เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 6<<123456>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: อยู่กันแต่แรก, เรื่องเก่าเอามาดับใหม่แล้วเล่าต่อ< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Feb. 2007,21:21  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่วันดีขา  แมวเหมียวเป็นคน'ใต้ถุน'ไปแล้วค่ะ  คำที่พี่วันดียกมาลืมๆไปเกือบหมดแล้วน่ะค่ะ

บางคำก็ไม่เคยได้ยินเลย อย่างคำว่า"บนดอนรวยหญ้า"

แต่คำว่า  "เคย" และ "น้ำชุบ" จำได้ดีค่ะ hungry.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Feb. 2007,23:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ที่จริงพี่ก็ลืมไปเยอะแล้วเหมือนกันค่ะแมวเหมียว 

คำพวกนี้เกือบจะทั้งหมดมีที่มาที่ไปค่อนข้างชัดเจน สะท้อนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนได้ดีมาก แต่เนื่องจากสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไป การทำมาหากินก็เปลี่ยนไป รวมกับการรับเอาคำจากในหนังสือซึ่งเป็นภาษากลางเข้ามา ทำให้คนรุ่นหลัง ๆ ไม่ได้ใช้คำพวกนี้ หลายคำถึงเราจะอยากใช้อีกก็ไม่มีที่ใช้แล้วค่ะ มีแต่ช่วย ๆ กันบันทึกจดจำกันเอาไว้บ้าง ว่าเราเคยมีสิ่งนี้ เป็นภูมิเป็นปัญญาของปู่ย่าตาทวดที่เคยมีชีวิตอยู่ที่นี่ เผื่อวันข้างหน้าจะมีประโยชน์ขึ้นมา
bowsdown.gif

บทที่ ๔ แรกนา

สายวันรุ่งขึ้น น้านวนกับน้านุ่นก็จัดหมากพลูดอกไม้ธูปเทียนขึ้นโมกข้าว ไหว้ขอขมาแม่โพสพขอข้าวมาทำพันธุ์ หยิบข้าวขวัญจากกองขวัญข้าว ๓-๔ รวง แล้วหยิบเลียงข้าวปลูกใส่กระเชอออกมาหลายกระเชอ เทลงบนสาดคล้าผืนใหญ่หน้าโมกข้าวแล้วช่วยกันเหยียบนวด มีน้าม่อยกับพี่ศรีนุ่นช่วยโรยฟางแล้วฝัดเอาเศษฟางและแกลบออก แม่มาช่วยคัดเมล็ดไม่ดีทิ้งอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะเอาไปแช่น้ำในโอ่งใบใหญ่ ๓ ใบปิดด้วยผ้า แยกพันธุ์ข้าว ๓ ชนิดตามที่พ่อเฒ่าบอก รออีก ๒ วัน ค่อยเอาออกมาใส่กระเชอใบใหญ่ให้มันแตกหน่อจึงจะเอาไปหว่านในที่ที่พ่อเตรียมไว้ให้

ตั้งแต่วันนั้น พี่ศรีนากจะจูงไอ้ปลาบ แม่ควายเก่งงานไถโดยมีพี่ศรีนิลถือไม้เรียวคอยไล่หลัง  เดินตามพ่อซึ่งแบกไถนำหน้าออกจากบ้านกันไปแต่เช้ามืดทุกวัน พ่อต้องไถทำเทือกที่น่าข้าวให้ดินแตก ขี้ไถอ่อนเป็นโคลนเปื่อย พี่ศรีนากกับพี่ศรีนิลต้องช่วยพ่อเก็บเศษหญ้าออกจนหมด ก่อนจะปล่อยน้ำออกจากแปลงให้หน้าดินได้ตากแดดสัก ๒-๓ วัน ทันกับข้าวปลูกของแม่ที่จะแตกหน่อ เพื่อเอามาหว่านทำกล้าข้าวต่อไป

“พี่หลวงยิ่งดูวันให้แล้ว พรุ่งนี้เราไปแรกนากันได้” พ่อเฒ่าบอกกับพ่ออีกสองวันต่อมา “ลูกเกศเตรียมของให้พร้อมนะลูก”

“เขาทำยังไงหรือพ่อเฒ่า ฉานไม่เคยเห็น” ศรีเงินยังไม่เคยเห็นการแรกนาสักครั้ง

“พรุ่งนี้ไปกับพ่อเฒ่า ไปดูกัน เอาล่ะพรุ่งนี้เราจะเริ่มฤดูทำนากันแล้ว คืนนี้พ่อเฒ่าจะเล่าเรื่องแม่โพสพให้ฟัง ใครยังไม่เคยฟังก็ขยับเข้ามาใกล้ ๆ จะได้เอาไว้สอนลูกหลานในวันหลังเวลาพ่อเฒ่าหาไม่แล้ว”

แม่โพสพนี่หนาเดิมเป็นมเหสีคนหนึ่งของพระอินทร์ ชื่อว่าสวเทวี อันนางสวเทวีนี้เนื้อเหลืองเหมือนทอง ตัวเล่าก็หอม ใครได้กลิ่นจักชื่นใจ ตอนอยู่บนสวรรค์ นางสวเทวีมีหน้าที่ทำสวนดอกไม้ ทุกวันพระจะคอยเก็บดอกไม้มาให้พระอินทร์ได้ไหว้พระ

อยู่มาวันหนึ่ง นางสวเทวีเอาดอกไม้มาถวายพระอินทร์เหมือนทุกครั้ง พระอินทร์มองดูนางแล้วทักขึ้นว่า

“รู้ตัวหรือไม่ว่าราศีตัวนั้นเศร้าหมองแล้ว แสดงว่าบุญกุศลที่ทำมากำลังจะหมด ต้องไปจุติในที่ใหม่แล้วนะ ”

นางสวเทวีได้ยินก็หาได้ตกใจอะไรไม่ ด้วยเป็นคนไม่ประมาท หมั่นพิจารณาสังขารของตนเองอยู่เป็นนิจ ย่อมรู้ตัวดี จึงทูลถามพระอินทร์ว่า 

“ในเมื่อถึงคราวของมันแล้ว พระองค์ก็อำนวยอวยพรให้หม่อมฉันด้วยเถิด”

พระอินทร์ตรัสแก่นางว่า

“แต่ชาติปางก่อน เมื่อเจ้าเกิดเป็นมนุษย์นั้น ได้ทำบุญให้ทานแจกผ้าผ่อนแพรพรรณให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันมามาก ถึงได้เสวยบุญมาเกิดเป็นเทพธิดาบนชั้นฟ้า มีผิวพรรณสวยงามเหมือนทองทา กลิ่นกายเล่าก็หอมหวานยิ่งนัก เอาอย่างนี้เถิด เราจะอำนวยพรให้แก่เจ้า” 

แล้วพระอินทร์ก็ให้พรนางสวเทวี 

“เจ้าจงกลับไปยังโลกมนุษย์แล้วอุทิศกายอันเหลืองอร่ามและหอมกรุ่นของเจ้าให้เป็นอาหารแก่ส่ำสัตว์ทั้งปวงเสีย บุญญาธิการที่เจ้าทำจะทำให้เจ้าเป็นที่เคารพรักของมวลหมู่มนุษย์ เทวดา พระอรหันต์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เจ้าจะได้เสวยสุขจากการอุทิศนี้ไปนานหลายกัปป์หลายกัลป์”

นางสวเทวีได้พรพระอินทร์ดังนั้นแล้ว ก็กราบบังคมลา เหาะไปหาฤาษีตาไฟที่ป่าหิมพานต์ เพื่อขอให้ฤาษีช่วยให้นางทำตามพรของพระอินทร์ได้สำเร็จ

อันฤาษีตาไฟนี้บำเพ็ญตบะอยู่ในป่าหิมพานต์มาหลายหมื่นปี ปีหนึ่ง ๆ จะลืมตาเพียงครั้งเดียว คือเมื่อถึงฤดูดอกไม้ในป่าหิมพานต์บานเท่านั้น 

แต่เวลาของนางสวเทวีนั้นนอกฤดูดอกไม้หิมพานต์บาน นางสวเทวีจะคอยต่อไปก็ไม่ได้ ด้วยถึงเวลาจุติ จึงเก็บดอกมณฑาทิพย์อันเป็นดอกไม้สวรรค์ที่หอมหาที่เปรียบไม่ได้จากสวนสวรรค์มาด้วย 

ขณะนั้น ฤาษียังอยู่ในฌาน แต่เมื่อนางถือเอาดอกมณฑาทิพย์ มาทำประทักษิณเวียนอยู่ ๓ รอบ ฤาษีตาไฟได้กลิ่นหอมของดอกไม้สวรรค์ ก็สงสัยว่ากลิ่นอะไรในเมื่อยังไม่ใช่ฤดูดอกไม้หิมพานต์ จึงเผลอลืมตาขึ้นดูทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ออกจากฌาน ไฟจากดวงตาของฤาษีผู้มีตบะแก่กล้าจึงเผาไหม้นางสวเทวีและดอกไม้จนเป็นเถ้าถ่าน 

ท่านสงสัยในกองขี้เถ้านี้ว่าเป็นอะไรมาแต่ไหน จึงชบขึ้นมาดู ขี้เถ้ากองนั้นกลับกลายเป็นกอข้าวแตกดอกออกรวงเป็นเมล็ดข้าวเมล็ดหนึ่งขนาดใหญ่เท่าลูกฟักเห็นจะได้ ท่านจึงเพ่งฌานดูต่อไปอีก ถึงได้เห็นว่าเป็นเทพธิดาจะจุติ จึงชบใหม่ให้เป็นเทพธิดาดังเดิมจะได้พูดจากสอบถามกันให้รู้เรื่อง 

นางสวเทวีเทพธิดาจึงได้เล่าเรื่องราวให้ฤาษีฟังว่า ตนนั้นเป็นเทพธิดาบนสวรรค์ บัดนี้ได้สิ้นบุญลงแล้ว พระอินทร์ให้พรให้ไปเกิดเป็นอาหารของมนุษย์ จึงมาให้ฤาษีช่วย

ฤาษีมองเห็นถึงจิตใจอันงดงามที่จะอุทิศเลือดเนื้อร่างกายของตนเองให้กับมนุษย์และสรรพสัตว์ในโลกนี้ของนาง ก็ยินดีนัก จึงชบให้นางกลับเป็นกอข้าวดังเดิม แล้วใช้ไม้เท้าตีเมล็ดข้าวเม็ดใหญ่นั้นจนแตกกลายเป็นแมลงเม่า บินว่อนมืดคลุ้มไปทั้งฟ้า แต่พอตกถึงดินกลับงอกเป็นต้นข้าวออกรวงเหลืองอร่าม และกลายเป็นอาหารของมนุษย์และเหล่าสัตว์โลกทั้งหลายสืบแต่นั้นมา

“มนุษย์ทุกคนจึงเคารพนางสวเทวีหรือแม่โพสพว่าเป็นเทวดาแห่งข้าว จากการที่นางได้อุทิศร่างกายของตนเองให้เป็นอาหารแก่พวกเรา เราจึงต้องไม่ทำให้นางเจ็บปวดหรือเสียใจ ทุกคำข้าวที่เรากินให้นับถือคุณของเม็ดข้าว อย่ากินทิ้งกินขว้าง ทำหกเรี่ยราดเสียหาย เวลาจะลงมือปักดำทำนา เราจึงต้องกราบไหว้บูชาแม่โพสพ ได้ข้าวแล้วเก็บเกี่ยวมาเก็บก็ต้องทำขวัญให้แก่นาง อย่าลืมนะลูก สั่งชั่วลูกชั่วหลานให้เคร่งครัดทำให้ถูกต้อง”

พ่อเฒ่าจบเรื่องคืนนั้นไว้แต่เพียงเท่านี้

วันรุ่งขึ้น พอฟ้าเบิกดานเห็นทางขาว ๆ ศรีนิลกับ ศรีเงินก็เดินถือกระทงหมาก พลู ดอกไม้ ธูป เทียน ตามหลังพ่อกับพ่อเฒ่าพร้อมเครื่องมือไถนาไปยังนาทุ่ง 

นาทุ่งนั้นไกลมาก กว่าจะพากันเดินมาถึงนาที่จะแรกไถ ฟ้าก็สว่างพอดี มองไปทางทิศตะวันออกเห็นฟ้าเป็นสีทองเรื่อเรืองอาบท้องทุ่งกว้างใหญ่สุดสายตาจนสวยงาม ผืนนามีน้ำคึงขังไม่มาก เหยียบลงไปพอนุ่มเท้า มีคนทำงานในนากระจายอยู่ห่าง ๆ กัน 

ขณะที่พ่อกำลังเข้าไถ พ่อเฒ่าก็เรียกศรีนิลกับศรีเงินเข้ามาใกล้ ๆ “เอาเครื่องไหว้มาสิลูก มาหัดทำกันเอาไว้ วันหลังจะได้ทำถูก ที่จริงแล้วเขามักจะให้ผู้ชายทำนะ แต่บ้านเรามีแต่ลูกสาว ก็ให้ผู้หญิงทำแล้วกัน”

พ่อเฒ่าเอาเครื่องไหว้ไปยืนกลางบิ้งนา จุดธูปเทียน ยกมือขึ้นพนมบอกให้ศรีนิลกับศรีเงินทำจิตใจแน่วแน่ ก่อนสวดดัง ๆให้ว่าตาม

“ข้าแต่เจ้าที่เจ้านา วันนี้ตัวข้าจะลงมือทำนาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องลูกหลาน ขอท่านจงอวยชัยให้พรให้ตัวข้านั้นทำนาจนเสร็จ อย่าได้มีคนเจ็บมือเจ็บตีน ให้ข้าวกล้างอกงาม ออกรวงออกเม็ดให้ได้เก็บกิน นก งู หนู ปู ใด ๆ อย่าได้มากัดกินต้น กินเม็ด อย่าได้เสียหายใด ๆ เลย” 

พ่อเฒ่าวางเครื่องไหว้ในกระทงลงบนผืนนา พ่อไถรอบ ๆ เครื่องไหว้ ๓ รอบ แล้วจึงปลดไถ

“เสร็จแล้วหรือ พ่อเฒ่า” ศรีเงินสงสัย ทำไมพิธีศักดิ์สิทธิ์ถึงสั้น ๆ ง่าย ๆ อย่างนี้

“เสร็จแล้วลูก เราเคารพนบไหว้เจ้าที่เจ้านา ขออนุญาตไถนาปลูกข้าวบนผืนนา อาจรบกวนท่านบ้าง จึงต้องขอท่าน ท่านจะได้ช่วยคุ้มครองรักษาพวกเรานะลูก”
bowsdown.gif

............
อธิบายคำที่เข้าใจยากไว้ข้างล่างนี้นะคะ

สาดคล้า... เสื่อที่สานด้วยต้นคล้า เป็นเสื่อผืนใหญ่ตอกเส้นใหญ่ มี ๒ ด้านชัดเจน ด้านหลังจะเป็นมัน เพราะเป็นด้านผิวของต้นคล้า เวลาปูนอนหรือนั่งจะใช้ด้านนี้ขึ้น ส่วนด้านในจะสาก ถ้าจะใช้งานเช่นนวดข้าว หรือเอาข้าวเปลือกออกตากแดดก่อนจะนำไปสี หรือใส่ของจะเอาด้านนี้ขึ้น แต่โดยทั่วไป ชาวบ้านจะแยกสาดใช้งานกับสาดปูนั่งนอนออกจากกัน ไม่ใช้ปนกัน

เหยียบนวด... การนวดข้าวโดยใช้เท้าเหยียบนวดให้เมล็ดข้าวหลุดจากรวง
 
ชบ... ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่

ฟ้าเบิกดาน... ยามฟ้าสาง บางทีเรียกว่าดาดฟ้าเริก คือมองเห็นที่ขอบฟ้าเปิดขึ้นเป็นสีขาว ๆ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Feb. 2007,09:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีจังค่ะพี่วันดี  ใช้ภาษาท้องถิ่นดั้งเดิม  แล้วยังมีนิทานอีกด้วย   flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Feb. 2007,00:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif bowsdown.gif

 again.gif ค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Feb. 2007,02:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มาตามอ่านเรื่องนี้ก่อนนะคะ แล้วพิลจะค่อยทยอยอ่านเรื่องอื่นๆต่อไปค่ะ

พี่วันดีมีฝีมือในทางเขียนหนังสือเกินตัวทีเดียวค่ะ applaud.gif
บทบรรยายทำได้ละเอียด ลึกซึ้งและน่าอ่านนัก กอปรกับเรื่องราวชีวิตพื้นบ้าน ทำให้เรื่องนี้มีเสน่ห์น่าอ่านค่ะ
ภาษาถิ่น พิลพอเดาออกและเข้าใจบ้าง จึงไม่ทำให้เสียอรรถรสเลย ยิ่งมี คำอธิบายศัพท์มาประกอบท้ายตอน ยิ่งทำให้ได้ความรู้ค่ะ flo_1.gif

เชื่อแล้วค่ะ ว่นักเขียนบ้านคนธรรมดานี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ
winkthumb.gif  bowsdown.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Feb. 2007,03:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

thankssign.gif สำหรับคำแปลค่ะ  smSL04.gif  smSL04.gif  smSL04.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Feb. 2007,22:55 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




พี่วันดีคงกำลังเรียบเรียงต้นฉบับอยู่นะคะ




วันนี้แมวเหมียวขอส่งภาพต้นกล้ามาประกอบเรื่องทำนาค่ะ flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Feb. 2007,22:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณทุกท่านที่เฝ้าติดตาม 

ขอบคุณพิลที่ปรบมือให้ ดูเรทติ้งแล้วเรื่องนี้ไม่ค่อยมีคนอ่าน เกรงใจหลวงพี่KiLinอยู่หน่อย ๆ ว่ามาเบียดเนื้อที่ของบ้านไป ถ้าอยากจะปิดก็บอกได้นะคะ

ขอบคุณคุณadd คุณคชาไพร คุณมะนาวหวาน และแมวเหมียวที่ตามลุ้นตลอด โดยเฉพาะแมวเหมียว พยายามเข้ามาช่วยทั้งช่วยแปลคำ และหารูปมาเสริม น่ารักมาก

bowsdown.gif bowsdown.gif

บทที่ ๕ ทำนา

พอข้าวปลูกเริ่มแตกหน่อเห็นเป็นตุ่มขาว ๆ น้าม่อยก็ชวนพี่ศรีนุ่นกับพี่ศรีนาก ไปหน้าข้าว แม่ให้พี่ศรีนิลกับศรีเงินไปด้วย บอกว่าจะได้หัดเอาไว้

ที่หน้าข้าวตอนนี้พ่อให้พี่ศรีนากกับพี่ศรีนิลช่วยกันวิดน้ำออก เหลือแต่ดินร่วนซุยเปียกพอหมาด พวกเราจึงเพียงแต่เอาเมล็ดข้าวมาหว่านโปรยลงบนผืนดิน 

“หว่านให้แน่นเสมอกันให้ดีนะ” น้าม่อยกำชับ

ตะวันเกือบตรงหัว พวกเราก็หว่านข้าวปลูกหมดทั้ง ๓ แปลง ผืนดินสีดำคล้ำมีสีเหลืองประดอกน่าดู

“เอาล่ะ” พี่ศรีนุ่นเก็บกระเชอใส่ข้าวปลูกขึ้นซ้อนกัน แล้วยกขึ้นทูน “กลับกันเถอะ ต่อจากนี้เราต้องคอยมาดูทุกวัน ไม่ให้นกมากินเม็ดข้าวที่กำลังจะงอก”

แม่มอบหมายหน้าที่นี้ให้พี่ศรีนิลกับศรีเงิน ทั้งสองคนวิ่งมาดูแปลงข้าวปลูกวันละหลาย ๆ รอบ บางทีก็ชวนกันมาเล่นเก็บลูกยับเยี่ยวลูกน้ำนองในรวยหญ้าแถว ๆ นั้นกินกันทั้งวัน 

แล้ววันหนึ่งพี่ศรีนิลก็สังเกตเห็นเมล็ดข้าวสีเหลืองทองที่มีตุ่มเป็นหน่อสีขาวซึ่งยาวขึ้น ๆ เริ่มมีใบเล็ก ๆ บาง ๆ สีเขียวชำแรกดินขึ้นมา เรารีบวิ่งไปบอกแม่ที่ตอนนี้อยู่บ้านทั้งวัน เพราะท้องใหญ่ขึ้นมาก แม่เดินมากับพวกเราทอดตามองแปลงข้าวปลูกที่มีสีเขียวอ่อน ๆ พรมอยู่ทั่วทั้งผืนด้วยสายตาสุกใส  บอกกับเราว่าอีกสองสามวันก็ถึงเวลาปล่อยน้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้เติบใหญ่พอที่จะเอาไปดำได้แล้ว

ระหว่างนั้นพ่อเฒ่ากับพ่อและน้านวน น้านุ่มก็ไถที่นากันอย่างเร่งรีบทุกวัน โดยมีพี่ศรีนุ่นคอยผลัดสลับให้ ปีนี้พ่อยังหัดให้พี่ศรีนากลองไถดูด้วย

ไก่ขันกระชั้นหนที่สอง ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เพียงมองเห็นทางเดินขาว ๆ  ทั้งสี่คนก็จูงควายแบกไถออกจากบ้าน วันแรก ๆ ก็ไปไถที่นาไกลกลางทุ่งก่อน เสร็จแล้วจึงค่อย ๆ ขยับใกล้บ้านเข้ามาเรื่อย ๆ 

เสียงไก่ขัน เสียงผู้ใหญ่ตื่นเตรียมตัวไปนา  เสียงหายใจฟึด ๆ ของควาย เสียงฝนตกต้องหลังคา และเสียงแม่กับพี่ศรีนากในครัว รวมกับเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าของยายนิ่มและยายปิ่นดังอยู่แว่ว ๆ บนเรือนอีกหลัง เป็นเสียงที่ศรีเงินคุ้นชิน นึกขึ้นมาทีไรก็อบอุ่นเป็นสุขเป็นกำลังใจให้กับชีวิตต่อมาอีกแสนนาน

บางวันแม่ให้ศรีเงินช่วยกันกับพี่ศรีนากและพี่ศรีนิลไปส่งข้าวห่อให้ผู้ใหญ่ที่กลางนา ศรีเงินก็จะได้เห็นพ่อเฒ่า พ่อ และน้า ๆ มือถือหางยามคันไถ เดินตามหลังควายในนาใกล้ ๆ กัน ปากก็ตะโกนสั่งควาย ให้แจง ให้ลง ให้เข้า ในผืนนาชื้นแฉะที่มีน้ำคึงขังพอเปียกดิน 

พ่อเฒ่าบอกว่า ดินอย่างนี้เป็นเป็นดินทรามไถ ควายไม่หนักเพราะดินจะอ่อน กดคมไถเบา ๆ ให้กินดิน ควายก็ลากไปเหมือนไม่ต้องออกแรง ขี้ไถไม่ถึงกับร่วนซุย หากเป็นก้อนอ่อนนิ่มเป็นแนวไปตามความกว้างของบิ้งนา พอไถดะอย่างนี้หมดทั้งบิ้งก็ปล่อยน้ำเข้านา แล้วไถแปรอีกทีก็เอากล้ามาดำได้ แต่ถ้าดินแข็ง น้ำยังไม่พอ ขี้ไถจะแห้งควายเหนื่อยมาก ไถแล้วบางทียังต้องให้ควายลากลูกตี มาตีขี้ไถให้แตกหลังจากไถแปรกลับพลิกหน้าดินใหม่ เปลืองแรงมาก

แต่บางทีพ่อเฒ่าก็ต้องไถสามรอบคือทั้งไถดะไถแปรและไถคราดเหมือนกันถ้าหญ้ากกขึ้นแน่นมาก โดยทั่วไปนาทุ่งของครอบครัวศรีเงินไม่ต้องทำอย่างนั้น เพราะทำนาทุกปีไม่ได้ปล่อยให้นารั้ง จนกกขึ้นได้ เพียงไถดะครั้งแรก หญ้าเล็ก ๆ ก็ถูกกลบฝังไว้ใต้ขี้ไถ พอไถแปรอีกทีหญ้าหรือซังข้าวปีกลายก็เปื่อยเน่ากลายเป็นมายาให้ต้นข้าวไปหมดแล้ว ไม่ต้องไถคราดเอาต้นหญ้าออก

พวกเรามักมาถึงนาทุ่งกันเมื่อตะวันเพิ่งโผล่พ้นยอดไม้ชายทุ่ง แดดยังไม่ทันร้อน แต่เป็นเวลาที่ทั้งคนและควายทำงานกันมาพักใหญ่ ๆ แล้ว ขณะที่พี่ศรีนิลปลดทูนข้าวห่อลงวางบนฟากไม้ไผ่ในขนำ ศรีนิลก็ส่งเสียงเรียกกินข้าว ทุกคนพากันแก้ไถปลดแอกบนคอของควายลง ปล่อยให้ควายและเล็มหญ้าอ่อนบนหัวคันนา แล้วคนก็ล้างมือล้างหน้ามารวมตัวกันบนขนำใต้ต้นขี้กาใหญ่บนโคกใกล้ ๆ

“วันนี้ทำอะไรให้พ่อเฒ่ากินเล่าศรีเงิน” 

พ่อเฒ่าทักหลานคนโปรดด้วยสีหน้าแจ่มใสเบิกบาน พลางเดินขยับผ้านุ่งปล่อยชายลงมาจากถกเขมร เอาผ้าขาวม้าที่คาดพุงไว้ชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัวที่คล้ำเกรียมเพราะแดดลม 

พี่ศรีนากหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่แขวนเอาไว้กับหัวนอของขนำ เดินไปตักน้ำบ่อข้างขนำ ที่พ่อขุดเอาไว้ตื้น ๆ พอให้น้ำที่ขังอยู่ใสจนตักมาใช้ล้างมือล้างหน้าได้ ส่วนน้ำกินนั้น พี่ศรีนากใส่กระบอกอีกสี่กระบอกหาบมาจากบ้านแล้ว พ่อเฒ่ารับกระบอกน้ำมาล้างมืออีกรอบ ก่อนปลดผ้าขาวม้ามาเช็ด

ศรีเงินแกะห่อข้าวในห่อใบตองใหญ่ออกมาวาง ส่งหางใบตองที่เตรียมมาให้ทุกคนไว้เปิบข้าว ก่อนเปิดอวยดินใบเขื่องอวดแกงส้มปลาช่อนกับหัวมันล่าสีสดที่ทูนเอวอ่อนมาจากบ้านให้พ่อเฒ่าชม 

“อุวะ น่ากินจริง ๆ” พ่อเฒ่าเอ่ยปากทันที ทำเอาคนอื่น ๆ อมยิ้มกันเป็นแถว

“ศรีเงินแกงซะเมื่อไหร่ แม่แกงต่างหาก” พี่ศรีนิลขัดคอ

“อ้าว แล้วกัน นึกว่าตี้แกงให้พ่อเฒ่ากินมั่ง แล้วทำอะไรมาล่ะ” พ่อเฒ่าถามด้วยเอ็นดูหลาน

“น้ำชุบ” ศรีเงินตอบ ก่อนจะแกะเอาน้ำพริกกะปิแห้ง ๆ ในห่อใบตอง ลงใส่กะลาขัดมันที่เหน็บอยู่ตรงหลังคาขนำ เทน้ำส้มโหนดในกระบอกลงไปคลุกเคล้าพอจิ้มผักติด กลิ่นน้ำส้มเมื่อผสมเข้ากับพริกขี้หนูที่ตำรวมมากับกะปิสีคล้ำ ๆ ก็ฟุ้งเข้าจมูกพาให้ทุกคนน้ำลายสอ 
ขามาจากบ้านสามพี่น้องไม่ลืมชวนกันเก็บยอดผักข้างทางมาเหมือดกินกับน้ำพริกและแกงส้ม พี่ศรีนากเอาไปล้างน้ำแล้วสะบัดพอสะเด็ดน้ำวางลงบนใบตองเป็นกองใหญ่ 

แล้วทุกคนก็ร่วมกันกินข้าวห่อ กลิ่นแกงส้ม รสชาติน้ำพริก ผสมกับกลิ่นดินกลิ่นน้ำของท้องทุ่งที่กำลังชุ่มฉ่ำรวมเป็นกลิ่นเดียวกันที่ซ่านกำซาบอยู่ในเลือดเนื้อและวิญญาณของศรีเงิน

กินข้าวเช้ากันแล้ว พวกผู้ใหญ่ต้องรีบเข้าไถอีกงายก่อนแดดจะแรงจนร้อน ศรีเงินและพี่ ๆ ชวนกันไปดูไซที่พ่อป้องคันนาดักลูกกุ้งเอาไว้ ยกไซขึ้นเทลูกกุ้งตัวเล็ก ๆ ใส่ข้อง แล้ววางไซลงที่เดิม ไม่ลืมหักใบไม้มาปิดไซไว้ไม่ให้ลูกกุ้งลูกปลาที่ติดอยู่ในไซถูกแดดเผา ลูกกุ้งลูกปลานี่เองที่แปรมาเป็นกะปิน้ำพริกที่กินกันวันนี้ 

เสร็จเรื่องไซลูกกุ้งก่อนจึงจะเลยไปดูเบ็ดที่ธงไว้ริมหนอง ปลาช่อนในหม้อแกงวันนี้ได้มาจากเบ็ดตรงหนองนี่อีกเหมือนกัน วันนี้ไม่มีปลาช่อนมากินเหยื่อ มีแต่ปลาทีงว่ายหางหวีด ๆ อยู่ทั้งสิบคัน

สามคนพี่น้อง ช่วยกันปลดเบ็ดเอาปลาใส่รวมกับลูกกุ้งในข้อง แล้วเอาไส้เดือนในกะลาครอบข้องมาเสียบไว้แทน ก่อนจะดีดน้ำดังผลุ้ม แล้วหย่อนเบ็ด พรุ่งนี้เช้าพ่อถึงจะมายกเบ็ดอีกที

“แม่บอกว่าให้เก็บสายไปกินด้วย” พี่ศรีนิลบอกเมื่อกู้เบ็ดเสร็จ 

ตรงริมหนองน้ำมีผักน้ำมากมายหลายชนิด ทั้งผักบุ้ง สาหร่าย ผักเบี้ย ผักแว่น บัวสาย พี่น้องช่วยกันเก็บได้หอบใหญ่ ก็ล้างส่ายกับน้ำในหนองก่อนห่อใบตองไปใส่กระเชอข้าวห่อเตรียมเอากลับบ้าน

เสียงกลองเพลตุ้ม ๆ จากวัดรอบ ๆ ทุ่งตีบอกเวลาใกล้เที่ยง ทุกคนก็รามือจากงาน ปลดไถไล่ควายขึ้นโคก แดดกล้าจนร้อนเปรี้ยง ทั้งคนทั้งควายดูเหน็ดเหนื่อย เหงื่อพรั่ง ๆ ออกมาเต็มหน้าเต็มตัว 

ขากลับศรีเงินกับพี่ ๆ อาสาแบกไถกันคนละคัน ที่จริงแล้วไถนั้นหนักมาก เพียงยกขึ้นบ่าศรีเงินก็ตัวเอียง ทั้งหางยามทั้งคันไถก็ยาวเกะกะเก้งก้างไม่ให้เดินง่าย ๆ แต่ด้วยความอยากให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองโตพอ ทำให้ศรีเงินกัดฟันปั้นปากแบกคันไถของพ่อเฒ่ามาจนถึงบ้านได้ทุกวัน

bowsdown.gif
........................

อธิบายคำกันหน่อยนะ

นารั้ง... นาร้าง 

มายา... อาหารต้นไม้ หรือปุ๋ย

หัวนอ... หัวคานพื้นที่ปล่อยให้โผล่ยาวออกมา ขนำมักจะปล่อยไว้เพื่อจะได้แขวนของใช้ได้ บางทีก็ได้แขวนห่อข้าว ไม่ให้มดขึ้น

หัวมันล่า... มันเทศ ออกเสียงแบบสำเนียงใต้ว่า หมั่นหลา คำว่าหลาในที่นี้น่าจะมาจากคำว่าระในภาษากลาง เพราะมักใช้กับลักษณะที่ระไปตามดินหรือเลื้อยพันยอดไม้

ตี้... จะ

น้ำส้มโหนด... น้ำส้มที่หมักจากน้ำตาลสด คำว่าโหนด มาจากคำว่า โตนด
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Feb. 2007,09:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่วันดีสู้ๆ   tomaatjedansen01.gif  

          งานเขียนของพี่เป็นทั้งประวัติศาสตร์  ใช้ภาษาโบราณและท้องถิ่นจึงเป็นงานที่ดีมีคุณค่า   ขอให้พี่มุ่งมั่นเขียนต่อไป  อย่าไปสนใจเรื่องตัวเลขเลยค่ะ  

            again.gif  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Feb. 2007,16:17 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

พูดถึงเรทติ้ง แมวเหมียวไม่ทราบว่าพี่วันดีสนใจเรื่องนี้จริงๆหรือพูดเล่นนะคะ

มีเคล็ดลับที่จะทำให้เรตติ้งเพิ่มขึ้นเร็วๆ พี่วันดีก็แบ่งโพสต์ทีละน้อย

พอเราเข้ามาโพสต์ที่ละน้อย แต่บ่อยๆครั้ง เรตติ้งมันก็เพิ่มขึ้นเองแหละค่ะ เนื่องจากคนอ่านเว็บนี้มีอยู่จำกัด เท่าที่สังเกตคนส่วนใหญ่เขาเข้ามาฟังเพลงกันนะคะ คนอ่านก็มีแต่พวกเราที่รู้ๆกันไม่กี่คน..

แต่อย่างพี่แอ๊ดว่าพี่จะสนใจตัวเลขไปทำไมคะ?

แมวเหมียวจะเล่าให้ฟังว่า ที่แมวเหมียวอยู่ยงคงกระพันที่บ้านนี้ไม่หนีหายไปไหน เพราะยึดมั่นอยู่กับคำแนะนำของพี่แอ๊ดตอนที่พี่แอ๊ดชวนมาตั้งแต่ครั้งแรกว่า..

"ถ้าเราเขียนแล้วมีความสุขเราก็ทำไป ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน และถ้าทำให้คนอื่นมีความสุขด้วยก็ดี ส่วนใครจะมาเล่นด้วยหรือไม่เราก็ ต้องอดทน"  

และบังเอิญพี่แอ๊ดแนะนำให้แมวเหมียวลอดมาทางช่องแมว

แมวเหมียวก็เข้าออกทางช่องแมว จึงไม่เคยรู้จักlast post และไม่รู้จักเรตติ้ง

ก็ไม่รู้เลยค่ะว่า มีใครอ่านกระทู้ของแมวเหมียวหรือไม่(ถ้ารู้อาจจะใจฝ่อห่อเหี่ยวหายไปนานแล้วก็เป็นได้ค่ะ)

   ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่า ตั้งหน้าตั้งตาเขียน(จนสุดความสามารถที่มีอยู่) เพื่อจะเข้ามาโพสต์ พอได้โพสต์เสร็จก็ออกไปตั้งหน้าเขียนอีก ไม่รู้ว่าใครจะคิดจะมองอย่างไร

หากวันไหนมีใครเข้ามาทักทายมาให้กำลังใจบ้างก็ดีใจเป็นธรรมดา
แต่ก็ไม่ได้สนใจมากมาย (เพราะหนูไม่รู้จักเรตติ้งค่ะ  biggrin.gif )

ไหนๆก็พูดแล้ว  ขอเล่าความในใจนะคะ แมวเหมียวเคยคิดจริงๆว่าพี่วันดีไม่เหมือนคนใต้ คำพูด(สำนวน)พี่หวาน ไม่กล่าวการเหมือนฝาน เอ๊ย ขวานผ่าซากแบบคนใต้อย่างแมวเหมียว

พี่เขียนหนังสือได้น่าอ่านจริงๆนะคะ

พี่วันดีต้องเชื่อมั่นในสิ่งนี้ kissing.gif   และเดินหน้าในสิ่งที่พี่ตั้งใจทำ

ทำให้เกิดความสุขในสิ่งที่พี่ทำ แล้วพี่วันดีก็จะบรรลุธรรมข้อที่ท่านพุทธทาสว่า..

"จงทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง ยกผลงานให้ความว่างทุกอย่างสิ้น
กินอาหารของความว่างอย่างพระกิน ตายเสร็จสิ้นแล้งในตัวแต่หัวที"

แมวเหมียวชอบกลอนบทนี้ของท่านพุทธทาส โดยเฉพาะคำว่า"แต่หัวที"ท่องแล้วอดยิ้มไม่ได้ทุกทีเลย  รู้สึกว่าท่านพุทธทาสทำให้ภาษาใต้โกอินเตอร์น่ะค่ะ


  วันนี้พี่วันดีก็กำลังทำงานใหญ่ พี่กำลังทำให้ภาษาและวัฒนธรรมคนใต้โกอินเตอร์เช่นกันค่ะ flo_1.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
56 คำตอบนับตั้งแต่ 06 Feb. 2007,23:10 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 6<<123456>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com