เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 37 of 52<<333435363738394041>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 361
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Sep. 2006,05:47  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



คัมภีร์ไร้อักษร
ช่างบริสุทธิ์และสดชื่น
ดอกไม้ประดับด้วยหยาดน้ำค้าง
ช่างไพเราะเสนาะใส
บทเพลงของหมู่วิหก
เมฆขาวสงบ
ธารน้ำส่องประกายสีคราม
ใครเลยที่อาจขีดเขียน
ด้วยถ้อยคำที่แท้ อันปราศจากอักษร
ขุนเขาสูงพระหง่าน แมกไม้เขียวขจี
หุบเหวล้ำลึก ลำน้ำสะอาดใส
สายลมบางเบา ดวงจันทร์สวยล้ำ
อย่างสงบงัน ข้าพเข้าอ่าน
ถ้ อ ย คำที่แท้ซึ่งไร้อักษร

- เซนไค ชิบายามะ (หนังสือ ดอกไม้ไม่จำนรรจ์) -


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 362
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Sep. 2006,22:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ขอบคุณค่ะที่นำบทกลอนดีๆมาให้อ่าน
ไพเราะสละสลวยสวยงามทั้งถ้อยคำและภาพพจน์
จนยากที่จะหาภาพมาประกอบให้เหมาะสมได้

จริงๆมีบทกลอนบรรยายธรรมชาติกับธรรมะมาฝาก
แต่พอมาดูในเน็ตเขียนไปคนละแบบ
ทุกวันนี้นิทานเซนกับบทกลอนต่างๆเพี้ยนไปเยอะมาก
หนังสือแต่ละเล่มแต่ละเว็บเรื่องเดียวกันแต่เขียนไปคนละแบบ
อนาคตนิทานเซนคงเป็นไปตามปากกาของผู้เขียน

ช่วงนี้เวลาว่างๆที่อยู่ที่ ที่ทำงานจะหยิบหนังสือธรรมะขึ้นมาอ่าน
หนังสือที่แต่ก่อนดูแล้วไม่มีอะไร แต่ตอนนี้รู้สึกเข้าใจที่เขาพูดถึง

อ่านเจอบทความหนึ่งของ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ เลยคัดลอกมาฝาก


  บุคคลที่ได้รับการฝึกฝนมาดีแล้ว จะไปอยู่ที่ไหนก็ได้
สภาพสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร ไม่ทำให้เขาเดือดร้อน
ก็เรียกว่ามีจิตใจคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมมีอย่างใด
จิตใจก็ไม่เปลี่ยนแปลง ผู้นั้นเข้าเมืองได้ อยู่ในสังคมได้
เหมือนช้าง ม้า ที่ได้รับการฝึกฝนดีแล้ว ออกสู่สนามรบได้
ฉันใด จิตใจคนที่ได้ไปฝึกฝนอบรมแล้ว เวลาเข้าบ้านเข้าเมือง
มันก็ไม่ตื่นเต้น ไม่หวาดกลัวไม่สะดุ้งต่อสิ่งอะไรต่างๆ
ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีจิตใจคงที่ สงบ อยู่ได้อย่างสบายๆ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 363
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Sep. 2006,22:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                          ๘๓. ฟังเสียงไข่ไก่

ที่มณฑลเสฉวนมีครอบครัวแซ่หม่าอยู่ครอบครัวหนึ่ง หาเลี้ยงชีพด้วย
การทำกระด้งสำหรับฟัดข้าวมาหลายชั่วคนแล้ว เมื่อมาถึงรุ่นลูกที่ชื่อ
“หม่าจู่” หม่าจู่เป็นผู้ที่มีหน้าตาและโหงวเฮ้งดี ผู้เป็นพ่อคิดว่าไม่สมควร
ให้ลูกที่มีลักษณะดีเช่นนี้ประกอบอาชีพเป็นช่างทำกระด้งต่อไปจึงพาไป
ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์เซนชื่อดังท่านหนึ่ง ยังอีกเมืองหนึ่ง

สองปีให้หลังท่านหม่าจู่ก็สามารถเข้าถึงธรรมได้ เลยคิดจะกลับไปที่บ้านเกิด
เพื่อเผยแพร่ธรรมะโปรดเพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง เมื่อคนในหมู่บ้าน
ได้ข่าวว่ามีพระที่เข้าถึงธรรมชั้นสูงมาแสดงธรรม จึงสร้างเวทีไว้เพื่อแสดง
ธรรม พร้อมกับคอยชะเง้อว่าเมื่อไหร่พระท่านจะเดินทางมาถึง

เมื่อพระรูปนั้นเดินทางมาถึง และทุกคนเห็นว่าเป็นลูกชายของช่างทำกระด้ง
ทุกคนก็ทำหน้าสงสัย และไม่เชื่อว่าท่านจะเข้าถึงธรรมชั้นสูง เลยพากันแยกย้าย
กลับไป ท่านหม่าจู่รู้สึกสังเวชใจจนรำพึงออกมาว่า “เรียนธรรมะไม่กลับบ้าน
กลับบ้านธรรมะไม่หอม”

ท่านเลยตัดสินใจจะไปเผยแพร่ธรรมะต่อที่อื่น ขณะที่กำลังจะเดินทางต่อ
ไปที่อื่น พี่สะใภ้ของเขาวิ่งมาขอให้เขาแสดงธรรมให้ฟัง ท่านหม่าจู่ไม่คิดว่า
พี่สะใภ้จะต้องการฟังธรรมจริงๆ จึงชี้ไปที่กองกะด้งแล้วพูดว่า
“ตั้งใจประกอบอาชีพดั้งเดิมของเราดีกว่า อย่าหาเรื่องยุ่งยากเลย”

แต่พี่สะใภ้ของเขายังยืนยันที่จะฟังธรรม เมื่อท่านหม่าจู่เห็นความตั้งใจจริงของ
พี่สะใภ้จึงพูดว่า “หยิบไข่มาแขวนไว้ ทุกๆเช้าและเย็นให้แนบหูไปฟังไว้ เมื่อไหร่
ที่ไข่นั้นมีเสียง เจ้าก็จะบรรลุธรรม”

พี่สะใภ้ของเขาจึงปฏิบัติตามที่เขาสั่ง ฟังทุกวันเป็นเดือน เป็นปี  แม้จะฟัง
อย่างไรไข่นั้นก็ไม่มีเสียง ชาวบ้านเห็นเช่นนั้นจึงพากันด่าว่าท่านหม่าจู่ปฏิบัติ
ธรรมนอกรีต สอนพี่สะใภ้ปฏิบัตินอกลู่นอกทาง แต่พี่สะใภ้ของเขาไม่สนใจ
เสียงซุบซิบของชาวบ้าน ยังคงปฏิบัติอย่างนั้นเรื่อยมา ไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ปี
ขณะที่กำลังตั้งใจฟังอย่างแน่วแน่ พลันมีเสียงดัง “แผล่ะ” ไข่ไก่ที่แขวนไว้
หล่นลงมาแตก วินาทีนั้นพี่สะใภ้ของเขาก็รู้ธรรมระดับหนึ่ง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 364
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Sep. 2006,22:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (27)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 365
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Sep. 2006,01:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






๘๔. จิตที่เคารพนบนอบ

มีชายหนุ่มคนหนึ่งก่อนที่จะได้มาปฏิบัติธรรม อยากจะเป็นนักแกะสลัก
พระพุทธรูปที่มีชื่อเสียง จึงได้ตั้งใจจะมาขอคำชี้แนะจากพระอาจารย์ท่าน
หนึ่ง เพื่อจะได้ทราบถึงเรื่องราวและรายละเอียดต่างๆของพระพุทธรูป

พระอาจารย์เมื่อพบเขาแล้วก็ไม่พูดอะไร เพียงแต่ให้เขาไปตักน้ำที่บ่อ
ขณะที่พระอาจารย์เห็นการกระทำต่างๆเมื่อเขาตักน้ำและเทน้ำออกมา
จึงตวาดออกมาด้วยเสียงดังลั่น และไล่เขาออกจากวัดไป ลูกศิษย์คนอื่นๆ
เห็นแล้วรู้สึกสงสารและเห็นใจ จึงช่วยกันขอร้องและวิงวอนให้เขาอยู่ค้าง
ที่วัดสักคืน แล้วพรุ่งนี้ค่อยให้เขาไป

กลางดึก มีผู้มาเรียกให้เขาไปพบกับพระอาจารย์ พระอาจารย์พูดขึ้นด้วย
เสียงอันอ่อนโยนว่า “บางทีเจ้าอาจจะไม่รู้ว่าเมื่อกลางวันเจ้าโดนด่าด้วย
เรื่องอะไร ตอนนี้จะเฉลยให้เจ้าฟัง พระพุทธรูปเป็นสิ่งที่ผู้คนเคารพและ
สักการบูชา ดังนั้นพระพุทธรูปที่ถูกผู้คนกราบไหว้ ผู้ที่จะแกะสลักจะต้อง
มีจิตที่เคารพนบนอบศรัทธาด้วยความจริงใจก่อน ถึงจะแกะพระพุทธรูป
ที่น่าเลื่อมใสศรัทธาออกมาได้ ตอนกลางวันข้าเห็นเจ้าตักน้ำหกรดออกมา
มากมาย แม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่สวรรค์ให้มา แต่เจ้าเหมือนกับ
ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ คนที่ไม่รู้จักถนอมและปล่อยสิ่งต่างๆไปอย่าง
ไร้ประโยชน์ จะแกะสลักพระพุทธรูปที่ดีได้อย่างไร?”

ชายหนุ่มนั้นเมื่อได้คำชี้แนะจากพระอาจารย์รู้สึกซาบซึ้งและขอบพระคุณ
พระอาจารย์มาก และรู้สึกสำนึกถึงความผิดพลาดของตัวเอง จึงมาขอสมัคร
เป็นลูกศิษย์ และที่สุดก็กลายเป็นนักแกะสลักพระพุทธรูปทีมีชื่อเสียงคนหนึ่ง


นิทานเซนเป็นเพียงเรื่องเล่าบอกต่อกันมา
เขามีคัมภีร์และบทเรียนของเขาอีกต่างหาก
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 366
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Sep. 2006,01:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (28)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 367
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Sep. 2006,22:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



               ๘๕. สรรพสิ่งกับข้าคือสิ่งเดียวกัน

ครั้งหนึ่งพระอาจารย์เซนท่านหนึ่งพนันกับลูกศิษย์ว่า ถ้าหากใคร
สามารถเปรียบเทียบตัวเองเป็นสิ่งที่ต่ำทรามที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะ

อาจารย์    :    ข้าคือลาตัวหนึ่ง
ลูกศิษย์    :    ข้าคือก้นของลา
อาจารย์    :    ข้าคือขี้ที่อยู่ในก้นของลา
ลูกศิษย์    :    ข้าคือหนอนในขี้ของลา

พระอาจารย์ไม่สามารถจะเปรียบเทียบต่อไปได้อีก จึงถามต่อว่า
“เจ้าทำอะไรอยู่ในขี้?”
“ข้าหลบร้อนรับความสบายอยู่ในนั้น” ลูกศิษย์ตอบ

สำหรับเราๆท่านๆ ที่ๆคิดว่าเป็นสถานที่สกปรกที่สุด
แต่สำหรับชาวเซนแล้ว มักจะเป็นที่ที่อยู่ได้อย่างอิสระสบายๆ
เพราะว่าจิตใจของพวกเขาสะอาดและสงบจน
ไม่อาจมีสิ่งใดเปรียบเทียบได้ ไม่มีราคีใดๆมาติดเกาะ
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใด ก็เป็นดินแดนแห่งความสะอาดสงบ
อยู่ในสถานที่ใดก็สามารถหลุดพ้นได้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 368
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Sep. 2006,22:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา ในห้วงคำนึงอันสงบ ของพระอาจารย์เจิ้งเหยียน (29)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 369
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Sep. 2006,03:00 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ดอกบัว
ไม่ว่าน้ำจะขุ่นเป็นโคลนตมอย่างไร
ดอกบัวก็ยังรักษาความบริสุทธิ์ของมันเอาไว้ได้
เป็นความจริงที่มันเบ่งบานอย่างงดงาม
ก็เพราะมันงอกออกมาจากโคลนตมนั่นเอง
หยดน้ำใสตกต้องแขนเสื้อของฉัน
เป็นหยดน้ำค้างที่ตกลงในบัวแห่งพุทธกาย

-ปลายพู่กันของเซงไก zengai the zenmaster -

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 370
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Sep. 2006,22:34 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เคยได้ยินมาว่า โคลนตมนั้นคือความทุกข์ คือกิเลส
ถ้าออกมาจากโคลนตมได้
ก็เหมือนดอกบัวที่บริสุทธิ์ไม่เปรอะเปื้อนด้วยโคลนตม

วันนี้เลยอยากจะนำเรื่องสุขกับทุกข์มาฝาก

ดูกรอานนท์ บุคคลทั้งหลายผู้ที่จะรู้ว่า สุขทุกข์ติดกันอยู่นั้น
หายากยิ่งนัก มีแต่ตถาคตผู้ประกอบด้วยทศพลญาณนี้เท่านั้น
บุคคลทั้งหลายที่ยังเป็นปุถุชนคนโง่เขลานั้นทำความเข้าใจว่า
สุขก็มีอยู่ต่างหาก ทุกข์ก็มีอยู่ต่างหาก ครั้นเราถือเอาสุข เราก็ได้สุข
เราไม่ถือเอาทุกข์ ก็ไม่มีดังนี้

เพราะเหตุที่เขาไม่รู้ว่าสุขกับทุกข์ติดกันอยู่ เขาจึงไม่พ้นทุกข์

เมื่อผู้ใดอยากพ้นทุกข์ให้วางสุขเสีย ก็เป็นอันละทุกข์ วางทุกข์ด้วยเหมือนกัน


ใครเล่าจะมีความสามารถพรากสุขทุกข์ออกจากกันได้
แต่เราตถาคตก็ไม่มีวิเศษที่จะพรากจากกันได้
ถ้าหากเราตถาคตพรากสุขและทุกข์ออกกันได้
เราจะปรารถนานิพพานทำไม เราจะถือเอาแต่สุขอย่างเดียว
เสวยแต่ความสุขอยู่ในโลกเท่านั้น ก็เป็นอันสุขสบายพออยู่แล้ว
นี่ไม่เป็นเช่นนั้น

เราแสวงหาความสุขโดยส่วนเดียว ไม่มีทางที่จะพึงได้
เราจึงวางสุขเสีย ครั้นวางสุขแล้วทุกข์ไม่ต้องวางก็หายไปเอง
อยู่กับเราไม่ได้


เราจึงสำเร็จพระนิพพานพ้นจากกองทุกข์ด้วยประการดังนี้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 37 of 52<<333435363738394041>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com