เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 17 of 52<<131415161718192021>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 161
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 May 2006,01:46  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                      ๕๓.  เจ้าโทสะตั้งแต่เกิด

พระอาจารย์ท่านหนึ่ง เป็นพระที่เทศน์เก่งมาก ท่านเทศน์ด้วยธรรมะ
ที่ฟังง่ายและเข้าใจไม่ยาก และทุกครั้งที่เทศน์เสร็จแล้ว มักจะให้ผู้ฟัง
ซักถามปัญหาต่างๆ มีอุบาสกคนหนึ่งถามว่า

อุบาสก            :    “ ข้าพเจ้าเกิดมาก็เจ้าโทสะแล้ว โกรธง่าย ฉุนเฉียวง่าย
                           โมโหง่าย ทำยังไงถึงจะแก้ไขได้”
พระอาจารย์   :         “ไหนเจ้าเอาอะไรที่ว่า “เกิดมาก็มี” มาให้ดูหน่อย
                           จะได้ช่วยแก้ไขให้”
อุบาสก         :        “ไม่ใช่ ตอนนี้ไม่มี แต่เมื่อเวลาที่เจอกับเรื่องต่างๆ ไอ้เจ้า
                           เกิดมาเจ้าโทสะถึงจะวิ่งออกมา”
พระอาจารย์    :        “ถ้าตอนนี้ไม่มี ต้องเจอสิ่งที่มากระทบถึงจะมี   ก็แปลว่า
                           เวลาเจ้ามีเรื่องกับคนอื่น เจ้าถึงสร้างมันขึ้นมา
                           แล้วก็บอกว่าเป็นมาตั้งแต่เกิด ยกเป็นความผิดของพ่อแม่
                           ดูช่างไม่ยุติธรรมจริงๆ”

อุบาสกนั้นได้ฟังแล้วจึงเกิดความรู้ตัวขึ้นมาว่า “ความโกรธเป็นสิ่งที่จิตสร้าง
ขึ้นมาเอง ตั้งแต่นั้นจึงไม่โกรธอะไรง่ายๆอีก”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 162
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 May 2006,01:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 163
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 May 2006,06:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



        แก้วน้ำ 3 ใบ

แก้วน้ำใบแรกคว่ำปากแก้วลง
แก้วน้ำใบที่สองเป็นแก้วน้ำก้นรั่ว
ใบที่สามมีสิ่งสกปรกอยู่ในแก้ว

แก้วน้ำทั้งสามใบก็ไม่สามารถใส่น้ำดื่มที่สะอาดมาดื่มได้
แก้วที่คว่ำลงไม่สามารถ...เทน้ำลงไปได้
แก้วที่ก้นรั่ว.... เทน้ำลงไปพลางก็รั่วพลาง
ในแก้วที่มีสิ่งสกปรก... เมื่อเทน้ำลงไป น้ำก็สกปรกทันที ไม่สามารถนำมาดื่มได้

เมื่อคุณรู้สึกต่อต้านและไม่ยอมรับ
ย่อมจะไม่มีอะไร ฝึกอะไรก็ไม่ได้ และรับอะไรก็ไม่ได้

เมื่อคุณฟังไปแล้วก็ปล่อยผ่านไป
บางทีคุณอาจจะพอรู้บ้าง แต่ก็อาจเข้าใจได้ไม่ทั้งหมด หรือสามารถนำไปใช้ได้

เมื่อคุณมีทิฐิต่อเรื่องราวต่างๆ คุณก็ไม่อาจรับรู้ได้ถึงความจริงที่แท้ได้

แล้วคุณล่ะ............. เป็นแก้วใบไหน?


ที่มา........ สมาชิกเว็บบอร์ดชาวเซน ของไต้หวัน

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 164
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 May 2006,07:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 165
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 May 2006,07:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ชีวิตของคนเราในยามช่วงวัยสุดท้าย...
ช่างไม่ต่างอะไรกับใบไม้เปลี่ยนสี
จากเขียวชอุ่มสดใสเมื่อวันคืนที่ผ่านมา
ก็เริ่มโรยราเป็นเขียวเข้มและเริ่มเหลืองส้ม
สุดท้ายเพียงลมพัดอย่างแผ่วเบา
ก็ร่วงหล่นลงสู่ดินเป็นเศษซากอินทรีย์สาร
ไม่ว่าจะสวยแค่ไหน...ไม่ว่าจะหล่อแค่ไหน
ไม่ว่าจะรวยแค่ไหน...หรือจะยิ่งใหญ่เพียงใด
สุดท้ายทุกคนก็คือเศษซากนอนทับถมผืนดิน
เนื้อ,หนัง,ผม,ขน,เล็บ........กลับคืนสู่ดิน
เลือด,น้ำเหลือง,น้ำเมือกในกาย...กลับคืนสู่น้ำ
ลมหายใจที่ไหลเข้าออกอยู่ทุกวัน...กลับคืนสู่อากาศ
ไออุ่นในกายที่หลงว่าแข็งแรง...กลับคืนสู่ดวงอาทิตย์
สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลยที่หลงยึดว่าเป็นตัวเรา
นอกจากนามธรรมและกรรมที่เคยสร้างไว้
ให้คนรุ่นหลังได้กล่าวถึง ดุจเศษซากใบไม้
ที่ครั้งหนึ่งมันเคยให้ความงามเมื่อยามแลมอง
ให้ความสดชื่นและเบิกบานเมื่อยามสูดดม
แม้ยามสุดท้ายก็ยังให้ความชุ่มชื่นแก่ผืนดินต่อไป.

ที่มา........
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=zazen&group=2

ชอบอ่านงานเขียนของ คุณกะเรนขาวมาก
น่าจะรวมเล่ม แล้วพิมพ์แจกเป็นธรรมทาน

อ่านบทความนี้แล้วคิดถึงพระอาจารย์ท่านหนึ่ง
ปีนี้ท่านอายุ 80 กว่าแล้ว
ท่านมักพูดเสมอว่า  "ใบไม้ร่วงกลับคืนสู่ราก"

ท่านเป็นแม่แบบของความเมตตา
แม่แบบของการทำงานเพื่อเผยแพร่ศาสนา
แม่แบบของการดำรงชีวิต
แม่แบบของการทำงานเพื่อสังคม
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 166
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 May 2006,05:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                        ๕๔.   มีตัวเราไว้ทำไม

มีพระอาจารย์ท่านหนึ่งเข้านิโรธสมาบัติไปหลายวัน จนเหล่าลูกศิษย์
นึกว่าท่านมรณภาพไปแล้ว เลยนำร่างของท่านไปเผา

ผ่านไปอีกหลายวันเมื่อท่านออกจากนิโรธสมาบัติ ท่านหาร่างตัวเองไม่เจอ
รู้สึกเศร้าโศกเสียใจมาก พร้อมกับพึมพำไปว่า “ข้าล่ะ ข้าอยู่ที่ไหน?”
พอตกกลางคืนท่านก็ยังร้องอีกว่า ข้าล่ะ ทำไมถึงหาร่างของข้าไม่เจอ”
เสียงร้องนั้นยิ่งร้องยิ่งเสียใจหนักขึ้นทุกที เหล่าลูกศิษย์ฟังแล้วก็รู้สึก
ไม่สบายใจไปตามๆกัน

เหล่าลูกศิษย์จึงไปเชิญพระอาจารย์จิ้งคง มาช่วยแก้ไขให้ พระอาจารย์จิ้งคงสั่งว่า
คืนนี้ให้เตรียมไฟมาหนึ่งเตา และน้ำหนึ่งถัง อาจารย์จะไปนอนในห้องพระอาจารย์นั้นเมื่อท่านมาหากายเนื้อ ข้าจะคุยกับเขาให้เข้าใจว่า “อะไรคือตัวเรา”

พอถึงกลางดึก พระอาจารย์ท่านนั้นมาหากายอีก พลางพูดอย่างเศร้าสร้อยว่า
“ข้าล่ะ กายของข้าอยู่ที่ไหนแล้ว” พระอาจารย์จิ้งคงตอบว่า “อยู่ในดิน”
วิญญาณนั้นจึงมุดเข้าไปในดิน หาจนทั่ว สุดท้ายก็ยังหาร่างของตัวเองไม่เจอ

วิญญาณนั้นกลับมาพูดอย่างเศร้าสร้อยอีกว่า “ในดินไม่มีข้า”
พระอาจารย์จิ้งคงตอบว่า “งั้นคงอยู่ในความว่างเปล่ากระมัง เจ้าลองไปหาดูให้ทั่วซี”
วิญญาณนั้นไปหาอีกจนทั่วก็ไม่เจอ กลับมาต่อว่า หาจนทั่วแล้วไม่เจอ

พระอาจารย์จิ้งคงชี้ไปที่ถังน้ำแล้วพูดว่า “ร่างของท่านคงจะอยู่ในน้ำกระมัง”
วิญญาณนั้นจึงเข้าไปในน้ำ สักครู่วิญญาณนั้นก็ออกมาพูดว่า
“ในน้ำก็ไม่มีข้า ที่แท้ท่านซ่อนข้าไว้ที่ไหน?”

พระอาจารย์จิ้งคงชี้ไปที่เตาไฟแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นท่านต้องอยู่ในไฟแน่นอน
วิญญาณนั้นก็เข้าไปในไฟ ที่สุดก็หาตัวเองไม่เจอ

ก่อนที่วิญญาณนั้นจะพูดอะไร พระอาจารย์จิ้งคงพูดก่อนว่า “ในเมื่อท่านสามารถ
ไปในดิน ที่ว่าง น้ำ ไฟ และทุกแห่งได้อย่างอิสระเสรี ไม่มีที่ไหนที่ท่านไปไม่ได้
แล้วท่านยังจะยึดเอาเปลือกว่างเปล่านั้นมาทำไม?”

วิญญาณนั้นได้คิดขึ้นมา ตั้งแต่นั้นจึงไม่มาหา  ”ข้า “ อีกต่อไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 167
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 May 2006,05:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 168
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2006,01:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




          เดินทางไปพร้อมๆกับผู้อื่น


ลำพังสีเพียงสีเดียว ไม่อาจวาดภาพที่มีสีสันสวยงามขึ้นมาได้
โน้ตเพลงเพียงตัวเดียว ไม่อาจกลายเป็นเพลงที่ไพเราะออกมาได้
อะไหล่เพียงชิ้นเดียว ก็ไม่อาจกลายเป็นเครื่องจักรขึ้นมาได้

แต่ถ้าสีสันหลากหลายรวมตัวกันขึ้นมา
จับโน้ตหลายตัวมารวมกัน
นำอะไหล่หลายชิ้นมาประกอบกัน
ก็จะกลายเป็นเครื่องกลที่มีประโยชน์
กลายเป็นรูปภาพที่สวยงาม
และเป็นบทเพลงที่ไพเราะ

เรามีมือเพียงหนึ่งคู่ มีขาหนึ่งคู่
ไม่อาจจะทำเรื่องราวทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง
หรือมีความสามารถมากกว่าผู้อื่นในทุกๆด้าน
ระหว่างที่กำลังจะเดินไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จ
จำเป็นที่จะต้องเดินไปพร้อมๆกับผู้อื่น


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 169
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2006,02:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 170
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 May 2006,01:28 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE


           
              ทะเลชีวิต

ร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จิตใจก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ถ้าหากว่าให้กายและจิตรวมกันเป็นหนึ่งล่ะ? ก็ไม่ใช่ทั้งหมด
ของชีวิต กายและจิตเป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ที่ปรากฏขึ้นมา
ในชีวิต แต่ก็หาใช่เนื้อแท้ที่แท้จริงไม่

มีศิษย์และอาจารย์เดินอยู่ที่ชายหาดแห่งหนึ่ง อาจารย์ถามศิษย์ว่า
“เจ้าเห็นอะไร?”
“เห็นคลื่นทะเล” ลูกศิษย์ตอบ
“เห็นทะเลหรือเห็นคลื่น?”
“น่าจะเป็นคลื่น ศิษย์เห็นเป็นคลื่นเล็กๆ สักครู่ก็เห็นเป็นคลื่นระลอกใหญ่
เห็นเกลียวคลื่นม้วนตัวขึ้นมา สักครู่ก็คลายเกลียวออก ดังนั้นเห็นเป็นคลื่นแน่นอน”

ผ่านไปสักครู่อาจารย์จึงพูดว่า “เจ้าเห็นแต่คลื่น แต่ไม่เห็นทะเล เจ้าเห็นแต่
คลื่นที่เคลื่อนตัวไปมาไม่หยุดนิ่ง ได้ยินเสียงที่โหมซัดกระหน่ำของคลื่น
แต่ไม่รู้สึกถึงความเงียบสงบของทะเล และไม่เห็น โฉมหน้าทั้งหมดของทะเล
จึงไม่แปลกที่เจ้าจะไม่เข้าใจถึงสัจธรรมที่แท้จริง

เรามักจะรู้สึกถึงกายและจิตของเราถูกพันธนาการจากสิ่งต่างๆ
เช่นความเจ็บปวดทางกาย ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิต
ในกายมี เกิด แก่ เจ็บ ตาย
ในจิตมี ดีใจ เสียใจ โกรธ ความสุข ความทุกข์
เราโดนสิ่งเปลี่ยนแปลงเหล่านี้บีบคั้น รบกวนอยู่ตลอดเวลา

กายและจิตที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็เหมือนกับคลื่นทะเล
เดี๋ยวก็ดี เดี๋ยวก็ร้าย เดี๋ยวก็มีความสุขจนแปลกประหลาด
บางทีก็เจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่
แต่ถึงอย่างไรก็ไม่พบเนื้อแท้ที่แท้จริงของชีวิต เหมือนกับดังเช่นไม่เห็นทะเล
ไม่เคยได้ไตร่ตรองถึงความสะอาดสงบของชีวิต เช่นดังกับไม่เคยได้สัมผัสถึง
ความเงียบสงบของทะเล

น่าจะถึงเวลาแล้วที่จะให้กายและจิตเงียบสงบลงได้แล้ว อย่าได้มัวแต่จดจ้อง
อยู่กับสิ่งที่คอยแต่จะรบกวน ชื่อเสียงและผลประโยชน์ความสัมพันธ์ระหว่าง
กันและกัน เป็นเพียงแค่ชั่วคราว เป็นอนิจจัง มีมาแล้วก็มีไป มีได้แล้วก็มีเสีย
ไม่ใช่ความจริง เจ็บปวดนะ!

โปรดได้ไตร่ตรองให้ดี อะไรคือชีวิต แล้วเราจะได้สัมผัสถึงความสุข
ความเป็นธรรมชาติของความสะอาดและสงบ


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 17 of 52<<131415161718192021>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com