เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

กระทู้นี้มีหน้าเดียว

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: เร็กเก้-สกา ท่วงทำนองแห่งภราดรภาพอันเป็นนิรันดร< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2009,14:23  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





เร็กเก้-สกา ท่วงทำนองแห่งภราดรภาพอันเป็นนิรันดร


“ดนตรีก็คือปืนกระบอกใหญ่ที่สุด แต่มันปลอดภัย เพราะมันไม่ฆ่าใคร ถูกไหม? ต่างจากปืนที่มันจะระเบิดหัวคุณ”

ไม่มีคำบรรยายอื่นใดอีกแล้วในโลกนี้ ที่จะสื่อให้เห็นภาพ “พลังสันติภาพ” ของดนตรีเร็กเก้-สกา ได้อย่างชัดเจนและทรงพลัง เช่นที่ราชาแห่งเพลงเร็กเก้และพระเจ้าของคนผิวสี นาม บ็อบ มาเลย์ กล่าวไว้

*เรื่องของชายผู้เป็นตำนาน... ขับขานบทเพลงแห่งภราดรภาพ

บ็อบ มาเลย์ กล่าวประโยคอมตะที่ว่านั้น ต่อผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง หลังได้รับมอบเหรียญสันติภาพแห่งประเทศโลกที่สามจากผู้แทนองค์การสหประชาชาติ

แต่แม้ไม่ได้รับมอบเหรียญเกียรติยศใดๆ บ็อบก็จะยังคงจากโลกนี้ไปในฐานะ “พระคริสต์” หรือ “ผู้ปลดปล่อย” ของชาวจาเมกัน ชาวแอฟริกัน และชาวผิวสีอีกหลายล้านชีวิตทั่วโลก

หากถามว่าสิ่งใดคือ “อาวุธ” หรือ “เครื่องมือ” ที่เขาใช้ในการต่อสู้เพื่อปลดแอกพี่น้องร่วมชาติพันธุ์ให้พ้นจากการกดขี่ของคนขาว คำตอบมิเพียงปรากฏอยู่ในถ้อยคำที่ตอกย้ำว่า ดนตรียืนอยู่ขั้วตรงข้ามกับปากกระบอกปืนที่มนุษย์ใช้ปลิดชีพมนุษย์ หากแต่เป็นท่วงทำนองของบทเพลงที่บ็อบและผองเพื่อนวง เดอะ เวลเลอร์ส ร่วมบรรเลงขับกล่อมโลกนี้ตลอดช่วงชีวิตของพวกเขาต่างหากที่เปรียบเสมือนอาวุธอันทรงพลานุภาพยิ่งกว่าขีปนาวุธใดๆ

แม้เป็นเวลาเกือบ 3 ทศวรรษแล้ว ที่บ็อบจากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 36 ปี กระนั้นหลายสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเขายังคงมีลมหายใจโลดแล่น ดำรงอยู่เหนือกาลเวลา ไม่ว่าจังหวะทำนองอันเปี่ยมเสน่ห์ของเพลงเร็กเก้ ผมทรงฟั่นเชือกหรือ Dread Lock ที่ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์เพื่อสดุดีองค์จักรพรรดิไฮเลเซลาสซีที่ 1 แห่งเอธิโอเปียผู้ได้รับการยกย่องเป็นอัครศาสดาแห่งลัทธิรัสตาฟาเรียน ลัทธิที่ทรงอิทธิพลต่อบ็อบและคนผิวสีหลายล้านคนในจาเมกา

หากยังสื่อให้เห็นถึงความอหังการและเชื่อมั่นในตัวเองอย่างสูงของบ็อบ ที่ปวารณาตนเป็นราชสีห์แห่งจูดาห์ เจ้าป่าผู้อยู่เหนือชีวิตทั้งมวล เฉกเดียวกับที่องค์จักรพรรดิและอัครศาสดาแห่งรัสตาฟาเรียนได้รับเกียรตินั้น

แต่ใครเล่าจะเอ่ยปากคัดค้านว่าบ็อบไม่คู่ควร ในเมื่อทุกครั้งที่เขาขับกล่อมเพื่อนมนุษย์ด้วยบทเพลงอันเปี่ยมมนต์ขลัง เขาดูไม่ต่างจากสิงหราชที่กำลังสะบัดแผงคอ ก่อนจะแผดเสียงคำรามกึกก้องและน่าเกรงขาม

ชาวรัสตาที่แท้จึงมิได้ไว้ผมทรงฟั่นเชือกเพียงเพื่อความโก้เก๋ หากเพื่อแสดงถึงความกล้าหาญแห่งจิตใจ และพร้อมจะถ่อมตนต่อผืนดินไม่ต่างจากราชสีห์ที่รู้วาระอันเหมาะสม ไม่ทำลายเหยื่อเพียงเพื่อสนองกิเลสของตน

ปัจจุบันในท่ามกลางยุคบริโภคนิยม ยังมีชาวรัสตาจำนวนไม่น้อยที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย ปฏิเสธการทำงานเพื่อรับเงินค่าจ้าง เชื่อมั่นในสิทธิและความเท่าเทียมของเพื่อนมนุษย์ หากขณะเดียวกันก็ยืนหยัดรักษาสิทธิของการไม่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่ยอมให้การเมืองจูงจมูก หลายคนยังทำสมาธิผ่านการดูดกัญชา ด้วยเชื่อว่ามันเป็นพิธีกรรมสำคัญที่นำพวกเขาเข้าสู่การดิ่งลึกทางจิตวิญญาณ

มีสัญลักษณ์เกี่ยวกับบ็อบ มาเลย์ อีกมากมายเกินจะนับ แต่สำคัญเหนืออื่นใดคือลมหายใจแห่งดนตรีเร็กเก้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง แม้การปฏิวัติเรียกร้องสิทธิของคนผิวสีทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเมื่อราวปลายทศวรรษ 1960 จะกลายเป็นอดีตและดำรงอยู่ในฐานะ “บทบันทึกแห่งประวัติศาสตร์” แต่บทเพลงของบ็อบที่ร่วมยืนหยัดเรียกร้องสันติภาพและภราดรภาพในครานั้น ยังคงโลดแล่นขับกล่อมผู้คนทั่วโลกตราบจนวันนี้

เพลง “No Womam No Cry” ที่บ็อบส่งน้ำเสียงของอดีตเด็กสลัมแห่งย่านเทรนช์ทาวน์ซึมซาบเข้าสู่หัวใจคนฟัง คล้ายจะเป็นเพลงชาติของสาวกเร็กเก้หลายล้านชีวิต ไม่ต่างจาก Redemtion Song, Get Up Stand Up และแทบทุกบทเพลงของบ็อบกับผองเพื่อน เดอะ เวลเลอร์ส ที่กาลเวลาไม่อาจลดทอน หรือทำลายมนต์เสน่ห์ใดๆ ให้ด้อยลง

*การกำเนิดขึ้นของเร็กเก้-สกา

ในหน้าประวัติศาสตร์ของดนตรีพื้นเมืองจาเมกาอย่าง “เร็กเก้” ไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่าบ็อบ มาเลย์ คือตำนานผู้ปลุกให้ชาวอเมริกันและคนทั้งโลกหันมาฟังพวกเขา แต่ก่อนการมาถึงของบ็อบ ก่อนการกำเนิดของเร็กเก้ รากที่แท้จริงนั้นยึดโยงอยู่กับจังหวะดนตรีที่ดิบกว่า สดกว่า เร้าอารมณ์ได้อย่างรุนแรง ทรงพลังและ...ซื่อตรงยิ่งกว่า จังหวะดนตรีดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า “ สกา ” (SKA)

ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 หากถามว่าชาวสลัมทั้งในย่านเทรนช์ทาวน์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของบ็อบ และแหล่งสลัมอื่นๆ ในประเทศยากจนอย่างจาเมกาเมื่อราวทศวรรษ 1960 รับฟังเพลงจากสถานีตามคลื่นวิทยุต่างๆ ด้วยวิธีไหน คำตอบที่มีการบันทึกไว้ทำให้เราเห็นถึงวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของพวกเขาที่เพียงแค่ต้องการเสียงดนตรีเพื่อความสนุกสนาน ความสุนทรีและความรื่นรมย์ของชีวิต พวกเขาใช้เพียงรถแวนหรือรถบรรทุกบรรจุแผ่นเสียงจำนวนมากทั้งจากฝั่งอเมริกาและจาเมกา พร้อมด้วยสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือเครื่องเสียงสเตอริโอทันสมัย เพียงเท่านี้ “รถดนตรี” ก็ตระเวนจัดงานเต้นรำในสถานที่ต่างๆ ตามสลัมเหล่านั้นได้อย่างไม่ยากเย็น

กล่าวได้ว่า “สกา” เกิดขึ้นจากการหลอมรวมแนวดนตรีอันหลากหลาย ตามที่รถดนตรีเคลื่อนที่คันนี้ส่งเสียงไปถึง คลื่นความถี่จากสถานีวิทยุฟลอริดา หลุยส์เซียนา นิวออร์ลีนส์ และคลื่นจากสถานีวิทยุอื่นๆ ในอเมริกาได้รับความนิยมอย่างสูง ชาวจาเมกาหลงใหลในเพลงโซล ท่วงทำนองเฉพาะตัวของชาวแอฟริกันผิวดำในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็คือดนตรีร็อกแอนด์โรลที่ผสานเข้ากับริธึมแอนด์บลูส์นั่นเอง หลังจากนั้น ชาวจาเมกาก็คิดค้นจังหวะของตนเองขึ้นมา โดยนำร็อกแอนด์โรลผสานเข้ากับดนตรีพื้นเมือง “เมนโต” ของชาวแอฟริกันในจาเมกา หรือในหลายครั้งก็อาจผสานเข้ากับ “คาลิบโซ” ของชาวอเมริกาใต้ การผสมผสานและหลอมรวมที่พวกเขาคิดค้นขึ้นนี้ ก่อให้เกิดเป็นจังหวะดนตรีที่แปลก พิเศษ มีเสน่ห์ในตัวเอง จังหวะที่รวดเร็วคึกคักของมันแพร่หลายได้รับความนิยม กลายเป็นเพลงเต้นรำของชาวจาเมกาทั้งประเทศไปในที่สุด พวกเขาพร้อมใจเรียกดนตรีแนวนี้ว่า “สกา”

กระทั่งปลายทศวรรษ 1960 จังหวะที่รวดเร็วของดนตรีสกา ถูกดึงให้เนิบช้าลงกว่าเดิมเล็กน้อย และได้ชื่อใหม่ว่า “ร็อก สเตดี” (Rock Steady) และหลังการมาถึงของร็อก สเตดี ก็คือการกำเนิดขึ้นของ “เร็กเก้” เพลงร็อกในสไตล์จาเมกัน ที่ใครหลายคนมองว่าเป็นการนำร็อกแอนด์โรลมาปรับให้มีลูกเล่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการผสานเข้ากับท่วงทำนองพื้นเมืองของจาเมกา คล้ายสกาและร็อก สเตดี แต่เร็กเก้มีจังหวะที่เนิบช้ากว่าแนวดนตรีทั้งสองประเภทนั้น

กีตาร์ เบส และกลอง คือเครื่องดนตรีที่เป็นหัวใจสำคัญของเร็กเก้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลองไสตล์แอฟริกันที่เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของจาเมกา ความพิเศษประการหนึ่งของดนตรีเร็กเก้คือ “จังหวะเคาะ” ที่ชวนให้รู้สึกราวกับต้องมนต์ นั่นคือจังหวะ 1 และ 3 ต่างไปจากร็อกแอนด์โรล ที่มีจังหวะเคาะเป็น 2 และ 4 บ็อบเคยทำเพลงในแบบสกาและเป็นที่นิยมอาทิ I’m Still Waiting และ I Need You

อย่างไรก็ตาม จังหวะเคาะอันแปลกประหลาดแต่ชวนหลงใหลนี้ ชาวจาเมกาได้รับอิทธิพลมาจากการตีกลองแบบแอฟริกัน ในช่วงแรกที่เพลงเร็กเก้ก่อกำเนิด การยึดมั่นในขนบของดนตรีพื้นเมืองมักจะได้รับการยอมรับมากกว่าวงดนตรีที่พยายามขยายฐานผู้ฟังด้วยการเล่นในจังหวะที่ถูกจริตกับชาวต่างชาติ บ็อบ มาเลย์ เองก็เคยถูกมองในแง่ลบ ได้รับคำวิจารณ์ในทำนองว่าละทิ้งความเป็นพื้นเมืองในเพลงของตน ทว่า ความหมายอันลึกซึ้งของบทเพลงที่พวกเขามุ่งนำเสนอก็ได้รับการยอมรับจากชาวจาเมกาในที่สุด

ความรักในเพื่อนมนุษย์ ไม่ก่นด่าว่ากล่าวใครเพียงเพราะว่าเขาเป็นคนส่วนน้อยของสังคม สิ่งเหล่านี้ที่ปรากฏในบทเพลงของบ็อบ กลายเป็นสารัตถะสำคัญที่นำพาพวกเขาก้าวข้ามไปสู่ฝั่งอเมริกา กุมหัวใจคนผิวสีทั้งโลก มิใช่เพียงขาวจาเมกาเท่านั้น

บ็อบ มาเลย์ แผ้วถางเส้นทางของเร็กเก้ ให้ส่องประกายเจิดจรัสไปกว้างไกล ขณะที่ต้นกำเนิดของจังวะดนตรีคนผิวสีแห่งจาไมกาอย่างสกา คล้ายจะแผ่วเบาไป ทุกคนหันไปให้ความสนใจกับร็อก เสตดีที่มีจังหวะช้ากว่า แต่ไม่ว่าอย่างไร สกาก็ยังคงเป็นฐานรากดนตรีที่ชาวจาเมกาไม่มีวันลืม เพราะหากไม่มีสกา ก็ไม่มีร็อก สเตดี และเร็กเก้ กำเนิดขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนผิวสีในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และทั่วทั้งโลก ร่วมกันลุกขึ้นปฏิวัติ เรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของพวกเขาที่ถูกคนขาวกดขี่ไว้ ร็อก สเตดี กลายเป็นเครื่องปลุกปลอบใจอันสำคัญยิ่ง บทเพลงหลายต่อหลายเพลงถูกแต่งขึ้นเพื่อเรียกร้องให้คนหนุ่มสาวออกมาแสดงพลังบริสุทธิ์ของพวกเขา ต่อต้านการใช้อำนาจอันไร้มนุษยธรรมของคนขาว หากคนผิวสีในอเมริกาและทั่วทั้งโลกได้รับการปลุกปลอบจากเพลงเร็กเก้ของบ็อบ มาเลย์ ระหว่างนั้น ร็อก สเตดี อันมีฐานรากจากดนตรีสกา คือสิ่งที่ช่วยประคับประคองจิตใจของชาวจาเมกา

ก่อนที่บ็อบจะกลับมากอบกู้จิตวิญญาณของพวกเขา

*ก้าวสู่เมืองไทย-มนต์เสน่ห์ที่พาหัวใจล่องลอย

“เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ ถนนสายนั้นที่ทอดยาว มีเรื่องราวของความเป็นจริง มีเงาไม้เอาไว้ให้พักพิง ให้เธอเอาไว้ยามอ่อนแรง…”

“กอดกันหน่อยได้ไหม”

พลันที่เพลงยอดนิยมของ “ทีโบน” วงเร็กเก้ระดับตำนานถูกขับขานด้วยสไตล์ “สกา” หนุ่มสาวหลายสิบชีวิตที่เบียดเสียดกันอยู่ภายใต้แสงไฟสลัว ก็เปลี่ยนท่าทางที่กำลังยักย้าย โยกตัวเหวี่ยงแขนกระโดดโลดเต้นกันอย่างสนุกคึกคักให้กลับกลายเป็นอิริยาบถสบายๆ หลายคนวาดวงแขนไปโอบกอดคนข้างๆ ปล่อยตัวปล่อยใจให้เคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ หลอมรวมหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะเพลง

หลายคนหันไปจับมือ คล้องแขนกับโต๊ะข้างๆ พากันโยกตัวแล้วหมุนเป็นวงรอบๆ โต๊ะ ดูน่ารักน่าเอ็นดู ราวกับพวกเขาปลดปล่อยความเป็นเด็กที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจให้ออกมาวิ่งเล่นได้ตามใจชอบ แม้ไม่รู้จักกันไม่เคยพูดคุย แต่ภาษาของดนตรีก็นำพาให้พวกเขาใช้ “ใจ” สัมผัส “ใจ” โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใด

พวกเขาเคลิบเคลิ้มอย่างเป็นสุข สาวๆ หลายคนหลับตาพริ้ม หนุ่มๆ หัวฟูหลายคน พร้อมใจกันยักไหล่เข้ากับจังหวะ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไร แต่ภาพรอยยิ้มที่ส่องประกายในแสงสลัว เสียงหัวเราะที่ดังก้องแข่งกับเสียงเพลง คงพอที่จะยืนยันได้ว่า..ความสุข คือสิ่งที่เขาและเธอได้รับจากมนต์เสน่ห์ของสกาที่บรรเลงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

ฮึ่ย ฮึ่ย ฮึ่ย ฉึกกะฉักๆๆๆ

เสียงทรัมเป็ต ไวโอลิน เพอร์คัสชัน กลอง กีตาร์ เบส กลับมาสู่จังหวะคึกคัก เสียงโซโลของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นก่อนที่จะหลอมรวมเข้าด้วยกัน พาให้หัวใจสูบฉีดเต้นรัวและแรง ความเนิบช้าชวนเคลิบเคลิ้มถูกสลัดทิ้งไป พวกเขาเเหวี่ยงแขนขา ยักไหล่ โยกเอว กระโดด กระโดด และกระโดด อย่างสนุกสนาน

เทศกาลดนตรีเร็กเก้ที่ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 3, งานดนตรีสกาที่มีป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม แห่งคลื่นแฟต เรดิโอ เป็นผู้ผลักดัน, เสียงตอบรับอันน่าชื่นชมที่วงเท็ดดี้ สกา ที่ได้รับจากผู้ชมงานแฟต เฟสติวัลครั้งล่าสุด เช่นเดียวกับเพลงในแนวสกาของพวกเขาที่ไต่อันดับสูงขึ้นเรื่อยๆ บนหน้าปัดคลื่นโตๆ มันๆ เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ “สกา” ซึ่งกำลังเป็นที่คลั่งไคล้หลงใหลในกลุ่มคนฟังเพลงที่นิยมความสด แปลก ใหม่ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ยังไม่นับการรวมตัวเฉพาะกิจของ ปาล์มมี่ นักร้องสาวสุดเซอร์ กับ ทีโบน วงเร็กเก้ระดับตำนานของไทยที่ร่วมแรงร่วมใจโชว์พลังเสียงและฝีมือคุณภาพด้วยเพลงเก่าที่นำมาเล่าใหม่ในแบบ “สกา” ทำให้ใครต่อใครต่างหลงรักและหลงใหล นอกจากพวกเขา เมืองไทยยังมีศิลปินที่เล่นดนตรี “สกา” มาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

หาก ไคโจบราเธอส์, จ๊อบ บรรจบ, โกลด์เรด, คือรุ่นเก๋าที่ส่งผ่านหัวใจเร็กเก้-สกา สู่ผู้ฟังชาวไทยกลุ่มเล็กๆ มาอย่างต่อเนื่อง ศรีราชาร็อกเกอร์, สกาแล็กซี่, สกาเบอร์รี่ หรือวงดนตรีมากฝีมืออย่าง เท็ดดี้ สกา แบนด์ และวงดนตรีในแนวนี้อีกไม่น้อยก็อาจเปรียบได้กับคนรุ่นใหม่ที่รับไม้ต่อและช่วยกันส่งมอบความสนุกของสกาให้เปล่งประกายจนได้รับการยอมรับจากผู้ฟังในระดับที่น่าชื่นชม

หาก สกา-เร็กเก้ ที่คล้ายจะโรยราไป ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าจับตาในวันนี้ พอจะเป็นเครื่องยืนยันได้หรือไม่ว่า

ดนตรีแนวนี้คือท่วงทำนองที่ไม่มีวันตาย แม้วันนี้พวกเขามิจำเป็นต้องแบกรับอุดมการณ์ในการปฏิวัติ มิต้องเรียกร้องให้คนผิวสีทั่วโลกลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของตนเอง

แต่กระนั้น จังหวะที่ชวนให้เคลิ้มฝัน จิตใจล่องลอย และสนุกได้อย่างสุดเหวี่ยง ก็คล้ายจะเป็นมนต์ขลังสุดพิเศษที่ชาวจาเมกาทิ้งไว้ให้แก่คนทั้งโลก

เป็นไปได้หรือไม่ว่า การที่เพลงเร็กเก้-สกา ในวันนี้ไร้ซึ่งความเจ็บปวดเจืออยู่ คือหลักฐานและร่องรอยอันสำคัญที่บ่งบอกว่า ณ วันนี้ มันคือท่วงทำนองแห่งภราดรภาพอย่างแท้จริง

ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีน้ำตา มีเพียงเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความสนุก ไม่รู้จักหน้าค่าตา แต่เมื่อเสียงเพลงบรรเลง เราก็พร้อมจะกอดคอ คล้องแขนแล้วพาหัวใจล่องลอยไปด้วยกัน

“เร็กเก้ กับสกาในความรู้สึกของผม ผมว่าสกามันน่าสนใจตรงที่มีจังหวะเร็วๆ ฉึกกะฉักๆ แต่เร็กเก้มันเป็นอะไรที่เนิบๆ เอื่อยๆ มันมีจังหวะแล้วก็เสน่ห์ที่แตกต่างกัน หากถามถึงเสน่ห์ของเพลงเร็กเก้-สกา ผมว่าสิ่งสำคัญมันอยู่ตรงที่คุณไม่ต้องคิดอะไรเกี่ยวกับมันเลย ไม่ต้องหาความหมาย ไม่ต้องตั้งคำถาม แค่ปล่อยใจให้สบาย แล้วให้ดนตรีมันพาเราไป ง่ายๆ ครับ เหมือนนิยามของผมที่มีต่อเร็กเก้ คือ “สบายๆ ” แค่นั้นเองครับ”

กอล์ฟ-ทีโบน เผยความรู้สึกแก่ “ผู้จัดการปริทรรศน์” ถึงเสน่ห์และนิยามของดนตรีแนวนี้ในความคิดของเขา

นอกจากกอล์ฟแล้ว เท็ดดี้ สกา แบนด์ ซึ่งถือเป็นวงดนตรีแนวสกาที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยเฉพาะเรื่องความสามารถเมื่อขึ้นแสดงไลฟ์ คอนเสิร์ต คืนวันหนึ่ง เขาให้เกียรติพูดคุยกับเราก่อนขึ้นแสดงสดที่ร้านบริคบาร์ ถนนข้าวสาร

สมาชิกเกือบทั้งหมดของวง คือ ต้น-วิทวัส จันทร์แพทย์รักษ์ (นักร้องนำ) โย-ภาคี นาวี (เบส) เม-เมธี เสนีวงศ์ ณ อยุธยา (กีตาร์) แชมป์-ปิยะวิทย์ ขันธศิริ (ไวโอลิน) รุ้ง-สายรุ้ง สิบหมื่นเปี่ยม (ทรัมเป็ต) เสนอมุมมองของพวกเขาต่อกระแสของ “สกา” ในขณะนี้ได้อย่างน่าสนใจ

“จริงๆ แล้ว สกามันก็อยู่ของมันเฉยๆ นะ อยู่มานานแล้วด้วย พอสื่อหันมาสนใจมันก็กลายเป็นประเด็นขึ้นมาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอย่ามองว่าเป็นกระแสเลยครับ เพราะอะไรที่เป็นกระแส มันก็จะมาเร็วและไปเร็วเหมือนแฟชั่น ที่นิยมกันประเดี๋ยวประด๋าว แต่เราอยากให้สกาอยู่ตลอดไป แต่มองอีกแง่หนึ่งการที่สกาเป็นกระแสขึ้นมามันก็เป็นสิ่งวัดใจเหมือนกันนะ คือวัดใจทั้งเราและคนฟังเพลงเราว่าเมื่อถึงวันหนึ่ง หากกระแสมันจางลง มันโรยราไป มันไม่ฮิตแล้ว คุณจะยังฟังมันอยู่หรือเปล่า เมื่อถึงวันนั้น คนที่ยังฟังสกาก็คือคนที่รักสกาจริงๆ ขณะที่เราเองก็ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วย คือผมเชื่อเสมอนะว่าอะไรที่มันเป็นของแท้และมีคุณค่าอยู่ในตัวเอง มันก็จะคงอยู่”

คนฟังสกาไม่มีใครใจร้อน มีแต่คนใจเย็น รักสนุก มาฟังเพลง มาเต้น ไม่มีใครเคยยกพวกตีกันหรือทะเลาะกันเวลาฟังสกา เพราะเรารักกันเหมือนพี่น้อง...พวกเขายืนยันอย่างหนักแน่น ก่อนจะกลับมาปรากฏตัวบนเวทีของบาร์สกาแห่งนี้อีกครั้งตอนเกือบเที่ยงคืน

แล้วทุกชีวิตก็พร้อมที่จะกระโดดโลดเต้น และปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปตามท่วงทำนองแห่งความสุข

******************

ข้อมูลอ้างอิง
ศาสดาขบถ : กัญชา อิตถีเพศ และเทศนาด้วยบทเพลง/ สตีเฟน เดวิส :เขียน/ อัคนี มูลเมฆ :แปลและเรียบเรียง/ ชนะ มงคลคำนวณเขตต์ :บรรณาธิการ


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2009,14:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




เร้กเก้ (reggae) เป็นแนวดนตรีแอฟริกัน-แคริบเบียน ซึ่งพัฒนาขึ้นบนหมู่เกาะจาไมก้าและมีความชิดใกล้เชื่อมต่อกับลัทธิรัสตาฟาเรียน (Rastafarianism) รากดั้งเดิมของเร้กเก้สามารถค้นหาได้จากดนตรีเทรดิชั่นหรือประเพณีนิยมของแอฟริกัน-แคริบเบียนที่มีพอๆ กับดนตรีริธึ่มแอนด์บลูส์ของอเมริกัน

เร็กเก้ เป็นดนตรีที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะที่เดียวในโลกของประเทศจาไมก้า ซึ่งอิทธิพลทางดนตรีมาจากนิวออร์ลีนริธึ่มแอนด์บลูส์ มาจากการฟังวิทยุทรานซิสเตอร์ที่รับคลื่นสั้นจากสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

รากเหง้าของดนตรีคนแอฟริกัน-แคริบเบียน คือเพลงโฟล์คของจาไมก้าที่เรียกว่าเมนโต(Mento) มีท่วงทำนองเพลงไปในทางแนวดนตรีคาลิปโซเนื้อหาของบทเพลงจะพูดถึงการเรียกร้องสิทธิของตัวเองและปัญหาความยากจนต่อประเทศเจ้าอาณานิคมในหมู่เกาะอินดีสตะวันตกในทะเลแคริบเบียน

สำหรับจาไมก้าตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ พลเมืองตกเป็นทาสของคนผิวขาว ก็มีการพัฒนาดนตรีเมนโตนำมาผสมกับอาร์แอนด์บีทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา พัฒนาเปลี่ยนแปลงจังหวะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นดนตรีสกา(Ska) โดยเปลี่ยนแปลงจังหวะให้เพิ่มขึ้น กีตาร์เล่นจังหวะยก และมีการเล่นลัดจังหวะ ถือว่าเป็นการแปลความหมายของดนตรีอาร์แอนด์บีอีกรูปแบบหนึ่ง และเป็นที่นิยมกันอย่างมากในช่วงต้นยุคทศวรรษที่ 60 และได้มีการพัฒนาขึ้นอีกขั้น บีทของดนตรีจึงถูกดึงให้ช้าลงใช้เปียโนและเบสที่มีอิทธิพลดนตรีร็อกเข้ามาจึงเรียกว่าร็อกสเตดี้(Rocksteady)

จนมาถึงปี 1968 ก็ได้มีการพัฒนาจนถึงขีดสุด ดนตรีเร็กเก้จึงถือกำเนิดขึ้น ภายใต้แนวความคิดของลัทธิรัสตาฟาเรียนทรงผมฟั่นเชือกหรือเดรด ล็อกและอุดมคติทางการเมืองและสังคม ในการพาชาวแอฟริกัน-แคริบเบียน กลับสู่แผ่นดินในทวีปแอฟริกา
สกา (Ska) และร็อกสเตดี้ (Rocksteady) คือพื้นฐานทางแนวดนตรีผู้มาก่อนเร็กเก้ในยุคทศวรรษที่ 60 ก่อนที่บ็อบ มาร์เลย์จะทำให้ดนตรีเร็กเก้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ก็เคยบันทึกเสียงในแนวดนตรีร็อกสเตดี้ในช่วงแรกในอาชีพของเขา สไตล์ดนตรีเร็กเก้ที่ทำให้เขามีชื่อเสียงมากเรียกกันว่า รูทส์ เร็กเก้ (roots reggae) หรือ รูทส์ ร็อก เร็กเก้ (roots rock reggae) และใช้กับศิลปินอีกมากมายที่ทำงานในแบบเดียวกันอย่าง Black Uhuru, Burning Spear, Culture, Israel Vibrations, The Skatalites and Toots และ The Maytals ซึ่งสามารถส่งอิทธิพลมาถึงวงUB40ในสหราชอาณาจักร

ในจาไมก้าเอง ดนตรีสไตล์ใหม่ได้ทวีความนิยมมากว่า โดยมีการพัฒนาไปสู่สไตล์เลิฟเวอร์ส ร็อก(Lovers Rock) ,แด๊นซ์ฮอลล์(Dancehall) และแร็กกามัฟฟิน(Raggamuffin)


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2009,14:30 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ศิลปินBob Marley and The Wailers

อัลบั้มLegend/ 1984



เร็กเก้ แปลว่า อะไร?


“ แปลว่า ลิ-เก ครับ...” นั่นเป็นคำตอบทีเล่นทีจริงของ แก๊ป(เจษฎา ธีระภินันท์) นักร้องนักดนตรีวงทีโบนผู้ไว้ผมทรงเดร็ด ล็อค และทำให้คนไทยในวงกว้างขึ้นได้รับรู้ถึงดนตรีอีกรูปแบบหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจาเมกา






แต่โดยต้นฉบับของจริง เมื่อพูดถึงดนตรีเร็กเก้นั้น ชื่อ บ็อบ มาร์เลย์ จะปรากฎขึ้นแทนที่ด้วยความที่เขาเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้ชาวโลกรู้จักดนตรีประเภทนี้ และชื่อประเทศจาเมกาก็ทำให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงเรื่องราว,ตัวตน,สีสันและปัญหาด้านสิทธิเสรีภาพของคนดำ ภายใต้บทเพลงต่อต้านเรียกร้องขอความเป็นธรรม ที่ก่อเกิดตั้งแต่อดีตกาล


ครั้งที่ชาวผิวสีจากแอฟริกาถูกกดขี่ข่มเหงจากคนขาวให้มาเป็นทาสขายแรงงานในไร่อ้อยเพื่อผลิตน้ำตาลให้บรรดาผู้ล่าอาณานิคมในอดีต แม้จะมีการคืนอิสรภาพให้ในปี 1838 แต่ความเป็นจริงยังมีเงาดำครอบคุมชาวผิวสีและชนพื้นเมืองอยู่อีก ปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบ แบ่งชนชั้น แบ่งสีผิว แบ่งความเชื่อทางศาสนา รวมทั้งปัญหาเรื่องกัญชา ฯลฯ ดังนั้นเสียงเพลงเรียกร้องของผองชนที่ตกอยู่เบี้ยล่างจึงคล้ายเป็นสิ่งกระตุ้นที่คอยช่วยปลุกเร้าเพื่อใฝ่หาความยุติธรรมที่ยังคงล่องลอยอยู่ดั่งในห้วงแห่งความฝัน


แม้พ่อของบ็อบจะเป็นคนขาวและแม่เป็นคนดำ แต่คำให้สัมภาษณ์ของเขาก็แสดงให้เห็นตัวตนของเขาได้ดี


“ พ่อผมเป็นคนอังกฤษ ก็ที่นี่แหละ เหมือนกับที่คุณเคยอ่านในนิยายเกี่ยวกับทาสนั่นไง คนขาวคว้าผู้หญิงดำมา แล้วทำให้ท้อง ผมคิดว่า ผมเคยเจอเขาครั้งเดียวในชีวิต แม่ผมรึ? แม่ผมเป็นอัฟริกัน ”





อัลบั้ม Legendของ บ็อบ มาร์เล่ย์และเดอะเวลเลอร์ส เป็นผลงานที่ออกมาหลังการเสียชีวิตของบ็อบ ฉะนั้นบทเพลงทั้งหมดจึงดูเหมือนเป็นตัวแทนฉากชีวิตขณะที่เขามีลมหายใจอยู่ด้วยวัยเพียง 36ปี ได้ดี


Stir it upเพลงฮิตในยุคแรกของบ็อบในจังหวะช้าๆ ที่เริ่มทำให้ชาวโลกได้รู้จัก ‘จังหวะสะกดจิต’ ชื่อเรียกจังหวะเคาะเฉพาะตัวของดนตรีเร็กเก้ซึ่งอยู่ที่จังหวะที่หนึ่งและสาม ต่างจากดนตรีร็อคที่เคาะในตำแหน่งสองและสี่


Get up stand upด้วยดนตรีที่น้อยชิ้น เน้นจังหวะเบส กลอง คีบอร์ด เสียงร้องประสานแนวปลุกใจ ทำให้เพลงนี้กลายเป็นบทเพลงในการชุมนุมประท้วงแทบทั่วโลก กับเนื้อเพลงท่อนฮุคที่แปลได้ว่า

“ ลุกขึ้นหยัดยืนขึ้น หยัดยืนเพื่อสิทธิ์ของท่าน, ลุกขึ้นหยัดยืนขึ้น จงอย่ายกเลิกการต่อสู้ครั้งนี้”


I shot the sheriffเพลงที่ อิริค แคลปตัน นำไปบันทึกเสียงใหม่ ในปี 1974 ได้รับความนิยมจนบางคนนึกว่าเป็นผลงานของแคลปตันไป ขณะที่จาเมกาเพลงนี้ไม่สามารถเปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุหลักของรัฐได้ ด้วยข้อหาว่าเป็นเพลงแสดงถึงการถูกกดขี่และภาวะขบถในประเทศ บ็อบและพรรคพวกจึงเดินทางไปที่สถานีพร้อมไม้เบสบอล และมีดคมเฟือง จนมีข่าวลือว่า บ็อบถูกตำรวจสั่งห้ามย่างกายเข้าใกล้สถานีดังกล่าวเป็นเวลาสองปี







No women no cryเป็นบันทึกการแสดงสดที่ลีเซียม กรุงลอนดอน ซึ่งบรรยากาศได้ช่วยสร้างสีสรรค์ให้เพลงนี้ด้วยเสียงร้องตามของฝูงชน ทำให้เพลงน่าฟังขึ้นอย่างมากบวกกับพลังเสียงเหมือนต้องมนต์สะกดของบ็อบด้วยแล้วเกินคำบรรยาย เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงกล่อมเด็กทั่วโลกด้วยประโยคที่ว่า No women no cryหรือชื่อเพลงก็ช่วยปลอบประโลมชายหนุ่มผู้ผิดหวังได้ดีเช่นกัน


Buffalo soldierมีทีเด็ดที่ท่อนทิ้งท้าย woi-yo-yo, woi-yo-yo-yoทำให้เกิดความสนุกสนานกับแฟนเพลง จึงกลายเป็นคำฮิตติดปากที่มักได้ยินหลังการเล่นคอนเสิร์ทของบ็อบจบลง เสียงร้องนี้มักดังขึ้นตลอดเวลาจนขบวนรถของบ็อบหายลับจากตาของฝูงชนทีเดียว


One loveเพลงที่เคยดังขึ้นกลางคอนเสิร์ทครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จาเมกา ในปี 1978ที่จัดขึ้นเพื่อยับยั้งการเผชิญหน้า การก่อการร้ายกลางเมือง ของสองพรรคการเมืองใหญ่ โดยนำสองผู้นำ ไมเคิล แมนเลย์ผู้นำฝ่ายรัฐบาล กับ เอ็ดวาร์ด ซีกา หัวหน้าฝ่ายค้าน ขึ้นจับมือกันกลางเวทีคอนเสิร์ท มีบ็อบทำหน้าที่พิธีกรบนเวทีดึงมือคู่อริมาจับมือกันแล้วชูเหนือศรีษะ นับว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์สำคัญของจาเมกา (ก่อนหน้านี้มีคอนเสิร์ทใหญ่เมื่อปี 1976บ็อบถูกลอบยิงก่อนแสดงสองวัน แต่เขารอดตัวมาได้)


Exodusหมายถึง ขบวนการผู้อพยพของคนดำ เป็นเพลงที่ทำนองและจังหวะถูกดัดแปลงให้กระชับเป็นสากลขึ้น และความรู้สึกต่อต้านสังคมได้ลดน้อยลงไป แต่ยังคงกลิ่นไอเร็กเก้ด้วยเสียงกลองพื้นเมืองและเครื่องเป่า มีคำถามจากผู้สื่อข่าวถึงเรื่องนี้ และนี้เป็นคำตอบของต้นกำเนิดผมทรงเดร็ด ล็อค






“ ผมจะต้องต่อต้านในประเด็นเดิมๆ ไปอีกนานสักเท่าไหร่ ผมยังคงต้องร้องเพลง Get up stand up อยู่อีกหรือ ผมร้องมันมาตั้งนานจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครลุกขึ้นสู้เลย ไม่มีใครอยากร้องเพลงเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ผมไม่ต้องการเป็นนักโทษ ผมไม่อยากมองดูคนทุกข์ยาก แล้วร้องเพลงออกมาราวกับว่ายินดีที่พวกเขาเป็นอย่างนั้น เพื่อที่จะได้ทำเงินจากพวกเขา ผมอยากเห็นผู้คนมีชีวิตดีขึ้น”




Could you be lovedเป็นเพลงจังหวะสนุกๆแบบมีกลิ่นอายจาเมกาขนานแท้ ที่ได้รับความนิยมในอัลบั้ม Uprising (1980)ช่วงท้ายชีวิตของบ็อบ เพราะในวันที่ 11พฤษภาคม 1981 เขาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งร้าย หลังจากรักษาตัวกว่าเกือบปี แต่ไร้หนทางเยียวยา
Redemption songเสียงกีต้าร์โปร่งตัวเดียวกับเสียงร้องอันทรงพลังของบ็อบ กับเพลงเศร้าๆซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายและอัลบั้มสุดท้ายในชีวิต ซึ่งซีเดลลาแม่ของบ็อบได้นำมาขับร้องคู่กับออร์แกนและกลองในงานศพของเขา ทิ้งตำนานที่เหลือไว้กับบทเพลงราชาเร็กเก้ที่ใครได้ยินทีไรต้องนึกถึงเขา



ล่าสุดมูลนิธิของบ็อบ มาร์เลย์ได้เรียกร้องขอให้ทางรัฐบาลประกาศกำหนดเอาวันเกิดของบ็อบในวันที่ 6กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันชาติของจาเมกา พร้อมทั้งให้ยกย่องเจ้าของตำนานเพลงเร็กเก้ผู้นี้เป็นวีรบุรุษประจำชาติ และเตรียมจัดคอนเสิร์ทยักษ์กลางเมืองหลวงคิงส์ตัน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบวันเกิด 60ปีบ็อบพอดี






หมายเหตุ อ้างอิงข้อมูลจาก ศาสดาขบถ ,อัคนี มูลเมฆ,วันอังคารสำนักพิมพ์, 2546และสามารถฟังเพลงตัวอย่างของอัลบั้มนี้ได้ที่ [COLOR=windowtext]http://musicstore.real.com/music_s....]





--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2009,14:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






ทีโบน เป็นวงเร็กเก้-สกาที่อยู่ในวงการเพลงไทยมากว่า 20 ปี เจ้าของเพลงฮิต เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม


สมาชิกวง

ปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิก 9 คน

ประวัติวง

ทีโบน เริ่มต้นวงยุคแรกจากการเล่นประจำที่ร้านบลูมูน และร้านบลูยีนส์ โดยชื่อวง ‘ทีโบน’ นั้นนำมาจากป้ายชื่อยีห้อของกางเกงยีนส์ที่ แก๊ป-เจษฎา ธีระภินันท์ ออกแบบขาย ต่อมาทีโบนได้ไปแจมเล่นอะคูสติกกับ โอ๋ (ธีร์ ไชยเดช) ที่ร้านแซ็กโซโฟนซึ่งเล่นมาจนถึงวันนี้นับเป็นเวลาร่วม 20 กว่าปีแล้ว และด้วยประโยค “สนใจมาเป็นซูปเปอร์สตาร์มั้ย?” คำชวนแบบทีเล่นทีจริงจาก จิก (ประภาส ชลศรานนท์) ที่มองเห็นความสามารถของวงนี้ และชักชวนให้ทีโบนเข้ามาอยู่ในวงการเป็นศิลปินออกเทปทำงานด้วยกัน จึงทำให้เกิด ‘ทีโบน’ ชุดแรกขึ้นมา

จากอัลบั้มชุดแรกของทีโบนนั้นได้มีเพลงฮิตอย่าง ‘เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม’ เกิดขึ้นมาประดับวงการทำให้วงทีโบนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ ต่อมาทีโบนออกอัลบั้มชุดที่ 2 ‘คุณนายสะอาด’ และเมื่อจบอัลบั้มชุดที่ 3 ‘เล็ก ชิ้น สด’ ที่มีเพลงเพราะอย่าง ‘แรงดึงดูด’ ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เมื่อเปิ้ล (เจ้าของเสียงร้องในเพลง ‘เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม’) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และทีโบนก็หมดสัญญากับทางค่ายมูเซอร์และวอร์นเนอร์ มิวสิกจึงได้ย้ายมาอยู่กับโซนี่ มิวสิกแทน ต่อมาทีโบนทำอัลบั้มชุดที่ 4 ‘กอด’ โดยมีเพลงดังอย่าง ‘ดาวตก’ ‘กอด’ ‘กลิ่น’ และอัลบั้มชุดพิเศษเพลงอะคูสติก 5 เพลงชื่ออัลบั้ม “เบาหวาน” นั่นคือผลงานทั้งหมดของทีโบนที่เป็นสตูดิโออัลบั้มจริงๆ

หลังจากออกจากค่ายโซนี่ มิวสิก ทีโบนก็มาสร้างค่ายเพลงของตัวเองในชื่อหัวลำโพง ริดดิมแล้วออกอัลบั้มชุด ‘Live!’ กับซีดีบันทึกการแสดงสดเพียงเท่านี้ แต่สมาชิกในวงยังมีผลงานเดี่ยวของตัวเอง อาทิ แก๊ป ทีโบน กับซิงเกิ้ล GA-PI DUBKITCHEN และ หนุ่ม ทีโบน กับซิงเกิ้ล NUM T-BONE XXX เป็นต้น โหน่งได้ทำวงดนตรีในแนวelectronic lounge musicในนามThe Photo Sticker Machineถึงแม้ว่าสมาชิกในวงจะมีผลงานออกมา แต่วงทีโบนยังรวมตัวเล่นดนตรีกันอย่างเหนียวแน่น และเมื่อเปิดการแสดงครั้งใดวงทีโบนก็ยังได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยขาด

เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 ทีโบนร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีกลางแจ้งGlastonburyที่อังกฤษ และในกลางปี พ.ศ. 2549 ทีโบนได้ไปร่วมแสดงคอนเสิร์ตในเทศกาลดนตรี Womad ที่ประเทศสิงคโปร์

อัลบั้ม Enjoy Yourself เป็นสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 ถัดจากอัลบั้มที่ 4 ถึง 8 ปี ซาวนด์มีความสดของการเป็นวงทีโบน เพลงในอัลบั้มนี้จะอัดสด และการโซโล่ทุกไลน์เป็นการอิมโพรไวส์(improvise)


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2009,14:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE









I ♥ จ๊อบ บรรจบ


ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้

ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้

* ก็รักกันชอบกัน ก็หลายวันอยู่
ก็ดีดีจู่จู่เธอก็จากไป จะข้าวของเครื่องใช่ก็ยังอยู่ดี
แต่ซีดี บ๊อบมาเรย์ กับหายไป
จะเก็บเงินสะสมซื้อทุกชุด
ถ้าแผ่นไหม่ไม่สะดุด เธอก็เอาไป
เอาข้าวของเงินทองฉันจะไม่ว่า
แต่อย่าเอาเสื้อลายกัญญาของฉันไป

ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้

กับมาเถอะคนดีฉันยังรออยู่
ใครจะสวย ใครจะหรู ช่างเค้าปะไร
จะมีใจดวงเดียวเธอก็รู้ รู้ทั้งรู้ว่ารักเธอจนหมดใจ
หินก้อนเดียวที่ฉันให้คงไม่มีค่า
โปรดเธอเก็บไว้เถอะนะอย่าทำลาย
แต่เมื่อฉันมีเธอ เธอมีฉัน เส้นทางสู่ฝันคงจะไม่ไกล

ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้

R U REDEY ?

ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้

(*)

ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้

.. ...

ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้

ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้
ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ . .. ทำไมถึงทำกับฉันได้


ดู่ ดู๊ ดู ดู เธอ ทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้ !!



EM133.gif

ฟังได้ตามลิ้ง


http://www.imeem.com/minamiworld/music/Ar5ifofq//


http://bignose.exteen.com/20080324/entry


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2009,14:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ลองทดสอบ โค๊ดครับ



--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Jul. 2009,11:41 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ชอบเพลง  "No Woman No Cry"ค่ะ   flo_1.gif

            เสียงร้องเพลงของ Bob Marley ฟังดูดิบๆ สะท้อนภาพสังคมออกมาอย่างเจ็บปวด  ในขณะที่เพลงไทยจะสะท้อนเพียงภาพความเจ็บปวดจากความรักเสียเป็นส่วนใหญ่

            เพลงเพื่อชีวิตของไทยรุ่นแรก (อย่างที่คุณคิลินเคยโพสต์ไว้ )เนื้อหาค่อนข้างรุนแรงในช่วงแรก  เรียกว่าห้ามเปิด พอๆกับ I shot the sheriff นั่นแหละ  เพราะถึงขั้นปฎิวัติ โค่นล้มระบอบสังคม  เพลงชีวิตในช่วงหลังมีเนื้อหาสะท้อนสังคมบ้าง แต่การใช้ภาษาไม่รื่นสลวยไม่กินใจ  และมักจะหนักไปในทางสั่งสอนแต่คนอื่น และมีตัวตนสูง

            ขอบคุณ คุณ อัลตร้าแมนมากเลยค่ะ  ที่นำรายละเอียดข้อมูลมาให้อ่านอย่างจุใจ   EM145.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
6 คำตอบนับตั้งแต่ 24 Mar. 2009,14:23 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


กระทู้นี้มีหน้าเดียว
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com