เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

กระทู้นี้มีหน้าเดียว

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: กาพย์เห่เรือ “กระบวนพยุหยาตราชลมารค ”< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
almitra Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 60
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2003,10:11  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



๏ นารายณ์จำหลักล้ำ..........เลออง-  อาจเฮย
ครุฑยุดนาคทรวดทรง..........สง่าแท้
ลายทองล่องชาดผจง..........กระจกแต่ง
ฉัตรพู่ดูเลื่อมแล้.................เลิศริ้วปลิวงาม ๚

๏ นารายณ์หมายเทียบไท้-...สยามินทร์
ทรงครุฑดุจเสด็จดิน-...........ถิ่นแคว้น
พระเกียรติแห่งพระจักริน.......ขจัดทุกข์-  เข็ญนา
ทวยราษฎร์ปราศยากแค้น.....เนื่องด้วยพระบา-  รมีเอย ๚ะ๛


๏ เรือเอยเรืองามแท้...........ล้วนเลื่อมแล้ทิวแถวงาม
ลอยเด่นกลางชลตาม.........หลากลักษณ์ล้ำแลเริงใจ
๏ “ เรือทองขวานฟ้า”เลิศ....ช่างบรรเจิดนำหน้าไป
“ เรือทองบ้าบิ่น ” ไกล........ฝีพายแกร่งแรงมากมี
๏ “ เรือเสือทะยานชล ”......“เสือคำรนสินธุ์”นาวี
เคียงข้างดั่งเสนี.................“เรือดั้ง”ปรี่มีสองลำ
๏  ตรงกลาง“เรืออีเหลือง”....ดูปราดเปรื่องสมน้ำคำ
ฝีพายชายกำยำ.................ต่างเร่งจ้วงท่วงช่ำชอง

๏ “เรือดั้งสามและสี่”...........แล่นเร็วรี่มีครรลอง
น้ำเชี่ยวต่างเหลียวจ้อง........แหวกธารล่องแคล่วคล่องเกิน
๏ “เรือดั้งห้าและหก”..........หากสาธกคงเพลิดเพลิน
สายน้ำดั่งคำเชิญ...............ให้ลอยคว้างอย่างยรรยง
๏ “เรือตำรวจนอก”ลิ่ว.........หลากแพรพริ้วอีกทิวธง
“เรือดั้งเจ็ดแปด”คง.............ลอยเคียงคู่อยู่ครบครัน
๏ “เรือดั้งเก้า”อยู่ซ้าย..........ลำเลื่อมลายวิไลวรรณ
“เรืออสุรปักษี”สัณ-..............ฐานเฉิดฉันครั้นเมียงมอง  

๏ “เรือตำรวจใน”เคียง........ดุจลำเลียงทัพนายกอง
อีกลำงามผุดผ่อง................นามเกียรติก้องมานมนาน
๏ “อสุรวายุภักษ์”...............แจ้งประจักษ์เลื่องชลยาน
“เรือดั้งสิบ”แหวกธาร..........ดูท่วงท่าน่าชมเชียว
๏ “เรือดั้งสิบเอ็ด”ตาม.........ยังคงความเปรื่องปราดเปรียว
“เรือดั้งสิบสอง”เพรียว.........ท่องสายชลจนเฉลียวใจ
๏ “กระบี่ราญรอนราพณ์”....“กระบี่ปราบเมืองมาร”ใด-
คำชมดูสมให้.....................ยกคำเปรียบเทียบความงาม  

๏  “เรือดั้งสิบห้า”ล่อง..........น้ำเจิ่งนองต้องเพ่งตาม
“สุครีพครองเมือง”งาม........รอยจำหลักมากลวดลาย
๏ “พาลีรั้งทวีป”.................ไม่เร่งรีบดุจกรีดกราย
ลอยเด่นเห็นเลื่อมพราย......มีปืนใหญ่ใช้ป้องกัน
๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินเปรียบ......เค้นคำเทียบนำเสกสรรค์
เรือพระที่นั่งอัน..................แสนวิจิตรตระการตา
๏ “อนันตนาคราช”............ล้ำพิลาศคราทัศนา
ลือเลื่องเฟื่องโลกา...............สุดพรรณาคราร่ายชม  

๏ “เรือดั้งสิบหก”คล้อย........พลเรือคอยจ้วงพายจม
งัดน้ำยามต้องลม...............เป็นฟองแตกแปลกตาไป
๏ เห็น“เรือดั้งสิบเจ็ด”.........“เรือครุฑเตร็ดไตรจักร”ไกร
เกริกกล้าเรืองวิไล...............ลอยลำใกล้”เรือแตงโม”
๏ “เรือครุฑเหิรเห็จ”ห้าว.....“เรือดั้ง”กร้าวสิบแปดโบ-
ราณท่านใช้ฝ่าโต้..............ทัพข้าศึกทั้งฝึกปรือ
๏ “เรือดั้งสิบเก้า”แกร่ง........มากเรี่ยวแรงไม่รามือ
พายงัดองอาจถือ................สมเกียรติกล้าทหารไทย  

๏ “เรือดั้งยี่สิบ”นั้น.............พลมุ่งมั่นกันทันใด
“ฮุ้ยเล่ ฮุ้ย”ขรมไป..............ต่างรวมใจไม่อ่อนแรง
๏ “เรือดั้งยี่สิบเอ็ด”.............คงถือเคล็ดจึงเปลี่ยนแปลง
จังหวะคราสำแดง...............จ้วงน้ำใสพรายกระเซ็น
๏ “เรือดั้งยี่สิบสอง”.............แหวกธารท่องล่องลอยเห็น
พลหมู่เสนาเป็น................เช่นเริงร่าคราจ้ำพาย
๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินย้ำ...........เรียงถ้อยคำนำบรรยาย
ความห้าวแห่งฝีพาย...........อีกนายท้ายนายกองชาญ  

๏ ร่วมแรงและรวมใจ...........“เรือเอกชัยหลาวทอง”ปาน-
หลอมจิตพลชลยาน............แกร่งกล้าหาญผลาญไพรี
๏ อีกหนึ่งซึ่งคงเกียรติ์.........ดั่งคำเธียรเปรียบเปรยมี
สวยสง่าไร้ราคี....................แสนเปรมปรีดิ์เกินบรรยาย
๏ “เอกชัยเหิรหาวห้าว”........ผุดผ่องพราวเปี่ยมประกาย-
แห่งทองอันแพรวพราย........กระหนก*ลายให้ตื่นตา
๏ โอ้เรือพระที่นั่ง................ทองสุกปลั่งดั่งจันทรา
สมเกียรติ์แห่งราชา..............ธ ผ่านฟ้าจอมราชัน  

๏ พระผู้ทรงพรั่งพร้อม........ทวยราษฎร์น้อมมอบชีวัน
จงรักภักดีมั่น.....................ตราบอาสัญยังมั่นคง
๏ “นารายณ์ทรงสุบรรณ”....เกินเสกสรรค์คำดำรงค์
ลายลักษณ์จำหลักบ่ง..........ให้ลุ่มหลงคงเปรมปรีดิ์
๏ นารายณ์สี่กรนั้น............เปรียบ ธ มั่นมากบารมี
เมตตาทั้งปราณี.................ต่อไพร่ฟ้าประชากร
๏ ศึกใหญ่คือภัยแล้ง...........น้ำเหือดแห้งแหล่งดินดอน
ธ โปรดอำนวยพร..............เปลี่ยนทุกข์ร้อนเป็นร่มเย็น  

๏ เสกฝนและเสกน้ำ..........ต่างชุ่มฉ่ำไร้ลำเค็ญ
ชี้ทางห่างทุกข์เข็ญ............เช่นคงชีพอย่างพอเพียง
๏ “ นารายณ์ทรงสุบรรณ ”..ดั่ง  ธ  นั้นเฝ้ามองเมียง
เสด็จไปทั่วไทยเพี้ยง-.........องค์นารายณ์ไล่อาธรรม์
๏ ยอดเขาสุดเขตแดน........ถิ่นยากแค้นแดนใดกัน
ทรงย่างพระบาทพลัน........หมายเปลื้องทุกข์มอบสุขใจ
๏ ทวยราษฎร์ต่างแซ่ซ้อง....ดังกึกก้องทั้งแดนไตร
ขอองค์ “พ่อหลวงไทย”.......ทรงสำราญนิรันดร  

๏ เรือพระที่นั่งหนึ่ง............ประหนึ่งองค์ธราธร*
เสกสร้างสถาพร.................ประสิทธิ์ไว้ในโลกา
๏ เนรมิตวิจิตรนัก..............แจ้งประจักษ์ให้ตรึงตรา
รื่นรมย์สมอุรา...................ดุจหงส์ฟ้าสิวาลัย
๏ คือ  “ เรือสุพรรณหงส์”.....อันสูงส่งคงคู่ไทย
ล้ำหล้าเกริกเกรียงไกร.........ยากร่ายเทียบหมายเปรียบความ
๏ หงส์ทองล่องลอยเด่น........น้ำใสเย็นเห็นแวววาม
ต้องแสงสำแดงภาม*............ชดช้อยตามคำกล่าวชม  

๏ พู่ห้อยย้อยระย้า..............ยิ่งโสภาคราต้องลม
เพริศพลิ้วปลิวสวยสม..........พลั้งคารมชื่นชมพลัน
๏ เหล่าหมู่ฝีพายมาก..........แต่งกายหลากหากวาววรรณ
พายงัดยกจ้วงนั้น...............ดูแข็งขันพร้อมเพรียงจริง
๏ จังหวะกาพย์เห่ก้อง.........ท่วงทำนองพ้องอ้างอิง
ถ้อยเสนาะยังเพราะพริ้ง......กรับฉับฉิ่งยิ่งกังวาน
๏ เอื้อนอ้างดั่งเวทย์มนต์.....ศักดิ์สิทธิ์ดลให้เบิกบาน
เพราะแท้แต่โบราณ...........เช่นกลอนกานท์ฉันท์กาพย์โคลง  

๏ ลอยเด่นเห็นงามสง่า.......ทองเลื่อมตาผ้าแพรโพลง
จำหลักลวดลายโยง-...........คล้ายคงชีพรีบเริงชล
๏ คือเรือพระที่นั่ง..............งามสะพรั่งนภมณฑล
“ เอนกชาติภุชงค์ ” ดล......งดงามจนเผลอรำพัน
๏ ฉัตรตั้งตระหง่านงาม......ภูษาวามวิลาวัลย์
แต่งเรือดูครบครัน.............ฝีพายมั่นนั้นพร้อมเพรียง
๏ สวมหมวกกลีบจำปา........สมสง่าคามองเมียง
จ้วงพายได้ยินเสียง............สำเนียงต้องท้องนาวา

๏ “ เรือแซง ” เจ็ดลำล่อง......ฝีพายคล่องยามยาตรา
นายท้ายหมู่เสนา...............นุ่งผ้าใหม่ใส่ไหมงาม
๏ แต่งกายลวดลายหลาก.....พลหมู่มากหากมองตาม
เลื่องลือระบือนาม..............ท่วงกำยำยามเอี้ยวกาย
๏ บรรพชนคนกร้าวแกร่ง....มุ่งสำแดงเกียรติกำจาย
ไล่ล่าไพรีพ่าย...................สมชาติชายนายทหารเรือ
๏ “ เรือตำรวจกรมวัง”.........คุมพลหลังดังจุนเจือ
ตรวจตรามาช่วยเหลือ.........หวังเพียงเพื่อความปลอดภัย  

๏ นับได้ห้าสิบสอง..............เรือลอยล่องชลาลัย
โอ้แสนอวดศักดิ์ไทย...........อันยิ่งใหญ่ในนาวา
๏ เลิศศิลป์ล้ำศาสตร์สร้าง.....เด่นสล้างอวดศักดา
ยังสุขทุกครั้งครา................ตรึงตราภาพมิลืมเลือน
๏ บุญแท้เกิดเป็นไทย.........แสนสุขใจหาใดเหมือน
มากสุขทุกครัวเรือน............ใต้ร่มหล้าพระบารมี
๏ ขอเทิดทูนบูชา-..............พ่อหลวงฟ้า“ จอมจักรี ”
จงรักและภักดี...................ตราบสิ้นฟ้ากว่าสิ้นลม  ๚ะ๛
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
noktalay Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 610
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2003,18:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

clap.gif  clap.gif  clap.gif ขอบคุณคุณ Almitra มากๆ คะ ที่นำกาพย์เห่เรือมาโพสต์ไว้ นกทะเลกำลังจะจดหมายน้อยขอคุณ Add เนื่องจากได้ดูการถ่ายทอดผ่าน internet จากที่เพื่อนส่งมา .......http://live.apec2003.org/live/popup.php
นกทะเลก็ยังอยากฟังเพลงเอเปกทั้งภาคภาษาไทยและอังกฤษ คุณAdd ช่วยกรุณาด้วยนะคะ ถ้าเป็นไปได้ ic-12.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Oct. 2003,04:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่จัดแสดงในวันงานประชุมเอเปคสวยงามมกนะคะ   สวยมากจริงๆ   แต่เพลงเอเปคที่คุณนกทะเลขอยังหาไม่ได้นะคะ  

คุณ almitra ยอดเยี่ยมเลยค่ะ แต่งเก่งจังนะคะ  again.gif  ทำให้หวนนึกถึง กาพย์ห่อโคลงเห่เรือ  ลองอ่านดูค่ะ



กาพย์เห่เรือ
พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์
เห่ชมเรือ กระบวน

โคลง
๏ ปางเสด็จประเวศด้าว  ชลาไลย
ทรงรัตนพิมานไชย  กิ่งแก้ว
พรั่งพร้อมพวกพลไกร  แหนแห่
เรือกระบวนต้นแพร้ว  เพลิศพริ้งพายทอง ฯ

ช้าลวะเห่
๏ พระเสด็จโดยแดนชล  ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย  พายอ่อนหยับจับงามงอน
๏ นาวาแน่นเป็นขนัด  ล้วนรูปสัตว์แสนยากร
เรือลิ่วปลิวธงสลอน  สาครสั่นครั่นครื้นฟอง

๏ เรือครุฑยุดนาคหิ้ว  ลิ่วลอยมาพาผันผยอง
พลพายกรายพายทอง  ร้องโห่เห่โอ้เห่มา
๏ สรมุขมุขสี่ด้าน  เพียงพิมานผ่านเมฆา
ม่านกรองทองรจนา  หลังคาแดงแย่งมังกร
๏ สมรรถไชยไกรกาบแก้ว  แสงแวววับจับสาคร 
เรียบเรียงเคียงคู่จร  ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน

๏ สุวรรณหงส์ทรงภู่ห้อย  งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์ 
เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์  ลินลาศเลือนเตือนตาชม
๏ เรือไชยไวว่องวิ่ง  รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม  ห่มท้ายเยิ่นเดินคู่กัน ฯ

จาก http://203.144.136.10/service....g10.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
almitra Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 60
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Oct. 2003,09:11 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะ คุณนกทะเล คุณแอ๊ด ...

อัลมิตราตั้งใจมานานแล้วค่ะ ที่จะเขียนกาพย์เห่เรือ แต่แล้วก็ผลัดวันประกันพรุ่งเสียทุกที อยากดูบรรยากาศจริง แต่ก็ไม่มีโอกาส ในคืนนั้น ..อัลมิตราต้องรีบปั่นงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้รีบกลับบ้านให้ทันเวลาถ่ายทอด ถึงแม้มีเพียงวาสนาได้ดูที่จอสี่เหลี่ยม ก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ รู้สึกปลาบปลื้มในภูมิปัญญาของคนไทยในกาลก่อน อีกทั้งกระทงสายและโคมลอย ภาพอันวิจิตรงดงาม เป็นสิ่งที่อัลมิตราไม่เคยเห็นของจริงนอกจากรูปภาพที่ลงนิตยสาร อสท. ในขณะที่ดูทีวีไปนั้น ก็เตรียมร่างกาพย์ไปด้วย รวมทั้งยกตำราชุดใหญ่มาเปรียบเทียบถึงการเคลื่อนกระบวนเรือ อัลมิตราเขียนกาพย์ชุดนี้โดยลงชื่อเรือให้ครบ ๕๒ ลำ และเรียงตามการเคลื่อนกระบวนเรือด้วยค่ะ หากผิดพลาดประการใดช่วยชี้แนะไว้ด้วยนะคะ

กระบวนพยุหยาตราชลมารคในคืนวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๖ มีกระบวนเรือแค่ ๕๐ ลำเพื่อไม่ให้ทัดเทียมกับ กระบวนใหญ่ ทัดเทียมกับองค์พระมหากษัตริย์ ทางกองทัพเรือจึงใช้เรือที่จัดแสดงในครั้งนี้ ๕๐ ลำ จาก ๕๒ ลำ

โดยแบ่งเป็นเรือพระที่นั่ง ๒ ลำ คือเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กับเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ , เรือรูปสัตว์ต่างๆ อีก ๑๒ ลำ พร้อมเรือดั้งเรือแซงอีก ๓๖ ลำ

ส่วนเรือที่ตัดออกไปนั้นคือเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งเป็นเรืออัญเชิญพระไตรปิฎก และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งรองสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์


:)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
3 คำตอบนับตั้งแต่ 23 Oct. 2003,10:11 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


กระทู้นี้มีหน้าเดียว
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com