เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 212>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: **วันสำคัญทางพุทธศาสนา**, --ที่พุทธศาสนิกชนควรรู้---< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Jul. 2002,17:57  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วันอาสาฬหบูชา 
        
    วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนแปด เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระสงฆ์ 
  
    อาสาฬหะ เป็นชื่อเดือนแปด ย่อมาจากคำว่า อาสาฬหบุรณมีบูชา
แปลว่าการบูชาพระในเดือนแปด ถ้าปีใดมีเดือนแปดสองครั้งก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนแปดหลัง 


    วันนี้มีความสำคัญคือ

    เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าประกาศพุทธศาสนา โดยการแสดงพระธรรมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ ชื่อ ธรรมจักรกัปปวัฒนสูตร ซึ่งมีอริยสัจ ๔ หรือความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่
    ๑. ทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
    ๒. สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์
    ๓. นิโรธ  ความดับทุกข์
    ๔. มรรค ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
   
    การทรมานตนเองให้ลำบากด้วยวิธีการต่างๆก็ดี การหมกมุ่นอยู่ในกามคุณก็ดี ไม่สามารถทำให้พ้นทุกข์ได้เลย ความทุกข์มีมากมายนับตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จนกระทั่งถึงการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก การประสบกับสิ่งที่ไม่รัก และการไม่ได้สมใจปรารถนา เหล่านี้เกิดมาจากตัณหา แต่ความทุกข์ทั้งหมดนี้สามารถดับได้ โดยดำเนินตามมรรคมีองค์ ๘ คือ มีความเห็นชอบ คิดชอบ พูดชอบ การทำงานชอบ ประกอบอาชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ และตั้งใจมั่นชอบ


   เมื่อพระพุทธเจ้า ทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว โกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาบรรณ พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ท่านเป็นสาวกรูปแรก แบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา

   วันนั้นจึงเป็นวันแรกที่มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ 

   การประกอบพิธีอาสาฬหบูชาในประเทศไทยมีขึ้นครั้งแรก ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยสำนักสังฆนายกได้ออกประกาศให้วัดต่างๆประกอบพิธีอาสาฬหบูชาขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘

  กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันอาสาฬหบูชา

 ๑. พุทธศาสนิกชน ไปร่วมทำบุญตักบาตรและฟังเทศน์ที่วัดในตอนเช้า
 ๒. ในตอนเย็นและค่ำ พระภิกษุ สามเณร ฆราวาส ประชุมร่วมกันที่
   หน้าพระอุโบสถ หรือหน้าพระสถูปเจดีย์ มือถือดอกไม้ธูปเทียน
   ยืนประนมมือสำรวมจิต พระสงฆ์เป็นผู้กล่าวนำบูชา จบแล้วทำประ
   ทักษิณหรือเดินเวียนขวา (เดินให้มือขวาเข้าหาสิ่งที่เราเคารพ 
   ในกรณีนี้คือ เดินให้มือขวาเข้าหาพระอุโบสถ หรือพระสถูปเจดีย์ )
   


               = - = - = - = - =
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Jul. 2002,15:17 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วันเข้าพรรษา

 ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือนแปด เป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์อธิษฐานว่า จะประจำอยู่ที่ใดที่หนึ่งตลอดระยะเวลา ๓ เดือนภายในฤดูฝน โดยไม่เดินทางไปแรมคืนที่อื่น

 เหตุที่พระพุทธองค์อนุญาตให้มีการจำพรรษา เนื่องจากในสมัยพุทธกาล ชาวบ้านติเตียนกันว่า พวกสาวกพระพุทธองค์ไม่หยุดสัญจรแม้ในฤดูฝน ยิ่งกว่านั้นยังเหยียบย่ำข้าวกล้าตลอดจนพืชผลซึ่งชาวบ้านเพิ่งลงมือไถหว่านเพาะปลูก ให้เสียหาย หรือไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยถึงแก่ความตายบ้าง เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงได้วางระเบียบให้ภิกษุเข้าประจำที่ตลอดสามเดือนในฤดูฝน
หรือเรียกกันทั่วไปว่า เข้าพรรษา 


  เมื่อพระภิกษุสงฆ์อธิษฐานเข้าพรรษาแล้ว จะไปค้างแรมที่อื่นนอกเหนือจากอาวาสที่ตนอธิษฐานเข้าพรรษาแม้คืนเดียวก็ไม่ได้ ยกเว้นมีกิจจำเป็นซึ่งพระวินัยอนุญาต แต่ต้องกลับมาภายในเวลา ๗วัน เหตุจำเป็นที่ยกเว้นให้ได้แก่
   ๑. ไปพยาบาลพระภิกษุ หรือ บิดามารดาที่ป่วย
   ๒. ไประงับไม่ให้พระภิกษุสึก
   ๓. ไปเพื่อธุระของสงฆ์
   ๔. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา


  จากการที่พระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดให้พระสงฆ์มีการจำพรรษาตลอด ๓ เดือนในฤดูฝน พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันเข้าพรรษา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระพุทธองค์

  วันเข้าพรรษาได้มีการกำหนดไว้ ๒ ระยะ ดังนี้
   ปุริมพรรษา คือวันเข้าพรรษาต้น ตรงกับแรม ๑ ค่ำ เดือนแปดของทุกปี และออกพรรษาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑
  
   ปัจฉิมพรรษา คือวันเข้าพรรษาหลัง ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ และออกพรรษาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
  

   กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา

  ๑. ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษาร่วมกับสมาคม ชุมชน โรงเรียน แล้วนำไปถวายวัด
  ๒. ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝนและจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร
  ๓. ร่วมทำบุญตักบาตร ฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล
  ๔. รับเป็นโยมสงฆ์จัดหาถวายสิ่งของให้พระภิกษุตลอดระยะเวลา ๓ เดือน
  ๕. อธิษฐานงดเว้นอบายมุขต่างๆ หรืออธิษฐานทำบุญกุศลต่างๆ อาทิ จะตักบาตรพระสงฆ์ทุกวัน หรือจะฟังพระแสดงพระธรรมเทศนาทุกวัน เป็นต้น

                   ----------------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
Din Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 137
เข้าร่วมเมื่อ: 01 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Jul. 2002,19:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เรียนถามท่านป้าครับ

ประเพณีถวายเทียนเข้าพรรษาเกิดขึ้นในประเทศไทยที่เดียวใช่ไหมครับ   bigsmile.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Jul. 2002,00:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อันนี้ป้าแอ๊ดก็ไม่แน่ใจนะคะ แต่ตามประวัติแล้ว การจำนำเทียนพรรษา  เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว  

    ถ้าวันหลังมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วจะมาบอกอีกทีนะคะ

                                -----------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 May 2003,06:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วันวิสาขบูชา
   
     การประกอบพิธีวิสาขบูชาในเมืองไทยเริ่มทำมาแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี  ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะได้รับแบบอย่างมาจากลังกา  กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๒๐  พระเจ้าภาติกราช กษัตริย์แห่งลังกาได้ประกอบพิธีสาขาบูชาอย่างมโหฬาร  เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา  กษัตริย์ ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติ

     ในสมัยสุโขทัยนั้น  ประเทศไทยกับประเทศลังกา  มีความสัมพันธ์กันทางด้านพระพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิดมากเพราะพระสงฆ์ชาวลังกาได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา  และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย  ในหนังสือนางนพมาศ  ได้กล่าวถึงบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูชา  สมัยสุโขทัยไว้พอสรุปใจความได้ว่า

     "เมื่อถึงวันวิสาขบูชา  พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัย ทั่วทุกหมู่บ้านทุกตำบลต่างช่วยกันทำความสะอาด  ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษด้วยดอกไม้ของหอมจุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วทั้งพระนคร  เป็นการบูชาพระรัตนตรัยเป็นเวลา  ๓ วัน ๓ คืน พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีลและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ  ครั้นตกเวลาตอนเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์  และนางสนองพระโอษฐ์  ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน  เสด็จไปยังพระอารามหลวง  เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน  ส่วนชาวสุโขทัยต่างชวนกันรักษาศีล ฟังพระเทศนา ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารแด่พระภิกษุสามเณร  บริจาคทรัพย์  แจกเป็นทานแก่คนยากจน  คนกำพร้า คนอนาถา  คนแก่และคนพิการ  บางพวกก็ชักชวนกันสละทรัพย์ซื้อสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้าและ เต่า ปลา  เพื่อไถ่ชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระโดยเชื่อว่าจะทำให้ตนมีอายุยืนยาวต่อไป"

     ในสมัยอยุธยา  สมัยธนบุรี  และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ปรากฎหลักฐานว่าได้มีการประกอบพิธีวิสาขบูชา  จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็๋จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  รัชกาลที่ ๒  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงปรากฎหลักฐานในพระราชพงศาวดารว่า  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟูการประกอบพระราชพิธีวันวิสาขบูชาขึ้นใหม่  ให้ปรากฎในแผ่นดินไทยต่อไปกับมีพระประสงค์จะให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล  เป็นหนทางเจริญอายุและอยู่เย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศก  โรคภัย และอุปัทอันตรายต่าง ๆ โดยทั่วกัน  ฉะนั้นการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย  จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ครั้งแรกในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ พ.ศ. ๒๓๖๐ และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

    
     "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสา - ขบุรณมีบูชา " แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗ สำหรับปีนี้วันวิสาขบูชาตรงกับวันที่ ๑๕ พฤษภาคม

     วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ

    

๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

    

    
๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

    


๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ) แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

    นับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓ เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้ ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก

ข้อควรปฎิบัติ

 ๑. พุทธศาสนิกชนควรไปทำบุญตักบาตรที่วัด และฟังพระสงฆ์แสดง พระธรรมเทศนา

 ๒. นำดอกไม้ธูปเทียนไปที่วัด เพื่อร่วมประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ หรือรอบพระสถูปเจดีย์

 ๓. ทางราชการประกาศชักชวนให้ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งเอกชน และราชการประดับตกแต่งอาคารสถานที่ด้วยธงชาติ ธงเสมาธรรมจักร จุดประทีบโคมไฟ ใช้หลอดไฟประดับหลากสี ในวันขึ้น ๑๔-๑๕ ค่ำ เดือน ๖

http://www.dhammathai.org/activiti/visa1.html
http://www.mis.moe.go.th/intranet/punlada/p-day14.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
เก่ง Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 57
เข้าร่วมเมื่อ: 03 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 May 2003,12:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่แอ๊ดครับ

มาช่วยเพิ่มเติมให้ครับ  blush.gif

ต้นศรีมหาโพธิ์ หมายถึงต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ครับ แต่ละพระองค์จะมีต้นศรีมหาโพธิ์ ต่างๆกันไป
บังเอิญที่พระพุทธเจ้าของเรา ทรงมี ไม้ศรีมหาโพธิ์ คือ ต้นโพธิ์พอดี

รายชื่อพระศรีมหาโพธิ์สำหรับพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ ในอดีตและ ๑๐ พระองค์ในอนาคต

วิสาขบูชา:: ประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน

--------------
กัมมุนา วัตตะตีโลโก
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2003,00:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณคุณเก่งมากที่ทำให้ความเข้าใจเรื่องวันวิสาขบูชาสมบูรณ์มากขึ้นด้วยข้อมูลที่ได้ค้นคว้ามามากมาย

     วันนี้พี่ไปทำบุญวันวิสาขะด้วยความเข้าใจและซาบซึ้งมากขึ้นจริงๆ จึงขอฝากบุญมาให้แก่พี่ๆเพื่อนๆน้องๆทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุขใจอย่างแท้จริง 

     
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
เก่ง Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 57
เข้าร่วมเมื่อ: 03 May 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2003,09:09 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผมมาแถมครับ สำหรับพี่ๆน้องๆที่ยังไม่ทราบ  blush.gif

บุญรับมาฝากให้กันไม่ได้ครับ ผู้ที่จะรับต้องมีจิตอนุโมทนาบุญ จะได้รับ Copy Version บางส่วนของบุญไป

ดังนั้น ขอให้พี่ๆน้องๆทำจิตให้เป็นกุศล ร่วมยินดีกับ พี่แอ๊ด และ พทธมามกะ ที่ได้สร้างกุศลในวันนี้ครับ

และ ร่วมขออนุโมทนาบุญด้วยกันครับ

....
๗. ยอมรับและยินดีในการทำความดี (หรือทำบุญ) ของผู้อื่น เป็นการเปิดโอกาสร่วมใจอนุโมทนา ในการกระทำความดีของผู้อื่น ก็เป็นบุญ (ปัตตานุโมทนามัย)
.....

ที่มา
ฉลาดทำบุญ

--------------
กัมมุนา วัตตะตีโลโก
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Jul. 2003,08:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอเพิ่มเติมเรื่อง วันเข้าพรรษา หน่อยนะคะ

         

     โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระ ตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวาย ผ้าจำนำพรรษา หรือผ้าอาบน้ำฝน สำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา

     อานิสงส์การถวายผ้าอาบน้ำฝน
     
    การถวายผ้าอาบน้ำฝนมีผลานิสงส์อย่างไร เป็นใจความว่า ในสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถีในวันนั้นเป็นวัน ๘ ค่ำ นางวิสาขาได้ถือเครื่องสักการะ พร้อมด้วยบริวารเป็นอันมากไปสู่สำนักพระพุทธเจ้าถวายเครื่องสักการบูชาพระรัตนตรัยแล้ว

    บังเอิญฝนตก พระภิกษุทั้งหลายได้เปลือยกายอาบน้ำฝนกันมากมาย นางวิสาขาเห็นเช่นนั้นแล้วก็เกิดความละอาย และคิดในใจว่าพระภิกษุไม่มีผ้าสำหรับอาบน้ำฝน ก็บังเกิดมีจิตศรัทธา คิดจะสร้างผ้าอาบน้ำฝนถวายเป็นทานแล้วก็กลับไปสู่กรุงสาวัตถี จัดแจงหาผ้าได้พอสมควร พอตอนเย็นก็พาบริวารและผ้านั้นมาสู่สำนักพระพุทธองค์แล้วถวายผ้าอาบน้ำฝนนั้นแก่องค์พระศาสดาพร้อมทั้งภิกษุทั้งหลาย แล้วกราบทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การถวายผ้าอาบน้ำฝนนี้มีผลานิสงส์เป็นอย่างไรพระเจ้าข้า

    พระองค์ได้ตรัสเทศนาว่า ดูกรนางวิสาขา ถ้าบุคคลใดมีจิตศรัทธานำผ้าอาบน้ำฝนมาถวายแก่พระภิกษุ ในพุทธศาสดาจะมีผลานิสงส์เป็นอเนกประการ  แล้วพระองค์ทรงนำอดีตนิทานมาแสดงต่อไปว่า


    ในศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น มีหญิงเข็ญใจคนหนึ่ง มีนามว่า อมัยทาสีอยู่มาวันหนึ่งนางได้เห็นคนทั้งหลาย นำผ้ากาสาวพัตรไปสู่สำนักภิกษุสงฆ์ให้เป็นทาน โดยกระทำให้เป็นผู้อาบน้ำฝน นางอมัยทาสีก็มีศรัทธาอยากจะทำบุญกับเขาบ้าง นางก็คิดว่าจะทำอย่างไรดีหนอ ที่เราจะได้ทำบุญในคราวนี้บ้าง พิจารณาผ้าที่จะให้ทานก็ไม่มี จึงรีบไปหามารดา แล้วบอกความจำนงของตนให้มารดาทราบ  มารดาก็ตอบว่า เราจะเอามาแต่ที่ไหน เราก็เป็นทาสเขาอยู่ นางอมัยทาสี เมื่อได้ยินดังนี้น้ำตาก็ไหลด้วยความเสียใจ มารดาของนางก็มีจิตสงสาร จึงแนะนำให้นางอมัยทาสีไปขึ้นค่าตัวกับนาย  

    นางได้รับคำแนะนำเช่นนั้นแล้วก็มีความยินดีจึงรีบไปหานายของนาง ฝ่ายเศรษฐีผู้เป็นนายก็ปฏิเสธไม่ยอมให้นางอมัยทาสีขึ้นค่าตัว นางไม่มีความสบายใจนางมาคิดว่าเมื่อชาติก่อนนี้เราไม่ทำบุญให้ทาน มาชาตินี้เราจึงได้ตกระกำลำบาก ถึงเวลาจะทำบุญกับเขาบ้างก็ไม่ทำกับเขาคราวนี้จะเป็นตายอย่างไรจะต้องขอทำบุญให้ได้ในครั้งนี้ ด้วยจิตศรัทธาแรงกล้านางอมัยทาสีทนความอับอาบขายหน้า ได้สละผ้าห่มแล้วนำใบไม้มาเย็บกลัดพอปกปิด บรรเทาความอายแล้วเอาผ้าซักฟอกให้หมดความสกปรกแล้วนำดอกไม้ธูปเทียนพร้อมด้วยผ้าไปสู่ธรรมศาลาถวายผ้าอาบน้ำฝนนั้นในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๗ ก่อนเข้าพรรษาพร้อมกับมหาชนทั้งหลาย แล้วตั้งความปรารถนาว่า ด้วยอานิสงส์ที่ตนได้กระทำบุญในคราวครั้งนี้ ขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็ญใจไร้ทรัพย์อย่าได้มีในชาติต่อ ๆ ไป จนถึงพระนิพพาน และขอให้พบพระศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ เมื่อคำปรารถนาของนางจบลงแล้ว เทวดาทั้งหลายก็ซ้องสาธุการสนั่นหวั่นไหว

     ด้วยอานิสงส์ของนางอมัยทาสีทำบุญในคราวครั้งนั้น อยู่มาได้ ๗ วัน พระเจ้าพันธุมหาราช ได้เสด็จไปพบนางกำลังหาบฟืนมาในระหว่างทางก็เกิดความปฏิพัทธ์รักใคร่ในตัวนางมาก จึงตรัสปราศรัยไต่ถามความตลอดแล้วจึงยกนางขึ้นราชรถนำเข้าไปสู่พระนคร อภิเษกนางให้อยู่ในตำแหน่งอัครมเหสี

     ครั้นทำลายขันธ์แล้วนางได้ไปเกิดบนสวรรค์มีวิมานทองสูง ๑๕ โยชน์ มีนางฟ้าเป็นบริวาร ๓ พัน ครั้นเสวยทิพย์สมบัติแล้วจนในชาติสุดท้ายนางจะได้เกิดในศาสนาพระศรีอริยเมตไตรย์ได้บรรลุธรรมพิเศษดังนี้แล  พระองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาจบลงแล้ว ชนทั้งหลายก็ได้ดวงตาเห็นธรรมส่วนนางวิสาขาก็ตั้งอยู่ในพระรัตนตรัย


http://www.84000.org/
http://www.learntripitaka.com/History/In.html
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2003,00:20 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

วันออกพรรษา

      วันออกพรรษา ตามพจนานุกรมฉบับราชบัญฑิตยสถาน " เรียกวันที่สิ้นการจำพรรษาแห่งพระสงฆ์ คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ ว่า วันออกพรรษา, วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา "

ความเป็นมา

      วันออกพรรษา เป็นวันสิ้นสุดการจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ที่ร่วมกันในวัดหรือสถานที่ซึ่งอธิษฐานเข้าตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในวันนี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำสังฆกรรม ซึ่งเรียกว่า วันมหาปวารณา คือ วันที่พระภิกษุ์สงฆ์ทุกรูปจะอนุญาตให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในเรื่องราวเกี่ยวกับความประพฤติต่างๆ นับตั้งแต่พระสังฆเถระ ได้แก่ พระภิกษุ์ผู้ที่มีอาวุโสสูงลงมา จะสามารถว่ากล่าวตักเตือนหรือเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกัน

      การกระทำมหาปวารณา เป็นการสังฆกรรมอย่างหนึ่งแทนการสวดพระปาฏิโมกข์ (พระวินัย) ที่ได้กระทำกันทุกๆ 15 วันในช่วงเข้าพรรษา

      วันออกพรรษาตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ ( เพ็ญเดือน ๑๑ ) ของทุกปี วันออกพรรษา เป็นวันสุดท้ายแห่งการจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ หมายถึงพระภิกษุสงฆ์ได้จำพรรษาครบกำหนดไตรมาส ตามพระพุทธบัญญัติแล้ว ท่านมีสิทธิ์ที่จะจาริกไปพักค้างคืนที่อื่นได้ ไม่ผิดพระพุทธบัญญัติและยังได้รับอานิสงส์ ( ผลดี ) คือไปไหนไม่ต้องบอกลา ๑ ไม่ต้องถือผ้าไตรครบชุด ๑  ลาภที่เกิดขึ้นแก่ท่านมีสิทธิ์รับได้ ๑ มีโอกาสได้อนุโมทนากฐินและได้รับอานิสงส์ คือได้รับการขยายเวลาของอานิสงส์นั้นออกไปอีก ๔ เดือน อนึ่งมีชื่อเรียกวันออกพรรษาอีกอย่างหนึ่งว่า " วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา " มีความหมายว่าพระภิกษุทั้งหลายทั้งพระผู้ใหญ่และพระผู้น้อย ต่างเปิดโอกาสอนุญาตแก่กันและกันให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้มีคำกล่าวปวารณาเป็นภาษาลี ว่า

      สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วาปะริายะ วาสังก วะทันตุ มัง อายัส์มันโต อะนุกัทปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ

      แปลว่า ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ กระผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็นหรือได้ฟังก็ตาม ขอท่านทั้งหลายโปรดอนุเคราะห์ ว่ากล่าวตักเตือนกระผมด้วย เมื่อกระผมมองเห็นแล้ว จักประพฤติตัวเสียเลยใหม่ให้ดี

     การที่พระท่านกล่าวปวารณา ( ยอมให้ว่ากล่าวตักเตือน ) กันไว้ ในเมื่อต่างองค์ต่างต้องจากกันไปองค์ละทิศละทางท่านเกรงว่าอาจมีข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น โดยตัวท่านเองรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือมองไม่เห็นเหมือนผงเข้าตาตัวเอง  แม้ผลจะอยู่ชิดติดกับลูกนัยน์ตา  เราก็ไม่สามารถมองเห็นผลนั้นได้ จำเป็นต้องไหว้วานขอร้องผู้อื่นให้มาช่วยดูหรือต้องใช้กระจกส่องดู  เพราะฉะนั้น พระท่านจึงใช้วิธีการกล่าวปวารณาตัดไว้เพื่อท่านรูปอื่นได้เห็นหรือแม้แต่ได้ยินได้ฟัง เรื่องดีไม่ดีไม่งามอะไรก็ตาม ให้กล่าวแนะนำตักเตือนได้โยไม่ต้องเกรงใจกันทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อยด้วยเจตนาดีต่อกัน คือ พระผู้ใหญ่ก็กล่าวตักเตือนพระผู้น้อยได้ และพระผู้มีอาวุโสน้อยก็สามารถกล่าวชี้แนะถึงข้อไม่ดีของพระผู้ใหญ่ได้เช่นกัน โดยที่พระผู้ใหญ่คือผู้มีอาวุโส ท่านก็มิได้สำคัญตนผิดคิดว่าท่านทำอะไรแล้วถูกไปหมดทุกอย่าง

     การกล่าวปวารณา เท่ากับเป็นการช่วยระมัดระวังข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีของพระรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดน้อยๆ นี้ที่จะลุกลามก่อความเสื่อมเสียไปถึงพระหมู่มากและลุกลามไปถึงพระพุทธศาสนาอันเป็นจุดศูนย์ที่ใหญ่ได้ ท่านจึงใช้วิธีป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าการแก้ไขในภายหลัง ตัวอย่าง วันออกพรรษาหรือวันมหาปวารณาที่พระภิกษุทั้งหลายกระทำเช่นนี้ เป็นเครื่องมือชี้ให้เห็นวิธีการคอยสังวร คือ ตามระวัง ไม่ประมาทไม่ยอมให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นได้ เหมือล้อมรั้วไว้ก่อนที่วัวจะหายไม่ว่าจะอยู่ในเทศกาลเข้าพรรษาหรือออกพรรษา พระท่านจะประพฤติดีปฏิบัติชอบตามระบอบของพระธรรมวินัยอยู่ตลอดเวลา

ข้อควรปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน

     พิธีกรรมของฆราวาสที่เกี่ยวเนื่องกันในวันออกพรรษานี้ก็ได้แก่การบำเพ็ญบุญกุศลต่าง ๆ เช่น การทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรม ณ วัดที่อยู่ใกล้เคียง มีการทำบุญอันเป็นประเพณีที่นิยมกระทำกันมานานแล้วในวันออกพรรษา ซึ่งเรียกว่า " ตักบาตรเทโว " หรือเรียกชื่อเต็มตามคำพระว่า " เทโวโรหนะ "แปลว่าการหยั่งลงจากเทวโลก หรือการตักบาตรนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า " ตักบาตรดาวดึงส์ " และการตักบาตรเทโวนี้ จะกระทำในวันขึ้น ๑๕ เดือน ๑๑ หรือวันแรม๑ ค่ำเดือน ๑๑ ก็ได้สุดแท้แต่จะเห็นพร้อมกัน

ตำนานของการตักบาตรเทโว

      การทำบุญตักบาตรเทโวนี้ ท่านจัดเป็นกาลนาน คือ หนึ่งปีมีหนึ่งครั้ง และการทำบุญเช่นนี้  โดยยึดถือว่าเป็นวันคล้ายกับวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก  ตามตำนานกล่าวว่า

      เมื่อก่อนพุทธศักดิ์ราช ๘๐ ปี พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปจำพรรษา ณ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนา " พระสัตตปรณาภิธรรม "  คือพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ โปรดพระพุทธมารดา ( ซึ่งทรงบังเกิดอยู่ในสวรรคชั้นดุสิต ) ครั้นครบกำหนดการทรงจำพรรษาครบ ๓ เดือนพระพุทธเจ้าทรงปวารณาพระวัสสาแล้วเสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลกมาสู่มนุษย์โลก ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ โดย เสด็จลงทางบันไดแก้วทิพย์ซึ่งตั้งระหว่างกลางของนับไดทองทิพย์อยู่เบื้องขวาบันไดเงินทิพย์อยู่เบื้องซ้ายและหัวบันไดทิพย์ที่เทวดาเนรมิตขึ้นทั้ง ๓ พาดบนยอดเขาพระสิเนรุราช อันเป็นที่ตั้งแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนเชิงบันไดตั้งอยู่บนแผ่นศิลาใหญ่ใกล้ประตูเมืองสังกัสสนครและสถานที่นั้นประชาชนถือว่าเป็นศุภนิมิตรสร้างพระเจดีย์ขึ้นเป็น " พุทธบูชานุสาวรีย์ "เรียกว่า " อจลเจดีย์ "

     อนึ่งในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาสู่มนุษย์โลกนั้นประชาชนพร้อมกันไปทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมากสุดจะประมาณพิธีที่กระทำกันในการตักบาตรเทโว ซึ่งถือตามประวัตินี้ก็ เท่ากับทำบุญตักบาตรรับเสด็จพระพุทธเจ้าในคราวเสด็จลงมาจากเทวโลกนั่นเอง บางวัดจึงเตรียมการในคฤหัสถ์แต่งตัวเป็นเทวดาบ้างเป็นพรหมบ้างแล้วอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกที่มีล้อเคลื่อนและมีบาตรตั้งอยู่ข้างหน้าพระพุทธรูปใช้คนลากนำหน้าพระสงฆ์ พวกทายก ทายิกาตั้งแถวเรียงรายคอยใส่บาตรเป็นการกระทำให้ใกล้กับความจริงเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ส่วนอาหารที่นำมาทำบุญตักบาตรในวันนั้น มีข้าว กับข้าวต้มมัดใต้ข้าวต้มลูกโยนที่ห่อด้วยใบมะพร้าวหรือใบลำเจียกไว้หางยาวและข้าวต้มลูกโยนนี้มประวัติมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะตั้งใจอธิษฐานแล้วโยนไปให้ลงบาตรของพระพุทธเจ้า เนื่องจากมีคนมากเข้าไปใส่บาตรไม่ได้


ประเพณีตักบาตรเทโว จ.อุทัยธานี



     ประเพณีสำคัญในงานออกพรรษา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของชาวจังหวัดอุทัยธานี โดยพระสงฆ์จำนวนมากกว่า ๓๐๐ รูป นำโดยพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ จะเดินลงบันไดจากมณฑปพระพุทธบาทยอดเขาสะแกกรัง ลงมารับบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชนบริเวณลานวัดสังกัสรัตนคีรี  อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี         

http://www.thaipoet.org/outprasa.html

http://www.thaitrip.com/culture/oct.html
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
16 คำตอบนับตั้งแต่ 24 Jul. 2002,17:57 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 212>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com