่วยพี่วันดีแปลภาษาใต้ค่ะ  biggrin.gif

 bowsdown.gif

again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Feb. 2007,00:30 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ดีค่ะ แมวเหมียวช่วยแปลอีกนะ ตอนนี้พี่จะลองแปลบางคำที่เข้าใจยากมาไว้ก่อน ต่อไปถ้าคำไหนแมวเหมียวเห็นว่าควรแปลก็ช่วยด้วยนะจ๊ะ

อยู่กันแต่แรก...  วิถีชีวิตในสมัยก่อน

เรื่องเก่ามาดับใหม่แล้วเล่าต่อ... นำเรื่องเก่ามาดัดแปลงปรับปรุงใหม่ เพื่อเล่าต่อ คำว่าดับ หมายถึงจัดแจง จัดของหรือเตรียมพร้อมก็ได้ เช่นดับตัวไปทำงาน หมายถึงเตรียมตัวไปทำงาน ดับของใส่กระเป๋าคือจัดของใส่กระเป๋า ดับเรื่องหมายถึงแต่งเรื่องหรือสร้างเรื่อง

รองเท้าคีบ ...  รองเท้าที่คล้ายรองเท้าไม้ของคนญี่ปุ่น พื้นเป็นแผ่นไม้เจาะรู ๓ รูร้อยเชือก หรือผ้าขวั้นเป็นเชือกแบบรองเท้าฟองน้ำ อาจจะมียกพื้นแบบญี่ปุ่นหรือไม่มีก็ได้ 

ผ้าพาดเฉียง...  สไบ 

สาวเจื้อน...  พี่สาวที่ชื่อเจื้อน ถ้าพี่ชายจะเรียกว่าบาว หรือพี่บาว

นอกโรง... ห้องโถงกลาง หรือห้องโล่ง ๆ เป็นที่รับรองแขก หรือทำกิจกรรมร่วมกัน มักจะเป็นห้องแรกที่ก้าวข้ามประตูมาถึง

โมกข้าว...  ยุ้งข้าว บางทีเรียก เรินข้าว มาจากคำว่าเรือนข้าว

หัวนอน...  ทิศใต้ เป็นทิศที่ต้องนอนหันหัวไปทางนั้นเสมอ ถ้าทิศเหนือจะเรียกว่า ฝ่ายตีน คือทิศที่เอาปลายตีนชี้ไปเวลานอน

บิ้ง...  แปลงนา นาหนึ่งบิ้งก็คือผืนนาที่มีคันนากั้นรอบสี่ด้าน 

เสียงไก่ขันสองหน... เวลาประมาณตีสี่ เอาการขันของไก่มานับเวลา ตามธรรมชาติไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยตามบ้าน จะขันบอกเวลาในยามกลางคืนได้ โดยจะขันหนแรกตอนประมาณตีหนึ่ง ขันหนที่สองประมาณตีสี่ ชาวบ้านจะถือเอาเวลานี้ตื่นขึ้นมาทำงาน

นับย่านสาวโยด... การนับญาติ ยังมีคำพูดต่อไปอีกว่า นับย่านสาวโยดหาโจทก์จนพบ หมายถึงสืบสาวกันจนกระทั่งถึงบรรพบุรุษคนที่หนึ่งที่เป็นต้นธาร

เคย...  กะปิ บางที่เขียนเป็นเคอย อาจจะเพื่อให้แตกต่างกับคำว่าเคยในความหมายของภาษากลาง

ลูกไม้...  ผลไม้ บางทีหมายความเฉพาะลางสาดก็ได้

เณรหนู... ผู้อ่อนอาวุโสกว่าชื่อหนูซึ่งเคยบวชเป็นเณร ถ้าเคยบวชเป็นพระเรียกเจ้า เช่นเจ้าหนู

ช่าน...  ได้ครับ หรือได้ค่ะ เป็นคำตอบรับ คำชุดนี้จะมีอยู่ ๓ คำ ผันวรรณยุกต์ต่างกันก็มีความหมายต่างกัน ออกเสียงให้ถูกต้องตามสำเนียงใต้จะเป็นดังนี้ ช่าน – ฉัน ผม เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง แทนตัวเอง ฉาน- คำขานรับ เช่นมีคนมาเรียก วันดี จะขานว่าฉาน ตรงกับคำว่า ขา หรือครับ ฉ่าน- คำตอบรับ เช่นได้ครับ ได้ค่ะ แต่สำเนียงใต้บางทีเอามาเขียนเป็นภาษากลางมักจะสับสน ผันวรรณยุกต์ได้ไม่ค่อยตรง จึงเกิดสำเนียงที่เรียกว่าทองแดงในภาษาเขียน-อ่านขึ้นได้เหมือนกัน

หัวหยาม... ต้นฤดู

บนดอนรวยหญ้า... ที่ดอนเป็นป่าละเมาะ ต้นไม้ขึ้นห่าง ๆ มีหญ้าให้เลี้ยงควาย

เหยียบ... หมายถึงเหยียบนา ถ้าน้ำมาก ไถไม่ได้ก็จะใช้ควายหลาย ๆ ตัว หรือฝูงควายเดินย่ำไปมาในท้องนาให้ดินอ่อนพอที่จะปักดำต้นกล้าได้

น้ำชุบ... น้ำพริกกะปิ

หัวได... หัวบันได

ซอง(ใต้)ถุน... พื้นที่ว่างระหว่างคานพื้นกับพื้นบ้าน ชาวบ้านมักเอาอุปกรณ์ของใช้มาสอดเก็บไว้เมื่อไม่ใช้

ดะ...  หมายถึงไถดะ ซึ่งเป็นการไถนาครั้งแรก  เป็นการไถพลิกหน้าดินขึ้น แล้วจึงมาไถแปร กลับพลิกหน้าดินอีกด้าน

มีดงอ... มีดสำหรับทำเครื่องจักสาน บางทีก็เรียกมีดตอก เพราะใช้เหลาตอกไม้ไผ่ในการจักสาน มีด้ามโค้งงอเข้ากับวงแขน

หมุกยา... กล่องยา หรือกระปุกยา บางทีก็เรียกกุบยา

น่าข้าว... หว่านกล้าข้าว น่าจะมาจากคำว่าหน้าข้าว คือก่อนหน้าที่จะปลูกข้าวจะต้องทำสิ่งนี้ก่อน

ต่อโพรก...  พรุ่งนี้ บางทีก็ใช้คำว่า ต่อเช้า

ไร่หน้าแก็บ...  น่าจะเขียนว่า ร่ายหน้าแกะ มาจากการเก็บข้าวทีละรวงด้วยแกะ การเก็บแบบนี้คนเก็บจะต้องกำรวงข้าวที่ตัดมาจากต้นแล้วไว้บนหน้าแกะจำนวนหนึ่ง คนที่มือใหญ่ก็จะร่ายหน้าแกะได้เป็นสิบยี่สิบรวงโดยรวงข้าวไม่หกหล่น การร่ายหน้าแกะไว้ทีละมาก ๆ ได้จะทำให้ไม่เสียเวลาส่งรวงข้าวจากมือหนึ่งมาไว้อีกมือหนึ่ง ทำให้เก็บข้าวได้เร็ว

เลียง...  มัดรวงข้าวที่เก็บด้วยแกะ ทำนองเดียวกับฟ่อนเมื่อเกี่ยวด้วยเคียว

ตรึก...  ไหว ไม่ตรึกก็คือไม่ไหว แต่บางทีก็หมายถึงการคิดนึกตรึกตรองได้เหมือนกัน
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
56 คำตอบนับตั้งแต่ 06 Feb. 2007,23:10 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 612345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com