เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 18 of 52<<141516171819202122>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 171
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 May 2006,01:33  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 172
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 May 2006,03:53 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



             ฉันคือใคร

ชีวิตคนดั่งละคร ทุกคนเป็นคนเขียนบท เป็นผู้กำกับ และเป็นนักแสดงเอง
บทที่เขียนออกมามีทั้ง บทดีใจ เสียใจ โกรธ และเศร้าโศก
สิ่งที่แสดงออกมามีทั้งรัก โกรธ ผูกพัน โกรธแค้น ชิงชัง
แต่ละบท แต่ละฉาก แต่ละตอน ไม่ใช่พบกับความสำเร็จ ก็ผิดหวัง ไม่ใช่ดีใจก็เสียใจ
เกิดๆดับๆ ดับๆเกิดๆ ดั่งที่ว่า “ชีวิตคนดั่งมายาซ้อนมายา”

เวียนว่ายตายเกิด เป็นไปตามแรงกรรม หมุนเปลี่ยนภพชาติเกิดมาในโลกนี้
เป็นเพราะกรรมสัมพันธ์ พ่อแม่ให้กำเนิดฉันมา จึงมีกายนี้
เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมา นึกถึงเรื่องชาติภพก่อน ใครคือฉัน มาจากไหน?
ทำไมถึงมา ชาตินี้ไม่แจ้ง แล้วจะให้รอถึงชาติไหน
จึงสงสัยว่า “ก่อนที่พ่อแม่ให้กำเนิดมาใครคือฉัน”

ดอกไม้บานแล้วย่อมต้องร่วง มีการเกิดก็ต้องมีการตาย ขณะนี้มีความสุข
มีลมหายใจตามปกติ แต่เมื่อหนึ่งช่วงลมหายใจ หายใจออกแล้วไม่เข้า
แล้วฉันคือใคร แล้วจะไปไหน แล้วทำไมต้องไป คิดถึงหนทางข้างหน้า
ลังเลสงสัยแล้วก็ไม่รู้

ความหมายของเซนจำต้องรู้ ปฏิบัติจริงถึงจะแจ้ง
ชีวิตดั่งความฝันและมายา อย่าได้หลง-วนอยู่ในความหลง
หากถามว่า “ฉันคือใคร? เห็นจิตตัวเองแล้วก็จะรู้”



ที่มา บทความจากอินเตอร์เน็ต

ขอขอบคุณ ภาพดอกบัวจากคุณแมวเหมียว
เป็นภาพดอกบัวที่ดูสวยแปลกตา เพราะซ้อนขึ้นมาคล้ายมะลิซ้อน
ทิศทางและมุมอาจดูแปลกไป เพราะผ่านการเป่ามนต์มายาแล้ว


เพิ่งได้ไปเยี่ยมชมสวนฝากฝัน ภาพดอกไม้สวยๆทั้งนั้นเลย
ภาพดอกเดลซี่สามภาพของ คุณพิล สวยเฉียบขาดจริงๆ
ยังกับมืออาชีพ เซฟเก็บไว้ทั้งสามภาพเลย

ภาพทิวลิปจุฬาก็สวย สวยหวานใสท่ามกลางดอกสีทึมๆมืดๆ
เซฟเก็บไว้เหมือนกัน


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 173
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 May 2006,03:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 174
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 May 2006,01:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



               ก้อนหินในใจ

อาจารย์เซนเชื้อจีนรูปหนึ่งนามว่า โฮเคน
พำนักอยู่องค์เดียวเงียบๆ ณ วัดเล็กๆต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง
วันหนึ่งมีภิกษุอาคันตุกะสี่รูปเดินทางมาขอพำนักอยู่ด้วย
ตกกลางคืนพระอาคันตุกะเหล่านั้นขออนุญาตก่อกองไฟผิงกันหนาวที่ลานวัด

โฮเคนได้ยินพระเหล่านั้นก่อไฟพลางโต้ถียงกันล้งเล้งๆ
ถึงเรื่องอายตนะภายใน อายตนะภายนอก
ด้วยความอดรนทนไม่ได้ จึงออกมาร่วมวงด้วย

โฮเคนหยิบก้อนหินมาก้อนหนึ่งแล้วถามว่า
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกคุณคิดว่า ก้อนหินก้อนนี้อยู่ในใจหรือนอกใจ”

พระรูปหนึ่งตอบว่า “ตามมติทางพุทธศาสนา ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอารมณ์ของใจ
เพราะฉะนั้น ผมจึงพูดได้ว่า ก้อนหินก้อนนั้นอยู่ภายในใจ”

โฮเคนบอกว่า “ถ้าคุณแบกก้อนหินชนิดนั้นไว้ในใจทุกเวลาแล้วไซร้
มันคงหนักเอาการซินะ”

สิ่งที่เห็น สิ่งที่ประสบทุกอย่าง หากเราเอามาแบกรับไว้ในใจอยู่ตลอดเวลา
ใจเราก็คงหนักอยู่ตลอดไป และในชีวิตของเรายังต้องพบเจอกับเรื่องราวอีกมากมาย
หากเราไม่วางมันเอาไว้นอกใจบ้าง เราก็ต้องดำรงชีวิตต่อไปอย่างกดดันหนักอึ้ง


ที่มา หนังสือแม็ค ม.ปลาย ฉบับวันที่ 10 มีนาคม 2549

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 175
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 May 2006,01:09 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 176
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2006,03:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



              แสวงหาปัญญา

มักจะได้ยินคนพูดอยู่เสมอว่า มีคนแสวงหาปัญญา
แต่แท้ที่จริงแล้วปัญญามาจากการเรียนรู้โดยสัญชาติญาณ
และมุมมองก่อให้เกิดขึ้นมา แสวงหายังไงก็หาไม่เจอ
และก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปแสวงหา
ลองมองย้อนกลับมาที่ใจของตัวเอง หากในจิตเต็มไปด้วยความวุ่นวายใจ
ถ้าเป็นอย่างนั้น ปัญญาที่บริสุทธิ์สะอาดก็จะไม่มีทางก่อเกิดขึ้นมาได้

มีบางคนนำปัญญามานึกว่าเป็น ความฉลาด
นึกว่าการพูดคล่องหรือถนัดในการใช้คำ หรือคนที่มีประสบการณ์มารอบด้าน
คือคนที่มีปัญญา แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียง “ประสบการณ์ทางโลกที่ทำให้ฉลาด”

คนส่วนใหญ่ถูก “ประสบการณ์ทางโลกที่ทำให้ฉลาด” มาบดบังปัญญาที่สะอาด
บริสุทธิ์และดีงามจนมืดมิด โดยไม่รู้ว่า การรู้ซื่อๆถึงจะเป็นความล้ำค่าทางปัญญา

หากอยากได้ปัญญาที่บริสุทธิ์แท้ จำเป็นจะต้องเตรียมพื้นฐานทางจิตที่ดีงามไว้
คนที่ฉลาด เพียงแค่ได้ยินทำที่ผิดหูสักหน่อยก็เอาสีข้างเข้าถู

คนมีปัญญา จะรู้จักนำถูกผิดมาเป็นบทเรียน ไม่ว่าจะพบกับคำพูดที่เสียดสีเย้ยหยัน
อย่างไร หรือเจอกับสถานการณ์ที่ทุกข์ยากอย่างไร ก็จะรู้จักนำอุปสรรคมาเป็นตัว
ผลักดันให้มุ่งไปข้างหน้า และยังรู้สึกถึงความสำนึกในบุญคุณ นี่แหละคือปัญญา

ในขณะเดียวกัน ทั้งคำพูดและการกระทำยังรู้จักระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
เพื่อจะได้ไม่ต้องไปกระทบกระทั่งถูกผู้อื่น ซึ่งสุดท้ายอาจจะย้อนกลับมา
ทำให้ตัวเองรำคาญใจไปเปล่าๆ

ทำอย่างไรถึงจะขจัดความวุ่นวายกังวลฟุ้งซ่านในจิตได้?
จำต้องอาศัยการแสวงหายามาแก้ด้วยตัวเอง เปรียบดังกับชาวนาต้องเริ่ม
ทำตั้งแต่ ลงต้นกล้า ดูแลพืชผล จนกระทั่งเมื่อเก็บเกี่ยว จำเป็นต้องอาศัย
การลงทุนลงแรงของตัวเอง การทำนาก็มีเทคนิคเฉพาะตน เช่นเมื่อช่วงเก็บเกี่ยว
จะต้องจับต้นข้าวให้มั่นด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งจับเคียว สองมือประสาน
อย่างเหมาะเจาะ ถึงจะเก็บเกี่ยวได้อย่างรวดเร็ว

การขจัดความวุ่นวายทางจิตก็เช่นกัน จำต้องให้ภายในภายนอกขับเคลื่อนไป
พร้อมกัน ภายในจิตตื่นรู้ด้วยตัวเอง ผสานกับการเรียนรู้จากโลกภายนอก

บทกลอนและคัมภีร์ของนักปราชญ์เมธีและปรมาจารย์
ที่สืบทอดต่อกันมาล้วนแต่เป็นสิ่งที่ล้ำค่าด้วยปัญญาอันดีงาม
พวกเราจะต้องนำจิตน้อมรับมาพิจารณา เพื่อขจัดสิ่งที่ทำให้เกิดความวุ่นวายใจ
ปัญญาที่ดีงามถึงจะก่อเกิดและนำไปใช้ประโยชน์ได้



ที่มา สมาชิกเว็บบอร์ดชาวเซน ของไต้หวัน

ด้านล่างอ่านเจอมาจาก บล็อคของ คุณกะเรนขาว
พูดถึงเรื่องปัญญาพอดีโดยไม่ได้นัดหมาย
จึงขอนำมาลงพร้อมกันระหว่างของชาวเซนกับของเถรวาท



ปัญญา ในความหมายของศาสนาพุทธ

ปัญญาปรมัตถ์


...ปัญญาในแก่นของศาสนาพุทธคือปัญญาในการละความไม่รู้ไม่เข้าใจและละความยึดถือในรูปนามทั้งหลายทั้งปวงได้หมดสิ้น (ความหมายของรูปนามท่านหมายถึงทุกๆสิ่งที่จิตสามารถสัมผัสได้ทั้งวัตถุ สสารต่างๆ ความรู้สึก ความจำ ความคิด ความเป็นตัวเรา) ปัญญาสูงสุดในทางพระพุทธศาสนาท่านจึงเรียกว่าปรมัตถ์ปัญญา มิใช่เป็นปัญญาที่เกิดจากการคิดไตร่ตรอง แต่เป็นการเกิดขึ้นด้วยกำลังของสมาธิจิตที่สมบูรณ์พร้อมแล้วเบื่อหน่ายเต็มที่ในรูปนามทั้งหลายแล้ว เห็นแล้วว่าอุปาทานในรูป-นามทั้งหลายทั้งปวงไม่มีตัวตนที่แท้จริงแต่อย่างใด กำลังของสายสัมพันธ์ความยึดมั่นในรูปนามหมดลงเพราะเบื่อหน่ายเต็มที่ หมดกำลังที่จะยึดมั่นถือมั่นอีกต่อไป อุปมาเหมือนกับคนที่ทำงานมาเหนื่อยเต็มที่ พอถึงบ้านหมดแรงอยากนอนอย่างเดียวแม้เสื้อผ้าก็ไม่ยอมถอด ทิ้งตัวลงนอนเลย ไม่สนใจร่างกายใดๆทั้งสิ้นแล้ว ขอนอนอย่างเดียว เพราะความเหนื่อยเพลียเต็มที่นั่นเอง

ดังนั้นปัญญาที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้นักธรรมต้องพิจารณาในรูปนามให้เห็นว่าเป็น ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่น่ายึดถือไม่มีตัวตนที่แท้จริง เมื่อพิจารณาบ่อยๆมากๆจนจิตเหนื่อยเบื่อในงานเต็มที่แล้วจิตจะปล่อยวางได้เองโดยที่ไม่ต้องอยากให้มันปล่อยวางแต่อย่างใด


... นักธรรมท่านใดที่เอาแต่ความสงบของสมาธิจิต เอาแต่อารมณ์สุขของสมาธิย่อมหาความเหนื่อย ความเบื่อและความปล่อยวางแบบปรมัตถ์ต่อรูปนามไม่ได้ อุปมาเหมือนกับพนักงานมาทำงานแต่ไม่ยอมทำงานจริง มานั่งมองโน่นมองนี่สุขสบายไปวันๆ ใครๆถามก็บอกกล่าวว่าตนเองเบื่อแล้วเหนื่อยแล้วแต่ในความเป็นจริงความเหนื่อยความเบื่อในงาน(รูปนาม)ยังไม่ได้เกิดกับจิตตนเองเลยเพราะตนเองยังไม่ได้ทำงานจะเอาความเหนื่อยความเบื่อมาจากไหน

ท่านจึงสอนให้นักธรรมพิจารณาความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาของรูปและนามให้มาก เหนื่อย-พัก,เหนื่อย-พัก(สมาธิ-พิจารณา,สมาธิ-พิจารณา)ทำอยู่แบบนี้เมื่อจิตปุถุชนเบื่อเต็มที่หมดกำลังที่จะยึดในรูปนามแล้วมันจะทิ้งในรูปนามเอง เห็นเองว่ารูปนามที่แท้จริงโดยปรมัตถ์มันเป็นอย่างไร อนัตตาของจริงมันเป็นอย่างไร.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 177
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2006,03:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 178
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 May 2006,04:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



         ๕๕.  ความโลภไม่มีสิ้นสุด

ฮ่องเต้องค์หนึ่งถามท่านราชครูว่า “ทำอย่างไรถึงจะได้รับธัมมะของพุทธะ”
“พุทธะอยู่ในใจของตัวเอง ผู้อื่นไม่สามารถที่จะให้ได้ มหาบพิตรเห็นก้อนเมฆ
ที่อยู่ด้านนอกวังนั้นหรือเปล่า? สามารถที่จะให้เหล่าองครักษ์สอยมาไว้ในวัง
ได้หรือเปล่า?”
“ไม่ได้แน่นอน”

ท่านราชครูกล่าวต่อว่า “ผู้คนในโลกที่ศรัทธาในพระพุทธ บางคนศรัทธาเพราะอยากให้พระคุ้มครองให้ได้เกียรติยศชื่อเสียง บางคนเพื่ออยากจะวิงวอนขอให้ได้ทรัพย์สินเงินทอง
บางคนเพื่ออยากจะให้หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆที่รุมเร้าทางจิตใจ จะมีสักกี่คนที่จะตามหาแก่นแท้แห่งพุทธะ”

“ทำอย่างไรถึงจะเป็นตัวแทนของพระพุทธ?”
“กิเลสทำให้มหาบพิตรมีความคิดเช่นนี้ อย่าให้ชีวิตหมดไปกับความคิดในเรื่อง
ที่ไม่มีความหมายอะไร กี่สิบปีที่หลงวนมัวเมาอยู่กับความไม่จริง ที่สุดแล้วก็เป็น
เพียงแค่ซากที่เน่าเปื่อยและโครงกะโหลกสีขาวเท่านั้น ทำอย่างนั้นให้ลำบากทำไม?”

“หากว่าไม่มีความวุ่นวายความกังวล?”
“ท่านเหยียบเศียรพระแล้วเดินผ่านไปเถอะ”

“หมายความว่าอย่างไร?”
“คนที่ไม่มีความกังวล จะเห็นตัวเองอย่างชัดเจน แม้จะบำเพ็ญจนกลายเป็นพุทธะ
ก็จะไม่หลงตัวเองว่าเป็นกายของพุทธะที่บริสุทธิ์

มีแต่คนที่จิตมีแต่ความกังวลวุ่นวายถึงคิดแต่จะให้หลุดพ้นจากความวุ่นวายเหล่านั้น หนทางแห่งการภาวนาเป็นหนทางของคนที่มีจิตสะอาดและสว่าง ไม่สามารถให้คนอื่นทดแทนได้
ปล่อยวางกิเลสของตัวเอง ปล่อยวางทุกสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ก็จะเป็นความจริงที่ว่า ท่านจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้”

“แม้ว่าจะได้ทุกสิ่งในโลกนี้ก็มีประโยชน์อะไร? ก็ยังไม่ได้เป็นพระพุทธ
“ทำไมถึงจะอยากเป็นพระพุทธ?”
“เพราะว่าข้าอยากจะเป็นพระพุทธที่มีพลังที่ไม่มีใครเหนือกว่าได้”

“ตอนนี้ท่านได้เป็นถึงฮ่องเต้ ยังไม่พออีกหรือ?
ความโลภของคนยากที่จะรู้จักพอ แล้วจะกลายเป็นพระพุทธได้อย่างไร?”
    
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 179
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 May 2006,04:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 180
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 May 2006,04:52 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



มอบให้แด่ แฮกเกอร์ ที่รัก
มีอะไรจะบอกกล่าวเล่ามากมาย
แต่ก็อยากจะสงบอยู่ในความไม่พูดนั้น
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 18 of 52<<141516171819202122>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com