เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 13 of 52<<91011121314151617>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 121
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Apr. 2006,01:08  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



         ๔๒.  มะเขือเทศกับคางคก

มีภิกษุรูปหนึ่งเป็นคนเคร่งครัดรักษาศีลมาก ไม่ยอมผิดศีลแม้แต่นิดเดียว
วันหนึ่งมีธุระลงไปจากเขา ขากลับก็เป็นเวลาค่ำมืดแล้ว คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด
ขณะที่เดินผ่านสระน้ำแห่งหนึ่ง รู้สึกที่เท้าได้เหยียบอะไรนิ่มๆ แล้วก็มีเสียงดัง
ขึ้นมาเสียงหนึ่งแล้วเงียบหายไป

เหมือนกับได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของอะไรสักอย่าง พระรูปนั้นคิดในใจว่า
“ตายแล้ว หรือว่าไปเหยียบคางคกตายเสียแล้ว รู้สึกนิ่มๆ มีเสียงร้องด้วย ไม่แน่
คางคกนั้นอาจตั้งท้องด้วย นี่ เรามิฆ่าสัตว์ทีเดียวไปตั้งหลายตัวหรือ?”
พระรูปนั้นยิ่งคิดยิ่งกลัว นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ยากที่จะข่มตาหลับลงได้

ขณะที่กำลังเคลิ้มๆจะหลับ รู้สึกเหมือนกับจะเห็นคางคกนับร้อยมาทวงขอชีวิต
พระนั้นตกใจจนเหงื่อตกเต็มตัว ร้องเสียงดังจนตกใจตื่น จึงรู้ว่านั้นเป็นเพียงความฝัน

นอนคิดวิตกต่อไปทั้งคืน ครั้นพอถึงรุ่งเช้า พระรูปนั้นรีบไปที่สระน้ำเมื่อคืน
ไม่เห็นมีคางคกที่ไหนตาย มีเพียงมะเขือเทศที่โดนเหยียบจนแบน พระรูปนั้นถอนใจอย่างโล่งงอก รู้สึกเบาใจขึ้น
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 122
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Apr. 2006,01:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 123
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Apr. 2006,03:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





                ๔๓. ชื่อกับโชคชะตา

มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งมีพระลูกศิษย์ในวัดถึง 500 รูป หนึ่งในจำนวนนั้น
มีลูกศิษย์ท่านหนึ่งชื่อ ผู้ร้าย พระรูปนั้นคิดจะให้พระอาจารย์เปลี่ยนชื่อดีๆ
ให้เขาสักชื่อ แต่พระอาจารย์ให้เขาไปหาชื่อดีๆจากข้างนอก ดังนั้นเขาเลย
เดินไปตามถนนและตามตรอกซอกซอย

ครั้งหนึ่ง พระรูปนั้นเห็นบรรดาญาติพี่น้องที่เดินไปตามขบวนแห่ศพ เขาเลย
เดินไปถามว่า “ผู้ตายชื่ออะไร?” ญาติผู้ตายตอบว่า “ชื่อ มีชีวิต”
เขาฟังแล้ว ส่ายหัวไปมาแล้วถามว่า “ชื่อ มีชีวิต แล้วทำไมถึงไม่มีชีวิตแล้ว?”
ญาติผู้ตาย หัวเราะแล้วพูดว่า “มีชื่อว่า มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์
อย่างหนึ่ง คนจะหลีกเลี่ยงความตายไม่ได้ ท่านทำไมถึงเลอะเลือนอย่างนี้”

พระรูปนั้นเดินไปคิดไป จนผ่านบริเวณบ้านของเศรษฐีท่านหนึ่ง เห็นหน้าบ้านนั้นมี
สาวใช้คุกเข่าอยู่ เศรษฐีท่านนั้นกำลังใช้แส้ตีสาวใช้นั้น จึงรุดเข้าไปถามว่า
“ท่านตีนางทำไม?” เศรษฐีนั้นตอบด้วยความฉุนเฉียวว่า “นางยืมเงินข้าไปแล้ว
ไม่ใช้คืน ข้าไม่สมควรเฆี่ยนนางหรือ?” พระรูปนั้นถามว่า “สาวใช้นางนี้ชื่ออะไร?”
“ชื่อหยกล้ำค่า” “ชื่อหยกล้ำค่า ชื่อนี้เป็นมงคลอย่างยิ่ง ทำไมถึงไม่มีเงินใช้หนี้
แล้วยังจะต้องถูกเฆี่ยนอีก?” เศรษฐีท่านนั้นฟังแล้วรู้สึกขำพูดว่า “ชื่อว่าหยกล้ำค่า
แล้วเป็นยังไง? หล่อนก็ยังเป็นแค่สาวใช้ ชื่อคนเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ที่ใช้
ไม่เห็นเกี่ยวกับใช้หนี้หรือไม่ใช้หนี้” พระรูปนั้นฟังแล้วจึงคิดตัดสินใจจะกลับวัด

ขณะที่กำลังจะเดินกลับวัด พบคนเดินหลงทางคนหนึ่ง จึงถามว่า “ท่านชื่ออะไร?”
ชายนั้นตอบว่า “ชื่อ ชี้เหนือ “ พระรูปนั้นรู้สึกแปลกใจ ถามว่า “ชื่อเจ้าหมายถึง
ชี้ไปทางทิศเหนือ ทำไมถึงยังหลงทาง?” คนหลงทางนั้นหัวเราเสียงดังลั่นแล้วพูดว่า
“ชื่อคนเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้น ชื่อว่า ชี้เหนือก็จะทำให้ไม่หลงทางกระนั้นหรือ?”

สุดท้ายพระรูปนั้นก็ได้ละทิ้งที่จะยึดถือหรือคิดไม่ดีกับเรื่องชื่อของตัวเอง
เมื่อกลับมาถึงที่วัด พระอาจารย์ถามว่า “เจ้าหาชื่อที่ถูกใจได้แล้วหรือยัง?”
พระรูปนั้นตอบอย่างได้สำนึกแล้วว่า “ศิษย์จะไม่ตามหาชื่ออีกแล้ว
ศิษย์ยังคงจะใช้ชื่อเดิมดีกว่า ชื่อเป็นเพียงแค่เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งเท่านั้น”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 124
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Apr. 2006,03:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 125
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Apr. 2006,03:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                  ๔๔. พุทธะคือตัวเจ้าเอง

มีชายหนุ่มคนหนึ่งมาหาท่านเว่ยหล่าง ท่านเว่ยหล่างมองดูจากลักษณะ
ท่าทางก็รู้ว่า เป็นหน่อเนื้อเชื้อสายพุทธะ จึงถามว่า
“เจ้ามาจากไหน”
“มาจากเจ๋อจง”
ท่านเว่ยหล่างถามต่อว่า
“ชีวิตของเจ้าอยู่ที่ไหน”
“ชีวิตหรือ ข้าพเจ้าลืมมันไปตั้งนานแล้ว” ชายหนุ่มตอบ
ท่านเว่ยหล่างรู้สึกชมชอบอยู่ในใจ จึงถามต่อว่า
“ที่มานี้ มีธุระอะไร”
”สิ่งต่างๆที่มีอยู่ในโลกล้วนแต่เป็นขยะ ไม่มีที่ใดที่ข้าพเจ้าจะอยู่รวมลงไปได้
ขอให้อาจารย์รับข้าพเจ้าเป็นศิษย์เถอะ” ชายหนุ่มตอบ


หลังจากบวชผ่านไป 40 พรรษา มีคนถามพระนั้นว่า
“ทำยังไงถึงจะเป็นพุทธะ”
“ปล่อยวาง ลืมให้หมด”
“ทำอย่างไรถึงจะลืม รูป และ ตัวเรา ของเรา”
“ก้าวพ้นออกมาให้ได้ ปราศจากโมหะ ไม่โลภอยากได้”
“พุทธะคืออะไร”
“พุทธะคือการกระทำ การเคลื่อนไหวทุกอย่างของเจ้า รวมทั้งคำพูด ความคิด
 พุทธะคือตัวเจ้าเอง”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 126
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Apr. 2006,03:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 127
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Apr. 2006,12:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศเป็นบทความของสมาชิกชาวเซนของไต้หวัน



“ตนเอง” ที่รัก   
นานแค่ไหนแล้ว........
เป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว ที่เธอไม่ได้นึกถึงความสนุกของชีวิต?
เป็นเวลานานแค่ไหนแล้ว ที่เธอไม่ได้ไปลิ้มรสของความรู้สึกของใจ
เวลาที่อยู่กับทะเล เวลาที่เธอนั่งนับดาว เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแค่ไหนแล้ว?
วันเวลาที่ผ่านมาเธอมีความสุขดีหรือเปล่า?

เธอยังจำรอยยิ้มของตัวเองได้อีกหรือเปล่า? ว่าเป็นยังไง?
เธอยังนึกออกอีกหรือเปล่าว่า เธอหัวเราะจนงอหายครั้งที่แล้วเมื่อไหร่?
เธอยังจำได้หรือเปล่าว่า คนที่เธอรำคาญที่สุดคือใคร?
ทำไมถึงรำคาญเขา เป็นเพราะเหตุอะไรล่ะ?
เธอยังจำคนที่เธอหวาดกลัวที่สุดได้หรือเปล่า?
ทำไมถึงหวาดกลัว เป็นเพราะเหตุอะไรหรือ?
เธอยังจำคนที่เธอแคร์ที่สุด ว่าเป็นใครได้หรือหรือเปล่า?
ทำไมถึงแคร์เขา เป็นเพราะเหตุอันใดหรือ?

“ตนเอง” ที่รัก
คนที่เป็นเพื่อนรักที่สุดของฉัน
เมื่อคิดถึงเรื่องราวต่างๆมากมายอย่างนี้
เธอรับรู้ถึงความรู้สึกถูกกดดันมากมายหรือเปล่า?
เป็นเพราะสาเหตุอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกหายใจติดขัด
เป็นสาเหตุอะไรที่ทำให้รู้สึกว่ามีความกดดันอย่างหนัก

โปรดสงบจิตของเธอลง แล้วมองดูดอกไม้เล็กๆที่ขึ้นอยู่ตามริมทาง
โปรดปรับลมหายใจให้แผ่วเบาลงเพื่อที่จะได้ชื่นชมทิวทัศน์ที่อยู่รอบๆตัว
เธอได้ไปไกลมากแล้วนะ...ที่รัก

ความเดียวดาย ความเหงา ความเย็นยะเยือกไม่ใช่ที่ที่เธออยากจะไปไม่ใช่หรือ?
เธอได้ไปไกลมากแล้วนะ...ที่รัก
เธอควรกลับไปอยู่ในหมู่ผู้คน แล้วนำเมล็ดพันธุ์แห่งความรักโปรยไปให้ทั่วทุกๆที่

เธอลืมถอดหน้ากากออกมา เธอลืมให้ใบหน้าของเธอได้สัมผัสกับลมที่พัดมาแผ่วๆ
เธอลืมถอดหัวโขนออกมา เธอลืมให้ทั่วทั้งกายาได้มีความสุขกับการตากฝน
เธอลืมไปว่ายังมีน้ำใจอันดีงามแฝงอยู่ทั่วทุกแห่งหน

มาเถิด ที่รักจ๋า....
โปรดถอดหน้ากากและหัวโขนออกมา
แล้วเดินบนเส้นทางชีวิตที่เรียบง่าย
ไปพร้อมกับการแสวงหาความสุขที่มีอยู่ดั้งเดิมเถอะ

เพิ่มความอยากรู้อยากเห็นอีกสักนิด
ดีกับตัวเองเพิ่มอีกสักนิดจะขัดข้องไปทำไม?
แล้วคุณล่ะ จะบอกว่าใช่หรือเปล่า?


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 128
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Apr. 2006,12:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



เมื่อตอนที่เข้ามาที่เว็บบ้านเราใหม่ๆ เห็นพี่คิลินโพสท์ภาพวาด
และบทกลอนของเซน เลยลองแปลเป็นไทยดู

การแปล กลอนก็นับว่ายากอยู่แล้ว แล้วยังเป็นศัพท์ทางศาสนาโบราณอีก
แถมยังเป็นลายมือจากพู่กันที่เขียนค่อนข้างหวัด บางบทไม่รู้จริงๆว่าเขา
พูดหรือเขียนอะไร จึง print ออกมาแล้วนำไปให้คณาจารย์จาก
มหาวิทยาลัยเสฉวนแปล ปรากฏว่าเขาก็แปลไม่ได้เหมือนกัน
จึงคิดจะถอดใจ ไม่แปลอีกแล้ว

แต่ก็เป็นอะไรที่แปลก ทันทีที่ปล่อยวางลง อยู่ๆความหมายของบทกลอนก็แวบ
ขึ้นมาในสมองเอง จึงนึกถึงคำสอนของหลวงปู่ดูลย์ที่ว่า

คิดเท่าไรๆก็ไม่รู้
ต่อเมื่อหยุดคิดได้จึงรู้
แต่ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้


หลังจากนั้น เมื่อคิดหรือตัดสินใจอะไรไม่ได้ จะหยุดคิดแล้วปล่อยให้จิต
คิดและตัดสินใจของเขาเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 129
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 May 2006,08:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





เนื่องจากมีข้อสงสัยว่า นิทานเซนเรื่องที่ 42 มะเขือเทศกับคางคก
ที่ถูกต้องคือ มะเขือเทศกับกบ หรือคางคก กันแน่

จึงใช้คำว่า 蛤蟆 ไป search จาก google ปรากฏว่าเป็นภาพแรก
และภาพที่สอง จากเวบของไทย
พร้อมข้อมูลที่ว่า

- คางคก ลำตัวเป็นตะปุ่มตะป่ำอาศัยอยู่ในที่ชื้นแฉะทั่วไป จับแมลงที่เล่นไฟกินเป็นอาหาร

- กบพบตามแหล่งน้ำ ลำตัวเรียบเป็นเมือก ลื่นตาโปน ร้องเสียงดัง พบมากในหน้าฝน ลักษณะของขาเป็นพังผืด ทำให้สามารถว่ายน้ำได้

จึงขอเข้าหยั่งเสียงจากทุกท่านว่า จากในภาพแรก ควรเป็น
กบหรือคางคก (พี่คิลิน พี่แอ๊ด คุณแมวเหมียว คุณพิล จานขา)
ขอเสียงด้วยค่ะ


ขอขอบคุณกัลยาณมิตรของแสงดาวด้วยค่ะ
ที่ชี้แนะข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องให้
เพราะถือว่าถ้าไม่รักกันจริงคงไม่กล้าชี้ข้อผิดพลาดของผู้อื่น
สองสามปีที่ผ่านมาติดค้างค่าน้ำใจมากเหลือเกิน
คิดอยู่ในใจเสมอว่า วันหนึ่งจะต้องชดใช้ให้
วันนี้ขอยกกาแฟมาเป็นสินน้ำใจก่อนค่ะ

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 130
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 May 2006,17:17 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

กบ Frogs...ไปแง้บมาจาก...http://www.ipmthailand.org/th/Natural_enemies/Predators/frogs.htm
ในศัตรูธรรมชาติที่ผลิตเป็นจำนวนมากๆสำหรับใช้เป็นตัวแทนควบคุมระบบนิเวศน์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นแมลง แต่กบก็สามารถผลิตได้จำนวนทีละมากๆและปล่อยลงในนาข้าวที่ซึ่งพวกมันจะทำหน้าที่เป็นผู้ล่าแมลงศัตรูพืชทั้งหลาย


การผลิตกบจำนวนมากๆเพื่อปล่อยทำหน้าที่ผู้ล่าลงสู่นาข้าว




คางคก:สัตว์สารพัดพิษ...ไปงัดมาจาก...http://www.angelfire.com/journal2/c_prapan/toad.html


คางคก มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Toads
เป็น amplibian หรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ Class Amphibia , Family Bufonidae มีต่อมพิษ Parotid อยู่บริเวณใต้ผิวหนังใกล้หู เป็นต่อมที่เก็บและขับสารพิษที่ชาวบ้านเรียกว่า " ยางคางคก " คางคกที่พบในประเทศไทย แบ่งเป็นชนิดใหญ่ ๆ ได้ 4 ชนิด คือ Bufo macrotis, Bufo asper, Bufo parvus และ Bufo melanostictus คางคกทุกชนิด ใน genus Bufo มีพิษทั้งสิ้น คางคกชนิดที่พบในทุกภาคช่วงฤดูฝนคือ Bufo melanostictus หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า คางคกบ้าน ลักษณะเด่นของคางคก ก็คือ หนังที่ขรุขระเป็นตะปุ่ม ตะป่ำใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ทั่วทั้งตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านหลัง คางคกมักอาศัยอยู่ตามพื้นดิน ชอบหลบซ่อนตัว อยู่ ใต้ก้อนหิน ขอนไม้ และซอกโพรงดิน ฯลฯ มีนิสัยชอบออกหากินในเวลากลางคืน กินตัวแมลงและหนอนเป็นอาหาร คางคกที่อาศัยอยู่ตามบ้านที่เรามักคุ้นเคยและพบเห็นอยู่บ่อย ๆ คือ Bufo melanostictus มีขนาด ความยาวจากจมูกถึงก้น ประมาณ 10 เซนติเมตร ส่วนชนิดที่พบทางภาคใต้ จะมีขนาดใหญ่กว่ามากคือ Bufo asper ซึ่งมีขนาดความยาวถึง 22 เซนติเมตร

ความเป็นพิษ: แต่เดิมสารพิษจากต่อม parotid และ พิษจากหนังคางคกมีผลทางด้านยารักษาโรค ซึ่งเราทราบกันมานานหลายร้อยปีแล้วว่า ชาวจีน และญี่ปุ่น ใช้ผงสกัดจากหนังคางคกทำเป็นยาแก้ไอ ยากระตุ้นหัวใจ ยาขับปัสสาวะ ยาแก้ปวดฟัน และลดอาการไซนัสอักเสบ เป็นต้น สารพิษที่พบในต่อมพิษข้างหูทั้งสองข้างของตัวคางคกแล้ว รังไข่หรือไข่คางคกก็มีพิษเช่นเดียวกัน รวมทั้งในเลือด สารเคมีที่อยู่ในต่อม parotid จะแตกต่างกันไปตามชนิดของคางคก ทั้งสภาพภูมิอากาศ ถิ่นที่อยู่อาศัยและปัจจัยอื่น ๆ สารที่หลั่งจากต่อม parotid มี 3 องค์ประกอบใหญ่ ๆได้แก่ bufagins, bufotoxins และ bufotenines นอกจากนี้ยังมี epinephrine, cholesterol, ergosterol และ serotonin (5-hydroxytryptemine) อีกด้วย พิษจากคางคกส่วนใหญ่ เป็นผลมาจากสาร bufagins และ bufotoxins ถ้าได้รับพิษจากพิษคางคกปริมาณมากพอจะทำให้การหายใจไม่ปรกติ เช่น หายใจขัด มีน้ำลาย และเสมหะมาก แขนขาอ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายท้อง และอ่อนเพลีย หายใจหอบ เกิดภาวะหายใจล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิต หากสารพิษสัมผัสที่ตา จะทำให้เกิดอาการอักเสบของเยื่อบุตา และแก้วตา ทำให้ตาพร่า มัว ถึงกับตาบอดชั่วคราวได้


รายงานผู้บริโภคคางคกเป็นพิษ:            การได้รับพิษจากการบริโภคคางคกเคยมีรายงานบ้างประปราย เนื่องจากยังมีชาวชนบทบางกลุ่มบริโภคคางคก ล่าสุดมีรายงานจากกรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อ เดือนกุมภาพันธุ์ 2541 เวลาประมาณ 09.00 น. ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงหม้าย อายุ 60 ปี อาชีพเก็บของเก่าและเผาถ่านจากเศษไม้ขาย ก่อนเสียชีวิต ได้นำคางคกท้องแก่ที่จับได้ในบริเวณที่พัก และขังไว้ในถุงพลาสติกเมื่อ 2 วันก่อน มาปรุงอาหารโดยทุบหัวให้ตาย ถลกหนังออกทั้งหมด แล้วนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ รวมทั้งไข่และเครื่องในก็หั่นใส่ลงไปด้วย แล้วนำไปผัดกับต้นหอมปรุงด้วยน้ำปลาและผงชูรส เมื่อผัดสุกแล้วก็นำมารับประทานกับเหล้าเชี่ยงชุน โดยไม่ได้รับประทานข้าวหรืออาหารอื่น มีผู้ร่วมรับประทานด้วย 1 คน เป็นเพศหญิงอายุ 41 ปี ซึ่งรู้จักกันและเคยร่วมดื่มเหล้าด้วยกันเป็นประจำ หลังจากรับประทานคางคกแกล้มกับเหล้าเชี่ยงชุนจนกระทั่งหมดไป 1 ขวด สักครู่ต่อมา ทั้งสองคนมีอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรง และอาเจียนออกมาหลายครั้ง เวียนศีรษะ ใจสั่น แน่นหน้าอก รู้สึกร้อนกระวนกระวายและกระหายน้ำมาก แขนขาไม่มีแรง จึงได้ตะโกนให้เพื่อนข้างห้องพักช่วยเอาน้ำมาให้ดื่มและราดตามตัวจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่รู้สึกตัว หมดสติอยู่ด้านหลังเพิงพัก ต่อมาประมาณเวลา 13.00น. ผู้ที่ร่วมดื่มเหล้าด้วยได้สติขึ้นมาก่อน เห็นเพื่อนยังแน่นิ่งอยู่ ปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น จึงได้พยายามลุกไปเรียกให้คนช่วย เมื่อชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้นำผู้ตายและผู้ป่วยไปส่งที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อการชันสูตร ส่วนผู้ป่วยที่เป็นเพื่อนกับผู้ตายได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น แพทย์จึงได้อนุญาตให้กลับบ้าน


การป้องกัน:  ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคคางคก ถ้าจะนำคางคกมาบริโภคจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และจะต้องเตรียมเนื้อคางคกอย่างถูกวิธี เครื่องในและไข่คางคกห้ามนำมาปรุงอาหารอย่างเด็ดขาด เนื่องจากสารพิษจากเครื่องใน และไข่คางคกไม่สามารถถูกทำลายด้วยความร้อน หากเกิดพิษจากการรับประทาน ต้องรีบทำให้ผู้ป่วยอาเจียนโดยเร็ว ด้วยการป้อนไข่ขาว และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที


เอกสารอ้างอิง:

Fowler ME. Veterinary. Zootoxicology. Florida : CRC Press, Inc., 1993:103-10.
ลัดดา โภคาวัฒนา, รัญจวน สุขกวี. รายงานผู้เสียชีวิตจากการรับประทานคางคก เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร.รายงานการเฝ้าระวังโรคประจำเดือนสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร2540;6:2-8.


พิจารณาเองเด้อค่ะ ข้อยม่ายยู้อ่ะ รู้แต่ว่าคางคกตัวตะปุ่มตะป่ำ ขรุขระ
กบผิวเรียบๆๆ เขียดตัวเรียวยาว อึ่งอ่างพองตัวได้หย่ายๆๆ
basketball.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 13 of 52<<91011121314151617>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com