เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 19 of 52<<151617181920212223>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 181
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 May 2006,03:50  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



         ปัญญาที่ปล่อยวางจิต

ทุกครั้งที่เรามองกระจก เราหวังจะได้เห็นตัวเองเป็นคนที่พิเศษมากคนหนึ่ง
และไม่อยากเห็นเป็นเช่นคนทั่วไปที่มีแต่ความทุกข์กังวล
เราหวังว่าจะได้เห็นคนที่มีแต่ความสุข
แต่ก็ได้เห็นแต่คนที่ดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่อย่างลำบากยากเย็น

ในความคิดของเราคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเมตตา แต่มองไม่เห็นความเห็นแก่ตัวของตัวเอง
เราอยากจะให้ตัวเองดูสง่ามีราศี แต่ความเย่อหยิ่งของเราทำให้เรากลายเป็นคนหยาบ เราอยากเห็นคนที่เข้มแข็งไม่ยอมแพ้ แต่ได้เห็นแต่คนที่ล่วงเลยวัยไปกับกาลเวลาที่ทำให้กลายเป็นคนแก่ ป่วย และตาย และกลายเป็นคนที่เมื่อยล้าและอ่อนแอ

ช่องว่างระหว่างความหวังและความจริงที่เกิดขึ้นมา ทำให้จิตวิญญาณของเรา
เจ็บปวดอย่างมหันต์ ปล่อยวางไม่ได้กับมายาที่หลอกว่าเป็นตัวเราของเรา
การจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ต้องอาศัยความกล้าเป็นอย่างมาก
และนั่นคือหนทางเดินของนักภาวนา

การจะภาวนาต้องเริ่มต้นจากการพิจารณาตนเอง จิตของเราเหมือนภาพยนตร์
เรื่องหนึ่ง ความคิดที่มีต่อความเป็นไปต่างนานาและความเป็นไปของโลก ก็เป็น
เพียงมายา รวมทั้งการเวียนว่ายตายเกิดหรือนิพพานก็เพียงส่วนหนึ่งของบท
ภาพยนตร์ หากเราสามารถที่จะมองชีวิตตัวเองเหมือนภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง
ก็จะทำให้จิตปล่อยวางได้อย่างสบายๆ ชื่นชมกับการดำเนินเรื่องของบทบาทแต่ละ
ตอน และสามารถมองทะลุถึงแก่นแท้ของความเป็นจริง ให้จิตดำเนินไปตามครรลอง
ของธรรมชาติ


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 182
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 May 2006,04:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 183
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 May 2006,21:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ชอบบท ปัญญาที่ปล่อยวางจิต ค่ะ

โดนใจ 

พิมพ์ติดไว้ที่โต๊ะทำงาน แล้วจะไปติดที่กระจกแต่งตัวอีกแผ่น

เอาไว้เตือนสติตัวเอง

ขอบคุณคุณแสงดาวค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 184
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 May 2006,02:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอขอบคุณคุณวันดีเช่นกันค่ะ
ที่เข้ามาอ่านและเป็นกำลังใจ
งานเขียนหรืองานแปลแม้มีประโยชน์ต่อผู้หนึ่งผู้ใดเพียงผู้เดียว
ก็นับว่าได้ประโยชน์สูงสุดแล้ว

กำลังเป็นเพียงแค่ผู้เดินทาง
ระหว่างทางได้พบเจอผู้ใดที่จริตคล้ายๆกัน
ได้คบหาและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ก็คงจะเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันทั้งในภายภาคนี้และภาคหน้า
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 185
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 May 2006,02:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                          ๕๖.   ชาวนาซื้อที่ดิน

มีชาวนาคนหนึ่งได้ข่าวว่ามีผู้จะขายที่ดิน จึงไปถามหาเจ้าของที่ว่าขายอย่างไร?
เจ้าของที่บอกว่า “เพียงแค่จ่ายเงินมาหนึ่งพันบาท หลังจากนั้นให้เวลาหนึ่งวัน
ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนตกดิน หากสามารถใช้เท้าเดิน วนจนกลับมาที่จุดตั้งต้น
เดินวนได้กว้างแค่ไหนก็จะได้ที่ดินมากเท่านั้น แต่ถ้าพระอาทิตย์ตกดินแล้ว
ยังกลับมาที่เดิมไม่ได้ เงินที่จ่ายไปก็จะสูญเปล่า

ชาวนานั้นคิดว่า “หากวันนั้นเดินให้ได้มากที่สุด ก็คงจะได้ที่ดินมากยิ่งขึ้น
ทำการค้าอย่างนี้ช่างคุ้มค่าจริงๆ” จึงเซ็นสัญญาที่จะซื้อที่นั้น

วันที่ตามนัดในสัญญา ชาวนาจึงรีบเดินกึ่งวิ่งไปอย่างรวดเร็ว เขาก้าวเท้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ยอมหยุดแม้แต่วินาที มุ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ พลางคิดในใจว่า “อดทน
วันนี้สักหน่อย ต่อไปจะได้เสวยสุขจากความเหนื่อยในวันนี้ที่นำสุขมาให้”

ขณะที่จะวกกลับไปที่เดิมนั้น ก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว เขาจึงเร่งฝีเท้าอย่าง
รวดเร็วเพื่อที่จะกลับที่เดิม เมื่อใกล้เวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ความเหนื่อย
บวกกับความเร่งรีบที่เดินไม่ได้หยุดพัก ทำให้เขาล้าลงและเดินช้าลงเรื่อยๆ
เมื่อพระอาทิตย์ตกดินเขาเหลือไม่กี่ก้าวก็จะถึงที่เดิม ขณะที่เขาล้มลงมือสอง
ข้างมาล้มลงตรงจุดตั้งต้นพอดี แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะชีวิตของเขาสูญสิ้น
ไปแล้ว แล้วจะมีความหมายอะไร
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 186
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 May 2006,02:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี

ดูภาพเต็มของชุดนี้ได้ที่
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=4927

ขอขอบคุณ คุณแพรไพลิน ที่นำไปโพสท์ต่อให้
ธรรมะเป็นของกลาง ยิ่งนำไปเผยแพร่มากเท่าไหร่
พุทธศาสนายิ่งแผ่ไปได้กว้างไกลมากเท่านั้น

ศาสนายังจำเป็นต้องอาศัยกระพี้เปลือกภายนอก
เพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามา แล้วค่อยตามหาแก่นแท้ในภายหลัง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 187
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 May 2006,01:55 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                    ๕๗.      เจ้าแม่ไม่ช่วย

มีอุบาสกท่านหนึ่งศรัทธาและนับถือพระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิมมาก
ครั้งหนึ่งเมื่อประสบกับอุทกภัย น้ำท่วมจนถึงหลังคาบ้าน เขาจึงปีนขึ้น
ไปบนหลังคาเพื่อรอคนมาช่วยเหลือ ขณะที่น้ำเจิ่งนองขึ้นมาเรื่อยๆ
จนถึงข้อเท้าแล้ว เขาจึงวิงวอนอธิษฐานว่า “เจ้าแม่กวนอิมผู้เปี่ยมล้น
ด้วยความเมตตาและปรานี โปรดรีบมาช่วยเหลือด้วยเถิด”

ผ่านไปไม่นานก็มีเรือลำหนึ่งผ่านมา จะแวะรับเขาไปด้วย แต่เขาพูดว่า
“ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า เดี๋ยวเจ้าแม่กวนอิมจะมาช่วย
เหลือข้าเอง” เรือลำนั้นเลยผ่านเลยไป

น้ำยังคงเจิ่งนองเพิ่มขึ้นเรื่อยจนถึงเอวของเขาแล้ว เขารู้สึกร้อนรนใจขึ้น
ไปอีกมากแล้ววิงวอนอธิษฐานต่อว่า “เจ้าแม่กวนอิมมาช่วยข้าพเจ้าเร็วๆ
ด้วยเถิด” ชั่วขณะนั้นก็มีเรือลำหนึ่งผ่านมาอีก เรือลำนั้นก็จะมาช่วย
เหลือพาเขาไปที่ปลอดภัย แต่เขาพูดว่า “ข้าไม่ชอบเรือลำนี้ เดี๋ยว
เจ้าแม่กวนอิมจะมาช่วยข้าเอง” เรือลำนั้นจึงเลยผ่านไป

เวลาผ่านไปน้ำก็ยังทวีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงหน้าอกแล้ว เขาได้แต่
เร่งรีบวิงวอนต่อไป แล้วก็มีเรือลำหนึ่งบรรทุกคนมาเต็มลำเรือ
ผ่านมาจะช่วยเหลือ แต่เขาปฏิเสธบอกว่า คนมากไปแล้ว ข้าไม่ขึ้น
อีกสักประเดี๋ยวเจ้าแม่กวนอิมจะมาช่วยเอง

ขณะที่น้ำท่วมจนถึงจมูกแล้ว จนเขาแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว
พระอาจารย์ท่านหนึ่งผ่านมาพอดี มาช่วยเขาได้ทันท่วงที
เขาพูดกับพระอาจารย์อย่างน้อยอกน้อยใจว่า
“ข้าศรัทธาและยึดมั่นนับถือเจ้าแม่กวนอิมมากทำไมเจ้าแม่ไม่มาช่วย
ข้าพเจ้า “

“เจ้าช่างใส่ร้ายพระโพธิสัตว์เสียจริง เจ้าแม่ได้ช่วยให้มีเรือหลายลำมา
ช่วยเจ้า แต่เจ้าก็บ่ายเบี่ยง ติโน่นตินี่ ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ยอมรับ
การช่วยเหลือ ดูเหมือนเจ้าจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าแม่แล้ว
และข้าก็ไม่ควรจะช่วยเจ้า ปล่อยให้เจ้าพบกับยมบาลคงจะดีกว่า”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 188
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 May 2006,02:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา หนังสือเรื่อง วาทะดังตฤณ ฉบับความรักหลากสี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 189
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 May 2006,01:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ไก่ป่าครอบครัวหนึ่ง หนีการไล่ล่าของผู้บุกรุกทำลายป่า
และก็ต้องหนีการไล่ล่าตลอดเวลาไม่ว่าจะหนีไปอยู่ตรงไหน
เพราะจากความเชื่อของผู้คนที่ว่า
เนื้อไก่ป่าเป็นยาและเป็นของบำรุงชั้นยอด

ที่สุดก็มาอยู่ในที่รกร้างใกล้สวนของผู้อารีแห่งหนึ่งในเขตชานเมือง
แต่ยังไงก็หนีการไล่ล่าไม่พ้น ผู้คนที่ได้ยินเสียงขันในช่วงเช้าแล้ว
ต่างลือกันไปทั่วว่า มีไก่ป่ามาอยู่ในบริเวณนั้น จึงทำให้มีผู้จะมาไล่ล่าทุกวัน

แต่น้องสาวเจ้าของสวนมักจะมาคอยกีดกันไม่ให้ผ่านสวนเข้าไป
ประจวบกับความไวและสัญชาติญาณของไก่ป่าเองที่ไม่ค่อยไว้ใจใคร
จึงทำให้หนีรอดไปได้ทุกครั้ง จนผู้คนยอมแพ้ และไม่มารบกวนอีก
ไก่ป่าครอบครัวนั้น จึงอยู่อย่างสงบสุขตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทุกๆเช้าไก่ป่า จะร้องขันส่งเสียงกังวานไปทั่ว ความไพเราะของ
น้ำเสียงไก่ป่าผู้เป็นลูกสาว ได้แว่วเข้าหูไก่บ้านตัวผู้ตัวหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
ทันทีที่ได้ยินเสียงขันของไก่ป่าสาวนั้น ก็รู้สึกนึกรักขึ้นมาทันที

นิยายรักของไก่ป่าและไก่บ้านจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ทั้งสองส่งเสียงขับขานเป็นทำนองเพลงรักโต้ตอบกันไปมาทุกๆเช้า
ต่างเข้าใจความรักความผูกพันในกันและกัน

แต่อนิจจา ความรักที่ผิดเชื้อชาติ ผิดธรรมเนียมและประเพณี
ทั้งสองจึงเป็นได้เพียงเส้นขนาน ที่สามารถเดินเคียงคู่กันไปได้
แต่ไม่มีทางที่จะมาบรรจบเป็นเส้นเดียวกันได้

แม้จะเป็นเพียงเส้นขนาน แต่ทั้งสองก็สามารถเห็นกันได้
ส่งเสียงถ่ายทอดความรักและความรู้สึกถึงกันได้ ซึ่งก็จะคงเป็น
เช่นนี้ตลอดไป จนกว่ากาลเวลาและอนิจจังของชีวิต
มาพลัดพรากทั้งสองให้จากกันไปคนละทิศทางตามวิถีทางของตน



เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  

เรื่องนี้เขียนจากเหตุการณ์และสถานที่จริง
อาจจะดูแปลกๆไปบ้าง
ต้องขออภัยและให้โอกาสกับมือใหม่หัดเขียนด้วยค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 190
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 May 2006,01:46 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE




        ๕๘. การนำวิธีการของเซนไปใช้

พระอาจารย์ท่านหนึ่งขณะที่จะไปแสดงธรรมในที่แห่งหนึ่ง
ระหว่างทางเห็นสามีภรรยาคู่หนึ่ง กำลังทะเลาะกันอยู่
ภรรยา  :  เจ้าเป็นสามีภาษาอะไร? ไม่เหมือนผู้ชายสักนิด
สามี   : ด่าซี ถ้าด่าอีก ข้าจะตีเจ้า
ภรรยา  :  ข้าจะด่า เจ้าไม่เหมือนผู้ชาย

พระอาจารย์ได้ยินที่สามีภรรยาทะเลาะกันแล้ว จึงตะโกนบอก
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาว่า “พวกเจ้ามาดูเร็ว เวลาจะดูวัวชนกันก็ต้องซื้อตั๋ว
ดูจิ้งหรีดกัดกัน ดูไก่ชนกัน ก็ต้องซื้อตั๋วทั้งนั้น แต่ตอนนี้ คนกำลังตีกัน
ไม่ต้องซื้อตั๋ว พวกเจ้ามาดูเร็วๆ

แต่สามีภรรยาคู่นั้นก็ยังคงไม่สนใจ และยังคงทะเลาะกันต่อไป
สามี   :  ถ้าเจ้าพูดอีกคำว่า ข้าไม่เหมือนผู้ชาย ข้าจะฆ่าเจ้า
ภรรยา  :  ฆ่าซี ฆ่าซี ข้าก็จะพูดอยู่นั่นแหละ เจ้าไม่เหมือนผู้ชาย

พระอาจารย์ : ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว ตอนนี้จะมีการฆ่าคนแล้ว มาดูกันเร็ว
คนเดินถนน  : หลวงพี่ ตะโกนเสียงดังทำไม สามีภรรยาเขาจะทะเลาะกัน ท่านยุ่งทำไม?
พระอาจารย์ : ทำไมจะไม่เกี่ยวกับอาตมา เจ้าไม่ได้ยินหรือว่า
                   เขาจะฆ่าคน
          เมื่อคนตายแล้วก็ต้องเชิญอาตมาไปสวดศพ        
          เมื่อสวดแล้วก็ย่อมจะต้องได้ซอง
คนเดินถนน :  อะไรกันนักหนา เพื่อซองแล้วถึงกับจะอยากให้มีการฆ่ากันตายเลยหรือ?
พระอาจารย์ : หวังจะไม่ให้ตายก็ได้ งั้นอาตมาจะไปเทศน์ก่อนแล้วล่ะ

สามีภรรยาคู่นั้นหยุดทะเลาะกันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
และทั้งคู่ก็มาฟังดูว่าพระอาจารย์ทะเลาะกับคนอื่นด้วยเรื่องอะไร?
พระอาจารย์จึงฉวยโอกาสพูดกับสามีภรรยาคู่นั้นว่า

“หิมะที่เกาะกันจนหนาแน่นสักเพียงใด เมื่อพระอาทิตย์สาดส่องมาก็ย่อมจะละลาย
กับข้าวจะเย็นชืดสักเพียงไหน เมื่ออุ่นด้วยไฟ ก็ยังร้อนขึ้นมา
สามีภรรยา มีบุญสัมพันธ์กันมาก่อนจึงได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน
ต้องเป็นพระอาทิตย์ ให้ความอบอุ่นแก่ผู้อื่น
เป็นไฟเป็นฟืน ปลุกจิตสำนึกให้ผู้อื่น
หวังว่าท่านทั้งสองจะรักใคร่ปรองดองซึ่งกันและกัน”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 19 of 52<<151617181920212223>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com