เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 5 of 8<<12345678>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานธรรมะ... (คำกลอน)< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 41
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Jan. 2006,13:07  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอเชิญพี่แมวเหมียว น้องมะเหมี่ยว น้องกัลปังหา ท่านอาวุโสมาก-น้อย และท่านผู้อ่านทุกท่าน ...อ่านกลอนต่อไปนะค่ะ.. flo_1.gif



พระมหากัปปินะเถระ...ผู้เป็นเลิศในทาง...การให้โอวาทแก่พระภิกษุ
(ภาคสมบูรณ์)


ขอกล่าวย้อนไปยังพระวิหาร (เชตวัน)
คือสถานที่สงบสงัดนั่น
พระมหากัปปินะพักอยู่ที่นั้น
บรรลุเป็นพระอรหันต์ (องค์หนึ่ง) ในโลกา

เพราะเหตุนั้นท่านเกิดความทุกข์จิต
มีความคิดเรื่องอุโบสถเคยรักษา
อีกทั้งกิจสังฆกรรมเคยทำมา
ท่านคิดว่าควรมิควรทำต่อไป

บัดดลนั้นพระพุทธเจ้าทรงรู้วาระจิต
ว่าความคิดนั้นหนาพาหวั่นไหว
พระพุทธองค์ทรงมีความห่วงใย
ทรงแสดง (พุทธานุภาพ) ออกไปในทันที

แลเสมือนปรากฏองค์อยู่ตรงหน้า
ของพระมหา-กัปปินะผู้ผ่องศรี
แล้วพระองค์ทรงพุทธพจนี
พระกัปปินะเห็นแจ้งดีมีสุขใจ

พระพุทธพจน์นั้นมีใจความว่า
หากพวกเธอมิบูชาอุโบสถไซร้
อีกสังฆกรรมเลิกทำกันต่อไป
ก็จะไม่มีผู้ใดไหนทำเลย ฯ

rose.gif  rose.gif  rose.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 42
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Jan. 2006,13:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

smile.gif smile.gif smile.gif


ในครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ทรงทอดพระเนตรเห็น
พระกัปปินะนั่งเด่นหน้าวางเฉย
กายตั้งตรงทรงสติไว้อย่างเคย
ทรงกล่าวเอ่ยถามความในทันใด

“ดูก่อนเหล่าภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย”
เธอเห็นกายของกัปปินะไหม
พระเถระรูปนั้นนั่งอย่างไร
มีการไหวเอนเอียงหรือตั้งตรง

ภิกษุว่ามิเคยเห็นความเอนไหว
ของพระเถระรูปนี้ไซร้ในหมู่สงฆ์
แม้ท่านอยู่เพียงลำพังยังดำรง
กายตั้งตรงคงอยู่ตลอดเวลา

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าดีแล้วหนอ
ความไหวต่อกายและใจไม่มีหนา
แก่ผู้ที่ดับกิเลสด้วยปัญญา
คือเจริญ “อานาปานสติ” อย่างมั่นคง

----------------------------------

พระกัปปินะยินแล้ว (จึง) ประกาศว่า
การเจริญอานาปานสติมิมีหลง
เป็นคำสอนของพระศาสดามาโดยตรง
จิตดำรงคงสติมิแกว่งไกว

หากผู้ใดเจริญอานาฯ สมบูรณ์ดี
ทำตามที่พระองค์ทรงวางให้
จิตจะผ่องดุจจันทร์ผันอำไพ
โลกนี้ไซร้ (ก็) ใสสุกทุกทิศา ฯ


มีต่อค่ะ.. thumbsup.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 43
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Jan. 2006,19:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มารอเบิ่งต่อ tv_happy123.gif  again.gif thankssign.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 44
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Jan. 2006,08:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

xmas.gif มาเบิ่ง เอ๊ย มาอ่านแล้วจ้า winkthumb.gif   winkthumb.gif

again.gif  again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 45
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jan. 2006,17:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เชิญเบิ่ง และ อ่านต่อนะค่ะ..อิอิ... sofaroll.gif


พระมหากัปปินะมิว่าอยู่แห่งใด
ท่านจักได้เปล่งเสียงอุทานหา
“สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” ตลอดเวลา
ภิกษุพากันหวั่นวิตกใจ

เพราะคิดว่า(พระเถระ)นึกถึงสมบัติเก่า
จึงพากันเข้าเฝ้ากราบทูลไซร้
แม้พระองค์ทรงรู้แจ้งเหตุเป็นไป
แต่ยังรับสั่งให้เรียกพระเถระมา

พระองค์ทรงตรัสถามถึงสาเหตุ
พระกัปปินะตอบเจตน์แห่งกังขา
ท่านเอิบอิ่มปริ่มสุขด้วยธรรมา
ใช่มหา-สมบัติที่เคยมี

พระพุทธองค์จึงตรัสแก่ภิกษุว่า
สุขจากธรรมนำมาพาผ่องศรี
พระกัปปินะเป็นผู้ประพฤติดี
เป็นผู้ที่ปรารภถึง “อมตมหานิพพาน”

-------------------------------------------

แล้วพระองค์ทรงตรัสถามพระกัปปินะ
เธอผู้ละกิเลสทุกสถาน
เคยบ้างไหมแสดงธรรมบางประการ
สั่งสอนศิษย์พ้นมารปราศจากภัย

พระเุถระกราบทูล “ไม่เคยพระเจ้าข้า”
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าอย่ากระนั้นไซร้
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
เธอจงได้สอนภิกษุทั้งหลายนี้

พระกัปปินะน้อมรับพุทธฎีกา
กาลต่อมายกธรรมแสดงแจงวิถี
เพียงครั้งเดียวศิษย์ทั้งหลายเข้าใจดี
จึงเกิดมี “พระอรหันต์” เพิ่มขึ้นมา

พระกัปปินะใช่สอนเพียงภิกษุนั่น
ภิกษุณีเช่นกันท่านสอนหนา
เป็นธรรมะเกี่ยวเนื่องเรื่องปัญญา
เป็นทรัพย์ที่มีค่ากว่าเงินทอง ฯ



tinyrose.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 46
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jan. 2006,17:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พระธรรมเทศนาของพระมหากัปปินะเถระ

ผู้มีปัญญา


หากผู้ใดเห็นกิจมีประโยชน์
แล้วรีบโลดแล่นทำนำสนอง
ก่อนศัตรูแลอมิตรคิดครอบครอง
ชนยกย่องว่าเป็นผู้ “มีปัญญา”

---------------------------------------

บุคคลใดสิ้นทรัพย์ได้รับทุกข์
จะพบสุขสักครั้งมิได้หนา
บุคคลนั้นถือเป็นผู้ “ไร้ปัญญา”
ขาดพินิจคิดพาตนให้พ้นภัย

ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีปัญญา
แม้สิ้นทรัพย์กลับหาความสุขได้
เพราะปัญญาพาดำเนินเดินต่อไป
ชีวิตไม่อับจนพ้นทรมาน

-------------------------------------------
“ความไม่เที่ยง” สอนภิกษุณี

ความไม่เที่ยงเลี่ยงไม่ได้ในโลกนี้
ก็คือมีความเกิดดับจับสถาน
ไม่มีใครไป่ดำรงยงอยู่นาน
ยามถึงกาลก็ต้องตายวายชีวัน

ชีวิตที่มีประโยชน์ต่อใครใคร
ก็จักไร้คุณค่าแก่คนตายนั่น
การร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้วนั้น
เป็นการบั่น-ทอน(ความ)คิดแลจิตใจ

การร้องไห้ไร้ประโยชน์แลคุณค่า
อันดวงตาก็จักเสียไม่สดใส
อีกร่างกายก็ถอยลดกำลังไป
ผิวพรรณไซร้ก็จะเสื่อมมิน่ามอง

สมณะพราหมณ์ก็จักไม่สรรเสริญ
ความเจริญจักไร้ผลสนสนอง
ศัตรูย่อมยินดีด้วยคอยครอง
มิตรพลอยหมองทุกข์ใจไปด้วยกัน

ภิกษุณีเหล่านั้นครั้นฟังแล้ว
ก็เพริศแพร้วสุขใจไร้โศกศัลย์
ปฏิบัติในกิจถูกต้องพลัน
ประโยชน์นั้นก็บังเกิดแก่ภิกษุณี

----------------------------------------

พระบรมศาสดาจึงได้ทรงยกย่อง
พระกัปปินะผู้ใสส่องผ่องราศี
เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายนี้
ในด้านที่ “สั่งสอนแลอบรม”

พระมหากัปปินะเถระละสังขาร
เพราะถึงกาลอายุขัยได้สุขสม
ท่านดับขันธ์เข้าสู่แดนเหนือชั้นพรหม
ณ บรมศานติสุข....คือนิพพาน...๚ะ๛



จบบริบูรณ์



--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 47
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jan. 2006,18:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สุขจริงหนอ...สุขจริงหนอ.... winkthumb.gif

            ขอบคุณน้องมะนาวหวาน  thankssign.gif   again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 48
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jan. 2006,20:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif อ้าว...จบแล้วหรือคะ เอาอีกๆๆค่ะ again.gif

kissing.gif หม่ามี้คะ แบบนี้หนูใช้เป็นแนวคิดได้เลยนะคะ

อ้างถึง (sweet lemon @ 31 มค. 2006,05:37 )
ตรงกันข้ามกับผู้ที่มีปัญญา
แม้สิ้นทรัพย์กลับหาความสุขได้
เพราะปัญญาพาดำเนินเดินต่อไป
ชีวิตไม่อับจนพ้นทรมาน


------------------------------------

ชีวิตที่มีประโยชน์ต่อใครใคร
ก็จักไร้คุณค่าแก่คนตายนั่น
การร้องไห้ถึงคนที่ตายแล้วนั้น
เป็นการบั่น-ทอน(ความ)คิดแลจิตใจ

การร้องไห้ไร้ประโยชน์แลคุณค่า
อันดวงตาก็จักเสียไม่สดใส
อีกร่างกายก็ถอยลดกำลังไป
ผิวพรรณไซร้ก็จะเสื่อมมิน่ามอง

สมณะพราหมณ์ก็จักไม่สรรเสริญ
ความเจริญจักไร้ผลสนสนอง
ศัตรูย่อมยินดีด้วยคอยครอง
มิตรพลอยหมองทุกข์ใจไปด้วยกัน


applaud.gif ขอบคุณพี่มะนาวหวานค่ะ bowsdown.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 49
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jan. 2006,21:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ่านจบแล้วค่ะ winkthumb.gif  applaud.gif

thankssign.gif

again.gif  again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 50
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Feb. 2006,14:25 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เจ้พิลมาอ่านด้วยความซาบซึ้งเหมือนกันค่ะ น้องมะนาวหวานเก่งจังเลย

แต่พี่ชอบ ท่าจบบริบูรณ์มากเลย ตัวที่เต้นๆอ้ะจ้ะ winkthumb.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
78 คำตอบนับตั้งแต่ 20 Nov. 2004,06:42 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 5 of 8<<12345678>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com