เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 52<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Sep. 2005,23:24  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






๘. นายพลจะออกบวช


     นายพลท่านหนึ่งทำสงครามป้องกันชายแดนอยู่แถบทะเลทรายเป็นเวลาถึงสิบกว่าปี ตอนนี้เมื่อนึกถึง คมหอกศาสตราวุธและสภาพสงครามที่มีเลือดไหลนองดั่งสายน้ำ จิตก็ยากที่จะสงบลงได้ เลยมาหาพระอาจารย์เพื่อจะขอออกบวช

“ พระอาจารย์ ข้าพเจ้าเบื่อสงครามเหลือเกิน ตอนนี้รู้สึกปลงไปหมดแล้ว ขอให้พระอาจารย์เมตตา รับข้าพเจ้าเป็นศิษย์เถอะ ”

“ เจ้าทำสงครามมาเป็นแรมปี กลิ่นอายแห่งการฆ่ายังมีอยู่เยอะ และยังมีครอบครัวให้เป็นห่วง ไม่เหมาะที่จะบวชตอนนี้ไว้รออีกสักระยะก่อน “ พระอาจารย์ตอบ

“ ข้าพเจ้าแม้จะอยู่ในสงครามมานาน นั่นเป็นเพราะความจำเป็นบังคับ ข้าพเจ้าเกลียดสงครามเป็นที่สุด ตอนนี้ข้าพเจ้าวางทุกอย่างลงได้หมดแล้ว ลูกและภรรยาครอบครัวก็ไม่เป็นปัญหา บวชให้ข้าพเจ้าเถอะ “

“ รออีกสักระยะหนึ่งก่อน “ พระอาจารย์พูดแล้วก็เดินกลับเข้าวัด ท่านนายพลเลยจำใจต้องกลับบ้านไป

รุ่งขึ้นแต่เช้าตรู่ ท่านนายพลก็มาที่วัดอีก พระอาจารย์เลยทักว่า
“ ท่านนายพลทำไมถึงตื่นมาไหว้พระแต่เช้า “
“เพื่อดับไฟอันร้อนรุ่มในหัวอก เลยตื่นเช้ามาไหว้พระพุทธองค์ “

พระอาจารย์เลยเหย้าแหย่กลับไปว่า “ตื่นแต่เช้ามาอย่างนี้ ไม่กลัวเมียมีชู้หรือ ? “ 

ท่านนายพลรู้สึกโกรธจัด จึงร้องด่าออกมาตามความเคยชินที่อยู่ในสงคราม ว่า 
“ !!!!! เจ้าทำไมพูดจาทำร้ายคนขนาดนี้ “

พระอาจารย์หัวเราะเบาๆ พูดมาเป็นโศลก ว่า
โบกพัดเพียงเบาๆ  ไฟในอกก็ คุ กรุ่น
มุทะลุอย่างนี้หรือ  คือการวางลงได้แล้ว


ท่านนายพลฟังแล้วหน้าแดงกล่ำ ไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้อีก


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Sep. 2005,22:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






๙. อะไรคือโฉมหน้าดั้งเดิมก่อนเราเกิดมา


    หลังจากที่พระจวีจือบวชได้ไม่นาน วันหนึ่งมีภิกษุณีมาที่วัดภิกษุณีนั้นใส่หมวกที่สานด้วยไม้ไผ่ และถือกระบองที่ทำด้วยตะกั่ว มาถึงก็เวียนรอบพระจวีจือ 3 รอบ

“ถ้าเจ้าพูดออกมาได้ ข้าพเจ้าจะถอดหมวกนี้ออก” พระจวีจือไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ภิกษุณีนั้นเลยขอลากลับ พระจวีจือเห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว เลยบอกให้พักค้างคืนที่วัดก่อน

“ถ้าเจ้าพูดออกมาได้ ข้าพเจ้าก็จะอยู่ก่อน” แต่พระจวีจือไม่ทราบว่า
ภิกษุณีนั้นต้องการให้พูดอะไร หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป พระจวีจือรู้สึกสังเวชใจมาก ที่ไม่สามารถตอบภิกษุณีนั้นได้ เมื่อพระอาจารย์ของพระจวีจือมาหา พระจวีจือจึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง พระอาจารย์ไม่พูดอะไร ได้แต่ชูหัวแม่มือให้พระจวีจือดู พระจวีจือจึงรู้แจ้งทันที



หลังจากนั้นเมื่อมีผู้มาถามธรรมมะ พระจวีจือจะตอบคำถามด้วยการชูหัวแม่มืออย่างเดียว ครั้นเวลานานเข้า สามเณรในวัดก็เลียนแบบบ้าง 
ทุกครั้งที่อาจารย์ไม่อยู่ เมื่อมีผู้มาถามธรรมะ ก็จะชูหัวแม่มือขึ้นมาเหมือนกัน

เรื่องรู้ถึงหูพระจวีจือ จึงถามเณรน้อยว่า “อะไรคือพระธรรม?” เณรนั้นยกหัวแม่มือขึ้นมาเป็นคำตอบ พระจวีจือเลยใช้มีดตัดหัวแม่มือนั้นจนขาด เณรน้อยนั้นร้องลั่น พระจวีจือถามต่อทันทีว่า

“อะไรคือโฉมหน้าดั้งเดิมก่อนเราเกิดมา” เณรน้อยยกหัวแม่มือขึ้นมาตามความเคยชิน เมื่อไม่เห็นหัวแม่มือ จึงเกิดการรู้แจ้งขึ้นมาทันใดนั้น



( เรื่องนี้เป็นเพียงแค่นิทาน จริงหรือเท็จอย่างไรคงไม่มีใครทราบได้ )


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Sep. 2005,22:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เรื่องดีๆทั้งนั้นนะคะ สองภาพสวยน่ารักจังค่ะ คุณแสงดาว winkthumb.gif
    
    
อ้างถึง
“อะไรคือโฉมหน้าดั้งเดิมก่อนเราเกิดมา” เณรน้อยยกหัวแม่มือขึ้นมาตามความเคยชิน เมื่อไม่เห็นหัวแม่มือ จึงเกิดการรู้แจ้งขึ้นมาทันใดนั้น
 


    รู้แจ้งว่าอย่างไรคะ คุณแสงดาว คุณ สข1 คุณคิลิน ?  
       รู้ว่าเราเกิดมาจากไม่มีอะไรเลยหรือคะ?

     withstupid.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Sep. 2005,00:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะพี่แอ๊ด

  ต้องขออภัยที่กลับมาที่ห้องแสงธรรมแล้วแต่ยังไม่เคยได้ทักทาย
กันเลย ส่วนใหญ่ที่เข้ามาก็ตรงมาที่ห้องแสงธรรม แล้วไม่ได้ไปที่
ห้องอื่นเลย  เพราะค่อนข้างเสียเวลาไปกับ search หารูป
พอเจอรูปก็เจอเว็บใหม่ๆ แต่ละเว็บมีรูปมีอะไรน่าอ่านเยอะจริงๆ

สำหรับคำถามที่ถามคิดว่ายกให้เป็นหน้าที่ของพี่คิลินตอบ ดูจะเหมาะสมที่สุด
แสงดาวค่อนข้างถนัดในทางปฏิบัติมากกว่า
ส่วนเรื่องการบรรยายธรรมนั้นดูจะยังอยู่อีกไกล

( รูปและเรื่องที่จัดเรียงอยู่ในกรอบอย่างเป็นระเบียบและสวยงาม
หลังจากโพสต์แล้ว ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก พี่คิลิน )
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Sep. 2005,00:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                 หลังพบภัยพิบัติ

ที่ภูเขาแห่งหนึ่งมีชายตัดฟืนคนหนึ่ง ได้สร้างบ้านด้วยตัวเองอย่างยากลำบาก
ที่สุดก็ได้บ้านที่พอคุ้มลมและฝนได้หลังหนึ่ง

วันหนึ่งเขาหาบฟืนไปส่งขายในเมือง ขณะเมื่อเขากลับบ้านในช่วงเย็น
ก็เห็นไฟกำลังลุกไหม้บ้านของเขาอยู่ ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงต่างก็เข้ามา
ช่วยกันดับไฟ แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเย็น ลมจึงโหมแรงกว่าปกติ
ดังนั้นจึงยากที่จะดับไฟที่ลุกโชนลงได้ จึงได้แต่ยืนมองอยู่ข้างๆ
ปล่อยให้ไฟลุกไหม้จนหมดทั้งหลังต่อหน้าต่อตา

เมื่อไฟดับมอดลงแล้ว ก็เห็นชายตัดฟืนนั้น ถือกระบองไม้เข้าไป
ในซากบ้านนั้นแล้วคุ้ยหาสิ่งของอยู่ บรรดาคนที่มามุงดู นึกว่าเขา
คงจะคุ้ยหาสิ่งมีค่าที่แอบซ่อนไว้ จึงยืนมองดูการกระทำของเขา
ด้วยความแปลกใจ

ผ่านไปเพียงชั่วครู่ ชายตัดฟืนคนนั้นร้องออกมาอย่างดีใจว่า
“ข้าหาเจอแล้ว ข้าหาเจอแล้ว” เพื่อนบ้านทั้งหลายจึงเข้าไปดู
ที่แท้สิ่งที่อยู่ในมือนั้นคือขวานนั่นเอง ไม่ได้เป็นของมีค่าแต่อย่างใด
ชายตัดฟืนนั้นเอาด้ามไม้เสียบลงไปในหัวขวาน แล้วพูดอย่างเชื่อมั่นว่า
“ขอเพียงมีขวานเล่มนี้ ข้าก็จะสามารถสร้างบ้านที่แข็งแรง
และทนทานได้มากกว่านี้”

คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยประสบความล้มเหลวมาก่อน
แต่เมื่อหลังจากผ่านความล้มเหลวแล้ว
ยังสามารถดิ้นรนขวนขวายเข้าไปหาหนทางทางแห่งความสำเร็จได้

( เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน อ่านเจอในเน็ต เห็นว่าดี เลยแปลมาให้อ่าน )
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Sep. 2005,00:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

thankssign.gif  bowsdown.gif  bowsdown.gif  flo_1.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Sep. 2005,21:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (add @ 23 กย. 2005,10:51)
อ้างถึง
“อะไรคือโฉมหน้าดั้งเดิมก่อนเราเกิดมา” เณรน้อยยกหัวแม่มือขึ้นมาตามความเคยชิน เมื่อไม่เห็นหัวแม่มือ จึงเกิดการรู้แจ้งขึ้นมาทันใดนั้น
 


    รู้แจ้งว่าอย่างไรคะ คุณแสงดาว คุณ สข1 คุณคิลิน ? 
    รู้ว่าเราเกิดมาจากไม่มีอะไรเลยหรือคะ?
        

นิทานเซน เป็นวิธีการสอนธรรมะอย่างหนึ่งของเซน คือสอนให้ขบคิด ให้ตีความในปริศนาธรรมนั้นๆ จากการที่ต้องคิด ทำให้เกิดการเชื่อมโยงความคิดของตน ทำให้ต้องจัดระเบียบความคิด เพื่อที่จะไปเข้าใจค้นหาคำตอบ ความคิดที่เป็นระบบเท่านั้นจึงจะนำพาไปสู่คำตอบ

สิ่งสำคัญที่ได้จากการคิด ไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นกระบวนการวิธีคิดที่นำไปสู่คำตอบนั้น สิ่งนี้พุทธศาสนาเรียกว่า "ปัญญา" อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา

ก็เลยขอตอบเป็นปริศนาธรรมอีกบท ให้คิดต่อ

ลูกรัก.….
อย่าเอาอะไรอะไร ตั้งไว้ในจิต
อย่าเอาจิต ตั้งไว้ในอะไรอะไร
ถ้ามีจิตมันก็ต้องมีอะไรอะไร

           ' พุทธอิสระ '


อ้างถึง (แสงดาว @ 24 กย. 2005,12:12)
สำหรับคำถามที่ถามคิดว่ายกให้เป็นหน้าที่ของพี่คิลินตอบ ดูจะเหมาะสมที่สุด
แสงดาวค่อนข้างถนัดในทางปฏิบัติมากกว่า
ส่วนเรื่องการบรรยายธรรมนั้นดูจะยังอยู่อีกไกล

ไม่ไกลนักหรอกครับ ตราบใดที่คุณแสงดาวชอบแปลบทเซน

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Sep. 2005,00:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






๑๐. สังฆปริณายกองค์ที่ 4 กับฝ่าหยง


    สังฆปริณายกองค์ที่ 4 มีนามว่า เต้าสิ้น วันหนึ่งท่านผ่านไปที่ภูเขาหนิวโถว ซึ่งเป็นที่อยู่ของท่านฝ่าหยง จึงแวะไปหา ท่านฝ่าหยงเห็นท่านเต้าสิ้นมาก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจอะไร

เต้าสิ้น   :   ท่านทำอะไรอยู่ที่นี่

ฝ่าหยง  :   ดูจิต

เต้าสิ้น   :   ใครกำลังดูจิต สิ่งที่ดูคือจิตอะไร

ฝ่าหยง   :   พูดไม่ออก

เต้าสิ้น   :   หากอยากจะปฏิบัติธรรมจนเป็นพุทธะ ไม่จำเป็นต้องตั้งใจเพ่งจ้อง และก็ไม่ต้องกดข่ม ปล่อยให้เป็นไปตามครรลองธรรมชาติของจิต

ฝ่าหยง  :   ถ้าไม่ตั้งใจเพ่งจ้อง หากจิตกระเพื่อมจะทำอย่างไร

เต้าสิ้น   :   สิ่งต่างๆในโลกนี้ไม่มีดี ไม่มีชั่ว ไม่มีสวยไม่มีขี้เหร่ หากอยากจะแบ่งแยกดีชั่วจริงๆ พูดได้แต่เพียงว่า   ข้างในแม้จะสว่างแต่จิตไม่สงบ ลักษณะอย่างนี้แม้ว่าจะนั่งสมาธิทุกวันก็ป่วยการไปเปล่าๆ ที่สุดก็เป็นพุทธะไม่ได้   หากไม่ปล่อยให้จิตไปยึดติดกับสรรพสิ่ง ก้าวพ้นออกมาจากสรรพสิ่งทั้งหลาย เจ้าจะบรรลุถึงจิตพุทธะได้

ขณะนั้นพอดีมีเสือตัวหนึ่งดินเข้ามาหมอบนิ่งๆอยู่ใกล้ท่านฝ่าหยง ท่านเต้าสิ้นเห็นแล้วตกใจกลัว ท่านฝ่าหยงหัวเราะแล้วพูดว่า

“ ท่านยังมีอย่างนี้อีกหรือ ? “

ท่านเต้าสิ้นไม่พูดอะไร แต่ไปที่เบาะรองนั่งสมาธิของท่านฝ่าหยง แล้วเขียนคำว่า “ พุทธะ “ แล้วเชิญท่านฝ่าหยงนั่ง ท่านฝ่าหยงลังเลไม่กล้านั่ง ท่านเต้าสิ้นหัวเราะแล้วพูดว่า

“ ท่านก็มีอย่างนี้ด้วยหรือ ? " แล้วทั้งสองก็หัวเราะพร้อมกัน

ท่านเต้าสิ้นและท่านฝ่าหยงสนทนาธรรมจนค่ำ ท่านฝ่าหยงจึงชวนให้ค้างคืนที่นั่น แต่ว่ามีเพียงเตียงเดียว ท่านฝ่าหยงจึงเสียสละเตียงให้ท่านเต้าสิ้นนอน แล้วตัวเองก็ไปนั่งสมาธิ กลางดึก ท่านเต้าสิ้นนอนกรนเสียงดังมาก

รุ่งเช้า ท่านฝ่าหยงจึงต่อว่าท่านเต้าสิ้นว่า เมื่อคืนนี้ท่านนอนกรนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนทำให้ข้าพเจ้านั่งทำสมาธิไม่ได้ ท่านเต้าสิ้นตอบว่า

“ เมื่อคืนนี้ท่านทำเห็บตัวหนึ่งตกลงไปที่พื้น จนขามันหักไปขาหนึ่ง ทำให้มันร้องทั้งคืน รบกวนการนอนของข้าพเจ้าเหมือนกัน “




Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Sep. 2005,23:50 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






๑๑. รู้ว่าเดินผิดทางแล้วละ


   มีพระเซนรูปหนึ่ง เมื่อครั้งยังเป็นหนุ่ม มักออกจะท่องเที่ยวธุดงค์ไปในที่ต่างๆ ได้พบกับคนชอบสูบบุหรี่คนหนึ่งระหว่างทาง ทั้งสองจึงเดินร่วมทางกันไปด้วยระยะหนึ่ง ขณะที่นั่งพักอยู่ริมธาร ชายคนนั้นได้ให้กล้องสูบยาและยาเส้นจำนวนหนึ่ง พระรูปนั้นรับสิ่งที่คนนั้นให้มาด้วยความยินดี จึงติดสูบยาเส้นอยู่ระยะหนึ่ง

วันหนึ่งจึงได้คิดว่า เจ้าสิ่งนี้ทำให้ตัวเองมีความสุขมาก คงจะรบกวนการทำสมาธิแน่นอน ถ้าหากปล่อยให้เสพติดอย่างนี้ต่อไป ก็จะกลายเป็นความเคยชินที่ไม่ดีและแก้ยาก น่าจะเลิกเสียแต่แรกดีกว่า จึงนำกล้องและยาไปทิ้ง

ผ่านไปอีกระยะหนึ่งก็ไปหมกมุ่นอยุ่กับคัมภีร์ “ยี่จิง” เรียนรู้จนสามารถคำนวญและทำนายอะไรต่างๆได้ วันหนึ่งในหน้าหนาว อากาศหนาวสะท้านไปทั่ว พระเซนนั้นเลยเขียน จ.ม. ไปขอเสื้อกันหนาวจากพระอาจารย์ของตัวเอง แต่ว่า จ.ม.ส่งออกไปตั้งนาน นานจนหน้าหนาวผ่านไป หิมะบนภูเขาก็ละลายไปหมดแล้ว แต่พระอาจารย์ก็ยังไม่ได้ส่งเสื้อกันหนาวมา และก็ไม่มีข่าวคราวใดๆจากพระอาจารย์มาเลย พระรูปนั้นเลยใช้ตำราคัมภีร์ “ยี่จิง”มาผูกดวงเอง ที่สุดก็คำนวญออกมาว่า จ.ม.ฉบับนั้นส่งไปไม่ถึงมือพระอาจารย์

เขาคิดในใจว่า แม้ว่าคัมภีร์ “ยี่จิง” จะแม่นยำ แต่ว่าถ้าเรายังหมกมุ่นอยู่กับทางเดินสายนี้ จะมุ่งมั่นแน่วแน่ปฏิบัติธรรมได้อย่างไร? ตั้งแต่นั้นมาเลยไม่ไปเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับคัมภีร์นี้อีก

หลังจากนั้น พระรูปนั้นก็ไปหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวของการขีดๆเขียนๆอีก ทุกวันก็มักจะนั่งอ่าน ค้นคว้า ขีดเขียนอยู่แต่กับหนังสือ มีผลงานออกมาหลายเล่มจนได้รับการยกย่องจากคนในวงการไม่ขาดปาก

วูบหนึ่ง ท่านคิดได้ว่า “ เรากลับมาเดินห่างจากเส้นทางแห่งมรรคอีกแล้ว ถ้าหากเป็นอย่างนี้ต่อไป เราคงจะต้องกลายเป็นนักประพันธ์ นักวิชาการ ก็คงจะเป็นพระอาจารย์เซนไม่ได้แล้ว"

ตั้งแต่นั้นมาเลยตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติอย่างเดียว ละทิ้งทุกอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรม ที่สุดก็กลายเป็นพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของนิกายเซน


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Sep. 2005,23:55 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เรื่องนี้ดูเหมือนจะกระทบต่อตัวเองโดยตรง
อาจารย์และเพื่อนๆมักจะแอบส่งสัญญาณมาเตือนบ่อยๆ
ขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะ


อ่าน “ภาษิตรากผัก”ที่ลานธรรมแล้ว
http://larndham.net/index.php?showtopic=16691&st=0


เลยไปดูหนังสือที่บ้านมีหนังสือเรื่อง “เซนอธิบายเรื่องรากผัก”
เขียนโดยนักเขียนคนเดียวกัน
เขียนขึ้นสมัยราชวงศ์หมิง ( พ.ศ. 1911-2187 )
ลักษณะการเขียนคล้ายๆกับ “ภาษิตรากผัก”
แต่มีถึง 401 เรื่อง ภาษิตรากผักมีแค่ 60 เรื่อง
แต่ละเรื่องไม่ยาวมาก เป็นคำสอนคำกลอน
แล้วมีเรื่องเล่าประกอบ น่าอ่านมาก แต่คงแปลไม่ได้
เพราะเป็นหนังสือที่มีลิขสิทธิ์
( คำว่า “รากผัก” ในสมัยโบราณ คงหมายถึงรากหญ้าในปัจจุบัน )
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 52<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com