เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 33 of 52<<293031323334353637>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 321
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Jul. 2006,02:25  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (15)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 322
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jul. 2006,02:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



           ดูคัมภีร์วันละคำ


วันหนึ่ง พระอาจารย์ท่านหนึ่งถามศิษย์ว่า “วันหนึ่งเจ้าดูคัมภีร์กี่เล่ม?”
“เจ็ดแปดเล่ม บางทีก็สิบเล่ม” ลูกศิษย์ตอบ
พระอาจารย์พูดว่า “เจ้าดูคัมภีร์ไม่เป็น”
ลูกศิษย์เลยถามว่า “แล้วอาจารย์ดูวันละกี่เล่ม?”
“วันหนึ่งดูหนึ่งคำ” อาจารย์ตอบ



คำพูดของอาจารย์ที่ว่าวันหนึ่งดูหนึ่งคำ คือจิต
จิตครอบคลุมสรรพสิ่ง จิตคือธรรมะ จิตก่อให้เกิดสรรพสิ่ง
จิตคือทุกอย่าง จิตคือพุทธะ

ดูตำราแม้จะมีประโยชน์ เข้าใจผิดไปกลับมีโทษ
ตำราอาจจะเป็นยา หรืออาจเป็นยาพิษ
การให้ยากับโรค ให้ถูกโรคหาย ให้ผิดอาจถึงตาย

ดังนั้น การอ่านคัมภีร์จะไม่ระมัดระวังไม่ได้
ตำราคัมภีร์มีเป็นพันๆเล่ม ไม่รู้จะเริ่มอ่านเล่มไหนก่อน
ธรรมะแปดหมื่นสี่พันข้อ สามารถเข้าถึงธรรมได้ทุกข้อ
เราอาจไม่รู้จะเริ่มที่ข้อไหนก่อน

แต่การดูจิตสามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา
จนมีผู้กล่าวว่า "ตู้พระไตรปิฎกก็อยู่ในจิตของเรานั่นเอง"


ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 323
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jul. 2006,02:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (16)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 324
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Aug. 2006,03:30 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



              สะอาด

ครั้งหนึ่งมีการจัดการปฏิบัติธรรมเจ็ดวัน ที่วัดแห่งหนึ่ง
วันนั้นจะมีหัวข้อบรรยายธรรมเรื่อง “ สะอาด ”
ขณะที่พระอาจารย์กำลังเริ่มต้นจะบรรยายธรรม
มีเสียงคล้ายกับจะถามคำถามดังมาจากหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม
พระอาจารย์จึงถามขึ้นว่า “ใคร ใครจะถามอะไร?”

ปรากฏว่ามีเด็กหญิงอายุประมาณ 12-13 ปี ยกมือขึ้นมาว่าจะถาม
พระอาจารย์จึงเรียกให้เด็กหญิงนั้นเดินมาข้างหน้า เด็กหญิงนั้นเดินมา
ข้างหน้าแล้วพนมมือ ไหว้พระอาจารย์ แล้วพูดว่า
“พระอาจารย์ ข้าพเจ้าอาบน้ำทุกวัน สะอาดมากพอแล้ว ทำไมยังต้องสะอาดอีก”

พระอาจารย์จึงชี้มือไปยังบริเวณด้านนอก แล้วบอกกับเด็กหญิงว่า
“แถวนั้นมีดอกกุหลาบแดงบานอยู่ สวยไม่สวย ชอบหรือไม่?”
“สวยเจ้าค่ะ ชอบค่ะ”
“งั้นไป ไปเด็ดมา”

เด็กหญิงนั้นไปเด็ดแล้วนำมาให้พระอาจารย์ พระอาจารย์หยิบมาแล้ว
ก็นำไปปักไว้ในแจกันที่ว่างใบหนึ่ง แล้วถามว่า

“แถวๆนั้นยังมีกุหลาบอีกมากมาย จะเด็ดมาให้หมดหรือเปล่า?”
“ไม่เด็ดเจ้าค่ะ” เด็กหญิงตอบ
“ทำไม” พระอาจารย์ถาม
“หากเด็ดจนหมด ดูแล้วด้วนๆ ไม่สวย ทำลายดอกไม้เยอะแยะอย่างนั้นทำไม?”

“ในแจกันปักดอกกุหลาบเพียงดอกเดียว ดูแล้วไม่ยิ่งน่าเกลียดไปกว่าหรือ?”
“ไม่เจ้าค่ะ หากเด็ดมาหมด ก็เป็นการโลภเกินไป”
“โลภ ไม่ดีหรอกหรือ” พระอาจารย์ถาม
“ไม่ดี ไม่สะอาด”

พระอาจารย์จึงตอบว่า “นั่นแหละ หากในจิตไม่โลภ ไม่หลง นั่นแหละ
คือ “สะอาด” เจ้าอยากจะมีจิตที่สะอาดไม่เปรอะเปื้อนหรือเปล่า?”
“อยากเจ้าค่ะ” เด็กหญิงตอบ


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 325
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Aug. 2006,04:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (17)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 326
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Aug. 2006,15:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะคุณแสงดาว

เห็นคุณแสงดาวบอกทำงานไม่ได้พัก เลยเหน็ดเหนื่อย พิลเลยขอเอารูปต้นไม้เขียวๆมาฝาก ให้พักสายตานะคะ




ชอบอ่านที่คุณแสงดาวคุยเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติธรรมด้วยค่ะ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
flo_1.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 327
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Aug. 2006,01:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะ คุณพิล

ที่เป็นห่วง และมอบภาพที่สวยถูกใจมาให้
จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก เก็บไว้ในซีดี เพราะรู้สึกคอมใกล้จะเดี้ยง

แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน แต่ก็มีความสุขกับงานที่ทำ
เหมือนกับที่ได้ทำ Photoshop ได้นั่งสมาธิ ได้ออกกำลังกาย
เป็นสิ่งที่ทำได้ทุกวันไม่รู้เบื่อ

ช่วงนี้ก็พอได้หยุดพักบ้างแล้ว งานหนักเป็นบางช่วงเท่านั้น
ได้ Fwd Mail มาเมื่อวาน เกี่ยวกับ เรื่องดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร
แล้วจะเป็นมะเร็งลำไส้ คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่รวมทั้งแสงดาวด้วย
มักจะมีพฤติกรรมอย่างนั้น เพราะเราอยู่ในเขตร้อน

เคยไปพักบ้านพี่ที่ฮ่องกง คนที่นั่นเคยถามเหมือนกันว่า
ทำไมคนไทยต้องดื่มน้ำแข็งหลังอาหาร
ยิ่งเด็กๆเขายิ่งงงเพราะ เขาไม่ดื่มแม้แต่น้ำเย็น



Subject: น้ำเย็นๆ

รับประทานอาหารแล้ว สั่งเครื่องดื่มเย็นๆมาดื่มให้ชุ่มฉ่ำใจ!
จากนั้น…เป็นมะเร็งลำไส้!

อย่าได้คิดว่าเป็นไปไม่ได้!
มีผู้คนมากมายมีความเคยชินดื่มเครื่องดื่มเย็นหลังจากรับประทานอาหาร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของชา เพราะเชื่อกันว่า
สามารถขจัดไขมันและแก้เลี่ยน ดื่มลงไปแล้ว ย่อมชุ่มฉ่ำใจแน่นอน
แต่คุณเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า หลังจากนั้นในท้องของคุณจะเกิดอะไรขึ้น?!

ลองนึกภาพตามดูนะค่ะ! ! ซี่โครงเนื้อในท้องของคุณ
(หรืออาจจะเป็นไก่ทอด ฯลฯ) ล้วนเป็นอาหารที่มันย่อง กระเพาะและลำไส้จะทำการย่อยพวกมัน
ก็ต้องเปลืองแรงหน่อย
ตอนนี้เทน้ำเย็นลงไปอีกถ้วยหนึ่ง...

เคยเห็นน้ำมันหมูในตู้เย็นมั้ยค่ะ? ! คุณจินตนาการว่า
กลืนไขมันที่จับตัวเป็นก้อนสีขาวเหล่านั้นลงไปในกระเพาะออกมั้ย? !
เมื่อกระเพาะลำไส้ของคุณเต็มไปด้วยน้ำมันที่จับตัวเป็น
ก้อนราวน้ำตาเทียนไข ยังจะแก้เลี่ยนได้อีกมั้ย!

ถ้าหากแค่เพียงทำให้รู้สึกอยากจะอาเจียนเท่านั้นก็แล้วไปเถอะ
แต่ที่สำคัญคือ มันสามารถทำให้คุณเป็นมะเร็งลำไส้ได้ด้วย! !
ไขมันที่จับตัวเหล่านี้เมื่อเจอกับกรดในกระเพาะอาหาร
จะอ่อนตัวกลายเป็นสภาพกึ่งของเหลวที่เหนียวข้น
จากนั้นจะไหลเข้าสู่ลำไส้ก่อนอาหารที่มีสภาพเป็นของแข็งชนิดอื่น
ดังนั้นวัตถุที่มีสภาพเป็นน้ำก็ไม่ใช่ ไขมันก็ไม่เชิง เหนียวๆข้นๆนี้
ก็จะถูกลำไส้ดูดซึมไปเป็นอันดับแรก
แต่ว่า! ลำไส้ไม่อาจดูดซึมกำจัดวัตถุประหลาดนี้ได้ทั้งหมด
ผนังลำไส้จะเต็มไปด้วยคราบไขมัน
ก็เหมือนกับการล้างหม้อใส่น้ำแกงเนื้อในหน้าหนาว
ไม่ว่าจะล้างยังงัยก็ยังรู้สึกมันลื่น
และเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า
วัตถุที่ชวนอาเจียนนี้ก็จะฝังเข้าไปในผนังลำไส้
สะสมนานเข้าทำให้เกิดปฏิกิริยาที่อาจนำมาซึ่งโรคมะเร็งลำไส้ในที่สุด! !

ดังนั้นรีบเปลี่ยนพฤติกรรมความเคยชินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตนี้โดยเร็วเถอะ!
รับประทานอาหารแล้วอย่ารีบกรอกน้ำเย็นลงไป ดีที่สุดคือ
ควรดื่มน้ำแกงร้อนๆ หรือน้ำอุ่นๆก็โอเคแล้ว

ขอบอกเรื่องชวนอาเจียนกับคุณอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นมะเร็งลำไส้แล้ว
จะต้องต่อท่อเข้าไปกระเพาะถึงจะอุจจาระได้นะ
คุณคงไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้ใช่มั้ย รีบบอกต่อคนที่คุณรัก
และห่วงใย อย่าให้พวกเขาต้องต่อสายท่อเลย! !
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 328
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Aug. 2006,01:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



             ๗๗.   หลักการให้การศึกษา

มีอุบาสกท่านหนึ่งเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ของวัดแห่งหนึ่ง เห็นพระอาจารย์
ท่านหนึ่งกำลังสาละวนอยู่กับการตัดแต่งกิ่งที่มีใบดกหนา สักประเดี๋ยวก็ถอนต้น
ขึ้นมาทั้งราก แล้วก็นำไปปลูกยังกระถางอื่น เดี๋ยวก็พรวนดินใส่ปุ๋ย ดูแล้ววุ่นวาย
ไม่น้อย

อุบาสกนั้นจึงถามขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ ทำไมถึงตัดใบดีๆทิ้ง แล้วที่เหี่ยวแห้งถึง
รดน้ำใส่ปุ๋ย แล้วบางต้นก็ดูดีๆอยู่ แต่ท่านก็ถอนขึ้นมาแล้วนำไปปลูกในอีกกระ
ถางหนึ่ง  และที่ไม่มีพืชก็เห็นท่านใช้จอบพรวนดิน สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องทำหรือ?”

พระอาจารย์ตอบว่า “การดูแลต้นไม้ใบหญ้า ก็เหมือนกับการให้ความรู้แก่ศิษย์
ศิษย์ต้องการความรู้อย่างไร ต้นไม้ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างนั้น”
“ต้นไม้ใบหญ้าจะนำมาเปรียบเทียบกับคนได้อย่างไร?” อุบาสกนั้นถาม

“การดูแลต้นไม้กับการให้ความรู้กับคนมีหลายที่ที่เหมือนกันคือ

ข้อหนึ่ง ต้นไม้ที่มองดูขึ้นอย่างหนาแน่นแต่ก็ขึ้นอย่างเบียดเสียด และมักมี
เถาวัลย์มาพันเกาะ จึงจำเป็นต้องตัดตกแต่งกิ่งให้น้อยลง เพื่อจะได้ไม่ต้อง
ถูกแย่งสารอาหาร เมื่อต้นนั้นออกดอกจะได้ดอกที่สวยงามและสมบูรณ์
ก็เหมือนกับการลิดรอนเอาความมุทะลุวู่วาม ความเคยชินที่ไม่ดีออกเสียบ้าง
ก็ทำให้เขาได้เดินมาสู่หนทางอันดีงาม

ข้อสองการย้ายต้นขึ้นไปปลูกในกระถางอื่น ก็เพื่อให้พืชได้แยกออกไปจากดิน
ที่ไม่อุดมสมบูรณ์ให้ได้รับดินดี ก็เหมือนกับการให้คนคนหนึ่งออกไปจากสิ่ง
แวดล้อมที่ไม่ดี ไปสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ที่มีอาจารย์ดีและกัลยาณมิตรที่ดี เพื่อจะ
ได้เพิ่มพูนความรู้ให้ยิ่งๆขึ้นไป

ข้อสาม การดูแลต้นไม้ที่ใกล้จะเหี่ยวเฉาที่มองดูเหมือนใกล้ตายให้มากเป็นพิเศษ
เพราะ โดยเนื้อแท้ของมันยังมีโอกาสรอดอีกมากมาย  และอย่าไปนึกว่าศิษย์ที่ไม่
ดี จะไม่มียาขนานใดมาเยียวยาได้ เลยปล่อยละเลยไปไม่เหลียวแล ต้องรู้ว่า
โดยเนื้อแท้ธรรมชาติดั้งเดิมของคนเราเป็นจิตที่บริสุทธิ์ เพียงแค่ขอมีจิตที่จะโอบ
อุ้มและดูแลให้ถูกวิธี  ที่สุดก็จะกลับกลายเป็นคนดีได้

ข้อสี่ การที่ต้องคอยพรวนดิน เพราะในดินยังมีเมล็ดพันธุ์พืชที่คอยจะแตก
หน่อขึ้นมา ก็เหมือนกับศิษย์ที่ยากจนแต่มีใจคิดใฝ่ก้าวหน้า หากเรายื่นมือ
เข้าไปช่วยอีกแรง ก็จะทำให้เขามีโอกาสที่ก้าวเดินไปข้างหน้าได้”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 329
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Aug. 2006,02:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (18)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 330
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Aug. 2006,01:35 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



          ความมีหน้ามีตาและชื่อเสียง

มีพระอาจารย์ท่านหนึ่ง เมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา จึงคิดจะหาผู้สืบทอด
เป็นเจ้าอาวาสต่อไป วันหนึ่งพูดกับศิษย์สองคนซึ่งหมายตาไว้แล้วว่า
จะให้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้สืบทอดต่อไป
ศิษย์คนหนึ่งชื่อว่าฮุ่ยหมิง อีกคนหนึ่งชื่อว่าเฉิงเหยียน

“พวกเจ้าสองคนหากใครมีความสามารถปีนจากหน้าผาของหลังวัด
ขึ้นไปข้างบนได้ คนนั้นจะได้เป็นเจ้าอาวาสต่อไป”

ศิษย์ทั้งสองจึงเดินไปที่หน้าผา หน้าผานั้นสูงชันและมีแง่งหิน
ขรุขระตลอดทั้งหน้าผา ฮุ่ยหมิงซึ่งมีร่างกายที่แข็งแรงกว่า มีความมั่นใจ
ในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม แต่ก็ปีนขึ้นไปได้ไม่นาน ก็ลื่นตกลงมา

เขาจึงเพิ่มความระมัดระวังในการปีนมากขึ้น แต่ที่สุดก็ลื่นไหลตกลงมาอีก
แต่ไม่ว่าจะตกลงมาจนบอบช้ำไปหมด แต่เขาก็ไม่ท้อแท้ แม้จะตกลงมาอีก
หลายครั้ง แต่ที่สุดเขาก็รวบรวมพลังที่มีอยู่ปีนขึ้นไป แต่เมื่อปีนได้ครึ่งทาง
ก็รู้สึกหมดแรง และบริเวณนั้นก็ไม่มีที่ที่จะให้หยุดพักได้ ที่สุดก็พลัดตกลงมาอีก
คราวนี้ตกลงมา ศีรษะกระแทกถูกก้อนหิน จนสลบแน่นิ่งไป

ฝ่ายเฉิงเหยียน ขณะที่เริ่มต้นก็เหมือนกับฮุ่ยหมิง พยายามใช้แรงอย่าง
มากมายในการปีน แต่ก็ต้องปีนแล้วลื่นไหลลงมาหลายครั้ง ครั้งหนึ่งขณะที่
ปีนอยู่กลางหน้าผาแล้วมองลงไปข้างล่าง แล้วก็ตัดสินใจลงมาที่ด้านล่าง
ปัดเสื้อผ้าที่เลอะดินทรายออก แล้วเดินไปที่ลำธาร แล้วเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไป
ผ่านป่าเขา แล้วไม่ต้องเปลืองแรงแต่อย่างใด ก็ไปถึงยอดเขาได้

เมื่อเขาเดินมาหาพระอาจารย์ ทุกคนก็นึกว่าจะต้องถูกพระอาจารย์ต่อว่าอย่างแรง
ว่ารักตัวกลัวตาย ใจไม่กล้าแล้วยังอ่อนแอ แล้วก็ถูกขับไล่ออกจากสำนักไป
แต่พระอาจารย์กลับพูดว่าให้ เฉิงเหยียนดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสต่อไป

ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ไม่เข้าใจความหมายว่าเพราะอะไร
เฉิงเหยียนเลยอธิบายให้ศิษย์ร่วมสำนักฟังว่า หน้าผาที่อยู่หลังวัดไม่สามารถ
จะปีนขึ้นไปได้ แต่เมื่อมองจากกลางหน้าผา ก็จะเห็นทางเล็กๆที่จะเดินขึ้นไปได้
พระอาจารย์มักพูดบ่อยๆว่า “ผู้มีปัญญาจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพ
แวดล้อม ผู้รู้จะเดินเกมไปตามเหตุ” นี่เป็นการสอนให้พวกเรารู้จักยืดหยุ่นและ
เปลี่ยนแปลงได้ไปตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า


พระอาจารย์พยักหน้าด้วยความพอใจพูดว่า “หากเป็นผู้อยากได้หน้าอยากได้ชื่อ
ในจิตก็จะมีแต่ทางตันของหน้าผา ฟ้าไม่ได้วางกรงขังไว้
แต่จิตเราสร้างกรงขังไว้เอง ในกรงขังแห่งความอยากมีชื่อเสียง
แย่งชิงกันอย่างลำบากยากเย็น อย่างเบาก็แค่เกิดความทุกข์กังวล
อย่างหนักอาจจะต้องบาดเจ็บ และอย่างหนักอาจจะต้องร่วงหล่นลงจนร่างเละ”

หลังจากนั้นพระอาจารย์ก็ให้บาตรและจีวรแก่เฉิงเหยียน และพูดกับทุกคนว่า
“การปีนหน้าผา เป็นการทดสอบสภาพจิตของพวกเจ้า ไม่ให้หลง-วนเข้าไปอยู่ใน
ตาข่ายแห่งชื่อเสียงเกียรติยศ ในจิตที่ไม่กังวลสิ่งใด สามารถเดินไปตามครรลอง
ที่เป็นไปได้ คือคนที่ข้าปรารถนา”


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 33 of 52<<293031323334353637>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com