เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 31 of 52<<272829303132333435>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 301
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Jul. 2006,06:08  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




พระสูตรมหายานอีกสูตรหนึ่ง ไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางนักแต่ก็มีความลึกซึ้งอย่างที่เป็นแกนนำ
สำหรับพุทธศาสนิกที่เชื่อถือและปฏิบัติตามนี่ก็คือ อวตังสกสูตร กล่าวว่าพระสูตรนี้เกิดขึ้นจาก
พระพุทธเจ้าดำรัสเมื่อแรกตรัสรู้ หากลุ่มลึกเกินกว่าเวไนยนิกรสมัยพุทธกาลจะเข้าใจได้ จึงมา
ปรากฎความขึ้น เมื่อพุทธปรินิพพานล่วงแล้วไปได้ราว ๆ ๕oo ปีแล้วแปลออกเป็นภาษาจีนอีก
สามร้อยปีต่อแต่นั้นมา

พระสูตรนี้มีถ้อยคำอุปมาที่สำคัญอันว่าด้วยข่ายของพระอินทร์(ท้าวสักกะ) ซึ่งถักไว้ด้วยมณีรัตนะ
ต่าง ๆ แต่ละเม็ดจะสะท้อนให้เห็นแสงของกันและกัน เป็นการโยงปัจจยาการ หรือ อิทัปปัจจยตา
ของสรรพสิ่งในสกลจักรวาล ซึ่งอยู่ในเครือข่าย หรือแหของพระอินทร์(จะเรียกว่า อินทรชาลสูตร
โดยเปรียบกับ พรหมชาลสูตร ของเถรวาทเราก็ได้ เพราะ ชาล ก็คือร่างแหนั้นแล)

อวตังสกสูตร เก็บความอย่างละเอียด แต่ย่อยสุดไปจนใหญ่สุดและในทุกอณูมีพระพุทธเจ้าและ
พระโพธิสัตว์เจ้าปรากฏอยู่ด้วยเสมอไป พระสูตรเริ่มแรกจากการพรรณาถึงภาวนาวิธี ที่กระทำ
ได้ทุก ๆ วัน ของทุก ๆ คน ก่อนเข้าถึง อวตังสก หรือ ดอกไม้อันประดับ อย่างเป็นเลิศ อันได้แก่
พระไวโรจนพุทธ ซึ่งก็คือพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ในสกลจักรวาล หรือจะ
กล่าวว่าพระไวโรจนพุทธก็คือสกลจักรวาลนั่นเอง

พระไวโรจนพุทธทรงแสดงออกซึ่งพุทธภาวะ อันได้ก่อสัจภาวะของธรรมชาติ หากกระจายและ
และขยายความออกไปเป็นพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ เช่น พระสมันตรภัทรโพธิสัตว์ ซึ่งทรงแสดงออก
ซึ่งการกระทำทุก ๆ อย่าง

พระสูตรนี้เน้นที่พระไวโรจนพุทธและพระสมันตรภัทรโพธิสัตว์แล้วจึงอธิบายว่าด้วยทศภูมิกะ
หรือการเจริญโพธิสัตวธรรมบารมีเป็นขั้น ๆ ทั้งสิบขั้น

บทท้ายสุดของพระสูตร มีชื่อว่า คัณฑวยูหสูตร ซึ่งนับว่ายาวที่สุดและแบ่งเป็น ๓๙ ตอน ทางเมือง
จีนเน้นบทนี้เป็นที่ยิ่ง กล่าวพรรณาว่าด้วยการเข้าถึงเมืองแก้ว อันกล่าวแล้วคือดินแดนซึ่งเป็นสัตยะ
ด้วยการเล่าถึงบุญจาริกของท่านสุธน ซึ่งพระโพธิสัตว์มัญชุศรีส่งให้ไปแสวงหาสัจธรรม ท่านสุธน
ไปแสวงหาครูอาจารย์ถึง ๓๒ ท่าน จากวิถีชีวิตต่าง ๆ จนในที่สุด ท่านสุธนไปพบพระศรีอริยเมต
ไตรยโพธิสัตว์ ซึ่งชี้ให้ดูหอใหญ่ หมายความว่าหอนี้รวมภูมิปัญญาของพระโพธิสัตว์ไว้ จนท่านเข้าใจ
สกลจักรวาล

ท่านสุธนเข้าไปยังหอใหญ่ที่ว่านี้ แล้วไปเจอหอใหญ่อื่น ๆ อีกมาก ทั้งยังไปค้นพบด้วยว่าพระศรีอริย
เมตไตรยนั้นได้บรรลุธรรมถึงที่สุดในโลกต่าง ๆ มามากแล้วหากยังคงอธิษฐานโพธิสัตวธรรมบารมี
รอเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ต่อไป เพื่อคอยช่วยสรรพสัตว์

แต่ละหอที่ท่านสุธนค้นพบ ล้วนกว้างขวางอย่างไพศาล มีเนื้อที่ที่รวมเอาเนื้อที่ของหออื่น ๆ เข้า
มาด้วย จนไปรู้จักจบสิ้น ในที่สุดพระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ทรงส่งท่านสุธนกลับไปหาพระมัญชุศรี
โพธิสัตว์ เพื่อไปเรียนรู้เพิ่มเติม แต่แล้วพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ก็เพียงตบศรีษะท่านสุธนให้ท่านกลาย
สภาพไปเป็นพระสมันตรภัทรโพธิสัตว์ ภายในเสี้ยวเวลา๕๒ วินาที นี้แลคืออวสานของพระสูตร

ชื่อพระสูตรว่า อวตังสก นี้ กลายเป็นนิกายหนึ่งของมหายานในเมืองจีนคือ หัวเหยียนจง วึ่งสอน
พุทธปรัชญาอย่างลึกซึ้ง ด้วยการแปลภาวนาวิธีต่าง ๆ ให้เกิดตื่นขึ้นจากการบีบรัดของกองกิเลส
จนหลายคนเห็นกันว่านิกายนี้ในเมืองจีนเป็นจุดสุดยอดของปรัชญามหายาน ซึ่งเน้นในเรื่อง
ปัจจยาการ อันนำมาใช้ได้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เป็นเหตุให้พวกนิเวศวิทยาสมัยใหม่
ของฝรั่งหันมาสนใจพระสูตรนี้และนิกายนี้กันเป็นอันมาก

คัดมาจาก ความเข้าใจเรื่องมหายาน โดย ส ศิวลักษณ์

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 302
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Jul. 2006,02:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะ คุณ ultraman

ที่นำบทความดีๆมาให้อ่าน ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาอีกเยอะเลย
ไม่ค่อยรู้จักนิกายมหายานสักเท่าใด
ที่รู้จักดี ก็คือนิกายเซน กับนิกายสุขาวดี

เหมือนกับจะมีแนวโน้มว่าจะช่วยทำงานให้กับนิกายสุขาวดีมากกว่า
เพราะคนที่รู้จักและสนิทสนมด้วยล้วนแต่ทำงานให้กับวัดแล้ว
เพื่อนๆส่วนใหญ่ช่วยงานทางด้านคอมบ้าง Write CD บ้าง
เพราะนิกายนี้เขาแจกหนังสือและซีดีไม่อั้น
เขาตั้งใจทำงานเพื่อศาสนาจริงๆ
ไม่มีผลประโยชน์ทางด้านเงินทองแอบแฝง

ตอนนี้มักจะช่วยเรื่องเงินมากกว่า เพราะหากต่างคนต่างไม่ช่วยกัน
วัดคงอยู่ไม่รอด เพราะพระในนิกายนี้ไม่ได้ออกบิณฑบาต

โดยส่วนตัวแล้วถนัดปฏิบัติในแนวเถรวาทมากกว่า
แต่ถ้าให้ช่วยงานแล้วไม่เกี่ยงว่าจะเป็นนิกายไหน
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 303
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Jul. 2006,02:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




              การมีชีวิตอยู่

มีคนๆหนึ่งกลัวความตายมาก เขาคิดในใจว่า
“ความตายอยู่ข้างหน้าหรืออยู่ข้างหลังนะ แต่คนส่วนใหญ่
มักจะมุ่งไปข้างหน้าแล้วตาย เช่นอุบัติเหตุจากเครื่องบิน จากรถคว่ำ
สัตว์ทั้งหลายก็ตายเมื่อวิ่งหนีเอาตัวรอดคราวถูกไล่ล่า ไม่เคยมีสัตว์ตาย
ตอนเดินถอยหลัง เพราะฉะนั้นความตายต้องถูกไล่มาจากข้างหลัง”

เมื่อได้คำตอบที่แน่นอนแล้ว หนทางเดียวที่จะหนีรอดจากความตายได้
จะต้องวิ่งหนีไปด้วยความเร็วและความเร่งรีบมากที่สุด

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาจึงทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็น
การกินข้าว ทำงานหรือว่าเดิน ต้องทำให้เร็วกว่าปกติที่เคยทำสามเท่า
วันหนึ่ง ขณะที่เดินไปอย่างเร่งรีบ มีชายชราไว้เครายาวขาวโพลนเรียก
เขาไว้ แล้วพูดว่า “เจ้าเร่งรีบขนาดนี้ จะไปไล่ตามอะไรหรือ?
“ไม่ได้ไปไล่ตามอะไร แต่ข้ากำลังจะหลบหลีก”
“หลบหลีกอะไร?” ชายชรานั้นถาม
“หลบหลีกความตาย”
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าความตายอยู่ข้างหลัง?”
“เพราะว่าสัตว์ทุกชนิดมักจะตายช่วงที่ถูกไล่ล่ามาจากข้างหลัง”
“เจ้าคิดผิดแล้ว ความตายไม่ได้ไล่ล่ามาจากขณะเริ่มต้น แต่รออยู่
ที่ปลายทางแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะวิ่งเร็วหรือวิ่งช้า ก็ต้องถึงจุดจบแน่นอน”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เพราะข้าคือเทพเจ้าแห่งความตาย”

ชายคนนั้นรู้สึกตกใจกลัวมาก พูดว่า “ท่านมาปรากฏตัวในวันนี้
หรือว่าความตายของข้ามาถึงแล้ว?”
“เจ้าไม่ต้องกลัว อายุขับของเจ้ายังไม่หมด แต่เจ้าวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
พี่น้องของข้า (การมีชีวิตอยู่) มักจะมาปรับทุกข์กับข้าว่า วิ่งตามเจ้าไม่ทัน
หากเจ้าไม่ยอมพบกับพวกเขาบ้าง ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากความตายเลย
พวกเขามาขอร้องให้ข้าช่วยบอกให้เจ้าลดความเร็วลงด้วย”

“ทำอย่างไรข้าถึงจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับการมีชีวิตอยู่ได้?”
ก่อนอื่น เจ้าต้องยืนนิ่งๆ ทำจิตให้สงบลง แล้วลองมองไปรอบๆตัว
ใช้จิตพิจารณา ใช้ความรู้สึกรัก ใช้พลังที่มีอยู่ทุกอย่างมาลิ้มลอง
ความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่ ความมีชีวิตก็จะอยู่กับเจ้า”

ขณะที่เขาสงบนิ่งอยู่นั้น ชายชรานั้นพูดขึ้นมาว่า
“เจ้าลองหันกลับมาดูซิ ความมีชีวิตอยู่กับเจ้าแล้ว”
ขณะที่หันกลับมามอง ก็ไม่เห็นชายชรานั้นแล้ว แต่สิ่งที่เขาไม่เคยเห็น
มาก่อนเลยคือสิ่งต่างๆที่มีอยู่รอบๆตัว และความสุขที่แท้จริง

มีแต่เมื่อรู้จักคุณค่าของชีวิตที่แท้จริง ถึงจะสัมผัสได้ถึงการมีชีวิตอยู่


ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 304
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Jul. 2006,02:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (10)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 305
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Jul. 2006,00:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                จำนวนครั้งที่ลุกขึ้นมาสู้

คุณพ่อท่านหนึ่งเป็นกังวลกับลูกชายของตัวเองมาก เพราะอายุถึงสิบห้าสิบหก
ปีแล้ว แต่รู้สึกว่าลูกชายไม่มีความเป็นลูกผู้ชายแม้แต่นิดเดียว

เขาเลยไปหาพระอาจารย์เพื่อให้อบรมสั่งสอนลูกชายของเขา
พระอาจารย์กล่าวว่า “ให้ลูกชายของท่านอยู่ที่นี่สักสามเดือน ภายในสามเดือน
นี้ห้ามท่านมาเยี่ยม ข้ารับรองว่าจะสอนให้ลูกของเจ้าได้เป็นลูกผู้ชายอย่างแท้จริง”

สามเดือนผ่านไป พ่อของเด็กนั้นมารับลูกกลับไป พระอาจารย์จึงจัดให้มีการ
แข่งขันยูโดเพื่อให้เห็นถึงผลการฝึกฝนของสามเดือนที่ผ่านมา คนที่มาแข่ง
กับลูกชายของเขานั้นเป็นครูผู้ฝึกนั่นเอง

เมื่อครูฝึกจู่โจมมา เด็กนั้นก็จะรับไม่ได้แล้วต้องล้มลง แต่เมื่อล้มลงแล้ว เด็กนั้นจะลุกขึ้นมาตั้งท่ารับใหม่ทันที เป็นอย่างนี้ผ่านไปถึงสิบกว่าครั้ง

พระอาจารย์ถามพ่อเด็กนั้นว่า “เจ้าว่าการกระทำของลูกท่านพอจะเป็น
ลูกผู้ชายแล้วหรือยัง?”
“ข้าพเจ้ารู้สึกอับอายยิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าส่งลูกมาให้ท่านฝึกถึงสามเดือน
สุดท้ายผลที่ข้าพเจ้าเห็นคือ ลูกสู้ไม่เป็น เพียงเขาจู่โจมมาก็ล้มลงทุกครั้ง”

“ข้ารู้สึกเสียใจยิ่งนักที่เห็นเจ้ามองเพียงแค่ผลชนะหรือแพ้ เจ้าไม่เห็น
ความกล้าและความเด็ดเดี่ยวของลูกท่านที่ล้มลงแล้วลุกขึ้นมาทันที
นั่นแหละถึงจะเป็นลูกผู้ชายตัวจริง เพียงแค่จำนวนครั้งที่ลุกขึ้นมาสู้
มากกว่าล้มลงไปหนึ่งครั้งก็นับว่าประสบผลสำเร็จแล้ว


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 306
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Jul. 2006,01:06 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (11)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 307
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Jul. 2006,01:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                 สมบูรณ์แบบ

เณรน้อยรูปหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น และที่พื้นมีกระดาษที่เขียนแล้วทิ้งเต็มไปหมด
พระอาจารย์จึงถามว่า “เป็นอะไรไปล่ะ?”
“เขียนได้ไม่ดี”
พระอาจารย์จึงหยิบกระดาษขึ้นมาดู
“เขียนได้ไม่เลวนี่ ทำไมถึงต้องโยนทิ้ง แล้วร้องไห้ทำไม” พระอาจารย์ถาม
“ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเขียนได้ไม่ค่อยดี” เณรน้อยยังคงร้องต่อไป
“ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ชอบทำอะไรให้ดีพร้อม พลาดแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้”
“ปัญหาก็คือ ผู้คนในโลกนี้ มีใครที่จะไม่ผิดแม้แต่นิดเดียวล่ะ?”
พระอาจารย์ตอบแล้วตบหลังเณรน้อยเบาๆ แล้วพูดว่า
“เจ้าต้องการแต่ความดีพร้อม พอพลาดอะไรเล็กน้อยก็รู้สึกเคือง
ก็จะร้องไห้ ลักษณะอย่างนี้ก็ไม่ใช่ความดีพร้อมแล้ว”

               รักสะอาด

เณรน้อยก้มลงเก็บกระดาษบนพื้นขึ้นมาจนหมด แล้วก็ไปล้างมือ
ส่องกระจก ล้างหน้า ถอดจีวรมาซักแล้วซักอีก
“เจ้าทำอะไร? ซักแล้วซักอีก เสียเวลาไปตั้งครึ่งวันแล้ว” พระอาจารย์ถาม
“ข้าพเจ้ารักสะอาด ทนไม่ได้ที่จะมีสิ่งสกปรกแม้แต่นิดเดียว
พระอาจารย์ไม่ได้สังเกตหรือว่า หลังจากที่โยมๆทั้งหลายกลับไปแล้ว
ข้าพเจ้าจะต้องเช็ดเก้าอี้ที่โยมๆนั่งแล้วทุกตัว”
“อย่างนี้เรียกว่ารักสะอาดหรือ? เจ้าคิดแต่จะตำหนิฟ้าสกปรก
ดินสกปรก คนสกปรก ภายนอกแม้จะดูสะอาด
แต่ในจิตกลับผิดปกติ ไม่ใช่การรักความสะอาดแล้ว

                บิณฑบาต

เมื่อเณรน้อยจะออกบิณฑบาต ตั้งใจเลือกสวมใส่จีวรที่เก่าและขาด
“ทำไมถึงเลือกชุดนี้” พระอาจารย์ถาม
“ท่านเคยบอกว่าไม่ต้องสนใจรูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่หรือ? ดังนั้นข้าพเจ้า
จึงเลือกชุดที่เก่าและขาด และเพื่อจะได้ให้ญาติโยมเห็นใจ จะได้บริจาคเงินเยอะๆ”
“เจ้าไปบิณฑบาตหรือไปขอทาน เจ้าหวังจะให้ผู้อื่นสงสาร บริจาคทาน
หรือหวังให้ญาติโยมเห็นว่าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หวังจะให้ท่านเป็นเนื้อนาบุญ”

               มีชีวิตอยู่อย่างดี

ในวันที่อากาศร้อน ดอกไม้รอบๆบริเวณวัดโดนแดดจนแห้งเหี่ยวไปหมด
“แย่แล้ว ต้องรีบรดน้ำแล้ว”เณรน้อยอุทานแล้วรีบยกถังน้ำมา
“อย่าเพิ่งใจร้อน ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังส่องแสงอยู่ เดี๋ยวเย็น
เดี๋ยวร้อน ต้นไม้ตายแน่ต้องรอให้เย็นกว่านี้ถึงจะรดน้ำได้”
ช่วงเย็น ต้นไม้เหล่านั้นเหมือนกับผักตากแห้ง เณรน้อยเลยบ่น
พึมพำๆว่า “ป่านนี้คงตายหมดแล้ว รดน้ำยังไงก็คงไม่รอด”
“บ่นให้น้อยหน่อย รดน้ำไปเถิด “ พระอาจารย์สั่ง

ไม่นาน ต้นไม้ที่ดูแห้งเหี่ยว เหมือนกับฟื้นชีพขึ้นมาใหม่ที่ดูสดใสกว่าเดิม
“โอ้ พวกมันนี้เก่งจริงๆ อดกลั้น ค้ำอยู่ตรงนั้นไม่ยอมตาย”
“เหลวไหล ไม่ใช่ค้ำอยู่ตรงนั้นไม่ยอมตาย แต่คือการมีชีวิตอยู่อย่างดี”
“แล้วมันจะต่างกันอย่างไร” เณรน้อยถาม
“ไม่เหมือนกันแน่นอน ข้าขอถามเจ้า ปีนี้ข้าอายุแปดสิบกว่าแล้ว
ข้าค้ำไว้ไม่ยอมตาย หรือว่ามีชีวิตอยู่อย่างดี?”

หลังจากทำวัตรเย็นแล้ว พระอาจารย์ถามเณรน้อยว่า “เป็นยังไง คิดตกลงยัง?”
“ยังครับ” พระอาจารย์ตบหลังเณรน้อยเบาๆแล้วพูดว่า
“เด็กโง่ คนที่กลัวตายตั้งแต่เช้ายันค่ำ เป็นการค้ำไว้ไม่ยอมตาย
คนที่มองไปข้างหน้าทุกวัน เป็นการมีชีวิตอยู่อย่างดี
มีชีวิตอยู่มาอีกวัน ก็ใช้ชีวิตหนึ่งวันนั้นอย่างคุ้มค่า 
พวกที่มีชีวิตอยู่ แต่เพราะกลัวตายจึงไหว้พระสวดมนต์
หวังจะให้ตายแล้วกลายเป็นพุทธะ ไม่มีทางได้เป็นพุทธะ”

                ฟ้าดินก็คือวัด

หลังจากที่พระอาจารย์มรณภาพแล้ว เณรน้อยนั้นก็ได้กลายเป็นเจ้าอาวาส
ท่านมักจะครองจีวรอย่างเรียบร้อย ถือหีบยาแล้วไปในที่ๆสกปรกและยากจนที่สุด
เพื่อช่วยคนไข้เช็ดแผลเปลี่ยนยา แล้วกลับวัดด้วยจีวรที่เปรอะเปื้อนไปหมด

ท่านมักจะออกไปบิณฑบาตด้วยตนเอง แต่เมื่อมือขวารับเงินบริจาคมา
มือซ้ายท่านก็ส่งมอบไปช่วยเหลือคนยากไร้ ท่านมักจะไม่ค่อยอยู่ที่วัด
แล้วก็ไม่เคยก่อสร้างวัดเพิ่มเติม แต่มีศาสนิกชนศรัทธาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ท่านกล่าวว่า “ขณะที่พระอาจารย์มีชีวิตอยู่ ท่านสอนว่า อะไรคือสมบูรณ์แบบ
สมบูรณ์แบบคือขอให้โลกนี้ดีพร้อม

อะไรคือ รักสะอาด รักสะอาดคือช่วยเหลือคนที่ไม่สะอาด ให้สะอาดขึ้นมา
ท่านยังชี้แนะเรื่องการบิณฑบาต คือการช่วยให้คนจับมือกัน
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างบุญสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

อะไรคือวัด วัดไม่จำเป็นต้องอยู่บนเขา แต่ควรอยู่ในหมู่มนุษย์
ทิศเหนือใต้ออกตก ก็เป็นที่ๆจะแสดงธรรมได้
ที่ไหนๆก็เป็นวัดของข้า”


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 308
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Jul. 2006,01:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา เพลงประกอบละครเรื่อง เปาบุ้นจิ้น
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 309
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Jul. 2006,07:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

applaud.gif tinyrose.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 310
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Jul. 2006,02:59 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ พี่คิลิน

วันก่อนไปอ่านที่กระทู้ การพัฒนาตนเองกับชีวิตประจำวัน
ที่โพสท์ล่าสุด ที่โพสท์เรื่อง สะอาด อ่านแล้วชอบมาก
เขียนได้ดีและเข้าถึงธรรมจริงๆ  winkthumb.gif

อ่านแล้วก็คิดถึงพี่ๆของแสงดาว อยากให้เข้าถึงธรรมบ้าง
วันนี้เห็นข้อความที่โพสท์ล่าสุดด้านบน

"อะไรคือ รักสะอาด รักสะอาดคือช่วยเหลือคนที่ไม่สะอาด ให้สะอาดขึ้นมา"

คนที่ชำระจิตบ่อยๆ จิตจะเบิกบานอยู่เสมอ
อยากจะให้พี่ๆมีความสุขอย่างนั้นบ้าง
แต่ก็จนใจไม่ทราบจะหาวิธีไหนให้เขาได้มีความเบิกบานอย่างนั้นบ้าง

คนเราแม้จะมีทุกสิ่งทุกอย่างพรั่งพร้อม
แต่ก็ยังพบความสุขที่แท้จริงไม่ได้ เพราะธรรมชาติของจิตมนุษย์
มักจะพร่องอยู่เสมอ และยึดติดกับสิ่งต่างๆอย่างยากที่จะปล่อยวาง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 31 of 52<<272829303132333435>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com